พาชมตึกเสร็จ The Capital เอกมัย-ทองหล่อ คอนโด High Rise บนถนนเพชรบุรี จาก KPN [รีวิวฉบับที่ 1275]

February 4, 2017 13:002 comments

%e0%b8%9b%e0%b8%81-the-capital2

รีวิวฉบับที่ 1275 … สวัสดีค่ะ วันนี้จะพาไปชมโครงการ The Capital เอกมัย-ทองหล่อ ซึ่งเป็นคอนโดภายใต้แบรนด์ The Capital ตัวที่ 2 จาก KPN แม้ว่าโครงการอยู่บนถนนเพชรบุรี แต่สามารถเดินทางไปยังทองหล่อ เอกมัย สุขุมวิทได้สะดวก โครงการมีจุดเด่นที่ให้ Facilities มาแบบจัดเต็มที่ชั้น 7-8 และชั้นดาดฟ้า พร้อมสระว่ายน้ำความยาว 40 เมตร ตอนนี้ตัวอาคารสร้างเสร็จมากว่า 2 ปีแล้วแต่สภาพของโครงการยังดูดีทีเดียว หน้าตาโครงการจะเป็นอย่างไรไปดูพร้อมๆกันเลยค่าา

 

Fact @ 24 January, 2017

  • The Capital Ekkamai-Thonglor (เดอะ แคปปิตอล เอกมัย-ทองหล่อ)
  • KPN, Colliers – Sole Agent
  • HIGH CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment คอนโดได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ในเขต : ถนนเพชรบุรี
  • คอนโด High Rise  25 ชั้น 281 ยูนิต
  • ยูนิตต่อชั้นสูงสุด 18 ชั้น
  • ที่จอดรถประมาณ 70% ไม่รวมจอดซ้อนคัน
  • ที่ดินประมาณ 2 ไร่ 21 ตร.วา
  • โครงการเปิดตัว : ปี 2012 (ราคาประมาณ 8x,xxx – 9x,xxx บาท/ตร.ม.)
  • โครงการสร้างเสร็จ : ปี 2015
  • 1 Bedroom ขนาด 30-44.5 ตร.ม.
  • 2 Bedrooms ขนาด 48-76.5 ตร.ม.
  • Penthouse ขนาด 91.5 – 175 ตร.ม.
  • ฝ้าเพดานสูง 3 เมตร ห้อง Penthouse สูง 3.4 ตารางเมตร
  • ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรต่ำสุด-สูงสุด 110,000 – 135,000 บาท/ตร.ม.
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่ 
  • สถานะโครงการ : Sold Out (ปิดการขาย)

 

เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วค่ะ

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างค่ะ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด : 13.744071, 100.586981

map-overview-the-capital-%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%a2-%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%ad

โครงการ The Capital เอกมัย-ทองหล่อ เป็นโครงการที่อยู่บนถนนเพชรบุรี อยู่ในย่านใจกลางเมือง จุดเด่นคือสามารถไปยังทองหล่อ-เอกมัยได้สะดวก การเดินทางมายังโครงการสามารถมาจาก ได้หลายเส้นทางทั้ง ถนนรัชดาภิเษก ถนนอโศกดินแดง ซอยทองหล่อ(สุขุมวิท 55) ซอยเอกมัย(สุขุมวิท 63 ) ถนนรามคำแหงและจากถนนพระราม 9 แล้วเลี้ยวเข้าถนนเพชรอุทัย หรือจากเส้นเรียบด่วนรามอินทราวิ่งมาข้ามแยกเอกมัยเหนือแล้ววนกลับลงถนนเพชรบุรีตัดใหม่ก็ได้ค่ะ สำหรับใครที่จะต้องการใช้รถไฟฟ้าจะห่างจากโครงการสักหน่อย แต่ก็สามารถใช้เป็นตัวเลือกได้ค่ะ โดยรถไฟฟ้าที่ใกล้ที่สุดคือ MRT เพชรบุรี ห่างจากโครงการประมาณ 2.7  กม. และ BTS ทองหล่อที่ห่างจากโครงการประมาณ 2.6 กม.

the-capital-%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%a2-%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a5

ตัวโครงการนี้ตั้งอยู่บนถนนเพชรบุรีก็จริง แต่สามารถไปทองหล่อ-เอกมัย ได้ง่ายมาก จากโครงการออกมาบนเส้นเพชรบุรีก็สามารถเลี้ยวซ้ายเข้าถนนทองหล่อได้เลย สำหรับใครที่ต้องการไปยังเอกมัยก็ให้ไปกลับรถตรงแยกศูนย์วิจัยใต้แล้วเมื่อถึงสี่แยกเอกมัยเหนือก็ให้เลี้ยวขวาเข้าถนนเอกมัยได้เลย แต่แยกนี้รถจะติดหน่อยนะคะ

map-%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-the-capital-%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%a2-%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%ad

หากใครเคยขับรถผ่านถนนเพชรบุรีจะทราบว่าบนถนนเส้นนี้จะไม่ได้มีความคึกคักหรือสถานบันเทิงอะไรให้ตื่นตาตื่นใจมากนัก  มี Singha Complex ที่กำลังก่อสร้างซึ่งก็เป็นความอุดมสมบูรณ์ในอนาคต นอกนั้นก็จะเป็นคอนโด อาคารสำนักงาน และอาคารพาณิชย์ ซึ่ง ณ ตำแหน่งที่ตั้งของโครงการนี้สามารถไปทองหล่อ-เอกมัยได้สะดวกมาก ซึ่งย่านนี้มีสถานที่ Hang out และร้านชิคๆให้เลือกหลากหลาย รองรับ Lifestyle ของคนรุ่นใหม่ที่มีกำลังซื้อสูงพอสมควร มี Community mall เก๋ๆอย่าง The Commons หรือ J Avenue ให้ไปเดินเล่นกันได้

นอกจากนี้ก็สามารถไปยังถนนอโศกมนตรี ที่มีทั้งห้างสรรพสินค้า และอาคารสำนักงานขนาดใหญ่ ใกล้สถานศึกษาอย่างมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มีแหล่งกิน เที่ยว ช็อปปิ้งครบมีตลาดให้เลือกไปเดินได้หลากหลายทั้งตลาดนัด มศว.ที่มีขายทั้งอาหาร ของกิน และเสื้อผ้าตั้งแต่เวลาสายๆถึงประมาณบ่ายสาม มีตลาดแกรมมี่ ตลาดรวมทรัพย์ ตลาดสุขตา ประสานมิตรพลาซ่า มีซอยคาวบอยที่เป็นแหล่งบันเทิงในยามค่ำคืน พอมาถึงช่วงแยกอโศกที่ตัดกับถนนสุขุมวิทก็จะมีเทอมินัล 21 จากตรงนี้สามารถเลือกไปยังห้างสรรพสินค้าบนถนนสุขุมวิทได้ตามใจชอบ

อีกโซนที่สามารถนั่งรถไฟฟ้าไปได้ถึงในสถานีเดียวคือย่านรัชดา-พระราม 9 ที่มีศูนย์การค้าและแหล่งช็อปปิ้งขนาดใหญ่ค่อนข้างคึกคัก ตั้งแต่แยกเทียมร่วมมิตร ไปจนถึงแยกพระราม 9 อย่าง Central พระราม 9, ห้างฟอร์จูนทาวน์ ในเครือซีพี ที่ขึ้นชื่อเรื่องการจำหน่ายสินค้าเกี่ยวกับ IT, Esplanade รัชดา ที่มีตลาดรถไฟอยู่ด้านหลัง เรียกความคึกคักในวันพฤหัสบดี-อาทิตย์ได้มากทีเดียว, BigC รัชดาภิเษก และห้างสรรพสินค้าที่เพิ่งเปิดตัวไปหมาดๆอย่าง The Street ให้บริการ 24 ชั่วโมง ส่วนสาธารณูปโภคอื่นๆก็มีโรงพยาบาลใกล้เคียงหลายแห่ง เช่น โรงพยาบาลพระราม 9, โรงพยาบาลกรุงเทพ, โรงพยาบาลรถไฟ และโรงพยาบาลผิวหนังอโศก

map%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%94-%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%8a%e0%b8%a3%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b5

โครงการนี้เป็นคอนโดที่อยู่บนถนนเพชรบุรีทางฝั่งเอกมัย ทองหล่อนะคะ ซึ่งคอนโดสร้างเสร็จที่ติดถนนเพชรบุรีทางฝั่งนี้ก็จะมี Thru ทองหล่อ ที่สร้างเสร็จมากว่า 5 ปีแล้ว ตอนนี้ขายมือสองกันอยู่ที่ 94,000 – 110,000 บาท/ตร.ม.ซึ่งโครงการนั้นมีข้อดีคือรอบๆโครงการจะมีความคึกคัก มี Max Valu และร้านค้าของตัวเองในโครงการและรอบๆด้วย แต่ก็มีข้อเสียตรงที่ถ้าจะไปเอกมัย-ทองหล่อจะต้องไปกลับรถ ซึ่งระยะทางไกลกว่า The Capital ส่วนอีกโครงการคือศุภาลัย ปาร์ค ตัวนี้มีอายุอาคารประมาณเกือบ 2 ปีแล้วนะคะ ตัวอาคารยังดูดีพอสมควร ตอนนี้ขายมือสองกันอยู่ที่ 75,000 – 110,000 บาท ซึ่งมีข้อดีคือถูกกว่าเพื่อนที่อยู่ใกล้ๆกัน ได้วิวที่ดีกว่า The Capital แต่ก็แลกมาด้วยดีไซน์ที่ไม่หวือหวามากนักสไตล์ศุภาลัยและ Lay out ห้องที่หน้าแคบลึก ซึ่งหลายคนอาจไม่ค่อยถูกใจเท่าไหร่

ส่วน The Capital ทองหล่อ-เอกมัย นี้สร้างเสร็จมากว่า 2 ปีแล้วค่ะ ตอนนี้ราคาขายมือสองกันอยู่ที่ 110,000 – 135,000 บาท/ตร.ม. จะเห็นว่าราคาแพงกว่าเพื่อนๆเลย แต่ข้อดีของที่นี่สามารถไปยังทองหล่อ และเอกมัยได้ง่ายมาก อาคารมีดีไซน์ที่โดดเด่นและได้ Facilities จัดเต็มที่ชั้น 7-8 และดาดฟ้า พร้อมสระว่ายน้ำยาว 40 เมตร และยังได้ห้องฝ้าเพดานสูง 3 เมตรด้วย ช่วยให้ห้องดูโปร่ง โล่ง และได้ใช้งานพื้นที่แนวตั้งเพิ่มได้  โดยรวมแล้วคอนโดนี้จึงเหมาะกับมองหาคอนโดติดถนนใหญ่เพชรบุรี ที่สามารถเดินทางไปยังทองหล่อ สุขุมวิท เอกมัย ได้ง่าย มีงบประมาณในกระเป๋าพอสมควรและชอบคอนโดมีดีไซน์สวยให้ Facilities จัดเต็ม

map-%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87-the-capital

การเดินทางวันนี้เราจะเริ่มจากหน้า Central พระราม 9 ไปผ่านแยกพระราม 9 แล้วตรงไปเรื่อยๆเมื่อถึงแยกอโศก-เพชรบุรี ให้เลี้ยวซ้ายเข้าถนนเพชรบุรี จากนั้นตรงไปเรื่อยๆจนถึงแยกเอกมัยเหนือ-เพชรบุรี ให้กลับรถตรงหน้าศุภาลัย ปาร์ค จากนั้นตรงไปอีกนิดก็จะถึง The Capital เอกมัย-ทองหล่อค่ะ

เราเริ่มจากหน้า Central พระราม 9 กันก่อนนะ ทางฝั่งซ้ายจะเป็นเซ็นทรัลพระราม 9 ศูนย์การค้าใหญ่ในย่านนี้ ส่วนทางฝั่งขวาเป็นอาคารฟอร์จูนทาวน์ซึ่งเป็นทั้งสำนักงานและแหล่งขายอุปกรณ์ไอที มีร้านค้า ร้านอาหาร Tesco Lotus อยู่ชั้นล่าง แวะหาอะไรทานได้

ตรงมาอีกนิดเราจะเจอแยกพระราม 9 ซึ่งเป็นแยกที่ตัดระหว่างถนนรัชดาภิเษก ทางขวามือเป็นถนนดินแดงและทางซ้ายมือเป็นถนนพระราม 9 ด้วยความที่เป็นแยกที่บรรจบของถนนสายสำคัญ 3 เส้นนี้ รวมทั้งเป็นแหล่งศูนย์การค้าและสำนักงานจึงทำให้ปริมาณรถค่อนข้างหนาแน่น การจราจรในแยกนี้จึงติดมากโดยเฉพาะช่วงเช้าและเย็น

เราตรงมาอยู่บนถนนถนนอโศกมนตรี โซนนี้จะเต็มไปด้วยคอนโด High Rise ค่อนข้างหนาแน่น ทั้ง Rhythm Asoke , Rhythm Asoke 2, ชีวาทัย เรสซิเดนซ์ อโศก และก็มี Ashton ที่จะมาแทนที่ Amsterdam เดิม ปัจจุบันมีการล้อมรั้วเตรียมพื้นที่เรียบร้อยแล้ว

หากเลี้ยวไปทางซ้ายมือจะสามารถไปขึ้นทางด่วน (ทางพิเศษศรีรัช) ได้ ส่วนทางขวามือก็เป็นทางลงจากทางด่วนเช่นกัน ทำให้บริเวณนี้มีรถค่อนข้างหนาแน่น เนื่องจากมีทั้งรถไปอโศก เข้าพระรามเก้า รถที่จะไปขึ้นทางด่วน และลงทางด่วน

ขับตรงมาเรื่อยๆเราจะเจอ Airport Link มักกะสัน

ตรงมาอีกหน่อยจะเจอ MRT เพชรบุรีอยู่ทางซ้ายมือ โดยถัดจาก MRT เพชรบุรีไปตรงแยกอโศก-เพชรบุรีจะมีทางเลี้ยวซ้ายเข้าถนนเพชรบุรี ให้เราเตรียมชิดซ้ายไว้นะคะ

มาถึงแยกอโศก-เพชรบุรี ให้เราเลี้ยวซ้ายเพื่อเข้าถนนเพชรบุรีกัน

พอเลี้ยวซ้ายเข้ามา บรรยากาศทางซ้ายมือจะเป็นอาคารพาณิชย์ที่มีร้านขายของกินค่อนข้างคึกคัก รวมทั้งมีพี่วินที่มารองรับคนออกจาก MRT ส่วนทางขวามือจะเป็นพื้นที่ก่อสร้างโครงการ Singha Complex

ตอนนี้เรามาอยู่บนเส้นเพชรบุรี บรรยากาศสองข้างทางจะเต็มไปด้วยคอนโด High Rise และอาคารสำนักงานค่อนข้างเยอะ อย่างทางขวามือจะเป็นคอนโดศุภาลัย พรีเมียร์, ตึกสีเหลืองของ My Resort และอนาคตก็จะมีคอนโด Ideo Mobi จากอนันดาขึ้นมาอีกในไม่ช้า

ขับตรงมาเรื่อยๆจะเห็นป้ายบอกเส้นทางลัดทางซ้ายมือไปออกถนนพระราม 9 ได้ทางถนนเพชรอุทัย

ตรงมาอีกไม่ไกลจะเจอแยกพร้อมพงษ์ ที่มีจุดสังเกตคือตึกอิตัลไทยอยู่ทางขวามือ จากตรงนี้ถ้าเลี้ยวขวาเข้าซอยเพชรบุรี 38  จะสามารถไปทะลุซอยสุขุมวิท 39 หรือซอยพร้อมพงษ์ได้

ไม่ไกลกันจะเจอทางเข้า RCA อยู่ทางซ้ายมือ

เลยมาหน่อยทางขวามือจะมีคอนโด High Rise เรียงกันไปยาวๆเลย อย่างตรงนี้ก็มี The Niche Pride ทองหล่อ ที่กำลังก่อสร้าง

ถัดมาก็เป็น Thru ทองหล่อ , The Capital เอกมัย-ทองหล่อ และไกลสุดเป็นศุภาลัย ปาร์ค เอกมัย-ทองหล่อ การจะเข้าถึงโครงการ The Capital เราต้องไปกลับรถที่แยกเอกมัยเหนือ-เพชรบุรีนะคะ จากตรงนี้เดี๋ยวเราตรงไปก่อน

ขับมาอีกนิดบริเวณฝั่งตรงข้าม The Capital เอกมัย-ทองหล่อ จะเป็นคริสตจักรรักดั้งเดิม

ไม่ไกลกันเป็นอาคารสำนักงานขนาดใหญ่อยู่ทางซ้ายมือคือ ชาญอิสสระทาวเวอร์ 2 จากตรงนี้ให้เราเตรียมชิดขวาเพื่อเตรียมกลับรถนะคะ

เลยตึกชาญอิสสระ 2 มาบริเวณหน้าคอนโดศุภาลัย ปาร์ค เอกมัย-ทองหล่อ จะเห็นแยกเอกมัยเหนือ-เพชรบุรีอยู่ด้านหน้าแล้ว โดยเราต้องอยู่เลนขวาเพื่อกลับรถนะคะ การจราจรจะติดขัดพอสมควรเนื่องจากข้างหน้าเป็นแยกใหญ่

ถึงแยกเอกมัยเหนือ-เพชรบุรี เราก็มากลับรถกันเลยย

กลับรถมาก็จะเจอคอนโดศุภาลัย ปาร์ค เอกมัย-ทองหล่อ อยู่ตรงหัวมุม

เลยมานิดจะเป็นอาคารชาญอิสสระ 2

ถัดมาจะเป็นโชว์รูมโตโยต้า โรงละครเอ็มเธียร์เตอร์ อาคารมนูญผล ถัดไปก็จะเห็น The Capital เอกมัย-ทองหล่อ แล้วค่ะ

map-zoom-the-capital

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะคะ

สภาพแวดล้อมรอบๆโครงการส่วนใหญ่จะเป็นอาคารสำนักงาน อาคารพาณิชย์ซะเป็นส่วนใหญ่โดยทางทิศเหนือ ติดกับ ถนนเพชรบุรี ซึ่งเป็นทางเข้า-ออกหลักของโครงการ ฝั่งตรงข้ามเป็นคริสตจักรรักดั้งเดิม ทางทิศตะวันออกจะโดนบล็อควิวจากอาคารมนูญผล 1 สูง 8 ชั้น ดังนั้นคนที่อยู่ห้องตั้งแต่ชั้น 9 ขึ้นไปจะพ้นจากตึกมนูญผล แต่ก็จะไปจ๊ะเอ๋กับชาญอิสสระทาวเวอร์ 2 แต่ก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกอึดอัดมากเนื่องจากอยู่ในระยะที่ไม่ประชิด ส่วนทางทิศใต้ก็จะเจอกับอาคารมนูญผล 2 ที่สูง 8 ชั้นเช่นกัน แต่ถ้าเลือกห้องชั้น 9 ขึ้นไปก็จะได้วิวที่โล่งสายตาขึ้นนะ ส่วนทางทิศตะวันตกจะติดกับที่ดินว่างเปล่า จึงได้วิวโล่งสายตาแต่ไม่รับประกันอนาคตนะคะว่าจะมีตึกสูงขึ้นมาบังวิวหรือไม่

 

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • Singha Complex ~ 2.6 กิโลเมตร
  • มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ   ~2.7 กิโลเมตร
  • Emquartier ~ 3.7 กิโลเมตร
  • Emporium ~ 3.7 กิโลเมตร
  • Central พระราม 9 ~3.8 กิโลเมตร
  • Fortune Town ~ 3.6 กิโลเมตร
  • สวนเบญจสิริ ~ 3.9 กิโลเมตร
  • Terminal 21~ 4.2 กิโลเมตร
  • โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ~5.2 กิโลเมตร
  • Central Embassy ~5.6 กิโลเมตร
  • Central ชิดลม ~ 5.8 กิโลเมตร
  •  สวนเบญจกิตติ ~ 5.8 กิโลเมตร

 


เจาะลึกตัวโครงการ

โครงการ The Capital เอกมัย-ทองหล่อ  เป็นคอนโด High Rise 25 ชั้น มีห้องพักจำนวน 281 ยูนิต โดยตัวโครงการสร้างเสร็จมาตั้งแต่ปี 2558 อายุของโครงการก็ประมาณเกือบ 2 ปีแล้ว แต่ภาพรวมก็ยังดูดีและร่มรื่นอยู่นะคะ

จุดเด่นของที่นี่คือให้ Facilities มาเยอะกว่าคอนโดเพื่อนๆในละแวกนี้ โดยมี  Facilities หลักอยู่ที่ชั้น 7-8 แบบเต็ม Floor เป็นแบบ Double Volume ความสูงเทียบเท่าตึก 3 ชั้น รวมทั้งมีสวนให้ที่ชั้นดาดฟ้าอีก 1 จุด หากเป็นคนที่ชอบว่ายน้ำ ออกกำลังกาย หรือใช้ Facilities ของคอนโดบ่อยๆแล้วละก็ ที่นี่ก็เป็นตัวเลือกที่ดีที่หนึ่งค่ะ นอกจากส่วนกลางที่ให้มาเยอะแล้ว ที่นี่ยังเน้นห้องฝ้าเพดานสูง โดย Lobby ที่ชั้น 1 จะมีความสูง 8 เมตร ส่วนห้องพักอาศัยปกติจะมีความสูงอยู่ที่ 3 เมตร ส่วนห้อง Penthouse ที่ชั้น 25 จะได้ฝ้าเพดานสูง 3.4 เมตร ดังนั้นแม้ว่าตึกนี้จะสูง 25 ชั้น แต่พอบวกกับความสูงต่อชั้นเข้าไปแล้วก็ทำให้ตึกนี้สูงกว่าตึกทั่วไปที่มีจำนวนชั้นเท่ากัน การแบ่งฟังก์ชั่นภายในอาคารจะแบ่งเป็น

  • ชั้น 1  Lobby, Lounge และห้องสมุด  ความสูง 8 เมตร
  • ชั้น 2-6  เป็นที่จอดรถ พร้อมห้องพักอาศัยชั้นละ 4 ยูนิต
  • ชั้น 7-8  เป็น Facilities เต็มชั้น ประกอบด้วย สระว่ายน้ำยาว 40 เมตรแยกสระเด็ก  ฟิตเนส สวนหย่อม ห้องอเนกประสงค์
  • ชั้น 9-24  เป็นห้องพักอาศัย ความสูง 3 เมตร
  • ชั้น 25  เป็นห้องพักอาศัยแบบ Penthouse ความสูง 3.4 เมตร
  • ชั้นชั้นดาดฟ้า  เป็นสวนหย่อมเต็มชั้น

ตัวอาคารออกแบบภายใต้ Concept “Affordable Luxury” เป็นสไตล์คลาสสิคที่ผสมระหว่างความหรูหราและเรียบง่าย ในราคาที่เอื้อมถึงได้ไม่ยาก ตัวอาคารใช้โทนสีเทา-ขาว มีการเจาะ Void เป็น Facilities เต็มชั้น ที่ชั้น 7-8 ทำให้ตัวอาคารดูมีลูกเล่นไม่น่าเบื่อจนเกินไป

masterplanplan

มาเริ่มที่ Master Plan ของโครงการกันก่อนนะ ตัวโครงการจะอยู่ติดถนนเพชรบุรี หากใครมาส่งเพื่อนก็สามารถมา Drop Off ที่หน้าโครงการได้เลย ส่วนใครที่ต้องการจอดรถก็ตรงไปผ่านรั้วกั้นไม้กระดกทางเข้าโดยการสแกนคีย์การ์ด  แล้ววนซ้ายทวนเข็มนาฬิกาเป็น One way เพื่อเข้าที่จอดรถ หรือจอดรถรอบๆอาคารได้ หากต้องการออกจากโครงการก็มาวนรถผ่านรั้วกั้นไม้กระดกทางออกก่อนค่ะ

เมื่อเข้ามาในอาคารจะเจอ Lobby สูงประมาณ 8 เมตร ที่มี Lounge ให้สามารถนั่งเล่นได้ การเข้า Lobby นี้ไม่ต้องสแกนคีย์การ์ดนะคะ ถ้าเพื่อนมาหาก็ให้เข้ามานั่งรอได้ ส่วนข้างๆกันเป็นโถงนั่งเล่นหรือห้องสมุดที่เป็นพื้นที่เฉพาะของลูกบ้านเท่านั้น โดยพื้นที่ตรงนี้จะมีการเข้า-ออกโดยการสแกนคีย์การ์ดเพื่อความปลอดภัยของลูกบ้าน ด้านในมี Mail Box และโถงลิฟต์ที่มีลิฟต์โดยสารให้จำนวน 3 ตัว หรือคิดเป็นอัตราส่วนประมาณ 94 : 1 ซึ่งถือว่าสบายๆไม่หนาแน่นค่ะ และมี Service Lift ให้อีก 1 ตัวค่ะ

เรามาดูที่ด้านหน้าโครงการจะมีฟุตบาทค่อนข้างกว้างและเรียบร้อยดี โดยมีการจัดสวนและป้าย The Capital ชัดเจน

ด้านหน้าโครงการอีกมุมหนึ่ง จะเห็นว่าเป็นสวนที่มีบ่อน้ำ ประติมากรรม พร้อมทั้งมีต้นไม้ปลูกรอบๆดูร่มรื่น ทางขวามือเป็นบันไดทางเดินไปยังประตูเล็กซึ่งเป็นทางเท้าให้คนเดินเข้าได้

ประตูเล็กของโครงการสำหรับคนเดินเข้าค่ะ

ข้างๆกันเป็นทางเข้า-ออกหลักของโครงการที่มีป้อม รปภ.และมีพี่ รปภ. คอยดูแลการเข้า-ออก โดยด้านหน้านี้จะกั้นด้วยที่กั้นล้อเลื่อนก่อน หากเป็นลูกบ้านก็สามารถผ่านเข้าไปได้เลย แต่ถ้าเป็น Visitor จะต้องแลกบัตรกับพี่ รปภ. ก่อนค่ะ

เมื่อเข้ามาในโครงการจะเห็นพื้นถนนรอบโครงการกว้าง 6  เมตร สามารถวนได้รอบอาคาร โดยทางเดินรถจะเป็น One Way วนซ้ายทวนเข็มนาฬิกา

สำหรับใครที่มาส่งเพื่อนก็สามารถ Drop Off ที่ด้านหน้าโครงการก่อน แล้วไปกลับรถข้างหน้าเพื่อออกจากโครงการได้เลยค่ะ

แต่สำหรับใครที่ต้องการไปจอดรถก็ตรงไปผ่านรั้วกั้นไม้กระดกทางเข้าก่อน โดยการสแกนคีย์การ์ดตรงนี้

พอขับตรงมาก็จะเห็นทางเข้าที่จอดรถอยู่ทางซ้ายมือด้านหลังอาคาร

บรรยากาศด้านในอาคารจอดรถจะเป็นแบบนี้ค่ะ

ออกจากที่จอดรถมาก็จะเป็นถนนรอบโครงการ โดยทางจะบังคับเราเลี้ยวซ้ายไปตามอาคาร

เลี้ยวมาที่ด้านหลังอาคารจะจะมีที่จอดรถใต้อาคารทั้งมอเตอร์ไซค์และรถยนต์ โดยอาคารทางทิศนี้จะถูกล้อมรอบด้วยอาคารมนูญผลสูง 8 ชั้น

เดินเลี้ยวมาที่ด้านข้างอาคารอีกฝั่งก็จะมาทะลุที่ด้านหน้าโครงการที่มีรั้วกั้นไม้กระดกขาออก

กลับมาที่ด้านหน้าโครงการจะเป็นประตูทางเข้า Lobby ที่สามารถเดินเข้าไปได้เลยไม่ต้องใช้คีย์การ์ดนะคะ

พอเปิดประตูเข้ามาจะเจอ  Reception และ Lobby ที่มีฝ้าเพดานสูง 8 เมตร บรรยากาศดูสูงโปร่งและหรูหราดี

มองไปทางซ้ายจะเป็น Lounge ที่มีชุดโซฟาไว้ให้ เผื่อเพื่อนมาหาก็สามารถมานั่งรอตรงนี้ได้

ฝั่งตรงข้ามกันเป็นทางเข้าห้องสมุดที่มีประตูกั้น มีการเข้า-ออกโดยใช้คีย์การ์ดเพื่อความปลอดภัยของลูกบ้าน

เข้ามาด้านในจะเป็นห้องสมุดขนาดใหญ่ มีชั้นหนังสือความสูงถึงฝ้าเพดาน รวมทั้งมีที่นั่งให้มานั่งเล่น อ่านหนังสือ หรือประชุมงานได้

จากห้องสมุดมองไปอีกทางจะเป็นห้องจดหมาย (Mail Box) และทางไปโถงลิฟต์

Mail Box ของลูกบ้านทั้งบ้านทั้ง 281 ยูนิต

ตรงข้ามกันเป็นโถงลิฟต์ ที่มีลิฟต์โดยสารให้ทั้งหมด 3  ตัว คิดเป็นอัตราส่วนประมาณ  94 : 1 ถือว่าสบายๆไม่หนาแน่นมาก

ชั้น 2 จะเป็นที่จอดรถและมีห้องพักอาศัยแค่จำนวน 4 ยูนิตทางทิศเหนือ(ทางขวามือ) ถือว่ามีความเป็นส่วนตัวมากทีเดียว ห้องพักประกอบด้วยห้อง 1 Bedroom ขนาด 34.8 ตร.ม. จำนวน 2 ยูนิตและห้องแบบ 2 Bedroom ขนาด 68 ตร.ม. จำนวน 2 ยูนิตที่ตำแหน่งมุม

ชั้น 3-6 จะเป็นที่จอดรถและห้องพักอาศัยจำนวน 4 ยูนิตเช่นกัน ห้องพักประกอบด้วยห้อง 1 Bedroom ขนาด 34.8 ตร.ม. จำนวน 2 ยูนิตและห้องแบบ 2 Bedroom ขนาด 58 ตร.ม. จำนวน 2 ยูนิตที่ตำแหน่งมุม

%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99-7f-8f

ชั้น 7 และ 8 จะเป็นชั้น Facilities หลักของโครงการ โดยชั้น 7 จะประกอบด้วยพื้นที่นั่งเล่น สวนหย่อม สระว่ายน้ำขนาด 7 x 40 เมตร แยกสระเด็ก และเมื่อขึ้นบันไดมาที่ชั้น 8 (ในกรอบสีแดง) จะเป็นห้องฟิตเนส ห้องนั่งเล่นอเนกประสงค์ เดี๋ยวเราจะพาเดินดูจากชั้น 8 ลงมาที่ชั้น 7  นะคะ

ขึ้นมาที่ชั้น 8 เราจะเดินออกจากโถงลิฟต์แล้วเลี้ยวไปทางขวากันก่อนนะคะ

ออกจากโถงลิฟต์มาเราจะเจอห้องอเนกประสงค์สำหรับนั่งเล่นพักผ่อน

อีกฝั่งหนึ่งจะเป็นพื้นที่ระเบียงที่มีชุดเก้าอี้นั่งเล่นให้ จากระเบียงนี้มองไปจะเห็นวิวฝั่งถนนเพชรบุรีและเห็นพื้นที่สระว่ายน้ำได้

จากระเบียงสามารถมองออกไปเห็นสระว่ายน้ำและฟิตเนสได้ โดยฟิตเนสจะลอยอยู่เหนือสระว่ายน้ำ จึงสามารถมองวิวฝั่งเพชรบุรีและวิวสระว่ายน้ำขณะออกกำลังกายได้ค่ะ

เข้ามาที่โถงลิฟต์อีกครั้ง คราวนี้เราจะเดินออกไปที่ประตูฝั่งตรงข้ามกันบ้าง

เดินออกมาจากโถงลิฟต์จะเจอห้องประชุมเล็กๆที่เป็นห้องกระจก บรรยากาศค่อนข้างโปร่ง สามารถใช้นั่งประชุมหรือคุยงานได้

จากห้องประชุมมองไปจะเห็นทางเดินไปยังห้องฟิตเนส โดยทางเดินนี้จะมีบันไดแยกสำหรับเดินลงไปที่ชั้น 7 ได้ด้วย

จากตรงนี้เราจะพาเดินไปดูห้องฟิตเนสกันก่อนนะคะ

ภายในห้องฟิตเนสเป็นห้องรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า  ที่ตรงกลางเป็นบันไดหนีไฟ ตัวห้องจะแบ่งครึ่งหนึ่งเป็นห้องสำหรับวางเครื่องออกกำลังกาย ส่วนอีกครึ่งหนึ่ง(ด้านหลังประตูบานเลื่อน) จะเป็นห้องอเนกประสงค์ที่สามารถเล่นโยคะหรือทำกิจกรรมส่วนตัวได้

โดยภายในห้องเล็กนี้จะมีพื้นที่วางลูกบอลโยคะ และมีพื้นที่ว่างเปล่าที่สามารถใช้ออกกำลังกายได้อเนกประสงค์ จากห้องนี้สามารถมองลงไปเห็นสวนด้านล่างได้ค่ะ

บรรยากาศภายในห้องฟิตเนส สามารถออกกำลังกายไปและมองวิวสระว่ายน้ำไปได้ด้วย

จากห้องฟิตเนส เราจะพาเดินลงไปดู Facilities ที่ชั้น 7 กันต่อนะคะ

เมื่อเดินลงมาจะเห็นพื้นที่สวนและสระว่ายน้ำของชั้น 7 ที่ชั้นนี้จะมีพี่ รปภ. ประจำคอยรักษาความปลอดภัยอยู่ด้วยนะคะ

เดินลงมาก็จะเจอพื้นที่ Pool Deck ริมสระว่ายน้ำ ที่จะมี Day Bed ไว้ให้นั่งเล่นริมสระสามารถนั่งมองวิวสระว่ายน้ำได้

สระว่ายน้ำระบบเกลือขนาด 7 x 40 เมตร เป็นสระแบบ Indoor ฝ้าเพดานสูง บรรยากาศโปร่งดี ข้อดีของสระในร่มแบบนี้คือไม่ต้องกลัวแดดร้อนและฝนตกขณะว่ายน้ำ

หันกลับไปอีกฝั่งจะเป็นทางเดินไปยังสระเด็ก

%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%81

สระเด็กของโครงการเป็นสระเล็กๆรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ทางซ้ายมือสุดจะเป็นทางเดินไปยังสวนหย่อม

บรรยากาศภายในสวนหย่อมเป็นสนามหญ้ากว้างๆ มีบันไดที่สามารถนั่งเล่นได้และปลูกต้นไม้เพิ่มความร่มรื่น จากตรงนี้จะมองไปเห็นบันไดทางลงมาจากชั้น 8 ที่เราไปเดินลงมาเมื่อสักครู่ค่ะ

ขึ้นมาที่ชั้น 9 – 16  จะเป็นชั้นพักอาศัยทั้งหมด 18 ยูนิต โดยแบ่งเป็นห้องแบบ 1 Bedroom ขนาด 30 – 34.8 ตร.ม.(สีเขียว)เป็นห้องที่อยู่ตำแหน่งกลางจำนวน 13 ยูนิต ส่วนห้องมุม(สีส้ม) จะเป็นห้องแบบ  1 Bedroom ขนาด 44.5 ตร.ม. จำนวน 2 ยูนิต ส่วนห้องมุม(สีฟ้า)จะเป็นห้องแบบ 2 Bedroom ขนาด 58 ตร.ม. อยู่ที่ตำแหน่งมุมจำนวน 3 ยูนิต

ชั้น 17 – 24 มีการวางผังอาคารเหมือนกับชั้น 19-16 เลย แต่ต่างกันตรงที่จะมีห้องพักลดลงเหลือ 15 ยูนิต เนื่องจากมีห้องแบบ 2 Bedroom เข้ามาแทนที่ห้อง 1 Bedroom

ชั้น 25 จะเป็นห้องแบบ Penthouse ทั้งชั้น โดยมีห้องพักทั้งหมดแค่ 5 ยูนิต  โดยจะมีห้องมุมจำนวน 3 ยูนิตที่มีสระว่ายน้ำในตัวด้วย

ต่อมาเราจะพาขึ้นลิฟต์มาดูที่ชั้นดาดฟ้ากันบ้างนะคะ

ออกจากโถงลิฟต์มาจะเจอบันไดทางขึ้นไปยังสวนหย่อม

ตรงหน้าประตูทางออกจากโถงลิฟต์จะมีรูปปั้นประติมากรรมตกแต่ง และมีการจัดสวนรอบๆดูร่มรื่นทีเดียว ทางซ้ายมือเป็นที่นั่งแบบ Sunken Garden ให้มานั่งพักผ่อนได้

อีกฝั่งหนึ่งของสวนหย่อมจะมีลานอเนกประสงค์และศาลานั่งเล่นให้ด้วย รอบๆสวนดาดฟ้ามีผนังโครงสร้างเหล็กค่อนข้างสูง ซึ่งทำให้สวนดาดฟ้าของที่นี่จะไม่ได้วิวที่โปร่งโล่ง แต่จะได้ความรู้สึกที่ Comfortable มากขึ้น

ภาพรวมทั้งหมดของสวนดาดฟ้าบรรยากาศดีทีเดียวค่ะ

วิวทางทิศใต้จะเป็นวิวฝั่งอโศก สุขุมวิท ซึ่งมีตึกสูง อพาร์ทเม้นท์และคอนโดกระจายอยู่ทั่วไป มองเห็นตึกสูงในระยะไกลและแต่ไม่มีตึกมาบังวิวในระยะประชิดค่ะ

วิวทางทิศตะวันออกจากอาคารจะเห็นตึกชาญอิสระในระยะที่ไม่ประชิด ด้านล่างมองลงไปเห็นคลองแสนแสบและอาคารริมฝั่งคลอง

 

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • สระว่ายน้ำระบบเกลือ ขนาด 7 x 40 เมตร แยกสระเด็ก
  • ห้องออกกำลังกาย 1 ห้อง
  • สวนหย่อมที่ชั้น 7 และสวนชั้นดาดฟ้า
  • Multi-Function room
  • ลิฟท์โดยสาร 3 ตัว 1 อาคาร
  • อัตราส่วนลิฟท์รวมทั้งโครงการ 94 :  1
  • Service Lift 1 ตัว
  • ที่จอดรถประมาณ 70% ไม่รวมจอดซ้อนคัน
  • ระบบ CCTV / Access Card

 


Product Walkthrough

ห้องพักอาศัยของโครงการไม่มีห้อง Studio โดยมีขนาดเล็กสุดเป็นห้อง 1 Bedroom อยู่ที่ขนาด 30 ตร.ม. ก็ถือว่าเป็นโครงการที่เน้นห้องที่ให้พื้นที่ใช้สอยเยอะ อยู่สบายๆเป็นหลัก โดยมีจุดเด่นที่ห้องมีฝ้าเพดานสูง 3 เมตร ส่วนห้อง Penthouse สูง 3.4 เมตร ห้องพักอาศัยของโครงการจะแบ่งเป็น

  • 1 Bedroom ขนาด 30-44.5 ตร.ม. (จำนวน 166 ยูนิต)
  • 2 Bedrooms ขนาด 48-76.5 ตร.ม.(จำนวน 110 ยูนิต)
  • Penthouse ขนาด 91.5 – 175 ตร.ม. (จำนวน 5 ยูนิต)

ย้อนไปตอนโครงการเปิดขายเมื่อปี 2012 จะมีการขายแบบ Full Furnished คือให้เฟอร์นิเจอร์ Built-in และลอยตัว ยกเว้นฟูก, Prop และ TV  พื้นห้องเป็น Engineering Wood และตกแต่งผนังด้วย Wallpaper

Furniture List ที่ได้รับ

  • เตียง 5 ฟุต
  • เตียง 6 ฟุต (เฉพาะ 2 Bedrooms)
  • ตู้เสื้อผ้า Built-in (2 Beds = 2 ชุด)
  • ชั้นวาง TV ห้องนอน
  • ชั้นวาง TV ห้องรับแขก
  • โต๊ะทำงาน (เฉพาะ 1 ห้องนอน)
  • โซฟา
  • ตู้วางรองเท้าและเก็บของ
  • ชุดครัวของ Smeg เตา 2 หัว Hood + ซิงก์
  • โต๊ะทานข้าว เก้าอี้ 2 ตัว (2 Beds = 4 ตัว)
  • แอร์ 2 เครื่องของ Daikin (2 Beds = 3 เครื่อง)

แต่ในปัจจุบันที่มีการซื้อ-ขายแบบมือสอง สภาพห้องแต่ละห้องก็จะมีการเปลี่ยนสภาพไปตามผู้อยู่อาศัยเดิม บางห้องก็มีเครื่องใช้ไฟฟ้า บางห้องมีเฟอร์นิเจอร์พร้อมตกแต่งให้เพิ่มด้วย หากใครสนใจแนะนำให้ไปดูบรรยากาศห้องด้วยตัวเองจะดีที่สุดค่ะ

a17

ห้อง Type A1 แบบ Paris Style เป็นห้อง 1 Bedroom ขนาด 30 ตร.ม. ขนาดกลางๆ พอดีกับการอยู่อาศัยประมาณ 2 คน โดยเปิดประตูเข้าไปจะเจอกับครัวเปิดที่โครงการ Built-in ชุดครัวมาให้ พอเดินเข้าไปจะเป็นห้องนั่งเล่น พื้นที่ระหว่างครัวและห้องนั่งเล่นสามารถวางโต๊ะรับประทานอาหารขนาด 2 ที่นั่งได้ ถัดไปเป็นระเบียง ส่วนของห้องนอนจะแบ่งพื้นที่จากห้องนั่งเล่นด้วยประตูบานเลื่อน และมีห้องน้ำให้ในห้องนอน ซึ่งมีข้อดีคือสะดวกเวลาลุกมาเข้าห้องน้ำกลางดึก หรือเวลาอาบน้ำก็แต่งตัวในห้องได้เลย แต่ก็มีข้อเสียตรงที่เวลาเพื่อนมาห้องจะต้องเข้าห้องน้ำผ่านห้องเราเท่านั้นนะคะ
a22

ห้อง Type A2 แบบ Paris Style เป็นห้อง 1 Bedroom ขนาด 32 ตร.ม. ห้องนี้จะมีการจัดวางฟังก์ชั่นเหมือนกับห้อง Type A1 แบบแรกทุกประการ แต่จะต่างกันตรงที่ห้องนี้มีพื้นที่มากกกว่า และประตูห้องนอนเปลี่ยนเป็นประตูบานเปิดแทนค่ะ

a3a

ห้อง Type A3a แบบ Paris Style เป็นห้อง 1 Bedroom ขนาด 34.8 ตร.ม. ห้องนี้มีการจัดฟังก์ชั่นไม่ต่างกับห้อง Type A2 เพียงแต่มีขนาดห้องที่ใหญ่กว่า และครัวเปิดที่โครงการ Built-in มาให้จะได้ขนาดใหญ่กว่าห้อง 2 Type แรก โดยเป็นรูปตัว L เข้ามุม

b12

ห้อง Type B1 แบบ Paris Style เป็นห้อง 1 Bedroom ขนาด 44.5 ตร.ม. เหมาะกับการพักอาศัย 1-2 คน แต่อยากได้พื้นที่ห้องเยอะๆ การจัดฟังก์ชั่นห้องนี้จะเน้น Living Area ขนาดใหญ่โดยห้องนี้จะอยู่ในตำแหน่งมุม จึงทำใหภายใน Living Area มีกระจกเข้ามุม บวกกับมีระเบียงจึงทำให้ห้องดูโปร่งและแสงธรรมชาติเข้าดี ติดกันเป็นห้องครัวปิดซึ่งมีข้อดีตรงที่สามารถทำกับข้าวจริงจังได้ กลิ่นจะไม่ลอยออกมารบกวนส่วนอื่นๆในห้องมากนัก ถัดไปเป็นห้องนอนและห้องน้ำที่สามารถเข้าออกได้ 2 ทาง คือจากทางห้องนอนและห้องนั่งเล่น จึงค่อนข้างเป็นส่วนตัว เวลาเพื่อนมาหาก็สามารถเข้าห้องน้ำได้จากห้องนั่งเล่นเลยค่ะ โดยรวมแล้วห้องนี้มีการจัดฟังก์ชั่นที่ลงตัวดีเลยหละ

b22

ห้อง Type B2 แบบ Florence Style เป็นห้อง 2 Bedroom ขนาด 48 ตร.ม. ห้องนี้เป็น Type เริ่มแรกของห้องแบบ 2 Bedroom โดยเข้ามาในห้องจะเจอ Living Area ที่ประกอบด้วยครัวเปิด ส่วนรับประทานอาหาร และห้องนั่งเล่น ถัดไปเป็นห้องนอนใหญ่ที่มีระเบียง และห้องนอนเล็กที่สามารถปรับเปลี่ยนพื้นที่ใช้งานได้ โดยสามารถทำเป็นห้องนอน ห้องทำงาน หรือห้องอื่นๆได้อเนกประสงค์ โดยจะมีห้องน้ำ 1 ห้อง ให้ใช้งานร่วมกันค่ะ

c1a

ห้อง Type C1a แบบ Florence Style เป็นห้อง 2 Bedroom ขนาด 53.5 ตร.ม. ห้องนี้จะมีขนาดใหญ่ขึ้นมาและมีการจัดฟังก์ชั่นลงตัวขึ้นมาหน่อย โดยเมื่อเข้าห้องมาจะเจอ Living Area ที่เป็นครัวเปิด ส่วนรับประทานอาหารขนาด 4 ที่นั่ง ส่วนนั่งเล่นที่เชื่อมต่อกับระเบียง ข้างๆกันเป็นห้องน้ำที่อยู่ติดกับโซนซักรีด และห้องนอนเล็ก อีกฝั่งเป็นห้องนอนใหญ่ที่มีห้องน้ำให้ในตัวค่ะ

c41

ห้อง Type C4 แบบ Florence Style ขนาด 76.5 ตร.ม. เป็นห้อง 2 Bedroom ขนาดใหญ่ที่สุดและมีการจัดฟังก์ชั่นห้องเป็นสัดส่วนดีค่ะ โดยเข้ามาในห้องจะเจอกับครัวปิดที่มีการ Built-in  ครัวรูปตัว L พร้อมฉากกั้นมาให้ ถัดไปเป็น Living Area ที่แบ่งโซนนั่งเล่นและโซนรับประทานอาหารขนาด 6 ที่นั่งมาให้เป็นสัดส่วนเลย ทางซ้ายมือเป็นห้องนอนเล็กที่มีห้องน้ำให้ในตัว โดยห้องน้ำนี้มีประตูเข้า-ออก 2 ทาง สามารถเข้าได้ทั้งทางห้องนอนและห้องนั่งเล่น ส่วนทางขวามือสุดเป็นห้องนอนใหญ่ที่มี Walk-in Closet และห้องน้ำที่มีอ่างอาบน้ำให้ด้วย

p3

ปิดท้ายกันด้วยห้อง Type P3 แบบ Penthouse Style  ขนาด 157 ตร.ม.เป็นห้องขนาดใหญ่แบบ 3 Bedroom ห้องนี้จะอยู่ที่ชั้น 25 ตำแหน่งมุม โดยจุดเด่นของห้อง Type นี้คือมีสระว่ายน้ำในห้องให้ จาก Living Area และห้องนอนใหญ่สามารถมองเห็นวิวสระว่ายน้ำได้เลย สำหรับพื้นที่ Living Area จะแบ่งเป็นโซนนั่งเล่น รับประทานอาหาร โดยมีส่วน Service อย่างครัวปิด ห้องน้ำ และห้องเก็บของให้ ถัดไปเป็นห้องนอนเล็ก 2 ห้องที่มีห้องน้ำให้ในตัว ส่วนห้องนอนใหญ่จะมี Walk-in Closet และห้องน้ำในตัวที่มีอ่างอาบน้ำให้ด้วยค่ะ

สำหรับโครงการนี้ เราตั้งใจไปเก็บข้อมูลเพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อคนที่กำลังตัดสินใจซื้อคอนโดมือสอง เนื่องจากโครงการสร้างเสร็จมานานพอสมควร ข้อมูลบางอย่างอาจจะไม่ครบถ้วน สามารถแนะนำหรือบอกกล่าวกันได้นะคะ ^^

**รายละเอียดต่างๆเก็บข้อมูลจากการสอบถามเจ้าของห้อง และ เจ้าหน้าที่ขาย หากผิดพลาดหรือคาดเคลื่อนบอกกล่าวกันได้นะคะ

 

ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 24 January 2017

เนื่องจากเป็นโครงการที่ขายหมดและโอนกันหมดแล้วนะคะ ดังนั้นต้องซื้อต่อจากเจ้าของเดิม ทำให้ราคาก็จะค่อนข้างหลากหลายขึ้นอยู่กับทำเลห้องได้อยู่ชั้นสูงหรือชั้นล่าง ตกแต่งครบ ความพอใจราคาจากการตกลงกันระหว่างคนซื้อและคนขายราคาต่อตารางเมตรในปัจจุบัน ปี 2017 (ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูล)

  • ราคาขายเฉลี่ยปัจจุบันจะอยู่ที่ประมาณ 110,000-135,000 บาท/ตร.ม.
  • ค่าส่วนกลาง 50 บาท/ตร.ม./เดือน
  • ค่าไฟค่าน้ำ ตามการใช้งานจริง

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ

 

 


เจาะลึกรวบยอด

โครงการ The Capital เอกมัย-ทองหล่อ ตั้งอยู่บนถนนเพชรบุรี มีจุดเด่นคือสามารถไปยังทองหล่อ เอกมัย สุขุมวิทได้สะดวก จึงเหมาะกับคนที่ใช้ชีวิตอยู่ในโซนทองหล่อ เอกมัย สุขุมวิท ที่มองหาคอนโดบนถนนเพชรบุรีที่ราคาหยิบจับง่ายกว่าโซนทองหล่อ เอกมัย สุขุมวิท เนื่องจากคอนโดสร้างเสร็จในย่านดังกล่าวมีราคาอยู่ที่ประมาณ 150,000 บาท/ตร.ม. ขึ้นไปแล้ว ดังนั้นถ้าเขยิบมาบนเส้นเพชรบุรีที่มีความคึกคักน่อยกว่าก็จะได้ราคาที่จับต้องง่ายกว่ากันค่ะ

โดยคอนโดบนถนนเพชรบุรีที่อยู่ค่อนมาทางเอกมัย ทองหล่อ ตอนนี้ก็มี ศุภาลัย ปาร์ค ที่ราคาจะถูกกว่าเพื่อนคือประมาณ 75,000 – 110,000 บาท/ตร.ม. ดังนั้นจึงชนะเรื่องความคุ้มค่า แต่ก็แลกมากับดีไซน์ที่ไม่หวือหวานัก รองมาก็ Thru ทองหล่อ ที่ตัวตึกมีอายุมากสุดคือประมาณ 5 ปี ตอนนี้ขายกันอยู่ที่ 94,000 – 110,000 บาท/ตร.ม. ตัวนี้เวลาจะไปเอกมัย ทองหล่อ ต้องกลับรถไกลหน่อย แต่สิ่งที่เป็นจุดเด่นของที่นี่คือมี Max Valu อยู่ใต้ตึกและหาของกินง่ายกว่าเพื่อน ส่วน The Capital ตัวนี้มีราคาสูงกว่าเพื่อนเลยคืออยู่ที่ประมาณ 110,000 – 135,000 บาท/ตร.ม.ดังนั้นคนที่เลือกที่นี่จึงไม่ได้ซื้อเพราะราคาเป็นที่ตั้ง แต่สิ่งที่เป็นจุดเด่นคือดีไซน์อาคารที่ดูดี ได้ฝ้าเพดานโปร่งทั้งภายในอาคารและห้องพัก ที่สำคัญคือได้ Facilities ที่จัดเต็มกว่าที่อื่น เหมาะกับคนที่ชอบใช้งานส่วนกลางบ่อยๆ และชอบคอนโดที่ส่วนกลางดูดี เป็นหน้าเป็นตาได้เวลาพาเพื่อนมา

เรื่องวิวของที่นี่จะถูกบล็อควิวสองด้านคือทางทิศใต้กับทิศตะวันออกด้วยอาคารมนูญผล 8 ชั้น แนะนำให้เลือกห้องที่สูงกว่านั้นก็จะได้วิวที่โล่งสายตาค่ะ แต่สำหรับวิวทางทิศตะวันออกก็จะยังไม่พ้นตึกอยู่ดี เนื่องจากถัดไปหน่อยจะเป็นตึกชาญอิสระ 2 ที่จะมาบล็อควิวในระยะไม่ประชิด ส่วนวิวทางทิศเหนือฝั่งถนนเพชรบุรีจะมีตึกสูงอยู่ฝั่งตรงข้ามในระยะไม่ประชิดก็ไม่ได้ทำให้อึดอัดมาก และทางทิศตะวันตกที่เป็นที่ดินว่างเปล่าแต่ทิศนี้ไม่รับประกันอนาคตนะคะว่าจะมีตึกสูงขึ้นมาอีกหรือไม่

การเดินทางโดยใช้รถส่วนตัวค่อนข้างสะดวกเนื่องจากโครงการอยู่ติดถนนใหญ่ หากไปทองหล่อก็สามารถวิ่งบนถนนเพชรบุรีแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าทองหล่อได้เลย ส่วนถ้าใครจะไปเอกมัยก็กลับรถได้ไม่ไกลนัก นอกจากนี้ยังสามารถไปยังเส้นเลียบด่วนรามอินทรา ถนนรัชดาภิเษก ถนนอโศกดินแดง ซอยทองหล่อ(สุขุมวิท 55) ซอยเอกมัย(สุขุมวิท 63 ) ถนนรามคำแหง ถนนพระราม 9 อีกด้วย สำหรับใครที่จะต้องการใช้รถไฟฟ้าจะห่างจากโครงการสักหน่อย แต่ก็สามารถใช้เป็นตัวเลือกได้ค่ะ โดยรถไฟฟ้าที่ใกล้ที่สุดคือ MRT เพชรบุรี ห่างจากโครงการประมาณ 2.7  กม. และ BTS ทองหล่อที่ห่างจากโครงการประมาณ 2.6 กม.

วัสดุของโครงการนี้ตามที่โครงการให้มาถือว่าให้ของดีค่ะ เดิมโครงการขายแบบ Fully Furnished คือให้ชุดครัวของ Smeg สุขภัณฑ์ในห้องน้ำ และเฟอร์นิเจอร์ลอยตัว พื้นภายในห้องเป็น Engineering Wood ซึ่งปัจจุบันคอนโดราคาแสนกว่าบาทต่อตารางเมตรนี้ให้พื้นลามิเนตกันเป็นปกติแล้ว แถมยังติด Wallpaper ให้ด้วย ซึ่งรายละเอียดเรื่องวัสดุของโครงการมือสองนั้นหลายๆห้องมีการตกแต่งต่อเติม จึงต้องพิจารณาเป็นรายห้องว่า มีการปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้าง คุ้มค่าหรือไม่ มีทั้งห้องที่ขายพร้อมเฟอร์นิเจอร์และตกแต่งอย่างดี และห้องที่ขายเป็นห้องเปล่าๆ ควรต้องพิจารณาสภาพห้องประกอบด้วยว่าอยู่ในสภาพที่ดีหรือไม่ค่ะ

การออกแบบโครงการบนพื้นที่ 2 ไร่เศษก็ค่อนข้างลงตัว โดยโครงการวางผังให้ตัวอาคารอยู่ตรงกลาง ล้อมรอบด้วยทางเดินรถ 6 เมตรรอบอาคารตามกฏหมาย ด้วยข้อจำกัดของเนื้อที่โครงการทำให้ Landscape ไม่มีความหวือหวามากนัก จุดเด่นของโครงการนี้จึงเป็นการจัดสรรพื้นที่บนอาคารซะมากกว่า โดยการออกแบบให้ Facilities หลักอยู่ที่ชั้น 7-8 แบบเต็มชั้นเป็นแบบ Double Volume และมีสวนที่ดาดฟ้าอีกเต็มชั้น 

ห้องพักของที่นี่มีให้เลือกหลากหลายมากตั้งแต่ 1 Bedroom, 2 Bedroom, 3 Bedroom และ Penthouse กลุ่มผู้อยู่อาศัยจึงค่อนข้างกว้าง ทั้งคนที่อยู่คนเดียว อยู่เป็นคู่ รวมไปถึงอยู่กันเป็นครอบครัว โดยจุดเด่นของห้องพักที่นี่คือให้ฝ้าเพดานสูง 3  เมตร ทำให้ห้องโปร่งมากและยังสามารถ Built-in ตู้เพื่อใช้งานพื้นที่แนวตั้งได้เพิ่มอีก นอกจากนี้ที่นี่ยังมีห้องยูนิตพิเศษสำหรับครอบครัวอย่างห้อง Penthouse ที่มีสระว่ายน้ำในตัวด้วย

Facilities ของที่นี่ถือเป็นจุดเด่นนะคะ เนื่องจากให้มาเยอะจุใจ โดยเริ่มจากชั้น 1 จะมี Lobby, Lounge และห้องสมุดฝ้าเพดานสูง 8 เมตร ขึ้นมาที่ชั้น 7-8 ก็เป็น Facilities เต็มชั้นซึ่งประกอบด้วยฟิตเนส สวน ห้องประชุม ห้องนั่งเล่น และสระว่ายน้ำความยาว 40 เมตร รวมทั้งมีสวนที่ชั้นดาดฟ้าให้อีกด้วย เหมาะกับคนที่ชอบใช้งานส่วนกลางบ่อยๆและคนที่ชอบโครงการที่มี Facilities ดูดีเป็นหน้าเป็นตา

 

Judgement

เนื่องจากเป็นโครงการที่ขายหมดแล้ว ซึ่งปัจจุบันรูปแบบการขายเปลี่ยนแปลงเป็นแบบ Re-sale ซึ่งค่อนข้างมีความแตกต่างกันไปทั้งเรื่องของวัสดุ การตกแต่งภายในห้อง รวมทั้งเรื่องของราคาที่ค่อนข้างหลากหลายขึ้นอยู่กับทำเลห้องได้อยู่ชั้นสูงหรือชั้นล่าง และความพอใจราคาจากการตกลงกันระหว่างคนซื้อและคนขาย ดังนั้นจึงไม่สามารถให้คะแนนในรีวิวนี้ได้นะคะ

 

BOTTOM LINE

โครงการ The Capital เอกมัย-ทองหล่อ เหมาะกับคนที่มองหาคอนโดติดถนนใหญ่บนถนนเพชรบุรี สามารถไปยังเอกมัย ทองหล่อ สุขุมวิทได้ง่าย ชอบคอนโดที่ดูดีมีดีไซน์ ให้ Facilities จัดเด็ม และชอบห้องฝ้าเพดานสูง มีงบประมาณ 3 ล้านปลายๆขึ้นไป

ถ้าเห็นว่ารีวิวนี้มีประโยชน์ ช่วยกด LIKE ให้หน่อยนะคะ มีกำลังใจทำรีวิวถัดๆไปค่ะ

สมัครสมาชิกพร้อมรับข่าวสารเพิ่มเติม (คลิกที่นี่ )

Share

2 Comments

  • tachibana041

    ขอบคุณครับ

    อยากเห็นห้อง penthouse จังเลยครับ มีสระว่ายน้ำด้วย

Leave a Reply