168 Sukhumvit 36 คอนโด Low Rise สไตล์ญี่ปุ่น ในซอยสุขุมวิท 36 จาก Advanced Living [รีวิวฉบับที่ 1292]

February 25, 2017 08:000 comments

รีวิวฉบับที่ 1292 … สวัสดีค่ะ วันนี้มีริวิวคอนโดน้องใหม่ในย่านทองหล่อมาฝาก กับโครงการ 168 Sukhumvit 36 ซึ่งเป็นโครงการที่มีการร่วมทุนกันระหว่างไทย-จีน-ญี่ปุ่น จึงมีการนำสไตล์ญี่ปุ่นมาใช้ในการออกแบบ ตัวโครงการอยู่ภายในซอยสุขุมวิท 36 (แสนสบาย) ห่างจาก BTS ทองหล่อ ประมาณ 900 เมตร โครงการเป็นคอนโด Low Rise 8 ชั้นที่มีห้องพักแค่ 105 ยูนิตจึงค่อนข้างเป็นส่วนตัว จุดเด่นคือให้วัสดุภายในห้องค่อนข้างดีและห้องพักของที่นี่มียูนิตพิเศษแบบมีลิฟต์ส่วนตัวด้วยหละ

 

Fact @ 21 Feb, 2017

  • 168 Sukhumvit 36 (168 สุขุมวิท 36 )
  • Advance Living Co. Ltd, Joint Venture: L’attrait Asia (Thailand)
  • HIGH CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment คอนโดได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ในเขต : 168 ซอยสุขุมวิท 36 เขตคลองเตย กทม. 10110
  • คอนโด Low Rise 8 ชั้น 1 อาคาร 105 ยูนิต และร้านค้า 1 ยูนิต ขนาด 62.5 ตร.ม.
  • ยูนิตต่อชั้นสูงสุด 19 ยูนิต
  • ที่จอดรถประมาณ 77 % รวมจอดซ้อนคัน
  • ที่ดินประมาณ 314 ตร.วา
  • เริ่มก่อสร้าง :  2017
  • คาดว่าจะแล้วเสร็จ : 2019
  • Studio ขนาด 27.42 – 29.12 ตร.ม.  ราคาเริ่มต้น 2.99 ล้านบาท
  • 1 Bedroom ขนาด 28.81 – 56.6 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 3.80 ล้านบาท
  • 2 Bedrooms ขนาด 64.86 – 85.60 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 8.89 ล้านบาท
  • Penthouse ขนาด 85 – 125 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 12.10 ล้านบาท
  • ฝ้าเพดานสูง 2.60 เมตร
  • ราคาห้อง 4-15 ล้านบาท
  • ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรทั้งโครงการ 135,000 บาท/ตร.ม.
  • ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรต่ำสุด-สูงสุด 119,000 – 145,000 บาท/ตร.ม.
  • เพิ่มเติมข้อมูลทำเลรอบๆ BTS ทองหล่อ ได้ที่: มองหาทำเลน่าอยู่ใกล้รถไฟฟ้า: BTS ทองหล่อ
  • มองหาทำเลน่ากินใกล้รถไฟฟ้า : ทองหล่อ, เอกมัย, สุขุมวิท 36 – 38  คลิกที่นี่
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่

เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วค่ะ

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างค่ะ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด : 13.717071, 100.576263

โครงการ 168 Sukhumvit 36 ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 36 (แสนสบาย) ห่างจาก BTS  ทองหล่อประมาณ 900 เมตร ส่วนสำนักงานขายของโครงการจะอยู่ข้างๆร้านอาหาร My Choice ซึ่งห่างจาก BTS ทองหล่อประมาณ 500 เมตร

ตัวโครงการ 168 Sukhumvit 36 อยู่ในซอยสุขุมวิท 36 หรือซอยแสนสบาย ซึ่งเป็นซอยที่เชื่อมระหว่างถนนสุขุมวิทและถนนพระราม 4 โดยจากโครงการถึงถนนสุขุมวิท มีระยะทางประมาณ  850 เมตร และจากโครงการถึงถนนพระราม 4 มีระยะทางประมาณ 200 เมตร ดังนั้นโครงการจะอยู่ค่อนมาทางพระราม 4 แต่ถนนสุขุมวิทก็ยังเป็นหัวใจหลักที่สามารถใช้เข้า-ออกเมืองอยู่ดี หรือจะใช้ทะลุซอยย่อยต่างๆไปออกถนนเส้นคู่ขนานอย่างถนนพระราม 4 เพื่อไปสาทร สีลมหรือจะไปเพชรบุรีก็ได้

โดยถนนสุขุมวิทช่วงทองหล่อนี้จะเป็นจุดที่มีการจราจรหนาแน่นทั้งฝั่งเลขคู่และเลขคี่เลย เนื่องจากเป็นจุดที่คนใช้เดินทางไป-มาระหว่างถนนสุขุมวิท ถนนพระรามสี่ และถนนเพชรบุรี ผ่านซอยน้อยใหญ่ต่างๆ ซึ่งรถติดทุกเส้น เพราะทั้งสามเส้นเป็นถนนสายหลัก บวกกับการที่โลเคชั่นอยู่ใจกลางเมือง ดังนั้นเวลาจะออกจากบ้านต้องเผื่อเวลานะคะ หรือใครชำนาญเส้นทางหน่อยก็ใช้ทางลัดเลาะในซอยย่อยก็จะเป็นตัวช่วยประหยัดเวลาได้อยู่เหมือนกัน

ทำเลตรงนี้มีจุดขึ้นทางด่วนกระจายตัวอยู่รอบๆ ทั้ง ทางด่วนพระราม 4, สุขุมวิท 50 หรือทางด่วนท่าเรือ อย่างเช่นจากโครงการสามารถวิ่งไปขึ้นทางด่วนตรงท่าเรือคลองเตยก็ได้ ส่วนขาลงก็ลงตรงแยกกรมศุลกากรแล้วเลี้ยวเข้าพระราม 4 แล้วค่อยเข้าซอยสุขุมวิท 36 ได้เลย

สภาพแวดล้อมภายในซอยสุขุมวิท 36 เต็มไปด้วย คอนโด อพาร์ทเม้นท์ และบ้านพักอาศัยหลังใหญ่ๆมากๆสะท้อนถึงความหนาแน่นของผู้อยู่อาศัย ภายในซอยจึงมีร้านอาหารรองรับผู้อยู่อาศัย ทั้งร้านที่ตกแต่งบรรยากาศดีๆไปจนถึงร้านข้างทางราคาย่อมเยาว์รสชาติโอเคให้เลือกซื้อกันได้ แม้จะมีศูนย์รีไซเคิลหรือศูนย์รับซื้อของเก่าอยู่บ้าง แต่โดยรวมก็ถือว่าเป็นย่านที่พักอาศัยที่มีบรรยากาศน่าอยู่ใช้ได้เลยค่ะ โดยราคาเฉลี่ยของที่ดินในซอยสุขุมวิท 36 จากสํานักประเมินราคาทรัพย์สิน กรมธนารักษ์ (ในปี 2559 – 2562) อยู่ที่ 160,000/ตร.วา ค่ะ

นอกจากความอุดมสมบูรณ์ภายในซอยแล้ว ยังมีความอุดมสมบูรณ์สำคัญคือฝั่งตรงข้ามซอยสุขุมวิท 36 จะมีซอยทองหล่อ เอกมัย ที่เป็นย่านหรูที่เต็มไปด้วยแหล่งอาหารการกิน และแหล่งตระเวนราตรีที่ครึกครื้นและเต็มไปด้วยสีสัน มีร้านชิคๆและ Community Mall ที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่อยู่หลายที่ แต่ละร้านจะตกแต่งสวยงามและราคาก็สูงตามไปด้วยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 200- 500 บาทต่อคน

แต่ถ้ามาทางพระราม 4 จะเป็นที่ตั้งของอาคารสำนักงานใหญ่ๆหลายแห่ง เช่น อาคารมาลีนนท์ของช่อง 3 มีห้างสรรพสินค้าอย่าง Big C พระราม 4 Tesco Lotus พระราม 4 และมี Community Mall อย่าง K Village ให้ไปเดินเล่น ซื้อของกันได้ และสำหรับใครที่ชอบอาหารแนว Street Food ก็มีอยู่ภายในซอยสุขุมวิท 38 ซึ่งเป็นซอยคู่ขนานกับสุขุมวิท 36 ที่มีให้เลือกหลากหลายโดยเฉพาะคนที่ชอบกินมื้อดึก (หรือมื้อเกือบเช้า) รวมทั้งขาเที่ยวทั้งหลาย โดยกลุ่มร้านข้างทางกว่า 30 ร้าน ช่วงต้นซอยสุขุมวิท 38 นี่ราคาอาหารเฉลี่ยอยู่ที่ 30-50 บาทต่อคนเท่านั้นค่ะ ดังนั้นใครชอบกินอะไร ไลฟ์สไตล์แบบไหนก็เลือกกันได้เลย

เส้นทางในวันนี้เราจะเริ่มจาก BTS ทองหล่อ โดยใช้ทางออกที่ 2 เมื่อลงจากสถานีแล้วเดินไปดูความอุดมสมบูรณ์รอบๆ BTS ก่อน จากนั้นจะพาเข้าไปดูบรรยากาศภายในซอยสุขุมวิท 36 ผ่าน Sale Gallery ผ่านที่ตั้งโครงการ จากนั้นไปเรื่อยๆจนสุดซอยที่สามารถทะลุถนนพระราม 4 ได้

เราเริ่มจาก BTS ทองหล่อกันก่อนนะคะ

เมื่อเดินลงมาจากสถานีให้เราใช้ทางออกที่ 2 ซึ่งเราจะลงบันไดด้านซ้ายมือนะคะ

เดินลงบันไดสถานีกันเลยย

เมื่อเดินลงมาจากสถานีจะเจอฟุตบาทเลียบถนนสุขุมวิทที่ค่อนข้างกว้าง เดินสบายๆ จากตรงนี้เดี๋ยวเราจะเดินไปดูความอุดมสมบูรณ์บริเวณ BTS ทองหล่อฝั่งสุขุมวิทเลขคู่กันก่อนนะ

บริเวณนี้จะมีไปรษณีย์ ร้านขายแบตเตอรี่

มี 7/11 ให้พึ่งพิง โดยด้านหน้า 7/11 นี้จะเป็นป้ายรถเมล์ จึงมีคนมายืนรออยู่เรื่อยๆตลอดวัน

ติดกันเป็นร้านอาหารญี่ปุ่นที่มีภาษาญี่ปุ่นเขียนกำกับอยู่ด้วย อย่างที่เรารู้กันดีว่าย่านสุขุมวิท โดยเฉพาะบริเวณทองหล่อนี้จะมีคนญี่ปุ่นอยู่เป็นจำนวนมาก ดังนั้นทั้งร้านค้า ร้านอาหาร และสาธารณูปโภคต่างๆจึงมักมีภาษาญี่ปุ่นกำกับเพื่อรองรับลูกค้าชาวญี่ปุ่นค่ะ

ใกล้ๆกันเป็น Sutti Mansion ที่มี 7/11 อยู่ข้างๆด้านหน้า 7/11 จะมีบันได BTS อีกจุด

ร้านนวดแถวนี้ก็มีภาษาญี่ปุ่นด้วยเหมือนกัน

ติดกันเป็นร้าน ตามสั่งอร่อย.com ซึ่งเป็นร้านอาหารตามสั่งเหมือนชื่อร้าน มีราคาเริ่มต้นที่ 50 บาท หากใครเดินทางด้วย BTS ก็สามารถมาฝากท้องกันได้

บรรยากาศภายในร้านค่ะ ดูดีทีเดียว

เมนูของร้านจะมีภาษาญี่ปุ่นและภาษาอังกฤษรองรับลูกค้าต่างชาติด้วย

เราแวะทานอาหารร้านนี้พอดีเลยถ่ายหน้าตาอาหารมาให้ดูสักหน่อย จริงๆก็เป็นข้าวกระเพราะไข่ดาวธรรมดาค่ะ แต่รสชาติจะไม่จัดจ้านมาก เพราะคิดว่าน่าจะปรับรสให้ชาวต่างชาติทานได้ง่ายขึ้น ส่วนตัวที่ชอบคือข้าวนุ่มมากก 🙂 สนนราคาก็ 80 บาท รวมน้ำเปล่าอีกขวดนะ

เรากลับมาที่  BTS ทองหล่อ ประตู 2 ที่เราลงบันไดมาตอนแรกเลย โดยเราจะเดินย้อนกลับเพื่อไปยังซอยสุขุมวิท 36 นะคะ

เราเดินมาบนฟุตบาทเลียบกำแพงของยานัดถุ์หมอชิต สภาพทางเดินค่อนข้างเรียบร้อย

ถัดจากยานัดถุ์หมอชิตจะเป็นที่ดินว่างเปล่าผืนใหญ่ที่รอการพัฒนา โดยจะมีวินมอเตอร์ไซค์วินใหญ่คอยรับส่งคนในละแวกนี้ ค่าบริการพี่วินไปยังโครงการประมาณ 20 บาทค่ะ

เดินไปอีกนิดจะเป็นต้นซอยสุขุมวิท 36(ซอยแสนสบาย) จุดสังเกตชัดๆคือหน้าซอยจะเป็นโครงการ Noble Remix ตึกสีม่วงเด่นชัด เดี๋ยวเราจะพาเลี้ยวซ้ายเข้าซอยกันนะคะ

เข้ามาในซอยสุขุมวิท 36(ซอยแสนสบาย) จะเป็นถนน 2 เลน ที่ไม่มีฟุตบาท ถ้าถามว่าเดินได้ไหมคือเดินได้ค่ะเพราะขณะที่เราเก็บภาพมาระหว่างทางก็จะมีคนเดินเข้า-ออก บ้างก็วิ่งออกกำลังกาย  แต่ก็จะไม่ได้เดินสบายๆเท่าถนนที่มีฟุตบาทเท่านั้นเอง ระหว่างทางเลยต้องระวังรถรากันให้ดีๆ ช่วงต้นซอยนี้บรรยากาศจะเงียบๆหน่อยเพราะฝั่งหนึ่งเป็นที่ดินเปล่าส่วนอีกฝั่งเป็นคอนโด Noble Remix

ติดกับ Noble Remix จะเป็นร้านครัวเวียงจันทร์ ขายอาหารอีสาน ภายในร้านจัดบรรยากาศค่อนข้างดูดี

นอกจากนี้ภายในซอยยังมีอาคาร Residencial แบบต่างๆอย่างอพาร์ทเม้นท์หน้าตาดูดีทางขวามือคือ Quad Sukhumvit 36 Serviced Apartment และคอนโด Rhythm จาก AP ตึกสีเทาๆ ลองคิดง่ายๆว่าจำนวนผู้อยู่อาศัยแค่สองอาคารนี้รวมกันแล้วก็มีหลายร้อยยูนิตแล้วนะคะ ส่วนพื้นที่ข้างๆ AP จะมีร้านอาหารรถเข็นค่อนข้างหนาแน่น ทำให้ช่วงนี้ของซอยค่อนข้างคึกคัก

ไม่ไกลกันจะเห็น MSI Tower อาคารสีเทาทางขวามือ

โดยตรงข้าม MSI Tower จะเป็น Sale Gallery ของ 168 Sukhumvit 36 ซึ่งที่ตั้งของโครงการจริงๆจะต้องเลยไปอีกนะคะ เดี๋ยวเราจะพาไปดูที่ตั้งโครงกันก่อนค่อยกลับมาที่สำนักงานขายเพื่อดูห้องตัวอย่างนะ

ติดกับสำนักงานขายจะเป็นร้านอาหารไทย My Choice

ตรงมาเรื่อยๆจะเจอ Art Gallery 36 ซึ่งเป็น Gallery รวมรวมภาพวาดและงานศิลปะอยู่ทางขวามือ

ไม่ไกลกันจะเจอซอยย่อยทางขวามือคือซอยนภาศัพย์ 5 ที่เชื่อมต่อกับซอยแสนสุข สามารถไปทะลุถนนพระราม 4 ได้อีกทาง บริเวณนี้ค่อนข้างคึกคักมีอพาร์ทเม้นท์ค่อนข้างหนาแน่น รวมทั้งมีทั้งร้านสะดวกซื้อให้ซื้อของกันได้

จากตรงนี้บรรยากาศ 2 ข้างทางจะเป็นอาคารพาณิชย์ 2-3 ชั้น ที่ภายในมีร้านขายอาหารและขายของหลากหลาย

ขับตรงไปเรื่อยๆจะยังคงเป็นอาคารพาณิชย์สลับกับบ้านพักอาศัย

ไม่ไกลกันจะเป็นโครงการ Vtara คอนโด Low rise 8 ชั้น ที่อยู่ติดกับโครงการ  168 Sukhumvit 36

ระหว่างโครงการ Vtara กับ 168 Sukhumvit 36 จะคั่นกันด้วยซอยส่วนบุคคลเล็กๆ ที่ภายในเป็นบ้านพักอาศัย ส่วนตัวโครงการตอนนี้กำลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้างนะคะ

ฝั่งตรงข้ามโครงการเป็นอู่แท๊กซี่ที่ด้านหน้าจะมีแท๊กซี่จอดรถกันตลอดแนว

ตัดกับโครงการอีกฝั่งเป็นบ้าน 2 ชั้น ที่มีการล้อมรั้วแน่นหนา ถัดไปอีกจะเป็นซอยแสนสบาย 4 ซึ่งเป็นซอยบ้านพักอาศัยเล็กๆ

ถัดไปเป็นบริษัท Bel Vedere จำกัด

ไม่ไกลกันเป็นร้านโชว์จุ่งลูกหมาก ศูนย์ซ่อม จำหน่ายลูกหมากรถยนต์

ตรงมาสุดทางจะถึงถนนพระราม 4 ค่ะ โดยช่วงต้นซอยจะมีวินมอเตอร์ไซค์คอยให้บริการด้วย

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะคะ

สภาพแวดล้อมรอบๆโครงการส่วนใหญ่เป็นบ้านพักอาศัย อาคารพาณิชย์ คอนโด และอพาร์ทเม้นท์ซะเป็นส่วนใหญ่ บรรยากาศภายในซอยแม้จะมีคนพักอาศัยอยู่หนาแน่นแต่ก็ค่อนข้างสงบไม่พลุกพล่าน โดยทางทิศเหนือ ติดกับ ซอยแสนสบาย 6 ซึ่งเป็นซอยเล็กๆ ตรงข้ามกันเป็นคอนโด Vtara สูง 8 ชั้น ห้องพักอาศัยที่อยู่ทางทิศนี้จึงโดนบล็อกวิวเต็มๆ ทางทิศตะวันออก ติดกับ อาคาร 2 ชั้น ส่วนทางทิศใต้ จะติดกับบ้านพักอาศัย 2 ชั้นและซอยแสนสบาย 4 ซึ่งเป็นซอยเล็ก ส่วนทางทิศตะวันตก ติดกับซอยสุขุมวิท 36 (แสนสบาย) ซึ่งเป็นทางเข้าออกหลักของโครงการ โดยฝั่งตรงข้ามจะเป็นคิวรถแท๊กซี่และบ้านพักอาศัย 2 ชั้น

 

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • สวนเพลิน มาร์เก็ต ~ 750 เมตร
  • Big C พระราม 4 ~ 1.1 กิโลเมตร
  • Rain Hill ~ 1.4 กิโลเมตร
  • K Village พระราม 4 ~ 1.5 กิโลเมตร
  • Major Ekamai ~ 1.6 กิโลเมตร
  • Tesco Lotus พระราม 4 ~ 1.7 กิโลเมตร
  • Tops Market ~ 1.7  กิโลเมตร
  • Gateway Ekamai ระยะห่าง 1.9 กิโลเมตร
  • Emporium ~ 2 กิโลเมตร
  • J Avanue ~2.4 กิโลเมตร
  • Terminal 21 ~ 2.9 กิโลเมตร

 


เจาะลึกตัวโครงการ

โครงการ 168 Sukhumvit 36 เป็นคอนโดระดับ Luxury Class ที่เกิดจากความร่วมมือระหว่างบริษัท Advanced Living ที่ได้ร่วมทุนกับบริษัทต่างชาติอย่างจีนและญี่ปุ่น ตัวอาคารนำดีไซน์ของญี่ปุ่นมาประยุกต์โดยใช้โทนสีขาว-ดำ มีการใช้ประตูกระจกบานใหญ่ช่วยให้อาคารดูโปร่งขึ้น และมีการสอดแทรกต้นไม้ภายในอาคารเพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวแนวตั้ง จุดเด่นคือด้านบนของอาคารเป็นทรงจั่วที่เกิดจากแนวคิดว่าบ้านของคนเอเชีย รวมทั้งบ้านของคนญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะเป็นหลังคาจั่ว  จึงนำสิ่งนี้มาประยุกต์เข้ากับโครงการเพื่ออยากให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกเหมือนได้กลับมาบ้านในทุกๆวัน

ส่วนชื่อ “168 Sukhumvit” นี้ก็มาจากบ้านเลขที่ของโครงการคือ 168 รวมทั้งเลขนี้ถือเป็นเลขมงคลของจีน จึงถูกนำมาใช้เป็นชื่อโครงการค่ะ โดยตัวโครงการเป็นคอนโด Low Rise 8 ชั้น จำนวน 105 ยูนิต และ 1 ร้านค้า มีการแบ่งฟังก์ชั่นภายในอาคารโดยให้พื้นที่

  • ชั้น 1 เป็น Lobby, ร้านค้า และโถงลิฟต์
  • ชั้น 2 เป็นห้องพักอาศัยและ Facilities หลักที่ประกอบด้วยสระว่ายน้ำ ห้องออกกำลังกาย และ Multi-Function Room
  • ชั้น 3-7 เป็นส่วนของห้องพักอาศัยทั้งหมด

มาดู Master Plan ของโครงการกันบ้างนะคะ ตัวโครงการอยู่ติดกับซอยสุขุมวิท 36 ที่จอดรถจะอยู่ที่ชั้น 1 และลงไปที่ชั้นใต้ดินอีก 2 ชั้น โดยมีที่จอดรถรวมจอดซ้อนคันประมาณ 77% เข้า-ออกโดยใช้สติ๊กเกอร์ ด้านหน้าโครงการจะมีร้านค้า 1 ร้าน ซึ่งคาดว่าจะเป็นร้านอาหารญี่ปุ่นเพื่อให้เข้ากับ Concept โครงการ ข้างๆกันเป็น Lobby ที่มีทางเดินเข้าผ่านน้ำช่วยสร้างบรรยากาศได้ดี โดยประตู Lobby นี้สามารถเดินเข้ามาได้เลยไม่ต้องใช้คีย์การ์ดนะคะ เวลาเพื่อมาหาก็จะได้มานั่งรอได้ ภายใน Lobby จะมี Reception และ Lounge สำหรับนั่งพักคอย ติดกันเป็นโถงลิฟต์ที่ต้องเข้าออกโดยการใช้คีย์การ์ดเพื่อความปลอดภัยของลูกบ้าน โครงการมีลิฟต์โดยสารให้ทั้งหมด 4 ตัว

ภาพจำลองทางเข้าโครงการ ที่มีการเข้า-ออกโดยใช้สติ๊กเกอร์

ชั้น 2 ของโครงการจะเป็นส่วนพักอาศัยและ Facilities ที่มีการแบ่งพื้นที่ด้วยโถงลิฟต์ โดยจะมีห้องพักจำนวน 11 ยูนิตโดยมีห้องแบบ 1 Bedroom อยู่ที่ตำแหน่งกลางจำนวน 9 ยูนิต ส่วนห้องแบบ 2 Bedroom อยู่ที่ตำแหน่งมุมทางทิศตะวันออก จำนวน 2 ยูนิต ส่วน Facilities ของโครงการจะประกอบด้วยสระว่ายน้ำ Fitness และห้อง Multi-Function room ที่สามารถใช้งานได้อเนกประสงค์ ทั้งเป็นพื้นที่นั่งคุยงาน อ่านหนังสือ หรือใครที่พ่อ แม่ ญาติๆมาหาแล้วพื้นที่ในห้องไม่เพียงพอก็สามารถใช้ห้องนี้เป็นพื้นที่ทำกิจกรรมร่วมกันของครอบครัวได้

ภาพจำลองสระว่ายน้ำ ระบบเกลือ ขนาด 4.8 x 18.5 เมตร ลึก 1.5 เมตร ทางขวามือเป็นห้องฟิตเนสที่สามารถมองออกมาเห็นวิวสระว่ายน้ำได้

ชั้น 3 ของโครงการจะเป็นชั้นพักอาศัยทั้งหมด จำนวน 15 ยูนิต โดยมีห้อง 1 Bedroom จำนวน 13 ยูนิตและห้อง 2 Bedroom อยู่ที่ตำแหน่งมุมทางทิศใต้จำนวน 2 ยูนิต จะเห็นว่าตรงระเบียงของห้องแบบ 1 Bedroom ยูนิตที่ 305 และ 312 จะเป็นยูนิตพิเศษที่มีระเบียงยื่นออกไปและปลูกต้นไม้เป็นพื้นที่สีเขียวเพิ่มให้โดยไม่ได้คิดในพื้นที่ขายแต่จะอยู่ในพื้นที่ส่วนกลางนะคะ โดยโครงการจะมีการดูแลโดยการติดสปริงเกอร์ระบบน้ำหยดไว้ให้

ชั้น 4 จะมีการวางผังคล้ายๆชั้น 3 คือตัวห้องพักอาศัยจะอยู่ล้อมรอบโถงลิฟต์ โดยชั้นนี้จะมีห้องพักทั้งหมด 19 ยูนิต โดยห้องตำแหน่งกลางจะเป็นห้องแบบ 1 Bedroom ขนาดเล็ก ส่วนห้องตำแหน่งมุมทั้ง 4 ด้านจะเป็นห้องแบบ 1 Bedroom ขนาดใหญ่ ห้องที่มีระเบียงปลูกต้นไม้ในชั้นนี้จะมีจำนวน 4 ห้อง คือยูนิตที่ 402, 411, 414, 404  ส่วนห้องเด่นๆในชั้นนี้คือห้อง 2 Bedroom จำนวน 2 ห้องทางทิศตะวันออก ยูนิตที่ 402 และ 411 ที่พิเศษตรงมีลิฟต์ส่วนตัวให้ สามารถขึ้นลิฟต์มายังห้องตัวเองได้เลย

ชั้น 5 มีห้องพักทั้งหมด 19 ยูนิต และมีการวางผังเหมือนกับชั้น 4 ทุกประการ  แต่มีจุดแตกต่างตรงที่ที่มีลิฟต์ส่วนตัวให้ในชั้นนี้จะเปลี่ยนเป็นห้องแบบ  1 Bedroom ขนาดใหญ่ ยูนิตที่ 501 และ 502 ส่วนห้องที่มีระเบียงปลูกต้นไม้ในชั้นนี้จะมี 5 ห้อง คือยูนิตที่ 503, 505, 510, 518 และ  517

ชั้น 6 มีห้องพักทั้งหมด 17 ยูนิต ลดลงไปจากเดิม 2 ยูนิต โดยชั้นนี้มีการวางผังเหมือนกับชั้น 5 ทุกประการ แต่เปลี่ยนแปลงที่ห้องตำแหน่งเดิมคือห้องที่มีลิฟต์ส่วนตัวให้ทางทิศตะวันออก ซึ่งในชั้นนี้จะเป็นห้องแบบ 2 Bedroom ห้องใหญ่ ทำให้ต้องลดห้องพักอาศัยไป 2 ยูนิต ชั้นนี้จึงเหลือห้องพักอาศัย 17 ยูนิต ส่วนห้องที่มีระเบียงต้นไม้จะมีจำนวน 4 ห้อง คือยูนิตที่ 601, 604, 612 และ 613

ชั้น 7 มีห้องพักทั้งหมด 17 ยูนิต วางผังเหมือนกับชั้น 6 ทุกประการ แตกต่างกันแค่ห้องที่มีระเบียงต้นไม้ยื่นเพิ่มไปมีจำนวน 2 ห้อง คือยูนิตที่ 702 และ 715

มาดูสำนักงานขายของโครงการกันบ้างนะคะ

ภายในสำนักงานขายใช้หินอ่อนสีขาวและตกแต่งด้วยไฟ Warm white เพิ่มบรรยากาศ โดยจะมีห้องตัวอย่างเป็นแบบ 1 Bedroom และ 2 Bedroom เดี๋ยวเราจะพาไปดูห้องตัวอย่างกันนะคะ

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • สระว่ายน้ำ 1 สระ ระบบเกลือ ขนาด 4.8 x 18.5 เมตร ลึก 1.5 เมตร
  • ห้องออกกำลังกาย 1 ห้อง ใส่เครื่องเล่นประมาณ 7 เครื่อง
  • สวนหย่อมรอบโครงการ
  • ลิฟท์โดยสาร 4 ตัว/อาคาร
  • อัตราส่วนลิฟท์รวมทั้งโครงการ 27 :  1
  • ที่จอดรถประมาณ 77 % รวมจอดซ้อนคัน
  • ระบบ CCTV / Access Card

 


Product Walkthrough

ห้องพักของโครงการมีให้เลือกหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่ขนาดเล็กอยู่อาศัยได้ 1-2 คนไปจนถึงขนาดใหญ่อยู่กันเป็นครอบครัว โครงการขายแบบ Fully Fitted+เฟอร์นิเจอร์บางส่วน โดยจะให้ชุดครัว Built-in สุขภัณฑ์ ตู้เสื้อผ้า ฐานเตียงและหัวเตียง Built-in โต๊ะเขียนหนังสือ Built-in และแอร์ Daikin ส่วนเฟอร์นิเจอร์ลอยตัวมีแถมให้บางส่วน สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับทางโครงการได้ค่ะ โดยห้องพักของโครงการประกอบด้วย

  • Studio ขนาด 27.42 – 29.12 ตร.ม.  จำนวน 26 ยูนิต
  • 1 Bedroom ขนาด 28.81 – 56.6 ตร.ม. จำนวน 66 ยูนิต
  • 2 Bedrooms ขนาด 64.86 – 85.60 ตร.ม. จำนวน 6 ยูนิต
  • Penthouse ขนาด 85 – 125 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น จำนวน  7 ยูนิต

โดยห้องตัวอย่างที่เราจะพาไปดูในวันนี้เป็นห้องแบบ 1 Bedroom ขนาด 36 – 37 ตร.ม. และ 2 Bedroom ขนาด 85 ตร.ม.ค่ะ

 

เรามาเริ่มกันที่ห้อง Type 1BR-N-JD แบบ 1 Bedroom 1 Bathroom  พื้นที่ 36-37 ตารางเมตร ภายในห้องแบ่งฟังก์ชั่นออกเป็น 2 ส่วนชัดเจนโดยโซนล่างของห้องจะเป็นโซน Living Area ซึ่งมีครัวเปิดที่โครงการ Built-in Pantry พร้อมโต๊ะรับประทานอาหารขนาด 2 ที่นั่งไว้ให้เป็นลักษณะเหมือน Counter Bar ถัดไปเป็น Living Area และระเบียงที่มีการแยกโซน CDU เรียบร้อย

ส่วนโซนบนของห้องจะเป็นห้องนอนที่เชื่อมต่อกับห้องน้ำ โดยห้องน้ำจะมีทางเข้า-ออก 2 ทาง คือจากทางห้องนอนและห้องครัว ซึ่งมีข้อดีตรงที่เวลาเพื่อนมาหาก็จะเข้าห้องน้ำทางด้านนอกได้เลย ไม่ต้องเดินผ่านห้องนอนเรา ซึ่งช่วยในเรื่อง Privacy ได้ดี ส่วนฟังก์ชั่นภายในห้องน้ำมีครบทั้งอ่างล้างหน้า โถสุขภัณฑ์ ห้องอาบน้ำ และมีอ่างอาบน้ำให้ด้วย

เข้ามาภายในห้องจะเจอกับครัวเปิดที่เชื่อมต่อกับห้องนั่งเล่นและระเบียงที่กั้นด้วยประตูบานใหญ่ ช่วยให้ห้องนี้มีแสงสว่างเข้าดี ทางขวามือเป็นห้องน้ำและห้องนอน ฝ้าเพดานของห้องนี้สูง 2.60 เมตร

วัสดุปูพื้นของที่นี่เป็นจุดเด่นอย่างนึงเพราะเค้าปูพื้นด้วยหินอ่อน ซึ่งเห็นได้น้อยในคอนโดปัจจุบัน (สามารถเปลี่ยนวัสดุเป็นกระเบื้อง Cotto Italia ได้)

มองกลับไปที่ประตูทางเข้าห้องจะเป็นพื้นที่ครัวขนาดประมาณ  2.8 x 2.6 เมตร จัดพื้นที่เป็นครัวเปิดซึ่งมีข้อดีคือจะได้ห้องพื้นที่โล่งๆไม่อึดอัด เหมาะกับคนที่ชอบพื้นที่ครัวเชื่อมต่อกับห้องนั่งเล่น ต้องการครัวเป็น Pantry หรือมินิบาร์ และไม่ได้ทำอาหารทานเองบ่อยๆ เพราะขณะทำอาหารกลิ่นจะฟุ้งไปทั่วห้อง จึงไม่เหมาะกับคนที่ชอบทำอาหารหนัก สำหรับครัวนี้โดยโครงการ Built-in Pantry พร้อมเคาน์เตอร์ที่สามารถใช้เป็นโต๊ะรับประทานอาหารได้

ชุดครัวของโครงการให้ของ RCD บุหน้าบานด้วยลามิเนตลายไม้สีเข้ม ส่วนหน้าบานตู้ครัวด้านบานจะเป็นกระจกซาตินของ RCD ส่วนผนังด้านหลังเคาน์เตอร์ครัว รวมทั้ง Top ครัวทั้งหมดบุด้วยกระเบื้อง Cotto Italia

เส้นประในภาพเป็นระยะช่องใส่ตู้เย็นโดยประมาณเท่านั้น ไม่สามารถอ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะคะ

มาลองเปิดดูฟังก์ชั่นตู้ครัวกันหน่อยดีกว่า ชุดครัวด้านซ้ายสุดที่ติดกับผนังห้องจะเป็นชั้นอเนกประสงค์เหมาะกับการวางรองเท้าหรือของใช้ก่อนเข้า-ออกห้อง ส่วนทางขวามือตรงนี้ของจริงจะเป็นช่องว่างหน้ากว้างประมาณ 60 ซม. สำหรับวางตู้เย็นนะคะ

ชุดครัวด้านบนจะมีช่องให้ใส่ของค่อนข้างเยอะ บานพับตู้เป็น Soft-closed ทั้งหมด

ที่ด้านข้างของตู้ด้านบนยังมีตู้ยาสามัญประจำบ้านหรืออาหารเสริมด้วย เป็นฟังก์ชั่นเล็กๆที่ดูใส่ใจดี

เนื่องจากดีไซน์ของหน้าบานตู้เป็นแบบเรียบไม่มีมือจับ เวลาเปิด-ปิดตู้จึงจะจับด้วยวิธีนี้นะคะ

ตู้ครัวด้านล่าง(รูปบน) มีถังขยะติดตั้งไว้ให้ พร้อมลิ้นชักสำหรับเก็บช้อน จาน และเครื่องครัวอื่นๆ ส่วนฟังก์ชั่นของโต๊ะรับประทานอาหารหรือเคาน์เตอร์บาร์(รูปล่าง)จะเป็นช่องเก็บของอเนกประสงค์ สามารถใส่อาหารสำเร็จรูป เครื่องดื่ม หรืออุปกรณ์ทำครัวได้ตามใจชอบ

ที่ผนังด้านหลังครัวและท็อปเคาน์เตอร์บุด้วยกระเบื้อง Cotto Italia ซึ่งมีจุดเด่นในเรื่องลายหินอ่อนและความทนทาน บนท็อปเคาน์เตอร์ติดตั้งอ่างล้างจาน พร้อมเตาและที่ดูดควันมาให้เรียบร้อย

อ่างล้างจานทรงสี่เหลี่ยมจตุรัสพร้อมก็อกน้ำทรงโค้ง ข้างกันเป็นเตา Induction แบบ 2 หัวพร้อมที่ดูดควัน

ลองเทียบขนาดอ่างล้างจานให้ดู จะเห็นว่ามีขนาดใหญ่ สามารถเอากระทะใบเล็กมาวางแนวขวางได้สบายๆ

 

ถัดจากครัวไปจะเป็น Living Area ขนาดประมาณ 2.8 x 2.85 เมตร สามารถวางโซฟาพร้อมโต๊ะกลางลักษณะแบบห้องตัวอย่างได้

โดยระยะจากโต๊ะรับประทานอาหารหรือเคาน์เตอร์บาร์ถึงโซฟา มีระยะประมาณ 1 เมตร สามารถวางเก้าอี้ 2 ตัวได้สบายๆ

พื้นที่ Living Area มีระยะดูทีวีประมาณ 2.5 เมตร สามารถติดตั้งทีวีขนาด 52″ – 55″ จะเป็นระยะที่พอดีกับสายตา โดยสามารถทำเป็นทีวีแขวนผนังหรือจะตั้งบนโต๊ะวางทีวีก็ได้

ห้องนี้จะมีพื้นที่ติดต่อกับระเบียงที่กั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อนค่อนข้างกว้าง ทำให้แสงธรรมชาติเข้าดีและเราสามารถนั่งมองวิวจาก Living Area ได้

ตัวประตูมีการบุสักหลาดกันกระแทกเรียบร้อยและตัวล็อกประตูเป็นลักษณะนี้ค่ะ

พื้นระเบียงมีการลดระดับเล็กน้อย โดยมีรางประตูยื่นขึ้นมาประมาณ 4 ซม. พื้นระเบียงบุด้วยกระเบื้อง

เส้นประในภาพเป็นระยะของราวระเบียงโดยประมาณเท่านั้น ไม่สามารถอ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะคะ

เมื่อออกไปที่ระเบียงของห้องตัวอย่างจะไม่มีราวระเบียงให้นะคะ โดยห้องจริงจะได้ราวกันตกกระจกนิรภัยตามเส้นประสีแดง(เป็นระยะประมาณการ) ระเบียงห้องมีพื้นที่ประมาณ 2.8 x 1.04 เมตร โดยแบ่งพื้นที่เป็นที่ว่างและทางซ้ายมือสุดเป็นที่วาง CDU แอร์แยกเป็นสัดส่วน โดยห้องที่มีระเบียงต้นไม้ยื่นออกไปก็จะมีพื้นที่ลักษณะแบบนี้

หันไปทางซ้ายมือจะเป็นที่วาง CDU ที่กั้นด้วยประตูอลูมิเนียมคอนโพสิตฉลุลายวงกลมเป็นตัวแบ่งพื้นที่ให้เป็นสัดส่วน โดยแอร์ติดตั้งอยู่ด้านบนแบบเป่าลมร้อนเข้าระเบียง ซึ่งเป็นระยะที่ไม่ได้ทำให้รู้สึกร้อนอะไรค่ะ พื้นที่ใต้ CDU แอร์ติดตั้งเต้ารับและงานระบบไว้ให้เผื่อวางเครื่องซักผ้าค่ะ

ฝั่งตรงข้ามกันเป็นผนังกระจกที่สามารถมองไปเห็นห้องนอนได้ จากห้องนอนก็สามารถมองออกมาเห็นระเบียงได้เช่นกัน

จากระเบียงมองกลับเข้าไปในห้องจะเห็นพื้นที่รวมทั้งหมดค่ะ โดยทางซ้ายมือของห้องจะเป็นห้องนอนและห้องน้ำ ซึ่งเราจะพาไปดูตามลำดับนะคะ

เข้ามาภายในห้องนอนขนาดประมาณ 2.8 x 4.4 เมตร ภายในห้อง Built-in เตียงขนาด 5 ฟุต หัวเตียง โต๊ะทำงาน และตู้เสื้อผ้ามาให้

เตียงขนาด 5 ฟุตที่ Built-in มาให้พร้อมโต๊ะหัวเตียงทั้งสองฝั่ง

พื้นที่จากปลายเตียงถึงผนังมีระยะประมาณ 0.6 เมตร สามารถเดินผ่านได้สบายๆแต่ไม่เหมาะกับการวางตู้วางทีวี แต่จะเหมาะกับทีวีแบบแขวนเหมือนกับห้องตัวอย่างซะมากกว่า

ข้างๆผนังปลายเตียงจะเป็นกระจกบาน Fix ความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพาน โดยช่องนี้จะช่วยให้ห้องดูโปร่ง แสงสว่างเข้าดี และถ้าเราจัดสวนสวยๆที่ระเบียงก็จะทำให้ห้องนอนได้วิวดีๆไปด้วย

ส่วนพื้นที่ข้างเตียงโครงการ Built-in โต๊ะทำงานมาให้แบบนี้เลย ที่ผนังจะเป็นหน้าต่างบานเลื่อนและบาน Fix ช่วยได้ทั้งเรื่องแสงสว่างเข้าและการเปิดระบายอากาศ

ส่วนพื้นที่ข้างเตียงอีกฝั่งเป็นตู้เสื้อผ้าที่ Built-in มาให้ถึงฝ้าเพดาน หน้าบานลามิเนตลายไม้สีเข้ม

เมื่อเปิดตู้ออกมาจะเห็นว่าภายในมีฟังก์ชั่นให้ครบ ทั้งลิ้นชักใส่ผ้าชิ้นเล็กชิ้นน้อย ราวแขวนผ้า และช่องใหญ่ด้านบนสำหรับเก็บหมอนและผ้าห่ม

ข้างๆกันเป็นประตูทางเข้าห้องน้ำที่สามารถเข้า-ออก ได้จากทั้งทางห้องนอนและห้องครัว

พื้นห้องน้ำปูด้วยหินอ่อนหรือ Cotto Italia มีการลดระดับเล็กน้อยเพื่อไม่ให้น้ำไหลไปเปียกพื้นห้องนอน รวมทั้งปิดรอยต่อระหว่างพื้นห้องน้ำและห้องนอนเรียบร้อย

เข้ามาในห้องน้ำขนาดประมาณ 2.23 x 2.8 เมตร ภายในแบ่งฟังก์ชั่นออกเป็น 4 ส่วน คืออ่างล้างหน้า โถสุขภัณฑ์ ห้องอาบน้ำ และอ่างอาบน้ำ

ส่วนของอ่างล้างมือและโถสุขภัณฑ์ที่เป็นสีขาว ตัดกับกระเบื้องผนังด้านหลังดี

อ่างล้างมือทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า สีขาว ก๊อกน้ำสีดำแปลกตา ของ TOTO สุขภัณฑ์จากญี่ปุ่น

ตัวอ่างมีดีไซน์เรียบๆ แม้กระทั้งการระบายน้ำที่ทำเป็น Slope เพื่อให้น้ำไหลลงสู่ร่องระบายน้ำเส้นเล็กๆด้านล่าง

ข้างกันเป็นโถสุขภัณฑ์แบบธรรมดานะคะ แต่ถ้าใครต้องการโถสุขภัณฑ์แบบ Washlet ก็มีโปรโมชั่นให้ สามารถสอบถามกับทางโครงการได้

ตรงข้ามกันเป็นอ่างอาบน้ำและห้องอาบน้ำ

ตัวอ่างเป็นทรงรีสีขาว

มีฝักบัวอาบน้ำลักษณะนี้พร้อมก๊อกน้ำทรงโค้งติดตั้งมาให้ทั้งชุด

ติดกันเป็นห้องอาบน้ำกระจกนิรภัยขนาดประมาณ 1 x 0.9 เมตร

พื้นห้องอาบน้ำมีการลดระดับประมาณ 3 ซม. เพื่อกันน้ำไหลออกมาสู่ส่วนแห้ง (จริงๆน่าจะลดระดับมากกว่านี้อีกสักนิดเพื่อความชัวร์ว่าน้ำจะไปไหลออกไปเปียกข้างนอกแน่ๆ)

ชุดฝักบัวอาบน้ำพร้อม Rain Shower

ฝักบัวขนาดใหญ่ดี

มองขึ้นไปบนฝ้าเพดานมีการติดตั้งไฟดาวน์ไลท์มาให้ 5 ดวง สว่างกำลังดีค่ะ

ห้อง Type 2BR-S-A แบบ 2 Bedroom ขนาด 85 – 86 ตร.ม. เป็นห้องที่มีลิฟต์ส่วนตัวให้จำนวน 1 ตัวซึ่งลิฟต์นี้จะเชื่อมต่อกับลิฟต์โดยสารหลักด้วย ดังนั้นหากในกรณีที่ลิฟต์ส่วนตัวเสียก็สามารถใช้ลิฟต์โดยสารหลักของโครงการแล้วเปิดประตูเข้าห้องมาแทนได้ค่ะ เมื่อเข้ามาภายในห้องจะเจอ Foyer เล็กๆ ถัดมาจะเป็นส่วนของ Living Area ขนาดใหญ่ที่ประกอบด้วยครัวเปิด ห้องรับประทานอาหาร และห้องนั่งเล่น  โดยห้องนี้จะมีระเบียงด้วย ถัดไปเป็นห้องน้ำรวมที่แยกส่วนเปียกส่วนแห้งและมีส่วนอาบน้ำให้เรียบร้อย เนื่องจากห้องน้ำนี้จะเป็นที่อาบน้ำหลักของคนที่อยู่ห้องนอนเล็ก ติดกันเป็นห้องนอนใหญ่ที่มีพื้นที่ Walk-in Closet ให้พร้อมห้องน้ำในตัวที่แยกส่วนเปียกส่วนแห้ง และมีอ่างอาบน้ำให้ด้วย

แน่นอนว่าห้องนี้มีลิฟต์เป็นฟังก์ชั่นพิเศษที่เพิ่มเข้ามาทำให้สะดวกและเป็นส่วนตัวขึ้น แต่ก็ต้องแลกด้วยการจ่ายค่าส่วนกลางเพิ่มนะคะ โดยห้องปกติจะเสียแค่ค่าส่วนกลางปกติเท่านั้น แต่ห้องที่มีลิฟต์จะต้องเสียค่าส่วนกลางเฉพาะของลิฟต์เพิ่มเป็นค่าดูแลรักษาด้วย ซึ่งจริงๆก็ถือว่าสมเหตุสมผลเพราะระบบลิฟต์นี้เป็นระบบอาคารที่ต้องมีค่าดูแลรักษาเป็นธรรมดา

สำหรับห้องตัวอย่างของโครงการจะโชว์พื้นที่เฉพาะ Living Area กับห้องนอนใหญ่เท่านั้น ส่วนห้องนอนเล็กและห้องน้ำรวมไม่ได้มีการโชว์ในห้องตัวอย่าง โดย Living Area จะอยู่ที่ชั้น 1 ของสำนักงานขาย ส่วนห้องนอนใหญ่จะอยู่ที่ชั้น 2 เราจึงขออธิบายเป็นโซนๆไป โดยเริ่มจากโซนสีแดง(Living Area) และจะตามด้วยโซนสีฟ้า(ห้องนอนใหญ่) เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้นนะคะ

เมื่อขึ้นลิฟต์มาที่ห้องพักอาศัยเราจะเจอ Foyer เล็กๆ ที่เราสามารถ Built-in ตู้เก็บรองเท้า หรือใครจะเอาตู้สวยๆพร้อมขอวโชว์เท่ๆมาวางตกแต่งก็ได้

เข้ามาภายในห้องจะเจอส่วนของ Living Area ที่แบ่งเป็นพื้นที่รับประทานอาหาร และห้องนั่งเล่น

เส้นประในภาพเป็นระยะของห้องแต่ละห้องโดยประมาณเท่านั้น ไม่สามารถอ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะคะ

ผนังห้องทางซ้ายมือของจริงจะเป็นผนังทึบตามภาพจำลองนี้ไม่ใช่ผนังกระจกแบบห้องตัวอย่างนะคะ โดยจะเป็นฟังก์ชั่นของห้องนอนเล็ก ห้องนอนใหญ่ และห้องน้ำ ซึ่งในห้องตัวอย่างจะโชว์เฉพาะห้องนอนใหญ่(โซนสีฟ้า)ที่เราจะพาไปดูกันในช่วงท้าย

พื้นห้องจะปูด้วยหินอ่อน (สามารถเปลี่ยนเป็น Cotto Italia ได้)

เส้นประในภาพเป็นระยะของลิฟต์โดยประมาณเท่านั้น ไม่สามารถอ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะคะ

มองกลับไปจะเห็นพื้นที่ Foyer ที่เราเดินเข้ามาเมื่อสักครู่ โดยพื้นที่ทางขวามือจะเป็นลิฟต์ที่ใช้ขึ้นมายังห้องพักได้เลย

ข้างๆกันเป็นชุดครัวที่โครงการ Built-in มาให้ตามนี้เลย หน้าบานตู้จะเป็นลามิเนตลายไม้สีเข้ม ส่วนตู้ด้านบนเป็นกระจกซาตินสีทอง วัสดุโดยรวมเหมือนกับห้องแรก

ที่ผนังด้านหลังและท็อปเคาน์เตอร์ครัวปูด้วยหินอ่อนหรือ Cotto Italia โครงการติดตั้งอ่างล้างจานพร้อมเตาและที่ดูดควันมาให้เรียบร้อย

เตา Induction แบบ 4 หัวพร้อมที่ดูดควัน และอ่างล้างจานทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าของ Teka

ข้างๆเคาน์เตอร์ครัวจะมีตู้ใส่ของอเนกประสงค์ ทางขวามือติดตั้งไมโครเวฟของ Teka มาให้ พร้อมเว้นช่องด้านล่างไว้เผื่อวางเครื่องซักผ้าค่ะ

ไมโครเวฟของ Teka

ข้างๆเคาน์เตอร์ครัวสามารถวางโต๊ะรับประทานอาหารขนาด 6-8 ที่นั่งได้ ถัดไปสามารถวางโซฟาได้อีก 1 ชุด

โดยที่ผนังห้องโครงการติดตั้งชั้นวางทีวีมาให้เต็มพื้นที่แบบนี้เลย (ไม่รวมชั้นวางของโชว์ด้านบนนะ)

พื้นที่นั่งเล่นของห้อง สามารถวางโซฟาแบบนี้ได้ หากใครจัดเฟอร์นิเจอร์แบบห้องตัวอย่างจะมีระยะดูทีวีประมาณ 2.9 เมตร สามารถวางทีวีขนาดประมาณ 60″ จะพอดีกับสายตาค่ะ

เส้นประในภาพเป็นระยะประตูทางออกระเบียงโดยประมาณเท่านั้น ไม่สามารถอ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะคะ

ถัดไปเป็นประตูทางออกระเบียงซึ่งโครงการไม่ได้แสดงไว้ให้ดู เราเลยทำขอบเขตคร่าวๆไว้ให้ตามเส้นประสีแดงนะคะ โดยด้านหลังเส้นประนั้นจะเป็นบันไดทางขึ้นไปยังห้องนอนใหญ่ เดี๋ยวเราไปดูกัน

ขึ้นบันไดมาจะเจอโถงทางเดินแบบนี้

ตรงไปสุดทางจะเป็นห้องตัวอย่างของห้อง 1 Bedroom แบบแรกที่เราไปดูกันมาแล้ว ส่วนทางขวามือเป็นห้องนอนใหญ่ของ 2 Bedroom ที่เราจะพาเข้าไปดูกัน

ห้องนอนใหญ่ตามโซนสีฟ้า จะแบ่งเป็นพื้นที่นั่งทำงาน เตียงนอน  และ Walk-in Closet ที่อยู่ติดกับห้องน้ำ ภายในห้องน้ำก็จะแบ่งออกเป็นส่วนอ่างล้างหน้าที่มี 2 อ่าง แบบ His and Her ตรงข้ามกันเป็นอ่างอาบน้ำ ห้องอาบน้ำและห้องสุขา

เข้ามาภายในห้องนอนใหญ่จะเจอพื้นที่ Walk-in Closet อยู่ตรงกลาง ทางซ้ายมือเป็นโซนห้องนอน ส่วนทางขวามือเป็นห้องน้ำ

พื้นห้องนอนปูด้วยลามิเนตลายไม้หนา 12 มิลลิเมตร

เฉพาะโซนห้องนอนรวม Walk-in Closet มีขนาดประมาณ 6 x 2.9  เมตร ขนาดค่อนข้างกว้าง สามารถวางเตียงขนาด 6  ฟุตสบายๆ

โดยโครงการ Built-in เตียงพร้อมโต๊ะหัวเตียงทั้งสองฝั่งมาให้แบบนี้เลย

พื้นที่จากเตียงถึงผนังปลายเตียงมีขนาดประมาณ 0.88 เมตร สามารถ Built-in โต๊ะวางทีวีหรือจะใช้ทีวีติดผนังแบบห้องตัวอย่างก็ช่วยให้ห้องดูกว้างดี

ส่วนพื้นที่ข้างเตียงจะเป็นกระจกบานใหญ่สูงถึงฝ้าเพดาน มีทั้งกระจกบาน Fix และบานเลื่อน ช่วยให้แสงสว่างเข้าห้องในตอนกลางวันและช่วยให้อากาศถ่ายเทดี แต่หน้าต่างกระจกทางขวามือที่หัวเตียงจะไม่มีให้นะคะ

โดยพื้นที่ข้างเตียงนี้โครงการได้ Built-in โต๊ะทำงานไว้ให้ พื้นที่โดยรวมดูโปร่งน่านั่งเลยหละ

ส่วนพื้นที่ข้างเตียงอีกฝั่งเป็น Walk -in Closet พื้นที่กว้างขวางประมาณ 2 x 2.2 เมตร

ตู้เสื้อผ้าความจากพื้นจรดฝ้าเพดาน หน้าบานตู้บุด้วยลามิเนตลายไม้สีเข้ม ภายในมีฟังก์ชั่นให้ครบเหมือนห้องแบบแรก

ถัดไปเป็นห้องน้ำขนาดประมาณ  3.10 x 3.08 เมตร ภายในแบ่งพื้นที่เป็นอ่างล้างหน้า อ่างอาบน้ำ ห้องอาบน้ำ ห้องสุขา มีการปูพื้นและผนังด้วยหินอ่อนสีขาว(หรือ Cotto Italia) ช่วยให้ห้องน้ำดูขาวสะอาดดี

อ่างล้างหน้าเป็นแบบ His and Her พร้อมติดตั้งกระจกเงาบานใหญ่ให้

อ่างล้างหน้าทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าค่อนข้างตื้น พร้อมก๊อกน้ำสีดำแปลกตาของ TOTO

ฝั่งตรงข้ามกันเป็นอ่างอาบน้ำ ห้องอาบน้ำและห้องสุขา เดี๋ยวเราจะพาไปดูทีละส่วนนะคะ

อ่างอาบน้ำทรงรีสีขาวเหมือนกับห้องแบบแรก

ห้องสุขาขนาดประมาณ 1.45 x 0.9 เมตร มีประตูกระจกนิรภัยกั้นให้เรียบร้อย

ภายในวางโถสุขภัณฑ์แบบธรรมดา แต่ถ้าใครต้องการโถสุขภัณฑ์แบบ Washlet ก็มีโปรโมชั่นให้ สามารถสอบถามกับทางโครงการได้

ติดกันเป็นห้องอาบน้ำขนาดประมาณ 1.45 x 0.9 เมตร กั้นด้วยประตูกระจกนิรภัยให้เช่นกัน

พื้นห้องน้ำมีการลดระดับเล็กน้อยเพื่อกันน้ำไหลจากส่วนเปียกไปส่วนแห้ง

ที่ผนังติดตั้งชุดฝักบัวพร้อม Rain Shower มาให้ที่ฝ้าเพดาน ส่วนผนังทางขวามือมีการเจาะช่องไว้ให้สำหรับวางผลิตภัณฑ์อาบน้ำจำพวกสบู่ ยาสระผม

ฝักบัวทรงสี่เหลี่ยมขนาดกะทัดรัด

สวิตซ์ไฟใช้ของ Panasonic

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะคะ

 

ราคาและเงื่อนไขการขาย @20 Feb, 2560

  • Studio ชั้น 5 ห้อง 508 เนื้อที่ 27.42 ตร.ม. ราคา 3.59 ล้านบาท หรือ 130,926 บาท/ตร.ม.
  • Studio ชั้น 7 ห้อง 707 เนื้อที่ 27.42 ตร.ม. ราคา 3.85 ล้านบาท หรือ 140,408 บาท/ตร.ม.
  • 1 Bedroom ชั้น 2 ห้อง 202 เนื้อที่ 36.40 ตร.ม. ราคา 4.79 ล้านบาท หรือ 131,593 บาท/ตร.ม.
  • 1 Bedroom ชั้น 2 ห้อง 205 เนื้อที่ 47.87 ตร.ม. ราคา 6.36 ล้านบาท หรือ 132,860 บาท/ตร.ม.
  • 1 Bedroom ชั้น 6 ห้อง 606 เนื้อที่ 47.87 ตร.ม. ราคา 6.78 ล้านบาท หรือ 141,634 บาท/ตร.ม.
  • 2 Bedroom ชั้น 5 ห้อง 502 เนื้อที่ 56.50 ตร.ม. ราคา 7.99 ล้านบาท หรือ 141,166 บาท/ตร.ม.
  • 2 Bedroom ชั้น 7 ห้อง 702 เนื้อที่ 85.80 ตร.ม. ราคา 12.5 ล้านบาท หรือ 145,688 บาท/ตร.ม.
  • Fully Fitted + Furniture บางส่วน
  • ฝ้าเพดานสูง 2.60 เมตร
  • Kitchen & Sink
  • Hob & Hood
  • จอง 50,000 บาท
  • ทำสัญญา 5%
  • ค่ากองทุน 500 บาท/ตร.ม.
  • ค่าส่วนกลาง 50 บาท/ตร.ม./เดือน

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ


เจาะลึกรวบยอด

168 Sukhumvit 36 เป็นคอนโด Low Riseในซอยสุขุมวิท 36 ที่เชื่อมต่อระหว่างถนนสุขุมวิทและถนนพระราม 4 โดยโครงการจะค่อนมาทางฝั่งถนนพระราม 4 กว่าหน่อย สภาพแวดล้อมในซอยจะเป็นบ้านพักอาศัย คอนโด อพาร์ทเม้นท์และร้านอาหารที่มีให้เลือกทั้งร้านแบบตกแต่งดูดี ราคาสูงหน่อย ไปจนถึงเต้นท์อาหารและร้านรถเข็นราคาเบาๆ ส่วนราคาที่ดินเมื่อขึ้นชื่อว่าแถวทองหล่อแล้วก็ย่อมสูงเป็นธรรมดา แต่ก็ยังเทียบไม่ได้กับฝั่งซอยทองหล่อ-เอกมัยนะคะ เพราะถ้าเทียบกันแล้วฝั่งที่ตั้งโครงการจะเป็นรองตรงที่ไม่มีแหล่ง Shopping Mall ในระยะใกล้ๆ จึงเหมาะกับคนที่ชอบที่อยู่อาศัยภายในซอยที่เงียบสงบ ไม่พลุกพล่านวุ่นวาย รวมทั้งตัวโครงการที่มีแค่  105 ยูนิต ทำให้โครงการยิ่งมีความ Privacy มากทีเดียว

สำหรับการใช้รถยนต์เข้าออกตัวโครงการ ถือว่าสะดวกสามารถเข้าออกได้ทั้งเส้นสุขุมวิทและ พระราม 4 ถ้าจะไปโซนสาทรหรือสีลมก็เลี่ยงรถติดบนสุขุมวิทไปออกเส้นพระราม 4 ได้ และวิ่งไปขึ้นทางด่วนตรงท่าเรือคลองเตยก็ได้ ส่วนขาลงก็ลงตรงแยกกรมศุลกากรแล้วก็เลี้ยวเข้าพระราม 4 ได้เลย  สำหรับที่จอดรถรวมซ้อนคันประมาณ 77 % ถือว่าโอเคกับโครงการที่มี BTS เป็นตัวเลือกให้ใช้ได้

การเดินทางโดยไม่ใช้รถ หลักๆคือสามารถไปขึ้น BTS ทองหล่อได้ ระยะจากโครงการถึงถึง BTS ทองหล่อประมาณ 900 เมตร ซึ่งถ้าเดินก็เหนื่อยอยู่เหมือนกันนะ แต่ถ้าใครไม่คิดอะไรมากถือว่าเป็นการออกกำลังกายก็เดินได้ แต่มีข้อเสียอยู่อย่างคือในซอยสุขุมวิท 36 นี้จะไม่มีทางเท้า ดังนั้นระหว่างเดินต้องระวังรถดีๆค่ะ อีกทางคือสามารถใช้บริการพี่วินรับส่งโครงการ-BTS ทองหล่อได้ ราคาอยู่ที่ 20 บาท และโครงการมี Shuttle Service เป็นรถกอล์ฟไปส่งให้ ซึ่งช่วยเพิ่มความสะดวกให้ลูกบ้านได้มาก

วัสดุที่ให้ถือเป็นจุดเด่นของที่นี่นะคะ โครงการขายแบบ Fully Fitted +  เฟอร์นิเจอร์บางส่วน โดยพื้นห้องปูด้วยหินอ่อนหรือ Cotto Italia ส่วนห้องนอนปูด้วยลามิเนตลายไม้หนา 12 มม. สำหรับห้องน้ำจะปูทั้งพื้นและผนังด้วยหินอ่อนหรือ Cotto Italia โดยเราสามารถเปลี่ยนได้ตามความต้องการค่ะ ซึ่งรายละเอียดสามารถสอบถามกับโครงการได้นะ ส่วนเคาน์เตอร์ครัวให้ของ RCD ซึ่งจะ Built-in มาให้เลย หน้าบานตู้บุด้วยลามิเนตลายไม้สีเข้มและกระจกซาติน ส่วนผนังครัวและท๊อปเคาน์เตอร์บุด้วยหินอ่อนหรือ Cotto Italia สุขภัณฑ์ภายในห้องน้ำให้ของ TOTO โดยรวมแล้วให้สเปควัสดุค่อนข้างดีและจัดมาได้ลงตัวกับพื้นที่

การออกแบบโครงการมาในสไตล์ญี่ปุ่นใช้โทนสีขาว-ดำ  จุดเด่นของตัวอาคารคงเป็นจั่วด้านบนที่ให้อารมณ์เหมือนบ้าน ซึ่งมีแรงบันดาลใจมาจากบ้านของคนเอเชียที่ต้องเป็นทรงจั่ว จึงเลือกนำมาใช้เพราะต้องการให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกเหมือนได้กลับมาบ้านทุกวัน ส่วนตัวอาคารทุกชั้นจะมีห้องยูนิตพิเศษชั้นละ 2-5 ยูนิตที่จะมีระเบียงต้นไม้ยื่นออกไป คละห้องไปในแต่ละชั้น ช่วยเพิ่มลูกเล่นให้อาคารได้พอสมควรแถมไม่ได้คิดเป็นพื้นที่ขายด้วย เพราะถือเป็นพื้นที่ส่วนกลาง ซึ่งน่าจะดีสำหรับคนที่ชอบปลูกต้นไม้ที่ระเบียงแต่ไม่อยากเสียเวลาดูแลเอง ซึ่งก็ต้องรอดูกันต่อไปนะคะว่าจะมีการดูแลรักษาต้นไม้ให้เขียวชอุ่มได้ตลอดไปอย่างไร

ส่วนการออกแบบห้องพักของที่นี่จะให้ความสำคัญกับห้องนั่งเล่นและห้องนอนพอๆกัน เนื่องจากมีการวางสัดส่วนของพื้นที่ไม่ต่างกันมาก ยกเว้นห้องที่เป็นยูนิตเข้ามุมอาจจะมีสัดส่วนของห้องนั่งเล่นเยอะสักหน่อย โดยส่วนพักผ่อนอย่าง Living Area จะเป็นพื้นที่เปิดซึ่งเชื่อมพื้นที่ห้องนั่งเล่นและครัวมาไว้ด้วยกัน ครัวของที่นี่จึงเป็นครัวเปิดไม่เหมาะกับการทำอาหารหนักเพราะกลิ่นจะฟุ้งไปทั่วห้อง แต่จะเหมาะเป็น Pantry สำหรับเตรียมเครื่องดื่มหรืออาหารเบาๆมากกว่า เหมาะกับคนที่ไม่ได้ทำอาหารทานเองบ่อยและชอบห้องที่ดูกว้างๆโล่ง ส่วนห้องนอนจะมีพื้นที่วางตู้เสื้อผ้าและมีพื้นที่นั่งทำงานทุกห้อง  สำหรับห้องน้ำของที่นี่จะมีอ่างอาบน้ำให้ตั้งแต่ห้อง 1 Bedroom ขนาด 33.8 ตร.ม. เลย ดังนั้นขนาดของห้องน้ำในแต่ละห้องจึงกว้างพอสมควร ยกเว้นห้อง Studio 

นอกจากนี้ยังมีห้องพักในตำแหน่งโถงลิฟต์ฝั่งทิศตะวันออกที่เป็นยูนิตพิเศษชั้นละ 2 ห้องที่มีลิฟต์ส่วนตัวให้ด้วย โดยจะมีให้เลือกทั้งห้อง 1 Bedroom และ 2 Bedroom การมีลิฟต์ส่วนตัวแบบนี้ก็ดีตรงที่สะดวกเวลาออกจากลิฟต์ก็ถึงห้องเลย แต่ก็แลกมาด้วยค่าส่วนกลางที่เก็บเพิ่มขึ้นมามากกว่าห้อง Type ปกติ เป็นค่าบำรุงรักษาค่ะ

ส่วนกลางของที่นี่ให้มาเหมือนคอนโด Low Rise ทั่วไป ไม่หวือหวามาก โดยชั้น 1 จะมีร้านค้า 1 ร้านที่คาดว่าน่าจะเป็นร้านอาหารญี่ปุ่น มี Lobby, Reception โถงลิฟต์ที่มีลิฟต์โดยสารให้  4 ตัว ส่วนชั้น 2 จะเป็น Facilities หลักอย่างสระว่ายน้ำ ฟิตเนส และ Multi-Function Room ซึ่งถ้าดูภาพรวมแล้วอาจจะไม่ได้ Full Option มากมาย แต่ถ้าเทียบกับผู้อยู่อาศัยจำนวน 105 ยูนิตก็ถือว่าให้มาสมน้ำสมเนื้อเลยหละค่ะ

 

Judgement

การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้

ทำเล 35%, การเดินทางโดยใช้รถ 15%, การเดินทางโดยไม่ใช้รถ 15%, วัสดุ 15%, การออกแบบ 10% และสาธารณูปโภค 10%

เทียบกับราคา 135,000 บาท/ตร.ม., 20 Feb, 2017

  • ทำเล 7.5/10 – อยู่ในย่านทองหล่อที่มีบรรยากาศเงียบสงบ เชื่อมต่อกับถนนสุขุมวิทและพระราม 4
  • เดินทางด้วยรถ 7.5/10 -เข้าออกได้หลายเส้นทางและให้ที่จอดรถมา 77% รวมซ้อนคัน
  • ไม่ใช้รถ 7.5/10 -ห่างจาก BTS ทองหล่อประมาณ 900 เมตร มี Shuttle Service รับส่ง BTS
  • วัสดุ 9.25/10 -ให้สเปคค่อนข้างดีและลงตัวกับพื้นที่ มีอ่างอาบน้ำให้ตั้งแต่ห้อง 1 Bedroom
  • แบบ 7.75/10 -สไตล์ญี่ปุ่น แบบสวย คอนเซปต์ชัดเจน
  • สาธารณูปโภค 7.5/10 -ให้มาครบ พอดีกับ 105 ยูนิต
  • HIGH CLASS
  • 7.78 / 10.00

BOTTOM LINE

168 Sukhumvit 36 เหมาะกับคนที่มองหาคอนโดในย่านทองหล่อที่เงียบสงบ ไม่พลุกพล่าน ชอบโครงการยูนิตน้อยๆ ให้วัสดุภายในห้องดี ชอบโครงการที่ให้ Facilities ครบ  มีงบประมาณระดับ 4-15 ล้าน หรือมีกำลังผ่อนประมาณ 28,000 – 105,000 บาท/เดือน 

ถ้าเห็นว่ารีวิวนี้มีประโยชน์ ช่วยกด LIKE ให้หน่อยนะคะ จะได้มีกำลังใจทำรีวิวถัดๆไปค่ะ

สมัครสมาชิกพร้อมรับข่าวสารเพิ่มเติม (คลิกที่นี่ )

Share

Leave a Reply