พาชมตึกเสร็จ Chapter One Midtown ลาดพร้าว 24 คอนโด High Rise 37 ชั้นห่างจาก MRT ลาดพร้าว 130 เมตร [รีวิวฉบับที่ 1337]

April 26, 2017 08:003 comments

รีวิวฉบับที่ 1337 … สวัสดีค่ะ วันนี้จะพามาชมตึกเสร็จโครงการ Chapter One Midtown ลาดพร้าว 24 จาก พฤกษา เรียลเอสเตท คอนโดมิเนียม High Rise 37 ชั้นพร้อมอาคารจอดรถ ตกแต่งในสไตล์ Industrial Loft ตั้งอยู่ติดถนนลาดพร้าว ห่างจาก MRT ลาดพร้าวประมาณ 130 เมตร ซึ่งตอนเปิดตัวใหม่ๆกระแสตอบรับดีพอสมควรเลย ตามไปชมกันค่ะ

Fact @ 19 April 2017

  • Chapter One Midtown Ladprao 24 (แชปเตอร์วัน มิดทาวน์ ลาดพร้าว 24)
  • พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด
  • HIGH CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment คอนโดได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ในเขต : จตุจักร
  • คอนโด High Rise 37 ชั้น 1 อาคาร 514 ยูนิต และ ร้านค้า 3 ยูนิต
  • อาคารจอดรถสูง 7 ชั้น 1 อาคาร
  • ยูนิตต่อชั้นสูงสุด 17 ยูนิตที่ชั้น 4-29
  • ที่จอดรถประมาณ 200 คันคิดเป็น 38% รวมจอดซ้อนคัน คิดเป็น 45%
  • ที่ดินประมาณ 2-3-31.9 ไร่
  • เริ่มก่อสร้าง : 2558
  • สร้างเสร็จพร้อมอยู่ : 2560
  • Studio ขนาด 23.71-24.15 ตร.ม.
  • 1 Bedroom ขนาด 29.61 – 38.66 ตร.ม.
  • 2 Bedroom ขนาด 58.64 ตร.ม.
  • ราคาห้องเริ่มต้น 1 ห้องนอน 3.7 ล้านบาท (ราคาณ.ปัจจุบัน)
  • ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรทั้งโครงการ 134,000 บาท/ตร.ม. (ราคาณ.ปัจจุบัน)
  • ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรต่ำสุด-สูงสุด : 125,000 – 143,000  บาท/ตร.ม. (ราคาณ.ปัจจุบัน)
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่ 
  • Call Center : 1739

เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วค่ะ

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างค่ะ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด : 13.806471,100.572747

แผนที่จากทางโครงการค่ะ

ตัวโครงการตั้งอยู่ติดถนนลาดพร้าวระหว่างซอยลาดพร้าว 24 และ ลาดพร้าว 26 อยู่ตรงข้ามเยื้องๆกับอาคารจอดแล้วจร โดยมีระยะห่างจากสถานีรถไฟใต้ดิน (MRT) ที่ใกล้ที่สุดคือสถานีลาดพร้าวตรงทางออกที่ 2 ราวๆ 130 เมตร ถือว่าอยู่ในระยะเดินไปจุดขึ้นลงรถไฟใต้ดินได้สะดวกมาก ใกล้กับแยกรัชดาฯ-ลาดพร้าวโดยอยู่ก่อนถึงแยกประมาณ 250 เมตร ซึ่งแยกนี้ใช้เป็นจุดกลับรถได้ โครงการที่อยู่ทางฝั่งนี้มีข้อดีตรงที่รถจะไม่ติดเท่าลาดพร้าวทางฝั่งที่เลขเยอะๆที่มุ่งหน้าไปทางบางกะปิ เพราะมีซอยลัดและสามารถใช้เส้นทางไปออกถนนวิภาวดีรังสิตหรือถนนพหลโยธินได้ ดังนั้นการเดินทางโดยรถยนต์จึงมีทางเลือกมาก เพราะหากลาดพร้าวรถติด ก็สามารถเลี่ยงใช้ซอย 26 (ขากลับคอนโด) เป็นซอยลัด หรือสามารถใช้ซอย 20,18 (ขาออกจากคอนโด) ในการเลี่ยงรถติดไปออกถนนวิภาวดีหรือรัชดาภิเษกได้ด้วย ถ้าไม่ใช้ซอยลัดทำเลนี้ก็สามารถใช้เส้นทางเชื่อมไปออกถนนรัชดาภิเษก ถนนวิภาวดีรังสิต ถนนพหลโยธินได้สะดวก

การเดินทางโดยไม่ใช้รถสามารถเดินไปขึ้น MRT สถานีลาดพร้าวคือ Exit2 ระยะทางประมาณ 130 เมตร ระยะเดินง่าย ติดถนนใหญ่จึงไม่เปลี่ยว ระหว่างทางมีร้านค้าตามริมฟุตบาทอยู่บ้าง ในอนาคตที่สถานีพหลโยธิน จะกลายเป็น Interchange กับ BTS สายสีเขียวส่วนต่อขยาย “หมอชิต-สะพานใหม่-คูคต” ที่เริ่มมีการก่อสร้างแล้ว แผนเสร็จในปี 2562 และเปิดให้บริการในปี 2563 (ซึ่งคิดว่าไม่น่าจะทันแผนต้องรอดูกันต่อไป) วิ่งผ่านบนถนนพหลโยธิน สถานีที่ใกล้ที่สุดคือสถานีห้าแยกลาดพร้าว นอกจากนั้นทางฝั่ง BTS  สายสีเหลือง “ลาดพร้าว-สำโรง” น่าจะเตรียมตัวเริ่มก่อสร้างประมาณปีหน้า จะทำให้ MRT สถานีลาดพร้าวจะกลายเป็น Interchange อีกเช่นกัน ตั้งอยู่ช่วงหน้าอาคารจอดแล้วจรบนถนนรัชดาภิเษก ส่วนการเดินทางอื่นๆ สามารถพึ่งพาพี่วินมอเตอร์ไซค์ แท็กซี่ และรถเมล์บนถนนลาดพร้าวได้เลย เรียกรถง่ายไม่ต้องกังวลเพราะโครงการอยู่ติดกับถนนใหญ่

การเดินทางในวันนี้เราเริ่มจาก MRT สถานีลาดพร้าวทางออก 2 ตรงมาตามทางเรื่อยๆกินระยะทางประมาณ 130 เมตรก็จะถึงโครงการ จากนั้นจะพาเดินไปชมบรรยากาศจากตัวโครงการไปจนถึงแยกรัชดาฯ-ลาดพร้าวที่ในอนาคตจะเป็นสถานี Interchange กับสายสีเหลือง “ลาดพร้าว-สำโรง” ตั้งอยู่ช่วงหน้าอาคารจอดแล้วจร

เริ่มจาก MRT สถานีลาดพร้าวทางออก 2 ที่เขียนว่าไปซอยลาดพร้าว 24 ตัวโครงการจะอยู่ใกล้ๆกับซอยนี้เลย

สถานีลาดพร้าวทางออก 2 ค่ะ

เราเดินตรงมาตามทางมุ่งหน้าไปแยกรัชดาฯ-ลาดพร้าวจะเจอป้ายรถเมล์

ฝั่งตรงข้ามสถานีจะมีร้านอาหาร บะหมี่บ้านโป่งเจ๊แดง เปิดตอนเย็นๆ มีขายทั้งข้าวหมูแดง ข้าวมันไก่ ข้าวต้ม บะหมี่และอาหารตามสั่งต่างๆ ขากลับบ้านเดินข้ามไปกินได้สะดวก นอกจากร้านนี้ตามฝั่งริมถนนใหญ่ก็มีร้านอาหารที่อยู่ข้างล่างตึกแถวเปิดขายอยู่เป็นระยะๆ มีร้านค้ารถเข็นเยอะหน่อยในซอยลาดพร้าว18

เราเดินตรงต่อมาก็จะเจอกับซอยลาดพร้าว 24 ใกล้ถึงโครงการแล้ว เดินไม่ไกลเลย

เดินมาอีกหน่อยจะเจอร้านโชคดีติ่มซำ ใกล้ๆกันมีร้านซ้งฮื้อหม้อไฟขายอาหารจีนและข้าวต้ม เปิดตอนเย็นๆ

มีร้านกาแฟ Namiseom Coffee

เดินตรงตามทางไปเรื่อยๆฝั่งที่ติดถนนใหญ่จะเป็นตึกแถวตลอดทาง

ถัดจากร้านป้าย สีส้มๆไปก็จะเป็นโครงการ Chapter One Midtown ลาดพร้าว 24 แล้วค่ะ

ป้ายโครงการสีส้มตัดกับสีดำดูเด่นทีเดียว อีกเดี๋ยวเราค่อยกลับมาชมโครงการนะคะ  ไปเดินเล่นดูรอบๆกันต่ออีกหน่อยก่อน

ฝั่งตรงข้ามโครงการเป็นคอนโด Ideo ลาดพร้าว17 ข้างๆกันคือซอยลาดพร้าว19 ที่มีร้านอาหารญี่ปุ่น Kabocha Sushi (ร้านสีเหลืองๆ) อยู่ด้านหน้า

เดินต่อมาสภาพแวดล้อมยังคงเป็นตึกแถวที่มีร้านค้าอยู่ด้านล่างตลอดทาง

มีร้านกาแฟและขนม Southern Coffee

บริเวณหน้าปากซอยซอยลาดพร้าว 28 จะมี 7-11 อยู่ห่างโครงการประมาณ 45 เมตร

ตรงมาเรื่อยๆจะเจอกับสถานีรถไฟฟ้าทางออกที่ 1 ซึ่งจะอยู่ใกล้กับแยกรัชดาฯ-ลาดพร้าว

แยกรัชดาฯ-ลาดพร้าวในอนาคตจะเป็นตำแหน่งของสถานี Interchange กับสายสีเหลือง “ลาดพร้าว-สำโรง” ตั้งอยู่ช่วงหน้าอาคารจอดแล้วจร จากแยกนี้ถ้าเลี้ยวขวาจะเป็นทางไปรัชดาภิเษกฝั่งมุ่งหน้าไปพระราม9 ถ้าเลี้ยวซ้ายจะเป็นทางมุ่งหน้าไปรัชโยธิน , พหลโยธิน

อาคารจอดแล้วจรค่ะ ข้างล่างอาคารจะมีร้านค้า ร้านอาหารต่างๆมาวางของขายด้วย

บริเวณแยกจะมีห้างสวนลุมไนท์บาซ่า เป็นพื้นที่ขายของ ซุปเปอร์มาร์เก็ต ภัตตาคารและร้านอาหาร โรงแรม และร้านค้าต่างๆ

มี McDonald’s ด้วย

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะคะ

โครงการ Chapter One Midtown ลาดพร้าว 24 ตั้งอยู่บนพื้นที่ประมาณ 2-3-31.9 ไร่ ที่ดินเป็นผืนยาวๆ มีทางเข้า-ออกทางเดียว แบ่งอาคารเป็น 2 อาคาร อาคารแรกฝั่งติดถนนใหญ่เป็นอาคารพักอาศัยสูง 37 ชั้น ส่วนด้านหลังเป็นอาคารจอดรถสูง 7 ชั้น มีแต่ละด้านของโครงการติดกับ

  • ทิศเหนือ – ติดกับถนนลาดพร้าว ฝั่งตรงข้ามเป็นคอนโด Ideo ลาดพร้าว17 และ อาคารพาณิชย์
  • ทิศตะวันออก – ติดกับตึกแถว อาคารพาณิชย์ และ อพาร์ทเม้นท์ ถัดไปเป็นคอนโดสูง 27 ชั้น
  • ทิศใต้ – ติดกับบ้านพักอาศัยสูง 2-3 ชั้น
  • ทิศตะวันตก – ติดกับอาคารพาณิชย์ อาคารสำนักงาน ด้านในซอยเป็นบ้านพักอาศัย

ทิศเหนือ ติดกับถนนลาดพร้าว ฝั่งตรงข้ามเป็นคอนโด Ideo ลาดพร้าว17 และ อาคารพาณิชย์ มีร้านอาหาร Kabocha Sushi (ร้านสีเหลืองๆ)อยู่

ทิศตะวันออก ฝั่งที่มุ่งหน้าไปทางแยกรัชดาฯ-ลาดพร้าวจะติดกับตึกแถว อาคารพาณิชย์ และ อพาร์ทเม้นท์

ทิศตะวันตก ติดกับอาคารพาณิชย์ อาคารสำนักงาน ด้านในซอยเป็นบ้านพักอาศัย

ในซอยจะเป็นบ้านพักอาศัยแนวราบสูงประมาณ 2-3 ชั้น

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ ลาดพร้าว 2 ~ 700 m.
  • สวนลุมไนท์ฯ ~ 240 m.
  • Union Mall ~ 1.4 km.
  • Central ลาดพร้าว ~ 1.9 km.
  • Major รัชโยธิน ~ 3.1 km.
  • ตลาดนัดจตุจักร ~ 3.2 km.
  • โรงเรียนหอวัง ~ 4.3 km.


เจาะลึกตัวโครงการ

Chapter One Midtown ลาดพร้าว 24 เป็นคอนโด High Rise 37 ชั้น 1 อาคาร + อาคารจอดรถอยู่ด้านหลังอีก 1 อาคาร ภายนอกอาคารออกแบบมาเรียบๆ สไตล์โมเดิร์น ทาสีขาว แต่การตกแต่งส่วนกลางจะมาใน Concept Industrial Loft Design ที่เน้นสีวัสดุปูน, เหล็ก, ไม้ และ อิฐ ซึ่งถ้าใครชอบสไตล์นี้น่าจะถูกใจ ชั้นล่างเป็น Lobby ส่วน Facility หลักจะอยู่ที่ชั้น 36-37 นอกนั้นเป็นชั้นพักอาศัยเริ่มที่ชั้น 4

ดู Master plan กันค่ะ เนื่องจากที่ดินของโครงการนี้เป็นเส้นยาวๆหน้าแคบ ทำให้การวางตัวอาคารต้องวางตรงๆตามลักษณะรูปร่างของที่ดิน แบ่งออกเป็น 2 อาคาร อาคารด้านหน้าเป็นอาคารพักอาศัย 37 ชั้น ชั้นล่างจะมีร้านค้า 3 ร้าน ด้านหลังจะเป็นอาคารจอดรถสูง 7 ชั้น ถ้าลูกบ้านที่ใช้รถอาจจะต้องเดินไกลหน่อย จุด Drop-off จะอยู่ตรงกลางระหว่าง 2 ตึก

หน้าโครงการมีป้ายขนาดใหญ่ ใช้อิฐสีส้มตัดกับผนังสีดำดูเด่นดีค่ะ ป้อมยามจะอยู่ฝั่งตรงข้าม ถัดเข้าไปเป็นสวนหย่อม อาคารแรกที่เราเจอคืออาคารพักอาศัยสูง 37 ชั้น

ถัดเข้าไปเป็นอาคารพักอาศัย ด้านหน้าเป็นร้านค้าและทางเข้าไป Lobby  คนที่มีรถต้องเอาไปจอดที่อาคารจอดรถด้านหลังค่ะ

ตรงไปด้านหลังโครงการจะเจอกับอาคารจอดรถ ทางฝั่งขวามีทางลาดสำหรับกรณีที่จะใช้ขนของหรือรองรับคนพิการได้

ด้านหลังโครงการเป็นอาคารจอดรถสูง 7 ชั้น ออกแบบมาดีไซน์เข้ากับอาคารพักอาศัย ชั้นบนสุดจัดเป็น Facility อีกจุดหนึ่งด้วย

อาคารพักอาศัยจะมีทางออกด้านหลังสำหรับเดินไปที่จอดรถ

ทางเข้าที่จอดรถจะมีรั้วกั้นไม้กระดกที่จะต้องใช้คีย์การ์ดในการผ่านเข้าไป

มีบันไดขึ้นไปที่ชั้น 2 ด้วยสำหรับใครที่ไม่ได้จอดรถชั้นล่าง

จากบันไดด้านหน้าอาคาร เดินขึ้นมาจะเจอกับโถงลิฟต์ก่อนเลย เป็นลิฟต์ล็อคชั้น

บรรยากาศภายในที่จอดรถค่ะ

ในอาคารจอดรถ พอขึ้นไปชั้นบนสุดคือชั้น 7 จะมี Facility คือ Tennis Court , Midtown Park และ Multi-Purpose Room

ขึ้นมาที่ชั้น 7 จะเจอกับพื้นที่ส่วนกลางที่มีประตูกั้นอยู่ ต้องใช้คีย์การ์ดในการผ่านเข้าไปค่ะ

ขึ้นมาจะเจอห้องเอนกประสงค์ (Multi-Purpose Room) ใช้เป็นที่นัดพับเพื่อนๆ หรือ มานั่งทำงาน อ่านหนังสือได้

มีทั้งที่นั่งแบบเป็นโต๊ะยาวๆเหมาะกับใช้งานเป็นกลุ่ม หรือ แบบ 2 ที่นั่ง ด้านหลังเป็นทางไปสวนและสนามเทนนิส

บรรยากาศอีกมุมหนึ่ง มองย้อนกลับไปที่ทางเข้าค่ะ

มีชุดที่นั่งแบบ 2 ที่ สำหรับใครที่มาใช้พื้นที่กันไม่เกิน 2 คนและต้องการความเป็นส่วนตัว ด้านข้างเป็นหน้าต่างมองออกไปเห็นวิวสวนด้านนอก

เดินถัดเข้ามาด้านหลังจะเจอกับห้องน้ำแยกชาย-หญิง และประตูทางออกไปสวนและสนามเทนนิส

ห้องน้ำแยกชาย-หญิงมาให้ค่ะ

ภายในมีทั้งอ่างล้างมือ ล็อคเกอร์ห้องน้ำห้องอาบน้ำมาให้ครบ สำหรับใครที่มาตีเทนนิสเหนื่อยๆก็พักอาบน้ำก่อนกลับห้อง การตกแต่งเลือกกระเบื้องที่ลวดลายคล้ายอิฐให้เข้ากับ Concept ของโครงการ

อ่างล้างมือดีไซน์มาเข้ากับโครงการ ทั้งเฟอร์นิเจอร์ และ ของตกแต่ง

ล็อคเกอร์จัดมาให้เยอะพอสมควร ทางฝั่งขวาเป็นห้องน้ำและห้องอาบน้ำ

บรรยากาศภายในห้องน้ำและห้องอาบน้ำค่ะ

เดินถัดออกมาข้างนอกจะเป็นพื้นที่นั่งเล่นและสวนหย่อม

บริเวณนี้ใช้เป็นพื้นที่นั่งเล่นรับลมแต่ต้องมาตอนเย็นๆนะเดี๋ยวร้อนและใช้ออกกำลังกายได้ พื้นเป็นยางแบบพิเศษ ถ้าเด็กหกล้มจะไม่เจ็บ

ด้านหลังเป็นสนามเทนนิส

โครงการนี้มีสนามเทนนิสมาให้สำหรับให้ลูกบ้านมาออกกำลังกาย ติดตั้งตาข่ายมาให้โดยรอบ

กลับมาดูที่อาคารพักอาศัยค่ะ ด้านหน้าเป็นร้านค้าโดยทางโครงการจะเลือกร้านเพื่อให้เข้ากับ Concept ของโครงการ

การตกแต่งจะเริ่มเป็นสไตล์ Loft ตั้งแต่บริเวณนี้ค่ะ ตกแต่งด้วย เหล็กสีดำ และ อิฐ ทางเข้า Lobby จะอยู่ด้านใน

ด้านหน้าจะเป็น Sales Office และ Customer Service ทางเข้า Lobby คือประตูทางฝั่งซ้ายสุด

เข้ามาจะเจอกับ Lobby ฝ้าเพดานสูง 10 เมตร ทางฝั่งซ้ายเป็นผนังกระจกทั้งแผงทำให้บรรยากาศดูโปร่ง ตกแต่งตาม Concept ดู Loft ดี

มีที่นั่งสำหรับพักคอยมาให้หลายชุด

เคาน์เตอร์ก็ทำออกมาเข้ากันกับดีไซน์

ถัดเข้าไปมีชุดที่นั่งขนาดใหญ่อีก 2 ชุด ฝั่งตรงข้ามเป็นทางเข้าโถงลิฟต์

ชุดที่นั่งค่ะ ถ้านัดเพื่อนมาหลายๆคนหรือนัดคุยงานประชุมก็ใช้พื้นที่ตรงนี้ได้

มีทางขึ้นไปในส่วน Service ที่ชั้นบน ประตูทางฝั่งขวาคือประตูเข้าโถงลิฟท์ซึ่งต้องใช้คีย์การ์ดในการผ่านเข้าไป ด้านหลังเป็นห้องนิติบุคคลและห้องจดหมาย

ขึ้นมาดูส่วน Service ที่ชั้น 2 บรรยากาศตรงนี้ก็ดูโปร่งดีเพราะได้รับแสงจากช่องหน้าต่าง มีการออกแบบใช้โครงเหล็กสีดำสลับกับอิฐต่อเนื่องมาถึงชั้นนี้

เดินกลับลงมาที่ชั้นล่าง ด้านหลังสุดจะเป็นพื้นที่ของห้องนิติบุคคลและทางฝั่งซ้ายเป็นห้องจดหมาย ประตูด้านหลังสุดบานสีดำๆเดินออกไปจะเจอกับอาคารจอดรถที่เราเพิ่งไปดูกันมา

ห้องจดหมายเป็นห้องฝ้าเพดานสูง ออกแบบได้ดี ดูโปร่ง มีห้อยโคมไฟตกแต่งสไตล์ Loft มีโต๊ะและที่นั่งตรงกลางเอาไว้วางของได้

ข้างๆห้องนิติบุคคลคือห้องน้ำส่วนกลางแยกชาย-หญิง

บรรยากาศในห้องน้ำของที่นี่ตกแต่งคล้ายๆกันหมดค่ะ มีอ่างล้างมือและห้องน้ำ

เคาน์เตอร์อ่างล้างมือดีไซน์มาเข้ากับ Concept เคาน์เตอร์เป็นโต๊ะแบบขาโปร่ง มีกระจกเงาส่องหน้ารูปทรงรี

บรรยากาศภายในห้องน้ำ

เราเดินกลับมาเพื่อจะเข้าไปดูที่โถงลิฟท์

ประตูทางเข้าโถงลิฟท์ค่ะ ต้องใช้คีย์การ์ดผ่านเข้าไปนะ

บรรยากาศภายในโถงลิฟท์ มีลิฟท์โดยสารทั้งหมด 3 ตัว อัตราส่วนลิฟท์รวมทั้งโครงการเท่ากับ 171 : 1 ถือว่าค่อนข้างสูงนะคะ

ภายนอกลิฟท์ตกแต่งด้วยหินอ่อนสีดำ ภายในรอบๆเป็นผนังไม้ค่ะ

ขึ้นมาดูโถงลิฟท์ที่ชั้นพักอาศัยกันหน่อย การตกแต่งจะเปลี่ยนเป็นอีกแบบหนึ่งคือเน้นโทนสีเป็นสีขาว เขียว มีใช้ไม้ผสมบ้าง บรรยากาศดูสบายๆมากขึ้นเหมาะกับเป็นชั้นพักอาศัย

เรามาดูแปลนชั้นพักอาศัยกันเริ่มที่ชั้น 4-29 แปลนจะเหมือนกันทั้งหมดโดยมีจำนวนยูนิตทั้งหมด 17 ยูนิตต่อชั้น มีลิฟท์โดยสารให้ทั้งหมด 3 ตัว มี Service Lift 1 ตัว ลักษณะการวางห้องเค้าจะเอาห้อง 1 Bedroom ไว้ที่ด้านทิศตะวันออกทั้งหมดและห้อง Studio ห้องขนาดเล็ก อยู่ทางทิศตะวันตก ส่วนด้านทิศเหนือเป็นห้องแบบ 2 Bedroom ที่รับวิวทั้ง 2 ด้านเลย และท้ายอาคารที่เป็นทิศใต้จะเป็นห้อง 1 Bedroom ขนาดใหญ่กว่าห้องปกติจาก 30 ตร.ม.เป็น 31 เป็น 38 ตร.ม.

ผังชั้น 30 และ 31 จำนวนยูนิตจะหายไป 2 ห้องตามระยะร่นของอาคารทำให้ยูนิตต่อชั้นเหลือ 15 ห้องและชั้นนี้จะพิเศษกว่าชั้นอื่นๆตรงที่มีสวนหย่อมอยู่ที่ด้านหน้าอาคาร ตำแหน่งของลิฟท์จะไม่ได้อยู่ตรงกลางแบบเป๊ะๆแต่จะอยู่ค่อนไปทางด้านหลังอาคารนิดหน่อย ดังนั้นห้องที่อยู่ด้านทิศใต้จะสงบกว่าห้องที่อยู่ด้านทิศเหนือหน่อยเพราะมียูนิตอยู่ที่ด้านนี้แค่ 5 ยูนิตเท่านั้นเอง

พอมาถึงชั้น 32-34 ยูนิตพักอาศัยด้านทิศเหนือจะหายไปอีก 1 ยูนิตและมีสวนหย่อมแบบ Pocket มาให้อีกจุด

ทีนี้มาถึงชั้นบนสุดของอาคารที่เป็นแหล่งรวมของ Facilities หลักๆของโครงการเอาไว้ มีสระว่ายน้ำระบบเกลือขนาด 5 x 19.8 ม. อยู่ที่ชั้น 36 ตัวสระจะวางเฉียงๆออกจากตึกเพื่อให้รับวิวได้มากขึ้น และออกแบบให้เชื่อมต่อกับพื้นที่นั่งเล่นที่เป็นแบบ island สำหรับนั่งชมวิว มีห้อง Steam อยู่ในชั้นเดียวกันด้วย ส่วน Fitness จะอยู่ที่ชั้น 37

ขึ้นมาดูพื้นที่ส่วนกลางกัน ที่ชั้น 36 จะเป็นส่วนของ สระว่ายน้ำ , Sunken Bed , Sky Island และ Steam Rooms จะเข้าไปต้องมีคีย์การ์ดค่ะ

ออกมาเราจะเจอกับสระว่ายน้ำระบบเกลือขนาด 5 x 19.8 ม. เป็น Semi-outdoor ที่บริเวณปลายสระมีการบิดมุมนิดนึงเพื่อให้เปิดรับวิวได้มากขึ้น

สระเป็นแบบ Infinity edge pool ว่ายน้ำรับวิวได้เต็มที่ ด้านล่างเป็นพื้นที่นั่งเล่น

อีกฝั่งเป็น Sunken Bed , Sky Island , Midtown Sky Lounge และ ห้องน้ำที่มี Steam Rooms

มุมนั่งเล่นพักผ่อนชมวิว ตรงนี้มีผนังกั้นเป็นระแนงมาให้ดูเป็นส่วนตัวดีค่ะ

ถัดไปด้านในเป็นพื้นที่นั่งเล่น บริเวณนี้จะเป็นกึ่งๆ Semi-outdoor

มุมนั่งเล่นค่ะ เลือกชุดโซฟาและที่นั่งเข้ากับ Concept ของโครงการดี

มุมนี้นั่งชมวิวแบบพาโนรามาได้

วิวทางทิศเหนือ เป็นวิวทางฝั่งรัชโยธิน พหลโยธิน เห็นตึกช้างอยู่ไกลๆด้วย

วิวทางทิศตะวันออก เป็นวิวทางฝั่งลาดพร้าวมองลงมาเห็นแยกรัชดาฯ-ลาดพร้าวและมีตึกสูงคือคอนโดโครงการข้างๆบังอยู่นิดนึง

วิวทางทิศใต้ เป็นวิวเมืองทางฝั่งถนนรัชดาภิเษก วิวค่อนข้างโล่ง เห็นคอนโดสูงตึกข้างๆเล็กน้อย

ส่วนวิวทางทิศตะวันตก เป็นวิวที่มุ่งหน้าไปทางห้าแยกลาดพร้าว เห็นพื้นที่สีเขียวของสวนจตุจักรอยู่ไกลๆ

เรามาดูห้องน้ำของชั้นนี้กัน ทางเข้าเป็นโถงฝ้าเพดานสูงมีที่นั่งพักคอยอยู่ด้านหน้า

ภายในห้องน้ำการตกแต่งยังคง Concept เดิมค่ะ มีอ่างล้างมือ ล็อคเกอร์ ห้องน้ำ ห้องอาบน้ำ และ ห้อง Steam

ด้านหน้าห้องอาบน้ำกั้นด้วยกระจกฝ้า

ภายในห้องน้ำและห้องอาบน้ำ ในห้องอาบน้ำจะมีแบ่งเป็นพื้นที่ส่วนแห้งและส่วนเปียก กั้นด้วยม่านพลาสติกซึ่งดีตรงที่พออาบน้ำเสร็จจะมีพื้นที่แห้งๆสำหรับแต่งตัว

ขึ้นมาที่ชั้น 37 เพื่อมาชม ฟิตเนส ห้องดูหนัง และ Sky Terrace

เข้ามาห้องแรกจะเป็นฟิตเนสก่อนค่ะ ถัดไปเป็นSky Terrace  ห้องสุดท้ายคือห้องนั่งเล่นและ Home Theater

ในห้องฟิตเนสมีผนังเป็นกระจกอยู่ 2 ด้าน สามารถออกกำลังกายไปชมวิวไปได้ วางเครื่องออกกำลังกายได้ประมาณ 10 เครื่อง

ออกกำลังกายได้ชมวิวไปได้แบบนี้ พื้นเป็นกระเบื้องยางลายไม้ดีไซน์วางเป็นลายก้างปลา

Sky Terrace หรือ จุดชมวิวชั้นดาดฟ้า มีปลูกต้นไม้จัดสวนไว้เพื่อความร่มรื่นเล็กๆน้อยๆด้วย

ห้องสุดท้ายคือพื้นที่นั่งเล่นและHome Theater มีจัดชุดที่นั่งให้มานั่งเล่น อ่านหนังสือได้

ถ้าใครอยากได้ความเป็นส่วนตัวก็มานั่งในห้องนี้

ในห้องนี้จะมี Home Theater ด้วยสำหรับมานั่งดูหนังด้วยกันเป็นกลุ่มหรือครอบครัว

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

อาคารจอดรถ

ชั้น 7

  • สนามเทนนิส
  • ห้องอเนกประสงค์
  • Midtown Park

อาคารพักอาศัย

ชั้น 1 

  • Lobby

ชั้น 30 และ 32

  • สวนหย่อม Pocket Garden

ชั้น 36 

  • สระว่ายน้ำ Sky Pool  1 สระ ระบบเกลือ ขนาด 5 x 19.8 เมตร แบ่งสระเด็กและสระผู้ใหญ่
  • Sky Island
  • Sunken Bed
  • ห้อง Steam

ชั้น 37

  • ห้องออกกำลังกาย 1 ห้อง ใส่เครื่องออกกำลังกายประมาณ 10 เครื่อง
  • Home Theater
  • Sky Terrace
  • Midtown Sky Lounge
  • Passenger Lift 3 ตัว
  • Service Lift 1 ตัว
  • อัตราส่วนลิฟท์รวมทั้งโครงการ 171 : 1
  • Proxy Lift
  • Wi-Fi Service
  • ที่จอดรถประมาณ 200 คันคิดเป็น 38% รวมจอดซ้อนคัน คิดเป็น 45%
  • ระบบ CCTV / Access Card


Product Walkthrough

มาดูห้องพักกันต่อค่ะ โครงการนี้เค้าให้แบบ Fully Furnished คือมีเฟอร์มาให้ด้วย พร้อม แอร์ เคาเตอร์ครัว Hop Hood sink (เฉพาะ ห้อง studio ไม่มี Hop Hood ให้) สำหรับห้องตัวอย่างมีให้ดูห้องเดียวคือแบบ 1 Bedroom 30.05 ตารางเมตรนะ

1 Bedroom ขนาด 30.05 ตร.ม. จะแยกสัดส่วนของแต่ละฟังก์ชั่นไว้อย่างชัดเจน โดยจะวางโซนห้องครัวและห้องน้ำไว้ด้านหน้าสุด และพื้นที่ของการวางตู้เย็นกับอ่างล้างหน้าในห้องน้ำจะแชร์กันอยู่ แต่การเข้าห้องน้ำจะเข้าได้จากห้องนอนทางเดียวดังนั้นถ้ามีแขกมาก็เก็บของให้เรียบร้อยก่อนครับเผื่อเค้าเข้าห้องน้ำจะได้ต้องเขิล >_< เสริมให้หน่อยว่าตำแหน่งของห้องครัวยังพอที่จะกั้นประตูทำเป็นโซนปิดได้เพราะแนวกำแพงเอื้อให้ทำได้ไม่ยาก

ส่วนห้องนั่งเล่นจะอยู่โซนตรงกลางและเชื่อมต่อกับพื้นที่นั่งทำงานที่ติดกับระเบียง สำหรับห้องนอนดูจะเป็นห้องที่โครงการให้น้ำหนักในการวางผังพอสมควรเพราะวางเตียง 5 ฟุตแล้วยังมีพื้นที่เหลือรอบๆให้เดินได้ มีพื้นที่วางตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ 3 บานอยู่หน้าห้องน้ำทำเป็นเหมือน Walk-in Closet เล็กๆ จุดที่เป็นปัญหานิดนึงคือที่นั่งทานอาหารค่ะ เนื่องจากโครงการนี้ขายแบบ Fully Furnished ได้เฟอร์นิเจอร์มาครบตามห้องตัวอย่างยกเว้นพร๊อพที่ตกแต่ง คือถ้าไม่นั่งกินบนโต๊ะทำงานก็ต้องมานั่งกินที่โซฟาแล้วหาโต๊ะกลางที่ปรับยกสูงได้มาแทน เดี๋ยวจะพาไปดูห้องตัวอย่างดีกว่าจะได้มองภาพออกง่ายๆ

เริ่มจากประตูหน้าห้องดีไซน์เรียบๆ มือจับเป็นแบบก้านโยก ที่พื้นห้องจะยกสูงขึ้นมาจากพื้นโถงทางเดินหน่อย ดีตรงที่เวลาแม่บ้านทำความสะอาดฝุ่นผงจะไม่เข้าห้อง

เปิดประตูมาจะเจอกับเคาน์เตอร์ครัวอยู่ทางด้านขวามือ มีกำแพงกั้นแยกสัดส่วนกับห้องนั่งเล่นมาให้ด้วยเวลาทำครัวจะได้ไม่ต้องกลัวเลอะเทอะไปโดนโซฟา ถัดเข้าไปเป็นพื้นที่นั่งเล่นและโต๊ะทำงาน ห้องนอนอยู่อีกฝั่งหนึ่ง

ครัวเป็นครัวเปิดคือไม่ได้กั้นเป็นห้องมาให้ ขนาดและฟังก์ชันการใช้งานเหมาะกับห้องแบบ 1 ห้องนอน เน้นซื้อกับข้าวมากินมากกว่า การทำอาหารหนักๆในห้อง พื้นเป็นลามิเนตทั้งห้องค่ะ

เคาน์เตอร์ครัวที่ได้จะได้ทั้งชุดบนและล่างตามนี้เลยรวมทั้งแผ่นกระจกกันเปื้อนด้านหลังด้วย Top เคาน์เตอร์ได้เป็นหินแกรนิตสีดำ

ที่เคาน์เตอร์ด้านล่างมีติดตั้ง Grill ระบายกลิ่นและอากาศมาให้ด้วย ตู้จะได้ไม่อับ

อ่างล้างหน้าให้มาเป็นแบบหลุมเดียวตามมาตรฐาน

เตาไฟฟ้าให้มาแบบ 2 หัวของ Mex

เครื่องดูดควันของ Mex เช่นเดียวกันค่ะ

ตู้ด้านบนมีการแบ่งช่องเปิดสำหรับใส่ไมโครเวฟมาให้เรียบร้อยจะได้ไม่ต้องไปแย่งใช้พื้นที่บนเคาน์เตอร์ ช่วยเพิ่มพื้นที่ในการทำครัวได้อีกหน่อย หน้าบานทุกอันมีติด Soft Close มาให้ ตู้ควบคุมไฟซ่อนอยู่ด้านในเป็นระเบียบเรียบร้อย

ฝั่งตรงข้ามเคาน์เตอร์มีพื้นที่กว้างประมาณ 80 cm.สำหรับวางตู้เย็น ผนังด้านข้างจะว่างอยู่สามารถหาอะไรมาติดตกแต่งได้ อย่างห้องตัวอย่างติดเป็นกระจกก่อนออกจากห้องจะได้เช็คความเรียบร้อยได้

ถัดเข้ามาเป็นพื้นที่นั่งเล่น ระยะดูทีวีประมาณ 2.15 m. วางทีวีขนาด 46″ ได้ มีพื้นที่วางโต๊ะกลาง สามารถปรับใช้เป็นพื้นที่กินข้าวได้

โซฟาที่แถมมาให้ดูขนาดแล้วใหญ่ดีแต่ เป็นโซฟาที่ไม่มีพนักพิงกับที่วางแขน สามารถเก็บของด้านล่างได้ ส่วนโต๊ะกลางก็ได้แบบนี้เลยค่ะ

ชั้นวางของมาให้แบบนี้เลย ยกเว้น Wallpaper ด้านล่างเป็นตู้บานเลื่อนใช้เก็บของได้อีก

ถัดไปเป็นพื้นที่นั่งทำงาน (สามารถปรับเป็นพื้นที่กินข้าวก็ได้) ฝั่งตรงข้ามเป็นห้องนอน มีระยะจากผนังหน้าห้องนอนถึงผนังอีกฝั่งหนึ่งประมาณ 172 cm. ด้านหลังสุดเป็นระเบียง

โต๊ะทำงานจะวางอยู่ต่อเนื่องกับโซฟาแบบนี้ ปรับใช้เป็นโต๊ะทานข้าวได้

โต๊ะทำงาน + เก้าอี้เราได้แบบนี้เลยค่ะ

โต๊ะมีลิ้นชักด้วย เปิดออกมาเก็บของได้

ประตูทางออกไประเบียงเป็นบานเลื่อน กรอบบานอะลูมิเนียมสีดำ ตัวรางวางอยู่บนธรณีก่อสูงประมาณ 8 ซม.

พื้นที่ระเบียงขนาดเหมาะกับ 1 ห้องนอน ใช้ซักล้าง ตากผ้าหรือออกมาชมวิวได้

พื้นที่ระเบียงขนาด 1.10 x 1.95 m. ปูด้วยกระเบื้องเซรามิคขนาด 30 x 30 cm.

condensing unit หันออกด้านข้าง เวลามาใช้พื้นที่ระเบียงอาจจะโดนลมร้อนบ้าง เราสามารถหา Grill มาติดเพื่อเปลี่ยนทิศทางลมได้

มุมมองย้อนกลับไปที่หน้าห้องค่ะ เราจะเข้าไปดูที่ห้องนอนกัน

ประตูห้องนอนเป็นบานเรียบ สีเทาอ่อน ลูกบิดประตูเป็นแบบกลมๆ

เปิดประตูเข้ามาจะเจอห้องเตียงนอน ทางฝั่งซ้ายเป็นทางไป Walk-in Closet และ ห้องน้ำ

ห้องนี้วางเตียงได้แบบ 5 ฟุต อยู่ข้างๆหน้าต่าง ที่มีบานกระทุ้งเปิดระบายอากาศได้ 1 บาน

แอร์ได้ของ Daikin จำนวน BTU ขึ้นอยู่กับขนาดห้องค่ะ

เตียงเราได้แบบนี้เลยค่ะ มีรอบๆเตียงเดินผ่านได้โดยไม่อึดอัด ปลายเตียงมีระยะประมาณ 50 cm. ถ้าจะวางทีวีแนะนำให้แขวนเอาจะประหยัดพื้นที่กว่าค่ะ

โต๊ะข้างเตียงเปิดออกมาเก็บของได้แบบนี้

หันกลับมาดูห้องน้ำกันต่อ ทางเข้าห้องน้ำตรงนี้ถือว่าให้มากว้างดี สามารถทำเป็น Walk-in Closet ได้

ตู้ที่ให้เป็นแบบบานเลื่อนเพื่อประหยัดพื้นที่เวลาเปิด-ปิด

ประตูเข้าห้องน้ำเป็นบานเลื่อนเพื่อประหยัดพื้นที่เช่นกัน

มือจับเป็นตามในภาพค่ะ สามารถล็อคได้

บริเวณทางเข้าห้องน้ำมีธรณียกสูงขึ้นมาประมาณ 5 cm.

ห้องน้ำแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ทางฝั่งซ้ายเป็นอ่างล้างหน้า อีกฝั่งเป็นโถสุขภัณฑ์ ตรงกลางเป็นพื้นที่อาบน้ำ

เคาน์เตอร์อ่างล้างหน้ามีตูเก็บของด้านล่าง และมีกระจกส่องหน้าติดที่ผนังมาให้

อ่างล้างหน้าได้ของ COTTO วางอยู่บน Top หินแกรนิตสีดำ รอบๆมีพื้นที่สำหรับวางของได้

ตู้เปิดของมาเก็บของมีพื้นที่ประมาณนี้ค่ะ

ส่วนโถสุขภัณฑ์ได้ของ COTTO  มีช่องเก็บของด้านข้างเพิ่มมาให้ ซึ่งที่ให้มาก็ใหญ่กำลังดีวางหนังสือหรือของตกแต่งได้

พื้นที่อาบน้ำไม่ได้มีฉากกั้นมาให้ แต่ก็สามารถหามาติดตั้งได้ไม่ยากเพราะพื้นที่แบ่งโซนเปียกแห้งมาให้อย่างชัดเจน จะใช้เป็นแบบกระจกนิรภัยหรือม่านพลาสติกลายสวยๆก็ได้

พื้นที่อาบน้ำมีขนาดประมาณ 1.07 x 0.80 m. มีธรณีกั้นเป็นสัดส่วน

ชุดฝักบัวจะเป็นแบบปรับองศาได้และมีที่วางสบู่มาให้ เราสามารถติดเพิ่มเติมได้

ซูมหน้าตาฝักบัวค่ะ

สำหรับห้องที่ไม่มีห้องตัวอย่าง เราเอาแปลนมาให้ดูค่ะ ห้อง Studio 23.71 ตารางเมตร เข้าห้องมาจะเจอกับครัวก่อนเป็นแบบครัวเปิด มีห้องน้ำอยู่ฝั่งตรงข้าม ถัดเข้ามาเป็นห้องนอน มีพื้นที่วางตู้เสื้อผ้าอยู่ข้างเตียง อีกฝั่งของเตียงเป็นระเบียง พื้นที่นั่งเล่นหรือจะใช้เป็นที่นั่งกินข้าวได้จะอยู่ด้านในสุดเลย

1 Bedroom 38.66 ตารางเมตร เข้ามาจะเจอกับพื้นที่ต่อเนื่องกันของครัว ทานข้าว และ นั่งเล่น เป็นเหมือน Public Area ส่วน Private Area หรือส่วนพักผ่อนอยู่ด้านใน และจะได้ Walk-in Closet ที่เชื่อมต่อกับระเบียง เป็นสัดส่วนดีและได้พื้นที่วางตู้เสื้อผ้าค่อนข้างใหญ่สำหรับ 1 ห้องนอน ฝั่งตรงข้ามเป็นห้องน้ำ

2 Bedroom ขนาด 58.64 ตร.ม. ห้องนี้จะวางผังคล้ายๆ 1 Bedroom แต่เพิ่มห้องน้ำตรงกลางมาให้อีกห้อง ช่วยให้การใช้งานจริงทำได้สะดวกขึ้น ระยะดูทีวียังถือว่าใกล้เคียงกันแต่พื้นที่โซนทานอาหารจะได้มากขึ้นจนนั่งแบบ 4 ที่นั่งได้ห้องนอนใหญ่ยังได้ตู้เสื้อผ้าใหญ่เหมือนเดิมแต่ห้องนอนเล็กวางเตียง 3.5 ฟุตจะเหมาะกว่าไม่อย่างนั้นก็ทำเป็นห้องทำงานไปแทน

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะคะ

ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 19 April 2017

  • 1 Bedroom ห้อง 405 เนื้อที่ 30.05 ตร.ม. ราคา 3.75 ล้านบาท หรือ 125,091 บาท/ตร.ม.
  • 1 Bedroom ห้อง 406 เนื้อที่ 30.05 ตร.ม. ราคา 3.75 ล้านบาท หรือ 125,091 บาท/ตร.ม.
  • Studio , 2 Bedroom (Sold out)
  • Fully Furnished 
  • ฝ้าเพดานสูง 2.6 เมตร
  • Kitchen & Sink
  • Hob & Hood
  • เงินจอง + ทำสัญญา Studio = 10,000 + 20,000 บาท 1BR , 2 BR= 10,000+30,000 บาท
  • ค่ากองทุน 500 บาท/ตร.ม.
  • ค่าส่วนกลาง 60 บาท/ตร.ม./เดือน

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ 


เจาะลึกรวบยอด

ทำเล Chapter One Midtown ลาดพร้าว 24 อยู่ติดถนนลาดพร้าวระหว่างซอยลาดพร้าว 24 และ ลาดพร้าว 26 อยู่ตรงข้ามเยื้องๆกับอาคารจอดแล้วจร โดยมีระยะห่างจากสถานีรถไฟใต้ดินที่ใกล้ที่สุดคือสถานีลาดพร้าวตรงทางออกที่ 2ราว 130 เมตร ถือว่าอยู่ในระยะเดินไปจุดขึ้นลงรถไฟใต้ดินได้สะดวกมาก ความอุดมสมบูรณ์หลักในละแวกนี้ โครงการถูกขนาบด้วยห้าง 3 อันหลักได้แก่ ยูเนียนมอลล์ , Central Plaza ลาดพร้าว , BigC Extra+Hompro ด้วยระยะทางที่เดินเท้าสะดวกง่าย ถ้าเขยิบออกไปหน่อยก็จะมี Tesco Lotus, เมเจอร์ รัชโยธิน อีกทั้งยังมีตลาดเดินช้อปให้เลือกอีกคือสวนจตุจักร, ตลาด อ.ต.ก., บอง มาร์เช่ และสวนลุมไนท์ฯรัชดาที่พึ่งจะเปิดตัวไปไม่นานนี้มีร้านอาหารมาเพิ่มอีก รวมๆถือว่าอุดมสมบูรณ์ใช้ได้ โดยตลอดแนวถนนใหญ่ก็มีโครงการคอนโดต่างๆมาจับจองพื้นที่ขึ้นโครงการกันค่อนข้างเยอะ ราคาเฉลี่ยปรับตัวสูงขึ้นเรื่อยๆ

การเดินทางโดยใช้รถ ค่อนข้างสะดวก มีซอยลัดและสามารถใช้เส้นทางไปออกถนนวิภาวดีรังสิตหรือถนนพหลโยธินได้ ดังนั้นการเดินทางโดยรถยนต์จึงมีทางเลือกมาก เพราะหากลาดพร้าวรถติด ก็สามารถเลี่ยงใช้ซอย 26 (ขากลับคอนโด) เป็นซอยลัด หรือสามารถใช้ซอย 20,18 (ขาออกจากคอนโด) ในการเลี่ยงรถติดไปออกวิภาวดี หรือรัชดาได้ด้วย ถ้าไม่ใช้ซอยลัดทำเลนี้ก็ใช้เส้นทางเชื่อมไปถนนรัชดาภิเษก ถนนวิภาวดีรังสิต ถนนพหลโยธินได้สะดวก

การเดินทางโดยไม่ใช้รถ สามารถเดินไปขึ้น MRT สถานีลาดพร้าวคือ Exit2 ระยะทางประมาณ 130 เมตร ระยะเดินง่าย ในอนาคตที่สถานีพหลโยธิน จะกลายเป็น Interchange กับ BTS สายสีเขียวส่วนต่อขยาย “หมอชิต-สะพานใหม่-คูคต” ที่เริ่มมีการก่อสร้างแล้ว แผนเสร็จในปี 2562 และเปิดให้บริการในปี 2563  สถานีที่ใกล้ที่สุดคือสถานีห้าแยกลาดพร้าว นอกจากยังมี สายสีเหลือง “ลาดพร้าว-สำโรง” ทำให้ MRT สถานีลาดพร้าวกลายเป็น Interchange อีกเช่นกัน ตั้งอยู่ช่วงหน้าอาคารจอดแล้วจรบนถนนรัชดาภิเษก ส่วนการเดินทางอื่นๆ สามารถพึ่งพาพี่วินมอเตอร์ไซค์ แท็กซี่ และรถเมล์บนถนนลาดพร้าวได้เลย เรียกรถง่ายไม่ต้องกังวลเพราะโครงการอยู่ติดกับถนนใหญ่

วัสดุ ให้มาตามมาตรฐานมีพื้นไม้ลามิเนต กระเบื้องเซรามิค Hob&Hoodของ Mex สุขภัณฑ์ Cotto ไม่ได้ให้ฉากกั้นอาบน้ำ แต่ได้เฟอร์นิเจอร์แบบ Fully Furnished ดีไซน์สวยเข้าชุดกัน ทั้งเคาน์เตอร์ครัว โซฟา โต๊ะกลาง ชั้นวางทีวี โต๊ะทำงาน เก้าอี้ เตียงนอน โต๊ะข้างเตียง ตกแต่งอยู่หน่อยก็เข้าอยู่ได้เลย

การออกแบบ ทำได้ดีเด่นในเรื่องของ Concept ที่ตกแต่งในสไตล์ Industrial Loft เน้นสีวัสดุปูน, เหล็ก, ไม้ และ อิฐ สามารถจับกลุ่มลูกค้าคนที่ชอบสไตล์นี้ได้ และไม่ค่อยเห็นใครออกแบบสไตล์นี้ทั้งโครงการและจัดเต็มขนาดนี้ ทำแบบมาได้สวย เรื่องการวางผัง เนื่องจากที่ดินเป็นแนวยาว การเอาที่จอดรถไปไว้ด้านหลังทำให้ใช้พื้นที่ได้คุ้มค่าดี แต่เราต้องเดินไปเอารถไกลหน่อย การวางผังห้องพักทำได้ลงตัว แต่มีบางจุดเช่นระยะดูทีวีค่อนข้างกระชั้นไปหน่อย

สาธารณูปโภค ให้มาเยอะดีสมราคา ที่อาคารจอดรถมีสนามเทนนิส , ห้องอเนกประสงค์ , Midtown Park อาคารพักอาศัย มี Lobby ชั้น 36 มี สระว่ายน้ำ , Sky Island , Sunken Bed , ห้อง Steam ชั้น 37 มี ฟิตเนส , Home Theater , Sky Terrace ,  Midtown Sky Lounge , Wi-Fi Service ตกแต่งได้น่าใช้ตาม Concept  มีลิฟท์โดยสารให้ทั้งหมด 3 ตัวเป็น Service Lift 1 ตัว ดังนั้นอัตราส่วนลิฟท์จะอยู่ที่ 171:1 ถือว่าค่อนข้างหนานแน่นมากเหมือนกันสำหรับคอนโดในเรทราคานี้

Judgement

การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้

ทำเล 35%, การเดินทางโดยใช้รถ 15%, การเดินทางโดยไม่ใช้รถ 15%, วัสดุ 15%, การออกแบบ 10% และสาธารณูปโภค 10%

เทียบกับราคา 134,000 บาท/ตร.ม., 19 April 2017

  • ทำเล 8/10 – ทำเลที่ถือดีติดถนนลาดพร้าว ใกล้ MRT สถานีลาดพร้าว 
  • เดินทางด้วยรถ 7.75/10 – สะดวกเชื่อมต่อได้หลายทาง อยู่ในจุดที่เข้าซอยลัดได้ แต่ที่จอดรถน้อยไปหน่อยและเป็นอาคารแยก (ถ้าใครไม่ชอบอาคารจอดรถแยก +-คะแนนได้เองเลยนะคะ)
  • ไม่ใช้รถ 8/10 – สะดวกใกล้รถไฟฟ้าในระยะ 130 เมตร ติดถนนใหญ่เรียกแท็กซี่ มอเตอร์ไซค์สะดวก 
  • วัสดุ 7.25/10 – ให้ตามมาตรฐาน เฟอร์นิเจอร์ให้มาครบและค่อนข้างน่าใช้ ดีไซน์เข้าชุดกัน
  • แบบ 8.5/10 – ให้คะแนนการออกแบบที่เข้ากับ Concept สวยน่าใช้งาน แต่การวางผังห้องยังมีบางจุดไม่ค่อยลงตัว
  • สาธารณูปโภค 9/10 – ให้มาเยอะ สวยน่าใช้งาน ทั้งที่อยู่ชั้นดาดฟ้าและชั้น 7 ของอาคารจอดรถ ได้สนามเทนนิสด้วย 
  • HIGH CLASS
  • 8.00 / 10.00

BOTTOM LINE

 Chapter One Midtown ลาดพร้าว 24 เหมาะกับคนที่มองหาคอนโด High Rise พร้อมเข้าอยู่ในย่านรัชดาฯ-ลาดพร้าว  ชอบการออกแบบสไตล์ Industrial Loft เดินทางสะดวกติดถนนใหญ่ ใกล้รถไฟฟ้า ใกล้ห้าง ได้เฟอร์นิเจอร์ครบ เป็นคนทำงานหรือใช้ชีวิตอยู่ในย่านนี้ ชอบใช้ Facility มีงบประมาณ 3.6 ล้านขึ้นไป 

ถ้าเห็นว่ารีวิวนี้มีประโยชน์ ช่วยกด LIKE ให้หน่อยนะคะ จะได้มีกำลังใจทำรีวิวถัดๆไปค่ะ

สมัครสมาชิกพร้อมรับข่าวสารเพิ่มเติม (คลิกที่นี่ )

Share

3 Comments

  • Loft มาก มี style มี concept แตกต่างดี

  • สวยค่ะ มีคอนโดสูงใหม่ๆ บนถนนลาดพร้าว

  • ซื้อของซุปเปอร์มาคนเดียว ซัก 5-6ถุง ทำไงหว่า

Leave a Reply