พาชม Rhythm สุขุมวิท 50 คอนโด 37 ชั้น ตรงข้ามโลตัสอ่อนนุช ห่าง BTS อ่อนนุช 150 ม. จาก AP [รีวิวฉบับที่ 1288]

February 21, 2017 08:002 comments

fb-cover2-rhythm-%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%97

รีวิวฉบับที่ 1288 … วันนี้จะพาไปชมคอนโดแบรนด์ Rhythm ตัวแรกบนถนนสุขุมวิทกับ Rhythm สุขุมวิท 50 หรือชื่อเดิมว่า Rhythm สุขุมวิท เดินทางทั้งรถไฟฟ้าและรถยนต์ได้สะดวกเพราะที่ตั้งโครงการ “เกือบติด” BTS อ่อนนุช และทางเข้าออกติดกับซอยสุขุมวิท 50 ซึ่งเป็นเส้นทางขึ้นลงทางด่วนค่ะ การออกแบบห้องมีความเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ Rhythm ด้วย “Sky Kitchen” ภายในโครงการจัดเต็ม Facilities ที่หลากหลายทั้ง Sunken Garden ที่ชั้นใต้ดิน สระว่ายน้ำและพื้นที่ส่วนกลางที่ชั้นบนสุด เปิดให้เห็นวิวแม่น้ำเจ้าพระยาและวิวเมืองรอบด้าน จะมีบรรยากาศอย่างไร ไปชมกันเลย

Fact @ 15 February 2017

  • Rhythm Sukhumvit (ริทึ่ม สุขุมวิท)
  • บริษัท เอพี ไทยแลนด์ จํากัด 
  • โครงการตั้งอยู่ในเขต : คลองเตย
  • คอนโด High Rise 37 ชั้น 1 อาคาร จำนวน 589 ยูนิต
  • ยูนิตต่อชั้นสูงสุด n/a ยูนิต
  • ที่จอดรถประมาณ 40% (ไม่รวมจอดซ้อนคัน)
  • ที่ดินประมาณ 3-3-83 ไร่
  • 1 Bedroom ขนาดประมาณ 35 – 46 ตร.ม.
  • 2 Bedrooms ขนาดประมาณ 65 ตร.ม.
  • โครงการเริ่มเปิดตัวประมาณ : Q 3 ปี 2010
  • โครงการสร้างแล้วเสร็จประมาณปี 2013
  • สถานะโครงการ Sold Out
  • เพิ่มเติมข้อมูลทำเลรอบๆ : มองหาทำเลน่าอยู่ใกล้รถไฟฟ้า: BTS อ่อนนุช “คลิกที่นี่”
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่

เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วค่ะ

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างค่ะ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด : 13.706464, 100.599816

ที่ตั้งโครงการ Rhythm สุขุมวิท นั้นเรียกได้ว่า “เกือบติด” BTS อ่อนนุช ตัวโครงอยู่ติดซอยสุขุมวิท 50 ที่เป็นฝั่งขาเข้าเมือง การเดินทางด้วยรถยนต์ค่อนข้างสะดวกมาก เพราะซอยสุขุมวิท 50 เป็นเส้นทางขึ้นลงทางด่วน ทำให้สามารถไปขึ้นทางด่วนรามอินทรา-เอกมัยและทางพิเศษเฉลิมมหานครได้สะดวก โดยที่ไม่ต้องวิ่งออกถนนใหญ่สุขุมวิทเลย การอยู่ติดกับถนนหลักนั้นเดินทางไปไหนมาไหนง่ายอยู่แล้วแต่ก็จะตามมาด้วยเรื่องรถติดด้วยเช่นเดียวกัน จริงๆอ่อนนุช ถือเป็นพื้นที่ๆที่ยังไม่ไกลจากตัวเมืองชั้นในที่หนาแน่นอย่าง อโศก พร้อมพงษ์ ทองหล่อ เอกมัย นะคะ และยังมีความอุดมสมบูรณ์ในพื้นที่สูงด้วย ส่วนการเดินทางออกเมืองไปยังพัฒนาการและบางนาก็ทำได้ไม่ยากเลย

สภาพแวดล้อมเเละชุมชน… อ่อนนุชเป็นเหมือนทำเลที่มีทุกอย่างพร้อม และอำนวยความสะดวกแก่การใช้ชีวิตในคอนโดมาก จึงมีโครงการใหม่ๆขึ้นมากมายหลายโครงการทั้งรอบๆรถไฟฟ้าเองและถนนใกล้เคียง ด้วยความที่เป็นสุขุมวิทชั้นนอกเขยิบออกมาหน่อยสาธารณูปโภคอาจจะมีราคารองลงมาจากสุขุมวิทชั้นใน เช่น ร้านอาหาร ที่เที่ยว กินดื่มต่างๆ อาจจะบ้านๆกว่า ซึ่งก็ไม่ได้เป็นปัญหาเพราะว่าก็ยังถือว่าออกมาจากสุขุมวิทชั้นในเพียงสถานีเดียว (หลังจากข้ามคลองพระโขนง) ส่วนความสะดวกในการจับจ่ายใช้สอยนั้นเรียกว่าสะดวกมากเดียว ตัวสถานีติดกับโลตัสที่ค่อนข้างใหญ่ รวมทั้งมีบิ๊กซี และตลาดสด ตลาดนัดอยู่ในบริเวณใกล้

สำหรับความอุดมสมบูรณ์นั้นอย่างที่บอกไปนะคะว่าย่านนี้เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยที่มีคอนโดอยู่เยอะมากทำให้มีพวก Hypermarket และ Community Mall ทยอยมาเปิดกันอย่างคึกคักมีทั้ง Tesco Lotus ที่อยู่ติด BTS อ่อนนุช, Big C Extra ในซอยอ่อนนุชรวมถึง ตลาดสดที่อยู่ตรงข้ามด้วย ส่วน Community mall จะมี 2 จุดที่ใกล้ๆคือ Phyll ที่พึ่งเปิดได้ไม่นาน และที่ตอนนี้กำลังสร้างอยู่ก็คือ Century Movie Plaza 2 อันนี้อยู่ติดสถานีอ่อนนุชฝั่งเลขคี่ ก็จะมาเป็นแหล่งทานข้าวดูหนังที่ใกล้โครงการที่สุด แบบที่ไม่ต้องนั่งรถไฟฟ้าไปต่อที่ไหนเลย

อีกเหตุผลที่สำคัญที่ทำให้บริเวณนี้คึกคักและมีคนอยู่เยอะเพราะบริเวณรอบๆมีสถานีที่ราชการและโรงเรียนตั้งอยู่เยอะไม่ว่าจะเป็น Wells International School, วิทยาลัยกรุงเทพ และ Bangkok Prep ที่กำลังก่อสร้างอยู่ในซอยอ่อนนุช นอกจากนี้ยังมีอาคารสำนักงานอีกหลายอาคารด้วย เราเลยจะเห็นชาวต่างชาติมาอาศัยอยู่แถวนี้กันเยอะค่ะ

ย่านอ่อนนุชถือเป็นโซนที่มีคอนโดมาขึ้นเยอะมากเรียกว่าถ้าคุณนั่งรถไฟฟ้ามาลง BTS อ่อนนุช เดินออกจากตัวสถานีก็จะเห็นคอนโดอยู่รอบๆตัวเต็มไปหมดเลย มีทั้ง High Rise และ Low Rise เต็มไปหมด ซึ่งปัจจัยที่ทำให้คนมาอยู่แถวนี้กันเพราะราคายังพอคบหาได้ ในทำเลที่ห่างจากย่านอโศก พร้อมพงษ์ ทองหล่อ เอกมัย ไม่ไกล เดินทางได้สะดวก ต่างจากคอนโดที่อยู่อีกฝั่งของคลองพระโขนง (ฝั่งใกล้เมือง) ที่ราคาจะดีดขึ้นไปเป็นอีกระดับนึงเลย อีกปัจจัยที่ขาดไม่ได้เลยคือความอุดมสมบูรณ์ที่ทำให้รู้สึกว่าแถวนี้อยู่ง่ายมีร้านอาหาร ร้านค้าต่างๆที่รองรับการอยู่อาศัยอย่างครบถ้วน

เรามาดูรายละเอียดเส้นทางการใช้ทางด่วนกันดีกว่า เพราะที่ตั้งโครงการอยู่ในซอยสุขุมวิท 50 ซึ่งมีข้อดีสำหรับคนที่ใช้ทางด่วนเป็นประจำสามารถวิ่งไปตามซอยสุขุมวิท 50 เพื่อขึ้นทางด่วนได้โดยไม่ต้องผ่านถนนสุขุมวิท จึงไม่ต้องกังวลเรื่องรถติดบนนถนนสุขุมวิทเลยหละค่ะ สำหรับการขึ้นลงทางด่วนรามอินทรา ถือว่าสะดวกสุดๆเลย เพราะทางขึ้นลงทางด่วนห่างจากโครงการไป แค่ 500 ม. จากโครงการวิ่งเข้าซอยไปประมาณ 200 ม. แล้วเลี้ยวขวาไปตามป้ายก็ถึงทางขึ้นทางด่วนแล้ว

หรือถ้าขึ้นอยากจะเข้าเมืองโดยใช้ทางด่วนเฉลิมมหานครก็วิ่งตรงยาวเข้าไปในซอย แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าถนนรางรถไฟสายเก่าปากน้ำ สังเกตฝั่งซ้ายจะมีทางแยกสำหรับไปขึ้นทางด่วน มีระยะทางจากโครงการประมาณ 2 กม. ค่ะ

map_area

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะคะ

ด้วยตัวทำเลโครงการอยู่ติดกับ BTS สถานีอ่อนนุช แหล่งห้างร้านอาหารการกินซึ่งเป็นปัจจัยหลักในการดำรงชีวิต แผนที่ให้ดูประกอบว่าคนแถวนี้มีอะไรบ้าง เริ่มจาก Tesco Lotus ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับโครงการ ซึ่งเป็นห้างแรกๆที่มาบุกเบิกพื้นที่นี้ให้คึกคักเลย, ห้างใหญ่อีกห้างคือ Big C Extra ที่อยู่ในซอยสุขุมวิท 77 (อ่อนนุช) ตรงข้ามมีตลาดอ่อนนุชด้วย ถ้าเดินเท้าไปประมาณ 7-800 เมตรค่ะ, MaxValu เป็นมินิไฮเปอร์มาร์เก็ตที่อยู่ใต้โครงการ Ideo Mobi สุขุมวิท แต่คนทั่วไปเข้าไปใช้บริการได้, ที่ปากซอยสุขุมวิท 54 พึ่งมีคอมมูนิตี้เปิดใหม่ไม่นานอย่าง Phyll(ฟีล) มาช่วยเพิ่มสีสันให้กับพื้นที่ และสุดท้ายโปรเจ็คใหญ่ที่กำลังเร่งก่อสร้างอย่าง Century Movie Plaza 2 ซึ่งเป็นห้าง มีโรงหนัง และส่วนด้านหลังที่เป็นอาคารสูงทำเป็นโรงแรม

map-bts-rhythm-%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%97-50-1-of-1

การเดินทางในวันนี้ จะพามาโครงการด้วยรถไฟฟ้า BTS มาลงที่สถานีอ่อนนุช หลังจากนั้นมองหาทางออกที่ 2 ทางออกนี้จะแยกเป็น 2 ทางคือ 1. เชื่อมเข้าโลตัส 2. ลงบันไดเดินผ่านหน้าโลตัสไปทางโครงการได้เลย วันนี้จะพาไปดูบรรยากาศในโลตัสอ่อนนุชก่อนแล้วค่อยเดินไปทางโครงการกัน โครงการคือวงกลมสีม่วงที่อยู่ตรงหัวมุม ไม่ไกลจาก BTS เลยค่ะ

ทางไปโครงการใช้ทางออกเดียวกับทางไปโลตัสเลย คือทางออก 2

บริเวณรอบๆทางออกก็จะมีร้านขายขนม ชานมไข่มุก อยู่หลายร้าน สถานีนี้เป็นสถานีที่มีคนมาใช้บริการเยอะหน่อย ก็อย่างที่บอกไปว่าละแวกนี้คอนโดเยอะ ที่อยู่อาศัยเพียบเลยค่ะ ทางลงจะมีอยู่ 2 ฝั่งซ้ายขวาเลย แต่ทางซ้ายจะมีทางแยกไปเชื่อเข้าโลตัสด้วย

จากบนสถานีมองผ่านลานจอดรถของโลตัสไป ก็จะเห็นที่ตั้งโครงการเลยนะคะ ห่างจากบันได BTS ประมาณ 150 ม. เท่านั้นๆ

บันไดทางลงจะแยกเป็น 2 ทาง ทางนึงเป็นทางเชื่อมเข้าโลตัส เราจะพาเข้าไปดูในโลตัสกันก่อนนะ เผื่อใครกลับบ้านหิวๆก็แวะซื้ออาหารที่นี่ก่อนเดินกลับโครงการได้เลย สะดวกดี

เชื่อมเข้ามาที่โลตัสชั้น 2 เป็นโซน Food Court

เดินเข้ามาด้านในหน่อยก็จะเป็น Super Market ไว้ช๊อปปิ้งของใช้ในบ้าน แล้วก็มี Watsons, ไอติม Dairy Queen, ตู้ ATM หรือถ้าอยากกินร้านทานอาหารแบบ MK, KFC, Mc Donalds จะอยู่ชั้นล่างค่ะ

ออกมาที่ตัวสถานีกันอีกรอบ คราวนี้จะพาเดินจากสถานี BTS ไปโครงการกันค่ะ

ลงมาจากสถานีจะเจอกับป้ายรถเมล์ และเป็นจุดรับส่งคนที่แท็กซี่มักจะจอดกันที่หน้าโลตัสนี้ ทางเท้าค่อนข้างกว้างทีเดียวจึงเดินสะดวก แต่พื้นที่บริเวณใกล้ๆป้ายรถเมล์จะมีร้านค้าพวกรถเข็น แผงลอยมาตั้ง ทำให้ต้องคอยหลบคนซื้อของกันนิดนึง

ทางเดินไปโครงการจะมี 2 เส้นทางคือทางริมถนนที่พาเดินอยู่นี่ ก็จะเดินได้สะดวกไม่มีร้านค้าและคนเดินพลุกพล่าน แต่ถ้าจะหลบร้อนก็มีอีกทางหนึ่งเป็นทางเดินด้านในโลตัส ที่จัดเป็นแผงลอยขายของใต้ผ้าใบตลอดแนว ไปดูกันค่ะ

ทางเดินด้านในโลตัส  2 ข้างทางเป็นร้านขายเสื้อผ้า ของใช้ คนจะเยอะสักหน่อย แต่ถ้าชอบเดินช๊อปปิ้งก่อนกลับบ้านก็เหมาะเลยนะ

นอกจากเสื้อผ้าแล้วก็มีร้านขายอาหารด้วย

อย่างส้มตำไก่ย่าง ก็ปิ้งกันในเต้นท์นี่เลย

เดินมาจนถึงหัวมุมสามแยกจะมีทางม้าลายข้ามไปอีกฝั่งหนึ่ง ซึ่งเป็นที่ตั้งของโครงการ แต่วันนี้จะพาเดินเข้าไปในซอยสุขุมวิท 50 อีกสักหน่อยเพื่อไปดูบรรยากาศในโครงการ จึงยังไม่ข้ามไปนะคะ

สามแยกนี้เป็นทางบังคับให้เลี้ยวซ้ายไปทางพระโขนง สำหรับใครที่ต้องการไปทางบางจากต้องไปกลับรถที่ใต้สะพานข้ามคลองพระโขนงเอานะคะ แต่ก็จะมีช่วงเวลา 5 โมง – 1 ทุ่ม ที่คุณตำรวจอนุญาตให้เลี้ยวขวาได้ค่ะ

บริเวณหน้าปากซอยสุขุมวิท 50 จะมีพี่วินมอเตอร์ไซค์คอยให้บริการอยู่ ถ้าเกิดวันไหนรีบๆก็มีทางเลือกในการเดินทางอีกวิธีหนึ่ง

ริมถนนฝั่งโลตัสจะมีคุณตำรวจนั่งเฝ้าอยู่ด้วยค่ะ ทางโครงการจึงได้ความปลอดภัยไปด้วยเลยนะคะ อยู่ใกล้คุณตำรวจเลยทีเดียว

เดินผ่านโครงการเข้ามาด้านในซอย เป็นถนน 4 เลนไปกลับ รถที่วิ่งเข้าในซอยส่วนใหญ่ก็จะเป็นรถที่วิ่งไปขึ้นทางด่วน เลนที่วิ่งเช้าซอยก็จะโล่งๆนิดหนึ่ง เพราะทางไปขึ้นทางด่วนรถไม่ค่อยติด ต่างกับเลนที่วิ่งจากทางด่วนเข้าสุขุมวิทจะไปได้ช้ากว่าค่ะ เวลาข้ามถนนในซอยนี้ก็จะข้ามยากหน่อยจึงแนะนำให้ข้ามตั้งแต่ทางม้าลายด้านหน้าซอยเลยนะคะ

เข้ามาไม่ไกลก็เจอป้ายทางด่วย แยกเป็น 2 ทาง ถ้าต้องการขึ้นทางด่วนรามอินทราก็เตรียมเลี้ยวขวาที่แยกหน้า ถ้าต้องการไปขึ้นทางพิเศษเฉลิมมหานครก็ตรงไปตามป้ายถนนทางรถไฟสายปากน้ำค่ะ ในซอยนี้ก็จะมีคอนโด The Link 8 ชั้น อีกโครงการหนึ่ง ทำให้ในซอยมีความคึกคักอยู่บ้าง มีคนเดินเข้าออกอยู่ตลอดค่ะ

ถึงทางแยกขึ้นทางด่วนรามอินทราทางขวาแล้วค่ะ

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • Tesco Lotus ฝั่งตรงข้ามโครงการ
  • สถานี BTS อ่อนนุช ~ 150 ม.
  • Century Movie Plaza 2 ~ 240 ม.
  • Big C Extra ~ 500 ม.
  • ตลาดสดอ่อนนุช ~ 550 ม.
  • Phyll (คอมมูนิตี้มอลล์) ~ 550 ม.
  • สำนักงานเขตพระโขนง ~ 600 ม.
  • Wells International School ~ 750 ม.


เจาะลึกตัวโครงการ

rhythm-%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%97-50-1-of-1

Rhythm สุขุมวิท เป็นคอนโด High Rise 37 ชั้น มีห้องทั้งหมด 589 ยูนิต ทางเข้าออกโครงการอยู่ตรงข้ามกับโลตัสอ่อนนุช ติดกับซอยสุขุมวิท 50 ตัวอาคารเป็นตัว L มีห้องพักทั้ง 4 ทิศ โครงการนี้จัดพื้นที่ส่วนกลางหลักๆ ไว้ 2 ตำแหน่งคือที่ชั้นใต้ดิน และชั้นบนสุดของโครงการที่เปิดให้เห็นวิวเมืองในมุมต่างๆรอบด้าน

แปลงที่ดินของโครงการเป็นแปลงหัวมุมถนน ฝั่งหนึ่งติดกับซอยสุขุมวิท 50 อีกฝั่งติดถนนใหญ่สุขุมวิท โดยที่ดินที่ติดทางถนนสุขุมวิทจะจัดเป็นสวนส่วนกลาง ส่วนตัวอาคารถูกวางขยับเข้ามาด้านใน จากทางเข้าออกโครงการเข้ามาจะมีที่จอดรถสำหรับผู้ติดต่อ หรือแขกของลูกบ้านอยู่ทางด้านหน้าโครงการ ตรงข้ามกับ Lobby ของโครงการ ลิฟท์ที่นี่มีทั้งหมด 5 ตัว Service Lift อีก 1 ตัว และ Lift ระหว่างชั้น 1 – ชั้นใต้ดินอีก 1 ตัว อัตราส่วนจะอยู่ที่ 118 : 1 ค่ะถือว่าปกติค่ะ เมื่อเทียบคอนโดในทำเลนี้ ส่วนทางวนรถยนต์รอบอาคารจะต้องใช้ Keycard Access เพราะเป็นพื้นที่สำหรับลูกบ้านใช้ เข้ามาแล้วจะมีทางแยกเข้าที่จอดรถในอาคาร  มีจอดรถนอกอาคารบางส่วนและจอดในอาคาร รวม 40%(ยังไม่จอดซ้อนคัน)

พื้นที่สวนส่วนกลางในชั้นนี้มีความพิเศษที่เชื่อมกับชั้นใต้ดินด้วย ซึ่งเป็นลักษณะของ “Sunken Garden” ภายในชั้นใต้ดินมีห้อง Co-Working Space ที่ลูกบ้านสามารถใช้เป็นพื้นที่รับแขก หรือนั่งทำงานก็ได้ ข้อดีของห้องในชั้นใต้ดินคือไม่ร้อน และสามารถใช้งานได้ตลอดทั้งวันค่ะ

แนวรั้วโครงการมีความเป็นเอกลักษณ์ด้วยลายฉลุสีขาวแปลกตา ซึ่งคนส่วนใหญ่ที่ผ่านไปมาหน้าโครงการก็จะจำโครงการได้จากรั้วสีขาวฉลุลายนี่แหละค่ะ

ทางเข้าโครงการจะเยื้องๆกับทางเข้าออกของโลตัสนะคะ ซึ่งทางเข้าตรงนี้จะยังไม่ได้มีรั้วกั้นหรือไม้กระดก จะเป็นการรักษาความปลอดภัยด้วยรปภ. 24 ชม. ถ้าเป็นลูกบ้านก็สามารถผ่านเข้าด้วยสติ๊กเกอร์ ถ้าเป็นผู้มาติดต่อก็แลกบัตรที่ป้อมรปภ. แล้วสามารถเข้ามาจอดที่บริเวณหน้าตึกได้ ส่วนที่จอดรถของลูกบ้านจะมีทางเข้าอยู่ด้านข้างที่จะต้องใช้ Keycard Access อีกชั้นนึงค่ะ

ที่จอดรถของผู้มาติดต่อมีที่จอดแยกไว้อยู่ด้านหน้าอาคารเลย ส่วนฝั่งตรงข้ามจะเป็นทางเดินเข้า Lobby อาคาร

ทางเดินเข้ามายัง Lobby หลักของโครงการ ฝั่งซ้ายจะมีลิฟต์ลงไปยังพื้นที่ส่วนกลางที่ชั้นใต้ดินด้วย

ผ่านเข้ามาด้านใน Lobby เป็นพื้นที่นั่งคอย ซึ่งผู้มาติดต่อจะเข้ามาถึงได้แค่ส่วนนี้ไม่สามารถขึ้นไปยังชั้นที่อยู่อาศัยได้ ต้องรอลูกบ้านมารับเท่านั้นนะคะ

ออกมาที่ด้านหลัง Lobby ฝั่งขวาจะมีทางเชื่อมไปยังพื้นที่จอดรถ ซึ่งทางโครงการทำไว้ทั้งบันไดและทางเลื่อนเลยนะคะ ถ้าเวลาที่ลูกบ้านช๊อปปิ้งมาเยอะก็สามารถเอาของใส่รถเข็นแล้วเข็นขึ้นไปบนชั้นที่พักได้ด้วย สะดวกสบายดีค่ะ

ส่วนฝั่งซ้ายจะเป็น Service Lift และร้านซักอบรีด ที่ให้บริการอยู่ใต้ตึก ส่วนทางเดินตรงกลางเป็นทางออกไปที่จอดรถรอบอาคารค่ะ

ที่จอดรถรอบอาคารจะมีความสูงเป็นพิเศษที่สามารถใช้จอดรถใหญ่ ที่สูงเกิน 2 ม. ได้ ด้านหลังมีทางเดินใต้ชายคา เมื่อลงจากรถเสร็จแล้วลูกบ้านก็สามารถเดินเข้าอาคารได้ด้วยทางเดินด้านหลัง ทำให้แม้ในวันฝนตกก็ยังเดินเข้าอาคารได้โดยไม่เปียกค่ะ

แต่ชายคาจะคลุมได้ไม่ทั้งคันนะคะ ถ้าใครไม่อยากให้รถโดนแดดเลย ก็ไปจอดใต้อาคารดีกว่าค่ะ

วนมาถึงด้านหลังโครงการจะมีทางเข้าที่จอดรถในอาคารทางขวา จำกัดความสูงรถที่ไม่เกิน 2.1 ม.

ตรงมาเรื่อยๆ สังเกตรั้วรอบโครงการนอกจากรั้วปูนและรั้วไม้ที่กั้นสูงประมาณ 3 ม. แล้วยังมีรั้วไม้พุ่มอีกชั้นหนึ่ง ที่ทำให้บรรยากาศโดยรอบโครงการดูร่มรื่นขึ้น

ตามเส้นทางวนรถมาเรื่อยๆ สังเกตดูไม่เห็นรถจอดบนเส้นทางเดินรถเลยนะคะ ถือว่าการจัดการเป็นระเบียบเรียบร้อยดี แต่ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าถ้าเป็นช่วงเย็น มืดๆ ที่คนกลับเข้าคอนโดมาเยอะๆ จะมีคนมาจอดรถรึเปล่าก็ต้องดูกันอีกทีค่ะ

ตามเส้นทางวนรถไปเรื่อยๆ จะมีพื้นที่สำหรับจอดรถมอเตอร์ไซค์ที่ถูกแบ่งไว้เป็นสัดส่วน ทำให้การจอดรถเป็นระเบียบ และเชื่อมเข้ากับพื้นที่ในอาคาร ทำให้เวลาจอดรถเสร็จก็สามารถเดินเข้าอาคารได้สะดวกค่ะ

ตามเส้นทางวนรถรอบอาคารมาจนถึงด้านหน้าโครงการ จะมีรั้วกั้นไม้กระดกอีกตำแหน่งหนึ่งที่ต้องใช้ Keycard  Access ในการแสกนออก ด้านข้างทางเดินรถจะมีทางเดินเข้าสวนส่วนกลาง

เส้นทางเดินในสวนปูด้วยกระเบื้องและทรายล้าง ตลอดแนว 2 ข้างทางเป็นต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงาไปตลอดเส้นทาง

ตลอดแนวเส้นทางเดินในสวนติดตั้งไฟไว้ตลอด เวลาเย็นๆ ก็ยังเข้ามาเดินเล่นในสวนได้

บรรยากาศภายในสวนมีทั้งต้นไม้ใหญ่ และไม้พุ่ม พื้นที่ด้านในมีการลดระดับของสวนลงเป็นขั้นบันได

เดินเข้ามาด้านในจะได้ยินเสียงน้ำตก ทำให้เกิดบรรยากาศของธรรมชาติที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย

ทางลงของ Sunken Garden มีการออกแบบให้ดู Grand ด้วยกระถางต้นไม้ใหญ่ขนาบ 2 ข้างทาง

การเลือกซื้อโครงการที่เปิดมาหลายปีแล้วก็มีข้อดีที่เราจะได้เห็นบรรยากาศของโครงการ และการดูแลรักษาโครงการที่จะได้รับเมื่ออยู่จริงนะคะ

ตลอดแนวทางลง Sunken Garden จะมีน้ำตกและแนวต้นไม้อยู่ตรงกลาง เป็นการออกแบบพื้นที่ส่วนกลางที่ไม่ค่อยได้เห็นจากโครงการทั่วไปนะคะ ปลายสุดของทางเดินจะเชื่อมไปถึงห้อง Co-Working Space

ภาพรวมของ Sunken Garden ถูกออกแบบไว้เป็นสวนแบบ Geometric ให้ความรู้สึกของสวนที่เป็นระเบียบ เรียบร้อย

ห้อง Co-working Space มีผนังห้องเป็นห้องกระจกทำให้สามารถเห็นบรรยากาศในสวนด้านนอก แต่ทางโครงการก็ติดฟิล์มไว้ช่วยป้องกันแสงแดด

ภายในห้องติดเครื่องปรับอากาศไว้และจัดชุดโซฟาไว้หลายชุด ให้ลูกบ้านมาใช้นั่งเล่น ทำงานหรือรับรองแขกที่นี่ได้เลย

ห้อง Co-Working Space จะมีประตู 2 ฝั่ง ประตูฝั่งหนึ่งเชื่อมกับ Sunken Garden ตามเส้นทางที่พามาชม ส่วนอีกประตูหนึ่งจะเชื่อมเข้ากับอาคาร บริเวณหน้าโครงการ

พื้นที่สีเขียวแบบ Vertical Garden ที่ติดกับห้อง Co-Working Space ทำให้อาคารดูมีมิติ

ติดกับ Vertical Garden จะมีลิฟต์ขึ้นไปด้านหน้า Lobby ซึ่งลิฟต์ตัวนี้ไม่ต้องใช้ Key Card นะคะ แขกของลูกบ้านก็สามารถใช้ลิฟต์ลงมานั่งรอที่ห้อง Co-Working Space ด้านล่างนี้ได้ค่ะ

จากชั้นใต้ดินจะมีทางเดินขึ้นด้านบน ที่จะเชื่อมกับบริเวณด้านหน้าอาคาร

ระหว่างทางถูกออกแบบไว้เป็นพื้นที่นั่งพักตามมุมต่างๆอีกที

ขึ้นมาถึงชั้น 1 ของโครงการ ฝั่งซ้ายมีทางเดินเล็กๆ เป็นทางเดินไปห้องน้ำส่วนกลาง

ห้องน้ำแยกชายหญิงไว้แบบนี้นะคะ

ภายในตกแต่งไว้ดูหรูหรา มีแม่บ้านดูแลอยู่ตลอด ก็สะอาดดีแบบที่เห็นนี่แหละค่ะ

กลับออกมาที่ทางเดินแล้วมองไปที่ห้องเล็กๆ ที่ติดกับ Lobby คือห้องจดหมายค่ะ

ห้องจดหมายถูกแยกไว้ด้านหน้าเป็นสัดส่วนแบบนี้นะคะ

ภายในแบ่งเป็นล็อกๆไว้ของแต่ละห้อง กระจกหน้าตู้เป็นสีทองแสบตามากเลยค่าา ><”

ต่อไปเราจะพาไปดูโถงลิฟต์ที่อยู่ด้านใน Lobby กันนะคะ เพื่อจะเตรียมตัวขึ้นไปดูพื้นที่ส่วนกลางในชั้นอื่นๆกันต่อ ตามมาเลยค่ะ

ภายใน Lobby จะมีโถงลิฟต์แยกไว้อีกทีหนึ่ง โดยการเข้าออกต้องใช้ Key Card เพื่อความปลอดภัยของลูกบ้าน

ภายในโถงลิฟต์จะมีลิฟต์อยู่ทั้งหมด 5 ตัว การตกแต่งเป็นคอนเซปท์เดียวกับลายฉลุหน้าโครงการ ความสวยขอไม่พูดถึงนะคะ ก็ขึ้นอยู่กับสไตล์ว่าใครชอบแบบไหน ส่วนลิฟต์เป็นแบบล็อกชั้นจะเปิดได้เฉพาะชั้นที่พักอาศัย และชั้นที่มีส่วนกลางอย่างชั้น 1, 6 และ 37 ที่เป็นชั้นสูงสุดของอาคารค่ะ

ขึ้นมาดูที่ชั้น 6 กันต่อ เป็นชั้นแรกที่เริ่มมีห้องพักอาศัยและที่ชั้นนี้ก็จะมีสวนส่วนกลางอีกตำแหน่งหนึ่งของโครงการ จะเห็นว่ารูปอาคารเป็นทรงตัว L โอบล้อมพื้นที่สวนส่วนกลางด้านนอกทำให้ห้องพักที่อยู่ด้านในอาคารเป็นห้องพักที่ติดสวน ได้วิวสวนและความร่มรื่นแบบเต็มๆ แต่ก็อาจจะเสียความเป็นส่วนตัวไปสักหน่อย หากคนที่ใช้สวนมองเข้ามาได้นะคะ แต่ส่วนใหญ่แล้วสวนที่แยกอยู่ในแต่ละชั้นของอาคาร ก็จะมีแต่คนที่อยู่บนชั้นนั้นๆแหละที่จะมาใช้งาน โดยชั้นนี้มีจำนวนห้องพักอาศัยอยู่ที่ 19 ยูนิต เสียดายอย่าหนึ่งที่การออกแบบโถงลิฟต์กับทางเข้าสวนไม่ได้อยู่ติดกัน ทำให้เวลาลูกบ้านห้องอื่นๆ จะมาเดินเล่นในสวนก็จะต้องเดินผ่านห้องพักบางส่วนในชั้นนี้ด้วย ความเป็นส่วนตัวของห้องพักก็จะลดลงไป

ทางออกไปยังสวน Roof Garden

สวนส่วนกลางนี้แม้ว่าจะอยู่บนชั้น 6 ไม่ได้สูงมาก แต่ก็ไม่ได้ติดกับอาคารโดยรอบจนทำให้รู้สึกอึดอัด

ตลอดแนวทางเดินในสวนมีทั้งต้นไม้ใหญ่และไม้พุ่ม ซึ่งต้นไม้ใหญ่ก็ให้ความร่มรื่นในสวนได้ดี

แม้ว่าจะมีต้นไม้ใหญ่ให้ความร่มรื่น แต่การมานั่งเล่นในสวนก็ยังเหมาะที่จะมาในเวลาตอนเย็น ที่แดดร่มสักหน่อยนะคะ เพราะพื้นที่ส่วนใหญ่ก็ยังเป็นลานปูน และสนามหญ้าโล่งๆ

ภายในสวนมีการตกแต่งด้วยรูปปั้น เพิ่มความสวยงาม พื้นที่ในสวนดูเรียบร้อยดี น่าใช้งานเพราะมีคนสวนคอยดูแลอยู่ตลอด

ภาพรวมของพื้นที่สวนก็จะมีส่วนของลานโล่ง และทางเดินใต้ร่มไม้ โดยพื้นที่สวนที่ติดกับห้องพักจะถูกเน้นให้เป็นแนวต้นไม้ใหญ่ เพื่อให้เกิดความเป็นส่วนตัวของห้องพักที่ติดสวนมากที่สุด

การถางของต้นไม้ถูกออกแบบให้เป็นม้านั่งยาว ไว้ให้ลูกบ้านมานั่งเล่น

พื้นที่สวนที่ติดกับห้องพักจะมีแนวไม้พุ่มและไม้ใหญ่ เพื่อแบ่งพื้นที่ไว้ตลอดแนว

เทคนิคการออกแบบระเบียงกันตกมีความพิเศษ คือนอกจากจะมีราวกันตกเป็นกระจกใสแล้ว ยังใช้กระถางต้นไม้ขนาดใหญ่ ปลูกไม้พุ่มและต้นไม้ใหญ่กันไว้อีกชั้นหนึ่ง นอกจากจะช่วยเรื่องความปลอดภัยในการใช้งานแล้ว ยังช่วยบังอาคารรอบๆด้วย เพราะ สวนในตำแหน่งนี้อยู่แค่ชั้น 6 จึงอาจจะมีอาคารขึ้นมาประชิดในอนาคตค่ะ

plan Rhythm (1 of 1)

ต่อไปผังชั้น 7-36 จะเหมือนๆกับชั้น 6 เลย แต่ต่างกันที่ตั้งแต่ชั้น 7 ขึ้นมาจะไม่ได้มีพื้นที่ส่วนกลางแล้วค่ะ ผังห้องพักเป็นแบบ Double Corridor คือเป็นห้องพักอยู่ 2 ฝั่งทางเดิน โถงลิฟต์ที่อยู่ตรงกลางช่วยให้ระยะทางเดินถึงห้องที่อยู่ปลายสุดไม่ไกลนัก และรูปทรงอาคารที่เป็นตัว L ช่วยให้ไม่ต้องเห็นโถงทางเดินถึงกันทั้งหมด ช่องแสงของทางเดินจะอยู่บริเวณโถงลิฟต์ที่อยู่ตรงกลาง และตรงปลายของทางเดินทั้ง 2 ทาง ทำให้บรรยากาศบนทางเดินสว่างด้วยแสงธรรมชาติ แบบห้องของที่นี่มีทั้งแบบ 1-2 Bedroom โดยห้องไซส์ใหญ่ขนาด 2 ห้องนอนจะถูกวางเอาไว้มุมอาคารทั้งด้านนอกและด้านใน

บรรยากาศบริเวณโถงลิฟต์ จะได้แสงธรรมชาติที่ส่องผ่านหน้าต่างเข้ามาด้านใน

จากโถงลิฟต์ที่อยู่ตรงกลางจะแยกทางเดินออกเป็น 2 ฝั่ง ตามปีกของตัว L บรรยากาศของทางเดินหน้าห้องก็ประมาณนี้ค่ะ

ต่อไปมาชมพื้นที่ส่วนกลางที่ชั้นบนสุดกัน ซึ่งทางโครงการจัดชั้นนี้ไว้เป็น Facilities ทั้งชั้น มีข้อดีที่ทำให้ลูกบ้านที่อยู่บนชั้นไม่สูงนัก ได้มีพื้นที่ขึ้นมาชมวิวบนชั้นสูงๆได้เหมือนกันค่ะ โดยจะมีเจ้าหน้าที่ช่วยรักษาความปลอดภัยบนชั้นนี้อีกตำแหน่งหนึ่ง

สระว่ายน้ำในโครงการอยู่ในตำแหน่งที่หันออกทางแม่น้ำเจ้าพระยา จึงเห็นโค้งน้ำอยู่ไกลๆ เป็นสระแบบ Semi-Outdoor จึงสามารถมาใช้งานได้ตั้งแต่ช่วยบ่ายๆเลยนะคะ เพราะมีชายคาบังแดดบางส่วนไว้ให้

สระเป็นแบบ Infinite Edge Pool ให้ความรู้สึกเชื่อมต่อกับวิวด้านนอก

ทางโครงการเลือกใช้ราวกันตกเป็นกระจก ทำให้ไม่บังวิวเลยนะคะ เห็นสระว่ายน้ำบนดาดฟ้ามาหลายโครงการ ส่วนตัวคิดว่าโครงการนี้ออกแบบมาได้น่าใช้งานดีนะคะ

ส่วนสระเด็กก็มีแยกไว้ให้อยู่อีกฝั่งหนึ่ง แต่จะไม่ได้เน้นวิวเหมือนสระผู้ใหญ่

ด้านหลังสระว่ายน้ำเป็นที่สำหรับอาบน้ำล้างตัวก่อนลงสระ

ส่วนพื้นที่ข้างสระก็จะมี Day Bed ให้นั่งเล่น เผื่อใครไม่ชอบว่ายน้ำหนักๆ ก็มานั่งชิวตรงนี้ก็ได้

การออกแบบระเบียงกันตกก็จะใช้เทคนิคเดียวกับระเบียงกันตกที่สวนชั้น 6 นะคะ มีแนวต้นไม้และราวระเบียงเป็นแนวกันตก ช่วยเพิ่มความปลอดภัยอีกชั้นหนึ่งนะคะ

ด้านข้างมาทางเดินลงไปห้องน้ำและ Fitness ที่อยู่ชั้นล่าง

ภายในห้องน้ำจะมีพื้นที่ค่อนข้างกว้าง และมีการตกแต่งเป็นสไตล์เดียวกับห้องน้ำส่วนกลางที่ชั้นล่างเลยนะคะ

ผนังห้องฝั่งหนึ่งจะเป็นหน้าต่าง ทำให้มีแสงธรรมชาติเข้ามาด้านใน ห้องน้ำจึงดูโปร่งโล่ง ไม่อับทึบ

ภายในจะแบ่งพื้นที่ออกเป็นห้องน้ำ ห้องอาบน้ำ และมีห้อง Sauna/Stream ไว้ให้ครบถ้วน

กลับขึ้นมาที่โถงลิฟต์ชั้น 37 พื้นที่ส่วนกลางอีกฝั่งหนึ่งของชั้นจะถูกแบ่งออกเป็นฟังก์ชันต่างๆ

ได้แก่ ห้องเล่น Pool ที่ได้วิวเมืองโดยรอบผ่านบานหน้าต่างบานใหญ่เต็มผนัง

ส่วนห้อง Fitness ก็เป็นผนังกระจกเช่นกัน ภายในมีเครื่องออกกำลังกายประมาณ 11 เครื่อง

และติดตั้งทีวีไว้ให้ดูรายการแก้เบื่อ เวลามาออกกำลังกายด้วยค่ะ

วิวจากห้อง Fitness ที่ได้ เป็นวิวเมืองมุมกว้าง

ส่วนถัดมาคือพื้นที่เล่นโยคะ ก็จะมีอุปกรณ์โยคะเตรียมไว้ให้

สุดท้ายเป็นพื้นที่สวนส่วนกลางที่ชั้นบนสุด ซึ่งสวนบนชั้นนี้จะเน้นให้มีโต๊ะเก้าอี้สำหรับนั่งเล่น

มี Day Bed บนสนามหญ้าให้มานั่งเล่น นอนเล่นรับวิว

บางส่วนเป็นโต๊ะเก้าอี้นั่งเล่นในร่ม ซึ่งชั้นนี้เป็นชั้นบนสุดของอาคาร ทำให้เห็นวิวเมืองได้กว้างทีเดียว

View Rhythm (1 of 1)

แผนผังวิวของที่นี่จากรูปแผนที่ประกอบคร่าวๆที่ทำมาให้ดู โดยส่วนตัวคิดว่าวิวที่ดีสุดของที่นี่คือ วิวทิศตะวันตกเฉียงใต้ เพราะพอพ้นประมาณชั้น 11 ขึ้นไปแล้ว จะทำให้มองเห็น City View แบบเปิดโล่ง ไม่มีอาคารสูงบังและเห็นโค้งแม่น้ำเจ้าพระยาและบางกระเจ้าด้วย ส่วนฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือจะถูกบล็อกวิวด้วยคอนโดสูงริมถนนสุขุมวิท อย่าง Q House และ Ideo Verve ต้องเลือกชั้นที่สูงเกิน 30 ขึ้นไปถึงจะพ้น, หรือใครชอบแบบวิวเมืองเรียบๆ ไม่มีอาคารสูงเท่าไหร่ก็ต้องฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ ที่ส่วนใหญ่เป็นอาคารไม่สูงนัก แต่จะมีเฉี่ยวๆหางตามาเห็นตึกสูงสักหน่อยคือคอนโด The President กับ Ideo Mobi สุดท้ายฝั่งทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ฝั่งนี้จะมองเข้าเมือง จึงเห็นวิวเป็นอาคารสูงในระยะไกล ก็ดูสวยไปอีกแบบ

วิวทิศตะวันตกเฉียงใต้เห็นคอนโดที่อยู่ฝั่งตรงข้ามของถนนสุขุมวิท จึงควรเลือกห้องในทิศนี้ที่สูงเกินชั้น 30 ขึ้นไป

ฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ นอกจากวิวจะค่อนข้างโล่งแล้ว ยังได้ลมทางทิศด้วยนะคะ

วิวจากห้องทิศตะวันตกเฉียงใต้จะเห็นโค้งแม่น้ำเจ้าพระยาและบางกระเจ้า อยู่ไกลๆ ฝั่งนี้ไม่มีอาคารสูงสักเท่าไหร่ เพราะอยู่ลึกเข้าไปในซอย

ทิศตะวันตกเฉียงเหนือหันเข้าหาเมืองในย่าน CBD จึงได้วิวของกลุ่มตึกสูงในระยะไกล

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • ชั้นใต้ดิน : Co-Working Space
  • ชั้น 1 : Sunken Garden
  • ชั้น 6 : Roof Garden
  • ชั้น 37 : สระว่ายน้ำ 1 สระ ระบบเกลือ
  • ชั้น 37 : ห้องออกกำลังกาย 1 ห้องใส่เครื่องออกกำลังกายประมาณ 11 เครื่อง
  • ชั้น 37 : Roof Garden
  • ชั้น 37 : ห้องโยคะ
  • ชั้น 37 : ห้องเล่น Pool
  • ลิฟท์โดยสาร 5 ตัว/อาคาร
  • อัตราส่วนลิฟท์รวมทั้งโครงการ 118 : 1
  • Service Lift 1 ตัว
  • ที่จอดรถประมาณ 40 % (ไม่รวมจอดซ้อนคัน)
  • ระบบ CCTV / Access Card


Product Walkthrough

ห้องพักของโครงการจะมีห้องแบบ 1 Bedroom ซะส่วนใหญ่ โดยเน้นไปที่การอยู่อาศัย 1-2 คน ส่วนใครที่มีสมาชิกเพิ่มขึ้นอีกก็มีห้องแบบ 2 Bedroom ให้เป็นตัวเลือก โดยห้องแบบ 1 Bedroom ขนาดประมาณ 35 – 45 ตร.ม. และแบบ 2 Bedrooms ขนาดประมาณ 65 ตร.ม.

rhythm-%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%97-50-%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87-1-of-1

มาดูห้องแรกคือแบบ 1 ห้องนอน ขนาด 35 ตร.ม. เป็นห้องแบบ Sky Kitchen คือจะได้ครัวและส่วน Dining ที่ติดกับหน้าต่างห้อง สามารถนั่งทานข้าวไปชมวิวไปได้ แต่จะได้มีฉากกั้นห้องครัวแบบเหมือนในแบบห้องใหญ่ 45 ตร.ม. จึงเหมาะกับคนที่ใช้ครัวแค่นิดหน่อย ไม่ได้ชอบทำอาหารที่มีกลิ่นมาก แต่พื้นที่วางเคาน์เตอร์ครัวมีขนาดค่อนข้างเล็ก ซึ่งเราสามารถทำตู้เก็บของเพิ่มเติมเองได้ อีกฝั่งเป็นห้องนอน มีตำแหน่งของตู้เสื้อผ้าอยู่ฝั่งหน้าห้องน้ำ ระเบียงของห้องนี้จะอยู่ในห้องนอน condensing unit แอร์วางหลบมุมอยู่ในตำแหน่งที่ถ้าเรานอนอยู่บนเตียงมุมมองจะได้ไม่ไปบังวิว สำหรับห้องน้ำจะเข้าได้จากทั้ง 2 ฝั่ง คือทางห้องนอนและทางห้องนั่งเล่นเลย มีข้อดีที่เวลามีเพื่อนๆมาห้องก็เข้าห้องน้ำจากทางห้องนั่งเล่นได้เลย ส่วนเจ้าของห้องก็เข้าจากทางห้องนอนได้สะดวกเช่นกัน

ต่อมาคือแบบ 1 ห้องนอน ขนาด 45 ตร.ม. เป็นห้องแบบ Sky Kitchen เช่นกันแต่ได้พื้นที่ใช้สอยใหญ่กว่า จัดฟังก์ชันใช้งานได้ลงตัว วางโซฟาได้ 3 ที่นั่ง ถัดไปเป็นห้องครัวกั้นเป็นสัดส่วน ขนาดห้องค่อนข้างกว้าง สามารถวางโต๊ะทานข้าวแบบ 4 ที่นั่งและโต๊ะยาวแบบเข้ามุมได้อีก 2 ที่นั่ง ซึ่งมีผนังฝั่งที่ติดกับภายนอกอาคารเป็นหน้าต่างซึ่งทางโครงการวางเป็นโต๊ะทานข้าว สามารถนั่งทานข้าวไปชมวิวไปได้ แต่พื้นที่วางเคาน์เตอร์ครัวมีขนาดค่อนข้างเล็ก ซึ่งเราสามารถทำตู้เก็บของเพิ่มเติมเองได้ อีกฝั่งเป็นห้องนอนที่ข้างเตียงมีพื้นที่สำหรับวางโต๊ะทำงานหรือโต๊ะเครื่องแป้ง ตู้เสื้อผ้าอยู่ฝั่งหน้าห้องน้ำ ปลายเตียงมีพื้นที่สำหรับวางชั้นวางทีวี ระเบียงของห้องนี้จะอยู่ในห้องนอน condensing unit แอร์วางหลบมุมอยู่ในตำแหน่งที่ถ้าเรานอนอยู่บนเตียงมุมมองจะได้ไม่ไปบังวิว ห้องน้ำได้เพิ่มมาอีกห้องหนึ่ง ทำให้มีทั้งห้องน้ำกั้นเป็นสัดส่วนถ้าเข้าจากทางห้องนั่งเล่นจะเป็นลักษณะของ Powder Room สำหรับต้อนรับเพื่อนๆ แต่ถ้าเข้าจากทางห้องนอนจะมีทางเข้าส่วนพื้นที่อาบน้ำด้วย แม้จะมีห้องน้ำเพียงห้องเดียว แต่การออกแบบก็ทำให้รู้สึกถึงความเป็นส่วนตัวขึ้นได้

อีกห้องคือแบบ 1 ห้องนอน ขนาด 45 ตร.ม. เหมาะกับคนที่ชอบห้องที่มีพื้นที่นั่งเล่นและทานข้าวค่อนข้างกว้าง หรือชอบสังสรรค์ปาร์ตี้ เข้ามาจะเจอกับพื้นที่ต่อเนื่องกันของพื้นที่ทานอาหารกับพื้นที่นั่งเล่น เชื่อมต่อกับพื้นที่ระเบียง ระเบียงค่อนข้างกว้างสามารถวางชุดที่นั่งเล็กๆได้ ครัวอยู่บริเวณหน้าห้องฝั่งตรงข้ามกับโต๊ะทานข้าว พอทำอาหารเสร็จก็ยกมาเสิร์ฟได้สะดวก สามารถกั้นเป็นครัวปิดได้ ฝั่งห้องนอนและห้องน้ำจะได้เหมือนห้องขนาด 45 ตร.ม. แบบ Sky Kitchen เลยค่ะ

สุดท้ายคือแบบ 2 ห้องนอน 65 ตร.ม. เข้ามาจะเจอกับพื้นที่ต่อเนื่องกันของพื้นที่ทานอาหารกับพื้นที่นั่งเล่น ซึ่งเชื่อมต่อกับพื้นที่ระเบียง ระเบียงค่อนข้างกว้างและใช้งานได้อย่างเต็มที่เพราะมีพื้นที่สำหรับวาง condensing unit ของแอร์แยกอยู่ต่างหาก ห้องครัวเป็นครัวเปิดแบบ Pantry แต่ก็สามารถกั้นเป็นครัวปิดได้ ห้องนอนแบ่งอยู่ 2 ฝั่ง ทั้ง 2 ห้องมีห้องน้ำในตัว ห้องน้ำในห้องนอนเล็กจะเข้าได้ทั้งจากห้องนั่งเล่นและด้านในห้อง ห้องนอนใหญ่พื้นที่ค่อนข้างกว้าง จะได้ Walk-in Closet อยู่บริเวณหน้าห้องน้ำและในห้องน้ำจะได้อ่างอาบน้ำเพิ่มเข้ามาด้วย

**เนื่องจากโครงการนี้ขายหมดไปหลายปีแล้ว จึงไม่มีส่วนของพาร์ทภายในห้องตัวอย่างให้ดูกันนะคะ เพราะจะเป็นห้องมือสองที่นำไปตกแต่งเองแล้ว สภาพห้องแต่ละห้องก็จะมีการเปลี่ยนสภาพไปตามผู้อยู่อาศัยเดิม บางห้องก็มีเครื่องใช้ไฟฟ้า บางห้องมีเฟอร์นิเจอร์พร้อมตกแต่งให้เพิ่มด้วย หากใครสนใจแนะนำให้ไปดูบรรยากาศห้องด้วยตัวเองจะดีที่สุด

 

ราคา @ 13 December 2016

  • โครงการเริ่มเปิดตัวประมาณ : Q 3 ปี 2010
  • โครงการสร้างแล้วเสร็จประมาณปี 2013
  • สถานะโครงการ Sold Out

เนื่องจากเป็นโครงการที่ขายหมดและโอนกันหมดแล้วนะคะ ดังนั้นต้องซื้อต่อจากเจ้าของเดิม ทำให้ราคาก็จะค่อนข้างหลากหลายขึ้นอยู่กับทำเลห้องได้อยู่ชั้นสูงหรือชั้นล่าง ตกแต่งมากหรือน้อยครบแค่ไหน ความพอใจราคาจากการตกลงกันระหว่างคนซื้อและคนขาย ราคาต่อตารางเมตรในปัจจุบันท้ายปี 2016 จะอยู่ที่ประมาณ 155,000 – 170,000 บาท/ตร.ม. (หมายเหตุ – เป็นการเก็บข้อมูลโดยผู้เขียนเองเท่านั้น)


เจาะลึกรวบยอด

อ่อนนุชเป็นเหมือนทำเลที่มีทุกอย่างพร้อม และอำนวยความสะดวกแก่การใช้ชีวิตในคอนโดมาก จึงมีโครงการใหม่ๆขึ้นมากมายหลายโครงการทั้งรอบๆรถไฟฟ้าเองและถนนใกล้เคียง ด้วยความที่เป็นสุขุมวิทชั้นนอกเขยิบออกมาหน่อยสาธารณูปโภคอาจจะมีราคารองลงมาจากสุขุมวิทชั้นใน เช่น ร้านอาหาร ที่เที่ยว กินดื่มต่างๆ อาจจะบ้านๆกว่า ซึ่งก็ไม่ได้เป็นปัญหาเพราะว่าก็ยังถือว่าออกมาจากสุขุมวิทชั้นในเพียงสถานีเดียว (หลังจากข้ามคลองพระโขนง) ส่วนความสะดวกในการจับจ่ายใช้สอยนั้นเรียกว่าสะดวกมากเดียว ตัวสถานีติดกับโลตัสที่ค่อนข้างใหญ่ รวมทั้งมีบิ๊กซี และตลาดสด ตลาดนัดอยู่ในบริเวณใกล้ๆ ส่วน Community mall จะมี 2 จุดที่ใกล้ๆคือ Phyll ที่พึ่งเปิดได้ไม่นาน และ Century Movie Plaza 2 ที่อยู่อีกฝั่งหนึ่งของสถานีอ่อนนุช

อีกเหตุผลที่สำคัญที่ทำให้บริเวณนี้คึกคักและมีคนอยู่เยอะเพราะบริเวณรอบๆมีสถานีที่ราชการและโรงเรียนตั้งอยู่เยอะไม่ว่าจะเป็น Wells International School, วิทยาลัยกรุงเทพ และ Bangkok Prep ที่กำลังก่อสร้างอยู่ในซอยอ่อนนุช นอกจากนี้ยังมีอาคารสำนักงานอีกหลายอาคารด้วย เราเลยจะเห็นชาวต่างชาติมาอาศัยอยู่แถวนี้กันเยอะค่ะ

การเดินทางโดยใช้รถยนต์ ตัวโครงอยู่ติดซอยสุขุมวิท 50 ที่เป็นฝั่งขาเข้าเมือง การเดินทางด้วยรถยนต์ค่อนข้างสะดวกมาก เพราะซอยสุขุมวิท 50 เป็นเส้นทางขึ้นลงทางด่วน ทำให้สามารถไปขึ้นทางด่วนรามอินทรา-เอกมัยและทางพิเศษเฉลิมมหานครได้สะดวก โดยที่ไม่ต้องวิ่งออกถนนใหญ่สุขุมวิทเลย 

การเดินทางโดยไม่ใช้รถ ก็ไม่ยากเพราะอยู่เกือบติด BTS อ่อนนุชในระยะ 150 ม. เรื่องการใช้รถไฟฟ้าเข้าเมืองในย่านคนทำงานอย่างพร้อมพงษ์-อโศกก็ประมาณ 4-5 สถานีเท่านั้น / อีกทั้งโครงการติดถนนใหญ่สุขุมวิท มีป้ายรถเมล์, จุดเรียก Taxi อยู่หน้าโลตัส และฝั่งตรงข้ามยังมีจุดเรียกรถตู้(อ่อนนุช-สุวรรณภูมิ) บริเวณต้นซอยสุขุมวิท 50 ก็พี่วินมอเตอร์ไซค์ใกล้ๆกัน คือสะดวกทั้งใช้รถส่วนตัวและรถสาธารณะเลย

วัสดุของที่นี่ ขอเทียบกับตร.ม.ละประมาณ 100,000 ในตอนเปิดตัวถือว่าให้ของมาเยอะและวัสดุก็ตามมาตรฐาน ขายแบบ Fully Furnished ที่ให้ของมาครบถ้วนแบบว่าเอากระเป๋าเสื้อผ้ามาเข้าอยู่ได้เลย ทั้งชุดครัว เคาน์เตอร์ ตู้ลอย โต๊ะทานข้าว ชุดโซฟา เตียงนอน ตู้เสื้อผ้า โต๊ะเครื่องแป้ง อุปกรณ์ในห้องน้ำก็ดูดี มีฝักบัวและ Rain Shower ให้ มีตู้วางรองเท้า และตำแหน่งวางเครื่องซักผ้าก็ทำเป็นตู้มีหน้าปิดเรียบร้อย 

การออกแบบทำออกมาได้ค่อนข้างดี แม้ว่าตัวอาคารภายนอกจะไม่ได้หรูหราเท่าไหร่ แต่การตกแต่งภายในค่อนข้างหรู ดูพิถีพิถัน ใช้วัสดุในการตกแต่งดี มีการใช้ Lighting ช่วยเพิ่มบรรยากาศในตอนกลางคืน พื้นที่ทางเดินในอาคารเน้นช่องเปิดขนาดใหญ่ทำให้พื้นที่ส่วนกลางค่อนข้างโปร่ง การวางผังห้องพักทุก Type ทำออกมาได้ลงตัว มีติดบ้างเล็กๆน้อยๆ ได้พื้นที่ภายในห้องค่อนข้างกว้างเมื่อเทียบกับโครงการที่เปิดตัวใหม่

สาธารณูปโภคมีความว้าว ทั้งชั้นล่างที่ให้มาเป็น Sunken Garden และชั้นบนสุดที่ได้มาเป็นชั้น Facilities ทั้งชั้น เปิดวิวในมุมต่างๆ ทำให้ลูกบ้านทุกชั้นสามารถขึ้นมาชมวิวเมืองที่ชั้นบนสุดของอาคารได้ สระว่ายน้ำทำออกมาได้น่าใช้งานวางไว้ในตำแหน่งที่เห็นแม่น้ำเจ้าพระยาอยู่ไกลๆ นอกจากนี้ก็จะมีห้อง Fitness ห้อง Pool ห้องโยคะ สวนส่วนกลางที่ชั้น 6 และ 37 ถือว่าให้มาครบครัน และน่าจะเพียงพอในช่วงเวลาที่คนมาใช้เยอะสามารถกระจายความหนาแน่นได้ สภาพโครงการมีการดูแลรักษาได้ดี จากการสังเกตคือไม่ค่อยโทรมเท่าไหร่

 

Judgement

เนื่องจากเป็นโครงการที่ขายหมดแล้ว ซึ่งปัจจุบันรูปแบบการขายเปลี่ยนแปลงเป็นแบบซื้อต่อกันเอง(มือสอง) ซึ่งค่อนข้างมีความแตกต่างกันไปทั้งเรื่องของวัสดุ การตกแต่งภายในห้อง รวมทั้งเรื่องของราคาที่ค่อนข้างหลากหลายขึ้นอยู่กับทำเลห้องได้อยู่ชั้นสูงหรือชั้นล่าง ตกแต่งครบ ความพอใจราคาจากการตกลงกันระหว่างคนซื้อและคนขาย ดังนั้นจึงไม่สามารถให้คะแนนในรีวิวนี้ได้ค่ะ

 

BOTTOM LINE

Rhythm สุขุมวิท เป็นโครงการสร้างเสร็จพร้อมอยู่ สถานะมือ 2 เหมาะกับคนที่มองหาคอนโดในย่านอ่อนนุชในทำเลใกล้ทางด่วน และไม่ไกลจาก BTS ชอบพื้นที่ส่วนกลางของโครงการและสไตล์การออกแบบ ห้องพักมีขนาดใหญ่หน่อยเมื่อเทียบกับโครงการขึ้นใหม่ในปัจจุบัน มีงบประมาณ 5.5-11 ล้าน หรือมีกำลังผ่อนประมาณ 39,000 – 77,000 บาท/เดือน

 

ถ้าเห็นว่ารีวิวนี้มีประโยชน์ ช่วยกด LIKE ให้หน่อยนะคะ จะได้มีกำลังใจทำรีวิวถัดๆไปค่ะ

สมัครสมาชิกพร้อมรับข่าวสารเพิ่มเติม (คลิกที่นี่ )

Share

2 Comments

  • ที่จอดรถข้อมูลแน่นอนแล้วใช่ไหมครับผม เพราะคอนโดนี้ไม่มีแปลนให้นับเองเลย

    • ข้อมูลและตัวเลขโดยประมาณจาก agent ค่ะ เนื่องจากเป็นคอนโดที่เปิดมาหลายปีแล้ว จึงไม่สามารถหาแปลนอาคารจอดรถเพื่อนับจำนวนได้ค่ะ

Leave a Reply