พาชมตึกเสร็จ The Leaf พัฒนาการ คอนโด High Rise บนถนนพัฒนาการ ใกล้แยกคลองตัน จากบ้านกรองทอง [รีวิวฉบับที่ 1332]

April 20, 2017 08:000 comments

รีวิวฉบับที่ 1332 … สวัสดีค่ะ วันนี้เรากลับไปดูโครงการ High Rise เก่าใกล้แยกคลองตันกันบ้างกับโครงการ The Leaf พัฒนาการ จัดเป็นโครงการคอนโดแรกของบ้านกรองทอง ซึ่งเป็น Developer ที่มีผลงานโครงการแนวราบเป็นที่รู้จักมานานแล้วนะคะ สำหรับโครงการในปัจจุบันก็ยังจัดเป็นคอนโดที่ราคาจับต้องง่ายอยู่ เหมาะตัวเลือกสำหรับใครที่มีงบไม่มากกำลังมองคอนโดใกล้ทางด่วน หรือขับรถเข้าเมืองไปทำงานได้ง่าย เราไปดูบรรยากาศโครงการพร้อมกันค่ะ

ย้อนกลับไปอ่านรีวิว Mr.Oe เขียนก่อนโครงการเสร็จ (คลิกที่นี่)

Fact @ 9 February 2017

  • The Leaf Phatthanakan (เดอะ ลีฟ พัฒนาการ)
  • บริษัท บ้านกรองทอง จำกัด
  • ECONOMY CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment คอนโดได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ในเขต : สวนหลวง ถนนพัฒนาการ
  • คอนโด High Rise 20 ชั้น 393 ยูนิต
  • ยูนิตต่อชั้นสูงสุด 23 ยูนิต
  • ที่จอดรถประมาณ 156 คันคิดเป็นประมาณ 40%
  • ที่ดินประมาณ 2 ไร่ 35 ตร.วา
  • แล้วเสร็จ : n/a
  • 1 Bedroom 29 – 41 ตร.ม.
  • ฝ้าเพดานสูง 2.6 เมตร
  • ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรต่ำสุด-สูงสุด
    • ปี 2012 ประมาณ 56,000 – 56,500 บาท/ตร.ม.
    • ปี 2017 (ราคาขายปัจจุบัน) ประมาณ 70,000 – 78,000 บาท/ตร.ม.

เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วค่ะ

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างค่ะ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด : 13.739564, 100.603360

ทำเลของ The Leaf พัฒนาการ นี้ตั้งอยู่ช่วงต้นถนนพัฒนาการ ใกล้กับแยกคลองตันซึ่งตัดกับถนนเพชรบุรี ถนนรามคำแหง และถนนสุขุมวิท 71 บริเวณย่านนี้ศูนย์กลางของความอุดมสมบูรณ์จะไม่ได้อยู่บนถนนพัฒนาการเสียทีเดียว ส่วนใหญ่จะอยู่ค่อนไปทางถนนสุขุมวิท 71 (พระโขนง) ซึ่งเป็นแหล่งชุมชนขนาดใหญ่อาศัยอยู่แต่ดั้งเดิม ซึ่งมีร้านค้า ตลาด และร้านอาหาร ครบครัน ตอบโจทย์ทำเลที่อยู่อาศัยหนาแน่นโดยปกติ ขยับเข้ามาใกล้โครงการอีกหน่อย บริเวณแยกคลองตันเองและอยู่ในระยะที่เดินได้จากโครงการก็จะมีร้านอาหารชื่อดัง เจ้าเก่าแก่ ทั้งร้านห่านพะโล้ ร้านข้าวมันไก่ ร้านอาหารจีนขายหูฉลาม ที่ขายมาเนิ่นนานและเป็นที่รู้จักดีของคนในละแวกนี้

ลองวงย่านที่มีความอุดมสมบูรณ์และคึกคักใกล้กับโครงการตั้งแต่ระยะเดินไปจนระยะที่ขับรถไม่ไกลนั้นก็มีอยู่หลายย่านเหมือนกัน

  • ถนนสุขุมวิท 71 : จัดเป็นแหล่งความอุดมสมบูรณ์ที่ใกล้โครงการมากที่สุดอย่างที่ได้กล่าวไปข้างต้นนะคะ ซึ่งตลอดถนนนี้ก็จะมีร้านค้าร้านอาหารใต้ตึกแถวให้เลือกกินเลือกซื้อตลอดทั้งกลางวันและกลางคืน ไม่รวมกับตลาดสดที่มักจะอยู่ในซอยย่อยต่างๆ ของถนนสุขุมวิท 71 ด้วยค่ะ
  • ต้นพัฒนาการ : อย่างที่บอกไปด้านบนคือมีร้านชื่อดังอยู่หลายร้านเลย เดินไปกินได้ง่าย
  • ต้นถนนรามคำแหง : จะคึกคักในช่วงกลางวัน เพราะมีอาคารสำนักงาน UM Tower ที่มีพนักงานพอสมควรทำให้มีเต้นท์อาหารและร้านรถเข็นต่างๆ มาเปิดกันเรียงรายให้ได้ฝากท้องกันตลอดทางจนไปถึง Airport Link ซึ่งก็มี A-Link เป็น Community Mall ขนาดย่อมๆ ที่มี Starbucks และ Subway ขายด้วยนะ
  • รามคำแหง-หัวหมาก : ขับรถเข้าเส้นถนนรามคำแหง ผ่านแยกที่ตัดกับถนนพระราม 9 ไปไม่ไกลจะเป็นอีกแหล่งความอุดมสมบูรณ์ขนาดใหญ่บนเส้นรามคำแหงเลยก็ว่าได้ เพราะมีทั้งศูนย์การค้า Hyper Market สนามกีฬา และมหาวิทยาลัยด้วย ทำให้ในย่านนี้คึกคักทั้งช่วงกลางวันและกลางคืนค่ะ
  • เอกมัย-ทองหล่อ : เป็นอีกย่านในเมืองที่ขับรถได้ง่ายไม่ไกลจากโครงการมากนัก สำหรับใครที่ชอบ Hangout กับเพื่อนหรืออยากกินร้านอาหารหรูในวันพิเศษต่างๆ ในซอยเอกมัย-ทองหล่อก็มีครบครันทั้งร้านอาหารหรูมีระดับ Pub&Bar รวมทั้ง Community Mall ชิคๆ ด้วยนะ

จุดเด่นของทำเลโครงการเลย คือการเดินทางเข้า-ออกเมืองได้สะดวก ด้วยความที่อยู่ต้นพัฒนาการ เชื่อมเข้าถนนเพชรบุรีได้ง่าย จะเข้าเมืองไปทองหล่อ เอกมัย เลยไปถึงอโศกก็ไม่ยากค่ะ วิ่งตรงๆ ได้เลย เสียดายตรงที่ไม่ได้อยู่ในระยะที่ขึ้นสะพานข้ามแยกคลองตันได้เท่านั้น ซึ่งก็ต้องรอไฟแดงแยกคลองตันเอาหน่อย ดังนั้นทำเลโครงการนี้จึงค่อนข้างตอบโจทย์คนที่ทำงานในเมือง ย่านเอกมัย-ทองหล่อ เลยไปถึงอโศก แต่สู้ราคาคอนโดมิเนียมในเมืองไม่ไหว จึงขยับทำเลออกมานอกเมืองหน่อยเพื่อให้ได้ราคาต่อตารางเมตรที่ถูกลงมา หยิบจับได้ง่ายค่ะ

และนอกจากนี้ใครที่อาศัยการเดินทางด้วยทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์เรียกว่าสะดวกมาก เพราะมีจุดขึ้น-ลงอยู่ไม่ไกลจากโครงการ อย่างขาลงก็สามารถลงและตรงมาอีกหน่อยก็เข้าโครงการได้เลย ส่วนขาขึ้นจะอยู่ฝั่งตรงข้ามไปกลับรถก่อนแยกคลองตันไม่ไกลจากโครงการ

ส่วนการเดินทางด้วยระบบสาธารณะก็มีหลายตัวเลือกค่ะ และยังจัดอยู่ในรัศมีของ Airport Rail Link รามคำแหง เช่นเดียวกันนะ แต่ก็ไกลเกินระยะเดินมาพอหน่อย อยู่ที่ 600 ม. และก็เดินลำบากกว่าโครงการข้างเคียงอยู่เหมือนกัน เพราะต้องอาศัยเดินข้ามถนนและเมื่อเดินผ่านแยกพัฒนาการมาทางฟุตบาทก็จะแคบลง ไม่ได้กว้างมากหรือเดินได้ง่ายเท่าไหร่ ส่วนตอนกลางคืนก็ดูจะเปลี่ยวอยู่หน่อยเหมือนกันนะ สำหรับผู้หญิงที่เดินกลับคนเดียว ซึ่งหากใครที่จะเน้นการเดินทางด้วย Airport Rail Link นั้นโครงการอื่นจะตอบโจทย์มากกว่าโครงการนี้นะ แต่ถ้าใช้เป็นตัวเลือกในการเดินทางบางวันอยากเข้าเมืองแบบไม่ขับรถ หรือไปสนามบินงี้ก็โอเคค่ะ เพราะสำหรับโครงการนี้ในทำเลนี้เหมาะกับการขับรถเข้าเมืองหรือใช้ทางด่วนมากกว่า

ส่วนการเดินทางอื่นๆ อย่างรถแท็กซี่ วินมอเตอร์ไซต์นั้นไม่ยากค่ะ เพราะด้วยโครงการอยู่ติดถนนใหญ่เลยจะเรียกรถบริการแบบนี้ก็ค่อนข้างง่าย นอกจากนี้ใครที่ทำงานในเมืองและไม่ต้องการเผชิญกับรถติด ก็มีอีกทางเลือกนึงนะ แบบแอดแวนเจอร์หน่อย อย่างเรือด่วนคลองแสนแสบ โดยท่าที่ใกล้ที่สุดคือท่าเรือสะพานคลองตัน ห่างจากโครงการไปประมาณ 1 กม. ไกลสำหรับการเดิน ใช้โบกพี่วินไปลงเรือต่อสะดวกสุด

การเดินทางในวันนี้จะเริ่มต้นบนถนนรามคำแหง ช่วงแยกรามคำแหง ซึ่งตัดกับถนนพระราม 9 นะคะ จากนั้นขับตรงมาเรื่อยๆ จนถึงแยกคลองตันแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าถนนพัฒนาการ จากนั้นกลับรถบริเวณจุดทางขึ้นทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์และขับตรงมาอีกหน่อยก็จะเห็นทางเข้าโครงการแล้วค่ะ

จากถนนรามคำแหงบริเวณแยกรามคำแหงที่ตัดกับถนนพระราม 9 ในฝั่งมุ่งหน้าไปทางแยกคลองตันนะคะ โดยเราจะตรงผ่านถนนพระราม 9 ไปเรื่อยๆ ก่อน

ผ่านแยกรามคำแหงมาแล้ว ตรงมาอีกหน่อยจะเห็นซอยทางเข้าโรงพยาบาลแพทย์ปัญญาเป็นโรงพยาบาลที่อยู่ไม่ไกลจากโครงการมากนัก

ตรงมาอีกหน่อยก็จะเห็นโครงการเปิดใหม่ไม่นานจากพฤกษา และนอกจากนี้ก็ยังมีโครงการในละแวกนี้อีกหลายโครงการนะคะ ทั้งโครงการที่สร้างเสร็จขายหมดแล้ว และโครงการที่พึ่งเปิดขายไม่นานด้วย สำหรับใครที่สนใจทำเลแถบนี้ก็ลองมาเดินดูหลายๆ โครงการนี้ด้วยนะคะ ทั้ง Fuse Mobius (ขายมือ 2) The Base พระราม 9 (ขายมือ 2) The Base Garden พระราม 9 (โครงการอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง กำลังเปิดขายอยู่) เผื่อเป็นตัวเลือกเพิ่มเติมค่ะ

จากนั้นตรงมาอีกหน่อยก็จะเห็น A-Link เป็นศูนย์รวมร้านค้าและร้านอาหารขนาดย่อมๆ ติด Airport Rail Link รามคำแหงนี้ค่ะ บรรยากาศไม่ได้คึกคักมากนัก แต่ก็พอมีร้านแฟนไชน์มาลงนะคะ อย่าง Starbucks และ Subway

ตรงมาจนถึงแยกคลองตันแล้วเราจะเลี้ยวซ้ายเข้าถนนพัฒนาการกันค่ะ มีทางแยกเลี้ยวได้เลย ไม่ต้องรอติดไฟแดง

หลังจากเลี้ยวเข้าถนนพัฒนาการมาแล้ว จะเห็นว่าด้านข้างนั้นเป็นตึกแถวสมัยเก่าแก่ มีร้านอาหารชื่อดังหลายร้านมากๆ บริเวณนี้ ทั้งเป็ดพะโล้ ข้าวมันไก่ หูฉลาม น่ากินทั้งนั้นเลยค่ะ ใครหิวๆ เดินข้ามถนนมากินกันได้เลย เพราะอยู่ฝั่งตรงข้ามกับโครงการเองค่ะ

หลังจากที่ผ่านร้านอาหารมาแล้ว ตรงมาอีกไม่ไกล ทางซ้ายจะเป็นทางขึ้นทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ค่ะ ซึ่งใครที่ออกมาจากโครงการก็ไปกลับรถใต้สะพานข้ามแยกก่อนถึงแยกคลองตันแล้วขับมาขึ้นทางด่วนนี้ได้เลยไม่ยาก ส่วนเราจะกลับรถกันด้านหน้าไปเข้าโครงการกัน

กลับรถมาแล้ว ด้านข้างซ้ายนั้นจะเป็นเลนถนนทางที่ลงมาจากทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์นี่เองค่ะ สำหรับใครกลับบ้านมาก็ไม่ต้องไปกลับรถไกล เพราะลงตรงนี้และขับตรงไปอีกหน่อยก็เห็นทางเข้าโครงการแล้วค่ะ

ตรงมาอีกหน่อยก็เจอป้ายโครงการแล้วค่ะ จะเห็นว่าทางเข้าโครงการอยู่ติดกับทางขึ้นสะพานข้ามแยกคลองตันเลย แต่ไม่สามารถหักเลี้ยวข้ามได้เพราะมีกั้นทางไว้ ซึ่งใครจะเข้าเมืองผ่านเพชรบุรีก็ต้องถูกบังคับให้ไปติดแยกคลองตันกันก่อน

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะคะ

สภาพแวดล้อมโครงการอยู่ติดและใกล้กับถนนทั้ง 2 ฝั่ง คือด้านหน้าโครงการที่ติดกับถนนพัฒนาการและทิศตะวันออกที่ใกล้กับทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ ซึ่งทำให้ห้องในทิศเหนือและตะวันออกต้องทำใจเรื่องของเสียงรถและมลภาวะจากท้องถนนมากกว่าทิศอื่นๆ นะคะ แต่ข้อดีของทั้ง 2 ทิศนี้ก็คือวิวที่ไม่ได้ถูกบังสามารถมองวิวในระยะไกลได้ รวมทั้งเรื่องของแดดที่ไม่ได้โดนแดดในช่วงบ่าย ส่วนทิศตะวันตกนี้จัดว่าเป็นทิศที่โอเคนะ เพราะถึงแม้จะเป็นทิศที่ได้รับแดดมากกว่าทิศอื่นๆ แต่ด้วยความที่มี U Delight มาขึ้นใกล้ๆ โครงการก็ช่วยบังแดดไปได้บางส่วนแล้วค่ะ แต่ก็เป็นทิศที่โดน U Delight บล็อกวิวระยะไกลไป และในอนาคตก็ไม่แน่ว่าที่ดินเปล่าแปลงที่คั่นระหว่าง U Delight และ The Leaf จะมีการพัฒนาเป็นโครงการหรือไม่ ทำให้ไม่สามารถการันตีได้ว่าในอนาคตจะถูกบล็อกวิวทั้งหมดหรือไม่ ส่วนทิศใต้นั้นได้วิวค่อนข้างโล่งเพราะติดกับบ้านพักอาศัยและอพาร์ทเม้นท์ 4-5 ชั้นซึ่งใครอยู่ชั้นสูงๆ หน่อยในทิศนี้ก็จะได้วิวระยะไกลเลย ซึ่งก็แลกกับเป็นทิศที่โดนแดดช่วงบ่ายนะ

  • ทิศเหนือ : ถนนพัฒนาการ
  • ทิศตะวันออก : ที่ดินเปล่า, ทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์
  • ทิศใต้ : บ้านเดี่ยว, อพาร์ทเม้นท์สูง 4-5 ชั้น, คลองตัน
  • ทิศตะวันตก : ที่ดินเปล่า

 

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • UM Tower ~500 ม.
  • Nasa Vegas Hotel ~550 ม.
  • โรงพยาบาลเพชรเวช ~1.1 กม.
  • Foodland เพชรบุรี ~1.7 กม.
  • Foodland รามคำแหง ~1.9 กม.
  • The Mall รามคำแหง ~2.2 กม.
  • Big C หัวหมาก ~2.7 กม.
  • โรงเรียนสาธิตรามคำแหง ~2.8 กม.
  • มหาวิทยาลัยรามคำแหง ~3 กม.
  • สถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น ~3.3 กม.
  • มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต (วิทยาเขตพัฒนาการ) ~3.4 กม.
  • The Nine พระราม 9 ~3.6 กม.
  • สนามราชมังคลากีฬาสถาน ~3.7 กม.

 


เจาะลึกตัวโครงการ

โครงการ The Leaf พัฒนาการ คอนโด High Rise สูง 20 ชั้น มีจำนวนยูนิตทั้งหมด 393 ยูนิต บนพื้นที่ดินทั้งหมดประมาณ 2 ไร่เศษ จัดเป็นคอนโดโครงการแรกของบ้านกรองทองที่เริ่มมาจับโครงการตึกสูงบ้าง หลังจากมีประสบการณ์ทำโครงการแนวราบมาพอสมควรนะคะ สำหรับโครงการนี้รูปแบบอาคารรวมทั้ง Facilities ต่างๆ จะไม่ได้หวือหวามากนัก ตามราคาที่ขายตั้งแต่เปิดตัวจนปัจจุบันก็ยังนับเป็นโครงการที่มีราคาต่อตารางเมตรถูกที่สุดเมื่อเทียบกับโครงการข้างเคียงนะคะ ซึ่งหากใครที่มีงบประมาณไม่มาก แต่อยากได้โครงการในทำเลนี้ The Leaf ก็เป็นคำตอบหนึ่งที่น่าสนใจค่ะ

เรามาดูที่ Master Plan โครงการกันค่ะ ลักษณะแปลงที่ดินอาคารเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าแต่มีปาดหน้าถนนเยื้องเข้าโครงการเลยมาหน่อย ติดกับซอยพัฒนาการ 10/1 การวางผังภายในเรียบง่ายค่ะ คือจัดทางเดินรถรอบอาคาร ค่อนข้างสะดวกและมีที่จอดรถรอบอาคาร ส่วนทางเข้าอาคารก่อนจะถึง Lobby นั้นจะมีทางเดินเป็นแบบ Semi-Outdoor รอบๆ เพื่อเดินไปยัง Shop ต่างๆ ด้านล่างได้ไม่ต้องเดินบนถนนที่เป็นทางสัญจรรถ

ไล่ไปดูบรรยากาศโครงการจริงกันเลยค่ะ ทางเข้า-ออกโครงการนี้จะติดกับซอยพัฒนาการ 10/1 ซึ่งเห็นโครงการง่ายมากเพราะป้าย The Leaf by Krongthong ใหญ่เบิ้มเริ่มเลย

เดินตามถนนเข้าไปในอาคารกันค่ะ โดยระบบทางเข้า-ออกโครงการนี้จะใช้ Key Card Access ด้วยไม้กระดกอัตโนมัติ มีป้อมพี่ยามอยู่ตรงกลาง

ก่อนจะเข้าโครงการก็เห็นป้ายประกาศการประชุมใหญ่สามัญของโครงการค่ะ มองไปด้านล่างสุดเห็นนิติบุคคลของโครงการซึ่งจะใช้ QPM เป็นผู้บริหารจัดการโครงการ

เข้ามาจะเป็นทางแยก 2 ทาง เลี้ยวซ้ายเข้าและวนออกด้านขวาเดินรถทางเดียวง่ายดีค่ะ

บรรยากาศถนนรอบโครงการ อยู่ในสภาพเรียบร้อยดี ด้านข้างทำเป็นพื้นที่จอดรถใต้อาคารค่ะ

อีกฝั่งหนึ่งของถนนก็เช่นกัน ส่วนรั้วรอบโครงการนี้ไม่สูงมากนักประมาณ 2 ม. แล้วปลูกต้นไม้รอบรั้วโครงการ

เข้ามาด้านในอาคารจะเค้าออกแบบให้เป็นทางเดินด้านในแบบ Semi-Outdoor ด้านหน้าจะเป็นร้านค้า ซึ่งเค้าเปิดเป็น minimart สำหรับลูกบ้านซื้อขนมและของใช้ต่างๆ ได้ค่ะ บรรยากาศโครงการในวันธรรมดาช่วงกลางวันค่อนข้างเงียบสงบ ไม่วุ่นวายมากนัก อาจจะเป็นเพราะเป็นช่วงเวลาทำงานด้วยแต่ก็ประกอบกับจำนวนยูนิตที่ไม่มากนักอีกด้วย

ส่วนด้านซ้ายของมินิมาร์ทจะมีอีกยูนิตร้านค้าซึ่งแต่เดิมเค้าทำเป็นร้านอาหารตามสั่งในห้องแอร์ แต่ปัจจุบันปิดตัวไปแล้ว ต้องรอดูต่อไปว่าจะมีร้านค้า ร้านอาหารมาเปิดไหม เพราะการมีร้านอาหารอยู่ด้านล่างคอนโดนี่เป็นอะไรที่ดีมาก สำหรับคนตื่นสายขี้เกียจออกไปไหนในวันหยุด

ถัดจากร้านมินิมาร์ทจะเป็นทางเข้าส่วน Lobby ค่ะ เดี๋ยวเราไปดูกัน

ภายในส่วน Lobby ตกแต่งออกมาดูดีพอสมควรนะคะ โดยภายใน Lobby นี้จะแบ่งเป็น 2 ฝั่งจากทางเข้า ก็คือฝั่งซ้ายเป็นทางเดินไปยังโถงลิฟต์โดยสาร ส่วนด้านขวามือจะเป็นพื้นที่นั่งเล่น ซึ่งทางโครงการก็วางชุดโซฟามาให้เรียบร้อย

บริเวณพื้นที่นั่งเล่นใน Lobby มีชุดโซฟาวางให้ 2 ชุดใหญ่และชุดเก้าอี้อีก 1 ชุด สภาพของเฟอร์นิเจอร์และส่วน Lobby ถือว่าดูแลมาดีนะ ยังดูเหมือนใหม่อยู่เลยค่ะ สำหรับบริเวณนี้ในช่วงกลางวันจะไม่ได้เปิดแอร์นะคะ

ขึ้นมาที่ชั้น 2-3 นั้นจะเป็นชั้นที่จอดรถทั้งหมดค่ะ โดยโครงการนี้มีช่องจอดทั้งหมด 156 คัน หรือคิดเป็นประมาณ 40% แบบไม่รวมซ้อนคันนะคะ ก็ถือว่าให้มามาตรฐานสำหรับคอนโด Segment นี้ แต่ด้วยความที่เป็นคอนโดที่ขับรถเข้าเมืองจะสะดวกสุด เพราะก็ไม่ได้ใกล้กับ Airport Rail Link หรือเรือด่วนแสนแสบมากนัก ก็ทำให้พื้นที่จอดรถหนาแน่นเหมือนกัน

ชั้น 4 เริ่มเป็นชั้นพักอาศัยทั้งหมดแล้วค่ะ และชั้นนี้ก็ยังเป็นชั้น Facilities ด้วย สำหรับลูกบ้านที่สนใจอยู่ชั้น Facilities เพื่อจะใกล้สระว่ายน้ำใช้งานสะดวกและได้เสพบรรยากาศของสระด้วย ทางโครงการก็มีออกแบบห้องพิเศษรอบสระว่ายน้ำ เป็นห้องที่มีระเบียงมากขึ้นเพื่อจะทำเป็นพื้นที่นั่งเล่นพักผ่อนได้ รวมทั้งมีทางเดินออกไปยังสระว่ายน้ำได้เลยโดยที่ไม่ต้องเดินผ่านโถงทางเดินและโถงลิฟต์เหมือนห้องอื่นๆ

ในส่วนของห้องพักชั้นนี้จะมีทั้งหมด 16 ยูนิต ถือว่าไม่หนาแน่นค่ะ ส่วน Facilities จะประกอบไปด้วย Fitness, สระว่ายน้ำแยกสระเด็ก และภายในห้องน้ำแยกชาย/หญิงก็มีห้อง Sauna ให้ด้วยค่ะ

ออกมายังส่วน Facilities ซึ่งจะเป็นส่วนสระว่ายน้ำแบบกลางแจ้ง ด้านข้างสระแบ่งเป็นพื้นที่ส่วนนั่งเล่นชิลๆ ในน้ำและสระเด็กค่ะ สำหรับขนาดสระนี้สามารถว่ายออกกำลังกายได้นะคะ ส่วนสภาพของสระจัดว่ามีการดูแลรักษาดีทีเดียว สระสะอาดน่าใช้งานค่ะ และด้วยตำแหน่งของสระนั้นจะถูกโอบล้อมด้วยตึกทำให้สระค่อนข้างร่มตลอด แม้จะเป็นสระกลางแจ้ง

ด้านข้างมี Day Bed และชุดโต๊ะเก้าอี้สนามให้ประมาณ 3-4 ชุด ไว้นั่งเล่นชิลๆ ส่วนด้านหลังของ Day Bed นั้นจะเป็นห้องยูนิตพิเศษที่สามารถเข้าถึงสระได้ง่าย มีประตูออกมายังสระได้เลย ซึ่งด้านข้างประตูเค้าจะปลูกไม้พุ่มสูงเพื่อให้ห้องพักนั้นมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น แต่ก็แลกมากับพื้นที่ระเบียงด้านนอกใกล้กับสระของห้องยูนิตพิเศษนี้ไม่สามารถ Take View สระได้เช่นกันนะ

ติดกับส่วนสระว่ายน้ำจะเป็นห้องฟิตเนสค่ะ ซึ่งจะอยู่บริเวณมุมอาคาร ทำให้ได้วิวภายนอกด้วย ส่วนภายในห้องฟิตเนสนี้มีเครื่องออกกำลังกายทั้งหมดประมาณ 6 เครื่อง กำลังพอดีกับขนาดของห้องฟิตเนส

มาดูห้องน้ำกันบ้าง ภายในห้องน้ำสะอาดสะอ้านค่ะ มีพื้นที่ Lockers ให้เก็บของได้

มีห้องอาบน้ำและห้องน้ำให้ ภายในก็สะอาดเรียบร้อยเช่นกัน

และสุดทางก็มีห้องซาวน่าให้ได้ใช้งานกันด้วยนะคะ

วิวสระจากชั้นบนขึ้นมาประมาณ 5 ชั้นก็ต้องก้มมองลงสระแล้วค่ะ เนื่องจากขนาดสระไม่ได้ใหญ่มากนัก ดังนั้นใครอยากได้วิวสระแบบไม่ต้องก้มก็ต้องอยู่ประมาณชั้น 5-6 ประมาณนี้จะได้วิวสระกำลังพอดีกับสายตา

ชั้น 5-20 เป็นชั้นที่ไม่แตกต่างกันมากนัก มีเพียงส่วนยื่นลดของอาคารรอบนอกเพื่อให้อาคารมีรูปลักษณ์ที่น่าสนใจและทำเป็นพื้นที่สวนเล็กๆ เท่านั้นค่ะ ส่วนการออกแบบ Floor Plan นั้นเหมือนกันหมด โดยจำนวนยูนิตต่อชั้นอยู่ที่ 23 ยูนิต และอัตราส่วนลิฟต์ของโครงการนี้อยู่ที่ประมาณ 197 : 1 ถือว่าหนาแน่นมากค่ะ แม้จำนวนยูนิตของโครงการไม่ได้หนาแน่นมากแต่ด้วยจำนวนลิฟต์ที่ให้มาเพียง 2 ตัว จึงจัดว่าไม่เพียงพอต่อการใช้งาน ในช่วงเวลาเร่งรีบน่าจะใช้เวลารอลิฟต์กันนานแน่นอน

บรรยากาศโถงลิฟต์ในชั้น Typical Floor Plan จะตกแต่งเรียบง่ายค่ะ และมีการดูแลรักษาความสะอาดเรียบร้อยดี

ส่วนโถงทางเดินก็เปิดไฟตลอดแนวให้ และมีแสงสว่างจากส่วนโถงลิฟต์มาช่วยด้วยทำให้บริเวณโถงนั้นสว่างในระดับนึง

มาดูวิวโครงการกันต่อนะคะ สำหรับรีวิวนี้อาจจะเก็บวิวให้ได้ไม่ครบนะคะ เพราะไม่สามารถขึ้นไปชั้นดาดฟ้าได้ จะได้เป็นวิวจากห้องพักอาศัยแทน ยกตัวอย่างวิวที่เข้าไปถ่ายจากห้องพักชั้น 12 ฝั่งด้านในโครงการ หันหน้าไปทางทิศใต้นั้น จะเห็นว่าการทำอาคารเป็นรูปตัว U ที่มีความกว้างของตัว U ไม่ได้มากนักทำให้ค่อนข้างขาดความเป็นส่วนตัวและบล็อกวิวระยะไกลกันเองชัดเจนมาก ถ้าใครจะเลือกห้องด้านในนั้นก็เลือกชั้น 5-6 ได้วิวสระน้ำจะดีกว่าค่ะ

สำหรับทิศตะวันตกนี้ ถ่ายมาจากชั้น 11 ของห้องที่อยู่ด้านในตัว U จะเห็นว่าไม่ได้วิวระยะไกลเลยเพราะโดน U Delight Residence บังหมด แต่ยังดีที่ไม่ได้เสียความเป็นส่วนตัวมากนัก เพราะยังมีระยะห่างพอสมควรค่ะ แต่สำหรับห้องที่อยู่ในตัว U ชั้นเตี้ยๆ ตั้งแต่ 4-8 นั้นจะติดกับ The Teak คอนโด Low Rise ที่อยู่ติดกับโครงการในซอยถัดไป ซึ่งก็จะถูกบล็อกวิวและค่อนข้างประชิดกันพอสมควรนะ ในส่วนห้องที่รอดจากการถูกบังวิวระยะไกลในทิศตะวันตกนี้ก็จะเป็นห้องมุมปีกตัว U ฝั่งขวาที่ใกล้กับถนนพัฒนาการค่ะ

สำหรับทิศตะวันออกนั้นอยู่ใกล้กับทางด่วนพอสมควรนะ ห่างประมาณ 60 ม. จัดว่าเป็นระยะที่ยังได้ยินเสียงรถจากทางด่วนอยู่เหมือนกันค่ะ ต้องหวังพึ่งบานประตูหน้าต่างแล้วว่าจะกันเสียงได้โอเคไหม ส่วนชั้นบนๆ ในทิศนี้ก็โอเคในเรื่องวิว เพราะได้วิวระยะไกล ไม่ถูกบล็อกวิวค่ะ

 

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • สระว่ายน้ำ 2 สระ ระบบเกลือ แบ่งสระเด็กและสระผู้ใหญ่ ขนาด n/a เมตร
  • ห้องออกกำลังกาย 1 ห้อง ใส่เครื่องออกกำลังกายประมาณ 6 เครื่อง
  • Sauna
  • ลิฟท์โดยสาร 2 ตัว
  • อัตราส่วนลิฟท์ 197 : 1
  • Service Lift 1 ตัว
  • ที่จอดรถประมาณ 156 คันคิดเป็นประมาณ 40%
  • ระบบ CCTV / Access Card

 


Product Walkthrough

สำหรับรีวิวฉบับนี้จะขอวิเคราะห์ผังห้องทั้งหมดในโครงการนะคะ แต่ไม่ได้พาไปชมห้องตัวอย่างนะ เนื่องจากพอเป็นห้องมือ 2 แล้วรายละเอียดต่างๆ ก็จะแตกต่างกันไปในแต่ละห้องไปแล้ว หากใครสนใจห้องในโครงการนี้แนะนำว่านัดเจ้าของหรือเอเจนซี่ไปดูสภาพและบรรยากาศภายในห้องกันเองเลยจะดีกว่าค่ะ เพราะจริงๆ มันมีหลายปัจจัยมากๆ ไม่ใช่เพียงการแต่งห้องนะคะ เช่น การดูแลรักษาห้อง ยังเหมือนใหม่หรือดูทรุดโทรมไป มีอะไรชำรุดไหม หรือเจ้าของเดิมเคยปล่อยห้องให้เช่ามาก่อนที่จะขายรึเปล่า และแน่นอนว่าหากเราไม่ได้ชอบการตกแต่งของเจ้าของเดิมเสียเท่าไหร่ หรือห้องนี้ค่อนข้างทรุดโทรมแล้ว แต่เป็นห้องที่ตำแหน่งดี ได้วิวสวย ก็อาจจะต้องเผื่องบประมาณค่าตกแต่งหรือซ่อมแซมเพิ่มเติมมาขึ้นด้วยนะคะ

รูปแบบของห้องพักอาศัยโครงการ The Leaf พัฒนาการ จะมีขายเป็นห้องขนาดเล็ก 1 Bedroom เริ่มที่ 29 ตร.ม. ถึงห้อง 1 Bedroom Plus 41 ตร.ม. ซึ่งจะได้ห้องอเนกประสงค์มาอีก 1 ห้อง โดยรวมเป็นห้องขนาดเล็ก เหมาะอยู่อาศัยเป็น 1-2 คน จะกำลังดีค่ะ ในราคาแพ็กเกจที่จัดว่าหยิบจับง่ายเริ่มที่ประมาณ 2 ล้านนิดๆ หรือตกตารางเมตรเริ่มต้นประมาณ 70,000 บาทค่ะ ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่ถูกกว่าโครงการข้างเคียงอื่นๆ นะ ทั้งโครงการมือ 2 เหมือนกันอย่าง U Delight Residence ข้างๆ และโครงการใหม่ยังสร้างไม่เสร็จอย่าง The Tree สุขุทวิท 71 – เอกมัย และ Plum รามคำแหง ใครกำงบจำกัดหน่อยก็มีโครงการนี้เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับทำเลนี้ค่ะ

เริ่มกันที่แบบห้องแรก 1 Bedroom ขนาด 29.05 – 37.63 ตร.ม. เป็นแปลนห้องที่จัดได้ลงตัวสำหรับห้องขนาดเล็กนะคะ ซึ่งพวกเราอาจจะคุ้นตากับแปลนนี้กันอยู่แล้วนะคะ ด้วย Layout และขนาดพื้นที่ใช้สอยที่ไม่ได้เล็กมากจนเกินไปทำให้แปลนนี้สามารถจัดสัดส่วนห้องครัวเป็นครัวปิดได้ เหมาะกับทำอาหารมากขึ้น พื้นที่ห้องนอนวางฟังก์ชันได้พอสมควรคือ สามารถวางโต๊ะทำงานได้ด้วย แต่ก็แลกมากับการที่ไม่สามารถวางทีวีในห้องนอนได้นะ ใครไม่ซีเรียสที่จะต้องนอนดูทีวีในห้องนอนก็มาดูทีวีบริเวณพื้นที่นั่งเล่นแทนได้ ไม่จำเป็นต้องแขวนทีวีในห้องนอน ซึ่งเรื่องนี้ก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไรค่ะ ส่วนภายในห้องน้ำฝั่งที่ติดกับครัวนั้นจะมีหน้าต่างบานเลื่อนเล็กๆ สำหรับระบายความชื้นด้วย เนื่องจากห้องน้ำอยู่ฝั่งด้านใน การระบายความชื้นก็จะไม่ดีเท่ากับห้องน้ำด้านนอก เลยติดหน้าต่างไว้สำหรับระบายไปทางห้องครัวซึ่งมีพื้นที่ติดกับระเบียงภายนอก ช่วยเป็นทางผ่านในการระบายความชื้นได้ดีขึ้น แต่ทั้งนี้ทางโครงการก็ติดพัดลมดูดอากาศในห้องน้ำให้ด้วยนะ ข้อดีของการมีหน้าต่างบานเลื่อนก็คือเรื่องระบายความชื้นอย่างที่กล่าวไว้ แต่ข้อที่หลายคนไม่ชอบคือ กลิ่นจากห้องน้ำที่เข้ามายังในห้องครัวได้เช่นเดียวกัน

ห้อง 1 Bedroom ขนาด 34.62 – 34.85 ตร.ม. ขนาดใกล้เคียงกับห้องแรก แต่ Layout เป็นหน้ากว้างค่อนข้างลงตัวกว่าห้องแรกนะคะ ข้อดีของห้องนี้คือพื้นที่นั่งเล่นได้วิวภายนอกด้วย และพื้นที่ห้องนอนค่อนข้างใหญ่กว่าและเป็นห้องชัดเจนเป็นส่วนตัวเพราะได้ประตูบานทึบ ไม่ใช่บานกระจกสไตล์กั้นระหว่างห้องนอนและห้องนั่งเล่น ซึ่งต้องมาติดฟิล์มฝ้าอีกที รวมทั้งครัวก็ยังคงได้เป็นครัวปิดเหมือนห้องแรกค่ะ

สำหรับห้อง 1 Bedroom Type นี้จะมีอยู่ไม่กี่ห้องริมสระว่ายน้ำ จุดเด่นของแปลนนี้คือระเบียงด้านหน้าที่ติดกับสระมีพื้นที่ค่อนข้างมาก สามารถวางชุดโต๊ะเก้าอี้สนามมานั่งเล่นชมวิวสระเพลินๆ ได้ ส่วนฟังก์ชันห้องนอนจะอยู่ถัดไปจากระเบียงเลย ซึ่งก็จะขายความเป็นส่วนตัวเช่นเดียวกัน เพราะคนมาใช้ Facilities ก็สามารถมองเห็นภายในห้องได้ รวมทั้งน่าเสียดายที่พื้นที่นั่งเล่นไม่ได้อยู่ด้านนอกชมวิวสระจากในห้องได้

มาที่ห้องขนาดใหญ่สุดในโครงการคือห้อง 1 Bedroom Plus ขนาด 41 ตร.ม. เป็นห้องหน้ากว้าง จัดฟังก์ชันได้ลงตัวเป็นสัดส่วนดี มีแบ่งพื้นที่ครัวปูกระเบื้องเพื่อให้สามารถทำความสะอาดได้ง่ายและคงทนต่อการใช้งานหนักในครัวมากขึ้นด้วย ส่วนห้องนอนใหญ่และห้องนั่งเล่นได้วิวภายนอกดีค่ะ เสียดายตรงที่ตำแหน่งโซฟาหันหลังให้กับหน้าต่างเพื่อหันเข้าทีวี ข้อเสียคือมองไม่เห็นวิวและเห็นเงาด้านนอกบนทีวีด้วยเฉพาะในช่วงกลางวัน ส่วนห้องอเนกประสงค์นั้นเหมาะกับจัดเป็นห้องทำงานค่ะ สำหรับคนที่ต้องการพื้นที่ทำงานชัดเจน แต่ไม่เหมาะกับจัดเป็นห้องนอนเล็กเสียเท่าไหร่ จะค่อนข้างเล็กไปหน่อยสำหรับวางเตียง Single Bed และตู้เสื้อผ้าค่ะ

 

ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 9 February 2017

  • เนื่องจากเป็นโครงการที่ขายหมดและโอนกันหมดแล้วนะคะ ดังนั้นต้องซื้อต่อจากเจ้าของเดิม ทำให้ราคาก็จะค่อนข้างหลากหลายขึ้นอยู่กับทำเลห้องได้อยู่ชั้นสูงหรือชั้นล่าง ตกแต่งครบ ความพอใจราคาจากการตกลงกันระหว่างคนซื้อและคนขายราคาต่อตารางเมตรในปัจจุบัน ปี 2017 จะอยู่ที่ประมาณ 70,000 – 78,000 บาท/ตร.ม.
  • ค่าส่วนกลาง 35 บาท/ตร.ม./เดือน

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ


เจาะลึกรวบยอด

โครงการ The Leaf พัฒนาการ จากบ้านกรองทอง เป็นคอนโดที่มีราคาหยิบจับง่ายที่สุดบนช่วงต้นถนนพัฒนาการ-คลองตัน โดยราคาขายต่อตารางเมตรปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 70,000 – 78,000 บาท ซึ่งคิดเป็นราคาแพ็กเกจก็จะตกราคาเริ่มต้นประมาณ 2 – 3.2 ล้านบาท เหมาะกับคนที่มองหาคอนโดราคาไม่แรงในย่านคลองตัน เน้นเดินทางเข้าเมืองด้วยเส้นเพชรบุรีสะดวก ซึ่งต้องยอมรับว่าขนาด Facilities และการตกแต่งโครงการก็จะได้ตามราคาที่จ่าย คือมีครบถ้วนแต่ไม่ใหญ่มากและไม่หรูหราอลังการเท่ากับโครงการข้างเคียงที่ขายในราคาที่แพงกว่านะคะ แต่เรื่องการดูแลรักษาโครงการจากที่เข้าไปดูแล้วจัดว่ามีการดูแลรักษาดี สะอาดสะอ้านเรียบร้อย ไม่โทรมแม้สร้างเสร็จมาแล้วประมาณ 5 ปี

ทำเลโครงการอิงความอุดมสมบูรณ์บริเวณแยกคลองตันที่มีร้านค้าร้านอาหารมีชื่อเสียงดั้งเดิมเปิดขายมานาน และฝั่งพระโขนงที่มีชุมชนอยู่คึกคักทำให้มีร้านรถเข็น ร้านใต้ตึกแถวมากมายให้เลือก แต่เป็นทำเลที่ไม่ใกล้กับห้างสรรพสินค้าเหมือนอย่าง The Base พระราม 9 ที่เดินไป Food Land หรือนั่งรถไปเดอะมอลล์รามฯ ได้ง่ายกว่า แต่จุดเด่นของทำเลโครงการนี้จะเป็นเรื่องการเดินทางเข้าเมืองด้วยถนนเพชรบุรีหรือขึ้น-ลงทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ได้สะดวกกว่าโครงการข้างเคียงที่อยู่คนละถนนกัน จัดเป็นทำเลเดียวกันกับ U Delight Residence พัฒนาการ-ทองหล่อนะคะ แต่ราคาถูกกว่า ส่วนที่จอดรถให้มา 40% มาตรฐานของโครงการ Economy แต่ด้วยทำเลที่เหมาะกับการใช้รถก็อาจจะน้อยไปหน่อย

การเดินทางโดยไม่ใช้รถมีให้เลือกหลากหลาย แต่ไม่ได้สะดวกมากเมื่อเทียบกับโครงการข้างเคียงนะคะ อย่าง Airport Rail Link รามคำแหง นั้นจะอยู่ห่างจากโครงการไปประมาณ 600 ม. ซึ่งเลยระยะเดินไปแล้วรวมทั้งการข้ามถนนและเดินตามฟุตบาทของถนนพัฒนาการนี่ค่อนข้างลำบากเหมือนกัน ตอนกลางคืนก็น่ากลัวนะ หากใครเน้นการเดินทางด้วย Airport Rail Link ก็ถือว่าไม่ใช่คำตอบที่ดีที่สุดในทำเลนี้นะคะ ส่วนการเดินทางด้วยแท็กซี่ โบกพี่วินหรือรถประจำทางอื่นๆ ก็โอเคเลย สะดวกเหมือนกันเพราะโครงการอยู่ติดถนนใหญ่

ตัวโครงการนี้อยู่ใน Segment Economy การออกแบบก็จะไม่หวือหวา หรือมีดีเทลในการตกแต่งสวยหรูมากนักเมื่อเทียบกับโครงการ U Delight Residence ที่เป็นคอนโดทำเลเดียวกัน เพราะตลาดลูกค้าจะอยู่คนละระดับ ไม่สามารถเปรียบเทียบร่วมกันได้ ใครมีงบมากกว่าสามารถซื้อ U Delight Residence ได้ก็จะได้ Facilities และบรรยากาศโครงการที่ดีกว่าอยู่แล้ว แต่สำหรับคนที่กำงบจำกัดไว้ 2-3.2 ล้านนั้นโครงการนี้ก็ตอบโจทย์ เพราะมี Facilities ครบครันเหมือนกันแม้ไม่หวือหวา รวมทั้งตัวโครงการที่มีการดูแลรักษาดี สะอาดสะอ้าน ไม่โทรม รวมทั้งบรรยากาศโครงการที่ค่อนข้างเงียบสงบ ก็ทำให้โครงการนี้เป็นอีกตัวเลือกที่ดีค่ะ เสียแต่อัตราส่วนลิฟต์ที่หนาแน่นมากทีเดียว

วัสดุและเฟอร์นิเจอร์ภายในห้องไม่สามารถวิเคราะห์ได้ เนื่องจากเป็นคอนโดที่มีรูปแบบการขายมือ 2 แล้วดังนั้นก็จะขึ้นอยู่กับเจ้าของมือ 1 ในหลายๆ ปัจจัยทั้งการดูแลรักษา การตกแต่งห้อง หรือ Renovate ห้องด้วย ทำให้แต่ละห้องในโครงการก็จะไม่เหมือนกันแล้ว หากใครสนใจแนะนำให้ไปดูสภาพห้องด้วยตัวเองเลยจะดีที่สุดค่ะ

สาธารณูปโภคที่ได้ ไม่ใหญ่และไม่หวือหวา แต่มีครบและสะอาดสะอ้านน่าใช้งานที่เกิดจากการดูแลรักษาโอเคเลย อย่างที่กล่าวไปแล้วข้างต้น โดยที่นี่จะจัด Facilities อยู่ชั้น 4 มีสระว่ายน้ำแยกผู้ใหญ่และเด็ก ห้องฟิตเนสวางเครื่องออกกำลังกายให้ 6 เครื่อง และห้องน้ำแยกชาย/หญิง ซึ่งมีซาวน่าในห้องน้ำให้ด้วยค่ะ

 

Judgement

เนื่องจากเป็นโครงการที่ขายหมดแล้ว ซึ่งปัจจุบันรูปแบบการขายเปลี่ยนแปลงเป็นแบบ Re-sale ซึ่งค่อนข้างมีความแตกต่างกันไปทั้งเรื่องของวัสดุ การตกแต่งภายในห้อง รวมทั้งเรื่องของราคาที่ค่อนข้างหลากหลายขึ้นอยู่กับทำเลห้องได้อยู่ชั้นสูงหรือชั้นล่าง และความพอใจราคาจากการตกลงกันระหว่างคนซื้อและคนขาย ดังนั้นจึงไม่สามารถให้คะแนนในรีวิวนี้ได้นะคะ

  • ECONOMY CLASS

BOTTOM LINE

The Leaf พัฒนาการ เหมาะกับคนที่ทำงานในเมืองต้องการขยับออกจากเมืองมาหน่อยตามกำลังทรัพย์ แต่ยังเดินทางเข้าเมืองสะดวกด้วยรถยนต์และใกล้จุดขึ้น-ลงทางด่วน มี Facilities ครบครัน น่าใช้งาน มีการดูแลรักษาค่อนข้างดี และกำงบประมาณไว้ไม่มาก 2-3 ล้านบาท หรือมีกำลังผ่อนต่อเดือนประมาณ 14,000 – 24,000 บาท

ถ้าเห็นว่ารีวิวนี้มีประโยชน์ ช่วยกด LIKE ให้เราหน่อยนะคะ จะได้มีกำลังใจทำรีวิวถัดๆไปค่ะ

สมัครสมาชิกพร้อมรับข่าวสารเพิ่มเติม (คลิกที่นี่ )

Share

Leave a Reply