พาชมตึกเสร็จ Supalai Park เอกมัย-ทองหล่อ คอนโด High Rise ติดแยกเอกมัยเหนือ-เพชรบุรี จากศุภาลัย [รีวิวฉบับที่ 1309]

March 18, 2017 08:002 comments

รีวิวฉบับที่ 1309 … สวัสดีค่ะ วันนี้เรามีโอกาสได้กลับไปชมโครงการตึกเสร็จที่ขายในรูปแบบมือ 2 กันแล้วฝั่งเพชรบุรี ใกล้เอกมัย-ทองหล่อกันหน่อยกับโครงการ Supalai Park เอกมัย-ทองหล่อ จัดเป็นคอนโดที่เปิดตัวมาในราคาถูกมากเทียบกับทำเลและโครงการข้างเคียง เดี๋ยวเราพาไปดูกันว่าเมื่อตึกเสร็จมาแล้ว 2 ปีจะเป็นอย่างไรกันบ้าง ตามไปชมพร้อมกันเลยค่ะ

ย้อนเวลากลับไปอ่านรีวิวโครงการ ช่วงต้นปี 2012 จากคุณบีมได้โดย (คลิกที่นี่)

 

Fact @ 24 January, 2017

  • Supalai Park Ekamai-Thonglor (ศุภาลัย ปาร์ค เอกมัย-ทองหล่อ)
  • บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน)
  • ECONOMY CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment คอนโดได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ในเขต : ห้วยขวาง ถนน เพชรบุรี
  • คอนโด High Rise 44 ชั้น 1 อาคาร 660 ยูนิต และร้านค้า 10 ยูนิต
  • ยูนิตต่อชั้นสูงสุด 18 ยูนิต
  • ที่จอดรถประมาณ 50 %
  • ที่ดินประมาณ 13-2-13 ไร่
  • แล้วเสร็จ : ปี 2558
  • 1 Bedroom 54 – 68 ตร.ม.
  • 2 Bedrooms 70 – 72.5 ตร.ม.
  • ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรต่ำสุด-สูงสุด 75,000 – 110,000 บาท/ตร.ม. (Resale ม.ค. 2017)
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่

เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วค่ะ

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างครับ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด : 13.742961, 100.588967

ที่ตั้งโครงการ Supalai Park เอกมัย-ทองหล่อ ตั้งอยู่ติดถนนเพชรบุรี ระหว่างซอยทองหล่อและซอยเอกมัย เป็นโครงการที่เดินทางเข้าซอยทองหล่อได้สะดวก ไม่ต้องไปกลับรถไกลเหมือน Thru ทองหล่อ ซึ่งอาจจะอยู่ใกล้กับซอยทองหล่อมากกว่าแต่การเข้าถึงซอยทองหล่อด้วยรถยนต์แล้ว โครงการนี้เข้าง่ายกว่าค่ะ ส่วนการเดินทางเข้าเมืองทั้งฝั่งอโศกหรือพระราม 9 ก็สะดวกเช่นเดียวกัน และยังลัดเข้าซอยย่อยไปทะลุออกถนนสุขุมวิทได้ด้วย

สำหรับการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะก็สะดวกดีนะคะ มีตัวเลือกเยอะทีเดียวด้วยความที่โครงการอยู่ติดถนนเพชรบุรีเลย รวมทั้งด้านหลังของตึกชาญอิสสระ 2 ที่อยู่ติดกับโครงการนั้นมีท่าเรือชาญอิสสระอยู่ด้วยก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับคนที่ไม่ได้ขับรถ และประหยัดเวลารถติดบนท้องถนนเพื่อเข้าเมืองได้ง่ายเช่นเดียวกัน ส่วนพวก BTS และ MRT นั้นจัดว่าไม่ได้ใกล้ ต้องนั่งรถหรือซ้อนพี่วินไปขึ้นอีกต่อ เพราะอยู่ในระยะห่างประมาณ 2.8 – 3 กม. แหนะ

ซูมการเข้าถึงซอยทองหล่อและเอกมัยอีกซักหน่อย จะเห็นว่าโครงการนี้เข้าซอยทองหล่อได้ง่ายทีเดียวด้วยความที่โครงการอยู่ก่อนถึงซอยเอกมัยดังนั้นเมื่อออกจากโครงการแล้วก็สามารถเลี้ยวซ้ายเข้าถนนทองหล่อได้เลย ส่วนใครที่ต้องการไปยังเอกมัยก็ให้ไปกลับรถตรงแยกศูนย์วิจัยใต้แล้วเมื่อถึงสี่แยกเอกมัยเหนือก็ให้เลี้ยวขวาเข้าถนนเอกมัยได้ติดและอ้อมหน่อยแต่ก็ไม่ถึงกับไม่สะดวก

โครงการบนถนนเพชรบุรีนั้นมีตัวเลือกให้ดูอีกเยอะพอสมควรตั้งแต่ตั้งแต่เอกมัยมาจนถึงอโศกเลยทีเดียว มีทั้งโครงการที่กำลังก่อสร้าง สร้างเสร็จพร้อมอยู่ หรือโครงการที่ขายในรูปแบบ Re-Sale กันแล้ว ซูมเข้ามาที่โครงการติดถนนเพชรบุรีแต่อิงมาทางย่านทองหล่อกันหน่อย โครงการที่ขายมือ 2 ก็จะมีอยู่ 3 โครงการด้วยกัน ซึ่ง Supalai Park นั้นเปิดตัวมาในราคาสำหรับ Segment Economy Class เน้นไปที่ความคุ้มค่ามากที่สุด จัดว่ามีราคาต่อตร.ม.ถูกที่สุดในย่านนี้แล้ว เหมาะกับคนที่งบไม่มากนักแต่ทำงานในย่านนี้ ซึ่งก็ต้องแลกมาด้วย ความอุดมสมบูรณ์ในละแวกใกล้ๆ ที่ไม่คึกคักเท่ากับ Thru รวมทั้งดีไซน์ที่ไม่หวือหวามากนักสไตล์ศุภาลัยและ Lay out ห้องที่หน้าแคบลึกแบบเก่าของศุภาลัยที่หลายคนอาจไม่ค่อยถูกใจเท่าไหร่

อีก 2 โครงการที่อยู่ในทำเลเดียวกันก็จะมี Thru ทองหล่อและ The Capital ที่อยู่ในระดับ Segment สูงขึ้นมาจาก Supalai Park ระดับนึง อย่าง Thru อยู่ในราคาต่อตารางเมตร (ปี 2017) 94,000 – 110,000 บาท และ The Capital ที่ทำโครงการออกมาสวยงาม มีการดูแลรักษาโครงการดี รวมทั้งสเปควัสดุต่างๆ ที่ดีกว่าทั้ง 2 โครงการก็จะมีราคาที่แพงสุดใน 3 โครงการนี้อยู่ที่ 110,000 – 135,000 บาท/ตร.ม.

สำหรับความอุดมสมบูรณ์นั้นหากใครเคยขับรถผ่านถนนเพชรบุรีจะทราบว่าบนถนนเส้นนี้จะไม่ได้มีความคึกคักหรือสถานบันเทิงอะไรให้ตื่นตาตื่นใจมากนัก  มี Singha Complex ที่กำลังก่อสร้างซึ่งก็เป็นความอุดมสมบูรณ์ในอนาคต นอกนั้นก็จะเป็นคอนโด อาคารสำนักงาน และอาคารพาณิชย์ ซึ่ง ณ ตำแหน่งที่ตั้งของโครงการนี้สามารถไปทองหล่อ-เอกมัยได้สะดวกมาก ซึ่งย่านนี้มีสถานที่ Hang out และร้านชิคๆให้เลือกหลากหลาย รองรับ Lifestyle ของคนรุ่นใหม่ที่มีกำลังซื้อสูงพอสมควร มี Community mall เก๋ๆอย่าง The Commons หรือ J Avenue ให้ไปเดินเล่นกันได้

นอกจากนี้ก็สามารถไปยังถนนอโศกมนตรี ที่มีทั้งห้างสรรพสินค้า และอาคารสำนักงานขนาดใหญ่ ใกล้สถานศึกษาอย่างมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มีแหล่งกิน เที่ยว ช็อปปิ้งครบมีตลาดให้เลือกไปเดินได้หลากหลายทั้งตลาดนัด มศว.ที่มีขายทั้งอาหาร ของกิน และเสื้อผ้าตั้งแต่เวลาสายๆถึงประมาณบ่ายสาม มีตลาดแกรมมี่ ตลาดรวมทรัพย์ ตลาดสุขตา ประสานมิตรพลาซ่า มีซอยคาวบอยที่เป็นแหล่งบันเทิงในยามค่ำคืน พอมาถึงช่วงแยกอโศกที่ตัดกับถนนสุขุมวิทก็จะมีเทอมินัล 21 จากตรงนี้สามารถเลือกไปยังห้างสรรพสินค้าบนถนนสุขุมวิทได้ตามใจชอบ

อีกโซนที่สามารถนั่งรถไฟฟ้าไปได้ถึงในสถานีเดียวคือย่านรัชดา-พระราม 9 ที่มีศูนย์การค้าและแหล่งช็อปปิ้งขนาดใหญ่ค่อนข้างคึกคัก ตั้งแต่แยกเทียมร่วมมิตร ไปจนถึงแยกพระราม 9 อย่าง Central พระราม 9, ห้างฟอร์จูนทาวน์ ในเครือซีพี ที่ขึ้นชื่อเรื่องการจำหน่ายสินค้าเกี่ยวกับ IT, Esplanade รัชดา ที่มีตลาดรถไฟอยู่ด้านหลัง เรียกความคึกคักในวันพฤหัสบดี-อาทิตย์ได้มากทีเดียว, BigC รัชดาภิเษก และห้างสรรพสินค้าที่เพิ่งเปิดตัวไปหมาดๆอย่าง The Street ให้บริการ 24 ชั่วโมง ส่วนสาธารณูปโภคอื่นๆก็มีโรงพยาบาลใกล้เคียงหลายแห่ง เช่น โรงพยาบาลพระราม 9, โรงพยาบาลกรุงเทพ, โรงพยาบาลรถไฟ และโรงพยาบาลผิวหนังอโศก

การเดินทางวันนี้เราจะเริ่มจากแยกอโศก-เพชรบุรี จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าถนนเพชรบุรี และตรงไปเรื่อยๆ เพื่อไปกลับรถที่แยกเอกมัยเหนือ-เพชรบุรี ตัวโครงการจะอยู่ติดกับแยกเอกมัยเหนือ-เพชรบุรีเลยค่ะ

จากถนนรัชดาภิเษกวิ่งเข้าแยกอโศก-เพชรบุรี เราจะเบี่ยงซ้ายผ่านตลอดเข้าถนนเพชรบุรีกันค่ะ บริเวณนี้มี MRT เพชรบุรีด้วยนะคะ เป็นสถานีของ MRT ที่ใกล้กับโครงการมากที่สุด ไม่ได้อยู่ในระยะเดินนะ นั่งแท็กซี่หรือแว๊นซ์มาดีกว่า

เลี้ยวเข้าถนนเพชรบุรีกันแล้ว บริเวณช่วงแยกอโศก-เพชรบุรีในอนาคตนี่ไม่ธรรมดานะ ทาง Singha เค้ากำลังสร้าง Singha Complex เป็นอาคาร Mixed Use ขนาดพื้นที่รวมกว่า 1 แสนตร.ม. ก็จะยิ่งทำให้ย่านนี้มีความคึกคักมากยิ่งขึ้นทีเดียวเลยค่ะ

ตอนนี้เรามาอยู่บนเส้นเพชรบุรี บรรยากาศสองข้างทางจะเต็มไปด้วยคอนโด High Rise และอาคารสำนักงานค่อนข้างเยอะ อย่างทางขวามือจะเป็นคอนโดศุภาลัย พรีเมียร์, ตึกสีเหลืองของ My Resort และอนาคตก็จะมีคอนโด Ideo Mobi จากอนันดาขึ้นมาอีกในไม่ช้า

ขับตรงมาเรื่อยๆจะเห็นป้ายบอกเส้นทางลัดทางซ้ายมือไปออกถนนพระราม 9 ได้ทางถนนเพชรอุทัย

ตรงมาอีกไม่ไกลจะเจอแยกพร้อมพงษ์ ที่มีจุดสังเกตคือตึกอิตัลไทยอยู่ทางขวามือ จากตรงนี้ถ้าเลี้ยวขวาเข้าซอยเพชรบุรี 38  จะสามารถไปทะลุซอยสุขุมวิท 39 หรือซอยพร้อมพงษ์ได้

ไม่ไกลกันจะเจอทางเข้า RCA อยู่ทางซ้ายมือ

เลยมาหน่อยทางขวามือจะมีคอนโด High Rise เรียงกันไปยาวๆเลย อย่างตรงนี้ก็มี The Niche Pride ทองหล่อ ที่กำลังก่อสร้าง

ถัดมาก็เป็นโครงการ Thru ทองหล่อ The Capital เอกมัย-ทองหล่อ ตามมาติดๆ และไกลสุดเป็นศุภาลัย ปาร์ค เอกมัย-ทองหล่อ ซึ่งเราจะตรงไปที่แยกเอกมัยเหนือ-เพชรบุรีกันนะคะ

ขับมาเรื่อยๆ เจออาคารชาญอิสสระทาวเวอร์ 2 จากตรงนี้ให้เราเตรียมชิดขวาเพื่อเตรียมกลับรถเลย

เลยตึกชาญอิสสระ 2 มาบริเวณหน้าคอนโดศุภาลัย ปาร์ค เอกมัย-ทองหล่อ จะเห็นแยกเอกมัยเหนือ-เพชรบุรีอยู่ด้านหน้าแล้ว โดยเราต้องอยู่เลนขวาเพื่อกลับรถนะคะ การจราจรจะติดขัดพอสมควรเนื่องจากข้างหน้าเป็นแยกใหญ่

ถึงแยกเอกมัยเหนือ-เพชรบุรี เราก็มากลับรถกันเลย

กลับรถมาก็จะเจอคอนโดศุภาลัย ปาร์ค เอกมัย-ทองหล่อ อยู่ตรงหัวมุมกันแล้ว เตรียมชิดซ้ายเลี้ยวเข้าโครงการได้เลย

อีกเส้นทางนึงที่เราจะพาไปคือเดินไปยังท่าเรือกันค่ะ เผื่อเป็นอีกตัวเลือกนึงของลูกบ้านที่อยากประหยัดเวลาเดินทางเข้าเมือง ระยะทางจากหน้าโครงการเลาะด้านหลังตึกชาญอิสสระก็ไม่ไกลนะคะ เพียง 130 ม.ก็ถึงท่าเรือแล้วค่ะ

เดินออกมาหน้าโครงการแถบริมฟุตบาทก็มีร้านรถเข็นขายน้ำขายอาหารเล็กๆ น้อยๆ อยู่ประปรายนะคะ เลยถัดไปอีกหน่อยบริเวณทางออกตึกชาญอิสสระก็จะมีพี่วินรอให้บริการอยู่ด้วย บริเวณนี้ในช่วงกลางวันของวันธรรมดาจะค่อนข้างคึกคักหน่อยเพราะมีพนักงานจากตึกชาญอิสสระออกมากินข้าวกัน

เดี๋ยวเราเดินลัดเข้าตึกชาญอิสสระกัน

ตรงมาสุดทางบริเวณศาลพระภูมิเดินลงไปก็จะเป็นท่าเรือแล้วค่ะ

บรรยากาศท่าเรือชาญอิสสระในช่วงกลางวันจะเงียบหน่อยแต่ช่วงเช้าก่อนเข้างานและช่วงหลังเลิกงานนี่คึกคักมาก เพราะมีคนมารอลงเรือกันเยอะทีเดียว เดี๋ยวนี้เรือด่วนคลองแสนแสบก็ไม่ได้ดูอันตรายเหมือนแต่ก่อนที่ต้องแย่งกันเหยียบกาบเรือเพื่อขึ้นเรือกัน เพราะตอนนี้เรือเข้ามีการปรับปรุงใหม่ให้มีบันไดขึ้น – ลงเรียบร้อย และจากผ้าใบสีฟ้า-ขาว เหมือนที่เห็นตามไซต์ก่อสร้างที่มาใช้กันน้ำคลองกระเด็นก็เปลี่ยนเป็นพลาสติกใสกันแล้วนะคะ สามารถชมวิวด้านข้างกันได้ด้วย เมื่อมีการปรับเปลี่ยนให้ดีขึ้นแบบนี้เชื่อว่าคงมีคนโดยสารมากขึ้นแน่ๆ ค่ะ

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะคะ

ที่ตั้งโครงการบริเวณนี้ส่วนใหญ่จะเป็นอาคารพาณิชย์ตั้งอยู่ริมฝั่งถนน และอาคารสำนักงาน บรรยากาศไม่ได้คึกคักมากนัก นอกจากช่วงเวลาเข้า-ออกของพนักงานและตอนกลางวันพักเที่ยง ด้านหน้าโครงการหรือทิศเหนือติดกับถนนเพชรบุรีและอาคารพาณิชย์สูง 4-7 ชั้นในฝั่งตรงข้าม ฝั่งทิศตะวันออกเป็นทิศที่ได้วิวพื้นที่สีเขียวของสวนสมเด็จสราญราษฎร์มณีรมย์ ซึ่งห้องที่ได้วิวจะเป็นส่วนของห้องมุมฝั่งทิศตะวันออกเท่านั้นเพราะทิศทางของตึกหลักๆ จะหันไปทางทิศเหนือ-ใต้ เพื่อให้มีห้องที่ได้วิวฝั่งทิศตะวันตกซึ่งถูกตึกชาญอิสสระบล็อกวิวได้น้อยที่สุด ส่วนทิศใต้นั้นอยู่ติดคลองและวัดภาษี เป็นอีกหนึ่งวิวที่ได้วิวโล่งและเห็น City View ฝั่งเอกมัย-ทองหล่อในซอยและถนนสุขุมวิทด้วย ส่วนชั้นล่างๆ ในทิศนี้อาจจะไม่เวิคนักเพราะได้วิววัดชัดมากและกลิ่นน้ำคลองด้วย ซึ่งอย่างไรก็ตามต้องลองขึ้นไปชมห้องจริงกันเองว่าในห้องชั้นล่างๆ นี้เราโอเคไหมกับเรื่องของวิวและกลิ่นนะคะ เพราะจริงๆ แล้วความรู้สึกของแต่ละคนก็แตกต่างกันไป บางคนอาจจะโอเค อยู่ได้และบางคนที่ไม่ชอบก็มี

 

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • โรงพยาบาลกรุงเทพ ~1.1 กิโลเมตร
  • RCA ~4 กิโลเมตร
  • Singha Complex ~2.8 กิโลเมตร
  • มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ~3.3 กิโลเมตร
  • The EmQuartier ~3.6 กิโลเมตร
  • The Emporium ~3.8 กิโลเมตร
  • Central พระราม 9 ~4.3 กิโลเมตร
  • สวนเบญจสิริ ~4 กิโลเมตร
  • Terminal 21 ~4.3 กิโลเมตร
  • โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ~4.4 กิโลเมตร

 


เจาะลึกตัวโครงการ

โครงการ Supalai Park เอกมัย-ทองหล่อ คอนโด High Rise สูง 44 ชั้น มีจำนวนยูนิตทั้งหมด 660 ยูนิตและร้านค้าในชั้นล่างอีก 10 ยูนิต หน้าตาโครงการออกแบบมาเรียบง่ายตามระดับแบรนด์ราคาไม่แรง ออกแนว Modern ความน่าสนใจของโครงการนี้นอกจากเรื่องราคาที่เปิดตัวออกมาในราคาถูกกว่าโครงการอื่นๆ ในทำเลเดียวกันค่อนข้างมากแล้ว ยังเป็นเรื่องของการวางแนวอาคารได้ดี เพราะเลือกที่จะหันตัวอาคารไปทางทิศเหนือ-ใต้ เพื่อไม่โดนตึกชาญอิสสระบล็อกวิวส่วนใหญ่ไปเหมือนกับ The Capital เอกมัย-ทองหล่อ ซึ่งโดนตึกชาญอิสสระเหมือนกันบล็อกวิวระยะไกลไปเต็มๆ

มาดู Master Plan โครงการกันต่อนะคะ ตัวโครงการนี้ตั้งอยู่บนที่ดินประมาณ 13 ไร่กว่า ซึ่งเค้าไม่ได้สร้างอาคารเต็มที่ดิน แต่มีการ Set Back ไว้พอสมควรประมาณ 53 ม. จากถนนใหญ่แล้วจัดพื้นที่ให้เป็นสวนและลานจอดรถกลางแจ้ง การที่ Set อาคารเข้าด้านในแบบนี้ทำให้โครงการดูแกรนด์มากขึ้น และไม่หนาแน่น ส่วนการเดินรถนั้นจะเป็นการวนรถรอบโครงการ มีทางเข้า-ออกทางเดียว

ชั้นล่างนี้จะเป็นส่วน Lobby และร้านค้าทั้งหมด 10 ยูนิต ซึ่งเดี๋ยวเราจะพาไปดูบรรยากาศจริงกันนะคะ ที่เห็นในรูป (เส้นประ) นั้นจะเป็นแปลนของชั้น 7 ซึ่งเป็นชั้น Facilities หลักของโครงการ ไม่ได้อยู่ชั้นล่างตามรูปนะคะ ในส่วนของชั้นจอดรถจะเริ่มที่ชั้น 2 ไปถึงชั้น 6 รวมที่จอดรถทั้งหมดประมาณ 50% ซึ่งก็ถือว่าให้มาตามมาตรฐานของระดับราคา Economy

เราไปเดินเล่นภายในโครงการจริงกันเลยค่ะ เริ่มจากทางเข้า-ออกโครงการ ตรงเข้าไปจะมีป้อมพี่ยามด้านข้างดูแลความเป็นระเบียบเรียบร้อย ส่วนระบบเข้า-ออกโครงการสำหรับรถยนต์นั้นจะกั้นด้วยไม้กระดกอัตโนมัติค่ะ

ด้านข้างถนนเค้าจัดเป็นพื้นที่สวนส่วนกลางที่ทำออกมาได้ร่มรื่นดีทีเดียว และบริเวณนี้ถึงจะเป็นช่วงกลางวันแดดร้อนๆ เลย ตรงนี้ก็ไม่ได้ร้อนนะ ด้วยร่มเงาต้นไม้และลมที่พัดอยู่ตลอด เดินถัดไปอีกหน่อยจะเป็นส่วนเครื่องออกกำลังกายกลางแจ้งค่ะ

ถัดมาจากสวนด้านหน้าก็จะเป็นที่จอดรถกลางแจ้งแบบนี้ ด้วยความที่มีต้นไม้ใหญ่จากรอบๆ สวนก็พอช่วยเป็นร่มเงาให้รถได้บ้างเหมือนกันค่ะ

ดูจากมุมสูงจะดูง่ายขึ้นหน่อย สำหรับที่จอดรถกลางแจ้งในส่วนนี้มีช่องจอดประมาณ 66 คัน ซึ่งวันที่ไปเก็บข้อมูลโครงการเป็นวันธรรมดาช่วงบ่ายๆ ก็มีรถยนต์มาจอดพอสมควรอยู่นะคะ

เดี๋ยวเราพาเดินเข้าภายในโครงการกันต่อ

เยื้องมาด้านซ้ายถัดจากส่วน Drop-Off นั้นจะเป็นทางเข้าที่จอดรถชั้นบน

เข้ามาด้านในอาคารในชั้นนี้จะเป็นส่วน Semi-Outdoor

เดินเข้ามาจะเจอส่วนยูนิตร้านค้ากันก่อนนะคะ ก็มีทั้งมินิมาร์ทเล็กๆ ร้านกาแฟ ร้านทำผม ร้านซักล้างและคลิกนิกเสริมความงามด้วย โดยรวมอยู่ในเรทราคาย่อมเยา สำหรับร้านอาหารและร้านกาแฟนี้ลูกบ้านสามารถโทรไปสั่งให้ร้านมาส่งถึงหน้าห้องได้เลยนะ ใครขี้เกียจออกจากห้องก็เรียกใช้บริการกันได้ค่ะ

เข้ามาภายใน Lobby โครงการในส่วนนี้จะเป็นห้องปิดเปิดแอร์แล้ว ไม่ใช่ Semi-Outdoor แบบด้านนอกโซนร้านค้านะคะ การตกแต่งส่วน Lobby ใช้โทนสีขาวตกแต่งเกือบทั้งหมด ดูสะอาดสะอ้านดีค่ะ

มีมุมที่นั่งและชุดโซฟาให้นั่งพักผ่อนหรือเป็นที่รับแขกได้ประมาณ 5 ชุด

ขึ้นมาที่ชั้น 7 เป็นชั้นเริ่มต้นห้องพักอาศัย และยังเป็นชั้น Facilities หลักด้วย โดยส่วน Facilities จะหันไปทางฝั่งทิศใต้หรือทิศที่หันไปทางคลองแสนแสบและวัดภาษี ซึ่งเป็นทิศที่มีความสงบและเป็นส่วนตัวมากกว่าทิศเหนือที่ติดกับถนนเพชรบุรี โดย Facilities ในชั้นนี้จะมีสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ 7 x 25 ม. จัดว่าเป็นความยาว Half olympic ใช้ออกกำลังกายได้ มีห้องฟิตเนสและสนามเด็กเล่น โดยรวมครบครันค่ะ ส่วนห้องพักอาศัยในชั้นนี้นั้นจะเหมาะกับคนที่เน้นใช้ Facilities เป็นหลัก ไม่เน้นเรื่องวิวมากนัก รวมทั้งเรื่องความเป็นส่วนตัวด้วยเช่นกัน เพราะในชั้นนี้ไม่ได้ทำ Double Access กั้นแยกส่วนโถงทางเดินไปยังห้องพักอาศัยแยกกับส่วน Facilities

บรรยากาศบริเวณโถงลิฟต์โดยสารดูสว่างดีค่ะ และมีการตกแต่งที่สวยงามกว่าชั้นทั่วไป

เดินจากโถงลิฟต์มาด้านขวาเป็นทางเดินไปยังส่วน Facilities และฝั่งซ้ายเป็นโถงทางเดินไปยังห้องพักอาศัย ซึ่งอย่างที่บอกไม่ได้ให้ Double Access มาด้วย ดังนั้นลูกบ้านชั้นอื่นๆ ก็สามารถเดินผ่านไปผ่านมาได้หมดเลย

ถัดมาก่อนออกไปยังส่วน Facilities จะเป็นห้องน้ำแยกชาย/หญิงกันก่อน

ภายในห้องน้ำจัดมาให้ดูใหญ่พอสมควรนะคะ ลักษณะดูสะอาดสะอ้านดีทีเดียว

ด้านข้างมี Lockers ให้เรียบร้อย ถัดไปก็จะเป็นห้องน้ำและห้องอาบน้ำอย่างละ 4 ห้อง

ภายในห้องอาบน้ำมีเครื่องทำน้ำอุ่นบริการด้วยนะ

สุดทางเป็นห้องซาวน่าให้ด้วย ซึ่งมีให้ทั้งห้องน้ำผู้ชายและห้องน้ำผู้หญิงเลย

ออกมาส่วน Facilities หลัก ในส่วนนี้เค้าจัดเป็นเป็นพื้นที่กลางแจ้ง ด้านหน้าเราเลยเป็นห้อง Fitness ทางขวาเป็นสนามเด็กเล่นและทางซ้ายจะเป็นส่วนสระว่ายน้ำค่ะ

ภายในห้องฟิตเนสมีขนาดพอสมควรนะคะ วางเครื่องออกกำลังกายได้ประมาณ 6 เครื่องและโซนเวทเทรนนิ่ง

สนามเด็กเล่นมีเครื่องเล่นให้ 1 อัน สำหรับให้เด็กๆ มาวิ่งเล่นได้

อีกฝั่งเป็นสระว่ายน้ำและพื้นที่ Terrace ด้านข้าง สระว่ายน้ำนี้มีขนาด 7 x 25 ม. ถือว่าให้มาไม่แพ้ The Capital และ Thru เลย แต่แบ่งเป็นสระเด็กและสระผู้ใหญ่นะคะ ดังนั้นความยาวของสระก็จะลดไปหน่อย ส่วนพื้นที่ Terrace ด้านข้างก็มีวาง Day Bed ให้ประมาณ 4-5 ตัว และชุดเก้าอี้นั่งเล่นชิลๆ ริมสระอีก 3 ชุด

ชั้น 8 – 42 เป็นชั้นห้องพักอาศัยทั้งหมด โดยมีจำนวนยูนิตแต่ละชั้นประมาณ 18 ยูนิตต่อชั้น ดูไม่หนาแน่นมากนัก ส่วนลิฟต์โดยสารได้ 3 ตัว ซึ่งคิดเป็นอัตราส่วนลิฟต์อยู่ที่ 220 : 1 จัดว่าหนาแน่นมากพอสมควรเลยทีเดียว ยิ่งช่วงเช้าที่เป็นเวลาออกไปทำงานนี่คงรอลิฟต์กันนานพอสมควรเลย ในส่วนตำแหน่งของห้องนั้นจะวางห้องขนาดใหญ่ 2 Bedrooms ไว้เป็นห้องมุมทุกห้องได้วิวจากทั้ง 2 ฝั่ง ส่วนห้อง 1 Bedroom นั้นจะอยู่ตรงกลางทั้งหมดค่ะ

โถงลิฟต์ของชั้น Typical Floor จะเรียบง่ายกว่าชั้น Facilities นะคะ แต่ยังคงความสว่างได้เช่นเดิม

โถงทางเดินสว่างและดูสะอาดดีค่ะ ส่วนที่แปลกหน่อยคือเค้าจะมีตู้จดหมายแยกทุกชั้นแทนที่จะทำเป็นพื้นที่ส่วน Mail Box ในชั้นล่าง

ขึ้นไปชั้นดาดฟ้าจัดเป็นส่วน Sky Lounge, Outdoor Lounge และ ห้อง Meeting ส่วนรอบข้างเป็น Roof Garden ให้ได้สูดอากาศหรือชมวิวบนชั้นดาดฟ้าได้

บนชั้นดาดฟ้ามีการยกฝ้าเพดานขึ้นสูงกว่าชั้นอื่นๆ ดูโอ่โถงและโปร่งโล่ง

ออกมาจากโถงลิฟต์จะส่วนโถงอเนกประสงค์และแยกเป็นห้องประชุม

ภายในห้องประชุม จัดไม่เชิงเป็นห้องประชุมมากนักนะคะ เหมือนจะเป็นห้องนั่งเล่นรับลมชั้นดาดฟ้าชิลๆ มากกว่า โดยรอบเป็นกระจกใสทำให้ห้องดูโปร่งโล่งดี ภายในจัดโต๊ะเก้าอี้แบบ Outdoor ให้ประมาณ 3 ชุดไว้นั่งเล่นหรือใครที่อยากมานั่งทำงานเงียบๆ ก็ตอบโจทย์ดีนะ

บริเวณโถงอเนกประสงค์นี้เค้าว่าโต๊ะปิงปองให้เล่นด้วยนะคะ เอาไม้ปิงปองส่วนตัวมาเล่นกันได้เลย ส่วนฝั่งขวามือนั้นจะเป็นห้อง Sky Lounge ค่ะ

ภายในห้อง Sky Lounge ไม่มีเฟอร์นิเจอร์ให้นั่งเล่นได้เลย จะเป็นห้องโล่งๆ แบบนี้ ซึ่งห้องนี้เค้าจะทำเป็นห้องรับรองสำหรับจัดเลี้ยงหรือปาร์ตี้ลูกบ้านในวันพิเศษต่างๆ หรือลูกบ้านที่ต้องการจะจัดงานส่วนตัวก็สามารถแจ้งทางนิติบุคคลได้นะคะ เค้าจะคิดราคาต่อวันอยู่ที่ 2,000 บาท

ส่วนด้านนอกเป็นทางเดินรอบๆ และปลูกต้นไม้ให้สวยงามดีค่ะ

มีสนามหญ้าใกล้ๆ กับห้อง Meeting สำหรับใครจะขึ้นมาเดินสูดอากาศหรือให้เด็กๆ ขึ้นมาวิ่งเล่นก็ได้นะคะ

เดี๋ยวเรามาดูวิวจากโครงการกันต่อนะคะ โดยวิวที่เรานำมาให้ดูมีอยู่ 2 ทิศคือทิศเหนือและทิศใต้ ซึ่งจัดเป็นทิศหลักของห้องพักส่วนใหญ่

คลิกที่รูปเพื่อดูรูปขนาดใหญ่

ทิศ A หรือ ทิศเหนือหันไปทางพระราม 9 จะได้วิวโปร่งโล่ง สามารถมองวิวได้ไกลไปถึงสุดสายตาเลยทีเดียวค่ะ

คลิกที่รูปเพื่อดูรูปขนาดใหญ่

ทิศ B หรือ ทิศใต้หันไปทางเอกมัย-ทองหล่อ วิวทิศนี้ชั้นล่างๆ หน่อยจะเห็นวัดภาษีชัดอยู่นะคะ ส่วนชั้นบนๆ จะได้ City View เห็นตึกสูงฝั่งถนนสุขุมวิทเป็น Backgroud อยู่ไกลๆ และข้อดีของทิศนี้คือเรื่องของความสงบที่มีมากกว่าทิศเหนือ เพราะไม่ได้อยู่ติดกับถนนใหญ่

 

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • สระว่ายน้ำ 1 สระ ระบบเกลือ ขนาด 7 x 25 เมตร แบ่งสระเด็กและสระผู้ใหญ่
  • ห้องออกกำลังกาย 1 ห้อง ใส่เครื่องออกกำลังกายประมาณ 6 เครื่อง
  • สวนหย่อมรอบโครงการ
  • ลิฟท์โดยสาร 3 ตัว
  • อัตราส่วนลิฟท์ 220 :  1
  • Service Lift 1 ตัว
  • ที่จอดรถประมาณ คิดเป็น 50%
  • ระบบ CCTV / Access Card

 


Product Walkthrough

สำหรับรีวิวฉบับนี้จะขอวิเคราะห์ผังห้องทั้งหมดในโครงการนะคะ แต่ไม่ได้พาไปชมห้องตัวอย่างนะ เนื่องจากพอเป็นห้องมือ 2 แล้วรายละเอียดต่างๆ ก็จะแตกต่างกันไปในแต่ละห้องไปแล้ว หากใครสนใจห้องในโครงการนี้แนะนำว่านัดเจ้าของหรือเอเจนซี่ไปดูสภาพและบรรยากาศภายในห้องกันเองเลยจะดีกว่าค่ะ เพราะจริงๆ มันมีหลายปัจจัยมากๆ ไม่ใช่เพียงการแต่งห้องนะคะ เช่น การดูแลรักษาห้อง ยังเหมือนใหม่หรือดูทรุดโทรมไป มีอะไรชำรุดไหม หรือเจ้าของเดิมเคยปล่อยห้องให้เช่ามาก่อนที่จะขายรึเปล่า และแน่นอนว่าหากเราไม่ได้ชอบการตกแต่งของเจ้าของเดิมเสียเท่าไหร่ หรือห้องนี้ค่อนข้างทรุดโทรมแล้ว แต่เป็นห้องที่ตำแหน่งดี ได้วิวสวย ก็อาจจะต้องเผื่องบประมาณค่าตกแต่งหรือซ่อมแซมเพิ่มเติมมาขึ้นด้วยนะคะ

ส่วน Spec วัสดุมาตรฐานจากโครงการ แรกเริ่มขายในรูปแบบ Fully Fitted 

(ซึ่งอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้ ขึ้นอยู่กับเจ้าของห้องมือ 1 รวมไปถึงเฟอร์นิเจอร์อื่นๆ ด้วยนะคะ)

  • พื้นลามิเนต 8 มม.
  • พื้นกระเบื้อง (ห้องน้ำ,ระเบียง)
  • Pantry ครัว

ในส่วนห้องพักอาศัยของโครงการยังคงสไตล์ห้องแบบศุภาลัยดั้งเดิมคือ ห้องแบบหน้าแคบลึก ซึ่งข้อด้อยของห้องลักษณะนี้คือแสงธรรมชาติที่เข้าถึงได้น้อยกว่าห้องหน้ากว้าง ให้ความรู้สึกว่าแคบมากกว่าห้องหน้ากว่าให้ขนาดพื้นที่ใช้สอยที่เท่ากัน ซึ่งอย่างไรก็ตามก็แลกมากับพื้นที่ใช้สอยภายในห้องและราคาที่เอื้อมถึง ซึ่งเหมาะกับคนที่มองหาห้องเน้นพื้นที่ใช้สอย ไม่ซีเรียสเรื่อง Layout ห้องแคบลึกและวงเงินที่จำกัด โครงการนี้ก็ตอบโจทย์ค่ะ เพราะเมื่อลองเทียบกับโครงการข้างเคียงอย่าง Thru ทองหล่อ และ The Capital ในวงเงินประมาณ 5 ล้านบาท จะได้ห้อง Thru ทองหล่อ ขนาด 2 Bedroom 56 ตร.ม. (5.264 ลบ.) ได้ห้อง The Capital ขนาด 2 Bedroom 48 ตร.ม. (5.28 ล้านบาท) ส่วน Supalai Park นั้นจะได้ห้องขนาด 68 ตร.ม. (5.1 ล้านบาท)

**นำราคาต่ำสุดของราคาเฉลี่ยปัจจุบันมาเปรียบเทียบคร่าวๆ ซึ่งสามารถมีการเปลี่ยนแปลงได้ขึ้นอยู่กับชั้น ตำแหน่งของห้องและการตั้งราคาของเจ้าของมือ 1 ของห้องนั้นๆ**

ของแบบ 1 Bedroom ขนาด 55 ตร.ม. เป็นห้องขนาดเริ่มต้นของโครงการ ลักษณะเป็นหน้าแคบลึกมากทีเดียว แบ่งส่วนไว้ชัดเจน คือส่วนพื้นที่ส่วนกลางที่ประกอบไปด้วยพื้นที่นั่งเล่น รับประทานอาหาร สุดทางเป็นครัวปิดและห้องน้ำตรงกลาง ส่วนอีกฝั่งเป็นส่วนห้องนอนแบบตอนลึกสุดทางเป็นส่วนระเบียง ข้อดีของห้องนี้คือครัวปิดที่สามารถทำอาหารหนักได้ดีและมีช่องระบายอากาศไปสู่ด้านนอกได้เลย รวมทั้งมีแสงธรรมชาติระบายความชื้นต่างๆ ภายในครัวได้ดี ไม่มีกลิ่นอาหารหรือกลิ่นต่างๆ ที่เกิดจากการทำกับข้าว รวมทั้งห้องน้ำที่อยู่ติดกับผนังภายนอกก็สามารถช่วยลดความชื้นได้ดีเช่นกันและงานระบบที่เดินง่ายมากกว่าห้องน้ำที่จัดไว้ด้านในติดกับโถงทางเดินภายนอก แต่ข้อเสียเลยคือพื้นที่ที่เราใช้บ่อยๆ เช่นพื้นที่นั่งเล่นและห้องนอนนั้นจะถูกฟังก์ชั่นบริการ (Service Zone) อย่างระเบียง ห้องน้ำ และห้องครัวบังแสงธรรมชาติด้านนอกทำให้ห้องดูมืดต้องอาศัยดวงโคม และดูไม่โปร่งโล่งเท่าไหร่นัก

ห้อง 1 Bedroom ขนาด 68 ตร.ม. ขยับขึ้นมาจากห้อง 55 ตร.ม. ได้ห้องที่หน้ากว้างมากขึ้น ทำให้มีความโปร่งโล่งมากขึ้นตามไปด้วย ส่วนตำแหน่งของฟังก์ชั่นยังคงเดิม เพิ่มเติมคือมีความกว้างของแต่ละฟังก์ชันมากขึ้นเล็กน้อย ในส่วนของห้องนอนสามารถกั้นเป็นพื้นที่ Walk in Closet ขนาดใหญ่ได้ด้วย

ห้อง 2 Bedrooms ขนาด 72.5 ตร.ม. เป็นห้องมุมของโครงการและเป็นห้องขนาดใหญ่สุดในโครงการ การจัดวางฟังก์ชันภายในดีขึ้นกว่าห้อง 1 Bedroom ทั้ง 2 ห้องเนื่องจากส่วนห้องนอนทั้ง 2 ห้องถูกจัดให้อยู่ตำแหน่งด้านนอกที่สามารถมองเห็นวิวและรับแสงธรรมชาติได้ดี ทำให้ภายในห้องดูโปร่งโล่งดี ถึงแม้ส่วนบริเวณพื้นที่นั่งเล่นยังอยู่ด้านในเหมือนเดิม แต่ก็สามารถจัดชุดโซฟาขนาดใหญ่และวางทีวีขนาดใหญ่ได้ดี เสียดายตรงขนาดพื้นที่ 72.5 ตร.ม. น่าจะสามารถจัดให้มีห้องน้ำได้ถึง 2 ห้อง

 

ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 24 January 2017

  • เนื่องจากเป็นโครงการที่ขายหมดและโอนกันหมดแล้วนะคะ ดังนั้นต้องซื้อต่อจากเจ้าของเดิม ทำให้ราคาก็จะค่อนข้างหลากหลายขึ้นอยู่กับทำเลห้องได้อยู่ชั้นสูงหรือชั้นล่าง ตกแต่งครบ ความพอใจราคาจากการตกลงกันระหว่างคนซื้อและคนขายราคาต่อตารางเมตรในปัจจุบัน ปี 2017 จะอยู่ที่ประมาณ 75,000 – 110,000 บาท/ตร.ม.
  • Kitchen & Sink
  • Hob & Hood

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคาเป็นราคาปัจจุบันที่หาในเว็ปไซต์ขายห้องมือ 2 ซึ่งอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้นะคะ


เจาะลึกรวบยอด

โครงการ Supalai Park เอกมัย-ทองหล่อ หนึ่งในคอนโด High Rise บนทำเลถนนเพชรบุรี ใกล้เอกมัย-ทองหล่อ ที่โดดเด่นในเรื่องของความคุ้มค่าทางราคา จัดว่าเป็นโครงการที่มีราคาต่อตารางเมตรตั้งแต่เริ่มเปิดตัวยันปัจจุบัน (2017) ถูกกว่าโครงการใกล้เคียงอื่นๆ ในทำเลเดียวกันและยังได้ Facilities ครบครัน มีขนาดของสระว่ายน้ำไม่แพ้โครงการใกล้เคียงที่มีราคาแพงกว่าด้วย แต่ก็แลกมากับ Layout ห้องแบบ 1 Bedroom ที่ได้แบบหน้าแคบลึก ซึ่งเป็น Layout แต่ดั้งเดิมของศุภาลัยที่ให้ความรู้สึกแคบพอสมควรและไม่โปร่งโล่ง

ทำเลโครงการอยู่ติดถนนใหญ่เพชรบุรี ระหว่างซอยเอกมัย-ทองหล่อ บรรยากาศแถบนี้จะไม่พลุ่กพล่านและคึกคักมากนัก ส่วนใหญ่ความอุดมสมบูรณ์ต่างๆ จะเข้าไปอยู่ในซอยเอกมัย-ทองหล่อ หรือบนถนนเพชรบุรีเองแต่เลยไปทางใกล้กับซอยศูนย์วิจัยมากกว่า แต่ก็ไม่ถึงกับแห้งแล้งซะทีเดียวเพราะก็มีร้านค้าด้านล่างโครงการและร้านค้าย่อยๆ ที่มาเปิดเพื่อรองรับพนักงานของชาญอิสสระที่อยู่ติดกับโครงการเลย และยังมี Foodland สาขาเพชรบุรีที่อยู่ฝั่งตรงข้ามเยื้องไปทางคลองตันหน่อยเป็นอีกแหล่งที่สามารถไปจับจ่ายซื้อของหรือฝากท้องยามค่ำคืนกันได้ค่ะ

ในเรื่องของการเดินทางด้วยรถยนต์จัดว่าสะดวกสำหรับคนที่ทำงานในซอยทองหล่อ เพราะสามารถเลี้ยวเข้าได้เลยไม่ต้องไปอ้อมกลับรถมาเหมือน Thru ทองหล่อ หรือจะเข้าเมืองไปยังอโศกก็ไม่ยากเช่นกันค่ะ แต่อย่าลืมเผื่อเวลาในการเดินทางเข้าเมืองซะหน่อย ถึงจะไม่ไกลมากสำหรับระยะขับรถก็จริงแต่ถนนเพชรบุรีนี่ขึ้นชื่อเรื่องรถติดมาก แม้จะสายเลยเวลาเข้า-ออกงานไปแล้วก็ยังคงติดต่อเนื่อง ส่วนที่จอดรถนั้นให้มาประมาณ 50% ถือว่าให้มามาตรฐานกับ Segment โครงการแต่ด้วยความที่เป็นโครงการที่ไม่ได้อยู่ติดรถไฟฟ้าเลย ดังนั้นความต้องการของการใช้รถก็มากพอสมควรเช่นกัน

การเดินทางด้วยระบบสาธารณะอื่นๆ ถือว่าสะดวกเพราะติดกับถนนใหญ่เลยจะเรียกแท็กซี่ ขึ้นรถเมล์ นั่งพี่วินก็สะดวกหมด รวมทั้งยังใกล้ท่าเรือชาญอิสสระด้วย เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกในการเดินทางเข้าเมืองแบบประหยัดเวลาและประหยัดเงิน ซึ่งท่าเรืออยู่ด้านหลังของตึกชาญอิสสระเอง ห่างจากโครงการแค่ 130 ม. ใครที่กังวลเรื่องความปลอดภัยก็สามารถลดความกลัวลงมาได้เพราะเดี๋ยวนี้เค้ามีการพัฒนาตัวเรือให้เดินขึ้น-ลงเรือได้สะดวกมากขึ้นไม่ต้องเหยียบกาบเรือเหมือนสมัยก่อนแล้วนะ

ตัวโครงการมีการจัดวางอาคารค่อนข้างดีทั้งการ Set Back ด้านหน้าแล้วทำเป็นสวนและที่จอดรถ รวมทั้งการวางอาคารที่หันหน้าไปทางทิศเหนือ-ใต้เป็นหลักเพื่อให้มีห้องที่ถูกตึกชาญอิสสระบล็อกวิวได้น้อยที่สุดได้ ซึ่งก็จะเป็นเพียงห้องมุมฝั่งทิศตะวันตกเท่านั้นที่มีวิวฝั่งหนึ่งถูกบล็อกไป ดังนั้นก็ถือว่าไม่มีห้องไหนที่ถูกบล็อกวิวทั้งหมดของห้องไปเลย ส่วนความหนาแน่นโครงการจัดว่ามีความหนาแน่นสูง ด้วยอัตราส่วนลิฟต์ถึง 220 : 1

การออกแบบห้อง 1 Bedroom เป็นแบบหน้าแคบลึกและวางห้องน้ำ ห้องครัวไว้ด้านนอกบังวิวและแสงธรรมชาติหมดทำให้ห้องดูไม่โปร่งโล่ง และทำให้พื้นที่นั่งเล่นค่อนข้างมืด แม้จะได้พื้นที่ใช้สอยพอสมควรสำหรับห้อง 1 Bedroom แต่ด้วย Layout ห้องแคบลึกทำให้ห้องดูไม่ได้ใหญ่เท่าที่คิดไว้ ส่วนห้อง 2 Bedrooms เป็นห้องมุมของอาคารจัด Layout ออกมาได้โอเคกว่าห้อง 1 Bedroom เพราะห้องนอนทั้ง 2 ห้องอยู่ติดด้านนอก ได้วิวและแสงธรรมชาติเต็มที่ แต่ยังเสียดายห้องนั่งเล่นที่ไม่ได้วิวเลย ซึ่งทั้ง 2 แบบห้องของโครงการนี้ จะเหมาะกับคนที่ไม่ได้คิดมากเรื่องวิวและ Layout ห้องแคบลึก เน้นไปที่พื้นที่ใช้สอยภายในและความคุ้มค่าของราคามากกว่า

วัสดุอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานกับราคาที่จ่าย ซึ่งก็ได้พื้นลามิเนต ในห้องน้ำ ระเบียงและครัวเป็นกระเบื้องเซรามิก 30×30 ซม. มาตรฐานทั่วไป ซึ่งทางศุภาลัยเองก็ต้องการลดต้นทุนทำให้แพคเกจต่ำที่สุดที่ลูกค้ายอมรับได้และทางศุภาลัยก็มีกำไร เรื่องวัสดุจึงต้องถูกลดลงไปโดยปริยายค่ะ ส่วนวัสดุหรือเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ นั้นในแต่ละห้องก็จะแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับการตกแต่ง และการดูแลรักษาของเจ้าของมือ 1 นะคะ ดังนั้นในส่วนนี้คงต้องไปดูกันเองว่าห้องที่ขายตกแต่งแบบไหน ให้เฟอร์นิเจอร์ดีไหม และที่สำคัญคือสภาพห้องจากการใช้งาน บางห้องเคยให้เช่ามาก่อน บางห้องเจ้าของอยู่เอง หรือบางห้องสภาพเสมือนมือ 1 เพราะไม่เคยมีใครเข้าอยู่เลยก็มีให้เลือกค่ะ

Facilities ถือว่าให้มาครบและมีขนาดไม่แพ้โครงการข้างเคียง ไม่นับเรื่องความสวยงาม โดยรวมแล้วสามารถใช้งานได้จริงและเพียงพอ สภาพปัจจุบันที่มีนิติเข้ามาดูแลและมีอายุการใช้งานประมาณ 2 ปี ก็ยังจัดอยู่ในสภาพโอเคค่ะ ในชั้นบนมีห้อง Meeting และ Sky Lounge ให้ แต่ส่วน Sky Lounge เป็นห้องโล่งๆ นะ ไว้สำหรับจัดงานต่างๆมากกว่า วันธรรมดาก็ไม่ได้ใช้งานได้จริง

 

Judgement

เนื่องจากเป็นโครงการที่ขายหมดแล้ว ซึ่งปัจจุบันรูปแบบการขายเปลี่ยนแปลงเป็นแบบ Re-sale ซึ่งค่อนข้างมีความแตกต่างกันไปทั้งเรื่องของวัสดุ การตกแต่งภายในห้อง รวมทั้งเรื่องของราคาที่ค่อนข้างหลากหลายขึ้นอยู่กับทำเลห้องได้อยู่ชั้นสูงหรือชั้นล่าง และความพอใจราคาจากการตกลงกันระหว่างคนซื้อและคนขาย ดังนั้นจึงไม่สามารถให้คะแนนในรีวิวนี้ได้นะคะ

  •  ECONOMY CLASS

BOTTOM LINE

Supalai Park เอกมัย-ทองหล่อ เหมาะกับคนที่มองหาคอนโดบนถนนเพชรบุรี โดยใช้ข้อพิจารณาเรื่องความคุ้มค่าทางการเงินเป็นหลัก หรือมีงบประมาณไม่มาก เดินทางเข้าเมืองสะดวก มี Facilities ให้ใช้ครบครัน ไม่ซีเรียสกับ Layout ห้องแคบลึก มีงบประมาณตั้งแต่  4 – 8 ล้านบาท หรือมีกำลังผ่อนต่อเดือนประมาณ 28,000 – 64,000 บาท

ถ้าเห็นว่ารีวิวนี้มีประโยชน์ ช่วยกด LIKE ให้เราหน่อยนะคะ จะได้มีกำลังใจทำรีวิวถัดๆไปค่ะ

สมัครสมาชิกพร้อมรับข่าวสารเพิ่มเติม (คลิกที่นี่ )

Share

2 Comments

  • โครงการอยู่ติดถนนและมีระยะห่างจากถนนเข้าไปเยอะครับ ใช้ได้ทีเดียว

  • โครงการนี้ฝั่งทิศเหนือมีมลภาวะทางเสียงจากรถ แสงจากบิลบอร์ด และฝุ่นจากถนน ส่วนทิศใต้ได้วิววัด กับมลภาวะทางกลิ่นและเสียงจากคลอง แต่ชั้นสูงๆ คงไม่เท่าไหร่

Leave a Reply