พาชมตึกเสร็จ Vantage รัชวิภา คอนโด High Rise 32 ชั้นใกล้แยกรัชวิภา จาก Eastern Star [รีวิวฉบับที่ 1268]

January 27, 2017 11:000 comments

fb-cover2-3-4-vantage

รีวิวฉบับที่ 1268 … สวัสดีค่ะวันนี้จะพาไปชมรีวิวโครงการ Vantage รัชวิภา จาก Eastern Star เป็นโครงการที่สร้างเสร็จมาแล้วประมาณ 5 ปี ตั้งอยู่บนถนนรัชดาภิเษกใกล้สี่แยกรัชวิภา ออกแบบโดย A49 เป็นคอนโดที่มีจุดเด่นในเรื่องของการวางผังอาคาร โดยวางแนวตึกตามแนวทิศตะวันออกตะวันตก ทำให้ตัวห้องไม่ร้อนและมีการถ่ายเทอากาศได้ดี ลดความร้อนภายในตัวอาคาร โครงการจะเป็นอย่างไร เราไปดูพร้อมๆกันเลยค่ะ

Fact @ 11 January 2017

  • Vantage Ratchavipha (แวนเทจ รัชวิภา)
  • Eastern Star
  • โครงการตั้งอยู่บนถนนรัชดาภิเษก เขตจตุจักร
  • คอนโด Hogh Rise 32 ชั้น 1 อาคาร 322 ยูนิต
  • ยูนิตต่อชั้นสูงสุด 12 ยูนิต
  • ที่จอดรถประมาณ 74%
  • ที่ดินประมาณ 3-0-92 ไร่
  • ปัจจุบันสร้างแล้วเสร็จมาประมาณ 5 ปี
  • Studio 30.5 – 31.0 ตร.ม.
  • 1 Bedroom 47 – 48 ตร.ม.
  • 2 Bedrooms 65 ตร.ม.
  • ฝ้าเพดานสูง 2.7 เมตร
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่
  • สถานะโครงการ : Sold Out (ปิดการขาย)

เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วคะ

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างค่ะ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด : 13.830890, 100.560345

%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-vantage-ratchavipha

แผนที่จากทางโครงการค่ะ

%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a2%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%81%e0%b8%a5

โครงการ Vantage รัชวิภา ตั้งอยู่บนถนนถนนรัชดาภิเษก ใกล้กับสี่แยกรัชวิภา ทำเลที่ตั้งของโครงการถือว่าอยู่ในย่านแหล่งธุรกิจทำงานหลักๆย่านหนึ่งที่สำคัญ เพราะเส้นรัชดาภิเษกนั้นมีทั้งอาคารและสำนักงานออฟฟิสต่างๆ ตั้งเรียงรายกันไปตลอดสาย ตรงข้ามกับโครงการก็เป็น SCB Park Plaza เป็นกลุ่มอาคารสำนักงานขนาดใหญ่ โดยรอบก็มีบ้านพักอาศัยอยู่หนาแน่นพอสมควรทั้งบ้านพักอาศัยเดิมในพื้นที่ หมู่บ้านจัดสรร รวมไปถึงคอนโดมิเนียมทั้งใหม่เก่า ด้วยพื้นที่ตรงนี้สามารถไปเชื่อมต่อกับถนนสายหลักได้หลากหลายไม่ว่าจะเป็นทางฝั่งวิภาวดี ข้ามไปทางสี่แยกรัชวิภา ไปเชื่อมต่อกับย่าน ประชานูกุล ประชาชื่น หรือมาทางสี่แยกรัชโยธินก็มาเชื่อมต่อกับถนนพลโยธิน ถนนลาดพร้าว หรือตรงไปถึงแยกพระรามเก้าเพื่อเข้าเมือง แต่ก็ต้องทำใจเรื่องการจราจรที่ติดขัดเพราะเป็นถนนสายหลักที่วิ่งตรงยาวมาจากวงศ์สว่างไปถึงถนนพระราม 9 จึงมีผู้ใช้เส้นทางนี้ในการสัญจรเพื่อเข้า-ออกเมืองในปริมาณมาก โดยเฉพาะในชั่วโมงเร่งด่วน เช้าและเย็น ยิ่งในตอนนี้สี่แยกรัชโยธินกำลังอยู่ในขั้นตอนการรื้อสะพานข้ามแยกเพื่อเตรียมเปิดเส้นทางให้รถไฟฟ้าสายสีเขียว และก่อสร้างอุโมงค์ลอดใต้สี่แยกรัชโยธินแทน ทำให้การจราจรในพื้นที่ค่อนข้างติดขัดเป็นพิเศษ ส่วนหนึ่งจากการโดนลดช่องทางจราจร ความไม่คล่องตัวในการข้ามแยก และรถต้องไปรอติดไฟแดงที่สี่แยก แต่คาดว่าเมื่อแล้วเสร็จการจราจรในเส้นทางนี้ก็จะสามารถใช้งานได้อย่างเป็นปกติและคล่องตัวมากขึ้น

ที่ตั้งโครงการจัดอยู่ในทำเลที่มีความอุดมสมบูรณ์ในหลายๆด้าน ทั้งแหล่งงาน แหล่งของกินของใช้ โดยรอบมีร้านค้าและห้างสรรพสินค้า ให้เลือกค่อนข้างหลากหลาย ตัวโครงการ  Vantage รัชวิภา อยู่ไม่ไกลกับ Avenue Ratchayothin และ Major Cineplex Ratchayothin ในระยะเดินถึงสบายๆ ภายในก็มี Villa market ร้านอาหารมากมาย เรียกว่าเป็น Community Mall หลักของคนในย่านนี้ หรือเลยไปหน่อยก็มีห้าง ยูเนียนมอลล์ , Central Plaza ลาดพร้าว , BigC Extra+Hompro ในส่วนของสาธารณูปโภคอื่นๆ ก็มีครบทั้งโรงพยาบาล โรงเรียน สถานีราชการ เช่น รพ.เมโย , ม.ราชภัฏจันทรเกษม , โรงเรียนหอวัง , ม.เซนต์จอห์น เป็นต้น

map-%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%94

โครงการ Vantage รัชวิภา ตั้งอยู่บนถนนวิภาวดีตรงจุดตัดกับถนนรัชดาภิเษก หรือเรียกว่าแยกรัชวิภา อยู่ฝั่งวิภาวดีขาเข้าตรงเชิงสะพานข้ามแยกรัชวิภา ซึ่งวิ่งมาจากแยกเกษตรบนถนนวิภาวดีขาเข้า ก็เลี้ยวซ้ายเข้าถนนรัชดา โครงการนี้อยู่หัวมุมพอดี แต่ถ้ามาจากในเมืองดินแดงวิ่งเส้นวิภาวดี ต้องไปกลับรถแยกเกษตรแล้วย้อนกลับมา หรือเลือกวนขึ้นสะพานข้ามแยกรัชวิภาวนลงมารัชดา แต่พอลงสะพานจะเลยโครงการไป ต้องไปกลับรถที่แยกรัชโยธินตรงเมเจอร์ แล้ววนกลับมากลับรถตรงรัชวิภาเลี้ยวเข้าโครงการอีกที นี่คือจุดด้อยอย่างมากของโครงการนี้ในด้านทำเล แต่ก็ยังพอมีตัวช่วยในการเลี่ยงเข้าซอยทางลัด เวลาลงสะพานรัชวิภาแล้วเลยโครงการไปเข้าซอย รัชดา 46/1 ตรงปั๊มเชล วนตามป้ายประมาณ 1 km.  (10นาที) จะมาเข้าด้านหลังโครงการได้ แต่ก็ต้องใช้ความระมัดระวังหน่อยเพราะซอยค่อนข้างแคบ

%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2

ส่วนการเดินทางโดยไม่ใช้รถ ถือว่าสะดวกในระดับนึงเพราะโครงการอยู่ติดถนนสายหลักและสี่แยกรัชโยธินในระยะเดินประมาณ 900 m.  สามารถเดินไปขึ้นรถสาธารณะได้ทั้งทางฝั่งถนนรัชาภิเษก หรือทางฝั่งถนนพหลโยธินก็ได้  ยิ่งในอนาคตจะมีรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย “หมอชิต-สะพานใหม่-คูคต” ที่เริ่มมีการก่อสร้างแล้ว แผนเสร็จในปี 2562 และเปิดให้บริการในปี 2563 วิ่งผ่านบนถนนพหลโยธิน สถานีที่ใกล้ที่สุดคือสถานีรัชโยธิน ก็จะมาช่วยเพิ่มความสะดวกในการเดินทางได้อีกมาก

map-%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87

การเดินทางไปโครงการ Vantage รัชวิภา จะเริ่มจากถนนวิภาวดีรังสิตฝั่งมุ่งหน้าดินแดงแล้วมาเลี้ยวซ้ายเข้าถนนรัชดาภิเษกฝั่งมุ่งหน้าไปทางสี่แยกรัชโยธิน รวมระยะทางประมาณ 550 m. (ตามเส้นทางลูกศรสีดำ) โครงการ Vantage รัชวิภา จะอยู่ทางซ้ายมือ ทางเข้าโครงการอยู่ติดริมถนนรัชดาภิเษก มีป้ายโครงการด้านหน้าชัดเจน เสร็จแล้วจะพาเดินไปดูบรรยากาศรอบๆ ของโครงการไปจนถึงบริเวณแยกรัชโยธินและซอยข้างเขียงที่ติดกับพื้นที่โครงการค่ะ (ตามเส้นทางลูกศรสีแดง) 

เริ่มเส้นทางเพื่อไปยังโครงการ Vantage รัชวิภา จากถนนวิภาวดีรังสิต ฝั่งมุ่งหน้าสะพานข้ามแยกรัชวิภา

ให้ออกทางคู่ขนานชิดซ้ายเพื่อเตรียมเบี่ยงช้ายเลี้ยวเข้าถนนรัชดาภิเษก

ขับตามเส้นทาโดยขับชิดซ้ายมารื่อย ตามป้ายไปทางรัชโยธิน

จะมีทางแยกให้เบี่ยงซ้ายเพื่อเลี้ยวเข้าถนนรัชาภิเษก ฝั่งมุ่งหน้าสี่แยกรัชโยธิน

untitled-1

ขับตรงตามเส้นทางจะเจอกับซอยรัชดาภิเษก 48 ซึ่งจะเป็นซอยที่อยู่ขนานกับพื้นที่โครงการทางด้านหลัง และสามารถเลี่ยงการจราจรที่ติดขับไปเข้าทางด้านหลังโครงการจากซอยนี้ได้

supalai-park-ryt-route05-copy

หรือวิ่งตรงมาตามถนนรัชดาภิเษกเพื่อมาเข้าทางเข้าหลักของโครงการ ซึ่งอยู่ริมถนนมีป้ายชื่อโครงการด้านหน้าชัดเจนทางซ้ายมือ

map-%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a

บริเวณโดยรอบโครงการ Vantage รัชวิภา ด้านหน้าทางทิศใต้จะติดถนนรัชดาภิเษก เลยถัดไปเป็นพื้นที่ว่าง ทางทิศเหนือของโครงการจะติดถนนซอยพหลโยธิน 35 ถัดไปเป็นอาคารสำนักงานและกลุ่มบ้านพักอาศัย สูง 2-3 ชั้น ทางทิศตะวันออกติดกับอพาร์ทเม้นท์ สูง 8 ชั้น และโครงการศุภาลัยปาร์ค รัชโยธิน โดยภาพรวมสิ่งปลูกสร้างรอบๆโครงการยังคงเป็นชุมชนแนบราบตั้งเดิมในพื้นที่ มีอาคารสูงเป็นพักอาศัยอยู่ติทางฝั่งทอศตะวันออกทั้งหมด แต่โครงการวางแนวตึกตามแนวทิศตะวันออกตะวันตก ทำให้ห้องทั้งสองฝั่งของตัวห้องหันออกทางทิศเหนือ และทิศใต้ จะได้วิวแบบเปิดโล่ง ไม่มีอาคารสูงบังวิวเลย

จากภาพแสดงตำแหน่งของอาคารข้างเคียงที่ติดกับโครงการ ตามทิศได้ดังนี้

  • ทิศเหนือ ติดกับ ซอยพหลโยธิน 35 , อาคารสำนักงาน , บ้านพักอาศัย สูง 2-3 ชั้น
  • ทิศตะวันออก ติดกับ อพาร์ทเม้นท์ สูง 8 ชั้น ,โครงการศุภาลัยปาร์ค รัชโยธิน
  • ทิศใต้ ติดกับ ถนนรัชดาภิเษก , ที่ว่าง
  • ทิศตะวันตก ติดกับ ซอยพหลโยธิน 35

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะคะ

ก่อนจะเข้าไปดูโครงการ จะพาเดินไปดูพื้นที่โดยรอบโครงการกันว่ามีอะไรบ้าง เริ่มจากเลี้ยวขวาออกจากโครงการ เดินมุ่งหน้าไปย้อนกลับไปทางสี่แยกรัชวิภากันก่อนค่ะ

เดินย้อนมาที่ซอยรัชดาภิเษก 48 ซึ่งซอยนี้จะสามารถใช้เป็นเส้นทางเข้า-ออกโครงการทางด้านหลังได้ และสามารถใช้เป็นเส้นทางลัดไปถนนพหลโยธินเพื่อหลีกเลี่ยงรถติดได้ค่ะ

ภายในซอยด้านหน้าจะมีร้านสะดวกซื้อ 7-11 และร้านขายอาหารต่างๆ อยู่ เรียกว่าเราเดินออกมาด้านหลังโครงการมาก็ข้ามถนนซอยมาซื้อของได้เลย

มีวินมอเตอร์ไซด์รับจ้างจอดตั้งวินให้บริการอยู่ ด้านหน้า 7-11`

มีร้านสะดวกซื้อ 7-11 ร้านขายยา ตู้กดเงินและร้านขายอาหารแบบรถเข็นต่างๆ มาตั้งขายกันอยู่

เดินเข้ามาในซอย จะเจอกับประตูทางเข้า-ออกโครงการ Vantage รัชวิภา อยู่ทางขวามือ จะมี รปภ. คอยเฝ้าและคอยเลื่อนที่กั้นให้ ซึ่งทางเข้า-ออกนี้จะให้เฉพาะลูกบ้านใช้เท่านั้น กรณีเป็นผู้มาติดต่อต้องเข้าจากทางด้านหน้าฝั่งถนนรัชดาภิเษกเท่านั้น

ถ้าขับตรงตามเส้นทางในซอยนี้ จะเสามารถเลี่ยงการจราจรที่ติดขัด ไปเชื่อมต่อออกทางถนนพหลโยธินได้ค่ะ

กลับมาที่ด้านหน้าโครงการฝั่งถนนรัชดาภิเษกกันค่ะ เดี่ยวเราจะเดินไปตามถนนรัชดาภิเษกมุ่งหน้าไปทางสี่แยกรัชโยธินกันเพื่อไปดูบรรยากาศโดยรอบกันค่ะ

dscf8250-down

เดินตรงมาจะเจอกับโครงการ ศุภาลัย ปาร์ค รัชโยธิน เป็นคอนโด High rise เพื่อบ้านที่อยู่ใกล้ๆกันค่ะ

เดินตรงถัดมาจะเจอกับ สนามฝึกซ้อมกอล์ฟ รัชดา วิภาวดี

ติดกันเป็นร้านขนมปัง เจ้าอร่อยที่มีหลายสาขา จุดเด่นเรื่องไส้ขนมปังที่ให้มาแบบเต็ม ๆ มีระยะเดินออกมาจากหน้าโครงการประมาณ 300 ม.

เดินมาอีกประมาณ 300 ม. จากโครงการ จะพบกับสะพานลอยที่กำลังก่อสร้างอยู่ เนื่องจากมีการยกเลิกสะพานลอยเดินข้าม จากจุดเดิมอยู่ซอยรัชดาภิเษก 46  จะขยับมาที่ซอยรัชดาภิเษก 46 / 1 แทน ซึ่งเป็นข้อดีต่อโครงการที่มีสะพานลอยใกล้ขึ้นโดยเฉพาะคนที่ต้องข้ามไปทำงานที่ SCB Park หรือออฟฟิศละแวกใกล้เคียง เพราะในจุดเดิมจะทำการขุดอุโมงค์ จึงได้ย้ายสะพานลอยมายังบริเวณนี้

เมื่อเดินมาถึงซอยรัชดาภิเษก 46 / 1 หน้าปากซอยจะพบกับ Siam Children Care ซึ่งซอยนี้ สามารถลัดเลาะออกไปได้หลายเส้นทาง สามารถเลี่ยงเส้นทางรถติดได้ โดยไม่ต้องไปที่สี่แยกรัชโยธิน

เดินลงมาจากสะพานลอยคนข้ามทางขวามือจะเป็น พื้นที่ของโรงแรม Northgate Ratchayothin

เดินต่อมาจะเป็นจุดที่สะพานลอยตั้งอยู่นจะอยู่ติดกับซอยรัชดาภิเษก 46 ซึ่งซอยนี้สามารถลัดออกถนนพหลโยธิน 33 ได้ จุดนี้ห่างจากโครงการประมาณ 450 ม.

ลองเดินขึ้นมาบนสะพานดูบรรยากาศโดยรอบ มุมมองไปทางสี่แยกรัชโยธิน ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการรื้อสะพานรัชโยธิน เพื่อเตรียมเปิดเส้นทางให้รถไฟฟ้าสายสีเขียว และก่อสร้างอุโมงค์ลอดใต้สี่แยกรัชโยธินแทน ทำให้การจราจรในพื้นที่ค่อนข้างติดขัดเป็นพิเศษ ส่วนหนึ่งจากการโดนลดช่องทางจราจร ความไม่คล่องตัวในการข้ามแยก และรถต้องไปรอติดไฟแดงที่สี่แยก

dscf8875-copydscf9043

มุมมองไปทางถนนวิภาวดี-แยกรัชวิภา ทางซ้ายมือจะเป็น Box Space Ratchayothin เป็นคอมมิวนิตี้ โดยที่นำตู้คอนเทนเนอร์กว่า 20 ตู้ มาปรับปรุงเป็นร้านค้าและร้านอาหารต่างๆ จะเปิดช่วง 10:00 – 22:00

ลงจากสะพานลอยมุ่งหน้าไปทางแยกรัชโยธินกันต่อ จะมีแนวทางเท้าเดินได้สะดวกตลอดเส้นทาง ตรงมาเรื่อยๆจะเจอกับร้าน Car care

เดินตรงมาเรื่อยๆจะเป็นพื้นที่ของอาคาร ราชยานยนต์สมาคมในพระบรมราชูปถัมภ์

2-1

ตรงมาเรื่อยจะเจอกับโครงการ Wind รัชโยธิน เป็นหนึ่งในคอนโด High Rise อีกโครงการหนึ่งในย่านนี้

ติดกับโครงการ Wind รัชโยธิน จะเป็น Avenue Ratchayothin และติดกันจะเป็น Major Cineplex Ratchayothin ภายในก็มีร้านค้า Villa market ร้านอาหารมากมาย เรียกว่าเป็น Community Mall หลักของคนในย่านนี้

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • อเวนิว รัชโยธิน 650 m.
  • เมเจอร์ รัชโยธิน 900 m.
  • SCB Park Plaza 450 m.
  • สำนักงานเขต จตุจักร 800 km.
  • รพ.เมโย 2 km.
  • โรงเรียนหอวัง 1.7 km.
  • เซ็นทรัล พลาซ่า ลาดพร้าว 1.9 km.
  • เทสโก้ โลตัส ลาดพร้าว 1.9 km.
  • ม.ราชภัฏจันทรเกษม 2.1 km.
  • ศาลยุติธรรม 4 km.
  • ยูเนี่ยน มอลล์  4 km.
  • ม.เซนต์จอห์น 4.5 km.
  • บิ๊กซี ลาดพร้าว 4 km.


เจาะลึกตัวโครงการ

6-dscf9090-a

โครงการ Vantage รัชวิภา เป็นคอนโด High Rise สูง 32 ชั้น มีจำนวนยูนิตทั้งหมด 322 ยูนิต ตั้งอยู่ติดรัชดาภิเษก ใกล้กับสี่แยกรัชวิภา มีรูปลักษณ์โครงการโดดเด่นมีแนวคิดในการออกแบบเป็นคอนโดสไตล์ Modern Contemporary ออกแบบอาคารโดย Architects 49 Limited Company และตกแต่งภายในโดย August Design Consultant มีจุดเด่นในเรื่องของการวางผังอาคาร โดยการวางแนวตึกตามแนวทิศตะวันออกตะวันตก ทำให้ห้องทั้งสองฝั่งของตัวห้องหันออกทางทิศเหนือ และทิศใต้ ทำให้ตัวห้องไม่ร้อนและมีการถ่ายเทอากาศได้ดีช่วยลดความร้อนภายในตัวอาคาร มีลมพัดผ่านเสมอ อีกทั้งได้วิวเปิดโล่งทั้ง 2 ฝั่งเพราะจะไม่มีอาคารสูงบังในระยะประชิดเลย

map-1

เริ่มกันที่ผังชั้น 1 จะเห็นว่าตำแหน่งอาคารมีระยะร่นเข้าไปอยู่ด้านในของที่ดิน ด้านหน้าทำเป็นพื้นสำหรับจอดรถแบบเปิดโล่ง ส่วนพื้นที่ด้านข้างของพื้นที่โครงการจัดเป็นสวนขนาดกลางพร้อมที่นั่งพักผ่อน และสนามเด็กเล่น รูปทรงอาคารเป็นรูปสี่เหลี่ยน วางเอียงขนานกับรูปที่ดินสามสี่ เพราะที่ดินโครงการจะเป็นที่ดินแปลงมุมระหว่างถนนรัชดาภิเษกและถนนซอย การจัดเส้นทางเดินรถออกแบบเส้นทางเดินรถให้วนรถตามเข็มนาฬิกา โดยรอบตัวอาคารได้  จัดพื้นจอดรถไว้ทั้งทางด้านหน้าและโดยรอบโครงการ หรือสามารถขึ้นไปจอดอาคารจอดรถที่ชั้น 1-4 ได้เช่นกัน มีพื้นที่สามารถจอดรถแบบ Drop off ด้านหน้าอาคาร สำหรับจอดรถ visitor เพื่อส่งผู้โดยสาร พื้นที่บริเวณชั้น 1 ประกอบด้วย Lobby , Mail box , ส่วนนิติบุคคล และส่วนของห้องควบคุมงานระบบอาคารต่างๆ(ทางด้านหลัง) มีลิฟท์โดยสาร 3 ตัว ลิฟท์ Service 1 ตัว อัตราส่วนลิฟท์รวมทั้งโครงการ 107 : 1 ความหนาแน่นเกินมาตรฐานไปหน่อย และบันไดหนีไฟ 2 ตำแหน่ง รอบๆตัวตึกจัดเป็นพื้นที่สีเขียวมาให้ตามที่ดินที่เหลือ ส่วนใหญ่พื้นที่สีเขียวจะเน้นไปที่ด้านหน้าอาคารและที่บริเวณชั้น 5 ของโครงการเป็นหลัก

plan-fl-5

โครงการมีการจัดพื้นที่ภายในโครงการทั้งส่วนของห้องพักอาศัย เริ่มจากชั้น 5 ขึ้นไป โดยในชั้นนี้จะจัดพื้นส่วนพักอาศัยและพื้นที่ส่วนกลาง Facility ไว้ร่วมกัน ในส่วนของพื้นที่พักอาศัย มีห้องพักทั้งหมด 10 ห้อง แบ่งเป็นห้องแบบ Studio จำนวน 3 ห้อง , แบบ 1 Bedroom จำนวน 6 ห้อง และห้องแบบ 2 Bedroom จำนวน 1 ห้อง จัดวางห้องพักแบบ Double Corridor ตามแนวตึกรูปตัวทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ในส่วนของพื้นที่ส่วนกลาง ประกอบด้วย ระว่ายน้ำ 1 สระ ระบบเกลือ , jacuzzi , Pool deck , ห้องออกกำลังกาย, ห้องน้ำและอาบน้ำแยกชาย-หญิง , Sauna แยกชาย-หญิง , สวนหย่อม จัดว่ามี Facility ที่ครบตามมาตรฐาน ลูกบ้านสามารถเลือกใช้งานได้ มีลิฟท์โดยสาร 3 ตัว บันไดหนีไฟในอาคาร 2 ตำแหน่ง บริเวณทั้งสองฝั่งของตัวอาคาร สามารถเชื่อมต่อลงไปยังชั้นที่ 1 ของตัวอาคารได้

plan-fl-6-32

ตั้งแต่ผังชั้น 6 ขึ้นไปของโครงการจัดเป็นพื้นที่พักอาศัยทั้งหมด แต่ละชั้นจะมีห้องพักทั้งหมด 12 ห้อง โดยในชั้นนี้จะเพิ่มแบบห้องพักแบบ 1 Bedroom เพิ่มเข้ามา ห้องพักทั้งหมดแบ่งเป็นห้องแบบ Studio จำนวน 3 ห้อง , แบบ 1 Bedroom จำนวน 8 ห้อง และห้องแบบ 2 Bedroom จำนวน 1 ห้อง มีลิฟท์โดยสาร 3 ตัว บันไดหนีไฟในอาคาร 2 ตำแหน่ง อยู่ทั้งสองฝั่งของตัวอาคารใกล้กับลิฟท์โดยสาร เชื่อมต่อลงไปยังชั้นที่ 1 ของตัวอาคาร เหมือนกับในชั้น 5

ทางเข้าหลักโครงการจะอยู่ติดริมถนนรัชดาภิเษก มีป้ายโครงการด้านหน้า รั้วโครงการฝั่งนี้มีการปลูกไม้พุ่มชิดแนวรั้ว และมีต้นไม้จากด้านในโครงการอีกชั้นนึงบังสายตาจากคนภายนอก

เมื่อเข้ามาด้านในพื้นที่โครงการ จะเจอกับวงเวียนต้นไม้ด้านหน้า สามารถขับวนไปจอดเป็นจุด Drop off ส่งขนด้านหน้าประตูทางเข้าได้ แล้ววนกลับมาทางซ้ายมือเพื่อไปยังที่จอดรถ

เมื่อเข้ามาในบริเวณโครงการจะมีทางแยกให้วนรถไปทางซ้ายมือ วิ่งวนแบบตามเข็มนาฬิกา เพื่อวนไปขึ้นที่จอดรถอาคารจอด หรือจะเลือกจอดในลานจอดรถแบบเปิดโล่งบริเวณด้านหน้าตัวอาคารก็ได้ โครงการจัดพื้นที่จอดรถไว้ทั้งหมดประมาณ 74% แบบไม่ต้องจอดซ้อนคันกัน

ทางเข้า-ออกโครงการจะมีไม้กั้นกระดกอัติโนมัติ พร้อมกล้องวงจรปิด เพื่อบันทึกการเข้าออกของรถภายในโครงการ

ตรงเข้ามาตามถนนภายในโครงการจะเป็นทางวนไปทางด้านหลังเพื่อไปขึ้นอาคารจอดรถอีกด้านหนึ่ง แต่ตรงบริเวณนี้ก็จะจัดเป็นพื้นที่จอดรถแบบเปิดโล่งไว้ให้จอดบางส่วน

อีกฝั่งจะเป็นทางเข้า-ออกของโครงการ ที่ติดถนนซอยรัชดาภิเษก 48 ที่จะไปเชื่อมต่อกับซอยรัชดาภิเษก 35 สามารถขับไปทะลุออกถนนพหลโยธินได้ แต่ทางเข้า-ออกนี้จะสงวนสิทธิ์ให้ใช้เฉพาะลูกบ้านเท่านั้น ถ้าเป็นผู้มาติดต่อจะต้องเข้าจากทางเข้าฝั่งถนนรัชดาภิเษกเท่านั้น

ใกล้กับพื้นที่จอดรถทางโครงการจะจัดเป็นพื้นที่สวนขนาดไม่ใหญ่มากไว้ให้ ลูกบ้านลงมาใช้พักผ่อนได้

จัดเป็นที่นั่งเล่นแบบ Out door พร้อมสนามเด็กเล่นแบบกลางแจ้ง มีเครื่องเล่นให้ 2 อย่าง ให้ลูกบ้านพาเด็กๆมาเล่นได้ค่ะ

ด้านในจัดเป็นที่นั่งเล่นแบบ Out door มีแนวทางเดินเชื่อมไปด้านในสุดของพื้นที่สวน

วนมาทางด้านหลังของตัวอาคาร จัดพื้นที่ทางฝั่งซ้ายของถนนตีเส้นทำเป็นที่จอดรถ ซึ่งถ้าใครจอดบริเวณนี้จะต้องเดินอ้อมตัวอาคารไปเข้าทางด้านหน้า เพราะไม่มีประตูด้านหลังสำหรับลูกบ้าน มีเฉพาะประตู service สำหรับเแม่บ้านและขนของเท่านั้น

กรณีต้องการจอดรถบนอาคารจอดรถ สามารถมาใช้พื้นที่อาคารจอดรถ 4 ชั้นได้ค่ะ โดยขับวนมาทางด้านข้างอีกฝั่งของตัวอาคาร แล้ววนขึ้นเข้าที่จอดรถ จะเป็นทางลาดเพื่อขึ้นไปจอดชั้นบนค่ะ มีการควบคุมความสูงของรถไว้ไม่เกิน 2.1 m.

เข้ามาที่อาคารจอรถชั้น 1 จะแบ่งพื้นที่สำหรับจอดรถไว้  2 ฝั่ง จัดเส้นทางแบบวิ่งสวนทางกัน

ก่อนวนรถขึ้นไปจอดจะต้องผ่านไม้กระดกอีกขั้นตอนนึงค่ะ ตรงนี้ก็จะต้องสแกนบัตรจอดรถเป็นระบบ Keycard Access ระยะใกล้ คอยบันทึกรถที่เข้าออกภายในโครงการ

 

วนรถขึ้นมาที่จอดรถชั้น 2 จะจัดเส้นทางแบบวิ่งสวนทางกัน ในชั้นนี้จะจอดรถได้เฉพาะฝั่งขวาเพียงด้านเดียว

ขึ้นมาที่ชั้น 2B จะสามารถจอดรถได้ทั้ง 2 ฝั่ง สำหรับที่จอดรถของโครงการนี้สามารถจอดได้ทั้งหมดประมาณ 70 % และไม่ให้จอดซ้อนคันค่ะ มีตำแหน่งบันไดหนีไฟ ที่เชื่อมต่อลงมาจากอาคารชั้นบน

ในบริเวณส่วนของพื้นที่จอดรถ ก็จะมีทางออกจากชั้นที่จอดรถ ไปยังส่วนพักอาศัยได้เลย โดยลิฟท์จะประตูแบบล็อคชั้นต้องใช้บัตร Key card สแกนเข้า-ออก เท่านั้น

ออกมาทางด้านหน้าโครงการ จะทำเป็นพื้นที่จอดรถแบบลานโล่งให้อีกตำแหน่ง

ลองมองกลับไปที่อาคารจอดรถ จะออกแบบปิดด้วยตะแกรงเหล็กเจาะรูเพื่อความสวยงามเรียบร้อย และก็สามารถระบายอากาศและมีช่องแสงไม่ทำให้อาคารจอดรถมืดทึบ

ก่อนวนรถออกจากโครงการก็จะต้องผ่านไม้กระดกอีกขั้นตอนนึงค่ะ ตรงนี้ก็จะต้องสแกนบัตรจอดรถเป็นระบบ Keycard Access ระยะใกล้

โดยรอบโครงการจะทำเป็นแนวทางเดินไว้ให้ เพื่อไปเชื่อมต่อกับพื้นที่จอดรถบริเวณด้านหน้าของโครงการและพื้นที่สีเขียวในโครงการทางด้านข้าง

กลับมาที่บริเวณด้านหน้าตัวอาคารทางเข้าอาคาร จะมีจุดให้รถขับเข้ามาส่งผู้โดยสารได้ มีทั้งบันไดและทางลาดสำหรับเข็นรถได้ ประตูทางเข้าภายในโครงการเป็นประตูบานกระจกขนาดใหญ่บานเปิดคู่ 2 ชุด

เมื่อเข้ามาด้านในส่วนของโถงต้อนรับ ออกแบบเป็นเป็นโถงสูง Double volume สูง 12 m.ให้ความรู้สึกโปร่ง และได้รับแสงธรรมชาติจากภายนอกได้เต็มที่

ภายในจัดแบ่งเป็นส่วนพักคอย มีชุดโซฟา ผนังด้านข้างทำเป็นชั้นวางหนังสือให้ผู้มารอสามารถหยิบมาอ่านได้ ติดหน้าต่างกระจกขนาดใหญ่สามารถมองเห็นพื้นที่สวนด้านหน้าของโครงการ และรับแสงธรรมชาติจากด้านนอกเข้ามาด้านใน

ตรงข้ามกับที่นั่งพักในส่วนโถงต้อนรับจะมีทางเชื่อมไปอาคารจอดรถด้านข้างได้

อีกฝั่งของโถงต้อนรับตรงกลางจะเป็นทางเข้าไปส่วนพักอาศัย ถัดไปเป็นเคาน์เตอร์ reception ของทางโครงการ

เดินตรงถัดเข้ามาจากเคาน์เตอร์ reception จะเป็น Mail Box ของลูกบ้านในอาคาร ติดกันจะเป็นส่วนของสำนักงานนิติบุคคลของทางโครงการ

ภายในส่วน Mail Box ของลูกบ้านในแบ่งเป็นสองฝั่ง มีช่องแสงทำให้ห้องสว่างไปต้องเปิดไฟในเวลากลางวัน

ตรงข้ามกันจะเป็นห้องน้ำชั้นล่าง แบ่งชาย-หญิง ไว้ให้ใช้งาน

ภายในห้องน้ำส่วนกลางชั้นล่างจะมีเคาน์เตอร์ พร้อมชุดอ่างล่างมือ ให้ห้องละ 1 ชุด ฝั่งตรงข้ามเป็นห้องน้ำ ส่วนห้องน้ำชายส่วนกลาง ก็จะคล้ายกับในห้องน้ำหญิงค่ะ แต่จะมีโถปัสสาวะชายเพิ่มเข้ามา โดยภาพรวมโครงการมีการดูแลอย่างดี ทำให้ภายในห้องน้ำยังคงสะอาดไม่ทรุดโทรมน่าใช้งานอยู่ค่ะ

กลับมาที่ประตูทางเข้าส่วนพักอาศัยที่บริเวณโถงต้องรับด้านหน้าซึ่งจะมีตำแหน่งเดียว จะเป็นประตูกระจกใสบานเปิดเดี่ยว

โดยจะติดอุปกรณ์สำหรับสแกนบัตรเพื่อเข้า-ออกของลูกบ้าน และอุปกรณ์ Telephone door phone สำหรับผู้มาติดต่อกดโทรหาเจ้าของห้องได้

บริเวณโถงลิฟท์ด้านใน ด้านข้างเป็นหน้าต่างบานกระทุ้งบานใหญ่ เป็นช่องให้แสงจากภายนอกช่องเวลากลางวันจึงไม่ต้องเปิดไฟ ก็สว่างสามารถใช้งานได้และสามารถเปิดเพื่อให้ลมพัดผ่านถ่ายเทอากาศในบริเวณนี้ได้

ด้านหน้าลิฟท์ สามารถกดปุ่มเรียกลิฟท์เพื่อขึ้นไปส่วนพักอาศัยด้านบนอาคารได้เลย

เข้ามาด้านในการกดเลือกชั้นของลิฟท์ภายในโครงการจะไม่มีระบบล็อกชั้น สามารถเลือกชั้นไหนก็ได้ ถ้าจะไปพื้นที่ส่วนกลาง เช่น สระว่ายน้ำ ฟิตเนส ก็เลือกที่ชั้น 5 ค่ะ

เมื่อขึ้นลิฟท์มาบนชั้น 5  จะเป็นชั้นห้องพักรวมกับส่วน Facility บริเวณโถงลิฟท์ อาคารออกแบบให้มีโถงลิฟท์ 1 ตำแหน่งมีลิฟท์โดยสารทั้งหมด 3 ตัว เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยใช้งานได้สะดวก  และมีลิฟท์ service 1 ตัว แยกไว้ด้านข้าง ที่ผนังก็จะมีป้ายหมายเลขบอกชั้นชัดเจน

แนวทางเดินจะเป็นทางยาวโดยมีห้องพักขนานอยู่ทั้งสองด้านค่ะ ติดไฟทางเดินแบบ Downlight พร้อมอุปกรณ์ตรวจจับควัน กริ่งสัญญาณแจ้งเตือนฉุกเฉิน และอุปกรณ์ระบบ Sprinkle เพื่อพ่นน้ำดับไฟ กรณีเกิดเพลิงไหม้

ถ้าเดินมาจนสุดทางเดินของอาคารทางโครงการออกแบบให้เป็นหน้าต่างไว้เช่นกันค่ะ นอกจากจะสามารถรับแสงให้ทางเดินสว่างในตอนกลางวันแล้ว ยังสามารถช่วยระบายอากาศตามแนวทางเดินได้

เดินมาตามทางเดินเพื่อเชื่อมต่อไปห้องพักอาศัย จะมีประตูเชื่อมไปพื้นที่ของห้องทิ้งขยะและลิฟท์ service ซึ่งการทำห้องแยกไว้แบบนี้ช่วยเรื่องความเรียบร้อยภายในอาคารเป็นสัดส่วน และป้องกันเสียงและกลิ่นจากพื้นที่ส่วนนี้

บันไดหนีไฟจะอยู่ติดกับแนวทางเดิน โดยจะเป็นบันไดแบบอัดอากาศ ที่ผนังด้านหน้าจะมีอุปกรณ์ดับไฟไว้ด้านข้างหน้าประตู

ขึ้นมาที่ชั้น 5 จัดเป็นชั้น Facility รวมกับห้องพัก แต่จะมีประตูกั้นแยกส่วนพื้นที่การใช้งานไว้ จะมีแนวทางเดินเชื่อมต่อไปพื้นที่สระว่ายน้ำกลางแจ้งของโครงการได้ ลูกบ้านในชั้นอื่นๆ สามารถลงมาใช้งานได้เลยไม่ต้องสแกนบัตรเข้าออกตรงส่วนนี้

ขึ้นมาจะเป็นพื้นที่เปิดโล่ง ทางฝั่งขวาจะจัดเป็นลานสวนขนาดกลาง ปลูกต้นไม้ใหญ่และมีที่นั้งด้านข้าง ให้มานั่งพักผ่อนได้

อีกฝั่งทางซ้ายมือจะเป็นแทนทางเดิน Deck ไม้ เชื่อมต่อกับสระว่ายน้ำแบบกลางแจ้งและส่วน Sun bed ให้นั่งพักผ่อนริมสระได้

ด้านข้างของตัวสระจะเป็นที่ชำระร่างกายก่อนลงสระว่ายน้ำ ซึ่งมีตำแหน่งเดียว ถ้าคนมาใช้สระเยอะหน่อยอาจจะต้องรอติวกันหน่อยค่ะ

สระว่ายน้ำของโครงการ เป็ยสระระบบเกลือแบบกลางแจ้ง เป็นสระว่ายน้ำแบบ Infinity Edge Pool  แบบสระน้ำล้น มองเห็นวิวทางฝั่งด้านหน้าโครงการทางฝั่งถนนรัชดาภิเษก จะมองเห็นกลุ่มอาคารสำนักงานของ SCB Park จากตำแหน่งของสระว่ายน้ำจะโดนบังวิวทางทิศตะวันออก เพราะมีอาคารอพาร์ทเม้นท์ ที่มีความสูง 8 ชั้น บังอยู่ เลยทำให้ไม่ค่อยเป็นส่วนในการใช้งานสระว่ายน้ำเท่าไหร่

ส่วนวิวจากสระว่ายน้ำทางทิศตะวันตกจะหันออกไปทางสะพานข้ามแยกรัชวิภา กับถนนวิภาวดีรังสิต ซึ่งก็เป็นวิวเปิดโล่งไม่มีอาคารมาบังวิว ส่วนทางทิศใต้เป็นวิวเมืองทางอาคารสำนักงานของ SCB Park

ด้านข้างของสระว่ายน้ำจะเป็นสระว่ายแช่ตัวแบบ Jacuzzi

ตรงข้ามกับสระว่ายน้ำจะจัดเป็นพื้นที่สวนด้านข้าง และมี Sun bed สำหรับนั่งพักผ่อนไว้ให้

ตรงข้ามกับสระว่ายน้ำจะเป็นห้อง Fitness ซึ่งมีอุปกรณ์ต่างๆให้เลือก มุมมองจากห้อง Fitness จะมองเห็นสระว่ายน้ำของโครงการ

ด้านข้างห้อง Fitness จะเป็นห้องน้ำหญิง ภายในมีห้องน้ำและห้องอาบน้ำ ไว้ให้บริการสำหรับลูกบ้านที่มาใช้ Facility ส่วนกลางในชั้นนี้

ภายในมีห้องน้ำ จัดให้มีห้องน้ำและห้องอาบน้ำ มีล็อกเกอร์ไว้สำหรับเก็บของใช้ส่วนตัว ติดกระจกระบายอากาศแบบบานกระทุ้ง ตอนกลางวันสามารถได้รับแสงธรรมชาติได้ดีค่ะ

ด้านในสุดของห้องน้ำ จะมีห้อง Sauna ไว้ให้บริการ ซึ่งจะมีให้ทั้งในห้องน้ำหญิงและชาย ช่วยให้สามารถใช้งานได้เป็นส่วนตัวมากขึ้น

วิวจากชั้น 5 ส่วน facility ของโครงการ จากบริเวณสวนกลางแจ้ง สามารถมองเห็นวิวไปทิศตะวันตกทางฝั่งสะพานข้ามแยกรัชวิภา กับถนนวิภาวดีรังสิต เป็นวิวเปิดโล่ง

วิวจากชั้น 5 ส่วน facility ของโครงการ จากบริเวณสระว่ายน้ำ มองออกไปทางทิศใต้เห็นวิวเมืองทางฝั่ง งอาคารสำนักงานของ SCB Park

map-%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a7

ตัวอาคารของโครงการ Vantage รัชวิภา จะวางแนวตึกตามแนวทิศตะวันออกตะวันตก ทำให้ห้องทั้งสองฝั่งของตัวห้องหันออกทางทิศเหนือ และทิศใต้ จะได้วิวแบบเปิดโล่ง ไม่มีอาคารสูงบังวิวเลย

ภาพวิวมุมสูงจากโครงการ Vantage รัชวิภา ในชั้น 32 ทางฝั่งทิศเหนือ ติดกับพื้นที่โครงการส่วนมากยังเป็นบ้านพักอาศัยแนวราบ และมองเห็นถนนวิภาวดี ทางยกระดับดอนเมืองโทลล์เวย์

ภาพวิวมุมสูงจากโครงการ Vantage รัชวิภา ในชั้น 32 ทางฝั่งทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ติดกับพื้นที่โครงการยังเป็นบ้านพักอาศัยแนวราบเกือยทั้งหมด ไม่มีอาคารสูงบังวิวในด้านนี้

ภาพวิวมุมสูงจากโครงการ Vantage รัชวิภา ในชั้น 32 ทางฝั่งทิศใต้ ติดกับพื้นที่โครงการเป็นถนนรัชดาภิเษก  มองเห็นวิวเมืองทางฝั่งอาคารสำนักงานของ SCB Park

ภาพวิวมุมสูงจากโครงการ Vantage รัชวิภา ในชั้น 32 ทางฝั่งทิศตะวันออกเฉียงใต้ ติดกับพื้นที่โครงการเป็นถนนรัชดาภิเษก  มองเห็นวิวเมืองทางฝั่งแนวถนนรัชดาภิเษกยาวไปถึงตึกช้าง

ภาพวิวมุมสูงจากโครงการ Vantage รัชวิภา ในชั้น 32 ทางฝั่งทิศตะวันตกเฉียงใต้ ติดกับพื้นที่โครงการเป็นถนนรัชดาภิเษก  มองเห็นวิวเมืองทางฝั่งแนวถนนวิภาวดีรังสิตและทางยกระดับดอนเมืองโทลล์เวย์

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • Lobby
  • สระว่ายน้ำระบบเกลือ พร้อมสระเด็ก
  • Jacuzzi
  • ห้องออกกำลังกาย
  • ห้อง Sauna
  • สวนหย่อมรอบโครงการ และที่ชั้น 5
  • Self service laundry and drinking water
  • ลิฟท์โดยสาร 3 ตัว/อาคาร
  • อัตราส่วนลิฟท์รวมทั้งโครงการ 107 :  1
  • Service Lift 1 ตัว
  • ที่จอดรถประมาณ 74 % ไม่รวมจอดซ้อนคัน
  • ระบบ CCTV / Access Card


Product Walkthrough

สำหรับรีวิวฉบับนี้จะขอวิเคราะห์ผังห้องทั้งหมดในโครงการนะคะ แต่ไม่ได้พาไปชมห้องตัวอย่าง เนื่องจากพอเป็นห้องมือ 2 แล้วรายละเอียดต่างๆ ก็จะแตกต่างกันไปในแต่ละห้องไปแล้ว หากใครสนใจห้องในโครงการนี้แนะนำว่านัดเจ้าของหรือเอเจนซี่ไปดูสภาพและบรรยากาศภายในห้องกันเองเลยจะดีกว่าค่ะ เพราะจริงๆ มันมีหลายปัจจัยมากๆ ไม่ใช่เพียงการแต่งห้องนะคะ เช่น การดูแลรักษาห้อง ยังเหมือนใหม่หรือดูทรุดโทรมไป มีอะไรชำรุดไหม หรือเจ้าของเดิมเคยปล่อยห้องให้เช่ามาก่อนที่จะขายรึเปล่า และแน่นอนว่าหากเราไม่ได้ชอบการตกแต่งของเจ้าของเดิมเสียเท่าไหร่ หรือห้องนี้ค่อนข้างทรุดโทรมแล้ว แต่เป็นห้องที่ตำแหน่งดี ได้วิวสวย ก็อาจจะต้องเผื่องบประมาณค่าตกแต่งหรือซ่อมแซมเพิ่มเติมมาขึ้นด้วยนะคะ

ส่วน Spec วัสดุมาตรฐานจากโครงการ (ซึ่งอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้ ขึ้นอยู่กับเจ้าของห้องมือ 1 รวมไปถึงเฟอร์นิเจอร์อื่นๆ ด้วยนะคะ)

  • Digital Door Lock ของ Yale
  • พื้นภายในห้องเป็น ลามิเนต 8 mm.
  • พื้นครัว ห้องน้ำและระเบียง เป็นกระเบื้อง
  • ผนังฉาบเรียบทาสี
  • Pantry เป็น Starmark ไม่มี Hub&Hood
  • สุขภัณฑ์ อ่างล้างหน้า ของ American Standard มี Rain Shower

แบบห้องของโครงการ Vantage รัชวิภา จะมีทั้งหมด 3 แบบ คือแบบ Studio , 1 Bedoom และ 2 Bedroom ได้แก่

  • S1,S3 – Studio 31.0 ตร.ม.
  • S2 – Studio 30.5 ตร.ม.
  • A1  – 1 Bedroom 47.5 ตร.ม.
  • A2  – 1 Bedroom 47.5 ตร.ม.
  • A3-A4,A8  – 1 Bedroom 47.5 ตร.ม.
  • A7  – 1 Bedroom 48.5 ตร.ม.
  • B1 – 2 Bedrooms 65 ตร.ม.

ห้องแบบ Studio 30.5 – 31 ตร.ม. ขายเป็นแบบ Fully Fitted จัดพื้นที่ภายในห้องให้สามารถจัดพื้นที่ภายในเริ่มต้นที่ 30 ตร.ม. ซึ่งทำให้การใช้งานในส่วนต่างๆได้สะดวกไม่อึดอัด ไม่หนาแน่นจนเกินไป แบ่งโซนพื้นที่เป็น 5 โซน คือ ห้องนอน ส่วนนั่งเล่น ห้องน้ำ ส่วนครัว และระเบียง เมื่อเข้ามาจะเจอกับส่วนครัว เป็นครัวแบบเปิด มี Pantry แบบ Built-in ขนาดพื้นที่ครัว จัดพื้นที่มาเพียงพอต่อการใช้งานไม่เน้นทำครัวจริงจัง ตรงข้ามเป็นห้องน้ำอยู่ในตำแหน่งด้านในอาคารแบบนี้จะต้องพึ่งระบบระบายอากาศจากอาคารเท่านั้น ภายในมีแบ่งส่วนเปียกแห้งให้เป็นสัดส่วน มี Shower Box พร้อม Rain Shower ให้ ถัดเข้าไปเป็นส่วนพื้นที่นั่งเล่นและส่วนห้องนอน ซึ่งจะเป็นพื้นที่ใช้งานที่ต่อเนื่องกัน สามารถตตั้งเตียงขนาด 5 ฟุตได้ อยู่ในตำแหน่งด้านนอกริมอาคารทำให้สามารถเปิดหน้าต่างรับลมและแสงธรรมชาติได้ดี แต่ออกแบบพื้นที่ระเบียงมาให้ค่อนข้างเล็กไปหน่อย เมื่อแขวน Condensing air แล้วจะเหลือพื้นที่ด้านล่างพอตั้งราวตากผ้าเล็กๆได้

ห้องแบบ 1 Bedroom 30.5 – 31 ตร.ม. ขายเป็นแบบ Fully Fitted มีพื้นที่ภายในเท่ากับห้องแบบ Studio แต่มีการกั้นแบ่งผนังและพื้นที่ใช้งานให้เป็นสัดส่วนมากกว่า และวางห้องเป็นห้องแบบหน้ากว้าง เน้นรับวิวและรับแสงได้ดี แบ่งโซนพื้นที่เป็น 5 โซน คือ ห้องนอน ส่วนนั่งเล่น ห้องน้ำ ส่วนครัว รับประทานอาหาร และระเบียง เมื่อเข้ามาจะเจอกับส่วนครัว เป็นครัวแบบเปิด มี Pantry แบบ Built-in เป็นครัวเปิดไม่เน้นทำครัวจริงจัง ตรงข้ามเป็นพื้นที่สำหรับตั้งโต๊ะรับประทานอาหารแบบชิดผนังขนาดไม่ใหญ่มากได้ ถัดเข้ามาเป็นส่วนพื้นที่นั่งเล่น สามารถตั้งชุดโซฟาแบบ 2-3 ที่นั้งได้ พื้นที่ระเบียงมาให้ค่อนข้างเล็กมีขนาดเท่ากับกับห้องแบบ Studio อีกฝั่งของตัวห้องจัดเป็นห้องนอนและห้องน้ำ ภายในห้องนอนแบ่งพื้นที่ทำเป็น Walk in closet เล็กๆให้ใช้งานเป็นส่วนตัวมากขึ้น ถัดเข้าไปด้านในจะเป็นห้องน้ำมีแบ่งส่วนเปียกแห้งให้เป็นสัดส่วนแต่ห้องน้ำอยู่ในตำแหน่งด้านในอาคารแบบนี้จะต้องพึ่งระบบระบายอากาศจากอาคารเท่านั้น

ห้องแบบ 1 Bedroom 46.5 ตร.ม. ขายเป็นแบบ Fully Fitted มีพื้นที่ภายในให้ใช้งานเพิ่มมากขึ้น และวางห้องเป็นห้องแบบหน้ากว้าง เน้นรับวิวและรับแสงได้ดี แบ่งโซนพื้นที่เป็น 5 โซน คือ ห้องนอน ส่วนนั่งเล่น ห้องน้ำ ส่วนครัว รับประทานอาหาร และระเบียง เมื่อเข้ามาจะเจอกับส่วนครัว เป็นครัวแบบเปิด มี Pantry แบบ Built-in เป็นครัวเปิดไม่เน้นทำครัวจริงจัง ตรงข้ามเป็นพื้นที่สำหรับตั้งโต๊ะรับประทานอาหารแบบชิดผนัง ถัดเข้ามาเป็นส่วนพื้นที่นั่งเล่น สามารถตั้งชุดโซฟาแบบ 2-3 ที่นั้งได้  อีกฝั่งของตัวห้องจัดเป็นห้องนอนและห้องน้ำ ภายในห้องนอนเน้นวางตัวห้องให้เห็นวิวแบบมุมกว้างและได้ Bay window กระจกเข้ามุม ถัดเข้าไปด้านในจะเป็นห้องน้ำมีแบ่งส่วนเปียกแห้งให้เป็นสัดส่วน ถัดจากห้องน้ำเป็นส่วนระเบียงที่เน้นใช้วาง Condensing air  มากกว่าใช้ตากผ้าเพราะเปิดออกใช้งานยากหน่อย แต่การวางห้องน้ำติดกับระเบียงแบบนี้มีข้อดีเรื่องการระบายอากาศและความชื้นภายในห้องน้ำได้ดี

ห้องแบบ 1 Bedroom 47 ตร.ม. ขายเป็นแบบ Fully Fitted มีพื้นที่ภายในให้ใช้งานใกล้เคียงกับห้อง 1 Bedroom ในแบบอื่นๆ เน้นวางห้องเป็นห้องแบบหน้ากว้าง เน้นรับวิวและรับแสงได้ดี จะแตกต่างที่การแบ่งโซนพื้นที่ภายในบางส่วน แบ่งโซนพื้นที่เป็น 5 โซน คือ ห้องนอน ส่วนนั่งเล่น ห้องน้ำ ส่วนครัว รับประทานอาหาร และระเบียง เมื่อเข้ามาจะเจอกับส่วนครัว เป็นครัวแบบเปิด มี Pantry แบบ Built-in เป็นครัวเปิดไม่เน้นทำครัวจริงจัง ตรงข้ามเป็นพื้นที่สำหรับตั้งโต๊ะรับประทานอาหารแบบชิดผนัง ถัดเข้ามาเป็นส่วนพื้นที่นั่งเล่น สามารถตั้งชุดโซฟาแบบ 2-3 ที่นั้งได้  ส่วนพื้นที่ระเบียงมาให้ค่อนข้างเล็กมีขนาดเท่ากับกับห้องแบบ Studio อีกฝั่งของตัวห้องจัดเป็นห้องนอนและห้องน้ำ ภายในห้องนอนเน้นวางตัวห้องให้เห็นวิวแบบมุมกว้าง ถัดเข้าไปด้านในจะเป็นห้องน้ำให้พื้นที่ใช้งานมาใหญ่ขึ้น มีแบ่งส่วนเปียกแห้งให้เรียบร้อย แต่ห้องน้ำอยู่ในตำแหน่งด้านในอาคารแบบนี้จะต้องพึ่งระบบระบายอากาศจากอาคารเท่านั้น

ห้องแบบ 1 Bedroom 48 ตร.ม. ขายเป็นแบบ Fully Fitted มีพื้นที่ใช้งานเพิ่มขึ้นมาอีก 1 ตร.ม. ถ้าเทียบกับห้อง 1 Bedroomในแบบอื่นๆ เน้นวางห้องเป็นห้องแบบหน้ากว้าง เน้นรับวิวรับแสงได้ดี และมีพื้นที่ระเบียงที่สามารถใช้งานได้จริงมากกว่าห้องอื่นๆ ภายในแบ่งโซนพื้นที่เป็น 5 โซน คือ ห้องนอน ส่วนนั่งเล่น ห้องน้ำ ส่วนครัว รับประทานอาหาร และระเบียง เมื่อเข้ามาจะเจอกับส่วนครัว เป็นครัวแบบเปิด มี Pantry แบบ Built-in ให้  ตรงข้ามเป็นพื้นที่สำหรับตั้งโต๊ะรับประทานอาหารแบบชิดผนัง ถัดเข้ามาเป็นส่วนพื้นที่นั่งเล่น สามารถตั้งชุดโซฟาแบบ 2-3 ที่นั้งได้  และเชื่อมต่อกับส่วนพื้นที่ระเบียงที่ให้พื้นที่มาสามารถใช้งานได้จริง อีกฝั่งของตัวห้องจัดเป็นห้องนอนและห้องน้ำ ภายในห้องนอนแบ่งพื้นที่ทำเป็น Walk in closet เล็กๆให้ใช้งานเป็นส่วนตัวมากขึ้น ถัดเข้าไปด้านในจะเป็นห้องน้ำที่มีขนาดใหญ่ขึ้น มีการแบ่งส่วนเปียกแห้งให้เป็นสัดส่วน แต่ห้องน้ำอยู่ในตำแหน่งด้านในอาคารจะต้องพึ่งระบบระบายอากาศจากอาคารเท่านั้น

ห้องแบบ  2 Bedrooms 65 ตร.ม.  ขายเป็นแบบ Fully Fitted ด้วยพื้นที่ของห้องที่มีขนาดใหญ่สามารถจัดแบ่งพื้นที่ให้มีการใช้งานสะดวกสบายไม่อึดอัด ออกแบบให้เน้นให้ห้องนั่งเล่น ทานอาหาร และห้องนอน สามารถดูวิวภายนอกแบบมุมกว้างและรับแสงธรรมชาติได้เต็มที่  ตัวห้องแบ่งโซนพื้นที่การใช้งานหลักๆเป็น 6 โซน คือ ห้องนอน 2 ห้อง , ห้องน้ำ 2 ห้อง , ห้องนั่งเล่น , ส่วนครัว ห้องเก็บของ และระเบียง 2 ตำแหน่ง เมื่อเข้ามาจะเจอกับส่วนครัวทางขวามือ เป็นครัวแบบเปิด มี Pantry แบบ Built-in ขนาดพื้นที่ครัวกว้างสามารถใช้งานได้สะดวก การจัดพื้นที่เป็นครัวเปิดลักษณะนี้ต้องระมัดระวังเรื่องการใช้งาน เรื่องกลิ่นและควันจากการประกอบอาหารซึ่งอาจจะรบกวนพื้นที่ภายในห้องได้ มีพื้นที่สำหรับตั้งโต๊ะรับประทานอาหารขนาด 3-4 คนได้ และเชื่อมต่อไปส่วนห้องนั่งเล่นที่มีหน้าต่างกระจกบานใหญ่สามารถมองวิวแบบมุมกว้าง ส่วนระเบียงจัดพื้นที่มาให้ 2 ตำแหน่ง ตรงที่ใกล้กับพื้นที่ครัว ไว้สำหรับตากผ้าให้เป็นสัดส่วนมิดชิด และพื้นที่ระเบียงที่เชื่อมต่อกับห้องนั่งเล่น ที่จัดมาให้ค่อยข้างกว้างและสามารถใช้งานได้จริง มีห้องน้ำแยกการใช้งานสำหรับห้องนอนเล็ก หรือให้แขกที่แวะมาห้องใช้งานได้

ในส่วนห้องนอนแบ่งเป็นห้องนอนหลักและห้องนอนรอง วางไว้ในตำแหน่งด้านนอกของตัวอาคาร พร้อมหน้าต่างกระจกบานใหญ่ เห็นวิวมุมกว้างและรับแสงธรรชาติ เปิดระบายอากาศได้ดี จัดพื้นที่การใช้งานสามารถตั้งเตียงนอนขนาด 5 ฟุต หรือ Queen Size  ภายในทำเป็นตู้เสื้อผ้า Built-in ให้พร้อมใช้งานในส่วนของห้องนอนหลักจะมีห้องน้ำในตัว แยกการใช้งานเป็นสัดส่วนและเป็นส่วนตัวมากขึ้น ภายในห้องน้ำห้องน้ำมีการแยกโซนเปียกโซนแห้งมาให้เรียบร้อย พร้อมติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆครบตามการใช้งาน

ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 15 December 2016

เนื่องจากเป็นโครงการที่ขายหมดและโอนกันหมดแล้วนะคะ ดังนั้นต้องซื้อต่อจากเจ้าของเดิม ทำให้ราคาก็จะค่อนข้างหลากหลายขึ้นอยู่กับทำเลห้องได้อยู่ชั้นสูงหรือชั้นล่าง ตกแต่งครบ ความพอใจราคาจากการตกลงกันระหว่างคนซื้อและคนขายราคาต่อตารางเมตรในปัจจุบัน ปี 2016

  • ราคาขายเฉลี่ยปัจจุบันจะอยู่ที่ประมาณ 87,000 – 100,000 บาท/ตร.ม.
  • ค่าส่วนกลาง 35 บาท/ตร.ม./เดือน
  • ค่าไฟ ตามการไฟฟ้า ตามจริง
  • ค่าน้ำ หน่วยละ 18 บาท ต่อ ยูนิต ไม่ได้ใช้ไม่เสียค่ารักษามิสเตอร์

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ


เจาะลึกรวบยอด

ทำเลโครงการ Vantage รัชวิภา ตั้งอยู่บนถนนถนนรัชดาภิเษก ใกล้กับสี่แยกรัชวิภา จัดอยู่ในย่านทำเลแหล่งธุรกิจทำงานหลักมีทั้งอาคารและสำนักงานออฟฟิสต่างๆ ตั้งเรียงรายกันไปตลอดสาย ตรงข้ามกับโครงการก็เป็น SCB Park Plaza เป็นกลุ่มอาคารสำนักงานขนาดใหญ่ โดยรอบก็มีบ้านพักอาศัยอยู่หนาแน่นพอสมควรทั้งบ้านพักอาศัยเดิมในพื้นที่ หมู่บ้านจัดสรร รวมไปถึงคอนโดมิเนียมทั้งใหม่เก่า ด้วยพื้นที่ตรงนี้สามารถไปเชื่อมต่อกับถนนสายหลักได้หลากหลายไม่ว่าจะเป็นทางฝั่งวิภาวดี ข้ามไปทางสี่แยกรัชวิภา ไปเชื่อมต่อกับย่าน ประชานูกุล ประชาชื่น หรือมาทางสี่แยกรัชโยธินก็มาเชื่อมต่อกับถนนพลโยธิน ถนนลาดพร้าว หรือตรงไปถึงแยกพระรามเก้าเพื่อเข้าเมือง แต่ก็ต้องทำใจเรื่องการจราจรที่ติดขัด โดยเฉพาะในชั่วโมงเร่งด่วน เช้าและเย็น ยิ่งในตอนนี้สี่แยกรัชโยธินกำลังอยู่ในขั้นตอนการรื้อสะพานข้ามแยกเพื่อเตรียมเปิดเส้นทางให้รถไฟฟ้าสายสีเขียว และก่อสร้างอุโมงค์ลอดใต้สี่แยกรัชโยธินแทน โครงการจัดอยู่ในทำเลที่มีความอุดมสมบูรณ์ในหลายๆด้าน ทั้งแหล่งงาน แหล่งของกินของใช้ โดยรอบมีร้านค้าและห้างสรรพสินค้า ให้เลือกค่อนข้างหลากหลาย ตัวโครงการอยู่ติดกับ Avenue Ratchayothin และ Major Cineplex Ratchayothin ในระยะเดินถึงสบายๆ หรือเลยไปหน่อยก็มีห้าง ยูเนียนมอลล์ , Central Plaza ลาดพร้าว , BigC Extra+Hompro ในส่วนของสาธารณูปโภคอื่นๆ ก็มีครบทั้งโรงพยาบาล โรงเรียน สถานีราชการ

การเดินทางโดยใช้รถ ถือว่าสะดวกเพราะโครงการอยู่ติดถนนรัชดาภิเษก ไม่ต้องวิ่งเข้าซอยให้ลำบาก ถ้ามาจากแยกเกษตรบนถนนวิภาวดีขาเข้า ก็เลี้ยวซ้ายเข้าถนนรัชดาภิเษกได้เลย โครงการจะอยู่ฝั่งซ้ายพอดี แต่ถ้ามาจากในเมืองดินแดงวิ่งเส้นวิภาวดี ต้องไปกลับรถแยกเกษตรแล้วย้อนกลับมาหากมาจากทางพระรามเก้าก็ต้องมากลับรถใต้สะพานข้ามแยกรัชวิภาเพื่อวนกลับมาอีกฝั่งเพื่อเข้าโครงการ แต่ถ้าข้ามแยกรัชวิภาลงมารัชดา พอลงสะพานจะเลยโครงการไป ต้องไปกลับรถที่แยกรัชโยธินตรงเมเจอร์ แล้ววนกลับมากลับรถตรงรัชวิภาเลี้ยวเข้าโครงการอีกที นี่คือจุดด้อยอย่างมากของโครงการนี้ แต่ก็ยังพอมีตัวช่วยในการเลี่ยงเข้าซอยทางลัด เวลาลงสะพานรัชวิภาแล้วไปเข้าซอย รัชดา 46/1 จะมาเข้าด้านหลังโครงการได้ จัดพื้นจอดรถไว้ให้ประมาณ 74% ทั้งทางด้านหน้าและโดยรอบโครงการ หรือสามารถขึ้นไปจอดอาคารจอดรถได้ ถือว่าจัดที่จอดมาให้ใช้งานได้สะดวกไม่หนาแน่น

การเดินทางโดยไม่ใช้รถ ถือว่าสะดวกเพราะโครงการอยู่ติดถนนสายหลักและใกล้สี่แยกรัชวิภา เรียกรถสาธารณะด้านหน้าโครงการได้เลย หรือสามารถเดินไปขึ้นรถสาธารณะได้ทั้งทางฝั่งถนนรัชดาภิเษก วิภาวดีรังสิต หรือทางฝั่งถนนพหลโยธินก็ได้ ยิ่งในอนาคตจะมีรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย “หมอชิต-สะพานใหม่-คูคต” สถานีที่ใกล้ที่สุดคือสถานีรัชโยธิน ก็จะมาช่วยเพิ่มความสะดวกในการเดินทางได้มากยิ่งขึ้น

การออกแบบโครงการออกแบบสไตล์ Modern Contemporary  หน้าตาและสีสันของตัวอาคารจึงดูไม่เชยและดูร่วมสมัยอยู่ แม้จะสร้างเสร็จมา 5-6 ปีแล้ว อีกทั้งมีจุดเด่นในเรื่องการวางผังโดยการวางแนวตึกตามแนวทิศตะวันออกตะวันตกห้องทั้งสองฝั่งของตัวห้องหันออกทางทิศเหนือและทิศใต้ ตัวห้องไม่ร้อนและมีการถ่ายเทอากาศได้ดีช่วยลดความร้อนภายในตัวอาคาร มีลมพัดผ่านเสมอ ได้วิวเปิดโล่งทั้ง 2 ฝั่งไม่มีอาคารสูงเลย ที่ดินประมาณ 3ไร่ จัดวางผังอาคารไว้เฉพาะด้านในของพื้นที่ เว้นพื้นที่ด้านหน้าและด้านข้างของที่ดินให้เป็นพื้นที่สีเขียวและพื้นที่จอดรถ สร้างความเป็นส่วนตัวให้กับด้านหน้าตัวอาคาร แบ่งพื้นที่โครงการในส่วนต่างๆ ทั้งส่วนพักอาศัย และส่วน Facility ในโครงไว้เป็นสัดส่วนชัดเจนไม่รบกวนกัน พื้นที่ส่วนกลางใช้ร่วมกันที่ชั้นล่าง และชั้น 5 โครงการจัดห้องได้ 332 ยูนิต แต่ละชั้นจะมีจำนวนห้องสูงสุดอยู่ที่ 12 ห้องต่อชั้น อยู่แบบสบายๆไม่หนาแน่นและเป็นส่วนตัว มีแบบห้องให้เลือกหลากหลายแบบ ตั้งแต่ Studio , 1 Bedroom และ 2 Bedroom เน้นทำห้องแบบหน้ากว้างไว้วิวเต็มๆ ขนาดห้องเริ่มตั้งแต่ 30-65 ตร.ม. ให้พื้นที่มาให้ค่อนข้างเยอะ จัดพื้นที่ใช้งานง่าย ให้ฝ้าเพดานสูง 2.7 เมตร ห้องไม่ดูอึดอัด แต่ระเบียงค่อนข้างเล็กใช้งานยากหน่อย

วัสดุให้ครบตามมาตรฐาน เดิมโครงการให้ชุดครัวแต่ต้องมาเพิ่ม Hub & Hood เองถ้าอยากทำอาหารจริงจัง สุขภัณฑ์ในห้องน้ำ แยกส่วนแห้งและเปียกได้ฉากกั้นอาบน้ำ พื้นภายในห้องเดิมเป็นลามิเนต ในส่วนครัวจะปูพื้นกระเบื้องให้ ซึ่งรายละเอียดเรื่องวัสดุของโครงการมือสองนั้นหลายๆห้องมีการตกแต่งต่อเติม จึงต้องพิจารณาเป็นรายห้องว่า มีการปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้าง คุ้มค่าหรือไม่ มีทั้งห้องที่ขายพร้อมเฟอร์นิเจอร์และตกแต่งอย่างดี และห้องที่ขายเป็นห้องเปล่าๆ ควรต้องพิจารณาสภาพห้องประกอบด้วยว่าอยู่ในสภาพที่ดีหรือไม่

สาธารณูปโภค มีให้ครบตามที่ควรมี แต่ก็ขนาดพอใช้ไม่ใหญ่มาก มีพื้นที่สีเขียวที่ชั้นล่างและชั้นบนให้พอได้ใช้พักผ่อน พร้อมที่นั่งพักผ่อน และสนามเด็กเล่น ส่วนกลางหลักเกือบทั้งหมดอยู่ในชั้น 5 ได้แก่ สระว่ายน้ำ 1 สระ ระบบเกลือ พร้อมสระเด็ก , jacuzzi , Pool deck , ห้องออกกำลังกาย , ห้องน้ำและอาบน้ำแยกชาย-หญิง และ Sauna แยกชาย-หญิงสามารถเลือกใช้งานได้ มีข้อเสียตรงความเป็นส่วนตัวในการใช้สระว่ายน้ำ เพราะอพาร์ทเม้นท์ข้างๆสามารถมองเห็นตัวสระได้ โครงการให้ลิฟท์โดยสาร 3 ตัวต่อ/อาคาร อัตราส่วนลิฟท์รวมทั้งโครงการ 107 : 1 ความหนาแน่นเกินมาตรฐานไปหน่อย แต่มีลิฟท์ sevice ให้ 1 ตัวแยกส่วนไว้ให้ใช้งานขนของต่างๆได้


Judgement

เนื่องจากเป็นโครงการที่ขายหมดแล้ว ซึ่งปัจจุบันรูปแบบการขายเปลี่ยนแปลงเป็นแบบ Re-sale ซึ่งค่อนข้างมีความแตกต่างกันไปทั้งเรื่องของวัสดุ การตกแต่งภายในห้อง รวมทั้งเรื่องของราคาที่ค่อนข้างหลากหลายขึ้นอยู่กับทำเลห้องได้อยู่ชั้นสูงหรือชั้นล่าง และความพอใจราคาจากการตกลงกันระหว่างคนซื้อและคนขาย ดังนั้นจึงไม่สามารถให้คะแนนในรีวิวนี้ได้นะคะ

BOTTOM LINE

โครงการ Vantage รัชวิภา เหมาะกับคนที่มองหาคอนโดในเมืองติดถนนรัชดาภิเษก ใกล้แหล่งงานธุรกิจและช็อปปิ้ง เดินทางสะดวกใช้รถส่วนตัวหรืออนาคตมีรถไฟฟ้าให้เลือกใช้ อาคารสูงได้วิวเปิดโล่ง มีห้องหลายแบบ Facility หลักๆครบให้ใช้  มีงบประมาณระดับ 3 – 7 ล้านบาท หรือมีกำลังผ่อนประมาณ 24,000 – 56,000 บาท/เดือน ลองพิจารณากันดูนะคะ

ถ้าเห็นว่ารีวิวนี้มีประโยชน์ ช่วยกด LIKE ให้หน่อยนะคะ จะได้มีกำลังใจทำรีวิวถัดๆไปค่ะ

สมัครสมาชิกพร้อมรับข่าวสารเพิ่มเติม (คลิกที่นี่ )

Share

Leave a Reply