พาชมตึกเสร็จ The Room BTS วงเวียนใหญ่ คอนโด High Rise ติดสถานีรถไฟฟ้า จาก Land&House [รีวิวฉบับที่ 1323]

April 7, 2017 08:000 comments

รีวิวฉบับที่ 1323 … สวัสดีค่ะ วันนี้จะพาไปชมตึกเสร็จ The Room BTS วงเวียนใหญ่ โครงการในยุคแรกๆ ที่ราคาคอนโดแตะถึงแสนบาทต่อตร.ม. เป็นคอนโด High Rise 29 ชั้น ซึ่งออกแบบมาจาะกลุ่มครอบครัว เน้นห้องกว้าง พื้นที่ใช้สอยเยอะ อยู่กันสบายๆ เพียง 201 ยูนิต โครงการสร้างเสร็จมา 2 ปีกว่าแล้ว จะเป็นอย่างไรตามไปชมกันค่ะ

Fact @ 07 April 2017

  • The Room BTS Wongwianyai  (เดอะรูม บีทีเอส วงเวียนใหญ่)
  • บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน)
  • HIGH-LUXURY CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment คอนโดได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ในเขต : คลองสาน
  • คอนโด HIgh Rise 29 ชั้น 1 อาคาร 201 ยูนิต
  • ที่จอดรถประมาณ 84 % (ยังไม่รวมจอดซ้อนคัน)
  • ที่ดินประมาณ 2-0-42.8 ไร่
  • เปิดตัว : ปี 2012
  • สร้างเสร็จ : ปี 2014
  • 1 Bedroom 43.5 – 57.5  ตร.ม. 
  • 2 Bedrooms 73 – 92.5 ตร.ม. 
  • ฝ้าเพดานสูงประมาณ 2.7 เมตร
  • ราคาต่อตารางเมตรประมาณตอนเปิดตัวปี 2012 เริ่มต้นประมาณ 120,000 บาท/ตร.ม. แล้วแต่ชั้นและทำเล
  • ราคาห้องมือสองในปัจจุบันประมาณ 150,000 – 170,000 บาท/ตร.ม.
  • เพิ่มเติมข้อมูลทำเลรอบๆ BTS วงเวียนใหญ่ ได้ที่ : มองหาทำเลน่าอยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้าวงเวียนใหญ่

เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วค่ะ

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างค่ะ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด : 13.720564, 100.494852

ที่ตั้งของโครงการ The Room BTS วงเวียนใหญ่ ตั้งอยู่บนถนนกรุงธนบุรี ทำเลนี้เป็นย่านที่อยู่อาศัยฝั่งธนที่ไม่ไกลจากย่านธุรกิจอย่างสาทร สีลมเลย คือเพียงแค่ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยามาเท่านั้น ซึ่งเดิมทำเลนี้เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยดั้งเดิมที่อยู่ติดแม่น้ำ ปัจจุบันจะเห็นมีทั้งบ้านพักอาศัย และคอนโดผุดขึ้นกันอย่างต่อเนื่อง เป็นผลมาจากที่ดินของฝั่งสาทรที่จะหาที่ดินผืนใหญ่ๆได้ยากขึ้นและราคาก็แพงขึ้นทุกที การพัฒนาโครงการให้ได้ราคาที่คุ้มกับค่าลงทุนก็จะมีราคาขายที่สูงจนหยิบจับได้ยาก ” ย่านธนบุรี ” ที่เชื่อมต่อกับสาทร สีลม ได้ง่ายทั้งทางรถยนต์และรถไฟฟ้าจึงเป็นพื้นที่ที่ถูกพัฒนาต่อมา ซึ่งราคาเปิดตัวสมัยก่อน ยังอยู่ในหลักหมื่นปลายๆ แต่ปัจจุบันมีการพัฒนามากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้มูลค่าของคอนโดในย่านนี้อยู่ราวๆ 100,000 – 130,000 บาท/ตร.ม. บางโครงการที่ทำออกมาด้วยสไตล์หรูหราก็จะอัพราคาสูงขึ้นกว่า 130,000 บาท/ตร.ม. อีกหน่อยค่ะ

การเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว – เนื่องจากโครงการ The Room BTS วงเวียนใหญ่ อยู่ติดถนนกรุงธนบุรี ซึ่งเป็นถนนใหญ่ 10-12 เลน ที่มีเกาะกลางย่อยๆ อยู่ทั้ง 2 ฝั่งถนนและมีที่กลับรถใต้สะพานเพียง 2 ตำแหน่ง ดังนั้นการพิจารณาความสะดวกในการใช้รถยนต์จึงต้องดูว่าสามารถขับรถเข้าโครงการได้โดยไม่ติดเกาะกลางใช่หรือไม่ และมีระยะห่างจากที่กลับรถเท่าไหร่ ..จากที่ตั้งของโครงการก็ถือว่าสะดวกใช้ได้เลยนะคะ เพราะถ้าวิ่งมาจากสะพานตากสิน ก็มีช่องทางให้ออกซ้ายเพื่อเข้าโครงการได้พอดี โดยมีระยะจากสะพานสมเด็จพระเจ้าตากสินประมาณ 1.9 กม.

ส่วนถ้าจะเข้าเมือง ก็วิ่งไปกลับรถได้ไม่ไกลเท่าไร โดยมีระยะทางจากโครงการไปถึงสะพานประมาณ 2.7 กม. แต่ปัญหาที่น่าเบื่อของถนนเส้นนี้คือรถติดตรงคอขวดสะพานตากสิน ก็จะติดช่วงเวลาเร่งด่วนนี่แหละค่ะ

สำหรับการเดินทางด้วยรถสาธารณะถือว่าครบเครื่องมากเพราะโครงการอยู่ติดสถานีรถไฟฟ้าวงเวียนใหญ่เลย ถ้ายึดแนวรถไฟฟ้า BTS จะวิ่งข้ามแม่น้ำ เข้าสาทร ผ่านช่องนนทรี เข้าสีลม มุ่งสู่สยาม ดังนั้น ผู้อยู่อาศัยที่เหมาะสมสุดคือ คนทำงานย่านสีลม สาทร เพราะนั่งรถไม่ไกล และไม่ต้องไปเปลี่ยนขบวนที่สยาม นอกจากนี้ก็จะมี Taxi ผ่านหน้าโครงการตลอด เนื่องจากเป็นถนนใหญ่ ใกล้ป้ายรถเมล์และมีพี่วินอยู่ใกล้ๆหน้าโครงการเลยค่ะ

ความอุดมสมบูรณ์ในละแวกนี้ มีการค้าขายค่อนข้างคึกคักเพราะสมัยก่อนจะเดินทางด้วยเรือจึงเกิดเป็นแหล่งค้าขายขนาดใหญ่และกลายเป็นตลาดที่อยู่บริเวณวงเวียนใหญ่ในปัจจุบัน ที่มีทั้งตลาดผ้า เครื่องมือเครื่องใช้ และของสดนอกจากนั้นยังอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟวงเวียนใหญ่ที่เป็นทางรถไฟระยะสั้นไปจบที่สถานีแม่กลองที่จังหวัดสมุทรสาครแถวๆ ตลาดร่มหุบนั่นเอง ดังนั้นที่อยู่อาศัยในย่านนี้จะมีอาคารประเภทตึกแถวหรืออาคารพาณิชย์อยู่เยอะ และถนนตรอกซอยจะไม่กว้างมากนัก แต่สามารถลัดเลาะไปยังถนนสำคัญๆ ได้หลากหลายเส้นทาง

ดูตามวงกลมโดยสังเขป(สีเหลือง) เป็นพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์กระจุกตัวอยู่ ซึ่งบนถนนกรุงธนบุรีจะมีไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ ส่วนใหญ่จะอิงไปยังฝั่งถนนเจริญนครที่อยู่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยาซึ่งบริเวณนี้จะมีทั้งโรงแรมติดแม่น้ำ 3 – 5 ดาว อยู่หลายโรงแรม มี Community Mall และอนาคตที่สถานีกรุงธนบุรีจะเป็น Interchange สำคัญที่จะตัดกับสายสีทองที่เพิ่งอนุมัติงบไปโดยปัจจุบันมีแหล่งธุรกิจการค้าแห่งใหม่ที่เส้นทางสีทองจะตัดผ่านก็กำลังดำเนินการก่อสร้างอย่าง Icon Siam ถ้าหากเป็นไปตามแผนก็จะเปิดใช้งานในเวลาที่ไล่เลี่ยกันพอดี และแน่นนอนว่าอนาคตในย่านนี้ก็จะมีมูลค่าที่ดินและราคาขายขยับขึ้นแน่นอน

ขอบคุณภาพจาก http://www.posttoday.com/biz/gov/452913

นอกจากนี้ยังมีรถไฟฟ้าสายสีทองที่จะเป็นส่วนต่อขยายระยะสั้นที่มีเอกชนร่วมลงทุนกับกทม. โดย KT – บจ.กรุงเทพธนาคม เป็นผู้รับผิดชอบโครงการ รูปแบบรถไฟฟ้าจะเป็นแบบรถไฟฟ้าทางเดี่ยว (Monorail) ยกระดับตลอดเส้นทางโดยจะเริ่มต้นสถานที่ BTS กรุงธนบุรีเป็นสถานี Interchange จากนั้นจะวิ่งบนเกาะกลางถนนกรุงธนบุรีแล้วเลี้ยวซ้ายที่บริเวณปลายสะพานสมเด็จพระเจ้าตากสินเข้าสู่ถนนเจริญนคร มุ่งผ่าน Icon Siam จากนั้นเลี้ยวซ้ายบริเวณถนนสมเด็จเจ้าพระยาและวิ่งบนเกาะกลางไปสิ้นสุดที่ สถานีสะพานพุทธในแนวรถไฟฟ้าสายสีม่วง ซึ่งมีทั้งหมด 4 สถานี โดยมีแนวคิดเชื่อมต่อพื้นที่ 3 ส่วนโดยใช้รถไฟฟ้าสายสีทองเป็น Interchage ระหว่างสีม่วงและสีเขียวที่สามารถเดินทางมายัง Icon Siam และพื้นที่ใกล้เคียงได้สะดวกขึ้น ช่วยลดปัญหาการจราจรเมื่อ Icon Siam แล้วเสร็จด้วย

การเดินทางในวันนี้จะเริ่มต้นจากสถานีรถไฟฟ้าวงเวียนใหญ่ หลังจากนั้นมองหาทางออกที่ 2 ทางออกนี้จะมีทางลงที่หน้าโครงการ The Room BTS วงเวียนใหญ่ พอดีเลย พอลงจากสถานี BTS แล้วจะพาไปเดินเล่นดูบรรยากาศรอบๆกันอีกหน่อย ว่าแถวนี้มีร้านค้า มีความอุดมสมบูรณ์อะไรกันบ้างนะคะ

เริ่มเดินทางกันจากสถานีรถไฟฟ้าวงเวียนใหญ่ บรรยากาศบนสถานีช่วงเช้านี้คนจะแน่นฝั่งขาเข้าเมือง ที่จะวิ่งไปทางสาทร สีม สยาม แต่ก็ดีหน่อยที่สถานีนี้ยังเป็นสถานีต้นๆ ของรถไฟฟ้า จึงพอมีที่เหลือให้เข้าไปในขบวนได้

ต่อไปก็ตามหาทางออกที่ 2 ถ้าออกผิดจะไม่ใช่บันไดหน้าโครงการนะ ><

จากบนสถานีมองออกมา ก็จะเห็นบันไดทางออก 2 ที่ลงตรงหน้าโครงการ The Room พอดิบพอดีเลย

ออกมาดูถนนกรุงธนบุรีกันนิดนึง เป็นถนนใหญ่ที่เชื่อมต่อจากสะพานตากสิน ขนาด 10-12 เลน แล้วแต่ช่วงถนน ซึ่งเป็นถนนที่มีเกาะกลางกั้น 2 เลนนอก การเลือกโครงการที่อยู่ติดถนนเส้นนี้จึงต้องคำนึงถึงการเข้าออกเกาะกลางด้วยนะคะ บางโครงการอาจจะเข้าออกลำบากหน่อย ต้องไปกลับรถอะไรแบบนี้ แต่สำหรับ The Room ถือว่าผ่านฉลุย เพราะมีทางให้เข้า-ออก และอยู่ใกล้ที่กลับรถด้วยค่ะ

การใช้รถยนต์ขับจากสะพานตากสินมายังโครงการ ก็จะมีทางให้ขับเข้าเลนซ้ายสุด แล้วตามทางมาเรื่อยๆ ก็จะถึงที่ตั้งโครงการแล้วค่ะ

มาต่อกันที่ทางออก 2 จากสถานีรถไฟฟ้า ก็เดินตามทางไปเลย เดี๋ยวเราจะลงไปตรงหน้าโครงการนะคะ

ลงมาจากสถานีแล้วมองกลับไป ฝั่งซ้ายนี่คือกำแพงของโครงการ The Room แต่ก่อนที่จะเข้าไปในโครงการจะพามาเดินดูบรรยากาศรอบๆ กันต่ออีกหน่อย

ติดกับโครงการเลยจะเป็นบริษัท ลี แมชชีนทูลส์ สูง ~ 8-10 ชั้น

ถัดมามีร้านค้า 7-11 แผงขายของ ร้านอาหาร ร้านกาแฟให้พึ่งพิงได้ตลอดวันตั้งแต่เช้าตรู่ถึงหัวค่ำ และมี 7-11 ที่ให้พึ่งหิงได้ตลอดเช่นกันค่ะ

รถเข็นแผงลอยนี่ยาวไปจนถึงแถวป้ายรถเมล์เลยนะคะ ร้านที่มาขายก็เป็นพวกอาหารทานง่ายๆ อย่างไก่ทอด ขนมโตเกียว เป็นต้น

มาดูภาพรวมรอบๆ โครงการกันนะคะ พื้นที่โดยรอบโครงการส่วนใหญ่เป็นตึกแถว ที่เปิดชั้นล่างเป็นร้านค้า ร้านอาหารอย่างพวกร้านก๋วยเตี๋ยว ก็จะมี 7-11 ที่ใกล้กับโครงการที่สุด อยู่ในระยะประมาณ 100 ม. ถ้าถามหาร้านอาหารแพงๆดีๆ ก็คงต้องนั่ง BTS ไปหาความศิวิไลซ์ในเมืองกันแหละค่ะ สำหรับอาคารสูงส่วนใหญ่จะเป็นคอนโด และอาคารสำนักงาน ก็จะกระจายตัวอยู่ทั้ง 2 ฝั่งถนน แต่ยังไม่เห็นที่มาขนาบโครงการในระยะประชิด ก็จะได้เปรียบในเรื่องวิวที่ได้วิวดีๆ ในหลายๆมุมเลย

 

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • 7-11 ~ 100 ม.
  • Top Supermarket ใต้ตึกสินสาทร ~ 550 ม.
  • ตลาดวงเวียนใหญ่ ~ 1.1 กม.
  • โรงพยาบาลสมิติเวช ธนบุรี ~ 1.4 กม.
  • Sena Fest ~ 1.6 กม.
  • โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า ~ 1.7 กม.
  • The Mall ท่าพระ ~ 2.3 กม.
  • The Jam Factory ~ 2.4 กม.
  • โรงพยาบาลตากสิน ~ 2.4 กม.
  • Robinson บางรัก ~ 2.8 กม. (รวมเรือข้ามฟาก)
  • River City ~ 3 กม. (รวมเรือข้ามฟาก)
  • Asiatique ~ 3.4 กม.

โรงเรียน

  • โรงเรียนนานาชาติอินเตอร์เนชั่นแนลไพโอเนียรส ~ 850 ม.
  • โรงเรียนไทยซิกข์นานาชาติกรุงเทพฯ ~ 1.3 กม.
  • มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ วิทยาเขตพระนครใต้ ~ 3.2 กม.
  • โรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรีกรุงเทพ ~ 2.9 กม.

โรงแรม

  • ibis Bangkok Riverside ~ 1.6 กม.
  • The Peninsula Bangkok ~ 2 กม.
  • Millennium Hilton Bangkok ~ 2.2 กม.
  • Shangri-La Hotel, Bangkok ~ 2.5 กม.
  • AVANI Riverside Bangkok ~ 2.5 กม.
  • State Tower ~ 2.7 กม.
  • Centre Point Hotel Silom ~ 2.7 กม.
  • The Oriental Hotel ~ 2.7 กม.
  • Royal Orchid Sheraton Hotel ~ 2.8 กม.
  • Ramada Plaza Bangkok Menam Riverside ~ 3 กม.
  • Chatrium Hotel Riverside Bangkok ~ 3.3 กม.

 


เจาะลึกตัวโครงการ

โครงการเป็นคอนโด High Rise 29 ชั้น 1 อาคาร พื้นที่โครงการประมาณ 2-0-42.8 ไร่, ที่จอดรถประมาณ 84 % (ยังไม่รวมจอดซ้อนคัน) การแบ่งห้องที่นี่จัดมาค่อนข้างใหญ่ จึงมียูนิตทั้งโครงการเพียง 201 ยูนิต โดยขนาดห้องเริ่มต้นที่ห้องแบบ 1 Bedroom ขนาด 43.5 – 57.5  ตร.ม. และแบบ 2 Bedrooms ขนาด 73 – 92.5 ตร.ม. ถือว่าโครงการจัดห้องออกมาให้มีขนาดใหญ่กว่าโครงการโดยรอบในทำเลนี้ จึงสามารถอยู่อาศัยได้สบาย ฝ้าเพดานสูง 2.70 เมตร แต่ก็ต้องแลกมากับราคาที่สูงขึ้นมาหน่อย ข้อดีของโครงการระดับนี้คือ ราคาจะคัดกลุ่มเพื่อนบ้านโดยอัตโมัติ แต่ข้อจำกัดก็คือราคาห้องจะหยิบยากไปหน่อยสำหรับคนส่วนใหญ่ค่ะ

แปลงที่ดินของโครงการเป็นตัว L ด้านหน้าทางเข้า-ออกติดถนนกรุงธนบุรี ส่วนด้านข้างฝั่งซ้ายติดอาคารพาณิชย์ 1-2 ชั้น ซึ่งเปิดชั้นล่างเป็นร้านค้า ร้านอาหาร ส่วนด้านข้างอีกฝั่งหนึ่งติดอาคารของบริษัท ลี แมชชีนทูลส์ สูงประมาณ 8-10 ชั้น สำหรับพื้นที่ด้านหลังโครงการติดกับซอยกรุงธนบุรี 4 แยก 2 แต่ทางโครงการไม่ได้เปิดทางเข้าออกนะคะ จะเข้าออกได้ทางเดียวคือทางหน้าโครงการที่ติดกับถนนกรุงธนบุรี

จากทางเข้าออกโครงการเข้ามาจะมีที่จอดรถสำหรับผู้ติดต่อ หรือแขกของลูกบ้านอยู่ทางด้านหน้าโครงการ ส่วนลูกบ้านต้องขับวนเข้ามาตามลูกศร ซึ่งจะต้องใช้ Keycard Access เพราะเป็นพื้นที่สำหรับลูกบ้านใช้ ซึ่งจากสัดส่วนที่จอดรถถึง 84% ก็ถือว่าให้มาเยอะ น่าจะเพียงพอนะคะ เข้ามาด้านใน Lobby มีพื้นที่ให้แขกของลูกบ้านสามารถมานั่งรอได้ ส่วนลิฟท์ที่นี่มี 2 ตัว และ Service Lift อีก 1 ตัว อัตราส่วนลิฟท์จะอยู่ที่ 100 : 1 ค่ะ ถือว่าน้อยทีเดียวเมื่อเทียบคอนโดในทำเลนี้ พื้นที่สวนส่วนกลางในชั้นนี้ก็จะมี Meeting Room ที่ให้ลูกบ้านสามารถจองคิวใช้งานได้ ก็เป็นพื้นที่ให้ลูกหลานได้นัดเพื่อนๆ มาติวหนังสือที่นี่ หรือจะใช้เป็นพื้นที่นัดพบ/ประชุมงานก็ได้นะคะ

จากหน้าโครงการก็จะมีทางเท้ากว้างให้เดินได้สบาย และมีพี่รปภ. คอยดูแลอยู่หน้าโครงการเลยนะคะ

ผ่านเข้ามาด้านในโครงการเป็นทางเดินตรงเข้าสู่ Lobby ในอาคาร แต่ก่อนที่จะเข้าไปด้านในเราจะพาเดินชมรอบอาคารกันก่อนค่ะ

ด้านข้างทางเข้ามีการตกแต่งบรรยากาศด้วยแผงน้ำตกขนากใหญ่ เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศให้เข้าสู่พื้นที่พักผ่อน

เดินวนไปตามทางวนรถรอบโครงการ จะเห็นสภาพของต้นไม้ใหญ่และไม้พุ่มที่ถูกดูแลไว้เรียบร้อย

เลี้ยวซ้ายมาตามทางจะเป็นทางเข้าของรถยนต์ ที่ต้องใช้ Keycard Access เพราะเป็นพื้นที่จอดรถของลูกบ้านเท่านั้นค่ะ

ผ่านจุดแสกน Keycard จะเป็นทางบังคับให้ตรงมาเรื่อยๆ ซึ่งจะมีความร่มรื่นของต้นไม้ 2 ข้างทาง

ตามทางต่อไป ฝั่งซ้ายจะเป็นที่จอดรถในอาคาร ส่วนฝั่งขวาเป็นแนวไม้พุ่มตลอดทาง ให้ความร่มรื่นได้ดี

เลี้ยวซ้ายมาอีกทีก็เจอทางเข้าสู่ที่จอดรถในอาคารแล้ว ก็จะมีที่จอดรถในชั้นใต้ดิน และที่จอดรถชั้นบนด้วยค่ะ

บรรยากาศภายในที่จอดรถก็เรียบร้อยดี วันที่เข้าไปถ่ายภาพก็ยังไม่เห็นรถจอดซ้อนคันเลยนะคะ

วนออกมาที่ทางออกที่จอดรถ

ก็จะเจอจุดแสกนบัตร Keycard ขาออกอีกตำแหน่งหนึ่ง

วนมาที่หน้าโครงการมีที่จอดรถของ Visitors จอดได้ประมาณ 5 คัน ซึ่งมีคิดค่าบริการที่จอดรถตามนี้ค่ะ

  • ชั่วโมงที่ 1 : จอดฟรี 1 ชม. (ถ้าไม่มีตราประทับ)
  • ชั่วโมงที่ 1-4 : จอดฟรี 4 ชม. (ถ้ามีตราประทับ)
  • จอดรถเกิน 4 ชม. ขึ้นไป : คิดค่าบริการชั่วโมงละ 50 บาท
  • กรณีไม่มีตราประทับ : คิดค่าบริการชั่วโมงละ 50 บาท

ต่อไปจะพามาดูในอาคารกันต่อ เริ่มจาก Lobby ของโครงการ ทำฝ้าเพดานมาสูงพิเศษ และผนังฝั่งหนึ่งเป็นกระจกรับแสงธรรมชาติเข้ามาได้มาก จัดชุดโซฟาขนาดใหญ่ไว้ ให้นั่งเล่นได้สบาย แต่วันที่ไปไม่ได้เปิดแอร์นะคะ จะมีพัดลมตั้งไว้ให้ค่ะ

อีกฝั่งหนึ่งของ Lobby มีโต๊ะ Reception ให้สำหรับติดต่อ แต่ไม่มีเจ้าหน้าที่นั่งนะคะ จะมีเบอร์ให้โทรติดต่ออีกที จากตรงนี้จะเห็นทางเดินไปสู่ Lift Lobby และ Meeting Room ที่เป็นส่วนกลางในชั้นนี้

บนโต๊ะ Reception มีเบอร์ติดต่อของห้อง Resale หรือห้องที่ปล่อยเช่าอยู่ด้วยนะคะ

เดินเข้ามาตามทาง แล้วมองกลับไปที่ Lobby ฝั่งซ้ายนี้จะเป็น Meeting Room ที่ลูกบ้านสามารถจองเข้าใช้งานได้ ส่วนฝั่งขวาเป็น Lift Lobby

บรรยากาศภายในห้อง Meeting Room เป็นห้องแอร์ มีโต๊ะประชุมขนาดใหญ่ไว้ให้

เดินตามทางเข้ามาด้านในอีกหน่อย เป็นทางไปห้องนิติบุคคล และห้องน้ำ ฝั่งขวามีประตูทางเข้าออกอาคารที่เชื่อมจากที่จอดรถค่ะ

ฝั่งซ้ายคือห้องนิติบุคคล ส่วนฝั่งขวาเป็นทางเข้าห้องน้ำส่วนกลางที่แยกชายหญิงไว้ให้เรียบร้อย

ภายในห้องน้ำมีความหรูหราด้วยกระเบื้องลายหินอ่อน และสุขภัณฑ์สีขาว เงิน

กลับมาที่ Lift Lobby ซึ่งส่วนนี้ต้องใช้ Keycard ในการผ่านเข้ามานะคะ ลิฟท์เป็นแบบล็อกชั้น เพื่อให้เกิด Privacy และความปลอดภัยแก่ผู้อยู่อาศัยในแต่ละชั้นค่ะ

มาต่อกันที่ชั้น 6 เป็นชั้น Facility หลัก มีสระว่ายน้ำระบบโอโซน แยกสระเด็ก สวนและพื้นที่นั่งเล่น ซาวน่า สำหรับห้องพักในชั้นนี้มีอยู่เพียง 4 ห้อง ซึ่งการแบ่งพื้นที่อยู่อาศัยจะถูกกั้นด้วยประตูที่ผ่านเข้าออกด้วย Keycard อีกชั้นหนึ่งค่ะ

สำหรับชั้น 7 เป็นชั้น Facilities ที่เชื่อมต่อขึ้นมาจากชั้น 6 เลย จะมีส่วนของ Fitness และ Library สำหรับห้องพักในชั้นนี้มีอยู่ 5 ห้อง ซึ่งการแบ่งพื้นที่อยู่อาศัยจะถูกกั้นด้วยประตูที่ผ่านเข้าออกด้วย Keycard อีกชั้นหนึ่งเช่นเดียวกับชั้น 6 นะคะ

ตอนนี้ขึ้นลิฟท์มาที่ชั้น 7 จะพามาชม Facilities ของโครงการกันต่อ

ในส่วนของพื้นที่ส่วนกลางต้องออกประตูกระจกไปค่ะ

หันมามองทางซ้ายนิดหนึ่งเป็นประตูทางเข้าส่วนห้องพักอาศัยที่ทางโครงการแยกโซนไว้ให้ เพื่อความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยแก่ผู้อยู่อาศัยในชั้นที่มี Facilities ส่วนกลางนะคะ

ภาพรวมของพื้นที่ส่วนกลางที่เชื่อมกันในชั้น 6 และ ชั้น 7 เป็นพื้นที่แบบ Semi- Outdoor ได้ลมและแสงธรรมชาติ แต่ถ้าฝนตกก็ยังสามารถใช้พื้นที่ตรงนี้ได้ เพราะอยู่ในชายคาของอาคาร

มาดูห้องแรกกันก่อนเลยคือ Library  บนชั้น 7 เป็นห้องแอร์นะคะ

ภายในจัดชุดโซฟาให้นั่งได้หลายคน ผนังห้องฝั่งหนึ่งเป็นกระจก รับแสงธรรมชาติและสามารถชมวิวภายนอกได้

นอกจากชุดโซฟาแล้ว ยังมีโต๊ะสำหรับนั่งอ่านหนังสือได้อีกหลายมุม

ต่อไปคือห้อง Fitness ภายในจัดเครื่องออกกำลังกายไว้หลากหลาย และเป็นห้องกระจกจึงเปิดให้เห็นวิวภายนอกได้ด้วย

เครื่องออกกำลังกายแบบลู่วิ่ง จัดให้หันหน้าไปทางสระว่ายน้ำ จึงสามารถชมวิวระหว่างออกกำลังกายได้ค่ะ

เดินลงบันไดมายังชั้น 6 กันต่อ จริงๆ แล้วถ้าจะมาใช้ Facilities ส่วนกลางส่วนนี้ ก็สามารถกดชั้น 6 หรือ 7 ก็ได้นะคะแล้วแต่ถนัด เพราะมีบันไดเชื่อมต่อกันอยู่แล้วค่ะ

ลงมาที่ชั้น 6 เป็นพื้นที่โล่งๆ ที่จัดมุมนั่งเล่นไว้หลายมุม

ที่นั่งส่วนกลางมีอยู่หลายมุม และมีหมอนอิงไว้ให้ด้วย พื้นที่ส่วนกลางแบบนี้ถือว่าใช้ได้จริง และสามารถใช้ได้ตลอดวันเลย

บรรยากาศของมุมนั่งเล่น ก็จะโล่งๆ แบบนี้ ดูน่าใช้งานดีนะคะ

อีกมุมหนึ่งก็จะเป็นแบบโซฟาเดี่ยว จัดไว้ 2 ชุด ตั้งอยู่ริมสระว่ายน้ำ

บรรยากาศประมาณนี้ ดูโล่งๆ ไม่อึดอัดดีค่ะ

สำหรับพื้นที่สระว่ายน้ำขนาดกว้างยาวประมาณ 15 x 5 ม. เป็นระบบโอโซน คือการนำเอาก๊าซโอโซน ซึ่งผลิตจากเครื่องอัดอากาศ มาบำบัดน้ำในสระ มีประสิทธิภาพสูง สามารถฆ่าเชื้อโรคในระยะเวลาอันสั้นกว่าระบบอื่นและไม่มีสารเคมีทุกชนิดตกค้างในน้ำ ระบบโอโซนเป็นระบบฆ่าเชื้อโรคที่มีศักยภาพสูงมาก เมื่อน้ำที่ผ่านโอโซนได้ผ่านการฆ่าเชื้อโรคเรียบร้อยแล้ว น้ำที่สะอาดจะลงสู่สระว่ายน้ำ ระบบนี้มีข้อเสียคือ ขณะที่น้ำอยู่ในสระจะไม่มีการฆ่าเชื้อโรค จนกว่าน้ำจะกลับมาผ่านโอโซนอีกครั้ง

สำหรับใครที่ไม่อยากว่ายน้ำหนักๆ ด้านข้างสระว่ายน้ำก็จะมี Day Bed ไว้ให้นอนเล่นริมน้ำได้

สำหรับพื้นที่ของสระเด็กจะถูกกั้นโซนไว้เรียบร้อย โดยส่วนนี้มีความลึกของสระที่ 0.4 ม. ค่ะ

ติดกับด้านหลังบันไดจะมีทางเดินไปห้องน้ำ เข้าไปชมกันต่อเลยค่ะ

ตามแนวทางเดินจะมี Lockers ไว้ให้ สำหรับลูกบ้านที่นำอุปกรณ์ว่ายน้ำลงมาก็สามารถมาเปลี่ยนเสื้อผ้า และเก็บของที่ตู้ได้เลย

ส่วนบรรยากาศภายในห้องน้ำก็ดูโปร่งโล่งดี ด้วยฝ้าเพดานที่ดูสูงเป็นพิเศษ ภายในห้องน้ำมีอ่างล้างหน้า ห้องสุขา

ห้องอาบน้ำ และห้อง Sauna ดูสะอาดสะอ้านดี

ออกมาที่โถงลิฟท์ชั้น 6 ด้านข้างมีลานน้ำพุเล็กๆ ด้วย ถ้าวันไหนเปิดน้ำพุคงดูสวยงาม และเพิ่มให้บรรยากาศในชั้นนี้ผ่อนคลายมากขึ้นไปอีกนะคะ

ขึ้นมาที่ชั้น 8-10 ที่เริ่มเป็นห้องพักอาศัยเต็มชั้น ไม่ได้มีพื้นที่ส่วนกลางแล้วค่ะ ผังห้องพักบางส่วนเป็นแบบ Double Corridor คือเป็นห้องพักอยู่ 2 ฝั่งทางเดิน และมีบางส่วนเป็น Single Coorridor เปิดรับแสงเข้ามาในอาคารฝั่งหนึ่ง ส่วนโถงลิฟต์ที่อยู่ตรงกลางช่วยให้ระยะทางเดินถึงห้องที่อยู่ปลายสุดไม่ไกลนัก และรูปทรงอาคารที่เป็นตัว L ช่วยให้ไม่ต้องเห็นโถงทางเดินถึงกันทั้งหมด ช่องแสงของทางเดินจะอยู่ตรงปลายของทางเดินทั้ง 2 ทาง ทำให้บรรยากาศบนทางเดินสว่างด้วยแสงธรรมชาติ แบบห้องของที่นี่มีทั้งแบบ 1-2 Bedroom โดยห้องไซส์ใหญ่ขนาด 2 ห้องนอนจะถูกวางเอาไว้ตรงมุมอาคารค่ะ

จะพาไปชมบรรยากาศของทางเดินบนชั้นพักอาศัยสักนิดหนึ่งนะคะ พอเปิดลิฟต์ออกมา ฝั่งขวาจะมี Mail Box อยู่ ตามจำนวนห้องในแต่ละชั้น ซึ่งเจ้าหน้าที่จะนำจดหมายขึ้นมาส่งให้ในแต่ละชั้นเลยนะคะ

ตรงกลางอาคารมีช่องแสงที่ทะลุถึงกัน ทำให้เราสามารถมองเห็นชั้นอื่นๆ ได้ ทำให้ทางเดินแต่ละชั้นดูโปร่ง ไม่อึดอัด

ช่องทางเดินแบบ Double Corridor ก็ดูสว่างด้วยไฟส่วนกลางที่ติดไว้ตลอดแนวทางเดิน

ส่วนฝั่งที่เป็น Single Corridor จะสว่างหน่อย ได้ช่องแสงธรรมชาติเต็มๆ ตลอดแนวเลยค่ะ

มองผ่านช่องแสงออกไปเห็นวิวระยะไกลแบบนี้

ขึ้นมาที่ชั้น 14-15 ผังจะคล้ายกับชั้น 8-10 เลยนะคะ แต่ชั้นนี้จำนวนห้องพักจะลดลงเหลือ 11 ห้อง และชั้นที่สูงๆ ขึ้นไป ห้องพักก็จะลดลงเรื่อยๆ เพราะด้านหลังตึกทำเป็นเล่นระดับ

ขึ้นมาที่ชั้น 26 อาคารจะเหลือแค่ส่วนด้านหน้า ห้องพักเหลือเพียง 5 ยูนิต ก็ยิ่งได้ Privacy มากขึ้นนะคะ เพราะมีเพื่อนร่วมชั้นน้อยกว่าชั้นอื่นๆ และมีสวนส่วนกลางเล็กๆ ให้มายืนชมวิวได้

ออกจากลิฟต์มาสู่พื้นที่ทางเดินในชั้นนี้ จะได้แสงธรรมชาติเต็มๆ จากหน้าต่างที่ติดกับสวนส่วนกลางเลยนะคะ

ขึ้นมาที่ชั้นบนสุดของโครงการเป็นพื้นที่ส่วนกลางทั้งชั้นอีกตำแหน่งหนึ่ง ทางโครงการจัดไว้เป็นสวน ให้ขึ้นมานั่งเล่นรับวิวเปิดโล่งย่านวงเวียนใหญ่นี้ได้ เห็นแม่น้ำเจ้าพระยาสวยๆ แต่เหมาะจะขึ้นมาใช้ในตอนเย็นที่แดดร่มลมตกแล้วนะคะ

แผนผังวิวของที่นี่จากรูปแผนที่ประกอบคร่าวๆ ที่ทำมาให้ดู โดยส่วนตัวคิดว่าวิวที่ดีสุดของที่นี่คือ วิวทิศตะวันใต้ เพราะพอพ้นประมาณชั้น 4 ขึ้นไปแล้ว วิวก็จะโล่งๆ ตลอดแนวเลย ได้วิวเมืองเรียบๆ ไม่มีอาคารสูงเท่าไหร่และเห็นโค้งแม่น้ำเจ้าพระยาในระยะไกลด้วย ส่วนฝั่งทิศเหนือพอพ้นช่วงสถานีรถไฟฟ้าไปแล้ว ก็จะได้ City View แบบเปิดโล่งเช่นกัน ส่วนทางทิศตะวันออกไม่มีอาคารบล็อกวิวในระยะประชิดนะคะ แต่ในระยะไกลจะเห็นตึกสูงอยู่หลายอาคาร ได้แก่ อาคารไทยวีรวัฒน์, คอนโด Fuse Sathorn-Taksin เป็นต้น ส่วนทางทิศตะวันตก จะติดกับอาคารของบริษัท ลี แมชชีนทูลส์ สูง ~ 10 ชั้น ทางฝั่งนี้จึงควรเลือกห้องที่สูงเกินชั้น 10 ขึ้นไปจึงจะพ้นค่ะ

วิวจากห้องทิศใต้จะเห็นโค้งแม่น้ำเจ้าพระยาอยู่ไกลๆ ฝั่งนี้ไม่มีอาคารสูงสักเท่าไหร่ เพราะอาคารจะอยู่ลึกเข้าไปในซอย จึงเป็นวิวเมืองแบบเรียบๆ เป็นส่วนใหญ่ค่ะ

ทิศเหนือหันเข้าหาถนนกรุงธนบุรี จากชั้นที่ถ่ายรูปมานี้จะเลยสถานีรถไฟฟ้าขึ้นไปแล้ว ก็จะเห็นอาคารสูงที่อยู่ริมถนนอย่างคอนโดฝั่งตรงข้าม ได้แก่ HIve และ Nye by Sansiri และได้วิวของกลุ่มตึกสูงในระยะไกลค่ะ

วิวทิศตะวันออก จะถูกบล็อกวิวระยะไกลหน่อยด้วย อาคารสูงที่อยู่ริมถนนเช่นกัน แต่ก็มีข้อดีที่อาคารที่ติดกันทางฝั่งนี้เป็นอาคารพาณิชย์สูง 1-2 ชั้นเท่านั้นเอง จึงสามารถเลือกห้องพักได้ตั้งแต่ชั้น 3 ขึ้นมาเลยค่ะ

 

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • Lobby
  • สระว่ายน้ำ ระบบโอโซน
  • ห้องออกกำลังกาย
  • Sauna
  • Library
  • Meeting Room
  • สวนหย่อมรอบโครงการ และชั้น 29
  • ลิฟท์โดยสาร 2 ตัว  อัตราส่วนลิฟท์  100:1
  • ที่จอดรถในช่องจอด 84% (ไม่รวมจอดซ้อนคัน)
  • ระบบ CCTV / Access Card


Product Walkthrough

ห้องพักที่นี่มีให้เลือกแบบ 1 Bedroom และ 2 Bedroom ขนาดห้องค่อนข้างกว้างตั้งแต่ 43.5 – 92.5 ตร.ม. มีแบบไหนบ้างมาดูกันค่ะ

มาดูผังห้องกันต่อนะคะ เริ่มที่แบบห้อง 1 Bedroom ขนาด 47.5-49.5 ตารางเมตร จัดห้องมาได้ลงตัวทีเดียว พื้นที่ใช้สอยกว้างพอสมควร ใช้งานได้จริง ดูไม่อึดอัด เป็นแบบที่ออกแบบมาให้เป็นครัวปิด ติดระเบียง จึงสามารถเปิดประตูระเบียงเพื่อระบายอากาศได้สะดวก ห้องนอนกว้างและได้พื้นที่แต่งตัวเป็นสัดส่วนอยู่หน้าห้องน้ำ ส่วนผนังกั้นห้องนอนกับห้องนั่งเล่นตรงมุมห้องนอนทำเป็นกระจก เพื่อไม่ให้ห้องดูทึบ ส่วนห้องน้ำจะเข้าได้จากในห้องนอนทางเดียว เวลาที่มีแขกมาห้องก็ต้องเดินผ่านห้องนอนเข้ามา แต่ก็จะได้ความสะดวกเวลาที่ต้องการเข้าห้องน้ำตอนดึกๆ ก็สามารถลุกจากเตียงนอนขึ้นมาใช้ห้องน้ำได้เลยค่ะ

ต่อด้วยห้อง 2 Bedroom 88.5 ตารางเมตรบ้าง ห้องนี้ Mr.Oe เคยวิเคราะห์ไว้แล้วว่า ..เป็นห้องที่มีจุดเด่นๆ ที่เป็นสาระสำคัญหลายอย่าง ขอเริ่มจากครัวก่อน ครัวเป็นครัวปิด แต่โปร่ง เพราะผนังเป็นกระจก สามารถมองเห็นห้องนั่งเล่น มีปฏิสัมพันธ์กันได้ มีเตา มีที่ดูดควันและ Sink ฝังมาให้เสร็จสรรพ ครัวเชื่อมต่อกับ Yard ซึ่งเป็นส่วนซักล้าง ตากผ้า วางเครื่องซักผ้าและแขวนคอมแอร์ ไว้ที่นี่หมด เป็นขอบเขตของแจ๋วโดยแท้ ห้องนั่งเล่น Living Area พื้นที่เยอะ เชื่อมต่อกับระเบียง ที่มีกระจกหน้าต่าง 2 ชั้นคือ ชั้นแรก กั้น ห้องนั่งเล่นกับระเบียง ชั้นที่สองกั้นระเบียงกับส่วนด้านนอก ดังนั้น ถ้าเราปิดหน้าต่างชุดด้านนอก เราจะสามารถขยายส่วนพื้นที่นั่งเล่นออกมาได้ถึงระเบียงเลย ใช้งานได้เหมือนพื้นที่ Indoor ภายในอาคาร ตัวระเบียงส่วนนี้ไม่มีคอมแอร์ ใช้งานได้เต็มที่ ห้องน้ำมี 2 ห้อง อยู่ใน Master Bedroom 1 ห้อง และอยู่หน้าห้องนอนเล็กอีก 1 ห้อง ห้องนอนเล็กได้ กระจกเข้ามุม รับวิวได้โล่งขึ้น ส่วนห้อง Master Bedroom มีพื้นที่ว่างติดหน้าต่างซึ่งจะวาง Day bed หรือโต๊ะทำงานรับแสงธรรมชาติก็ได้

มาต่อกันที่ห้อง 2 Bedroom อีกแบบหนึ่ง แบบนี้จะมีขนาดพื้นที่ใช้สอยน้อยลงมาหน่อยที่ 73 ตร.ม. มีจุดเด่นของห้องที่ได้ระเบียงยาวตลอดแนวห้องนั่งเล่นเลย สำหรับห้องนอนใหญ่จะได้ห้องน้ำในตัว ส่วนห้องนอน 2 จะต้องใช้ห้องน้ำแชร์กับพื้นที่ส่วนกลางนะคะ ส่วนที่เป็นจุดอ่อนสุดของแบบนี้ คือ ห้องครัวที่ไม่ได้มีประตูเปิดระบายอากาศได้เหมือนแบบอื่นๆ จึงต้องพึ่งระบบดูดควันแทน จึงไม่เหมาะที่จะปรุงอาหารหนักๆ ที่ควันเยอะๆ หรือมีกลิ่นแรงนะคะ ในส่วนของห้องนอน ห้องนั่งเล่น ดูลงตัวดี ได้ช่องแสงเป็นของตัวเองค่ะ

 

**เนื่องจากโครงการนี้ขายหมดไปหลายปีแล้ว จึงไม่มีส่วนของ Part ภายในห้องตัวอย่างให้ดูกันนะคะ เพราะจะเป็นห้องมือสองที่นำไปตกแต่งเองแล้ว สภาพห้องแต่ละห้องก็จะมีการเปลี่ยนสภาพไปตามผู้อยู่อาศัยเดิม บางห้องก็มีเครื่องใช้ไฟฟ้า บางห้องมีเฟอร์นิเจอร์พร้อมตกแต่งให้เพิ่มด้วย หากใครสนใจแนะนำให้ไปดูบรรยากาศห้องด้วยตัวเองจะดีที่สุด ซึ่งราคาของแต่ละห้องก็จะต่างไปตามเฟอร์นิเจอร์ที่ให้ด้วยนะคะ

 

ราคา @ 07 April 2017

  • โครงการเริ่มเปิดตัวประมาณ : ปี 2012
  • โครงการสร้างแล้วเสร็จประมาณปี 2014
  • สถานะโครงการ Sold Out

เนื่องจากโครงการ The Room BTS วงเวียนใหญ่ ขายหมดและโอนกันหมดแล้วนะคะ ดังนั้นต้องซื้อต่อจากเจ้าของเดิม ทำให้ราคาก็จะค่อนข้างหลากหลายขึ้นอยู่กับทำเลห้องได้อยู่ชั้นสูงหรือชั้นล่าง ตกแต่งมากหรือน้อยครบแค่ไหน ความพอใจราคาจากการตกลงกันระหว่างคนซื้อและคนขาย ราคาต่อตารางเมตรในปัจจุบันช่วงต้นปี 2017 จะอยู่ที่ประมาณ 150,000 – 170,000 บาท/ตร.ม. (หมายเหตุ – เป็นการเก็บข้อมูลโดยผู้เขียนเองเท่านั้น)

 


เจาะลึกรวบยอด

บทสรุปโครงการของรีวิวนี้จะพูดถึงในแง่ของสภาพโครงการและบรรยากาศโครงการภายใน สำหรับโครงการมือ 2 ที่สร้างเสร็จและมีคนเข้าอยู่แล้วมาเป็นเวลา 3 ปีนะคะ ส่วนบทสรุปเดิมจะมีของ Mr. Oe ที่ได้เคยสรุปเอาไว้แล้วดังนี้

The Room BTS วงเวียนใหญ่ ของ Land & House ตั้งอยู่เรียกว่าติดสถานีรถไฟฟ้าวงเวียนใหญ่ แบบติดบันไดขึ้นลงเลยทีเดียว ซึ่งทำให้เดินทางสะดวกเอามากๆ สำหรับคนที่ไม่ใช้รถ หรือเด็กๆที่เดินทางไปโรงเรียนเอง โดยพ่อแม่ไม่ต้องห่วง ไม่ต้องกังวลกับความปลอดภัย และความทุกข์ทรมานของเด็กๆที่ต้องเจอกับรถติดเวลาเช้าและเย็น ตรงนี้แม้จะไม่ใช้รถไฟฟ้า ก็อุดมไปด้วย Taxi ที่มีมาให้เลือกขึ้นได้เลย ว่าจะเอาคันไหน เพราะพี่ๆ Taxi เขาจะมาจอดรอผู้โดยสารตรงสถานีรถไฟฟ้า หน้าโครงการพอดี … แถมด้วยพี่วิน และป้ายรถเมล์หน้าโครงการ สะดวกฝุดๆ

การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว ไปไหนต่อไหน สะดวกมากๆ ถ้าไม่ติดตรงที่รถมันติดเช้าเย็น แบบสาหัสอยู่มิใช่น้อย แต่ถ้าเป็น เฮียๆ เจ้าของกิจการ ที่เลือกเวลาเดินทางได้ ก็จะสบายมากๆ เลือกออกตอนรถเบาบางแล้วได้ การวนรถเข้าออกโครงการ และจุดยูเทิร์น เรียกว่าเด่นสุด สะดวกสุดแล้ว เมื่อเทียบกับโครงการเกาะสถานี BTS วงเวียนใหญ่ด้วยกัน ที่จอดรถ ระดับ 84% ก็น่าจะเพียงพอ เพราะคงจะมีคนจำนวนมากไม่ใช้รถ เพราะไม่ใช้รถก็สะดวกมากๆ

ความอุดมสมบูรณ์รอบๆโครงการถ้าเดินมาทางใกล้แยก จะมีร้านอาหาร และ 7-11 พอให้พึ่งพาได้ ไม่อดอยากแน่ แต่ก็ไม่ได้มีทางเลือกเยอะมากนะครับ ของกินแถวนี้อร่อยๆ เยอะเลย แต่ต้องขยันเดินหน่อย เช่น เดินข้ามไปซอยฝั่งตรงข้าม มีปูอบวุ้นเส้นเจ้าอร่อยสุดๆ เป็นต้น อย่างไรก็ดี ย่านนี้ ร้านค้าร้านอาหารแม้จะอร่อยหลายเจ้า แต่ก็ไม่ได้ดูหรูหรา ไฮโซนะครับ ไม่เหมือนย่านสุขุมวิท ทองหล่อพวกนั้น หากอยากจะได้ความหรูหราศิวิไลซ์ ก็เดินขึ้นรถไฟฟ้า ไปสยาม หรือที่อื่นๆตามแนวรถไฟฟ้า เช่นธนิยะ หรือสีลมซอย 2 ก็ได้นะเออ สะดวกมาก

การออกแบบทำออกมาได้ดีมากแบบรู้ใจลูกค้าย่านนี้ The Room BTS วงเวียนใหญ่ นี่เน้นห้องใหญ่ ราคาต่อห้องสูงไปเลย แต่จัดมาแค่ 201 ห้อง ซึ่งผลตอบรับจากลูกค้าย่านนี้ ก็สะท้อนให้เห็นแล้วว่า แม้ราคาต่อตารางเมตรจะสูงที่สุด ในแถวนี้ แต่ก็ได้รับความนิยมและขายหมดไปแบบสบายๆ สิ่งที่น่าสนใจคือการออกแบบห้อง เพราะหลายห้อง จะมีแค่ Yard เพื่อวางคอมแอร์และซักล้างตากผ้า เน้นพื้นที่ภายใน แต่ถ้าห้องไหนที่มีระเบียงและ Yard เค้าจะทำให้ระเบียงใช้งานคุ้มค่าโดยติดกระจกสองชั้นให้ด้วย ลูกบ้านได้ใช้พื้นที่ได้อย่างคุ้มค่าดี การออกแบบเอา Facility และสระว่ายน้ำไปไว้ด้านหลัง ก็ทำให้มี Privacy และน่าใช้งานมากขึ้น… ความสวยงาม ผมขอข้ามไปนะครับ เพราะเรามองและชอบไม่เหมือนกัน ลองพิจารณาได้ด้วยตัวเองเลย

วัสดุอุปกรณ์ของที่ให้มา เทียบกับระดับราคาของโครงการ ก็ถือว่าได้ของดีหลายตัว โครงการนี้ มีขายทั้งแบบห้องเปล่า และ Fully Furnished นะครับ ซึ่งราคาต่อตารางเมตรจะแตกต่างกัน ก็เลือกกันตามความพอใจ คนชอบแต่งห้องก็ชอบห้องเปล่า คนที่ต้องการความลงตัวพอดีไม่ยุ่งยาก ก็ยอมจ่ายหน่อยเลือก Fully Furnished ได้

สาธารณูปโภค ที่ให้มา น่าจะเหมาะกับพฤติกรรมการใช้งานของลูกบ้าน ที่ซื้อโครงการ เพราะเน้น Privacy มีห้องอ่านหนังสือของเด็กๆ พื้นที่ส่วนกลางที่กระจายการใช้งาน ทั้งชั้นล่าง Grand Lobby, ชั้น 6 สระว่ายน้ำ, ชั้น 7 Fitness และสวนบนดาดฟ้า กับเพื่อนบ้าน 201 ห้อง ก็น่าจะเพียงพอใช้งานแบบสบายๆ ไม่แน่น แน่ๆ

โครงการนี้จะเรียกว่าขายหมดแล้วก็ได้นะครับ เพราะวันที่ไปดูเหลือห้อง 2 Bed 2 ห้องเอง ดังนั้นต้องหาซื้อ Resales จากคนที่ซื้อไปแล้วเองครับ ซึ่งราคาก็แล้วแต่รูปแบบ และทำเลห้อง รวมถึงความพอใจทั้งสองฝ่ายนะครับ ดังนั้นการคิดความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับราคาที่จ่ายไป ผมจะใช้ราคากลางๆ ที่ 130,000 บาท ต่อตารางเมตร นะครับ

หลังจากโครงสร้างเสร็จไป 2 ปีกว่าๆ การดูแลรักษาและบริหารโครงการของนิติบุคคล นั้นก็เห็นว่ายังสภาพแวดล้อมและบรรยากาศโครงการยังน่าใช้งาน ลูกบ้านกลุ่มหลักๆ จากที่สังเกตุมาเห็นว่าอยู่อาศัยก็คือกลุ่มครอบครัว ที่อยู่กันทั้งพ่อแม่ลูก ซึ่งราคาขายมือ 2 ในปัจจุบันนั้น ราคาพุ่งขึ้นไปนิดหน่อยตกตารางเมตรอยู่ที่ประมาณ 150,000 – 170,000 บาท/ตร.ม. หรือราคาแพ็กเกจเริ่มต้นประมาณ 7 ล้านบาท

หากมองในแง่กลุ่มคนลูกบ้านที่กล่าวไปข้างบนแล้ว โครงการนี้ถือว่าสะดวกทั้งคนที่ใช้รถยนต์และไม่ใช้รถยนต์ เดินทางเข้าเมืองไปเรียนและทำงานแถวย่านสาทร สีลม สยามได้สะดวก โดยไม่ต้องเปลี่ยนขบวนรถไฟฟ้าเลย ตอบโจทย์คนที่หาคอนโดที่มีห้องขนาดใหญ่ แต่ที่ไม่สามารถสู้ราคาคอนโดขนาดใหญ่ใกล้ๆกับสาทร สีลม สยามไหว ก็ขยับออกมาอีกหน่อยตามเส้นทาง BTS มาที่วงเวียนใหญ่ ซึ่งคอนโด High Rise ในระดับราคาใกล้เคียงกันในย่านนี้มีให้เลือกหลายโครงการ แต่จากที่สังเกตุคือ คอนโดย่านนี้ส่วนใหญ่จะมีขนาดห้องที่เล็ก อยู่กันทั้งครอบครัวไม่สบาย แต่ก็แลกมากับราคา Package ของห้องค่อนข้างสูง ต่างกับโครงการนี้ที่แบ่งเป็นห้องเล็ก จึงเป็นทางเลือกกับผู้ที่ต้องการคอนโด ห้องกว้าง ใกล้รถไฟฟ้าในทำเลนี้ มีงบประมาณ 7 ล้านขึ้นไปก็พอจะหาซื้อห้องมือ 2 ขนาดเริ่มต้นของที่นี่ได้

Judgement

เนื่องจากเป็นโครงการที่ขายหมดแล้ว ซึ่งปัจจุบันรูปแบบการขายเปลี่ยนแปลงเป็นแบบซื้อต่อกันเอง(มือสอง) ซึ่งค่อนข้างมีความแตกต่างกันไปทั้งเรื่องของวัสดุ การตกแต่งภายในห้อง รวมทั้งเรื่องของราคาที่ค่อนข้างหลากหลายขึ้นอยู่กับทำเลห้องได้อยู่ชั้นสูงหรือชั้นล่าง ตกแต่งครบ ความพอใจราคาจากการตกลงกันระหว่างคนซื้อและคนขาย ดังนั้นจึงไม่สามารถให้คะแนนในรีวิวนี้ได้ค่ะ

BOTTOM LINE

The Room BTS วงเวียนใหญ่ เหมาะกับคนฝั่งธน ที่ต้องการบ้านในทำเลคุ้นเคย มองหาโครงการเดินทางสะดวกด้วยรถไฟฟ้า มองเรื่องทำเลเด่นเป็นหลัก ทำงานย่าน สาทร สีลม หรือเป็นคนทำมาค้าขายในพื้นที่ย่านนั้น  ชอบซื้อของจากคนที่รู้จัก Brand ที่มั่นใจ มองหาห้องพื้นที่ใหญ่ สงบเพื่อนบ้านน้อย Privacy เยอะ มีงบประมาณตั้งแต่ 7 ล้านบาทขึ้นไป หรือมีกำลังผ่อนชำระต่อเดือนเริ่มต้น 49,000 บาท

ถ้าเห็นว่ารีวิวนี้มีประโยชน์ ช่วยกด LIKE ให้ผมหน่อยนะคะ จะได้มีกำลังใจทำรีวิวถัดๆไปค่ะ

สมัครสมาชิกพร้อมรับข่าวสารเพิ่มเติม (คลิกที่นี่ )

Share

Leave a Reply