สัมผัสวิวมุมสูงจากคอนโดสไตล์คลาสสิกโมเดิร์นจาก The Diplomat Sathorn [Point of View ตอนที่ 32]

The Diplomat Sathorn คอนโด Luxury  จาก KPN เป็นคอนโดที่ตั้งอยู่ในใจกลางเมืองย่านสาทร ติดกับสถานีรถไฟฟ้าสุรศักด์ ถือว่าเป็น Prime Location ซึ่งใครที่ผ่านไปผ่านมาแถวนั้นบ่อยๆ คงสะดุดตากับตัวอาคารนี้พอสมควร เนื่องจากว่าตัวโครงการนั้นจะออกแบบมาในสไตล์คลาสสิก ซึ่งมีความแตกต่างจากอาคารหรือคอนโดในย่านนั้นที่มีความโมเดิร์น ทันสมัย แต่ด้วยความที่แตกต่างนั้น ก็เป็นสิ่งที่ทำให้ตัวโครงการโดดเด่นขึ้นมา และตัวโครงการนี้ก็ออกแบบมาตามแนวความคิด “Timeless Treasure” หมายความว่า “เป็นสมบัติที่ไม่ตกยุคและส่งต่อไปได้เรื่อยๆ” วันนี้ทางทีมงาน Point of View ก็เลยจะนำบรรยากาศบางส่วนของโครงการ และวิวที่มองเห็นได้จากภายในโครงการนี้มาให้ดูว่าจะเป็นอย่างไร วิวจากสาทรจะคีกคักสวยงามแค่ไหน ตามไปดูกันเลยค่ะ 🙂

การตกแต่งด้านหน้าของโครงการจะมีกลิ่นอายของความคลาสสิก แต่ปนไปด้วยความโมเดิร์นทันสมัยของตัวอาคารด้านบน ซึ่งล้อมาจากบ้านเดิมที่เคยตั้งอยู่ที่ดินนี้ในสมัยท่านเจ้าพระยารัชกาลที่ 5  จึงเป็นเหตุผลที่มาของชื่อ “Diplomat”

Facility หลักวางอยู่ชั้น 35 จะเห็นได้ว่าเริ่มมีความโมเดิร์นทันสมัย และเน้นในเรื่องของความเรียบง่าย เล่นการตกแต่งด้วยเส้นสายต่างๆ สระว่ายน้ำรูปตัว L แซมด้วยต้นไม้ใหญ่ ทำให้พื้นที่นี้ดูไม่แห้งแล้งและแข็งกระด้างจนเกินไป

บริเวณริมสระว่ายน้ำมีเก้าอี้อาบแดดวางไว้ให้กับลูกบ้านมานั่งรับลมชมวิว มองวิวผ่านสระว่ายน้ำและกระจกกันตกนิรภัย เปิดมุมมองในการดูวิวที่มากขั้นแต่ยังคงสร้างความปลอดภัยให้กับคนที่มาว่ายน้ำ

หรือจะลองเปลี่ยนอารมณ์ เปลี่ยนมุมมองในการชมวิวมานั่ง Sunken Seat ในยามแดดร่มลมตก เมื่อได้ลงไปนั่งแล้วจะได้รับวิวเหมือนกับกำลังนอนแช่น้ำอยู่กลางน้ำเลยทีเดียว

วิวเปิดโล่งทำให้ได้พักสายตาจากการใช้งานมาทั้งวัน เพิ่มความสบายตาจากสีเขียวของต้นไม้ใหญ่ที่ปลูกอยู่กลางสระว่ายน้ำ

มุมมองจากการแช่น้ำอยู่ในสระว่ายน้ำ เป็นวิวที่ไม่ค่อยเห็นด้านล่างของตัวถนนนัก ทำให้ความวุ่นวายบนท้องถนนหายไปได้ในทันตา เหมาะกับการนอนแช่น้ำพักผ่อนเป็นอย่างมาก

สระว่ายน้ำออกแบบเป็นรูปตัว L จึงมีพื้นที่บางส่วนเข้ามาอยู่ภายใต้อาคาร มีร่มเงามาบังตัวสระ ทำให้สระนี้ใช้งานได้ตลอดทั้งวัน

แสงสีทองของพระอาทิตย์ในช่วงบ่ายแก่ๆค่อนไปเย็น ส่องแสงลอดผ่านตัวอาคารทำให้เกิดแสงและเงาที่สวยงาม

อีกด้านของชั้น Facility ถูกจัดออกมาเป็นสวนเล็กๆ วางเก้าอี้ไว้เป็นแนวยาว ประดับด้วยประติมากรรมอยู่ตรงกลาง ผนังด้านซ้ายเปิดเป็นช่องๆเพื่อให้มีลมพาดผ่าน และทำให้พื้นที่นี้ไม่อึดอัดจนเกินไป

ก่อนที่พระอาทิตย์จะลับขอบฟ้า จะพามาดูวิวโดยรอบของโครงการในช่วงเวลาฟ้าสว่างกันก่อนว่าวิวที่ได้จากตัวอาคารนี้จะเป็นอย่างไร

ด้านหน้าโครงการ เป็นวิวในทางทิศใต้ ถือว่าเป็นวิวที่ค่อนข้างเปิดโล่ง เนื่องจากพื้นที่ที่อยู่ด้านนี้จะเป็นชุมชมเก่าแก่ ส่วนใหญ่เป็นบ้านแนวราบ อาคารพานิชย์ โรงเรียน มีอาคารสูงบ้างในด้านซ้าย ส่วนพื้นที่สีเขียวตรงกลางนั้นเป็นพื้นที่ของสมาคมแต้จิ๋ว เป็นสวนหย่อมเล็กๆที่แฝงตัวอยู่ในย่านชุมชม

อาคารสูงๆในฝั่งนี้ก็จะเป็นอาคารของโรงพยาบาลเซ็นหลุยส์ AIA Tower, Empire Tower, The Empire Place แต่เมื่อมองไปไกลๆก็จะเห็นโค้งแม่น้ำเจ้าพระยาและพื้นที่สีเขียวของบางกระเจ้าด้วย

เมื่อซูมไปไกลๆ ก็จะเจอแหล่งคอนโดมีเนียมย่านพระราม 3 ที่เรียวตัวกันเป็นแนวยาว แต่ถ้ามองด้วยระยะสายตาเปล่ามองเห็นไม่ชัดขนาดนี้แน่นอนค่ะ 🙂

มองมาทางขวาอีกนิดจะเห็นสะพานภูมิพล และสะพานพระราม 9 อย่างชัดเจน ส่วนอาคารด้านหน้านั้นเป็นคือ คอนโด Fuse จันทน์-สาทร และอาคารด้านหลังสูงๆด้านซ้ายก็คือ The Pano

วิวฝั่งทิศตะวันตก จะเป็นวิวที่หันออกไปนอกเมือง ข้ามสะพานตากสินไปยังฝั่งธนฯ จะเห็นได้ว่าตามแนวรถไฟฟ้าจะมีคอนโดมิเนียมขึ้นกันอย่างเรียงราย

มองมุมกดลงไปจะเห็นสี่แยกสาทร-สุรศักดิ์อย่างชัดเจน เป็นสี่แยกที่มีความคึกคักตลอดเวลา ไม่ว่าจะเช้า สาย บ่าย เย็น และยังมีรถไฟฟ้าวิ่งคู่ขนานลอยฟ้าอยู่ด้านบนถนนอีกที

หันมาดูฝั่งตรงข้ามในทิศตะวันออกกันสักหน่อย ถือว่าเป็น City View เลยก็ว่าได้ เมื่อดูวิวฝั่งนี้จะเห็นอาคารสูงๆต่างขึ้นเรียงตัวเกาะกลุ่มกันอย่างมากมายในย่าน CBD อย่างสีลม สาทร

สี่แยกสาทร-นราธิวาสฯ มีสัญลักษณ์อันโดดเด่นที่คนทั่วไปจะรู้จักในนามของ “สะพานงาช้าง” ที่ตั้งอยู่บนถนนสาทร ถนนสาทรเป็นถนนที่มีความยาวประมาณเกือบๆ 2 กิโลเมตร จะเห็นได้ว่าตลอดสองฝั่งถนนสาทรนั้นจะมีอาคารสำนักงานตั้งกันอย่างเนืองแน่น ทำให้การจราจรบนถนนเส้นนี้ค่อนข้างคึกคัก แต่ก็มีการแบ่งเบาภาระด้วยรถไฟฟ้าสายสีเขียว

มหานคร อาคารที่สูงเด่นเป็นสง่าก็มองเห็นได้จากตัวโครงการนี้

เมื่อมองวิวผ่าน Facade โครงการก็ได้อารมณ์อีกอารมณ์ดูค่อนข้างเหงาๆเศร้าๆ

พระอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำลงเรื่อยๆ แสงจากพระอาทิตย์ที่เคยเจิดจ้าเริ่มเบาลงเปลี่ยนเป็นแสงสีทอง เมื่อกระทบกับตัวอาคารต่างๆทำให้เกิดสีสันที่สวยงาม แปรเปลี่ยนไม่ตามเวลาที่พระอาทิตย์ค่อยๆเลือนหายไป

 

 

แสงสีส้มของพระอาทิตย์ในวันนั้นทำให้ท้องฟ้าโดยรวมเปลี่ยนจากสีฟ้าขาว กลายเป็นสีส้มจัด ทำให้ความรู้สึกเมื่อได้เห็นวิวในเวลานี้ก็เปลี่ยนไปจากตอนกลางวันที่ เหมือนเป็นสัญญาณเตือนว่ากำลังจะหมดไปอีกหนึ่งวัน

แสง Twilight เริ่มเกิดเมื่อพระอาทิตย์ได้ลาขอบฟ้าไปแล้ว แต่ความสวยงามของท้องฟ้าก็ยังไม่หมดไป กลับกลายเป็นความสวยงามบนท้องฟ้าอย่างนึงที่ธรรมชาติสร้าง ช่วยสร้างบรรยากาศให้กับ Facility ได้เป็นอย่างดี

สีนวลๆของท้องฟ้าเข้ากันได้ดีกับแสงไฟบนท้องถนนในช่วงเวลาแห่งการเร่งรีบหลังเลิกงาน

อาคารต่างๆเริ่มเปิดไฟ ช่วยขับให้อาคารของตัวเองโดดเด่นในยามค่ำคืน ถึงแสงจากธรรมชาติใกล้จะหมด แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเวลาของวันนี้กำลังจะหมดไป มันอาจจะเป็นการเริ่มต้นการพักผ่อนของใครบางคน หรือเริ่มต้นการทำงานของใครอีกหลายๆคนก็เป็นได้

เริ่มค่ำความคึกคักเริ่มมากขึ้น แตกต่างจากช่วงกลางวันที่ทุกอย่างดูเหมือนเงียบๆ แต่พอพลบค่ำแล้วสีสันต่างๆจากท้องถนน อาคารสำนักงานต่างๆเริ่มมีมากขึ้น ทำให้ท้องฟ้าดูสว่างอยู่ตลอดเวลา เหมาะกับเป็นย่าน CBD

วิวมองไปนอกเมืองก็ไม่แก้กับ City View เท่าไหร่นัก เนื่องจากยังพอมีอาคารสูงอยู่บ้างแต่ก็ไม่คึกคักเท่ากับฝั่งในเมือง เพราะส่วนใหญ่อาคารฝั่งนี้จะเป็นที่อาศัยมากกว่าอาคารสำนักงาน

ปิดท้ายไปด้วยโฉมหน้าเหล่าช่างภาพทุกท่านที่มาร่วมเก็บภาพสวยๆ บรรยากาศแจ่มๆให้แฟนคลับ Point of View ได้ดูกัน…ขอบคุณช่างภาพทุกท่านด้วยค่ะ

– YamaStudio : คุณซาล

– Pakorn : คุณเบิร์ด ปกรณ์

– ETC (GalleryETC) : คุณอุ้ย จักริน

– CoCo : คุณโก้ ชานนท์

-Anupap : คุณท็อป อนุภาพ

– Boom Tharis : Mr.Boom

– Fotografier Nan : แนน

 

Share

Leave a Reply