พาชมตึกเสร็จ Q House สาทร คอนโด High Rise ติด BTS กรุงธนบุรี โดย Quality Houses [รีวิวฉบับที่ 1327]

April 13, 2017 08:000 comments

รีวิวฉบับที่ 1327… สวัสดีครับ วันนี้จะพาไปชมสภาพแวดล้อมคอนโดในย่านฝั่งธนฯกับโครงการ Q House สาทร จาก Quality Houses เป็นตึก High Rise ติด BTS กรุงธนบุรีฝั่งขาเข้าเมือง ที่สร้างเสร็จมาแล้วประมาณ​ 7 ปีได้แล้ว โครงการนี้สมัยเปิดตัว Hot มากเพียงไม่นานก็ขายหมดระหว่างที่ตึกยังสร้างไม่เสร็จ ภายในโครงการเน้นพื้นที่สีเขียวและธรรมชาติ จัดสิ่งอำนวยความสะดวกมาให้ครบครัน ปัจจุบันจะมีบรรยากาศร่มรื่นน่าอยู่ขนาดไหนไปติดตามกันครับ

Fact @ 28 March 2017

  • Q House Sathorn (คิว เฮ้าส์ สาทร)
  • บริษัท ควอลิตี้ เฮาส์ จำกัด (มหาชน)
  • โครงการตั้งอยู่ในเขต : คลองสาน
  • คอนโด High Rise 35 ชั้น 1 อาคาร 533 ยูนิต
  • อาคารจอดรถ 5 ชั้น
  • ยูนิตต่อชั้นสูงสุด 18 ยูนิต
  • ที่จอดรถประมาณ 96% (รวมจอดซ้อนคัน)(สอบถามจากนิติฯ)
  • ที่ดินประมาณ 4 ไร่
  • Studio 28 ตร.ม. มี 3 ยูนิต
  • 1 Bedroom 32 – 50 ตร.ม. มี 388 ยูนิต
  • 2 Bedrooms 57 – 84 ตร.ม. มี 142 ยูนิต
  • ฝ้าเพดานสูง 2.70 เมตร
  • ปีที่สร้างแล้วเสร็จ 2552 / 2009
  • สถานะโครงการ : Sold out (ปิดการขาย)
  • ราคาช่วงเปิดขาย(ยังไม่ก่อสร้าง)ประมาณ 75,000 – 94,000 บาท/ตร.ม.
  • ราคาขายต่อตารางเมตรปัจจุบันประมาณ 110,000 – 140,000 บาท/ตร.ม.
  • เพิ่มเติมข้อมูลทำเลรอบๆ BTS กรุงธนบุรี ได้ที่: มองหาทำเลน่าอยู่ใกล้รถไฟฟ้า: BTS กรุงธนบุรี

เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วครับ

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างครับ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด : 13.721279, 100.501254

Q House สาทร ตั้งอยู่ในฝั่งกรุงธนบุรีฝั่งขาออก ซึ่งทำเลนี้เดิมเป็นที่อยู่อาศัยดั้งเดิมที่อยู่ติดแม่น้ำ โดยในปัจจุบันจะเห็นว่ามีแหล่งอยู่อาศัยทั้งบ้านพักอาศัยและคอนโดตึกสูงในฝั่งนี้เยอะมีผลมาจากฝั่งสาทรเป็นแหล่งธุรกิจสำคัญ ที่ปัจจุบันกระจายอยู่เต็มพื้นที่ ดังนั้นหากจะหาที่ดินผืนใหญ่ๆ เพื่อพัฒนาอสังหาริมทรัพย์นั้นก็เริ่มทำได้ยาก อีกทั้งราคาที่ดินที่มีมูลค่าสูงเพราะใกล้กับโซนธุรกิจ การจะทำคอนโดเพื่อให้ได้ราคาที่คุ้มกับค่าลงทุนก็จะมีราคาขายที่สูงจนหยิบจับได้ยาก ดังนั้นผู้พัฒนาอสังหาฯ จึงมองหาและขยับขยายไปยังพื้นที่ใกล้ๆ ก็คือฝั่งธนบุรีที่ยังเกาะแนวรถไฟฟ้าที่ต่อออกมาจากฝั่งเมืองและอยู่ติดถนนกรุงธนบุรี ถึงแม้จะขยับไกลออกมาหน่อย แต่ราคาของคอนโดในย่านนี้ก็จะมีมูลค่าอยู่ราวๆ 90,000 – 150,000 บาท/ตร.ม. พอที่จะหยิบจับเป็นเจ้าของได้และสิ่งอำนวยความสะดวกก็ไม่แพ้ฝั่งเมืองเช่นกัน

การเดินทางโดยใช้รถในย่านนี้ มีเส้นทางที่สามารถไปยังถนนหลักได้หลายเส้นทาง แต่จะมีจุดสำคัญที่จะต้องเลือกผ่านคือ “สะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา” ที่จะกรองปริมาณรถและเข้าไปสู่ตัวเมืองในแต่ละย่าน ดังนั้นแน่นอนว่าการมีที่อยู่ในฝั่งที่จะต้องข้ามแม่น้ำเข้าเมืองก็จะเลี่ยงปริมาณรถที่จะเข้าเมืองได้ยากและมีรถติดในช่วงเวลาเร่งด่วนซึ่งเป็นเรื่องปกติที่ต้องเจอแต่ ทำเลที่จะเข้าเมืองถึงจะเลี่ยงรถติดไม่ได้ แต่ก็ยังมีทำเลที่ข้ามสะพานแล้วถึงย่านธุรกิจเลยอย่างถนนกรุงธนบุรีช่วงสะพานตากสินที่ข้ามไปแล้วเป็นย่านสาทร อีกทั้งยังใกล้กับจุดขึ้นทางด่วนในระยะไม่เกิน 3 กม.และเป็นถนนหลักที่เชื่อมกับถนนราชพฤกษ์แจกไปยังสายเหนือ หรือจะไปเชื่อมยังถนนกาญจนาภิเษกที่เป็นวงแหวนรอบนอกเดินทางออกเมืองได้สะดวกด้วย

**เสริมสำหรับคนที่ใช้รถนะครับ ถ้าหากมาจากสะพานตากสินเมื่อข้ามมาแล้วให้อยู่ในเส้นทางหลัก จากนั้นเมื่อใกล้ถึงแยกกรุงธน – ตากสินให้เตรียมชิดขวาเพื่อกลับรถใต้สะพานข้ามแยก และเมื่อกลับรถมาให้อยู่ในช่องคู่ขนานตรงไปประมาณ 1.2 กม. ก็จะถึงตัวโครงการ

ความอุดมสมบูรณ์ ในละแวกนี้เดิมทีในพื้นที่ย่านฝั่งธนบุรีนั้นจะอยู่ใกล้กับแม่น้ำเจ้าพระยา พื้นที่บริเวณนี้จึงมีหลากหลายเชื้อชาติอาศัยอยู่ย่านนี้และมีการค้าขายค่อนข้างคึกคักเพราะสมัยก่อนจะเดินทางด้วยเรือจึงเกิดเป็นแหล่งค้าขายขนาดใหญ่และกลายเป็นตลาดที่อยู่บริเวณวงเวียนใหญ่ในปัจจุบัน ที่มีทั้งตลาดผ้า เครื่องมือเครื่องใช้ และของสดนอกจากนั้นยังอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟวงเวียนใหญ่ที่เป็นทางรถไฟระยะสั้นไปจบที่สถานีแม่กลองที่จังหวัดสมุทรสาครแถวๆ ตลาดร่มหุบนั่นเอง ดังนั้นที่อยู่อาศัยในย่านนี้จะมีอาคารประเภทตึกแถวหรืออาคารพาณิชย์อยู่เยอะ และถนนตรอกซอยจะไม่กว้างมากนัก แต่สามารถลัดเลาะไปยังถนนสำคัญๆ ได้หลากหลายเส้นทาง

ผมลองทำวงกลมโดยสังเขป(สีเหลือง)ให้ดูพื้นความอุดมสมบูรณ์ ซึ่งบนถนนกรุงธนบุรีจะมีไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ ส่วนใหญ่จะอิงไปยังฝั่งถนนเจริญนครที่อยู่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยาซึ่งบริเวณนี้จะมีทั้งโรงแรมติดแม่น้ำ 3 – 5 ดาว อยู่หลายโรงแรม มี Community Mall และอนาคตที่สถานีกรุงธนบุรีจะเป็น Interchange สำคัญที่จะตัดกับสายสีทองที่เพิ่งอนุมัติงบไปโดยปัจจุบันมีแหล่งธุรกิจการค้าแห่งใหม่ที่เส้นทางสีทองจะตัดผ่านก็กำลังดำเนินการก่อสร้างอย่าง Icon Siam ถ้าหากเป็นไปตามแผนก็จะเปิดใช้งานในเวลาที่ไล่เลี่ยกันพอดี และแน่นนอนว่าอนาคตในย่านนี้ก็จะมีมูลค่าที่ดินและราคาขายขยับขึ้นแน่นอน

ส่วนการเดินทางโดยไม่ใช้รถ ในย่านนี้ถือว่ามีความหลากหลาย เส้นทางหลักสำหรับย่านนี้เดิมทีการเดินทางด้วยเรือจะเร็วที่สุด จากนั้นก็จะต่อรถกะป๊อหรือมอเตอร์ไซค์รับจ้างซึ่งมีให้เลือกต่อรถได้หลากหลาย แต่เส้นทางหลักในปัจจุบันก็คือรถไฟฟ้าสายสีลมที่เป็นเส้นทางการเดินทางเข้าเมืองที่สำคัญในย่านนี้เพราะลดจำนวนการต่อรถได้มากขึ้น มีความสะดวกเข้าถึงพื้นที่ตัวเมืองได้เร็ว จึงเป็นข้อดีในการเลือกเดินทางโดยไม่ใช้รถสำหรับโครงการในย่านนี้ และเป็นปัจจัยหนึ่งสำหรับผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มองหาทำเลติดรถไฟฟ้าในฝั่งธนบุรีเพื่อพัฒนาโครงการคอนโดหรือที่อยู่อาศัยประเภทต่างๆ รองรับปริมาณคนที่มาทำงานในย่านนี้และใกล้เคียงอีกด้วย และข้อดีที่น่าสนใจคือตัวโครงการใกล้กับทางขึ้น BTS ทำให้พื้นที่ใกล้เคียงยังมีทั้งวินมอเตอร์ไซค์ประจำตามจุดทางลงแต่ละฝั่ง นอกจากนั้นยังมีคิวแท็กซี่ที่จอดพักใกล้ๆ ปั๊มแก๊สและจอดรอผู้โดยสารที่ลงจากรถไฟฟ้า พร้อมทั้งมีจุดขึ้นรถเมล์เข้าเมือง ทั้งหมดนี้….อยู่บริเวณหน้าโครงการเลย ภาพรวมของการเดินทางจึงมีทางเลือกที่หลากหลายและไม่ต้องเดินไปไกลนัก

 

ขอบคุณภาพจาก http://www.posttoday.com/biz/gov/452913

นอกจากนี้ยังมีรถไฟฟ้าสายสีทองที่จะเป็นส่วนต่อขยายระยะสั้นที่มีเอกชนร่วมลงทุนกับกทม. โดย KT – บจ.กรุงเทพธนาคม เป็นผู้รับผิดชอบโครงการ รูปแบบรถไฟฟ้าจะเป็นแบบรถไฟฟ้าทางเดี่ยว (Monorail) ยกระดับตลอดเส้นทางโดยจะเริ่มต้นสถานที่ BTS กรุงธนบุรีเป็นสถานี Interchange จากนั้นจะวิ่งบนเกาะกลางถนนกรุงธนบุรีแล้วเลี้ยวซ้ายที่บริเวณปลายสะพานสมเด็จพระเจ้าตากสินเข้าสู่ถนนเจริญนคร มุ่งผ่าน Icon Siam จากนั้นเลี้ยวซ้ายบริเวณถนนสมเด็จเจ้าพระยาและวิ่งบนเกาะกลางไปสิ้นสุดที่ สถานีสะพานพุทธในแนวรถไฟฟ้าสายสีม่วง ซึ่งมีทั้งหมด 4 สถานี โดยมีแนวคิดเชื่อมต่อพื้นที่ 3 ส่วนโดยใช้รถไฟฟ้าสายสีทองเป็น Interchage ระหว่างสีม่วงและสีเขียวที่สามารถเดินทางมายัง Icon Siam และพื้นที่ใกล้เคียงได้สะดวกขึ้น ช่วยลดปัญหาการจราจรเมื่อ Icon Siam แล้วเสร็จด้วย

เรามาดูภาพกว้างๆ สำหรับร้านค้าร้านอาหารรอบๆ โครงการในระยะที่เดินถึงกัน เริ่มจากในฝั่งเดียวกับโครงการก่อน นอกจากร้านอาหารที่อยู่ติดกับตัวโครงการแล้ว หากจะหาร้านอาหารและ Super Market ใกล้ๆ ก็เดินมุ่งหน้าไปทาง BTS วงเวียนใหญ่เดินไปสักประมาณ 190 ม. จะมีอาคารสำนักงานสินสาทรที่เป็นแหล่งทำงานขนาดใหญ่ในย่านนี้ ซึ่งจะมีร้านค้าร้านอาหารอยู่รายรอบบริเวณนั้นช่วงเวลาสาย เที่ยง และมีตลาดนัดในช่วงเย็น นอกจากนั้นมี Top Supermarket อยู่ที่ชั้นใต้ดินที่ตึกนี้ด้วย

ส่วนในฝั่งตรงข้ามกันจะมีร้านค้าร้านอาหารคึกคักและมีระยะเดินที่ใกล้กว่า ส่วนใหญ่จะเกาะอยู่ใกล้ๆ กับตึกไทยศรีที่เป็นอาคารสำนักงานขนาดใหญ่เช่นกัน ถ้าเดินจากโครงการก็ข้ามสะพานลอยมาลงที่ทางออก 2 ใต้ตึกไทยศรีก็จะมี 7-11 อยู่ด้านหน้าและวันธรรมดา ก็จะมีร้านค้าร้านอาหาร+แผงลอยมาตั้งขายกัน อาหารการกินจะหลากหลายและอุดมสมบูรณ์มาก นอกจากนั้นใกล้ๆ กันก็มีร้านกาแฟและปั้มน้ำมันที่เปิด 24 ชม. ติดกันก็จะเป็นร้านอาหารซีฟู้ดและอื่นๆ กระจายตัวอยู่ติดถนนยาวไปตลอดทางและข้อดีในย่านนี้คือมีถนนคู่ขนาน สามารถจอดรถได้ไม่กวนทางหลัก แท็กซี่จึงมาจอดพักรถในย่านนี้เยอะ นอกจากนั้นยังมี Max Value อยู่ที่ใต้โครงการ IDEO Mobi ที่สามารถเดินเข้าไปเลือกซื้อจับจ่ายอาหารและของอุปโภคได้สะดวก และจากที่เดินสำรวจบริเวณใกล้เคียงจะมีซอยเลียบคลองสาธารณะออกไปด้านหลังซึ่งเป็น ซอยกรุงธนบุรี 6 และมีคนเดินอยู่ตลอดเวลา เพราะด้านในเป็นแหล่งชุมชนขนาดใหญ่คนที่อยู่ในซอยจึงใช้ซอยเลียบคลองเพื่อเดินลัดมาขึ้นรถไฟฟ้าหรือเลือกต่อรถอื่นๆ ในบริเวณรอบๆ สถานีนั่นเอง

คลิกเพื่อดูภาพขนาดใหญ่

ลองมาดูข้อมูลสภาพแวดล้อมรอบๆตัวสถานีกันบ้าง ผมจะขอหยิบยกแผนภาพจากผังสถานี BTS มาให้ดูกันเลยเพราะแจกแจงรายละเอียดมาให้ครบถ้วนแล้ว หากกดดูภาพขยาย ส่วนใหญ่รอบๆ ตัวสถานีจะเป็นคอนโดพักอาศัยที่เกาะอยู่ริมถนน จะมีอาคารสำนักงานอยู่ 2 ฝั่ง แบ่งตามทางออกไว้ได้ ดังนี้

ทางออกที่ 1 เป็นบันไดเลื่อนและบันไดขึ้นลง ฝั่งนี้มี Q House สาทร ใกล้ๆทางลง มีโรงเรียนนานาชาติ อินเตอร์เนชั่นแนลไพโอเนียร์สที่อยู่ติดกับคอนโด และห่างออกไปจะเป็นอาคารสินสาทรทาวเวอร์ เป็นอาคารสำนักงานขนาดใหญ่ ด้านหน้าก็จะมีความอุดมสมบูรณ์ทั้งอาหารการกินที่เป็นแผงลอยวางตั้งขายและร้านอาหาร แต่จะต้องเดินมุ่งหน้าไปยังสถานีวงเวียนใหญ่ ก็ยังถือว่าอยู่ในระยะเดินที่ไม่ไกลนัก

ทางออกที่ 2 เป็นลิฟท์และบันได ฝั่งนี้จะมีอาคารไทยศรีประกันภัย ซึ่งเป็นอาคารสำนักงานขนาดใหญ่เช่นเดียวกันกับทางออกที่ 1 แต่จะอยู่ใกล้ตัวสถานีมากกว่า แน่นอน ความอุดมสมบูรณ์ในฝั่งนี้จะมีเยอะกว่า เพราะนอกจากจะมีอาคารสำนักงานแล้ว ยังมีร้านอาหารใกล้เคียงที่เป็นร้านอาหารซีฟู้ดอีกด้วย นอกจากนั้นยังมีปั้มน้ำมันบางจากที่เปิดตลอด 24 ชม. เป็นจุดพักรถที่มีความคึกคักไปในตัว ถ้าเทียบกับทางออกอื่นๆ ในฝั่งนี้จะคึกคักและอุดมสมบูรณ์ที่สุด ส่วนคอนโดที่อยู่ใกล้กับทางออกจะมี IDEO สาทร – ตากสิน และ IDEO Mobi สาทร

ทางออกที่ 3 เป็นลิฟท์และบันได สภาพแวดล้อมในฝั่งนี้จะอยู่ติดกับลานจอดแล้วจรของ BTS กรุงธนบุรี ใกล้ๆ กับจุดจอดจะเป็นท่ารถเมล์ที่จะไปสนามหลวงและมีวินมอเตอร์ไซค์ ในฝั่งนี้จะมี Hive สาทรและ Villa สาทร จะสงบกว่าทุกฝั่ง

ทางออกที่ 4 จะมีเฉพาะบันไดเลื่อนขึ้นเท่านั้น ในฝั่งนี้จะมีคอนโด The Bangkok สาทร – ตากสิน และอาคารพาณิชย์ จะสงบเหมือนฝั่งทางออกที่ 3 เพราะเป็นช่วงที่เพิ่งลงจากสะพานตากสินและทางเข้าบริเวณคู่ขนานจะไปอยู่แถวๆ ทางออก 2 ส่วนใหญ่จะเป็นรถที่มาจากทางเจริญนคร มุ่งหน้าไปยังแยกกรุงธนบุรี – ตากสิน

อยู่กันที่ BTS สถานีกรุงธนบุรีนะครับ เราจะพาลงไปทางออกที่ 1 เลี้ยวขวาตามป้าย

ที่ทางออกที่ 1 ทางซ้ายมือจะเป็นส่วนของบันไดเลื่อนขึ้นมาเท่านั้น เราต้องเลี้ยวขวาเพื่อลงบันไดปกตินะ

ก่อนที่จะลงไปขอมองย้อนไปทางขึ้นบันไดเลื่อนหน่อย ซึ่งจะอยู่ห่างจากโครงการ Q House สาทรประมาณไม่เกิน 20 เมตรเท่านั้น ซึ่งใครที่ใช้รถยนต์ส่วนตัวจะเข้าโครงการท่านต้องอยู่เลนขนานนะครับ

กลับหลังหันมาดูอีกฝั่งกันบ้าง ฝั่งนี้จะเป็นการมุ่งหน้าไปทางสะพานตากสิน(ถนนสาทร) ซึ่งถ้าเราออกจากโครงการมาแล้วบนเลนขนาน อีกนิดหน่อยก็จะมีทางเบี่ยงเพื่อเข้าสู่เลนหลักเพื่อไปขึ้นสะพานตากสินเข้าเมืองได้เลย แต่ถ้าตรงไปจะมุ่งหน้าไปถนนเจริญนคร

ลงมาที่บันไดทางปกติกันแล้ว ให้เดินเท้าย้อนกลับไป ทางฟุตบาทที่นี่เดินง่ายครับ

เดินมาอีกหน่อยก็จะถึงฝั่งที่เป็นบันไดเลื่อนขาขึ้น

นี่ครับให้ดูฝั่งที่เป็นบันไดเลื่อนขาขึ้น คือออกจากบ้านถ้าใช้รถไฟฟ้าสบายๆเลย

ตรงริมฟุตบาทบริเวณเริ่มเข้าสู่พื้นที่ริมถนนหน้าโครงการแล้ว จะเห็นว่ามีการปลูกพุ่มไม้สีเขียวหนาตากว่าปกติ มีป้ายรถเมล์ จุดดรอปแท็กซี่ด้านโครงการ และเห็นประตูโปร่งสีแดงๆขวามือสุดไหม นั่นคือประตูส่วนของทางเดินเข้าออกเพื่อร่นระยะมารถไฟฟ้า

ประตูส่วนของทางเดินเข้าออกเพื่อร่นระยะมารถไฟฟ้า ทำสีแดงเด่นออกมาตัดกับสีเขียวของพุ่มไม้รอบๆ ตรงนี้ต้องใช้ Keycard ของลูกบ้านเพื่อนผ่านการเข้าออก

ที่จุดรอป้ายรถเมล์ด้านหน้าก็จะมีแผนที่และแสดงหมายเลขรถให้ดูด้วย

เดินเท้าต่อมาอีกหน่อยจะเห็นป้ายชื่อโครงการ ตั้งอยู่ติดกับทางเข้าออกส่วนหลัก

เลยมาหน่อยนึงจะมีสะพานลอยข้ามฝั่ง เดี๋ยวจะขอเดินไปขึ้นสะพานลอยดูหน่อย

สะพานลอยจะเป็นแบบเปิดโล่งๆนะครับ ถ้าข้ามไปฝั่งตรงข้ามจะเป็นบริเวณปั๊มบางจากที่อยู่เลยมาจากตึกไทยศรี ด้านล่างรอบๆก็มีอาหาร ร้านค้าอยู่พอสมควร

มองไปทางฝั่ง BTS วงเวียนใหญ่ จะเห็นว่าริมถนนก่อนถึงโครงการจะเป็นพื้นที่ของปั๊มแก๊สที่เป็นจุดที่นิยมของเหล่าแท็กซี่แวะเวียนมาใช้บริการเยอะมาก เติมเพื่อก่อนเข้าเมือง ซึ่งเราอยู่ใกล้ยิ่งเรียกง่ายเลย

ย้อนกลับมามองฝั่งโครงการ ซึ่งก่อนทางเข้าโครงการเราจะเห็นซอยเล็กๆอยู่ซอยนึง ซอยนี้เป็นซอยลัดทางเข้าส่วนของโรงเรียนนานาชาติ Pioneers ซึ่งมีคนใช้ค่อนข้างเยอะอยู่เวลาเข้า-เลิกเรียน

 

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

ห้างสรรพสินค้า

  • 7-11(ใต้ตึกไทยศรี) ~ 100 ม.
  • Max Value Tanjai ~ 230 ม.
  • Top Supermarket ใต้ตึกสินสาทร ~ 30o ม.
  • Sena Fest ~ 750 ม.
  • The Jam Factory ~ 1.7 กม.
  • Robinson บางรัก ~ 1.9 กม. (รวมเรือข้ามฟาก)
  • ปั้มบางจาก ~ 1.8 กม. (รวมกลับรถ)
  • River City ~ 2.3 กม. (รวมเรือข้ามฟาก)
  • ตลาดวงเวียนใหญ่ ~ 3.4 กม.
  • Asiatique ~ 5 กม.
  • โรงพยาบาลตากสิน ~ 1.8 กม.
  • โรงพยาบาลสมิตเวช ธนบุรี ~ 3.9 กม.
  • The Mall ท่าพระ ~ 4.6 กม.
  • โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า ~ 4.8 กม.

โรงเรียน

  • โรงเรียนนานาชาติอินเตอร์เนชั่นแนลไพโอเนียรส ~ 100 ม.
  • วิทยาลัยแพทย์ศาสตร์กรุงเทพมหานครและวชิรพยาบาล ~ 1.4 กม.
  • โรงเรียนไทยซิกข์นานาชาติกรุงเทพฯ ~ 1.9 กม.
  • มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ วิทยาเขตพระนครใต้ ~2.5 กม.
  • โรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรีกรุงเทพ ~ 2.9 กม.
  • โรงเรียนนานาชาติเกวลี ~ 5.1 กม.

โรงแรม

  • The Peninsula Bangkok ~ 1 กม.
  • ibis Bangkok Riverside ~ 1.2 กม.
  • Millennium Hilton Bangkok ~ 1.6 กม.
  • State Tower ~ 2.4 กม.
  • Centre Point Hotel Silom ~ 2.8 กม.
  • Shangri-La Hotel, Bangkok ~ 2.9 กม.
  • The Oriental Hotel ~ 2.9 กม.
  • Royal Orchid Sheraton Hotel ~ 3.5 กม.
  • AVANI Riverside Bangkok ~ 3.7 กม.
  • Ramada Plaza Bangkok Menam Riverside ~ 4.7 กม.
  • Chatrium Hotel Riverside Bangkok ~ 4.7 กม.

 


เจาะลึกตัวโครงการ

Q House Sathorn เป็นคอนโด High Rise 35 ชั้น 1 อาคาร 533 ยูนิต, พื้นที่โครงการประมาณ 4 ไร่, ที่จอดรถประมาณ 96% (รวมจอดซ้อนคัน)(สอบถามจากนิติฯ) ห้องที่นี่มี 3 แบบ คือ Studio 28 ตร.ม. (3 ยูนิต) / 1 Bedroom 32 – 50 ตร.ม (388 ยูนิต) / 2 Bedrooms 57 – 84 ตร.ม.(142 ยูนิต) มีจำนวนยูนิตต่อชั้นสูงสุด 18 ยูนิต/ชั้น,  ฝ้าเพดานสูง 2.70 เมตร, มีลิฟท์โดยสาร 6 ตัว แยกเป็น High – Low Zone ฝั่งละ 3 ตัว และ Service Lift 1 ตัว อัตราส่วนลิฟท์จะอยู่ที่ 89 : 1 ถือว่าน้อยนะ รอแปปเดียว

เริ่มจากทางเข้า จะเจอกับซุ้มรปภ.ก่อน เป็นระบบ Key Card Access ส่วนคนนอกก็แลกบัตรกับแจ้งห้องตามระเบียบ ระบบการเดินรถภายในโครงการเป็นวันเวย์รอบอาคารนะครับ ด้านนอกจะมีพื้นที่สวนหย่อมกลางแจ้ง พร้อมศาลานั่งเล่นให้อยู่ มีประตูที่อยู่ตรงสวนสามารถออกนอกโครงการได้ย่นระยะ BTS เหลือ 10-20 เมตร /  ที่ชั้น 1 จะเป็นส่วนของ Lobby สามารถจอดรถได้ตั้งแต่ชั้น 1-5, Main Facility จัดเอาไว้ที่ชั้น 6 เรียกว่าใหญ่อลังการเลย(มีห้องพักอาศัยปนอยู่หน่อย), Typical Plan พักอาศัยจริงจังเริ่มที่ชั้น 7 ไปจนถึงชั้น 35 (แต่ช่วงชั้นบนๆจำนวนห้องลดลงเพราะเน้นห้อง 2 Bed เพิ่มขึ้นมา) เอาล่ะไปดูของจริงกันเลย

ที่บริเวณทางเข้าออกหลักด้านหน้าจะเจอกับซุ้มรปภ.ก่อนที่คอยสแกนการตรวจตราคนเข้าออก คนนอกผู้มาติดต่อก็แลกบัตรกับแจ้งห้องตามระเบียบ

พื้นทางเข้าออกบริเวณนี้ลากยาวไปจนถึง Drop Off จะปูด้วยพื้นสแตมป์ตอนกรีตทั้งหมด ส่วนของทางเข้าออกจะเป็นระบบแตะบัตร Keycard Access ระยะใกล้ เพื่อเปิดรั้วไม้กั้นกระดก และมี CCTV ที่บริเวณนี้

พอเข้ามาแล้วการเดินรถจะเป็นวันเวย์ตรงไป แต่ถ้าใครแวะมาส่ง ก็วนเข้าสู่ Drop off ใต้พื้นที่อาคาร และวนออกได้เลย

พื้นที่ Drop Off ขนาดค่อนข้างใหญ่และกว้างขวาง ทำให้การต่อคิวของรถไม่มีปัญาหา สามารซ้อนคันกันได้ถ้ามีรถมาต่อกัน

และยังมีส่วนของที่จอดรถ Visitor ชั่วคราวบริเวณนี้พื้นที่นี้ด้วยนะ

ส่วนของการเดินรถปกติ วิ่งตรงเข้ามานิดหน่อย เราจะเจอกับส่วนของทางเข้าที่จอดรถที่อยู่กลางอาคาร บริเวณนี้จะมีพี่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอยู่อีกนาย คอยดูแลเบื้องต้น

การเข้าสู่พื้นที่จอดรถภายในอาคาร 5 ชั้น จะต้องสแกนอีกชั้นนึง เพื่อให้รั้วไม้กั้นกระดกเปิด แต่ทีนี่จะจำกัดความสูงในการเข้าน้อยกว่าที่อื่นหน่อยคือ 1.90 เมตร ซึ่งผมเห็นที่อื่นๆจะอยู่ที่ 2.10 เมตรเป็นมาตรฐาน

ลองเข้ามาดูในส่วนของพื้นที่จอดรถในอาคารกันหน่อย ถึงแม้ว่าจะจอดรถ 5 ชั้น แต่จะมีการแบ่งสเต็ปหั่นครึ่งชั้น ทำให้จอดได้มากขึ้น มีการตีช่องจอดเป็นมาตรฐาน ที่ผนังมีการเจาะช่องแสงทำให้ดูสว่างในเวลากลางวัน

ระหว่างชั้น จะมีบันไดทางขึ้นลงแบบนี้ ที่เพดานเค้าเก็บส่วนของท่องานระบบเรียบร้อยดี

 

มีส่วนของห้องน้ำแยกชายหญิง บันไดหนีไฟ และ CCTV ระหว่างชั้นเป็นมาตรฐาน

ที่ฝั่งด้านหน้าจะเห็นส่วนกันตกที่เป็น Facade (ผิวปิดอาคาร) เป็นช่องสี่เหลี่ยมมาต่อกัน จะเห็นว่าพื้นที่จอดรถชั้น 3-5 ค่อนข้างโล่งพอสมควรในเวลากลางวันที่ผู้คนออกไปทำงาน ซึ่งจากการสอบถามนิติฯแจ้งว่าสามารถจอดได้ประมาณ 96%(รวมจอดซ้อนคัน) คาดว่าไม่น่ามีปัญหา

นี่ครับเราจะเห็นบันไดส่วนนี้นำทางเข้าไปสู่ประตู Lift Lobby

ที่ประตู Lift Lobby ก็ต้องใช้ Keycard ลูกบ้านในการผ่านเข้าออกนะฮะ

กลับออกมาที่ด้านนอกอาคารกันอีกครัง เนื่องจากว่าโครงการนี้มีอายุพอสมควรระดับนึงแล้ว เราจะเห็นพวกต้นไม้กลางใหญ่ที่ถูกปลูกไว้โตมาพอสมควร และได้ร่มเงาที่เยอะมากในเวลากลางวัน ซึ่งรั้วโครงการมาตรฐานจะอยู่ที่ประมาณ 2.5 – 3 เมตร แล้วแต่ช่วง

อ้อมมาที่ฝั่งด้านหลังอาคาร(ทิศเหนือ) จะเห็นว่ามีการตีช่องจอดทาสีเอาไว้ให้เป็นกิจลักษณะ

ส่วนที่ติดกับรั้วโครงการจะลงต้นไม้สูงเอาไว้ให้เยอะทีเดียวเลยล่ะ

เดินมาต่อจะมีการหักเลี้ยว 2 ชั้นเล็กน้อยตามลักษณะรูปแปลงของที่ดิน

จากมุมนี้ถ่ายไที่ตัวอาคาร จะเห็นว่าห้องพักอาศัยมีเริ่มตั้งแต่ที่ชั้น 3 เลยครับ

รั้วของฝั่งนี้จะต่อเติมเป็นระแนงสูงพิเศษให้บังสายตาจากโกดังที่อยู่ติดกันด้านหลังครับ น่าจะประมาณ 5 เมตรกว่า เรียกว่าเก็บรายละเอียดทัศนียภาพได้ดีทีเดียว

โค้งข้างหน้าก็จะเข้าสู่ฝั่งด้านหน้าอาคาร

ที่ฝั่งด้านหน้าอาคารก็จะเป็นพื้นที่ส่วนกลาง พื้นที่สีเขียวให้แก่ลูกบ้านโดยเป็นสวนหย่อม มีศาลานั่งพักผ่อน และประตูทางออกไปสู่ถนนที่ใกล้กับ BTS

มุมศาลานั่งพักผ่อนใช้วัสดุธรรมชาติของไม้เป็นหลัก โดยวางชุดโต๊ะเก้าอี้นั่งไว้ให้ด้วย 2 ชุด รอบๆเป็นพื้นที่สีเขียวเพิ่มความสบายตา

เดินออกประตูไปเจอป้ายรถเมล์เลย เลี้ยวซ้ายไปปุ๊ปเจอบันไดเลื่อนทางขึ้น BTS ได้เลย สบายจริงๆ

เอาล่ะเข้ามาในอาคารกันบ้าง ที่ประตูทางเข้าผนังรอบๆเป็นกระจกช่องแสงขนาดใหญ่ เพื่อให้แสงส่องผ่านเข้ามาที่ Lobby ได้ และมีการตกแต่งด้วยหินอ่อนเป็นซุ้มทางเข้าดูสวยดีนะ

ในส่วนของโถง Lobby ซึ่งตามสไตล์ของ Q House ที่ค่อนข้างให้น้ำหนักกับ Lobby ซึ่งกว้างขวาง มีการจัดวางชุดโต๊ะรับแขกเอาไว้หลายจุด

ที่ผนังฝั่งด้านข้างก็ติดเป็นกระจกใสบานใหญ่ Floor to ceiling เหมือนกัน ดูโปร่งโล่งสบายตา เห็นพื้นที่สีเขียวจากด้านนอก แทบไม่เห็นทัศนียภาพรถวิ่งด้านนอกเลย / การที่ Lobby มีชุดโต๊ะ โซฟารองรับเยอะขนาดนี้ก็ดีนะครับ เผื่อว่าใครมีเพื่อนหรือแขกมาหา แล้วห้องเรารกอยู่ไม่สะดวก ก็ให้มานั่งรอหรือพูดคุยกันบริเวณนี้ได้เลย

ชุดโคมไฟที่ตกแต่งที่เพดาน จะเปิดไฟช่วงเย็น กลางคืน และที่ฝ้ามีการเล่นระดับ พร้อมทั้งติดไฟดาวน์ไลท์เพิ่มเติมแสงสว่างรอบๆ

มุมโซฟาอีกสักรูป

ที่นี่เค้าเก็บโมเดลโครงการเอาไว้ที่นี่ด้วย  ไม่ได้ถูกย้ายไปเก็บที่สนง.ใหญ่ 😀

ไหนๆก็ขอใช้โมเดลเป็นตัวอธิบายคร่าวให้ดูหน่อย ที่ชั้น 1 จะเป็นส่วนของ Lobby สามารถจอดรถได้ตั้งแต่ชั้น 1-5, Main Facility จัดเอาไว้ที่ชั้น 6 เรียกว่าใหญ่อลังการเลย ซึ่งฝั่งด้านหน้าติดถนนกรุงธนบุรีจะเป็นสวนหย่อมกลางแจ้งพร้อมศาลานั่งเล่น ส่วนฝั่งด้านหลังจะเป็นสวนหย่อม สระว่ายน้ำ แยกสระเด็ก ห้องออกกำลังกาย ห้องอ่านหนังสือ (มีห้องพักอาศัยปนอยู่หน่อย), Typical Plan พักอาศัยจริงจังเริ่มที่ชั้น 7 ไปจนถึงชั้น 35

ที่ด้านข้างเคาน์เตอร์ Reception ถ้าตรงไปจะเป็นส่วนของห้องน้ำ, ห้องนิติบุคคล / ส่วนประตูกระจกทางซ้ายเป็นทางเข้าสู่โถงลิฟท์หลัก

เข้ามาด้านในโถงลิฟท์แล้ว จะเห็นการตกแต่งที่เน้นใช้กระจกและเส้นขอบต่างๆเป็นลวดลายสีทอง

Lift Lobby ที่ชั้น 1 เนี่ย… สวยมากกกก รูปแบบจะเหมือนกับพวกโรงแรมเลย ซึ่งที่นี่จะมีการแบ่ง High Zone (ซ้ายมือ 3 ตัว) และฝั่ง Low Zone (ขวามือ 3 ตัว) แยก Service Lift 1 ตัว อัตราส่วนลิฟท์จะอยู่ที่ 89 : 1 ถือว่าน้อยนะ รอแปปเดียว

ทีนี้ขอขึ้นมาที่ชั้น Main Facility ที่ชั้น 6 กันก่อนครับ

ที่ชั้นนี้ก็ยังมีส่วนของห้องพักอาศัยอยู่เหมือนกันนะ แต่จะมีประตูแยกส่วน(ใช้ Keycard) มาเพิ่มความปลอดภัยอีกขั้นนึง

ที่ผนังมีการติดบอร์ดประกาศต่างๆ ก่อนเดินออกไปพื้นที่ด้านนอก

ออกมาพื้นที่กึ่งกลางแจ้ง จะถูกจัดเป็นพื้นที่นั่งเล่น และมุมเด็กเล่นที่วางเครื่องเล่นเอาไว้ให้บางส่วน ซึ่งตรงพื้นส่วนนั้นจะเป็นแบบนุ่ม รองรับการกระแทกหรือล้มได้ส่วนนึง

หันไปทางซ้ายมือก่อน จะมีการเดินออกไปยังพื้นที่กลางแจ้งด้านนอก ซึ่งจัดเป็นสวนหย่อมขนาดใหญ่เอาไว้

เดินออกมาจะเจอกับทางเดินที่ถูกปูทางเอาไว้ให้ ภายในพื้นที่สีเขียวทีมีทั้งต้นไม้เล็กใหญ่

มุมนี้เป็นมุมนั่งเล่นอีกจุดนึง แต่อาหารนำอาหาร เครื่องดื่ม มาทาน รวมถึงห้ามสูบบุหรี่นะครับ

ให้ดูการจัดพื้นที่สวนของโครงการ เรียกว่าทำออกมาได้เหมือนกับเราอยู่พื้นที่แนวราบจริงๆเลย (นี่ชั้น 6นะ)

เดินไปที่จะสุดปลายอาคารเจอะกับศาลาเล็กๆดูน่าใช้

นี่ครับ ศาลาที่อยู่ในพื้นที่สวน เป็นศาลา 8 เหลี่ยม ขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ แต่เข้าไปนั่งเล่นได้อารมณ์เหมือนอยู่ในหมู่บ้านดี 😀

ที่ชั้น 6 ก็มีห้องที่อยู่ติดกับวิวสวนฝั่งด้านหน้าด้วย แต่จะมีระยะของพุ่มไม้ที่กั้นไม่ให้ปีนออกมาได้ประมาณ 1 เมตรกว่าๆ

เลยให้ดูหน้าตาอาคารเสียหน่อย จะเป็นโทนสีอ่อน ที่ตัดด้วยสีออกน้ำตาลครีมเป็นเส้นแนวตั้งครับ

ทีนี้เรากลับมายังพื้นที่เด็กเล่นตรงกลางอาคาร และไปดูอีกฝั่งตรงข้ามกันบ้าง (บริเวณนี้ตั้งอยู่บนดาดฟ้าของโพเดียมจอดรถ)

ทางเดินตอนแรกออกไปปูด้วยแผ่นคอนกรีตขนาดใหญ่ ซึ่งสองฝั่งซ้ายขวาจัดเป็นสวนหย่อม ปูสนามหญ้าเอาไว้ทั้งหมด

เราเดินมาที่สุดทางเดิน ทางซ้ายมือจะเข้าสู่พื้นที่ของสระว่ายน้ำแล้ว

พื้นที่รอบๆสระ จัดเป็น Pool Deck Area เอาไว้นอนอาบแดด

รูปแบบของสระจะเป็นสระน้ำล้นที่ขอบสระ จะเป็นชั้นๆลดสเต็ปลงไปจนถึงหินกรวดตกแต่ง เราจะได้ยินเสียงของน้ำไหลเรื่อยๆตลอดเวลา สระว่ายน้ำผู้ใหญ่ขนาดประมาณ 12 x 25 เมตร ลึก 1.20 เมตร

ที่เห็นอาคารแยกส่วนด้านหลังนั้นจะเป็นส่วนของห้อง Fitness ซึ่งรอบๆพื้นที่ตัว L จะจัดเอาไว้เป็นสระเด็กแยกออกมา

ทางลงของสระเด็กจะอยู่ตรงนี้ซึ่งข้างๆจะมีชุดโต๊ะเก้าอี้นั่งเผื่อผู้ปกครองมาเฝ้าได้ (สระเด็กลึก 40 ซม.)

ทางเดินระแนงไม้ที่เชื่อมต่อไปยังฝั่งตรงข้าม

ทางบันไดลงของสระผู้ใหญ่จะอยู่บริเเวณนี้ ซึ่งข้างๆจะมีส่วนที่อาบน้ำชำระตัวอยู่ 2 จุด

ส่วนทางซ้ายมือ จะมีบันไดทางขึ้นไปสู่ห้อง Fitness

ประตูทางเข้าห้อง Fitness

ภายในห้อง Fitness ซึ่งจะมีช่องแสงเป็นผนังกระจกไปทางฝั่งสระว่ายน้ำ ในห้องดูดีทีเดียวปูพื้นด้วยพรม วางเครื่องออกกำลังกายหลักๆไว้ครบ ซึ่งเปิดเข้ามาจะเจอกับพวกเครื่องเล่นคาดิโอก่อนอย่างวิ่งลู่ ปั่นจักรยาน

ส่วนถัดมาจะเป็นเครื่องเล่นประเภทอื่นๆ รวมๆแล้วจะมีเครื่องอยู่ประมาณ 12 ชิ้น(รวมบาร์ดัมเบล)

วิวจากห้องออกกำลังกาย เห็นพื้นที่ส่วนของสระว่ายน้ำครอบคลุมทั้งหมด ดูแล้วสบายตา

ส่วนริมสระอีกฝั่งนึงจะมีการวาง Daybed แบบมีผ้าคลุมบังแดดเอาไว้ให้ มาใช้เวลากลางวันได้ แต่ว่าเตียงแบบนี้ผมว่าจะปวดหลังเอา ต้องเอาเบาะมาเองด้วยถ้าจะนอนนานๆจริงจัง (ด้านหลังมีการปลูกพุ่มไม้เพื่อเพอ่มความเป็นส่วนตัวเวลาใช้งาน บังสายตาจากภายนอกด้วย)

เดินมาที่สุดปลายสระจะเป็น พื้นที่ของจากกุชชี่ ขนาดใหญ่ที่แยกส่วนออกมาจากสระเลย สำหรับคนต้องการมานั่งผ่อนคลายแช่ตัว

มุมซ้ายมือเป็นที่นั่งยาวพร้อมเจ็ตสปาเอาไวนวดหลังและขา

มุมขวามือเป็น Bed Spa เอาไว้นอนนวดคอเบาๆ ชิลๆ

ทีนี้ติดกันจะมีทางเดินขึ้นไปส่วนของห้องอ่านหนังสือ

ภายในห้องอ่านหนังสือขนาดปานกลาง จัดออกมามีทั้งช่องแสง โต๊ะเก้าอี้ ชั้นวางให้เหมาะสม น่าใช้งาน เวลากลางวันก็เปิดแอร์ปกติ มีห้องน้ำในตัว และ Free WIFI

มาดูส่วนของแปลนชั้นพักอาศัยกันบ้าง จริงๆ Typical Plan จะเริ่มตั้งแต่ชั้น 7 แล้วนะครับ ห้องพักอาศัยจะมีไปจนถึงชั้น 35 ซึ่งผมเอาแปลนชั้น 12, 22 และ 32 มาให้ดูจะเห็นว่าช่วงชั้นล่างๆหน่อยจะให้น้ำหนักจำนวนห้องอยู่ที่ 18 ยูนิต/ชั้น (สีฟ้าเป็น 1 Bed, สีเหลืองเป็น 2 Bed) และชั้นบนๆขึ้นมาจะเพิ่ม 2 Bed ขึ้นมาเยอะขึ้น

โถงทางเดินของที่นี่จะเป็นรูปตัว T ตามรูปอาคาร มีช่องแสงส่องมาโถงทางเดิน 4 จุดที่ปลายอาคารและหน้าโถงลิฟท์ ซึ่งที่นี่เค้าไม่เปิดไฟตามโถงทางเดินเวลากลางวัน อาจจะมีช่วงมืดๆไปบ้าง มีบันไดหนีไฟมาให้ 3 จุด / และถ้าสังเกตุลิฟท์(สีแดง)มีการแยกฝั่ง High-Low Zone ที่บอกไว้ตอนแรก ในแปลนจะมีทิศบอกเอาไว้ให้นะครับ ทิศที่ติดถนนหลักกรุงธนบุรีด้านหน้าคือทิศใต้นั่นเอง

มาดูที่ชั้นพักอาศัยชั้น 31 กันหน่อย จะเห็นว่าโถงลิฟท์จะเปลี่ยนเป็นแบบเรียบๆไม่ได้หรูหราเหมือนกับชั้น 1 และชั้นส่วนกลางนะครับ ที่ปลายผนังมีช่องแสงส่องผ่านเข้ามา

ที่ผนังอีกฝั่งมีการติดป้ายเลขที่ห้องบอกแยกส่วนซ้ายขวาเอาไว้

Corridor โถงทางเดินอย่างที่บอกว่าที่นี่เค้าไม่ได้เปิดไฟส่องสว่างเอาไว้เวลากลางวัน ทำให้มีช่วงมืดๆแบบนี้แหละ ต้องการจะประหยัดค่าส่วนกลางมั้งครับ ตามโถงทางเดินก็มี CCTV ติดไว้ด้วยนะ

ถ้าเดินมาใกล้ๆหน้าต่างช่องแสงปลายอาคารจะสว่างขึ้นหน่อย

รูปแบบของประตูห้องมาตรฐานจะเป็นบานไม้สีขาวเซาะร่อง มีติดตั้งตาแมวให้ มือจับแบบก้านโยกสแตนเลส / ที่ผนังด้านข้างมีติดตั้งกริ่งเอาไว้ และมีป้ายบ้านเลขที่ห้องบอกบนกระจกสีเขียว

 

สภาพแวดล้อมรอบโครงการส่วนใหญ่เป็นบ้านพักอาศัยและคอนโดมิเนียมตึกสูง ความคึกคักในย่านนี้จะมีเฉพาะช่วงเช้าและเย็น เพราะใกล้กับ BTS กรุงธนบุรี ผู้คนที่อยู่ในซอยด้านหลังโครงการจะเดินมาขึ้นกันค่อนข้างเยอะ กลางคืนไม่ค่อยเปลี่ยวนักเนื่องจากตัวโครงการอยู่ติดถนนหลักในช่วงที่จะใกล้เข้าตัวเมืองไปสาทร มีรถผ่านอยู่ด้านหน้าแทบจะตลอดเวลา สภาพแวดล้อมต่างๆแบ่งตามทิศได้ ดังนี้

  • ทิศเหนือ เป็นชุมชนพักอาศัยทั่วไปจากบริเวณซอยเจริญนคร 14 จะมีคอนโด Low Rise 8 ชั้นปนอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้อยู่ในระยะประชิด
  • ทิศตะวันออก แถบครึ่งหลังๆของอาคารเราเห็น Hive สาทร 31 ชั้น แต่ไม่ได้หันหน้าเข้าหาเราตรงๆ ในระยะประชิดจะเป็นโกดังที่เหลือก็โล่ง วิวๆไกลชั้นสูงๆจะเห็นสะพานตากสิน
  • ทิศใต้ ด้านหน้าติดกับถนนกรุงธนบุรี ข้ามไปฝั่งตรงข้ามจะเห็นปั๊มน้ำมันบางจาก ชุมชนพักอาศัยทั่วไป, แต่ครึ่งนึงทางซ้ายมือจะเห็นอาคารสูงสำนักงานตึกไทยศรี และ IDEO คอนโด ที่มีระยะห่างไปประมาณ 120 เมตร
  • ทิศตะวันตก ในระยะประชิดติดกับบ้านพักอาศัย, ปั๊มแก๊ส, รร.นานาชาติ Pioneers แต่ถ้าห่างออกไปประมาณ 180 เมตร ฝั่งด้านหน้าจะเห็นตึกสำนักงาน สินสาทร 30 ชั้น (แต่ฝั่งด้านหลังจะโล่ง)

วันที่ไปได้รูปวิวจากระเบียงมา 2 ห้องนะครับ ซึ่งห้องแรกเป็นฝั่งทิศใต้ ที่ชั้น 31

มองลงไปด้านล่างจะเป็นส่วนของสวนสาธารณะที่ชั้น 6

ส่วนอีกด้านจะเป็นวิวทิศตะวันตกที่ชั้น 24 (ฝั่งครึ่งด้านหลัง) ก็มีโดนบังวิวจากตึกสินสาทรบ้าง 1 ใน 3 ที่อยู่ห่างไปประมาณ 180 เมตร

 

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • ชั้น 1 : สวนหย่อม, ศาลาพักผ่อน, Lobby
  • ชั้น 6 : พื้นที่นั่งเล่น, พื้นที่เด็กเล่น(มีเครื่องเล่น), สวนสาธารณะขนาดใหญ่มีที่นั่งและศาลา
  • ชั้น 6 : สระว่ายน้ำน้ำล้นขนาดประมาณ 12 x 25 เมตร ลึก 1.20 เมตร แยกสระเด็กลึก 40 ซม.
  • ชั้น 6 : ห้องออกกำลังกายขนาดใหญ่ วางเครื่องออกกำลังกายไว้ประมาณ 12 เครื่อง
  • ชั้น 6 : Pool Deck Area ที่นอนอาบแดด, Jacuzzi Area, Library ห้องน้ำในตัว Free WIFI
  • ลิฟท์โดยสาร 6 ตัว แยก High – Low Zone
  • Service Lift 1 ตัว
  • อัตราส่วนลิฟท์รวมทั้งโครงการ 89 :  1
  • ที่จอดรถประมาณ 96% (รวมจอดซ้อนคัน)(สอบถามจากนิติฯ)
  • ระบบ CCTV / Access Card / รั้วไม้กั้นกระดก / รปภ. 24 ชม.


Product Walkthrough

ผมลองดราฟแปลนห้องแบบ 1 Bedroom ขนาด 47 ตร.ม.มาให้ดูประกอบกันคร่าวๆนะครับ เนื่องจากห้องแบบนี้มีเยอะสุดในโครงการ

**เนื่องจากโครงการนี้ขายหมดไปนานมาก น่าจะเกิน 6 ปีขึ้นไปแล้วนะครับ เพราะเป็นห้องมือ 2 จึงไม่มีห้องตัวอย่างให้ชมซึ่งรายละเอียดของแต่ละห้องจะแตกต่างกัน แล้วแต่การตกแต่งของเจ้าของห้อง ถ้าสนใจหรืออยากสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมในโครงการนี้แนะนำนัดเจ้าของห้องหรือเอเจนซี่ที่เปิดขาย เข้าไปดูสภาพและบรรยากาศภายในห้องด้วยตัวเองเพราะมีหลายปัจจัยในการตัดสินใจ เช่น

  • เป็นห้องที่ตำแหน่งดี ได้วิวสวยหรือไม่
  • ของที่ตกแต่งในห้อง รวมถึงเฟอร์นิเจอร์ Built-In อาจไม่ตรงตามความชอบ
  • สภาพปัจจุบันและการดูแลรักษาห้อง ยังใหม่หรือดูทรุดโทรมหรือไม่อาจจะต้องเผื่องบประมาณค่าตกแต่งหรือซ่อมแซมหลังจากซื้อขายกันแล้ว

รายการวัสดุเดิมจากโครงการที่นี่ขายแบบ Fully Fitted ที่ให้ชุดครัว Starmark, Hob&Hood ของ Teka, Built-In ตู้เสื้อผ้า, สุขภัณฑ์ COTTO, แถมแอร์ห้องนั่งเล่นและห้องนอน(แขวนด้านบนระเบียง), พื้นลามิเนตและกระเบื้องไซส์ 60 ซม.(มีติดตั้งบัวพื้น), ฝ้าเพดานสูง 2.70 เมตร

 

ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 28 March 2017

เนื่องจากเป็นโครงการที่ขายหมดและโอนกันหมดแล้ว ดังนั้นต้องซื้อต่อจากเจ้าของเดิม ทำให้ราคาก็จะค่อนข้างหลากหลายขึ้นอยู่กับทำเลห้องได้อยู่ชั้นสูงหรือชั้นล่าง ตกแต่งมากหรือน้อยครบแค่ไหน ความพอใจราคาจากการตกลงกันระหว่างคนซื้อและคนขาย โดยราคาต่อตารางเมตรในปัจจุบัน ปี 2017 จะอยู่ที่ประมาณ 110,000 – 140,000 บาท/ตร.ม. (เป็นการเก็บข้อมูลโดยส่วนตัวเองเท่านั้น)

  • ได้สิทธิ์ที่จอดรถห้องละ 1 สิทธิ์ ไม่จำกัดจุดจอด
  • ค่าส่วนกลาง 45 บาท/ตร.ม./เดือน จ่ายรายปี


เจาะลึกรวบยอด

Q House สาทร ตั้งอยู่ในฝั่งกรุงธนบุรีฝั่งขาออก ซึ่งทำเลนี้เดิมเป็นที่อยู่อาศัยดั้งเดิมที่อยู่ติดแม่น้ำ โดยในปัจจุบันจะเห็นว่ามีแหล่งอยู่อาศัยทั้งบ้านพักอาศัยและคอนโดตึกสูงในฝั่งนี้เยอะมีผลมาจากฝั่งสาทรเป็นแหล่งธุรกิจสำคัญ ที่ปัจจุบันกระจายอยู่เต็มพื้นที่ ดังนั้นหากจะหาที่ดินผืนใหญ่ๆ เพื่อพัฒนาอสังหาริมทรัพย์นั้นก็เริ่มทำได้ยาก อีกทั้งราคาที่ดินที่มีมูลค่าสูงเพราะใกล้กับโซนธุรกิจ

ความอุดมสมบูรณ์ ซึ่งบนถนนกรุงธนบุรีจะมีไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ ส่วนใหญ่จะอิงไปยังฝั่งถนนเจริญนครที่อยู่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยาซึ่งบริเวณนี้จะมีทั้งโรงแรมติดแม่น้ำ 3 – 5 ดาว อยู่หลายโรงแรม มี Community Mall และอนาคตที่สถานีกรุงธนบุรีจะเป็น Interchange สำคัญที่จะตัดกับสายสีทองที่เพิ่งอนุมัติงบไปโดยปัจจุบันมีแหล่งธุรกิจการค้าแห่งใหม่ที่เส้นทางสีทองจะตัดผ่านก็กำลังดำเนินการก่อสร้างอย่าง Icon Siam ถ้าหากเป็นไปตามแผนก็จะเปิดใช้งานในเวลาที่ไล่เลี่ยกันพอดี

การเดินทางโดยใช้รถ ในย่านนี้ มีเส้นทางที่สามารถไปยังถนนหลักได้หลายเส้นทาง แต่จะมีจุดสำคัญที่จะต้องเลือกผ่านคือ “สะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา” ที่จะกรองปริมาณรถและเข้าไปสู่ตัวเมืองในแต่ละย่าน ดังนั้นแน่นอนว่าการมีที่อยู่ในฝั่งที่จะต้องข้ามแม่น้ำเข้าเมืองก็จะเลี่ยงปริมาณรถที่จะเข้าเมืองได้ยากและมีรถติดในช่วงเวลาเร่งด่วนซึ่งเป็นเรื่องปกติที่ต้องเจอแต่ ทำเลที่จะเข้าเมืองถึงจะเลี่ยงรถติดไม่ได้ แต่ก็ยังมีทำเลที่ข้ามสะพานแล้วถึงย่านธุรกิจเลยอย่างถนนกรุงธนบุรีช่วงสะพานตากสินที่ข้ามไปแล้วเป็นย่านสาทร อีกทั้งยังใกล้กับจุดขึ้นทางด่วนในระยะไม่เกิน 3 กม. ถือว่าสะดวกทีเดียว และจุดเด่นอีกอย่างของโครงการคืออยู่ติดรถไฟฟ้าแต่ได้ที่จอดรถกว่า 90%+รวมจอดซ้อนคัน

การเดินทางโดยไม่ใช้รถ มีให้เลือกหลากหลาย เส้นทางหลักสำหรับย่านนี้เดิมทีการเดินทางด้วยเรือจะเร็วที่สุด จากนั้นก็จะต่อรถกะป๊อหรือมอเตอร์ไซค์รับจ้างตามสะดวก แต่ในปัจจุบันเป็นรถไฟฟ้าสายสีลมเพราะไม่ต้องขึ้นรถหลายต่อ เข้าถึงตัวเมืองได้เร็ว นอกจากนั้นยังเป็นปัจจัยที่ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เข้ามาพัฒนาโครงการคอนโดหรือที่อยู่อาศัยประเภทต่างๆ รองรับปริมาณคนที่มาทำงานในย่านนี้และใกล้เคียงอีกด้วย และที่น่าสนใจคือตัวโครงการใกล้กับทางขึ้น BTS ทำให้พื้นที่ใกล้เคียงยังมีทั้งวินมอเตอร์ไซค์ประจำตามจุดทางลงแต่ละฝั่ง นอกจากนั้นยังมีคิวแท็กซี่ที่จอดรอผู้โดยสารที่ลงจากรถไฟฟ้า และป้ายรถเมล์ซึ่งทั้งหมดนี้อยู่ใกล้ๆ กับตัวโครงการเดินได้สะดวก

วัสดุ ให้ครบตามมาตรฐาน เดิมโครงการขายแบบ Fully Fitted ที่ให้ชุดครัว Starmark, Hob&Hood ของ Teka, Built-In ตู้เสื้อผ้า, สุขภัณฑ์ COTTO, แถมแอร์ห้องนั่งเล่นและห้องนอน(แขวนด้านบนระเบียง), พื้นลามิเนตและกระเบื้องไซส์ 60 ซม.(มีติดตั้งบัวพื้น), ฝ้าเพดานสูง 2.70 เมตร / ซึ่งรายละเอียดเรื่องวัสดุของโครงการมือสองนั้นหลายๆห้องมีการตกแต่งต่อเติมซึ่งต้องพิจารณาเป็นรายห้องว่า ห้องได้เราได้อะไร คุ้มค่าหรือไม่ มีทั้งห้องที่ขายพร้อมเฟอร์นิเจอร์และตกแต่งอย่างดี และห้องที่ขายเป็นห้องเปล่าๆ อย่างไรก็ตามต้องพิจารณาสภาพห้องประกอบด้วยว่าอยู่ในสภาพที่ดีหรือไม่

การออกแบบ โครงการที่สร้างมานานแล้ว การออกแบบทั้งพื้นที่ส่วนกลางและตัวอาคารอาจจะไม่หวือหวาเท่ากับคอนโดในเมืองปัจจุบัน แต่รายละเอียดต่างๆโครงการนี้ทำมาค่อนข้างลงตัว ตัวอาคารออกแบบมาเรียบๆใช้โทนสีสว่าง ตกแต่งในสไตล์คลาสสิค พื้นที่ส่วนกลางเน้นหน้าตาดูดีคล้ายโรงแรม การจัดวางผังภายในอาคารเป็นสัดส่วนดี ผังห้องพักมีขนาดค่อนข้างกว้างกว่าโครงการในปัจจุบันที่เหมาะกับการอยู่อาศัยจริงได้ดีแบบไอ่อึดอัด และสามารถทำอาหารได้ดีเพราะเป็นครัวปิดและเอาไว้ใกล้กับประตูระเบียงช่วยเพิ่มการระบายกลิ่นได้ดี

สาธารณูปโภค ที่นี่จะสังเกตว่าโครงการของ Q House นี่จะเน้นหน้าตาของ Lobby เป็นพิเศษ ซึ่งดุหรูหราสไตล์โรงแรม ยังคงความคลาสสิคถึงแม้เวลาผ่านไปนานก็ไม่ตกเทรนด์ ที่ชั้นล่างมีแค่ Lobby ขนาดใหญ่สูงโปร่ง ที่นั่งเยอะ และสวนหย่อมด้านนอกพร้อมศาลานั่งเล่น แต่ไฮไลท์จะมาอยู่ที่ชั้นหลักอย่างชั้นที่ 6 บนโพเดียมที่เรียกว่าจัดเต็ม จัดออกมาได้สวยน่าใช้งาน อย่างกับอยู่โครงการแนวราบเลยล่ะ ให้ทั้งสวนสาธารณะขนาดใหญ่ฝั่งด้านหน้า(พี้อมที่นั่งกับศาลา) และสระว่ายน้ำผู้ใหญ่แยกสระเด็กแยกมุมจากกุชชี่ ห้องออกกำลังกายวิวสระจัดเต็ม และห้องอ่านหนังสือฟรีไวไฟ เรียกว่าคุ้มกับค่าส่วนกลาง 45 บาท/ตร.ม.

 

Judgement

เนื่องจากเป็นโครงการที่ขายหมดแล้ว ซึ่งปัจจุบันรูปแบบการขายเปลี่ยนแปลงเป็นแบบ Re-sale จึงมีความแตกต่างทั้งเรื่องของวัสดุ การตกแต่งภายในห้อง รวมทั้งเรื่องของราคาที่ค่อนข้างหลากหลายขึ้นอยู่กับการตกแต่งภายในห้อง ตำแหน่งห้องว่าได้อยู่ชั้นสูงหรือชั้นล่าง และความพอใจราคาจากการตกลงกันระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย ดังนั้นจึงไม่สามารถให้คะแนนในรีวิวนี้ได้ครับ

 

BOTTOM LINE

Q House สาทร เหมาะกับคนที่กำลังมองหาคอนโดพร้อมเข้าอยู่ สถานะมือ 2 ใกล้สาทรฝั่งเข้าเมือง และเป็นโครงการติดรถไฟฟ้า เรียกว่ามีทางเลือกในการเดินทางเยอะ ใช้รถยนต์สะดวกติดถนนใหญ่ใกล้ทางด่วนแต่ต้องทำใจเรื่องรถติด ออกแบบพื้นที่สวนส่วนกลางเอื้อต่อการอยู่อาศัยเน้นความเป็นธรรมชาติมีมาให้เยอะ ส่วนกลางหลักมีให้ครบดูแลดี พร้อมใช้งานในงบประมาณ 3.6 – 12 ล้านบาท หรือมีกำลังผ่อนประมาณ 25,000 – 84,000 บาท/เดือน

Share

Leave a Reply