พาชมตึกเสร็จ NYE by Sansiri คอนโด High Rise ตึกคู่ ใกล้ BTS วงเวียนใหญ่ จากแสนสิริ [รีวิวฉบับที่ 1326]

April 12, 2017 08:004 comments

รีวิวฉบับที่ 1326 … สวัสดีค่ะ วันนี้พาไปบุกคอนโดฝั่งธนฯ ใกล้ BTS วงเวียนใหญ่ กับโครงการ NYE by Sansiri คอนโดตึกคู่ High Rise จากแสนสิริ ที่จัด Facilities มาสวยงามอลังการทีเดียว และเน้นห้องไซส์ Compact อยู่กัน 1-2 คนสบายๆ เป็นตัวเลือกสำหรับกลุ่มวัยรุ่น วัยทำงาน เดินทางเข้าเมืองย่านสาทรหรือจะนั่ง BTS ไปช็อปไปเรียนที่สยามได้สะดวกค่ะ บรรยากาศในโครงการจะเป็นอย่างไร เราไปชมกันค่ะ

 

Fact @ 07 April 2017

  • NYE by Sansiri (นายน์ บาย แสนสิริ)
  • บริษัท แสรสิริ จำกัด(มหาชน)
  • HIGH CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment คอนโดได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ในเขต : ถนนกรุงธนบุรี เขตคลองสาน
  • คอนโด High Rise 30 ชั้น 2 อาคาร 636 ยูนิต (รวม 2 อาคาร)
  • ยูนิตต่อชั้นสูงสุด 16 ยูนิต
  • ที่จอดรถประมาณ 52 %
  • ที่ดินประมาณ 3-2-62 ไร่
  • เปิดขาย : ปี 2556
  • แล้วเสร็จ : ปี 2558
  • 1 Bedroom 30 – 43.5 ตร.ม.
  • 2 Bedrooms 59 – 68 ตร.ม.
  • Duplex 63 – 64 ตร.ม.
  • ฝ้าเพดานสูง 2.7 เมตร
  • ราคาต่อตารางเมตรปัจจุบัน (2017) ประมาณ 120,000 – 140,000 บาท/ตร.ม.
  • เพิ่มเติมข้อมูลทำเลรอบๆ BTS วงเวียนใหญ่ ได้ที่: มองหาทำเลน่าอยู่ใกล้รถไฟฟ้า: BTS วงเวียนใหญ่
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่

เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วค่ะ

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างค่ะ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด : 13.721810, 100.497821

ที่ตั้งโครงการ NYE by Sansiri จัดเป็นโครงการที่ข้ามมายังฝั่งธนฯ แต่ไม่ไกลจากย่านธุรกิจหลักของกทม. หรือ CBD อย่างสาทร-สีลม มีระยะห่างประมาณ 3 กม. หรือเพียงตรงไปข้ามสะพานตากสินมายังฝั่งพระนครเท่านั้นค่ะ แต่เดิมทำเลนี้ไม่ได้จัดว่าเป็นทำเลที่น่าจะมีคอนโดขึ้นคึกคักอย่างปัจจุบันที่เราเห็นกันนะ แต่ดั้งเดิมทำเลแถบนี้ส่วนใหญ่จะเป็นชุมชนแนวราบอยู่อาศัยกันในตรอกซอกซอยใกล้แม่น้ำเจ้าพระยาบนถนนเจริญนคร และถนนลาดหญ้าเสียมากกว่า แต่เมื่อความเจริญทางย่านสาทร-สีลมที่ใกล้กับย่านนี้มีความเจริญมากขึ้นอย่างต่อเนื่องก็ทำให้การหาที่ดินผืนใหญ่เพื่อสร้างอาคารสำนักงาน หรือที่อยู่อาศัยต่างๆ ได้ยากมากขึ้นและมีราคาแพง จึงขยายทำเลข้ามมายังฝั่งธนฯ กันต่อ ด้วยความที่ง่ายต่อการเดินทางทั้งทางรถยนต์และรถไฟฟ้า จึงเป็นผลให้ทำเลนี้มีความคึกคักเพิ่มมากขึ้นทีเดียวในปัจจุบัน โดยเฉพาะคอนโดมิเนียม High Rise ติดถนนใหญ่ใกล้ BTS ซึ่งมีราคาขายปัจจุบันตั้งแต่ 90,000 – 150,000 บาท/ตร.ม. เรียกได้ว่าเป็นราคาที่ไม่น้อยหน้าไปกว่าราคาคอนโดในเมืองเลยทีเดียว

ความอุดมสมบูรณ์ในละแวกนี้ มีการค้าขายค่อนข้างคึกคักเพราะสมัยก่อนจะเดินทางด้วยเรือจึงเกิดเป็นแหล่งค้าขายขนาดใหญ่และกลายเป็นตลาดที่อยู่บริเวณวงเวียนใหญ่ในปัจจุบัน ที่มีทั้งตลาดผ้า เครื่องมือเครื่องใช้ และของสดนอกจากนั้นยังอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟวงเวียนใหญ่ที่เป็นทางรถไฟระยะสั้นไปจบที่สถานีแม่กลองที่จังหวัดสมุทรสาครแถวๆ ตลาดร่มหุบนั่นเอง ดังนั้นที่อยู่อาศัยในย่านนี้จะมีอาคารประเภทตึกแถวหรืออาคารพาณิชย์อยู่เยอะ และถนนตรอกซอยจะไม่กว้างมากนัก แต่สามารถลัดเลาะไปยังถนนสำคัญๆ ได้หลากหลายเส้นทาง

ดูตามวงกลมโดยสังเขป(สีเหลือง) เป็นพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์กระจุกตัวอยู่ ซึ่งบนถนนกรุงธนบุรีจะมีไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ ส่วนใหญ่จะอิงไปยังฝั่งถนนเจริญนครที่อยู่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยาซึ่งบริเวณนี้จะมีทั้งโรงแรมติดแม่น้ำ 3 – 5 ดาว อยู่หลายโรงแรม มี Community Mall และอนาคตที่สถานีกรุงธนบุรีจะเป็น Interchange สำคัญที่จะตัดกับสายสีทองที่เพิ่งอนุมัติงบไปโดยปัจจุบันมีแหล่งธุรกิจการค้าแห่งใหม่ที่เส้นทางสีทองจะตัดผ่านก็กำลังดำเนินการก่อสร้างอย่าง Icon Siam ถ้าหากเป็นไปตามแผนก็จะเปิดใช้งานในเวลาที่ไล่เลี่ยกันพอดี และแน่นนอนว่าอนาคตในย่านนี้ก็จะมีมูลค่าที่ดินและราคาขายขยับขึ้นแน่นอน

ขยับเข้ามาใกล้โครงการหน่อยสำหรับใครที่ขี้เกียจขับรถออกจากโครงการ เน้นเดินออกมากินในระยะใกล้ๆ ละแวกโครงการก็มีร้านค้าร้านอาหารขายตลอดข้างทางอยู่นะคะ ด้วยความที่ตัวโครงการอยู่ใกล้กับอาคารสำนักงานใหญ่และบริเวณนี้ก็มีคอนโดมิเนียมอยู่หลายโครงการ จึงคึกคักตลอดทั้งช่วงกลางวันและกลางคืนเช่นกันค่ะ

สำหรับการเดินทางด้วยรถยนต์นั้นจัดว่ามีความสะดวกทีเดียวนะคะ แม้ตัวโครงการจะไม่ได้ติดถนนใหญ่กรุงธนบุรีเสียทีเดียว โดยจะอยู่ลึกเข้าไปในซอยหน่อยแต่ทางแสนสิริได้ซื้อตึกแถวด้านหน้าเปิดทางเชื่อมกับถนนใหญ่ก็ทำให้สามารถก็เข้า-ออกเมืองได้สะดวก ซึ่งเค้าให้เป็นถนนสาธารณะเชื่อมกับซอยมานะวิทยา ซึ่งเป็นซอยย่อยที่สามารถเชื่อมกับซอยกรุงธนบุรี 1 (เส้นสีแดง) ที่เป็นถนน One Way สามารถออกไปทะลุถนนเจริญรัถและถนนลาดหญ้าได้ โดยไม่ต้องไปอ้อมหรือกลับรถตรงถนนเจริญนคร

สำหรับการเดินทางด้วยรถสาธารณะ มีหลากหลายเลยแต่จุดเด่นๆ คือการเดินทางด้วยรถไฟฟ้า โดยจะใกล้กับสถานีวงเวียนใหญ่ เพียง 240 ม. ซึ่งเป็นแนวรถไฟฟ้าสายสีเขียว สายหลักที่วิ่งข้ามแม่น้ำ เข้าสาทร ผ่านช่องนนทรี เข้าสีลม มุ่งสู่สยาม ดังนั้น ผู้อยู่อาศัยที่เหมาะสมสุดคือ คนทำงานย่านสีลม สาทร เพราะนั่งรถไม่ไกล และไม่ต้องไปเปลี่ยนขบวนที่สยาม นอกจากนี้ก็จะมี Taxi และพี่วินอยู่หน้าปากซอยโครงการซึ่งเดินออกมาได้ไม่ไกลค่ะ

ขอบคุณภาพจาก http://www.posttoday.com/biz/gov/452913

นอกจากนี้ยังมีรถไฟฟ้าสายสีทองที่จะเป็นส่วนต่อขยายระยะสั้นที่มีเอกชนร่วมลงทุนกับกทม. โดย KT – บจ.กรุงเทพธนาคม เป็นผู้รับผิดชอบโครงการ รูปแบบรถไฟฟ้าจะเป็นแบบรถไฟฟ้าทางเดี่ยว (Monorail) ยกระดับตลอดเส้นทางโดยจะเริ่มต้นสถานที่ BTS กรุงธนบุรีเป็นสถานี Interchange จากนั้นจะวิ่งบนเกาะกลางถนนกรุงธนบุรีแล้วเลี้ยวซ้ายที่บริเวณปลายสะพานสมเด็จพระเจ้าตากสินเข้าสู่ถนนเจริญนคร มุ่งผ่าน Icon Siam จากนั้นเลี้ยวซ้ายบริเวณถนนสมเด็จเจ้าพระยาและวิ่งบนเกาะกลางไปสิ้นสุดที่ สถานีสะพานพุทธในแนวรถไฟฟ้าสายสีม่วง ซึ่งมีทั้งหมด 4 สถานี โดยมีแนวคิดเชื่อมต่อพื้นที่ 3 ส่วนโดยใช้รถไฟฟ้าสายสีทองเป็น Interchage ระหว่างสีม่วงและสีเขียวที่สามารถเดินทางมายัง Icon Siam และพื้นที่ใกล้เคียงได้สะดวกขึ้น ช่วยลดปัญหาการจราจรเมื่อ Icon Siam แล้วเสร็จด้วย

เรามาดูคอนโดมิเนียมที่มาตั้งในทำเลนี้กันก่อน เผื่อเป็นตัวเลือกสำหรับหลายๆ คนที่มองหาคอนโดในทำเลใกล้กับสาทรนะคะ NYE by Sansiri จัดเป็นหนึ่งในคอนโดบนถนนกรุงธนบุรีนี้ ซึ่งอยู่ในรัศมีรถไฟฟ้าในระยะที่เดินได้ จากภาพเราจะเห็นว่ามีโครงการเยอะมากให้เลือก เดี๋ยวเรามาลองเปรียบเทียบ Nye กับโครงการอื่นๆ บนถนนกรุงธนบุรีในราคาปัจจุบันของ Nye นั้นจัดว่าไม่ได้สูงโดดกว่าโครงการ High Rise ตัวอื่นๆ นะคะ โดยส่วนใหญ่จะเกาะกลุ่มอยู่ในราคาต่อตารางเมตรประมาณ 100,000 – 140,000 บาท/ตร.ม. นับเป็นราคาแพ็กเกจเริ่มต้นก็ประมาณ 3 ล้านขึ้น ใครกำงบประมาณเท่านี้ก็สามารถซื้อได้หลายโครงการ แต่ยกเว้น The Room BTS วงเวียนใหญ่จะมีราคาสูงโดดไปเลยทั้งราคาต่อตารางเมตรและราคาแพ็กเกจรวม ส่วนจุดเด่นของ Nye จะเป็นเรื่องของ Facilities ที่จัดมาเต็มดูหรูหรา แต่ก็แลกมากับความหนาแน่นของโครงการที่มากกว่าโครงการอื่นๆ โดยส่วนใหญ่

สำหรับการเดินทางในวันนี้เราจะมาโครงการโดยวิธีที่ง่ายและสะดวก รวมทั้งเป็นจุดเด่นของโครงการด้วยก็คือรถไฟฟ้านั่นเองค่ะ โดยเราจะพาเดินตามฟุตบาทไปเรื่อยๆ ดูบรรยากาศโดยรอบไปถึงอาคารสำนักงานใหญ่ๆ ในย่านนี้และใกล้กับโครงการก็คืออาคารสินสาธร ทาวเวอร์ จากนั้นก็ย้อนกลับมาที่ซอยย่อยที่ทางแสนสิริซื้อห้องแถวเปิดทางไว้ให้เข้า-ออกสะดวก แล้วเดินลึกมาประมาณ 80 ม. ก็จะถึงประตูทางเข้าโครงการแล้วค่ะ

เริ่มเดินทางกันจากสถานีรถไฟฟ้าวงเวียนใหญ่ บรรยากาศบนสถานีช่วงเช้านี้คนจะแน่นฝั่งขาเข้าเมือง ที่จะวิ่งไปทางสาทร สีม สยาม แต่ก็ดีหน่อยที่สถานีนี้ยังเป็นสถานีต้นๆ ของรถไฟฟ้า จึงพอมีที่เหลือให้เข้าไปในขบวนได้

เดินลงมาที่ทางออก 3 จะเป็นทางออกที่ใกล้กับโครงการมากที่สุดค่ะ

ฟุตบาทกว้างขวางเดินได้ง่ายเลย

เดินมากลางทางเจอ 7-11 แวะซื้อขนมหรือของใช้ง่ายๆ กลับคอนโดได้นะ

ตรงหน้า 7-11 มีจุดพี่วินคอยให้บริการอยู่

ถัดจาก 7-11 ก็จะเป็นทางเข้าซอยมานะวิทยาซึ่งเป็นซอยที่สามารถเชื่อมเข้าถนนทางเข้าโครงการได้ แต่ไม่ใช่ทางเข้าหลักของโครงการนะคะ ส่วนคอนโดที่เห็นในภาพเป็นคอนโดเพื่อนบ้านเราเอง นั่นก็คือ Hive ตากสิน จัดเป็นคอนโดแสนสิริรุ่นพี่ ของ Nye สร้างเสร็จมาแล้วประมาณ 6 ปีละ

เดินมาตามทางเรื่อยๆ ก็จะมีร้านค้าร้านอาหารให้เห็นอยู่หลายร้านทีเดียวค่ะ มีทั้งร้านที่เปิดช่วงเย็นๆ และช่วงกลางวันด้วย จริงๆ ใครขี้เกียจขับรถไปกินข้าวแถวเจริญนคร ลาดหญ้า ก็สามารถออกมาหาข้าวกินกันได้

เดินมาอีกหน่อยก็เจอทางเข้าโครงการแล้วค่ะ แต่เดี๋ยวเราเดินไปดูบรรยากาศริมถนนกันก่อนนะคะ ค่อยกลับมาที่หน้าปากซอยโครงการอีกที

ผ่านปากซอยโครงการมาแล้วก็จะเห็นร้านอาหารคึกคักมากขึ้นมีหลากหลายร้านอาหารให้เลือกเลยทั้งชาบู สเต็ก อาหารไทย ก๋วยเตี๋ยว สุกี้ต่างๆ

ถัดมาอีกหน่อยจากร้านอาหารแล้วก็มีร้านรถเข็นเช่นเดียวกัน ตรงนี้จะติดกับอาคารสำนักงานมากขึ้น ก็จะเห็นพนักงานบริษัทมากินกันเยอะทีเดียวค่ะ

และแล้วก็ถึงหน้าอาคารสินสาธรแล้ว จัดเป็นอาคารสำนักงานใหญ่ในละแวกนี้ ซึ่งห่างจากโครงการไปประมาณ 270 ม. เป็นระยะที่เดินได้ง่ายมากๆ ใครทำงานที่อาคารนี้ไม่ต้องเสียค่าเดินทางเลย สามารถเดินไปกลับออฟฟิศได้สบาย

ใต้อาคารที่นี่มี Tops Daily และร้านกาแฟอเมซอนด้วยนะ

กลับมาที่หน้าทางเข้าโครงการอีกครั้งนะคะ สำหรับทางเข้าจะมีอาคารพาณิชย์สูงประมาณ 8 ชั้นอยู่ข้างหน้า

ถนนนี้เป็นถนนทางเข้าหลักโครงการ แต่เค้าเปิดให้ใช้เป็นถนนสาธารณะ สามารถขับผ่านเข้า-ออกได้ และเราก็จะเห็นรถมาจอดตลอดซอยเลยทีเดียวค่ะ

ตรงเข้ามาเลี้ยวซ้ายจะเป็นซอยเล็กๆ ออกไปเชื่อมกับถนนมานะวิทยา ซึ่งเป็นถนนสายเล็กๆ ที่เชื่อมเข้าซอยธนบุรี 1 ซึ่งเป็นซอย One Way ที่ไปลัดออกถนนเจริญรัถและลาดหญ้าได้อย่างที่บอกไว้ก่อนหน้า

ด้านข้างโครงการมีทางเดินแคบๆ เป็นทางเข้า-ออกให้ชุมชนด้านหลังโครงการ

ส่วนฝั่งขวามือเป็นถนนของโครงการเช่นเดียวกันที่เปิดเป็นถนนสาธารณะเพื่อให้สามารถสร้างตึกสูงในซอยได้ แต่จริงๆ แล้วทางโครงการมีการดูแลจัดการในส่วนของถนนนี้ให้ด้วยนะคะ และไม่ได้อนุญาตให้รถอื่นๆ ที่ไม่ใช้ผู้มาติดต่อโครงการหรือลูกบ้านมาจอดหน้าโครงการได้นะคะ

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะคะ

สภาพแวดล้อมโครงการอยู่ในซอยย่อยที่เชื่อมกับซอยมานะวิทยา ถูกขนาบข้างด้วยอาคารสูงอย่าง Hive ตากสินสูง 28 ชั้นและอาคารสำนักงานสินสาธร ทาวเวอร์สูง 43 ชั้น แต่ไม่ได้อยู่ในระยะประชิดมากนักยังดีที่มีระยะห่างเป็นส่วนอาคารพักอาศัยสูงไม่เกิน 3-5 ชั้นอยู่ ทำให้ไม่เสียความเป็นส่วนตัวมากนักแต่ไม่ได้วิวในระยะไกลนะ ยกเว้นห้องในทิศเหนือ-ใต้ค่ะ ส่วนบรรยากาศโดยรอบโครงการมีข้อได้เปรียบกว่าโครงการที่อยู่ติดถนนใหญ่ คือเรื่องของเสียงและมลภาวะจากท้องถนนที่น้อยกว่าโครงการติดถนนใหญ่ และบรรยากาศที่เงียบสงบมากกว่าโครงการติดถนนใหญ่ แต่ก็แลกมากับระยะการเดินทางมากขึ้น เข้า-ออกโครงการยากกว่าหน่อย ซึ่งถ้ามองในแง่ของการอยู่อาศัยจริงก็ไม่ได้ลำบากมากนักเพราะไม่ได้อยู่ในซอยลึก

 

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • Top Supermarket ใต้ตึกสินสาทร ~ 270 ม.
  • ตลาดวงเวียนใหญ่ ~ 850 ม
  • โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า ~ 2.2 กม.
  • โรงพยาบาลสมิติเวช ธนบุรี ~ 2.3 กม.
  • โรงพยาบาลตากสิน ~ 2.5 กม.
  • The Jam Factory ~ 2.8 กม.
  • Sena Fest ~ 3.5 กม.
  • Robinson บางรัก ~ 3.6 กม. 
  • The Mall ท่าพระ ~ 3.9 กม.
  • River City ~ 4.6 กม.
  • Asiatique ~ 5.3 กม.

โรงเรียน

  • มหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าธนบุรี สาขาวงเวียนใหญ่ ~450 ม.
  • โรงเรียนนานาชาติอินเตอร์เนชั่นแนลไพโอเนียรส ~ 1.7 กม.
  • โรงเรียนไทยซิกข์นานาชาติกรุงเทพฯ ~ 1.7 กม.
  • มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ วิทยาเขตพระนครใต้ ~ 3.6 กม.
  • โรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรีกรุงเทพ ~ 5.5 กม.

โรงแรม

  • ibis Bangkok Riverside ~ 1.2 กม.
  • Shangri-La Hotel, Bangkok ~2.2 กม.
  • Millennium Hilton Bangkok ~ 2.3 กม.
  • The Peninsula Bangkok ~ 2.8 กม.
  • State Tower ~ 3.5 กม.
  • AVANI Riverside Bangkok ~3.6 กม.
  • The Oriental Hotel ~3.7 กม.
  • Centre Point Hotel Silom ~ 4 กม.
  • Royal Orchid Sheraton Hotel ~ 4.3 กม.
  • Chatrium Hotel Riverside Bangkok ~5 กม.
  • Ramada Plaza Bangkok Menam Riverside ~ 6 กม.


เจาะลึกตัวโครงการ

โครงการ Nye by Sansiri คอนโด High Rise สูง 30 ชั้น 2 อาคาร บนเนื้อที่ดินทั้งหมดประมาณ 3 ไร่กว่า จัดเป็นคอนโดของแสนสิริตัวที่ 3 และเป็นตัวล่าสุดในทำเลใกล้รถไฟฟ้าวงเวียนใหญ่ ถัดจากคอนโดรุ่นพี่อย่าง Hive ตากสิน และ Teal สาทร-ตากสินนะคะ ตัวโครงการจัดอยู่ในระดับ High Class ภายใต้กลุ่ม Live with Attitude Collection เป็นกลุ่มที่แสนสิริออกแบบมาให้ใช้ความโดดเด่นของสีอาคารนำ Theme Conceptual ชัดเจน ยกตัวอย่างคอนโดแสนสิริที่อยู่ในกลุ่มนี้เช่นเดียวกับ Nye ก็อย่างเช่น

  • Teal สาทร-ตากสิน Live with Balance ใช้สีเขียว
  • Wyne by Sansiri สุขุมวิท Live with Passion ใช้สีแดง
  • Onyx พหลโยธิน Live with Challenge ใช้สีดำ(เทาเข้ม)
  • Ceil เอกมัย Dimensional Living ใช้สีเทาม่วง
  • SARI ปุณณวิถี The Sunny side of Life ใช้สีเหลือง

ส่วน Nye by Sansiri นี้ก็เป็นหนึ่งในคอนโดกลุ่มนี้ที่ใช้สีทองเป็นตัวชูโรง ภายใต้แนวความคิดที่ว่า Nye = New Year Eve = Celebrate และด้วยอยู่ใกล้แม่น้ำ จึงใช้ สีทอง เป็นสีประจำของโครงการนี้ (ตอนพระอาทิตย์ขึ้นแสงตกกระทบแม่น้ำเป็นสีทอง) การออกแบบและการตกแต่งภายใน จะยึดเอา โทน และสีนี้ แทรกไปในอาคารทั้งภายนอกและภายในค่อนข้างชัดเจนทีเดียวค่ะ

Master Plan โครงการ จะเห็นว่าการออกแบบอาคารทั้ง 2 อาคารนี้ทำออกมาในรูปแบบ Symmetry หรือสมมาตรชัดเจนมาก โดยเข้ามาถึงจะเป็นจุด Drop Off รวมที่ใช้ร่วมกันทั้ง 2 อาคารนะคะ แล้วค่อยไปวนรถเข้าที่จอดรถซึ่งมีทางเข้า-ออกอยู่ด้านหลังและยังแยกทางเข้า-ออกกันด้วยทั้ง 2 อาคาร ส่วนความน่าสนใจของการ Design แบบ Symmetry นั้นก็คือทำให้ตัวโครงการมีความ Grand มากขึ้น ผนวกกับการจัดพื้นที่ระหว่างอาคารให้เป็นช่องลม และมีสระน้ำตื้นอยู่ตรงกลาง จึงทำให้บริเวณนี้มีลมเย็นพัดผ่านได้ดีทีเดียวค่ะ

ในส่วนของอาคารที่แบ่งเป็น 2 อาคารนั้นได้แก่ อาคาร A อยู่ฝั่งซ้ายมือ และอาคาร B อยู่ทางขวามือค่ะ เริ่มต้นที่อาคาร A ในชั้นล่างจะมีห้อง Meeting Room, Lounge และ Lobby ในส่วนอาคาร B จะมีส่วน Library, Theater Room และFitness ด้วย ซึ่งลูกบ้านทั้ง 2 อาคารจะแบ่งกันใช้ Facilities ในชั้นล่างรวมทั้งชั้น 7 ที่เป็นชั้น Main Facilities หลักร่วมกันได้ด้วยค่ะ

จากหน้าโครงการมีพี่ป้อมยามคอยดูแลอยู่ แต่ไม่ได้มีรั้วกั้นไม้กระดกให้สแกนบัตรเข้าตั้งแต่แรกนะ แต่เดี๋ยวจะมีอยู่ภายในโครงการอีกที

ด้วยความที่โครงการเปิดโล่งแบบนี้ไม่ได้มีรั้วไม้กระดกกั้น (แต่มีประตูบานเลื่อนนะคะ เพียงเค้าจะเปิดประตูไว้ตลอด) ก็ทำให้พื้นที่ส่วนนี้ดู Grand มากๆ นะ เราเดินเข้าไปก็จะเห็นน้ำพุตรงกลางทะลุไปถึงสระน้ำตื้นด้านในไปจนถึงด้านหลังโครงการเลย นอกจากดูยิ่งใหญ่แล้วก็เป็นช่องลมได้ดีเหมือนกัน ซึ่งในส่วนนี้เค้าออกแบบให้เป็นจุด Drop Off สำหรับทั้ง 2 อาคารเลย

ยืนอยู่ใกล้ๆ กับน้ำพุ หันไปทางซ้ายจะเป็นพื้นที่สวนหย่อมที่ทางโครงการจัดไว้ให้ดูร่มรื่นสวยงาม ติดกับทางเข้าของอาคาร A แต่เดี๋ยวเราพาไปเดินรอบๆ โครงการ ตามเส้นทางของรถยนต์กันก่อน แล้วจะพาวนกลับมาดูสวนหย่อมนี้อีกทีนะคะ

หันมาฝั่งขวาเราจะเห็นทางเข้ารถยนต์กันแล้ว โดยที่นี่เค้ากั้นด้วยไม้กระดกอัตโนมัติ ใช้ระบบ Key Access ปกติค่ะ

ถนนบริเวณด้านหน้าปูด้วย Concrete Stamp ดูสวยงาม และรอบๆ ก็ปลูกต้นไม้ให้ความร่มรื่นดูบรรยากาศดีทีเดียว

ส่วนด้านหลังถนนจะเปลี่ยนเป็นคอนกรีตปกติ และมีที่จอดรถใต้อาคารอยู่ตลอดแนว

โดยด้านหลังนี้จะมีทางขึ้นไปยังที่จอดรถบนชั้นที่จอดรถในอาคาร ซึ่งเค้าจะมีให้ 2 จุดแยกกันเลยระหว่างอาคาร A และ B ได้ไม่ได้ Fixed ว่าต้องลูกบ้านของอาคาร A เท่านั้นถึงจะจอดรถอาคาร A ได้ เพียงแต่ความสะดวกในการขึ้นห้องพักอาศัยก็ทำให้คนเราอยากจอดในอาคารตัวเองอยู่แล้ว

ชั้นที่จอดรถดูสะอาดเรียบร้อยดีทีเดียวค่ะ มองไปด้านนอกจะเห็น Verticle Garden ที่อยู่ด้านหน้าอาคาร มาช่วยเป็นร่มเงาให้ชั้นจอดรถได้ด้วย

ด้านข้างที่จอดรถมีบันไดให้เดินขึ้น-ลงไปยังส่วนโถงลิฟต์โดยสารและลิฟต์ Service

บริเวณหน้าโถงลิฟต์โดยสารและลิฟต์ Service บนชั้นที่จอดรถ โดยการจะเข้าส่วนโถงลิฟต์โดยสารนั้นจะต้องสแกนบัตรผ่านนะคะ แต่ลิฟต์ Service เห็นเปิดค้างไว้ให้เลยตามในรูป

บรรยากาศโถงลิฟต์โดยสารจากชั้นที่จอดรถเค้าก็ทำออกมาได้สะอาดเรียบร้อยดี

บรรยากาศโถงลิฟต์ Service ตกแต่งแบบเดียวกับโถงลิฟต์โดยสารเลย

กลับมาที่ถนนด้านหลังโครงการกันต่อ เราก็เดินมาถึงส่วนตรงกลางระหว่างอาคารทั้ง 2 อาคารนะคะ ซึ่งอย่างที่บอกว่าเค้าออกแบบช่องระหว่างอาคารไว้ค่อนข้างดีมาตั้งแต่หน้าทางเข้าโครงการมาจนถึงด้านหลังอาคารก็มีการจัดม่านน้ำตกให้ดูสวยงามด้วย

ช่องระหว่างอาคารที่ถ่ายจากด้านหลังโครงการไปยังหน้าโครงการ ตรงนี้มีปลูกหญ้าสำหรับคอนกรีตทางเดิน ซึ่งทำเป็นเส้นน้ำสายตาได้เรียบร้อยดี

เดินมายังมุมอาคารของอาคาร A แล้วก็จะเจอทางขึ้นที่จอดรถของอาคาร A ซึ่งเป็นตำแหน่งเดียวกับทางขึ้นที่จอดรถแบบอาคาร B เลยแค่สลับด้านกันเท่านั้น

เลี้ยวซ้ายมาสุดทางมีพื้นที่สำหรับจอดมอเตอร์ไซค์

สุดทางเลยจะเจอสวนหย่อมที่เราถ่ายให้ดูไปเมื่อตอนอยู่หน้าโครงการ โดยสวนหย่อมนี้จะอยู่ติดกับอาคาร A ค่ะ มีพื้นที่สนามหญ้าวางรูปปั้นน้องกวางน่ารัก ได้บรรยากาศดีทีเดียว

ด้านข้างมี Pavillion ขนาดย่อมๆ ให้ประมาณ 2 จุด ไว้ให้ลูกบ้านมานั่งเล่นกันได้ในช่วงเช้า-เย็นๆ

ส่วนใต้อาคารนั้น เค้าเว้นพื้นที่ว่างเพื่อทำเป็นพื้นที่นั่งเล่นอีกจุดนึงด้วย โดยให้เป็นเก้าอี้โซฟาแบบแขวนฝ้าเพดาน ไว้ไกวไปมา นอนอ่านหนังสือได้ชิลดีเลยค่ะ มานั่งเล่นช่วงเช้าหรือเย็นนี่น่าจะสบายเลย อากาศไม่ร้อนด้วย

กลับมาที่หน้าโครงการกันต่อนะคะ บริเวณหน้าโครงการนี้จะมีส่วน Cover Way เชื่อมระหว่างอาคารทั้ง 2 ให้เดินได้ง่ายไม่ร้อน ไม่เปียกฝนด้วย เพราะถ้านึกถึงการใช้งานจริงแล้วก็เหมาะสมนะคะ ที่ทำหลังคาเชื่อมเพราะลูกบ้านต้องแชร์กันใช้ Facilities ในชั้นล่างอยู่แล้ว

เราเดินไปดูภายในอาคาร A กันก่อนนะ ผ่านสระน้ำตื้นแบบนี้ด้วย ชอบอ่ะบรรยากาศดีค่ะ

จากหน้าทางเข้าอาคารจะเจอห้อง Meeting Room ขนาดใหญ่พอสมควรนะคะ จุที่นั่งได้ประมาณ 6-10 คนเลย ซึ่งปกติทางนิติบุคคลจะไม่ได้เปิดให้ใช้บริการนะคะ แต่สามารถติดต่อทางนิติบุคคลไว้ก่อนได้ค่ะ ที่นี่ใช้นิติบุคคลคือบริษัท Plus ซึ่งเป็นบริษัทที่ทางแสนสิริดิลให้เป็นนิติบุคคลหลายโครงการมาก โดยรวมแล้วมีการบริหารจัดการโครงการค่อนข้างโอเคเลย อย่างที่มาดูโครงการนี้ก็เห็นว่าทางนิติบุคคลค่อนข้างแข็งแรงพอสมควรค่ะ แต่ในส่วนรายละเอียดลึกๆ นั้นต้องขอกำลังจากลูกบ้านที่นี่มาคอมเม้นท์แบ่งปันให้หน่อยนะคะ ซึ่งถือเป็นอีกข้อมูลสำคัญเลยสำหรับผู้ที่กำลังตัดสินใจซื้อโครงการนี้อยู่ ^^

จากนั้นห้อง Meeting Room เราเลี้ยวขวาเข้าส่วน Lobby กันเลย สำหรับสไตล์การตกแต่ง Lobby อาคาร A นี่มาในแนว Modern Luxury ชัดเจน เน้นสีดำ-ทอง

ด้านข้างมีพื้นที่นั่งเล่นซึ่งติดกับส่วนสระน้ำตื้นด้านนอก เค้าก็มีการออกแบบให้มีประตูกระจกบานเปิดขนาดใหญ่สูงจากพื้นถึงฝ้าเพดาน เพื่อให้ได้ลมพัดผ่านเข้ามาภายใน Lobby ได้ดีค่ะ ไม่จำเป็นต้องเปิดแอร์ใน Lobby ตลอด ซึ่งก็สามารถช่วยลดค่าไฟจากแอร์ที่เปิดใน Lobby ไปได้ด้วย

ชุดโต๊ะเก้าอี้ที่จัดมาให้นั่งนี่ไม่ธรรมดาเลยนะคะ เด่นมาก ดูอลังการจริง ลองนั่งมาแล้ว นอกจากจะนั่งสบายแล้วยังรู้สึกว่าตัวเองยิ่งใหญ่ขึ้นมาทันที 555

ถัดจากพื้นที่นั่งเล่นเมื่อกี้ จะเห็นว่าตลอดทางเดินด้านข้างก็มีวางโต๊ะสีดำเป็น Furniture ตกแต่งให้ดูสวยงามและใช้งานได้ด้วยนะคะ สำหรับฝั่งซ้ายของทางเดินจะเป็นทางเข้าห้องน้ำ และฝั่งขวาที่เห็นเป็นกระจกเข้ามุมนี้จะเป็นส่วนของ Lounge ค่ะ เดี๋ยวเราไปดูห้องน้ำกันก่อน

ภายในห้องน้ำตกแต่งสวยงามดีค่ะ ส่วนขนาดก็กะทัดรัด อย่างห้องน้ำหญิงนั้นจะมีห้องน้ำย่อย 2 ห้องและอ่างล้างมือก็จัดไว้ให้ 2 อ่างตามในภาพค่ะ

ภายในส่วนทางเดินไปยังห้องน้ำ ก็มีตกแต่งผนังให้ดูสวยงามหรูหราทีเดียว

ห้องน้ำได้เป็นโถสุขภัณฑ์แบบฝังติดผนัง ดูสวยงามทีเดียวค่ะ

ถัดมาเป็นส่วน Lounge นะคะ ในห้องนี้เค้าจัดพื้นที่ให้ค่อนข้างใหญ่อยู่เหมือนกัน วางชุดโซฟา และเก้าอี้โซฟาได้หลายชุดเลยทีเดียว ใครเบื่อห้องในวันหยุดแต่ขี้เกียจออกไปไหนก็มานั่งเล่นหรือมานั่งทำงาน ทำการบ้าน แม้กะทั่งนัดคุยงานกับลูกค้าที่คอนโดตัวเองก็ยังดูดีได้นะ

ชุดโซฟาและเก้าอี้โซฟาจัดมาให้หลายชุดมาก และดูสวยด้วย

อีกมุมเด็ดของ Lounge คือมุมนี้เลย ได้วิวจากสระน้ำตื้นด้านนอกเต็มๆ

เดินมาดูส่วนโถงทางเดินด้านในที่เชื่อมไปยังห้อง Mailbox และอีกฝั่งจะเชื่อมไปยังส่วนห้อง Laundry และโถงลิฟต์โดยสารค่ะ

ภายในส่วน Mailbox ก็ไม่ได้น้อยหน้าห้องอื่นๆ นะ ใช้คงตาม theme หลักโครงการที่เน้นสีทอง ทั้งส่วนบานเปิดตู้จดหมายและโคมระย้าด้านบน มีซ่อนไฟอยู่ด้านหลังตู้จดหมายด้วย สวยงามทีเดียวค่ะ

หันหลังกลับมาจากส่วน Mailbox จะเป็นส่วนโถงลิฟต์โดยสาร และห้อง Laundry ค่ะ

ภายในห้อง Laundry มีเครื่องซักผ้าและเครื่องอบผ้าไว้บริการให้ด้วย โดยมีเครื่องประมาณ 5-6 เครื่อง ไม่จำเป็นต้องซื้อเครื่องซักผ้าของตัวเองในห้องให้เปลืองพื้นที่เก็บของหรือส่วนระเบียง ไว้เผื่อทำเป็นพื้นที่ใช้งานเพิ่มเติมได้ด้วยค่ะ เพราะข้างล่างก็มีให้บริการเครื่องซักผ้าอยู่แล้ว

ภายในโถงลิฟต์อาคาร A ตกแต่งเน้นโทนสีดำ-ทอง สวยงาม พามาให้ดูก่อนจะขึ้นไปดูชั้นบนกันนะคะ แต่ก่อนจะขึ้นชั้นบนเดี๋ยวพาไปดูชั้นล่างของอาคาร B กันก่อน

เดินมาตรงส่วนทางเชื่อมเข้าอาคาร B กันบ้างค่ะ

ด้านข้างของทางเข้าอาคาร B มีพื้นที่นั่งเล่น Outdoor ให้ด้วย เค้าวางที่นั่งให้ประมาณ 5 ชุดค่ะ ในช่วงกลางวันมานั่งเล่นอาจจะร้อนไปหน่อย แต่ช่วงเช้าและเย็นนี้น่าจะอากาศดีทีเดียว

ถัดจากส่วนพื้นที่นั่งเล่นแบบ Outdoor แล้วเราก็เข้ามาดูส่วน Library กันต่อ ก่อนจะเข้าไปดูภายใน Lobby ของอาคาร B นะคะ ภายในห้อง Library ทำออกมาได้สวยมาก ชอบตรงที่เค้าเล่นกับ Perspective มีการลดระดับฝ้าเพดานเป็นขั้นๆ ไปจนถึง Furniture ที่เป็นชั้นวางของด้านในที่ลดระดับลงเรื่อยๆ เกิดเป็นมิติที่ดูลึกเข้าไปด้านในมากขึ้น ช่วยให้ห้องดูใหญ่ขึ้นด้วยค่ะ

ด้านข้างจัดเก้าอี้โซฟาและชุดโซฟายาวไปจนถึงผนังด้านใน สามารถนั่งได้หลายคนเลย

ส่วนอีกฝั่งจัดเป็นโต๊ะใหญ่ มีที่นั่ง 6 ที่นั่งเผื่อใครจะมานั่งคุยงานกันได้ค่ะ

ภายในส่วน Lobby อาคาร B จะเน้นโทนสีสว่างมากกว่าอาคาร A นะคะ โดยใช้เป็นโทนสีขาว-ทองแทน และแทนที่จะมีชุดเก้าอี้อยู่ด้านข้างสระน้ำตื้น ก็วางเป็นชุดโซฟาขนาดใหญ่ให้นั่งได้สบายๆ แทนค่ะ

ถัดจากส่วน Lobby เมื่อกี้ จะเป็นส่วน Fitness ซึ่งอยู่ในตำแหน่งเดียวกับ Lounge ของอาคาร A เลยค่ะ แต่อาคาร B นี้เค้าจะเปลี่ยนเป็นห้อง Fitness แทน

ภายในห้อง Fitness จัดว่าขนาดค่อนข้างกะทัดรัดไปหน่อยนะ สำหรับลูกบ้านทั้งหมด 600 กว่ายูนิต โดยมีเครื่องเล่นให้ประมาณ 7 เครื่องค่ะ แต่บรรยากาศภายในถือว่าสวยนะ เค้ามีวางลู่วิ่งติดกับสระน้ำตื้นด้านนอกเพื่อให้สามารถชมวิวได้ด้วย

ถัดจากส่วน Fitness แล้วเราก็จะเจอโถงทางเดินไปยังส่วนโถงลิฟต์ Laundry และ Mailbox เหมือนอาคาร A เลยค่ะ แต่ที่อาคาร B มีแล้วอาคาร A ไม่มีคือผืนหินอ่อนขนาดใหญ่จากพื้นถึงฝ้านี้เอง ดูอลังการและมีความขลังทีเดียว 55

เลี้ยวขวามาจะเป็นห้อง Laundry ด้านหน้าและด้านข้างเป็นโถงลิฟต์เช่นเดียวกับอาคาร A เลยค่ะ สำหรับโถงลิฟต์ของทั้ง 2 อาคารนี้ก็ต้องสแกนบัตรเข้าโถงเช่นเดียวกันนะคะ เพื่อความเป็นส่วนตัวของลูกบ้าน

ภายในโถงลิฟต์โดยสารของอาคาร B ตกแต่งคล้ายคลึงกับอาคาร A เลยค่ะที่เน้นโทนสีดำ-ทอง ในส่วนของจำนวนลิฟต์โดยสารนั้นจะได้ 3 ตัวต่ออาคาร คิดเป็นอัตราส่วนลิฟต์ในแต่ละอาคารอยู่ที่ประมาณ 106:1 ถือว่ามีความหนาแน่นในเกณฑ์ปกติ ไม่หนาแน่นมาก ดังนั้นลูกบ้านก็ไม่ต้องรอลิฟต์นานในช่วงเวลาเร่งด่วน อย่างตอนเช้าออกไปทำงาน ส่วนตัวลิฟต์นั้นได้เป็น Proxy Lift หรือลิฟต์ล็อกชั้น ซึ่งลูกบ้านจะสามารถขึ้นลงได้เพียงชั้น Lobby ชั้น Facilities และชั้นห้องพักอาศัยของตัวเองเท่านั้น

ขึ้นมาที่ชั้น 2-6 นั้นเป็นชั้นที่จอดรถทั้งหมดค่ะ โดยที่จอดรถโครงการนี้ให้มาประมาณ 52% ถือว่าไม่มากนัก เมื่อเทียบกับระดับ Segment High Class แต่ก็พอหักลบกับการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าที่สะดวกได้บ้างค่ะ

ชั้น 7 เป็นชั้นเริ่มต้นของห้องพักอาศัยและเป็นชั้น Facilities หลักนะคะ โดยจะประกอบไปด้วยสระว่ายน้ำ พื้นที่นั่งเล่น และห้องน้ำแยกชาย/หญิง ซึ่งจะได้เหมือนกันทั้งอาคาร A และ B ค่ะ ในส่วนของห้องพักอาศัยในชั้นนี้จะได้ Double Access กั้นพื้นที่ส่วนกลางและพื้นที่พักอาศัยชัดเจน เพื่อความเป็นส่วนตัวมากขึ้น

ขึ้นมาที่ชั้น 7 แล้ว โถงลิฟต์ยังคงสวยงามเช่นเดิม หันไปทางส่วนห้องพักอาศัยนั้นจะเห็นประตูกั้นก่อนเพื่อไม่ให้ลูกบ้านในชั้นอื่นๆ ที่ลงมาใช้พื้นที่ส่วนกลางเข้าไปยังส่วนห้องพักอาศัยได้ค่ะ แต่ลูกบ้านในชั้นนี้ก็จะต้องสแกนบัตรเพื่อเข้าไปยังโซนพักอาศัยนะ

มาที่พื้นที่ส่วนกลางกันบ้างนะคะ ลองมองจากมุมสูงดูบริเวณพื้นที่สระว่ายน้ำ เป็นสระยาวประมาณ 20 ม. ใช้ออกกำลังกายได้สบายค่ะ ด้านข้างมี Day Bed ไว้นั่งหรือนอนอาบแดดชิลๆ ส่วนหลัง Day Bed นั้นจะเป็นสระเด็กค่ะ

ลักษณะแปลนคือ สระว่ายน้ำทั้ง 2 อาคารจะหันหน้าเข้าหากันตามภาพเลย

วิวจากส่วนสระว่ายน้ำหันไปด้านหน้าจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เพราะอยู่ในชั้นไม่สูงมากนักและด้านหน้าก็ติดกับอาคารพาณิชย์ที่มีความสูง 8 ชั้นด้วยทำให้ไม่เห็นวิวระยะไกลเท่าไหร่นักและค่อนข้างเสียความเป็นส่วนตัว การทำเป็น Infinity Edge จึงไม่ค่อยปังอย่างที่เห็น ถ้ายกสระขึ้นไปชั้นบนเลยอาคารพาณิชย์ไปแล้วจะได้บรรยากาศสวยกว่านี้เยอะเลย

ด้านในอาคารหลังส่วนสระว่ายน้ำนั้นทำเป็นพื้นที่นั่งเล่นแบบ Semi-Outdoor ให้นั่งเล่นกันได้ค่ะ

ลองมาดูพื้นที่ส่วนกลางของอาคาร A กันบ้างนะคะ ขนาดสระว่ายน้ำนั้นจะเหมือนกับอาคาร B อย่างที่กล่าวไว้ข้างต้น แต่ตำแหน่งของสระเด็กจะขยับมาด้านหน้า Day Bed แทน

ส่วนห้องพักในชั้นนี้ที่อยู่ติดกับสระน้ำ เค้ามีการปลูกไม้พุ่มให้เพื่อให้ห้องติดสระนั้นมีระยะห่างจากพื้นที่ส่วนกลางมากขึ้น และดูเรียบร้อยดี แต่หากคิดในเชิงของความเป็นส่วนตัวแล้วยังไม่ค่อยโอเคนะคะ และก็ใช่ว่าจะเข้าถึงส่วนสระว่ายน้ำได้ง่ายด้วย ดังนั้นห้องที่อยู่ติดกับพื้นที่ส่วนกลางแบบนี้จะเหมาะกับคนที่ไม่ซีเรียสเรื่องเสียงดัง หรือความคึกคักบริเวณพื้นที่ส่วนกลางมากนัก อยากได้วิวจากสระมากกว่า แลกกับความเป็นส่วนตัวที่น้อยกว่าห้องอื่นๆ

ส่วนพื้นที่นั่งเล่นที่ติดกับสระของอาคาร A ก็คล้ายคลึงกับอาคาร B เลยค่ะ แต่ได้ชุดโซฟา Outdoor เพิ่มมาอีกชุด

เข้ามาดูบรรยากาศภายในห้องน้ำกันบ้าง ตกแต่งมาได้สวยดีทีเดียวค่ะ

มีตู้ Lockers ไว้บริการ รวมทั้งห้องน้ำและห้องอาบน้ำ แต่ให้มาอย่างละห้อง น้อยไปหน่อย

ชั้น 8-15 เป็นชั้น Typical Floor Plan โดยมีจำนวนยูนิต/ชั้น/อาคาร อยู่ที่ 18 ยูนิต จัดว่าไม่หนาแน่นนะคะ โดยในชั้นนี้จะเน้นไปที่ห้อง 1 Bedroom ทั้งหมดค่ะ พูดถึงในแง่ของวิวจากห้องกันบ้าง โดยจะขอแบ่งวิวเป็น 2 แบบ คือวิวภายนอกและวิวภายในอาคารนะคะ สำหรับใครที่อยู่ในชั้นล่างๆ หน่อยตั้งแต่ชั้น 8-10 นั้นวิวภายในจะดีกว่าเพราะได้วิวจากสระว่ายน้ำที่อาคารโอบล้อมไว้อยู่ เมื่อเทียบกับวิวภายนอกที่อยู่ใกล้กับอาคารสูงอื่นๆ ก็โดนบล็อกวิวระยะไกลเกือบหมด ยกเว้นห้องในทิศเหนือ (ด้านหลังโครงการ) ที่ไม่มีอาคารสูงมาบล็อกวิวค่ะ

ขึ้นมาที่ชั้น 16-18 จำนวนยูนิตจะลดลงมาเหลือ 16 ยูนิตต่อชั้นต่ออาคาร แต่การจัดวางแปลนยังเหมือนเดิมกับชั้น Typical Floor Plan

จากโถงลิฟต์โดยสารในชั้นปกตินั้นจะเรียบง่ายกว่าชั้น Lobby และชั้น Facilities นะคะ แต่ยังคงความสวยงามอยู่

ภายในโถงทางเดินกว้างระดับนึงเดินสบาย สุดทางได้ช่องเปิดช่วยให้แสงสว่างจากภายนอกเข้ามาได้พอสมควรค่ะ

ชั้น 19 จะเป็นชั้นที่เริ่มมีห้อง 2 Bedroom แล้วนะคะ และจำนวนยูนิตก็น้อยลงมาอีกเหลืออยู่เพียง 13 ยูนิตค่ะ ส่วนด้านหน้าอาคารที่เคยเป็นพื้นที่ห้องพักอาศัยนั้นจัดให้เป็นพื้นที่สีเขียวเล็กๆ เดี๋ยวเราพาไปดูกันค่ะ

จากโถงลิฟต์เดินมาก็จะมี Double Access กั้นโซนห้องพักอาศัยให้เรียบร้อย ซึ่งจะมีให้ทุกชั้นที่มีพื้นที่ส่วนกลางเลยค่ะ

พื้นที่สีเขียวมีขนาดกะทัดรัดและให้ที่นั่งมา 1 จุดตามภาพเลยค่ะ เผื่อใครอยากมาสูดอากาศภายนอกได้ แทนที่จะปล่อยให้เป็นหลังคา Slab โล่งๆ

 

ชั้น 20-23 นั้นจะเหลือจำนวนยูนิตน้อยลงมาอีก ซึ่งเหลือเพียง 12 ยูนิตเท่านั้นค่ะ ในชั้นนี้จะมีห้อง 2 Bedroom เพิ่มขึ้นมาอีกห้องอยู่ในตำแหน่งห้องมุมที่หันหน้าออกไปยังด้านนอกอาคาร ถือว่าได้เปรียบในเรื่องวิวมากกว่าห้อง 2 Bedroom ที่หันหน้าเข้าด้านในโครงการนะ เพราะเป็นห้องที่อยู่ในชั้นค่อนข้างสูงพอสมควรแล้วจึงสามารถมองวิวระยะไกลได้สบายเลยค่ะ

ชั้น 24-26 จะเป็นชั้นที่เน้นไปที่ห้อง 2 Bedroom แล้วเกือบทั้งหมด และมีห้อง Duplex ด้วยค่ะ

ส่วนชั้น 27-30 คล้ายกับชั้น 24-26 เลยแค่ตัดห้องฝั่งหน้าโครงการหรือทิศใต้ออกไปห้องนึงเท่านั้นค่ะ

ขึ้นมาที่ชั้นดาดฟ้ากันบ้าง เค้าก็มีจัด Roof Top ให้เหมือนกันนะ

พื้นที่สนามหญ้าเล็กๆ

และสนามหญ้าอีก 1 จุดค่ะ เป็นพื้นที่เล็กๆ ไม่ใหญ่มากนัก แต่ก็สามารถให้เด็กๆ มาวิ่งเล่นกันได้อยู่ค่ะ

อีกฝั่งเป็นพื้นที่นั่งเล่น ทำศาลาให้กันแดดให้เรียบร้อย

อีกฝั่งจัดม้านั่งที่ล้อมรอบด้วยสวนให้ค่ะ

มาดูวิวกันต่อนะคะ เริ่มจากวิวจากทิศใต้ หรือด้านหน้าอาคารที่หันหน้าไปทางพระราม 3 หากใครอยู่ชั้นบนๆ นั้นก็จะได้เห็นสะพานพระราม 3 และแม่น้ำเจ้าพระยาไกลๆ เลยล่ะค่ะ

ส่วนฝั่งทิศเหนือนั้นหันหน้าไปทางฝั่งลาดหญ้า เป็นวิวที่มองได้สุดสายตาเลยค่ะ เพราะสภาพแวดล้อมส่วนใหญ่ยังคงเป็นอาคารแนวราบและตึก Low Rise อยู่

ส่วนทิศตะวันออกนั้นอยู่ใกล้กับตึกสินสาทรพอสมควรนะคะ สำหรับใครที่อยู่ห้องด้านหน้าๆ หน่อยก็จะถูกตึกสินสาทรบล็อกวิวระยะไกลไป แต่ถ้าหากขยับมาทางด้านหลังอาคารนั้นก็จะสามารถมองวิวระยะไกลได้นะคะ ซึ่งวิวนี้จะหันทางไปทางฝั่งสาทร ได้ City View แบบจัดเต็มกันเลยทีเดียว

 

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • สระว่ายน้ำ 2 สระ ระบบเกลือ ยาว 20 เมตร
  • ห้องออกกำลังกาย 1 ห้อง ใส่เครื่องออกกำลังกายประมาณ 7 เครื่อง
  • สวนหย่อมรอบโครงการ
  • ลิฟท์โดยสาร 3 ตัว/อาคาร
  • อัตราส่วนลิฟท์รวมทั้งโครงการ 106 :  1
  • อัตราส่วนลิฟท์ตึก A 106 : 1
  • อัตราส่วนลิฟท์ตึก B 106 : 1
  • Service Lift 1 ตัว
  • ที่จอดรถประมาณ 52 %
  • ระบบ CCTV / Access Card


Product Walkthrough

สำหรับรีวิวฉบับนี้จะขอวิเคราะห์ผังห้องทั้งหมดในโครงการนะคะ แต่ไม่ได้พาไปชมห้องตัวอย่างนะ เนื่องจากพอเป็นห้องมือ 2 แล้วรายละเอียดต่างๆ ก็จะแตกต่างกันไปในแต่ละห้องไปแล้ว หากใครสนใจห้องในโครงการนี้แนะนำว่านัดเจ้าของหรือเอเจนซี่ไปดูสภาพและบรรยากาศภายในห้องกันเองเลยจะดีกว่าค่ะ เพราะจริงๆ มันมีหลายปัจจัยมากๆ ไม่ใช่เพียงการแต่งห้องนะคะ เช่น การดูแลรักษาห้อง ยังเหมือนใหม่หรือดูทรุดโทรมไป มีอะไรชำรุดไหม หรือเจ้าของเดิมเคยปล่อยห้องให้เช่ามาก่อนที่จะขายรึเปล่า และแน่นอนว่าหากเราไม่ได้ชอบการตกแต่งของเจ้าของเดิมเสียเท่าไหร่ หรือห้องนี้ค่อนข้างทรุดโทรมแล้ว แต่เป็นห้องที่ตำแหน่งดี ได้วิวสวย ก็อาจจะต้องเผื่องบประมาณค่าตกแต่งหรือซ่อมแซมเพิ่มเติมมาขึ้นด้วยนะคะ

ส่วน Spec วัสดุมาตรฐานจากโครงการ (ซึ่งอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้ ขึ้นอยู่กับเจ้าของห้องมือ 1 รวมไปถึงเฟอร์นิเจอร์อื่นๆ ด้วยนะคะ)

  • พื้นลามิเนต 12 มม.
  • พื้นกระเบื้อง (ครัว,ห้องน้ำ,ระเบียง)
  • แอร์แบบฝังฝ้า
  • Pantry ครัว พร้อมเตาเซรามิกและ Hood

ห้องขนาดเล็กสุดของโครงการคือห้อง 1 Bedroom ขนาด 31 ตร.ม. เน้นพื้นที่ห้องนอนแบบ Master Bedroom คือได้ห้องน้ำในตัวพร้อมพื้นที่ Walk-in Closet ขนาดกะทัดรัดแต่เป็นสัดส่วนดี ส่วนบริเวณ Common Area จะใช้พื้นที่เชื่อมต่อกันโดยวางส่วนครัวไว้หน้าห้อง ปูพื้นด้วยกระเบื้องตรงบริเวณครัวเพื่อให้ง่ายต่อการทำความความสะอาด ส่วนการใช้งานครัวนั้นจะเหมาะกับการทำอาหารเบาๆ อุ่น ต้ม มากกว่าการทำอาหารหนักเพราะเป็นครัวเปิดและอยู่ด้านในอาคารค่ะ ส่วนพื้นที่นั่งเล่นก็อยู่ในตำแหน่งมาตรฐานคืออยู่ด้านนอก ได้วิวภายนอก โดยรวมเป็นแปลนที่จัดออกมาได้ดี เป็นสัดส่วน เหมาะกับคนที่ชอบพื้นที่ห้องนอนขนาดใหญ่ และไม่เน้นทำอาหารหนักค่ะ

ห้อง 1 Bedroom ขนาด 30 ตร.ม. มีขนาดเล็กลงมาหน่อยจากห้อง Type 1A เพียง 1 ตร.ม. แต่มีข้อแตกต่างชัดเจนคือส่วนพื้นที่รับประทานอาหารที่จะเป็นโต๊ะติดกับส่วน Pantry และหันหน้าเข้าพื้นที่ครัว รวมทั้งมีพื้นที่ห่างระหว่างโต๊ะและโซฟาไม่มากนัก ทำให้ระยะการขยับเข้า-ออกเก้าอี้ไม่ได้ถนัดเท่ากับห้อง Type 1A นะคะ รวมทั้งสิ่งที่แตกต่างอีกอย่างระหว่างห้อง 1A และ 1B คือห้อง Type นี้มีพื้นที่ Storage เล็กๆ หน้าทางเข้าห้องด้วย สามารถจัดเป็นพื้นที่เก็บของหรือวางเครื่องซักผ้าได้ค่ะ

ห้อง 1 Bedroom Type 1C ขนาด 30-35.5 ตร.ม. ลักษณะแปลนและการจัดวางภายในคล้ายคลึงกับห้อง 1 Bedroom 1A แต่พื้นที่ส่วนครัวนั้นจะเล็กลงมาหน่อย แลกกับพื้นที่ฝั่งตรงข้าม Pantry ที่ได้ส่วน Storage ไว้วางของหรือเครื่องซักผ้า ส่วนภายในห้องนอนนั้นมีก็จะมีพื้นที่ข้างเตียงมากขึ้น สามารถวางโต๊ะทำงานติดหน้าต่างได้ค่ะ

ห้อง 1 Bedroom 1D ขนาดมาตรฐานจะอยู่ที่ประมาณ 35.5 ตร.ม. เป็นห้องหน้ากว้าง ทำให้สามารถวางฟังก์ชันรับประทานอาหารมาติดส่วนริมระเบียงห้องได้ด้วย แต่เสียดายตรงที่ผนังที่อยู่ติดกับพื้นที่รับประทานอาหารนั้นเป็นผนังทึบ เพราะภายนอกเป็นที่วางคอมเพรสเซอร์แอร์ ส่วนพื้นที่ครัวของห้องนี้ค่อนข้างกว้างเลยค่ะ จริงๆ แล้วสามารถเพิ่ม Counter Bar เพิ่มเติมได้ด้วยนะ ไม่งั้นก็จะมีพื้นที่เหลือที่ไม่ได้ใช้งานเยอะไปหน่อยค่ะ ส่วนห้องนอนของแปลนนี้ค่อนข้างเล็กกว่าห้องอื่นๆ นะ เมื่อลองเทียบสัดส่วนกับส่วน Common Area

ห้อง 1 Bedroom ขนาด 36 ตร.ม. นี้เป็นห้องมุม ซึ่งจุดเด่นคือส่วนห้องนอนที่ได้วิวจากทั้ง 2 ทิศ แต่น่าเสียดายตำแหน่งเตียงที่น่าจะอยู่ฝั่งตรงข้ามจะได้สามารถนอนบนเตียงเพื่อมองเห็นวิวได้ด้วย ส่วนพื้นที่อื่นๆ นั้นมีการจัดวางใกล้เคียงกับแปลน 1 Bedroom อื่นๆ

1 Bedroom Type 1F นั้นเป็นห้องมุมที่เน้นพื้นที่ Common Area เป็นสำคัญ เพราะส่วนพื้นที่นั่งเล่นและพื้นที่รับประทานอาหารค่อนข้างกว้างเลยทีเดียว รวมทั้งได้กระจกเข้ามุม สามารถมองวิวได้กว้าง สำหรับพื้นที่รับประทานอาหารนี้มีพื้นที่เหลือพอสมควรนะคะ สามารถจัดชุดโต๊ะเก้าอี้ขนาด 4 ที่นั่งได้ หรือจะวางโต๊ะทำงานในส่วนนี้เพิ่มเติมได้ค่ะ ในส่วนห้องนอนนั้นความพิเศษคือ มีพื้นที่ Walk-in Closet เป็นสัดส่วนสามารถกั้นประตูปิดได้ แม้ไม่ได้มีขนาดใหญ่มากนัก และห้องน้ำในห้องนอนนี้ บริเวณพื้นที่อาบน้ำก็ติดกับภายนอก สามารถ take view ภายนอกได้ในตอนอาบน้ำ

1 Bedroom Type 1G มีขนาดพื้นที่ใช้สอยประมาณ 41 ตร.ม. เป็นห้องมุมที่เน้นพื้นที่ส่วน Common Area เพราะได้พื้นที่ค่อนข้างกว้างแต่การจัดวางฟังก์ชันที่มีทั้งส่วนรับประทานอาหารและชุดโซฟาทำให้มีระยะห่างจากโซฟากับทีวีไม่มากเท่าไหร่นัก ในส่วนภายในห้องนอนจัดพื้นที่ออกมาได้เป็นสัดส่วน บริเวณเตียงนอนสามารถวางเตียงขนาดใหญ่ได้สบาย และมีพื้นที่วางบริเวณกระจกเข้ามุมให้วางโต๊ะทำงานหรือโซฟาไว้นั่งเล่นอ่านหนังสือได้ ในส่วน Walk-in Closet ทำออกมาเป็นสัดส่วนดีค่ะ แม้มีขนาดไม่ใหญ่มากนัก ในส่วนของห้องน้ำถือว่าจัดวางฟังก์ชันได้ดี เพราะได้ตำแหน่งอยู่ด้านนอกสามารถระบายความชื้นได้ดี และที่พิเศษคือกระจกจากส่วนพื้นที่อาบน้ำ ที่สามารถชมวิวมุมสูงได้ในขณะอาบน้ำค่ะ

ห้อง 1 Bedroom Type 1H ขนาด 39 ตร.ม. เป็นห้องที่ได้รับแสงสว่างจากภายนอกค่อนข้างมากกว่าห้องอื่นๆ ทีเดียวนะคะ ทำให้ห้องนี้มีความพิเศษคือความโปร่งโล่งที่มากกว่าห้องอื่นในตร.ม.ที่เท่ากัน ส่วนฟังก์ชันอื่นๆ มีการจัดวางคล้ายกับแปลนอื่นๆ เลยค่ะ

และสำหรับแปลนสุดท้ายของ 1 Bedroom คือห้อง Type 1I ซึ่งมีขนาดพื้นที่ 40.5 ตร.ม. มีหน้าต่างและประตูกระจกพอๆ กับแปลนที่แล้วซึ่งช่วยให้ภายในห้องดูสว่างไสวและมีความโปร่งโล่งมากขึ้น โดยรวมแล้วเป็นแปลนที่มีการจัดวางคล้ายคลึงกับแปลนอื่นๆ นะคะ แต่มีพิเศษขึ้นมาหน่อยคือการจัด Pantry ที่แบ่งเป็น 2 โซน 1 คือโซนทำอาหาร มีเตาวางเรียบร้อย และอีกโซนคือส่วนล้างจาน ซึ่งพื้นที่ด้านข้างสามารถวางโต๊ะสตูลแล้วจัดเป็นพื้นที่รับประทานอาหารได้เหมือนกันค่ะ

มาที่ห้อง 2 Bedroom Type 2A ที่มีขนาดพื้นที่ใช้สอย 64 ตร.ม. ห้องนี้จะอยู่เป็นห้องมุมด้านในอาคาร หันหน้าเข้าหากันนะคะ แต่ด้วยระยะห่างระหว่างอาคารมีระดับนึงทำให้ไม่เสียความเป็นส่วนตัวมากนักหากจะเป็นหน้าต่างไม่ปิดม่านเพื่อให้ได้แสงธรรมชาติภายนอก แต่ต้องยอมรับว่าตำแหน่งห้องนี้เป็นตำแหน่งที่ไม่ได้วิวระยะไกลนะ ยกเว้นส่วนของห้องนั่งเล่นที่จะได้วิวจากทิศใต้ค่ะ ในส่วนของแปลนห้องนี้ถือว่าจัดออกมาได้เป็นสัดส่วนดีนะคะ ลักษณะเป็นห้องหน้ากว้าง จึงสามารถแบ่งโซน Common Area และโซน Private ได้ชัดเจน โดยให้ความสำคัญกับพื้นที่ Common Area พอสมควร สามารถวางชุดโซฟาขนาดใหญ่และโต๊ะรับประทานอาหาร 4 ที่นั่งได้ ส่วนครัวนั้นก็ยังได้ครัวเปิดอยู่นะคะ ถัดไปเป็นส่วนห้องนอนเล็กที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับห้องน้ำรวม เดินใช้งานง่าย และด้านในสุดจะเป็นห้อง Master Bedroom ที่มีห้องน้ำภายในตัว และจัดวางฟังก์ชันได้เรียบร้อยดีค่ะ

ห้อง 2Bedroom Type 2B นี้มีการวางแปลนที่คล้ายคลึงกับห้อง Type 2A เลยค่ะแต่จะมีขนาดจะเล็กลงมาเพียง 2 ตร.ม. ซึ่งก็คือพื้นที่บริเวณห้องน้ำทั้ง 2 ห้องภายในแปลนนี้ ทำให้ภายในห้องน้ำทั้ง 2 ของแปลนนี้มีขนาดค่อนข้างเล็ก โดยเฉพาะพื้นที่อาบน้ำของส่วนห้องน้ำรวม

ห้อง 2C ขนาดพื้นที่ใช้สอย 65 ตร.ม. เป็นห้องมุมหันที่หันออกภายนอกซึ่งจะได้เปรียบในเรื่องของวิวมากกว่าห้อง Type 2A และ 2B ที่เป็นห้องมุมด้านในนะคะ จุดพิเศษของห้อง Type นี้เลยอย่างที่บอกเลยคือเป็นห้อง 2 Bedroom ที่ได้วิวระยะไกลในทุกห้อง ทั้งห้องนั่งเล่น ห้องนอนทั้ง 2 ห้อง รวมทั้งห้องน้ำทั้ง 2 ห้องอีกเช่นกันนะคะ ส่วนพื้นที่ครัวของห้อง Type นี้จะได้พื้นที่ค่อนข้างกะทัดรัดกว่าห้อง 2 Bedroom อื่นๆ

ห้อง 2 Bedroom Type 2D ขนาดพื้นที่ใช้สอย 68 ตร.ม. เป็น Type ห้องที่อยู่ในชั้นบนตั้งแต่ชั้น 24-26 หันหน้าไปทางทิศใต้ ห้องนี้มีความพิเศษกว่าห้องอื่นคือได้วิวจากทั้ง 3 ทิศและมีพื้นที่ครัวเป็นสัดส่วนชัดเจนกว่าทุก Type ห้อง 2 Bedroom

ห้อง 2 Bedroom Type 2E มีขนาดห้องกะทัดรัดมากที่สุดสำหรับห้อง 2 Bedroom ในโครงการนี้ สำหรับการจัดฟังก์ชันภายในห้องจะคล้ายคลึงกับห้อง Type 2A และ 2B เลยค่ะแต่มีขนาดพื้นที่ครัวเล็กลงมาและมีส่วน walk-in closet เป็นสัดส่วนดี

ห้อง 2 Bedroom ห้องสุดท้ายเค้าออกแบบให้เป็นห้อง Duplex นะคะ โดยชั้นล่างนั้นจะเป็นส่วนพื้นที่นั่งเล่นแบบ Double Space (ฝ้าเพดานสูง 2 ชั้น) ส่วนครัวจะมีขนาดกะทัดรัดพอสมควรเลยทีเดียวนะคะ ไม่เหมาะกับการทำอาหารมากนัก และในชั้นล่างก็จะมีห้องนอนเล็กอีกห้องค่ะ ส่วนชั้นบนทั้งหมดเป็นส่วน Master Bedroom มีห้องน้ำในตัวและพื้นที่ Walk-in Closet เป็นสัดส่วนดี

 

ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 07 April 2017

เนื่องจากเป็นโครงการที่ขายหมดและโอนกันหมดแล้วนะคะ ดังนั้นต้องซื้อต่อจากเจ้าของเดิม ทำให้ราคาก็จะค่อนข้างหลากหลายขึ้นอยู่กับทำเลห้องได้อยู่ชั้นสูงหรือชั้นล่าง ตกแต่งครบ ความพอใจราคาจากการตกลงกันระหว่างคนซื้อและคนขายราคาต่อตารางเมตรในปัจจุบัน ปี 2016 จะอยู่ที่ประมาณ 120,000 – 140,000 บาท/ตร.ม.

  • Kitchen & Sink
  • Hob & Hood

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ


เจาะลึกรวบยอด

โครงการ Nye by Sansiri จัดเป็นหนึ่งในโครงการคอนโดมิเนียม High Rise ที่มาเกาะรัศมีรถไฟฟ้าสถานีวงเวียนใหญ่ และมีราคาเปิดตัวเริ่มหลักแสนในทำเลนี้นะคะ จุดเด่นของโครงการนี้นอกจากใกล้รถไฟฟ้าแล้ว ก็คือเรื่องของรูปลักษณ์อาคารทั้งการตกแต่งภายนอก ภายในรวมทั้ง Facilities ที่ให้มาค่อนข้างหลากหลายฟังก์ชัน เทียบกับโครงการอื่นๆ แล้ว Nye by Sansiri ถือว่าทำออกมาได้ดีค่ะ เหมาะกับคนที่ชื่นชอบความสวยงาม รูปลักษณ์อาคารและใช้ Facilities เป็นหลักเลย ซึ่งจากที่เข้าไปสำรวจโครงการมาก็จะเห็นกลุ่มลูกค้าของโครงการค่อนข้างชัดเจน ทั้งชาวต่างชาติ และกลุ่มวัยรุ่น-วัยทำงาน เป็นหลัก ซึ่งแตกต่างกับ The Room BTS วงเวียนใหญ่ที่เป็นโครงการชนกันค่อนข้างชัดเจน อย่าง The Room นั้นจะเน้นไปที่ครอบครัวมากกว่า ด้วยพื้นที่ใช้สอยห้องค่อนข้างมาก

ทำเลโครงการนี้เหมาะกับคนในพื้นที่นี้ต้องการขยับขยายออกมาอยู่คอนโดที่ใกล้รถไฟฟ้าเดินทางสะดวก หรือที่ทำงานในละแวกนี้เลยไปถึงย่านสาทร และแม้กระทั่งกลุ่มพ่อแม่ที่ซื้อให้ลูกๆ ที่เรียนจุฬาฯ หรือเตรียมอุดมด้วยเช่นกัน ด้วยความที่ใกล้รถไฟฟ้าสายหลักที่เดินทางเข้าเมืองไปสาทร-สยามได้ง่าย ดังนั้นทำเลนี้จึงเป็นทำเลที่มีกลุ่มลูกค้าที่เน้นความสะดวกสบายในการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าค่อนข้างชัดเจนกว่าการเลือกทำเลด้วยความอุดมสมบูรณ์ เพราะส่วนใหญ่ความอุดมสมบูรณ์ในย่านนี้จะไปรวมกันอยู่บนถนนเจริญนครและลาดหญ้าเสียมากกว่านะคะ แต่ก็ใช่ว่าจะหาของกินยากนะ ด้วยความที่ปัจจุบันทำเลบนถนนกรุงธนบุรีนี้มีคอนโดและอาคารสำนักงานใหญ่มารวมกลุ่มกันเกิน 10 กว่าโครงการไปแล้ว ดังนั้นเรื่องของอาหารการกินก็ย่อมมาเกิดขึ้นเพื่อมารองรับความต้องการของคนในพื้นที่นี้เป็นธรรมดา ซึ่งเราก็จะเห็นร้านอาหาร ร้านรถเข็นตลอดข้างทางให้เลือกกินได้ในทั้งช่วงกลางวันและกลางคืนเลยค่ะ แต่ย้ำว่าไม่ได้คึกคักเท่าถนนเจริญนครกับลาดหญ้านะ

การเดินทางโดยใช้รถจัดว่าสะดวกค่ะ แม้ตัวโครงการจะไม่ได้ติดถนนใหญ่กรุงธนบุรีจริง แต่ด้วยความที่เข้าซอยไม่ลึกเลยทำให้การเข้า-ออกค่อนข้างสะดวก และยังอยู่ฝั่งขาเข้าเมืองอีกด้วย นอกจากนี้ข้อพิเศษของทำเลโครงการนี้คือสามารถลัดเข้าซอยกรุงธนบุรี 1 ซึ่งเป็นซอย One Way ไปออกถนนเจริญรัถและถนนลาดหญ้าได้อีกด้วยค่ะ ส่วนเรื่องที่จอดรถนั้นได้ 52% จัดว่าไม่มากนักเมื่อเทียบกับราคาที่จ่ายนะ แต่ด้วยความที่เดินทางด้วยรถไฟฟ้าได้ง่ายก็พอจะช่วยหักลบกันได้ค่ะ

การเดินทางแบบไม่ใช้รถจัดว่าสะดวกมาก เพราะมีระยะห่างจากสถานีวงเวียนใหญ่เพียง 240 ม. อีกทั้งยังอยู่ในซอยไม่ลึก ให้เดินออกมาเรียกแท็กซี่ พี่วินได้ง่ายและปลอดภัย ไม่เปลี่ยวค่ะ

ตัวโครงการทำออกมาได้ดีในเรื่องของการออกแบบและรูปลักษณ์โครงการ แต่จัดเป็นโครงการที่มีจำนวนยูนิตค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับโครงการข้างเคียงนะคะ นับว่าหนาแน่นกว่าโครงการอื่นๆ ก็ว่าได้ แต่หากพูดถึงการจัดการความหนาแน่นภายในโครงการนี่ถือว่าทำออกมาได้โอเคนะคะ ไม่ได้แย่ อย่างอัตราส่วนลิฟต์ที่นี่ก็อยู่ที่ 106:1 ซึ่งจัดว่ามีความหนาแน่นมาตรฐาน ไม่สูงเท่าไหร่ค่ะ ในส่วนของการออกแบบห้องนั้นถือว่าจัดออกมาได้โอเคระดับนึง มีทั้งจุดเด่นและจุดด้อยอยู่เหมือนกัน อย่างจุดเด่นเลยคือการจัดแปลนที่ได้ห้องนอนเป็นสัดส่วน และมีห้องน้ำในตัว ส่วนจุดด้อยที่มีในทุกแปลนเลยคือพื้นที่ครัว ที่ไม่มีห้องไหนได้ครัวปิดเลย ดังนั้นจึงเหมาะกับคนที่ไม่ได้เน้นทำอาหารมากนัก เน้นอุ่น ต้มเสียมากกว่า

วัสดุที่ได้จากโครงการก็ทำออกมาได้ดีตามมาตรฐานราคาที่จ่าย อย่างแอร์ฝังฝ้า Pantry ครัวพร้อม Hob & Hood พื้นลามิเนต เป็นต้นค่ะ ส่วนรายละเอียดภายในห้องอื่นๆนั้นอาจจะวิเคราะห์ได้ยากเพราะสถานะโครงการปัจจุบันเป็นมือ 2 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ดังนั้นความคุ้มค่าที่ได้ในแต่ละห้องก็จะไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งงานตกแต่ง เฟอร์นิเจอร์ ที่เจ้าของมือ 1 ได้ซื้อไว้ รวมไปถึงสภาพของเฟอร์นิเจอร์และห้องด้วยว่ามีทรุดโทรมหรือชำรุดมากน้อยแค่ไหน ทั้งนี้สำหรับใครที่สนใจโครงการนี้ก็ควรจะต้องดูเปรียบเทียบกับหลายๆ ห้องกับราคาขายที่ขึ้นอยู่กับเจ้าของมือ 1 ควบคู่ไปด้วยจะดีที่สุดค่ะ

สาธารณูปโภค ถือเป็นอีกจุดเด่นของโครงการ เพราะให้มาหลากหลายและทำออกมาได้สวย มีบางส่วนที่ใช้ร่วมกันทั้ง 2 อาคาร อย่างห้อง Lounge, Fitness, Meeting Room, Library และมีอีกส่วนที่แยกกันใช้ในแต่ละตึกเลยคือส่วนของสระว่ายน้ำค่ะ เพื่อให้เพียงพอต่อการใช้งาน ซึ่งในปัจจุบันหลังจากโครงการสร้างเสร็จมาแล้วประมาณ 2 ปีนั้นก็ถือว่ามีการดูแลโครงการได้ค่อนข้างดี จากบริษัท Plus ซึ่งเป็นนิติบุคคลให้กับโครงการนี้ในปัจจุบันนะคะ

 

Judgement

เนื่องจากเป็นโครงการที่ขายหมดแล้ว ซึ่งปัจจุบันรูปแบบการขายเปลี่ยนแปลงเป็นแบบ Re-sale ซึ่งค่อนข้างมีความแตกต่างกันไปทั้งเรื่องของวัสดุ การตกแต่งภายในห้อง รวมทั้งเรื่องของราคาที่ค่อนข้างหลากหลายขึ้นอยู่กับทำเลห้องได้อยู่ชั้นสูงหรือชั้นล่าง และความพอใจราคาจากการตกลงกันระหว่างคนซื้อและคนขาย ดังนั้นจึงไม่สามารถให้คะแนนในรีวิวนี้ได้นะคะ

  • HIGH CLASS

 

BOTTOM LINE

Nye by Sansiri เหมาะมากสำหรับคนฝั่งธน ที่ใช้ชีวิตอยู่ฝั่งนี้เป็นหลัก และเหมาะสำหรับคนทำงานและน้องๆที่ต้องเดินทางไปย่านสาทรสีลม สยาม ที่เบื่อการใช้รถ ต้องการนั่งรถไฟฟ้าไปเรียนหรือทำงาน ไม่ชอบความพลุกพล่านในเมือง เน้นรูปลักษณ์โครงการและ Facilities ที่หลากหลายเป็นสำคัญ มีงบประมาณตั้งแต่ 3.7 – 9 ล้านบาท หรือมีกำลังผ่อนต่อเดือนประมาณ 30,000 – 72,000 บาท

ถ้าเห็นว่ารีวิวนี้มีประโยชน์ ช่วยกด LIKE ให้เราหน่อยนะคะ จะได้มีกำลังใจทำรีวิวถัดๆไปค่ะ

สมัครสมาชิกพร้อมรับข่าวสารเพิ่มเติม (คลิกที่นี่ )

Share

4 Comments

  • เดินลงมาที่ทางออก 2 จะเป็นทางออกที่ใกล้กับโครงการมากที่สุดค่ะ —- ต้องเป็นทางออก 3 นะครับ ^^

  • ตึกบี มี theater room ด้วยนะครับ และห้องน้ำตึกเอ กับ ตึกบี ยังตกแต่งสวยงามแตกต่างกันอีกด้วย ทั้งห้องน้ำที่ Lobby และห้องน้ำที่ชั้นสระว่ายน้ำ เสียดายที่ไม่มีรูปลงมาให้ดู

  • ขอแก้ไขนะครับ Main facilities ทั้ง 2 ตึกลูกบ้านสามารถใช้ร่วมกันได้ครับ ทั้งสระว่ายน้ำชั้น 7 และสวนดาดฟ้า ยกเว้นสวนชั้น 16 และ 27 ครับ ที่ใช้ได้เฉพาะลูกบ้านชั้นนั้นๆ

    • โอ้วว ขอบคุณ Nye มากๆค่า ที่มาเพิ่มเติมข้อมูลให้
      บางส่วนที่ผิด จะแก้ไขให้เลยค่า ??

Leave a Reply