พาชมตึกเสร็จ Hive – สาทร คอนโด High Rise ติด BTS กรุงธนบุรี โดย แสนสิริ [รีวิวฉบับที่ 1308]

March 17, 2017 08:000 comments

รีวิวฉบับที่ 1308 … สวัสดีครับ วันนี้จะพาไปชมคอนโดในย่านฝั่งธนฯ จากแสนสิริ กับโครงการ Hive – สาทร เป็นตึก High Rise ติด BTS กรุงธนบุรี สร้างเสร็จมาแล้วประมาณ​ 5 ปี ไม่ไกลจากสาทร ภายในโครงการร่มรื่นเน้นพื้นที่สีเขียวและธรรมชาติ มีสิ่งอำนวยความสะดวกให้ครบครัน ปัจจุบันจะน่าอยู่ขนาดไหน ไปติดตามรีวิวกันได้เลย….

Fact @ 09 March 2017

  • HIVE – Sathorn (ไฮฟ์ สาทร)
  • บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)
  • โครงการตั้งอยู่ในเขต : เขตคลองสาน กทม.
  • คอนโด High Rise 31 ชั้น 1 อาคาร 363 ยูนิต
  • ยูนิตต่อชั้นสูงสุด 16 ยูนิต
  • ที่จอดรถประมาณ 62% ไม่รวมซ้อนคัน
  • ที่ดินประมาณ 2 ไร่
  • 1 Bedroom 40 – 49 ตร.ม.
  • 2 Bedrooms 67.5 – 69 ตร.ม.
  • 3 Bedrooms 99.5 ตร.ม.
  • ฝ้าเพดานสูงประมาณ 2.6 เมตร
  • โครงการเริ่มเปิดตัวประมาณ : 2551
  • แล้วเสร็จประมาณ : 2553
  • สถานะโครงการ : Sold out (ปิดการขาย)
  • ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรทั้งโครงการปัจจุบัน 110,000 – 120,000 บาท/ตร.ม.
  • เพิ่มเติมข้อมูลทำเลรอบๆ BTS กรุงธนบุรี ได้ที่: มองหาทำเลน่าอยู่ใกล้รถไฟฟ้า: BTS กรุงธนบุรี
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่
  • Call Center : 1685

เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วครับ

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างครับ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด : 13.721291, 100.502850

แผนที่จากทางโครงการในยุคนั้นยังไม่ได้เปิดชื่อสถานีรถไฟฟ้าเป็นทางการ ซึ่งปัจจุบันคือ BTS กรุงธนบุรี ซึ่งอยู่ใกล้กับทางขึ้นสถานีเลย ตัวโครงการจะอยู่ในฝั่งมุ่งหน้าสาทรก่อนที่จะข้ามจากแม่น้ำเจ้าพระยาที่สะพานตากสิน

ภาพรวมของสภาพแวดล้อมของทำเลนี้ส่วนใหญ่เดิมเป็นที่อยู่อาศัยดั้งเดิมที่อยู่ติดแม่น้ำ โดยในปัจจุบันจะเห็นว่ามีแหล่งอยู่อาศัยทั้งบ้านพักอาศัยและคอนโดตึกสูงในฝั่งนี้เยอะมีผลมาจากฝั่งสาทรเป็นแหล่งธุรกิจสำคัญ ที่ปัจจุบันกระจายอยู่เต็มพื้นที่ ดังนั้นหากจะหาที่ดินผืนใหญ่ๆ เพื่อพัฒนาอสังหาริมทรัพย์นั้นก็เริ่มทำได้ยาก อีกทั้งราคาที่ดินที่มีมูลค่าสูงเพราะใกล้กับโซนธุรกิจ การจะทำคอนโดเพื่อให้ได้ราคาที่คุ้มกับค่าลงทุนก็จะมีราคาขายที่สูงจนหยิบจับได้ยาก ดังนั้นผู้พัฒนาอสังหาฯ จึงมองหาและขยับขยายไปยังพื้นที่ใกล้ๆ ก็คือฝั่งธนบุรีที่ยังเกาะแนวรถไฟฟ้าที่ต่อออกมาจากฝั่งเมืองและอยู่ติดถนนกรุงธนบุรี ถึงแม้จะขยับไกลออกมาหน่อย แต่ราคาของคอนโดในย่านนี้ก็จะมีมูลค่าอยู่ราวๆ 100,000 – 120,000 บาท/ตร.ม. พอที่จะหยิบจับเป็นเจ้าของได้และสิ่งอำนวยความสะดวกก็ไม่แพ้ฝั่งเมืองเช่นกัน

การเดินทางโดยใช้รถในย่านนี้ มีเส้นทางที่สามารถไปยังถนนหลักได้หลายเส้นทาง แต่จะมีจุดสำคัญที่จะต้องเลือกผ่านคือ “สะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา” ที่จะกรองปริมาณรถและเข้าไปสู่ตัวเมืองในแต่ละย่าน ดังนั้นแน่นอนว่าการมีที่อยู่ในฝั่งที่จะต้องข้ามแม่น้ำเข้าเมืองก็จะเลี่ยงปริมาณรถที่จะเข้าเมืองได้ยากและมีรถติดในช่วงเวลาเร่งด่วนซึ่งเป็นเรื่องปกติที่ต้องเจอแต่ ทำเลที่จะเข้าเมืองถึงจะเลี่ยงรถติดไม่ได้ แต่ก็ยังมีทำเลที่ข้ามสะพานแล้วถึงย่านธุรกิจเลยอย่างถนนกรุงธนบุรีช่วงสะพานตากสินที่ข้ามไปแล้วเป็นย่านสาทร อีกทั้งยังใกล้กับจุดขึ้นทางด่วนในระยะไม่เกิน 3 กม.และเป็นถนนหลักที่เชื่อมกับถนนราชพฤกษ์แจกไปยังสายเหนือ หรือจะไปเชื่อมยังถนนกาญจนาภิเษกที่เป็นวงแหวนรอบนอกเดินทางออกเมืองได้สะดวกด้วย

เสริมสำหรับคนที่ใช้รถนะครับ ถ้าหากมาจากสะพานตากสินเมื่อข้ามมาแล้วให้อยู่ในเส้นทางหลัก จากนั้นเมื่อใกล้ถึงแยกกรุงธน – ตากสินให้เตรียมชิดขวาเพื่อกลับรถใต้สะพานข้ามแยก และเมื่อกลับรถมาให้อยู่ในช่องคู่ขนานตรงไปประมาณ 1.2 กม. ก็จะถึงตัวโครงการ ถ้าหากมาในเส้นทางอื่นอย่างเช่นถนนสมเด็จพระเจ้าตากสินก็เลี้ยวซ้ายบริเวณแยกกรุงธน – ตากสินจากนั้นก็อยู่ในช่องคู่ขนานและวิ่งมาจนถึงโครงการ หรือถ้ามาจากถนนเจริญนครก็ให้เลี้ยวบริเวณแยกที่อยู่ติดกับ Sena Fest เข้าถนนกรุงธนบุรีในทางหลักและมากลับรถในจุดเดียวกับเส้นทางแรกเพื่อเข้าสู่โครงการ

ความอุดมสมบูรณ์ในละแวกนี้เดิมทีในพื้นที่ย่านฝั่งธนบุรีนั้นจะอยู่ใกล้กับแม่น้ำเจ้าพระยา พื้นที่บริเวณนี้จึงมีหลากหลายเชื้อชาติอาศัยอยู่ย่านนี้และมีการค้าขายค่อนข้างคึกคักเพราะสมัยก่อนจะเดินทางด้วยเรือจึงเกิดเป็นแหล่งค้าขายขนาดใหญ่และกลายเป็นตลาดที่อยู่บริเวณวงเวียนใหญ่ในปัจจุบัน ที่มีทั้งตลาดผ้า เครื่องมือเครื่องใช้ และของสดนอกจากนั้นยังอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟวงเวียนใหญ่ที่เป็นทางรถไฟระยะสั้นไปจบที่สถานีแม่กลองที่จังหวัดสมุทรสาครแถวๆ ตลาดร่มหุบนั่นเอง ดังนั้นที่อยู่อาศัยในย่านนี้จะมีอาคารประเภทตึกแถวหรืออาคารพาณิชย์อยู่เยอะ และถนนตรอกซอยจะไม่กว้างมากนัก แต่สามารถลัดเลาะไปยังถนนสำคัญๆ ได้หลากหลายเส้นทาง

ความอุดมสมบูรณ์บนถนนกรุงธนบุรีจะมีไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ ส่วนใหญ่จะอิงไปยังฝั่งถนนเจริญนครที่อยู่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยาซึ่งบริเวณนี้จะมีทั้งโรงแรมติดแม่น้ำ 3 – 5 ดาว อยู่หลายโรงแรม มี Community Mall และอนาคตที่สถานีกรุงธนบุรีจะเป็น Interchange สำคัญที่จะตัดกับสายสีทองที่เพิ่งอนุมัติงบไปโดยปัจจุบันมีแหล่งธุรกิจการค้าแห่งใหม่ที่เส้นทางสีทองจะตัดผ่านก็กำลังดำเนินการก่อสร้างอย่าง Icon Siam ถ้าหากเป็นไปตามแผนก็จะเปิดใช้งานในเวลาที่ไล่เลี่ยกันพอดี และแน่นนอนว่า อนาคตในย่านนี้ก็จะมีมูลค่าที่ดินและราคาขายขยับขึ้นแน่นอน

ส่วนการเดินทางโดยไม่ใช้รถ ในย่านนี้ถือว่ามีความหลากหลาย เส้นทางหลักสำหรับย่านนี้เดิมทีการเดินทางด้วยเรือจะเร็วที่สุด จากนั้นก็จะต่อรถกะป๊อหรือมอเตอร์ไซค์รับจ้างซึ่งมีให้เลือกต่อรถได้หลากหลาย แต่เส้นทางหลักในปัจจุบันก็คือรถไฟฟ้าสายสีลมที่เป็นเส้นทางการเดินทางเข้าเมืองที่สำคัญในย่านนี้เพราะลดจำนวนการต่อรถได้มากขึ้น มีความสะดวกเข้าถึงพื้นที่ตัวเมืองได้เร็ว จึงเป็นข้อดีในการเลือกเดินทางโดยไม่ใช้รถสำหรับโครงการในย่านนี้ และเป็นปัจจัยหนึ่งสำหรับผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มองหาทำเลติดรถไฟฟ้าในฝั่งธนบุรีเพื่อพัฒนาโครงการคอนโดหรือที่อยู่อาศัยประเภทต่างๆ รองรับปริมาณคนที่มาทำงานในย่านนี้และใกล้เคียงอีกด้วย และข้อดีที่น่าสนใจคือตัวโครงการใกล้กับทางขึ้น BTS ทำให้พื้นที่ใกล้เคียงยังมีทั้งวินมอเตอร์ไซค์ประจำตามจุดทางลงแต่ละฝั่ง นอกจากนั้นยังมีคิวแท็กซี่ที่จอดพักใกล้ๆ ปั๊มแก๊สและจอดรอผู้โดยสารที่ลงจากรถไฟฟ้า พร้อมทั้งมีจุดขึ้นรถเมล์เข้าเมือง ทั้งหมดนี้….อยู่บริเวณหน้าโครงการเลย ภาพรวมของการเดินทางจึงมีทางเลือกที่หลากหลายและไม่ต้องเดินไปไกลนัก

ขอบคุณภาพจาก http://www.posttoday.com/biz/gov/452913

นอกจากนี้ยังมีรถไฟฟ้าสายสีทองที่จะเป็นส่วนต่อขยายระยะสั้นที่มีเอกชนร่วมลงทุนกับกทม. โดย KT – บจ.กรุงเทพธนาคม เป็นผู้รับผิดชอบโครงการ รูปแบบรถไฟฟ้าจะเป็นแบบรถไฟฟ้าทางเดี่ยว (Monorail) ยกระดับตลอดเส้นทางโดยจะเริ่มต้นสถานที่ BTS กรุงธนบุรีเป็นสถานี Interchange จากนั้นจะวิ่งบนเกาะกลางถนนกรุงธนบุรีแล้วเลี้ยวซ้ายที่บริเวณปลายสะพานสมเด็จพระเจ้าตากสินเข้าสู่ถนนเจริญนคร มุ่งผ่าน Icon Siam จากนั้นเลี้ยวซ้ายบริเวณถนนสมเด็จเจ้าพระยาและวิ่งบนเกาะกลางไปสิ้นสุดที่ สถานีสะพานพุทธในแนวรถไฟฟ้าสายสีม่วง ซึ่งมีทั้งหมด 4 สถานี โดยมีแนวคิดเชื่อมต่อพื้นที่ 3 ส่วนโดยใช้รถไฟฟ้าสายสีทองเป็น Interchage ระหว่างสีม่วงและสีเขียวที่สามารถเดินทางมายัง Icon Siam และพื้นที่ใกล้เคียงได้สะดวกขึ้น ช่วยลดปัญหาการจราจรเมื่อ Icon Siam แล้วเสร็จอีกด้วย

คลิกเพื่อดูภาพขนาดใหญ่

เมื่อดูสภาพแวดล้อมและความเจริญรอบๆ โครงการกันมาแล้ว เราจะเจาะเข้าไปดูข้อมูลสภาพแวดล้อมรอบๆ สถานีกัน ดังนั้นผมจะขอหยิบยกแผนภาพจากผังสถานี BTS มาให้ดูกันเลยเพราะแจกแจงรายละเอียดมาให้ครบถ้วนแล้ว หากกดดูภาพขยาย ส่วนใหญ่รอบๆ ตัวสถานีจะเป็นคอนโดพักอาศัยที่เกาะอยู่ริมถนน จะมีอาคารสำนักงานอยู่ 2 ฝั่ง แบ่งตามทางออกไว้ได้ ดังนี้

ทางออกที่ 1 จะเป็นบันไดเลื่อนและบันไดขึ้นลง สภาพแวดล้อมในฝั่งนี้จะมี Q House สาทร ที่อยู่ใกล้ที่สุด ใกล้กันจะเป็นโรงเรียนนานาชาติ อินเตอร์เนชั่นแนลไพโอเนียร์สที่อยู่ติดกับคอนโด และห่างออกไปจะเป็นอาคารสินสาทรทาวเวอร์ เป็นอาคารสำนักงานขนาดใหญ่ในฝั่งนี้ ด้านหน้าก็จะมีความอุดมสมบูรณ์ทั้งอาหารการกินที่เป็นแผงลอยวางตั้งขายและร้านอาหาร แต่จะต้องเดินมุ่งหน้าไปยังสถานีวงเวียนใหญ่ ก็ยังถือว่าอยู่ในระยะเดินที่ไม่ไกลนักและมี Top Supermarket และตลาดนัดอยู่ใต้อาคารสินสาทรด้วย

ทางออกที่ 2 จะเป็นลิฟท์และบันได สภาพแวดล้อมในฝั่งนี้จะมีอาคารไทยศรีประกันภัย ซึ่งเป็นอาคารสำนักงานขนาดใหญ่เช่นเดียวกันกับทางออกที่ 1 แต่จะอยู่ใกล้ตัวสถานีมากกว่า แน่นอน ความอุดมสมบูรณ์ในฝั่งนี้จะมีเยอะกว่า เพราะนอกจากจะมีอาคารสำนักงานแล้ว ยังมีร้านอาหารใกล้เคียงที่เป็นร้านอาหารซีฟู้ดอีกด้วย นอกจากนั้นยังมีปั้มน้ำมันบางจากที่เปิดตลอด 24 ชม. เป็นจุดพักรถที่มีความคึกคักไปในตัว ถ้าเทียบกับทางออกอื่นๆ ในฝั่งนี้จะคึกคักและอุดมสมบูรณ์ที่สุด ส่วนคอนโดที่อยู่ใกล้กับทางออกจะมี IDEO สาทร – ตากสิน และ IDEO Mobi สาทร – ตากสิน

ทางออกที่ 3 (จะใช้ทางออกนี้) จะเป็นลิฟท์และบันได สภาพแวดล้อมในฝั่งนี้จะอยู่ติดกับลานจอดแล้วจรของ BTS กรุงธนบุรี ใกล้ๆ กับจุดจอดจะเป็นท่ารถเมล์ที่จะไปสนามหลวงและมีวินมอเตอร์ไซค์ ในฝั่งนี้จะมี Hive สาทรและ Villa สาทร จะสงบกว่าทุกฝั่ง

ทางออกที่ 4 จะมีบันไดเลื่อนและบันได สภาพแวดล้อมในฝั่งนี้จะมีคอนโด The Bangkok สาทร – ตากสิน และอาคารพาณิชย์ จะสงบเหมือนฝั่งทางออกที่ 3 เพราะเป็นช่วงที่เพิ่งลงจากสะพานตากสินและทางเข้าบริเวณคู่ขนานจะไปอยู่แถวๆ ทางออก 2 ส่วนใหญ่จะเป็นรถที่มาจากทางเจริญนคร มุ่งหน้าไปยังแยกกรุงธนบุรี – ตากสิน

สำหรับรายละเอียดความอุดมสมบูรณ์รอบๆ สถานีกรุงธนบุรี

คลิก มองหาทำเลน่าอยู่ใกล้รถไฟฟ้า: BTS กรุงธนบุรี (S7)

เริ่มจากตัวสถานีกรุงธนบุรีใช้ทางออก 3 ความอุดมสมบูรณ์ในตัวสถานีเองยังไม่ค่อยมีเท่าไหร่

สภาพแวดล้อมคร่าวๆ บริเวณทางเข้าออกด้านหน้าโครงการจะอยู่ติดกับทางเข้าถนนกรุงธนบุรีที่จะมุ่งหน้าขึ้นสะพานตากสินซึ่งเป็นทางเข้าสุดท้ายหากหลุดตรงนี้ไปต้องไปกลับรถที่แยกตัดกับเจริญนครอีกและวนขึ้นสะพานแทน แต่จะปลอดภัยกว่าที่จะปาดออกจากหน้าโครงการทันที

เพิ่มเติมสำหรับเส้นทางถ้าหากจะออกจากโครงการโดยไม่ปาดเข้าทางหลัก เมื่อออกมาจากโครงการก็วิ่งคู่ขนานตรงไปตามเส้นทางประมาณ 700 ม. จะเจอกับสามแยกตัดกับเจริญนครให้ชิดขวาแล้วกลับรถ จากนั้นมุ่งตรงตามเส้นทางดังกล่าวก็จะสามารถขึ้นสะพานตากสินได้เช่นกัน แต่จะเสียเวลารอสัญญาณไฟบริเวณแยกตัดเจริญนครไปบ้าง แต่ก็ปลอดภัยกว่าครับ

เมื่อเดินออกจากตัวสถานี จะมีทางแยกออกไปสะพานลอยเดิม สามารถใช้ได้ทั้ง 2 จุดเลย (ถ้าหากจะเดินไปโครงการใช้ทางเชื่อมของ BTS จะใกล้กว่า)

มาดูสภาพแวดล้อมถนนกรุงธนบุรีมุ่งหน้าสะพานตากสิน ปริมาณรถในช่วงบ่ายยังมีสะสมอยู่บ้าง ถ้าเป็นเวลาเร่งด่วนในช่วงเช้า ท้ายแถวตรงนี้ล้นไปถึงสถานีวงเวียนใหญ่เลยทีเดียว

เราจะเดินลงสะพานลอยเพื่อไปสำรวจสภาพแวดล้อมใกล้ๆ ทางลงรถไฟฟ้ากันก่อน เมื่อเดินลงมาจะเจอกับวินมอเตอร์ไซค์ซึ่งอยู่ปลายบันไดทางลงพอดี

ถัดมาตรงใต้บันไดทางลงจะเป็นจุดจอด Shuttle Bus เข้าเมือง ปัจจุบันมีรถไปส่งสนามหลวงฟรี ส่วนฝั่งทางขวาที่อยู่ติดกันจะเป็นลานจอดแล้วจร สำหรับสมาชิกรายเดือน ค่าใช้จ่ายประมาณ 2,000 บาท/เดือน

จากนั้นเดินต่อไปยังตัวโครงการ โดยตัวโครงการจะไม่ได้อยู่ติดลานจอดแล้วจรซะทีเดียว แต่จะอยู่ติดกับถนนส่วนบุคคล ด้านในเป็นทาวน์เฮ้าส์

จากนั้นจะลองเดินเลยจากทางเข้าโครงการไปดูบริเวณจุดทางออกที่ 1 จะมีร้านอาหารและร้านกาแฟอยู่ติดกับตัวโครงการเลย สามารถโทรสั่งได้ด้วย จากนั้นเดินต่อไปประมาณ 150 ม. จะเจอกับวินมอเตอร์ไซค์บริเวณทางลง ตอนที่ไปเดินสำรวจก็เป็นช่วงประมาณ บ่าย 4 โมงแล้ว พี่วินก็จะเริ่มนำเก้าอี้มาวางเพื่อให้คนที่เดินลงมาจากรถไฟฟ้าสามารถนั่งรอได้ นอกจากนั้นทางซ้ายมือก็ยังมีแท็กซี่จอดรออยู่ติดกับบันไดทางลงให้เลือกเดินทางต่อด้วยเช่นกัน

เรามาดูภาพกว้างๆ สำหรับร้านค้าร้านอาหารรอบๆ โครงการในระยะที่เดินถึงกัน เริ่มจากในฝั่งเดียวกับโครงการก่อน นอกจากร้านอาหารที่อยู่ติดกับตัวโครงการแล้ว หากจะหาร้านอาหารและ Super Market ใกล้ๆ ก็เดินมุ่งหน้าไปทาง BTS วงเวียนใหญ่เดินไปสักประมาณ 350 ม. จะมีอาคารสำนักงานสินสาทรที่เป็นแหล่งทำงานขนาดใหญ่ในย่านนี้ ซึ่งจะมีร้านค้าร้านอาหารอยู่รายรอบบริเวณนั้น และมีตลาดนัดในช่วงเย็น นอกจากนั้นมี Top Supermarket อยู่ที่ชั้นใต้ดินที่ตึกนี้ด้วย

ส่วนในฝั่งตรงข้ามกันจะมีร้านค้าร้านอาหารคึกคักและมีระยะเดินที่ใกล้กว่า ส่วนใหญ่จะเกาะอยู่ใกล้ๆ กับตึกไทยศรีที่เป็นอาคารสำนักงานขนาดใหญ่เช่นกัน ถ้าเดินจากโครงการก็ข้ามสะพานลอยมาลงที่ทางออก 2 ใต้ตึกไทยศรีก็จะมี 7-11 อยู่ด้านหน้าและวันธรรมดา ก็จะมีร้านค้าร้านอาหาร+แผงลอยมาตั้งขายกัน อาหารการกินจะหลากหลายและอุดมสมบูรณ์มาก นอกจากนั้นใกล้ๆ กันก็มีร้านกาแฟและปั้มน้ำมันที่เปิด 24 ชม. ติดกันก็จะเป็นร้านอาหารซีฟู้ดและอื่นๆ กระจายตัวอยู่ติดถนนยาวไปตลอดทางและข้อดีในย่านนี้คือมีถนนคู่ขนาน สามารถจอดรถได้ไม่กวนทางหลัก แท็กซี่จึงมาจอดพักรถในย่านนี้เยอะ นอกจากนั้นยังมี Max Value อยู่ที่โครงการ IDEO Mobi ที่สามารถเดินเข้าไปเลือกซื้อจับจ่ายอาหารและของอุปโภคได้สะดวก และจากที่เดินสำรวจบริเวณใกล้เคียงจะมีซอยเลียบคลองสาธารณะออกไปด้านหลังซึ่งเป็น ซอยกรุงธนบุรี 6 และมีคนเดินอยู่ตลอดเวลา เพราะด้านในเป็นแหล่งชุมชนขนาดใหญ่คนที่อยู่ในซอยจึงใช้ซอยเลียบคลองเพื่อเดินลัดมาขึ้นรถไฟฟ้าหรือเลือกต่อรถอื่นๆ ในบริเวณรอบๆ สถานีนั่นเอง

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

ห้างสรรพสินค้า

  • 7-11 ~ 22o ม.
  • Max Value Tanjai ~ 240 ม.
  • Top Supermarket ใต้ตึกสินสาทร ~ 45o ม.
  • Sena Fest ~ 650 ม.
  • The Jam Factory ~ 1.6 กม.
  • Robinson บางรัก ~ 1.8 กม. (รวมเรือข้ามฟาก)
  • ปั้มบางจาก ~ 1.9 กม.
  • River City ~ 2.3 กม. (รวมเรือข้ามฟาก)
  • ตลาดวงเวียนใหญ่ ~ 3.5 กม.
  • Asiatique ~ 4.9 กม.
  • โรงพยาบาลตากสิน ~ 1.7 กม.
  • โรงพยาบาลสมิตเวช ธนบุรี ~ 3.8 กม.
  • The Mall ท่าพระ ~ 4.7 กม.
  • โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า ~ 4.9 กม.

โรงเรียน

  • โรงเรียนนานาชาติอินเตอร์เนชั่นแนลไพโอเนียรส ~ 420 ม.
  • โรงเรียนวัดทองเพลง ~ 790 ม.
  • วิทยาลัยแพทย์ศาสตร์กรุงเทพมหานครและวชิรพยาบาล ~ 1.3 กม.
  • โรงเรียนไทยซิกข์นานาชาติกรุงเทพฯ ~ 2 กม.
  • มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ วิทยาเขตพระนครใต้ ~2.6 กม.
  • โรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรีกรุงเทพ ~ 2.8 กม.
  • โรงเรียนนานาชาติเกวลี ~ 5 กม.

โรงแรม

  • The Peninsula Bangkok ~ 900 ม.
  • ibis Bangkok Riverside ~ 1.1 กม.
  • Millennium Hilton Bangkok ~ 1.5 กม.
  • State Tower ~ 2.3 กม.
  • Centre Point Hotel Silom ~ 2.7 กม.
  • Shangri-La Hotel, Bangkok ~ 2.8 กม.
  • The Oriental Hotel ~ 2.8 กม.
  • Royal Orchid Sheraton Hotel ~ 3.4 กม.
  • AVANI Riverside Bangkok ~ 3.6 กม.
  • Ramada Plaza Bangkok Menam Riverside ~ 4.6 กม.
  • Chatrium Hotel Riverside Bangkok ~ 4.6 กม.


เจาะลึกตัวโครงการ

โครงการ HIVE – สาทร เป็นคอนโด High Rise 31 ชั้นมีจำนวนยูนิต 363 ยูนิต จัดวางอาคารพักอาศัยเป็นตัว I หันห้องพักทางทิศเหนือ/ใต้ มีถนนวนรอบอาคาร ชั้นล่างจัดแบ่งออกมาเป็นพื้นที่ Lobby สำนักงานนิติบุคคล ห้องจดหมาย ที่จอดรถจะอยู่บริเวณด้านหน้าและภายในอาคารตั้งแต่ชั้น 1 – 6 ส่วนพื้นที่พักอาศัยจะเริ่มตั้งแต่ชั้น 7 ซึ่งชั้นนี้จะมีพื้นที่ Main Facility ให้ใช้งานร่วมกัน และตั้งแต่ชั้น 8 – 31 จะเป็นห้องพักทั้งหมด มียูนิตพักอาศัยสูงสุด 16 ยูนิต/ชั้น มีลิฟท์โดยสาร 4 ตัว อัตราส่วนอยู่ที่ 91 : 1 กำลังดี บันไดหนีไฟมีมาให้ 2 ตำแหน่ง ในปีกทิศตะวันตก/ตะวันออก จุดเด่นอยู่ที่การออกแบบเน้นให้อากาศถ่ายเทสะดวก เนื่องจากตัวอาคารมีความยาว จึงมีช่องเปิดขนาดใหญ่บริเวณกลางโถงลิฟท์และปลายทางเดินทั้ง 2 ฝั่งเพื่อให้อากาศไหลผ่านได้ดีและมีแสงธรรมชาติเข้าภายในโถงทางเดิน พื้นที่สวนจะอยู่ที่ชั้น 1 ทั้งหมดออกแบบให้บริเวณ Lobby มีช่องเปิดขนาดใหญ่ให้ลมผ่าน ลงมานั่งพักผ่อนตากลมได้สบายๆ สระว่ายน้ำเปิดมุมมองไปยังฝั่งถนนข้อดีคือได้ City View ฝั่ง BTS กรุงธนบุรีแบบสวยๆ แต่จะเสียความเป็นส่วนตัวไปบ้าง และห้อง Fitness พร้อมห้องน้ำแยกชายหญิงมี Suana&Stream ให้ใช้งานแบบครบถ้วน

เริ่มกันที่ชั้น 1 ลักษณะที่ดินถ้ามองจากทางเข้าหลักจะลึกเข้าไปด้านใน ทางเข้าออกอยู่ในฝั่งทิศใต้ของโครงการจัดเดินรถสวนทางกันแยกทางเข้ารองสำหรับคนเดินเป็นประตูเล็กอยู่หลังป้อมรปภ. ด้านหน้าในฝั่งที่ติดกับทางเข้าอาคารจะเป็นจุดจอดรถสำหรับผู้มาติดต่อกลางแจ้ง ติดกันเป็นพื้นที่สวนของโครงการปลูกต้นไม้ใหญ่และมีพื้นที่สำหรับนั่งพักผ่อน ด้านหน้าอาคารมีถนน Drop Off สำหรับรถที่มาส่งและวนออกได้ ใกล้ๆ กันมีพื้นที่สวนหย่อมที่อยู่ติดกับบริเวณ Lobby ให้ร่มเงาและมีอากาศไหลผ่านได้ดี ตัวอาคารมีถนนวนได้รอบเดินรถวนตามเข็มนาฬิกา และแยกทางเข้าที่จอดรถในอาคารถัดเข้าไปด้านในและตรวจสติกเกอร์สำหรับผู้อาศัยก่อนขึ้นจอดในอาคาร

ภายในอาคารจัดกลุ่มของ Lobby , ที่นั่งพักผ่อน , Mail Box , นิติบุคคลไว้กึ่งกลางและมีลิฟท์ขึ้นสู่ตัวอาคาร 4 ตัว ด้านในสุดเป็นห้องน้ำส่วนกลางแยกชายหญิง Service Lift 1 ตัวอยู่ด้านนอกติดกับที่จอดรถที่อยู่ด้านหลังอาคาร ตั้งแต่ ทางเข้า Lobby และลิฟท์ขึ้นชั้นพักอาศัยทุกจุดต้องใช้ Key Card แตะผ่านทั้งหมดเพื่อความปลอดภัย ตำแหน่งบันไดหนีไฟจะอยู่ที่ปีกทิศตะวันตกและทิศตะวันออกตำแหน่งละ 1 จุด เป็นประตูผลักออกภายนอกทั้งหมด

บริเวณทางเข้าอาคารจะเห็นว่าห่างจากทางขึ้นรถไฟฟ้าไม่ไกล และมีข้อดีคืออยู่ฝั่งที่มีลิฟท์เรียกว่าสะดวกในการเข้าถึงและการใช้งานอีกด้วย

บริเวณทางเข้าด้านหน้าโครงการแบ่งการเข้าออกด้วยไม้กระดก สำหรับผู้อาศัยจะใช้ Key Card Access ระยะใกล้ ส่วนผู้มาติดต่อก็ทำการแจ้งห้องที่ต้องการพบพร้อมกับแลกบัตรและไปประทับตราที่นิติบุคคลบริเวณ Lobby ส่วนทางสำหรับคนที่จะเดินเข้าโครงการจะมีอยู่ทั้ง 2 ฝั่ง ซึ่งถ้าเดินในฝั่งซ้ายจะต้องเลาะๆ ไปจนถึงทางเข้า แต่จะมีทางด้านขวามือที่จัดไว้สำหรับเดินโดยเฉพาะ

บริเวณทางสำหรับเดินจะอยู่ด้านหลังป้อมรปภ. มีประตูเหล็กเปิดปิดได้ มิดชิดเรียบร้อย

เมื่อเดินเข้ามาด้านใน ถ้าหากเดินเข้าจากประตูสำหรับคนเดินจะเป็นพื้นที่สวนหย่อยมที่จะเดินต่อเนื่องไปจนถึงบริเวณ Drop Off และมีพื้นที่นั่งเล่นใต้ร่มไม้ บรรยากาศเมื่อผ่านไปแล้ว 5 ปี ร่มรื่นน่าอยู่เลยทีเดียว ส่วนถ้าเดินฝั่งเดียวกับทางรถ เมื่อเข้ามาจะเห็นที่จอดรถสำหรับผู้มาติดต่อทางด้านขวา จุดนี้จะเดินรถสวนทางกัน เมื่อเข้ามาแล้วจะบังคับเลี้ยวไปทางซ้าย

เมื่อเลี้ยวมาทางด้านซ้ายมือ จะมีทางแยกออกไป 2 จุด แบ่งจุดแรกเป็น Drop Off สำหรับจอดรับส่งและวนไปจอดในจุดจอดผู้มาติดต่อ หรือจะออกโครงการได้เลย ส่วนภาพล่างจะยืนมองเข้าไปยังบริเวณ Lobby เป็นโถงกระจกสูงถึงฝ้า โดยออกแบบเล่นระดับตั้งแต่ทางด้านขวาสุดด้านหลังของหลังคา Drop Off จะเป็นฝ้าสูง 2 ชั้นเปิดเป็นพื้นที่โล่ง และลดระดับลงบริเวณภายใน Lobby จนไปถึงบริเวณที่นั่งเล่นที่อยู่ในสุด ทำให้แสงสว่างส่องเข้าถึงด้านใน โปร่งโล่งและพื้นที่สวนที่อยู่ติดกัน ได้ร่มเงาจากต้นไม้ สามารถมานั่งพักผ่อนได้จริงจังและมีลมพัดผ่านไม่อบอ้าว

ลองเดินเข้าไปดูรายละเอียดใกล้ๆ จะเห็นว่านอกจากบริเวณ Lobby จะเป็นกระจกให้แสงธรรมชาติเข้าได้แล้ว ยังมีประตูบานเลื่อนเต็มความสูงที่สามารถเลื่อนเปิดปิด ระบายอากาศได้ด้วย และยังออกแบบให้มีพื้นที่เฉลียงยื่นออกมาด้านนอกที่ออกแบบเป็นบ่อน้ำล้นที่โอบรอบพื้นที่ Lobby ตามภาพด้านล่างจนไปถึงบริเวณทางเข้าจาก Drop Off เพื่อสร้างบรรยากาศที่เป็นธรรมชาติ เมื่อดูจากสภาพแวดล้อมภายในโครงการยังถือว่ารักษาความสะอาดและดูแลพื้นที่แต่ละส่วนให้ใช้งานได้ดีเลยทีเดียว

จากนั้นเดินไปดูพื้นที่รอบๆ อาคาร จัดการจราจรเดินรถทางเดียววนตามเข็มนาฬิกา ถนนและต้นไม้มีการดูแลรักษาให้สะอาดและพร้อมใช้งาน จะเห็นว่าอาคารที่อยู่ติดโครงการในฝั่งตะวันตกส่วนใหญ่จะเป็นบ้านและทาวน์เฮ้าส์ประมาณ 2 – 3 ชั้น ในระยะประชิด ส่วนภาพด้านล่างจะเป็นทางเข้าสู่อาคารจอดรถสำหรับผู้อาศัย

ถนนด้านในอาคารจอดรถจัดการจราจรแบบสวนทางกัน ดังนั้น ภายในจะไม่สามารถจอดซ้อนคันได้

บริเวณที่จอดรถจะมีห้องน้ำแยกชายหญิงให้ใช้งาน ดูแลความสะอาดได้ดี

เมื่อจอดรถแล้ว จะมีทางเข้าสู่ด้านในอาคาร บริเวณโถงลิฟท์และมีบันไดแยกสำหรับเดินลงสู่ด้านล่างได้

จากนั้นมาเดินดูพื้นที่รอบๆ อาคารกันต่อ ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูล มีการตัดแต่งต้นไม้พอดี อาจจะเห็นกองใบไม้อยู่บางส่วน บริเวณนี้จะเป็นทางขึ้นลิฟท์สำหรับขนของ

ถัดไปอีกหน่อย ด้านหลังจะแบ่งพื้นที่สำหรับจอดมอเตอร์ไซค์ไว้ด้านหลังอาคาร และบันไดสีขาวๆ ที่เห็นคือบันไดที่ลงมาจากอาคารจอดรถเชื่อมต่อที่ทางเข้า Lobby ที่มีทางเข้ารองอยู่ด้านหลังอาคารอีก 1 จุด

จากนั้นเมื่อเดินเลยมาก็จะเป็นถนนที่วนกลับไปทางเข้าจากด้านหน้าอาคารอีกครั้งซึ่งทางด้านขวาจะเป็นช่องโล่งๆ ถ้าไม่ปลูกไม้พุ่มสูงก็จะเห็นทางเข้าสู่ตัว Lobby ชัดเจน จึงปลูกและตัดแต่งเพื่อบังพื้นที่ด้านในให้มีความเป็นส่วนตัว

จากนั้นกลับมายังทางเข้าด้านหน้าอาคารบริเวณ Drop Off อีกครั้ว คราวนี้เราจะเดินเข้าไปดูด้านในโครงการกัน ส่วนแรกจะเป็นทางเข้า ซึ่งออกแบบให้ใช้งานได้ครอบคลุมทุกรูปแบบ (Universal Design) มีท้ังทางลาดและบันไดทางขึ้น

เมื่อเข้ามาในตัวอาคาร ก่อนเข้าสู่ Lobby จะมีพื้นที่นั่งเล่นด้านหน้าก่อนจะเข้าสู่ด้านใน โดยมีประตูกั้นอยู่ซึ่งจะใช้ Key Card Access ในจุดนี้ เมื่อดูที่ภาพล่างจะสังเกตคลื่นบนผิวน้ำที่เกิดจากลมที่ผ่านบริเวณช่วงเสานี้ ซึ่งการออกแบบให้มีบ่อน้ำล้อมรอบพื้นที่ Lobby ประกอบกับการทำโถงสูงเพื่อให้ลมผ่านในบริเวณนี้ได้ดีถือว่าออกแบบเพื่อตอบสนองต่อการใช้งานได้จริงๆ

จากนั้นเมื่อเข้ามาด้านในพื้นที่ Lobby จะเห็น Style การตกแต่งในยุคนั้น ที่ออกแบบให้ผนังและเพดานมีความเคลื่อนไหว (Movement) ในลักษณะเป็นคลื่นต่อเนื่องไปถึงด้านในอาคารและใช้สีขาวที่ทำให้ภายในมีความสว่างจึงไม่ต้องเปิดไฟและเปิดเครื่องปรับอากาศในเวลากลางวันเลย

ส่วนแรกที่อยู่ติดทางเข้าจะวางชุดโซฟาขนาด 3 ที่นั่ง ไว้ 2 ชุด สำหรับพักคอย ซึ่งทางด้านซ้ายมือเป็นกระจกเปลือยติดเต็มความสูง และฝ้าเพดานเล่นระดับต่อเนื่องเข้าไปถึงส่วนที่อยู่ด้านใน

ถัดเข้ามาด้านในจะมีความเป็นส่วนตัวมากกว่าจุดแรก โดยจัดเป็นชุดโต๊ะเล็กๆ สำหรับนั่งเล่น และมีโซฟาอยู่ด้านหลัง บริเวณนี้จะกรุผิวเป็นหินอ่อนสีดำทั้งหมด ซึ่งธรรมชาติของหินนั้นจะเก็บสะสมความเย็นไว้ในตัวเองและจุดนี้ที่มองเห็นจากด้านนอกที่เป็นพื้นที่ต่อเนื่องมีหน้าต่างเปิดออกไปสู่สวน ทำให้พื้นที่บริเวณนี้เหมาะกับการลงมานั่งพักผ่อน อ่านหนังสือ หรือนั่งเล่นได้อย่างสบายๆ (เคลิ้มหลับได้เลยทีเดียว)

หันไปทางด้านขวาจะเห็นผนังตกแต่งเป็นคลื่นๆ โค้งเว้าอยู่และจะเห็นช่องเล็กๆ เป็นห้องสำหรับติดต่อนิติบุคคลของคอนโด ใกล้กับเป็นประตูทางเข้าจากด้านหลัง ซึ่งเป็นระบบ Key Card Access เช่นเดียวกับประตูหน้า ซึ่งตอนที่เปิดไว้ลมผ่านดีมากกกกก แต่จำเป็นต้องปิดไว้เพื่อความปลอดภัย

จากนั้นเดินเข้ามาด้านในจะแบ่งเป็น 3 ส่วน เริ่มจากซ้ายสุดเป็นโถงลิฟท์ ตรงกลางเป็น Mail Box ส่วนช่องขวาสุดจะเป็นทางเข้าห้องน้ำ แยกชายหญิงและมีตู้กดน้ำหยอดเหรียญตั้งอยู่ด้วย

ส่วนแรกไปดู Mail Box กันก่อน ภายในกว้างขวาง แบ่งออกมา 4 ด้านเป็นช่องตู้จดหมายทั้งหมด ส่วนภาพล่างช่องใหญ่เป็นช่องพัสดุ หรือเก็บของชิ้นใหญ่ๆ ภายในตกแต่งหน้าบานสีขาว ส่วนผนังกรุกระจก

เดินเข้ามาด้านในสุดจะเป็นทางเข้าห้องน้ำส่วนกลาง แยกชายหญิง

ภายในห้องน้ำ ดูแลรักษาความสะอาดได้ดีพร้อมใช้งานซึ่งโครงการเลือกใช้วัสดุที่เช็ดล้างง่ายและใช้สีครีมดูไม่เก่า

จากนั้นกลับมาที่โถงลิฟท์ ที่ชั้น 1 จะกรุกระจกที่ผนังทั้งหมดส่วนหน้าบานลิฟท์เป็นสแตนเลสเงา ปลายสุดของโถงลิฟท์เป็นหน้าต่างกรุกระจกติดตายเต็มความสูงฝ้า มีลิฟท์โดยสารทั้งหมด 4 ตัว บรรยากาศภายในมีความสว่างที่ได้จากช่องแสงที่เปิดเต็มความกว้าง ดึงแสงธรรมชาติจากภายนอกเข้ามาได้เต็มที่และปลูกต้นไม้บังบริเวณกระจกไว้เพื่อความเป็นส่วนตัว

ภายในลิฟท์เป็นระบบล็อคชั้น มีความปลอดภัยดี แผงปุ่มภายในลิฟท์มีมาให้ทั้ง 2 ด้านเพื่อความสะดวกในการกดขึ้นชั้นพักอาศัย ภายในจุได้ประมาณ 13 คน หรือน้ำหนักไม่เกิน 1,000 กก.

ชั้น 7 เป็นชั้นเริ่มต้นส่วนพักอาศัย โดยในชั้นนี้จะมี Main Facility ให้มาใช้ร่วมกันที่ชั้นนี้โดยจะเกาะกลุ่มในในฝั่งปีกทิศตะวันตก หันหน้าออกไปยังฝั่ง BTS กรุงธนบุรีและฝั่งทิศตะวันตก ส่วนกลางประกอบไปด้วยห้องน้ำแยกชายหญิง ภายในมี Locker และห้อง Stream ทั้งชายหญิง ถัดมาเป็นห้อง Fitness ส่วนภายนอกออกแบบเป็นพื้นที่สวนสำหรับนั่งเล่นและปลูกต้นไม้ให้ร่มเงารอบๆ และมีสระน้ำระบบเกลือแยกสระเด็กอยู่บนชั้นดาดฟ้าของส่วนจอดรถ พื้นที่ระเบียงสระว่ายน้ำจะอยู่ติดกับโถงทางเดินแต่จะขยับเข้ามาด้านในอาคารโดยมีหน้าต่างกระจกและต้นไม้พุ่มบังอยู่ ตัวอาคารจัดวางออกมาเป็นตัว I ออกแบบเป็น Double Corridor แบ่งห้องพักไว้ 2 ฝั่ง ที่ปลายสุดของโถงทางเดินในปีกทิศตะวันตกและปีกทิศตะวันออกจะทำเป็นช่องแสงเปิดสูงถึงฝ้า ตำแหน่งบันไดหนีไฟมีทั้งหมด 2 จุด วางไว้ในแต่ละปีกของอาคารตำแหน่งละ 1 จุด ซึ่งปีกทิศตะวันตกจะมี Service Lift และห้องพักขยะอยู่ด้วย ตำแหน่งลิฟท์จะอยู่เกือบกลางอาคารพอดี แต่ละฝั่งเดินพอๆ กัน

ห้องพักที่ชั้นนี้มีทั้งหมด 9 ยูนิต หันออกทางทิศเหนือ/ใต้ โดยจะถูกแบ่งห้องออกเพื่อทำพื้นที่ส่วนกลางไป 3 ห้อง จัดแบ่งเป็น 1 ห้องนอน 4 ห้องและแบบ 2 ห้องนอน จำนวน 5 ห้อง ลักษณะอาคารรูปแบบนี้จะเปิดวิวเฉพาะฝั่งทิศเหนือจะเป็นวิวเมืองฝั่งตากสิน วงเวียนใหญ่ อาคารรอบๆ บริเวณนี้จะสูงไม่เกิน 8 ชั้น ส่วนในฝั่งทิศใต้จะเป็นวิวรถไฟฟ้า BTS บริเวณสถานีกรุงธนบุรีในชั้นนี้แต่จะมีระยะห่างจากกันอยู่พอสมควรเพราะถนนกรุงธนบุรีมีความกว้างรวมคู่ขนานประมาณ 10 ช่องจราจร ไกลออกไปจะเป็นวิวในฝั่งเจริญกรุงส่วนใหญ่เป็นอาคารสูงไม่เกิน 8 ชั้น ส่วนทิศตะวันตกและตะวันออกจะขนาบไปด้วยคอนโดที่อยู่ติดถนนในแนวเดียวกัน แต่จะไม่ได้อยู่ในระยะประชิดแต่จะไม่มีผลมาก เพราะจะเห็นแค่ห้องมุมเท่านั้น

บริเวณโถงลิฟท์ ตกแต่งแบบเรียบง่ายใช้สีขาวและออกแบบช่องแสงเปิดเต็มความกว้างและความสูงของช่องผนังเพื่อให้แสงเข้าสู่ด้านในอาคารได้เต็มที่

จากนั้นไปเข้าสู่โถงทางเดินไปยังพื้นที่ส่วนกลาง สังเกตเห็นว่าทางด้านซ้ายจะเป็นกรอบอลูมิเนียมสีดำตลอดแนว ซึ่งบริเวณนี้จะเป็นช่องกระจกด้านนอกเป็นพื้นที่ระเบียงสระว่ายน้ำ ลักษณะโถงทางเดินบริเวณนี้จะเป็น Single Corridor ทำให้มีแสงสว่างเข้าภายในโถงทางเดินตลอดทั้งวัน

ก่อนจะเข้าไปดูพื้นที่ส่วนกลาง อยากจะให้ดูภาพระยะไกลจากฝั่ง BTS กรุงธนบุรี จุดนี้ยืนมองจากชั้นชานชาลา ฝั่งเข้าเมือง จะเห็นพื้นที่ Main Facility ที่ชั้น 7 เกือบจะทั้งหมด ซึ่งในการออกแบบบริเวณระเบียงสระว่ายน้ำ จะเว้นขึ้นไปเป็น Double Space เพื่อให้พื้นที่ส่วนกลางดูน่าใช้งานอีกทั้งยังเปิดรับลมและแสงธรรมชาติได้มากขึ้นอีกด้วย

เริ่มต้นเมื่อออกมาด้านนอก ทางซ้ายมือจะเป็นทางขึ้นสู่ระเบียงริมสระและตัวสระว่ายน้ำ ส่วนประตูกระจกทางด้านขวาจะเป็นห้อง Fitness ด้านนอกเป็นพื้นที่นั่งเล่น

เมื่อออกมาด้านนอก หันไปทางด้านขวาจะเจอกับห้องน้ำแยกชายหญิง

ภายในห้องน้ำแบ่งจัดวาง Locker สำหรับใส่ของ ติดกันมีพื้นที่สำหรับวางของและมีกระจก ยืนแต่งตัวและเชคความเรียบร้อยก่อนออกจากห้องน้ำได้ ทางด้านซ้ายแบ่งเป็นห้องอาบน้ำและห้องสุขา ด้านในสุดเป็นห้อง Stream เช่นเดียวกับฝั่งห้องน้ำหญิง

จากนั้นเข้ามาด้านในห้อง Fitness ภายในแบ่งเครื่องเล่นไว้ประมาณ 10 ชุด และด้านหน้าสุดมีโต๊ะปิงปองวางให้ใช้เล่นด้วย ส่วนไม้ปิงปองหรืออุปกรณ์ ติดต่อที่นิติบุคคล หรือเตรียมมาเองได้ตามความสะดวก….

จากนั้นออกมาด้านนอกเริ่มจากทางขวามือจะเป็นเฉลียงที่ยกขึ้นไป ด้านบนจัดวางชุดเก้าอี้ขนาด 4 ที่นั่งมีโต๊ะตรงกลาง นั่งพักผ่อนคุยกันในเวลาเย็นๆ ได้ มองออกไปจะเป็นอาคาร Q House ในฝั่งทิศตะวันตกอาคารสีขาวด้านหน้าเป็นอาคารสำนักงานสูงประมาณ 8 ชั้น

หันมาทางซ้ายมือจะเจอกับสระว่ายน้ำระบบเกลือ ขนาดประมาณ 5 x 20 ม. ทางด้านซ้ายทำเป็นที่นั่ง Jacuzzi นั่งพักผ่อนชมวิวรถไฟฟ้าและฝังเมืองสาทรทางซ้ายมือ สระว่ายน้ำเป็นระบบ Overflow เป็นลักษณะแบบ Infinity egde Pool ซึ่งบริเวณขอบสระว่ายน้ำจะสะท้อนกับตัวอาคารรอบๆ มีความสวยงามไร้ขอบเขต

ถัดจากสระว่ายน้ำเข้ามาด้านในจะเป็นพื้นที่ระเบียงริมสระว่ายน้ำ ซึ่งจะอยู่ภายในตัวอาคาร เหมาะกับคนที่อยากนอนพักผ่อนแต่ไม่อยากโดนแดด ด้านหลังปลูกต้นไม้บังบริเวณโถงทางเดินเพื่อความเป็นส่วนตัว พรางตาจากการมองเห็นในฝั่งที่มองมาจากรถไฟฟ้า

ปลายสุดของระเบียงริมสระแบ่งเป็นโซนสระเด็กไว้ให้ใช้งาน

ซ้ายมือที่อยู่ติดกับโซนสระเด็กจะเป็นจุดสำหรับใช้ล้างตัวก่อนจะลงสระว่ายน้ำ

ชั้น 8 จะเป็นส่วนพักอาศัยทั้งหมดจัดรูปแบบซ้อนชั้นขึ้นไปห้องเป็น Double Corridor ต่อเนื่องจากชั้น 7 ตำแหน่งบันไดหนีไฟและช่องแสงใน Corridor มีอยู่ที่ปลายสุดของทั้ง 2 ฝั่ง และมีช่องแสงบริเวณช่องโล่งเพิ่มความสว่างให้กับโถงทางเดินมาขึ้น ตำแหน่งโถงลิฟท์หลักจะอยู่ค่อนมาทางปีกทิศตะวันออก ในฝั่งปีกตะวันตกอาจจะเดินไกลนิดนึง ห้องในชั้นนี้มีทั้งหมด 13 ยูนิต จะหักออกไป 3 ยูนิตที่เป็นพื้นที่ Double Space ต่อจากชั้น 7 แบ่งเป็นแบบ 1 ห้องนอน จำนวน 8 ห้องและแบบ 2 ห้องนอน จำนวน 5 ห้อง วิวในฝั่งทิศเหนือและใต้ จะยังไม่ต่างจากชั้น 7 มากนัก การจัดห้องพักจะเน้นให้แบบ 2 ห้องนอนอยู่ในฝั่งทิศเหนือเพราะเปิดวิวได้กว้างมากกว่าฝั่งทิศใต้

ตั้งแต่ชั้น 9 – 25 จะเป็นส่วนพักอาศัยทั้งหมดจัดรูปแบบซ้อนชั้นขึ้นไปโดยมีตำแหน่งบันไดหนีไฟและช่องแสงใน Corridor ที่ปลายทั้ง 2 ฝั่งเหมือนกันทุกชั้น ส่วนห้องพักช่วงชั้นนี้จะมีทั้งหมด 16 ยูนิตโดยเพิ่มห้องแบบ 1 ห้องนอนไว้บริเวณที่เป็น Double Space ในชั้น 8 เข้าไป 3 ห้อง วิวในแต่ละทิศบางส่วนที่ยังถูกบังอยู่อย่างเช่นในฝั่งทิศใต้ที่จะเห็น IDEO 2 ตัวและอาคารไทยศรีจะถูกบังจนถึงชั้น 31 แต่จะมองวิวออกในมุมเฉียงๆ ออกไปได้กว้างมากขึ้นซึ่งเป็นวิวฝั่งถนนเจริญกรุงและช่วงโค้งของแม่น้ำ ส่วนห้องฝั่งทิศเหนือก็จะมองเห็นวิวในฝั่งลาดหญ้า ตากสิน วงเวียนใหญ่ได้กว้างมากขึ้น ซึ่งจะเห็น Icon Siam อยู่ในฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือด้วย

ตั้งแต่ชั้น 26 – 28 ห้องพักทางปีกตะวันตกละลดลงไป 4 ห้อง ฝั่งละ 2 ห้อง เหลือยูนิตต่อชั้นประมาณ 12 ยูนิต/ชั้น วิวรอบๆ ในช่วงชั้นที่สูงขึ้นไปก็จะมองภาพรวมของเมืองได้กว้างมากขึ้น และมองออกไปได้ไกล

ชั้น 29 – 31 จะมีปรับเปลี่ยนห้องพักในฝั่งทิศใต้ที่ปีกทิศตะวันออกติดกับโถงลิฟท์ที่ปรับจากแบบ 1 ห้องนอนจำนวน 2 ห้อง ปรับรวมเป็นแบบ 3 ห้องนอน ส่งผลให้จำนวนยูนิตต่อชั้นจะลดลงเหลือ 11 ห้อง/ชั้น จนถึงบนสุด

ภายในโถงรอลิฟท์บริเวณชั้นพักอาศัย จะไม่ต่างกับบริเวณชั้นส่วนกลางนัก

ภายในโถงทางเดิน พื้นปูด้วยกระเบื้องเซรามิค ผนังและเพดานทาสีขาว เพิ่มความสว่างให้ภายในพื้นที่โถงทางเดินทั้ง 2 ฝั่ง เมื่อเดินไปดูที่ปลายสุดของโถงทางเดินจัดเป็นหน้าต่างขนาดใหญ่เปิดเพื่อช่วยระบายอากาศทำให้อากาศไหลเวียนและถ่ายเทได้สะดวก

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะครับ

สภาพแวดล้อมรอบโครงการ​ HIVE – สาทร ที่อยู่ติดกันในฝั่งทิศตะวันออก/ตก เป็นคอนโด High Rise โดยตัวอาคารของโครงการนั้นจัดวางตึกเป็นตัว I หันตัวห้องออกฝั่งทิศเหนือ/ใต้ วิวรอบอาคารในด้านที่ไม่โดนบัง เช่นฝั่งทิศเหนือ จะมองได้กว้างขึ้นตั้งแต่ชั้น 10 เป็นต้นไปหากชั้นที่อยู่ต่ำกว่านี้จะมีคอนโดในฝั่งทิศใต้และตัวสถานี BTS ที่อยู่ติดกันบังอยู่ ซึ่งตำแหน่งของอาคารข้างเคียงที่ติดกับโครงการแบ่งตามทิศได้ ดังนี้

 

คลิกเพื่อดูภาพขนาดใหญ่

ทิศเหนือ ถ่ายจากชั้น 17 จะอยู่ติดกับ อาคารพาณิชย์สูงประมาณ 5 – 8 ชั้น ไกลออกไปจะเป็นวิวเมืองทางฝั่งตากสิน ลาดหญ้า วงเวียนใหญ่ และโรงแรมริมแม่น้ำทางขวามือ

ทิศตะวันออก ติดกับถนนส่วนบุคคลและลานจอดแล้วจร (ไม่มีภาพมุมสูงในฝั่งนี้)

คลิกเพื่อดูภาพขนาดใหญ่

ทิศใต้ ถ่ายจากห้องพักที่ชั้น 21 ติดกับ ทางเข้าออกโครงการ ถนนกรุงธนบุรีและ BTS กรุงธนบุรี ฝั่งตรงข้ามเป็น IDEO 2 ตัว และอาคารไทยศรีสูงประมาณ 30 ชั้น (ทางด้านขวา) ไกลออกไปจะเป็นวิวเมืองทางฝั่งเจริญกรุง

คลิกเพื่อดูภาพขนาดใหญ่

ทิศตะวันตก ถ่ายจากห้องมุมบริเวณชั้น 17 จะอยู่ติดกับ Q-House สูงประมาณ 35 ชั้น ไกลออกไปจะเป็นวิวเมืองทางฝั่งวงเวียนใหญ่

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • Lobby ใช้ Key Card Access
  • สระว่ายน้ำระบบเกลือ ขนาด 5 x 20 ม. แบ่งสระเด็กลึก 0.6 ม. สระผู้ใหญ่ลึก 1.2 ม.
  • ห้องออกกำลังกาย 1 ห้อง ใส่เครื่องออกกำลังกายประมาณ 10 เครื่อง
  • สวนหย่อมรอบโครงการ และบนชั้น 7
  • ลิฟท์โดยสาร 4 ตัว/อาคาร มีระบบล็อคชั้น
  • อัตราส่วนลิฟท์รวมทั้งโครงการ 91 :  1
  • Service Lift 1 ตัว
  • ที่จอดรถประมาณ 62% ไม่รวมซ้อนคัน
  • ระบบ CCTV / Access Card


Product Walkthrough

สำหรับรีวิวนี้จะวิเคราะห์เฉพาะผังห้องในโครงการ เพราะเป็นห้องมือ 2 จึงไม่มีห้องตัวอย่างให้ชมซึ่งรายละเอียดของแต่ละห้องจะแตกต่างตามการตกแต่งของเจ้าของห้อง ถ้าสนใจหรืออยากสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมในโครงการนี้แนะนำนัดเจ้าของห้องหรือเอเจนซี่ที่เปิดขาย เข้าไปดูสภาพและบรรยากาศภายในห้องด้วยตัวเองเพราะมีหลายปัจจัยในการตัดสินใจ เช่น

  • สภาพปัจจุบันและการดูแลรักษาห้อง ยังใหม่หรือดูทรุดโทรมหรือไม่
  • ห้องเคยปล่อยให้เช่ามาก่อนที่จะขายหรือไม่
  • ของที่ตกแต่งในห้องอาจไม่ตรงตามความชอบ แต่เป็นห้องที่ตำแหน่งดี ได้วิวสวยอาจจะต้องเผื่องบประมาณค่าตกแต่งหรือซ่อมแซมหลังจากซื้อขายกันแล้ว

ส่วน Spec วัสดุมาตรฐานจากโครงการ (ซึ่งอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้ ขึ้นอยู่กับเจ้าของห้องมือ 1 รวมไปถึงเฟอร์นิเจอร์อื่นๆ ด้วยครับ)

  • Fully Fitted
  • Hob Hood Sink ก๊อก
  • พื้นห้องน้ำ,ส่วนครัว,ระเบียงซักล้าง กระเบื้องเซรามิค
  • พื้นห้องนั่งเล่น,ห้องนอนลามิเนต
  • ฉากกั้นอาบน้ำ

แบบห้องของโครงการ HIVE – สาทร จะมีทั้งหมด 3 รูปแบบ ได้แก่

  • 1 Bedroom 40 – 49 ตร.ม.
  • 2 Bedrooms 67.5 – 69 ตร.ม.
  • 3 Bedrooms 99.5 ตร.ม.

ห้องแรกเป็น 1 Bedroom (1B-1 และ 1B-2 ฟังก์ชั่นจะคล้ายกัน) ซึ่งโครงการขายแบบ Fully Fitted ให้ Built-in ครัวพร้อม Hob Hood Sink ก๊อก และเครื่องปรับอากาศ ภายในแบ่งฟังก์ชั่นแยกเป็น 2 ฝั่ง มีฉากกั้นแบ่งแต่ละส่วนชัดเจน ภายในจัดส่วน ทานอาหารไว้ด้านหน้าเป็นโต๊ะขนาด 2 ที่นั่งหันหน้ามองกัน ต่อเนื่องไปยัง Living ที่อยู่ติดกับห้องนอนโดยมีบานเลื่อนกระจกกั้นแบ่งอยู่ ด้านหน้าจะมีห้องสำหรับเก็บของอยู่ติดกับห้องน้ำโดยห้องน้ำนั้นจะเข้าได้จากส่วนนั่งเล่นภายในแบ่งส่วนเปียกส่วนแห้งและมีฉากกั้นอาบน้ำ ส่วนด้านในเป็นห้องนอนและมีบานเลื่อนกระจกกั้นแบ่งระหว่างกัน ออกแบบให้ห้องนอนอยู่ติดหน้าต่างมีช่องแสงขนาดใหญ่ รับแสงธรรมชาติได้เต็มที่และมีหน้าต่างเปิดระบายอากาศได้ ส่วนพื้นที่ครัวอยู่ต่อเนื่องจากห้องน้ำและมีบานเลื่อนกั้นแบ่งระหว่างห้องนั่งเล่นทำครัวได้จริงจังต่อเนื่องไปยังส่วนระเบียงเปิดระบายอากาศได้ ภายนอกเป็นระเบียงใช้งานซักล้างได้จริงจังสามารถวางเครื่องซักผ้าด้านนอกได้ ซึ่งข้อดีของห้องรูปแบบนี้จะเน้นพื้นที่ Living ที่ต่อเนื่องไปยังห้องนอนได้และแยกพื้นที่การใช้งานเป็นสัดส่วน ห้องนี้จะเหมาะสำหรับคนที่ชอบประกอบอาหาร ทำงานบ้านด้วยตัวเองเน้นใช้พื้นที่ได้จริง

ห้องถัดมาเป็น 1 Bedroom เหมือนกันแต่จะจัดแบ่งฟังก์ชั่นภายในห้องแตกต่างกันโดยจะให้ส่วน Living และห้องนอนไว้ติดหน้าต่างเพื่อเปิดวิวและระบายอากาศได้ดีและแบ่งห้องนอนเป็นโดยมีประตูกั้นแบ่งมีความเป็นสัดส่วนมากขึ้น เมื่อเข้ามาจะเจอกับพื้นที่เตรียมอาหารก่อนซึ่งเปิดโล่งต่อเนื่องไปยังส่วน Living เป็นพื้นที่เดียวกันพอจะเตรียมอาหารอุ่นต้มได้ และมีโต๊ะทานอาหารแบบ 4 ที่นั่งวางติดกับพื้นที่ครัว สะดวกในการเตรียมอาหารและทานได้เลย ต่อจากส่วน Living จะอยู่ติดกับระเบียงออกไปพักผ่อนสูดอากาศภายนอกได้ ห้องน้ำออกแบบให้สามารถเข้าได้จากห้องนอนซึ่งมีข้อจำกัดหากมีเพื่อนหรือญาติๆ มาห้อง จะต้องเดินผ่านห้องนอนเพื่อไปเข้าห้องน้ำ ภายในห้องนอนกว้างขวางมีพื้นที่เดินได้รอบเตียง เน้นช่องแสงขนาดใหญ่ช่วยให้แสงธรรมชาติและระบายอากาศได้ดี ทางเดินไปยังห้องน้ำจัดเป็นพื้นที่ Walk in Closet ภายในแบ่งห้องน้ำเป็นส่วนแห้งส่วนเปียกมีฉากกั้นอาบน้ำ การออกแบบห้องในลักษณะแบบนี้จะเหมาะกับคนที่ไม่เน้นทำครัวเท่าไหร่ แต่จะให้นำ้หนักพื้นที่กับการใช้เพื่ออยู่อาศัยที่เป็นกิจวัตรสำหรับการพักผ่อนมากกว่า

ต่อมาเป็นแบบ 2 Bedroom ตัวห้องออกแบบเป็นห้องหน้ากว้าง จัดฟังก์ชั่นโดยแบ่งการเข้าถึงเป็นลำดับ ส่วนแรกเมื่อเข้ามาจะแบ่งพื้นที่คล้ายกับห้องแบบแรกคือจัดกลุ่มห้องเก็บของ ห้องน้ำ ห้องครัวและระเบียงไว้ในฝั่งเดียวกัน ตรงกลางของห้องจะเป็นพื้นที่นั่งเล่นทานอาหารเน้นพักผ่อนทั้งหมดและดันส่วนนั่งเล่นให้อยู่ติดหน้าต่างโดยไม่ทำระเบียงเพื่อให้ได้พื้นที่ในห้องเยอะที่สุด ห้องนอนใหญ่จะอยู่ด้านในสุด พื้นที่จะไม่กว้างเท่าไหร่ แต่จะมีห้องน้ำในตัว แบ่งส่วนเปียกส่วนแห้งและมีพื้นที่ระเบียงที่สามารถออกไปใช้งานได้จริง ตรงกลางที่อยู่ติดกับส่วนพักผ่อนจะเป็นห้องอเนกประสงค์ที่สามารถจัดเป็นห้องอื่นๆ ได้หากไม่ได้ใช้เป็นห้องนอน ซึ่งถ้าหากจัดเป็นห้องนอนก็สามารถวางเตียง 3.5 ฟุตและเดินรอบๆ เตียงได้ ถ้าจัด 5 ฟุตอาจจะต้องวางชิดริมแทน ห้องนี้จะเหมาะกับครอบครัวที่กำลังมีลูก และแบ่งห้องส่วนตัวให้ลูกเพิ่ม สามารถอยู่ได้ประมาณ 2 -3 คน

แบบสุดท้ายเป็น 3 ห้องนอน ซึ่งมีจำนวนห้องไม่ค่อยเยอะ ฟังก์ชั่นภายในห้องจะเน้นพื้นที่พักผ่อน ส่วนแรกจะเจอพื้นที่พักผ่อนก่อน จัดวางโต๊ะทานอาหารและโซฟาให้อยู่ในตำแหน่งที่ตรงกับประตูออกระเบียง ช่วยให้แสงธรรชาติเข้าสู่ภายในห้องเพิ่มความสว่าง ติดกันเป็นพื้นที่ครัว L Shape วาง Island ตรงกลางเตรียมอาหารได้ด้วย ตำแหน่งห้องนอนเล็กทั้ง 2 ห้องจะอยู่ติดกันจัดวางติดกับหน้าต่างเพื่อช่วยให้แสงเข้าสู่ห้องและเปิดหน้าต่างระบายอากาศได้ด้วย ทั้ง 2 ห้องจัดวางเตียงขนาด 3.5 ฟุตแต่ก็จัดเตียงขนาด 5 ฟุตและวางชิดริมได้ ห้องน้ำแบ่งส่วนเปียกส่วนแห้งไว้เป็นสัดส่วนและใช้ร่วมกันกับห้องนอน 2,3 และส่วนนั่งเล่น ด้านในสุดเป็นห้องนอนใหญ่ มีประตูกั้นแบ่งเพื่อความเป็นส่วนตัว ด้านในมีพื้นที่วางเตียงได้ขนาด King Size เดินรอบได้ ปลายเตียงวางทีวีและโต๊ะทำงานได้ มีประตูเดินออกระเบียงช่วยดึงแสงธรรมชาติเข้ามาภายในห้องได้ ส่วนห้องน้ำแบ่งส่วนเปียกส่วนแห้งและมีอ่าง Jacuzzi ให้ด้วย ฟังก์ชั่นภายในห้องจัดออกมาค่อนข้างลงตัวแต่จะมีข้อจำกัดในบริเวณพักผ่อนที่อยู่ติดกับครัวจะไม่ได้เป็นพื้นที่ที่กั้นแบ่งแยกจากกันจึงประกอบอาหารได้แค่ต้มอุ่น หากจะทำก็เพิ่มฉากกั้นห้องและต่อท่อดูดอากาศเพิ่มได้

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะครับ

ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 09 March 2017

เนื่องจากเป็นโครงการที่ขายหมดและโอนกันหมดแล้วนะครับ ดังนั้นต้องซื้อต่อจากเจ้าของเดิม ทำให้ราคาก็จะค่อนข้างหลากหลายขึ้นอยู่กับทำเลห้องได้อยู่ชั้นสูงหรือชั้นล่าง ตกแต่งมากหรือน้อยครบแค่ไหน ความพอใจราคาจากการตกลงกันระหว่างคนซื้อและคนขาย โดยราคาต่อตารางเมตรในปัจจุบัน ปี 2017 จะอยู่ที่ประมาณ 110,000 – 120,000 บาท/ตร.ม. ส่วนราคาเช่าเริ่มต้นประมาณ 15,000 – 35,000 บาท/เดือน (เป็นการเก็บข้อมูลโดยส่วนตัวเองเท่านั้น)

  • ได้สิทธิ์ที่จอดรถห้องละ 1 สิทธิ์ แบบ 3 ห้องนอนจะได้ 2 สิทธิ์ ไม่จำกัดจุดจอด
  • ค่าส่วนกลาง 40 บาท/ตร.ม./เดือน จ่ายรายปี
  • ค่าไฟตามมิเตอร์การไฟฟ้า
  • ค่าน้ำหน่วยละ 19 บาท ไม่มีขั้นตำ่

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ครับ


เจาะลึกรวบยอด

โครงการ HIVE – สาทร อยู่ในฝั่งธนบุรีติดถนนใหญ่มุ่งหน้าสาทร ภาพรวมทำเลนี้ส่วนใหญ่เป็นที่อยู่อาศัยดั้งเดิมและกำลังพัฒนากระจายตัวอยู่ติดแม่น้ำและถนนสายสำคัญ ซึ่งขยายออกตัวออกมาซึ่งเป็นผลมาจากฝั่งสาทรที่มีความเจริญกระจายอยู่เต็มพื้นที่และราคาที่ดินที่มีมูลค่าสูง คอนโดและที่อยู่อาศัยในย่านนั้นก็จะมีราคาขายที่สูงจนหยิบจับได้ยาก ดังนั้นการพัฒนาที่อยู่อาศัยในฝั่งธนบุรีที่ยังเกาะแนวรถไฟฟ้าที่ต่อออกมาจากฝั่งเมืองจึงตอบโจทย์สำหรับคนที่กำลังมองหาที่อยู่ใกล้แหล่งทำงาน ถึงแม้จะขยับไกลออกมาหน่อยก็พอที่จะหยิบจับเป็นเจ้าของได้ และมีสิ่งอำนวยความสะดวกก็ไม่แพ้ฝั่งเมืองเช่นกัน

ส่วนความอุดมสมบูรณ์ ส่วนใหญ่จะอิงไปยังฝั่งถนนเจริญนครที่อยู่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยาซึ่งมีทั้งโรงแรมติดแม่น้ำ Community Mall ทั้ง 2 ฝั่งแม่น้ำและอนาคตบริเวณ BTS กรุงธนบุรีจะเป็น Interchange ตัดกับสายสีทองที่มีแหล่งธุรกิจการค้าแห่งใหม่อย่าง Icon Siam ถ้าหากเป็นไปตามแผนก็จะเปิดใช้งานในเวลาที่ไล่เลี่ยกันพอดี ทำให้อนาคตในย่านนี้ก็จะมีมูลค่าที่ดินและราคาขายหรือเช่าขยับขึ้นไม่มากก็ไม่น้อยล่ะครับ

การเดินทางโดยใช้รถในย่านนี้ต้องทำใจสักหน่อย ถึงแม้จะมีเส้นทางที่เชื่อมไปยังถนนหลักได้หลายเส้นทาง แต่จะต้องข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาซึ่งแน่นอนว่า การมีที่อยู่ในฝั่งที่ต้องข้ามแม่น้ำเข้าเมืองก็จะเลี่ยงปริมาณรถที่จะเข้าเมืองได้ยาก แต่ย่านนี้ก็ยังมีข้อดีเมื่อข้ามสะพานมาแล้วก็ถึงย่านธุรกิจเลย อย่างถนนกรุงธนบุรีช่วงสะพานตากสินที่ข้ามมาแล้วเป็นย่านสาทรใกล้กับจุดขึ้นทางด่วน และยังเป็นถนนหลักที่เชื่อมกับถนนราชพฤกษ์แจกไปยังสายเหนือ หรือจะไปเชื่อมยังถนนกาญจนาภิเษกที่เป็นวงแหวนรอบนอกเดินทางออกเมืองได้สะดวกด้วย ภาพรวมในย่านนี้ถ้าทำงานในฝั่งธนจะสะดวกกว่าเข้าเมืองถ้าใช้รถ…

การเดินทางโดยไม่ใช้รถ เป็นจุดเด่นของที่นี่เพราะอยู่ติด BTS กรุงธนบุรี เหมาะกับคนที่เดินทางด้วยรถไฟฟ้าเข้าเมือง หรือถ้าเลือกไปในเส้นทางอื่นที่ไม่อยู่ในแนวรถไฟฟ้าก็สะดวกเช่นกัน มีให้เลือกหลากหลายไม่ว่าจะเป็นวินมอเตอร์ไซค์ รถกะป๊อ หรือเรือข้ามฟาก เรียกรถแท็กซี่สะดวกเพราะใกล้จุดจอดรถอยู่เป็นคิวต่อรถบริเวณ BTS ตลอดเวลา อีกทั้งยังมีท่าจอดรถเมล์ที่อยู่ใกล้ๆ กับโครงการเลย ดังนั้นทางเลือกในการเดินทางโดยไม่ใช้รถนั้นถือว่ามีความหลากหลายและสะดวกกว่าใช้รถส่วนตัวอยู่มาก

การออกแบบ HIVE – สาทร ภายนอกมีความเรียบง่ายใช้สีน้ำเงินเข้มตาม Style ของ Barnd โครงการ ภายในมีพื้นที่สวนหย่อมอยู่ด้านล่าง จัดวางอาคารพักอาศัยเป็นตัว I มีถนนวนรอบอาคาร ด้านในมี Lobby , สำนักงานนิติบุคคล , ห้องจดหมาย ออกแบบพื้นที่ภายในชั้นล่างเป็นโถงสูงลดระดับเป็นขั้นๆ ลงมาด้วยเส้นสายที่มีลักษณะเป็นคลื่น มีความเคลื่อนไหวต่อเนื่อง (Movement) ทั้งฝ้าเพดานและผนังโดยเน้นสีขาวและใช้กระจกช่วยสะท้อน Space ทำให้รู้สึกมีความโล่งกว้างต่างจากคอนโดทั่วไป ที่จอดรถจะอยู่ภายในอาคารตั้งแต่ชั้น 1 – 6 พื้นที่พักอาศัยจะเริ่มตั้งแต่ชั้น 7 และเป็น Main Facility ให้ใช้ร่วมกันที่ชั้นนี้ ตั้งแต่ชั้น 8– 31 จะเป็นห้องพักทั้งหมดออกแบบเป็น Double Corridor มีตำแหน่งช่องแสงเปิดในปลายสุดของทางเดินทั้ง 2 ฝั่ง ส่วนจุดเด่นจะอยู่ที่การออกแบบให้ตอบสนองกับผู้ใช้อาคาร โดยออกแบบให้ระบายอากาศและมีลมผ่านได้ดี 

ตัวอาคารออกแบบเป็นตัว I หันห้องพักออกไปทางฝั่งทิศเหนือ/ใต้ ซึ่งส่วนพักอาศัยจะเริ่มตั้งแต่ชั้น 7 เป็นต้นไป วิวจะมีอยู่ 2 ด้านที่มองเห็น เริ่มจากฝั่งทิศใต้จะอยู่ติดกับ BTS กรุงธนบุรี ในฝั่งตรงข้ามจะเป็นโครงการ IDEO 2 ตัวและอาคารไทยศรี ซึ่งเป็นอาคารสูงทั้ง 3 อาคาร แต่ยังพอมองเฉียงออกไปด้านข้างได้เพราะยังพอมีระยะห่างระหว่างกันอยู่ ส่วนวิวที่เปิดในฝั่งทิศเหนือนั้นมองออกไปได้ตั้งแต่ชั้น 7 ขึ้นไป เปิดวิวเมืองในฝั่งตากสิน ลาดหญ้า วงเวียนใหญ่ ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มสูงไม่เกิน 8 ชั้น สลับกับอาคารพาณิชย์และบ้านอยู่อาศัย

การออกแบบห้อง ทำออกมาเป็น 3 แบบ แบ่งเป็น 1 Bedroom , 2 Bedrooms และ 3 Bedrooms ที่มีให้เลือกหลากหลายรูปแบบและขนาด โครงการนี้เน้นขายแบบ 1 Bedroom มีให้เลือก 2 ฟังก์ชั่น แบบแรกจะจัด โดยแบ่งส่วนพักผ่อนไว้ในฝั่งเดียวกันทั้งหมดตั้งแต่ส่วนทานอาหาร นั่งเล่นจนไปถึงห้องนอนที่อยู่ด้านในสุดติดหน้าต่างได้แสงและระบายอากาศได้ดี ส่วนอีกฝั่งจะเป็นห้องเก็บของ ห้องน้ำ ห้องครัวที่ต่อออกไปจนถึงระเบียงแยกไปอีกฝั่งหนึ่งเลย และแต่ละส่วนก็จะมีประตูกั้นแบ่งเป็นส่วนๆ ไป มีข้อดีคือครัวสามารถประกอบอาหารได้จริงจังและติดกับส่วนของระเบียง เปิดระบายอากาศได้ ส่วนห้องน้ำก็มีเครื่องดูดอากาศไปยังช่องท่อช่วยลดความชื้นได้ กับอีกฟังก์ชั่นหนึ่งจะออกแบบไม่เน้นทำครัว แต่จะให้น้ำหนักกับพื้นที่ห้องนอนที่เป็นส่วนตัวมากขึ้น โดยจะแยกฝั่งครัวรวมกับทานอาหารมีส่วนนั่งเล่นต่อเนื่องไปยังระเบียงที่เป็นระเบียงสำหรับยืนสูดอากาศได้ ห้องแบบนี้จะได้แสงสว่างมากกว่าแบบแรก แต่จะเป็นครัวเปิด ทำอาหารจริงจังไม่ได้ และห้องนอนในแบบที่ 2 มีความเป็นส่วนตัวกว่าแบบแรกมีพื้นที่ Walk in Closet ก่อนเข้าห้องน้ำเป็นสัดส่วน

ส่วนแบบ 2 ห้องนอนจะพัฒนาการออกแบบใช้ฟังก์ชั่นจากรูปแบบ 1 ห้องนอนทั้ง 2 แบบจัดวางให้ภายในมีพื้นที่เป็นสัดส่วนมากขึ้นและเพิ่มห้องนอนและห้องน้ำอีกอย่างละ 1 ห้อง โดยพื้นที่ครัวจะเป็นครัวปิดต่อเนื่องไปยังระเบียง สุดท้ายแบบ 3 ห้องนอน จะเน้นพื้นที่ Living โดยออกแบบเป็นครัวเปิด และมีห้องนอนใหญ่ด้านในมีห้องน้ำพร้อมอ่าง Jacuzzi ในตัว ห้องนอนจะเน้นให้อยู่ติดหน้าต่าง ดึงแสงธรรมชาติเข้าภายในห้อง และเปิดหน้าต่างระบายอากาศได้

วัสดุ ที่นี่ตอนเริ่มเปิดขายจะขายเป็น Fully Fitted ให้ Built-in ครัววัสดุ Top เป็นแกรนิตติดอุปกรณ์ Hob Hood Sink ก๊อก และเครื่องปรับอากาศ วัสดุต่างๆ ที่ได้อยู่ในมาตรฐานมีความทนทาน โดยพื้นในห้องครัว ห้องน้ำและระเบียงจะเป็นพื้นกระเบื้องเซรามิคเช็ดล้างได้ง่ายและกรุไปจนถึงผนัง ส่วนนั่งเล่นและห้องนอนเป็นพื้นลามิเนต ภายในห้องน้ำติดฉากกั้นอาบน้ำมาให้ ประตูออกจากส่วนครัวไปยังระเบียงเป็นประตูบานเปิด ที่เป็นกระจก(ในแบบ 1 ห้องนอน) ปัจจุบันไม่ค่อยมีให้เห็นเท่าไหร่ และให้ฉากกั้นระหว่างครัวและห้องนั่งเล่น ทำครัวได้จริงจัง

สาธารณูปโภค มีให้หลักๆ ไม่ได้เน้นมาก ชั้น 1 มีพื้นที่สวนหย่อมด้านล่างที่อยู่ติดกับ Lobby ออกแบบเป็นโถงสูงเล่นระดับภายในมีพื้นที่นั่งเล่นและออกแบบมีน้ำล้อมรอบออกไปนั่งรับลมได้ แถมยังระบายอากาศได้ดี พื้นที่สวนมีการดูแลรักษาให้ต้นไม้เติบโตแผ่กิ่งก้านสาขาให้ร่มเงาได้ดีเหมาะกับการพักผ่อน ใช้ระบบ Key Card Access ตั้งแต่ทางเข้า Lobby ไปจนถึงภายในตัวลิฟท์เป็นระบบล็อคชั้นมีทั้งหมด 4 ตัว อัตราส่วนอยู่ที่ 91 : 1 กำลังดี ส่วนชั้น 7 จัดเป็น Main Facility แบ่งออกเป็น ห้อง Fitness มีสระว่ายน้ำออกแบบเป็น Infinity Edge Pool เปิดวิวไปยังฝั่งเมือง มีระเบียงริมสระใต้ตัวตึก ให้นอนเล่นพักผ่อนได้ ห้องน้ำมี Locker พร้อมกับห้อง Stream แยกชายหญิง

Judgement

เนื่องจากเป็นโครงการที่ขายหมดแล้ว ซึ่งปัจจุบันรูปแบบการขายเปลี่ยนแปลงเป็นแบบ Re-sale จึงมีความแตกต่างทั้งเรื่องของวัสดุ การตกแต่งภายในห้อง รวมทั้งเรื่องของราคาที่ค่อนข้างหลากหลายขึ้นอยู่กับการตกแต่งภายในห้อง ตำแหน่งห้องว่าได้อยู่ชั้นสูงหรือชั้นล่าง และความพอใจราคาจากการตกลงกันระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย ดังนั้นจึงไม่สามารถให้คะแนนในรีวิวนี้ได้ครับ

BOTTOM LINE

Hive – สาทร เหมาะกับคนที่กำลังมองหาคอนโดพร้อมเข้าอยู่ใกล้สาทรแต่ข้ามแม่น้ำมาหน่อยและติดรถไฟฟ้า มีทางเลือกในการเดินทางเยอะ ใช้รถยนต์สะดวกติดถนนใหญ่ใกล้ทางด่วนแต่ต้องทำใจเรื่องรถติด ออกแบบพื้นที่สวนส่วนกลางเอื้อต่อการอยู่อาศัยเน้นความเป็นธรรมชาติ ส่วนกลางหลักมีให้ครบดูแลดี พร้อมใช้งานในงบประมาณ 4 – 9 ล้านบาท หรือมีกำลังผ่อนประมาณ 30,000 – 70,000 บาท/เดือน

ถ้าหากอ่านแล้วมีข้อมูลต้องการแลกเปลี่ยนเพื่อให้ผู้อ่านท่านอื่น ๆ ได้ทราบถึงทำเลและรายละเอียดที่เกี่ยวข้องสามารถ Comment เพิ่มเติมได้ครับ

สมัครสมาชิกพร้อมรับข่าวสารเพิ่มเติม (คลิกที่นี่ )

Share

Leave a Reply