พาชมตึกเสร็จ Hive Taksin by Sansiri คอนโด High Rise ใกล้ BTS วงเวียนใหญ่ จากแสนสิริ [รีวิวฉบับที่ 1339]

April 28, 2017 13:000 comments

รีวิวฉบับที่ 1339 … สวัสดีค่ะ วันนี้เราพาไปดูโครงการ Hive Taksin by Sansiri คอนโด High Rise ตัวแรกๆ จากแสนสิริ ที่มาเปิดทำเลใกล้ BTS วงเวียนใหญ่ บนถนนกรุงธนบุรีนี้  จัดเป็นหนึ่งในโครงการตัวเลือกของวัยเรียน-วัยทำงานที่มองหาคอนโดตึกสูงที่เดินทางเข้าเมืองไปย่านสาทร-สยาม ได้สะดวกทั้งขับรถและนั่ง BTS ค่ะ เดี๋ยวเราพาไปดูบรรยากาศโครงการเมื่อสร้างเสร็จมาแล้วประมาณ 6 ปี ว่าเป็นอย่างไรกันบ้างนะคะ

 

Fact @ 14 April 2017

  • Hive Taksin by Sansiri (ไฮฟ์ ตากสิน บาย แสนสิริ)
  • บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)
  • MAIN CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment คอนโดได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ในเขต : คลองสาน
  • คอนโด High Rise 28 ชั้น 365 ยูนิต
  • ยูนิตต่อชั้นสูงสุด 17 ยูนิต
  • ที่จอดรถประมาณ 207 คันคิดเป็น 57% ไม่รวมจอดซ้อนคัน
  • ที่ดินประมาณ 2-1-71 ไร่
  • แล้วเสร็จ : พฤกษาคม 2554
  • Studio 30 ตร.ม.
  • 1 Bedroom 39.5 – 53.5 ตร.ม.
  • 2 Bedrooms 65 – 73.5 ตร.ม.
  • 3 Bedrooms 95.5 ตร.ม.
  • ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรเริ่มต้น (ปี 2015) ~78,000 บาท/ตร.ม.
  • ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรต่ำสุด-สูงสุด (ปัจจุบัน 2017) ~100,000 – 120,000 บาท/ตร.ม.
  • เพิ่มเติมข้อมูลทำเลรอบๆ BTS วงเวียนใหญ่ ได้ที่: มองหาทำเลน่าอยู่ใกล้รถไฟฟ้า: BTS วงเวียนใหญ่
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่

 

เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วค่ะ

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างค่ะ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด : 13.721903, 100.496524

ที่ตั้งโครงการ Hive Taksin by Sansiri จัดเป็นหนึ่งโครงการแรกๆ ของแสนสิริบนถนนกรุงธนบุรีที่ข้ามมายังฝั่งธนฯ แต่ไม่ไกลจากย่านธุรกิจหลักของกทม. หรือ CBD อย่างสาทร-สีลม มีระยะห่างประมาณ 3 กม. หรือเพียงตรงไปข้ามสะพานตากสินมายังฝั่งพระนครเท่านั้นค่ะ แต่เดิมทำเลนี้ไม่ได้จัดว่าเป็นทำเลที่น่าจะมีคอนโดขึ้นคึกคักอย่างปัจจุบันที่เราเห็นกันนะ แต่ดั้งเดิมทำเลแถบนี้ส่วนใหญ่จะเป็นชุมชนแนวราบอยู่อาศัยกันในตรอกซอกซอยใกล้แม่น้ำเจ้าพระยาบนถนนเจริญนคร และถนนลาดหญ้าเสียมากกว่า แต่เมื่อความเจริญทางย่านสาทร-สีลมที่ใกล้กับย่านนี้มีความเจริญมากขึ้นอย่างต่อเนื่องก็ทำให้การหาที่ดินผืนใหญ่เพื่อสร้างอาคารสำนักงาน หรือที่อยู่อาศัยต่างๆ ได้ยากมากขึ้นและมีราคาแพง จึงขยายทำเลข้ามมายังฝั่งธนฯ กันต่อ ด้วยความที่ง่ายต่อการเดินทางทั้งทางรถยนต์และรถไฟฟ้า จึงเป็นผลให้ทำเลนี้มีความคึกคักเพิ่มมากขึ้นทีเดียวในปัจจุบัน โดยเฉพาะคอนโดมิเนียม High Rise ติดถนนใหญ่ใกล้ BTS ซึ่งมีราคาขายปัจจุบันตั้งแต่ 90,000 – 150,000 บาท/ตร.ม. เรียกได้ว่าเป็นราคาที่ไม่น้อยหน้าไปกว่าราคาคอนโดในเมืองเลยทีเดียว

สำหรับการเดินทางด้วยรถสาธารณะถือว่าครบเครื่องมากเพราะโครงการอยู่ติดสถานีรถไฟฟ้าวงเวียนใหญ่เลย ถ้ายึดแนวรถไฟฟ้า BTS จะวิ่งข้ามแม่น้ำ เข้าสาทร ผ่านช่องนนทรี เข้าสีลม มุ่งสู่สยาม ดังนั้น ผู้อยู่อาศัยที่เหมาะสมสุดคือ คนทำงานย่านสีลม สาทร เพราะนั่งรถไม่ไกล และไม่ต้องไปเปลี่ยนขบวนที่สยาม นอกจากนี้แค่เดินออกมาหน้าปากซอย 70 ม. ก็จะมี Taxi ผ่านบนถนนกรุงธนบุรีอยู่ตลอด และหน้าปากซอยยังมีพี่วินคอยให้บริการอยู่ด้วยค่ะ

ความอุดมสมบูรณ์ในละแวกนี้ มีการค้าขายค่อนข้างคึกคักเพราะสมัยก่อนจะเดินทางด้วยเรือจึงเกิดเป็นแหล่งค้าขายขนาดใหญ่และกลายเป็นตลาดที่อยู่บริเวณวงเวียนใหญ่ในปัจจุบัน ที่มีทั้งตลาดผ้า เครื่องมือเครื่องใช้ และของสดนอกจากนั้นยังอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟวงเวียนใหญ่ที่เป็นทางรถไฟระยะสั้นไปจบที่สถานีแม่กลองที่จังหวัดสมุทรสาครแถวๆ ตลาดร่มหุบนั่นเอง ดังนั้นที่อยู่อาศัยในย่านนี้จะมีอาคารประเภทตึกแถวหรืออาคารพาณิชย์อยู่เยอะ และถนนตรอกซอยจะไม่กว้างมากนัก แต่สามารถลัดเลาะไปยังถนนสำคัญๆ ได้หลากหลายเส้นทาง

ดูตามวงกลมโดยสังเขป(สีเหลือง) เป็นพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์กระจุกตัวอยู่ ซึ่งบนถนนกรุงธนบุรีจะมีไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ ส่วนใหญ่จะอิงไปยังฝั่งถนนเจริญนครที่อยู่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยาซึ่งบริเวณนี้จะมีทั้งโรงแรมติดแม่น้ำ 3 – 5 ดาว อยู่หลายโรงแรม มี Community Mall และอนาคตที่สถานีกรุงธนบุรีจะเป็น Interchange สำคัญที่จะตัดกับสายสีทองที่เพิ่งอนุมัติงบไปโดยปัจจุบันมีแหล่งธุรกิจการค้าแห่งใหม่ที่เส้นทางสีทองจะตัดผ่านก็กำลังดำเนินการก่อสร้างอย่าง Icon Siam ถ้าหากเป็นไปตามแผนก็จะเปิดใช้งานในเวลาที่ไล่เลี่ยกันพอดี และแน่นนอนว่าอนาคตในย่านนี้ก็จะมีมูลค่าที่ดินและราคาขายขยับขึ้นแน่นอน

การเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว – เนื่องจากโครงการ Hive Taksin by Sansiri อยู่ในซอยมานะวิทยาซึ่งเป็นซอยเล็กๆ ที่เชื่อมกับซอยกรุงธนบุรี 1 ซึ่งเป็นซอยลัดที่เชื่อมจากถนนกรุงธนบุรี ซูเปอร์ไฮเวย์ ที่มีเกาะกลางย่อยๆ อยู่ทั้ง 2 ฝั่งถนนและมีที่กลับรถใต้สะพานเพียง 2 ตำแหน่ง ดังนั้นการพิจารณาความสะดวกในการใช้รถยนต์จึงต้องดูว่าสามารถขับรถเข้าโครงการได้โดยไม่ติดเกาะกลางใช่หรือไม่ และมีระยะห่างจากที่กลับรถเท่าไหร่ จากที่ตั้งของโครงการอยู่ฝั่งขาเข้าเมือง เวลาลงจากสะพานตากสินต้องมากลับรถกันหน่อย ..ก็ถือว่าสะดวกใช้ได้เลยเพราะมีที่ยูเทิร์นรถอยู่ไม่ไกลและพอกลับรถเสร็จก็สามารถเลี้ยวเข้าซอยได้สะดวก ในระยะทางจากสะพานตากสินประมาณ 2.6 กม.

หนึ่งในข้อดีที่อยู่ในซอยย่อยที่เป็นทางลัดไปยังถนนอื่นๆ ได้นั้นคือความสะดวกในการเดินทางอย่างนึงนะคะ ไม่ต้องออกไปกลับรถ รอรถติดบนถนนใหญ่ด้วย ซึ่งโครงการนี้ก็ได้อานิสงค์จากทำเลที่อยู่ในซอยเช่นเดียวกัน เพราะเป็นซอยเชื่อมกับซอยกรุงธนบุรี 1 ที่เชื่อมเข้าถนนกรุงธนบุรี ถนนเจริญรัถ และถนนลาดหญ้า ซึ่งเป็นถนน One Way ไปทะลุออกได้ ไม่ต้องกลับรถไกล

ขอบคุณภาพจาก http://www.posttoday.com/biz/gov/452913

นอกจากนี้ยังมีรถไฟฟ้าสายสีทองที่จะเป็นส่วนต่อขยายระยะสั้นที่มีเอกชนร่วมลงทุนกับกทม. โดย KT – บจ.กรุงเทพธนาคม เป็นผู้รับผิดชอบโครงการ รูปแบบรถไฟฟ้าจะเป็นแบบรถไฟฟ้าทางเดี่ยว (Monorail) ยกระดับตลอดเส้นทางโดยจะเริ่มต้นสถานที่ BTS กรุงธนบุรีเป็นสถานี Interchange จากนั้นจะวิ่งบนเกาะกลางถนนกรุงธนบุรีแล้วเลี้ยวซ้ายที่บริเวณปลายสะพานสมเด็จพระเจ้าตากสินเข้าสู่ถนนเจริญนคร มุ่งผ่าน Icon Siam จากนั้นเลี้ยวซ้ายบริเวณถนนสมเด็จเจ้าพระยาและวิ่งบนเกาะกลางไปสิ้นสุดที่ สถานีสะพานพุทธในแนวรถไฟฟ้าสายสีม่วง ซึ่งมีทั้งหมด 4 สถานี โดยมีแนวคิดเชื่อมต่อพื้นที่ 3 ส่วนโดยใช้รถไฟฟ้าสายสีทองเป็น Interchage ระหว่างสีม่วงและสีเขียวที่สามารถเดินทางมายัง Icon Siam และพื้นที่ใกล้เคียงได้สะดวกขึ้น ช่วยลดปัญหาการจราจรเมื่อ Icon Siam แล้วเสร็จด้วย

การเดินทางในวันนี้จะเริ่มต้นจากสถานีรถไฟฟ้าวงเวียนใหญ่ หลังจากนั้นมองหาทางออกที่ 3 ทางออกนี้เป็นทางลงที่ใกล้กับซอยกรุงธนบุรี 1 มากที่สุด พอลงจากสถานี BTS แล้วก็เดินเข้าไปในซอยเพียง 50 ม. ก็ถึงโครงการแล้ว แต่ก่อนเข้าโครงการเราจะพาไปเดินเล่นดูบรรยากาศรอบๆกันอีกหน่อย ว่าแถวนี้มีร้านค้า มีความอุดมสมบูรณ์อะไรกันบ้างนะคะ

เริ่มเดินทางกันจากสถานีรถไฟฟ้าวงเวียนใหญ่ บรรยากาศบนสถานีช่วงเช้านี้คนจะแน่นฝั่งขาเข้าเมือง ที่จะวิ่งไปทางสาทร สีม สยาม แต่ก็ดีหน่อยที่สถานีนี้ยังเป็นสถานีต้นๆ ของรถไฟฟ้า จึงพอมีที่เหลือให้เข้าไปในขบวนได้

ต่อไปก็ตามหาทางออกที่ 3 จะไปลงตรงหน้าปากซอยกรุงธนบุรี 1 พอดีค่ะ

ทางออก 3 มีบันไดลงได้ทั้งฝั่งซ้ายและขวา สำหรับทางไปโครงการให้ลงทางฝั่งซ้ายนะคะ

จากบนสถานีมองลงไปด้านล่างจะเห็นซอยกรุงธนบุรี 1 ที่อยู่ติดกับทางลงสถานีเลย

ถนนกรุงธนบุรีบริเวณหน้าซอยกรุงธนบุรี 1 จะมีเกาะกลางกั้นระหว่างเส้นทางที่ลงมาจากสะพานข้ามแยกตากสินกับถนนเลนนอกที่วิ่งตามปกติ ทำให้คนที่ใช้สะพานข้ามแยกตากสินจะต้องไปกลับรถมานะคะ ส่วนถนนเลนที่วิ่งปกติก็มี 3 เลน วิ่งสบายๆ

เดินลงมาจากสถานีรถไฟฟ้า มาทางซอยกรุงธนบุรี 1 จะมีพี่วินมอเตอร์ไซค์อยู่หน้าปากซอยเลย

ค่าบริการก็ตามป้ายนี้นะคะ ถ้าจะนั่งไปที่ห้างฯ ใหม่ที่เปิดตัวปีที่แล้วอย่าง Platform ก็สนน. ราคาที่ 15 บาท

ซอยกรุงธนบุรี 1 นี้ เป็นซอยที่เป็นทางเชื่อมทางลัดไปทะลุถนนเจริญรัถ และถนนลาดหญ้าได้ ซึ่งใช้เป็นเส้นทางลัดไป Platform ได้ค่ะ

เข้ามาในซอยกรุงธนบุรี 1 เป็นถนนวันเวย์มุ่งจากทางถนนกรุงธนบุรีไปทางถนนลาดหญ้า และเนื่องจากเป็นทางลัดทำให้มีรถวิ่งกันมาก ซึ่งในซอยไม่ได้แบ่งทางเดินเท้าไว้ชัดเจน เวลาเดินเข้าซอยก็ระวังกันหน่อยนะคะ เพราะเห็นรถมอเตอร์ไซค์วิ่งในซอยกันเยอะเหมือนกัน

เดินเข้าซอยมาประมาณ 50 ม. ก็จะเห็นโครงการ IDEO Blucove สาทร อยู่ทางฝั่งขวามือ

ส่วนฝั่งตรงข้ามโครงการเป็นอาคารพาณิชย์ที่เปิดชั้นล่างเป็นร้านค้า มีร้านขายกาแฟ ร้านขนม ถัดเข้าไปในซอยหน่อยมี 7-11 ให้พึ่งพิงได้สะดวก

ข้างที่ดินโครงการทางฝั่งขวาเป็นซอยมานะวิทยา ซึ่งมีร้านรถเข็นขายอาหารมาเปิดตลอดซอยเลย ราคาค่อนข้างย่อมเยาสบายกระเป๋า โดยเราจะเดินเข้าซอยนี้กันค่ะ

มีโต๊ะนั่งกินอยู่ข้างทาง เอาไว้ให้พึ่งพิงได้หรือจะซื้อกลับทานที่ห้องก็ได้

เดินเข้ามาในซอยมานะวิทยาอีกหน่อยจะมีร้านอาหารอิตาเลี่ยนสไตล์ฟิวชั่นอยู่ทางขวา ชื่อร้าน The Clock Out

บรรยากาศภายในร้าน ตกแต่งในสไตล์ลอฟท์  เอาใจวัยรุ่น อาหารก็หลากหลายมีทั้ง ขาไก่ ชีสบอล ซุปครีมผักโขม แซลม่อนสลัด สปาเกตตี้ผัดขี้เมา เป็นต้น

เดินมาอีกหน่อยเราก็จะเห็นทางเข้าโครงการแล้วค่ะ อธิบายเพิ่มเติมส่วนซอยมานะวิทยาเป็นซอยที่เชื่อมกับถนนโครงการ Nye by Sansiri ด้วยค่ะ

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะคะ

สภาพโดยรอบโครงการส่วนใหญ่เป็นชุมชนอยู่อาศัยกันมานานสลับกับโครงการตึกสูงที่เกิดขึ้นมาค่อนข้างคึกคักในช่วง 6-7 ปีที่ผ่านมา ทำให้บรรยากาศบริเวณนี้ค่อนข้างคึกคักมีทั้งร้านค้า ร้านอาหารเล็กๆ ราคาย่อมเยาให้เลือกกินทั้งช่วงกลางวัน-ดึก ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ติดถนนใหญ่กรุงธนบุรีและในซอยกรุงธนบุรี 1 ทำให้การเข้าถึงโครงการไม่จัดว่าเปลี่ยวมาก สำหรับสาวๆ ที่กลับในช่วงกลางคืน

  • ทิศเหนือ : My Condo สูง 8 ชั้น
  • ทิศตะวันออก : บ้านพักอาศัยสูงไม่เกิน 2-3 ชั้น
  • ทิศใต้ : ตึกแถวสูง 4 ชั้น, 7-11 สูง 1 ชั้น
  • ทิศตะวันตก : Ideo Blucove สาทร-ตากสิน สูง 8 ชั้น

 

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • 7-11 ~ 60 ม.
  • Top Supermarket ใต้ตึกสินสาทร ~ 500 ม.
  • ตลาดวงเวียนใหญ่ ~ 550 ม.
  • Platform ~ 750 ม.
  • โรงพยาบาลสมิติเวช ธนบุรี ~ 1.3 กม.
  • Sena Fest ~ 1.6 กม.
  • โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า ~ 2.1 กม.
  • The Jam Factory ~ 2.1 กม.
  • โรงพยาบาลตากสิน ~ 2.1 กม.
  • The Mall ท่าพระ ~ 2.3 กม.
  • River City ~ 2.6 กม. (รวมเรือข้ามฟาก)
  • Asiatique ~ 3.5 กม.

โรงเรียน

  • โรงเรียนนานาชาติอินเตอร์เนชั่นแนลไพโอเนียรส ~ 800 ม.
  • โรงเรียนไทยซิกข์นานาชาติกรุงเทพฯ ~ 1 กม.
  • มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ วิทยาเขตพระนครใต้ ~ 2.8 กม.
  • โรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรีกรุงเทพ ~ 3.1 กม.

โรงแรม

  • ibis Bangkok Riverside ~ 1.7 กม.
  • The Peninsula Bangkok ~ 1.9 กม.
  • Millennium Hilton Bangkok ~ 1.9 กม.
  • Shangri-La Hotel, Bangkok ~ 2.4 กม.
  • AVANI Riverside Bangkok ~ 2.7 กม.
  • State Tower ~ 2.6 กม.
  • Centre Point Hotel Silom ~ 2.7 กม.
  • The Oriental Hotel ~ 2.7 กม.
  • Royal Orchid Sheraton Hotel ~ 2.5 กม.
  • Ramada Plaza Bangkok Menam Riverside ~ 3.2 กม.
  • Chatrium Hotel Riverside Bangkok ~ 3.4 กม.

 


เจาะลึกตัวโครงการ

โครงการ Hive Taksin by Sansiri เป็นคอนโด High Rise สูง 28 ชั้น 365 ยูนิต บนเนื้อที่ดิน 2 ไร่เศษ ตัวโครงการออกแบบมาในสไตล์ Modern เน้นโทนสีเรียบง่ายด้วยสีโทนเทาอ่อน-เข้ม ส่วนรูปลักษณ์อาคารส่วนที่ใกล้กับซอยมานะวิทยานั้นมีการเล่น Stack ลดทอนจำนวนยูนิตห้องไปทีละหน่อยตามความสูงของชั้นนั้นๆ เพื่อให้เป็นไปตามข้อกฎหมาย จึงทำให้ห้องที่อยู่บนชั้นสูงๆ นั้นมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้นหน่อยด้วยจำนวนยูนิตที่น้อยลงนั่นเองค่ะ

เรามาดูที่ Master Plan กันก่อนจะเข้าไปดูภายในตัวโครงการกันนะคะ สำหรับชั้นแรกนี้จะแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลักๆ เลยคือ ส่วนภายในอาคาร ซึ่งในชั้นนี้ก็จะไม่ได้มีอะไรมากนะคะ หลักๆ เลยคือส่วน Lobby นิติบุคคล Mail Box และห้องน้ำ ส่วนภายนอกโครงการนั้นจะเป็นพื้นที่ที่จอดรถทั้งหมดค่ะ ซึ่งจะถูกล้อมรอบด้วยสวนหย่อมเล็กๆ จะมีส่วนหน้าโครงการที่จัดให้เป็นพื้นที่สวนหย่อมขนาดพอสมควรให้สามารถได้เดินเล่นพักผ่อนได้ค่ะ

เริ่มจากหน้าทางเข้าโครงการใช้ระบบ Key Card Access มาตรฐาน เปิด-ปิดด้วยไม้กระดกอัตโนมัติ ด้านข้างมีทางเข้าสำหรับคนเดินและติดๆ กันนั้นจะเป็นป้อมพี่ยามค่ะ

เข้ามาภายในส่วนของ Lobby ตกแต่งออกมาดูเหมือนโรงแรมทีเดียวนะคะ มีทั้งโคมระย้าและดอกไม้ประดับ แต่ดูไม่ค่อยสว่างมากนักเนื่องจากทางโครงการปิดม่านแทบทั้งหมดเลย ส่วนชุดที่นั่งนั้นก็จะมีชุดโซฟาและที่นั่งโซฟาให้ประมาณ 4-5 ชุด

ถัดมาจะเป็นส่วนโถงลิฟต์ และด้านซ้ายนั้นเป็นพื้นที่ของนิติบุคคล Mail Box และห้องน้ำ

เดี๋ยวเราเดินไปดูด้านซ้ายกันก่อนจะเข้าโถงลิฟต์และขึ้นชั้นบนนะคะ โดยเมื่อเราเลี้ยวมาแล้วก็จะเป็นส่วนนิติบุคคลก่อนค่ะ สำหรับโครงการนี้ปัจจุบันไม่ได้ใช่บริษัท Plus เหมือนโครงการแสนสิริโดยส่วนใหญ่นะคะ แต่จากที่สอบถามกับลูกบ้านจำนวนหนึ่งก็บอกว่านิติบุคคลที่นี่ค่อนข้างเข้มแข็งและมีการดูแลจัดการดีพอสมควรเลยค่ะ ซึ่งจากภาพรวมโครงการเมื่อเข้าไปดูก็เห็นว่าโครงการเรียบร้อยและอยู่ในสภาพบรรยากาศที่ไม่ได้ปล่อยให้ทรุดโทรมนะคะ แม้โครงการนี้จะสร้างเสร็จมาร่วม 6 ปีแล้ว ส่วนรายละเอียดของนิติบุคคลโครงการนี้นั้นคงต้องรบกวนลูกบ้านที่นี่มาให้เล่าแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันเพิ่มเติมหน่อยนะคะ ^^

เข้ามาด้านในเป็นพื้นที่ส่วน Mail Box ค่ะ

และถัดมาจะเป็นห้องน้ำแยกชาย/หญิง ให้มาอย่างละห้อง

ด้านในจะเป็นประมาณนี้ค่ะ สะอาดเรียบร้อยดี

เข้ามาส่วนโถงลิฟต์กันบ้างนะคะ บริเวณทางเข้าจะมีจุดสแกนบัตรสำหรับลูกบ้านเท่านั้นที่สามารถเข้ามาภายในเพื่อขึ้นไปด้านบนได้ เพื่อความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของลูกบ้านค่ะ

ในชั้น 2-4 นั้นจะเป็นชั้นที่จอดรถทั้งหมด โดยลองนับช่องจอดทั้งหมดตั้งแต่ชั้น 1-4 แล้วได้ประมาณ 207 คัน ซึ่งคิดเป็น 57% ของจำนวนยูนิตทั้งหมด พอลองคิดแล้วก็ถือว่าให้มาพอสมควรนะคะ ไม่มากไม่น้อยไป เมื่อลองหักลบกับทำเลที่ถือว่าเดินไป BTS ได้ง่าย

ขึ้นมาที่ชั้น 5 จัดเป็นชั้น Facilities หลักของโครงการ และยังเป็นชั้นเริ่มต้นห้องพักอาศัยด้วยนะคะ โดยเมื่อขึ้นมาจากส่วนโถงลิฟต์นั้นจะมี Double Access กั้นพื้นที่ห้องพักอาศัยกับส่วน Facilities ชัดเจน ซึ่งลูกบ้านในชั้นนี้จะต้องสแกนบัตรอีกรอบเพื่อเข้าสู่ส่วนพักอาศัย เพื่อความเป็นส่วนตัวของลูกบ้านในชั้นนี้มากขึ้นค่ะ เนื่องจากเป็นชั้น Facilities ที่ลูกบ้านในทุกๆ ชั้นสามารถลงมาใช้งานส่วนกลางได้

สำหรับ Facilities หลักของโครงการก็จะมี สระว่ายน้ำ, ห้อง Fitness, พื้นที่สวน, ห้องน้ำแยกชาย/หญิงพร้อม Steam ถือว่าให้มามาตรฐาน และมีครบครันดีค่ะ

บริเวณโถงลิฟต์ชั้น 5 ภายในตกแต่งมากกว่าในชั้นธรรมดาทั่วไปนะคะ ดูเรียบร้อยและสะอาดดี ด้านในสุดจากรูปนั้นเป็นประตู Double Access ที่กั้นลูกบ้านในชั้นอื่นๆ ไม่ให้เข้ามาในส่วนพักอาศัยของชั้นนี้ได้ โดยต้องใช้บัตรสแกนเข้าเท่านั้น เพื่อความเป็นส่วนตัวอย่างที่กล่าวไปในรูปก่อนนะคะ

อีกฝั่งเป็นทางออกไปยังส่วน Facilities ค่ะ เค้าก็จะเปิดประตูไว้แบบนี้เลยไม่ต้องสแกนบัตร

ออกมาจะเห็นส่วนสระว่ายน้ำกันก่อนเลยค่ะ สระว่ายน้ำที่นี่มีขนาดพอสมควรเลยนะคะ สามารถใช้ว่ายแบบออกกำลังกายได้สบายๆ ค่ะ

ด้านข้างสระจัดพื้นที่สวนให้เล็กน้อย ดูเขียวร่มรื่นตาดีค่ะ

หันกลับหลังมาจะเป็นโซนของห้องน้ำแยกชาย/หญิง ด้านข้างมีจุดล้างตัวให้

บริเวณจุดล้างตัว ตกแต่งด้านข้างเป็นระแนงไม้พอบังสายตาได้ระดับนึง

เข้ามายังส่วนห้องน้ำกันต่อนะคะ เริ่มแรกเราจะเห็นส่วนของ Lockers ที่มีไว้บริการลูกบ้านได้เก็บข้าวของก่อนลงไปเล่นน้ำหรือออกกำลังกายในห้อง Fitness

ภายในมีส่วนอ่างล้างมือ ห้องน้ำ 2 ห้อง ห้องอาบน้ำ 1 ห้อง และห้อง Steam อีก 1 ห้อง

ภายในส่วนห้องน้ำและห้องอาบน้ำสะอาดน่าใช้งาน

ด้านซ้ายเป็นส่วนห้อง Steam ค่ะ

ภายในห้อง Steam สามารถจุคนได้ประมาณ 3-4 คน

บริเวณทางเดินด้านข้างสระนั้นค่อนข้างร่มรื่นด้วยสวนหย่อมเล็กๆ ด้านข้างซึ่งเค้าจัดออกได้ค่อนข้างดีทีเดียวค่ะ ยังสามารถช่วยให้ห้องพักอาศัยที่หันเข้าส่วนสระว่ายน้ำนั้นสามารถเพิ่มความเป็นส่วนตัวได้มากขึ้นอีกหน่อยด้วย และด้านข้างที่ติดกับสระเลยจะวาง Day Bed ไว้ให้สำหรับนอนอาบแดดชมวิวภายนอกเพลินๆ แม้จะไม่ใช่วิวระยะไกลมากนัก

ด้านข้างนอกจากจะมี Day Bed แล้วก็ทำม้านั่งให้ด้วย

วิวที่ได้จากที่นั่ง Day Bed

สุดทางของสระว่ายน้ำเค้าออกแบบให้เป็นสระแช่ที่มีจากุซซี่รวมด้วย และยังทำหลังคากันแดดได้ไว้ให้ด้านบน

เงยหน้าขึ้นไปมองตัวตึกกันหน่อยนะคะ ลักษณะของตัวอาคารนั้นจะล้อมสระว่ายน้ำไว้ ซึ่งทำให้ห้องที่อยู่ด้านในและอยู่ในชั้นล่างๆ ประมาณชั้น 6-9 นั้นได้วิวสระว่ายน้ำได้แทนการได้วิวระยะไกลเหมือนห้องในชั้นบนๆ

สุดทางของสระว่ายน้ำนั้นจะติดกับส่วน Fitness ค่ะ

ภายในห้อง Fitness ช่วงเย็นๆ ในวันธรรมดาค่อนข้างคึกคักทีเดียวนะคะ จะเห็นว่ามีลูกบ้านหลายคนเลยมาใช้งานห้อง Fitness นี้ จำนวนเครื่องออกกำลังกายที่ให้มาอยู่ที่ประมาณ 8 เครื่อง ถือว่าไม่มากและไม่น้อยจนเกินไป

ด้านข้างทำเป็นพื้นที่นั่งแบบลดระดับลงมาเล็กน้อย

ขึ้นมาที่ชั้น 6-15 จัดเป็นชั้น typical floor plan นะคะ มีจำนวนยูนิตทั้งหมดต่อชั้นอยู่ที่ 17 ยูนิต เน้นห้องขนาด 2 Bedrooms อยู่บริเวณมุมอาคารที่สามารถมองวิวได้ทั้ง 2 ทิศ ส่วนห้องตรงกลางนั้นจะเป็นห้อง 1 Bedroom ทั้งหมดค่ะ มีตำแหน่งห้อง 1 Bedroom ห้องหนึ่งที่เป็นส่วนตัวดีไม่ติดกับห้องอื่นๆเลย คือห้องที่อยู่ใกล้กับโถงลิฟต์ติดกับบันไดหนีไฟทั้ง 2 ฝั่งเลย ว่ากันต่อในเรื่องของอัตราส่วนลิฟต์ที่นี่จัดว่ามีความหนาแน่นพอสมควรนะคะ อยู่ที่ 121.6 : 1

ต่อมาในชั้น 16 – 25 นั้นรูปแบบของการจัดวางแปลนนั้นจะเหมือนกันเลยค่ะ แต่จะมีห้องมุมที่เปลี่ยนแบบไปบ้าง รวมทั้งยิ่งชั้นสูงขึ้นเท่าไหร่ก็จะมีการลดทอนจำนวนห้องให้น้อยลงเป็นขั้นบันไดตามกฎหมายที่กำหนดไว้ ซึ่งหากลูกบ้านคนไหนที่อยู่ในชั้นสูงๆ นั้นนอกจากจะได้วิวระยะไกลแล้วก็จะได้ความเป็นส่วนตัวมากขึ้น เพราะมีจำนวนเพื่อนบ้านต่อชั้นน้อยลงนั่นเอง

ชั้น 26-28 นั้นเป็นชั้นบนสุดของอาคาร เหลือจำนวนยูนิตต่อชั้นเพียง 11 ยูนิต วางห้อง 2 Bedrooms เป็นห้องมุมทั้งหมดเช่นเคย และด้านหน้าโครงการที่หันไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้หรือด้านหน้าโครงการนั้นจะมีห้อง 3 Bedrooms 1 ยูนิตต่อชั้นค่ะ

ขึ้นมายังส่วนโถงลิฟต์ของชั้นพักอาศัยนะคะ ภายในตกแต่งค่อนข้างเรียบง่ายทีเดียว บริเวณพื้นปูด้วยกระเบื้องเซรามิกขนาดมาตรฐาน ภายในโถงลิฟต์ค่อนข้างสว่างเพราะได้ช่องเปิดกว้างพอสมควรค่ะ

บริเวณโถงทางเดินก็มีหน้าต่างให้ทุกมุม ช่วยให้แสงเข้าได้ดี ในช่วงกลางวันไม่จำเป็นต้องเปิดไฟหมด

บริเวณโถงทางเดินอีกจุดค่ะ

วิวที่เราถ่ายมาได้นั้นจะถ่ายจากห้องของลูกบ้านนะคะ สำหรับวิวนี้นั้นจะเป็นฝั่งทิศเหนือหรือด้านหลังโครงการ ได้วิวค่อนข้างโปร่งโล่งทีเดียวเพราะส่วนใหญ่เป็นอาคารแนวราบและ Low Rise เป็นหลัก

อีกฝั่งคือทิศตะวันออกซึ่งอยู่ติดกับบ้านพักอาศัยและอพาร์ทเม้น Low Rise หากใครที่อยู่ทิศนี้เลยชั้น 8 หรือชั้น 9 ขึ้นไปก็จะไม่ถูกอาคารข้างเคียงบล็อกวิวในระยะประชิดนะคะ ส่วนห้องชั้นสูงขึ้นมาหน่อย วิวที่ได้ชัดๆ เลยคือโครงการ Nye by Sansiri โครงการรุ่นน้องจากแสนสิรินั่นเองค่ะ แต่ถ้าเลือกตำแหน่งห้องค่อนมาทางด้านหน้าหรือด้านหลังนั้นจะได้วิวในระยะไกลไปอีกหน่อยสามารถมองเลยไปถึงฝั่งพระนคร แถบสาทรได้นะ

 

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • สระว่ายน้ำ 1 สระ
  • ห้องออกกำลังกาย 1 ห้อง ใส่เครื่องออกกำลังกายประมาณ 8 เครื่อง
  • สวนหย่อมรอบโครงการ
  • ลิฟท์โดยสาร 3 ตัว/อาคาร
  • อัตราส่วนลิฟท์รวมทั้งโครงการ 121.6 :  1
  • Service Lift 3 ตัว
  • ที่จอดรถประมาณ 207 คันคิดเป็น 57 % ไม่รวมจอดซ้อนคัน
  • ระบบ CCTV / Access Card

 


Product Walkthrough

สำหรับรีวิวฉบับนี้จะขอวิเคราะห์ผังห้องทั้งหมดในโครงการนะคะ แต่ไม่ได้พาไปชมห้องตัวอย่างนะ เนื่องจากพอเป็นห้องมือ 2 แล้วรายละเอียดต่างๆ ก็จะแตกต่างกันไปในแต่ละห้องไปแล้ว หากใครสนใจห้องในโครงการนี้แนะนำว่านัดเจ้าของหรือเอเจนซี่ไปดูสภาพและบรรยากาศภายในห้องกันเองเลยจะดีกว่าค่ะ เพราะจริงๆ มันมีหลายปัจจัยมากๆ ไม่ใช่เพียงการแต่งห้องนะคะ เช่น การดูแลรักษาห้อง ยังเหมือนใหม่หรือดูทรุดโทรมไป มีอะไรชำรุดไหม หรือเจ้าของเดิมเคยปล่อยห้องให้เช่ามาก่อนที่จะขายรึเปล่า และแน่นอนว่าหากเราไม่ได้ชอบการตกแต่งของเจ้าของเดิมเสียเท่าไหร่ หรือห้องนี้ค่อนข้างทรุดโทรมแล้ว แต่เป็นห้องที่ตำแหน่งดี ได้วิวสวย ก็อาจจะต้องเผื่องบประมาณค่าตกแต่งหรือซ่อมแซมเพิ่มเติมมาขึ้นด้วยนะคะ

ส่วน Spec วัสดุมาตรฐานจากโครงการ (ซึ่งอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้ ขึ้นอยู่กับเจ้าของห้องมือ 1 รวมไปถึงเฟอร์นิเจอร์อื่นๆ ด้วยนะคะ)

  • พื้นลามิเนต
  • พื้นกระเบื้อง (ครัว,ห้องน้ำ,ระเบียง)
  • Pantry ครัว

เริ่มจากห้องขนาดเล็กสุดในโครงการเลย คือห้อง Studio ขนาด 30 ตร.ม. จัดเป็นห้องที่มีขนาดกำลังดีนะคะสำหรับอยู่อาศัย 1-2 คน ด้วยขนาดพื้นที่ที่ไม่ได้กะทัดรัดจนเกินไป ส่วนการจัดฟังก์ชันภายในทำออกมาได้มาตรฐาน เป็นสัดส่วนและเหมาะสมกับการใช้งาน คือถึงแม้จะเป็นห้อง Studio ที่ไม่ได้มีพื้นที่กั้นระหว่างพื้นที่นั่งเล่นและพื้นที่เตียงนอนแต่ก็เห็นพื้นที่ที่เป็นสัดส่วนตามมาตรฐานของห้องแบบ Studio ได้ครัวปิดเหมาะกับการทำอาหารดี ทั้งเรื่องของกลิ่นที่ก็ไม่ฟุ้งเข้าไปภายในห้อง และปูด้วยกระเบื้องเซรามิกที่คงทนต่อการใช้งานและง่ายต่อการทำความสะอาดมากกว่าลามิเนต เหมาะกับการคนที่อาศัยอยู่คนเดียวหรืออยู่เป็นคู่ไม่ได้ต้อนรับแขกบ่อยๆ หรือไม่ซีเรียสพื้นที่ส่วนตัว เพราะ พื้นที่เตียงนอนไม่ได้ถูกกั้นชัดเจนให้เป็นโซน Private ต้องการครัวปิดเป็นสัดส่วน

ถัดมาเป็นห้อง 1 Bedroom ขนาด 39.5 ตร.ม. เป็นขนาดที่ใหญ่ขึ้นมาจากห้อง Studio ขึ้นมาหน่อย ทำให้ตัวห้องมีความลึกมากขึ้น เน้นพื้นที่ห้องนั่งเล่นขนาดใหญ่ ได้ห้องนอนเป็นสัดส่วนกั้นด้วยประตูบานเลื่อนกระจกซึ่งหากใครต้องการความเป็นส่วนตัวมากขึ้นอีกหน่อยก็สามารถติดฟิล์มฝ้าหรือติดม่านเพิ่มเติมได้ ส่วนการจัดวางฟังก์ชันอื่นๆ นั้นจะคล้ายคลึงกับห้อง Studio เลยค่ะ ได้ครัวปิดเช่นเดียวกันแต่มีความยาวห้องมากขึ้น ส่วนข้อด้อยของผังห้องนี้คือห้องนั่งเล่นที่ไม่ได้วิวภายนอก

ผังห้อง 1 Bedroom อีกแบบก็จะเป็นห้องแบบหน้ากว้าง ซึ่งทำให้แบบผังห้องนี้ได้เปรียบในเรื่องของวิวและช่องเปิดที่มากกว่าห้อง 1 Bedroom ก่อนหน้า โดยพื้นที่ห้องนั่งเล่นและห้องนอนจะได้วิวภายนอกทั้งหมด รวมทั้งได้ห้องนอนแบบเป็นสัดส่วนชัดเจนมากขึ้น เพราะมีประตูทึบชัดเจนไม่ได้เป็นประตูบานเลื่อนกระจกที่ยังต้องมาติดฟิล์มฝ้าหรือติดม่านเพิ่ม รวมทั้งได้ Master Bedroom คือมีห้องน้ำในตัวและ Walk-in Closet ถูกใจสาวๆ ที่ต้องการพื้นที่ตู้เสื้อผ้าพอสมควรนะคะ แต่ก็แลกมากับพื้นที่ครัวที่จะได้แบบครัวเปิด ซึ่งไม่เหมาะกับการทำอาหารหนักมากนัก เน้นไปที่ต้มหรืออุ่นกับข้าวมากกว่า

มาดูห้องแบบ 2 Bedroom กันบ้างนะคะ ลักษณะของห้อง 2 Bedroom นั้นจะเป็นห้องหน้ากว้าง จัดสรรฟังก์ชันได้ลงตัว เหมาะกับการใช้งาน คือเข้ามาภายในห้องจะเจอพื้นที่ Common Area ก่อน ด้านซ้ายเป็นส่วนครัว ห้องน้ำรวม และระเบียงซักล้าง ซึ่งถือเป็นโซน Service ทั้งหมด ถัดมาด้านขวาของ Common Area นั้นจัดให้เป็นโซน Private ชัดเจน คือเป็นห้องนอนเล็กและห้องนอนใหญ่ค่ะ โดยห้องนี้จะเน้นพื้นที่ห้องนอนใหญ่ชัดเจนมาก เพราะภายในได้ขนาดพื้นที่ค่อนข้างเยอะ มีพื้นที่วางโต๊ะทำงาน ระเบียง และห้องน้ำภายในห้องนอน จัดเป็นผังห้องที่ทำออกมาค่อนข้างลงตัวและอยู่ได้สบายๆ สำหรับ 2-3 คน

ห้อง 2 Bedroom อีก 4 Types ทั้งจะมีการจัดวางฟังก์ชันที่ใกล้เคียงกันมาก แต่แตกต่างกันตรงพื้นที่ใช้สอยบวกลบนิดหน่อยและตำแหน่งที่แตกต่างกันนะคะ เข้ามาภายในจะเป็นส่วนพื้นที่ Common Area ก่อน ซึ่งจะประกอบด้วย พื้นที่นั่งเล่น พื้นที่รับประทานอาหารและพื้นที่ครัวเชื่อมกันทั้งหมก ถัดมาจะเป็นส่วน Corridor เชื่อมส่วนห้องนอนเล็กและห้องน้ำที่ใช้แชร์ร่วมกับส่วนภายนอก และด้านในสุดนั้นจะเป็นส่วนห้องนอนใหญ่ซึ่งจะมีห้องน้ำในตัว ส่วนใหญ่แปลนนี้จะค่อนข้างให้ความสำคัญกับห้องนอนใหญ่พอสมควรนะคะ เหมาะกับคนที่ชอบห้องนอนใหญ่ ได้พื้นที่ Walk in Closet หรือจัดฟังก์ชันเพิ่มเป็นพื้นที่ส่วนทำงานเพิ่มเติมได้

และห้องที่มีขนาดใหญ่ที่สุดคือห้อง 3 Bedroom ขนาด 95.5 ตร.ม. มีการจัดฟังก์ชันภายในคล้ายคลึงกับห้อง 2 Bedroom นะคะ เพียงแต่ได้ห้องนอนเล็กเพิ่มมาอีกห้องตรงกลางของแปลน และส่วนห้องน้ำในห้องนอนใหญ่นั้นจะได้อ่างอาบน้ำเพิ่มเติมขึ้นมาด้วยค่ะ

 

ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 14 April 2017

เนื่องจากเป็นโครงการที่ขายหมดและโอนกันหมดแล้วนะคะ ดังนั้นต้องซื้อต่อจากเจ้าของเดิม ทำให้ราคาก็จะค่อนข้างหลากหลายขึ้นอยู่กับทำเลห้องได้อยู่ชั้นสูงหรือชั้นล่าง ตกแต่งครบ ความพอใจราคาจากการตกลงกันระหว่างคนซื้อและคนขายราคาต่อตารางเมตรในปัจจุบัน ปี 2017 จะอยู่ที่ประมาณ ~100,000 – 120,000 บาท/ตร.ม.

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ

 


เจาะลึกรวบยอด

โครงการ Hive Taksin by Sansiri เป็นโครงการตัวแรกๆ ของแสนสิริที่มาเปิดทำเลใกล้ BTS วงเวียนใหญ่ สร้างเสร็จมาแล้วประมาณ 6 ปี จากราคาขายในช่วงเปิดตัวอยู่ที่ประมาณ 7x,xxx บาท/ตร.ม. ก็ขยับมาอยู่ที่ 100,000 – 120,000 บาท/ตร.ม. แล้ว ตามราคาตลาดจากโครงการข้างเคียงที่ช่วยเพิ่มฐานราคาให้สูงขึ้นได้เรื่อยๆ โดยรวมแล้วโครงการนี้ไม่ได้จัดว่ามีจุดเด่นที่ชัดเจนเท่ากับโครงการอื่นๆ ในละแวกนี้นะคะ แต่จัดว่าเป็นโครงการที่มีราคาหยิบจับกลางๆ ในย่านนี้ ไม่สูงโดดเหมือน The Room BTS วงเวียนใหญ่ หรือ NYE by Sansiri แต่ก็ยังได้ Facilities ที่ครบครัน จำนวนยูนิตที่น้อยกว่า เมื่อเทียบกับทั้ง 2 โครงการ เป็นหนึ่งในตัวเลือกสำหรับคนที่มีงบประมาณเริ่มต้นประมาณ 3 ล้านต้นๆ ที่มองหาคอนโดในทำเลนี้ ซึ่งเรทราคาต่อตารางเมตรโครงการนี้ถือว่ามีตัวเลือกค่อนข้างมากนะคะ ใครที่กำเงินไว้อยู่และต้องการโครงการใกล้ BTS วงเวียนใหญ่ก็มีให้เลือกทั้ง Teal สาทร-ตากสิน, Fuse สาทร-ตากสิน

ทำเล – ทำเลโครงการนี้เหมาะกับคนในพื้นที่นี้ต้องการขยับขยายออกมาอยู่คอนโดที่ใกล้รถไฟฟ้าเดินทางสะดวก หรือที่ทำงานในละแวกนี้เลยไปถึงย่านสาทร และแม้กระทั่งกลุ่มพ่อแม่ที่ซื้อให้ลูกๆ ที่เรียนจุฬาฯ หรือเตรียมอุดมฯ ด้วยเช่นกัน ด้วยความที่ใกล้รถไฟฟ้าสายหลักที่เดินทางเข้าเมืองไปสาทร-สยามได้ง่าย ดังนั้นทำเลนี้จึงเป็นทำเลที่มีกลุ่มลูกค้าที่เน้นความสะดวกสบายในการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าค่อนข้างชัดเจนกว่าการเลือกทำเลด้วยความอุดมสมบูรณ์ เพราะส่วนใหญ่ความอุดมสมบูรณ์ในย่านนี้จะไปรวมกันอยู่บนถนนเจริญนครและลาดหญ้าเสียมากกว่านะคะ แต่ก็ใช่ว่าจะหาของกินยากนะ ด้วยความที่ปัจจุบันทำเลบนถนนกรุงธนบุรีนี้มีคอนโดและอาคารสำนักงานใหญ่มารวมกลุ่มกันเกิน 10 กว่าโครงการไปแล้ว ดังนั้นเรื่องของอาหารการกินก็ย่อมมาเกิดขึ้นเพื่อมารองรับความต้องการของคนในพื้นที่นี้เป็นธรรมดา ซึ่งเราก็จะเห็นร้านอาหาร ร้านรถเข็นตลอดข้างทางให้เลือกกินได้ในทั้งช่วงกลางวันและกลางคืนเลยค่ะ แต่ย้ำว่าไม่ได้คึกคักเท่าถนนเจริญนครกับลาดหญ้านะ

การเดินโดยใช้รถส่วนตัว – การเดินทางโดยใช้รถจัดว่าสะดวกค่ะ แม้ตัวโครงการจะไม่ได้ติดถนนใหญ่กรุงธนบุรีจริง แต่ด้วยความที่เข้าซอยไม่ลึกเลยทำให้การเข้า-ออกค่อนข้างสะดวก และยังอยู่ฝั่งขาเข้าเมืองอีกด้วย นอกจากนี้ข้อพิเศษของทำเลโครงการนี้คือสามารถลัดเข้าซอยกรุงธนบุรี 1 ซึ่งเป็นซอย One Way ไปออกถนนเจริญรัถและถนนลาดหญ้าได้อีกด้วยค่ะ ส่วนเรื่องที่จอดรถนั้นได้ 57% จัดว่าไม่มากไม่น้อย พอหักลบได้กับการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าที่สะดวก

การเดินทางโดยไม่ใช้รถ – การเดินทางแบบไม่ใช้รถจัดว่าสะดวกมาก เพราะมีระยะห่างจากสถานีวงเวียนใหญ่เพียง 450 ม. อีกทั้งยังอยู่ในซอยไม่ลึก ให้เดินออกมาเรียกแท็กซี่ พี่วินได้ง่ายและปลอดภัย ไม่เปลี่ยวค่ะ

การออกแบบ – การออกแบบโครงการทำออกมาอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ไม่หวือหวา จุดเด่นของโครงการคงจะเป็นในเรื่องของจำนวนยูนิตโครงการไม่มากเมื่อเทียบกับโครงการข้างเคียงส่วนใหญ่ ซึ่งใครที่ชอบความเป็นส่วนตัวหน่อย ไม่วุ่นวายมากนักโครงการนี้ก็น่าสนใจค่ะ ส่วนในเรื่องของอัตราส่วนลิฟต์จัดมาให้ค่อนไปทางหนาแน่นพอสมควรอยู่ที่ 121.6 : 1

ส่วนตัวห้องโครงการเริ่มด้วยห้อง Studio ขนาด 30 ตร.ม.หากพูดถึงฟังก์ชันห้องที่นี่จะแบ่งออกเป็น 2 แบบ ใหญ่ๆ

  • ห้อง Studio + 1 Bedroom Type 1 : เป็นห้องแบบหน้าแคบลึก พื้นที่นั่งเล่นไม่ติดกับหน้าต่าง แต่ได้ครัวปิดเป็นสัดส่วนดีค่ะ
  • ห้อง 1 Bedroom Type 2-4 , 2 Bedrooms และ 3 Bedrooms : เป็นห้องหน้ากว้างจัดฟังก์ชันได้เป็นสัดส่วน ฟังก์ชันห้องส่วนใหญ่ติดกับหน้าต่างเกือบทั้งหมดทำให้ตัวห้องโปร่งโล่งและสามารถมองวิวได้ ข้อด้อยคือ ครัวเปิด ไม่เหมาะกับการทำอาหารหนักมากนัก จะเน้นเป็นการทำครัวแบบยุโรป Pantry เตรียมอาหารเบาๆ ต้ม หรืออุ่นเป็นหลักค่ะ

วัสดุอุปกรณ์ – วัสดุในส่วนกลางของโครงการจัดอยู่ในเกรดที่ค่อนไปทางธรรมดามาก เมื่อเทียบกับราคาปัจจุบัน และเทียบกับโครงการข้างเคียงที่ขายในราคาต่อตารางเมตรพอๆ กันด้วยนะคะ เช่นที่เห็นได้ชัดๆ เลยคือส่วน Lobby โครงการ โถงลิฟต์ในชั้นพักอาศัยปกติที่ปูพื้นด้วยกระเบื้องเซรามิก แต่ในส่วนของวัสดุภายในห้องนั้นไม่สามารถวิเคราะห์ได้แบบฟันธงเสียทีเดียวเนื่องจากเป็นคอนโดที่มีรูปแบบการขายมือ 2 แล้ว ส่วนใหญ่วัสดุภายในห้องก็จะขึ้นอยู่กับเจ้าของมือ 1 ในหลายๆ ปัจจัยทั้งการดูแลรักษา การตกแต่งห้อง หรือ Renovate ห้องด้วย ทำให้แต่ละห้องในโครงการก็จะไม่เหมือนกันแล้ว หากใครสนใจแนะนำให้ไปดูสภาพห้องด้วยตัวเองเลยจะดีที่สุดค่ะ

สาธารณูปโภค – ให้มามาตรฐานครบครัน มีการดูแลรักษาดีและสะอาดสะอ้านน่าใช้งานนะคะ โดย Facilities ที่ได้จะอยู่ที่ชั้น 5 มีสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ พร้อมสระแช่จากุซซี่ ห้อง Fitness ห้องน้ำแยกชาย/หญิงพร้อมห้อง Steam และในชั้นล่างก็มีจัดสวนหย่อมขนาดย่อมๆ ให้สามารถไปเดินเล่นสูดอากาศกันได้ค่ะ โดยรวมแล้วไม่ได้หวือหวามากมายแต่ด้วยการดูแลรักษาที่ดีจากนิติบุคคลทำให้ส่วน Facilities นั้นน่าใช้งานอยู่ ไม่ดูโทรมไปตามกาลเวลา แม้โครงการจะสร้างเสร็จมาแล้ว 6 ปีก็ตามค่ะ

 

Judgement

เนื่องจากเป็นโครงการที่ขายหมดแล้ว ซึ่งปัจจุบันรูปแบบการขายเปลี่ยนแปลงเป็นแบบ Re-sale ซึ่งค่อนข้างมีความแตกต่างกันไปทั้งเรื่องของวัสดุ การตกแต่งภายในห้อง รวมทั้งเรื่องของราคาที่ค่อนข้างหลากหลายขึ้นอยู่กับทำเลห้องได้อยู่ชั้นสูงหรือชั้นล่าง และความพอใจราคาจากการตกลงกันระหว่างคนซื้อและคนขาย ดังนั้นจึงไม่สามารถให้คะแนนในรีวิวนี้ได้นะคะ

  • MAIN CLASS

 

BOTTOM LINE

Hive Taksin by Sansiri เหมาะสำหรับคนฝั่งธน ที่ใช้ชีวิตอยู่ฝั่งนี้เป็นหลัก และเหมาะสำหรับคนทำงานและน้องๆที่ต้องเดินทางไปย่านสาทรสีลม สยาม ที่เบื่อการใช้รถ ต้องการนั่งรถไฟฟ้าไปเรียนหรือทำงาน ไม่ชอบความพลุกพล่านในเมือง เน้นความเป็นส่วนตัว โครงการจำนวนยูนิตไม่มาก มีงบประมาณตั้งแต่ 3 – 11 ล้านบาท หรือมีกำลังผ่อนต่อเดือนประมาณ 21,000 – 88,000 บาท

ถ้าเห็นว่ารีวิวนี้มีประโยชน์ ช่วยกด LIKE ให้เราหน่อยนะคะ จะได้มีกำลังใจทำรีวิวถัดๆไปค่ะ

สมัครสมาชิกพร้อมรับข่าวสารเพิ่มเติม (คลิกที่นี่ )

Share

Leave a Reply