The Niche ID พระราม 2 เฟส 2 คอนโด Low Rise 2 อาคาร ใช้ระบบ Solar cell ที่ส่วนกลาง โดย SENA [รีวิวฉบับที่ 1291]

February 24, 2017 08:000 comments

รีวิวฉบับที่ 1291… สวัสดีครับหลังจากที่โครงการ The Niche ID Rama 2 เฟสแรก สร้างเสร็จและเข้าอยู่กันแล้ว วันนี้เราจะมาเก็บรีวิวของ The Niche ID Rama 2 เฟส 2 กันบ้าง โครงการมีระยะห่างจากถนนพระราม 2 ประมาณ 260 ม. ซอยเดียวกับเฟสแรก เป็นคอนโด Low Rise 2 อาคาร มีส่วนกลางหลักๆครบและเป็นโครงการแรกที่ใช้ระบบ Solar Cell สำหรับส่วนกลาง ให้เฟอร์นิเจอร์พร้อมเข้าอยู่ในราคาล้านต้นๆ  ตัวโครงการจะเป็นอย่างไรไปชมกันได้เลย….

อ่านรีวิวทำเลรอบๆ และการเดินทาง ได้ที่นี่

อ่านรีวิวตึกเสร็จของโครงการ The Niche ID พระราม 2 เฟสแรก ได้ที่นี่

Fact @ 16 February 2017

  • The Niche ID Rama II Phase II (เดอะนิช ไอดี พระราม2 เฟส 2)
  • บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน)
  • ECONOMY CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment คอนโดได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ในเขต : จอมทอง
  • คอนโด Low Rise 8 ชั้น 2 อาคาร 322 ยูนิต
  • ยูนิตต่อชั้นสูงสุด 27 ยูนิตที่อาคาร D
  • ที่จอดรถประมาณ 121 คัน  คิดเป็น 37.58%  (ไม่รวมซ้อนคัน)
  • ที่ดินประมาณ 2-3 –83.4 ไร่
  • เริ่มก่อสร้าง : กรกฎาคม 2559
  • คาดว่าจะแล้วเสร็จ : กรกฎาคม 2560
  • 1 Bedroom 30-35 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 1.39 ล้านบาท
  • ฝ้าเพดานสูง 2.4 ม.
  • ราคาห้องเริ่มต้น 1.39 ล้านบาท
  • ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรทั้งโครงการ 54,000 บาท/ตร.ม.
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่
  • โทร  : 085-059-4443
  • Call Center : 1775 กด 23

เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วครับ

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างครับ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด : 13.678233, 100.468592

คลิกเพื่อดูภาพขนาดใหญ่

แผนที่จากทางโครงการทำให้เห็นการเข้าถึงตัวโครงการชัดขึ้น ถ้าหากมาจากทางด่วนเฉลิมพระเกียรติ์นั้นจะต้องลงในฝั่งดาวคะนองและกลับรถมายังถนนพระราม 2 มุ่งหน้าชลบุรี ซึ่งโครงการในเฟส 2 นั้นจะอยู่ในพื้นที่ผืนเดียวกันกับเฟสแรกแต่จะขยับมาใกล้ถนนพระราม 2 มากกว่า ตัวโครงการเลยจากจุดขึ้นลงทางด่วนมาไม่ไกลมากนัก ที่ตั้งจะไม่ได้ติดถนนซะทีเดียว แต่จะเข้าซอยที่เป็นถนนภาระจำยอมของโครงการโดยมีระยะห่างจากถนนพระราม 2 ประมาณ 260 ม.

ถนนพระราม 2 เป็นถนนที่มุ่งหน้าลงภาคใต้ มีถนนที่เชื่อมต่อกับเส้นทางอื่นๆ ได้หลายเส้นทาง เช่น ถนนกาญจนาภิเษก (วงแหวนรอบนอกตะวันตก) ไปยังถนนเพชรเกษม ถนนบรมราชชนนี และทางฝั่งบางบัวทองตรงไปออกทางแยกต่างระดับบางปะอินเพื่อมุ่งหน้าสู่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และใช้ทางพิเศษบางพลี-สุขสวัสดิ์ ตรงไปออกถนนสุขุมวิท ถนนบางนา-บางปะกง มุ่งหน้าสู่ภาคตะวันออกและท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ นอกจากนี้ถนนกาญจนาภิเษก ยังมีเส้นทางซึ่งเป็นเครือข่ายถนนของกรมทางหลวงชนบท ได้แก่ ถนนกัลปพฤกษ์ (ตากสิน-เพชรเกษม-วงแหวนรอบนอก) มุ่งหน้าไปยังสะพานสาทร สู่ย่านธุรกิจสาทรและสีลม, ถนนราชพฤกษ์ ที่มีเส้นทางขนานกับถนนกาญจนาภิเษก ผ่านถนนบรมราชชนนีไปยังปิ่นเกล้า, ถนนนครอินทร์ไปยังสะพานพระราม 5 ถนนติวานนท์, ถนนรัตนาธิเบศร์มุ่งหน้าไปยังบางเขน ถนนชัยพฤกษ์มุ่งหน้าไปยังปากเกร็ด, ถนนแจ้งวัฒนะ และถนน 345 มุ่งหน้าไปยัง ปทุมธานีได้เช่นกัน

ถ้าพูดถึงการเจริญเติบโตของพื้นที่บริเวณพระราม 2 ถือได้ว่าเป็นพื้นที่ที่มีความเจริญอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นเส้นทางคมนาคมสายหลักที่ใช้เดินทางไปสู่ภาคใต้และเป็นที่ตั้งของชุมชนพักอาศัยและแหล่งงานมากมาย โดยเฉพาะโรงงานอุตสาหกรรมขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ จึงเกิดการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยเพื่อตอบสนองการขยายตัวของชุมชนบริเวณนี้ขึ้นมากมาย และปัจจุบันที่ดินในแถบแนวถนนพระราม 2 มีการพัฒนารูปแบบที่อยู่อาศัยเป็นคอนโดประเภท Low Rise มากขึ้นเพื่อตอบสนองกับกลุ่มคนที่ทำงานอยู่ในย่านนี้ที่ต้องการที่อยู่ติดถนนในราคาไม่สูงมากและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ก็เดินทางไปซื้อหาจับจ่ายกันได้สะดวก ซึ่งความเจริญส่วนมากจะอยู่ในช่วงต้นทางจนถึงทางแยกถนนกาญจนาภิเษก ห้างสรรพสินค้าบนถนนเส้นนี้จะมี Central พระราม 2 แต่ถ้าในละแวกใกล้เคียงก็จะมี The Mall บางแค, The Mall ท่าพระ และ Seacon บางแคให้เลือกเดิน สำหรับ Hyper Market นี่มีให้เลือกเยอะเลยครับ มีทั้ง 2 ฝั่งขาเข้าและขาออก โดยฝั่งขาออกจะมี Bright Community Mall, Big C พระราม 2 และ Tesco Lotus พระราม 2 ส่วนฝั่งขาเข้าจะมี Big C อีกสาขา ช่วงปากซอยท่าข้ามจะมี Home Pro และ SB Furniture อยู่ด้วยกัน

ส่วนในการเดินทางโดยไม่ใช้รถนั้น ในย่านนี้ถือว่าสะดวกเพราะใกล้กับจุดต่อรถที่เซ็นทรัลพระราม 2 เราอาจจะไม่ต้องไปถึงต้นสายแต่ก็สามารถนั่ง Shuttle Service ไปยังหน้าโครงการเพราะมีป้ายรถเมล์อยู่หน้าโครงการและมีสะพานลอยข้ามไปยังฝั่งมุ่งหน้าเข้าเมือง ถือว่าสะดวกสำหรับคนที่พึ่งรถสาธารณะด้วย นอกจากจะมีรถเมล์และรถตู้เข้าเมืองแล้ว รถ 2 แถวท้องถิ่น มอเตอร์ไซค์รับจ้างและแท็กซี่ในย่านนี้มีวิ่งอยู่ตลอดเวลา สามารถฝากรปภ.เรียกจากหน้าโครงการให้เข้ามารับด้านในได้ด้วย

การเดินทางของเราในวันนี้จะใช้ทางด่วนเฉลิมมหานครในการเดินทางเหมือนที่มาในเฟสแรก แต่เราจะเปลี่ยนการเข้าถึงตัวโครงการให้มีความสะดวกมากขึ้น โดยจะลงทางด่วนที่ทางออกดาวคะนองและกลับรถก่อนถึงแยกพระราม 2 ตัดสุขสวัสดิ์ เมื่อกลับรถมาเราจะไม่เข้าทางเบี่ยงคู่ขนานบริเวณจุดลงสะพานข้ามแยกเพราะบริเวณนั้นกระชั้นชิดและมีอุบัติเหตุบ่อยครั้ง จะต้องเลยทางเบี่ยงจุดขึ้นทางด่วนเข้าเมืองก่อนแล้วค่อยเบี่ยงเข้าคู่ขนาน และวิ่งตามถนนคู่ขนานมาประมาณ 1 กม. สังเกตโชว์รูม Isuzu เตรียมชิดซ้ายเพื่อเลี้ยวเข้าโครงการ ระยะทางประมาณ 8.8 กม.

จุดเริ่มต้นที่ทางด่วนเฉลิมมหานครบริเวณสะพานพระราม 9 มุ่งหน้าดาวคะนอง ทางด้านซ้ายมือจะเห็น ธนาคารกสิกรไทย Landmark ของย่านนี้

จากนั้นวิ่งตรงตามป้ายดาวคะนองจนมาถึงจุดเบี่ยงสุดท้ายก่อนสิ้นสุดทางด่วน ให้ชิดซ้ายเข้าทางออก 30B ดาวคะนอง จุดนี้จะห่างกับโครงการประมาณ 3.6 กม.

วิ่งตามเส้นทางจนมาถึงจุดลงทางด่วนที่ถนนพระราม 2 มุ่งหน้าแยกพระราม 2 ตัดถนนสุขสวัสดิ์ ให้เตรียมชิดขวาเพื่อกลับรถ ระยะจากทางลงจนถึงจุดกลับรถแรกประมาณ 650 ม.

เบื้องต้นจะบอกว่า จุดกลับรถที่นี่จะมี 2 จุด แบ่งเป็นจุดแรก ถ้าเราจะกลับรถเข้าถนนพระราม 2 ตามปกติ หรือจะออกคู่ขนานโดยไม่ได้ผ่านตลาดโอ๋เอ๋ เรากลับที่จุดนี้ได้เลย แต่หากจะแวะตลาดโอ๋เอ๋ หรือเข้าคู่ขนานตั้งแต่ช่วงต้นเราจะต้องเลยจุดกลับรถนี้ไปกลับที่แยกพระราม 2 ตัดถนนสุขสวัสดิ์ ไม่เช่นนั้นจะไม่สามารถเข้าคู่ขนานได้ และไปกลับรถใหม่อีกรอบนะ

เมื่อกลับรถมาจะอยู่ในถนนพระราม 2 มุ่งหน้าวงแหวนตะวันออกที่ช่องทางหลักสะพานทางซ้ายมือเป็นสะพานข้ามแยกพระราม 2 ตัดถนนสุขสวัสดิ์

จากนั้นเมื่อวิ่งมาถึงบริเวณปลายสะพานจะเห็นทางเข้าคู่ขนานในจุดแรก บริเวณนี้ถ้ามาจากจุดกลับรถจะไม่สามารถเข้าได้ เพราะจะมีรถที่ตรงลงมาจากสะพานข้ามแยกถ้าหากเข้าในจุดนี้จะกระชั้นและเกิดอุบัติเหตุ ให้ตรงผ่านจุดนี้ไปก่อน

จากนั้นจะเจอกับทางเบี่ยงเข้าทางด่วน ให้วิ่งในช่องซ้ายต่อไปประมาณ 340 ม. จากจุดขึ้นทางด่วนนี้

จากนั้นจะเจอกับทางเบี่ยงเพื่อเข้าคู่ขนาน สังเกตง่ายๆ จะอยู่ตรงที่ทางด่วนพาดผ่านด้านบนให้ชิดซ้ายเตรียมเบี่ยงเข้า จุดนี้จะเป็นจุดตัดทั้งรถที่จะเข้าทางหลักและออกสู่คู่ขนาน ดังนั้นอาจต้องใช้ความระมัดระวังกันหน่อย…จากจุดนี้จะห่างจากโครงการประมาณ 1.1 กม.

เมื่อเข้าถนนคู่ขนานแล้ว ให้วิ่งตรงไประยะทางประมาณ ​1 กม.

จุดสังเกตเมื่อใกล้ถึงโครงการจะมีทางเบี่ยงเข้าคู่ขนานบริเวณหน้าโครงการ จุดนี้มีระยะกระชั้นถ้าหากจะเข้าโครงการจากทางหลักและเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ เพราะคู่ขนานมี 3 ช่องจราจร เราจึงแนะนำให้กลับรถมายังเส้นทางนี้สำหรับคนที่มาจากทางด่วนเฉลิมมหานครครับ

จากนั้นก็เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ตัวโครงการ

หน้าโครงการอยู่ติดกับถนนพระราม 2 ในฝั่งมุ่งหน้าวงแหวนกาญจนาภิเษกฝั่งตะวันตก ฝั่งตรงข้ามที่เห็นจะเป็นอาคารพาณิชย์สูงประมาณ 3 – 5 ชั้น

บริเวณหน้าโครงการมีข้อดีสำหรับคนที่เดินทางด้วยรถประจำทางคือ อยู่ติดกับป้ายรถเมล์เลย โดยบริเวณหน้าโครงการปัจจุบันเป็นสำนักงานขายอยู่ สำหรับคนที่อยู่ในโครงการหากจะต้องมาขึ้นรถเมล์ที่ด้านหน้าก็สามารถใช้บริการ Shuttle Service ภายในโครงการเพิ่มมาส่งที่ด้านหน้าได้โดยไม่ต้องเดิน ใกล้กันก็มีสะพานลอยสำหรับข้ามไปอีกฝั่งได้ ถือว่าสะดวกและไม่ต้องเดินไกล เดี๋ยวจะไปดูบรรยากาศรอบๆ กัน

บนสะพานลอยทางเดินสะอาดโล่งตลอดแนวและมีหลังคาคลุมเพื่อบังแดดบังฝนตลอดทาง ไม่มีป้ายบังทึบจนไม่น่าเดิน

หันกลับไปยังตัวโครงการ จะเห็นเฟส 2 กำลังขึ้นตัวอาคารใกล้จบชั้นบนสุดแล้ว ทั้ง 2 อาคาร ส่วนเฟส 1 อยู่ทางด้านขวามือ (ทั้ง 3 อาคาร)

ขึ้นมาบนสะพานลอย ภาพบนจะมุ่งหน้าไปยังวงแหวนฝั่งตะวันตกสังเกตทางด้านซ้ายมือจะมองเห็นทางเข้าโครงการและป้ายรถเมล์อยู่ติดกัน ภาพล่างฝั่งกลับกันมุ่งหน้ามาจากสุขสวัสดิ์จะเห็นจุดที่เป็นทางเบี่ยงเข้าคู่ขนานสังเกตระยะจะกระชั้นชิด จึงต้องไปกลับรถเพื่อเข้าคู่ขนานแทน

อาคารในฝั่งตรงข้ามส่วนใหญ่ประกอบกิจการซ่อมรถและขายอุปกรณ์ก่อสร้าง อาหารการกินอาจจะมีไม่มาก ส่วนใหญ่จะต้องเดินไปบริเวณปากซอยห่างออกไปไม่เกิน 1 กม. ถึงจะมีร้านอาหารบ้าง

จากนั้นเดินสำรวจกันในฝั่งเดียวกับโครงการก่อนโดยมุ่งหน้าไปยังแยกพระราม 2 ใกล้กับโครงการเลยจะเป็นโชว์รูม Isuzu และศูนย์บริการ

จากนั้นถัดมาไม่ไกลนักจะเจอกับโรงเรียน สมบุญวิทย์ สอนตั้งแต่อนุบาลจนถึงประถม รร.นี้ห่างจากโครงการประมาณ​ 200 ม.

จากนั้นจะมีสะพานข้ามคลองบางขุนเทียนทางเท้าจะแคบลงเหลือเดินพอสวนกันได้ คลองนี้จะพาดผ่านไปถึงตัวโครงการ น้ำในคลองไหลอยู่ตลอดจึงไม่มีกลิ่นนัก

จากนั้นจะเจอกับพระราม 2 ซอย 29 (ถนนพุทธบูชา) ที่ลัดไปยังประชาอุทิศได้ซึ่งซอยนี้ค่อนข้างคึกคักและเป็นแหล่งอยู่อาศัยขนาดใหญ่ ด้านหน้าจะมีวินมอเตอร์ไซค์คอยรับส่งด้วย

ภายในซอยจะเห็นเต้นท์อยู่หน้าปากซอยสามารถมาซื้อกับข้าวหรืออาหารก่อนกลับบ้านได้ ในซอยนี้สามารถลัดไปยังประชาอุทิศหรือท่าข้ามก็ได้

ถัดจากซอยพุทธบูชาจะมีเซเว่นและร้านอาหารเปิดช่วงเย็นเลือกซื้อเลือกหาได้ จากจุดนี้อยู่ห่างจากโครงการประมาณ 450 ม.

จากนั้นมาดูสภาพแวดล้อมในฝั่งมุ่งหน้าวงแหวนตะวันตกกัน

จุดที่อยู่ติดกับตัวโครงการจะเป็นธุรกิจให้เช่ารถเครน และเครื่องจักรสำหรับงานก่อสร้าง

เดินต่อไปจะเจอกับป้ายรถเมล์จุดนี้ห่างจากโครงการประมาณ​ 150 ม.

ถัดจากป้ายรถเมล์จะเจอกับเซเว่นและเต้นท์ขายอาหารมีทั้งก๋วยเตี๋ยว, อาหารตามสั่งและของหวาน จุดนี้ห่างจากโครงการประมาณ 220 ม. อยู่ในระยะเดินสะดวก

ใกล้กันมีวินมอเตอร์ไซค์สำหรับรับส่งบริเวณ พระราม 2 ซอย 31 (ซอยวัดยายร่ม)

บริเวณด้านหน้าพระราม 2 ซอย 31 ส่วนใหญ่จะมีร้านค้าร้านอาหารมากขึ้นเพราะเป็นซอยที่มีทั้งบ้านพักอาศัยและอพาร์ทเม้นท์อยู่เยอะเพราะจะใกล้กับซอย 33 เป็นซอยทางลัดไปยังท่าข้ามได้ ภายในมีหมู่บ้านอยู่ค่อนข้างเยอะ

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะครับ

ก่อนที่จะพาเข้าไปชมตัวโครงการขอพูดถึงภาพรวมของโครงการหมดให้ฟังคร่าวๆก่อน ที่ดินทั้งหมดของโครงการเป็นที่ดินขนาดใหญ่มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 17 ไร่ จะถูกแบ่งนำมาใช้พัฒนาโครงการ ปัจจุบันพัฒนาขึ้นแล้ว 2 เฟส ในการเข้าถึงแต่ละเฟสนั้นจะมีถนนภาระจำยอมที่สามารถใช้ร่วมกันได้ทุกเฟสมีระยะทางประมาณ 300 ม. จนถึงตัวโครงการเฟสที่ 1 ส่วนเฟส 2 ที่จะมารีวิวนั้นอยู่ในฝั่งตรงข้าม มีทางเข้าโครงการอยู่เยื้องๆ กันไม่ไกลนัก ถัดออกมาอีกคือที่ดินติดถนนใหญ่ส่วนที่เป็นสำนักงานขายในปัจจุบัน จากการสอบถามข้อมูลเบื้องต้นคาดว่าจะเป็น Community Mall แต่ยังไม่มีข้อมูลชัดเจนในตอนนี้ ซึ่งเฟส 2 จะแล้วเสร็จประมาณ Q3 ของปีนี้ จากนั้นจุดที่ตั้งสำนักงานขายอยู่จะมีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาต่อไป

จากภาพแสดงตำแหน่งของอาคารข้างเคียงที่ติดกับโครงการ ตามทิศได้ดังนี้

  • ทิศเหนือ ติดกับ ถนนพระราม 2 เป็นทางเข้าหลักโครงการ
  • ทิศตะวันออก ติดกับ การประปานครหลวงและสถานีสูบจ่ายน้ำ
  • ทิศใต้ ติดกับ หมู่บ้านพักอาศัย 2 – 3  ชั้น
  • ทิศตะวันตก ติดกับ บ้านพักอาศัย 2 – 3 ชั้น

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ (ระยะที่เห็นเป็นระยะรถวิ่งนะครับ ดังนั้นบางที่อาจจะไกลเพราะอาจมีระยะกลับรถด้วย)

  • Central พระราม (2 4 กม.)
  • Big C พระราม 2 (3.5 กม.)
  • HomePro, SB Furniture (3.3 กม.)
  • Mc Donald’s Drive Thru (3.4 กม.)
  • โรงพยาบาลบางมด (1.5 กม.)
  • โรงพยาบาลนครธน (10.8 กม.)
  • โรงพยาบาล บางกอก 9 อินเตอร์เนชั่นแนล (2.7 กม.)
  • ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (9.4 กม.)


เจาะลึกตัวโครงการ

ทางเข้าโครงเป็นถนนภาระจำยอม 2 เลนวิ่งสวนทางกัน กว้างประมาณ 12 ม. ยาวเข้าในถึงโครงการ ระยะทางประมาณ 260 ม. ด้านหน้าโครงการเป็นสำนักงานขาย

ถัดเข้ามาด้านในก่อนจะเลี้ยวโค้งจะมีช่องให้เลี้ยวเพื่อจอดรถสำหรับ Sales Office

เข้ามาด้านในแบ่งจอดรถเป็น 2 ฝั่งใกล้กันเป็น Minimart สำหรับคนที่อยู่ในโครงการมาใช้บริการได้

บริเวณ Minimart จะมีอีกส่วนแบ่งเป็นร้านรับซักรีดด้วย และด้านในมีอาหารการกินครบ เปิด 24 ชม.

บริเวณฝั่งตรงข้าม Minimart นอกจากที่จอดรถยังมีที่จอดสำหรับจักรยานรองรับด้วย

ถัดเข้ามาเป็นสะพานข้ามคลองบางขุนเทียนที่เป็นจุดแยกจากคลองหลัก บริเวณนี้น้ำนิ่งแต่ไม่ค่อยมีกลิ่นรบกวนเท่าไหร่

จากนั้นมาดูภายใน Sales Office ปัจจุบันปรับเปลี่ยนในส่วนของโมเดลโครงการและเพิ่มจำนวนห้องตัวอย่างในเฟส 2 อีก 2 ห้อง

โมเดลจำลองตัวโครงการ The Niche ID พระราม 2 เฟส 2 อยู่ในพื้นที่ที่ถูกพัฒนาโดย Sena Development โดยแบ่งออกเป็น 2 อาคาร มีจำนวนยูนิตทั้งหมด 348 ยูนิต แบ่งเป็นอาคาร D 189 ยูนิตและอาคาร E 133 ยูนิต มีทั้งหมด 8 ชั้น ลักษณะอาคารจะเป็นรูปตัว L ทั้ง 2 อาคาร จัดวางพื้นที่ส่วนกลางไว้ตรงกลางด้านในโครงการ พื้นที่ชั้น 1 ของโครงการเป็นพื้นที่จอดรถมีทั้งใต้อาคารและกลางแจ้ง แยก Lobby สำหรับขึ้นอาคารเข้าออกด้วยระบบ Key Card Access ส่วนชั้นพักอาศัยจะเริ่มตั้งแต่ชั้น 2 ขึ้นไปจนถึงชั้น 8 ปัจจุบันเปิดขายเฉพาะอาคาร D ก่อน

ซึ่งจุดเด่นของที่นี่คือได้นำ Solar Cell มาใช้สำหรับส่วนกลางเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในพื้นที่ส่วนกลางโดยนำพลังงานที่ได้จากแสงอาทิตย์นำมาใช้ในโครงการ เช่น ระบบแสงสว่างในพื้นที่ส่วนกลางในเวลากลางคืน เป็นต้น ทางเข้า-ออกของโครงการอยู่ในฝั่งทิศตะวันตกติดกับพื้นที่เฟส 1 แต่ไม่ได้ถูกบังทั้งหมด เพราะตำแหน่งอาคารจะอยู่เหลื่อมกันอยู่ ในอาคาร E จึงเปิดวิวออกได้กว้างขึ้นตั้งแต่ชั้น 3 ขึ้นไป เพราะส่วนใหญ่เป็นบ้านพักอาศัย 2 ชั้น ส่วนอาคาร D จะมองเห็นวิวสวนส่วนกลาง และทิศเหนือของทั้ง 2 อาคารจะมีในปีกตัว L ทั้ง 2 อาคาร ซึ่งปัจจุบันยังเปิดโล่ง ต้องรอดูว่าในอนาคตฝั่งทิศเหนือของอาคาร D จะพัฒนาไปในรูปแบบใด

ทางเข้าออกเดินรถสวนทางกัน รูปแบบการเข้าออกเป็นระบบไม้กระดกเป็น Key Card Access ระยะใกล้ทั้ง 2 ฝั่งมีป้อม รปภ.ทางด้านขวามือ ส่วนด้านในจัดการเดินรถภายในอาคารสวนทางกัน

ถัดจากป้อมยามจะแบ่งการเดินรถสวนทางกัน (อนาคตหากโอนนิติแล้วอาจมีการเปลี่ยนแปลง) แยกเข้าใต้อาคาร D และ อาคาร E และปลูกต้นไม้ให้ร่มเงาบริเวณทางเข้า ส่วนด้านในจะมองเห็นที่จอดรถกลางแจ้งและด้านในเป็น Main Facility ของโครงการ

ส่วนในฝั่งทิศตะวันออกจะอยู่ติดกับคลองบางขุนเทียน ในฝั่งด้านนี้จะมีพื้นที่สวนแบ่งเป็นลานออกกำลังกายและสนามเด็กเล่นยาวตลอดแนว (ตามภาพบรรยากาศจำลอง) โดยในฝั่งตรงข้ามคลองส่วนใหญ่เป็นบ้านพักอาศัย 2 ชั้น และอพาร์ทเม้นท์ วิวที่ได้อาคาร D จะเปิดกว้างขึ้นตั้งแต่ชั้น 3 ขึ้นไป ในด้านนี้จะได้แสงแดดในช่วงเช้าซึ่งเป็นข้อดีเพราะฝั่งนี้ลมผ่านและอากาศถ่ายเทสะดวก ส่วนในอาคาร E จะมองเห็นสวนส่วนกลางโครงการ

ในฝั่งทิศใต้ของอาคารจะอยู่ติดกับที่ดินข้างเคียง ส่วนใหญ่เป็นบ้านพักอาศัย 2 ชั้น โดยในอาคาร D จะมีปลายของปีกตัว L เปิดวิวออกสู่พื้นที่ส่วนกลาง ส่วนในอาคาร E ก็มีส่วนในปีกตัว L เปิดวิวในด้านนี้เช่นกัน และจะเปิดกว้างมากขึ้นตั้งแต่ชั้น 3 ขึ้นไป

พื้นที่ Main Facility ของโครงการประกอบไปด้วย สระว่ายน้ำระบบเกลือแยกโซนสระเด็ก อาคาร Clubhouse ภายในเป็นพื้นที่ Main Lobby ของทั้ง 2 อาคาร มีพื้นที่นั่งเล่นอยู่ด้านใน และมีส่วน Fitness ให้ลูกบ้านใช้ร่วมกันที่นี่

ภาพบรรยากาศจำลองบริเวณ Main Lobby สำหรับให้ผู้มาติดต่อและผู้อาศัยได้ใช้ร่วมกันทั้ง 2 อาคาร

ภาพบรรยากาศจำลองบริเวณสระว่ายน้ำส่วนกลางเป็นสระระบบเกลือขนาดประมาณ 7 x 12.5 ม. แบ่งสระเด็กลึก 0.6 ม. สระผู้ใหญ่ลึก 1.5 ม.

ภาพบรรยากาศจำลองภายใน Fitness บริเวณพื้นที่ส่วนกลาง ภายในจัดวางเครื่องออกกำลังกายไว้ให้ประมาณ 6 เครื่อง

 

ผังรวมของโครงการจัดทางเข้าออกหลักไว้ 1 จุด การสัญจรสวนทางกันส่วนการจอดรถจะจอดรถไว้ใต้อาคารที่ชั้น 1 และกลางแจ้งบางส่วน มีที่จอดรถทั้งหมด 121 คัน (ประมาณ 37.58%) ถือว่าน้อยสำหรับโครงการที่ต้องใช้รถ บริเวณตรงกลางระหว่างอาคารจัดวาง Main Faciliy ให้ทั้ง 2 อาคารใช้งานร่วมกัน และมีที่จอดรถกลางแจ้งอยู่ด้านหน้าซึ่งการนำพื้นที่ส่วนกลางทั้งหมดมารวมกันเพื่อให้ง่ายต่อการจัดการและดูแลพื้นที่โดยไม่รบกวนส่วนพักอาศัยและได้พื้นที่สำหรับการใช้งานได้มากขึ้นกว่าแยกการใช้งานในแต่ละตึกด้วย อีกทั้งยังมีพื้นที่สวนโดยแบ่งเป็นลานออกกำลังกายและสนามเด็กเล่นที่บริเวณอาคาร D ยาวตามแนวคลองในฝั่งทิศตะวันออกและในฝั่งตะวันตกของอาคาร E แต่จะเล็กกว่าในฝั่งอาคาร D

ชั้น 2 ของทั้ง 2 อาคารจะเป็นห้องพักอาศัยทั้งหมด การจัดวางจะเน้นให้ห้อง Type B ให้เข้าสู่วิว Clubhouse เพื่อเปิดมุมมองด้านในโครงการ ส่วน Type A จะอยู่รอบนอกตามทิศเหนือ ทิศตะวันออกและตะวันตกโดยแบ่งตามอาคารได้ ดังนี้

  • ผังอาคาร D เป็นรูปตัว L จัดทางเดินเป็นแบบ Double Corridor คือมีห้อง 2 ฝั่งทางเดินมีช่องแสงบริเวณโถงลิฟท์และปลายโถงทางเดินทั้ง 2 ฝั่ง มีจำนวนลิฟท์โดยสาร 2 ตัวจัดวางอยู่บริเวณมุมของตัว L และมีข้อดีคือแยกออกจากโถงทางเดินเพื่อลดเสียงรบกวนบริเวณหน้าประตูห้องในขณะยืนรอลิฟท์ มีอัตราส่วนลิฟท์ 95 : 1 โดยระยะเดินในปีกทิศใต้จะไกลกว่า ภายในมีห้องพักอาศัย 27 ห้อง เป็นห้อง Type A, A-1 ขนาด 30 ตร.ม. 16 ห้อง และห้อง Type B, B-1 ขนาด 35 ตร.ม. 11  ห้อง ส่วนบันไดหนีไฟจะมี 2 จุดโดยอยู่ติดกับโถงลิฟท์ 1 จุด และอยู่ในปีกทิศใต้อีก 1 จุด
  • ผังอาคาร E เป็นรูปตัว L เช่นกันแต่ตัวอาคารจะสั้นกว่า จัดทางเดินเป็นแบบ Double Corridor เหมือนตึก D มีช่องแสงที่ปลายโถงทางเดินทั้ง 2 ฝั่งและบริเวณโถงลิฟท์ มีจำนวนลิฟท์โดยสาร 2 ตัวอยู่บริเวณมุมของตัว L และแยกออกจากโถงทางเดินเพื่อลดเสียงรบกวนในขณะรอลิฟท์เช่นกัน อัตราส่วนลิฟท์จะอยู่ที่ 67 : 1 ระยะเดินในปีกทิศเหนือจะไกลกว่า ห้องพักอาศัย 19 ห้อง เป็นห้อง Type A, A-1 ขนาด 30 ตร.ม. 7 ห้อง และห้อง Type B, B-1 ขนาด 35 ตร.ม. 12  ห้อง ส่วนบันไดหนีไฟในอาคารนี้จะมีเพียงจุดเดียวคือบริเวณโถงลิฟท์

ชั้น 3-8 เป็นชั้นพักอาศัยที่ต่อเนื่องมาจากชั้น 2 ซึ่งตำแหน่งห้องต่างๆ จะอยู่ตรงกับตำแหน่งชั้น 2 แบ่งได้ ดังนี้

  • ผังอาคาร D เป็นรูปตัว L จัดทางเดินเป็นแบบ Double Corridor มีช่องแสงบริเวณโถงลิฟท์และปลายโถงทางเดินทั้ง 2 ฝั่ง จำนวนลิฟท์โดยสาร 2 ตัวจัดวางอยู่บริเวณมุมของตัว L มีโถงรอลิฟท์แยกจากโถงทางเดินเช่นกัน ภายในมีห้องพักอาศัย 27 ห้อง ส่วนบันไดหนีไฟจะมี 2 จุดโดยอยู่ติดกับโถงลิฟท์ 1 จุด และอยู่ในปีกทิศใต้อีก 1 จุด
  • ผังอาคาร E เป็นรูปตัว L จัดทางเดินเป็นแบบ Double Corridor เหมือนตึก D ห้องพักอาศัย 19 ห้อง เป็นห้อง Type A, A-1 ขนาด 30 ตร.ม. 7 ห้อง และห้อง Type B, B-1 ขนาด 35 ตร.ม. 12  ห้อง ส่วนบันไดหนีไฟในอาคารนี้จะมีเพียงจุดเดียวคือบริเวณโถงลิฟท์

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • Main Lobby
  • ติดตั้งหลังคา Solar roof  ใช้ไฟแสงสว่างส่วนกลาง ฟรี  24 ชั่วโมง
  • สระว่ายน้ำ 1 สระ ระบบเกลือ ขนาด 7 x 12.5 ม. แบ่งสระเด็กลึก 0.6 ม. สระผู้ใหญ่ลึก 1.5 ม.
  • ห้องออกกำลังกาย 1 ห้อง
  • สวนหย่อมรอบโครงการ
  • ลิฟท์โดยสาร 2 ตัว/อาคาร
  • อัตราส่วนลิฟท์รวมทั้งโครงการ 81:  1
  • อัตราส่วนลิฟท์ตึก D 95 : 1
  • อัตราส่วนลิฟท์ตึก E 67 : 1
  • ที่จอดรถแบ่งจอดใต้อาคารและกลางแจ้งประมาณ 121 คันคิดเป็น 37.58%% ไม่รวมจอดซ้อนคัน
  • ระบบ CCTV / Key Card Access
  • พนักงานรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม.
  • Shuttle Service รับส่งภายในถึงหน้าโครงการ


Product Walkthrough

ในโครงการจะมีห้องพักแบบ 1 ห้องนอนเท่านั้น แต่มี 2 ขนาด แบ่งดังนี้

  • Type A แบบ 1 ห้องนอน ขนาด 30 ตร.ม.
  • Type B แบบ 1 ห้องนอน ขนาด 35 ตร.ม.

จุดเด่นของโครงการนี้อยู่ที่ขนาดของห้องที่มีขนาดใหญ่ในราคาที่ไม่แพงและขายแบบ Fully Furnished เฟอร์นิเจอร์ที่ให้ในเฟส 2 มีการปรับเปลี่ยนในบางจุดทั้งการวางผังห้อง เช่น ในห้อง Type B จะลดประตูทางเข้าห้องน้ำจากในห้องนอนและปรับเป็นตู้เสื้อผ้าแทน ส่วนห้องนั่งเล่นปรับเปลี่ยนตำแหน่งการจัดวางโต๊ะทานอาหารกับโซฟาทั้ง 2 Type ใหม่ และเปลี่ยนแบบเฟอร์นิเจอร์ที่ให้ทั้งตู้เสื้อผ้าและชั้นต่างๆ จากเดิมที่เป็นแบบลอยตัวเปลี่ยนเป็น Built-in ทำให้ใช้ประโยชน์ได้มากขึ้น สุดท้ายที่น่าสนใจคือ เพิ่มบานเลื่อนกระจกที่กั้นระหว่างครัวและห้องนั่งเล่นได้ครัวปิดและแบ่งพื้นที่ใช้งานเป็นสัดส่วนมากขึ้น จะเป็นอย่างไรไปดูรายละเอียดกันได้เลย…..

Type A 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ พื้นที่ 30 ตร.ม. ขนาดห้องเหมาะสำหรับการอยู่อาศัย 1-2 คน ห้องแบ่งพื้นที่การใช้งานเป็น 2 ฝั่งหลักๆ คือส่วนพักอาศัยและพักผ่อน อีกฝั่งเป็นส่วนห้องน้ำ ครัว และระเบียงไปในด้านเดียวกันเป็นสัดส่วน พื้นสูงถึงฝ้า 2.4 ม.

เมื่อเข้าห้องไปจะเจอส่วนนั่งเล่น จัดวางชุดรับแขกและโต๊ะทานอาหารประมาณ 2 ที่นั่ง ถัดมาเป็นห้องครัวที่เชื่อมต่อกับส่วนนั่งเล่น จุดเด่นของห้องนี้คือแบ่งส่วนครัว ส่วนระเบียง และห้องน้ำไว้ด้านเดียวกันและมีประตูบานเลื่อนกั้นแบ่งเป็นสัดส่วน สามารถเปิดระบายอากาศและความชื้นได้ดี เปลี่ยนวัสดุพื้นเป็นกระเบื้องเซรามิคทำความสะอาดได้ง่าย ส่วนแรกจะเจอกับพื้นที่สำหรับวางตู้เย็นต่อเนื่องไปเป็นชุดครัวติดตั้ง Built-in มี Sink ล้างจานของ Mex ติดมาให้ แต่ไม่ได้แถม Hob Hood อาจจะต้องซื้อเพิ่มและต่อท่อดูดอากาศออกสู่ด้านนอกในภายหลังจะได้ทำอาหารจริงจังขึ้น

ถัดไปเป็นระเบียง วางเครื่องซักผ้าและราวตากผ้าด้านนอกได้ ติดกับห้องครัวอีกด้านนึงเป็นห้องน้ำพร้อมสุขภัณฑ์ครบชุดแยกส่วนแห้งส่วนเปียกแต่ไม่ได้แถมฉากกั้นอาบน้ำให้ สามารถซื้อติดตั้งได้ในภายหลัง ซึ่งการจัดผังห้องให้ห้องน้ำอยู่ส่วนด้านในของอาคาร จะไม่มีหน้าต่างระบายอากาศ แต่ภายในห้องน้ำก็ติดเครื่องดูดอากาศไว้ให้ และสามารถเปิดประตูระเบียงช่วยระบายความชื้นได้

ส่วนของห้องนอนจะถูกกั้นจากห้องนั่งเล่นด้วยประตูบานเลื่อนกระจกบานใหญ่ 3 ตอนเต็มผนัง จัดวางห้องนอนไว้ติดหน้าต่างเพื่อรับแสงธรรมชาติและระบายอากาศได้ดี ซึ่งตรงนี้ถ้าเราเปิดประตูออกก็เหมือนได้ห้องกว้างๆ 1 ห้อง  มีประโยชน์ตรงที่สามารถใช้ฟังก์ชั่นของห้องนั่งเล่น และห้องนอนในช่วงเวลาเดียวกันได้ เช่น หากมีเพื่อนมาเยี่ยมที่ห้องมีปาร์ตี้เล็กๆ ก็สามารถเปิดประตูไว้จะได้พื้นที่เชื่อมต่อกันที่กว้างขึ้น หรือถ้าอยู่กัน 2 คนแล้วคนนึงต้องการพักผ่อนแต่อีกคนยังอยากนั่งดูทีวีก็ปิดประตูบานเลื่อน จะช่วยให้เสียงไม่รบกวนกัน และยังป้องกันกลิ่นจากการประกอบอาหารเข้าห้องนอนด้วย

พื้นห้องแบ่งจากภายนอกด้วยตัวจบพื้นลามิเนตวัสดุ PVC สีเดียวกับพื้น ภายในเป็นพื้นลามิเนตหนา 8 มม. ประตูห้องไม่ได้ติดตั้งมาให้ แต่ที่จะได้เป็นบาน HDF ทำสีขาวครับ

บรรยากาศภายในห้องเมื่อเข้ามาจะเจอกับส่วนนั่งเล่นที่อยู่ต่อเนื่องกับส่วนห้องนอน ระยะพื้นถึงฝ้าสูงประมาณ 2.4 ม. ตามมาตรฐานคอนโด Low rise ทั่วไป ภายในห้องจริงจะมีเฟอร์นิเจอร์ลอยตัวมาให้ ประกอบด้วยโซฟา โต๊ะทานอาหารและเก้าอี้ 2 ตัว และชุด Built-in ทีวีในส่วนนั่งเล่นยกเว้นอุปกรณ์ตกแต่งและเครื่องใช้ไฟฟ้า

หันกลับไปจะเห็นส่วนของโซฟาห้องนี้มีระยะดูทีวีกว้างประมาณ 2.5 ม. มีชั้นสำหรับวางทีวีขนาดประมาณ 40″-45″ หรือจะแขวนบนผนังก็ได้

ชั้นวางทีวีขนาดประมาณ​ 1.5 x 0.3 ม. สูงจากพื้นประมาณ 22 ซม. วางของใต้ชั้นดังกล่าวได้ มีช่องเก็บของแบบมีบานปิดให้ 1 จุดทางซ้ายมือ ด้านบนจะวางทีวีหรือแขวนที่ผนังก็ได้ เพื่อเพิ่มพื้นที่สำหรับวางของ

Detail ของบานเปิดจะเซาะร่องแบบนี้ เวลาเปิดปิดหยิบจับได้สะดวก

บริเวณส่วนนั่งเล่นกว้างประมาณ 3 ม. จัดแบ่งโซฟากว้างประมาณ 1.6 ม. และชุดโต๊ะทานอาหารประมาณ 75 ซม. วางเข้ามุม และเหลือช่องประมาณ 65 ซม. สำหรับวางเก้าอี้นั่งทานอาหาร จากการลองนั่งสามารถลุกเข้าออกได้แต่จะไม่สะดวกสำหรับคนตัวใหญ่นัก

ตัวโซฟามีความพิเศษคือ สามารถพับโต๊ะกลางเข้าไปเก็บไว้ใต้โซฟาได้ ซึ่งเป็นการออกแบบโดยเฉพาะของโครงการนี้ เมื่อต้องการใช้งานพื้นที่บริเวณหน้าทีวี เช่นออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมอื่นๆ เมื่อเพื่อนหรือญาติๆ มาหา โดยแบ่งเป็น 3 ขั้นตอนง่ายๆ (1) เอาของออกจากโต๊ะกลาง (2) กางออก (3) เลื่อนเข้าใต้โซฟา ซึ่งโต๊ะกลางมีขนาดประมาณ 35 x 50 x 52 ซม.

ฝ้าเพดานภายในส่วนนั่งเล่นติดดาวน์ไลท์ฝังฝ้าให้ 2 จุด โดยในห้องจริงจะมีตัวจับเพลิงไหม้ให้อีก 1 จุด

ถัดไปเป็นส่วนของห้องนอน มีจุดเด่นคือให้ตัวบานมาเต็มความสูงฝ้าและจัดแบ่งบานเลื่อนกระจกเป็น 3 ตอน เมื่อเลื่อนเปิดสุดจะมีความกว้างประมาณ 1.27 ม. ช่วยให้แสงเข้าสู่ภายในห้องนอนและส่วนนั่งเล่นได้ทั่วถึง

บานประตูเป็นอลูมิเนียมสีธรรมชาติ รางประตูด้านล่างมีความสูงขึ้นมาประมาณ 1.5 ซม. จบพื้นลามิเนตทั้ง 2 ฝั่งด้วยคิ้วลายเดียวกับพื้นห้อง อุปกรณ์บานประตูมีสักหลาดเก็บตามขอบบานป้องกันฝุ่นและเสียงรอบกรอบบานและมี Door Stopper กันกระแทกครบชุด

ภายในห้องนอนจะได้เตียงขนาด 5 ฟุตไม่รวมฟูกด้านล่างมีลิ้นชักใส่ของให้ 1 จุด ด้านซ้ายมีตู้เสื้อผ้า Built-in ให้ 1 ตัวพร้อมกับชุดโต๊ะเครื่องแป้ง ภายในห้องมีหน้าต่างเป็นบานเลื่อนเดี่ยวและติดบานติดตายให้ด้านล่างเพื่อช่วยให้แสงเข้าและระบายอากาศได้ดี พื้นที่ปลายเตียงมีระยะห่างจากตู้ประมาณ 70 ซม. มีระยะยืนแต่งตัวหน้าตู้เสื้อผ้าได้

บริเวณช่องด้านข้างเตียงติดกับประตูบานเลื่อนกว้างประมาณ 30 ซม.

พื้นที่ด้านข้างเตียงฝั่งติดหน้าต่างมีความกว้างประมาณ 64 ซม. ตัวเตียงสามารถขยับให้อยู่กึ่งกลางได้ ทั้งนี้อยู่กับความเหมาะสมของผู้อยู่อาศัยว่าจะจัดไว้ในฝั่งใด

หน้าต่างภายในห้องเป็นบานเลื่อนสลับและมีช่องแสงติดตายด้านล่างช่วยให้แสงเข้าและระบายอากาศได้ดีด้านบนติดรางม่านและอุปกรณ์ม่านให้ดูเป็นไอเดีย เมื่อเลื่อนปิดจะเกือบเต็มผนังพอดี

บริเวณปลายเตียงจัดแบ่งเป็นตู้เสื้อผ้า Built-in ขนาดประมาณ 1.4 ม.และโต๊ะเครื่องแป้งให้ตามนี้ยกเว้นอุปกรณ์ตกแต่งและกระจก ส่วนแอร์ที่ได้จะมีเฉพาะในห้องนอนมีขนาด 9,000 BTU ของ York

ลักษณะบานตู้เป็นบานเลื่อนสลับไม่มีอุปกรณ์ล็อค ภายในตู้เสื้อผ้าจัดแบ่งเป็นชั้นสำหรับเก็บของด้านบน ส่วนด้านล่างมีลิ้นชัก 4 ชั้นทางด้านซ้าย ส่วนทางด้านขวาแบ่งแขวนกางเกงด้านล่างได้ วัสดุกรุผิวจะได้ตามนี้ทั้งด้านนอกด้านใน

โต๊ะเครื่องแป้งมีขนาดประมาณ 40 x 75 ซม. หรือจะใช้เป็นโต๊ะทำงานก็ได้ตามการใช้งาน มีลิ้นชักสำหรับใส่ของให้ 2 จุด

ไฟภายในห้องนอนติดดาวน์ไลท์ฝังฝ้าให้ 2 จุด ฝ้าฉาบเรียบทาสี แต่ห้องจริงจะไม่มีรางม่านและผ้าม่านให้เราต้องติดตั้งเองภายหลัง

บริเวณส่วนครัวถ้ายืนมองจากห้องนั่งเล่นจะเห็นตู้เย็นก่อน (หิวๆ ก็มุ่งตรงไปหยิบเลย) ซึ่งมีจุดที่น่าสนใจคือ ห้องครัวมีฉากกั้นแบ่งให้เป็นสัดส่วนและป้องกันกลิ่นจากการทำอาหารได้ ความกว้างของช่องเมื่อหักระยะบานประตูประมาณ 60 ซม. ดังนั้นหากจะซื้อเครื่องซักผ้าวางหลังห้องต้องวัดระยะประตูจุดนี้ก่อนซื้อ จะได้ไม่เสียเที่ยว…..ส่วนเครื่องปรับอากาศในห้องนั่งเล่นมีจุดติดตั้งตามนี้แต่จะไม่ได้แถมให้

บานเลื่อนกั้นระหว่างส่วนครัวและส่วนนั่งเล่นเป็นบานอลูมิเนียมสีธรรมชาติ ติดกระจกใส ติดอุปกรณ์รางเลื่อนไว้ด้านบนทำให้พื้นระหว่าง 2 ส่วนเรียบเสมอกัน จะมีแค่เพียงตัวจบระหว่างพื้นลามิเนตและพื้นกระเบื้องเซรามิคที่อยู่ในส่วนครัว

ส่วนครัวแบ่งตู้เย็นไว้ชิดห้องน้ำและชุดครัวไว้ติดประตูออกระเบียง มีข้อดีเมื่อทำครัวสามารถเปิดประตูระเบียงเพื่อช่วยระบายอากาศได้และบริเวณอ่างใกล้แสงสว่างด้านนอก ช่วยระบายความชื้นได้ดี

ความกว้างบริเวณด้านหน้าตู้เย็นถึงประตูบานเลื่อนประมาณ 80 ซม. เมื่อเปิดตู้เย็นจะเหลือช่องระหว่างประตูตู้เย็นถึงประตูบานเลื่อนประมาณ​ 30 ซม. พอเดินเข้าออกได้โดยไม่เบียด

ด้านบนเหนือตู้เย็นได้ออกแบบให้มีตู้ด้านบนมีหน้าบานปิดสำหรับใส่ของด้วย ระยะห่างระหว่างตู้เย็นจนถึงตัวตู้ประมาณ 50 ซม. ซึ่งตู้เย็นตัวอย่างมีขนาดประมาณ 7 คิว ในส่วนครัวมีดาวน์ไลท์ฝังฝ้าให้ 1 จุด

ตู้บนแบ่งเป็น 3 ส่วน ทางซ้ายสุดเป็นชั้นสำหรับวางของ จุดนี้ไม่มีบานปิดอาจจะต้องระวังฝุ่นบ้าง ตรงกลางเป็นตู้บานเปิดคู่ด้านในเป็นช่องโล่ง ส่วนขวาสุดเป็นตู้บานเปิดบนด้านในวางของได้ 1 ช่อง

พื้นที่ทำครัวขนาด 119 x 60 ซม. วัสดุเป็นเมลามีน มีอ่างและก๊อกของ Mex ติดมาให้ ทางซ้ายมือติดปลั๊กสวิตช์สำหรับใช้งานอุปกรณ์ครัว และด้านบนของอ่างมีขอสำหรับแขวนของให้ 3 จุด บริเวณผนังทาสีขาว ดังนั้นอาจจะต้องหาวัสดุอื่นมาติดหรือกรุเพิ่มเพื่อช่วยเช็ดล้างทำความสะอาดได้ง่ายขึ้น

ตู้ล่างแบ่งเป็น 4 ช่องประกอบด้วยช่องใส่ของที่ตู้ใต้อ่าง มีวัสดุป้องกันน้ำหยด ส่วนทางซ้ายบนสุดเป็นลิ้นชักพร้อมถาดช้อน ช่องกลางสำหรับใส่ไมโครเวฟ และช่องล่างเป็นลิ้นชักใส่ของอเนกประสงค์

ทางออกสู่ระเบียงติดประตูบานเลื่อนเดี่ยว ความกว้างของประตูประมาณเมื่อเปิดสุดประมาณ 70 ซม.

บริเวณประตูบานเลื่อนมีรางสำหรับติดมุ้งลวดให้ตัวธรณียกสูงขึ้นมาประมาณ 15 ซม. สูงกว่าระดับธรณีของระเบียงเพื่อป้องกันน้ำจากระเบียงย้อนเข้าภายในห้องได้ ตัวระเบียงมีขนาดประมาณ 1.05 x 1.48 ม. วัสดุเป็นกระเบื้องเซรามิคเช่นเดียวกับส่วนครัว

ภายนอกติดตั้งระแนงเหล็กกล่องทำสี เป็นราวกันตกสูงประมาณ 97 ซม. และมีระแนงบัง Condensing air เรียบร้อย

ด้านบนติดดวงโคมซาลาเปาให้ และด้านล่างเตรียมก็อกน้ำ ปลั๊กไฟแบบกันน้ำพร้อมกับท่อน้ำทิ้งแต่อาจจะต้องเปิดฝาท่อเพื่อสอดท่อน้ำทิ้งจากเครื่องซักผ้าลงไปเพื่อไม่ให้น้ำเจิ่งนองบนพื้นระเบียง

บริเวณครัวมองจากระเบียงบริเวณชุดครัวมีความกว้างประมาณ 1 ม. ด้านในสุดเป็นห้องน้ำสังเกตว่าวัสดุพื้นจะเป็นกระเบื้องเซรามิคสีเดียวกันตั้งแต่บริเวณระเบียงจนไปถึงห้องน้ำ จุดนี้มีข้อดีคือเรื่องสี โดยได้เลือกใช้สีครีมเป็นสีที่หากระเบื้องได้ง่ายและมีขนาดเท่ากัน เมื่อซ่อมแซมจะยังพอมีสีที่ใกล้เคียงเมื่อรื้อเปลี่ยนกระเบื้อง

ก่อนเข้าสู่ภายในห้องนำ้บริเวณก่อนเข้าห้องน้ำยกธรณีขึ้นประมาณ 7 ซม. ใช้กระเบื้องเซรามิคต่อเนื่องเข้าไปในห้องน้ำ​

ภายในห้องน้ำแบ่งส่วนแห้งส่วนเปียกเมื่อเข้ามาจะเจอกับอ่างล้างมือ>>โถสุขภัณฑ์>>ส่วนอาบน้ำ แต่ตัวฉากกั้นติดมาให้ดูเป็นไอเดีย วัสดุพื้นและผนังเป็นกระเบื้องเซรามิค อุปกรณ์และสุขภัณฑ์ของ American Standard และ Cotto หรือเทียบเท่า

อ่างล้างหน้าของ Cotto มีขนาดประมาณ 40 x 50 ซม. ความกว้างบริเวณอ่างประมาณ 65 ซม. ยืนใช้งานได้สะดวก แต่ไม่มีพื้นที่สำหรับวางของให้ แต่สามารถวางบนอ่างได้นิดหน่อย

สุขภัณฑ์ของ American Standard หรือเทียบเท่า จัดวางตำแหน่งสุขภัณฑ์มีระยะกว้างจากกึ่งกลางประมาณ 80 ซม. ลุกนั่งได้สะดวก ติดตั้งอุปกรณ์ไว้ทางด้านขวา (ถ้านั่งที่โถ) ส่วนที่ใส่กระดาษชำระไม่มีฝาปิด ดังนั้นอาจต้องระวังน้ำกระเด็นจากการอาบน้ำเพราะไม่ได้แถมฉากกั้นอาบน้ำให้

สายชำระของ Cotto หรือเทียบเท่า ลักษณะการใช้งานปกติทั่วไปจะกดฉีดที่บริเวณหัว แต่ตัวนี้จะกดฉีดน้ำตรงกลาง ใช้สะดวกเช่นกัน

พื้นที่ส่วนอาบติดฉากกั้นอาบน้ำเป็นกระจกเปลือยให้ดูเป็นไอเดีย สามารถติดตามรูปแบบนี้ได้ ภายในเห็นแผ่นสีแดงติดอยู่เหนือฝักบัว เป็นงานระบบสำหรับติดเครื่องทำน้ำอุ่นได้

บริเวณส่วนอาบยกธรณีขึ้นมาประมาณ 7 ซม. ขนาดประมาณ 1.24 x 0.8 ม. ลองยืนและกางศอกออกพอดีตัว

อุปกรณ์ฝักบัวที่ให้มามีก้านปรับระดับและถาดวางสบู่ให้ในตัว หัวฝักบัวปรับแรงดันสายน้ำได้

ฝ้าเพดานในห้องน้ำให้ไฟดาวน์ไลท์แบบฝังฝ้ามา 2 จุดและติดเครื่องดูดอากาศมาให้ 1 ตัว ช่วยระบายอากาศและความชื้น

Type B 1 Bedroom 35 ตร.ม. ห้องนี้มีขนาดใหญ่ขึ้นมาจากห้อง Type A และจัดวางอยู่ในฝั่งของส่วนกลาง ขายแบบ Fully Furnished ให้เฟอร์นิเจอร์ลอยตัวตามผังและติดตู้ชั้นวาง Built-in ให้ ลักษณะห้องจะมีความกว้างกว่าแบบแรกและให้น้ำหนักกับแต่ละส่วนเท่าๆ กันจึงมีความโปร่งโล่งและเป็นสัดส่วน ตำแหน่งของห้องน้ำจะสลับการจัดวางแตกต่างจาก Type A ไปไว้ติดกับห้องนอน แต่จะมีข้อจำกัดตรงบริเวณฝั่งทีวีจะเสียพื้นที่ให้ประตูห้องน้ำไปบางส่วน แต่ก็ไม่ต้องเดินเข้าไปใช้จากในห้องนอนให้เสียความเป็นส่วนตัว

เมื่อเข้ามาในห้องจะเจอกับส่วนนั่งเล่นก่อน การออกแบบห้องนี้จะเน้นให้มีพื้นที่นั่งเล่นเป็นสัดส่วนมากขึ้น ภายในจัดวางโซฟาขนาด 2 ที่นั่ง ติดกันเป็นโต๊ะทานอาหารขนาด 2 ที่นั่ง วางต่อเนื่องไปยังส่วนครัว พื้นที่ครัวในห้องนี้จะมีความกว้างกว่า Type A และมีประตูเลื่อนกั้นแบ่งระหว่างครัวและส่วนนั่งเล่นสามารถประกอบอาหารได้ แต่อาจจะต้องติดตั้งอุปกรณ์ Hob Hood เนื่องจากโครงการไม่ได้แถมให้ จะให้เฉพาะชุด Built-in ครัวและ Sink ก๊อก วัสดุพื้นเป็นกระเบื้องเซรามิคเช็ดล้างได้ง่าย พื้นที่ส่วนนี้จะต่อเนื่องไปยังระเบียงมีประตูเปิดปิดช่วยระบายอากาศได้ดี สามารถวางเครื่องซักผ้าและราวตากผ้าด้านนอกได้

ในส่วนของห้องนอนจะอยู่ติดหน้าต่างเพื่อให้ได้แสงธรรมชาติและระบายอากาศได้ดี ภายในห้องนอนมีระยะปลายเตียงเหลืออยู่มาก จึงติดชุด Built-in เป็นโต๊ะทำงานต่อเนื่องไปถึงชั้นวางทีวีเป็นชิ้นเดียวกัน บริเวณหัวเตียงจะมีตู้เสื้อผ้าวางอยู่ติดกับบริเวณห้องน้ำและมีพื้นที่บริเวณหน้าตู้สำหรับยืนแต่งตัวได้

เมื่อเข้ามาด้านในห้องจะเป็นส่วนนั่งเล่นและมีโต๊ะทานข้าวอยู่ติดกับโซฟาทางด้านขวามือ พื้นภาพในห้องจะเป็นลามิเนตหนา 8 มม.​ ระยะพื้นถึงฝ้าในห้องนี้อยู่ที่ 2.4 ม. ทางเข้าแต่ละส่วนจะกั้นแบ่งด้วยประตูทุกจุดเพื่อความเป็นส่วนตัวใช้งานเป็นสัดส่วนมากขึ้น ส่วนประตูครัวที่เห็นจะเป็นประตูบานเลื่อนกระจกเพื่อดึงแสงจากด้านนอกเข้ามาสู่ส่วนนั่งเล่นได้ ไม่มืดทึบ

หันกลับมาดูส่วนนั่งเล่น จัดวางโซฟาขนาดเดียวกับห้องแรก มีโต๊ะกลางแบบพับเก็บใต้โซฟาได้เช่นกัน ระยะดูทีวีในห้องนี้กว้างประมาณ 2.5 ม. สามารถวางทีวีขนาด 45″-50″ ได้

ฝั่งตรงข้ามกับชุดโซฟาเป็นชั้นวางทีวีและมีทางเข้าห้องน้ำจากส่วนนั่งเล่น ซึ่งจะไม่ไปรบกวนในห้องนอนเมื่อมีเพื่อนหรือคนรู้จักมาหา เพื่อความเป็นส่วนตัวที่ไม่ต้องเข้าจากในห้องนอน ของที่ได้จะมีชุดชั้นทีวีแบบ Built-in ด้านล่าง (ขนาดเดียวกับห้อง 30 ตร.ม.) กับตู้รองเท้าทางด้านขวามือยกเว้นชั้นด้านบนทีวีและของตกแต่งกับครื่องใช้ไฟฟ้า

ตู้รองเท้าที่ได้จะเป็นตู้ลอยเคลื่อนย้ายได้ ภายในเป็นชั้นสำหรับใส่รองเท้า 3 ชั้น ด้านบนวางของใช้ทั่วไปได้

ทางเข้าห้องน้ำสำหรับห้องจริงจะมีประตูเปิดเข้าไปด้านใน ธรณีห้องน้ำยกสูงประมาณ 10 ซม. เป็นวัสดุกระเบื้องเซรามิคกรุตั้งแต่พื้นทางเข้าเป็นชิ้นเดียวกัน ตำแหน่งประตูเมื่อเปิดเข้าไปจะเจอกับอ่างล้างมือก่อน

ด้านในห้องน้ำจะจัดวางและให้อุปกรณ์ภายในห้องน้ำเหมือนกันกับห้องน้ำใน Type A แบ่งส่วนแห้งส่วนเปียก และติดฉากกั้นอาบน้ำให้ดูเป็นไอเดีย ส่วนราวแขวนผ้าจะอยู่บริเวณอ่างล้างมือ มีดาวน์ไลท์ให้ 2 จุดและมีเครื่องดูดอากาศติดตั้งมาให้

ก่อนจะเข้าสู่ส่วนครัว บริเวณโต๊ะทานอาหารจัดวางโต๊ะขนาด 75 x 75 ซม. วางชิดโซฟาระยะของเก้าอี้ฝั่งประตูเลื่อนจะเหลืออยู่ประมาณ 65 ซม. เมื่อลองลากเก้าอี้ลุกเข้าออกสามารถใช้งานได้ไม่อึดอัด โดยเฟอร์นิเจอร์จะได้ตามนี้ ยกเว้นอุปกรณ์ตกแต่งของห้อง

ระหว่างส่วนนั่งเล่นและส่วนครัวมีประตูบานเลื่อนกระจกกั้นแบ่งตามนี้ เหตุผลที่เป็นกระจกก็เพื่อช่วยให้แสงจากระเบียงส่องถึงภายในส่วนนั่งเล่นได้ ไม่มืดจนเกินไป ส่วนด้านบนติดเครื่องปรับอากาศตกแต่งให้ดูไม่ได้แถมให้

รางประตูจะอยู่สูงขึ้นมาจากพื้นประมาณ 3 ซม. ตัวประตูเป็นบานเลื่อนเดี่ยวและเผื่อรางมุ้งลวดมาให้ด้วย ในการเดินเข้าออกอาจระวังสะดุดในจุดนี้เพราะไม่ได้เรียบเสมอกันและพื้นในส่วนครัวจะเป็นเซรามิคสีตามนี้

ภายในครัวจะได้ชุด Built-in สีและลายตามนี้เลย ขนาดของชุดครัวจะเป็นขนาดมาตรฐานเท่ากันกับห้อง Type A แต่จะมีระยะทำครัวในห้องนี้มากขึ้น กว้างประมาณ 1.2 ม. จัดลำดับตู้เย็นอยู่บริเวณทางเข้าครัวไปจนถึงชุดครัวที่อยู่ติดกับบานกระจกติดตาย

ช่องข้างระหว่างชุดครัวและบานเลื่อนกระจกกว้างประมาณ 1.1 ม. วางตู้เย็นขนาดกลาง – ใหญ่ได้ และด้านบนเหนือตู้เย็นได้ออกแบบให้มีตู้ด้านบนมีหน้าบานปิดสำหรับใส่ของด้วย ระยะห่างระหว่างตู้เย็นจนถึงตัวตู้ประมาณ 50 ซม. (ตู้เย็นที่อยู่ในห้องตัวอย่างขนาดประมาณ 7 คิว)

ปลายสุดเป็นทางออกสู่ระเบียง ติดประตูบานเลื่อนเดี่ยวและมีรางสำหรับติดมุ้งลวดให้ ตัวธรณียกสูงขึ้นมาประมาณ 15 ซม. สูงกว่าระดับธรณีของระเบียงเพื่อป้องกันน้ำย้อนเข้าภายในห้อง ระเบียงมีขนาดประมาณ 1.07 x 1.6 ม. วัสดุเป็นกระเบื้องเซรามิคเช่นเดียวกับส่วนครัว

ด้านบนติดดวงโคมซาลาเปาให้ และด้านล่างเตรียมก็อกน้ำ ปลั๊กไฟแบบกันน้ำพร้อมกับท่อน้ำทิ้งแต่อาจจะต้องเปิดฝาท่อเพื่อสอดท่อน้ำทิ้งจากเครื่องซักผ้าลงไปเพื่อไม่ให้น้ำเจิ่งนองบนพื้นระเบียง

หันกลับมาที่ส่วนครัว เมื่อยืนมองจากระเบียงจึงลองเปิดประตูต้องเย็นดู จะเห็นว่าระยะเมื่อเปิดประตูตู้เย็นแล้วยังมีความกว้างเหลือให้เดินผ่านได้สะดวก ภายในส่วนครัวมีดาวน์ไลท์แบบฝังฝ้าให้ 1 จุด

ถัดไปเป็นส่วนของประตูเข้าห้องนอนจะอยู่ติดกับประตูครัวแต่ตัวบานจะเป็นบานปิดทึบ เพื่อความเป็นส่วนตัว

พื้นระหว่างส่วนนั่งเล่นและส่วนห้องนอนแยกกันด้วยแผ่นปิดรอยต่อ ช่วยสำหรับการซ่อมบำรุงพื้นห้องเมื่อต้องเปลี่ยนพื้นเฉพาะบางส่วน ไม่ต้องเปลี่ยนทั้งหมด

ภายในห้องนอนจะให้เตียงขนาด 5 ฟุตและมีลิ้นชักด้านล่างสำหรับใส่ของได้ ยกเว้นฟูกและของตกแต่งและโต๊ะหัวเตียง บริเวณปลายเตียงมีระยะห่างประมาณ 65 ซม. ติดตั้งชั้นวาง Built-in เป็นโต๊ะทำงานและโต๊ะวางทีวีต่อเนื่องกันไปเป็นชิ้นเดียวกัน

ลักษณะชั้นวางที่ได้ ตามนี้แบ่งส่วนที่เป็นโต๊ะขนาดกว้างประมาณ 75 ซม. มีลิ้นชักให้ 2 จุด ส่วนชั้นวางทีวีกว้างประมาณ 1.2 ม. มีช่องสำหรับใส่ของด้านล่างได้ 2 ช่องและเตรียมปลั๊กไว้ให้ใช้งาน

ด้านข้างเตียงมีระยะห่างจากหน้าต่างประมาณ 63 ซม. ใช้งานพื้นที่รอบๆ ได้สะดวก

หน้าต่างภายในห้องนอนเป็นบานเลื่อนสลับและมีช่องแสงอยู่ด้านล่างเพิ่มแสงสว่างและช่วยระบายอากาศให้ภายในห้องมากขึ้น

ชุดกรอบบานอลูมิเนียมสีธรรมชาติและมีรางสำหรับติดมุ้งลวดให้มาด้วย เผื่อวันที่อากาศเย็นๆ ไม่ต้องเปิดเครื่องปรับอากาศก็เปิดหน้าต่างระบายอากาศช่วยได้

ภายในห้องนอนบริเวณตู้ Built-in ที่ให้นั้นออกแบบโดยแบ่งแนวผนังห้องน้ำเข้าไปให้ตัวตู้อยู่ในช่องพอดีเพื่อให้ด้านหน้าของตู้เรียบไปกับผนังห้องทำให้พื้นที่ด้านหน้าตู้จะกว้างและเป็นสัดส่วนมากขึ้น

พื้นที่หน้าตู้เสื้อผ้าจึงมีระยะเหลือประมาณ 1.35 ม. มีพื้นที่สำหรับยืนแต่งตัวได้สะดวก

หน้าบานตู้เสื้อผ้าที่ได้เป็นบานเลื่อนสลับ ด้านในแบ่งช่องเก็บของไว้ด้านบน และมีลิ้นชักใส่ของ 4 ช่อง

ปลั๊กสวิตช์ภายในเป็นของ Bticino หรือเทียบเท่า

ตู้ควบคุมไฟที่ได้เป็นของ Schneider หรือเทียบเท่า

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะครับ

ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 16 February 2017

  • 1 Bedroom อาคาร D ชั้น 3 ห้อง 316 เนื้อที่ 30 ตร.ม. ราคา 1.39 ล้านบาท หรือ 46,300บาท/ตร.ม.
  • 1 Bedroom อาคาร D ชั้น 8 ห้อง 820 เนื้อที่ 30 ตร.ม. ราคา 1.71 ล้านบาท หรือ 57,000 บาท/ตร.ม.
  • 1 Bedroom อาคาร D ชั้น 6 ห้อง 620 เนื้อที่ 30 ตร.ม. ราคา 1.8 ล้านบาท หรือ 60,000 บาท/ตร.ม.
  • 1 Bedroom อาคาร D ชั้น 2 ห้อง 204 เนื้อที่ 35 ตร.ม. ราคา 1.82 ล้านบาท หรือ 52,000 บาท/ตร.ม.
  • 1 Bedroom อาคาร D ชั้น 8 ห้อง 809 เนื้อที่ 35 ตร.ม. ราคา 1.89 ล้านบาท หรือ 54,000 บาท/ตร.ม.
  • 1 Bedroom อาคาร D ชั้น 6 ห้อง 601 เนื้อที่ 35 ตร.ม. ราคา 2 ล้านบาท หรือ 57,100 บาท/ตร.ม.
  • Fully Furnished
  • ฝ้าเพดานสูง 2.4 เมตร
  • Kitchen & Sink
  • Shuttle Service
  • จอง 5,000 บาท
  • ทำสัญญา 25,000 บาท
  • ผ่อนดาวน์ 7 งวด
  • ค่ากองทุน 500 บาท/ตร.ม. ซำระครั้งเดียว ณ วันโอนกรรมสิทธิ์
  • ค่าส่วนกลาง 39 บาท/ตร.ม./เดือน ชำระล่วงหน้า 1 ปี
  • Promotion เครื่องปรับอากาศในห้องนอน 1 เครื่อง

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ครับ


เจาะลึกรวบยอด

ทำเลของโครงการ The Niche id พระราม 2 เฟส 2 อยู่ติดถนนพระราม 2 ตัวโครงการเป็นเฟส 2 บนที่ดินทั้งหมด 17 ไร่ ถึงแม้ว่าตัวโครงการจะไม่ได้ติดถนนใหญ่ซะทีเดียวต้องเข้าไปในซอยอีกประมาณ 260 ม. แต่ทางโครงการมีรถ Shutter Service บริการรับส่งระหว่างโครงการกับถนนใหญ่ ความอุดมสมบูรณ์ในย่านนี้ถือว่ามีครบทั้ง ร้านค้า ร้านอาหาร ตลาด Hypermarket ศูนย์การค้า โรงเรียน โรงพยาบาล รวมอยู่ในถนนเส้นเดียว และยังเป็นแหล่งรวมของโรงงานอุตสาหกรรมน้อยใหญ่มากมาย ทำให้ย่านนี้กำลังเป็นที่นิยมของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายเล็กรายใหญ่เพื่อรองรับการขยายตัวของชุมชนอีกด้วย

การเดินทางโดยใช้รถ ค่อนข้างสะดวกถ้าขับรถโดยใช้เส้นพระราม 2 เป็นหลักหรือใช้ผ่านไปยังพื้นที่รอบนอกที่อยู่ใกล้ๆเช่น ถนนเพชรเกษม ถนนสุขสวัสดิ์ ถนนบรมราชชนนี ถนนกัลปพฤกษ์ แต่ถ้าต้องเดินทางเข้าเมืองถือว่าค่อนข้างไกลพอสมควร  ซึ่งการเดินทางโดยรถยนต์ของโครงการนี้มีข้อได้เปรียบกว่าคอนโดอื่นๆในย่านพระราม 2 ตรงที่ยังไม่เลยสะพานกลับรถ ทำให้เวลาจะเข้าเมืองหรือจะขึ้นทางด่วนก็ไม่ต้องวิ่งไปกลับรถไกลถึง เซ็นทรัลพระราม 2 ที่จอดรถมีมาให้ 37.58% ถือว่าน้อยสำหรับโครงการที่ต้องใช้รถ

การเดินทางโดยไม่ใช้รถ ถ้าไม่ใช่คนที่ทำงานอยู่ในย่านพระราม 2 ถือว่าค่อนข้างไกล ถ้าจะเดินทางเข้าเมืองต้องอาศัยรถเมล์ รถ Taxi จะข้อดีอยู่ตรงที่มีป้ายรถเมล์และสะพานลอยที่หน้าโครงการพอดีและมี Shuttle Service จากด้านในโครงการมาส่งที่หน้าโครงการ จึงไม่ต้องเดินไกลมากนัก หรือถ้าไปใกล้ๆ ในย่านพระราม 2 พุทธบูชา หรือท่าข้ามก็ใช้รถสองแถวที่ผ่านหน้าโครงการ หรือวินมอเตอร์ไซค์ที่อยู่หน้าโครงการได้

การออกแบบโครงการในเฟส 2 อยู่ในตำแหน่งด้านหน้าใกล้ถนนใหญ่มากขึ้น ตัวอาคารออกแบบโดยคงเอกลักษณ์ของ The Niche id เรียกได้ว่าเห็นก็รู้ทันทีด้วยการเล่นแถบสีที่ตัวอาคาร จัดการวางผังโดยวางอาคารเป็นตัว L และเปิดตรงกลางเพื่อจัดวางส่วนกลางไว้ตรงกลางและให้อาคารโอบล้อมมีลักษณะเป็นที่ว่างตรงกลางระหว่าง 2 อาคารที่เป็นวิวสระว่ายน้ำให้ลูกบ้านสามารถเข้าถึงและใช้งานร่วมกันได้สะดวก เน้นจอดรถใต้อาคารที่ชั้น 1 เพื่อให้ได้ร่มเงาและมีจอดกลางแจ้งอยู่บางส่วน พื้นที่รอบๆ อาคารมีพื้นที่พอที่จะปลูกต้นไม้ใหญ่ได้ เพื่อเพิ่มร่มเงาให้รอบๆ อาคารและจัดเป็นพื้นที่สวน ลานออกกำลังกาย สนามเด็กเล่นไว้ใช้งานได้ การวางผังในอาคารจัดเป็นรูปตัว L มีจำนวนลิฟท์โดยสาร 2 ตัวจัดวางอยู่บริเวณมุมของตัว L มีข้อดีคือแยกออกจากโถงทางเดินเพื่อลดเสียงรบกวนบริเวณหน้าประตูห้องในขณะยืนรอลิฟท์ มีอัตราส่วนลิฟท์รวม 81 : 1 รอลิฟท์ไม่นานมาก วิวรอบๆ อาคารส่วนใหญ่ในย่านนี้จะเป็นแหล่งอยู่อาศัยในแนวราบแบ่งห้องพักเป็น Type A 30 ตร.ม. เห็นวิวรอบนอกโครงการ ส่วนห้อง Type B มองเห็นวิวส่วนกลางในโครงการ

การออกแบบห้อง จะมีทั้งหมด 2 Types แบ่งเป็น Type A 30 ตร.ม. และ Type B 35 ตร.ม. เน้นห้องใหญ่จัดพื้นที่ใช้สอยภายในง่าย อยู่แล้วไม่อึดอัด ระยะจากพื้นถึงฝ้าสูง 2.4 ม. ใน Type A จัดพื้นที่ภายในมีการแบ่งการใช้งานด้วยกระจกบานเลื่อนมากั้นห้องนอนกับห้องนั่งเล่น ส่วนห้องนอนจัดวางไว้ชิดกับหน้าต่างเพื่อความเป็นส่วนตัว รับแสงธรรมชาติและระบายอากาศได้ดี ส่วนครัวจะเชื่อมต่อกับห้องน้ำและมีประตูเปิดออกไปสู่ระเบียงด้านนอกใช้งานซักล้างได้จริงจัง ที่สำคัญได้เพิ่มฉากกั้นระหว่างครัวและห้องนั่งเล่นเพิ่มช่วยป้องกันกลิ่นจากการทำอาหารและสามารถเปิดประตูระเบียงเพื่อช่วยระบายอากาศและความชื้นจากห้องน้ำที่อยู่ด้านในสุดด้วย ภายในห้องน้ำแบ่งส่วนเปียกส่วนแห้งไว้ให้ แต่ต้องติดฉากกั้นอาบน้ำเพิ่มเติมเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำกระเด็นไปส่วนแห้ง

ส่วนห้อง Type B 35 ตร.ม. จะมีพัฒนาการจากเฟสแรกจะโดยปรับจากส่วนห้องน้ำจากเดิมที่เปิดเข้าได้ทั้งจากส่วนนั่งเล่นและเปิดจากในห้องนอนได้ให้เข้าได้จากห้องนั่งเล่นเพียงส่วนเดียวมีข้อดีตรงที่ได้พื้นที่สำหรับตู้เสื้อผ้าภายในห้องทำเป็น Built-in ได้เต็มผนัง ส่วนครัวต่อเนื่องกับระเบียงระบายอากาศได้ มีประตูเลื่อนกั้นครัวและห้องนั่งเล่นเป็นสัดส่วนและเป็นวัสดุโปร่งแสง จึงได้แสงจากระเบียงส่องเข้ามาถึงส่วนนั่งเล่นอีกด้วย ตัวห้องนอนจัดวางอยู่ติดหน้าต่างได้แสงธรรมชาติและระบายอากาศได้ดี มีประตูบานทึบกั้นแบ่งจากส่วนนั่งเล่นเพิ่มความเป็นส่วนตัวแยกการใช้งานเมื่อมีการใช้งานทั้ง 2 ฟังก์ชั่นพร้อมกัน

วัสดุที่ให้มาถือว่าเป็นไปตามมาตรฐานคอนโดในระดับเดียวกันค่อนไปทางดีพื้นห้องลามิเนตแยกส่วนกับครัวเป็นกระเบื้องเซรามิคต่อเนื่องไปจนถึงระเบียงและห้องน้ำภายในห้องน้ำติดอุปกรณ์ของ Ameriacan Standard ส่วนอ่างล้างมือและสายฉีดชำระเป็นของ Cotto ตัวโครงการขายแบบ Fully Furnished ให้มาครบและพัฒนาเฟอร์นิเจอร์เป็นแบบ Built-in ทั้งชุดวางทีวี, ชุดครัวติด Sink ก๊อกของ Mex และตู้เสื้อผ้าบานเลื่อน ทำให้การใช้งานที่เป็นสัดส่วนมากขึ้น แต่ต้องเผื่องบสำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้า Hob Hood และแอร์ที่ให้เฉพาะห้องนอนเครื่องเดียว ได้ประตูเลื่อนกั้นระหว่างส่วนครัวกับส่วนนั่งเล่นเป็นสัดส่วนและทำอาหารได้โดยไม่มีกลิ่นไปรบกวนห้องนั่งเล่น สามารถเปิดระบายอากาศที่ระเบียงช่วยได้

สาธารณูปโภค มีจุดเด่นที่ลงทุนติด Solar Cell เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายค่าไฟสำหรับส่วนกลางและเป็นที่แรกใช้นำมาใช้พัฒนากับพื้นที่ส่วนกลางโครงการ และแยก Main Lobby ของทั้ง 2 อาคารไว้ในส่วนกลางของอาคารให้ใช้งานร่วมกันในส่วนอื่นๆ ก็มีมาให้ครบ เช่น Fitness สระว่ายน้ำ และสวนหย่อม รวมทั้ง Free Wi-Fi ที่บริเวณ Lobby ซึ่งการนำพื้นที่ส่วนกลางทั้งหมดมารวมกันเพื่อให้ง่ายต่อการจัดการและดูแลพื้นที่โดยไม่รบกวนส่วนพักอาศัยและได้พื้นที่สำหรับการใช้งานได้มากขึ้นกว่าแยกการใช้งานในแต่ละตึกด้วย อัตราส่วนลิฟท์รวมอยู่ที่ 81 : 1 อยู่ในระดับตามมาตรฐานของโครงการราคาระดับนี้ มีลิฟท์โดยสารอาคารละ 2 ตัวไม่มีลิฟท์ขนของ ซึ่งเวลาขนของต้องใช้บันไดหรือลิฟท์โดยสารแทน การเข้าออกโครงการเป็นไม้กระดกแตะ Key Card Access ระยะใกล้ ส่วนผู้อาศัยที่ไม่ใช้รถทางโครงการมี Shuttle Service ส่งที่หน้าโครงการโดยไม่ต้องเดินและมี Minimart ในโครงการสามารถออกไปซื้อหาได้ 24 ชม.

Judgement

การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้

ทำเล 35%, การเดินทางโดยใช้รถ 15%, การเดินทางโดยไม่ใช้รถ 15%, วัสดุ 15%, การออกแบบ 10% และสาธารณูปโภค 10%

เทียบกับราคา 54,000 บาท/ตร.ม., 16 February 2017

  • ทำเล 8.0/10 – ติดถนนใหญ่ ใกล้แหล่งงานและความอุดมสมบูรณ์
  • เดินทางด้วยรถ 8.0/10 – เดินทางสะดวกใกล้ที่กลับรถเข้าเมืองและจุดขึ้นทางด่วน มีทางลัดออกได้หลายทาง
  • ไม่ใช้รถ 7.75/10 – มี Shuttle Service ส่งหน้าโครงการ เดินทางได้ทั้งรถเมล์, 2 แถว, วินมอเตอร์ไซค์และแท๊กซี่ มีจุดต่อรถหลักที่เซ็นทรัลพระราม 2
  • วัสดุ 8.0/10 – วัสดุและมาตรฐานดี พัฒนาเฟอร์นิเจอร์ที่ให้เป็น Built-in โดยรวมดีขึ้น
  • แบบ 8.0/10 –  พัฒนาจากเฟสแรก ภายในเพิ่มฉากกั้นตรงครัว จัดพื้นที่ภายในเป็นสัดส่วนมากขึ้น
  • สาธารณูปโภค 7.75/10 – ให้ Solar ช่วยลดค่าไฟในส่วนกลาง Facility ครบ มี Minimart ใกล้โครงการ
  • ECONOMY CLASS
  • 7.94 / 10.00

BOTTOM LINE

โครงการ The Niche id พระราม 2 เฟส 2 เหมาะสำหรับคนที่ทำงานอยู่ในย่านพระราม 2 ที่อยากมีที่อยู่เป็นของตัวเองในราคาที่พอหยิบจับได้ หรือคนที่อาศัยอยู่รอบนอกเมืองที่มีรถยนต์ส่วนตัว มีทางเลือกในการเดินทางด้วยรถสาธารณะ สิ่งอำนวยความสะดวกครบให้เฟอร์นิเจอร์พร้อมเข้าอยู่ เพิ่มงบซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้านิดหน่อยในงบประมาณ 1.39 – 2 ล้านบาท หรือมีกำลังผ่อนประมาณ 10,000 – 14,000 บาท /เดือน

สมัครสมาชิกพร้อมรับข่าวสารเพิ่มเติม (คลิกที่นี่ )

Share

Leave a Reply