The Reserve Thonglor 2 คอนโด LUXURY ใกล้ BTS ทองหล่อ จาก PRUKSA [รีวิวฉบับที่ 1317]

March 29, 2017 08:300 comments

รีวิวฉบับที่ 1317… สวัสดีครับ วันนี้จะพาไปชมรีวิวคอนโดหรูระดับบนจาก Pruksa Premium ที่พึ่งเปิดตัวไป กับโครงการ The Reserve Thonglor 2 หลังจากที่ห่างหายจากแบรนด์นี้ไปนาน ด้วยทำเลโครงการที่อยู่ต้นซอยทองหล่อ มีเอกลักษณ์โดดเด่นของพื้นที่ในตัว ซึ่งโปรเจคนี้ถือว่าเป็นโครงการแรกที่จับกลุ่มลูกค้า High End เลย

Fact @ 21 March 2017

  • The Reserve Thonglor (เดอะ รีเซิร์ฟ ทองหล่อ)
  • บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน)
  • ULTIMATE CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment คอนโดได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ : ซ.ทองหล่อ 2 เขตวัฒนา
  • คอนโด High Rise 26 ชั้น 1 อาคาร 110 ยูนิต
  • แยกอาคารจอดรถ 8 ชั้น 1 อาคาร จอดรถได้ 100%
  • ยูนิตต่อชั้นสูงสุด 5 ยูนิต
  • ที่ดินประมาณ 1-1-40.7 ไร่
  • เริ่มก่อสร้าง : Q3/2560
  • คาดว่าจะแล้วเสร็จ : Q3/2562
  • 1 Bedroom 43.94 – 58.15 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 10 ล้านบาท
  • 2 Bedrooms 70.86 – 76.77 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 17 ล้านบาท
  • Penthouse 121.71 ตร.ม.
  • ฝ้าเพดานสูง 3.0 เมตร / ส่วนที่มีงานระบบ(แอร์) สูง 2.70 เมตร
  • ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรทั้งโครงการ 250,000 บาท/ตร.ม.
  • EIA (การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม) : อยู่ระหว่างดำเนินการ
  • เพิ่มเติมข้อมูลทำเลรอบๆ : มองหาทำเลน่าอยู่ใกล้รถไฟฟ้า: BTS ทองหล่อ
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่
  • Call Center : 1739

เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วครับ

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างครับ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด : 13.726184, 100.581618

แผนที่จากทางโครงการครับ ตั้งอยู่ในซอยทองหล่อ 2 ซึ่งถือเป็นซอยแรก(ฝั่งเลขคู่) นับจากถนนทองหล่อเข้ามา เป็นระยะที่เดินไปใช้งาน BTS ได้ และรายล้อมรอบๆบนเส้นทองหล่อเป็นที่ตั้งของ Community Mall มากมาย, แหล่งกินดื่มมากมาย และโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง

ทองหล่อ เป็นหนึ่งในทำเลสุดท๊อปของกรุงเทพมหานคร ซอยทองหล่อ หรือซอยสุขุมวิท 55 นี้ เป็นซอยที่ติดอยู่ในอันดับต้นๆของย่านที่มีค่าครองชีพแพงที่สุดในประเทศไทย เป็นซอยที่มีชื่อเสียงทั้งในด้านทำเลที่อยู่อาศัย ธุรกิจร้านค้า แหล่ง ช้อปปิ้งและร้านอาหารอร่อย Hi-end มากมายเปิดทั้งกลางวันกลางคืน เป็นถนนอีกสายหนึ่งของ กรุงเทพฯที่ไม่เคยหลับและสุดแสนจะอุดมสมบูรณ์ เต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก ทำให้ความฝัน ของหลายๆคนคือการได้มาอยู่อาศัยหรืออยากจะมาทำมาค้าขายในย่านนี้ เรียกว่าเป็นทำเลที่อยู่ใน ความต้องการหรืออยู่ในใจของใครหลายๆคนในปัจจุบัน

จากการประเมินราคาของกรมธนารักษ์ปี 59-62 Update ที่ดินในซอยทองหล่อติดถนนมีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 420,000 บาท ต่อตร.วา แต่ราคาขายจริงไปไกลกว่านั้นมากแล้ว ที่ดินหลายผืนก็ราคาพุ่งไปถึงเป็นล้านบาทต่อตร.ว. ทำให้ย่านทองหล่อสะท้อนความเป็นที่อยู่อาศัยของกลุ่มผู้บริโภค กำลังซื้อสูง และพฤติกรรมของผู้อยู่อาศัยคอนโดฯ โดยส่วนใหญ่นิยมกินดื่มนอกบ้าน ในซอยทองหล่อ จึงเป็นแหล่งรวมของร้านอาหาร ร้านกินดื่ม และแหล่งเอ็นเตอร์เทนเมนต์จำนวนมากในระยะเดินถึงแทบทั้งหมด

The Reserve Thonglor 2 อยู่ในซอยสุขุมวิท 55 หรือที่เรียกกันว่าซอยทองหล่อ ด้วยตัวทำเลถือว่าเป็นแหล่งที่ได้รับความนิยมมาก มีความอุดมสมบูรณ์ภายในตัวเองสูง และเป็นพื้นที่ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นของ Lifestyle คนเมือง พื้นที่โครงการอยู่ต้นซอยทองหล่อ นับว่าเป็นซอยแรกที่เข้ามาเลยแต่เป็นฝั่งเลขคู่อยู่ขวามือ นั่นคือซอยทองหล่อ 2 เข้าไปสุดซอยประมาณ 140 เมตร

ซอยทองหล่อถือว่าเป็นซอยที่ตัดระหว่างถนนสุขุมวิทในช่วงต้นซอย และถนนเพชรบุรีที่ปลายซอย ถนนทั้งสองเส้นถือว่าเป็นถนนเส้นใหญ่ ปริมาณรถมากตลอดทั้งวัน มีไฟเขียวไฟแดงเรื่อยๆ และวิ่งขนานกันตรงจากใจกลางเมืองออกไปยังทิศตะวันออกของกรุงเทพทั้งคู่ ทำให้การเดินทางด้วยรถยนต์สามารถใช้ซอยทองหล่อเองเป็นเส้นทางผ่านไปมาสำหรับการจะขึ้นเหนือและลงใต้ของพื้นที่ภายในกรุงเทพเพราะการเชื่อมต่อของถนนต่างกัน อย่างเส้นสุขุมวิท สามารถตัดผ่านซอยไปยังพระรามสี่, คลองเตย, พระราม 3 ส่วนเส้นเพชรบุรีสามารถขึ้นเหนือไปยังรามคำแหง, รามอินทรา หรือว่าลาดพร้าว ส่วนในซอยย่อยต่างๆภายในทองหล่อก็สามารถวิ่งเชื่อมถึงกันได้ และสามารถวิ่งไปถึงซอยข้างเคียงได้อย่างซอยเอกมัยและซอยพร้อมพงษ์ และความกว้างของแต่ละซอยก็สามารถวิ่งสวนกันได้ มี 2 เลนเกือบทั้งหมด

แต่ถ้าดูจากแผนที่ประกอบจะเห็นว่าซอยทองหล่อ นั้นก็มีทางลัดเลาะเชื่อมไปไหนมาไหนได้โดยไม่ต้องออกไปใช้ถนนหลักที่รถติดอย่างสุขุมวิท อย่างเช่นฝั่งขวา จะมีทางเชื่อมไปยังเอกมัยและสุขุมวิท 71 ได้ ส่วนของฝั่งซ้ายจะมีทางเชื่อมเล็กๆมากมายเพื่อไปออกพร้อมพงษ์ อโศก และเพชรบุรีได้เช่นกัน นี้คือข้อดีของทองหล่อนะครับ

ส่วนจุดทางขึ้น-ลงทางด่วนอยู่ในรัศมีค่อนข้างไกล อย่างจุดที่ใกล้และน่าจะรถติดน้อยที่สุดคือ ทางขึ้น-ลงทางด่วนพระรามเก้า เลี้ยวขวาเข้าถนนเพชรบุรี ตรงมาเรื่อยๆ แล้วไปกลับรถเข้าซอยทองหล่อ เพราะถ้ามาจากอโศกจะเลี้ยวขวาเข้าซอยทองหล่อโดยตรงไม่ได้ ไม่เหมือนมาจากถนนพัฒนาการที่สามารถเลี้ยวซ้ายเข้าท้ายซอยทองหล่อได้สบายๆ และอีกจุดหนึ่งอยู่ที่ทางขึ้น-ลงทางด่วนท่าเรือ ที่ต้องผ่านมาทางถนนสุขุมวิท แล้วตัดเข้าเส้นพระรามสี่อีกที ทั้งสองจุดทางขึ้น-ลงทางด่วนอยู่ห่างจากซอยทองหล่อประมาณ 4-5 กิโลเมตร

ส่วนการเดินทางโดยใช้ระบบขนส่งสาธารณะ มีสถานีรถไฟฟ้า BTS ทองหล่อที่ใกล้ที่สุด ตั้งอยู่บนถนนสุขุมวิทช่วงต้นซอยทองหล่อ ต้องเดินลงมาบนทางเท้าด้านล่าง และเดินเลียบไปฝั่งขวาเรื่อยๆ ตำแหน่งของโครงการอยู่ห่างจากตัวสถานีประมาณ 480 เมตร ยังอยู่ในระยะเดินได้(แต่ว่าที่โครงการก็มี Shuttle Car คอยรับส่งลูกบ้านให้ด้วย) อีกทั้งซอยทองหล่อนั้นมี Taxi, พี่วิน, สามล้อ และรถกระป๊อวิ่งคอยบริการให้อยู่ตลอดทั้งกลางวันและกลางคืน ถ้ามาจากเส้นทาง MRT ก็มาเปลี่ยนที่สถานี BTS อโศก ที่เป็นจุด Interchange แล้วนั่งต่อมาลงสถานีทองหล่อ สองข้างทางภายในซอยทองหล่อยังมีป้ายรถเมล์และทางม้าลายอยู่เรื่อยๆ

ความอุดมสมบูรณ์รอบโครงการ ซอยทองหล่อ 2 ซึ่งเป็นช่วงต้นซอย จะถือว่าไม่ได้ใกล้จากแหล่งความอุดมสมบูรณ์ของซอยมากๆเท่าช่วงกลางซอยแต่ว่าอยู่ในระยะเดินได้ไม่ไกลนัก ภายในระยะเดินแค่ไม่กี่ช่วงซอย ถือว่าแน่นขนัด ครบครันในทั้งเรื่องอาหารการกิน โรงพยาบาล แบงค์สาขาย่อย สถานที่ออกกำลังกาย หรือร้านให้บริการต่างๆ แต่ค่าใช้จ่ายในการอยู่อาศัยภายในพื้นที่ก็สูงตาม อย่างฝั่งซอยเลขคี่ทางซ้ายมือในระยะเดินส่วนใหญ่จะเป็น Commumity Mall มีทั้ง J Avenue, Starbuck, Seenspace 13, โรงพยาบาลสมิติเวช หรือแหล่งร้านอาหารญี่ปุ่นอย่าง Nihonmura ถ้าฝั่งตรงข้ามแถบซอยทองหล่อเลขคู่ 8eight, Tops Marketplace, Maze Thonglor หรือจะเข้าไปในซอยทองหล่อ 10 หรือที่เรียกว่าซอยเอกมัย 5 เป็นพวก Pub&Restaurant ก็มีหลายร้านครับ ส่วนร้านสะดวกซื้ออย่าง 7-11 และ Family Mart ก็มีตั้งอยู่ตลอดเส้นทาง

การเดินทางไปโครงการจะเริ่มจากรถไฟฟ้า BTS สถานีทองหล่อ โดยเลือกลงทางออกหมายเลข 3 ทางฝั่งซอยทองหล่อ เดินตรงมาจากสถานีมุ่งหน้าไปทางปากซอยทางหล่อ เดินข้ามทางม้าลายปากซอยทองหล่อ เราจะเป็นเดินทางฝั่งขวาซึ่งเป็นที่ตั้งของซอยเลขคู่ มุ่งหน้าไปอีก 300 เมตรก็จะถึงปากซอยทองหล่อ 2 แล้วเข้าไปอีกประมาณ 140 เมตรก็จะถึงที่ตั้งโครงการอยู่สุดซอย

เริ่มจากรถไฟฟ้า BTS สถานีทองหล่อ โดยเลือกลงทางออกหมายเลข 3 ทางฝั่งซอยทองหล่อ

บรรยากาศบริเวณปากซอยทองหล่อ ช่วงสายๆของวัน แบบนี้ยังไม่ค่อยมีรถมากนัก แต่ถ้าเป็นช่วงเช้าและเย็น ช่วงเวลาแร่งด่วนแถวนี้การจราจรจะหนาแน่นมากๆ ซึ่งถ้าเราเดินลงมาจากสถานีรถไฟฟ้าทองหล่อ ก็จะเจอกับร้านขายของริมทางตลอดเส้นทาง รวมไปถึงร้านสะดวกซื้อต่างๆ

เดินตรงมาจนถึงบริเวณปากซอยทองหล่อ ให้เดินข้ามทางม้าลายไป เพื่อจะไปเดินริมทางฟุตบาทฝั่งตรงข้ามเป็นทองหล่อเลขคู่ครับ

เข้ามาแล้วช่วงต้นซอยจะเป็นชุมชนเก่า ซึ่งเกือบทั้งหมดจะเป็นอาคารพาณิชย์สองฝั่งริมทาง ร้านที่เห็นก็จะเป็นพวกร้านที่ต้องใช้ในชีวิตประจำวันทั่วไป

รถกระป๊อสีขาว และ Taxi ที่วิ่งพลุกพล่านให้ใช้มีเยอะมาก

เดินต่อมาอีกหน่อยจะเจอกับธนาคารไทยพาณิชย์สาขาซอยทองหล่อ

ติดกันจะเจอกับร้านอาหาร DATWICH เป็นแซนวิสสัญชาติญี่ปุ่นอยู่ด้านข้างกับ Garage Lounge Thonglor

หลังจากที่เดินมาประมาณเกือบ 300 เมตร เราก็จะเจอกับ Fifty Fifth Thonglor Plaza ซึ่งเป็นคอมมูนิตี้เล็กๆตั้งอยู่ที่ปากซอยทองหล่อ 2 ที่นี่คงเป็นที่ฝากท้องที่ใกล้ที่สุดกับโครงการ โดยจะมีพวกร้านอาหาร คลีนิก ออฟฟิศอยู่ในนี้

สิ้นสุด Fifty Fifth Plaza ก็จะเจอป้ายซอยทองหล่อ 2 ติดอยู่ริมถนน เราเลี้ยวซ้ายไปเลย

เลี้ยวเข้ามาแล้วนะครับ เนื่องจากด้านขวาเป็นที่จอดรถจักรยานยนต์ของ Fifty Fifth Plaza ผมเลยย้ายมาเดินริมฟุตบาทฝั่งซ้ายแทน ซึ่งจะเห็นว่าช่วงต้นซอยการจราจรจะแคบนิดนึง

แต่พอพ้นมาแล้วจะเป็นทางปกติ ซึ่งจากการสอบถาม ซอยทองหล่อ 2 นี้มีบ้านครัวเรือนอยู่แค่ 3 แปลงเท่านั้นนะครับ แต่ละหลังมีพื้นที่ดินขนาดใหญ่พอสมควรเลย ดูจากทางซ้ายมือที่เห็นต้นไม้เยอะๆก็มาจากบ้านหลังนี้หลังเดียวนะ

หลังจากที่เดินเข้ามาประมาณ 140 เมตรแล้ว สิ้นสุดท้ายซอย ก็จะเป็นที่ตั้งของโครงการ The Reserve Thonglor 2 แล้วครับ

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • Fifty Fifth Thonglor Plaza ~ 140 m.
  • Maze Thonglor ~ 350 m.
  • Tops market Thonglor ~ 400 m.
  • Bangkok Marriott Hotel Sukhumvit ~ 500 m.
  • โรงเรียนรร.นานาชาติ Bangkok Prep ~ 700 m.
  • The Taste Thonglor ~ 850 m.
  • Rain Hill ~ 1.1 km.
  • J Avenue ~ 1.1 km.
  • Parklane Ekkamai ~ 1.2 km
  • The Commons ~ 1.2 km.
  • โรงพยาบาลสุขุมวิท ~ 1.4 km.
  • โรงพยาบาล สมิติเวช สุขุมวิท ~ 1.5 km.
  • โรงพยาบาลคามิลเลียน ~ 1.6 km.
  • Emquartier + Emporium ~ 1.7 km.
  • โรงเรียนนานาชาติเอกมัย ~ 2.1 km.
  • W DISTRICT ~ 2.2 km.
  • มหาวิทยาลัยกรุงเทพ กล้วยน้ำไท ~ 2.2 km.
  • K Village ~ 2.6 km.
  • มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร ~ 4.1 km.


เจาะลึกตัวโครงการ

ก่อนที่จะเข้าไปดูด้านใน Sale Office Gallery ให้ดูพื้นที่ Drop Off ทางเข้าหน่อย ต้องบอกว่าแต่งได้สวยทีเดียว มีการเจาะเพดานเป็นวงกลมช่องแสงส่องลงมาที่พื้นซึ่งด้านล่างเป็นน้ำพุขนาดเล็ก

ป้ายชื่อของโครงการดูหรูหรา โดยใช้โทนอักษรสีทองตัดกับพื้นแผ่นหินอ่อนเล็กๆด้านหลัง

ทางเข้าไปจะอยู่ซ้ายมือตรงนี้นะครับ โดยมีเส้ยสายสีทอง กับไฟเป็นตัวนำสายตาทางเดิน

ประตูทางเข้าเป็นกระจกเงาตัดกับกระจกสีชาทอง

พอเข้ามาแล้ว จะเจอกับเสาที่ปิดผิวด้วยโลหะ Copper เป็นเส้นตั้งทำให้ดูตัดกับพื้นกระเบื้องลายหินอ่อนสีขาวดี

เดินเข้ามาจะเจอกับ Counter Reception ที่ดูสูงโปร่ง จริงๆตรงนี้จะมี Sale เจ้าหน้าที่โครงการยืนต้อนรับคอยให้ข้อมูลอยู่นะครับ

จะมีส่วนทางเดินแยกออกไปซึ่งทั้งสองฝั่งเป็นผนังกระจกขนาบไว้ ทำให้แสงธรรมชาติส่องผ่านเข้ามาตลอดทางเดิน

หันไปมองด้านนอกมีการจัด Landscape สวนเอาไว้สวยงาม

เข้ามาส่วนด้านในแล้วทางซ้ายมือจะเจอกับจอแสดงรายละเอียดโครงการ กับโมเดลโครงการที่ตั้งอยู่ข้างๆ ด้านหลังมีประตูทางเข้าเป็น Treatre Room

ซึ่งด้านในของ Treatre Room จะเป็นห้องเอาไว้ดู Vdo Presentation ของโครงการ(ผมได้แนบเอาไว้ท้ายๆด้านล่างให้แล้ว)

ฝั่งตรงข้ามกับโมเดล จะเป็น Living Space ขนาดใหญ่และ High Ceiling ซึ่งส่วนนี้มีการสร้างให้ใกล้เคียงกับ Lobby High Ceiling ของโครงการที่ชั้น Ground นั่นเองครับ

มีการตกแต่ง Water Channel สไตล์ญี่ปุ่นออกไปด้านนอก

พอเราออกไปด้านนอกจะมีส่วนของทางเดินเดี่ยว แยกเพื่อไปในส่วนของห้องตัวอย่างที่สร้างแยกพื้นที่ออกไป

ส่วนของสวนหย่อมภายใน Sale Gallery มีการติดสปริงเกอร์ ละอองน้ํา เอาไว้หลายจุดเพราะว่าสวนส่วนนี้มีการเลือกต้นไม้ พันธุ์ไม้ต่างๆหลากชนิด ที่จะเข้ามาใช้กับพื้นที่ภายในโครงการของจริง และจะมีพวกไม้มอสและเฟิร์นที่ต้องการน้ำอยู่ตลอดเวลาด้วย ซึ่งเป็นการลดความร้อนไปในตัวด้วย

ให้ดูมุมสวนสวยๆกับการจัด Landscape ครับ ซึ่งการจัดพื้นที่ส่วนกลาง Creek Garden ในโครงการก็จะออกมาใกล้ๆเคียงนี้ แต่จะมีการเพิ่มส่วนของทางเดินน้ำ Water Channel เข้ามา

เดินมาที่สุดทางเดินเข้ามาด้านในจะเจอกับทางเข้าส่วนของห้องตัวอย่าง เดี๋ยวไปดูห้องกันพาร์ทหน้านะครับ

ภาพจำลองบรรยากาศ บรรยากาศต้นซอยทองหล่อ ภายนอกอาคารของโครงการ

The Reserve Thonglor 2 สร้างอยู่บนที่ดินขนาด 1-1-40.7 ไร่ เป็นคอนโด High Rise 26 ชั้น 1 อาคาร 110 ยูนิต แยกอาคารจอดรถ 8 ชั้น 1 อาคาร จอดรถได้ 100%(ที่ดาดฟ้าอาคารจอดรถจะเป็นสวนพักผ่อนส่วนกลาง) โดยมียูนิตต่อชั้นสูงสุดเพียง 5 ยูนิตเท่านั้น นับว่าเป็นอีกโครงการที่ถือว่าเป็น Private พอสมควร ตัวโครงการจะเริ่มก่อสร้าง : Q3/2560 และคาดว่าจะแล้วเสร็จ : Q3/2562

โดยรูปแบบของห้องพักอาศัยจะมี 1 Bedroom 43.94 – 58.15 ตร.ม.และก็ 2 Bedrooms 70.86 – 76.77 ตร.ม. ส่วนของ Penthouse 121.71 ตร.ม.(ซึ่งมีแค่ 1 ยูนิตเท่านั้น) ตัวฝ้าเพดานสูง 3.0 เมตร / ส่วนที่มีงานระบบ(แอร์) สูง 2.70 เมตร โครงการขายแบบ Fully Fitted

ที่ชั้น 1 Ground Floor จะประกอบไปด้วยส่วนกลางอย่างสวนหย่อม Creek Garden ที่เป็นสวนคล้ายๆ Sale Gallery แต่จะมีส่วนของทางน้ำ Water Channel มาตกแต่งด้วย, ด้านในอาคารมี Lobby, Concierge Lounge ที่แบบ High Ceiling ทั้งคู่ ส่วนของห้องพักอาศัยจะเริ่มตั้งแต่ที่ชั้น 2 ไปจนถึงชั้น 23 เลย ซึ่งแปลนห้องจะคล้ายๆมีปรับขยับนิดหน่อย ที่ชั้น 24 จะไม่มีห้องพักเป็นส่วนของงานระบบต่างๆ และขึ้นมาที่ชั้น 25 เลย เป็น Highlight Faicility ได้แก่ Marble Pool แยกสระเด็ก มีจากุชชี่ พื้นที่นั่งเล่นรอบสระ และห้องสตีมแยกชายหญิง และสุดท้ายที่ชั้น 26 ซึ่งวิวดีที่สุดจะเป็นห้องออกกำลังกายขนาดใหญ่ The Reserve Lounge และห้องดูหนังเจ๋งๆอย่าง Sky Amphitheatre

ทางเข้าออกโครงการอยู่ที่สุดซอยทองหล่อ 2 โดยทางขวามือจะเป็นซุ้มรปภ.คอยสแกนก่อนเข้าโครงการ เข้ามาถึงจะเจอกับ Drop Off ถ้าเดินรถตรงไปจะเป็นส่วนด้านหลังอาคารไปยังอาคารจอดรถที่แยกส่วนออกไป

พื้นที่ส่วนหย่อมที่มีการปูพื้นเล่นเป็นลวดลายสลับกับสีเขียวของสนามหญ้าและต้นไม้ โดยมีการวางพวกขุดเก้าอี้โซฟาต่างๆเอาไว้นั่งได้

ส่วนของสวน Creek Garden ที่จะจัดออกมาคล้ายๆกับพื้นที่รอบๆ Sale Gallery ที่บอกเอาไว้ แต่จะเพิ่มส่วนของพื้นที่ Water Feature Channel ทางเดินทางให้เสมือนกับลำธารเล็กๆ ได้ยินเสียงน้ำสร้างความรู้สึกเหมือนอยู่กลางธรรมชาติ +กับไม้มอสเฟิร์นต่างๆ ทำให้ดูร่มรื่นเวลามองออกมาจาก Lobby

ภาพจำลองบรยากาศพื้นที่ส่วนกลาง Creek Garden

ภาพจำลองบรยากาศพื้นที่ส่วนกลาง Creek Garden (ด้านนอกอาคาร) / Lobby, Concierge Lounge (High Ceiling)(ด้านในอาคาร)

อ้อมมาที่ด้านหลังจะเป็นส่วนของอาคารจอดรถ 8 ชั้นที่แยกออกมา โดยมีช่องจอดรถอยู่ที่ 110 คัน สามารถจอดได้ 100% และที่ดาดฟ้าของชั้นจอดรถก็เป็นส่วนนึงของ Facility ซึ่งจะจัดเป็นสวนพื้นที่นั่งเล่น การเข้าสู่อาคารหลังจากจอดรถแล้วจะมีทางเดินเชื่อมเข้ามายังอาคาที่ชั้น 2 มาออกบริเวณ Lift Lobby พอดี

รูปแบบโทนสีของอาคาถ้ามองจากหน้ากว้างตรงๆจะเห็นแต่กระจกสีออกน้ำเงินเป็นหลักเพราะว่าฝ้าเพดานสูงกว่า 3 เมตร ที่นี่ได้กระจกฉนวนความร้อน (Insulating Glass) และที่นี่เป็นแบบหนาพิเศษ แต่ส่วนกระจกที่กันตกตรงบริเวณระเบียงจะเป็นกระจกลามิเนตประกบกันสองชั้น / สีของอาคารด้านข้างใช้เส้นสายแนวตั้งที่เป็นสีเทาเป็นหลัก ตัดกับโทนสีน้ำตาลตาลให้ใกล้เคียงกับสีของ Copper ที่ใช้ตกแต่งในอาคาร

ให้ดูอีกฝั่งนึงครับที่ห้องพักอาศัยชั้น 2-23 จะเหมือนๆกัน ต่างกันนิดหน่อยเท่านั้น

มุมนี้ให้ดูส่วนของห้องพักอาศัยจะสินสุดที่ชั้น 23 นะครับ นอกเหนือจากนั้นขึ้นไปจะเป็นส่วนของ Facilities ทั้งหมด ซึ่งเอามาไว้ด้านบนได้รับวิวสวยๆ

ภาพจำลองบรรยากาศภายในโครงการ บริเวณชั้น 25-26 ส่วนของ Highlight Facility ทั้งหมด

ภาพจำลองบรรยากาศภายในโครงการ บริเวณชั้น 25 ส่วนกลาง Marble Pool มีแยกสระเด็ก และ Jacuzzi พื้นที่นั่งเล่นรอบๆสระชม City View สองฝั่ง

ภาพจำลองบรรยากาศภายในโครงการ บริเวณชั้น 26 ส่วนกลาง ห้องออกกำลังกายขนาดใหญ่ High Ceiling ชมวิวเมืองฝั่งถนนทองหล่อ

ภาพจำลองบรรยากาศภายในโครงการ บริเวณชั้น 26 ส่วนกลาง The Reserve High Ceiling ชมวิวเมืองฝั่งถนนทองหล่อ

ภาพจำลองบรรยากาศภายในโครงการ บริเวณชั้น 26 ส่วนกลาง ห้องดูหนัง Sky Amphitheatre

Ground Floor : ทางเดินรถภายในโครงการจะเป็นแบบสวนทางกันปกติ เข้ามาถึงจะเจอกับส่วน Drop Off ก่อน และอ้อมไปด้านหลังอาคารจะเป็นส่วนอาคารจอดรถ 8 ชั้นแยกเอาไว้ด้านหลัง รอบๆอาคารจะจัดเป็นสวนหย่อม และ Creek Garden ที่มองออกจากภายในอาคารจะเห็นสวนทั้งหมด ภายในอาคารจะประกอบไปด้วย Lobby, Concierge Lounge ที่แบบ High Ceiling ทั้งคู่ / ส่วนของลิฟท์โดยสารมีมาให้ 2 ตัว และแยกลิฟท์เซอร์วิสอีก 1 ตัว อัตราส่วนลิฟท์อยู่ที่ 55 : 1 ถือว่าน้อยมาก สบายๆครับรอแปปเดียว

ส่วนของห้องพักอาศัยจะเริ่มตั้งแต่ที่ชั้น 2 ไปจนถึงชั้น 23 เลย  ซึ่งจะมีทางเชื่อมจากอาคารที่จอดรถเข้ามาสู่บริเวณโถงลิฟท์ตรงนี้ จะเห็นว่าห้องพักอาศัยจะได้วิวทิศตะวันตก ตะวันออกเป็นส่วนใหญ่ทั้งหมด

Typical Floor Plan คือชั้น 2 – 23 แปลนห้องจะคล้ายๆมีปรับขยับนิดหน่อย โดย Corridor(โถงทางเดิน) จะเป็นรูปทรงตัว L ซึ่งบางชั้นก็จะได้ส่วนของ “ช่องแสง” ที่ส่องมายังโถงทางเดิน 2 จุด บางชั้นก็จะมีจุดเดียว(ตรงหน้าโถงลิฟท์) สลับกันไปมาและมีบันไดหนีไฟอยู่ 2 จุด โดยแปลนห้องสีเทาจะเป็นแบบ 1 Bedroom 43.94 – 58.15 ตร.ม.และแปลนห้องสีน้ำตาลจะเป็นแบบ 2 Bedrooms 70.86 – 76.77 ตร.ม.

ที่ชั้น 24 จะไม่มีห้องพักเป็นส่วนของงานระบบต่างๆ และขึ้นมาที่ชั้น 25 เลย เป็น Highlight Faicility ได้แก่ Marble Pool แยกสระเด็ก มีจากุชชี่ พื้นที่นั่งเล่นรอบสระ และห้องสตีมแยกชายหญิง / จากแปลนนี้จะเห็นที่ Rooftop ส่วนของอาคารจอดรถด้านหลังซึ่งจัดเป็นพื้นที่ส่วนกลางเอาไว้ใหเเป็นสวนหย่อมและพื้นที่นั่งเล่นไว้ด้วย

และสุดท้ายที่ชั้น 26 ซึ่งวิวดีที่สุดจะเป็นห้องออกกำลังกายขนาดใหญ่ The Reserve Lounge และห้องดูหนังเจ๋งๆอย่าง Sky Amphitheatre

มาดูพื้นที่รอบข้างของโครงการกันบ้าง ด้วยทำเลของโครงการที่อยู่ในซอยทองหล่อ 2 เข้ามาประมาณ 140 เมตร แต่ว่าในซอยทองหล่อ 2 จะมีบ้านพักอาศัยอยู่แค่ 3 หลังใหญ่เท่านั้นเอง ซึ่งวิวของห้องพักอาศัยที่นี่จะมีหลักๆแค่ตะวันออกกับตะวันตกเท่านั้นครับ ซึ่งสองฝั่งนี้จะมีไม่มีอาคารสูงมาบังในระยะใกล้เท่าไรอาจจะเห็นเฉียงๆไปบ้างอย่างแต่ถ้ามองตรงๆจะไม่มีการเห็นปะทะกันครับ

ทิศเหนือ : ระยะใกล้เป็นชุมชนบ้านพักอาศัยทั่วไป ถัดไปเป็น Sansiri Quattro 28, 36 ชั้น

ทิศตะวันออก : ฝั่งตรงข้ามเป็นบ้านพักอาศัยที่มีเนื้อที่ขนาดใหญ่ มองกว้างไปค่อนข้างโล่งเลย มีเฉียงๆทางซ้ายจะเป็นคอนโด Regent on the park

ทิศใต้ : ในระยะใกล้จะอยู่ใกล้กับคอนโดมุกดาลิฟวิ่งประมาณ 20 ชั้น และถัดไปเป็น Top View Tower 38 ชั้น ถ้าเลยไปก็เป็นถนนสุขุมวิท

ทิศตะวันตก : จะเป็นวิวหลักในระยะใกล้ด้านหน้าจะเป็นส่วนของบ้านพักอาศัยขนาดใหญ่ 3 หลังที่อยู่ในซอยทองหล่อ 2 ถัดไปปากซอยระยะ 150 เมตร มีอาคารสูงอย่าง Fifty Fifth ประมาณ 35 ชั้น และก็จะเป็นวิวถนนทองหล่อ โล่งๆ

รูปประกอบวิวจากทางโครงการ ที่ความสูงประมาณชั้นส่วนกลาง 25-26 โดยรูปบนจะเป็นวิวทิศตะวันตกเป็นวิวถนนหลักทองหล่อด้านหน้าโครงการ และรูปล่างจะเป็นวิวทิศตะวันออกด้านหลังโครงการเป็นซอยสุขุมวิท 57, 59 และเอกมัยครับ

ปิดท้ายด้วย VDO Presentation จากทางโครงการเพื่อดูประกอบอีกทางครับ

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • Ground Floor : Creek Garden สวนหย่อมที่มีทางน้ำ Water Channel
  • Ground Floor : Lobby, Concierge Lounge ที่แบบ High Ceiling
  • ชั้น 25 : Marble Pool ระบบเกลือ ยาว 24 เมตร ลึก 1.2 เมตร
  • ชั้น 25 : Kids Pool, Jacuzzi Bed, Pool Deck และ Steam Room แยกชายหญิง
  • ชั้น 26 : ห้องออกกำลังกาย High Ceiling ใส่เครื่องออกกำลังกายประมาณ n/a เครื่อง(ยังไม่ระบุ)
  • ชั้น 26 : The Reserve Lounge / Sky Amphitheatre
  • ลิฟท์โดยสาร 2 ตัว / Service Lift 1 ตัว
  • อัตราส่วนลิฟท์ 55 : 1
  • ที่จอดรถช่องจอดประมาณ 110 คันคิดเป็น 100% ของจำนวนห้องพัก / Driver Area
  • ระบบ CCTV / Access Card
  • Shuttle Car Service to BTS ทองหล่อ
  • Electric car charger
  • Human Service (24 Hour Butler)
  • Free Wireless Internet on Facility Floor & Lobby


Product Walkthrough

ห้องตัวอย่างที่จะพาไปดูมีแบบเดียวนะครับ คือห้อง 2 Bedroom ขนาด 74.09 ตร.ม. ห้องนี้จะเป็นแบบหน้ากว้างประมาณ 9 เมตรนะครับ โดยแบ่งพาร์ทออกเป็น 3 ส่วน เริ่มจากเข้ามาในห้องจะเจอกับโซนรับประทานอาหารที่เชื่อมกับ Living Area ขนาดใหญ่ แต่ว่าอาจจะติดขัดนิดหน่อยตรงตำแหน่งดูทีวี ตรงโซนครัวพื้นจะเปลี่ยนจาก Engineering Wood มาเป็นพื้นกระเบื้องลายหินอ่อน โดยสามารถเข้าห้องน้ำรับแขกตรงนี้ได้ ซึ่งสามารถปิดประตูกั้นส่วนอาบน้ำได้ ไปเชื่อมยังห้องนอนเล็ก สุดท้ายส่วนของ Master Bedroom จะกินพื้นที่ 1/3 ของห้องทางซ้ายมือ ระยะต่างในห้องกว้างขวางเดินไปมารอบเตียงได้สบาย มีพื้นที่ Walk in Closet ก่อนเข้าห้องน้ำ ซึ่งภายในห้องน้ำแยกส่วนแห้งและเปีกยในตัวมีอ่างอาบน้ำให้ด้วย

เริ่มจากประตูทางเข้าด้านหน้าก่อน เป็นประตูบานไม้ขนาดใหญ่ เกือบถึง Ceiling มีการใช้ลวยลายเส้น Copper แนวตั้งมาช่วยตกแต่ง อุปกรณ์ที่ได้มาจะเป็น Digital Door Lock ของ YALE ที่ได้ทั้งสามฟังก์ชั่คือ กดรหัส, แตะบัตร, สแกนนิ้ว / ส่วนทางขวามือจะเป็นตัว VDO Door Phone ที่สามารถโทรเข้ามาในห้องแบบเห็นหน้าได้ เอาไว้ส่วนแขกมาติดต่อ

รูปแบบการเปิดประตูห้องถ้าเราใช้งานบานหลักปกติทางขวามือ ระยะเปิดออกกว้าง 1 เมตร ส่วนถ้าเราต้องการยกของชิ้นใหญ่เข้าออกห้องสามารถเปิดบานด้านข้างได้อีก 1 ตอน ซึ่งรวมแล้วจะได้ความกว้างรวมประมาณ 1.30 เมตร / พอเข้ามาในห้องจะมีการยกพื้นขึ้นจากโถงทางเดิน เพื่อกันพวกฝุ่นจากการทำความสะอาดด้านนอกห้อง

(รูปบน) เป็นช่องหยอดซองจดหมาย รูปแบบของ Private Mail Box ที่เป็นหนึ่งในเซอร์วิสซึ่งเราสามารถเปิดหยิบจากในห้องเราได้เลย

เข้ามาแล้วจะเจอกับส่วนของโซนรับประทานอาหารก่อน เชื่อมกับ Living Area พื้นส่วนนี้จะเป็น Engineering Wood ผิวไม้โอ๊ค หนาพิเศษ 12 mm. ความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดาน 3 เมตรครับ

  • มองย้อนกลับไปที่ประตูทางเข้าก่อน ทางขวามือจะเห็นส่วนของหน้าจอแสดงผลของ VDO Door Phone ของ Bticino ซึ่งสามารถอัดเสียงและบันทึกภาพจากผู้ที่โทรมาจากล็อบบี้ได้เลย
  • ภายในห้องยังใช้ระบบ Home Automationซึ่งสั่งการต่างๆผ่าน Smart Phone อาทิเช่น เปิดปิดไฟ แอร์
  • สวิทช์และปลั๊กไฟของ ART DNA ส่วนปลั๊กเป็นแบบ Universal ทุกจุดและที่บริเวณหัวเตียงและที่วาง Sofa จะเพิ่มช่องของ USB Charger เอาไว้ให้ใช้โดยไม่ต้องเสียบ Adapter

ทางซ้ายมือเป็นส่วนโซนรับประทานอาหารซึ่งห้องตัวอย่างจัดมาเป็นชุดโต๊ะแบบ 4 ที่นั่ง จะได้ระยะการใช้งานเหมาะสมกำลังดี

ตรงส่วนชิดผนังไอเดียจากห้องตัวย่างตกแต่งโดยการ Built-In เพิ่มชุดตู้ชั้นวางและติดตั้งชั้นหินอ่อน ถือเป็นทั้งพื้นที่ใช้สอยเพิ่มและสามารถวางของใช้ ของโชว์ได้ด้วย

กลับหลังหันไปจะเปลี่ยนเป็นโซนครัว โดนพื้นจะเปลี่ยนไปเป็นกระเบื้องลายหินอ่อนแทนซึ่งจะทำความสะอาดง่ายกว่า

ส่วนของชุดครัวที่ให้ตามนี้เลย เป็นชุดตัว L ใช้พื้นที่ใช้สอยเต็มที่ทั้งด้านล่างและชุดตู้ด้านบน พวกหน้าบานจะมีทั้งลามิเนตลายไม้และกระจกเงาสลับกัน

เริ่มจากตู้บานแรก ลองเปิดมาด้านในจะมีกล่องของงานระบบไฟ เคเบิล ต่างๆ จะจัดเอาไว้ตรงนี้เป็นระเบียบ

ลองเปิดชุดตู้ด้านบนให้ดูอีกฝั่งนึง มีการแบ่งส่วนการใช้งานวางของเป็นชั้นๆเอาไว้ให้ รวมถึงติดตั้งถาดวาง แขวนจานเอาไว้ด้วย ส่วนของานฟิตติ้งจะได้เป็นของ Blum เป็นของออสเตรียที่ขึ้นชื่อมีความเชี่ยวชาญในการผลิตเฟอร์นิเจอร์อุปกรณ์สำหรับห้องครัวพรีเมี่ยม ฮาร์ดแวร์ ห้องครัวอุปกรณ์สำหรับห้องครัวและระบบลิ้นชักบานพับ

หน้าตาของ Hob & Hood ของ gorenje ดีไซน์โดยผู้ออกแบบชั้นนำของโลกอย่าง PHILIPPE STARCK  ซึ่งจะเป็นแบบกระจกเงาระบบสัมผัสทั้งหมด

เตาไฟฟ้าเป็นแบบ 4 หัว หน้าตาแบบนี้ มีฟังกื๙ั่นการใช้งานปรับความร้อนได้หลายแบบและหลายระดับ

ที่ผนังชุดครัวมีการติดกระจกเงาไว้ให้ทั้งหมดบริเวณพื้นที่ครัว รวมไปถึงมีการซ่อนไฟ LED ไปตามใต้ชุดตู้ทั้งหมด

Oven ของ gorenje โดย PHILIPPE STARCK เช่นกันเข้าเซ็ตทั้งชุด หน้าบานเป็นกระจกเหมือนกัน

ลองเปิดออกให้ดูซะหน่อย

พวกชุดตู้ด้านล่าง สามารถเก็บของได้เยอะมาก แถมมีการแบ่งช่องเก็บของใช้งานเอาไว้เบ็ดเสร็จ

ส่วนของอ่างล้างจานเป็นได้เป็นของ Blanco ทั้งชุด โดยอ่างเป็นวัสดุทำจากหินแกรนิตจึงให้ความทนทานทั้งความร้อน และแรงกระแทกเป็นพิเศษ / ส่วนท็อปเคาน์เตอร์ที่ทำจากหินควอทซ์กำลังได้รับความนิยมเนื่องจากเป็นวัสดุที่มีคุณภาพสูง ซึ่งป้องกันรอยขีดข่วนได้ดี แต่ข้อเสียก็คือไม่สามารถกันความร้อน หรืออุณหภูมิสูงๆ เช่น การวางหม้อที่มีความร้อนลงไปได้ อาจต้องใช้ผ้าหรืออุปกรณ์อื่นๆรองอีกทีหนึ่ง

ส่วนของดีไซน์ก๊อกที่มาพร้อมกับชุดอ่างหน้าตาเช่นนี้

ชุดเก็บของใต้อ่าง และด้านข้างมีส่วนของที่วางเครื่องซักผ้าได้ มีหน้าบานปิดเป็นสัดส่วน

ถัดมาจากชุดครัวเป็นส่วนของตู้เย็นซึ่งมีการ Built-In หน้าบานกระจกปิดเอาไว้กับตัวตู้เย็นเลย ซึ่ง(รูปขวา) ผมลองเปิดให้ดูภายใน ส่วนของตู้เย็นยังได้ของ Gorenje เช่นกัน

ถัดมาจะเป็นส่วนรับแขก นั่งเล่น พื้นที่นี้จะได้รับช่องแสงจนาดใหญ่จากระเบียงเต็มๆบวกับฝ้าเพดานสูงทำให้ดูโปร่งสบาย

แอร์ที่ห้องจะเป็นแบบฝังฝ้าเพดาน VRV ซึ่งจะวาง Condensing Air ไว้ภายนอกห้องพักอาศัยไม่ไปยุ่งกับพื้นที่ระเบียงจะได้รับวิวเต็มที่ ซึ่งส่วนงานระบบจะอยู่ตำแหน่งเหนือห้องน้ำและครัว ทำให้ส่วนนี้มีความสูงลดลงมาเหลือ 2.70 เมตร และจากในรูปถ้าสังเกตดีๆ ห้องที่นี่จะใช้ไฟเป็นแบบ Strip เป็นการเดินไฟในห้องด้วยเส้นไฟ LED เกือบทั้งห้องทำให้ไม่ต้องเจาะฝ้าและดูสวยงามเป็นระเบียบมาก โดยสามารถปรับระดับไฟเป็นรูปแบบ Dimmer เพิ่มลดความสว่างของแสงได้ตามใจชอบ

พื้นที่นั่งเล่นสามารถวางโซฟาขนาดใหญ่เป็นแนวยาว ทั้งรูปทรงตัว L ได้ตามใจชอบเพราะมีพื้นที่กว้างขวาง

มุมผนังชั้นวางทีวี ด้านข้างใกล้กับช่องแสงสามารถจัดวางเป็นมุมโต๊ะเล็กๆอ่านหนังสือ หรือทำงานเพิ่มขึ้นมาได้

ระยะดูทีวีอยู่ที่ประมาณ 2.6 เมตร สามารถวางทีวีแบบ 50-60 นิ้วได้กำลังดี

ถัดมาเป็นส่วนของประตูกระจกบานเลื่อน 2 ตอนแบบฟิค 1 ตอน เป็นทางออกไปยังระเบียง ซึ่งวงกบเป็นอลูมิเนียมสีเทาด้าน ความพิเศษของที่นี่คือให้วัสดุตัวกระจกเป็นกระจกฉนวนความร้อน (Insulating Glass)โดยการนำกระจกมาประกอบกันโดยมีเฟรมอลูมิเนียมคั่นกลาง ป้องกันการถ่ายเทความร้อนระหว่างภายในกับภายนอกอาคารและ ช่วยป้องกันเสียงรบกวนจากภายนอก ไม่ทำให้เกิดฝ้าหรือหยดน้ำ แม้ว่าอุณหภูมิภายในกับภายนอกแตกต่างกันมาก

ให้ดูสีของวงกบเป็นอลูมิเนียมเป็นสีเทาด้าน

พื้นของระเบียงจะลดระดับลงมาเล็กน้อย เป็นกระเบื้อง homogeneous ผิวด้านแผ่นใหญ่

ทางปลายระเบียงจะมีส่วนของเดรนระบายน้ำติดตั้งเอาไว้ และมีราวกันตกเป็นกระจกลากมิเนตช่วยกรองแสงแดดอีกชั้น แต่ยังสามารถมองทะลุออกไปชมวิวได้

กระจกลามิเนต คือ กระจกตั้งแต่ 2 ชิ้นขึ้นไป มาทำการ “ลามิเนต” ทำเป็นชั้นๆ โดยประกบด้วยฟิล์มเพื่อจุดประสงค์ในการใช้งานที่ต้องการความแข็งแรงมากขึ้น และตอบสนองการใช้งานในด้านความปลอดภัยที่สูง ถือเป็นกระจกนิรภัยชนิดหนึ่ง ที่เวลาแตกแล้วเศษกระจกจะยังคงยึดติดกันอยู่ด้วยฟิล์มระหว่างแผ่นกระจกเหมือนกับใยแมงมุม

ด้านบนฝ้าเพดานของระเบียงตกแต่งเป็นแนวระแนงไม้สีเทาจะเห็นไฟเพดานเป็นดาวน์ไลท์ LED และมีส่วนท่อระบายมาจากครัว

ถัดไปจะไปดูห้องนอนเล็กกันบ้าง ซึ่งของจริงจะมีประตูไม้(แบบเดียวกับทางเข้าห้อง) เป็นบานเลื่อนแบบซ่อนผนังติดไว้ให้ครับ

เข้ามาในส่วนห้องนอนพื้นที่ด้านข้างเตียงทางฝั่งขวาค่อนข้างโล่งกว้างระดับนึง เอาไว้เดินไปมาสะดวก หรือจะจัดวางเป็นมุมโต๊ะเครื่องแป้งขนาดใหญ่เพิ่มขึ้นมายังได้

มุมเตียงนอนจัดเป็นเตียงไซส์ 5-6 ฟุตได้ทั้งคู่ ยังมีระยะเหลือเดินปลายเตียงประมาณ 30 ซม. (แต่ต้องเอาทีวีแขวนผนังนะ)

ถ้าจะนอนดูทีวีจะมีระยะห่างอยู่ที่ประมาณ 1.70 เมตร และมุมนี้จะได้ช่องแสงจาก Bay Window หน้าต่างเข้ามุมด้วย

รูปแบบช่องแสงของห้องนอนขนาดใหญ่มากเกือบถึงเพดาน วัสดุจะเป็นแบบเดียวกับประตูทางออกไประเบียง

ด้านข้างเตียงฝั่งนี้จะมีระยะทางเดินเหลือประมาณ 60 ซม. เดินสะดวก และสามารถวางโต๊ะหัวเตียงได้ด้วย

ที่ด้านบนฝ้าเพดาน มีการดรอปฝ้าเอาไว้ให้สำหรับส่วนเตรียมติดตั้งรางของผ้าม่าน

มุมนี้ซูมให้เห็นถึงวัสดุของกระจกฉนวนความร้อน (Insulating Glass)

กลับหลังหันมาจะเจอกับส่วนทางเดินไปยัง Walk in Closet ไปยังห้องน้ำ ซึ่งมีทางเดินกว้างประมาณ 90 ซม.

ซึ่งชุดตู้เหล่านี้เราจะได้ทั้งหมดเลยตามแบบห้องตัวอย่าง เป็นตู้เก็บของใช้ ของโชว์ และตู้เสื้อผ้า แบบ Custom หน้าบานเป็นกระจกชาดำ และแบ่งเป็นชั้นๆเพื่อวางของได้หลายส่วน

สำหรับคุณผู้หญิงก็เป็นทั้งที่เก็บของและสามารถโชว์ไปในตัว หาหยิบจับของได้ง่าย

ที่ด้านหลังตู้โชว์เก็บของจะเป็นส่วนของตู้เสื้อผ้า วัสดุแบบเดียวกันแต่เป็นหน้าบาน 3 ตอน

ฝั่งตรงข้ามตู้เสื้อผ้าจะเป็นส่วนของทางเข้าห้องอาบน้ำที่แยกส่วนออกมาเฉพาะ

พื้นที่อาบน้ำในห้องน้ำขนาดอยู่ที่ประมาณ 0.95 x 1.5 เมตร ได้ระยะปานกลาง โดยพื้นจะลดระดับลงเล็กน้อย

ที่ผนังห้องน้ำจะกรุด้วยกระเบื้องลายหินอ่อนแบบเดียวกับพื้นโซนครัว มีหน้าต่างช่องแสงขนาดใหญ่เป็นบานเปิดกระทุ้งออกระบายอากาศและความชื้นได้

ด้านบนมีการดรอบฝ้า และติดไฟหลืบซ่อนเอาไว้ให้

ส่วนของชุดฝักบัวเราจะได้ของ Hansgrohe หน้าตาเช่นนี้นะครับ

ถัดไปเป็นห้องน้ำที่แยกส่วนแห้งออกไป ตรงนี้ถ้าอยากให้การใช้งานเป็นสัดส่วนก็ปิดประตูซะ ก็จะกลายเป็นห้องน้ำแบบ Powder Room ได้เวลามีแขกมาเยี่ยม

เข้ามาแล้วหันไปทางขวาจะเป็นส่วนของชุดอ่างล้างมือที่ติดเต็มระหว่างผนังที่กว้าง 90 ซม. จะได้เป็นของ LAVENZ และท๊อปรอบอ่างเป็นหินสังเคราะห์พร้อมชุดตู้ใต้อ่าง

ด้านบนเป็นส่วนของกระจกเงาที่ติดเอาไว้แบบทั้งตรงและเฉียงๆ สามารถวางของใช้เพิ่มได้อีกนิดหน่อย พร้อมมีการติดไฟซ่อนใต้กระจกเงาเอาไว้

กลับหลังหันมาจะเป็นส่วนของสุขภัณฑ์ เป็นแบบ Wall Hung Toilet ซึ่งห้องน้ำห้องนี้จะได้เป็นของ American Standard ยุดชุด โดยการกดน้ำจะมีปุ่มอยู่ติดที่ผนังด้านหลังเอาไว้

ที่ผนังจะมีการใช้หินอ่อน Cheta Grey Stone เข้ามาช่วยตกแต่งผนัง(สีน้ำตาล) ที่เอามานำสายตา ลวดลายจะดูโดดเด่นกว่ากระเบื้องลายหินอ่อนที่อยู่ด้านหลัง

ส่วนของประตูห้องน้ำ Master ที่จะสูง 2.70 เมตร ถือเป็น Over Size เช่นเดียวกัน

เข้ามาในห้องนอนจะเห็นพื้นที่ด้านข้างเตียงทางซ้านระยะทางเดินประมาณ 1.4 เมตร มุมนี้ผมชอบการแต่งหัวเตียงจากห้องตัวอย่างซึ่งทำมาได้แมทช์กับคอนเซ็ปท์โครงการดี ใช้กระจกสีชาทองบวกกับ Copper เป็นเส้นขอบเงาๆ

เตียง King Size ที่จัดวางไว้ และยังมีพื้นที่เหลือปลายเตียงประมาณ 70 ซม.(ไม่นับการวางของชั้นวางทีวี) ถ้าต้องการเดินสบายๆเลยแนะนำเอาแขวนผนังไว้ดีกว่า ที่ผนังช่องแสงได้ขนาดใหญ่ เป็น Bay Window และแยกช่องแสงออกมา 2 ส่วนเพิ่มเติม โดยจะมีบานกระทุ้งเปิดออกได้ 2 บาน

พื้นที่ด้านข้างเตียงฝั่งขวาเหลือประมาณ 55 ซม.

รูปแบบที่ผนังช่องแสงได้ขนาดใหญ่ เป็น Bay Window

ฝั่งนี้จะมีช่องแสงอีกจุดนึง รูปบนผ้าม่านจะบังเอาไว้อยู่ อันนี้ผมลองอุ้มผ้าม่านยกขึ้นมาให้ดู

กลับหลังหันมองย้อนกลับไป เป็นส่วนทางเดินไป Walk in Closet และห้องน้ำ เนื่องจากว่าเฟอร์นิเจอร์หน้าบานเป็นกระจกเยอะ เลยอาจจะทำให้ดูงงตานิดนึง ผมเลยเพิ่มกราฟฟิคบอกตำแหน่งทางเดินเอาไว้ให้ครับ

ตู้ทางฝั่งซ้ายจะได้เหมือนกันกับห้องนอนเล็กก่อนหน้า

มุมทางขวาจะมีตู้เก็บของให้อีกตู้นึง พร้อมชั้นวางของแบบเปิดโล่งเป็นโครงเหล็ก

ด้านบนมีที่แขวน เผื่อเอาไว้สำหรับแขวนสูทหรือเสื้อนอกตัวไหนที่ใช้บ่อยๆ และด้านบนมีที่วางของแบบเปิดโล่งอีกจุด

เข้ามาด้านในพื้นที่ทางเดิน Walk in Closet แล้ว จะมีความกว้างอยู่ที่ 1.40 เมตร

มีชุดตู้เสื้อผ้าให้ทั้งสองฝั่งซ้ายและขวา

พอเข้ามาในห้องน้ำแล้ว พื้นจะลดระดับลงเล็กน้อย มีการแยกส่วนแห้งและส่วนเปียกเอาไว้ชัดเจน ที่พื้นยังคงเป็นกระเบื้องลายหินอ่อนเหมือนเดิม ทางขวามือเป็นตำแหน่งของอ่างล้างมือ

ที่ผนังห้องน้ำทั้งด้านหลังนี่จะได้เป็นส่วนของหินอ่อน Cheta Grey Stone แบบเต็มๆไปด้านนึงเลยนะครับ

ทางขวามือด้านบนมีการติดกระจกเงา ขนาดยาวเต็มผนังเอาไว้ให้ โดยจะมีการเฉียงองศาของกระจกหน่อยนึง(ทางซ้าย) เพื่อพอยื่นออกมาแล้วจะเป็นชั้นวางของได้ และมีการติดไฟซ่อนด้านใต้เช่นกัน

ท๊อปเคาน์เตอร์รอบอ่างเป็นวัสดุหินสังเคราะห์สีขาวเรียบ โดยอ่างและก๊อกเป็นของ LAVENZ

ส่วนของสุขภัณฑ์ Wall Hung Auto Tiolet เมื่อเป็นระดับหรูแล้วคงหนีไม่พ้นเจ้าตัวนี้แหละครับ TOTO Washlet ด้านหลังที่ผนังมีการติดตั้ง Emergency Phone เอาไว้ให้ด้วย

ผมทำเป็นคลิป VDO สั้นๆประมาณ 30 วินาที เอาไว้ให้ดูเจ้า TOTO Washlet ตัวนี้นะ

ส่วนของพื้นที่อาบน้ำที่กั้นฉากด้วยกระจกนิรภัยเทมเปอร์ พื้นที่อาบน้ำขนาดประมาณ 0.75 x 1.60 เมตร

ภายในยังมีชุดอ่างอาบน้ำมาให้ด้วย อ่างมีความยาวประมาณ 1.55 เมตรครับ ได้ของ LAVENZ เช่นเดียวกัน

พวกหน้าตาชุดก๊อกและฝักบัวที่ติดกับอ่างจะได้เป็นของ Hansgrohe เซตนี้

ชุดฝักบัวหลักหน้าตาแบบนี้ ด้านบนมี Rain Shower ติดอยู่บนฝ้าด้วย เป็นของ Hansgrohe thermostat 

อันนี้เป็นแปลนห้องแบบอื่นๆภายในโครงการ ผมแปะเอาไว้ให้ครับซึ่งโครงการไม่ได้ทำห้องตัวอย่างมา

ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 21 March 2017

  • 1 Bedroom 43.94 – 58.15 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 10 ล้านบาท
  • 2 Bedrooms 70.86 – 76.77 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 17 ล้านบาท
  • ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรทั้งโครงการ 250,000 บาท/ตร.ม.
  • (สอบถามราคา แต่ละ Type และแต่ละชั้นเพิ่มเติมจากทาง Sale)
  • Fully Fitted (แอร์ VRV ฝังฝ้า), Built-In ตู้เสื้อผ้า และตู้ชั้นวางของในห้องนอน
  • ฝ้าเพดานสูง 3 เมตร (ส่วนงานระบบลดเหลือ 2.7 เมตร)
  • Kitchen & Sink (ท๊อปหินควอทซ์ Quartz)
  • Hob & Hood & Oven by PHILIPPE STARCK
  • ตู้เย็น gorenje แบบ Bulit-In
  • Digital Door Lock – YALE
  • VDO Door Phone – Bticino
  • Shuttle Bus ไปกลับ BTS ทองหล่อ
  • ค่ากองทุน 500 บาท/ตร.ม.
  • ค่าส่วนกลาง 130 บาท/ตร.ม./เดือน

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ครับ


เจาะลึกรวบยอด

The Reserve Thonglor 2 อยู่ในซอยสุขุมวิท 55 หรือที่เรียกกันว่าซอยทองหล่อ ด้วยตัวทำเลถือว่าเป็นแหล่งที่ได้รับความนิยมมาก มีความอุดมสมบูรณ์ภายในตัวเองสูง และเป็นพื้นที่ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นของ Lifestyle คนเมือง พื้นที่โครงการอยู่ต้นซอยทองหล่อ นับว่าเป็นซอยแรกที่เข้ามาเลยแต่เป็นฝั่งเลขคู่อยู่ขวามือ นั่นคือซอยทองหล่อ 2 เข้าไปสุดซอยประมาณ 140 เมตร  ความอุดมสมบูรณ์รอบโครงการ ซอยทองหล่อ 2 ซึ่งเป็นช่วงต้นซอย จะถือว่าไม่ได้ใกล้จากแหล่งความอุดมสมบูรณ์ของซอยมากๆเท่าช่วงกลางซอยแต่ว่าอยู่ในระยะเดินได้ไม่ไกลนัก ภายในระยะเดินแค่ไม่กี่ช่วงซอย ถือว่าแน่นขนัด ครบครันในทั้งเรื่องอาหารการกิน โรงพยาบาล แบงค์สาขาย่อย สถานที่ออกกำลังกาย หรือร้านให้บริการต่างๆ แต่ค่าใช้จ่ายในการอยู่อาศัยภายในพื้นที่ก็สูงตาม อย่างฝั่งซอยเลขคี่ทางซ้ายมือในระยะเดินส่วนใหญ่จะเป็น Commumity Mall มีทั้ง J Avenue, Starbuck, Seenspace 13, โรงพยาบาลสมิติเวช หรือแหล่งร้านอาหารญี่ปุ่นอย่าง Nihonmura ถ้าฝั่งตรงข้ามแถบซอยทองหล่อเลขคู่ 8eight, Tops Marketplace, Maze Thonglor หรือจะเข้าไปในซอยทองหล่อ 10 หรือที่เรียกว่าซอยเอกมัย 5 เป็นพวก Pub&Restaurant ก็มีหลายร้านครับ ส่วนร้านสะดวกซื้ออย่าง 7-11 และ Family Mart ก็มีตั้งอยู่ตลอดเส้นทาง

การเดินทางด้วยรถยนต์ ซอยทองหล่อถือว่าเป็นซอยที่ตัดระหว่างถนนสุขุมวิทในช่วงต้นซอย และถนนเพชรบุรีที่ปลายซอย ถนนทั้งสองเส้นถือว่าเป็นถนนเส้นใหญ่ ปริมาณรถมากตลอดทั้งวัน มีไฟเขียวไฟแดงเรื่อยๆ และวิ่งขนานกันตรงจากใจกลางเมืองออกไปยังทิศตะวันออกของกรุงเทพทั้งคู่ ทำให้การเดินทางด้วยรถยนต์สามารถใช้ซอยทองหล่อเองเป็นเส้นทางผ่านไปมาสำหรับการจะขึ้นเหนือและลงใต้ของพื้นที่ภายในกรุงเทพเพราะการเชื่อมต่อของถนนต่างกัน อย่างเส้นสุขุมวิท สามารถตัดผ่านซอยไปยังพระรามสี่, คลองเตย, พระราม 3 ส่วนเส้นเพชรบุรีสามารถขึ้นเหนือไปยังรามคำแหง, รามอินทรา หรือว่าลาดพร้าว ส่วนในซอยย่อยต่างๆภายในทองหล่อก็สามารถวิ่งเชื่อมถึงกันได้ และสามารถวิ่งไปถึงซอยข้างเคียงได้อย่างซอยเอกมัยและซอยพร้อมพงษ์ และความกว้างของแต่ละซอยก็สามารถวิ่งสวนกันได้ มี 2 เลนเกือบทั้งหมด

ส่วนจุดทางขึ้น-ลงทางด่วนอยู่ในรัศมีค่อนข้างไกล อย่างจุดที่ใกล้และน่าจะรถติดน้อยที่สุดคือ ทางขึ้น-ลงทางด่วนพระรามเก้า เลี้ยวขวาเข้าถนนเพชรบุรี ตรงมาเรื่อยๆ แล้วไปกลับรถเข้าซอยทองหล่อ เพราะถ้ามาจากอโศกจะเลี้ยวขวาเข้าซอยทองหล่อโดยตรงไม่ได้ ไม่เหมือนมาจากถนนพัฒนาการที่สามารถเลี้ยวซ้ายเข้าท้ายซอยทองหล่อได้สบายๆ และอีกจุดหนึ่งอยู่ที่ทางขึ้น-ลงทางด่วนท่าเรือ ที่ต้องผ่านมาทางถนนสุขุมวิท แล้วตัดเข้าเส้นพระรามสี่อีกที ทั้งสองจุดทางขึ้น-ลงทางด่วนอยู่ห่างจากซอยทองหล่อประมาณ 4-5 กิโลเมตร

ส่วนการเดินทางโดยใช้ระบบขนส่งสาธารณะ มีสถานีรถไฟฟ้า BTS ทองหล่อที่ใกล้ที่สุด ตั้งอยู่บนถนนสุขุมวิทช่วงต้นซอยทองหล่อ ต้องเดินลงมาบนทางเท้าด้านล่าง และเดินเลียบไปฝั่งขวาเรื่อยๆ ตำแหน่งของโครงการอยู่ห่างจากตัวสถานีประมาณ 480 เมตร ยังอยู่ในระยะเดินได้(แต่ว่าที่โครงการก็มี Shuttle Car คอยรับส่งลูกบ้านให้ด้วย) อีกทั้งซอยทองหล่อนั้นมี Taxi, พี่วิน, สามล้อ และรถกระป๊อวิ่งคอยบริการให้อยู่ตลอดทั้งกลางวันและกลางคืน ถ้ามาจากเส้นทาง MRT ก็มาเปลี่ยนที่สถานี BTS อโศก ที่เป็นจุด Interchange แล้วนั่งต่อมาลงสถานีทองหล่อ สองข้างทางภายในซอยทองหล่อยังมีป้ายรถเมล์และทางม้าลายอยู่เรื่อยๆ / โครงการมี Shuttle Car Service to BTS ทองหล่อให้ด้วย

วัสดุของที่นี่ให้มาแบบจัดเต็มความคุ้มค่าทีเดียว เริ่มจากความสูง 3 เมตร, บานประตูไม้ขนาดใหญ่ Over Size, Digital Door Lock ของ YALE, VDO Door Phone, Home Automation, Emergency Phone, ปลั๊กไฟ Universal ของ ART DNA, พื้นในห้องเป็น Engineering Wood 12 mm. กับกระเบื้องลายหินอ่อน, ชุดครัว Built-In หน้าบานลามิเนต แต่ Hob&Hood&Oven ของ gorenje ดีไซน์โดย PHILIPPE STARCK, Sink Blanco, ท็อปเคาน์เตอร์ครัวหินควอทซ์, ตู้เย็น Built-In,แอร์ที่ห้องจะเป็นแบบฝังฝ้าเพดาน VRV, ไฟเป็นแบบ Strip เป็นการเดินไฟในห้องด้วยเส้นไฟ LED, กระจกห้องให้แบบ Insulating Glass, กระจกระเบียงแบบลามิเนต, ตู้ชั้นวางของและตู้เสื้อผ้า Built-In, ห้องน้ำเล็ก American Standard + LAVENZ ส่วนของห้องน้ำ Master เป็น TOTO Washlet + LAVENZ + Hansgrohe อีกทั้งที่ผนังยังตกแต่งด้วยหินอ่อน Cheta Grey Stone

การออกแบบส่วนของอาคารเป็นรูปแบบ Modern ที่ใช้โทนสีอาคารเป็นสีเทาตัดกับสีน้ำตาลออกทองแดง ดูสวยดีเข้ากับยุคสมัย ส่วนของแบบห้อง 1 Bedroom 43.94 – 58.15 ตร.ม. ที่มีขนาดใหญ่เหมาะสำหรับอยู่อาศัยจริงได้สบาย แต่เนื่องจากมันใหญ่ห้องโซน Living จัดแล้วยังดูแอบเหลือพื้นที่ส่วนเกินไปเล็กน้อย ต่างจากห้อง 2 Bedroom 70.86 – 76.77 ตร.ม. ที่ค่อนข้างจัดมาได้ดีมาก ลงตัวทุกการใช้งานทั้งๆที่เป็นห้องหน้ากว้างกว่า 9 เมตรด้วย

สาธารณูปโภคที่นี่ถือว่าให้มาเยอะนะครับสำหรับโครงการ High Rise ที่มีแค่ 110 ยูนิตเท่านั้น เริ่มจาก Ground Floor : Lobby, Concierge Lounge ที่แบบ High Ceiling, Creek Garden สวนหย่อมที่มีทางน้ำ Water Channel / ชั้น 25 : Marble Pool ระบบเกลือ ยาว 24 เมตร, Kids Pool, Jacuzzi Bed, Pool Deck และ Steam Room / ชั้น 26 : Fitness, The Reserve Lounge / Sky Amphitheatre, ลิฟท์โดยสาร 2 ตัว, Service Lift 1 ตัว, อัตราส่วนลิฟท์ 55 : 1, ที่จอดรถช่องจอดประมาณ 110 คันคิดเป็น 100% ของจำนวนห้องพัก / Driver Area เรียกว่าให้มาเยอะมากๆสำหรับโครงการนี้ แต่ด้วยยูนิตที่น้อยนี่แหละทำให้ค่าส่วนกลางต้อง Sharing กันสูงพอสมควรอยู่ที่ 130 บาท/ตร.ม.เลยทีเดียว

 

Judgement

ราคาของคอนโดนี้ถือเป็นระดับ ULTIMATE CLASS ซึ่งความคุ้มค่าด้านราคาไม่ใช่ปัจจัยหลักเพียงอย่างเดียวในการตัดสินใจซื้อ ความคุ้มค่าด้านอารมณ์คือปัจจัยหลักอีกอย่างหนึ่ง ซึ่งตราบเท่าที่ทางเรายังไม่สามารถวัดค่ามาตรฐานทางอารมณ์ได้ ทาง Think of Living ขอไม่ให้คะแนนฟันธงในรีวิวเจาะลึกนะครับ เพราะมีตัวเปรียบเทียบน้อย เป็นสินค้าประเภท Unique เสียส่วนใหญ่ และเราก็เชื่อว่าลูกค้าที่พร้อมจะซื้อคอนโดระดับนี้ ไม่ตัดสินง่ายๆด้วยคะแนนแน่นอน

 

BOTTOM LINE

The Reserve Thonglor 2 เหมาะสำหรับคนที่ต้องการความสงบในย่านทองหล่อตอนต้น ทำเลเข้าซอยหน่อยแต่ว่าไม่ได้หาของกินยาก เป็นส่วนตัวสูงยูนิตเพื่อนบ้านและยูนิตต่อชั้นไม่เยอะ เป็นโครงการที่ให้ส่วนกลางเยอะระดับนึงและมีรูปแบบนำสมัยและน่าใช้งาน และที่สำคัญในห้องได้ของดี เหมาะกับครอบครัวขนาดเล็ก 1-3 คน มีงบประมาณ 10 – 20 ล้านบาท 

Share

Leave a Reply