พาชม Ideo Mobi พญาไท คอนโด High Rise ห่าง BTS พญาไท 180 ม. จาก อนันดา [รีวิวฉบับที่ 1301]

March 8, 2017 08:002 comments

90

รีวิวฉบับที่ 1301 … วันนี้จะพาคอนโดสร้างเสร็จพร้อมอยู่ในย่านพญาไทกับโครงการ Ideo Mobi พญาไท จาก อนันดา เป็นคอนโด High Rise สูง 24 ชั้น จุดเด่นคือทำเลที่ใกล้รถไฟฟ้า 190 ม. จึงสามารถเดินไปรถไฟฟ้าได้สบายๆ โครงการแบ่งห้องขนาดเล็ก ทำให้ราคา Package จับต้องได้ง่ายเมื่อเทียบกับคอนโดใกล้รถไฟฟ้าในย่านนี้ ซึ่งโครงการนี้สร้างเสร็จประมาณ 3 ปี แล้ว ปัจจุบันโครงการจะเป็นอย่างไรไปชมกันเลยค่ะ 😀 

Fact @ 8 March 2017

  • IDEO Mobi Phayathai (ไอดีโอ โมบิ พญาไท)
  • บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จํากัด(มหาชน)
  • โครงการตั้งอยู่ในเขต : ราชเทวี
  • อนโด High Rise 24 ชั้น 1 อาคาร 316 ยูนิต และร้านค้า 1 ยูนิต
  • ยูนิตต่อชั้นสูงสุด 19 ยูนิต
  • ที่จอดรถประมาณ 129 คันคิดเป็น 40 %
  • ที่ดินประมาณ 1-2-77 ไร่
  • เปิดตัว : ปี 2012
  • สร้างเสร็จ : ปี 2014
  • 1 Bedroom ขนาด 20.78-30.53 ตร.ม.
  • 2 Bedrooms ขนาด 42.41-51.63 ตร.ม.
  • Duplex ขนาด 41.66-60.53 ตร.ม.
  • ฝ้าเพดานสูง 2.6 เมตร
  • ราคาต่อตารางเมตรประมาณตอนเปิดตัวปี 2012 ประมาณ  128,000 – 144,000 บาท/ตร.ม. แล้วแต่ชั้นและทำเล
  • ราคาห้องมือสองในปัจจุบัน 158,000 – 190,000 บาท/ตร.ม.
  • เพิ่มเติมข้อมูลทำเลรอบๆ BTS พญาไท ได้ที่: มองหาทำเลน่าอยู่ใกล้รถไฟฟ้า: BTS พญาไท
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่

เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วค่ะ

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างค่ะ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด : 13.758942, 100.532757

แผนที่จากทางโครงการ Ideo Mobi พญาไท อยู่ในทำเลกลางเมืองห่างรถไฟฟ้าพญาไท 190 ม. ติดถนนศรีอยุธยา ตรงข้ามกับโรงเรียนสันติราษฎร์วิทยาลัยค่ะ

ที่ตั้งโครงการ Ideo Mobi พญาไท นั้นอยู่ใกล้ BTS พญาไทในระยะที่เรียกได้ว่า “เดินสบาย” ทำเลที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองกรุงเทพฯ มากๆ เดินทางไปไหนมาไหนสะดวก โดยในละแวกนี้จะมีถนนหลักที่สำคัญอยู่ 3 เส้นได้แก่

  • ถนนพญาไท ตัดถนนศรีอยุธยาในแนวเหนือใต้ เชื่อมไปอนุสาวรีย์ฯ ยาวไปจนถึงแยกปทุมวัน ซึ่งเป็นเส้นหลักที่ผ่านหน้า MBK, สยามสแควร์ และ จุฬาฯ
  • ถนนศรีอยุธยา เป็นถนนที่เป็นทางเข้าออกของโครงการ ใช้เชื่อมไปทางถนนจตุรทิศเพื่อขึ้นลอยฟ้าไปพระราม 9 ได้ หรือใช้เชื่อมไปยังถนนพระราม 6 ไปเรื่อยๆจะไปสุดที่ถนนสามเสน
  • ถนนเพชรบุรี เป็นถนนเส้นหลักอีกเส้นของสถานีนี้ที่ขนานกับถนนศรีอยุธยา ใช้เชื่อมไปยังแยกประตูน้ำ, ชิดลม, และไปเข้าสุขุมวิททางซอยนานา ไปจนถึงอโศก พร้อมพงษ์ ทองหล่อ เอกมัยได้เลยค่ะ

ทางขึ้นทางด่วน ใช้ได้หลายจุด คือ 1) ด่านสนามเป้า ซึ่งสามารถไปลงได้ทุกจุด 2) ด่านอุรุพงษ์ (ยมราช) ถนนพระรามหก ใช้เวลาไปหัวลำโพง, สีลม, ถนนจันทน์ ฯลฯ 3) ดอนเมืองโทลล์เวย์ บนถนนวิภาวดีรังสิต ทางขึ้นทั้งหมดนี้ถือว่าอยู่ในระยะที่ค่อนข้างใกล้ทีเดียว

ตัวโครงการตั้งอยู่ติดกับ ถนนศรีอยุธยา ใกล้กับ แยกพญาไท ซึ่งตำแหน่งที่ตั้งโครงการอยู่บนถนนศรีอยุธยาฝั่งมุ่งหน้าไปทางจตุรทิศ ซึ่งฝั่งนี้เป็นฝั่งที่มีรถติดน้อยกว่าฝั่งตรงข้ามกันที่มุ่งหน้าไปทางพระราม 6 เพราะบนถนนพระราม 6 มีสถานที่สำคัญอย่าง รพ. รามาธิบดี, กรมทางหลวง และใช้เป็นทางไปราชวิถีโดยไม่ต้องผ่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิได้

สภาพแวดล้อมเเละชุมชน… ถึงแม้ว่าที่ตั้งโครงการจะไม่ได้อยู่บนถนนพญาไทแต่ก็สามารถเดินไปรถไฟฟ้าพญาไทได้สะดวก ซึ่งรอบๆสถานีนี้เป็นย่านที่ไม่ได้มีความอุดมสมบูรณ์ห้างร้านอะไรมากมาย แต่จริงๆ จุดเด่นของโซนพญาไทคือเป็นแหล่งทำงานที่มีออฟฟิศหลายแห่งและเป็นทำเลที่ “ใกล้กับสยามแสควร์และย่านสถานบันศึกษาอย่างจุฬาฯ” ซึ่งถ้ามองหาที่อยู่อาศัยที่อยู่ใน Line BTS ที่อยู่ถัดมาจากสยาม ก็จะมีสถานีราชเทวี ซึ่งสถานีราชเทวีจะหาที่ขึ้นตอนโดค่อนข้างยากแล้วและมีราคาแพง จึงมาดูที่สถานีถัดมาคือสถานีพญาไท เป็นทำเลฮิตสำหรับการอยู่อาศัยด้วยความที่เป็นแหล่งออฟฟิศทำให้แหล่งความอุดมสมบูรณ์ก็จะอยู่ตามอาคารออฟฟิศ ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะติดกับสถานี BTS นั่นเอง นอกจากนี้ตามริมถนนจะมีพวกตึกแถวร้านค้า ร้านอาหารสิ่งใช้ในชีวิตประจำวัน รวมไปถึงมีร้านกินดื่มแฮงก์เอาท์อยู่ 2-3 เจ้า

แต่ถ้าอยากช้อปปิ้งตามศูนย์การค้าก็ไม่ยากเลยคือไปแถวสยาม ชิดลม พระราม 1 นั่นเอง ซึ่งแหล่งช้อปปิ้งตรงนี้จัดว่าเป็นศูนย์กลางของศูนย์การค้าทั้งหลาย และเป็นที่เดินช้อปที่ใหญ่ สวย และของให้เลือกเยอะที่สุดในกรุงเทพแล้วก็ว่าได้

การเดินทางด้วยรถไฟฟ้า BTS พญาไท มีจุดเด่นที่สถานีนี้เป็นสถานี Interchange เชื่อมไปยัง Airport Rail Link พญาไท ได้ ซึ่งสะดวกมากกับคนที่ต้องการเดินทางไป – กลับสนามบินสุวรรณภูมิบ่อยๆ และจากสถานีพญาไทนั่งต่อไปอีกแค่ 2 สถานีก็ถึง สยาม ซึ่งเป็นแหล่งช้อปปิ้งที่เจริญสุดๆ ของบ้านเรา

การเดินทางในวันนี้ จะพาเดินมาจากรถไฟฟ้า BTS สถานีพญาไท ออกทางออกที่ 3 แล้วเดินต่อไปประมาณ 190 เมตร ก็จะถึงหน้าโครงการค่ะ

ลงบันไดมาให้เราตามประตูทางออกที่ 3 เอาไว้นะคะ จะลงฝั่งเดียวกับอาคารพญาไท เพลส ค่ะ

ซึ่งสถานีนี้เป็นสถานี Interchange เชื่อมไปยัง Airport Rail Link ซึ่งสะดวกมากกับคนที่ต้องการจะเดินทางเชื่อมไปสนามบินสุวรรณภูมิ สามารถลากกระเป๋าขึ้น Airport Rail Link แล้วนั่งยาวไปถึงสนามบินสุวรรณภูมิได้เลย ซึ่งอาจจะลำบากนิดหน่อยตรงที่ต้องลากกระเป๋าจากโครงการมายังสถานี แต่ก็เป็นระยะที่เดินได้สบายๆ ค่ะ

ที่ตัวสถานีเอง ก็จะมีตัวร้านค้าอาหารและเครื่องดื่มต่างๆที่มาเปิดในนี้ด้วย รวมไปถึงมีธนาคารด้วยนะ ด้วยเนื่องในย่านนี้มีแหล่งออฟฟิศ แหล่งงานพอสมควร อีกทั้งมีคอนโดเยอะนี่แหละ

นอกจากนี้ยังมีร้านกาแฟ และฟาสฟู๊ดส์ยอดฮิตอย่าง แม็คโดนัลด์ ด้วย และจากที่เดินสำรวจอาคารรอบๆ สถานีพญาไท ก็พบว่านอกจากย่านนนี้จะเป็นแหล่งออฟฟิศทำงานแล้ว ยังเป็นย่านยอดฮิตสำหรับเรียนพิเศษอีกด้วย

เดินตามทางออก 3 ออกมา ทางลงสถานีจะอยู่ทางซ้ายมือนะคะ

ชะแว๊บมองออกมาที่แยกพญาไทสักหน่อย แยกนี้ก็เป็นอีกแยกหนึ่งที่มักจะมีรถติดอยู่ตลอดนะคะ แต่สำหรับคนที่ต้องการเลี้ยวเข้าศรีอยุธยาจะมีทางแยกให้เลี้ยวซ้ายผ่านตลอด ช่วยให้การเดินทางสะดวกขึ้น และสำหรับแยกในย่านนี้จะมีสะพานข้ามแยกด้วย แต่ออกมาจากที่ตั้งโครงการจะขึ้นสะพานข้ามแยกไม่ทันนะคะ ถ้าจะใช้สะพานข้ามแยกต้องไปกลับรถค่ะ

เดินลงมาจากสถานี BTS แล้ว จะต้องข้ามถนนไปฝั่งตรงข้ามนะคะ ซึ่งทางข้ามจะข้ามได้หลายจุดนะคะ ทั้งทางข้ามที่หน้าโรงเรียนสันติราษฎร์วิทยาลัย และทางข้ามตรงแยกเลย สำหรับวันนี้จะพาข้ามตรงแยกเลยนะคะ เพราะวันนี้มีการปรับปรุงทางเท้าฝั่งหน้าโรงเรียนอยู่ค่ะ

แม้ว่าถนนศรีอยุธยาจะเป็นถนนใหญ่ 4 เลน แต่ทางม้าลายที่อยู่ใกล้โครงการจะเป็นทางม้าลายใต้สะพานข้ามแยก ข้ามไม่ยาก เพราะถูกแบ่งเป็น 2 ช่วงช่วงละ 2 เลน จึงไม่ต้องข้ามถนนใหญ่ทีเดียว

หัวมุมถนนฝั่งเดียวกับโครงการเป็นโรงเรียนสอนภาษาอังกฤษชื่อดัง Baptist Student Center

อย่างที่บอกไปว่าย่านนี้มีออฟฟิศและที่เรียนพิเศษเยอะ ก็จะเห็นความคึกคักอย่างบนทางเท้าจะมีร้านรถเข็นขายอาหารค่ะ

เดินมาอีกนิดจะผ่านคอนโดพญาไทเพลส โครงการแรกๆในย่านนี้ที่สร้างเสร็จตั้งแต่ปี 2538

บริเวณหน้าคอนโดจะมีพี่วินคอยให้บริการอยู่ วินนี้เป็นวินที่อยู่ใกล้โครงการที่สุดอยู่ห่างจากโครงการ Ideo Mobi พญาไท ประมาณ 90 ม. ค่ะ

ติดกับพญาไทเพลสจะมีร้านสะดวกซื้อ 7-11

ถัดมาเป็นคอนโดสูงอีกแห่งหนึ่ง คือ เบญจศรีคอนโดมิเนียม คอนโดตัวแรกๆในย่านนี้อีกโครงการหนึ่ง ที่สร้างเสร็จตั้งแต่ปี 2528

เดินมาอีกหน่อยผ่านร้านอาหาร Nueng Food Cafe ซึ่งปรับปรุงชั้นล่างของอาคารพาณิชย์มาเปิดเป็นร้านอาหารได้อย่างน่ารัก

ติดกับร้านอาหารเป็นทางเข้าอาคารออฟฟิศ 7 ชั้น ที่อยู่ด้านใน และติดกันกับออฟฟิศก็จะถึงที่ตั้งโครงการแล้วค่ะ

บริเวณหน้าโครงการ Ideo Mobi มีการออกแบบด้านหน้าโครงการแบบเปิดโล่ง ทำให้คนจากภายนอกสามารถเข้ามาช้อปปิ้ง Max Value ได้สะดวก การเปิดโล่งแบบนี้ทำให้โครงการดูโปร่งโล่ง ไม่อึดอัด แต่ทางโครงการก็ต้องเข้มงวดในเรื่องระบบรักษาความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัยด้วยค่ะ

ถัดไปจากโครงการเป็นรั้วบ้านของแปลงที่ดินที่อยู่ติดกัน

มาดูที่ถนนศรีอยุธยากันบ้าง ถนนในย่านนี้รถค่อนข้างติด แต่ตัวโครงการดันตั้งอยู่ตรงถนนศรีอยุธยาในจุดที่ใกล้แยก จึงเลยตีนสะพานข้ามแยกไปจตุรทิศแล้ว ต้องตรงไปติดไฟแดงสถานเดียว สำหรับถนนฝั่งหน้าโครงการยังมีข้อดีที่จะติดน้อยกว่าฝั่งที่มุ่งไปทางพระราม 6 เพราะบนถนนพระราม 6 มีสถานที่สำคัญอย่าง รพ. รามาธิบดี, กรมทางหลวง และใช้เป็นทางไปราชวิถีโดยไม่ต้องผ่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิได้

 

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • BTS + Airport link พญาไท ~ 190 ม.
  • อาคารวรรณสรณ์ ~ 240 ม.
  • อาคารศิริภิญโญ ~ 290 ม.
  • กรมปศุสัตว์ ~ 500 ม.
  • พญาไทพลาซ่า ~ 400 ม.
  • CP Tower 3 ~ 210 ม.
  • Century Mall ~ 700 ม.
  • รพ.พญาไท 1 ~ 850 ม. 
  • King Power ~ 900 ม. 
  • เซ็นเตอร์วัน ~ 1.2 กม. 
  • Pantip Plaza ~ 1.4 กม.
  • รพ.รามาธิบดี ~ 1.4 กม.
  • Platinum Fashion Mall ~ 1.7 กม. 
  • พาลาเดียม ~ 1.8 กม. 
  • Siam (Square, Center, Discovery, Paragon) ~ 2 กม. 
  • มาบุญครอง MBK ~ 2 กม. 
  • Tesco Lotus พระราม 1 ~ 2.1 กม. 
  • Big C ราชดำริ ~ 2.5 กม. 
  • จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ~ 2.8 กม. 
  • Central World ~ 2.8 กม. 


เจาะลึกตัวโครงการ

Ideo Mobi พญาไท เป็นคอนโด High Rise 24 ชั้น 1 อาคาร 316 ยูนิต , ชั้นที่จอดรถตั้งแต่ชั้น 1 – 7 และห้องพักอาศัยตั้งแต่ ชั้น 3-24, ที่จอด 129 คันคิดเป็น 40% ห้องพักอาศัยของที่นี่มีให้เลือกหลากหลายทั้ง 1 Bed 20.78-30.53 ตร.ม./ 2 Bed 42.41-51.63 ตร.ม./Duplex 41.66-60.53 ตร.ม. ฝ้าเพดานสูง 2.60 เมตร โครงการสร้างแล้วเสร็จประมาณปี 2557 (คศ. 2014)

ตัวอาคารถูกออกแบบในสไตล์โมเดิร์นด้วยสีเทาเป็นหลัก ตกแต่งอาคารด้วย Fin สีขาว ทำให้ดูมีลูกเล่น ไม่ทึบตัน ภาพรวมอาคารดูไม่หวือหวามากนักแต่มองแล้วอยู่ได้นานไม่ตกไปกับยุคสมัยค่ะ

มาดู Master Plan โครงการกันต่อ จากหน้าทางเข้าโครงการเมื่อผ่านป้อม รปภ. เข้ามาการเดินรถจะเป็นวันเวย์รอบโครงการ มีที่จอดรถในตึกที่ชั้น 1 อยู่ไม่กี่ที่ ส่วนใหญ่ต้องขึ้นไปจอดรถในอาคาร ด้านหน้าจะเป็น Max Value ซึ่งก็เป็นตัวช่วยให้แก่ลูกบ้านที่อยู่อาศัยได้มากเลยนะคะ เพราะมีครบทั้งของใช้และอาหารสำเร็จรูป สำหรับสวนส่วนกลางในชั้นนี้จะจัดไว้บริเวณหน้าโครงการเป็นพื้นที่ Buffer Zone ที่กั้นพื้นที่ภายในโครงการออกจากทางเดินหน้าโครงการ ส่วนในอาคารมีแค่ Lobby, Mail Roomและนิติบุคคล ที่นี่มีลิฟท์โดยสาร 2 ตัว และ Service Lift 1 ตัว อัตราส่วนลิฟท์จะอยู่ที่ 158 :  1 ถือว่าไม่น้อยแต่ก็อยู่ในสัดส่วนที่ไม่มากไปนัก

บริเวณด้านหน้าโครงการมีทางเข้า – ออกรถแยกไว้ชัดเจน ผู้ที่จะนำรถเข้าโครงการจะถูกสกรีนด้วยพี่ รปภ. ชั้นหนึ่งก่อน จึงจะสามารถผ่านเข้าไปได้ หลายคนอาจจะงงๆ ว่าแล้วไม่ต้องแสกนบัตรหรือ? คำตอบก็คือไม่ต้องแสกนที่หน้าทางเข้าตรงนี้ แต่หากจะขึ้นที่จอดรถบนอาคารต้องแสกนบัตร

สำหรับโครงการนี้การออกแบบระบบความปลอดภัยจะเน้นไปที่ด้านในตัวอาคารแทน ส่วนหนึ่งผู้ออกแบบน่าจะเน้นความสะดวกในการเข้ามาซื้อของใน Max Value ที่ด้านหน้าโครงการค่ะ

นอกจากทางเข้าของรถยนต์ ทางเดินเข้าโครงการก็จะเปิดโล่งแบบนี้ บันไดกว้างเดินสบายดี แต่ตอนกลางวันจะร้อนไปหน่อย

สวนในชั้น Ground Floor ถูกจัดมาให้อยู่หน้าโครงการทั้งหมด ไม่กว้างมากแต่ยาวตลอดหน้าโครงการ ดังนั้นประโยชน์การใช้งานหลักๆ น่าจะใช้เป็นตัวแบ่งเขตที่ดินและเป็น Buffer Zone ระหว่างทางเดินภายนอกโครงการ กับพื้นที่อยู่อาศัยภายในโครงการมากกว่า

ผ่านเข้ามาด้านในจะพาไปชม Max Value กันก่อนว่าสาขานี้มีอะไรขายบ้าง

ภายใน Max Value หน้าโครงการมีของขายเยอะมาก ทั้งของกินของใช้ครบครัน ถ้าไม่อยากขึ้นไปทานบนห้อง จะนั่งทานในนี้ก็มีโต๊ะเก้าอี้ เตรียมไว้ให้ด้วย

จุดแข็งของ Max Value คือมีขายอาหารสำเร็จรูปที่ทำสดวันต่อวัน (ไม่ใช่อาหารแช่แข็ง) ถ้าอยากให้ร้อนหน่อยก็นำไปเวฟแล้วทานได้เลย นอกจากนี้ยังมีพวกผักสด ผลไม้สด ขายอีกด้วย

เดินผ่าน Max Value มาทางด้านข้างอาคาร คือโครงการนี้เค้าหลบ Lobby ให้มาเข้าทางด้านข้างอาคารแทน เพื่อช่วยเรื่องความเป็นส่วนตัวของผู้อยู่อาศัยให้แยกไกลออกมาจาก Max Value หน่อยค่ะ

บริเวณหน้า Lobby จะมี Drop Off ที่ลูกบ้านสามารถแวะจอดส่งคนตรงนี้ก่อนได้ สำหรับประตูทางเข้า Lobby จะต้องใช้ Key Card ตั้งแต่ตรงนี้เลยนะคะ ซึ่งโครงการส่วนใหญ่จะให้แขกของลูกบ้านสามารถเข้ามานั่งรอด้านในได้ แต่สำหรับโครงการนี้มี Max Value อยู่ด้านหน้า คนภายนอกจึงเข้ามาในโครงการได้สะดวก ทำให้ทางโครงการเน้นความปลอดภัยในตัวอาคารจึงต้องให้ลูกบ้านมาเปิดประตูให้ตั้งแต่ Lobby เลยค่ะ

ผ่านหน้า Lobby มา ฝั่งซ้ายมีช่องให้จอดรถใต้ตึกอยู่ 2-3 ช่อง และมีช่องสำหรับจอดขนานอาคารเพิ่มด้วย

ภายในที่จอดรถใต้ตึกแบ่งเป็นที่จอดรถมอเตอร์ไซค์และจักรยานไว้เรียบร้อย จากตรงนี้ก็มีทางเดินขึ้นไปหน้า Lobby ได้เลย

นอกจากนี้ทางโครงการยังติดตั้งเครื่องส่งผ้าซัก อบ รีด และตู้ช้อปปิ้งของ Tesco Lotus ผ่านแอปอีกด้วย โดยจะใช้บริการของ Kerry Express มารับส่งให้ ส่วนตัวยังไม่เคยลองใช้เลยค่ะ ไม่รู้เสียค่าบริการเท่าไหร่ เพื่อนๆคนไหนเคยลองแล้วมาแชร์ข้อมูลกันได้นะคะ

ตรงมาเรื่อยๆ ตามทางวนรถรอบโครงการ ก็จะเห็นถึงความเรียบร้อยดี มีติดกระจกส่องรถบริเวณทางโค้ง และติด CCTV ไว้โดยรอบโครงการค่ะ

ที่จอดรถใต้ตึกในชั้น Ground Floor นี้ สังเกตุดูช่องจอดจะค่อนข้างสูง ถ้าใครขับรถที่มีความสูงเป็นพิเศษเกิน 2.1 ม. ก็คงต้องหาช่องจอดในชั้นนี้เอานะคะ

ตรงมาเรื่อยๆจะมีทางเข้าที่จอดรถในอาคารอยู่ทางฝั่งซ้าย บริเวณนี้จะมีพี่ รปภ. นั่งอยู่ ช่วยดูแลความเรียบร้อยโดยรอบอาคารอีกชั้นหนึ่ง

ทางขึ้นที่จอดรถจำกัดความสูงที่ 2.1 ม. สำหรับระบบรักษาความปลอดภัยจะต้องใช้ Key Card เท่านั้นนะคะ

วนเข้ามาภายในที่จอดรถ โครงการทำได้โปร่งโล่งดี

มีขนาดช่องเดินรถและช่องจอดรถที่ได้มาตรฐาน

ด้านข้างมีห้องน้ำส่วนกลางที่เชื่อมกับชั้นจอดรถด้วย แบ่งเป็นชาย หญิง เรียบร้อย

ต่อไปจะพาเข้ามาดูในตัวอาคารกันบ้าง เริ่มจากที่ Lobby ของอาคาร ตกแต่งในสไตล์โมเดิร์น เรียบง่าย ได้แสงธรรมชาติจากภายนอกส่องผ่านเข้ามาทำให้บรรยากาศดูอบอุ่นดี

ภายในจัดชุดโซฟานั่งเล่นไว้ตามมุมต่างๆ

จากที่สอบถามคือบริเวณนี้เป็นมุมที่ลูกบ้านทั้งนักเรียน นักศึกษา มักใช้มานั่งติว อ่านหนังสือกัน

ส่วนของโถงลิฟต์สำหรับขึ้นไปส่วนพักอาศัย จะต้องใช้ Key Card อีกชั้นหนึ่งค่ะ

บรรยากาศภายในโถงลิฟต์ดูโปร่งๆ เรียบง่ายดี ส่วนฝั่งขวาจะมีห้อง Mail Box อยู่ในส่วนนี้ด้วยค่ะ

ขึ้นมาที่ชั้น 3 พื้นที่ส่วนใหญ่จะเป็นที่จอดรถ และเป็นชั้นแรกที่เริ่มมีห้องพักอาศัยแล้วค่ะ ซึ่งก็คาดว่าน่าจะสูงกว่าแนวสะพานข้ามแยกแล้ว โดยชั้นนี้จะมีห้องพักอาศัยอยู่เพียง 6 ห้องเท่านั้น ซึ่งจากชั้นนี้สามารถเชื่อมไปยังที่จอดรถได้เลยนะคะ

ส่วนผังชั้น 4 เป็นที่จอดรถ และ unit ขายเหมือนชั้น  3  แต่ห้องนี้สูงขึ้นมาหน่อย ห้อง 21 ตรม ด้านหน้าติดถนนเลยดูน่าจะโอกว่าชั้น3

 

ขึ้นมาที่ชั้น 8 เป็นชั้นที่มี Facility ส่วนกลางหลักทั้งหมด ซึ่งประกอบไปด้วย

  • Fitness
  • สระว่ายน้ำขนาด 3.45 x 20 เมตร
  • ห้องสมุด
  • สวน
  • ห้องซักผ้า
  • ลิฟท์โดยสาร 2 ตัว ลิฟท์ดับเพลิง 1 ตัว

การจัดตำแหน่งของโถงลิฟต์ที่เชื่อมต่อกับพื้นที่ส่วนกลางเลย ไม่ต้องเดินผ่านห้องพักอาศัย เป็นข้อดีที่ทำให้ห้องพักอาศัยในชั้นนี้ไม่ต้องเสียความเป็นส่วนตัวไป สำหรับห้องพักอาศัยบนชั้น 8 นี้มีหลายแบบให้เลือกทั้งแบบห้อง 1 Bed, 2 Bed และห้อง Duplex ติดสระและสวน แบบ Pool & Garden View (จะไม่ใช่ห้องแบบห้อง Sky Home นะคะ ใครยังไม่เคยอ่านแบบห้อง Sky Home สามารถคลิกอ่านได้ที่นี่เลยค่ะ)

ห้องพักอาศัยในชั้นนี้จะมีเพียง 2 ฝั่งคือฝั่งที่เป็นห้อง Duplex ได้วิวสระและสวน / อีกฝั่งหนึ่งคือห้องแบบ 1 Bed, 2 Bed ที่หันไปทางทิศตะวันออก ความสูงของห้องในชั้นนี้จะเลยตึกข้างๆแล้ว แต่ทั้ง 2 ฝั่งจะถูกบล๊อกวิวด้วยคอนโดสูงในระยะไกลนะคะ

ออกจากลิฟต์มาก็เลี้ยวซ้ายเข้าสู่พื้นที่ส่วนกลางหลักๆ ของโครงการได้เลยค่ะ

มีป้ายและลูกศรติดไว้อย่างน่ารัก ว่าส่วนกลางมีอะไรบ้างนะคะ

ห้องแรกคือห้องสมุด (Library) ซึ่งกำลังมีการปรับปรุงห้องอยู่จึงไม่ได้ถ่ายรูปมาฝากกันนะคะ เดินต่อมาฝั่งซ้ายมีคือห้อง Laundry ตรงไปจะมีห้องน้ำส่วนกลาง และห้องที่ตรงกับทางเดินคือห้อง Fitness ค่ะ

ภายในห้อง Laundry ก็มีเครื่องซักผ้าไว้บริการแบบนี้ หากห้องไหนไม่ได้ซื้อเครื่องซักผ้าเป็นของตัวเอง ก็สามารถมาใช้เครื่องหยอดเหรียญได้เลย

ถัดมาเป็นห้องน้ำส่วนกลางค่ะ

ภายในไม่ได้มีพื้นที่กว้างมากนัก แต่ก็พอใช้งานได้

แบ่งเป็นห้องน้ำไว้อีก 2 ห้องย่อยประมาณนี้

ต่อไปเป็นห้อง Fitness ซึ่งกั้นไว้ด้วยกระจก ทำให้ห้องดูโปร่ง น่าใช้งานนะคะ

ภายในห้องติดตั้งเครื่องออกกำลังกายไว้ให้เรียบร้อย เวลาออกกำลังกายไปก็จะเห็นวิวภายนอกอาคาร แต่ช่วงที่มาถ่ายรูปนี้ทางโครงการมีการปรับปรุงห้องอยู่ จึงจะได้รูปไม่สวยนักแต่ก็แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจของนิติบุคคลนะคะ ว่ายังคงดูแลตัวอาคารให้อยู่ในสภาพดี

เดินผ่านห้อง Fitness มาตามทางจะมาถึงทางเข้าสระว่ายน้ำ

เข้ามาภายในบริเวณสระว่ายน้ำ ด้านข้างประตูจะมีจุดติดตั้ง Shower สำหรับล้างตัวก่อนลงสระ

สระว่ายน้ำขนาดประมาณ 3.5 x 20 ม. ถ้าว่ายสวนกันแนวยาวคนได้แค่ 2-3 คน โดยการออกแบบส่วนใหญ่จะเน้นเป็นพื้นที่นั่งเล่นริมสระเสียมากกว่า

โดยบริเวณริมสระน้ำจะมี Day Bed ให้มานอนชมวิวริมสระ

ก็จะได้วิวทาทิศตะวันตก เป็นวิวฝั่งคอนโด The Address ประมาณนี้ค่ะ

นอกจากนี้การออกแบบพื้นที่ภายในสระมีการทำกระถางต้นไม้ไว้ภายใน เพื่อเพิ่มบรรยากาศให้ดูร่มรื่นด้วย

และยังมีบ่อ Jacuzzi ไว้ให้นั่งเล่นผ่อนคลายอีกด้วยค่ะ

อย่างไรก็ตามด้วยตำแหน่งของสระที่ถูกจัดไว้ทางทิศตะวันตก ทำให้การใช้งานเหมาะจะมาใช้แค่ในช่วงเช้า และช่วงเย็น หลังจากที่แดดร่มไปแล้วเท่านั้น

พื้นที่ทางเดินริมสระว่ายน้ำ จะติดกับห้องพักด้านข้าง ซึ่งห้องในตำแหน่งข้างๆ นี้จะเป็นห้อง Duplex ชั้นล่างของห้องจะเป็นห้องรับแขกนั่งเล่นที่สามารถมองออกมาเห็นสระว่ายน้ำได้เลย แต่ก็จะเสียในเรื่องของ Privacy ซึ่งก็เป็นปกติของห้องที่อยู่ติดกับส่วนกลางอยู่แล้วค่ะ

เงยหน้ามองขึ้นดูด้านบนอาคารสักนิด ที่เคยบอกไว้ว่าอาคารถูกตกแต่งด้วย Fin สีขาว ก็คือ ส่วนที่เห็นอยู่พวกนี้ ซึ่งนอกจากจะช่วยในเรื่องความสวยงามแล้ว ยังช่วยเป็นกันสาดเล็กๆ ให้กับห้องพักอาศัย ที่พอจะช่วยกันฝนกันแดด ไม่ให้โดนห้องตรงๆ ได้อยู่บ้าง

เดินผ่านสระว่ายน้ำเข้ามาด้านใน เพื่อพื้นที่นั่งเล่นริมสระ ที่ทางโครงการจัดไว้เป็น Day Bed และ ชุดโต๊ะเก้าอี้ สำหรับนั่งคุยกัน หรือนั่งทำงานก็ได้

มีชุดโต๊ะเก้าอี้ให้เลือกหลายแบบตามนี้ ซึ่งก็จะติดตั้งกล้อง CCTV ไว้เพื่อรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ส่วนกลางด้วย

ขึ้นมาที่ชั้น 9 จะเริ่มเป็นห้องพักอาศัยทั้งชั้น มีจำนวนห้องพักเพิ่มขึ้นเป็น 19 ห้อง การจัดวางผังทางโครงการออกมาให้เลือกหลายแบบ มีให้เลือกทั้งห้อง 1 Bed/ 2 Bed ปนกับชั้น 2 ของห้อง Duplex Pool & Garden View ถ้าใครอยู่ทิศตะวันตกจะได้วิวสระและสวนนะ แต่ก็จะต้องแลกกับแดดร้อนๆ ของทิศนี้ค่ะ การแบ่งห้องพักทำได้ดีนะคะ ห้องส่วนใหญ่จะเป็นห้องหน้ากว้าง ซึ่งมันเด่นเรื่องการจัดวางห้องให้ได้ความโล่ง ลงตัวดูกว้างอยู่สบายและดีกว่าห้องหน้าแคบลึกแบบเดิมๆ อยู่แล้ว

ขึ้นมาดูผังชั้น 10-21 มีให้เลือกทั้งแบบห้อง 1 Bed/ 2 Bed เหมือนชั้น9 แต่ไม่มี Duplex ที่น่าสนใจเพิ่มขึ้นมาคือห้องชั้นสูงๆ ด้านติดถนน (ซ้ายมือ) และด้านที่ติดกับสถาบันโรคไตภูมิราชนครินทร์ (ขวามือ) ยิ่งชั้นสูงขึ้นมาจะยิ่งได้วิวเมืองที่โล่งขึ้นด้วย 2 ด้านนี้ไม่ร้อนและได้วิวดีนะคะ ส่วนห้องทางทิศตะวันออกที่ติดกับอาคารสำนักงาน 7 ชั้น เป็นด้านที่ไม่ร้อนเช่นกัน แต่วิวจะโดนบล๊อกระยะไกลด้วยคอนโดสูงค่ะ

ขึ้นมาที่ผังชั้น 22 นี้ มีข้อแตกต่างจากชั้น 10-21  อยู่ที่มีห้องหน้ากว้างสวยๆ โผล่มาอีกหนึ่งห้องค่ะ คือห้อง 22-18A ขนาด 42.41 ตรม ส่วนวิวจะเหมือนกับชั้น 10-21 เลย แต่จะได้วิวที่โล่งขึ้นอีกด้วย

บริเวณโถงลิฟต์ในชั้นอยู่อาศัยค่ะ มีลิฟต์อยู่ 2 ตัวค่ะ เป็นแบบล็อกชั้น

ฝั่งตรงข้ามลิฟต์ ทางโครงการติดเลขบอกชั้นไว้เรียบร้อย

บรรยากาศบริเวณโถงทางเดิน จะได้แสงธรรมชาติจากหน้าต่างของอาคาร ทำให้ทางเดินดูโปร่ง น่าอยู่อาศัย

ส่วนชั้น 23-24 จะเป็นชั้นที่มี Unit Duplex เกือบจะทั้งหมดเลยนะคะ ยกเว้นห้องหน้ากว้าง 23-18A ห้องมุม 23-16 และห้องมุม 23-9 ใครฝันอยากได้ห้อง Duplex แต่งบไม่ได้มากมาย ก็มี Duplex ขนาดประมาณ 41 ตรม ให้เลือกด้วยนะ ชั้น 23-24 นี้ ทุกห้องได้วิวดีหมด ยกเว้นห้องทิศตะวันตกที่จะถูกบล๊อกวิวด้วยคอนโด The Address ค่ะ

มาดูวิวรอบๆโครงการกันต่อ ด้านหน้าติดถนนศรีอยุธยาเป็นทิศใต้ค่อนไปทางตะวันตกเล็กน้อย เป็นด้านที่ปลอดภัยจากการโดนบล๊อควิว เพราะติดถนนและตรงข้ามโรงเรียน ด้านหลังโครงการเป็นทิศเหนือค่อนไปทางตะวันออก ปลอดภัยจากการโดนบล๊อควิวเช่นกัน ถ้ายังยึดตามกฎหมายผังเมืองปัจจุบัน ส่วนด้านข้างทางทิศตะวันออก อยู่ติดอาคารสำนักงาน 7 ชั้น ถัดไปก็เป็นคอนโดสูงไล่เลี่ยกัน วิวอาจจะไม่เท่าไร แต่ไม่ร้อน ด้านข้างฝั่งทิศตะวันตกเป็นด้านที่วางสระและสวนไว้ ด้านนี้หันมาทาง The Address คอนโดหรู ที่เป็นวิวที่สวยแต่ร้อน และเสี่ยงต่อการโดนบล๊อควิวในอนาคต หากเจ้าของบ้าน 1-2 ชั้นที่อยู่ติดกันเกิดขายหรือทำโครงการค่ะ

วิวมุมสูงประมาณชั้น 20 กว่าๆ ทางฝั่งทิศตะวันตกเฉียงเหนือ จะได้วิวโล่งๆ ของพื้นที่สถาบันทหาร

วิวมุมสูงประมาณชั้น 20 กว่าๆ ทางฝั่งทิศตะวันออกเฉียงเหนือ จะได้วิวโล่งๆ ของพื้นที่สถาบันทหาร แต่พอเป็นฝั่งติดถนนพญาไท ก็จะเห็นอาคารสูงๆ ในระยะไกลด้วย

วิวฝั่งทิศตะวันตก ภาพรวมโดยรอบคือเป็นอาคารที่ไม่สูงเกิน 8 ชั้น แต่ก็จะมีอาคารริมถนนศรีอยุธยาอย่าง คอนโด The Address บังวิวทางฝั่งนี้อยู่ค่ะ

วิวฝั่งทิศใต้ ฝั่งนี้ถูกการันตีว่าจะไม่โดนบล๊อกวิวด้วยอาคารสูง เพราะฝั่งตรงข้ามเป็นโรงเรียนค่ะ

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • สระว่ายน้ำขนาด 3.5 x 20 เมตร
  • ห้องออกกำลังกาย 1 ห้อง
  • สวนหย่อมรอบโครงการ
  • Library
  • ลิฟท์โดยสาร 2 ตัว/อาคาร
  • อัตราส่วนลิฟท์ 158 :  1
  • Service Lift 1 ตัว
  • ที่จอดรถประมาณ 129 คันคิดเป็น 40 %
  • ระบบ CCTV / Access Card

 


Product Walkthrough

หลังจากที่พาไปดูพื้นที่ส่วนกลางของโครงการกันเรียบร้อยแล้ว ก็จะพามาดูแบบห้องกันต่อ สำหรับใครที่สนใจว่าจะเลือกห้องพัก Type ไหนดี จะบอกว่าโครงการนี้ทำแบบห้องออกมาให้เลือกเยอะมาก ทั้งแบบ 1 Bed / 2 Bed / Duplex และทำออกมาให้เลือกหลายขนาด

แบบห้องใน Type 1 Bedroom ขนาด 20.78-30.36 ตร.ม.

แบบห้องใน Type 2 Bedroom ขนาด 41.85-51.63 ตร.ม.

แบบห้องใน Type Duplex ขนาด 41.66-60.53 ตร.ม.

ซึ่งการวิเคราะห์แบบห้องทั้งหมดนี้ทางคุณบีม เคยเขียนวิเคราะห์ผังห้องแต่ละแบบโดยละเอียดไว้แล้วนะคะ สามารถติดตามอ่านได้ที่นี่เลย

 

ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 8 March 2017

ราคาต่อตารางเมตรในปัจจุบัน ต้นปี 2017 ของโครงการ Ideo Mobi พญาไท จากที่หาข้อมูลส่วนตัวที่ประกาศขายมือสอง ราคาตั้งขายจะอยู่ที่ประมาณ 158,000 – 190,000 บาท/ตร.ม. โดยเดิมที่โครงการนี้ขายแบบ Fully Furnished พร้อมเข้าอยู่เลยนะคะ ซึ่งตอนเปิดตัวสมัยช่วงปลายปี 2012 ตอนนั้นราคาขายอยู่แถวๆตารางเมตรละ 128,000 – 144,000 บาท/ตร.ม. แล้วแต่วิวแล้วแต่ห้องค่ะ

**ซึ่งราคาที่นำมาประกอบในบทความนี้เป็นการหาข้อมูลคร่าวๆโดยส่วนตัวของผู้เขียนเองนะคะ (ซึ่งอาจจะไม่ได้เป็นราคาที่แน่นอนเสมอไปค่ะ)

 


เจาะลึกรวบยอด

บทสรุปโครงการของรีวิวนี้จะพูดถึงในแง่ของสภาพโครงการและบรรยากาศโครงการภายใน สำหรับโครงการมือ 2 ที่สร้างเสร็จและมีคนเข้าอยู่แล้วมาเป็นเวลา 3 ปีนะคะ ส่วนบทสรุปเดิมจะมีของ Mr. Oe ที่ได้เคยสรุปเอาไว้แล้วดังนี้

IDEO Mobi พญาไท โครงการนี้ เป็นโครงการที่อยู่ในทำเลที่ดีมาก ที่ดินทำเลนี้ลักษณะนี้มีเหลือไม่มากแล้ว และไม่ค่อยมีใครกล้าเอามาพัฒนาที่อยู่อาศัยให้ได้ราคาที่คนทั่วไปสามารถหยิบได้คือสองล้านกว่าบาท แต่เจอราคาเปิดตัวต่อตารางเมตรที่ 130,000 บาทนี้ผมว่าหลายคนมีสะอึก เพราะถึงรู้ว่าของเค้าดีทำเลสวย แต่ทำใจไม่ได้ที่ราคามันไปขนาดนั้นแล้ว ก็อยากจะขอให้ปรับใจนะครับ เหมือนโครงการ IDEO Q พญาไท เมื่อสามสี่ปีก่อน มีแต่คนบ่นว่าตั้งราคา 8x,xxx บาทต่อตารางเมตรจะขายได้ยังไง แพงขนาดนี้ ปัจจุบันราคาต่อตารางเมตรของ IDEO Q ไปนู่น  120-130,000 บาทต่อตรม เรียบร้อยแล้ว และก็หมดไปนานแล้วด้วย

ทำเลโครงการนี้คงไม่มีใครติดใจ ผมว่าเราทราบกันดี ว่าทำเลนี้ “ดี” แต่ดีพอและเหมาะสมกับราคามั้ย อยากให้ดูตึกที่อยู่รอบๆอีกที The Address, IDEO Q แตะ 130,000 บาท ต่อตารางเมตรไปแล้ว Villa ราชเทวี 110,000 ไปแล้ว หายากแล้วด้วย ทั้งสามโครงการนี้ ห้องสวยๆ แทบหาไม่ได้ และต้องมีเงินเกินสี่ล้านไกลๆถึงจะเป็นเจ้าของได้นะครับ

IDEO Mobi พญาไท มีห้อง 21 ตารางเมตร, ห้อง 30 ตารางเมตร ขายเริ่มต้น 2.688 ล้าน ถ้ามีเงินประมาณนี้ แล้วอยากได้คอนโดเกรดนี้ ทำเลนี้ มันไม่มีทางเลือกและตัวเปรียบเทียบเลย ผมคาดว่า ห้อง 21 ตรม ของ Mobi พญาไทคงขายหมดอย่างไม่ยากนัก

คุณภาพวัสดุของ Mobi ตัวใหม่เทียบกับรุ่นพี่ IDEO Q รวมๆแล้ว Mobi  ดีกว่านะครับ แต่อย่าลืมว่าตอนนั้น Q เค้าสร้างขายที่ราคาแปดหมื่นกว่าบาทต่อ ตรม วัสดุของQ  จึงเหมาะสมกับราคาแปดหมื่นกว่าบาทแล้ว แต่ Mobi ตั้งราคา 130,000 บาท วัสดุที่ได้ รวมถึงปริมาณของที่ให้ จึงน่าจะต่ำกว่าที่ควรจะต้องได้

แบบการดีไซน์ของ IDEO Mobi ที่มีนวัตกรรมใหม่ๆและการออกแบบห้องที่ลงตัว ใช้พื้นที่เล็กๆได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ทำให้ผมรู้สึกว่า IDEO Mobi ออกแบบได้ดีครับ คำอธิบายอยู่ในบทวิเคราะห์ต่างๆที่เคย Publish ไปแล้ว

สาธารณูปโภคส่วนตัวเห็นว่ายังไม่พอในเรื่องของ Size เพราะว่าการซอยห้องให้เล็กลงทำให้มีจำนวนยูนิตมากขึ้น เป็นเหตุให้การดีไซน์สาธารณูปโภคแบบเดิมใช้ไม่ได้ ต้องปรับให้กว้างขึ้นใหญ่ขึ้น เพื่อที่จะรองรับจำนวนยูนิตที่มากขึ้น ปัจจุบันมีครบแต่มีเล็กเกินไปครับ เช่น สระว่ายน้ำ ขนาด 3.5x 20 เมตร เนี่ย ว่ายสวนกันลำบากแย่

พื้นที่จอดรถคิดเป็น 40% ของจำนวนยูนิต สำหรับที่ IDEO Mobi พญาไท ถือว่าน้อยสำหรับคอนโดเกรดนี้ รวมถึง Lift โดยสาร 2 ตัวต่อ 316 ห้องก็ถือว่าน้อยเกินไปเช่นกัน

จุดขายของ ANANDA คือขายความสะดวกติดรถไฟฟ้า ทุกโครงการอยู่ในระยะติด หรือไกล้สถานีรถไฟฟ้ามากๆทั้งสิ้น โครงการ Mobi พญาไท หากซื้อหาให้ลูกหลานสะดวกเรียนพิเศษ หรืออยู่เองเพื่อทำงานวันธรรมดา กลับบ้านวันหยุด โดยจำเป็นต้องเลือกทำเลแถวนี้ ผมกล้าฟันธงได้ว่า คุ้มแล้ว กับราคานี้ แต่ถ้าจะซื้อเก็งกำไรก็ไม่แน่ใจว่าจะปรับราคาขึ้นไปได้อีกไหม ส่วนการปล่อยเช่าสำหรับนักลงทุน ประเมินค่าเช่าน่าจะได้  6% ขึ้นไปสำหรับห้อง 1 Bedroom ซัพพลาย ยังขาดมากครับ ที่พักไกล้ๆ BTS พญาไท ระดับราคาหมื่นกลางๆ เรียกว่าธรรมดามาก แต่ห้องที่ราคาสูงๆคงลำบากหน่อยครับ ตัวเลือกอื่นที่ดีและหรูกว่า โซนอื่นๆมันจะเป็นตัวเทียบด้วย

หลังจากโครงสร้างเสร็จ 3 ปีผ่านไป การดูแลรักษาและบริหารโครงการของนิติบุคคล นั้นก็เห็นว่ายังสภาพแวดล้อมและบรรยากาศโครงการยังน่าใช้งาน ลูกบ้านกลุ่มหลักๆ จากที่สังเกตุมาเห็นว่าอยู่อาศัยก็คือกลุ่มคนทำงานในย่านพญาไท และนักเรียน นักศึกษา ซึ่งราคาขายมือ 2 ในปัจจุบันนั้นราคาพุ่งขึ้นไปพอสมควรตกตารางเมตรอยู่ที่ประมาณ 158,000 – 190,000 บาท/ตร.ม. หรือราคาแพ็กเกจประมาณ 4-10 ล้านบาท

หากมองในแง่กลุ่มคนลูกบ้านที่กล่าวไปข้างบนแล้ว โครงการนี้ถือว่าเดินทางเข้าได้ง่าย หากเป็นเด็กนักเรียนที่มีพิเศษบ่อยๆก็สามารถเดินไปตึกวรรณสรณ์ได้เลย หรือถ้าทำงานที่ออฟฟิศที่ติดกับสถานีพญาไทก็สามารถเดินไปได้เลยเช่นกัน หรือถ้าไปเรียน/ทำงานในย่านสยามก็นั่งรถไฟฟ้าไปได้สะดวก ตอบโจทย์คนที่หาคอนโดใกล้สยามที่ไม่สามารถสู้ราคาคอนโดใกล้ๆกับสยามหรือราชเทวีไหว ก็ขยับออกมาอีกหน่อยที่พญาไท ซึ่งคอนโด High Rise ในระดับราคาใกล้เคียงกันในย่านนี้มีให้เลือกหลายโครงการ แต่จากที่สังเกตุคือ คอนโดย่านนี้ส่วนใหญ่จะมีขนาดห้องที่กว้าง ทำให้ราคา Package ของห้องค่อนข้างสูง ต่างกับโครงการนี้ที่แบ่งเป็นห้องเล็ก จึงเป็นทางเลือกกับผู้ที่ต้องการคอนโด ใกล้รถไฟฟ้าในทำเลนี้ แต่มีงบประมาณ 4-5 ล้านก็พอจะหาซื้อห้องมือ 2 ขนาดเริ่มต้นของที่นี่ได้ 

Judgement

เนื่องจากเป็นโครงการที่ขายหมดแล้ว ซึ่งปัจจุบันรูปแบบการขายเปลี่ยนแปลงเป็นแบบซื้อต่อกันเอง(มือสอง) ซึ่งค่อนข้างมีความแตกต่างกันไปทั้งเรื่องของวัสดุ การตกแต่งภายในห้อง รวมทั้งเรื่องของราคาที่ค่อนข้างหลากหลายขึ้นอยู่กับทำเลห้องได้อยู่ชั้นสูงหรือชั้นล่าง ตกแต่งครบ ความพอใจราคาจากการตกลงกันระหว่างคนซื้อและคนขาย ดังนั้นจึงไม่สามารถให้คะแนนในรีวิวนี้ได้ค่ะ

 

BOTTOM LINE

Ideo Mobi พญาไท เหมาะกับคนที่มองหาคอนโดพร้อมเข้าอยู่ในเมืองใกล้รถไฟฟ้าพญาไทในระยะที่เดินได้สบาย ทำงานในย่านพญาไทหรือหาซื้อห้องให้ลูกหลานที่เรียนในสถาบันการศึกษาใกล้ๆ เช่น จุฬาฯ เตรียมอุดม เรียนพิเศษที่ตึกวรรสรณ์  ไม่เน้นใช้ส่วนกลาง โครงการแบ่งห้องหลายขนาดทำให้มีห้องขนาดเล็กจึงมีราคา Package ที่เอื้อมถึงได้ง่าย มีงบประมาณระดับ 4-10 ล้าน หรือมีกำลังผ่อนประมาณ 28,000 – 70,000 บาท/เดือน 

ถ้าเห็นว่ารีวิวนี้มีประโยชน์ ช่วยกด LIKE ให้หน่อยนะคะ จะได้มีกำลังใจทำรีวิวถัดๆไปค่ะ

สมัครสมาชิกพร้อมรับข่าวสารเพิ่มเติม (คลิกที่นี่ )

Share

2 Comments

  • ราคาห้องมือสองในปัจจุบัน 158,000 – 200,000 ล้านบาท

    น่าจะใส่หน่วยผิดนะครับ

    • จริงด้วยค่ะ คุณ Bank เป็นราคา/ตร.ม. นะคะ พิมแก้เรียบร้อยแล้ว ขอบคุณที่ทักมานะคะ

Leave a Reply