พาชมตึกเสร็จ D’Mura พหลฯ – เกษตร คอนโดแนวคิด Sharing Space ใกล้แยกเกษตร โดย D Well Grand Asset [รีวิวฉบับที่ 1261]

January 17, 2017 08:001 comment

รีวิวฉบับที่ 1261 …สวัสดีครับ วันนี้เราจะพาไปชมตึกเสร็จกับโครงการ D’Mura พหลฯ – เกษตร เป็นคอนโด Low Rise 8 ชั้น ตั้งอยู่ในซอยพหลโยธิน 34 ใกล้ม.เกษตรศาสตร์ ออกแบบโดยใช้แนวคิด The Social Condominium ออกแบบส่วนกลางแยกอาคารและจัดฟังก์ชั่นภายในให้ใช้งานร่วมกัน เดินทางสะดวก มีเส้นทางลัดได้หลากหลาย อนาคตมีรถไฟฟ้าสายสีเขียวเป็นตัวเลือกในการเดินทาง รายละเอียดจะเป็นอย่างไร ติดตามได้เลยครับ

สำหรับโครงการนี้ได้มีรีวิวในระหว่างช่วงเปิดขายทั้งบทความและวีดีโอจาก MR.Boom และ MR.Oe ตามไปดูกันได้ครับ

REVIEW : D’ Mura รัชโยธิน คอนโด Low Rise 8 ชั้นใกล้แยกรัชโยธิน-เกษตร จาก D Well Grand Asset [รีวิวฉบับที่ 844]

VIDEO : คิด.เรื่อง.อยู่ Ep.138 – รีวิวคอนโด D’Mura รัชโยธิน (เผยแพร่เมื่อ 6 มิ.ย. 2015)

Fact @ 5 January 2017

  • D’Mura Phahol – Kaset (ดี มูระ พหลฯ – เกษตร)
  • D’Well Grand Asset Co.,Ltd.
  • MAIN CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment คอนโดได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ในเขต : ซ.พหลโยธิน 34 เขตจตุจักร กทม.
  • คอนโด Low Rise 8 ชั้น 1 อาคาร 216 ยูนิต และ Clubhouse 1 อาคาร
  • ยูนิตต่อชั้นสูงสุด 30 ยูนิต
  • ที่จอดรถรวมซ้อนคันประมาณ 104 คัน คิดเป็น 48 %
  • ที่ดินประมาณ 2-0-41.7  ไร่
  • สถานะโครงการ : สร้างเสร็จพร้อมอยู่
  • 1 Bedroom 25 – 33 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 1.79 ล้านบาท
  • 2 Bedrooms 49 – 54 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 3.8 ล้านบาท
  • ฝ้าเพดานสูง 2.5 เมตร
  • ราคาห้องเริ่มต้น 1.79 ล้านบาท
  • ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรทั้งโครงการ 78,000 บาท/ตร.ม.
  • ราคาต่อตรม.ต่ำสุด – สูงสุด  74,000 –  78,000 บาท/ตรม.
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่
  • โทร  : 082 843 3434

เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วครับ

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างครับ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด : 13.837382, 100.583457

map_zoomr

คลิกเพื่อดูภาพขนาดใหญ่

แผนที่จากทางโครงการทำมาค่อนข้างละเอียด แสดงรายละเอียดภาพกว้าง ว่าสามารถเชื่อมต่อถนนสายหลักได้หลายเส้นทาง และมีรถไฟฟ้าผ่านในบริเวณนี้ที่สามารถเชื่อมต่อไปยังรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินได้และมีห้างร้านความอุดมสมบูรณ์ที่กระจายอยู่รอบ ๆ สามารถใช้งานได้สะดวก

โครงการอยู่ในย่านเกษตร ที่ไปเชื่อมกับถนนพหลโยธิน และเกษตร – นวมินทร์ได้สะดวก ตั้งอยู่ในซอยพหลโยธิน 34 (ถนนเสนานิคม 2) เข้าซอยมาประมาณ 1.1 กม. จุดเด่นอยู่ในฝั่งซอยเลขคู่ทำให้มีเส้นทางลัดเลาะออกไปถนนหลักอื่น ๆ ได้ง่าย สภาพแวดล้อมในย่านนี้ส่วนใหญ่เป็นที่อยู่อาศัยแต่มีความคึกคักสูง เพราะอยู่ใกล้กับสถานที่สำคัญต่าง ๆ เช่น ม.เกษตรศาสตร์ หน่วยงานราชการ อีกทั้งถนนเส้นนี้ยังใช้เป็นเส้นทางลัดออกไปหาของกินบนเส้นลาดพร้าววังหินและโชคชัย 4 ได้

การเดินทางโดยไม่ใช้รถนั้นค่อนข้างสะดวก เพราะภายในซอยมีมอเตอร์ไซค์รับจ้างใกล้ๆ กับโครงการ และเมื่อออกไปบริเวณปากซอยก็จะมีป้ายรถเมล์อยู่ห่างออกไปประมาณ 200 ม. ระหว่างโรงพยาบาลเมโยและตลาดบางเขน รถเมล์ในย่านนี้มีหลายสายครับ จะเดินทางไปไหนก็สะดวก และในอนาคตจะมีรถไฟฟ้าสายสีเขียวให้ใช้ทำให้การเข้าเมืองสะดวกขึ้นไปอีก

ความอุดมสมบูรณ์ที่อยู่รายรอบโครงการ มีความหลากหลายพอสมควร ทั้งแหล่งอาหาร แหล่ง Shopping โรงพยาบาล และสถานศึกษา ใกล้กับโครงการในระยะไม่เกิน 200 ม.เรียกว่าครบครันเลย มีทั้งตลาดนัดในช่วงเย็น , 7 -11 , Lotus Express และตลาดศรีเสนา หรือบริเวณหน้าปากซอยพหลโยธิน 34 ก็จะมีตลาดบางเขน  ถ้าอยากหาของกินนอกเหนือจากนี้ก็ไปตรงแถวม.เกษตรก็ได้มีให้เลือกอีกเยอะ หากเป็นห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่ขึ้นมาหน่อยก็จะเป็น เสนาเซ็นเตอร์ หรือ Major Cineplex รัชโยธิน , Avenue Ratchayothin , Central ลาดพร้าว Unino Mall ที่อยู่ในรัศมีการเดินทางไม่เกิน 5 กม.

เบื้องต้นได้ทำรูปแบบการเดินทางโดยเริ่มจากแยกต่าง ๆ มายังโครงการ มีดังนี้

  1. เริ่มต้นจากอุโมงค์ลอดแยกเกษตรฝั่งมุ่งหน้าไปถนนประดิษฐ์มนูธรรม (เส้นสีแดง ระยะทางประมาณ 2.8 กม.)
    • เส้นทางนี้เหมาะสำหรับคนที่เดินทางมาจากถนนงามวงศ์วานฝั่งมุ่งหน้าเกษตร – นวมินทร์ (จริง ๆ สามารถเลี้ยวขวาบริเวณแยกได้ แต่ปัจจุบันยังมีการสร้างรถไฟฟ้าอยู่ จึงปิดบริเวณแยกนี้ไป) และคนที่เดินทางมาจากนวมินทร์และประดิษฐมนูธรรมครับ เริ่มต้นบริเวณอุโมงค์ลอดแยกเกษตร มุ่งหน้าแยกลาดปลาเค้าจากนั้นเมื่อข้ามสะพานข้ามคลองให้ชิดซ้ายก่อนถึงแยกตัดลาดปลาเค้าเพื่อเตรียมกลับรถ เมื่อกลับรถมาแล้วให้วิ่งตรงไปประมาณ 1.3 กม. ให้เลี้ยวซ้ายบริเวณซอย ประเสริฐมนูกิจ 2 (ตอม่อเบอร์ 9) เข้าซอยมาประมาณ 340 ม. จะเจอกับสามแยกเลี้ยวซ้ายและตรงต่อไปประมาณ 90 ม. ก็จะถึงตัวโครงการครับ
  2. เริ่มต้นจากสี่แยกวังหินมุ่งหน้าถนนพหลโยธิน (เส้นสีเหลือง ระยะทางประมาณ 1.5 กม.)
    • เส้นทางนี้สำหรับคนที่มาจากย่านลาดพร้าว , ลาดพร้าววังหิน หรือโชคชัย 4 ครับ เริ่มต้นที่แยกวังหินมุ่งหน้าแยกเสนานิคม ลักษณะถนนเป็น 4 ช่องจราจรไม่มีเกาะกลาง วิ่งได้สะดวก ตรงมาประมาณ 1 กม. เลี้ยวขวาบริเวณ เสนานิคม 1 ซอย 11 เป็นซอยย่อย แบ่งสวนทางกัน ตรงเข้าไปจนถึง 3 แยกที่บรรจบกับซอยพหลโยธิน 34 และเลี้ยวขวาไปครับ
  3. เริ่มต้นจากปากซอยพหลโยธิน 34 มุ่งหน้าซอยเสนานิคม 1 – 11 (เส้นสีม่วง ระยะทางประมาณ 1.1 กม.) 
    • เส้นทางนี้สำหรับคนที่ทำงานอยู่ในแนวถนนพหลโยธินที่เลยจากแยกเสนา หรือมาจากพหลโยธินฝั่งมุ่งหน้าแยกรัชโยธินครับ เริ่มต้นจากปากซอยพหลโยธิน 34 มุ่งหน้าเข้าโครงการ จะมีระยะทางประมาณ 1.1 กม. ลักษณะเส้นทางภายในซอย สวนทางกันคึกคักพอสมควร
  4. เริ่มต้นจากแยกเสนานิคมมุ่งหน้าแยกวังหิน (เส้นสีเขียว ระยะทางประมาณ 2 กม.) เราจะใช้เส้นทางนี้เป็นตัวอย่างในการเดินทางครับ
    • เส้นทางนี้สำหรับคนที่เดินทางมาจาก 5 แยกลาดพร้าว , แยกรัชโยธิน โดยเริ่มต้นบริเวณ 3 แยกเสนานิคมเลี้ยวขวาเพื่อเข้าซอย ลักษณะถนนเป็น 4 ช่องจราจรไม่มีเกาะกลางวิ่งได้สะดวก ไปตามเส้นทางประมาณ 1.1 กม. เตรียมเลี้ยวซ้ายที่ เสนานิคม 1 ซอย 11 ที่เป็นซอยเดียวกันกับที่มาจากสี่แยกวังหินครับ จากนั้นใช้เส้นทางเดียวกับเส้นสีเหลืองจนถึงโครงการ

เริ่มต้นที่ถนนพหลโยธินมุ่งหน้าเกษตร บริเวณช่วงสถานีรัชโยธินครับ จุดนี้มีระยะห่างจากโครงการประมาณ 2 กม.

วิ่งตรงไปสังเกตทางด้านซ้ายมือจะเจอกับเสนาเซ็นเตอร์ จุดนี้ให้เตรียมชิดขวาเพื่อเลี้ยวเข้าซอยพหลโยธิน 32 (เสนานิคม 1)

จากนั้นจะเจอกับแยกเสนา ให้เลี้ยวขวาเข้าซ.พหลโยธิน 32 (ซ.เสนานิคม 1) จากจุดนี้ห่างจากโครงการประมาณ 1.6 กม.

จากนั้นวิ่งตรงไป มุ่งหน้าลาดพร้าววังหิน ถนนภายในซอย 4 ช่องจราจร ค่อนข้างสะดวกครับ

จากบริเวณปั๊มน้ำมันเมื่อสักครู่ ตรงมาประมาณ 600 ม. ให้เตรียมเลี้ยวซ้ายที่ เสนานิคม 1 ซอย 11 ระยะจากจุดนี้ห่างจากโครงการประมาณ 450 ม.

เมื่อเข้ามาเส้นทางจะเหลือ 2 ช่องจราจรสวนทางกัน ให้วิ่งตรงตามเส้นทางไปครับ

เมื่อตรงมาจนถึงสามแยกให้เลี้ยวขวาซึ่งจุดนี้จะเชื่อมกับซอยพหลโยธิน 34 (ซ.เสนานิคม 2) จากจุดนี้ห่างจากโครงการประมาณ 140 ม. บริเวณนี้ค่อนข้างพลุกพล่านในช่วงเย็น อาจใช้ความระมัดระวังในการขับขี่ครับ

เมื่อเลี้ยวเข้าสู่ซ.พหลโยธิน 34 (ซ.เสนานิคม 2) มุ่งหน้าตรงไป บริเวณนี้อาหารการกินค่อนข้างสะดวกและหลากหลายครับ

50 ม. ก่อนถึงโครงการจะมีตลาดนัดเย็น อยู่ทางด้านขวามือ ต่อเนื่องไปยังอพาร์ทเม้น 5 ชั้น ที่อยู่ติดกับโครงการ

ถึงทางเข้าโครงการ ซึ่งอยู่ทางด้านขวามือของ ซ.เสนานิคม 2 บริเวณถนนด้านหน้าโครงการเป็นถนนกว้างประมาณ 8 ม. 2 ช่องจราจร ภายในซอยส่วนใหญ่เป็นบ้านพักอาศัย

บรรยากาศด้านหน้าโครงการครับ มองไปยังฝั่งเส้นทางที่เข้ามา ติดกันจะเป็นอพาร์ทเม้นสูงประมาณ 5 ชั้น ซึ่งไม่ได้อยู่ติดกับตัวตึกพักอาศัย จึงไม่บังวิวมากนัก

ยืนจากอีกฝั่งมองมายังทางเข้าโครงการ ได้ทำรั้วโครงการมิดชิด กำหนดจุดทางเข้าชัดเจน บริเวณด้านหน้าจัดสวนและทำเป็นน้ำพุดตกแต่งเพื่อเพิ่มความเป็นธรรมชาติ

บริบทรอบโครงการ D’Mura พหลฯ – เกษตร หน้าโครงการหันไปทางทิศเหนือที่เป็นทางเข้าออกติดกับ ซ.เสนานิคม 2 ถัดจากด้านหน้าทางเข้าโครงการไปก็จะอยู่ติดกับพื้นที่จอดรถเป็นลานโล่งและมีอาคารกศน.สูงประมาณ 3 ชั้นอยู่เยื้องโครงการ บริบทโดยรอบนั้น จะมีทิศที่เปิดวิวได้รอบด้าน ส่วนใหญ่เป็นที่พักอาศัยในแนวราบ แต่จะมีฝั่งทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือที่มีอพาร์ทเม้นสูงประมาณ 5 ชั้น บังอยู่ แต่ก็จะเป็นมุมที่มองไปยังอาคาร Clubhouse ได้ ส่วนในทิศตะวันตกเป็นพื้นที่โล่งปัจจุบันเป็นลานจอดรถกลางแจ้งและมีตลาดนัดในช่วงเย็น ทิศใต้เป็นหมู่บ้านพักอาศัยสูง 2 – 3 ชั้น ส่วนด้านทิศตะวันออกจะอยู่ติดกับที่ดินเปล่าตลอดแนว อนาคตอาจจะมีการพัฒนาพื้นที่ต่อไป

จากภาพแสดงตำแหน่งของอาคารข้างเคียงที่ติดกับโครงการ ตามทิศได้ดังนี้

  • ทิศเหนือ ติดถนนเสนานิคม 2 ตรงข้ามเป็นลานจอดรถกลางแจ้ง
  • ทิศตะวันออก ติดกับ พื้นที่โล่งรอการพัฒนา
  • ทิศใต้ ติดกับ หมู่บ้านสูงประมาณ 2 -3 ชั้น
  • ทิศตะวันตก ส่วนหน้าติดกับอพาร์ทเม้นสูง 5 ชั้น ส่วนกลางถึงท้าย ติดกับลานจอดรถกลางแจ้ง

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • 7-11 ~ 50 ม.
  • Lotus Express ~ 70 ม.
  • โรงพยาบาลเมโย ~ 1 กม.
  • มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ~ 1.2 กม.
  • ตลาดบางเขน ~ 1.3 กม.
  • โลตัสลาดพร้าว ~ 2.3 กม.
  • เมเจอร์รัชโยธิน ~ 2.4 กม.
  • ยูเนี่ยนมอลล์ ~ 2.7 กม.
  • โรงพยาบาลวิภาวดี ~ 2.7 กม.
  • โรงเรียนหอวัง ~ 3.6 กม.
  • มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม ~ 3.7 กม.
  • เซ็นทรัลลาดพร้าว ~ 3.8 กม.
  • สวนจตุจักร ~ 6.9 กม.


เจาะลึกตัวโครงการ

โครงการ D’ Mura พหลฯ – เกษตร เป็นคอนโด Low Rise 8 ชั้น มีจำนวนยูนิตทั้งหมด 216 ยูนิต จัดวางอาคารพักอาศัยออกมาเป็นรูปตัว L เปิดตรงกลางให้มีพื้นที่จอดรถกลางแจ้งและภายในอาคาร ชั้นพักอาศัยจะมีตั้งแต่ชั้น 1 บางส่วนโดยจะอยู่บริเวณฝั่งทิศใต้ ที่ด้านหลังของชั้นนี้จัดเป็นพื้นที่สวนแต่ละห้องให้เพื่อมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น ส่วนชั้น 2 – 8 เป็นพื้นที่พักอาศัยทั้งหมดโดยมียูนิตต่อชั้นประมาณ 30 ห้อง มีลิฟท์มาให้ใช้งานจำนวน 2 ตัว อัตราส่วนอยู่ที่ 108 : 1 ถือว่าอยู่ในเกณฑ์การใช้งานรอลิฟท์ไม่นานนัก รูปแบบห้องพักจัดออกมามีให้เลือกหลากหลายรูปแบบการใช้งาน ออกแบบห้องให้ตอบสนองการใช้งานได้เหมาะสมกับการใช้ชีวิตประจำวัน

ส่วนอาคาร Clubhouse จัดวางไว้บริเวณด้านหน้าโครงการใช้ชื่อว่า “Black Box” เป็น Main Facility ให้คนมาใช้งานร่วมกันที่นี่ ออกแบบในแนวคิด The Social Condominium ออกแบบตัวอาคารเรียบง่ายใช้กระจกเต็มความสูงถึงฝ้าให้แสงเข้าสู่อาคารได้มาก มีพื้นที่ Double Space ภายในเน้น Share พื้นที่ร่วมกัน เหมาะกับนักศึกษาหรือคนรุ่นใหม่ที่ชอบทำงานนอกห้องหรือหาไอเดียแปลกใหม่ ประกอบด้วย ชั้น 1 Co-Working Space , ห้องนิติบุคคล ส่วนชั้น 2 ประกอบด้วย Entertainment Zone , Pool Table , Open Pantry ส่วนด้านนอกแบ่งเป็นห้อง Fitness , ห้องน้ำ 2 ห้องแยกชายหญิง ด้านนอกเป็นสระว่ายน้ำ ส่วนชั้น 3 จัดออกมาเป็นพื้นที่สำหรับขึ้นมานั่งพักผ่อนได้ โดยแบ่งเป็นที่นั่งจัดวางตามมุมต่าง ๆ ไว้ใช้งาน

aaaaScreen Shot 2558-05-25 at 3.08.12 PM

เริ่มกันที่ชั้น 1 บริเวณทางเข้าออกมี 1 จุดมีรั้วกระดกกั้น พื้นที่ชั้นล่างจัดเป็นพื้นที่จอดรถทั้งในอาคารและกลางแจ้ง จอดรถรวมซ้อนคันประมาณ ประมาณ 48% ติดกับทางเข้าโครงการจะเห็นอาคาร Black Box อยู่ด้านบนแยกจากตัวอาคารที่พักอาศัย ส่วนอาคารที่พักอาศัยจัดวางทางเข้าอาคาร Lobby ไว้ด้านในระยะเดินไปยัง Black Box ประมาณ 60 ม . เมื่อเข้า Lobby จะมีประตูกั้นอีกชั้นที่ต้องใช้ Key Card Access เพื่อเข้าสู่โถงลิฟท์ ด้านในมี Mail Box อยู่ตรงข้ามกับโถงรอลิฟท์ โดยมีห้องพักที่ชั้น 1 อยู่ 6 ห้อง มีประตูกั้นอีกชั้น และชั้นนี้มีความพิเศษคือ ด้านหลังห้องจัดสวนให้เพิ่มความเป็นส่วนตัว มีความร่มรื่นน่าใช้งานอีกด้วย

บริเวณทางเข้าโครงการทำออกมาเป็นซุ้มทางเข้าด้านบนมีหลังคากันฝน มีป้อมรปภ.อยู่ทางด้านซ้าย แบ่งเป็นทางเข้าออก 2 ฝั่ง วัสดุพื้นบริเวณทางเข้าเป็น Concrete Stamp พื้นในโครงการยกสูงกว่าระดับถนนด้านนอก ทางเดินเข้ามี 2 ฝั่ง ส่วนรถยนต์ต้องผ่านไม้กระดกทั้งเข้าและออก ซึ่งจะมี Key Card Access แบบระยะใกล้สำหรับผู้อาศัย ส่วนผู้ติดต่อก็แจ้งเลขห้องพร้อมกับแลกบัตรเพื่อเข้าภายในโครงการ

เมื่อเดินเข้ามา ทางด้านขวามือจะเห็นแนวของซุ้มทางเข้ายาวไปจนถึงรั้วโครงการโดยหลังคาจะเว้นช่องบางช่วงสำหรับปลูกต้นไม้เพื่อให้ยอดของต้นไม้งอกเงยขึ้นไปยังด้านบนได้ ถ้าผ่านไปสัก 3 – 5 ปีบริเวณนี้จะร่มรื่นมากขึ้นครับ และมีพื้นที่สำหรับจอดจักรยานได้ประมาณ 6 คัน ซึ่งเป็นจักรยานที่โครงการให้สำหรับลูกบ้านไว้ใช้งาน ปั่นไปซื้อของได้ โดยนิติจะเป็นผู้ออกกฎในการใช้งาน ต่อไปครับ

จากนั้นเรามาดูรอบ ๆ โครงการกันครับ พ้นจากซุ้มประตูโครงการจะเป็นพื้นคอนกรีต โดยบริเวณนี้จัดเป็นพื้นที่โล่ง สำหรับจอดรถกลางแจ้ง ลักษณะการจัดการจราจรในโครงการจะเป็นแบบเดินรถทางเดียว โดยเมื่อเข้ามาแล้วจะต้องเลี้ยวซ้ายวนเข้าสู่ใต้อาคารก่อน

จากบริเวณซุ้มทางเข้า เราจะเดินตามเส้นทางรถนะครับ ซ้ายมือจะเป็นทางสำหรับรถยนต์ที่จะเข้าไปจอดใต้อาคาร ด้านนอกจะทำเป็นลานโล่งเพื่อให้รถจอดได้ประมาณ 3 คันสำหรับบริเวณนี้ครับ

จากนั้นเลี้ยวขวาเข้าไปยังใต้อาคาร บริเวณนี้จัดแบ่งเป็นพื้นที่จอดรถไว้ประมาณ 36 คัน จากการเดินนับ ภายในจอดแบบเข้าช่องทั้งหมด บริเวณด้านขวาในภาพบนจะมีบันไดหนีไฟลงมาที่ชั้น 1 อยู่ 1 จุดครับ ปลายสุดของจุดจอดรถ ปัจจุบันมีถังขยะตั้งอยู่บริเวณดังกล่าว จุดนั้นจะเป็นที่จอดรถอีก 2 ช่องครับ

จากนั้นจะมีช่องสำหรับเลี้ยวขวาออกมายังที่จอดรถกลางแจ้ง จะไปดูทางด้านซ้ายมือก่อนนะครับ เมื่อออกมาจากที่จอดรถใต้อาคาร บริเวณทางออกจะเปลี่ยนพื้นเป็น Concrete Stamp เน้นเป็นทางเข้าสู่ตัวอาคารบริเวณประตูที่อยู่ใกล้กับต้นไม้ และมีช่องสำหรับจอดบริเวณใต้อาคารในจุดนี้ สามารถจอดรถได้ ส่วนทางด้านขวาทำเป็นที่จอดมอเตอร์ไซค์ชั่วคราว เนื่องจากกำลังทำความสะอาดพื้นที่กันอยู่ ถ้าเสร็จเรียบร้อยทั้งหมดแล้วจะกำหนดจุดสำหรับจอดรถจักรยานยนต์อีกครั้งครับ

จากนั้นเราจะไปดูของแปลกที่อยู่ด้านหลังโครงการกันซึ่งในชั้น 1 เป็นพื้นที่พักอาศัยและจัดแบ่งแต่ละห้องด้วยรั้วต้นไม้แบ่งระหว่างห้องเพื่อความเป็นส่วนตัว แต่พื้นที่บริเวณดังกล่าวไม่ได้รวมกับโฉนดขายนะครับ ถือเป็นพื้นที่ส่วนกลางของโครงการ

เดินสำรวจรอบ ๆ อาคารกันแล้วมาต่อกันที่อาคาร Clubhouse ที่เป็น Main Facility ของโครงการครับ อาคารที่เห็นนี้เรียกว่า Black Box ครับ โดยใช้แนวคิด The Social Condominium ทำเป็นอาคารสำหรับการใช้งานเป็นส่วนกลางไว้โดยเฉพาะเพื่อเป็น Common Area ให้ผู้อาศัยได้มาใช้งานและพบปะกันที่อาคารนี้ครับ ตัวอาคารแบ่งเป็น 3 ชั้น มีทั้งพื้นที่ Indoor และ Out Door โดยชั้น 1 ประกอบไปด้วย พื้นที่ Co-Working Space , Locker สำหรับเก็บของ และสำนักงานนิติบุคคล ส่วนที่ชั้น 2 จะเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ จัดแบ่งเป็นฟังก์ชั่นต่าง ๆ อยู่ในพื้นที่เดียวกัน แบ่งเป็น Entertainment Zone , Pool Table , Open Pantry รูปแบบการใช้งานแบบนี้เหมาะกับนักศึกษา หรือผู้อาศัยที่ชอบพื้นที่ส่วนกลางที่มีฟังก์ชั่นหลากหลาย ให้ใช้งานครับ

ลองขึ้นมาดูจากด้านบนเพื่อให้เห็นภาพรวมของตัว Black Box ครับ ลักษณะตัวอาคารเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า วางเป็นแนวยาวขนานไปกับอาคารพักอาศัย จุดนี้จะเห็นพื้นที่ส่วนที่เป็น Outdoor ทั้งหมด โดยสระว่ายน้ำจะอยู่ท้ายสุดของอาคาร เป็นสระน้ำแบบ Over-Flow เปิดมุมมองเข้าหาตัวอาคาร ส่วนที่ติดกับอาคารข้างเคียงจะยกกำแพงขึ้นมาเพื่อการใช้งานที่เป็นส่วนตัวจากภายนอก และในชั้น 3 จะเป็นพื้นที่สวนบนดาดฟ้า มีศาลา 2 จุด และมีชุดโต๊ะเก้าอี้เตรียมไว้ให้ใช้งานเรียบร้อย และมีร้ัวโปร่งสูงขึ้นไปเพื่อบังสายตาจากอาคารข้างเคียงเช่นกัน พร้อมทั้งปลูกต้นไม้ตามแนวรั้วสร้างความเป็นธรรมชาติ ข้อดีของส่วนกลางแบบนี้เมื่อแยกการใช้งาน กิจกรรมที่ทำให้เกิดเสียงจะไม่รบกวนพื้นที่พักอาศัย

การออกแบบตัวอาคารมีรูปแบบ Modern จัดกลุ่มการใช้งานให้อยู่บนชั้น 2 เพื่อเพิ่มความส่วนตัวโดยออกแบบให้มีกระจกเปลือยสูงถึงฝ้ายาวต่อเนื่องกันตลอดความยาวอาคาร

เมื่อเข้ามาภายในอาคาร Black Box จุดแรกบริเวณทางเข้า ได้ทำการออกแบบเป็น Double Space และเปิดช่องแสงเต็มความสูงฝ้า ทำให้แสงเข้าสู่ตัวอาคารได้มาก ภายในเป็นอาคารโครงสร้างเหล็ก จึงออกแนว Loft โชว์ฝ้าเพดานชั้นบน และใช้สีขาวเพื่อสะท้อนแสงให้ภายในมีความสว่าง

ด้านล่างจะเป็นส่วนของ Co-Working Space รองรับการใช้งานได้พอสมควร แบ่งเป็นโต๊ะรวมนั่งได้ 6 คน และมีชุดโซฟาขนาด 3 – 4 ที่นั่งจัดวางไว้นั่งพักผ่อนอ่านหนังสือ ปัจจุบันบริเวณนี้ใช้เป็น Sale Office เมื่อโอนนิติฯ แล้วจะเป็นพื้นที่ใช้งานสำหรับผู้อาศัย เมื่อมองออกไปด้านนอกจะเห็นว่าช่องเปิดชั้นล่าง เป็นกระจกรอบ ให้ความรู้สึกโล่งโปร่งไม่อึดอัด

พื้นที่บริเวณด้านข้างที่ต่อเนื่องไปยังส่วนสำนักงานนิติบุคคล บริเวณนี้จัดเป็นตู้ Locker สำหรับฝากของได้ทั้งขนาดเล็กจนถึงขนาดใหญ่ (สังเกตจากบานตู้) โดยลักษณะการใช้งาน ขึ้นอยู่กับการตกลงระหว่างลูกบ้านและนิติบุคคลครับ ว่าจะเก็บค่าใช้จ่ายในการใช้หรือไม่

จากบริเวณพื้นที่ Locker หันกลับไปด้านซ้ายมือจัดแบ่งเป็นโต๊ะสำหรับนั่งทำงาน นั่งได้โต๊ะละ 2 – 3 ที่นั่ง/โต๊ะ

จากนั้นเดินขึ้นมาดู Facility หลักที่ชั้น 2 กันครับ เราอาจจะคุ้นชินกับส่วนกลางของ Condo ที่แบ่งพื้นที่เป็นห้องแยกกัน แต่ที่นี่จัดพื้นที่ Entertainment Zone, Pool Table, Pantry ให้เชื่อมต่อกันใน Concept The Social Condominium เพราะตั้งใจให้ลูกบ้านใช้งานและได้พบปะพูดคุยกัน ส่วน Fitness , ห้องน้ำและสระว่ายน้ำอยู่ด้านนอกครับ

จุดนี้จัดวางโต๊ะไว้ให้นั่งทำงานและมี Pool Table ที่อยู่ด้านในและเชื่อมต่อไปยัง Entertainment Zone ที่อยู่ทางซ้าย

พื้นที่ Entertainment Zone จัดวางโซฟาขนาด 3 ที่นั่งไว้ให้ใช้งาน และมีเก้าอี้โยกให้ 1 ตัว ด้านหลังจัดเป็นโต๊ะเล็ก 2 ที่นั่ง ไว้นั่งเล่น ลักษณะการใช้งาน จะจัดทีวีไว้ให้ 1 เครื่อง สามารถมาดูบอลหรือดูทีวีที่นี่ร่วมกันได้

หันกลับมาอีกด้านจะเห็นส่วน Pantry ที่มีชั้นวางของแบบโปร่งวางแบ่งพื้นที่ไว้ เพราะการใช้งานส่วนครัวจะค่อนข้างแตกต่างกับส่วนนี้

Pantry บริเวณนี้เป็นแบบเปิด จึงไม่เน้นการทำอาหารแบบจริงจังแต่สามารถจัด Party แบบเล็กๆ ได้โดยมีโต๊ะกินข้าวนั่งได้ประมาณ 6 คน ส่วนพื้นที่เตรียมอาหาร มีตู้เย็น 2 ประตูไว้ให้ ส่วนพื้นที่ Pantry ลักษณะเป็น Counter ยาว และมีอ่างสำหรับล้างเตรียมอาหาร และมีเครื่องชงกาแฟ 1 เครื่อง รูปแบบการใช้งานในพื้นที่แต่ละส่วนอาจต้องลงทะเบียนกับทางนิติฯ ก่อนใช้งานเพื่อความสะอาดและเป็นระเบียบ เนื่องจากพื้นที่ครัวจำเป็นต้องมีการดูแลทำความสะอาดพอสมควร

เดี๋ยวเราจะไปดูส่วน Fitness และสระว่ายน้ำที่อยู่ด้านนอก เมื่อออกมาจะเป็นโถงทางเดินตรงไปสู่สระว่ายน้ำ ช่องประตูด้านขวาจะเป็นห้องน้ำแยกชายหญิง ทางเข้า Fitness อยู่ด้านซ้ายมือครับ

ภายในห้องน้ำแบ่งชายหญิง แต่ใช้อ่างล้างมือด้วยกันครับ แบ่งเฉพาะส่วนห้องสุขา

ภายในห้อง Fitness จัดเครื่องออกกำลังกายมาให้ 7 เครื่อง ในอนาคตหากนิติจะใส่เครื่องเล่นเพิ่มก็ยังพอมีพื้นที่ใส่เพิ่มได้ 1 – 2 เครื่อง ภายในห้องมีช่องเปิด 2 ด้านเปิดรับแสงธรรมชาติได้เต็มที่ ส่วนบริเวณทางเข้าห้องทำเป็นกระจกเข้ามุม เปิดวิวสู่สระว่ายน้ำ ทำให้เกิดความต่อเนื่องในการใช้พื้นที่

เมื่อออกมาด้านนอกก่อนจะเดินไปสู่พื้นที่สระ จะมีช่องทางด้านขวาจัดวางเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญไว้ให้ใช้งาน

ก่อนออกสู่พื้นที่สระว่ายน้ำ มีส่วน Terrace จัดวางเตียงผ้าใบไว้ 2 ตัว เพื่อไว้นอนอาบแดดก่อนลงสระ และอีก 2 ตัวบริเวณพื้นสระกดลงในน้ำประมาณ 10 ซม. ข้างกันเป็นบันไดสำหรับลงสระว่ายน้ำ โดยสระว่ายน้ำเป็นระบบเกลือ เป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดประมาณ 15 x 6.9 ม. ไม่มีสระเด็ก ลึกประมาณ 1.2 ม. โดยรูปแบบสระเป็นลักษณะ Over Flow น้ำล้นจากขอบสระ ดูระยะไกลเสมือนไม่มีขอบสระ แต่ในการใช้งานบริเวณสระว่ายน้ำจะเปิดมุมมองไปทางอาคาร อาจจะไม่ส่วนตัวเท่าใดนัก

จากนั้นขึ้นมาดูกันที่ชั้น 3 ครับ พื้นที่ด้านบนทั้งหมดจัดเป็น Roof Garden สำหรับขึ้นมาใช้งานพักผ่อนได้ ออกแบบการใช้งานเป็นกลุ่ม ๆ และมีหลังคาให้ร่มเงา โดยปูพื้นด้วยหญ้าเทียมเพื่อให้ง่ายต่อการดูแลรักษา และลงต้นไม้ให้สวยงามร่มรื่น

เดินเข้าไปจะพบอีกส่วนที่อยู่ในสุด เป็นพื้นที่จัดวางโซฟาเข้ามุมขนาดประมาณ 6 ที่นั่ง และมีร่มปรับได้จัดวางไว้ให้ใช้งาน โดยปลูกต้นไม้รอบพื้นที่เพื่อให้บรรยากาศเป็นธรรมชาติและมีความเป็นส่วนตัว

หันกลับมาที่บริเวณบันไดทางขึ้น จะมีพื้นที่นั่งในร่มอีกจุด จัดวางโซฟาขนาด 3 – 4 ที่นั่งไว้ในบริเวณนี้ และทำกระถางต้นไม้เป็นแนวรั้วกันตกอยู่รอบ ๆ เมื่อต้นไม้โตและสูงขึ้นถ้ามีการตัดแต่งก็จะเป็นสัดส่วนมากขึ้น สำหรับส่วนต่าง ๆ ในอาคาร Black Box จะมีประมาณนี้ ไปต่อกันที่ตัวอาคารกันครับ

เริ่มต้นบริเวณทางเข้าอาคาร บริเวณนี้จะเป็นประตูหลักที่เข้าสู่ตัวอาคาร เข้าที่จุดนี้จุดเดียวนะครับ ด้านหน้าปลูกต้นไม้ใหญ่ไว้ให้ร่มเงา พื้นบริเวณด้านทางทางเข้าอาคารเป็น Concrete Stamp เพื่อแยกส่วนที่เป็นทางเดินกับทางรถ

เมื่อเข้ามาด้านในพื้นที่ Lobby ตกแต่งออกมาสวยงาม ด้านหลัง Counter กรุด้วยหินจริงดูเป็นธรรมชาติ เนื่องจากเป็นโครงการขนาดเล็กทำให้จัดพื้นที่ Lobby ได้ไม่เยอะนัก ขวามือเป็นประตูสำหรับเข้าใน Lift Lobby ที่ต้องใช้ Key Card Access

เมื่อเข้าสู่พื้นที่โถงลิฟท์ มีพื้นที่ให้ยืนรอกว้างขวางพอควร จัดวาง Mail Box ไว้ด้านในพื้นที่โถงลิฟท์ชั้น 1 และมีประตูบริเวณด้านในสุด เป็นประตูกระจกสำหรับไปพื้นที่ส่วนอาศัยชั้น 1

การตกแต่งภายในลิฟท์ใช้วัสดุที่เป็นผิวสแตนเลสที่ทนทานต่อการใช้งาน การจะขึ้นไปในแต่ละชั้นจะต้องใช้ Key Card แตะไปยังชั้นที่ผู้พักอาศัยอยู่เท่านั้น ถือว่าให้ความสำคัญในเรื่องความปลอดภัยและป้องกันคนภายนอกได้เป็นอย่างดี โดยตัวลิฟท์จุได้ประมาณ 10 คน หรือประมาณ 800 กก.

aaaaaScreen Shot 2558-05-25 at 3.09.28 PM

มาต่อกันที่ส่วนพักอาศัยในชั้น 2 – 8 จะเป็นชั้นพักอาศัยทั้งหมด จัดวางออกมาโดยแบ่ง Typical plan เหมือนกันทุกชั้น โดยมีห้องพัก 30 ยูนิต/ชั้น จัดเรียงเป็นแบบ Double Corridor ตามแนวตึกรูปตัว L ห้องพักแบ่งเป็น 1 Bedroom 25 ห้อง และ 2 Bedroom 5 ห้อง  ลิฟท์โดยสารมีจำนวน 2 ตัว อัตราส่วนลิฟท์รวม 108 : 1 ถือว่ากำลังดี ตำแหน่งบันไดหนีไฟจัดไว้ให้ 2 จุด โดยอยู่บริเวณ โถงลิฟท์เป็นบันไดหนีไฟหลัก 1 จุด และบริเวณโถงทางเดินฝั่งทิศเหนืออีก 1 จุด

บริเวณโถงลิฟท์ในชั้นพักอาศัย มีป้ายบอกเลขชั้นและผังหนีไฟตามมาตรฐานอาคารที่ต้องมี ภายในทาสีปกติ ไม่ตกแต่งส่วนใดมาก เนื่องจากเป็นชั้นพักอาศัย

ภายในโถงทางเดินจัดให้มีช่องแสงบริเวณปลายสุด เพื่อให้แสงเข้าสู่พื้นที่โถงทางเดินได้ มีแสงสว่างไม่ต้องเปิดไฟตลอดเวลา

เรามาดูวิวในแต่ละด้าน มุมมองรอบๆ จะมองได้ไกลขึ้นตั้งแต่ชั้น 4 เป็นต้นไป มีแค่เฉพาะส่วนด้านหน้าฝั่งทิศตะวันตกที่ถูกอาคารสูง 5 ชั้นบังวิวอยู่ แต่จะมองเห็น Black Box ที่เป็นวิวสวน ส่วนที่ต่ำกว่าชั้น 3 มีดังนี้

คลิกเพื่อดูภาพขนาดใหญ่

ทิศเหนือส่วนใหญ่จะเป็นบ้านพักอาศัยสูงประมาณ 2-3 ชั้น ถัดออกไปจะเป็นวิวฝั่งถนนเกษตร – นวมินทร์ที่มีตึกสูงสลับกับตึกเตี้ยครับ

คลิกเพื่อดูภาพขนาดใหญ่

ในฝั่งทางทิศตะวันออกส่วนใหญ่เป็นบ้านพักอาศัยเช่นเดียวกัน โดยในฝั่งนี้จะมีอาคารสูงอยู่ไม่มาก เป็นวิวในฝั่งเสนา และเปิดโล่งตั้งแต่งชั้น 3 ขึ้นไป

คลิกเพื่อดูภาพขนาดใหญ่

ฝั่งทิศใต้จะติดกับหมู่บ้านสูงประมาณ 3 ชั้น ตั้งแต่ชั้น 4 ชึ้นไป ฝั่งนี้จะมองเห็นวิวเมืองอยู่ในระยะไกลออกไป

คลิกเพื่อดูภาพขนาดใหญ่

ส่วนในทิศตะวันตก ในส่วนด้านหน้าจะใกล้กับอพาร์ทเม้นสูง 5 ชั้น ส่วนด้านท้ายจะเป็นลานโล่ง มุมทางด้านนี้จะเปิดไปยังฝั่งเมืองทางด้านถนนพหลโยธินที่ส่วนใหญ่จะเป็น Condo Low Rise ในย่านนี้

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • Clubhouse (Black Box) 1 อาคาร
  • Double Height Lobby Lounge ชั้น 1
  • Co – working Space ชั้น 1
  • Laundry Room ชั้น 2
  • สระว่ายน้ำ 1 สระ ระบบเกลือ ขนาด 15 x 6.9 ม. ลึก 1.2 ม. ชั้น 2
  • ห้องออกกำลังกาย 1 ห้อง ใส่เครื่องออกกำลังกายประมาณ 7 เครื่อง ชั้น 2
  • พื้นที่สีเขียวไม่รวมดาดฟ้าขนาด 555 ตรม.
  • Pantry & Party Room ชั้น 2
  • Entertainment area ชั้น 2
  • Bike Sharing/Parking
  • Roof Garden ชั้น 3
  • ลิฟท์โดยสาร 2 ตัว
  • อัตราส่วนลิฟท์รวมทั้งโครงการ 108 : 1
  • ที่จอดรถรวมซ้อนคันประมาณ 104 คัน คิดเป็น 48 %
  • ระบบ CCTV / Access Card
  • รปภ. 24 ชั่วโมง
  • รั้วโครงการสูง 3 เมตร
  • Shuttle Bus


Product Walkthrough

รูปแบบการขายเป็นแบบ Fully Furnished ของ SB ให้เฟอร์นิเจอร์ครบแต่ผู้ซื้อถ้าไม่อยากได้เฟอร์นิเจอร์สามารถเปลี่ยนเป็นส่วนลดแทนได้ครับ ถ้าใครซื้อแบบ Fully Fitted จะได้ของตามนี้ครับ Air , Digital Door Lock และ Built-in ครัว โดยมีระยะพื้นถึงฝ้า 2.5 ม. วัสดุพื้นห้องพักทั้งหมดเป็นลามิเนตหนา 8 มม. ส่วนห้องน้ำและระเบียงเป็นกระเบื้องเซรามิค โดยในการจัดรูปแบบห้องของโครงการแบ่งการได้ออกแบบเป็น 2 รูปแบบคือ

  • 1 Bedroom 25 – 33 ตร.ม.
  • 2 Bedrooms 49 – 54 ตร.ม.

ปัจจุบันโครงการสร้างเสร็จพร้อมโอนแล้ว จึงมีผู้ที่เริ่มโอนและเข้าอยู่อาศัยแล้วบางส่วน ทางโครงการจึงได้จัดห้องตัวอย่างไว้ 2 รูปแบบ คือ 1 Bedroom ขนาด 25 ตร.ม. และ 2 Bedroom ขนาด 53.22 ตร.ม. รูปแบบการจัดเป็นอย่างไร ดูข้อมูลกันเลยครับ

dmura-1bed-1a-1

ห้องแรกเป็น 1 Bedroom ขนาด 25 ตร.ม. การออกแบบและจัดแบ่งพื้นที่การใช้งาน หลักๆ แบ่งเป็น 2 ฝั่ง แบ่งเป็นส่วนนั่งเล่นจัดวางโซฟาขนาด 2 ที่นั่งที่ต่อเนื่องไปยังส่วนห้องนอนแบ่งพื้นที่ด้วยประตูกระจกเลื่อนเปิดปิด จัดวางเตียงนอนให้อยู่ติดหน้าต่าง ช่องรับแสงธรรมชาติและระบายอากาศได้ดี จุดเด่นของห้องนี้คือ แบ่งส่วนครัว ส่วนระเบียง และห้องน้ำไว้ด้านเดียวกัน มีประตูเลื่อนกั้นแยกการใช้งานแต่ละส่วนชัดเจน ภายในเป็น Built-in ติดอุปกรณ์ Sink และก๊อกแต่ไม่ได้แถม Hob Hood ให้ อาจจะต้องซื้อ Hob Hood และต่อท่อดูดอากาศออกสู่ภายนอกในภายหลังเพื่อทำครัวได้จริงจังขึ้น ส่วนทางออกระเบียงเป็นบานเลื่อน 3 ตอน จัดวางเครื่องซักผ้าไว้ด้านนอกไว้ใช้งานซักล้างได้จริงจัง ส่วนห้องน้ำแบ่งส่วนแห้งส่วนเปียกและมีฉากกั้นอาบน้ำให้ อุปกรณ์ภายในเป็นของ American Standard แต่การจัดผังห้องให้ห้องน้ำอยู่ส่วนด้านในของอาคาร จะไม่มีหน้าต่างระบายอากาศ แต่ภายในห้องน้ำก็ทำการติดเครื่องดูดอากาศให้ และสามารถเปิดประตูระเบียงเพื่อระบายความชื้นได้

 

ประตูหน้าห้องมีขนาดมาตรฐานมีซับวงกบติดตั้งเรียบร้อย วัสดุบานประตูเป็น MDF เคลือบปิดผิวลายไม้ มีอุปกรณ์ติดประตูตามมาตรฐาน ประกอบด้วย ช่องมองตาแมว กันชนประตูภายใน และมีอุปกรณ์เพิ่มเติมที่ได้มาคือ Digital Door Lock

ลักษณะของอุปกรณ์ Digital Door Lock ที่ติดมาให้นะครับ เมื่อบิดก้านโยกก็จะมีไฟขึ้นเพื่อกดรหัส หรือจะใช้ Card แตะเพื่อเปิดก็ได้ครับ

เมื่อเข้ามาภายในบริเวณพื้นที่นั่งเล่นจะเห็นว่ามีประตูกั้นแบ่งเป็นส่วนๆ บริเวณที่นั่งเล่นจัดวางโซฟาขนาด 2 ที่นั่งอีกด้านเป็นตู้ Built-in มีขนาดที่เหมาะสมกับการใช้งานถ้าหากตกแต่งเองอาจจะใช้รูปแบบนี้เป็นไอเดียได้ ซึ่งระยะดูทีวีในห้องนี้อยู่ประมาณ 1.8 ม. ติดทีวีแขวนผนังได้ประมาณไม่เกิน 49″ ครับหากติดใหญ่กว่านี้ จะไม่สัมพันธ์กับระยะดูทีวี ซึ่งอุปกรณ์ตกแต่งและเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในห้องไม่ได้ให้ครับ

ส่วนรายละเอียดของ Built-in เริ่มจากตู้ข้างประตู ภายในส่วนบนจัดออกมาคล้ายกับโต๊ะเครื่องแป้ง มีกระจกและสวิตช์เปิดปิดไฟอยู่ภายในตู้ เหมาะกับ Life Style คนที่ Check การแต่งตัวก่อนออกจากบ้าน เปิดตู้ เปิดไฟ แต่งหน้า และเลือกรองเท้าใส่และออกจากห้องได้เลย

ส่วนบริเวณตู้ทีวี จัดมาให้ตามมาตรฐานการใช้งาน มีช่องสำหรับใส่เครื่องเล่น และลิ้นชักสำหรับใส่ของ 2 ช่อง ด้านบนสามารถนำทีวี ไปติดที่ผนังเพื่อเพิ่มพื้นที่วางบริเวณหน้าทีวีได้

ส่วนโซฟาที่ได้มีความพิเศษกว่าโซฟาทั่วไปคือลักษณะคล้ายจะตู้เรียบ ๆ วางในแนวนอน และด้านล่างจะแบ่งเป็นลิ้นชัก 3 ชิ้น สามารถเก็บของได้ส่วนด้านบนสามารถวางเบาะลงไปบนตู้ได้ พร้อมกับเหลือพื้นที่ด้านข้างวางของหรือชาร์ทโทรศัพท์และวางไว้ได้ เหมาะกับห้องที่มีพื้นที่ไม่มาก แต่ทุกส่วนมีฟังก์ชั่นใช้งานได้

ต่อเนื่องจากพื้นที่ที่ติดกับทีวี จะเป็นโต๊ะทานอาหารวางเข้ามุม เป็นชุดโต๊ะเก้าอี้ทานข้าวขนาด 2 ที่นั่ง โดยที่นั่งที่ติดอยู่กับชั้นวางทีวี จะมีระยะห่างประมาณ 55 ซม. จากการทดลองลงไปนั่งและลุกเข้าออกได้สะดวก

ภายในส่วนนั่งเล่น ติดตั้งเครื่องปรับอากาศของ Panasonic ให้ทุกจุด และไฟภายในห้องทุกจุดเป็น LED ครับ

พื้นที่ระหว่างห้องนั่งเล่น ห้องนอนและห้องครัว (ทางด้านซ้าย) จะมีประตูกระจกเลื่อนกั้นแต่ละส่วนได้ ทำให้พื้นที่ห้องแบ่งแยกกันชัดเจน ซึ่งประตูบานเลื่อนที่ห้องนอนเลื่อนสลับสามารถเข้าฝั่งใดก็ได้ครับ

ทุกห้องและทุกส่วนจะมี Detail สำหรับประตูบานเลื่อนแบบนี้ทั้งหมดครับ เป็นรางด้านล่างที่พื้น และเก็บขอบด้วยฉากลามิเนตแบบเข้ามุม และมีอุปกรณ์ตัวล๊อค ที่ล๊อคจากภายในห้องให้ครับ ส่วนซีลรอบ ๆ วงกรอบเป็นซีลผ้า กันฝุ่นและกันเสียงได้เป็นอย่างดีครับ

ในห้องนอนจัดวางเตียงนอนขนาด 5 ฟุต ชิดกับหน้าต่างและมีช่องแสงเต็มความกว้างผนัง ทำให้แสงเข้าและระบายอากาศได้ดี ส่วนด้านข้างเตียงมีฟังก์ชั่นเป้นช่องไว้ใส่ของ ถ้าหากอ่านหนังสือหรือเล่นโทรศัพท์ก่อนนอนก็เอาไปวางในช่องนี้ได้ สามารถทดแทนตู้เตี้ยได้ เหมาะสำหรับห้องที่มีพื้นที่จำกัด

พื้นที่ด้านข้างเตียงฝั่งที่ติดกับส่วนนั่งเล่นมีพื้นที่ด้านข้างประมาณ 1.3 ม. ส่วนตัวตู้มีความกว้างประมาณ 90 ซม. มีพื้นที่ยืนแต่งตัวด้านหน้าตู้ได้

พื้นที่ปลายเตียงเหลือประมาณ 40 ซม.ระยะนี้ถ้าจะติดทีวีแนะนำเป็นแบบติดที่ผนังครับ ส่วนด้านข้างติดหน้าต่างเหลือพื้นที่ประมาณ 30 ซม.เหลือพอที่จะเดินข้างเตียงได้

มองกลับไปยังห้องนั่งเล่นที่บานตู้เสื้อผ้าทำเป็นกระจกบานเต็มทั้ง 2 ด้าน เมื่อแต่งตัวก็ใช้กระจกตรงนี้ดูได้เต็มตัวครับ

ภายในตู้จัดพื้นที่ ส่วนบนเป็นช่องเก็บของ ถัดลงมาเป็นที่แขวนผ้า ส่วนด้านล่างแบ่งช่องไว้ 4 ช่อง มีลิ้นชักให้ 2 จุด มี 1 ชั้นที่ล๊อคได้ ภายในกรุลายไม้ทั้งหมดตามห้องตัวอย่าง อาจจะไม่เพียงพอกับคนที่ชอบแต่งตัวเท่าไหร่ครับ

เครื่องปรับอากาศในห้องที่ได้มา ติดตั้งอยู่บริเวณปลายเตียง จากนั้นจะไปดูกันที่ส่วนครัวต่อ

ลักษณะทางเข้าพื้นที่ครัวมีประตูเปิดปิดแยกส่วน ภายในมีชุด Built-in ครัวและตู้ด้านบน Sink ก๊อกเป็นของ American Standard ส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ตกแต่งไม่ได้ให้ครับ ทั้งนี้สามารถซื้อเตาไฟฟ้า Induction มาใช้งานและยกเก็บได้ ส่วน Hood ก็สามารถติดตั้งโดยต่อท่ออ่อนออกสู่ระเบียงและติดตั้งบริเวณตู้บนได้

รายละเอียดภายในตู้บนแบ่งเป็นช่องเก็บของที่ปิดได้และช่องโล่ง ส่วนด้านล่าง แบ่งเป็นตู้ใต้อ่างและลิ้นชักสำหรับใส่ช้อนส้อมและอุปกรณ์ทั่วไปได้ Top ครัวปิดผิวเมลามีน ตัววัสดุอาจจะมีความแข็งแรงและทนทานไม่เท่ากับหินสังเคราะห์หรือแกรนิตโต้ครับ

พื้นที่ระหว่าง Built-in ครัวถึงผนังมีระยะห่างประมาณ 85 ซม. เมื่อลองทดลองเปิดบานตู้เย็นยังเหลือพื้นที่อยู่ประมาณ 25 – 30 ซม. สามารถใช้งานได้ค่อนข้างสะดวก

ในห้องนี้จะยังเหลือพื้นที่ด้านข้างเตียงอีกประมาณ 60 – 70 ซม. สามารถทำ Built-in เพิ่มในจุดนี้เพื่อวางของต่าง ๆ หรือจะขยายขนาดตู้เย็นที่ใหญ่ขึ้นได้

ถัดมาเป็นประตูทางออกระเบียงแบ่งบานประตูทางออกเป็น 3 ตอน เมื่อเปิดใช้งานจะกว้างกว่าบานเลื่อนเปิดแบบบานเดียว โดยยก Curb ขึ้นมาประมาณ 11 ซม. จัดวางเครื่องซักผ้าแบบฝาหน้าไว้ด้านนอกเป็นตัวอย่าง

เมื่อออกไปดู ภายนอกจัดเป็นระแนงเหล็กไว้เป็นราวกันตกและบังเครื่อง Condensing Air แต่ไม่ได้ติด Grill เบี่ยงลมร้อนให้ ดังนั้นฝั่งตรงข้ามมีระยะพอที่จะติดราวตากผ้าได้ เราอาจจะใช้ลมจาก Condensing Air ช่วยพัดให้ผ้าแห้งได้ไวขึ้นครับ

พื้นระเบียงเป็นวัสดุกระเบื้องเซรามิค มีขนาดประมาณ 1.1 x 1.4 ม. เมื่อจัดวางแล้วยังมีพื้นที่ด้านหน้าเครื่อง นั่งซักผ้าหรือซักล้างของอย่างอื่นได้

กลับเข้ามาที่ครัวบริเวณนี้จะต่อเนื่องไปยังห้องน้ำ 2 ส่วนนี้อยู่ติดกัน นอกจากจะระบายอากาศในห้องน้ำด้วยพัดลมดูดอากาศแล้วหากต้องการระบายความชื้นในห้องน้ำได้เร็วขึ้นก็ปิดประตูออกห้องนั่งเล่นและเปิดประตูห้องน้ำกับประตูระเบียงไว้ได้ช่วยได้ครับ

ก่อนเข้าห้องน้ำ จะลดระดับลงประมาณ 3 ซม. ธรณีเป็นหินเทียม ด้านในกรุกระเบื้องเซรามิคสีเทาแบบกันลื่น

ด้านในห้องน้ำแบ่งส่วนแห้งส่วนเปียกโดยมีฉากกั้นอาบน้ำให้ ผนังภายในเป็นกระเบื้องเซรามิคสีขาวเพิ่มความสว่างให้กับห้อง ลำดับการใช้งานเริ่มจากล้างหน้าแปรงฟัน ทำธุระหนักเบา และอาบน้ำ ส่วนสวิตช์ไฟอยู่ในห้องน้ำบริเวณทางเข้าครับ

รูปแบบของอ่างเป็นรุ่นมาตรฐาน ขนาดประมาณ 45 x 43 ซม. มีที่ครอบท่อน้ำทิ้งด้านล่างปิดเรียบร้อย

ระยะนั่งที่โถสุขภัณฑ์นั่งได้ไม่อึดอัด หยิบใช้อุปกรณ์ต่างๆ ได้ค่อนข้างสะดวก

ก่อนเข้าสู่พื้นที่ส่วนอาบน้ำ ตรงข้ามกับโถสุขภัณฑ์ได้ติดตั้งราวแขวนผ้าไว้ก่อนเข้าห้องอาบน้ำครับ

ส่วนอาบน้ำติดตั้งฉากกั้นอาบน้ำให้เป็นวัสดุบานกระจก Tempered เปลือย ส่วนใหญ่จะเป็นบานเลื่อนทั่วไป ถือว่าให้ของมาดีครับ

พื้นที่ส่วนอาบมีขนาดประมาณ 1.3 x 0.85 ม. ตัว Curb สูงประมาณ 10 ซม. ประตูฉากกั้นอาบน้ำติดตั้งกันชนประตูเพื่อป้องกันมือจับกระแทกผนัง

จุดแขวนฝักบัวด้านขวาทำเป็นช่องสำหรับใส่ของและอุปกรณ์อาบน้ำลึกเข้าไปประมาณ 20 ซม. ส่วนด้านบนทางซ้าย เตรียมงานระบบไฟฟ้าไว้สำหรับติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่นครับ

ฝักบัวมีขนาดใหญ่ น้ำหนักกำลังเหมาะจับถนัดมือและสามารถปรับแรงดันน้ำได้

ตำแหน่งไฟส่องสว่างที่ได้เป็น LED และมีเครื่องดูดอากาศติดตั้งให้ภายในห้องน้ำ

dmura-2bed-2b-5

ห้องถัดมาเป็น 2 Bedroom ขนาด 53.22 ตร.ม. รูปแบบการตกแต่งและการขายเหมือนกันกับห้องแรก เป็นแบบหน้ากว้างและจัดวางในอาคารเป็นห้องมุมไว้ในแต่ละฝั่ง ทำให้ได้ช่องแสงเยอะ ฟังก์ชั่นในห้องเน้นการใช้งานในส่วน Living Area ให้นำ้หนักกับส่วนนั่งเล่นและส่วนทางอาหาร ได้ระเบียง 2 จุด แยกการใช้งานเป็นส่วน Service และส่วนที่เปิดรับวิว พื้นที่ครัว ระเบียง และห้องน้ำได้จัดกลุ่มไว้ในฝั่งเดียวกัน มีประตูกั้นแบ่งเป็นสัดส่วนตรงกลางมีช่องสำหรับทำตู้ Built-in ที่สามารถเพิ่มเป็น Walk in Closet บริเวณหน้าห้องน้ำได้ ส่วนห้องนอนจะมีขนาดใกล้เคียงกัน การออกแบบช่องแสงเปิดเต็มพื้นที่ผนังรับแสงธรรมชาติได้มากโดยในห้องนอนใหญ่เป็นห้องมุม จึงได้ทำให้ต่างเป็นแบบเข้ามุมเพื่อเปิดมุมมองได้กว้างขึ้น ส่วนอีกห้องถ้าหากไม่ได้ใช้อีกห้องไว้เป็นห้องนอน ก็ทำเป็นห้องทำงานตามแบบของห้องตัวอย่างได้ครับ

ด้านในเมื่อเข้ามาจะพบกับโต๊ะทานอาหารอยู่ด้านซ้ายและพื้นที่นังเล่นอยู่ด้านขวา ข้างกันมีประตูออกสู่ระเบียงทำให้พื้นที่ภายในห้องมีแสงสว่างส่องเข้าถึงด้านในห้อง ด้านหลังแบ่งเป็นห้องนอนใหญ่อยู่หลังโซฟานั่งเล่น และห้องอเนกประสงค์ เครื่องปรับอากาศมีมาให้ 3 จุดคือบริเวณส่วนนั่งเล่น และส่วนห้องนอนใหญ่และห้องอเนกประสงค์ เราจะพาไปชมส่วนนั่งเล่นก่อนนะครับ

ส่วนแรกเป็นพื้นที่นั่งเล่น จัดวางโซฟาไว้กลางห้องในฝั่งติดผนังทำ Built-in ตู้มาให้ทั้งบริเวณ TV และฝั่งเข้ามุมที่เป็นตู้กระจกสำหรับใส่ของได้ ซึ่งระยะดูทีวีในห้องนี้เหลืออยู่ประมาณ 1.9 ม.เนื่องจากด้านหลังโซฟาเว้นเป็นทางเดินเพื่อเข้าห้องนอน จึงใส่ทีวีได้ไม่เกิน 49″ ครับ

รอบโซฟาที่ด้านหลังมีระยะกว้างประมาณ 85 ซม. เว้นไว้ให้มีระยะเดินเข้าห้องนอนใหญ่ได้ ส่วนที่อยู่ติดกับระเบียงมีระยะประมาณ 30 ซม.มีความกว้างพอที่จะเดินออกระเบียงได้

พื้นที่ระเบียงสำหรับห้องมุมที่เป็น 2 Bedroom จะมีระเบียงที่ออกไปใช้งานหรือเปิดรับลมได้ และเผื่อรางสำหรับติดมุ้งลวดไว้ให้และยก Curb สูงขึ้นมาประมาณ 10 ซม. ภายนอกระเบียงมีขนาด 2.4 x 0.7 ม. ติดราวกันตกสูงประมาณ 1 ม.

ถัดมาเป็นตู้เก็บของที่อยู่ติดกับชั้นทีวี พื้นที่ส่วนนี้จะแบ่งพื้นที่กับส่วนระเบียงภายในแบ่งเป็นช่องสำหรับเก็บของซึ่งระยะของด้านในมีพื้นที่เก็บกระเป๋าเดินทาใบใหญ่ๆ ได้เลย ส่วนด้านซ้ายของตู้ที่กรุผิวลายไม้ ตรงนั้นครอบเสาไว้ครับ

ส่วนด้านหน้าโซฟาจัดวางตัวตู้แบ่งการใช้งานกับโต๊ะทำงานที่อยู่ทางขวา โดยทีวีที่ติดได้นั้นจะมีกรอบของตู้กำหนดขนาดไว้ ดังนั้นถ้าหากเราเอา Furniture Set จากโครงการ อาจจะต้องตรวจสอบขนาดช่องสำหรับวางก่อนซื้อทีวีมาติด วัดขนาดคร่าว ๆ ไว้ กว้างประมาณ 1.2 ม. ดังนั้นอาจจะต้องวัดระยะจริงก่อนซื้อทีวีนะครับ

หันกลับมาภายในห้องกันต่อ จัดวางโต๊ะทานอาหารขนาด 4 ที่นั่งวางชิดผนัง ตู้ Buit-in จัดวางมาให้ 2 จุด โดยมีจุดแรกอยู่ติดกับประตูทางเข้าห้อง และอีกจุดอยู่ระหว่างทางเข้าห้องน้ำและห้องครัว

ซ้าย ตู้ที่อยู่ติดกับประตูทางเข้าห้อง ด้านในแบ่งออกเป็น ช่องบนสุดเป็นตู้คุมไฟ ช่องกลางมีกระจกกับพื้นที่วางของและไฟส่องสว่าง และช่องด้านล่างเป็นที่วางรองเท้า 3 ชั้น

ขวา ตู้อเนกประสงค์ตั้งอยู่ระหว่างห้องน้ำและห้องครัว ภายในแบ่งชั้นวางเป็น 6 ชั้น ตัวตู้มีความลึกประมาณ 70 ซม. กรุผิวลามิเนตลายไม้ทั้งหมด

เริ่มดูในส่วนครัวกันก่อนครับ หน้าห้องมีประตูบานเลื่อนกระจกกั้นเป็นสัดส่วน ผนังส่วนครัวกรุกระเบื้องทำความสะอาดได้ง่าย เราสามารถซื้อเตาไฟฟ้ามาใช้งานได้และยกเก็บสะดวก ถ้าจะทำครัวก็ปิดประตูทางเข้าครัวและเปิดประตูระเบียงระบายอากาศได้ ระยะทำครัวมีความกว้างประมาณ 90 ซม.ใช้งานได้สะดวก

ช่องเก็บของภายในตู้บนแบ่ง 2 ช่อง มีบานเปิดปิด ด้านล่างเป็นลิ้นชักระหว่างช่องใส่ไมโครเวฟ ด้านข้างกันเป็นช่องสี่เหลี่ยมผืนผ้า 2 ช่อง มีความลึกจนสุดตัวตู้ เป็นช่องสำรับเตาไฟฟ้ามาไว้ในจุดนี้ได้ ส่วนทางด้านซ้ายเป็นตู้ใต้อ่างครับ

พื้นที่ระหว่างชุด Built-in ครัวและประตูระเบียงมีระยะประมาณ 60 ซม. วางตู้เย็นขนาดกลาง 2 ประตูได้

ประตูออกระเบียงในแบบ 2 ห้องนอนจะเป็นประตูเลื่อน 2 บาน ช่องทางออกมีความกว้างประมาณ 65 ซม. อาจจะไม่สะดวกเหมือนกับบานเลื่อนแบบ 3 ตอน ระเบียงมีขนาด 1.5 x 1.2 ม. มีพื้นที่สำหรับซักล้างตากผ้าได้จริงจัง ภายนอกติดตั้ง Condensing Air ยึดจากฝ้าไว้ 2 ตัว ไม่มี Grill เบี่ยงลม สามารถติดราวตากผ้าในด้านตรงข้ามเพื่อใช้ลมร้อนจาก Condensing Air เป่าให้ผ้าแห้งได้เช่นกัน

กลับมาภายห้องน้ำ Detail ประตูและธรณีเหมือนกันกับห้องแรกครับ ภายในห้องนำ้แบ่ง 3 ส่วน ขนาดของระยะอ่างล้างมือและโถสุขภัณฑ์ กว้างประมาณ 1.4 ม. แบ่งส่วนละ 70 ซม. ใช้งานได้ไม่อึดอัด แบ่งส่วนเปียกส่วนแห้ง กั้นด้วยฉากอาบน้ำของ Overseas พื้นที่อาบน้ำมีขนาด 1.3 x 0.9 ม. อาบน้ำได้สะดวก ไม่อึดอัด และมีช่องใส่ของบริเวณผนังฝักบัวลึกเข้าไปประมาณ 20 ซม.

เดินออกมาจากส่วนห้องน้ำและครัว มองไปยังภายในห้องส่วนนั่งเล่นภาพรวมภายในห้องเมื่อจัดออกมา ยังมีพื้นที่ระหว่างส่วนนั่งเล่นและส่วนทานอาหารอยู่ เนื่องจากจัดโต๊ะทานข้าวชิดริมผนังเราสามารถตกแต่งเพิ่มเติมในจุดนี้ได้ จากนั้นจะไปดูในห้องนอนใหญ่กัน

ห้องนอนใหญ่จัดอยู่ริมสุด โดยทางเข้าอยู่บริเวณด้านหลังโซฟา เมื่อเข้ามาด้านใน จัดวางเตียงนอนขนาด 5 ฟุตไว้ติดกับหน้าต่างโดยเป็นหน้าต่างสูงเกือบถึงเพดาน รับแสงธรรมชาติได้มาก และเป็นกระจกแบบเข้ามุม

พื้นที่บริเวณปลายเตียง ติดชั้นวางทีวีแบบยื่นออกมาประมาณ 40 ซม. และยังพอมีช่องสำหรับเดินได้ประมาณ 60 ซม. ตัวทีวีอาจจะนำขึ้นไปติดที่ผนังเพื่อเพิ่มพื้นที่วางของได้เพิ่มเติม

พื้นที่ด้านข้างเตียงทั้ง 2 ฝั่งสามารถเดินเข้าได้ และจัดวางโต๊ะหัวเตียงได้ ซึ่งด้านที่ติดกับตู้เสื้อผ้าเหลือช่องประมาณ 45 ซม. การใช้งานสำหรับแต่งตัวอาจจะยืนแต่งตัวตรงนี้พอได้ จึงออกแบบบานตู้ให้เป็นกระจกใสช่วยให้ห้องดูไม่อึดอัด และติดกระจกเงาไว้ให้บริเวณประตูทางเข้าห้อง ส่วนฝั่งติดหน้าต่างมีระยะห่างประมาณ 50 ซม. ช่องแสงยกสูงจากพื้นประมาณ 50 ซม.เป็นกระจกเข้ามุม เพื่อให้ได้แสงธรรมชาติเข้ามาในห้องได้มากขึ้น

ช่องเปิดในห้องมีหน้าต่างสำหรับเปิดปิดให้ 2 จุด สำหรับเปิดระบายอากาศได้ ขนาดประมาณ 60 x 70 ซม.

ตัวบานหน้าต่างมีระยะเปิดได้ 90 ซม. ตั้งค้างได้ และอุปกรณ์เปิดปิดเป็นแบบบิดล๊อคแน่นหนา

พื้นที่บริเวณปลายเตียงมีตู้สำหรับวางทีวีและชั้นด้านบนให้ ด้านบนติดแอร์ของ Panasonic ส่วนทางด้านซ้ายก่อนประตูทางเข้า ไม่ใช่ช่องใส่ของนะครับตำแหน่งมันพอดี ซึ่งจริง ๆ แล้วมันคือกระจกเงาที่ไว้สำหรับเวลาเราแต่งตัวแล้วมองจากบริเวณหน้าตู้เสื้อผ้าได้

ตู้ภายในห้องนอนแบ่งเป็น 2 บาน เลื่อนสลับเปิดปิดได้ ภายในแบ่งช่องบนสุดสำหรับเก็บของ ถัดลงมาไว้แขวนเสื้อผ้า และมีลิ้นชัก 2 จุด และด้านล่างเป็นช่องโล่งวางกล่องได้ ส่วนพื้นที่ด้านข้างทำเป็นชั้นโล่งสำหรับวางของได้ 6 ชั้น

ความพิเศษของตู้ตัวนี้คือ บานตู้ที่สามารถเลื่อนสลับได้โดยไม่ Fix ตำแหน่งของตัวบาน คือเลื่อนเปิดได้จนสุดขอบทั้ง 2 ฝั่ง จึงมีข้อดีคือ เมื่อเลื่อนจนสุดถ้าเป็น Fitting ปกติจะมีบานที่เหลื่อมกันอยู่ แต่บานแบบนี้เวลาเลื่อนจนสุด จะเรียบเสมอกันไปเลย แต่จะมีข้อจำกัดคือ มือจับของตัวบานเลื่อนจะหายไปเนื่องจากตัวบานเลื่อนสลับไปมาได้ครับ

ถัดมาที่ห้องอเนกประสงค์ที่อยู่ติดกันกับห้องนอนใหญ่ ภายในจัดวางโต๊ะทำงานไว้ให้ดูเป็นไอเดีย ดังนั้นห้องนี้หากจัดเป็นห้องนอนเล็กก็สามารถทำได้ เพราะมีความลึกของห้องเท่ากัน แต่ความกว้างจะแตกต่างกับห้องนอนใหญ่ อยู่ประมาณ 50 ซม.ครับ ซึ่งมีความกว้างประมาณ 2.7 ม. ส่วนห้องนอนใหญ่อยู่ที่ 3.2 ม.

ตู้เสื้อผ้าภายในห้องถ้าจัดเป็นห้องอเนกประสงค์ ตู้นี้ทำเป็นตู้เก็บของได้และพื้นที่ด้านข้างตู้ยังมีพื้นที่เหลือ จึงได้เพิ่มชั้นวางของด้านข้างตู้ให้ใช้งาน บานตู้มีลักษณะพิเศษเหมือนกันกับห้องนอนใหญ่ครับ

สวิตช์ปลั๊กที่ได้จะเป็นของ Panasonic ครับ เป็น Brand มาตรฐานที่ใช้กันมานาน

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะครับ

ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 05 January 2017

  • 1A-2 ชั้น 5 ห้อง 523 เนื้อที่ 27.6 ตร.ม. ราคา 2.2 ล้านบาท หรือ 79,967 บาท/ตร.ม.
  • 1A-2 ชั้น 7 ห้อง 715 เนื้อที่ 27.6 ตร.ม. ราคา 2.24 ล้านบาท หรือ 81,365 บาท/ตร.ม.
  • 1B-1 ชั้น 7 ห้อง 705 เนื้อที่ 30.93 ตร.ม. ราคา 2.51 ล้านบาท หรือ 81,412 บาท/ตร.ม.
  • 1B-5 ชั้น 5 ห้อง 528 เนื้อที่ 32.67 ตร.ม. ราคา 2.59 ล้านบาท หรือ 79,455 บาท/ตร.ม.
  • 2B-4 ชั้น 7 ห้อง 730 เนื้อที่ 50.93 ตร.ม. ราคา 4.1 ล้านบาท หรือ 80,589 บาท/ตร.ม.
  • 2B-1 ชั้น 4 ห้อง 412 เนื้อที่ 53.69 ตร.ม. ราคา 4.22 ล้านบาท หรือ 78,599 บาท/ตร.ม.
  • Fully Furnished (ถ้าไม่เอา เปลี่ยนเป็นส่วนลดได้)
  • ฝ้าเพดานสูง 2.5 เมตร
  • Kitchen & Sink
  • จอง+ทำสัญญา 10,000 บาท
  • Promotion Gift Voucher SB Fully Furnished เมื่อโอนห้อง (ติดตั้งหลังจากโอนห้องแล้ว 30 วัน)
  • ค่ากองทุน 350 บาท/ตร.ม.
  • ค่าส่วนกลาง 35 บาท/ตร.ม./เดือน
  • ค่าธรรมเนียมการโอน ผู้ขายและผู้ซื้อชำระคนละครึ่ง
  • ค่าประกันมิเตอร์ไฟฟ้าและการเปิดใช้สาธารณูปโภค ผู้ซื้อเป็นผู้ชำระ

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ครับ


เจาะลึกรวบยอด

โครงการ D’Mura พหลฯ – เกษตร ตั้งอยู่ในซอยพหลโยธิน 34 (ถนนเสนานิคม 2) เข้าซอยมาประมาณ 1.1 กม. ย่านพหลโยธิน เกษตร ฝั่งซอยเลขคู่จึงมีเส้นทางลัดที่หลากหลาย สามารถออกไปยังเกษตร – นวมินทร์หรือเลือกไปลาดพร้าววังหินได้ ด้วยทำเลที่อยู่ใกล้กับม.เกษตรศาสตร์ ความอุดมสมบูรณ์ต่างๆ จึงมีเยอะตามไปด้วย ทั้งอาหารการกินและบริการต่างๆ สำหรับการอยู่อาศัยที่มีครบ สภาพแวดล้อมส่วนใหญ่เป็นพื้นที่พักอาศัยที่บางส่วนถูกพัฒนาเป็น Condo Low Rise และหมู่บ้าน ทำให้พื้นที่ในย่านนี้เหมาะกับคนที่กำลังมองหาคอนโดในแหล่งพักอาศัยที่ใกล้กับสถานศึกษา โรงพยาบาล และสิ่งอำนวยความสะดวกที่หลากหลายพร้อมด้วยการเดินทางที่สะดวกครับ

การเดินทางโดยใช้รถ เส้นทางหลักที่ใช้ในการเดินทางเข้าเมืองคือถนนพหลโยธิน หากจะใช้เส้นทางวิภาวดีขึ้นทางด่วนก็มีเส้นทางไปออกที่ถนนเกษตร – นวมินทร์และลงอุโมงค์ลอดแยกมุ่งหน้าถนนงามวงศ์วานได้ นอกจากนี้ตัวซอยพหลโยธิน 32 (ถนนเสนานิคม1) ก็ยังสามารถไปออกลาดปลาเค้า วังหิน โชคชัย 4 ที่เป็นแหล่งของอาหารการกินแหล่งใหญ่ได้ การจราจรในถนนพหลโยธินปัจจุบันกำลังดำเนินการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียวเหนือซึ่งจะเสร็จในช่วงปี 2563 ดังนั้นหากจำเป็นต้องใช้เส้นทางนี้ในการเดินทางก็อาจจะต้องเผื่อเวลาในการเดินทางกันพอสมควร แต่ส่วนใหญ่ก็จะเลี่ยงไปในเส้นทางอื่นบ้างแล้วก็ยังพอที่จะใช้เดินทางได้

การเดินทางโดยไม่ใช้รถ ตัวโครงการมีระยะห่างจากถนนพหลโยธินประมาณ 1.1 กม. นับจากซอยพหลโยธิน 34 (เสนานิคม 2) ถึงแม้จะไม่ใช่ระยะเดินสะดวกแต่ก็มีรถสาธารณะให้เลือกใช้หลายประเภท เพราะภายในซอยจะมีทั้งมอเตอร์ไซค์รับจ้างที่ใกล้กับโครงการและรถกะป๊อ เมื่ออกไปปากซอยป้ายรถเมล์จะห่างจากปากซอยประมาณ 200 ม. บริเวณระหว่างโรงพยาบาลเมโยและตลาดบางเขน รถเมล์ที่ผ่านเส้นทางนี้มีให้เลือกไปได้หลายเส้นทาง อนาคตมีไฟฟ้าสายสีเขียวเพิ่มทางเลือกในการเดินทางที่สะดวกขึ้น

การออกแบบตัวอาคาร จัดวางอาคารพักอาศัยเป็นรูปตัว L มีห้องพักอาศัยตั้งแต่ชั้น 1 ด้านหลังของอาคารพักอาศัยได้ทำการจัดสวนบริเวณด้านหลังโครงการแบ่งเป็นห้องๆ เพิ่มความเป็นส่วนตัวและจัดวางอาคาร Facility แยกออกมาทำให้การใช้งานเป็นสัดส่วนดีขึ้น แบ่งกิจกรรมที่มีเสียงออกมาไม่รบกวนส่วนพักอาศัย โดยการจัดวางห้องพักภายในอาคารแบ่งเป็น Double Corridor ปลายสุดของแต่ละด้านได้ทำช่องแสงที่สามารถเปิดได้เพื่อให้แสงเข้าสู่ในโถงทางเดินได้ ไม่มืด มีจำนวนยูนิตสูงสุดต่อชั้นที่ 30 ยูนิต สำหรับ Condo Low Rise หนาแน่นอยู่บ้าง ส่วนโถงลิฟท์จัดวางไว้ฝั่งทิศใต้ของอาคาร ดังนั้นฝั่งทิศเหนืออาจจะเดินไกลหน่อย อัตราส่วนลิฟท์อยู่ที่ 108 : 1 ถือว่ายังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ซึ่งวิวรอบโครงการ ในแต่ละด้านเริ่มจากในฝั่งทิศใต้ติดกับหมู่บ้านพักอาศัย 2 -3 ชั้น มองออกไปทางฝั่งเสนา รัชโยธิน ส่วนฝั่งตะวันตกด้านหน้าจะมีอาคารสูงประมาณ 5 ชั้นบังอยู่ ส่วนด้านท้ายติดกับพื้นที่โล่งมองเห็นวิวทางฝั่งเกษตร ในฝั่งทิศตะวันออกและทิศเหนือได้มุมเปิดกว้างที่ส่วนใหญ่เป็นบ้านพักสูงไม่เกิน 2 ชั้น ที่สามารถมองออกไปยังฝั่งพหลโยธินโซนเหนือ ซึ่งเป็นวิวเมืองที่มีตึกสูงสลับกับตึกเตี้ยอยู่ตามแนวถนนเกษตร – นวมินทร์

การออกแบบภายใน รูปแบบห้องมีให้เลือกหลายขนาด แบ่งเป็น 1 Bedroom และ 2 Bedroom โดยเน้นห้อง 1 Bedroom ราคาห้องจึงไม่สูงมากเมื่อเทียบกับแพคเกจที่ขายเป็น Fully Furnished ภายในห้องออกแบบพื้นที่ให้ใช้งานได้ทุกจุด จัดวางห้องเป็นสัดส่วนตอบสนองการใช้งานได้ดี มีระยะพื้นถึงฝ้าเพดานสูง 2.5 ม. ห้องนอนส่วนใหญ่จัดชิดริมหน้าต่างเพื่อการระบายอากาศและได้แสงธรรมชาติ ระเบียงมีพื้นที่สามารถใช้งานซักล้างได้ ข้อดีของห้องที่นี่จะได้พื้นที่ครัวเป็นพื้นที่ปิดทั้งหมดทำให้เป็นสัดส่วนและมีประตูกั้นมิดชิดแต่ไม่ได้ให้ Hob Hood มาหากทำอาหารจริงจังอาจจะต้องซื้อเตาไฟฟ้า Induction และต่อท่อสำหรับติดตั้ง Hood เพื่อดูดอากาศออกภายนอกเพิ่มเพื่อทำอาหารได้จริงจังขึ้น โดยออกแบบเฟอร์นิเจอร์ Built-in ใส่ในแต่ละจุดให้เหมาะสมและมีขนาดที่พอดีต่อการใช้งาน

วัสดุของโครงการปัจจุบันขายเป็น Fully Furnished เป็นชุด Built-in Voucher จาก SB แต่สามารถตัดเป็นส่วนลดราคาห้องได้ ถ้าเป็น Fully Fitted จะมีของที่ได้เป็น Digital Door Lock ประตูกั้นแต่ละส่วนในห้อง , เครื่องปรับอากาศของ Panasonic ทุกห้อง , Built-in ครัว Sink ก๊อกของ American Standard เช่นเดียวกับอุปกรณ์ห้องน้ำที่แบ่งส่วนเปียกส่วนแห้งและติดฉากกั้นอาบน้ำให้ พื้นภายในห้องเป็นลามิเนตหนา 8 มม. คุณภาพของวัสดุและอุปกรณ์ที่ใช้ถือว่ามีคุณภาพเมื่อเทียบกับราคา ถือว่ามีดีมีด้อยบ้างแต่ให้มาเยอะและมีทางเลือกในการตกแต่ง เหลือเพียงซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าเพิ่ม ก็ลากกระเป๋าเข้าอยู่ได้เลยครับ

สาธารณูปโภค ถือเป็นจุดเด่นของโครงการนี้ที่ใช้ Concept ในการจัดพื้นที่เป็น The Social Condominium แยกออกมาเป็นอาคาร Black Box ภายในจัดพื้นที่ให้ใช้ร่วมกัน มีฟังก์ชั่นการใช้งานที่ต่อเนื่องกันทั้งหมดมีพื้นที่ Co – Working Space เหมาะกับคนที่ชอบใช้งาน Facility ที่มีฟังก์ชั่นหลากหลายในพื้นที่เดียวกัน ซึ่งการใช้งานแบบนี้จะเหมาะกับ Life Style แบบนักศึกษาหรือกลุ่มเพื่อนๆ ที่อยู่ด้วยกันออกมา Party ทำกิจกรรม ทำการงานกลุ่ม หรือนั่งชิวดูหนังกันในพื้นที่ที่ใหญ่ขึ้น ไม่ต้องไปอยู่แออัดกันในห้อง ส่วนภายนอกมีสระว่ายน้ำ , Fitness , Yoga Deck ที่ชั้น 3 จัดวางที่นั่งและมีพื้นที่ที่เป็นสวนในร่ม 2 จุด สามารถใช้งานได้ ถือว่าจัดส่วนกลางมาให้เป็นสัดส่วนชัดเจนและรองรับการใช้งานได้ สมส่วนกับยูนิตห้องที่มี

Judgement

การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้

ทำเล 35%, การเดินทางโดยใช้รถ 15%, การเดินทางโดยไม่ใช้รถ 15%, วัสดุ 15%, การออกแบบ 10% และสาธารณูปโภค 10%

เทียบกับราคา 78,000 บาท/ตร.ม., 05 January 2017

  • ทำเล 7.5/10 – เดินทางสะดวกหาของกินง่าย ใกล้ม.เกษตร
  • เดินทางด้วยรถ 8/10 – ทางลัดเยอะ มีทางเลือกในการเดินทาง ที่จอดรถน้อยไปหน่อย
  • ไม่ใช้รถ 7.5/10 – โครงการอยู่ในซอยย่อย และเป็นซอยทางลัดเข้าออกได้สะดวก อนาคตมีสถานีรถไฟฟ้าสายสีเขียวเป็นทางเลือกในการเดินทาง
  • วัสดุ 7.5/10 – Fully Furnished พร้อมเข้าอยู่
  • แบบ 7.5/10 – มีให้เลือกหลายแบบ ตอบสนองการใช้งานได้ดี
  • สาธารณูปโภค 7.5/10 – ส่วนกลางแยกอาคาร แนวคิด Sharing Space มีไอเดีย และดีไซน์ที่ดูน่าใช้งาน
  • MAIN CLASS
  • 7.57 / 10.00

BOTTOM LINE

โครงการ D’Mura พหลฯ – เกษตร เหมาะกับคนที่กำลังมองหาคอนโดย่านพหลโยธิน ที่อยู่ใกล้ ม.เกษตร แต่ขยับเข้ามาในซอย เน้นใช้รถยนต์เดินทางสะดวกและมีทางเลือกในการเดินทางที่หลากหลาย อนาคตมีรถไฟฟ้าผ่าน เน้นพื้นที่ Facility ที่ใหญ่แยกเป็นอีกอาคาร มีงบประมาณ 1.79 – 3.8 ล้านบาท หรือผ่อนต่อเดือนอยู่ที่ 12,530 – 26,600 บาท

ถ้าหากอ่านแล้วมีข้อมูลต้องการแลกเปลี่ยนเพื่อให้ผู้อ่านท่านอื่น ๆ ได้ทราบถึงทำเลและรายละเอียดที่เกี่ยวข้องสามารถ Comment เพิ่มเติมได้ครับ

สมัครสมาชิกพร้อมรับข่าวสารเพิ่มเติม (คลิกที่นี่ )

Share

1 Comment

  • ทำไมสีอาคารแตกกต่างกับ ภาพตัวอย่างจังเลย

Leave a Reply