พาชม The Bangkok สาทร – ตากสิน คอนโด Low Rise ติด BTS กรุงธนบุรี โดย Land & Houses [รีวิวฉบับที่ 1320]

April 3, 2017 08:000 comments

รีวิวฉบับที่ 1320 … สวัสดีครับวันนี้พาไปรีวิวคอนโดติด BTS กรุงธนบุรีกันอีกสักตัวกับโครงการ The Bangkok สาทร – ตากสิน จาก Land & Houses เป็นคอนโด Low Rise ในฝั่งธนบุรี มีอายุอานามร่วม 10 ปีเข้าไปแล้ว ตัวโครงการทำออกมาเป็นตึกคู่ มีแนวคิดในการออกแบบออกแบบร่วมสมัยสไตล์ไทยประยุกต์ และเน้นออกแบบส่วนกลางอารมณ์รีสอร์ท ปัจจุบันจะเป็นอย่างไร ไปติดตามกันได้เลย

Fact @ 22 March 2017

  • The Bangkok Sathorn – Taksin (เดอะ บางกอก สาทร – ตากสิน)
  • บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน)
  • โครงการตั้งอยู่ในเขต : คลองสาน กทม.
  • คอนโด Low Rise 8 ชั้น 2 อาคาร 214 ยูนิต
  • อาคาร 1 จำนวน 112 ยูนิต , อาคาร  2 จำนวน 102 ยูนิต
  • ยูนิตต่อชั้นสูงสุด 14 ยูนิต ที่ตึก 1
  • ที่จอดรถประมาณ 77 % ไม่รวมจอดซ้อนคัน
  • ที่ดินประมาณ 4-0-20.7 ไร่
  • 1 Bedroom 49.5 – 59.5 ตร.ม.
  • 2 Bedrooms 89 – 89.5 ตร.ม.
  • ฝ้าเพดานสูง 2.5 ม.
  • แล้วเสร็จ : 2007
  • ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรทั้งโครงการประมาณ 110,000 บาท/ตร.ม.
  • เพิ่มเติมข้อมูลทำเลรอบๆ BTS กรุงธนบุรี ได้ที่: มองหาทำเลน่าอยู่ใกล้รถไฟฟ้า: BTS กรุงธนบุรี
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่

เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วครับ

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างครับ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด : 13.720617, 100.503081

แผนที่จากทางโครงการจะอยู่ติดกับ BTS กรุงธนบุรี ซึ่งอยู่ใกล้กับทางขึ้นสถานีเลย ตัวโครงการจะอยู่ในฝั่งมุ่งหน้าแยกตากสิน – กรุงธน ซึ่งอยู่ในช่องทางคู่ขนาน ถ้าข้ามมาจากฝั่งสาทรก็จะต้องวนไปลงที่เจริญนครและกลับรถมาเข้าคู่ขนานก่อนเพราะเป็นคอนโดตึกแรกในฝั่งขาออกเมือง

The Bangkok สาทร – ตากสิน ตั้งอยู่ในฝั่งกรุงธนบุรีฝั่งขาออก ซึ่งทำเลนี้ เดิมเป็นที่อยู่อาศัยดั้งเดิมที่อยู่ติดแม่น้ำ ปัจจุบันก็มีทั้งบ้านพักอาศัยและคอนโดตึกสูงเป็นผลต่อเนื่องจากฝั่งสาทรนั้นเป็นแหล่งธุรกิจสำคัญ ปัจจุบันพื้นที่ตรงนั้นพัฒนาจะหนาแน่นแล้ว การจะหาที่ดินผืนใหญ่ๆ เพื่อพัฒนาโครงการก็เริ่มทำได้ยาก ราคาที่ดินก็มีมูลค่าสูงเพราะใกล้กับโซนธุรกิจ ถ้าจะทำคอนโดเพื่อให้ได้ราคาที่คุ้มกับค่าลงทุนก็จะมีราคาขายที่สูงจนหยิบจับได้ยาก ดังนั้นฝั่งธนบุรีจึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจเพราะมีรถไฟฟ้าข้ามมาจากฝั่งเมืองและวิ่งไปตามแนวถนนกรุงธนบุรี ในยุคนั้นจึงพัฒนาคอนโดอาคารสูงกันเยอะ ซึ่งราคาเปิดตัวเมื่อก่อน ยังอยู่ในหลักหมื่นปลายๆ แต่ปัจจุบันมีการพัฒนาออกไปเรื่อยๆ ทำให้มูลค่าของคอนโดในย่านนี้อยู่ราวๆ 100,000 – 120,000 บาท/ตร.ม. ก็ยังพอที่จะหยิบจับเป็นเจ้าของได้และสิ่งอำนวยความสะดวกก็ไม่แพ้ฝั่งเมืองอีกด้วย

คลิกเพื่อดูภาพขนาดใหญ่

ความอุดมสมบูรณ์ในละแวกนี้เดิมทีในพื้นที่ย่านฝั่งธนบุรีนั้นจะอยู่ใกล้กับแม่น้ำเจ้าพระยา พื้นที่บริเวณนี้จึงมีหลากหลายเชื้อชาติอาศัยอยู่ย่านนี้และมีการค้าขายค่อนข้างคึกคักเพราะสมัยก่อนจะเดินทางด้วยเรือจึงเกิดเป็นแหล่งค้าขายขนาดใหญ่และกลายเป็นตลาดที่อยู่บริเวณวงเวียนใหญ่ในปัจจุบัน ที่มีทั้งตลาดผ้า เครื่องมือเครื่องใช้ และของสดนอกจากนั้นยังอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟวงเวียนใหญ่ที่เป็นทางรถไฟระยะสั้นไปจบที่สถานีแม่กลองที่จังหวัดสมุทรสาครแถวๆ ตลาดร่มหุบนั่นเอง ดังนั้นที่อยู่อาศัยในย่านนี้จะมีอาคารประเภทตึกแถวหรืออาคารพาณิชย์อยู่เยอะ และถนนตรอกซอยจะไม่กว้างมากนัก แต่สามารถลัดเลาะไปยังถนนสำคัญๆ ได้หลากหลายเส้นทาง

ความอุดมสมบูรณ์บนถนนกรุงธนบุรีจะมีไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ ส่วนใหญ่จะอิงไปยังฝั่งถนนเจริญนครที่อยู่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยาซึ่งบริเวณนี้จะมีทั้งโรงแรมติดแม่น้ำ 3 – 5 ดาว อยู่หลายโรงแรม มี Community Mall และอนาคตที่สถานีกรุงธนบุรีจะเป็น Interchange สำคัญที่จะตัดกับสายสีทองที่เพิ่งอนุมัติงบไปโดยปัจจุบันมีแหล่งธุรกิจการค้าแห่งใหม่ที่เส้นทางสีทองจะตัดผ่านก็กำลังดำเนินการก่อสร้างอย่าง Icon Siam ถ้าหากเป็นไปตามแผนก็จะเปิดใช้งานในเวลาที่ไล่เลี่ยกันพอดี และแน่นนอนว่า อนาคตในย่านนี้ก็จะมีมูลค่าที่ดินและราคาขายขยับขึ้นแน่นอน

การเดินทางโดยใช้รถในย่านนี้ ต้องทำใจในช่วงเช้าสักหน่อยเพราะตัวโครงการอยู่ในฝั่งขาออก ดังนั้นต้องไปกลับรถเพื่อเข้าเมืองและไปสมทบกับรถที่มาจากนอกเมืองที่ต้องผ่าน “สะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา” ดังนั้นแน่นอนว่าการมีที่อยู่ในฝั่งที่จะต้องข้ามแม่น้ำเข้าเมืองก็จะเลี่ยงปริมาณรถที่จะเข้าเมืองได้ยากและมีรถติดในช่วงเวลาเร่งด่วน แต่อย่างน้อยก็ใกล้กับจุดขึ้นทางด่วนในระยะไม่เกิน 3 กม.แต่ในวันหยุดพักผ่อนถ้าจะเดินทางไปเที่ยวถนนเส้นนี้สามารถไปเชื่อมกับถนนราชพฤกษ์ไปสายเหนือ หรือไปเชื่อมยังถนนกาญจนาภิเษกที่เป็นวงแหวนรอบนอกเดินทางออกเมืองได้สะดวกกว่า

ส่วนการเดินทางโดยไม่ใช้รถ มีให้เลือกหลากหลาย เส้นทางหลักสำหรับย่านนี้เดิมทีการเดินทางด้วยเรือจะเร็วที่สุด จากนั้นก็จะต่อรถกะป๊อหรือมอเตอร์ไซค์รับจ้างตามสะดวก แต่ในปัจจุบันเป็นรถไฟฟ้าสายสีลมเพราะไม่ต้องขึ้นรถหลายต่อ เข้าถึงตัวเมืองได้เร็ว นอกจากนั้นยังเป็นปัจจัยที่ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เข้ามาพัฒนาโครงการคอนโดหรือที่อยู่อาศัยประเภทต่างๆ รองรับปริมาณคนที่มาทำงานในย่านนี้และใกล้เคียงอีกด้วย และที่น่าสนใจคือตัวโครงการใกล้กับทางขึ้น BTS ทำให้พื้นที่ใกล้เคียงยังมีทั้งวินมอเตอร์ไซค์ประจำตามจุดทางลงแต่ละฝั่ง นอกจากนั้นยังมีคิวแท็กซี่ที่จอดรอผู้โดยสารที่ลงจากรถไฟฟ้า และป้ายรถเมล์ซึ่งทั้งหมดนี้อยู่ใกล้ๆ กับตัวโครงการเดินได้สะดวก

ขอบคุณภาพจาก http://www.posttoday.com/biz/gov/452913

นอกจากนี้ยังมีรถไฟฟ้าสายสีทองที่จะเป็นส่วนต่อขยายระยะสั้นที่มีเอกชนร่วมลงทุนกับกทม. โดย KT – บจ.กรุงเทพธนาคม เป็นผู้รับผิดชอบโครงการ รูปแบบรถไฟฟ้าจะเป็นแบบรถไฟฟ้าทางเดี่ยว (Monorail) ยกระดับตลอดเส้นทางโดยจะเริ่มต้นสถานที่ BTS กรุงธนบุรีเป็นสถานี Interchange จากนั้นจะวิ่งบนเกาะกลางถนนกรุงธนบุรีแล้วเลี้ยวซ้ายที่บริเวณปลายสะพานสมเด็จพระเจ้าตากสินเข้าสู่ถนนเจริญนคร มุ่งผ่าน Icon Siam จากนั้นเลี้ยวซ้ายบริเวณถนนสมเด็จเจ้าพระยาและวิ่งบนเกาะกลางไปสิ้นสุดที่ สถานีสะพานพุทธในแนวรถไฟฟ้าสายสีม่วง ซึ่งมีทั้งหมด 4 สถานี โดยมีแนวคิดเชื่อมต่อพื้นที่ 3 ส่วนโดยใช้รถไฟฟ้าสายสีทองเป็น Interchage ระหว่างสีม่วงและสีเขียวที่สามารถเดินทางมายัง Icon Siam และพื้นที่ใกล้เคียงได้สะดวกขึ้น ช่วยลดปัญหาการจราจรเมื่อ Icon Siam แล้วเสร็จด้วย

คลิกเพื่อดูภาพขนาดใหญ่

สภาพแวดล้อมและความเจริญรอบๆ พื้นที่กันมาแล้ว เราจะเจาะเข้าไปดูข้อมูลสภาพแวดล้อมรอบๆ ตัวสถานีกัน ดังนั้นผมจะขอหยิบยกแผนภาพจากผังสถานี BTS มาให้ดูกันเลยเพราะแจกแจงรายละเอียดมาให้ครบถ้วนแล้ว หากกดดูภาพขยาย ส่วนใหญ่รอบๆ ตัวสถานีจะเป็นคอนโดพักอาศัยที่เกาะอยู่ริมถนน จะมีอาคารสำนักงานอยู่ 2 ฝั่ง แบ่งตามทางออกไว้ได้ ดังนี้

ทางออกที่ 1 เป็นบันไดเลื่อนและบันไดขึ้นลง ฝั่งนี้มี Q House สาทร ใกล้ๆทางลง มีโรงเรียนนานาชาติ อินเตอร์เนชั่นแนลไพโอเนียร์สที่อยู่ติดกับคอนโด และห่างออกไปจะเป็นอาคารสินสาทรทาวเวอร์ เป็นอาคารสำนักงานขนาดใหญ่ ด้านหน้าก็จะมีความอุดมสมบูรณ์ทั้งอาหารการกินที่เป็นแผงลอยวางตั้งขายและร้านอาหาร แต่จะต้องเดินมุ่งหน้าไปยังสถานีวงเวียนใหญ่ ก็ยังถือว่าอยู่ในระยะเดินที่ไม่ไกลนัก

ทางออกที่ 2 เป็นลิฟท์และบันได ฝั่งนี้จะมีอาคารไทยศรีประกันภัย ซึ่งเป็นอาคารสำนักงานขนาดใหญ่เช่นเดียวกันกับทางออกที่ 1 แต่จะอยู่ใกล้ตัวสถานีมากกว่า แน่นอน ความอุดมสมบูรณ์ในฝั่งนี้จะมีเยอะกว่า เพราะนอกจากจะมีอาคารสำนักงานแล้ว ยังมีร้านอาหารใกล้เคียงที่เป็นร้านอาหารซีฟู้ดอีกด้วย นอกจากนั้นยังมีปั้มน้ำมันบางจากที่เปิดตลอด 24 ชม. เป็นจุดพักรถที่มีความคึกคักไปในตัว ถ้าเทียบกับทางออกอื่นๆ ในฝั่งนี้จะคึกคักและอุดมสมบูรณ์ที่สุด ส่วนคอนโดที่อยู่ใกล้กับทางออกจะมี IDEO สาทร – ตากสิน และ IDEO Mobi สาทร – ตากสิน

ทางออกที่ 3 เป็นลิฟท์และบันได สภาพแวดล้อมในฝั่งนี้จะอยู่ติดกับลานจอดแล้วจรของ BTS กรุงธนบุรี ใกล้ๆ กับจุดจอดจะเป็นท่ารถเมล์ที่จะไปสนามหลวงและมีวินมอเตอร์ไซค์ ในฝั่งนี้จะมี Hive สาทรและ Villa สาทร จะสงบกว่าทุกฝั่ง

ทางออกที่ 4 จะมีเฉพาะบันไดเลื่อนขึ้นเท่านั้น ในฝั่งนี้จะมีคอนโด The Bangkok สาทร – ตากสิน และอาคารพาณิชย์ จะสงบเหมือนฝั่งทางออกที่ 3 เพราะเป็นช่วงที่เพิ่งลงจากสะพานตากสินและทางเข้าบริเวณคู่ขนานจะไปอยู่แถวๆ ทางออก 2 ส่วนใหญ่จะเป็นรถที่มาจากทางเจริญนคร มุ่งหน้าไปยังแยกกรุงธนบุรี – ตากสิน

สำหรับรายละเอียดความอุดมสมบูรณ์รอบๆ สถานีกรุงธนบุรี

คลิก มองหาทำเลน่าอยู่ใกล้รถไฟฟ้า: BTS กรุงธนบุรี (S7)

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะครับ

ร้านค้าร้านอาหารที่อยู่ใกล้ๆกับโครงการในระยะที่เดินถึง ถ้าเป็นฝั่งเดียวกับโครงการ จะมี Max Value ที่อยู่ใน IDEO Mobi มีครบ เปิด 24 ชม. แต่ถ้าอยากกินหลากหลายหน่อยก็เดินไปอีกหน่อยจะมีอาคารสำนักงานไทยศรี ตรงนั้นเป็นแหล่งออฟฟิศแน่นอน ด้านหน้าตึกจะมีร้านอาหาร ร้านกาแฟ และแผงลอยตั้งอยู่เรียงรายให้เลือกซื้อ ที่ตึกก็มี 7-11 ด้วย แต่ถ้าเดินเลยไปอีกจะเป็นปั้มน้ำมันบางจากติดกันเป็นร้านอาหารซีฟู้ดและร้านอาหารอื่นๆ ยาวตลอดเส้นทาง คึกคักในเวลากลางคืน บวกกับมีถนนคู่ขนานจึงจอดรถริมทางได้ พี่แท็กซี่ก็มาจอดพักหรือรอคนที่เดินลงจาก BTS อยู่เรื่อยๆ ไม่เงียบ ส่วน Community Mall ที่สามารถนั่งวินมอเตอร์ไซค์หรือขับรถไปได้ คือ Sena Fest อยู่ในระยะประมาณ 600 ม. ใกล้กับถนนเจริญนคร แต่จะเกินระยะเดินไปนิด

ส่วนในฝั่งตรงข้ามจะไม่ค่อยมีอาหารการกินรอบๆ ตัวสถานีสักเท่าไหร่ ต้องเดินจากทางออกที่ 1 ไปอีกสักหน่อย ตรงนั้นจะเป็นอาคารสำนักงานสินสาทร คึกคักไม่แพ้ฝั่งเดียวกับโครงการ ที่นั่นจะมีตลาดนัดในช่วงเย็น และมี Top Supermarket อยู่ที่ชั้นใต้ดินที่ตึกนี้ด้วย

เดี๋ยวจะพาดูรอบๆ ตัว BTS กรุงธนบุรีระหว่างทางออก 4 (หน้าโครงการ) และทางออก 2 ว่ามีอะไรที่น่าสนใจกันบ้าง เริ่มจากจุดนี้มองไปยังฝั่งสาทรที่ข้ามมาจากสะพานตากสิน ในฝั่งนี้รถจะไม่ค่อยหนาแน่นเท่ากับฝั่งเข้าเมืองสักเท่าไหร่ ก็เป็นข้อดีสำหรับเวลากลับบ้านไม่ต้องเหนื่อยรถติดจนถึงประตูโครงการ

หันไปทางด้านขวา จะเห็นทางเข้าโครงการทางด้านซ้าย เลยไปหน่อยจะเป็นช่องทางออกคู่ขนานจุดแรกตั้งแต่ลงจากสะพานตากสิน ดังนั้นถ้าจะเข้าโครงการจะต้องเข้าไปทางเจริญนครเพื่อกลับรถไปเข้าคู่ขนานได้ (จะมีอธิบายในส่วนถัดไป) มิเช่นนั้นจะเลยและต้องไปกลับรถ 2 รอบนะ

ถ้าหากมาจากรถไฟฟ้าและไปยังโครงการ ตอนที่เดินลงจะต้องลงที่สะพานลอยเท่านั้น (หากมาทางออก 4) เพราะทางเชื่อมจาก BTS จะเป็นบันไดเลื่อนขึ้นเท่านั้น….

จากนั้นเมื่อลงมาจากสะพานลอย จะเจอกับป้ายรถเมล์ บริเวณนี้ก็มีคนออกมายืนรอรถกันเรื่อยๆ ไม่เงียบจนเปลี่ยวครับ

หันกลับไปยังโครงการจุดแรกจะเป็นสะพานลอยที่เราเดินลงมา สังเกตบันไดจะลงด้านเดียว เพราะอีกด้านหนึ่งติดกับบันไดเลื่อนขึ้นของทางเชื่อม BTS ทางออก 4 นั่นเอง ดังนั้นถ้าหากไปทำงานตอนเช้าและเดินทางด้วย BTS สะดวกครับ ออกจากโครงการเดินขึ้นบันไดเลื่อนได้เลย

เดินเลยจากจุดขึ้น BTS มาหน่อยจะมีอาคารสำนักงานอยู่ติดกับทางเข้าโครงการ ทางเท้ากว้างขวาง มีร่มไม้ตลอดทาง

จากนั้นก็จะเจอกับทางเข้าโครงการ…ยังก่อน เราจะเดินไปดูอาหารการกินในฝั่งนี้ที่ได้อธิบายจากด้านบนกันก่อน

ติดกับโครงการจะเป็นโครงการ IDEO Mobi สาทร ด้านในจะมี Max Value เราสามารถเดินออกมาแล้วเข้าไปซื้อของด้านในได้ และเปิด 24 ชม. ด้วย

จากนั้นเราเดินต่อไป จะเริ่มเห็นร้านค้ารถเข็นมาจอดขายของกันอยู่บ้าง เค้าขายอะไรกันตรงนี้ พอหันไปทางซ้ายมือจะเห็นว่ามีช่องระหว่างตึกเป็นตรอกเล็กๆ เลียบคลองและมีคนเดินเข้าออกตลอดเวลาเป็นเพราะว่า ด้านหลังของคอนโดนั้นเป็นแหล่งชุมชนที่อยู่ด้านในที่มีความคึกคักมาก และซอยดังกล่าวมีปากซอยอยู่ห่างจาก BTS พอสมควร จึงได้ใช้ทางเลียบคลองเพื่อเดินออกมาขึ้นรถไฟฟ้าเพราะใกล้กว่านั่นเอง

เดินไปดูกันถึงทางออกที่ 2 แล้ว บริเวณบันไดทางลงจะเชื่อมเข้าสู่ตึกไทยศรีได้เลย เป็นอาคารสำนักงานขนาดใหญ่ ด้านหน้าตึกจึงมีความอุดมสมบูรณ์มากมาย มีทั้งร้านกาแฟ ร้านอาหารแผงลอยและแผงเช่าที่สำนักงานทำตู้เล็กๆ ไว้ให้ และมี 7-11 อยู่ด้วย ดังนั้นหากช่วงเช้าจะไปทำงานด้วยรถไฟฟ้าก็เดินมาที่ทางออก 2 มาดูกับข้าวแถวๆ นี้ได้

สำหรับการเดินทางด้วยรถยนต์นั้นจะขอเพิ่มเติมในการใช้เส้นทางเพื่อเป็นข้อมูลในการเดินทางมายังโครงการ จะยกตัวอย่างผู้ใช้ทางจากถนนสาทรใต้มุ่งหน้าข้ามสะพานตากสินมายังถนนกรุงธนบุรี ให้สังเกตป้ายไปเจริญนครให้ชิดซ้ายตามป้าย จากนั้นวนลงจากสะพานเตรียมชิดขวาเพื่อกลับรถ เมื่อกลับรถแล้ววิ่งชิดซ้ายจะมีทางให้เบี่ยงเพื่อเข้าคู่ขนานตรงไปประมาณ 300 ม. โครงการจะอยู่ทางซ้ายมือ รวมระยะทางประมาณ 2.1 กม.

เริ่มต้นที่ถนนสาทรใต้มุ่งหน้าสะพานตากสินให้วิ่งขึ้นสะพานไปยาวๆ

จากนั้นมุ่งหน้าถนนกรุงธนบุรี ระหว่างทางจะเห็นตึกสูงในฝั่งธนฯ อยู่มากมายส่วนใหญ่จะเป็นคอนโดมิเนียมที่กระจายตัวจากตัวเมืองเกาะแนวรถไฟฟ้า….

ในฝั่งขาลงสังเกตป้ายถนนเจริญนครเตรียมชิดซ้ายเพื่อเข้าคู่ขนานถนนกรุงธนบุรี

เมื่อลงสะพานมาจะโค้งซ้ายยาวๆ เตรียมชิดขวาเพื่อกลับรถ

ชิดขวาเพื่อกลับรถ จากจุดนี้ห่างจากตัวโครงการประมาณ 500 ม.

จากนั้นเมื่อกลับรถมา จะมุ่งหน้าเข้าสู่ถนนกรุงธนบุรีและเจอกับทางเบี่ยงให้ชิดซ้ายเพื่อเข้าคู่ขนาน ส่วนทางขวาจะกลับเข้าทางหลัก

จากนั้นวิ่งในช่องคู่ขนานตรงไปประมาณ 300 ม. ใกล้ๆ กับโครงการจะเจอป้ายรถเมล์และสะพานลอยที่เชื่อมจากตัว BTS กรุงธนบุรี

ถัดจากทางขึ้นรถไฟฟ้าไม่ไกลนักจะเจอกับทางเข้าโครงการให้เลี้ยวซ้ายเข้าโครงการ

สภาพแวดล้อมรอบโครงการส่วนใหญ่เป็นบ้านพักอาศัยและคอนโดมิเนียมตึกสูง ส่วนด้านหน้าโครงการจะเป็นอาคารสำนักงานสูงประมาณ 5 ชั้น ความคึกคักในย่านนี้จะมีเฉพาะช่วงเช้าและเย็น เพราะใกล้กับ BTS กรุงธนบุรี ผู้คนที่อยู่ในซอยด้านหลังโครงการจะเดินมาขึ้นกันค่อนข้างเยอะ กลางคืนจึงไม่ค่อยเปลี่ยวนัก และตัวโครงการเองเป็นตึกแรกในถนนคู่ขนานกรุงธนบุรี จึงไม่ค่อยมีปัญหากับปริมาณรถหน้าโครงการเท่าใดนัก จึงแบ่งสภาพแวดล้อมต่างๆ ตามทิศได้ ดังนี้

  • ทิศเหนือ เป็นทางเข้าออกโครงการ ในส่วนหน้าติดกับถนนคู่ขนานกรุงธนบุรี ส่วนด้านในโครงการจะติดกับคลองต้นไทร ถัดไปเป็นอาคารสำนักงานสูงประมาณ 5 ชั้น
  • ทิศตะวันตก ติดกับโครงการ IDEO Mobi สาทร สูงประมาณ 31 ชั้น
  • ทิศใต้ ติดกับ บ้านพักอาศัยสูงประมาณ 2 – 3 ชั้น
  • ทิศตะวันออก ติดกับ บ้านพักอาศัยสูงประมาณ 2 – 3 ชั้น

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

ห้างสรรพสินค้า

  • Max Value Tanjai ~ 250 ม.
  • 7-11 ~ 350 ม.
  • Sena Fest ~ 850 ม.
  • The Jam Factory ~ 1.6 กม.
  • โรงพยาบาลตากสิน ~ 1.7 กม.
  • Robinson บางรัก ~ 1.8 กม. (รวมเรือข้ามฟาก)
  • ปั้มบางจาก ~ 1.9 กม.
  • River City ~ 2.3 กม. (รวมเรือข้ามฟาก)
  • ตลาดวงเวียนใหญ่ ~ 3.5 กม.
  • Top Supermarket ใต้ตึกสินสาทร ~ 3.6 กม.
  • โรงพยาบาลสมิตเวช ธนบุรี ~ 3.8 กม.
  • The Mall ท่าพระ ~ 4.7 กม.
  • Asiatique ~ 4.9 กม.
  • โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า ~ 4.9 กม.

โรงเรียน

  • โรงเรียนนานาชาติอินเตอร์เนชั่นแนลไพโอเนียรส ~ 420 ม.
  • โรงเรียนวัดทองเพลง ~ 790 ม.
  • วิทยาลัยแพทย์ศาสตร์กรุงเทพมหานครและวชิรพยาบาล ~ 1.3 กม.
  • โรงเรียนไทยซิกข์นานาชาติกรุงเทพฯ ~ 2 กม.
  • มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ วิทยาเขตพระนครใต้ ~2.6 กม.
  • โรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรีกรุงเทพ ~ 2.8 กม.
  • โรงเรียนนานาชาติเกวลี ~ 5 กม.

โรงแรม

  • The Peninsula Bangkok ~ 900 ม.
  • ibis Bangkok Riverside ~ 1.1 กม.
  • Millennium Hilton Bangkok ~ 1.5 กม.
  • State Tower ~ 2.3 กม.
  • Centre Point Hotel Silom ~ 2.7 กม.
  • Shangri-La Hotel, Bangkok ~ 2.8 กม.
  • The Oriental Hotel ~ 2.8 กม.
  • Royal Orchid Sheraton Hotel ~ 3.4 กม.
  • AVANI Riverside Bangkok ~ 3.6 กม.
  • Ramada Plaza Bangkok Menam Riverside ~ 4.6 กม.
  • Chatrium Hotel Riverside Bangkok ~ 4.6 กม.


เจาะลึกตัวโครงการ

โครงการ The Bangkok สาทร – ตากสิน เป็นคอนโด Low Rise 8 ชั้น 2 ตึก มีจำนวนยูนิต 214 ยูนิต จัดวางอาคารพักอาศัยเป็นตัว L วาง 2 ตึกชนกันเป็นรูปตัว U มีทางเข้าอยู่ติดกับถนนกรุงธนบุรีในฝั่งขาออกมุ่งหน้าแยกตากสินฯ – กรุงธนฯ แต่ตัวอาคารจะขยับเข้ามาด้านในห่างจากถนนหลักทำให้บรรยากาศสงบกว่าอยู่ติดถนน จัดวางตำแหน่งห้องให้หันออก 4 ทิศ แต่เป็น Low Rise จึงไม่เน้นเรื่องวิวภายนอกสักเท่าไหร่ ด้านในมีถนนวนรอบอาคาร แบ่งที่จอดรถเป็นกลางแจ้งและจอดใต้อาคาร ชั้นล่างของตึก 2 เป็นพื้นที่สำนักงานนิติบุคคลและ Main Facility โครงการให้มาใช้ร่วมกันมีข้อดีในการดูแลได้ง่ายไม่กวนพื้นที่พักอาศัย ส่วนพักอาศัยจะเริ่มตั้งแต่ชั้น 1 – 8 ทั้ง 2 ตึก มีลิฟท์โดยสารตึกละ 2 ตัว อัตราส่วนรวมทั้งหมดอยู่ที่ 54 : 1 สบายๆ คนไม่เยอะ จุดเด่นอยู่ที่การออกแบบห้องที่เปิดวิวออกไปรอบทุกทิศทาง การใช้สีอาคารที่เป็นสีขาวทำให้แสงส่องเข้าด้านในได้ทั่วถึงและกระจายแสงได้ดี ภายในสว่างไม่มืดทึบและดูใหม่ตลอดเวลาด้วย

เริ่มกันที่ชั้น 1 ทางเข้าออกจะอยู่ในฝั่งทิศเหนือของโครงการแบ่งทางเข้าสำหรับคนเดินทั้ง 2 ฝั่ง พื้นที่ด้านหน้าทางเข้าอาคารจะเป็นจุดจอดรถสำหรับผู้มาติดต่อกลางแจ้ง และมีสะพานข้ามคลองก่อนเข้าสู่ด้านในเมื่อข้ามสะพานมาจะเจอป้อมรปภ. และรั้วไม้กระดกกั้นอยู่ ถัดเข้ามาจะจัดพื้นที่สำหรับจอดรถกลางแจ้ง แบ่งจอดรถ 2 ได้ฝั่ง การเดินรถจัดให้เดินรถทางเดียววนตามเข็มนาฬิกาขับได้รอบอาคาร ด้านหลังจะเป็นลาดลงไป 1 ชั้นและจอดรถใต้อาคาร และจะลาดกลับขึ้นไปยังป้อมรปภ. ส่วนทางเดินคนจะอยู่ระหว่างตัวอาคารและลานจอดรถกลางแจ้ง ออกแบบเป็นทางเดินเชื่อมระหว่าง 2 ตึก จัดแบ่งพื้นที่สวนเป็นน้ำพุประดับ,พื้นที่นั่งเล่น Outdoor ระหว่างตึก 1 และ 2 ปลูกต้นไม้ให้ร่มเงาเอื้อต่อการเดิน ส่วน Main Facility จะรวมอยู่ที่ตึก 2 ชั้น 1 แบ่งเป็นสระว่ายน้ำแยกโซนสระเด็ก,ห้อง Fitness และห้องน้ำแยกหญิงชาย อยู่ติดกับสำนักงานนิติบุคคล พื้นที่รอบๆ ส่วนกลางปลูกต้นไม้ช่วยให้ร่มเงาได้ดีและมีลมผ่านตลอด

ด้านในของแต่ละตึกจะมีโถงรอลิฟท์ติดกันเป็นห้อง Mail Box โดยประตูเข้าออกแต่ละตึกจะใช้ Key Card Access มีตำแหน่งลิฟท์อยู่ตรงกลางอาคารรวบตำแหน่งห้องรวมงานระบบและห้องพักขยะไว้ด้วยกัน ตำแหน่งบันไดหนีไฟจะอยู่ที่ปลายปีกของทั้ง 2 ฝั่งตำแหน่งละ 1 จุด เป็นประตูผลักออกภายนอกทั้งหมด เดี๋ยวจะพาเดินชมกันไปทีละส่วนเลย….

เริ่มจากบริเวณทางเข้าโครงการ ที่เห็นทางด้านซ้ายมือ เดิมทีตรงนี้เป็นยูนิตสำหรับร้านค้า แต่ปัจจุบันได้ทำเป็นห้องอเนกประสงค์สำหรับใช้งานทั่วไป

เมื่อเดินเข้ามายังส่วนหน้าของโครงการ บริเวณนี้จะเป็นพื้นที่ก่อนจะเข้าสู่ตัวโครงการ ตัวไม้กระดก หรือ Security ต่างๆ จะขยับเข้าไปอยู่ด้านใน

บริเวณด้านหน้าแบ่งเป็นพื้นที่สำหรับจอดรถยนต์ หรือ จักรยานยนต์ได้ จะมีรปภ.มาเดินตรวจเป็นระยะ

ตัวโครงการจะอยู่ด้านในซึ่งต้องเดินผ่านสะพานข้ามคลองเข้าไปก่อน ลักษณะจัดแบ่งเป็นถนนสวนทางกัน เมื่อพ้นสะพานไปแล้วจะเป็นป้อมรปภ.เป็นรั้วไม้กระดกเป็นระบบ Key Card Access ระยะใกล้ หากเป็นผู้มาติดต่อจะต้องทำการแลกบัตรและประทับตราที่นิติบุคคล

เมื่อผ่านป้อมรปภ.มา ส่วนแรกจะเจอกับพื้นที่จอดรถกลางแจ้ง จอดได้ทั้ง 2 ฝั่งและปลูกไม้ใหญ่ให้ร่มเงาบริเวณริมรั้วตลอดแนว ภายในจัดการเดินรถทางเดียวเพื่อความปลอดภัย

ด้านในโครงการแบ่งเป็น 2 อาคาร เป็นรูปทรงตัว L เปิดพื้นที่ตรงกลางแบ่งเป็นทางสำหรับคนเดินและจัดแบ่งเป็นพื้นที่นั่งเล่นใต้ร่มไม้ ศาลาระหว่างตึก 1 และ 2 เพื่อให้ตึก 1 สามารถเดินมาใช้ Main Facility ที่ตึก 2 ได้โดยไม่ต้องเดินที่ลานจอดรถกลางแจ้งให้ร้อน จะสังเกตว่าตัวอาคารออกแบบโดยใช้สีขาวและมีรายละเอียดทางสถาปัตยกรรมโดยประยุกต์จากสถาปัตยกรรมไทย ทำให้อาคารมีเอกลักษณ์เฉพาะและมีอารมณ์รีสอร์ทน่าพักผ่อน

เดินมาอีกนิดจะเจอกับทางเข้าตึก 2 ทางด้านขวา ด้านหลังแนวกำแพงเป็นสระว่ายน้ำและศาลานั่งพักผ่อน ส่วนทางด้านซ้ายเป็นทางลงที่จอดรถและถนนวนรอบอาคารเราจะเดินไปดูกันก่อน

เนื่องจากถนนรอบโครงการเดินรถทางเดียวเป็นทางลาดลงไป ทางโครงการจึงจัดพื้นที่จอดรถชิดกำแพงทางด้านซ้ายมือตลอดแนว จึงทำให้มีที่จอดรถเพิ่มและภายในโครงการมีการดูแลรักษาความสะอาดได้ดีมาก

เดินมาด้านหลังโครงการจะเห็นว่ามีระยะพื้นตำ่ลงมา 1 ชั้นเป็นชั้นใต้ดิน โดยในการลดระดับถนนรอบโครงการลงมาจะทำให้พื้นที่จอดรถที่อยู่ในชั้นใต้ดินไม่รู้สึกมืดทึบ มีแสงเข้าด้านนอก และสามารถจอดรถที่ถนนรอบอาคารได้อีกด้วย

ทางเข้าที่จอดรถใต้อาคารจะต้องขับมาอีกฝั่งหนึ่งก่อนแล้วเลี้ยวขวาเข้าใต้อาคาร โดยใต้อาคารจะเดินรถทางเดียว จอดรถ 2 ฝั่ง ซ้อนคันได้ฝั่งเดียวมีรปภ.ดูแลตลอด 24 ชม. ส่วนทางเข้าแต่ละอาคารสามารถเข้าได้จากที่จอดรถชั้นนี้โดยมีประตูทางเข้าเป็นระบบ Key Card Access เพื่อความปลอดภัย

ออกจากที่จอดรถจะเป็นทางวนกลับขึ้นไปด้านหน้าทางเข้า ลักษณะจะเป็นทางลาดขึ้นไปด้านบนและไปเจอกับป้อม รปภ.พอดี

จากนั้นไปดูส่วนกลางกันบ้าง จากที่เราเดินรอบอาคาร จะมีทางเดินด้านข้างที่อยู่ติดกับตึก 1 จะอยู่ทางด้านขวามือ เป็นทางเดินขนาบกับพุ่มไม้

ปลายสุดของทางเดินจะมีบันไดเดินลงไปที่ชั้นใต้ดินที่เป็นทางเข้าของตึก 1 โดยจะต้องเดินลงไปด้านล่างเพื่อเข้าโถงลิฟท์ซึ่งจะเชื่อมไปยังพื้นที่จอดรถด้านหลังได้ ตัวประตูจะเป็นระบบ Key Card Access ทั้ง 2 ด้านเพื่อความปลอดภัย

หันไปทางซ้ายมือจะเป็นทางเดินเลาะริมสวนแยกกับลานจอดรถกลางแจ้งชัดเจน สังเกตทางขวาจะเป็นบ่อประดับด้วยผนังปูนปั้นเป็นลวดลายบ้านริมน้ำยุคเก่า

เพื่อให้เห็นภาพรวม จุดนี้ยืนถ่ายจากลานจอดรถมองไปยังบ่อประดับด้านหลังเป็นผนังปูนปั้นลวดลายบ้านเรือนทรงไทยริมน้ำสมัยก่อน และมีประติมากรรมแบบ Modern โดยการประยุกต์วัสดุกระจกและสแตนเลสเป็นทรงใบสำเภาที่แม่นำ้เจ้าพระยาในยุคนั้นอีกด้วย เพื่อให้เข้ากับแนวคิดในการออกแบบตัวโครงการ

จากนั้นเดินเข้าไปจะเจอกับพื้นที่นั่งเล่นใต้ต้นไม้ เป็นการทอนความรู้สึกในระยะเดินระหว่างอาคารไม่ให้รู้สึกว่าเดินเป็นทางตรงและไกลจนเกินไป โดยทำเป็นที่นั่งไว้ให้นั่งพักได้ ซึ่งบรรยากาศในบริเวณนี้ก็นั่งได้จริงๆ เพราะได้ร่มเงาจากต้นไม้และมีลมพัดผ่านไม่ร้อนจนเกินไป

จุดนี้จะอยู่ระหว่างตึก 1 และ 2 เป็นศาลาสำหรับนั่งเล่นตากอากาศได้ โดยจัดวางตรงช่องระหว่างตึกพอดี จุดนี้จะมีความพิเศษคือมีลมพัดผ่านระหว่างตึก จึงออกแบบผนังให้เป็นบล็อคลมเป็นลักษณะรูพรุนและมีลวดลายที่เข้ากับแนวคิดหลัก ทำให้บรรยากาศน่านั่งพักผ่อนและใช้ได้จริง ซึ่งดูจากสภาพปัจจุบันผ่านมาแล้ว 10 ปี ยังถือว่าดูแลได้ดี สะอาดใช้งาน

ติดกับศาลานั่งพักผ่อนเป็นบ่อบัว ข้างๆ กันเป็นตึก 2 โดยในชั้น 1 จะปลูกต้นไม้บังบริเวณระเบียงและหน้าต่างเพื่อความเป็นส่วนตัวสำหรับผู้อาศัย

เดินมาถึงด้านในสุดเป็นทางเข้าตึก 2 สามารถเข้าได้จากที่จอดรถกลางแจ้งและเดินมาจากพื้นที่ส่วนกลางของอาคาร บรรยากาศร่มรื่นน่าอยู่

การออกแบบทางเดินเชื่อมไปยังตึก 2 สังเกตว่าจะเห็นไฟที่ผนังและพื้นอยู่เป็นจุดๆ ถ้าเป็นเวลากลางคืนจะเห็นแสงเป็นช่วงๆ เป็นการออกแบบที่ให้ความรู้สึกเป็นอารมณ์รีสอร์ท ที่จะบีบทางเข้าให้พบกับพื้นที่ส่วนกลางด้านในที่น่าสนใจ

เมื่อขึ้นมาถึงจุดแรกจะเจอกับทางเข้าสำนักงานนิติบุคคลทางด้านซ้ายมือ ส่วนทางด้านขวาเป็นประตูทางเข้าตึก 2 เป็น Key Card Access

หันไปทางซ้ายมือจะเป็น Main Facility ของทั้งโครงการ ที่จะรวมไว้อาคารนี้ แบ่งออกเป็น สระว่ายน้ำแยกโซนสระเด็ก ส่วนทางขวามือจะมีห้องประชุม , Fitness และห้องน้ำแยกชายหญิง ปลายสุดของทางเดินเป็นศาลาสำหรับนั่งพักผ่อนริมสระ

สระว่ายน้ำของโครงการเป็นระบบเกลือ ขนาดประมาณ 4 x 20 ม. แยกโซนสระเด็ก มีพื้นที่เฉลียงริมสระนอนพักผ่อนได้ สภาพปัจจุบันถือว่าดูและได้เป็นอย่างดี สระว่ายน้ำพร้อมใช้งาน น้ำไม่ขุ่นและบรรยากาศรอบๆ สระว่ายน้ำ ถือว่าสะอาดดีมากสำหรับโครงการที่มีอายุ 10 ปี

หันไปทางด้านขวามือจะเป็นพื้นที่ล้างตัว ซึ่งจริงๆ ติดฝักบัว 2 ตัวได้สบายๆ ใช้งานได้เป็นปกติ

ซ้ายมือของที่ล้างตัวจะยกขึ้น 2 ขั้น เป็นที่นั่งพักผ่อนมีหลังคาคลุม ภายในจัดวางชุดเตียงนอนริมสระให้ใช้งานหรือนั่งพักผ่อนในบริเวณนี้ได้ตามความเหมาะสม

จากนั้นกลับมาดูฝั่งตรงข้าม จุดนี้เป็นห้อง Fitness ให้ลงมาใช้ร่วมกันในโครงการที่นี่ ภายในห้องไม่ได้ใหญ่มากนัก ใส่เครื่องออกกำลังกายไว้ประมาณ 4 – 5 เครื่องโดยประมาณ แบ่งๆ กันใช้อยู่พอควร

จากนั้นไปดูห้องน้ำในส่วนกลางของโครงการ แบ่งเป็นห้องน้ำแยกชายหญิง ภายในไม่มีห้อง Suana แต่ยังมีตู้ล็อคเกอร์ สำหรับใส่เสื้อผ้าที่เตรียมไว้ให้ใช้งาน

เข้ามาด้านในห้องน้ำแบ่งเป็นอ่างน้ำ 2 จุดพร้อมโถปัสสาวะสภาพภายในห้องน้ำดูแลความสะอาดได้ดี พร้อมใช้งาน

ถัดจากโถปัสสาวะ แบ่งเป็นห้องสุขากับห้องอาบน้ำและมีตู้ Locker สำหรับใส่ของใช้อยู่ด้านในสุดของห้อง

จากนั้นตัดมาที่ด้านในตัวอาคารกันเลยซึ่งจุดนี้จะผ่านประตูระบบ Key Card Access เข้ามาแล้ว พอเข้ามาส่วนแรกจะเจอกับโถงรอลิฟท์ ถัดไปเป็น Mail Box ส่วนในสุดจะเป็นโถงทางเดินไปยังห้องพักอาศัยในชั้น 1

ด้านในเป็น Mail Box ถัดเข้าไปด้านในเป็นห้องพักขยะและห้องรวมงานระบบต่างๆ

ลิฟท์โดยสารด้านในเป็นกระจกเต็มบานสามารถยืนสำรวจความเรียบร้อยก่อนออกจากคอนโดได้ ภายในมีปุ่มไม่เยอะ (เพราะมีแค่ 8 ชั้น)

ชั้น 2 – 8 ของทั้ง 2 อาคารจะเป็นส่วนพักอาศัยทั้งหมดจัดรูปแบบซ้อนชั้นขึ้นไปห้องเป็น Double Corridor ต่อเนื่องจากชั้น 1 ตำแหน่งบันไดหนีไฟและช่องแสงใน Corridor มีอยู่ที่ปลายสุดของทั้ง 2 ฝั่ง ตำแหน่งโถงลิฟท์หลักจะกลางอาคารมีพื้นที่งานระบบและห้องพักขยะอยู่กลางอาคาร มีห้องพักอาศัย 13 ยูนิต/ชั้น จำนวนห้องเนื่องจากสร้างเสร็จมานานแล้ว ข้อมูลจึงมีเฉพาะแบบห้องแต่ไม่ทราบจำนวนว่าแบ่งออกเป็นกี่ห้อง ถ้าหากมีข้อมูลจะมาอัพเดทกันอีกครั้งครับ

ส่วนวิวรอบๆ ตัวตึกจะพ้นจากอาคารที่อยู่รอบๆ ตั้งแต่ประมาณชั้น 4 – 5 เป็นต้นไป ยกเว้นในฝั่งทิศตะวันตกที่อยู่ติดกับ IDEO Mobi ที่บล็อควิวในฝั่งนี้ทั้งหมด ส่วนในทิศเหนือ , ทิศตะวันออก และทิศใต้ จะพ้นจากอาคารอบๆ และเห็นวิวในด้านต่างๆ แบ่งเป็น ฝั่งทิศเหนือจะได้วิวส่วนกลางจากตึก 2 และด้านหน้าจะมีอาคารสำนักงานสูงประมาณ 5 ชั้นบังอยู่แต่ไม่ได้อยู่ในระยะประชิด ยังพอที่จะมองออกไปเห็นวิวรถไฟฟ้าและตัวสถานี BTS กรุงธนบุรีในชั้นชานชาลาพอดี ส่วนในฝั่งทิศใต้และทิศตะวันออก รอบๆ เป็นบ้านพักอาศัยสูงไม่เกิน 3 ชั้น ฝั่งนี้จะมองออกไปทางฝั่งถนนเจริญนครได้ชัดเจนและเห็นอาคารสูงที่อยู่ติดริมแม่น้ำทั้งคอนโดและโรงแรมกระจายอยู่รอบๆ

ขึ้นมาในส่วนของชั้นพักอาศัย บริเวณโถงลิฟท์จะใช้สีขาวทั้งหมดไปจนถึงประตูลิฟท์และมีช่องแสงบริเวณโถงรอลิฟท์ ภายในจึงสว่างอยู่พอสมควร พื้นที่หน้าลิฟท์ค่อนข้างกว้างถ้าเปิดหน้าต่างก็ยังพอมีลมผ่านเข้ามาด้านในบ้าง

ภายในโถงทางเดิน ติดไฟในโถงไม่เยอะมากเนื่องจากมีหน้าต่างอยู่ที่ปลายสุดของโถงทางเดินทั้ง 2 ฝั่ง และโถงลิฟท์ ทำให้ในเวลากลางวันจะได้แสงจากภายนอกค่อนข้างเยอะประกอบกับด้านในอาคารใช้สีขาวจึงสว่างอยู่แล้ว

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • สระว่ายน้ำ 1 สระ ระบบเกลือ ขนาด 4 x 20 ม. แบ่งสระเด็กลึก 0.6 ม. สระผู้ใหญ่ลึก 1.5 ม.
  • ห้องออกกำลังกาย 1 ห้อง ใส่เครื่องออกกำลังกายประมาณ 5 เครื่อง
  • สวนหย่อมระหว่างตึก 1 และ 2
  • ลิฟท์โดยสาร 2 ตัว/อาคาร
  • อัตราส่วนลิฟท์รวมทั้งโครงการ 54 : 1
  • อัตราส่วนลิฟท์ตึก 1 56 : 1
  • อัตราส่วนลิฟท์ตึก 2 51 : 1
  • ที่จอดรถประมาณ 77 % ไม่รวมจอดซ้อนคัน
  • ระบบ CCTV / Access Card


Product Walkthrough

สำหรับรีวิวนี้จะวิเคราะห์เฉพาะผังห้องในโครงการ เพราะเป็นห้องมือ 2 จึงไม่มีห้องตัวอย่างให้ชมซึ่งรายละเอียดของแต่ละห้องจะแตกต่างตามการตกแต่งของเจ้าของห้อง ถ้าสนใจหรืออยากสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมในโครงการนี้แนะนำนัดเจ้าของห้องหรือเอเจนซี่ที่เปิดขาย เข้าไปดูสภาพและบรรยากาศภายในห้องด้วยตัวเองเพราะมีหลายปัจจัยในการตัดสินใจ เช่น

  • สภาพปัจจุบันและการดูแลรักษาห้อง ยังใหม่หรือดูทรุดโทรมหรือไม่
  • ห้องเคยปล่อยให้เช่ามาก่อนที่จะขายหรือไม่
  • ของที่ตกแต่งในห้องอาจไม่ตรงตามความชอบ แต่เป็นห้องที่ตำแหน่งดี ได้วิวสวยอาจจะต้องเผื่องบประมาณค่าตกแต่งหรือซ่อมแซมหลังจากซื้อขายกันแล้ว

ส่วน Spec วัสดุมาตรฐานจากโครงการ (ซึ่งอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้ ขึ้นอยู่กับเจ้าของห้องมือ 1 รวมไปถึงเฟอร์นิเจอร์อื่นๆ ด้วยครับ)

  • Fully Fitted ให้ Built-in
  • Hob Hood Sink ก๊อก
  • ระเบียงซักล้าง กระเบื้องเซรามิค
  • พื้นห้องน้ำ,ส่วนครัว กระเบื้องแกรนิตโต้
  • พื้นห้องนั่งเล่น,ห้องนอนลามิเนต
  • พื้นที่ส่วนอาบสำเร็จรูป

แบบห้องของโครงการ The Bangkok สาทร – ตากสิน มีทั้งหมด 2 รูปแบบได้แก่

  • 1 Bedroom 49.5 – 59.5 ตร.ม.
  • 2 Bedrooms 89 – 89.5 ตร.ม.

ห้องแรกเป็นแบบ 1 Bedroom ขนาดห้องเริ่มต้น 49.5 ตร.ม. ในยุคนั้นออกแบบห้องมีเนื้อที่ค่อนข้างใหญ่ เหมาะสำหรับอยู่อาศัย 1 – 2 คน ภายในจัดแบ่งห้องนอนแยกกันกับห้องนั่งเล่น ส่วนห้องน้ำเข้าจากห้องนอน อาจจะมีข้อจำกัดเรื่องความส่วนตัวเพราะต้องเดินผ่านห้องนอนเข้าไปใช้งาน ห้องที่ขายจะให้ของเป็น Fully Fitted มีตู้ Built-in และชุดครัวให้ เริ่มจากห้องนั่งเล่นจะอยู่ติดกับประตู จัดวางโซฟาได้ประมาณ 2 ที่นั่งและพื้นที่ระหว่างนั่งเล่นและครัววางโต๊ะกินข้าวขนาด 2 ที่นั่งได้พอดีๆ แสงจากในห้องนั่งเล่นจะได้จาก 2 ส่วน ส่วนแรกได้จากครัว อีกส่วนได้จากห้องนอน เนื่องจากออกแบบให้มีช่องกระจกระหว่างห้องนอนจึงได้แสงจากในห้องนอนมาช่วยให้ห้องไม่มืด ส่วนครัวนั้นจะอยู่ติดกับระเบียงมีประตูเลื่อนกั้นแบ่งพื้นที่ ประกอบอาหารได้จริงจังภายในเป็นพื้นกระเบื้องทำครัวก็เช็ดล้างได้ง่าย ส่วนระเบียงก็สามารถเปิดระบายอากาศได้และใช้งานซักล้างทั่วไปได้

ห้องนอนจะจัดให้อยู่ติดกับหน้าต่างเพื่อดึงแสงธรรมชาติเข้ามาในห้องและเปิดหน้าต่างระบายอากาศได้ ภายในสามารถวางเตียง 5 ฟุตและวางโต๊ะหัวเตียง เดินได้รอบ ปลายเตียงยังพอมีพื้นที่วางโต๊ะทำงานและมี Built-in เป็นตู้ใส่ของให้ด้วย ห้องน้ำจะอยู่ติดกับโถงทางเดิน อาจจะมีความชื้นสะสมบ้าง แต่ก็ยังมีที่ดูดอากาศช่วย ภายในแบ่งส่วนเปียกส่วนแห้ง ที่อาบน้ำเป็นแบบสำเร็จรูป แยกออกชัดเจน

ส่วนอีกแบบเป็น 2 ห้องนอน ถ้าดูแปลนห้องแล้วจะเหมือนกับ 1+1 Bedroom ในยุคนี้ ภายในแบ่งฟังก์ชั่นให้ครัวและนั่งเล่นอยู่เป็นกลุ่มเดียวกัน ส่วนห้องนอนใหญ่จะอยู่ตรงข้ามกัน ภายในมีห้องน้ำเป็นของตัวเอง แยกการใช้งานกับด้านนอก ส่วนห้องอเนกประสงค์จะอยู่ติดทางเดิน ห้องอาจจะมืดทึบไปสักหน่อย ส่วนครัวจะมีประตูบานเลื่อนกั้นให้ ประกอบอาหารได้เต็มที่ Built-in เป็นรูปตัว L มีความเป็นสัดส่วนใช้งานง่าย ด้านนอกเป็นที่วาง CDU มีหน้าต่างเปิดระบายอากาศ ส่วนห้องนั่งเล่นอยู่ตรงกลาง จัดวางโซฟา ได้ 3-4 ที่นั่งและมีพื้นที่ตั้งโต๊ะกินข้าวได้ประมาณ 4 คน และมีระเบียงขนาดกว้างเท่ากับห้องนั่งเล่นแสงเข้าได้ดี ห้องสว่างตลอดเวลาเปิดออกรับลมได้เต็มที่

ส่วนห้องนอนจะคล้ายกับแบบแรก แต่จะมีห้องน้ำในตัว จึงมีความเป็นส่วนตัวมากกว่า ภายในจัดวางเตียงและยังมีพื้นที่เหลือวางโต๊ะหัวเตียงได้ทั้ง 2 ฝั่ง ปลายเตียงวางโต๊ะทำงานและติดทีวีได้ ก่อนทางเข้าห้องน้ำยังมีพื้นที่ยืนแต่งตัวและมีตู้เสื้อผ้า Built-in ให้ด้วย ภายในห้องน้ำ แบ่งโถสุขภัณฑ์และส่วนอาบแยกซ้ายขวา ตรงกลางเป็น Counter วางอ่างตรงกลางและมีพื้นที่ด้านข้างอ่างวางของได้เต็มที่

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะครับ

ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 22 March 2017

เนื่องจากเป็นโครงการที่ขายหมดและโอนกันหมดแล้ว ดังนั้นต้องซื้อต่อจากเจ้าของเดิม ทำให้ราคาก็จะค่อนข้างหลากหลายขึ้นอยู่กับทำเลห้องได้อยู่ชั้นสูงหรือชั้นล่าง ตกแต่งมากหรือน้อยครบแค่ไหน ความพอใจราคาจากการตกลงกันระหว่างคนซื้อและคนขาย โดยราคาต่อตารางเมตรในปัจจุบัน ปี 2017 จะอยู่ที่ประมาณ 110,000 บาท/ตร.ม. ส่วนราคาเช่าเนื่องจากมีห้องหลายรูปแบบจึงมีราคาค่อนข้างแตกต่างโดยเริ่มต้นประมาณ 1x,000 – 30,000 บาท/เดือน (เป็นการเก็บข้อมูลโดยส่วนตัวเองเท่านั้น)

  • ได้สิทธิ์ที่จอดรถห้องละ 1 สิทธิ์ ไม่จำกัดจุดจอด
  • ค่าส่วนกลาง 48 บาท/ตร.ม./เดือน จ่ายรายปี
  • ค่าไฟตามมิเตอร์การไฟฟ้า

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ครับ


เจาะลึกรวบยอด

โครงการ The Bangkok สาทร – ตากสิน อยู่ในฝั่งธนบุรีติดถนนใหญ่มุ่งหน้าราชพฤกษ์ ภาพรวมทำเลนี้เป็นที่อยู่อาศัยที่กำลังพัฒนากระจายตัวอยู่ติดแม่น้ำและถนนสายสำคัญ ที่ขยายออกตัวออกมาจากฝั่งสาทร จึงทำให้เกิดการพัฒนาที่อยู่อาศัยในฝั่งธนบุรีที่ยังเกาะแนวรถไฟฟ้าที่ต่อออกมาจากฝั่งเมืองย่านนี้จึงตอบโจทย์สำหรับคนที่กำลังมองหาที่อยู่ใกล้แหล่งทำงาน ที่ขยับออกมาไม่ไกลและมีราคาที่พอจะหยิบจับเป็นเจ้าของได้ แถมยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกพอๆ กับฝั่งเมือง

ความอุดมสมบูรณ์ รอบโครงการก็พอมีไม่ถึงกับแห้งแล้ง แต่จะขยับไปยังฝั่งถนนเจริญนครติดกับแม่น้ำเจ้าพระยามีทั้งโรงแรมติดแม่น้ำและ Community Mall ทั้ง 2 ฝั่งแม่น้ำ อนาคต BTS กรุงธนบุรีก็จะเป็น Interchange กับสายสีทองและมี Mega Project อย่าง Icon Siam ถ้าเป็นไปตามแผนก็จะเปิดใช้งานในเวลาที่ไล่เลี่ยกันพอดี อนาคตในย่านนี้ก็จะยิ่งมีความต้องการที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้น มูลค่าที่ดินและราคาขายหรือเช่าก็จะมีขยับขึ้นบ้างไม่มากก็ไม่น้อยล่ะครับ

การเดินทางโดยใช้รถ  อยู่ในฝั่งขาออกกลับบ้านสะดวกแต่ขาเข้าต้องทำใจเพราะต้องไปกลับรถและสมทบกับรถที่วิ่งขึ้นสะพานตากสิน แต่ก็ยังมีข้อดีเมื่อข้ามสะพานมาแล้วก็ถึงย่านสาทรและใกล้กับจุดขึ้นทางด่วน และถนนเส้นนี้เป็นทางหลักที่เชื่อมกับถนนราชพฤกษ์ หรือถนนกาญจนาภิเษกวงแหวนรอบนอกเดินทางออกเมืองได้สะดวก หากทำงานในฝั่งธนก็จะสะดวกกว่าเข้าเมืองถ้าใช้รถ การเข้าถึงถ้าบอกเพื่อนมาโครงการก็จะงงๆ หน่อย แต่ไม่ซับซ้อนนัก เพราะช่วงต้นของถนนกรุงธนบุรีเป็นคู่ขนานยาวไปตลอดจนขึ้นสะพานข้ามแยกตากสิน-กรุงธนบุรี ที่จอดรถมี 77% ให้ใช้งาน ไม่ต้องกลัวว่าดึกๆ กลับมาแล้วไม่มีที่จอด

การเดินทางโดยไม่ใช้รถ เป็นจุดเด่นของที่นี่เพราะอยู่ติด BTS กรุงธนบุรี เหมาะกับคนที่เดินทางด้วยรถไฟฟ้าเข้าเมือง หรือถ้าเลือกไปในเส้นทางอื่นที่ไม่อยู่ในแนวรถไฟฟ้าก็สะดวกเช่นกัน มีให้เลือกหลากหลายไม่ว่าจะเป็นวินมอเตอร์ไซค์ รถกะป๊อ หรือเรือข้ามฟาก เรียกรถแท็กซี่สะดวกเพราะใกล้จุดจอดรถอยู่เป็นคิวต่อรถบริเวณ BTS ตลอดเวลา ดังนั้นทางเลือกในการเดินทางโดยไม่ใช้รถนั้นถือว่ามีความหลากหลายและสะดวกกว่าใช้รถส่วนตัวอยู่มาก

การออกแบบ The Bangkok สาทร – ตากสิน ออกแบบโดยใช้แนวคิดประยุกต์สถาปัตยกรรมไทยโดยนำรูปแบบรายละเอียดเส้นสายการออกแบบจากบ้านริมน้ำในสมัยก่อนเข้ามาประยุกต์ใช้กับตัวอาคารทำให้มีรายละเอียดที่น่าสนใจและเลือกใช้สีขาวเพื่อให้ตัวอาคารมีมิติจากเงาที่เกิดจากแสงกระทบทำให้ดูเหมือนใหม่ตลอดเวลา นอกจากนั้นยังนำไปใช้ในพื้นที่สวนหย่อมและส่วนกลางให้อารมณ์และความรู้สึกเป็นรีสอร์ทและน่าพักผ่อน ออกแบบอาคารเป็นรูปทรงตัว L วางทั้ง 2 อาคารชนกันเป็นรูปตัว U เปิดพื้นที่ตรงกลางแบ่งเป็นสวนหย่อมและพื้นที่จอดรถกลางแจ้ง มีถนนรอบโครงการและด้านหลังเป็นทางลาดลงไปสามารถจอดรถที่ใต้อาคารได้ พื้นที่ส่วนกลางของอาคารจะจัดวางไว้ที่ตึก 2 ประกอบด้วยสำนักงานนิติบุคคล , ห้องประชุม , ห้อง Fitness , ห้องน้ำแยกชายหญิง , ศาลานั่งเล่นริมสระว่ายน้ำและสระว่ายน้ำระบบเกลือแยกโซนสระเด็ก จัดวางไว้ที่ชั้น 1 ใกล้กับสำนักงานนิติบุคคลเพื่อการควบคุมและดูแลรักษาได้ดีในระยะยาว

ด้านในของแต่ละตึกจะมีเฉพาะประตูทางเข้าโถงลิฟท์เป็น Key Card Access ภายในมี Mail Box แยกตึกกัน พื้นที่พักอาศัยจะเริ่มตั้งแต่ชั้น 1 – 8 จะเป็นห้องพักทั้งหมดออกแบบเป็น Double Corridor มีตำแหน่งช่องแสงเปิดในปลายสุดของทางเดินทั้ง 2 ฝั่ง จัดวางลิฟท์ไว้ตรงกลางมี 2 ตัว/อาคาร และบันไดหนีไฟแยกอยู่แต่ละปีกของอาคารฝั่งจะ 1 จุด

วิวรอบๆ โครงการส่วนใหญ่เป็นบ้านพักอาศัยและคอนโดมิเนียมตึกสูง ด้านหน้าโครงการในฝั่งทิศเหนือจะเป็นอาคารสำนักงานสูงประมาณ 5 ชั้นถัดไปเป็นรถไฟฟ้าโดยในชั้นชานชาลาจะสูงประมาณชั้น 7 – 8 ของตัวตึกพอดี ส่วนในฝั่งตะวันตกจะอยู่ติดกับ IDEO Mobi สาทร สูงประมาณ 31 ชั้น ทิศตะวันออกและทิศใต้ส่วนใหญ่จะเป็นบ้านพักอาศัยสูงประมาณ 2 – 3 ชั้น เปิดวิวออกไปยังฝั่งถนนเจริญนครที่มีตึกสูงอยู่ริมแม่น้ำกระจายอยู่ในพื้นที่และไม่มีอาคารสูงในระยะประชิด

การออกแบบห้อง ทำออกมาเป็น 2 แบบ แบ่งเป็น 1 Bedroom และ 2 Bedrooms ออกแบบฟังก์ชั่นภายในได้ลงตัวและได้เนื้อที่ห้องเยอะ ตัวโครงการเน้นขายแบบ 2 Bedroom เริ่มจากการออกแบบห้อง 1 Bedroom จะออกแบบเป็นห้องสี่เหลี่ยมผืนผ้าแนวลึก แบ่งเป็นห้องนั่งเล่นแบ่งวางโซฟาและโต๊ะกินข้าวได้ 2 ที่นั่ง ติดกันเป็นพื้นที่ครัว มีประตูบานเลื่อนเปิดปิดได้ประกอบอาหารได้ไม่ต้องกังวลเรื่องกลิ่นสามารถเปิดระเบียงช่วยระบายอากาศเพิ่มได้ ส่วนห้องนอนมีประตูเปิดปิดแยกจากห้องนั่งเล่นจัดวางเตียงนอนอยู่ติดหน้าต่างเพื่อให้แสงส่องเข้าภายในห้องและเปิดหน้าต่างระบายอากาศได้ ห้องน้ำเข้าได้จากในห้องนอนจะมีข้อจำกัดเรื่องความเป็นส่วนตัวเมื่อมีแขกต้องเดินผ่านห้องนอน แต่มีข้อดีคือทุกห้องมีประตูกั้นแบ่งทั้งหมดทำให้พื้นที่ใช้งานเป็นสัดส่วนชัดเจน

ส่วนแบบ 2 ห้องนอนจะพัฒนาการออกแบบใช้ฟังก์ชั่นจากรูปแบบ 1 ห้องนอน ตัวห้องเป็นแบบหน้ากว้าง จัดวางส่วนนั่งเล่นไว้ตรงกลาง ส่วนครัวออกแบบให้มีประตูเลื่อนกั้นแบ่งการใช้งานเป็นครัวปิด และอยู่ติดหน้าต่าง/ระเบียง สามารถเปิดระบายอากาศระหว่างทำอาหารได้ วัสดุภายในมีพื้นเป็นแกรนิตโต้ ชุดครัว Top และผนังกรุผิวลามิเนตสามารถเช็ดล้างได้ง่าย และอีกฝั่งเป็นห้องนอนใหญ่มีห้องน้ำในตัวแบ่งส่วนเปียกส่วนแห้ง พื้นที่ห้องนอนจัดวางเตียงออกมาได้กึ่งกลาง ไม่ชิดด้านใดด้านหนึ่งและยังเหลือที่เดินรอบเตียงได้ และปลายเตียงสามารถวางโต๊ะทำงาน,ชั้นวางทีวีและยังมีพื้นที่เหลือให้เดินที่ปลายเตียงได้ ส่วนห้องอเนกประสงค์จะอยู่ติดทางเดินในพื้นที่เดียวกับห้องนั่งเล่น ภายในห้องจัดวางเตียงขนาด 3.5 ฟุตและยังพอวางโต๊ะทำงานหรือตู้เสื้อผ้าให้ใช้งานได้ หรือจะจัดฟังก์ชั่นอื่นๆ ได้ตามความเหมาะสมในการใช้งาน

วัสดุ ที่นี่ตอนเริ่มเปิดขายจะขายเป็น Fully Fitted ให้ Built-in ครัววัสดุ Top เป็นลามิเนตอุปกรณ์ Hob Hood Sink ก๊อก และเครื่องปรับอากาศ วัสดุต่างๆ ที่ได้อยู่ในมาตรฐานมีความทนทาน โดยพื้นในห้องครัว ห้องน้ำจะเป็นพื้นกระเบื้องแกรนิตโต้ ส่วนระเบียงเป็นกระเบื้องเซรามิคเช็ดล้างได้ง่าย บริเวณผนังครัวติดแกรนิตให้บริเวณ Hob Hood บางส่วนเช็ดล้างได้ง่าย ส่วนนั่งเล่นและห้องนอนเป็นพื้นลามิเนต ภายในห้องน้ำแยกส่วนเปียกส่วนแห้งและเป็นห้องน้ำสำเร็จรูปแยกส่วนเปียก วัสดุโครงการในยุคนั้นถือว่าให้มาดีกับราคาขายซึ่งปัจจุบันขยับขึ้นเกือบเท่าตัว

สาธารณูปโภค อยู่ที่ชั้น 1 และรวมไว้ที่ตึก 2 ด้านในแบ่งเป็น สระว่ายน้ำแยกสระเด็ก มีเฉลียงนั่งเล่นริมสระและมีศาลาให้นอนพักผ่อน , ห้องน้ำแยกชาย หญิง พร้อม Locker , ห้อง Fitness แยกพื้นที่สวนหย่อมออกแบบให้รวมไปกับทางเดินเชื่อมระหว่าง 2 อาคาร เป็นทางยาวและมีศาลาให้นั่งพักผ่อนระหว่างตึก 1 และ 2 บรรยากาศร่มรื่นและสงบอารมณ์รีสอร์ท สภาพต้นไม้ภายในสวนมีการดูแลรักษาให้ต้นไม้เติบโตแผ่กิ่งก้านสาขาให้ร่มเงาได้ดีเหมาะกับการพักผ่อน ใช้ระบบ Key Card Access บริเวณ Lobby มีตึกละ 2 ตัว อัตราส่วนรวมอยู่ที่ 54 : 1 สบายๆ ส่วนทางเข้าออกสำหรับผู้อาศัยจะเป็นระบบ Key Card Access ระยะใกล้

Judgement

เนื่องจากเป็นโครงการที่ขายหมดแล้ว ซึ่งปัจจุบันรูปแบบการขายเปลี่ยนแปลงเป็นแบบ Re-sale จึงมีความแตกต่างทั้งเรื่องของวัสดุ การตกแต่งภายในห้อง รวมทั้งเรื่องของราคาที่ค่อนข้างหลากหลายขึ้นอยู่กับการตกแต่งภายในห้อง ตำแหน่งห้องว่าได้อยู่ชั้นสูงหรือชั้นล่าง และความพอใจราคาจากการตกลงกันระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย ดังนั้นจึงไม่สามารถให้คะแนนในรีวิวนี้ได้ครับ

BOTTOM LINE

The Bangkok สาทร – ตากสิน เหมาะกับคนที่กำลังมองหาคอนโดพร้อมอยู่ในสภาพดี ใกล้สาทรแต่ข้ามแม่น้ำมาหน่อยและติดรถไฟฟ้า ในฝั่งขาออกไปไหนมาไหนใช้รถยนต์สะดวก แต่ต้องเผื่อเวลาเข้าเมืองสักนิด เพื่อนบ้านในโครงการไม่มากชอบความสงบ ส่วนกลางครบและดูแลรักษาได้ดีมาก ห้องขนาดใหญ่มีฟังก์ชั่นการใช้งานเป็นสัดส่วนในงบประมาณ 4.5 – 11.7 ล้านบาท หรือมีกำลังผ่อนประมาณ 32,000 – 94,000 บาท/เดือน

 

ถ้าหากอ่านแล้วมีข้อมูลต้องการแลกเปลี่ยนเพื่อให้ผู้อ่านท่านอื่น ๆ ได้ทราบถึงทำเลและรายละเอียดที่เกี่ยวข้องสามารถ Comment เพิ่มเติมได้ครับ

สมัครสมาชิกพร้อมรับข่าวสารเพิ่มเติม (คลิกที่นี่ )

Share

Leave a Reply