พาชมตึกเสร็จ THRU ทองหล่อ คอนโด High Rise บนถนนเพชรบุรี สุดซอยทองหล่อ จาก Pool Asset [รีวิวฉบับที่ 1281]

February 11, 2017 08:000 comments

รีวิวฉบับที่ 1281 … สวัสดีค่ะ หลังจากที่เราได้ทำรีวิวเจาะลึกโครงการ Thru ทองหล่อ ช่วงก่อนตึกเสร็จกันไปแล้ว วันนี้เรามีโอกาสได้พาผู้อ่านกลับไปชมโครงการกันอีกรอบแต่ครั้งนี้มาในฉบับตึกเสร็จและขายหมดเป็นที่เรียบร้อย ใครที่สนใจก็ต้องหาซื้อในรูปแบบมือ 2 กันแล้วนะคะ เดี๋ยวเราไปดูบรรยากาศ ความอุดมสมบูรณ์ของทำเลที่ตั้ง และสภาพโครงการของโครงการนี้กันว่าปัจจุบันเป็นอย่างไรบ้าง

ย้อนเวลากลับไปอ่านรีวิวโครงการ ช่วงต้นปี 2012 จากคุณบีมได้โดย (คลิกที่นี่)

Fact @ 24 January, 2017

  • Thru Thonglor (ทรู ทองหล่อ)
  • Pool Asset Co.,Ltd
  • UPPER CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment คอนโดได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ในเขต : ห้วยขวาง ถนน เพชรบุรี
  • คอนโด High Rise 35 ชั้น 1 อาคาร 515 ยูนิต และร้านค้า 18 ยูนิต
  • ยูนิตต่อชั้นสูงสุด 19 ยูนิต
  • ที่ดินประมาณ 3 ไร่เศษ
  • แล้วเสร็จ : ปี 2555
  • 1 Bedroom  31 – 44 ตร.ม.
  • 2 Bedrooms 56 – 65ตร.ม.
  • ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรต่ำสุด-สูงสุด 94,000 – 110,000 บาท/ตร.ม. (ราคา Resale 2017)

เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วค่ะ

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างค่ะ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด : 13.744199, 100.585335

ที่ตั้งโครงการ Thru Thonglor แม้จะอยู่ติดกับซอยทองหล่อก็จริง แต่เป็นที่ตั้งที่มีข้อด้อยในเรื่องของการเดินทางด้วยรถยนต์เข้าทองหล่ออยู่นะคะ ด้วยความที่ตั้งอยู่เลยซอยทองหล่อไปแล้วทำให้ต้องกลับรถไกลกว่าคอนโดที่อยู่ระหว่างซอยทองหล่อ-เอกมัย ซึ่งเลี้ยวเข้าได้เลยไม่ต้องกลับรถ ดังนั้นสำหรับใครที่เน้นขับรถเองแล้วมองหาคอนโดที่อยู่ใกล้ทองหล่อ เข้า-ออกสะดวกโครงการนี้ก็ยังไม่ใช่คำตอบเท่าไหร่นัก  แต่ก็จะแลกมากับบรรยากาศละแวกโครงการที่มีความคึกคัก และความอุดมสมบูรณ์มากกว่าอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับโครงการที่อยู่ก่อนถึงซอยทองหล่อ เพราะด้วยทำเลโครงการนี้จะอิงไปทาง RCA ฝั่งเข้าทางถนนเพชรบุรี ซึ่งในละแวกนี้ไม่ใช่ว่าจะคึกคักแต่ตอนกลางคืนอย่างเดียวเท่านั้น เพราะในซอยศูนย์วิจัยนี่ก็มีโรงพยาบาลกรุงเทพ นี่แหละที่เป็นโรงพยาบาลขนาดใหญ่และดังมากในหมู่คนไทยไปจนถึงชาวต่างชาติ ยังไม่รวมกับออฟฟิศบนถนนเพชรบุรีด้วย ดังนั้นก็จะเห็นพนักงาน บุคคลากร ไปจนถึงชาวต่างชาติเดินกันควั่กไขว่ ตลอดทั้งวัน ทำให้มีร้านค้าเล็กๆ และร้านรถเข็นมาขายของอย่างคึกคักกันทีเดียว นี่ยังไม่รวมยูนิตร้านค้าที่อยู่ในโครงการด้วยนะคะ

ในเรื่องของการเดินทางนั้นถือว่าสะดวก มีตัวเลือกในการเดินทางไปได้หลายย่านเลยทีเดียวทั้งย่าน RCA, อโศก, พร้อมพงษ์, ทองหล่อและเอกมัย ถึงแม้จะต้องใช้เวลาขับรถไปยังย่านต่างๆ อยู่ซักหน่อย แต่ก็แลกมากับราคาที่พอหยิบจับได้ง่ายมากกว่าอยู่ในทำเลใจกลางเมืองเลย ยกตัวอย่างราคาต่อตารางเมตรในซอยทองหล่อที่ช่วงนี้มีคอนโด High Rise มาเปิดกันอย่างคึกคัก ที่ราคาเฉลี่ยก็ทะลุ 200,000 กันไปแล้วนะคะ คอนโดตัวนี้ก็เป็นอีกตัวเลือกนึงสำหรับคนที่มีงบประมาณน้อยลงมาประมาณ 3-7 ล้านบาทก็สามารถมีคอนโดใกล้ใจกลางเมืองแบบนี้ได้

สำหรับชื่อโครงการ Thru พ่วงนามสกุลมาเป็นทองหล่อนั้น จริงๆ แล้วถึงแม้จะอยู่ติดท้ายซอยทองหล่อก็จริง แต่การขับรถวิ่งเข้าทองหล่อนั้นจำเป็นต้องกลับรถ 2 รอบ รอบแรกบริเวณแยกศูนย์วิจัยใต้ และตรงไปกลับอีกทีที่แยกเอกมัยเหนือ-เพชรบุรี รวมระยะทางประมาณ 1.5 กม. จะมีเฉพาะช่วงตอนเย็นเวลาประมาณ 16:00 – 20:00 น. ที่ทางตำรวจจราจรเค้าจะเปิดที่กั้นแยกให้สามารถเลี้ยวเข้าซอยทองหล่อจากฝั่งถนนเพชรบุรีขาออก ก็ช่วยประหยัดเวลารถติดไปกลับรถไกลถึงแยกเอกมัยเหนือ-เพชรบุรีไปได้บ้าง

โครงการคอนโดติดถนนเพชรบุรีนั้นมีให้เลือกเยอะพอสมควรเกือบตลอดแนวถนนตั้งแต่เอกมัยมาจนถึงอโศกเลยทีเดียว มีทั้งโครงการที่กำลังก่อสร้าง สร้างเสร็จพร้อมอยู่ หรือโครงการที่ขายในรูปแบบ Re-Sale กันแล้ว ซูมเข้ามาที่โครงการติดถนนเพชรบุรีแต่อิงมาทางย่านทองหล่อกันหน่อย โครงการที่ขายมือ 2 ก็จะมีอยู่ 3 โครงการด้วยกัน สำหรับ Thru ทองหล่อนี้เปิดตัวมาใน Segment ราคาพอๆ กับ The Capital แต่การตกแต่ง ความสายงาม สภาพโครงการ รวมไปถึงระยะกลับรถเข้าทองหล่อนั้นยังเป็นรอง The Capital อยู่นะ แต่ก็แลกมากับราคาขายมือ 2 ปัจจุบันที่ถูกกว่าประมาณ 16,000 – 25,000 บาท/ตร.ม. และมีความคึกคัก ความอุดมสมบูรณ์ที่มากกว่า The Capital อยู่พอสมควร ถึงแม้จะอยู่ไม่ไกลกันมาก แต่ก็บรรยากาศชั้นล่างและด้านหน้าโครงการแตกต่างกันพอสมควรนะคะ ที่นี่จะมี Max Valu และร้านค้า ร้านอาหารภายในโครงการรวมทั้งร้านรถเข็นต่างๆ ด้วย ใครที่ชอบความคึกคัก หาของกินง่าย ไม่เปลี่ยวก็จะเหมาะค่ะ

ส่วน Supalai Park เอกมัย-ทองหล่อนั้นอยู่คนละ Segment กับโครงการเลย โครงการนี้จะเน้นไปที่ความคุ้มค่ามากที่สุดเมื่อเทียบกับโครงการข้างเคียง เพราะนับว่ามีราคาต่อตร.ม.ถูกที่สุดในย่านนี้แล้ว เหมาะกับคนที่งบไม่มากนักแต่ทำงานในย่านนี้นะคะ ซึ่งก็ต้องแลกมาด้วย ดีไซน์ที่ไม่หวือหวามากนักสไตล์ศุภาลัยและ Lay out ห้องที่หน้าแคบลึก ที่หลายคนอาจไม่ค่อยถูกใจเท่าไหร่

การเดินทางวันนี้เราจะเริ่มจากแยกอโศก-เพชรบุรี จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าถนนเพชรบุรี และตรงไปเรื่อยๆ เพื่อไปกลับรถที่แยกเอกมัยเหนือ-เพชรบุรี จากนั้นตรงมาอีก ผ่านซอยทองหล่อมาอีกหน่อยก็จะเจอทางเข้าโครงการแล้วค่ะ

จากถนนรัชดาภิเษกวิ่งเข้าแยกอโศก-เพชรบุรี เราจะเบี่ยงซ้ายผ่านตลอดเข้าถนนเพชรบุรีกันค่ะ บริเวณนี้มี MRT เพชรบุรีด้วยนะคะ เป็นสถานีของ MRT ที่ใกล้กับโครงการมากที่สุด ไม่ได้อยู่ในระยะเดินนะ นั่งแท็กซี่หรือแว๊นซ์มาดีกว่า

เลี้ยวเข้าถนนเพชรบุรีกันแล้ว บริเวณช่วงแยกอโศก-เพชรบุรีในอนาคตนี่ไม่ธรรมดานะ ทาง Singha เค้ากำลังสร้าง Singha Complex เป็นอาคาร Mixed Use ขนาดพื้นที่รวมกว่า 1 แสนตร.ม. ก็จะยิ่งทำให้ย่านนี้มีความคึกคักมากยิ่งขึ้นทีเดียวเลยค่ะ

ตอนนี้เรามาอยู่บนเส้นเพชรบุรี บรรยากาศสองข้างทางจะเต็มไปด้วยคอนโด High Rise และอาคารสำนักงานค่อนข้างเยอะ อย่างทางขวามือจะเป็นคอนโดศุภาลัย พรีเมียร์, ตึกสีเหลืองของ My Resort และอนาคตก็จะมีคอนโด Ideo Mobi จากอนันดาขึ้นมาอีกในไม่ช้า

ขับตรงมาเรื่อยๆจะเห็นป้ายบอกเส้นทางลัดทางซ้ายมือไปออกถนนพระราม 9 ได้ทางถนนเพชรอุทัย

ตรงมาอีกไม่ไกลจะเจอแยกพร้อมพงษ์ ที่มีจุดสังเกตคือตึกอิตัลไทยอยู่ทางขวามือ จากตรงนี้ถ้าเลี้ยวขวาเข้าซอยเพชรบุรี 38  จะสามารถไปทะลุซอยสุขุมวิท 39 หรือซอยพร้อมพงษ์ได้

ไม่ไกลกันจะเจอทางเข้า RCA อยู่ทางซ้ายมือ

เลยมาหน่อยทางขวามือจะมีคอนโด High Rise เรียงกันไปยาวๆเลย อย่างตรงนี้ก็มี The Niche Pride ทองหล่อ ที่กำลังก่อสร้าง

ถัดมาก็เป็นโครงการ Thru ทองหล่อ The Capital เอกมัย-ทองหล่อ ตามมาติดๆ และไกลสุดเป็นศุภาลัย ปาร์ค เอกมัย-ทองหล่อ ซึ่งเราจะตรงไปกลับรถที่แยกเอกมัยเหนือ-เพชรบุรีกันนะคะ จะเลยจากตัวโครงการไปหน่อย

ขับมาเรื่อยๆ เจออาคารชาญอิสสระทาวเวอร์ 2 จากตรงนี้ให้เราเตรียมชิดขวาเพื่อเตรียมกลับรถเลย

เลยตึกชาญอิสสระ 2 มาบริเวณหน้าคอนโดศุภาลัย ปาร์ค เอกมัย-ทองหล่อ จะเห็นแยกเอกมัยเหนือ-เพชรบุรีอยู่ด้านหน้าแล้ว โดยเราต้องอยู่เลนขวาเพื่อกลับรถนะคะ การจราจรจะติดขัดพอสมควรเนื่องจากข้างหน้าเป็นแยกใหญ่

ถึงแยกเอกมัยเหนือ-เพชรบุรี เราก็มากลับรถกันเลย

ตรงมาเรื่อยๆ ก็จะเห็นซอยทองหล่อแล้วค่ะ ซึ่งใครที่ขับรถออกจากโครงการแล้วจะเข้าซอยทองหล่อก็ต้องวิ่งตามเส้นทางนี้นะคะ ยกเว้นช่วงเย็นๆ 16:00-20:00 นี้สามารถเลี้ยวขวาเข้าซอยทองหล่อได้เลย ส่วนเราจะตรงไปอีกหน่อยก็เจอโครงการฝั่งซ้ายมือแล้วค่ะ

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะคะ

ทำเลโครงการแม้จะมีจุดด้อยในเรื่องของการขับรถเข้าซอยทองหล่อ แต่ข้อได้เปรียบของโครงการนี้เมื่อเทียบกับโครงการเพื่อนบ้านอย่าง The Capital แล้วก็คือเรื่องของวิว ที่ไม่ถูกบล็อกวิวในระยะประชิด แต่ถ้ามาพูดถึงทิศที่ดีที่สุดน่าจะเป็นทิศเหนือที่ได้วิวจากฝั่งพระราม 9 (ห้องชั้นสูงๆ จะได้เปรียบ) รวมไปถึงทิศทางแดดที่ไม่ร้อนมากด้วย ทิศอันดับ 2 ในเรื่องวิวก็คงจะเป็นทิศตะวันตกที่มีติดกับแนวราบทำให้มองเห็นวิวในระยะไกลได้ดี (ห้องด้านหลังๆ จะได้วิวในซอยพร้อมพงษ์)

สำหรับโครงการฝั่งเพชรบุรีนี้ถ้าดูจาก Google Earth ก็จะเห็นได้ชัดว่าทำเลด้านหลังมักจะติดกับคลองแสนแสบทุกโครงการ ซึ่งเรื่องของกลิ่นคลองแสนแสบนี่ก็คงเป็นที่เลื่องชื่ออยู่เหมือนกันนะคะ ดังนั้นห้องทิศใต้ชั้นล่างๆ นั้นก็จะมีปัญหาในเรื่องของกลิ่นคลองได้อยู่เหมือนกันนะ

  • ทิศเหนือ : ติดกับถนนเพชรบุรี ได้วิวเป็น City View จากฝั่งพระราม 9
  • ทิศตะวันออก : ติดกับMetropole Bangkok ได้วิวฝั่งเอกมัย
  • ทิศใต้ : ติดกับคลองแสนแสบ ได้วิวซอยทองหล่อ
  • ทิศตะวันตก : ติดกับชุมชนหมู่บ้าน และตึกแถวสูง 4 ชั้น ได้วิวฝั่งพร้อมพงษ์

หลังจากเราพาขับรถมาแล้ว เราจะลงมาเดินเล่นบริเวณแถวๆ หน้าโครงการกันบ้างนะคะ ว่ามีอะไรบ้างที่บอกไปตอนต้นว่าคึกคักเนี่ยจะเป็นอย่างไร เริ่มจากท้ายซอยทองหล่อเลยที่ติดกับโครงการ แต่ก่อนเป็นตึกร้างมานานตอนนี้เปลี่ยนไปแล้วเป็นโรงแรม Metropole Bangkok ที่ตกแต่งมาในสไตล์ Thai Classic นอกจากจะเป็นโรงแรมแล้ว ด้านหน้าก็มี Domino Pizza ด้วยนะ

ส่วนด้านหน้าโรงแรมมาในแนว Street Food ราคาย่อมเยาเอาใจช่วงปลายเดือนกันเลย เพราะแถวนี้มีพนักงานออฟฟิศเยอะนะ บริเวณนี้เลยคึกคักมากในช่วงกลางวัน

เลยจากโครงการมาก็มีรถเข็นขายของตลอดทางนะคะ

มีซอยเล็กๆ ที่อยู่ตรงข้ามกับซอยศูนย์วิจัย ตรงนี้เป็นศูนย์รวมร้านรถเข็นก็ว่าได้ มีหลายร้านมากและดูคนนั่งกินก็เยอะทีเดียว ใครขี้เกียจจะขับรถไปกินใกล้ๆ แล้วมองหาอาหารราคาย่อมเยาอิ่มท้องก็เดินจากโครงการมาฝากท้องกันได้ค่ะ

ออกมาจากซอยก็มีสะพานลอยข้ามฝั่งไปยังหน้าศูนย์ทันตกรรม โรงพยาบาลกรุงเทพค่ะ เลยไปอีกหน่อยก็เป็นแยกศูนย์วิจัยใต้ ที่เข้าไปยัง RCA โรงพยาบาลกรุงเทพ หรือจะลัดเข้าพระราม 9 และประดิษฐ์มนูธรรมก็ได้เช่นกันค่ะ

 

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • โรงพยาบาลกรุงเทพ ~650 ม.
  • RCA ~2-3 กิโลเมตร
  • Singha Complex ~ 2.5 กิโลเมตร
  • มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ~ 2.8 กิโลเมตร
  • The EmQuartier ~ 3.5 กิโลเมตร
  • The Emporium ~ 3.6 กิโลเมตร
  • Central พระราม 9 ~ 3.7 กิโลเมตร
  • สวนเบญจสิริ ~ 3.9 กิโลเมตร
  • Terminal 21~ 3.9 กิโลเมตร
  • โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ~ 4 กิโลเมตร


เจาะลึกตัวโครงการ

โครงการ Thru ทองหล่อ คอนโด High Rise ติดถนนเพชรบุรี ท้ายซอยทองหล่อ สูง 35 ชั้น จำนวนยูนิตพักอาศัยทั้งหมด 515 ยูนิต และแบ่งเป็นยูนิตร้านค้าทั้งหมด 18 ยูนิต บนเนื้อที่ดินทั้งหมด 2 ไร่กว่า ตัวโครงการมีอายุประมาณ 5 ปีแล้ว ปัจจุบันเป็นรูปแบบการขายแบบ มือ 2 ตั้งราคาขายกันในเว็บไซต์ต่างๆ อยู่ที่ตารางเมตรละ 94,000 – 110,000 บาทค่ะ

ด้านหน้าโครงการจะเปิดทางเดินให้คนภายนอกเดินทางเข้ามาได้ เพราะมีร้านค้ายูนิตในโครงการที่เปิดให้ทั้งคนภายนอกและคนในโครงการได้มาใช้บริการกันนะคะ ดังนั้นทางเข้า-ออกของลูกบ้านจะอยู่ถัดไปบริเวณด้านหลังจากส่วน Commercial อีกทีค่ะ

ในส่วนร้านค้าบริเวณด้านหน้าโครงการนั้น เดิมที่มีคาเฟ่ True มาเปิดด้วยแต่ปัจจุบันก็ปรับเป็นส่วน Sale Office ส่วนร้านข้างๆ ที่มาเปิดก็จะเป็นร้านอาหารญี่ปุ่น Aroi Sushi ร้านนี้เปิดจนถึงดึกกันเลยนะ จากที่เดินผ่านเห็นลูกค้าเยอะพอสมควรเลย แต่ไม่ได้มีโอกาสเข้าไปลอง ใครเคยเป็นลูกค้าร้านนี้มาคอมเม้นท์รสชาติแบ่งปันกันหน่อยนะคะ ส่วนอีกร้านนึงที่ติดกับ Sale Office เป็นร้านขายอาหารจานเดียวและขนมเล็กน้อย

สิ่งที่อำนวยความสะดวกให้กับลูกบ้านจริงๆ เลยก็จะเป็น Max Valu นี่แหละค่ะ ใครของใช้หมดหรือหิวข้าวดึกๆ ก็ลงลิฟต์มาหน้าคอนโดซื้อได้ครบไม่ต้องไปไหนไกล และเค้ายังเปิดตลอด 24 ชม. ด้วย

ภายใน Max Valu สาขานี้ถึงไม่ได้เป็นร้านขนาดใหญ่มากนัก แต่โดยรวมก็มีของใช้ต่างๆ ครบครันอยู่นะคะ นอกเหนือจากของที่ซื้อได้ตาม Hyper Market แล้วเค้าก็มีพื้นที่ให้มานั่งกินข้าวได้ด้วยนะ คือเราเดินไปซื้ออาหารแช่แข็งให้เค้าอุ่นร้อนให้แล้วมานั่งกินได้เลย

ด้วยความที่เค้าทำพื้นที่ด้านหน้าเป็น Commercial จัดพื้นที่ร้านค้าไว้ถึง 18 ยูนิต ทางโครงการก็จัดพื้นที่จอดรถไว้สำหรับ Visitor หรือลูกค้าด้านนอกเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับร้านค้าด้วย โดยให้จอดรถฟรี 30 นาที

เดินตรงมาด้านใน ระหว่าง Max Valu และร้านอาหารจะมีซอยทางเดินเข้าไปยัง Lobby ที่อยู่ด้านหลังนะคะ พูดถึงในส่วนของร้านค้าด้านในซอยจะมีว่างหลายยูนิตเหมือนกันนะ แต่มีร้านขนมเปี๊ยะด้านในอยู่ร้านนึงขายดีมาก ดูน่ากินดีค่ะ

ทะลุส่วนร้านค้ามาแล้วจะเป็นถนนด้านในสำหรับวนรถออก ซึ่งบริเวณตรงนี้ก็จะเป็นจุด Drop Off ของลูกบ้านค่ะ

หันไปทางขวามีทางให้รถวนออกและเป็นทางขึ้นไปชั้นจอดรถด้านบน

ก่อนที่เราจะเข้าไปดู Lobby เราจะเดินไปดูด้านหลังโครงการกันก่อนนะคะ ระหว่างทางเดินไปด้านหลังเค้าจะทำเป็นทางเดินให้ ด้านข้างปลูกต้นไม้ดูร่มรื่นระดับนึง

ด้านหลังมีพื้นที่ไว้สำหรับจอดรถมอเตอร์ไซต์ได้

มีสนามเด็กเล่นขนาดย่อมๆ ให้ บริเวณนี้ฝ้าเพดานจะยกสูงพอสมควรนะคะ ทำให้เป็นช่องลมได้ดี ซึ่งส่วนใหญ่ลมจะพัดมาจากฝั่งคลองด้านหลังโครงการนี่แหละค่ะ

สุดทางเดินติดกับคลองแสนแสบ ซึ่งทางโครงการไม่ได้ทำท่าหรือทางเดินเชื่อมไปยังด้านหลังให้นะคะ ก็จะกั้นรั้วสูงแบบนี้เลย ดูเป็นส่วนตัวและมีความปลอดภัยระดับนึง ส่วนกลิ่นของคลองอันที่จริงก็ไม่ได้แย่หรือแรงมากนะคะ ใครสนใจทิศนี้แต่ได้ชั้นล่างๆ ให้เลือกก็อาจจะต้องลองมาสัมผัสบรรยากาศเอาว่ารับได้ไหมกับกลิ่นคลองกันเอง เพราะจริงๆ สำหรับเรารู้สึกว่าไม่ได้เหม็น แต่บางคนก็บอกว่ามีกลิ่นอยู่เหมือนกัน เลยคิดว่าน่าจะขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลมากกว่า

มาที่ส่วน Lobby โครงการทำออกมาดูโอเคทีเดียวด้วยความที่ยกฝ้าเพดานสูง และได้กระจกบานใหญ่สูงจากพื้นถึงฝ้าทำให้ส่วน Lobby ดูโปร่งโล่งดี ส่วนชุดโซฟาก็มีให้ประมาณ 3-4 ชุด เพียงพอแต่ก็ดูเก่าแล้วพอสมควรตามอายุปีที่ใช้งาน

ชั้น 2-3 นั้นเป็นชั้นที่จอดรถ ขึ้นมาที่ชั้น 4 จะเริ่มมีชั้นพักอาศัยแล้วนะคะ แต่ก็แบ่งครึ่งกับส่วนที่จอดรถเช่นเดิม โดยชั้นนี้มีจำนวนยูนิตไม่มาก อยู่ที่ 6 ยูนิต หันหน้าไปทางทิศตะวันออกและตะวันตก สำหรับ Circulation ในชั้นนี้นั้นจะเข้าออกได้เฉพาะด้านในอาคาร ไม่สามารถออกไปยังส่วนที่จอดรถได้นะ ข้อดีก็คือความเป็นส่วนตัว แต่ข้อที่น่าเสียดายก็คงจะเป็นความสะดวกในการใช้งานที่จอดรถของลูกบ้านชั้นนี้ ที่จริงๆ แล้วสามารถทำประตูกั้น แล้วสแกนด้วย Key Card ที่ให้เฉพาะลูกบ้านชั้นนี้เข้าได้ก็จะดีมากทีเดียวค่ะ

ชั้น 5-8 ก็ยังมีส่วนที่จอดรถอยู่นะคะ แต่มีจำนวนห้องพักอาศัยมากขึ้นมาอีกเท่าตัว อยู่ที่ประมาณ 15 ยูนิต แต่ก็ยังไม่จัดว่าหนาแน่นมากนักนะคะ สำหรับเรื่องตำแหน่งลิฟต์ที่อยู่ตรงกลางนั้นของดีคือการใช้งานที่สะดวก ไม่มีห้องฝั่งใดฝั่งหนึ่งเดินไกลกว่า ส่วนจำนวนลิฟต์โดยสารให้มา 4 ตัว คิดเป็นอัตราส่วนลิฟต์อยู่ที่ 128.75 : 1 ก็ถือว่ามีความหนาแน่นสูงจากปกติเล็กน้อยค่ะ ส่วนลิฟต์ Service ที่นี่เค้าให้มา 2 ตัวนะ ตัวหนึ่งอยู่ในอาคาร สำหรับ Loading ของต่างๆ ได้ และอีกตัวอยู่ที่บริเวณที่จอดรถค่ะ ลูกบ้านลงมาใช้หนึ่งส่วน Lobby แล้วก็ขึ้นไปยังรถตัวเองได้ ซึ่งสำหรับ Circulation นี้จะค่อนข้างยุ่งยากหน่อย เพราะถือแม้ที่จอดรถจะอยู่ชั้น Podium ของอาคารเลยก็จริง แต่การจัด Circulation เค้าเหมือนกับมีอาคารจอดรถแยกจากกันชัดเจน ทำให้การเดินจากห้องพักไปยังที่จอดรถตัวเองยุ่งยากไปซะหน่อย แต่ก็แลกมากับความเป็นส่วนตัวมากขึ้นนะคะ เพราะส่วนที่จอดรถนี้น่าจะมีลูกค้าภายนอกจากร้านค้าด้านหน้าโครงการเข้ามาจอดได้บ้าง ดังนั้นการแยก Circulation ไว้ชัดเจนแบบนี้ก็เป็นข้อดีเหมือนกัน

ขึ้นมาที่ชั้น 5 ดูส่วนโถงลิฟต์ และบรรยากาศโถงทางเดินกัน ก่อนขึ้นไปชั้น 9 ซึ่งเป็นชั้น Facilities หลักนะคะ สำหรับส่วนโถงลิฟต์นั้นเค้าออกแบบมาเรียบๆ นะ โดยรวมแล้วยังดูสวย และสะอาด มีการดูแลได้ดีระดับนึง

โถงทางเดินกว้างประมาณ 1.3 – 1.4 ม. และในช่วงกลางวันแบบนี้ทางส่วนกลางเค้าก็เปิดไฟให้ดูสว่างตลอดทางนะคะ

ชั้น 9 เป็นชั้น Facilities หลักของโครงการ และมีอีกครึ่งนึงเป็นห้องพักอาศัย ซึ่งทางโครงการก็มีทำ Double Access แยกไว้ให้ เพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับลูกบ้านในชั้นนี้มากขึ้น ในส่วน Facilities นี้จะมีเฉพาะสระว่ายน้ำที่อยู่กลางแจ้งนะคะ นอกนั้นจะอยู่ในอาคารทั้งหมด มีห้อง Yoga, Lounge, Meeting Room, ห้องน้ำและห้องอาบน้ำที่ภายในมีทั้งห้อง Steam และ Sauna สุดท้ายคือส่วนฟิตเนส โดยรวมก็จัดมาให้ครบอยู่นะคะ

จากโถงลิฟต์ในชั้นนี้ตกแต่งมากกว่าชั้นอื่นๆ อยู่นะ อย่างส่วนผนังก็ทาด้วยสีฟ้าตกแต่งด้วยกระจก 6 เหลี่ยมแบบนี้ ส่วนประตูกระจกที่เห็นฝั่งซ้ายนั้นเป็น Double Access ไปยังห้องพักอาศัยที่อยู่ในชั้นนี้ค่ะ ลูกบ้านในชั้นนี้จะต้องสแกนบัตรอีกรอบเพื่อเข้าห้องพักตัวเอง ทั้งนี้ก็เพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้มากขึ้น เนื่องจากเป็นชั้นที่ทุกคนในโครงการสามารถลงมาใช้งานได้

เดินมาดูฝั่ง Facilities กันต่อ เข้ามาจะเห็นทางเดินโล่งๆ แบบนี้เลย ด้านขวากั้นเป็นห้องๆ เริ่มจากห้องโยคะ ห้องนั่งเล่น และห้องประชุม สำหรับห้องโยคะและห้องนั่งเล่นนั้นจะเปิดไว้ให้ใช้งานได้เลย ยกเว้นห้อง Meeting ที่จะต้องติดต่อนิติก่อน ตอนที่ไปก็ล็อกไว้ไม่ได้ให้ใช้งาน มาที่ฝั่งซ้ายนั้นเป็นพื้นที่โล่งมาก จริงๆ ก็สามารถกั้นห้องมาทำเป็น Function อื่นๆ ได้นะ แต่ก็ไม่ได้ทำหรือวางเฟอร์นิเจอร์ไว้ให้เลย พอเป็นพื้นที่โล่งแบบนี้ก็แอบเสียดายอยู่เหมือนกัน

เข้าไปดูส่วนห้องโยคะกัน ภายในตกแต่งพื้นเป็นลามิเนต ติดกระจกเงาด้านนึง มี Mat และ Ball ไว้ให้ใช้งานเรียบร้อย

ห้องนั่งเล่น หรือจะเรียกว่าเป็นห้อง Library ก็ได้อยู่ ภายในจัดชุดโต๊ะเก้าอี้มา 2 ชุดมีหนังสือให้อ่านเล่นอยู่ด้วย

เดินตรงมาอีกหน่อยจะมีห้องน้ำอยู่ฝั่งขวา และตรงไปอีกหน่อยนั้นเป็นที่วางโต๊ะปิงปอง มีห้องฟิตเนส และตรงออกไปด้านนอกจะเป็นสระว่ายน้ำค่ะ

ภานในห้องน้ำมี Locker ให้ จัดห้องน้ำและห้องอาบน้ำไว้ให้เรียบร้อย

รวมไปถึงมีห้อง Steam & Sauna ให้ด้วย ถือว่าครบครันนะคะ ส่วนประตูฝั่งซ้ายนี้สามารถเดินออกไปยังสระว่ายน้ำได้ค่ะ ซึ่งก็ง่ายสำหรับใครที่ว่ายน้ำเสร็จจะลงมาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเลย จะได้ไม่ต้องเดินอ้อมไปทางเดินปกติ ผ่านโต๊ะปิงปอง ห้องฟิตเนสต่างๆ และยิ่งตัวเปียกๆ ก็จะได้ไม่ทำพื้นเลอะด้วย

เดินออกจากห้องน้ำถัดมาเป็นส่วนทางเดินขนาดใหญ่นี่แหละค่ะ แต่เค้าวางโต๊ะปิงปองให้เล่นกันได้

มาที่ด้านขวาก็จะเป็นส่วนฟิตเนสที่ได้กระจกครบทุกด้าน ทำให้ภายในดูโปร่งโล่ง ส่วนเครื่องเล่นภายในก็ให้มาพอประมาณนะคะ ไม่น้อยเกินไป

ออกมาที่ส่วนสระว่ายน้ำกันต่อ สระจะยกสูงขึ้นมาเล็กน้อย ลักษณะเป็นแบบน้ำล้น ด้านข้างทำบ่อสระไว้ให้ดูสวยงามดี

ขนาดสระที่ได้ใหญ่พอสมควรอยู่ที่ 11 x 24 ม. ใช้ออกกำลังกายได้สบายค่ะ สภาพสระก็เก่าลงมาหน่อยแล้วระ มีบางส่วนที่กระเบื้องหลุดไปบ้างแล้ว

ลองหันมาด้านข้างก็จะได้วิวทางฝั่งพระราม 9 แบบนี้ค่ะ วันที่ไปก็เห็นชาวต่างชาติทั้งแถบเอเชียและตะวันตกมานอนอาบแดดกันหลายคนเหมือนกันนะ มีความคึกคักพอสมควร

ชั้น 11-31 เป็นชั้น Typical Floor Plan มีจำนวนยูนิตต่อชั้นอยู่ที่ 19 ยูนิต แบ่งเป็น 2 ฝั่งจากตำแหน่งลิฟต์ตรงกลาง ตำแหน่งห้องขนาดใหญ่จะไว้เป็นห้องมุมทั้งหมด 4 ห้องเลย ซึ่งเป็นห้องที่ได้วิวทั้ง 2 ทิศค่ะ

ขึ้นมาที่ชั้นสูงๆ 32-33 นี้จำนวนยูนิตก็จะลดลงมานะคะ จากชั้น 32 ห้องฝั่งทิศใต้ก็จะหายไป ส่วนชั้น 33 จะเหลือเพียงยูนิตห้องเล็กตรงกลางเท่านั้นแล้วค่ะ

เดี๋ยวเรามาดูวิวบนตึกจริงกันบ้างว่าจะเป็นอย่างไร สำหรับตึกนี้สามารถเห็นวิวได้ทั้งหมด 4 วิวด้วยกันค่ะ  ส่วนใหญ่ห้องพักอาศัยจะหันไปทางทิศตะวันออกและตะวันตก จะมีเพียงห้องใหญ่ที่อยู่ตำแหน่งห้องมุมที่จะได้วิวทิศเหนือและใต้ค่ะ ส่วนทิศใต้นี้วันที่ไปโครงการไม่มีห้องให้ถ่ายวิวทิศใต้ได้ แอบเสียดาย….

วิวทิศเหนือ (ทิศ A) เป็นวิวที่หันไปทางฝั่งพระราม 9 นะคะ ชั้นที่เราไปถ่ายมานั้นอยู่แค่ชั้น 9 เอง เลยไม่ได้เห็นวิวมุมสูงมากเท่าไหร่ แต่โดยรวมแล้ววิวนี้ค่อนข้างโปร่งโล่งทีเดียวค่ะ ใครอยู่ชั้นสูงๆ หน่อยน่าจะมองเห็นวิวได้ไกลสุดสายตาเลย

ฝั่งทิศตะวันออก (ทิศ B) จะหันไปทางฝั่งเอกมัยนะคะ สำหรับใครที่อยู่ด้านหน้าหน่อยวิวที่ได้ก็จะเป็นวิว The Capital ชัดเลย แต่ไม่ได้ใกล้มากจนมองเห็นคนฝั่ง The Capital หรอกนะคะ

มาที่ฝั่งทิศตะวันตก (ทิศ C) เป็นอีกทิศที่วิวดีทีเดียวเลย โดยจะหันหน้าไปทางฝั่งพร้อมพงษ์ ระยะใกล้ๆ ส่วนใหญ่จะเป็นอาคารแนวราบ ไม่มีตึกสูงในระยะประชิด ขยับไปไกลหน่อยก็จะคอนโด The Niche Pride จากเสนาที่กำลังสร้างอยู่ตั้งเป็นจุดเด่นของวิวนี้ ไกลสุดสายตาจะเป็นอาคารตึกสูงเต็มไปหมดเป็น Background

 

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • สระว่ายน้ำ 1 สระ ขนาด 11 x 24 เมตร
  • ห้องออกกำลังกาย 1 ห้อง ใส่เครื่องออกกำลังกายประมาณ 8-9 เครื่อง
  • ห้องโยคะ
  • Lounge & Library
  • Meeting Room
  • Steam & Sauna
  • สวนหย่อมรอบโครงการ
  • ลิฟท์โดยสาร 4 ตัว/อาคาร
  • อัตราส่วนลิฟท์รวมทั้งโครงการ 128.75 :  1
  • Service Lift 2 ตัว
  • ระบบ CCTV / Access Card


Product Walkthrough

สำหรับรีวิวฉบับนี้จะขอวิเคราะห์ผังห้องทั้งหมดในโครงการนะคะ แต่ไม่ได้พาไปชมห้องตัวอย่างนะ เนื่องจากพอเป็นห้องมือ 2 แล้วรายละเอียดต่างๆ ก็จะแตกต่างกันไปในแต่ละห้องไปแล้ว หากใครสนใจห้องในโครงการนี้แนะนำว่านัดเจ้าของหรือเอเจนซี่ไปดูสภาพและบรรยากาศภายในห้องกันเองเลยจะดีกว่าค่ะ เพราะจริงๆ มันมีหลายปัจจัยมากๆ ไม่ใช่เพียงการแต่งห้องนะคะ เช่น การดูแลรักษาห้อง ยังเหมือนใหม่หรือดูทรุดโทรมไป มีอะไรชำรุดไหม หรือเจ้าของเดิมเคยปล่อยห้องให้เช่ามาก่อนที่จะขายรึเปล่า และแน่นอนว่าหากเราไม่ได้ชอบการตกแต่งของเจ้าของเดิมเสียเท่าไหร่ หรือห้องนี้ค่อนข้างทรุดโทรมแล้ว แต่เป็นห้องที่ตำแหน่งดี ได้วิวสวย ก็อาจจะต้องเผื่องบประมาณค่าตกแต่งหรือซ่อมแซมเพิ่มเติมมาขึ้นด้วยนะคะ

ส่วน Spec วัสดุมาตรฐานจากโครงการ แรกเริ่มขายในรูปแบบ Fully Fitted 

(ซึ่งอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้ ขึ้นอยู่กับเจ้าของห้องมือ 1 รวมไปถึงเฟอร์นิเจอร์อื่นๆ ด้วยนะคะ)

  • พื้นลามิเนต 8 มม.
  • พื้นกระเบื้อง (ห้องน้ำ,ระเบียง)
  • Pantry ครัวลามิเนต พร้อมเตา และ Hood

เริ่มจาก Type A 1 Bedroom ขนาด 31 ตร.ม. ลักษณะห้องจะเป็นห้องหน้ากว้าง วางตำแหน่งห้องนอนและพื้นที่นั่งเล่นติดกับส่วนหน้าต่าง ได้วิวดี ส่วนการจัดวางฟังก์ชันของแปลนนี้ค่อนข้างเรียบง่าย เน้นไปที่ห้องนอนที่ได้เป็นสัดส่วนชัดเจน มีความเป็นส่วนตัว เพราะออกแบบเป็นประตูทึบไม่ได้เป็นประตูบานเลื่อนเหมือนห้อง 1 Bedroom ที่เรามักจะค่อนข้างเห็นกันบ่อยๆ ส่วนพื้นที่ส่วนกลางนั้นจะใช้พื้นที่ร่วมกันทั้งหมด ทั้งครัวที่ได้เป็นครัวเปิด เลยมาที่พื้นที่รับประทานอาหารขนาดกะทัดรัด สำหรับ 2 ที่นั่งและส่วนพื้นที่นั่งเล่นที่เหมาะกับวางโซฟาขนาด 2 ที่นั่ง ไปจนสุดจะเป็นส่วนระเบียงขนาดไม่กว้างมากนักนะคะ แต่สามารถวางเครื่องซักผ้าได้แบบพอดีมากๆ ได้อยู่นะ ส่วนห้องน้ำก็ตามมาตรฐานเลย ไม่เล็กจนเกินไป แยกส่วนเปียกและแห้งชัดเจนด้วยฉากกั้นกระจกที่ทางโครงการให้มาเป็น Standard ในทุกห้อง

ห้อง 1 Bedroom ขนาด 36 ตร.ม. การจัดวางฟังก์ชันและความกว้างของห้องจะพอๆ กับห้องขนาด 31 ตร.ม. แต่มีความลึกมากกว่า ทำให้มีพื้นที่ภายในห้องนอนกว้างขึ้น ส่วนบริเวณพื้นที่นั่งเล่นก็กว้างขึ้นเช่นกัน สามารถจัดชุดโซฟาขนาด 3 ที่นั่งได้ รวมทั้งส่วนระเบียงที่ได้ความกว้างมากขึ้นไม่แคบเท่าห้องขนาด 31 ตร.ม. ซึ่งใครมีงบเพิ่มขึ้นมาหน่อยสัก 450,000 – 550,000 บาท เลือกห้องนี้ก็จะอยู่สบายสำหรับ 2 คน มากกว่าห้องขนาด 31 ตร.ม. พอสมควรนะคะ

ห้อง 1 Bedroom ขนาด 44 ตร.ม. ขนาดขยับขึ้นมาอีก 8 ตร.ม. แต่ได้พื้นที่เป็นสัดส่วนชัดเจนมากขึ้น ที่เห็นว่าแตกต่างจาก 2 ห้องแรกเลยก็คือส่วนครัวที่ได้ขนาดใหญ่และเป็นครัวปิด เหมาะกับคนที่ชอบทำกับข้าวกินเอง ส่วนครัวนี้ถึงจะอยู่ด้านในก็ยังได้ช่องเปิดให้สามารถระบายอากาศและความชื้นได้ด้วยนะคะ ส่วนอื่นๆ ที่เห็นจะแตกต่างจาก 2 ห้องแรกอีกก็จะเป็นขนาดพื้นที่รับประทานอาหารที่รองรับได้ถึง 4 นั่ง มุมพื้นที่นั่งเล่นที่เป็นสัดส่วนแยกออกจากพื้นที่รับประทานอาหารมากขึ้นนั่นเองค่ะ

ห้อง 2 Bedroom ขนาด 56 ตร.ม. ขยับเพิ่มห้องนอนมาอีกห้อง สำหรับแปลนห้อง Type นี้เหมาะกับครอบครัวขนาดเล็กอยู่กันพ่อ-แม่-ลูก หรือคนที่ต้องการพื้นที่มากขึ้นจากห้อง 1 Bedroom ปกติ อาจจะปรับห้องนอนเล็กเป็นห้องทำงานแทนได้ สำหรับห้องนี้จัดวางแบบหน้ากว้างทำให้พื้นที่สำคัญๆ อยู่ติดกับช่องเปิดทั้งหมด ได้วิวและแสงธรรมชาติดีทีเดียวค่ะ และอีกจุดเด่นของห้องนี้คือ เค้าจัดให้ห้องนอนเป็นห้อง Master Bedroom มีห้องน้ำภายในห้องนอนเป็นสัดส่วนดีมาก ส่วนขนาดพื้นที่ของแต่ละฟังก์ชันอื่นๆดูจะเบียดขึ้นจากห้อง 1 Bedroom 44 ตร.ม.ขึ้นมาหน่อย ทั้งส่วนครัว พื้นที่รับประทานอาหารและพื้นที่นั่งเล่น

ห้อง 2 Bedroom ขนาด 61 ตร.ม. เป็นห้องรูปสี่เหลี่ยมจตุรัส ข้อดีของห้องนี้คือตำแหน่งห้องที่อยู่มุม ทำให้ได้วิวจาก 2 ฝั่งเลย และมีการแบ่งโซนนิ่งพื้นที่ส่วนรวม และห้องนอนที่ต้องการความเงียบสงบค่อนข้างชัดเจนดี แต่ข้อเสียของห้องนี้ก็มีนะ คือเรื่องพื้นที่เสียเปล่าที่ทำเป็นทางเดินค่อนข้างเยอะ ทำให้พื้นที่ใช้สอยส่วนนึงที่เราซื้อมาไม่ได้ถูกจัดเป็นฟังก์ชันใช้งานได้จริง และนอกจากนี้แปลนนี้จะค่อนข้างพิเศษกว่าแปลนอื่นๆ คือมีทางเข้าแบบ 2 ชั้น มี Foyer ด้านหน้าสำหรับ Built-in ชั้นวางรองเท้า ให้เก็บได้เป็นสัดส่วน จากนั้นเปิดประตูเข้ามาอีกตอนนึงจะเป็นส่วนพื้นที่นั่งเล่นและโต๊ะรับประทานอาหารที่อยู่ในพื้นที่เดียวกัน ส่วนครัวมีขนาดไม่ใหญ่และไม่ได้ครัวปิด แต่สามารถกั้นด้วยประตูบานเลื่อนกระจกกั้นเป็นครัวปิดเองได้นะคะ  ส่วนห้องน้ำกลางของแปลนนี้จะได้ขนาดเล็กกว่าห้องที่แล้วนะ แต่ห้องนอนใหญ่ได้ขนาดใหญ่ดี มีที่ว่างสำหรับวางโต๊ะทำงานเล็กๆ เพิ่มได้ด้วย

ห้อง 2 Bedroom ขนาด 65 ตร.ม. เป็นห้องที่จัดแปลนได้ค่อนข้างลงตัวเลย จัดฟังก์ชันต่างๆ เป็นสัดส่วนดี และห้องครัวได้เป็นครัวปิดกึ่งเปิด ด้วยการกั้นเป็นประตูบานเลื่อน หากวันไหนทำอาหารเบาๆ ก็เปิดครัวและใช้เป็นพื้นที่เชื่อมต่อกับพื้นที่รับประทานอาหารได้ง่าย ส่วนวันไหนทำอาหารหนักๆ ก็สามารถปิดประตูแล้วเปิดเครื่องดูดได้ อีกทั้งยังเชื่อมกับส่วนระเบียงซักล้างด้วย ทำให้เวลาใช้งานจริงค่อนข้างสะดวกดีค่ะ ลึกเข้ามาอีกหน่อยเป็นห้องน้ำรวมที่ได้ขนาดพื้นที่อาบน้ำค่อนข้างกะทัดรัดพอสมควร รวมทั้งห้องนอนเล็กก็เช่นกันนะ ส่วนห้องนอนใหญ่หรือ Master Bedroom นั้นแปลนนี้เค้าค่อนข้างให้ความสำคัญดีนะคะ เพราะได้ทั้งส่วน Walk-in Closet และห้องน้ำก็วาง Bath Tub ให้ด้วยนะ

 

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะคะ

ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 24 January 2017

  • เนื่องจากเป็นโครงการที่ขายหมดและโอนกันหมดแล้วนะคะ ดังนั้นต้องซื้อต่อจากเจ้าของเดิม ทำให้ราคาก็จะค่อนข้างหลากหลายขึ้นอยู่กับทำเลห้องได้อยู่ชั้นสูงหรือชั้นล่าง ตกแต่งครบ ความพอใจราคาจากการตกลงกันระหว่างคนซื้อและคนขายราคาต่อตารางเมตรในปัจจุบัน ปี 2016 จะอยู่ที่ประมาณ 94,000 – 110,000 บาท/ตร.ม.
  • Kitchen & Sink
  • Hob & Hood
  • ค่าส่วนกลาง 30 บาท/ตร.ม./เดือน

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคาเป็นราคาปัจจุบันที่หาในเว็ปไซต์ขายห้องมือ 2 ซึ่งอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้นะคะ

 


เจาะลึกรวบยอด

โครงการ Thru ทองหล่อ จัดเป็นโครงการบนทำเลเพชรบุรีที่อิงซอยทองหล่อ ซึ่งมีคู่แข่งที่อยู่ในทำเลเดียวกันอยู่ 2 ตัว คือ Supalai Park กับ The Capital แต่ตัวที่อยู่ใน Segment เดียวกันตรงๆ เลยก็เห็นจะเป็น The Capital จาก KPN ที่เปิดตัวมาในราคาที่ใกล้เคียงกัน แต่ราคาปัจจุบันนั้นถูกกว่า The Capital ในราคาปัจจุบันเช่นกันอยู่ที่ประมาณ 16,000 – 25,000 บาท/ตร.ม. เทียบเป็นราคาแพ็กเกจในพื้นที่ตารางเมตรพอๆ กันก็จะอยู่ที่ประมาณ 480,0000 – 750,000 บาททีเดียวนะคะ ซึ่งก็ทำให้ Thru สามารถดึงลูกค้าที่มีงบประมาณน้อยลงมาหน่อย หรือลูกค้าที่อาจจะมีงบเท่าๆ กัน แต่อยากเก็บงบไป Renovate ห้องใหม่ทั้งหมดก็ได้นะ

สำหรับทำเล Thru นั้นจัดว่าค่อนข้างแตกต่างกับโครงการข้างเคียงอยู่นะคะ ถึงแม้ว่าจะมีระยะห่างจากกันไม่กี่ร้อยเมตร หากเทียบในเรื่องของการเดินทางด้วยรถยนต์เข้าซอยทองหล่อนั้น Thru ก็จัดว่าด้อยกว่า เพราะออกจากโครงการก็ต้องไปกลับรถที่แยกศูนย์วิจัยใต้และกลับอีกทีที่แยกเอกมัยเหนือ-เพชรบุรีนู้น ระยะทางรวมกว่าจะเข้าท้ายซอยทองหล่อได้ก็ประมาณ 1.5 กม. ถ้ารถบนถนนเพชรบุรีไม่ติดก็คงไม่เสียเวลามาก แต่ด้วยความที่รถบนถนนเพชรบุรีก็ใช่ว่าจะโล่งซะที่ไหน จึงทำให้การเดินทางเข้าซอยทองหล่อนั้นยุ่งยากกว่าโครงการ The Capital และ Supalai Park พอสมควรนะคะ แต่ใช่ว่าทำเล Thru จะแพ้เสมอไป สิ่งที่ได้เปรียบก็มีในเรื่องของวิว ที่ไม่มีตึกสูงมาบล็อกในระยะประชิด และสำหรับใครที่ชอบความอุดมสมบูรณ์ บรรยากาศคึกคัก หาของกินง่าย Thru ก็เป็นคำตอบที่น่าสนใจ

บรรยากาศโครงการปัจจุบันค่อนข้างคึกคัก ส่วนใหญ่จะเห็นผู้เช่าและเจ้าของห้องเป็นชาวต่างชาติค่อนข้างเยอะ ทั้งแถบเอเชีย และฝั่งตะวันตก ไม่ได้จัดว่าวุ่นวายมากแต่เมื่อเทียบกับบรรยากาศของ The Capital จะแตกต่างกันพอสมควร The Capital มีความเงียบสงบมากกว่าอย่างเห็นได้ชัด ดังนั้นสำหรับใครที่สนใจโครงการทำเลนี้ก็ควรจะลองมาเดินเล่นดูบรรยากาศนะคะ ว่าชอบประมาณไหนมากกว่ากัน

การออกแบบโครงการนี้ทำออกมาได้น่าสนใจ ต่างจากที่อื่นๆ ด้วยความที่ตั้งอยู่ในทำเลที่คึกคักดังนั้นเค้าจึงออกแบบด้านหน้าโครงการเป็นโครงการกึ่งเปิด มีร้านค้า Max Valu ต่างๆ ให้ทั้งคนในคอนโดและคนภายนอกเข้ามาใช้งานได้ด้วย ดังนั้นโครงการนี้ออกแบบมาให้เหมาะกับคนที่ไม่ซีเรียสเรื่องความวุ่นวาย คึกคัก แต่ชอบความสะดวกสบายในการซื้อของหรือหาของกินง่ายมากกว่าค่ะ

วัสดุของโครงการแรกเริ่มถือว่าจัดมาให้ค่อนข้างธรรมดาถ้าเทียบกับ Segment UPPER Class นะคะ แต่ด้วยปัจจุบันพอเปลี่ยนรูปแบบการขายมาเป็นมือ 2 ก็จะมีความแตกต่างของการตกแต่ง วางเฟอร์นิเจอร์และวัสดุที่ถูกปรับเปลี่ยนแตกต่างกันไปแล้วในแต่ละห้องตามความชอบของเจ้าของ ดังนั้นในส่วนนี้คงต้องไปดูกันเองว่าห้องที่ขายตกแต่งแบบไหน ให้เฟอร์นิเจอร์ดีไหม และที่สำคัญคือสภาพห้องจากการใช้งาน บางห้องเคยให้เช่ามาก่อน บางห้องเจ้าของอยู่เอง หรือบางห้องสภาพเสมือนมือ 1 เพราะไม่เคยมีใครเข้าอยู่เลยก็มีให้เลือกค่ะ

สาธารณูปโภคให้มาครบครัน ทั้งสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ ฟิตเนส ห้องโยคะ ห้องประชุม Lounge Steam Sauna สนามเด็กเล่นด้านหลังติดคลอง โดยรวมก็ถือว่าโอเค สภาพก็ยังน่าใช้งานอยู่ในปัจจุบันนะคะ และที่สำคัญค่าส่วนกลางของที่นี่ก็ยังอยู่ในราคาประมาณ 30 บาท/ตร.ม./เดือน อยู่ก็ถือว่าไม่แพงมาก ส่วนนิติบุคคลที่นี่เค้าใช้บริษัท Unity

 

Judgement

เนื่องจากเป็นโครงการที่ขายหมดแล้ว ซึ่งปัจจุบันรูปแบบการขายเปลี่ยนแปลงเป็นแบบ Re-sale ซึ่งค่อนข้างมีความแตกต่างกันไปทั้งเรื่องของวัสดุ การตกแต่งภายในห้อง รวมทั้งเรื่องของราคาที่ค่อนข้างหลากหลายขึ้นอยู่กับทำเลห้องได้อยู่ชั้นสูงหรือชั้นล่าง และความพอใจราคาจากการตกลงกันระหว่างคนซื้อและคนขาย ดังนั้นจึงไม่สามารถให้คะแนนในรีวิวนี้ได้นะคะ

  • UPPER CLASS

BOTTOM LINE

Thru ทองหล่อ เหมาะกับคนที่มองหาคอนโดบนถนนเพชรบุรี แถวย่านทองหล่อ-พร้อมพงษ์ ชอบคอนโดที่อยู่ในย่านคึกคักมีความอุดมสมบูรณ์ เดินทางไปย่านใจกลางเมืองได้สะดวก ราคาหยิบจับได้ง่ายกว่า The Capital ได้ Facilities ครบครัน มีงบประมาณเริ่มต้น (ปัจจุบัน) ประมาณ 2.9 ล้านบาทขึ้นไป 

ถ้าเห็นว่ารีวิวนี้มีประโยชน์ ช่วยกด LIKE ให้ผมหน่อยนะคะ จะได้มีกำลังใจทำรีวิวถัดๆไปค่ะ

สมัครสมาชิกพร้อมรับข่าวสารเพิ่มเติม (คลิกที่นี่ )

Share

Leave a Reply