Fynn สุขุมวิท 31 คอนโด Low Rise 8 ชั้น ในซอยสุขุมวิท 31 จาก Yellowfynn Development [รีวิวฉบับที่ 1318]

March 31, 2017 08:001 comment

รีวิวฉบับที่ 1318 … วันนี้มีรีวิวคอนโดใจกลางเมืองย่านพร้อมพงษ์ที่เพิ่งเปิดตัวไปหมาดๆ กับ FYNN สุขุมวิท 31 คอนโด Low Rise โครงการใหม่จาก Yellowfynn Development บนที่ดินเกือบ 1 ไร่ โครงการแบ่งยูนิตออกมาให้เลือกจับจองได้เพียง 63 ยูนิต โดดเด่นด้วยรูปลักษณ์อาคารและแปลนห้องที่ลงตัวมาก เอาใจคนใช้รถด้วยที่จอดรถรวมซ้อนคันแล้วเป็น 100 % และจัดเต็ม Facilities ส่วนกลางไว้บนชั้น Rooftop มีห้องให้เลือกทั้ง 1-3 Bedroom (36-117 ตร.ม.) ขายพร้อมเฟอร์ฯ ในราคาเริ่มต้น 5.99 ล้านบาท จะเป็นอย่างไร ไปชมกันเลยค่ะ

Fact @ 31 March 2017

  • FYNN Sukhumvit 31 (ฟินน์ สุขุมวิท 31)
  • Yellowfynn Development Co., Ltd.
  • LUXURY CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment คอนโดได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ในเขต : วัฒนา
  • คอนโด Low Rise 8 ชั้น 1 อาคาร 63 ยูนิต
  • ยูนิตต่อชั้นสูงสุด 10 ยูนิต
  • ที่จอดรถประมาณ 59 คันคิดเป็น 93 % ที่จอดรถซ้อนคันอีก 6 คัน รวมเป็น 100%
  • ที่ดินประมาณ 0-3-21 ไร่
  • เริ่มก่อสร้าง : Q1 ปี 2560
  • คาดว่าจะแล้วเสร็จ : Q4 ปี 2562
  • 1 Bedroom 36 – 48 ตร.ม.
  • 2 Bedrooms 70 – 80 ตร.ม.
  • 3 ห้องนอน 113 – 117 ตรม.
  • Penthouse 150-400 ตรม.
  • ฝ้าเพดานสูง 2.65 เมตร
  • ราคาห้องเริ่มต้น 5.99 ล้านบาท
  • ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรทั้งโครงการ 175,000 บาท/ตร.ม.
  • ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรต่ำสุด-สูงสุด 165,500 – 190,000 บาท/ตร.ม.
  • EIA (การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม) : ผ่านแล้ว
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่  
  • โทร  : 092-201-9999

เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วค่ะ

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างค่ะ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด :13.741561, 100.566931

แผนที่จากทางโครงการ FYNN สุขุมวิท 31 เป็นโครงการในย่าน Prime Area ที่ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 31 หรือที่มักจะเรียกกันว่า ” ซอยสวัสดี ” อยู่เยื้องๆ กับร้านอาหาร Le Vendome จากที่ตั้งโครงการมีระยะห่างจาก BTS อโศก/ MRT สุขุมวิท ประมาณ 1 กม. เป็นระยะทางที่จะต้องต่อรถไปหน่อย ซึ่งทางโครงการก็มีบริการรถ Shuttle Service รับส่ง BTS อโศก คอยให้บริการนะคะ สำหรับคนที่เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว เส้นทางแถวนี้บางส่วนจะเป็นวันเวย์นะคะ ถ้าคนมาอยู่แรกๆ ยังไม่ชิน คงต้องจำกันซักหน่อย ซึ่งเส้นทางในย่านนี้มีทางลัดหลายเส้นทางทำให้การเดินทางสะดวกมากทีเดียว

รีวิวพาชมทำเล FYNN สุขุมวิท 31 : “คลิกที่นี่” 


ต่อเนื่องมาจากคราวที่แล้วที่พาไปชมทำเลกันนะคะ สำหรับคิววันนี้เราจะพามาชมสำนักงานขายและห้องตัวอย่างของโครงการกันต่อ สำนักงานขายถูกออกแบบด้วยคอนเซปต์เดียวกันกับคอนโดเลยนะคะ โดยเน้นช่องเปิดที่มีขนาดใหญ่ ใช้ Fin สีขาวช่วยบังสายตา ให้เกิด Privacy แก่พื้นที่ภายในอาคารและลดทอนความทึบตันให้กับอาคาร  ตัว Fin นี้ใช้วัสดุอลูมิเนียมพ่นสีขาว มีความคงทน สำหรับสำนักงานขายเป็นอาคารชั่วคราวที่ตั้งอยู่บนที่ดินของโครงการจริงๆ เลย เราจึงสามารถเห็นบรรยากาศโดยรอบได้ชัดเจน

บรรยากาศภายในที่ดิน ตอนนี้เคลียร์เป็นพื้นที่โล่งเตรียมก่อสร้างนะคะ ส่วนพื้นที่ข้างเคียงก็ตามที่เห็นเลย ฝั่งซ้ายจะเป็นถนนส่วนบุคคลและบ้าน 2 ชั้น ดูยากซักนิดหนึ่งเพราะโครงการปลูกไผ่บังล้อมรั้วไว้ตลอดแนว ด้านในจะติดกับอาคารสีขาว ของโรงเรียนสาธิต มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร สูง ~10 ชั้น ส่วนทางขวาติดกับคอนโดรุ่นพี่อย่าง Voque สุขุมวิท 31 สูง 8 ชั้น

ส่วนด้านหน้าโครงการจะติดกับซอยสุขุมวิท 31 (ซอยสวัสดี) ฝั่งตรงข้ามถนนเป็นที่ดินเปล่าของบุคคลอื่น ก็ต้องรอดูกันต่อไปว่าอนาคตจะก่อสร้างเป็นอะไรหรือเปล่านะคะ

เข้ามาภายในสำนักงานขาย ได้รับการตกแต่งไว้ให้เกิด Mood & Tone เหมือนกับ Lobby ของโครงการที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ดูโปร่ง โล่ง ด้วยผนังกระจกตลอดแนวผนัง และหรูหราด้วยวัสดุและเฟอร์นิเจอร์ที่เลือกใช้ค่ะ
สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น
  • EmQuartier
  • Emporium
  • Terminal 21
  • 39 Boulevard
  • Taka Town
  • มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร
  • Anglo Singapore International School
  • สวนเบญจสิริ

 


เจาะลึกตัวโครงการ

โครงการ Fynn สุขุมวิท 31 เป็นคอนโด Low Rise 8 ชั้น ถูกพัฒนาโดย YellowFynn Development ที่หลายๆ คนคงจะรู้จักในนามผู้พัฒนาโครงการ Fynn Aree ซึ่งจริงๆ แล้ว Developer เจ้านี้มีชื่อเสียงมาจากธุรกิจโรงแรมที่หาดเทียนบีช รีสอร์ต เป็นที่มาของ Concept ในการออกแบบที่เน้นให้เกิดความเป็นส่วนตัว และเหมาะกับการพักผ่อนด้วยช่องเปิดที่ค่อนข้างกว้าง ภายในแต่ละยูนิตจะมีพื้นที่สีเขียว เพื่อให้เกิดบรรยากาศที่ผ่อนคลาย

ตัวอาคารมีการออกแบบที่สะดุดตา โดดเด่นด้วย Shading บังแดดสีขาวทรงสูง ที่นอกจากจะช่วยบังแดดให้กับห้องพักอาศัยแล้วยังช่วยลดทอนความทึบตันของอาคารอีกด้วย โครงการนี้แบ่งจำนวนห้องพักอาศัยมาเพียง 63 ยูนิต ถือว่าแบ่งห้องออกมาค่อนข้างน้อย ผู้อยู่อาศัยจึงได้ความเป็นส่วนตัวค่อนข้างมาก แบบห้องมีให้เลือกทั้งแบบ 1 Bedroom (36-48 ตร.ม.), 2 Bedroom (70-80 ตร.ม.), 3 Bedroom (113-117 ตร.ม.) และ Penthouse (150-400 ตร.ม.) โดยจะเน้นไปที่ห้องแบบ 1 Bedroom ประมาณ 52% ส่วนที่เหลืออีก 48% จะเป็นห้องใหญ่หน่อยมีให้เลือกตั้งแต่แบบ 2-3 Bedroom ไปจนถึง Penthouse เลยค่ะ

ก่อนจะพาไปชมรายละเอียดโครงการ จะพาไปดูโมเดลของ “FYNN สุขุมวิท 31 กันก่อน ตัวอาคารแยกออกเป็น 2 ส่วนหลักๆคือ ส่วนที่เป็นชั้นพักอาศัย ก็จะมีตั้งแต่ชั้น 1-8 เลย  อีกส่วนหนึ่งคือพื้นที่ Facilities ที่จัดเต็มไว้บนชั้น Rooftop

จากทางเข้าโครงการจะมีป้อมรปภ. อยู่ด้านหน้าบริเวณทางเข้าออก โครงการแยกทางเดินสำหรับเข้า – ออก กับทางเข้าที่จอดรถไว้ชัดเจนทำให้การเดินเข้าออกโครงการมีความปลอดภัยดี ส่วนรถยนต์เมื่อเข้ามาในโครงการแล้ว จะมีเส้นทางที่ตรงเข้าไปจอดรถใต้อาคาร

อาคารทางทิศเหนือจะติดกับคอนโด Voque สูง 8 ชั้น ห้องทิศนี้ส่วนใหญ่จัดมาเป็นห้องแบบ 1 Bedroom 36 ตร.ม. ซึ่งเป็นขนาดเล็กสุดของโครงการ ส่วนด้านหน้าโครงการที่หันเข้าหาซอยสุขุมวิท 31 จัดมาเป็นห้องแบบ 3 Bedroom และ Penthouse โดยฝั่งนี้จะได้เปรียบหน่อยที่ได้ถนนการันตีแน่ๆ ว่าในอนาคตจะไม่มีอาคารมาขึ้นในระยะประชิด จากมุมนี้จะเห็นห้อง Fitness ที่ถูกจัดวางไว้บนชั้น 8 แต่ Facilities หลักๆ ทั้งหมดก็อยู่บนชั้น Rooftop นะคะ

ส่วนด้านหลังโครงการจะติดกับอาคารสูง 10 ชั้น ซึ่งทางโครงการก็สามารถจัดแปลนห้องออกมาได้ดี สามารถหามุมเปิดช่องแสงให้กับห้องพักได้ โดยจะจัดช่องแสงของห้องในทิศนี้หันไปทางบ้านพักอาศัย 2 ชั้นแทนค่ะ

มาดูอาคารทางทิศใต้กันต่อ เป็นฝั่งที่ผู้เขียนชอบมากที่สุดในตอนนี้นะคะ เพราะช่องแสงของห้องทิศนี้จะหันเข้าทางบ้านพักอาศัย 2 ชั้น เปิดมุมโล่งๆ ให้ลมเข้าได้สบาย แต่อนาคตก็ต้องรอดูกันต่อไปว่าจะก่อสร้างเป็นอะไรหรือเปล่านะคะ

จุดเด่นหนึ่งของโครงการนี้ที่ไม่พูดไม่ได้เลย คือการออกแบบภายนอกอาคาร ที่ดูโดดเด่น สะดุดตาด้วย Fin สีขาว ที่ช่วยลดทอนความทึบตันของตัวอาคารอย่างเห็นได้ชัดเจน

ต่อไปจะพาขึ้นมาดู Facilities ที่จัดเต็มบนชั้น Rooftop ทั้งชั้น มีทั้งส่วนที่เป็นสวนและสระว่ายน้ำ ซึ่งจะแยกฟังก์ชันไว้หลากหลายทีเดียว มาดูส่วนของสวนกันก่อน จะแบ่งพื้นที่ออกเป็นโซน BBQ Area & Bar Facilities, Multi-Purpose Area และ Pocket Park ลูกบ้านสามารถขึ้นมาจัดปาร์ตี้ มานั่งเล่นเปลี่ยนบรยากาศบนชั้นนี้กันได้

ในส่วนของสระว่ายน้ำจะมีทั้งส่วนของ Lap Pool ให้ว่ายน้ำกันยาวๆ ได้ มีส่วนของ Kid Pool สำหรับเด็กเล็ก และมีบ่อ Jacuzzi ให้มานั่งผ่อนคลายกันด้วย

นอกจากนี้ยังมีพื้นที่นั่งเล่นอีกบรรยากาศหนึ่ง ได้แก่ Shallow Water Lounge Area เป็นพื้นที่นั่งเล่นกลางน้ำ และมี Pool Pavilion เป็นพื้นที่นั่งเล่นริมสระอีกด้วยค่ะ อย่างไรก็ตาม Facilities บนชั้น Rooftop นี้คงเหมาะที่จะมาใช้งานในเวลาเย็นๆ ที่แดดร่มลมตกแล้วนะคะ

ต่อไปมาดูแปลนอาคารกันนะคะ เริ่มกันที่ผังชั้น 1 โครงการ FYNN สุขุมวิท 31 มีทางเข้าออกโครงการทางเดียวคือทางซอยสวัสดี ที่ดินด้านหน้าโครงการติดถนนประมาณ 25 ม. วางอาคารเต็มที่ดิน ส่วนด้านลึกที่สุดมีความยาวประมาณ 50 ม. เป็นความลึกที่ไม่มาก แม้ว่าจะจอดรถติดรั้วด้านในสุดโครงการก็สามารถเดินได้สบาย การเข้าถึงอาคารแยกส่วนรถและทางเดินเข้าไว้ชัดเจน ทำให้เป็นสัดส่วนดี ไม่ต้องกังวลว่าจะต้องเดินหลบรถค่ะ

ห้องพักอาศัยเริ่มตั้งแต่ชั้น 1 เลยนะคะ ความพิเศษของห้องพักชั้นนี้คือจะได้วิวสวนชั้นล่างที่ทางโครงการจะตกแต่งไว้โดยรอบโครงการ ทำให้ห้องพักอาศัยในชั้นนี้ได้ประโยชน์จากวิวสวนโดยไม่ต้องดูแลรักษาเองเลย แต่ก็มีข้อเสียนิดหน่อย ที่พื้นที่สาวนในชั้นนี้เป็นพื้นที่ส่วนกลางก็อาจจะมีคนเดินเข้ามาใช้งานสวน ทำให้เสีย Privacy ไปได้เหมือนกัน  สำหรับห้องพักอาศัยชั้นนี้มีเพียง 6 ยูนิต ดังนี้

  • ห้อง 1 Bedroom ขนาด 36 ตร.ม. 4 ห้อง เป็นแบบที่มีจำนวนยูนิตมากที่สุดในชั้น
  • ห้อง 2 Bedroom ขนาด 70-80 ตร.ม. อีก 2 ห้อง

ในชั้นนี้พื้นที่นอกอาคารจัดเป็นพื้นที่สวนส่วนกลางทั้งหมด ไม่มีส่วนของพื้นที่จอดรถนะคะ สำหรับที่จอดรถทางโครงการรองรับด้วยชั้นใต้ดิน 2 ชั้น ที่แบ่งออกเป็นช่องจอดรถแบบธรรมดา และแบบช่องจอดอัตโนมัติ รวมเป็นที่จอดรถประมาณ 59 คัน คิดเป็น 93 % ถ้ารวมกับที่จอดซ้อนคันอีก 6 คัน จะได้ที่จอดรถเป็น 100% รองรับลูกบ้านได้ทุกห้อง ห้องละคันเลยนะคะ เส้นทางเดินรถในอาคารเมื่อขับเข้ามาด้านในพื้นที่โครงการ จะเป็นทางบังคับให้ลงสู่พื้นที่จอดรถชั้นล่าง ถ้าต้องการจอดส่งลูกบ้าน ก็จะมีประตูทางเข้าอาคารอีกทางที่ติดกับ Mailbox สามารถจอด Drop หน้าประตูได้ สำหรับความปลอดภัยนั้นจะเริ่มใช้ Key Card ตั้งแต่ตัวลิฟท์นะคะ แขกของลูกบ้านจึงสามารถมานั่งรอในส่วนของ Lobby ได้อยู่ค่ะ

  • ประตูทางเข้า Lobby —>ไม่ต้องใช้ Key Card แขกของลูกบ้านสามารถเข้ามารอในส่วน Lobby ได้
  • ตัวลิฟท์ —>ใช้ Key Card แขกของลูกบ้านต้องรอลูกบ้านมารับขึ้นส่วนพักอาศัยเท่านั้นค่ะ
  • ประตูทางเข้าฝั่ง Mail Box —>ใช้ Key Card จึงใช้ได้เฉพาะลูกบ้านเท่านั้น
  • ประตูทางเข้าโซนห้องพักอาศัยในชั้น 1 —>ใช้ Key Card เช่นกัน

สิ่งอำนวยความสะดวกในชั้นนี้จะมี Double Volume Lobby ที่ออกแบบฝ้าเพดานไว้ 2 ชั้น จึงได้บรรยากาศที่โปร่งโล่ง เหมือนในสำนักงานขาย ซึ่ง Mood&Tone ในการตกแต่งก็จะเหมือนในสำนักงานขายด้วย นอกจากนี้ก็จะมี Double-Volume Feature Library และ Recreation Area ที่ถูกล้อมด้วย Reflective Pond ช่วยเปลี่ยนบรรยากาศให้ดูผ่อนคลายตั้งแต่บริเวณทางเข้าโครงการค่ะ

ภาพจำลองบรรยากาศบริเวณหน้าทางเข้าโครงการ เป็น Reflective Pond 2 ด้านที่ช่วยเปลี่ยนบรรยากาศ ให้ความรู้สึกที่ผ่อนคลาย ส่วนห้องกระจกทางทางขวานั้นเป็นห้อง Double-Volume Feature Library ซึ่งเข้าได้จากทาง Lobby ในอาคารค่ะ

ภาพจำลองบรรยากาศภายใน Double Volume Lobby ของโครงการ

ภาพจำลองบรรยากาศ Double-Volume Feature Library ของโครงการ

ภาพจำลองบรรยากาศพื้นที่ Recreation Area ที่เชื่อมจาก Library ออกมายังพื้นที่ภายนอก

มาต่อกันที่ชั้น 2 จะเป็นพื้นที่ของห้องพักอาศัยเต็มชั้น สำหรับห้องพักอาศัยชั้นนี้มี 9 ยูนิต ดังนี้

  • ห้อง 1 Bedroom ขนาด 36-47 ตร.ม. 5 ห้อง
  • ห้อง 2 Bedroom ขนาด 70-80ตร.ม. อีก 3 ห้อง
  • ห้อง 3 Bedroom ขนาด 117 ตร.ม. 1 ห้อง

ห้องพักในชั้นนี้จะหันหน้าทางทิศเหนือและทิศใต้เป็นหลัก ซึ่งจัดเป็นทิศยอดนิยมในการเลือกห้องพักอยู่แล้วนะคะ ทางเดินจัดเป็น Double Corridor วางห้องพักขนาบทางเดิน 2 ฝั่ง ลิฟต์มี 2 ตัวเป็นแบบล็อกชั้น มีอัตราส่วนลิฟท์เฉลี่ยทั้งโครงการถือว่าน้อยมากอยู่ที่ 32 : 1 จึงใช้งานกันแบบสบายๆ ตามสไตล์โครงการเล็กๆ ส่วนบันไดหนีไฟจะมีอาคารละ 2 ตำแหน่งกระจายตัวอยู่ทั้งฝั่งซ้ายขวาของอาคาร ซึ่งบันไดทั้งหมดสามารถลงไปยังชั้น 1 ได้ค่ะ การจัดวางห้องในอาคารใช้วิธีการจัดวางเรียงไปตามรูปทรงอาคาร จะมีไม่กี่ห้องเท่านั้นที่ประตูห้องตรงกับแนวทางเดิน ข้อดีของโครงการนี้อีกอย่างหนึ่งคือการจัดวางห้องพัก ที่เน้นให้แต่ละห้องได้ช่องเปิดที่ค่อนข้างกว้าง และวางหลบมุมกันเพื่อให้เกิดความเป็นส่วนตัวของการอยู่อาศัยจริง เราจึงเห็นแปลนของอาคารมีเหลี่ยมมุมหลายจุด ซึ่งตรงนี้ถือเป็นงานออกแบบที่ดีของโครงการค่ะ

ต่อไปเป็นเรื่องของวิว ซึ่งตามปกติผู้ที่เลือกคอนโด Low Rise คงไม่ได้เน้นเรื่องนี้มากเท่าไหร่ จะไปเน้นเรื่องห้อง เรื่องตัวโครงการที่อยู่สบายมากกว่า จึงขอสรุปสั้นๆแล้วกันค่ะ สำหรับห้องที่หันไปทางทิศใต้เป็นทิศที่ดีที่สุด น่าอยู่สุด เพราะติดกับถนนส่วนบุคคลและถัดไปคือบ้านอยู่อาศัย 2 ชั้น ทำให้ได้ความสงบและมองวิวโล่งๆออกไปได้ ส่วนห้องทางทิศตะวันออกจะหันออกทางซอยสวัสดี จึงได้มุมโล่งเหมือนกัน แต่ด้วยความที่ติดถนนจึงมีความพลุกพล่านของรถที่ขับผ่านไปมาอยู่ด้วย ส่วนห้องที่หันทางทิศเหนือและตะวันตกจะคล้ายๆ กันคือ โดนบล๊อกด้วยอาคารที่อยู่ติดกันจนถึงชั้น 8 เลย 2 ทิศนี้จะไม่ได้วิว แต่ก็ไม่ได้แดดนะคะ เพราะมีอาคารบังแดดให้ค่ะ

มาต่อกันที่ ชั้น 3-6 ของตึกค่ะ จะมีแปลนเหมือนกับชั้น 2 เลย ต่างกันคือในชั้นนี้ห้องพักอาศัยจะเพิ่มขึ้นเป็น 10 ยูนิต คือเพิ่มห้อง 3 Bedroom ฝั่งทิศตะวันออกมาอีก 1 ห้อง ดังนี้

  • ห้อง 1 Bedroom ขนาด 36-48 ตร.ม. 5 ห้อง
  • ห้อง 2 Bedroom ขนาด 70-80ตร.ม. อีก 3 ห้อง
  • ห้อง 3 Bedroom ขนาด 113-115 ตร.ม. 2 ห้อง

เรื่องของวิวจะเหมือนกับชั้น 2 เลยค่ะ ต่างกันที่ห้องพักทางทิศใต้และตะวันออก ที่ชั้นยิ่งสูงขึ้นก็ยิ่งได้วิวที่โปร่งโล่งขึ้นเรื่อยๆ ค่ะ

มาต่อกันที่ ชั้น 7 จะมีแปลนเหมือนกับชั้น 3-6 เลย ต่างกันคือในชั้นนี้จะมีห้อง Penthouse มาแทนห้องพักแบบ 3  Bedroom จึงมีจำนวนยูนิตต่อชั้นที่ 9 ยูนิตค่ะ ส่วนเรื่องวิวจะเหมือนกับที่ชั้น 6 นะคะ

ขึ้นมาที่ชั้น 8 จำนวนห้องพักอาศัยในชั้นนี้จะลดลงเหลือเพียง 4 ยูนิต เพราะพื้นที่บางส่วนจะกลายเป็น Facilities ส่วนกลาง ได้แก่ ห้อง Fitness และ Changing Room & Steam การวางตำแหน่งของ Lift เชื่อมต่อกับพื้นที่ส่วนกลางค่อนข้างลงตัวทีเดียว เพราะพื้นที่ส่วนกลางจะอยู่ติดกับ Lobby เลย ทำให้เวลาที่ลูกบ้านชั้นอื่นจะมาใช้งาน ก็สามารถเดินเข้าห้อง Fitness ได้เลย ไม่ต้องเดินผ่านห้องพักในชั้นนี้ ทำให้ผู้อยู่อาศัยในชั้นนี้ไม่เสียความเป็นส่วนตัวไปค่ะ ตรงข้ามห้อง  Fitness มีบันไดหนีไฟอยู่ บันไดตรงนี้นอกจากจะใช้หนีไฟแล้ว ยังใช้เป็นทางขึ้นพื้นที่ส่วนกลางที่จัดเต็มอยู่บนชั้น Roof Top ด้วยนะคะ

ภาพจำลองบรรยากาศภายในห้อง Fitness ดูเรียบหรู ผนังส่วนหนึ่งเป็นกระจก ให้แสงจากภายนอกผ่านเข้ามาได้ ทำให้ภายในดูโปร่งขึ้น เมื่อดูจากตำแหน่งของห้อง Fitness แล้ว ฝั่งกระจกจะหันไปทางคอนโด Voque ที่สูง 8 ชั้นจึงน่าจะโดนบล๊อกวิว แต่ก็น่าจะได้แสงธรรมชาติผ่านเข้ามา ทำให้ห้องดูโปร่งได้

มาต่อกันที่ชั้น Roof Top ค่ะ ชั้นนี้จะไม่ได้ขึ้นถึงด้วยลิฟต์นะคะ ลิฟต์จะสุดที่ชั้น 8 แล้วต้องขึ้นบันไดมาอีกที โดยชั้นนี้ทางโครงการจัดเต็มให้เป็น Facilities ของโครงการทั้งชั้น ได้แก่ สระว่ายน้ำที่แยกพื้นที่สระเด็กไว้เรียบร้อย มีส่วนของ Jacuzzi, Shallow Water Lounge Area และ Pool Pavilion อีกฝั่งหนึ่งเป็นส่วนของสวนส่วนกลางที่แยกโซนต่างๆ ออกมาเป็น BBQ Area and Bar Facilities ให้ลูกบ้านสามารถมาใช้สถานี่จัดปาร์ตี้เล็กๆ บนนี้ได้ นอกจากนี้ยังมีส่วนของ Pocket Park และ Multi-Purposed Area อีกด้วย ซึ่งการจัดเต็ม Facilities บนชั้น Roof Top แบบเต็มชั้นอย่างนี้ หาได้ยากทีเดียวเมื่อเทียบกับโครงการ Low Rise ในทำเลเดียวกันค่ะ

ภาพจำลองบรรยากาศบริเวณ Lap Pool ซึ่งเป็นสระระบบเกลือ มีขนาดกว้างยาว 3.5 x 15 ม. ลึก 1.2 ม.

ภาพจำลองบรรยากาศบริเวณ Jacuzzi และ Pool Pavilion

ภาพจำลองบรรยากาศภาพรวมของชั้น Roof Top ที่จะมีทั้งส่วนของสระว่ายน้ำและสวนส่วนกลาง ที่แยกย่อยออกเป็นฟังก์ชันต่างๆ

 

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • Double-Volume Lobby and Reception
  • Swimming Pool with Shallow Water Lounge Area
  • Jacuzzi & Pool Pavilion
  • Steam Rooms
  • Fitness
  • Sun Deck
  • Double-Volume Feature Library
  • Kid’s Zone
  • Sky Garden with BBQ Area
  • Multi-Purposed Area
  • ลิฟท์โดยสาร 2 ตัว/อาคาร อัตราส่วนลิฟท์รวมทั้งโครงการ 32 : 1
  • ที่จอดรถประมาณ 59 คันคิดเป็น 93 % รวมจอดซ้อนคัน 6 คัน คิดเป็น 100%
  • ระบบ CCTV / Access Card

 


Product Walkthrough

ห้องพักอาศัยมีให้เลือกหลายขนาดเลยนะคะ ตั้งแต่ 1-3 Bedroom 36-117 ตร.ม. ไปจนถึง Penthouse 150-400 ตรม. วันนี้มีห้องตัวอย่างมาให้ชมกัน 2 แบบ คือ แบบ 1 Bedroom ขนาด 36 ตร.ม. ซึ่งเป็นแบบที่มียูนิตมากที่สุดในโครงการ และอีกแบบคือ แบบ 2 Bedroom ขนาด 80 ตร.ม. โครงการขายแบบ Fully Furnished ให้ของครบ ไม่ต้องแต่งเพิ่มเยอะ จะเป็นอย่างไรไปชมกันต่อเลยค่ะ

ห้อง 1 Bedroom Type A3 เป็นการวางแปลนของห้องขนาดเล็กที่ลงตัว ความพิเศษของ Layout แบบนี้คือประตูกั้นห้องที่กั้นระหว่างห้องนั่งเล่นและห้องนอนที่มีข้อดีคือเวลามีแขกมาก็สามารถดึกประตูบานเลื่อนออกมากั้นพื้นที่ห้องนอนกับห้องนั่งเล่นได้ ส่วนเวลาที่อยู่คนเดียวสามารถเปิดประตูเลื่อนออก แล้วนอนดูทีวีจากบนเตียงได้เลย เป็นการใช้ประโยชน์พื้นที่ใช้สอยของห้องได้เต็มที่ และมีห้องน้ำในตัวเลย ซึ่งห้องน้ำจะออกแบบให้เข้าได้ 2 ทาง ทั้งจากทางห้องนอน และทางห้องครัว เวลาที่ผู้อยู่อาศัยอยู่ห้องก็สะดวกสบาย ส่วนเวลามีแขกมาก็สามารถเข้าห้องน้ำจากทางครัวได้ ไม่ต้องเดินผ่านห้องนอนค่ะ

ส่วนครัวจะได้ครัวแบบครัวเปิด ตำแหน่งอยู่ติดกับประตูทางเข้าห้องเลย เหมาะกับเตรียมอาหารอาหารเบาๆ ไม่เน้นผัด หรืออาหารที่มีกลิ่นแรงๆ การวางตำแหน่งครัวอยู่ด้านหน้าดีตรงที่ ถ้าวันไหนไปช้อปปิ้งของกินของใช้เข้าบ้านมาหนักๆ พอมาถึงห้องปุ๊บก็เอามาวางพักไว้ตรงนี้ได้ หรือเก็บของสดเข้าตู้เย็นได้เลย ติดกันเป็นโต๊ะอาหาร 2 ที่นั่ง ถัดจากครัวจะเป็นห้องนั่งเล่นที่ให้โซฟาขนาด 2 ที่นั่ง ด้านในมีพื้นที่อเนกประสงค์ที่สามารถตั้งโซฟาเล็กๆ หรือจัดเป็นมุมตั้งโต๊ะเขียนสือก็ได้ ส่วนระเบียงเป็นพื้นที่ที่ใช้งานได้จริง เพราะทางโครงการไม่ได้จัดตำแหน่งของ Compressor แอร์ไว้ที่ระเบียงเหมือนโครงการอื่นๆ และยังแถมต้นไทรใบสักที่ปลูกไว้ในกระถางเรียบร้อยตามแบบในห้องตัวอย่างด้วยค่ะ

สำหรับห้องของที่โครงการขายแบบ Fully Furnished จะได้เฟอร์นิเจอร์ Built-in ตามห้องตัวอย่างอยู่แล้วนะคะ ส่วนพวกเฟอร์ฯ ลอยตัว ของห้อง Type นี้ ก็จะได้ตามภาพนี้เลยค่ะ

ประตูหน้าห้องได้บานไม้ปิดผิวด้วยลามิเนต สูงประมาณ 2.3 ม. ติดตั้ง Digital Door Lock มาให้ เป็นรุ่น 3 ระบบ คือใช้ได้ทั้งรหัส ใช้การ์ด และกุญแจ ยี่ห้อ Samaung หรือเทียบเท่า พร้อมมือจับแบบก้านโยก

เข้ามาในห้องจะเจอกับเคาน์เตอร์ครัวทางฝั่งขวา ฝั่งซ้ายเป็นห้องน้ำ ถัดเข้าไปเป็นห้องนั่งเล่นอยู่ติดกับหน้าต่าง รับแสงธรรมชาติจากด้านนอกเข้ามาในห้อง ด้านหลังโซฟาเป็นห้องนอน มีประตูเลื่อนกั้นเพิ่มความเป็นส่วนตัว ห้องมีความสูงของฝ้าเพดานที่ 2.65 ม. ซึ่งเป็นระยะที่สูงกว่าห้องพักของคอนโด Low Rise ในย่านนี้ ส่วนพื้นห้องของ Type นี้ทั้งหมดจะได้เป็น Homogenius Tile ลายหินอ่อน ขนาด 60x 60 ซม. ซึ่งกระเบื้องชนิดนี้มีการผลิตเลียนแบบหินธรรมชาติโดยการนำเอาสีเซรามิกเข้าไปผสมกับเนื้อดินเพื่อให้เกิดสีขึ้นในเนื้อดินเลย ทำให้กระเบื้องทั้งแผ่นมีสีเหมือนกัน นั่นเป็นข้อดีคือเมื่อเราใช้กระเบื้องไปนานๆจนเกิดการกร่อนของผิวหน้า กระเบื้องจะยังไม่เกิดปัญหาเหมือนกับกระเบื้องที่เคลือบผิว เพราะเมื่อผิวด้านบนสึกไปพื้นด้านล่างก็ยังคงมีสีเช่นเดียวกับพื้นด้านบน คุณสมบัติสำคัญคือการดูดซึมน้ำต่ำ มีความทนทานในการใช้งานค่ะ

มาดูพื้นที่ใช้สอยด้านหน้าห้องที่เป็นส่วนครัว และพื้นที่รับประทานอาหารกันก่อน โครงการ Built-in ตู้ต่างๆ มาให้เรียบร้อย ห้องจริงก็จะได้แบบนี้เลย แต่จะไม่ได้ให้เครื่องใช้ไฟฟ้า 3 ชิ้น คือ ตู้เย็น, เครื่องซักผ้า และ ทีวี ค่ะ

โครงการ Built-in ตู้เก็บรองเท้ามาให้ติดกับประตูห้องเลย เป็นตู้ไม้ปิดผิวลามิเนต ภายในแบ่งเป็นชั้นๆ เก็บได้หลายคู่ทีเดียว ช่องบนแบ่งเป็นตู้เก็บของใช้หรือของตั้งโชว์ก็ได้

อีกฝั่งหนึ่งของประตูเป็นตู้ใส่เครื่องซักผ้าซึ่งได้วัสดุแบบเดียวกับตู้ใส่รองเท้าเลยนะคะ ภายในมีชั้นวางของไว้ สำหรับวางตะกร้าหรือน้ำยาซักผ้าต่างๆ

ถัดมาจะเป็นส่วนของพื้นที่ครัว ซึ่งเป็นครัวแบบเปิดจึงไม่เหมาะกับการทำอาหารที่มีกลิ่นแรงซักเท่าไร ส่วนนี้จะ Built-in Counter ครัวและเว้นพื้นที่สำหรับวางตู้เย็นไว้ให้ ในห้องตัวอย่างติดตั้งตู้เย็นขนาด 8.4 คิวไว้ เวลาเลือกซื้อตู้เย็นเข้าห้องอย่าลืมคำนึงเรื่องขนาดพื้นที่วางด้วยนะคะ ส่วน Counter ครัวได้เป็นตัวครัวตัว I พอเหมาะกับการใช้งานในคอนโดแบบ 1 ห้องนอน

เคาน์เตอร์ครัวด้านล่างมีตู้เก็บของเป็นตู้บานเปิดปิดและลิ้นชัก หน้าบานปิดผิวไฮกลอส ซึ่งบานพับจะเป็นแบบ Soft Close ตู้หนึ่งเป็นลิ้นชัก 2 ตอน ไว้เก็บช้อนส้อม เก็บจาน พร้อมตู้โล่ง 1 ช่อง ซึ่งทางโครงการจะติดตั้งไมโครเวฟของ Siemens มาให้ตามแบบในห้องตัวอย่างเลยนะคะ อีกตู้หนึ่งไว้ใช้เก็บของเล็กๆน้อยๆได้แต่ใส่ของเต็มไม่ได้นะคะเพราะต้องเว้นพื้นที่เผื่อซ่อมแซมอ่างล้างจานค่ะ

มาดูส่วนบนของเคาน์เตอร์ครัวกันบ้าง ให้ช่องเคาน์เตอร์มา 3 ช่องนะคะ ช่องหนึ่งเป็นซิงค์ล้างจาน อีกช่องเป็นเตาไฟฟ้าพร้อมเครื่องดูดควัน อีกช่องเป็นเคาน์เตอร์โล่งไว้ให้เป็นพื้นที่เตรียมอาหาร Top Counter ได้วัสดุเป็นหินสังเคราะห์ผสมหิน Quartz ส่วน Backsplash ในห้องจริงจะได้เป็นกระจกเงาสีดำ เวลาปรุงอาหารแล้วกระเด็นก็สามารถเช็ดทำความสะอาดได้ง่าย

มือจับตู้ถูกออกแบบให้ขอบด้านบนถูกเฉือนเป็นสามเหลี่ยม เพื่อให้เกิดช่องสำหรับสอดมือไปดึงลิ้นชักออกได้ ซึ่งแบบนี้มีข้อดีที่ไม่ต้องกลัวมือจับตู้หลุดอีกต่อไปค่ะ

ถัดไปเป็นซิงค์ล้างจานของ Franke มีขนาดพอใส่จานใส่แก้วได้ 2-3 ใบ และมีความลึกพอสมควรที่จะล้างแล้วน้ำไม่กระเด็นออกมา ส่วนก๊อกน้ำได้ของ Hafele

เตาไฟฟ้าแบบ 2 หัวของ Siemens จะใช้อุ่นอาหารเล็กๆน้อยๆ หรือ ทำอาหารทานกันในห้องก็ได้ มาพร้อมเครื่องดูดควันของ Siemens โดยจะต่อท่อดูดควันออกไปข้างนอกให้เรียบร้อย

ตู้ลอยสำหรับเก็บของด้านบนเป็นตู้บานเปิด 3 ตู้ ภายในแบ่งเป็นช่องเก็บของ ตัวบานพับเปิดปิดเป็นแบบ Soft Close เช่นเดียวกับตู้ใต้เคาน์เตอร์ครัวนะคะ

ถัดมาที่ชุดโต๊ะเก้าอี้วางชิดผนังอีกฝั่งหนึ่งได้เป็นโต๊ะทานอาหารแบบ 2 ที่นั่ง จากขนาดโต๊ะสามารถใช้งานได้จริง วางจานข้าวและกับข้าวได้สัก 2 อย่าง ถ้าครอบครัวไหนชอบทานกับข้าวหลายๆ อย่าง โต๊ะก็จะแน่นๆ หน่อย ลองหาโต๊ะแบบที่สามารถพับเก็บและขยายได้ก็จะมีพื้นที่ให้วางจานอาหารเพิ่มขึ้น

ลองขยับเก้าอี้ดู ก็มีพื้นที่เหลือพอให้เข้าไปนั่งได้สะดวก

ถัดมาในส่วนของพื้นที่นั่งเล่นมีการจัดวางชุดโซฟาขนาด 2 ที่นั่ง ระยะดูทีวีของห้องนั่งเล่น มีระยะห่างประมาณ 2.1 เมตร มีขนาดทีวีที่เหมาะสมอยู่ที่ 46 นิ้ว โดยทีวีที่ห้องตัวอย่างจัดไว้จะเป็นแบบตั้งบนชั้นวางทีวี แต่ถ้าต้องการใช้แบบติดผนังก็สามารถทำได้ค่ะ นอกจากนี้ยังได้โต๊ะกลางตามห้องตัวอย่างที่จะแถมมาให้ในห้องจริงค่ะ

ชุดโซฟาตัว L ขนาด 2 ที่นั่ง ที่ได้ในห้องนั่งเล่น พร้อมโต๊ะกลางตามแบบในห้องตัวอย่างเลย พื้นเป็น Homogenious Tile ลายหินอ่อน ขนาด 60x 60 ซม. ยาวต่อเนื่องตั้งแต่ส่วนครัว ห้องนั่งเล่น ไปจนถึงในห้องนอนเลยค่ะ

ชั้นวางทีวีที่ได้จะเป็นตู้บานเปิด 4 บาน โดย Top ของชั้นวางทีวีจะได้เป็นกระจกสีดำนะคะ ส่วนการตกแต่งผนังด้านหลังได้เป็น Wallpaper เท่านั้นนะคะ ไม่ได้แต่งแบบห้องตัวอย่าง

ถัดเข้ามาด้านในห้องนั่งเล่นจะมีส่วนที่ติดกับหน้าต่าง ทางโครงการจัดไว้ให้เป็นพื้นที่ตั้งโซฟาอีกตำแหน่งหนึ่ง สามารถนอนดูหนังได้จากมุมนี้ ซึ่งห้องจริงจะไม่ได้โซฟาและชั้นวางของตรงนี้ โดยพื้นที่ตรงนี้สามารถปรับเป็นโต๊ะทำงานหรืออ่านหนังสือก็ได้นะคะ

ด้านข้างมีประตูบานเลื่อนเปิดเข้าสู่พื้นที่ระเบียง ซึ่งจะใช้งานได้จริงไม่ได้เป็นที่ตั้ง Compressor แอร์เหมือนโครงการส่วนใหญ่ ทำให้สามารถใช้งานได้จริง ส่วนตำแหน่งตั้ง Compressor แอร์ ถูกออกแบบให้อยู่ด้านหลังหน้าต่างที่อยู่ติดกัน สามารถเปิดให้ช่างออกไปดูแลรักษาได้ค่ะ

ต่อไปมาดูห้องนอนกันค่ะ จะอยู่ด้านหลังห้องนั่งเล่น แยกส่วนกันด้วยประตูบานเลื่อน 3 ตอน วัสดุประตูเป็นบานไม้ทึบปิดผิวลามิเนต จะไม่ได้เป็นบานโปร่งเหมือนห้องตัวอย่างนะคะ เวลาอยู่ห้องคนเดียวก็สามารถเปิดบานเลื่อน นอนดูทีวีจากบนเตียงได้เลย

บานประตูเป็นแบบ 3 ตอน ใช้รางบนรางเดียว ทำให้พื้นด้านล่างเชื่อมต่อกัน โครงการออกแบบช่องเก็บประตูไว้เรียบร้อย เวลาเปิดประตูก็สามารถเดินเชื่อมทั้ง 2 ห้องได้เต็มพื้นที่

ด้านในห้องนอนจัด Furniture มาให้ ได้แก่ เตียงขนาด 5 ฟุตวางไว้ตรงกลาง ก็ยังเหลือพื้นที่ข้างเตียงทั้ง 2 ฝั่ง ฝั่งซ้ายโครงการได้ Built-in ตู้เสื้อผ้ามาพร้อมโต๊ะเครื่องแป้งให้เรียบร้อย ส่วนฝั่งซ้ายมีประตูบานเลื่อนเปิดออกไประเบียงด้านนอกได้ค่ะ

เวลาเปิดประตูกั้นห้องก็สามารถนอนดูทีวีได้จากบนเตียงเลย

ฝั่งหัวเตียงจะได้โต๊ะหัวเตียงและโต๊ะเครื่องแป้งตามห้องตัวอย่างเลยนะคะ แต่ส่วน Decoration ผนังจะไม่ได้ให้ จะได้เป็นผนังฉาบเรียบติด Wallpaper ค่ะ

อีกฝั่งหนึ่งของเตียงเป็นประตูกระจกบานเลื่อน เปิดออกไประเบียง ตัวเฟรมวงกบเป็นอลูมิเนียม ส่วนตัวบานเป็นกระจกใส จึงรับแสงธรรมชาติได้มาก

พื้นที่ระเบียงส่วนหนึ่งทำกระถางต้นไม้และปลูกต้นไทรใบสักไว้ให้ พื้นได้เป็น Homogenious Tile ที่มีคุณสมบัติดูดซึมน้ำต่ำ เหมาะกับการใช้งานภายนอก ส่วนราวกันตกเป็นแบบซี่โปร่ง ทำให้เวลามองออกมาจากภายในห้องจะสามารถเห็นวิวด้านนอกได้ ดูไม่ทึบตัน

พื้นระเบียงถูกลดระดับลงไปจากพื้นห้องเล็กน้อยเพื่อป้องกันน้ำจากระเบียงไหลเข้าตัวห้อง โดยพื้นที่ระเบียงมีขนาดประมาณ 1.9 x 0.8 ม. เป็นพื้นที่ไว้สำหรับวางราวตากผ้าขนาดเล็ก หรือไว้มายืนเปลี่ยนบรรยากาศค่ะ

มาทำความรู้จักต้นไทรใบสักกันสักหน่อยค่ะ ..เป็นพรรณไม้ที่กำลังเป็นที่นิยมปลูกประดับในอาคาร มีฟอร์มใบใหญ่ สวยงาม ต้นไม้ชนิดนี้เป็นไม้ไม่ผลัดใบจึงไม่ต้องกังวลเรื่องใบร่วง ต้องมาตามเก็บกวาด และยังดูแลง่ายอีกด้วย ที่ชื่อขึ้นต้นว่าไทรเพราะเป็นพืชตระกูลเดียวกับต้นไทร เติบโตค่อนข้างช้า จึงนิยมใช้เป็นไม้ประดับในอาคารค่ะ

ข้างเตียงฝั่งหนึ่งเป็นตู้เก็บของและตู้เสื้อผ้าที่โครงการ Built-in ไว้ให้ โดยตู้เก็บของเป็นแบบช่องโล่ง ส่วนตู้เสื้อผ้าเป็นแบบมีหน้าบานปิด ห้องจริงที่ส่งมอบให้ลูกบ้านก็จะได้เฟอร์นิเจอร์แบบนี้เลย ทางเดินระหว่างตู้ทั้ง 2 ฝั่งเป็นทางเดินเข้าห้องน้ำด้านใน ซึ่งห้องจริงจะมีประตูห้องน้ำกั้นอีกชั้นหนึ่งเป็นประตูบานเลื่อนค่ะ

เดินเข้ามาในห้องน้ำแล้วมองย้อนออกมาที่ทางเดิน โดยทั้ง 2 ฝั่งของทางเดินจะ Built-in ตู้เสื้อผ้าไว้ให้

ตู้ทั้ง 2 ฝั่งจะมีพื้นที่ด้านในเหมือนกันเลย จะลองเปิดให้ดูฝั่งนึงนะคะ ภายในมีราวแขวนผ้า มีลิ้นชักเก็บของ 2 ช่องและ ตู้เก็บของแบบช่องโล่งอีก 1 ช่องหน้าบานของตู้เป็นกระจกสีชาดำทำให้ตัวตู้ดูไม่ทึบตัน ภายในติดไฟไว้ให้เรียบร้อย

ภายในห้องน้ำแบ่งส่วนเปียกแห้งไว้ด้วยฉากกั้นอาบน้ำ ในห้องตัวอย่างพื้นที่ใน Shower Box ยังไม่ได้ลดระดับ แต่ของจริงจะลดระดับจากพื้นห้องน้ำไปอีก 3 ซม. นะคะ

ผนังและพื้นโดยรอบเป็นกระเบื้องทั้งหมดค่ะ ที่แตกต่างกันคือกระเบื้องพื้นจะเป็นแบบด้าน เพื่อช่วยกันลื่นภายในห้องน้ำ ส่วนผนังจะเป็นกระเบื้องลายหินอ่อนค่ะ

ประตูเข้าห้องน้ำเข้าได้จากทั้ง 2 ฝั่ง คือ ฝั่งทางห้องครัวและทางห้องนอน โดยประตูทางฝั่งห้องครัวจะได้เป็นบานเปิดปิด ส่วนประตูฝั่งห้องนอนได้เป็นบานเลื่อนค่ะ

ในส่วนของอ่างล้างหน้าจะได้ตามห้องตัวอย่างเกือบทั้งหมด ต่างกันคือกระจกติดผนังที่ได้จริงจะไม่ได้มีซ่อนไฟเหมือนห้องตัวอย่าง และตัวกระจกจะเป็นแบบติดผนังไปเลย ส่วนผนังด้านข้างติดปลั๊กไฟแบบมีฝาครอบไว้ให้เรียบร้อยค่ะ

อ่างล้างหน้าแบบ Custom-made มีขนาดใหญ่ทีเดียว ด้านข้างอ่างมีพื้นที่สำหรับวางของได้พอสมควรเลย ก๊อกที่ติดตั้งมาให้ของ Grohe หัวผสม สามารถเลือกเปิดน้ำร้อน/เย็น ได้ แต่ผู้อยู่อาศัยจะต้องติดเครื่องทำน้ำร้อนเพิ่มเองนะคะ

ด้านล่างอ่างล้างหน้ามีตู้บานเปิดปิดผสมตู้ช่องโล่ง ไว้สำหรับวางของ อย่างผ้าเช็ดมือผืนเล็กๆ ได้นิดน่อย อย่าลืมเว้นที่ไว้เผื่อซ่อมแซมอ่างล้างมือนะคะ

ต่อไปมาดูพื้นที่ส่วนเปียกกันบ้าง จะถูกกั้นด้วยฉากกั้นอาบน้ำเป็นกระจกนิรภัย ซึ่งเป็นแบบบานเปิดปิด มีมือจับสามารถจับเปิดได้สะดวก ช่วยกันไม่ให้น้ำจากพื้นที่ส่วนเปียกกระเด็นออกมาในพื้นที่ส่วนแห้งค่ะ

พื้นที่อาบน้ำขนาดประมาณ 1.4 x 0.8 cm. ใช้งานได้สะดวกพอสมควร

ภายในติดตั้งอุปกรณ์อาบน้ำมาให้เรียบร้อยทั้งแบบมือจับและแบบ Rain Shower

หน้าตาของฝักบัวและก๊อกฝักบัวชนิดผสมของ Grohe นะคะ มีขนาดจับได้ถนัดมือดี ด้านบนเป็น Rian Shower ของยี่ห้อเดียวกัน

ต่อไปมาดูส่วนแห้งที่ติดกับประตูทางเขาฝั่งห้องครัว

โถสุขภัณฑ์แบบ 2 ชิ้นของยี่ห้อ Villeroy & Boch หรือเทียบเท่า มาเป็น Set กับสายชำระและที่แขวนกระดาษชำระ

ส่วนฝ้าเพดานได้สีขาวเรียบๆ เซาะร่องซ่อนม่านให้ ส่วนไฟในห้องจะได้เป็นดาวน์ไลท์ค่ะ

อีกห้องหนึ่งคือแบบ 2 Bedroom Type B2 เป็นห้องที่มีขนาดใหญ่ขึ้นเป็นอีกเท่าของห้องแรกเลยนะคะ จึงได้พื้นที่ใช้สอยในแต่ละส่วนเต็มเม็ดเต็มหน่วย ความพิเศษของ Layout นี้คือการออกแบบผนังส่วนหนึ่งของ Living Room เป็นกระจกบานเลื่อนเข้ามุมที่สามารถเปิดออกได้ทั้ง 2 ฝั่ง จึงสามารถรับลมและแสงธรรมชาติจากนอกอาคารได้เต็มๆ พื้นที่ภายในห้องจึงดูโปร่ง โล่ง ไม่อึดอัด โครงการออกแบบระเบียงเป็นตัว L ล้อม Living Room ยาวไปจนถึง Bedroom 2 นับว่าเป็นระเบียงเข้ามุมที่มีขนาดใหญ่ ที่ใช้งานได้จริง สามารถนำโต๊ะทานกาแฟ หรือ โซฟาแบบ Outdoor มาตั้งได้ ให้อารมณ์เหมือนระเบียงของบ้านเดี่ยว ส่วนระเบียงเป็นพื้นที่ที่ใช้งานได้จริง เพราะทางโครงการไม่ได้จัดตำแหน่งของ Compressor แอร์ไว้ที่ระเบียงเหมือนโครงการอื่นๆ และยังแถมต้นไทรใบสักที่ปลูกไว้ในกระถางให้เรียบร้อยตามแบบในห้องตัวอย่างด้วยค่ะ

ห้องนอนมี 2 ห้อง ห้องหนึ่งเป็น Master Bedroom ขนาดใหญ่ มีห้องน้ำในตัว ได้พื้นที่ฝั่งซ้ายของห้องตลอดแนว อีกห้องนอนหนึ่งมีขนาดเล็กลงมา ได้ห้องน้ำในตัวเช่นกัน แต่ห้องน้ำนี้จะมีประตู 2 ทางคือเข้าได้จากทางห้องครัว และจากห้องนอน เป็นดีไซน์ที่ดีกับการใช้งานนะคะ เพราะเวลาที่มีแขกมาหา ก็สามารถเข้าห้องน้ำจากทางห้องครัวได้เลย ไม่ต้องเดินผ่านห้องนอนค่ะ ส่วนครัวจะได้ครัวแบบครัวเปิด ตำแหน่งอยู่ติดกับประตูทางเข้าห้องเหมือนห้องแบบแรก เหมาะกับเตรียมอาหารที่ไม่ที่มีกลิ่นแรงๆ การวางตำแหน่งครัวอยู่ด้านหน้าดีตรงที่ ถ้าวันไหนไปช้อปปิ้งของกินของใช้เข้าบ้านมาหนักๆ พอมาถึงห้องปุ๊บก็เอามาวางพักไว้ตรงนี้ได้ หรือเก็บของสดเข้าตู้เย็นได้เลย ติดกันเป็นโต๊ะอาหารขนาด 4 ที่นั่ง เชื่อมเป็นพื้นที่เดียวกับห้องนั่งเล่น บริเวณนี้จึงเป็นพื้นที่ส่วนกลางที่สมาชิกในบ้านจะมานั่งดูทีวี ทานข้าว พูดคุยกันได้สะดวก

สำหรับเฟอร์นิเจอร์ลอยตัว ของห้อง Type นี้ ก็จะได้ตามภาพนี้เลยค่ะ

เปิดประตูเข้ามาส่วนแรกเป็นพื้นที่ส่วนครัวเช่นเดียวกับห้องแบบแรก ส่วนพื้นที่นั่งเล่นจะอยู่ถัดเข้าไปด้านใน

เข้ามาในห้องแล้วมองกลับมาที่ประตู ฝั่งขวาเป็นคาน์เตอร์ครัว ส่วนฝั่งซ้ายมี Built-in ตู้เก็บของและตู้ใส่เครื่องซักผ้าที่โครงการแถมมาให้เหมือนในห้องแบบแรก ติดกับตู้ทางซ้ายเป็นห้องน้ำส่วนกลางค่ะ

โครงการ Built-in ตู้เก็บรองเท้าและตู้ใส่เครื่องซักผ้าไว้แบบนี้ งานดีไซน์และวัสดุของตู้จะเหมือนกับในห้องแรกที่พาไปชมเลยนะคะ

ชุดครัวจะได้พื้นที่มากกว่าแบบแรก ได้พื้นที่วางตู้เย็นที่ใหญ่ขึ้น สามารถใส่ตู้เย็นแบบ 2 ประตูได้ และส่วนของไมโครเวฟจะให้ดีขึ้น เป็นแบบ Microwave Oven ของ Siemens หรือเทียบเท่าค่ะ

Induction Hob ของห้อง Type นี้จะได้เป็นแบบ 4 หัว ของ Siemens หรือเทียบเท่า

ซิงค์ล้างจากและก๊อกน้ำจาก Franke มีขนาดที่ใหญ่ขึ้น โดยแบ่งเป็น 2 ช่อง ทำให้การใช้งานสะดวกมากขึ้น รองรับจำนวนสมาชิกในบ้านที่เพิ่มขึ้น

มาดูภายในห้องน้ำกันต่อ ภายในแบ่งพื้นที่ส่วนเปียก-แห้งไว้เรียบร้อย ด้านในติดตั้งวัสดุอุปกรณ์ให้ครบถ้วนเหมือนกับห้องน้ำในห้องแบบแรกเลยนะคะ

ห้องน้ำส่วนกลางนี้มีประตูเปิดเข้าออกได้ 2 ทางนะคะ บานหนึ่งติดกับห้องครัวเป็นบานเปิดปิด ส่วนอีกบานหนึ่งที่ติดกับห้องนอน 2 เป็นบานเลื่อนค่ะ

ส่วนภายในพื้นที่อาบน้ำจะได้ฉากกั้นอาบน้ำนิรภัย พร้อมวัสดุอุปกรณ์ครบถ้วนเหมือนในห้องตัวอย่างห้องแรกเลย

พื้นที่อาบน้ำขนาดประมาณ 1.2 x 0.82 ม.

ประตูทางเข้าออกห้องน้ำอีกฝั่งที่เชื่อมไปห้องนอน 2 ได้ เราจะไปดูห้องนอน 2 กันต่อนะคะ

ภายในห้องนอน 2 มีขนาดที่อยู่ได้สบาย สามารถตั้งเตียงขนาด 5 ฟุต และปลายเตียงสามารถติดทีวีแบบแขวนผนังได้ พื้นห้องนอนนี้จะต่างจากส่วนอื่นๆในห้อง คือ ได้เป็นพื้นไม้ Engineering ค่ะ

ผนังห้องเป็นผนังฉาบเรียบติด Wallpaper ส่วน Wall Decoration เป็นการตกแต่งเฉพาะของห้องตัวอย่าง ข้างหนึ่งของเตียงจะ Built-in ตู้เสื้อผ้ามาให้ เป็นตู้บานปิด และชั้นวางของแบบช่องโล่ง ส่วนช่องแสงในห้องจะได้แสงธรรมชาติผ่านหน้าประตูบานเลื่อนกระจก ทำให้สามารถนอนชมวิวจากบนเตียงได้เลย

วิวจากเตียงนอนมองออกมาที่ระเบียงก็จะได้วิวประมาณนี้

จากมุมนี้จะเข้าใจภาพรวมของห้องมากขึ้นนะคะ ห้องนอน 2 ของ Type นี้ จะมีห้องน้ำในตัว ส่วนทางเข้าออกหลักของห้องจะติดกับส่วนครัวนะคะ

ออกมาจากห้องนอน 2 ฝั่งตรงข้ามห้องจะเป็นตำแหน่งของโต๊ะทานอาหารขนาด 4 ที่นั่ง ก็จะได้โต๊ะตามแบบที่เห็นเลย เป็นดีไซน์จากทางโครงการแบบ Custom made เชื่อมต่อไปยังพื้นที่นั่งเล่นดูทีวีด้านใน ซึ่งพื้นที่ตรงนี้เป็นพื้นที่พักผ่อนหลักๆ ที่สมาชิกในบ้านจะมานั่งเล่นดูทีวี ทานข้าว ทำอาหารกันในบริเวณนี้ เวลานั่งทานอาหารก็สามารถมองเห็นและพูดคุยกับสมาชิกคนอื่นๆ ที่นั่งดูทีวี หรือยืนทำอาหารอยู่ในครัวได้

ถัดเข้ามาด้านในเป็นห้องนั่งเล่นก็จะได้เฟอร์นิเจอร์ตามห้องตัวอย่างอีกเช่นกัน สำหรับ Type นี้จะได้ Armchair เพิ่มขึ้นมาอีก 1 ตัว และ Top ของชั้นวางทีวีจะได้เป็นกระจกสีดำนะคะ

จุดไฮท์ไท์ของนี้เลย คือ หน้าต่างบานใหญ่แบบเข้ามุม สามารถเปิดได้ทั้ง 2 ฝั่ง เชื่อมออกไปยังระเบียงด้านนอกที่เป็นตัว L ยาวล้อมห้องนั่งเล่นเอาไว้ บรรยากาศภายในห้องนั่งเล่นจึงโปร่งโล่งมากๆ

วัสดุและขนาดของประตูระเบียงจะได้เหมือนกับห้องตัวอย่างห้องแรก แต่ขนาดระเบียงของห้อง Type นี้จะยาวมาก พอให้วางโต๊ะทานกาแฟ ได้สบายๆ

เก็บรูปมาฝากอีกมุมหนึ่ง เป็นมุมที่ถ่ายจากระเบียงเข้ามาในตัวห้อง ฝั่งขวาของระเบียงให้กระถางต้นไม้พร้อมปลูกต้นไทรใบสักไว้ให้ เช่นเดียวกับห้องแรกนะคะ ส่วนทางซ้ายของระเบียงจะเป็นทางยาวเชื่อมไปถึงห้องนอน 2 นะคะ

ต่อไปจะพาไปชม Master Bedroom กันต่อ ประตูห้องจะมี 2 ฝั่ง อยู่ด้านหลังโซฟาแบบนี้นะคะ สำหรับหน้าบานประตูของจริงจะได้เป็นบานไม้ปิดผิวลาเนตพร้อมตัวล็อก เพื่อให้เกิดความเป็นส่วนตัวภายในห้องนอนค่ะ

ภายใน Master Bedroom ได้พื้นที่ใช้สอยที่กว้างมาก ภายในจัดฟังก์ชันมาได้ครบทั้งห้องน้ำในตัวขนาดใหญ่ แบ่งพื้นที่แต่งตัวไว้อย่างเป็นสัดส่วน ในส่วนของพื้นที่พักผ่อนก็มีตำแหน่งวางเตียงและพื้นที่นั่งเล่นริมหน้าต่าง

เตียงได้ตามแบบในห้องตัวอย่างเลยค่ะ ขนาด 6 ฟุต พร้อมโต๊ะหัวเตียงทั้ง 2 ฝั่ง ส่วนผนัง Decoration ด้านหลังหัวเตียงไม่ได้ให้นะคะ จะได้เป็นผนังฉาบเรียบติด Wallpaper ค่ะ

ส่วนปลายเตียงไม่เหลือพื้นที่ให้วางชั้นวางทีวี สำหรับทีวีสามารถติดผนังตามแบบในห้องตัวอย่างได้เลย แต่ผนังจะได้เป็นฉาบเรียบติด Wallpaper นะคะ

พื้นที่ข้างหนึ่งของเตียงจะมีส่วนที่ติดกับหน้าต่าง ซึ่งเป็นหน้าต่างบานใหญ่ในลักษณะของ Bay Window ช่วยเปิดมุมมองของวิวด้านนอก และด้วยขนาดบานหน้าต่างที่ใหญ่เกือบถึงพื้นทำให้สามารถนอนชมวิวจากบนเตียงได้เช่นกัน ทางโครงการจัดไว้ให้ดูเป็นพื้นที่นั่งเล่นหรือนอนดูหนังได้อีกมุมหนึ่ง ห้องจริงจะไม่ได้โซฟาตรงนี้ ซึ่งเวลาใช้งานจริงพื้นที่ตรงนี้สามารถปรับเป็นพื้นที่ตั้งโต๊ะทำงานหรืออ่านหนังสือก็ได้นะคะ

จากเตียงนอนแล้วมองเข้าอีกไปฝั่งหนึ่งของห้อง จะเป็นพื้นที่ที่ทางโครงการ Built-in ตู้มาให้ทั้งชั้นวางของ โชว์ของ ตู้เสื้อผ้า และด้านในสุดเป็นห้องน้ำในตัวค่ะ

โครงการจะ Built-in ตู้เสื้อผ้าไว้ให้ทั้ง 2 ฝั่งทางเดินเข้าห้องน้ำ เหมือนในห้องตัวอย่างนะคะ สำหรับห้อง Type นี้จะได้ขนาดตู้ที่ใหญ่ขึ้นกว่าห้องที่แล้ว ภายในก็จะมีราวแขวนผ้า และลิ้นชักเก็บของเหมือนๆ กันนะคะ

ห้องน้ำขนาดใหญ่ ภายในจัดฟังก์ชันไว้ครบถ้วน แบ่งพื้นที่ไว้เป็นสัดส่วน ด้านหน้าสุดของห้องทางขวามือเป็นอ่างล้างมือแบบ His & Hers ส่วนฝั่งซ้ายเป็น Bathtub

ถัดเข้าไปด้านในจะถูกแบ่งพื้นที่ด้วยฉากกั้นกระจกนิรภัย ฝั่งซ้ายจะเป็น Shower Area ส่วนฝั่งขวาเป็นโถสุขภัณฑ์ วัสดุของพื้นห้องน้ำจะเหมือนกับในห้องตัวอย่างห้องแรกเลย โครงการใช้โทนสีขาวทำให้ห้องดูสะอาดและน่าใช้งานมากเลยนะคะ

อ่างล้างหน้าแบบ His & Hers เป็นดีไซน์แบบ Custom-made ด้านล่างอ่างมีพื้นที่และลิ้นชักให้เก็บของใช้ในห้องน้ำได้

Bathtub ลอยตัว เป็นดีไซน์แบบ Custom-made เช่นกัน พร้อมติดตั้งฝักบัวไว้เรียบร้อย ได้ของ Grohe หรือเทียบเท่า

โถสุขภัณฑ์แบบ 2 ชิ้น ของ Villeroy & Boch หรือเทียบเท่า เช่นเดียวกับในห้องตัวอย่างห้องแรก และเนื่องจากตำแหน่งของห้องน้ำที่อยู่ด้านในอาคาร ไม่ได้มีหน้าต่างระบายอากาศ ทางโครงการจึงติดตั้งเครื่องดูดอากาศไว้ให้เรียบร้อย

ในส่วนของ Shower Area จะติดตั้งอุปกรณ์อาบน้ำไว้เช่นเดียวกับห้องน้ำอื่นๆ ที่เพิ่มเข้ามาคือ พื้นที่ด้านข้างสำหรับนั่งอาบน้ำหรือใช้วางของก็ได้ค่ะ

Shower Area มีขนาดประมาณ 1.3 x 1 ม. เป็นขนาดที่สามารถใช้งานได้สะดวกดีนะคะ

หน้าตาของปลั๊กและสวิตซ์ไฟที่ได้ของ Panasonic ค่ะ

 

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะคะ

ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 31 March 2017

  • 1 Bedroom เนื้อที่ 36 ตร.ม. ราคา 5.99 ล้านบาท หรือ 166,500 บาท/ตร.ม.
  • Fully Furnished
  • ฝ้าเพดานสูง 2.65 เมตร
  • Kitchen & Sink
  • Hob & Hood
  • High Gloss Kitchen Cabinet
  • Kitchen Appliances by Siemens or compatible
  • Closet
  • Bathroom Cabinet
  • Shoe Cabinet
  • Laundry Cabinet
  • Dining Table & Chairs
  • Coffee Table
  • Bed
  • Curtain
  • Wallpaper
  • Shuttle Bus ไปกลับ BTS อโศก
  • จอง 50,000 – 100,000 บาท
  • ทำสัญญา 5 % ของราคาขาย
  • ค่ากองทุน 700 บาท/ตร.ม.
  • ค่าส่วนกลาง 70 บาท/ตร.ม./เดือน

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ


เจาะลึกรวบยอด

ทำเล – FYNN สุขุมวิท 31 โครงการบนพื้นที่ใจกลางเมืองที่เน้นการใช้รถส่วนตัวเป็นหลัก ที่ตั้งไม่ได้ติดถนนใหญ่ จะขยับเข้าซอยสุขุมวิท 31 มาประมาณ 1 กิโลเมตร ถ้าวันไหนอยากใช้รถไฟฟ้าก็มีให้ใช้ทั้ง BTS และ MRT ที่สถานีอโศก/สุขุมวิท ซึ่งโครงการจะมี Shuttle Service รับส่งที่สถานีอโศก คอยให้บริการค่ะ แม้ว่าจะอยู่ในซอยแต่ก็เป็นซอยที่มีทางลัดเลาะเยอะ มีเส้นทางให้ทะลุได้หลายทางทั้งสุขุมวิท – เพชรบุรี – อโศกมนตรี – ทองหล่อ 

ความอุดมสมบูรณ์ – ด้วยทำเลที่ตั้งของโครงการที่อยู่ในย่านพร้อมพงษ์ทำให้มีความอุดมสมบูรณ์ที่อยู่รายรอบเยอะมาก แต่จากโครงการจะต้องพึ่งพารถยนต์กันสักหน่อย เรื่องแหล่งความเจริญอาหารการกินในระยะสัก 200 ม. พอจะมีร้านอาหารอย่าง Le Vendome, Exhibit Cafe’ ที่อยู่ใกล้ๆ ให้พึ่งพิงได้บ้าง แต่ถ้าออกแรงเดินหน่อยหรือขับรถในระยะ 500-700 ม. มีร้านอาหารดีๆ ให้เลือกเพียบ ทั้งแบบที่เป็นร้าน Stand Alone และแบบที่เป็นกลุ่มร้านอาหารหลายๆ ร้าน ได้แก่ 39 Boulevard, Seed, Taka Town นอกจากนี้ยังมี Fuji Supermarket อยู่ในซอยอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีศูนย์การค้าใหญ่ โรงแรมหรูต่างๆ และอาคารสำนักงานขนาดใหญ่ ที่อยู่บนถนนสุขุมวิท บริเวณนี้นับว่าเป็นจุดที่มีครบทุกอย่างสำหรับคนเมืองแล้วนะคะ

การเดินทางโดยใช้รถ – เป็นจุดเด่นของโครงการนี้ เพราะถือว่าเป็นทำเลอยู่ใจกลางเมือง แม้จะอยู่ในซอยก็เป็นซอยที่มีทางเลี่ยงทางลัดเยอะ และโครงการยังจัดที่จอดรถที่พบรวมซ้อนคันแล้วได้ถึง 100% เลยนะคะ แต่ข้อเสียก็มีคือแถวนี้บางเวลา รถมันก็ติดใช้ได้เลยนะ เวลากลับบ้านจะลำบากหน่อย

การเดินทางโดยไม่ใช้รถส่วนตัว – แม้ว่าจากโครงการจะมีระยะถึงสถานีรถไฟฟ้า 1 กม. แต่ทางโครงการก็มี Shuttle Service คอยรับส่งสถานีอโศกนะคะ หรือจะเรียกพี่วินหรือแท็กซี่ก็มีผ่านหน้าโครงการอยู่ตลอด ที่ยากหน่อยน่าจะเป็นตอนกลางคืนที่ไม่มี Shuttle Service บริการแล้ว จะสะดวกสู้โครงการที่ติดถนนใหญ่ไม่ได้ จะเดินออกไปปากซอย หรือ MRT ก็คงไม่ไหว ดีหน่อยที่ซอย  31 นี้ เป็นซอยทางลัด ที่มีรถผ่านแทบจะตลอด  24 ชั่วโมง ก็คงจะพอให้รปภ ดักเรียก Taxi ให้ได้ ในตอนกลางคืนค่ะ

การออกแบบ – FYNN เป็นโครงการเล็กๆ ที่แบ่งห้องออกมาเพียง 63 ยูนิต เพราะห้องเล็กสุดที่เริ่มต้นก็ 36 ตร.ม. แล้วนะคะ ถือเป็นขนาดห้องที่ใหญ่สำหรับ 1 Bedroom ในสมัยนี้ จัดห้องในแต่ละชั้นแบบหลวมๆ ชั้นละไม่เกิน 10 ห้อง การแชร์ใช้ Facility ต่างๆ ก็สบายๆ ข้อดีของโครงการระดับนี้คือ ราคาจะคัดกลุ่มเพื่อนบ้านโดยอัตโมัติ แต่ข้อจำกัดก็คือราคาห้องจะหยิบยากไปหน่อยสำหรับคนส่วนใหญ่ ตัวอาคารมีความโดดเด่นด้วย Fin สีขาว ที่ช่วยลดความทึบตันของอาคาร การจัดวางผังอาคารมีการจัดวางช่องแสงเพื่อหลบอาคารข้างเคียง จัด Facilities ส่วนกลางหลักๆ ไว้เต็มชั้น Rooftop ก็ช่วยให้มีความน่าใช้มากขึ้น ส่วนการออกแบบแปลนห้องพักอาศัยทำออกมาได้ดี คำนึงถึงการใช้งานจริงเห็นได้จากประตูทางเข้าห้องน้ำ 2 ทาง การแยกตำแหน่งพื้นที่วาง Compressor แอร์ไว้ต่างหาก ไม่นำมาไว้บนระเบียง ที่ชอบสุดคือผนังกระจกเข้ามุมในห้องนั่งเล่นของ Type B2 และระเบียงตัว L ที่ใช้งานได้จริงได้อารมณ์บ้านเดี่ยว ซึ่งการออกแบบแบบนี้ไม่ค่อยได้เห็นกันบ่อยนักในคอนโดระดับนี้นะคะ

วัสดุ – อุปกรณ์ของที่ให้มาก็สมราคา ให้มาแบบ Fully Furnished เลย พื้นได้เป็น Homogenious Tile ตั้งแต่ห้องนั่งเล่นถึงในห้อง Master Bedroom เลย จะมีเพียงห้องนอน 2, 3 ที่ได้พื้น Engineering เคาน์เตอร์ครัวได้หน้าบานไฮกลอส อุปกรณ์ในครัวได้ซิงค์ล้างจาดของ Franke ก๊อกน้ำของ Hafele, Hob&Hood และ เตาไมโครเวฟ ของ Siemens, ได้โต๊ะทานข้าว, ชุดโซฟาแบบ Custom-made, เตียงนอนและโต๊ะหัวเตียง, โต๊ะเครื่องแป้ง, ตู้ Built-in ทั้งห้อง, ส่วนในห้องน้ำได้ก๊อกน้ำของ Grohe, สุขภัณฑ์ของ Villeroy&Boch, ชิ้นไหนที่ไม่มีแบรนด์จะเป็นงานดีไซน์แบบ Custom-made เพื่อให้เกิดเอกลักษณ์ ไม่ซ้ำใครค่ะ

สาธารณูปโภค – ให้มาเต็มที่เมื่อเทียบกับคอนโดในละแวกนี้ ส่วนกลางที่เป็นของจำเป็นอย่างที่จอดรถ และลิฟท์โดยสาร ให้มาเพียงพอแน่นอน ที่จอดรถรวมซ้อนคันได้ 100% ส่วนลิฟท์โดยสารมีให้ 2 ตัว แบ่งกันใช้ 63 ยูนิตสบายๆ Facilities หลักของโคงการอย่างสระและสวน ถูกจัดไว้เต็มชั้น Rooftop ส่วน Fitness อยู่ที่ชั้น 8 และ Library อยู่ที่ชั้น 1 ค่ะ ขนาดของส่วนกลางแต่ละฟังก์ชันจะไม่ได้ใหญ่อลังการเพราะเป็นโครงการ Low Rise เล็กๆ แต่ก็น่าจะเพียงพอกับยูนิตเพียง 63 ยูนิตนะคะ

Judgement

การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้

ทำเล 35%, การเดินทางโดยใช้รถ 15%, การเดินทางโดยไม่ใช้รถ 15%, วัสดุ 15%, การออกแบบ 10% และสาธารณูปโภค 10%

เทียบกับราคา 175,000 บาท/ตร.ม., 31 March 2017

  • ทำเล 8/10 – ทำเลใจกลางเมือง เชื่อมไปย่านรอบๆ ได้สะดวก แต่อยู่ในซอยค่อนข้างลึก
  • เดินทางด้วยรถ 9.25/10 – สะดวกมาก ทางลัดเยอะ ที่จอดรถพอเพียง (รวมซ้อนคันได้ 100%)
  • ไม่ใช้รถ 7.5/10 – เดินไปใช้รถไฟฟ้าไม่ได้ แต่ทางโครงการมีรถ Shuttle Service รับส่ง เรียกพี่วินและแท๊กซี่จากหน้าโครงการได้บ้าง
  • วัสดุ 8/10 – ให้แบบ Fully Furnish วัสดุค่อนข้างดีตามราคาห้อง
  • แบบ 9.5/10 – แบบห้องดี ลงตัว ช่องแสงและระเบียงกว้าง ใช้งานได้จริง
  • สาธารณูปโภค 9.25/10 – มีครบ Facilities หลัก จัดไว้บนชั้น Rooftop น่าใช้งาน 
  • LUXURY CLASS
  • 8.39 / 10.00

BOTTOM LINE

FYNN สุขุมวิท 31 เหมาะกับคนที่มองหาคอนโดใจกลางเมืองย่านพร้อมพงษ์ ใช้รถส่วนตัวเป็นหลัก โครงการไม่จำเป็นต้องอยู่ติดรถไฟฟ้าซะทีเดียว ขยับออกมาหน่อยแบบใช้ Shuttle Service ได้ ชอบการออกแบบของโครงการ ชอบเฟอร์นิเจอร์ที่ให้ และชอบโครงการที่ให้ Facilities บนชั้น Rooftop ถ้าห้องแบบ 1-3 Bedroom ต้องมีงบประมาณ 6-20 ล้านบาท หรือผ่อนประมาณ 42,000-140,000 บาท/เดือน

ถ้าเห็นว่ารีวิวนี้มีประโยชน์ ช่วยกด LIKE ให้ผมหน่อยนะคะ จะได้มีกำลังใจทำรีวิวถัดๆไปค่ะ

สมัครสมาชิกพร้อมรับข่าวสารเพิ่มเติม (คลิกที่นี่ )

Share

1 Comment

  • สถาปนิกที่นี้มีแนวคิดยังไง ที่ก่อผนังทึบห้อง living room ?!
    ดีเกือบทุกอย่าง ตกม้าตายที่เดียว

Leave a Reply