พาชมตึกเสร็จ Supalai Premier Asoke คอนโด High Rise ใกล้ MRT เพชรบุรี ติด Singha Complex จากศุภาลัย [รีวิวฉบับที่ 1313]

March 24, 2017 08:001 comment

รีวิวฉบับที่ 1313 … สวัสดีค่ะ วันนี้เรามีโอกาสกลับไปชมโครงการของศุภาลัยที่ฮือฮามากๆ เมื่อช่วงเปิดตัวโครงการ 5 ปีที่แล้ว กับโครงการ Supalai Premier Asoke คอนโด High Rise ที่ได้ทำเลดีใกล้แยกอโศก-เพชรบุรี และตั้งราคามาถูกกว่าโครงการข้างเคียงพอสมควร และในอนาคตทำเลโครงการนี้ก็จะได้อานิสงค์จาก Singha Complex ทำให้มีความอุดมสมบูรณ์และขึ้น-ลง MRT  ได้สะดวกมากขึ้นด้วยนะ ไปชมกันค่ะว่าบรรยากาศโครงการปัจจุบันที่สร้างเสร็จมาแล้ว 3 ปี เป็นอย่างไรบ้าง

อ่านรีวิวและบทสรุปโครงการในช่วงเปิดตัว ปี 2011 จากคุณบีม (คลิกที่นี่)

Fact @ 24 January, 2017

  • Supalai Premier Asoke (ศุภาลัย พรีเมียร์ อโศก)
  • บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน)
  • MAIN CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment คอนโดได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ในเขต : ถนนเพชรบุรี ใกล้แยกอโศก-เพชรบุรี
  • คอนโด High Rise 38 ชั้น 1 อาคาร 645 ยูนิต และร้านค้า 8 ยูนิต
  • ยูนิตต่อชั้นสูงสุด 22 ชั้น
  • ที่จอดรถประมาณ 65%
  • ที่ดินประมาณ 4-2-85 ไร่
  • โครงการเปิดตัว : ปี 2011
  • โครงการสร้างเสร็จ : ปี 2014
  • 1 Bedroom ขนาด 30-44.5 ตร.ม.
  • 2 Bedrooms ขนาด 48-76.5 ตร.ม.
  • Penthouse ขนาด 91.5 – 175 ตร.ม.
  • ฝ้าเพดานสูง 2.7 เมตร
  • ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรต่ำสุด-สูงสุด
    • ปี 2011 : 73,000 – 90,000 บาท/ตร.ม.
    • ปี 2017 : 110,000 – 160,000 บาท/ตร.ม.
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่ 
  • สถานะโครงการ : Sold Out (ปิดการขาย)

เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วค่ะ

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างค่ะ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด : 13.748464, 100.565681

ที่ตั้งโครงการ Supalai Premier Asoke ตั้งอยู่บนถนนเพชรบุรี ใกล้กับสี่แยกอโศก-เพชรบุรี จัดเป็นจุดกึ่งกลางระหว่างย่าน CBD ที่สำคัญอย่าง รัชดา-พระราม 9 และ อโศก เป็นทำเลตัวเลือกที่สามารถเดินทางได้สะดวกทั้ง 2 ย่าน CBD แม้ทำเลโครงการอยู่จะตั้งอยู่บนเพชรบุรี ซึ่งเมื่อเทียบความอุดมสมบูณ์ในระยะเดินง่ายแล้วอาจจะสู้บนถนนอโศกที่คึกคักมากกว่าไม่ได้ในปัจจุบัน รวมทั้งไม่มีศูนย์การค้าในระยะใกล้มากนัก ต้องอาศัยขับรถออกไปยังถนนสุขุมวิทหรือบริเวณแยกพระราม 9 แทน แต่ในอนาคตอันใกล้ทำเลนี้จะมีความคึกคักและอุดมสมบูรณ์มากขึ้น เพราะมีโครงการ Mix-Use อย่าง “SINGHA COMPLEX” มาเปิดติดกับโครงการ ซึ่งหนึ่งในโครงการนี้จะมี The Retail At Singha Complex เป็น Urban Lifestyle Mall ให้ได้ไปช็อปปิ้งกินข้าวกันได้ในระยะเดินได้ง่าย

ส่วนความอุดมสมบูรณ์โดยส่วนใหญ่นั้นจะอิงไป 3 ย่านหลักๆ คือบนถนนอโศกมนตรี ถนนสุขุมวิท และแยกพระราม 9 (ระบายสีเหลือง)

  • ถนนอโศกมนตรี : เป็นถนนที่มีอาคารสำนักงานเยอะ รวมทั้งมหาวิทยาลัยศรีนครินทร์วิโรฒ และโรงเรียนชื่อดังอย่างวัฒนาวิทยาลัยและสาถิตประสานมิตร ทำให้ช่วงกลางวันบนย่านนี้คึกคักมาก มีทั้งร้านค้า ร้านอาหารและตลาดเยอะพอสมควร
  • ถนนสุขุมวิท : ตรงผ่านถนนอโศกมนตรีมาทะลุออกถนนสุขุมวิท ซึ่งเป็นถนนคู่ขนานกับถนนเพชรบุรี บนถนนเส้นนี้มีศูนย์การค้าชื่อดังเกือบตลอดทั้งเส้นให้เลือกช็อปปิ้งได้ ทั้ง Terminal 21, Central Embassy, Central ชิดลม, Central World, เกษร พลาซ่า, Siam Paragon ได้ตามใจชอบ
  • รัชดา-พระราม 9 : เป็นอีกย่านที่คึกคักและอุดมสมบูรณ์มาก มีทั้งอาคารสำนักงาน ศูนย์การค้ามากมาย ตั้งแต่แยกเทียมร่วมมิตร ไปจนถึงแยกพระราม 9 อย่าง Central พระราม 9, ห้างฟอร์จูนทาวน์, Esplanade รัชดา ที่มีตลาดรถไฟอยู่ด้านหลัง, Big C รัชดาภิเษก และศูนย์การค้าที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อปีที่แล้วอย่าง The Street ที่เปิดให้บริการ 24 ชั่วโมง ส่วนสาธารณูปโภคอื่นๆ ก็มีโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังใกล้เคียงหลายแห่ง อย่างเช่น รพ.บำรุงราษฎร์ และ รพ.กรุงเทพ เป็นต้น

การเดินทางด้วยรถยนต์สำหรับโครงการนี้จัดว่าสะดวก เลือกไปได้หลายเส้นทาง เหมาะกับคนที่ทำงานบนถนนอโศกมนตรี – เพชรบุรี – พระราม 9 เพราะอยู่ใกล้กับแยกเพชรบุรี-อโศกเลย แต่ที่น่าเสียดายสำหรับใครที่ทำงานอยู่บนถนนเพชรบุรีฝั่งมุ่งหน้าไปประตูน้ำ คืออยู่ใกล้กับสะพานข้ามแยกเพชรบุรี-อโศกมากเกินไป จะเบียดไปขึ้นสะพานทำได้ยากถึงขั้นเป็นไปไม่ได้ จำเป็นต้องไปติดแยกไฟแดงเพชรบุรี-อโศก และด้วยความที่อยู่ใกล้แยกนี้ก็ทำให้รถติดพันมาบล็อคหน้าโครงการได้เช่นกัน ส่วนสภาพการจราจรในย่านนี้เชื่อว่าทุกคนคงนึกภาพออกได้เป็นภาพเดียวกันคือปริมาณรถที่หนาแน่นมาก ด้วยความเป็นย่านใจกลางเมืองดังนั้นก็ต้องเผื่อเวลาในการเดินทางกันด้วยนะคะ แม้จะอยู่ไม่ไกลมากแต่รถก็ติดเป็นชั่วโมงได้เหมือนกันนะ

ส่วนใครที่ไม่ได้ขับรถก็มีทางเลือกให้เดินทางอีกเยอะเลยค่ะ ด้วยความที่อยู่ติดถนนใหญ่ทำให้เรียกรถแท็กซี่ พี่วินมอเตอร์ไซต์ รถประจำทางต่างๆ ได้ง่ายอยู่แล้ว รวมทั้งอยู่ไม่ไกลจาก MRT เพชรบุรี ประมาณ 300 ม. จัดเป็นระยะทางที่เดินได้ง่าย และมีสะพานลอยอยู่ใกล้กับโครงการไม่ต้องเดินข้ามถนนใหญ่ ซึ่งในอนาคตการเดินทางไปลง MRT จะง่ายขึ้นมากกว่านี้อีก เพราะทาง Singha Complex จะเจาะทางเดินเชื่อมสถานี MRT ให้โผล่ขึ้นมาถึง Singha Complex ได้เลย ทำให้ลูกบ้าน Supalai Premier ก็ได้อนิสงค์ความสะดวกไปด้วย ^^

ส่วนใครที่ถ้าจะต้องใช้ทางด่วนก็ง่ายเลยค่ะ จากทางเข้า – ออกหลักบนถนนเพชรบุรีตัดใหม่ก็เลี้ยวขวาวิ่งไปจุดทางขึ้นทางด่วนศรีรัช(ไปทางจตุรทิศ,แจ้งวัฒนะ) แค่ประมาณ 300 เมตร เท่านั้นเอง หรือถ้ามาจากทางแยกรัชดา-พระราม9 ก็มีจุดขึ้นอีกจุดนึงไป (พระราม 9,มอเตอร์เวย์)

การเดินทางวันนี้เราจะเริ่มจาก Airport Rail Link มักกะสัน เดินเชื่อมผ่านสถานี MRT เพชรบุรี ที่เป็นสถานี Interchange กัน จากนั้นเดินเลียบถนนเพชรบุรีมาแล้วข้ามสะพานลอยก็จะถึงโครงการแล้วค่ะ รวมระยะเดินทางจาก Airport Rail Link มักกะสันมาถึงโครงการประมาณ 450 ม.

เริ่มเดินทางจากสถานี ARL มักกะสัน เนื่องจากเป็นสถานี Interchange กับ MRT เพชรบุรี ชาวต่างชาติที่เดินทางมาลงสุวรรณภูมิแล้วต้องการเข้าเมืองก็มักจะมาหิ้วกระเป๋าเดินทางมาลงที่สถานีนี้ ทำเลตรงนี้จึงสามารถเดินทางไปสุวรรณภูมิได้ง่ายและยังอยู่อาศัยในเมืองได้สะดวก

จากสถานี ARL มักกะสันจะมีทางเชื่อมยาวๆ ข้ามถนนอโศก – ดินแดง ไปลงตรงหน้าจุดขึ้น – ลงสถานี MRT เพชรบุรีเลยค่ะ

บรรยากาศของถนนอโศก – ดินแดงขามุ่งหน้าเข้าถนนอโศกมนตรีในตอนเช้าประมาณ 9 โมง มีความคึกคักมากเนื่องจากทุกคนกำลังเดินทางมาทำงานกัน รถค่อนข้างเยอะมากทีเดียว อย่างที่บอกไว้ว่าเดินทางย่านนี้ต้องเผื่อเวลาหน่อยนะคะ

เดี๋ยวเราจะเดินตามทางเชื่อมไปลงฝั่งตรงข้ามที่เห็นเป็นซุ้มทางลงนะคะ

เดินตามออกของสถานี ARL มักกะสัน หากเลี้ยวขวาอีกทีจะเป็นทางเข้า – ออกสถานี MRT เพชรบุรี ซึ่งทางไปโครงการเราจะเดินเลียบทางเท้าริมถนนอโศก – ดินแดงไปนะคะ

จากทางออกของสถานีเลี้ยวซ้ายเลียบถนนเพชรบุรีไปอีกหน่อยก็จะเห็นโครงการอยู่ฝั่งตรงข้ามแล้วล่ะค่ะ

บริเวณแยกอโศก-เพชรบุรีนี้จะมีพี่วินคอยให้บริการอยู่นะ ค่าบริการพี่วิน MRT เพชรบุรีก็ตามป้ายเลยค่าา

เดินออกมาจาก MRT  จะเจอตึกแถว 2 ชั้นที่มีร้านขายอาหารประมาณ 3-4 ร้าน ขายในราคาย่อมเยาไม่แพงมาก

มองออกไปบนถนนเพชรบุรีจะมีจุดกลับรถใต้สะพานข้ามแยกอโศก-เพชรบุรี หากออกจากโครงการแล้วต้องการไปพัฒนาการ บางกะปิ รามคำแหง ก็สามารถมากลับรถตรงนี้ได้ค่ะ

ถัดมาเป็นโชว์รูม Honda

ถัดมาเป็นร้านแฟมิลี่หมูกระทะ บุฟเฟ่ต์ราคาเบาๆ  199 บาท/คน (เด็ก 149 บาท) แถมมีบุฟเฟ่ต์ซึฟู๊ดให้เลือกด้วยในราคา 399 บาท (เด็ก 259 บาท) ที่ดีคือไม่จำกัดเวลาด้วยหละ ติดกันเป็นร้านอาหารญี่ปุ่น Real Ichi

ร้านเนื้อย่างเกาหลี โคริยะ ร้านบุฟเฟ่ต์เนื้อย่างราคาเบาๆที่เปิดให้บริการเวลา 17.00 น. – 24.00 น.

เมื่อมองไปในร้านจะเห็นว่าในช่วงกลางวันประมาณบ่าย 2 แบบนี้ไม่ใช่ช่วงเวลาที่ร้านเปิด แต่ภายในร้านกลับมีรถยนต์จอดอยู่เยอะ ซึ่งไม่ใช่ว่าร้านนี้มีพนักงานร้านเยอะมากจนจอดรถกันเต็มนะ แต่รถที่เราเห็นนี้เป็นของพนักงานออฟฟิศข้างเคียงที่มาเช่าพื้นที่ร้านเนื้อย่างจอดเท่านั้นเองค่ะ ซึ่งก็จะมีกำหนดเวลาถึงช่วงค่ำๆทางร้านก็จะเริ่มเคลียร์รถเพื่อสงวนไว้เฉพาะลูกค้าของร้านเท่านั้น คนนอกไม่สามารถไปเนียนจอดได้

หันกลับหลังและมองไปฝั่งตรงข้ามนั้นจะเป็นพื้นที่ก่อสร้างโครงการ Singha Complex อาคาร Mixed Use 36 ชั้น จาก Singha Estate โดยจะมีแผนจะเชื่อมทางเข้า MRT ไปยังในอาคารด้วยแต่ต้องรอดูในอนาคตต่อไปนะคะ ซึ่งถ้ามีก็จะช่วยเพิ่มความสะดวกในการเดินทางไปยังรถไฟฟ้า จากโครงการสามารถเดินไปได้โดยไม่ต้องข้ามสะพานลอย นอกจากนี้ภายในยังมี Community Mall ร้านค้า ร้านอาหารหลากหลาย คาดว่าอีก 2 ปีน่าจะได้ไปช้อปปิ้งที่นี่กัน

เดินมาอีกนิดเราจะเจอสะพานลอยที่สามารถเดินไปลงหน้าโครงการที่อยู่ฝั่งตรงข้ามได้เลยค่ะ ซึ่งเส้นทางเดินนี้จะเป็น Route ทางเดินที่สะดวกที่สุดสำหรับไป-กลับรถไฟฟ้านะคะ จัดเป็นระยะเดินที่ไม่ไกลมาก เดินได้สบายๆ แต่ในอนาคตเส้นทางเดินจากรถไฟฟ้ามายังโครงการก็จะง่ายขึ้นอย่างที่บอกว่าทาง Singha Complex จะเชื่อมทางเดิน MRT มายังโครงการได้ เราก็ไม่ต้องเดินฟุตบาทแล้วข้ามสะพานลอยกันละ

จากสะพายลอยมองไปยังถนนเพชรบุรีฝั่งมุ่งหน้าไปพัฒนาการ จะเห็นว่าในช่วงเที่ยงๆแบบนี้การจราจรฝั่งไปพัฒนาการไม่หนาแน่นมากนัก แต่ฝั่งมุ่งหน้าไปประตูน้ำหรือฝั่งเข้าเมืองค่อนข้างหนาแน่น ทางซ้ายมือจะเห็นตึกของธนาคารออมสิน ส่วนทางขวามือเห็นตึกคอนโด My Resort Bangkok และอาคารสำนักงาน Thai Summit

จากสะพานลอยไปแยกอโศก

หันมาอีกฝั่ง บนถนนเพชรบุรีฝั่งมุ่งหน้าไปประตูน้ำ โดยข้างหน้าจะเป็นแยกอโศก-เพชรบุรีที่มีสะพานข้ามแยกช่วยระบายการจราจรที่ค่อนข้างหนาแน่น ทางซ้ายมือจะเป็นตึก Supalai Premier Asoke ถัดไปเป็นพื้นที่ก่อสร้าง Singha Complex  มองตรงไปจะเห็นคอนโดบนถนนเพชรบุรีอย่าง Q Asoke, Villa Asoke และ The Address

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะคะ

สภาพแวดล้อมโครงการด้านหน้าตั้งอยู่ติดถนนใหญ่เพชรบุรี ด้านหลังติดคลองแสนแสบ ส่วนด้านข้างในอนาคต 2-3 ปีนี้ก็จะล้อมรอบไปด้วยอาคารตึกสูงทั้ง 2 ฝั่ง ทำให้ด้านข้างทั้ง 2 ฝั่งนี้โดยบล็อกวิวทั้งหมด แต่ไม่ใช่ปัญหาใหญ่เพราะวิวจากห้องส่วนใหญ่คือวิวในทิศเหนือ-ใต้ ซึ่งได้เป็นพื้นที่เปิดโล่ง อย่างทิศเหนือนั้นก็มีระยะ Setback ด้านหน้าโครงการจากถนนใหญ่ถึง 55 ม. และในทิศใต้ติดคลองแสนแสบและโรงเรียนสาธิต มศว. ประสานมิตร ซึ่งเป็นสถานศึกษาไม่สามารถมีตึกสูงมาบล็อกวิวได้ ทำให้โครงการนี้หมดปัญหาเรื่องบล็อกวิวไปได้เลย

ส่วนทิศใต้นี้ก็จะมีข้อพิจารณาเพิ่มเติมคือ คลองแสนแสบที่จัดเป็นคลองมีกลิ่นพอสมควร ดังนั้นห้องในชั้นล่างๆ ก็จะได้ผลกระทบจากกลิ่นอยู่บ้าง รวมทั้งเรื่องของแดดในทิศนี้ที่ค่อนข้างแรงในช่วงบ่ายนะ ซึ่งก็แลกมากับวิวที่ได้เห็นสนามหญ้าของโรงเรียนแทน ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความพอใจของแต่ละคนที่แตกต่างกันไปนะ บางคนอาจจะโอเค อยู่ได้และบางคนที่ไม่ชอบก็มีเช่นกัน

 

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • สถานศึกษา :
    • มหาวิทยาลัยศรีนครินทร์วิโรฒ 650 m.
    • โรงเรียนสาธิตประสานมิตร 650 m.
    • โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย 1.1 km.
  • ศูนย์การค้า :
    • Makkasan Mega Project 400 m.
    • เซนทรัลพระราม 9 1.1 km.
    • Terminal 21 1.5 km.
    • The EM District 2.5 km.
  • โรงพยาบาล :
    • โรงฃพยาบาลจักษุรัตนิน 300 m.
    • โรงพยาบาลผิวหนังอโศก 350 m.
    • โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ 1.7 km.
    • โรงพยาบาลกรุงเทพ 2.9 km.


เจาะลึกตัวโครงการ

โครงการ Supalai Premier Asoke เป็นคอนโด High Rise สูง 38 ชั้น จำนวน 645 ยูนิต และมีร้านค้าทั้งหมด 8 ร้าน โครงการนี้จัดว่าเป็นโครงการแรกๆ ของศุภาลัยที่มีการเปลี่ยนแปลงการออกแบบมาเป็นสไตล์ Modern มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดทีเดียว ดูน่าสนใจและตอบโจทย์สไตล์ของคนเมืองมากขึ้น โดยแนวคิดโครงการจะเป็นแนว Modern Chic เป็นแบบสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ที่มีการใช้เส้นสายและโทนสีที่เรียบง่าย

ความน่าสนใจของโครงการนี้นอกจากเรื่องราคาที่เปิดตัวออกมาในราคาถูกกว่าโครงการอื่นๆ ในทำเลเดียวกันแล้ว ยังเป็นเรื่องของการวางแนวอาคารได้ดี เพราะเลือกที่จะหันตัวอาคารไปทางทิศเหนือ-ใต้ ซึ่งนอกจากห้องพักอาศัยส่วนใหญ่จะไม่โดนบล็อกวิวจากโครงการด้านข้างในอนาคตที่กำลังดำเนินการก่อสร้างแล้ว ยังจัดเป็นทิศทางที่ดีสำหรับลมและแดดด้วยนะ

ศุภาลัย พรีเมียร์ อโศก Master Plan
ที่ชอบมากคือการวาง Master Plan โครงการ เค้าออกแบบมาได้ดีทีเดียว และต้องแลกมากับการเปลืองพื้นที่ดินด้านหน้าด้วย เพราะโครงการนี้มีการผลักอาคารพักอาศัยมาไว้ด้านหลังแล้วจัดพื้นที่ด้านหน้าอาคารเป็นพื้นที่เปิดโล่ง ทำเป็นส่วนสวนและลานจอดรถกลางแจ้ง ลึกเข้าไปจากหน้าถนนใหญ่ถึงตัวอาคารประมาณ 55 ม. การที่ Set อาคารเข้าด้านในแบบนี้ทำให้โครงการดูแกรนด์มากขึ้น ไม่หนาแน่น รวมทั้งช่วยลดทอนมลภาวะทั้งฝุ่นควันและเสียงจากถนนใหญ่ได้พอสมควรอีกด้วยนะ

เมื่อเข้ามาภายในโครงการจะมีป้อม รปภ. ที่กั้นด้วยรั้วกั้นไม้กระดก เข้า-ออกโดยใช้ Keycard Access  พอเข้ามาในโครงการแล้วเราสามารถไปจอดรถที่ลานจอดด้านหน้า ขึ้นจอดบนอาคาร หรือจะ Drop Off ส่งเพื่อนแล้วไปวนออกก็ได้ ภายในอาคารชั้น 1 จะเป็น Lobby ที่เชื่อมต่อกับนิติบุคคล โถงลิฟต์ และตู้จดหมาย โดยโครงการมีลิฟต์โดยสารให้ทั้งหมด 5 ตัว คิดเป็นอัตราส่วน 161 : 1 ก็หนาแน่นพอสมควรเลย

การจัดฟังก์ชันของอาคารจะแบ่งเป็น

  • ชั้น 1 เป็นสวนหย่อมและที่จอดรถหน้าอาคาร, Lobby, นิติบุคคล, ตู้จดหมาย
  • ชั้น 8 เป็นชั้น Facilities หลัก มีสระว่ายน้ำ, ฟิตเนส
  • ชั้นดาดฟ้า เป็น Sky Lounge, สวนหย่อม, ลานจอดเฮลิคอปเตอร์

มาเริ่มกันที่หน้าโครงการจะติดกับถนนเพชรบุรี

การวางผังอาคารจะผลักให้ตัวอาคารไปอยู่ด้านหลังผืนที่ดิน แล้วด้านหน้าจะเป็นพื้นที่สวน ทำให้มุมมองด้านหน้าโครงการค่อนข้างกว้าง ถนนทางเข้าโครงการกว้าง 6 เมตร ล้อมรอบด้วยสวนทั้งสองข้างทางดูร่มรื่น โดยจะแบ่งเป็นฟุตบาทให้คนเดินเข้าและทางเดินรถเข้าอาคาร

เดินเข้ามาด้านในจะเจอป้อม รปภ. และห้องซ่อมบำรุงอยู่ทางซ้ายมือ ด้านหน้าเป็นรั้วกั้นไม้กระดกที่ลูกบ้านจะเข้า-ออก โดยใช้การสแกนคีย์การ์ด ส่วน Visitor ต้องแลกบัตรกับพี่ รปภ. ก่อนค่ะ

ด้านหลังป้อม รปภ. จะเป็นที่จอดรถด้านหน้าและใต้อาคาร

หากใครนั่งแท๊กซี่มาก็สามารถมา Drop Off ที่ทางเข้า Lobby ด้านหน้าอาคารได้

พื้นที่ด้านหน้าอาคารทั้งหมดจะเป็นที่จอดรถกลางแจ้ง ใครที่ไม่อยากขึ้นไปจอดด้านบนอาคารก็สามารถมาจอดตรงนี้ได้

เข้ามาด้านในอาคารก่อนเข้า Lobby นั้นจัดเป็นพื้นที่ Semi-Outdoor มีลมพัดผ่านได้ดีและจัดให้มีที่นั่งเล่น สำหรับนั่งเล่นชิลๆ ได้ แม้อากาศจะร้อนด้านนอกแต่ด้วยความที่อยู่ในร่มและมีลมพัดผ่านได้ดีทำให้นั่งได้สบายๆ และบริเวณนี้มีร้านค้าทั้งหมด 8 ร้าน โดยส่วนใหญ่จะเป็นเอเจนซี่ที่ซื้อ-ขาย-เช่า คอนโด และร้านกาแฟเล็กๆ น้อยๆ

ส่วนทางขวามือจะเป็นทางเดินไปยังที่จอดรถด้านหลังอาคาร

ระหว่างทางเดินไปจะมีเอเจนซี่รับซื้อ-ขาย-เช่า คอนโดอีกจุด

เดินออกมาด้านหลังโครงการจะเป็นที่จอดรถใต้อาคารและทางไปยังที่ขึ้นลานจอดรถ

เรากลับมาที่ทางเข้า Lobby ของโครงการ ซึ่งสามารถเดินเข้าไปได้เลยไม่ต้องใช้คีย์การ์ด หากใครที่มีเพื่อนมาหาก็สามารถให้เข้าไปนั่งรอที่ Lobby ได้เลย

เข้ามาภายใน Lobby ของโครงการที่ใช้โทนสีขาว-เทา พร้อมแต่งไฟสีส้ม บรรยากาศโดยรวมดูดีเลยหละ มองตรงไปจะเป็นทางเข้าโถงลิฟต์ ส่วนทางซ้ายและขวามือจะเป็นที่นั่งพักคอย ตอนเราเข้าไปดูคือช่วงกลางวันเค้าก็เปิดแอร์ให้ตลอดเลยนะ

ที่นั่งพักคอยของโครงการจะมีชุดโซฟาขนาด 4 ที่นั่งให้ 2 ชุด

ฝั่งตรงข้ามก็มีที่นั่งให้เหมือนกันอีกจุดหนึ่ง

ถัดไปจะเป็นห้องนิติบุคคลและประตูออกไปยังลานจอดรถ ทางขวามือมีพี่ รปภ. คอยดูแลความปลอดภัยอีก 1 จุด

ข้างๆพี่ รปภ. จะเป็นโถงลิฟต์ ที่เข้า-ออกซึ่งตรงนี้แหละที่จะใช้สแกนคีย์การ์ดแล้ว เพื่อความปลอดภัยของลูกบ้านค่ะ

บรรยากาศภายในโถงลิฟต์ค่อนข้างโปร่งเนื่องจากมีผนังกระจกเต็มบาน ช่วยให้แสงสว่างเข้าดี โครงการให้ลิฟต์มาทั้งหมด 4 ตัว คิดเป็นอัตราส่วน 161 : 1  และมีลิฟต์ Service อีก 1 ตัว จัดว่าหนาแน่นเกินมาตรฐานมาระดับนึง

ข้างๆกันเป็นตู้จดหมาย ในตอนกลางวันก็เปิดไฟดูสวยเชียว

ศุภาลัย พรีเมียร์ อโศก Floor Plan ชั้น 8

ชั้น 8 จะเป็นห้องพักอาศัยและ Facilities หลักของโครงการ โดยห้องพักอาศัยมีจำนวน 13 ยูนิต มีห้อง 1 Bedroom อยู่ที่ตำแหน่งกลาง ส่วนห้องมุมจะเป็นห้องแบบ 2 Bedroom  ส่วน Facilities ของโครงการจะประกอบด้วยห้องฟิตเนสขนาดใหญ่ สวน และสระว่ายน้ำกลางแจ้ง เดี๋ยวเราพาไปดูบรรยากาศกัน

เราขึ้นมาที่ชั้น 8 แล้วออกจากโถงลิฟต์มาจะเจอประตูทางออกไปยังโซน Facilities โดยถ้าแยกไปทางซ้ายมือจะเป็นโถงทางเดินไปยังห้องพักอาศัย

สำหรับชั้นนี้ที่ห้องพักอาศัยอยู่ชั้นเดียวกับ Facilities แต่ไม่มีประตูสแกนคีย์การ์ดกั้นให้ระหว่างห้องพักกับพื้นที่ส่วนกลาง  ซึ่งก็มีข้อเสียตรงที่หากมีห้องอื่นมาใช้พื้นที่ส่วนกลางที่ชั้นนี้ก็สามารถเดินไปโซนห้องพักเราได้เลย ดังนั้นแน่นอนว่าความเป็นส่วนตัวของห้องพักในชั้นนี้ก็จะไม่เท่ากับชั้นอื่นๆ เท่าไหร่

ถัดไปเราจะพาเปิดประตูออกไปดูพื้นที่ส่วนกลางกันบ้าง

ออกมายังพื้นที่ส่วนกลางชั้น 8 นี้ถูกออกแบบมาเป็นแบบ Semi-Outdoor อยู่ในร่มแต่ไม่ได้มีแอร์นะคะ เพราะบริเวณนี้ลมดีมากทีเดียวเลยค่ะ ซึ่งพอเราเข้ามาบริเวณส่วนกลางแล้วจะมีบันไดทางลงไปด้านล่าง และทางซ้ายมือจะเป็นทางลาดสำหรับรถเข็นด้วย ส่วนทางขวามือจะเป็นทางเดินไปยังห้องฟิตเนส แต่ถ้าเดินตรงไปด้านนอกจะเป็นสระว่ายน้ำกลางแจ้งค่ะ

เราเดินเลี้ยวขวามาจะเป็นลานโล่ง ทางซ้ายมือเป็นประตูบานเปิดสามารถมองเห็นวิวสระว่ายน้ำได้ ทางขวามือเป็นห้องน้ำ ถ้ามองตรงไปจะเป็นห้องฟิตเนส บริเวณนี้ตกแต่งเน้นสีแดง-เทานะ ดูร้อนแรงดี 555 สำหรับพื้นที่ทางเดินนี้ค่อนข้างกว้างพอสมควร ส่วนตัวคิดว่าน่าจะวางชุดเก้าอี้นั่งเพิ่มสักหน่อย เพราะอากาศตรงนี้โอเคเลย มีลมพัดผ่านเผื่อลูกบ้านอยากมานั่งชิลชมวิวได้

เข้ามาดูภายในห้องน้ำกัน ด้านในก็จะมีอ่างล้างหน้าและล็อกเกอร์เก็บของ ทำออกมาได้ดีนะคะ

เดินเข้ามาด้านในจะเป็นห้องน้ำ ห้องอาบน้ำและห้องซาวน่าด้วย ก็ครบครันและสะอาดดีค่ะ แม่บ้านที่นี่ดูแลโอเคเลย

ถัดไปมาดูห้องฟิตเนสกันบ้าง

ภายในห้องจะตกแต่งด้วยโทนสีแดง ขาว น้ำตาล มีการตกแต่งห้องด้วยประติมากรรมสีขาว ขนาดของห้องนี้ค่อนข้างกว้างนะคะ แต่มีการวางเครื่องออกกำลังกายมาหลวมๆ จริงๆสามารถวางได้มากกว่านี้อีก ผนังรอบๆห้องนี้จะเป็นกระจกทั้งหมดทำให้บรรยากาศของห้องสว่างและโปร่ง รวมทั้งสามารถ Take View ได้โดยรอบ

มองไปทางขวามือจะมีเคาน์เตอร์ รวมทั้งเครื่องออกกำลังกายที่วางตามแนวผนัง ให้มองวิวด้านนอกขณะออกกำลังกายได้

ส่วนถ้ามองไปทางซ้ายมือจะมีการวางเครื่องออกกำลังกายให้หันหน้าออกด้านนอก สามารถมองวิวสระว่ายน้ำขณะออกกำลังกาย

ออกมาดูบรรยากาศด้านนอกที่จะแบ่งเป็นสระผู้ใหญ่ สระเด็ก และพื้นที่สวน โดยสระผู้ใหญ่มีขนาด 8 x 24 เมตร ขนาดกว้างดี ข้างสระมีทางเดินโดยรอบและมีศาลานั่งเล่นให้เผื่อใครอยากหลบแดด

ทางขวามือของสระผู้ใหญ่เป็น Water feature ที่ช่วยสร้างบรรยากาศให้พื้นที่นี้ดูชิลขึ้น

ข้างๆกันเป็นสระเด็กและมีมีสวนหย่อมเล็กๆที่มี Day Bed วางให้นั่งเล่น โดย Step ของที่นั่งจะสูงกว่าสระว่ายน้ำเพื่อให้สามารถนั่งเล่น Take View สระได้ รวมทั้งถ้าพ่อแม่พาลูกมาเล่นน้ำก็จะได้สามารถคอยดูแลลูกได้ในระยะมองเห็น

ศุภาลัย พรีเมียร์ อโศก Floor Plan ชั้น 9-36

ขึ้นมาที่ชั้น 9-36 จะเป็นชั้นพักอาศัยทั้งหมดจำนวน 22 ยูนิต ออกแบบมาได้ลงตัวมากๆ เพราะความที่โชคดีได้ Shape คอนโดที่เป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าเป๊ะๆ การออกแบบเลยง่าย สี่มุมเป็นห้อง 2 Beds Corner ฝั่งทางทิศเหนือเป็นห้องใหญ่ ฝั่งทางทิศใต้เป็นห้องเล็กหน่อย ทิศเหนือได้วิวเมือง City, รัชดา, Central Rama 9, ทางด่วนและสระว่ายน้ำบนชั้น 8 อาจมีตึกไกลๆบังอยู่บ้างแต่นั่นก็ 100-150 เมตรห่างออกไปจากตัวคอนโด ทิศใต้ได้ว่า มศว. พื้นที่มหาวิทยาลัย สีเขียวและคลองแสนแสบ ไม่น่าจะมีตึกสูงมากๆขึ้นมาบังวิวซึ่งกันและกัน

ศุภาลัย พรีเมียร์ อโศก Roof Floor

ชั้นดาดฟ้าเป็นห้อง Sky Lounge และ Meeting Room รองรับลูกบ้านที่ต้องการขึ้นมาพักผ่อน ใช้เป็นพื้นที่ส่วนกลางในการนัดพบเพื่อนฝูง โดยมีวิวตึกชั้น 39 และพื้นที่สีเขียวให้มอง

เราขึ้นลิฟต์มาที่ชั้น 39 จะมีห้อง Sky Lounge และสวน

บรรยากาศของห้อง Sky Lounge ค่อนข้างโปร่งด้วยฝ้าเพดานแบบ Douvle Volume ภายในจัดชุดโซฟานั่งเล่นและโต๊ะกลางไว้ให้เพื่อรองรับการจัดเลี้ยงสังสรรค์ต่างๆ โดยห้องนี้จะใช้สำหรับการประชุมลูกบ้านด้วยค่ะ โดยรวมบรรยากาศค่อนข้างดีทีเดียวเลยค่ะ ใครอยากมานั่งอ่านหนังสือเงียบๆ หรือคุยงานก็โอเคเลยนะ

มองกลับไปจะมีเคาน์เตอร์ ส่วนประตูสีดำด้านหลังเคาน์เตอร์จะเป็นห้องน้ำหญิงและห้องน้ำชาย ครบครันดีค่ะ

จากห้องนี้จะมีประตูที่สามารถออกไปเดินเล่นที่สวนด้านนอกได้ เดี๋ยวเราจะพาเดินไปดูทางขวามือก่อนแล้วค่อยเลี้ยวไปดูทางซ้ายนะคะ

เลี้ยวมาทางขวามือจะเป็นทางเดินไปยังสวน สองข้างทางมีการปลูกไม้พุ่มร่มรื่นดีและราวกันตกของชั้นดาดฟ้านี้เป็นกระจกนิรภัยที่ค่อนข้างสูง ช่วยในเรื่องความปลอดภัยในขณะที่สามารถมองวิวได้ด้วย

เดินตรงไปสุดทางจะมีชุดโต๊ะเก้าอี้ให้นั่งเล่น 1 ชุด

ข้างๆกันเป็นลานสำหรับจอดเฮลิคอปเตอร์ในกรณีฉุกเฉิน เช่น เกิดเหตุเพลิงไหม้ จะได้มารับคนได้ทันท่วงที

เลี้ยวมาทางซ้ายมือเพื่อไปดูสวนอีกฝั่งกันบ้าง

เราเดินมาจนสุดทางจะเป็นลานโล่งๆที่มีม้านั่งให้ 1 ชุด มองตรงไปจะมีสวนหย่อมเล็กๆ ค่ะ

ทีนี้เรามาดูวิวจากชั้นดาดฟ้าของอาคารกันบ้างนะคะ วิวทางทิศเหนือ จะเห็นวิวพระราม 9 ซึ่งมีอาคารสำนักงานและคอนโดขึ้นอย่างหนาแน่น และในอนาคตก็จะได้วิวอาคาร Super Tower ที่จะเป็นตึกที่สูงที่สุดในประเทศแทนที่ตึกมหานครด้วย

วิวทางทิศตะวันตก เป็นวิวฝั่งเพชรบุรีค่อนไปทางประตูน้ำ เราจะเห็นคอนโด High Rise บนถนนเพชรบุรี รวมทั้งเห็นคลองแสนแสบในฝั่งนี้ด้วย แต่ในอนาคตก็จะไม่ได้วิวนี้แล้วนะ เพราะต่อไปก็จะมี Singha Complex มาแทนที่วิวนี้ไป

วิวทางทิศใต้ เป็นวิวที่สวยมากเพราะได้ City วิวฝั่งสุขุมวิท ที่จะเห็นตึกสูงค่อนข้างเยอะ รวมทั้งได้วิว มศว. ซึ่งมีสนามกีฬาสีเขียว สามารถการันตีได้ว่าวิวน่าจะเป็นแบบนี้ตลอดไปค่ะ

วิวทางทิศตะวันออก จะติดกับคอนโด High Rise ที่สูงสูสีกันทั้งคอนโด Ideo Mobi Asoke ที่จะขึ้นมาในอนาคต คอนโด My Resort และอาคาร Thai Summit ซึ่งเป็นตึกสูงในระยะไกล

 

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • สระว่ายน้ำ 2 สระ ระบบเกลือ แบ่งเป็นสระผู้ใหญ่ขนาด 8 x 24 เมตร และสระเด็ก
  • ห้องออกกำลังกาย 1 ห้อง
  •  พื้นที่สีเขียวรอบโครงการรวม 3,000 ตารางเมตร
  • ลิฟท์โดยสาร 4 ตัว/อาคาร
  • อัตราส่วนลิฟท์รวมทั้งโครงการ 161 :  1
  • Service Lift 1 ตัว
  • ที่จอดรถประมาณ 65 %
  • ระบบ CCTV / Access Card

 


Product Walkthrough

สำหรับรีวิวฉบับนี้จะขอวิเคราะห์ผังห้องทั้งหมดในโครงการนะคะ แต่ไม่ได้พาไปชมห้องตัวอย่างนะ เนื่องจากพอเป็นห้องมือ 2 แล้วรายละเอียดต่างๆ ก็จะแตกต่างกันไปในแต่ละห้องไปแล้ว หากใครสนใจห้องในโครงการนี้แนะนำว่านัดเจ้าของหรือเอเจนซี่ไปดูสภาพและบรรยากาศภายในห้องกันเองเลยจะดีกว่าค่ะ เพราะจริงๆ มันมีหลายปัจจัยมากๆ ไม่ใช่เพียงการแต่งห้องนะคะ เช่น การดูแลรักษาห้อง ยังเหมือนใหม่หรือดูทรุดโทรมไป มีอะไรชำรุดไหม หรือเจ้าของเดิมเคยปล่อยห้องให้เช่ามาก่อนที่จะขายรึเปล่า และแน่นอนว่าหากเราไม่ได้ชอบการตกแต่งของเจ้าของเดิมเสียเท่าไหร่ หรือห้องนี้ค่อนข้างทรุดโทรมแล้ว แต่เป็นห้องที่ตำแหน่งดี ได้วิวสวย ก็อาจจะต้องเผื่องบประมาณค่าตกแต่งหรือซ่อมแซมเพิ่มเติมมาขึ้นด้วยนะคะ

สำหรับโครงการ Supalai Premier Asoke นี้จะเน้นห้องพักอาศัยแบบ 1 Bedroom ขนาด 50 ตร.ม. เป็นส่วนใหญ่ โดยปัจจุบันตั้งราคาขายมือ 2 อยู่ที่ประมาณ 110,000 – 160,000 บาท/ตร.ม. ซึ่งจัดเป็นราคาที่ยังไม่แรงเท่าโครงการใกล้เคียง แต่ก็แลกมากับคุณภาพของ Spec วัสดุต่างๆ ที่ถูกลดทอนลงไป เน้นไปที่ความคุ้มค่าของราคาเป็นหลัก บนทำเลเดียวกัน เหมาะกับคนที่ต้องการอยู่ทำเลนี้เพื่อเดินทางไปทำงานหรือให้ลูกๆ เรียนหนังสือใกล้ๆ เดินทางสะดวก โดยให้ความสำคัญไปที่พื้นที่ใช้สอยที่มากกว่าโครงการอื่นๆ ในราคาที่จ่ายเท่าๆ กัน

เริ่มต้นที่ห้อง Studio ของโครงการนะคะ มีประมาณชั้นละ 4 ยูนิต หันหน้าไปทางทิศใต้ทั้งหมด ลักษณะห้องเป็นสไตล์เดิมของศุภาลัยคือหน้าแคบลึก แต่แตกต่างไปตรงที่การวางฟังก์ชันภายในห้องไม่เหมือนเดิม คือเอาพื้นที่ครัวและห้องน้ำอยู่ด้านในอาคารแทน เพื่อให้พื้นที่ส่วนเตียงนอนและพื้นที่นั่งเล่นได้วิวและแสงจากภายนอกได้ดี ทำให้ห้องดูโปร่งโล่งขึ้นมามากกว่าการวางฟังก์ชันครัวและห้องน้ำอยู่ด้านนอก แลกมาประสิทธิภาพใช้งานครัวและห้องน้ำที่ลดลง เพราะครัวและห้องน้ำถ้าวางภายนอกก็จะช่วยระบายความชื้นและกลิ่นได้ดี อย่างห้องน้ำก็ไม่จำเป็นต้องพึ่งระบบดูดควัน เป็นต้น แต่ถ้าให้เลือกเราก็เลือกการวางแปลนแบบนี้นะ เพราะอยากได้ห้องที่มีแสงเข้าได้ดีไม่อึดอัด

อีกห้อง Studio นึงของโครงการจะอยู่ติดกับโถงลิฟต์เลย ห้องนี้จะคล้ายคลึงกับห้อง Studio Type Asoke Suite เกือบทั้งหมดยกเว้นครัวที่จะได้พื้นที่ชัดเจน เป็นครัวปิด เหมาะกับการทำอาหารมากขึ้น โดยเอาพื้นที่ส่วนด้านข้างที่ติดกับโถงลิฟต์มาทำเป็นพื้นที่ขาย ซึ่งใครที่ชอบทำอาหารหรืออยากมีพื้นที่ครัวมากขึ้นและเป็นสัดส่วนก็เลือก Layout นี้ก็จะดีกว่า Studio Type Asoke Suite แลกมากับราคาห้องที่เพิ่มขึ้นมาประมาณ 6-8 แสน

ห้อง Premier Asoke เป็นห้องจำนวนมากที่สุดของโครงการ เป็นห้อง 1 Bedroom ขนาด 50 ตร.ม. การจัดวาง Layout ค่อนข้างลงตัวอยู่ได้จริงสำหรับ 2 คน ภายในแบ่งพื้นที่การใช้งานเป็นสัดส่วนชัดเจน จากทางเข้าห้องจะเจอกับพื้นที่ครัวเปิด ถัดมาเป็นส่วนรับประทานอาหาร สามารถวางโต๊ะแบบ 4 ที่นั่งได้ และในสุดจะเป็นพื้นที่นั่งเล่นติดระเบียง ได้วิวภายนอก ส่วนระเบียงก็ได้ขนาดใหญ่ใช้งานได้จริงค่ะ ถัดมาในห้องนอนนี้จะได้ห้องแบบ Master Bedroom คือเป็นห้องนอนขนาดใหญ่ครึ่งนึงของแปลนทั้งหมด มี Walk in Closet เล็กๆ และห้องน้ำในตัว จัดเป็น Layout Plan ที่ให้ความสำคัญกับห้องนอนมากทีเดียวนะ ใครชอบห้องนอนใหญ่ วางเตียงใหญ่ได้ มีพื้นที่ใช้สอยพอสมควร และมีห้องน้ำในตัวใช้งานสะดวก (ไม่ได้รับแขกบ่อยๆ) แปลนนี้โอเคเลย

ขยับมาที่ห้องขนาดใหญ่ขึ้นมาเป็น Premier Suite จะเป็นห้อง 2 Bedroom 1 Bathroom ขนาด 65.5 ตร.ม. โดยรวมจัดฟังก์ชันได้โอเคลงตัวดี แต่ก็ยังได้ครัวเปิดเช่นเดียวกับห้อง 1 Bedroom เหมาะกับการทำอาหารง่ายๆ มากกว่า ส่วนห้องนอนใหญ่ไม่มีปัญหา ติดหน้าต่างมีพื้นที่พอสมควร แต่ห้องนอนเล็กจะอึดอัดหน่อยเพราะไม่มีช่องเปิดเลย ทำให้ห้องต้องเปิดไฟตลอด ส่วนฟังก์ชันอื่นๆ ใช้พื้นที่ร่วมกันปกติเหมือนห้อง 1 Bedroom

มาที่ห้อง Family Suite ห้องนี้เป็นห้องมุมอาคาร ซึ่งมีเพียง 4 ยูนิตต่อชั้นเท่านั้น ด้วยความที่เป็นห้องมุมและมีพื้นที่ใช้สอยเพิ่มมากขึ้นจากห้อง 2 Bedroom ห้องที่แล้ว ทำให้การจัดวางพื้นที่ภายในห้องได้ลงตัวมากกว่า ห้องนั่งเล่นและห้องนอนทั้ง 2 ห้องได้วิวและระเบียงเป็นของตัวเอง ส่วนภายในห้อง Master Bedroom จะพิเศษมากเพราะได้ห้องน้ำในตัวที่มี Bath Tub ติดกับภายนอก สามารถอาบน้ำไปชมวิวมุมสูงไปได้อีกด้วยค่ะ ใครชอบความสุนทรีย์ พักผ่อนในห้องน้ำน่าจะชอบ Layout นี้นะ ^^

 

ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 24 January 2017

เนื่องจากเป็นโครงการที่ขายหมดและโอนกันหมดแล้วนะคะ ดังนั้นต้องซื้อต่อจากเจ้าของเดิม ทำให้ราคาก็จะค่อนข้างหลากหลายขึ้นอยู่กับทำเลห้องได้อยู่ชั้นสูงหรือชั้นล่าง ตกแต่งครบ ความพอใจราคาจากการตกลงกันระหว่างคนซื้อและคนขายราคาต่อตารางเมตรในปัจจุบัน ปี 2017 (ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูล)

  • ราคาขายเฉลี่ยปัจจุบันจะอยู่ที่ประมาณ 110,000-160,000 บาท/ตร.ม.
  • ค่าส่วนกลาง 35 บาท/ตร.ม./เดือน
  • ค่าไฟค่าน้ำ ตามการใช้งานจริง

**รายละเอียดต่างๆเก็บข้อมูลจากการสอบถามเจ้าของห้อง และ เจ้าหน้าที่ขาย หากผิดพลาดหรือคาดเคลื่อนสามารถมาคอมเม้นท์กันเพิ่มเติมได้เลยนะคะ 


เจาะลึกรวบยอด

โครงการ Supalai Premier Asoke เป็นโครงการคอนโด High Rise จากศุภาลัยที่มาเปิดบนทำเลถนนเพชรบุรี ใกล้แยกอโศก-เพชรบุรี ในราคาที่ถูกกว่าโครงการข้างเคียงในทำเลเดียวกัน ในช่วง 5 ปีที่แล้ว เรียกได้ว่าเป็นที่ฮือฮากันพอสมควร ซึ่งก็เป็นไปตามการตลาดของศุภาลัยที่เน้นเรื่องความคุ้มค่าเป็นหลัก เป็นตัวเลือกให้คนที่มองหาคอนโดในทำเลใกล้อโศกได้เป็นเจ้าของคอนโดในราคาที่ไม่แรงมาก หรือคนที่มองหาความคุ้มค่า ได้พื้นที่ใช้สอยมากกว่าโครงการอื่นๆ ในราคาที่เท่ากันค่ะ

สำหรับโครงการนี้สร้างเสร็จและขายหมดปิดโครงการไปเป็นที่เรียบร้อย ปัจจุบันจะเป็นรูปแบบ Resale ทั้งหมดนะคะ โดยราคาปัจจุบันที่ตั้งขายกันก็จะอยู่ที่ตารางเมตรละ 110,000 – 160,000 บาท ขยับขึ้นมาพอสมควร จากช่วงเปิดตัวที่ขายในราคาต่อตารางเมตร 73,000 – 90,000 บาท

บรรยากาศและสภาพแวดล้อมละแวกโครงการเป็นทำเลที่ไม่จัดว่าอยู่บนแหล่งความอุดมสมบูรณ์ในระยะเดินได้ง่ายเสียเท่าไหร่ เพราะส่วนใหญ่ร้านค้าร้านอาหารและตลาดนั้นจะอยู่บนถนนอโศกมนตรีเสียมากกว่า และไม่ได้ใกล้ศูนย์การค้าด้วย ต้องอาศัยขับรถไปแถวพระราม 9 หรือถนนสุขุมวิท แต่ในอนาคตทำเลนี้จะคึกคักและมีความอุดมสมบูรณ์มากขึ้นจากโครงการเพื่อนบ้านอย่าง Singha Complex ที่จะเปิดเป็นโครงการ Mixed Use หนึ่งในนั้นจะเป็น Urban Lifestyle Mall ด้วยนะ พูดถึงภายนอกโครงการกันแล้ว มาพูดถึงภายในโครงการกันหน่อย หลังจากที่โครงการสร้างเสร็จมาแล้ว 3 ปีนะคะ เมื่อเข้าไปในโครงการเห็นลูกบ้านค่อนข้างหลากหลายอยู่เหมือนกันนะ ทั้งชาวต่างชาติ คนวัยทำงาน และที่เยอะพอสมควรเลยคือนักเรียนสาธิตประสานมิตร วัฒนาฯ และนักศึกษามศว. ทำให้บรรยากาศในโครงการค่อนข้างคึกคัก เห็นได้ชัดว่าเป็นโครงการที่ส่วนใหญ่คนมาอยู่อาศัยจริงกันพอสมควรทีเดียวค่ะ

สำหรับการเดินทางของทำเลโครงการจัดว่าเดินทางสะดวกทั้งแบบใช้รถและไม่ใช้รถเลยนะคะ สำหรับใครที่ขับรถไปทำงานไปย่านอโศก หรือ ย่านพระราม 9 รวมทั้งใช้ทางด่วนศรีรัชเป็นหลักถือว่าสะดวกทีเดียวค่ะ ด้วยความที่โครงการอยู่ใกล้แยกอโศก-เพชรบุรีที่ตัดเข้าถนนอโศกและรัชดาภิเษกได้เลย แต่ที่น่าเสียดายสำหรับใครที่ทำงานอยู่บนถนนเพชรบุรีฝั่งมุ่งหน้าไปประตูน้ำ คืออยู่ใกล้กับสะพานข้ามแยกเพชรบุรี-อโศกมากเกินไป จะเบียดไปขึ้นสะพานทำได้ยากถึงขั้นเป็นไปไม่ได้ จำเป็นต้องไปติดแยกไฟแดงเพชรบุรี-อโศก เพราะอยู่ห่างจากตีนสะพานข้ามแยกเพียง 40 ม. เอง

ส่วนการเดินทางแบบไม่ใช้รถนั้นจัดว่าสะดวกมาก มีให้เลือกหลายแบบในการเดินทางด้วยความที่อยู่ติดถนนใหญ่เลยจะเรียกแท็กซี่ วินมอเตอร์ไซต์หรือเดินไปขึ้นรถเมล์ได้ไม่ยาก ที่สำคัญคืออยู่ใกล้ MRT เพชรบุรีซึ่งเป็นสถานีที่ Interchange กับ Airport Rail Link มักกะสันด้วยทำให้การเดินทางไปสนามบินสุวรรณภูมิได้ง่ายอีกด้วยค่ะ ส่วนในอนาคตเมื่อ Singha Complex มาเปิดการเดินทางไป MRT เพชรบุรีก็จะสะดวกยิ่งขึ้นไม่ต้องเดินบนฟุตบาทข้ามถนนแล้ว เพราะเค้าจะมีการทำทางเชื่อมมายัง Singha Complex เลย ทำให้โครงการเราก็ได้อนิสงค์นี้ไปด้วย

การออกแบบโครงการถือว่าทำออกมาได้ดี ทั้งการ Set Back จากถนนหน้าโครงการมาถึงอาคาร 55 ม. แล้วทำเป็นสวนและที่จอดรถ ทำให้ได้พื้นที่เปิดโล่ง ดูไม่หนาแน่น อาคารไม่ติดกับถนนใหญ่ที่มีมลภาวะทั้งฝุ่นควันและเสียงมากเกินไป รวมทั้งการวางอาคารที่หันหน้าไปทางทิศเหนือ-ใต้เป็นหลักทำให้ห้องพักส่วนใหญ่ไม่โดนบล็อกวิวจากโครงการด้านข้างด้วย ถือว่าศุภาลัยทำออกมาได้ดีทีเดียวค่ะ ส่วนความหนาแน่นโครงการจัดออกมาเกินมาตรฐานมาหน่อยอยู่ที่ 161:1

ส่วนห้องพักอาศัยเน้นไปที่ห้อง 1 Bedroom ขนาด 50 ตร.ม. โดยรวมจัดมาได้ลงตัวดีค่ะ ไม่มีห้องน้ำและห้องครัวที่ติดระเบียงเหมือนโครงการเก่าๆ อีกต่อไป ทำให้ห้องดูโปร่งโล่ง เน้นฟังก์ชันไปที่ส่วนห้องนอน เพราะได้แบบ Master Bedroom มีพื้นที่ Walk in Closet ขนาดย่อมๆ และห้องน้ำภายในตัว เหมาะกับคนที่ชอบห้องนอนขนาดใหญ่และใช้งานห้องน้ำได้ง่ายดี ส่วนข้อจำกัดของแปลนเกือบทุกแปลนในโครงการนี้เลยก็คือพื้นที่ครัว ที่ส่วนใหญ่ได้เป็นครัวเปิด ไม่เหมาะกับการทำอาหารหนักมากนัก

วัสดุหรือเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ นั้นในแต่ละห้องก็จะแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับการตกแต่ง และการดูแลรักษาของเจ้าของมือ 1 นะคะ ดังนั้นในส่วนนี้คงต้องไปดูกันเองว่าห้องที่ขายตกแต่งแบบไหน ให้เฟอร์นิเจอร์ดีไหม และที่สำคัญคือสภาพห้องจากการใช้งาน บางห้องเคยให้เช่ามาก่อน บางห้องเจ้าของอยู่เอง หรือบางห้องสภาพเสมือนมือ 1 เพราะไม่เคยมีใครเข้าอยู่เลยก็มีให้เลือกค่ะ

สาธารณูปโภคที่นี่ให้มาครบครัน และน่าใช้งาน ทั้งสระว่ายน้ำขนาด 8 x 24 เมตร ห้องฟิตเนส Sky Lounge ในชั้นดาดฟ้า และที่สำคัญคือพื้นที่สวนและพื้นที่เปิดโล่งที่โครงการทำมาให้ถึง 3,000 ตร.ม. ซึ่งถือว่าให้มาเยอะพอสมควรนะคะ เสียดายห้องฟิตเนสอยู่หน่อยตรงที่มีขนาดใหญ่แต่ภายในได้เครื่องเล่นค่อนข้างหลวม เมื่อเทียบกับขนาด ส่วนเรื่องการจัดการดูแลโครงการจากนิติบุคคลอยู่ในเกณฑ์ที่โอเคนะ จากที่ดูภายในโครงการก็ดูเป็นระเบียบเรียบร้อยดีทีเดียวค่ะ แต่เบื้องลึกอย่างไรไม่ทราบนะคะ ใครเป็นลูกบ้านโครงการนี้มาคอมเม้นท์เพิ่มเติมกันหน่อยนะ ^^

 

Judgement

เนื่องจากเป็นโครงการที่ขายหมดแล้ว ซึ่งปัจจุบันรูปแบบการขายเปลี่ยนแปลงเป็นแบบ Re-sale ซึ่งค่อนข้างมีความแตกต่างกันไปทั้งเรื่องของวัสดุ การตกแต่งภายในห้อง รวมทั้งเรื่องของราคาที่ค่อนข้างหลากหลายขึ้นอยู่กับทำเลห้องได้อยู่ชั้นสูงหรือชั้นล่าง และความพอใจราคาจากการตกลงกันระหว่างคนซื้อและคนขาย ดังนั้นจึงไม่สามารถให้คะแนนในรีวิวนี้ได้นะคะ

  • MAIN CLASS

BOTTOM LINE

Supalai Premier Asoke เหมาะกับคนที่ทำงานหรือเรียนอยู่ในย่านอโศก – เพชรบุรี – พระราม 9 มองหาคอนโด High Rise ใกล้ที่ทำงานหรือสถานศึกษา เน้นความคุ้มค่าของพื้นที่ใช้สอยในห้องเทียบกับราคาที่จ่ายไป เดินทางสะดวกทั้งขับรถและใช้รถไฟฟ้า มีงบประมาณตั้งแต่ 3 – 13.5 ล้านบาท หรือมีกำลังผ่อนต่อเดือนประมาณ 21,000 – 95,000 บาท

ถ้าเห็นว่ารีวิวนี้มีประโยชน์ ช่วยกด LIKE ให้เราหน่อยนะคะ จะได้มีกำลังใจทำรีวิวถัดๆไปค่ะ

สมัครสมาชิกพร้อมรับข่าวสารเพิ่มเติม (คลิกที่นี่ )

Share

1 Comment

  • ส่วนกลางดีมากครับ ไม่เจอปัญหาอะไร. ที่สำคัญ แอบคิดว่าถูกครับ
    ปรกติเดินทาง ชอบไปเรือที่สุดครับ. 555. แล้ว ซอยข้างเคียง เพชรบุรี 38 ห่างหน้าโครงการประมาณ 20 เมตร มีศูนย์อาหาร สำหรับนักศึกษา เป็นโรงอาหารย่อมๆ 2 ชั้น มีร้านอาหารทั้งเส้น เชื่อมเดินเข้าประตู มศว ทางคณะแพทย์ ได้เลยครับ

    ตอนแรกกะซื้อปล่อยเช่า. ตอนหลัง แอบเอาไว้อยู่เอง. รู้สึกสะดวกดีครับ รถจอด นั่งเรือ

Leave a Reply