ลุมพินี เพลส พระราม 4 – กล้วยน้ำไท คอนโด High Rise 28 ชั้น ติดถนนพระราม 4 จาก ลุมพินี [รีวิวฉบับที่ 1253]

January 6, 2017 08:000 comments

%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94-lpn

รีวิวฉบับที่ 1253 …สวัสดีค่ะ วันนี้จะพาไปรีวิวคอนโดสร้างเสร็จพร้อมอยู่ของลุมพินีกับโครงการ Lumpini Place พระราม 4-กล้วยน้ำไท ซึ่งส่วนใหญ่เรามักจะเห็นโครงการของลุมพินีมีหลายอาคารใช่ไหมคะ แต่สำหรับโครงการนี้มาในแบรนด์ “เพลส” เป็นคอนโด High Rise สูง 28 ชั้น มีเพียง 1 อาคาร ตัวโครงการอยู่ติดถนนพระราม 4 ห่างแยกกล้วยน้ำไทประมาณ 170 ม. มีราคาที่หยิบจับง่ายสุดในทำเลเดียวกัน เปิดขายมาประมาณ 5 ปีแล้ว แต่สภาพภายในโครงการนี่บอกได้คำเดียวว่าเค้าดูแลดีจริงๆ จะเป็นอย่างไรไปชมกันเลยค่ะ 😀

Fact @ 6 January 2017

  • Lumpini Place Rama 4 – Kluaynamthai (ลุมพินี เพลส พระราม 4 – กล้วยน้ำไท)
  • บริษัท แอล.พี.เอ็น ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)
  • โครงการตั้งอยู่ในเขต : คลองเตย
  • คอนโด High Rise 28 ชั้น 1 อาคาร 883 ยูนิต และร้านค้า 4 ยูนิต
  • ยูนิตต่อชั้นสูงสุด 33 ยูนิต
  • ที่จอดรถประมาณไม่รวมซ้อนคันประมาณ 40 %
  • ที่ดินประมาณ 4-1-4 ไร่
  • เริ่มก่อสร้าง :  ปี 2553
  • ก่อสร้างแล้วเสร็จ : ปี 2554
  • 1 Bedroom 28 – 35 ตร.ม.
  • 2 Bedrooms 56 ตร.ม. 
  • ฝ้าเพดานสูง 2.4 เมตร
  • ราคา Re-sale ช่วงปลายปี 2016 ประมาณ 71,000 – 89,000 บาท/ตร.ม. (ทั้งแบบห้องเปล่าและตกแต่งครบ)
  • โทร  : 081-914-0341

เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วค่ะ

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างค่ะ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด : 13.712812, 100.582704

road-lumpini-1-of-1

แผนที่จากทางโครงการ ลุมพินี เพลส พระราม 4-กล้วยน้ำไท ตั้งอยู่ห่างจากแยกกล้วยน้ำไทประมาณ 170 ม. ใกล้กับสถานศึกษาที่สำคัญอย่างมหาวิทยาลัยกรุงเทพ วิทยาเขตกล้วยน้ำไท แม้ว่าในระยะเดินโดยรอบโครงการจะไม่ได้ใกล้แหล่งอาหารสักเท่าไหร่ แต่ถ้าขับรถหรือนั่งรถสาธารณะไปบนเส้นพระราม 4 ก็มีทั้งอาคารสำนักงาน ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล ที่ทำให้การใช้ชีวิตในย่านนี้ค่อนข้างสะดวก โครงการไม่ได้ติด BTS แต่ก็ยังอยู่ในระยะที่สามารถต่อพี่วินไปขึ้น BTS ได้ ที่ใกล้ที่สุดคือสถานีเอกมัย สำหรับคนที่ขับรถก็มีตัวช่วยในการเดินทางอย่างทางด่วนเฉลิมมหานครอีกด้วย

โครงการลุมพินี เพลส พระราม 4-กล้วยน้ำไท มีที่ตั้งอยู่ใกล้กับแยกกล้วยน้ำไท บนถนนพระราม 4 ซึ่งก็เดินทางได้สะดวกทั้งรถยนต์ส่วนตัวและรถสาธารณะ เพราะถนนพระราม 4 เป็นถนนเมนคู่ขนานกับถนนสุขุมวิท จึงมีรถสาธารณะหลายสายและถนนยังเชื่อมไปเส้นอื่นได้หลากหลาย นอกจากจะเดินทางได้สะดวกด้วยเส้นพระราม 4 แล้ว ยังสามารถเข้าซอยสุขุมวิทย่อยต่างๆเชื่อมออกไปถนนสุขุมวิทได้ แต่ก็มีบางซอยเป็นวันเวย์เหมือนกันนะต้องศึกษาหน่อย อย่างซอยสุขุมวิท 42 สามารถมุ่งหน้าจากแยกกล้วยน้ำไทไปสุขุมวิทได้ หรือซอยสุขุมวิท 40 ก็วันเวย์มุ่งหน้ามาพระราม 4 ได้อย่างเดียว เป็นต้น

สำหรับการเดินทางด้วยรถไฟฟ้า BTS ที่ใกล้ที่สุดก็คือสถานีเอกมัย เข้าซอยสุขุมวิท 42 วิ่งทะลุตรงๆไปก็จะถึง BTS เอกมัย ระยะทางประมาณ 1 กม. จึงไม่ใช่ระยะเดินไปกลับบ้านนะ ต้องต่อพี่วินอีกที ซึ่งทั้งที่สถานีรถไฟฟ้าและหน้าโครงการก็มีพี่วินคอยให้บริการทั้งคู่ 20 บาท เท่านั้น แต่ถ้ากลับดึกแล้วพี่วินหมด คงจะต้องต่อ Taxi กันแทนค่ะ

ถึงแม้ว่าจะเป็นถนนรองคู่ขนานกับสุขุมวิท แต่ถนนพระราม 4 ก็ยังมีสถานที่สำคัญครบวงจรอยู่นะ ลองดูจากแผนที่ที่ทำประกอบให้แสดงให้เห็นทั้งปั๊มน้ำมัน โรงพยาบาล อาคารสำนักงาน ห้างสรรพสินค้า คอมมูนิตี้มอลล์ และตรงข้ามกับโครงการคือมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ที่จะเห็แหล่งความอุดมสมบูรณ์กระจุกตัวมากหน่อยก็อยู่บริเวณแยกเกษมราษฎร์ ที่จะมีทั้ง Big C, โลตัส ถัดเข้าไปหน่อยในซอยสุขุมวิท 26 ก็จะมี K Village

ทีนี้มาดูเรื่องตัวช่วยในการเดินทางอย่างทางด่วนกันบ้าง เนื่องจากที่ตั้งโครงการยังอยู่ใกล้กับทางด่วนเฉลิมมหานครและทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ จึงจะค่อยๆให้ดูที่ละแผนที่นะคะว่าการใช้งานมีแบบไหนบ้าง เริ่มจาก

1. การใช้ “ทางขึ้น ทางด่วน” ไปจตุจักร พระราม 3 : ออกจากโครงการเข้าถนนพระราม 4 มุ่งตรงไปเลี้ยซ้ายที่แยกเกษมราษฎร์ สุดถนนให้เลี้ยวขวาจะเจอกับจุดขึ้นทางด่วน รวมระยะทางประมาณ 2.9 กิโลเมตร

2. การใช้ “ทางขึ้น ทางด่วน” ไปบางนา : การจะออกเมืองจะต้องใช้ถนนพระราม 4 วิ่งผ่านแยกกล้วยน้ำไทมุ่งหน้าไปคลองเตย จนถึงกับแยกเกษมราษฎร์ ให้เลี้ยวซ้ายเข้าถนนเกษมราษฎร์ ผ่านแยกศุลกากร จนไปถึงแยกวิ่งขนานใต้ทางด่วนใกล้เลี้ยวซ้ายวิ่งไปอีกนิดเดียวก็จะเจอด่านทางขึ้นค่ะ สามารถวิ่งออกเมืองไปยังโซนบางนาหรือไปชลบุรีได้เลย รวมระยะทางประมาณ 3 กม.

map-lpn-lr-5-of-7

3. การใช้ “ทางขึ้น ทางด่วน” รามอินทรา-อาจณรงค์ : การใช้ด่วนรามอินทราฯเพื่อออกไปยังพัฒนาการ พระราม9 เกษตรนวมินทร์ รามอินทรา สามารถเลือกใช้ได้ 2 แบบจากในแผนที่ คือ

3.1) ใช้เส้นทางหลักพระราม4 > สุขุมวิท > ผ่านซ.สุขุมวิท71(ปรีดีพนมยงค์)ให้ชิดซ้ายเอาไว้ > เลี้ยวซ้ายเข้าทางด่วน

3.2) ออกทางถนนพระราม 4 > เลี้ยวซ้ายแยกเกษมราษฎร์ > เลี้ยวซ้ายขึ้นทางพิเศษเฉลิมมหานคร > เลี้ยวซ้ายเข้าทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ แต่เส้นทางนี้จะต้องเสียค่าทางด่วน 2 ต่อนะคะ

การเดินทางในวันนี้จะให้ดูสภาพแวดล้อมระหว่างทางมาโครงการ โดยเริ่มจากถนนสุขุมวิทบริเวณสถานีอ่อนนุช วิ่งตรงมาเรื่อยๆ ถึงแยกพระโขนงก็เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนพระราม 4 หลังจากนั้นวิ่งตรงมาอีกประมาณ 1.2 กม. จะถึงที่ตั้งโครงการลุมพินี เพลส พระราม 4 – กล้วยน้ำไท แต่ถ้าจากโครงการจะหาที่กลับรถต้องวิ่งยาวไปอีกสักหน่อยประมาณ 500 ม. ค่ะ

เริ่มจากถนนสุขุมวิทช่วงอ่อนนุชนะคะ ผ่านห้างหลักในย่านนี้อย่าง Tesco Lotus อ่อนนุชที่ติดกับ BTS

มุ่งตรงไปเรื่อยๆ ซ้ายมือเป็นแยกซอยใหญ่อย่างซอยสุขุมวิท 50

หลังจากนั้นจะเจอกับสามแยกไฟแดง ถ้าเลี้ยวขวาจะเป็นแยกซอยสุขุมวิท 77 เรามุ่งหน้าตรงต่อไป

ขึ้นสะพานข้ามคลองพระโขนงไป

จากนั้นจะเจอกับสามแยกใหญ่อย่างแยกพระโขนง เราจะเลี้ยวซ้ายตรงนี้เพื่อเข้าสู่ถนนพระราม 4 ถ้ามุ่งหน้าต่อไปอีกนิดนึงจะเห็นสถานี BTS พระโขนง

เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนพระราม 4 มาแล้ว สภาพแวดล้อมช่วงต้นซอยส่วนใหญ่จะเป็นแนวตึกแถวร้านค้าเก่าแก่บนย่านนี้ แต่ว่าร้านค้าต่างๆจะไม่คึกคักเท่าไร เพราะว่าตามริมฟุตบาทนั้นจอดรถไม่ได้ ทำให้ไม่คึกคักเท่าไร

บนเส้นนี้ถนนจะมีเกาะกลางที่ปลูกต้นไม้แบบนี้ตลอดทั้งเส้น เวลากลับรถต้องกลับรถที่เกาะกลาง ทำให้เลนทางขวาสุดจะติดมากกว่าเลนอื่นๆอยู่หน่อย

หลังจากนั้นทางซ้ายมือจะเห็นปั๊มน้ำมันปตท.ขนาดใหญ่ ที่ข้างในมีทั้ง 7-11, Cafe Amazon และมีธนาคารกรุงศรีด้วย

หลังจากนั้นจะผ่านโรงแรมจัสมิน ซึ่งด้านล่างในโรงแรมยังมี MaxValu Tanjai เป็น Hyper Market ให้แวะซื้อของกิน ของใช้ได้ก่อนถึงบ้านได้ด้วย

ตรงมาอีกหน่อยจะเจอกับแยกใหญ่อย่างแยก “กล้วยน้ำไท” ถ้าเราเลี้ยวขวาจะเป็นซอยสุขุมวิท 42(วันเวย์) ที่ไปออกถนนสุขุมวิทแถว BTS เอกมัย, Gatewat เอกมัยได้ ถ้าเลี้ยวซ้ายจะเข้าสู่ถนนกล้วยน้ำไทเป็นทางขึ้นทางด่วนเฉลิมมหานคร ทางไปโครงการจะข้ามแยกนี้ไปหน่อยก็จะถึงแล้วค่ะ

ข้ามแยกกล้วยน้ำไทมาแล้วก่อนถึงโครงการจะผ่านร้านคาราโอเกะ R&B

ติดกันจะเป็นที่ดินเปล่าแปลงใหญ่พอสมควรซึ่งติดป้ายที่ดินอยู่ ก็ต้องรอลุ้นกันต่อไปว่าที่ดินแปลงนี้จะขึ้นเป็นโครงการอะไร

ถัดมาจากที่ดินเปล่าก็ถึงทางเข้าโครงการแล้วค่ะ

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะคะ

มาดูพื้นที่รอบๆโครงการกันหน่อย โครงการนี้มีอาคารเดียวสูง 28 ชั้น เป็นรูปตัว L เต็มที่ดิน ทำให้มุมมองวิวจากในห้องค่อนข้างหลากหลายหน่อย วิวที่ได้เห็นแล้วชอบที่สุดเป็นวิวทางฝั่งตะวันตก จะเป็นวิวเมืองโล่งๆ ส่วนทางทิศอื่นๆแม้ว่าจะไม่ได้โล่งมากเพราะทำเลอยู่ในเมือง แต่ก็ไม่ถูกบล็อกในระยะประชิดเพราะที่ดินโดยรอบโครงการส่วนใหญ่เป็นอาคารพาณิชย์สูงไม่เกิน 4 ชั้น สำหรับฝั่งที่โดนบล็อควิวเยอะสุดน่าจะเป็นทางฝั่งตะวันออกที่ถูกบล็อกวิวโดย คอนโด Aspire 32 ชั้น เจาะลึกทำเลก็คงจะประมาณนี้ค่ะ เราไปดูตัวโครงการกันต่อค่ะ

 

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • ม.กรุงเทพ วิทยาเขตกล้วยน้ำไท ~ 300 m.
  • โรงพยาบาลกล้วยน้ำไท ~ 700 m.
  • Gateway เอกมัย ~ 800 m.
  • โรงพยาบาลสุขุมวิท ~ 1.2 km.
  • Major Cineplex เอกมัย ~ 1.2 km.
  • กรีนทาวเวอร์ ~ 1.2 km.
  • อาคารสิรินรัตน์ ~ 1.4 km.
  • Tesco Lotus พระราม 4 ~ 1.6 km.
  • อาคารมาลีนนท์ ~ 1.7 km.
  • BigC พระราม 4 ~ 2.7 km.
  • K Village ~ 2.8 km.
  • ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิต์ ~ 3.1 km.


เจาะลึกตัวโครงการ

plan-lumpini-lr-1-of-6

เริ่มกันที่ผังชั้น 1 กันค่ะ โครงการ ลุมพินี พระราม 4 – กล้วยน้ำไท มีทางเข้าออกโครงการทางเดียวคือทางถนนพระราม 4 ที่ดินด้านหน้าโครงการที่ติดถนนมีความยาวประมาณ 45 ม. จะเห็นว่ามีด้านที่ติดถนนยาวพอสมควรจึงเป็นโครงการที่จะสังเกตเห็นได้ง่าย ส่วนตัวอาคารจะหลบเข้ามาด้านในนิดนึง ทำให้ได้ความเป็นส่วนตัวลดความพลุกพล่านจากบริเวณริมถนน จากหน้าโครงการจะมีป้อมยามคอยรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม.นะคะ แต่ที่แสกน Key Card จะไม่ได้อยู่ตรงหน้าประตูนะคะ แค่แสดงบัตรก็สามารถขับรถเข้าโครงการได้เลย แต่สำหรับ Visitor ต้องแลกบัตรก่อนค่ะ

ชั้น 1 ของอาคารพักอาศัยไม่มีห้องพักอาศัยนะคะ จะเป็นพื้นที่ของลานจอดรถ เส้นทางเดินรถในอาคารเมื่อขับเข้ามาด้านในพื้นที่โครงการ จะเป็นทางบังคับให้ตรงไปผ่าน Drop-Off ของอาคารและตรงไปยังพื้นที่จอดรถใต้อาคาร ทางขึ้นห้องพักจะขึ้นผ่าน Lobby แล้วใช้ Key Card แสกนผ่านเข้าไปในโถงลิฟท์อีกที สำหรับ Facilities ในชั้นนี้หลักๆจะมีสวนส่วนกลาง และสนามบาสฯ ค่ะ

ภายในเส้นประสีเหลืองคือที่ดินโครงการลุมพินี เพลส พระราม4 – กล้วยน้ำไท ถัดไปเป็นที่ดินว่างเปล่า มีขนาดใหญ่พอสมควร ในอนาคตก็คงต้องมาลุ้นกันอีกทีว่าจะขึ้นเป็นคอนโดสูงรึเปล่า เพราะถ้าขึ้นคอนโดก็อาจจะมาบล๊อกวิวโครงการลุมพินีได้นะคะ

ด้านหน้าที่ดินเปล่ามีพี่วินคอยให้บริการอยู่ด้วย เวลารีบๆก็สามารถใช้บริการพี่วินได้สะดวกทีเดียว ถ้าต้องการไปขึ้น BTS ใกล้สุดก็ที่สถานีเอกมัย สนน. ราคา 20 บาท ก็ถึงสถานีรถไฟฟ้าแล้วค่ะ

ที่ดินที่ติดกับโครงการอีกฝั่งหนึ่งเป็นอาคารพาณิชย์สูง 4 ชั้น ทำให้บรรยากาศที่ดินโดยรอบทางฝั่งนี้ไม่ค่อยอึดอัดนักเพราะไม่มีอาคารสูงมาบล๊อกวิว ห้องพักอาศัยตั้งแต่ชั้น 4 ขึ้นไปวิวก็จะโล่งๆแล้วค่ะ

ด้านหน้าโครงการมีพื้นที่ติดถนนกว้างพอสมควร ด้านหน้าติดชื่อโครงการไว้เรียบร้อย ตัวใหญ่ สังเกตง่าย ตกแต่งด้วยไม่พุ่มกับน้ำพุ แม้ว่าโครงการจะเปิดมาหลายปีแล้ว แต่การดูแลต้นไม้ ความสะอาดหน้าโครงการถือว่ายังดูแลได้ดีอยู่ค่ะ

ทางเข้าโครงการแยกระหว่างทางเข้าของคนเดินและทางเข้ารถยนต์ไว้เรียบร้อย ซึ่งถือเป็นข้อดีที่ทำให้การเดินเข้า – ออก โครงการมีความปลอดภัยมากขึ้น ที่ด้านหน้าโครงการติดไฟสำหรับเรียก Taxi ไว้ด้วย เวลาที่ลูกบ้านต้องการใช้ Taxi ก็บอกพี่รปภ. ให้เรียกให้ได้เลย ซึ่งโครงการอยู่ริมถนนใหญ่อย่างพระราม 4 ก็มี Taxi ผ่านไปผ่านมาเพียบ

ด้านหน้าทางเข้าโครงการมีป้อมยามและพี่รปภ. ดูแล 24 ชั่วโมง รักษาความปลอดภัยด้วยการแลกบัตร มี CCTV ให้บริเวณทางเข้าออก

เข้ามาในโครงการมีการแยกพื้นที่เป็นสัดส่วนคือ รถยนต์ก็วิ่งตรงเข้าจอดด้านใน ส่วนคนเดินก็มีทางเดินใต้ตึกให้ตลอดทางจนถึงหน้าทางเข้า Lobby อาคาร แต่หากใครจะอยากไปเดินเล่นที่สวนส่วนกลางก่อนขึ้นอาคารก็เลี้ยวซ้ายไปได้เลย

มาดูกันที่ละส่วนนะคะ ส่วนของรถยนต์ที่วิ่งตรงเข้ามาด้านในจะมีที่จอดรถทางฝั่งซ้าย เป็นที่จอดที่เตรียมไว้ให้ผู้มาติดต่อ ส่วนฝั่งขวาจริงๆจะเป็นเลนถนนไม่ใช่ที่จอดรถนะคะ แต่ก็เป็นปกติของโครงการที่เปิดมาหลายปีส่วนใหญ่ลูกบ้านก็จะจอดกันแบบนี้แหละ เพราะดูแล้วว่าโครงการมีความปลอดภัย รถไม่หาย และเลนถนนทำไว้ค่อนข้างกว้าง ก็ไม่ได้ไปกั้นทางเดินรถ จอดตรงนี้ก็สะดวกดี ประมาณนี้

ส่วนทางคนเดินก็เรียบร้อยดี เป็นทางเดินใต้ชายคาอาคาร ซึ่งชั้นล่างนี้ยกเพดานให้สูงขึ้นเป็นพิเศษจึงได้ความโปร่งโล่ง

จากที่เห็นแล้วว่าพื้นที่โดยรอบโครงการจะไม่ได้มีร้านค้า ร้านอาหารอยู่ใกล้สักเท่าไหร่ ทำให้ทางโครงการได้นำร้านค้ามาเปิดให้บริการอยู่ใต้ตึกโครงการ ก็จะมีร้านสะดวกซื้ออย่าง 7-11

ร้านซักอบรีด

และร้านอาคารอีก 1 ร้าน ชื่อร้านครัวจารย์โอ๋ เดี๋ยวจะพาเข้าไปแวะเติมพลังที่ร้านนี้สักหน่อยแล้วกัน ตามเข้ามาเลยค่า

ภายในร้านมีขนาดไม่ใหญ่มาก ประมาณ 10 โต๊ะ เมนูมีทั้งอาหารตามสั่งและเครื่องดื่ม รสชาดดีใช้ได้เลย ไว้เป็นที่พึ่งพิงยามหิวได้บ่อยๆ

ถัดไปจากร้านอาหารที่ฝั่งซ้ายจะมีช่องทางเดินลัดไปสวนส่วนกลางได้อีกทางหนึ่ง ก็จะไปเชื่อมกับเส้นทางเดินเข้าสวนจากด้านหน้าโครงการ

เป็นช่องทางเดินโล่งๆแบบนี้ มีลมพัดเย็นตลอด มองตรงไปสุดก็จะตรงกับตำแหน่งของน้ำตกในสวนพอดี ส่วนฝั่งขวาริมทางเดินจะเป็นจุดทิ้งขยะที่รีไซเคิลได้ ซึ่งทางโครงการแยกไว้ให้ว่าเป็นกล่องใส่ขวด ใส่กระป๋อง ประมาณนี้นะคะ

เดินตรงมาสุดก็จะมาโผล่ในสวนส่วนกลางนะคะ ซึ่งสวนของโครงการนี้ถูกจัดตำแหน่งให้อยู่ทางทิศตะวันออก มีข้อดีที่ทำให้พื้นที่สวนจะได้รับร่มเงาตลอดช่วงบ่าย ทำให้สามารถมานั่งเล่นในสวนได้ตั้งแต่บ่ายๆเลยทีเดียว ภายในจัดพื้นที่มาน่าใช้งาน โดยเฉพาะพื้นที่นั่งเล่นริมน้ำตก ก็จะมีศาลาโปร่งๆ และจัดโต๊ะสนามไว้ให้

พามาดูภาพรวมของสวนส่วนกลางจากมุมสูงกันหน่อย เป็นสวนส่วนกลางที่ให้พื้นที่มาขนาดใหญ่พอสมควร ด้านหน้าของสวนที่โดนแดดอยู่นั่นคือทางเข้าสวนจากทางด้านหน้าโครงการ ส่วนช่องที่ทะลุจากอาคารทางซ้ายเป็นช่องที่เราพาเดินลัดจากใต้อาคารออกมาสวนค่ะ

บรรยากาศในสวนก็จะโล่งๆแบบนี้ ส่วนใหญ่จะลงไม้ยืนต้นไว้ริมรั้ว

โดยพื้นที่ริมรั้วก็จะทำเป็นที่นั่งเล่นไว้อยู่หลายมุม เป็นพื้นที่ให้ลูกบ้านได้ออกมาเปลี่ยนบรรยากาศ มารับความร่มรื่นจากต้นไม้ใหญ่

นอกจากนี้ก็จะมีเครื่องเล่นของเด็กๆ ด้วย

พื้นที่ของสวนส่วนกลางยังมีพื้นที่ด้านหลังอีกนะคะ เดี๋ยวจะพาเดินผ่านน้ำตกไปแล้วเลี้ยวซ้ายค่ะ

แวะชมมุมนั่งเล่นริมน้ำตกอีกทีหนึ่ง มุมนี้ก็จะได้ยินเสียงน้ำอยู่ตลอด อยู่ใกล้กับเครื่องเล่นเด็กด้วย จึงเหมาะกับจะเป็นที่นั่งของผู้ปกครองที่มานั่งรอเด็กวิ่งเล่นกันแถวนี้แหละค่ะ

จากมุมน้ำตกเลี้ยวซ้ายมาแล้ว จะเห็นพื้นที่ส่วนกลางใต้อาคารทางฝั่งขวา ซึ่งทางโครงการวางเครื่องเล่นออกกำลังกายไว้ให้

ก็จะมีเครื่องเล่น 4 ชิ้น หน้าตาแบบนี้ การวางเครื่องเล่นไว้ใต้อาคารก็ทำให้สามารถมาเล่นได้ตลอดทั้งในเวลากลางวันที่แดดแรง หรือในเวลาฝนตก และยังช่วยรักษาเครื่องเล่นไม่ให้เสียง่ายด้วย

พื้นที่ใต้อาคารด้านในก็เป็นที่โล่งๆ แบบนี้ ฝั่งซ้ายจะมีที่นั่งเล่นเตรียมไว้ให้อีกตำแหน่งหนึ่ง และก็มีตั้งโต๊ะปิงปองไว้ให้ด้วย สำหรับห้องน้ำส่วนกลางจะอยู่ทางขวามือนี่เอง

ห้องน้ำส่วนกลางแยกไว้เป็นห้องน้ำชาย หญิง และห้องน้ำสำหรับคนพิการ

เราจะพาเข้ามาดูในห้องน้ำหญิงนะคะ ก็จะมีอ่างล้างมือและแยกส่วนโถสุขภัณฑ์ไว้

ออกมาจากพื้นที่ส่วนกลางใต้อาคารจะพาเดินเข้าไปด้านใน ซึ่งเป็นที่ตั้งของสนามบาสฯ

ตอนแรกดูๆ ก็สงสัยว่าทำไมโครงการถึงทำถนนในสวนกว้างจัง พอเดินเข้ามาด้านในก็เข้าใจละค่ะ เพราะฝั่งขวานี้จะมีห้องเก็บขยะของโครงการอยู่ เค้าก็ทำพื้นที่ให้กว้างๆไว้ขนขยะได้ง่าย ซึ่งพอส่วนของขยะถูกกันเข้ามาอยู่ฝั่งนี้แล้ว ทำให้เราจะไม่เห็นรถขยะไปผ่านหน้าส่วนที่อยู่อาศัยอย่าง Lobby ทางเข้าอาคารเลย ส่วนสนามบาสฯ ก็เดินต่อเข้าไปด้านในอีกหน่อย

หน้าตาของสนามบาสก็ประมาณนี้ รองรับการเล่น Street Basketball ที่มีผู้เล่น 3 คน จะไม่ได้เป็นสนามบาสแบบเต็มที่มี 2 ห่วงนะคะ ในส่วนของพื้นที่สวนส่วนกลางก็มีประมาณนี้ เดี๋ยวเราจะพากลับไปที่ทางเดินใต้ตึกกันต่อ

กลับมาที่ทางเดินใต้ตึกกันแล้วนะคะ จากร้านอาหารก็เดินเข้ามาเรื่อยๆ ฝั่งซ้ายก็จะผ่าน Lobby อาคารแล้ว ด้านหน้ามีตู้ ATM ติดตั้งไว้เรียบร้อย เวลาจะออกจากคอนโดก็แวะกดเงินก่อนได้

มองผ่านตู้ ATM มาก็จะมีประตูห้องต่างๆ เรียงกันอยู่ตามนี้เลยนะคะ ประตูแรกเป็นทางเข้า Lobby อาคาร ถ้าต้องการขึ้นห้องพักก็เข้าประตูแรกไป ส่วนห้องถัดมาเป็น สนง.นิติฯ ถ้าหากต้องการไปติดต่อเรื่องขอดูห้องมือ 2 ก็มาถามที่ห้องนี้เช่นกัน ส่วนห้องด้านในสุดเป็นห้องอเนกประสงค์สำหรับลูกบ้านเข้าไปใช้บริการ นั่งอ่านหนังสือ หรือนั่งเล่นอินเตอร์เนต

บริเวณด้านหน้าห้องก็จะมีติดชื่อห้องเอาไว้เรียบร้อย แต่ละห้องจะมีผนังส่วนที่เป็นกระจก ช่วยให้แสงธรรมชาติผ่านเข้ามาได้มาก ทำให้บรรยากาศในห้องดูโปร่ง ไม่อึดอัด

บรรยากาศภายในห้องอเนกประสงค์ พื้นที่ส่วนใหญ่ในห้องจะเป็นโต๊ะนั่งอ่านหนังสือที่ถูกจัดไว้เป็นกลุ่มเล็ก แบบโต๊ะละ 2-3 คน ภายในห้องติดแอร์ไว้เรียบร้อย แต่ถ้าไม่มีคนใช้งาน แม่บ้านก็จะไม่ค่อยได้เปิดแอร์นะคะ การจัดการแบบนี้ก็ดีตรงที่เป็นการช่วยประหยัดค่าส่วนกลางได้อีกทางหนึ่ง

นอกจากโต๊ะอ่านหนังสือ ก็จะมีชั้นวางหนังสือ ซึ่งทางโครงการจัดหนังสือไว้ให้ในตู้เรียบร้อย สามารถหยิบมาอ่านได้

นอกจากโต๊ะนั่งอ่านหนังสือ ก็จะมีคอมพิวเตอร์ 2 เครื่อง ตั้งไว้ให้ลูกบ้านสามารถเข้ามานั่งเล่นอินเตอร์เน็ต ท่องเว็บไซต์ได้

ด้านในห้องจะแบ่งออกเป็นโซนเด็ก ก็จะมีทั้งของเล่นเด็ก โต๊ะเล็กของเด็กไว้นั่งทำการบ้านหรืออ่านหนังสือ

ต่อไปจะพาไปดูที่จอดรถของอาคารกันนะคะ เริ่มตั้งแต่ Drop-Off ที่เป็นจุดจอดรถรับ – ส่งลูกบ้านที่อยู่บริเวณหน้าทางเข้า Lobby อาคาร เมื่อคนขับรถจอดส่งคนเรียบร้อยก็ขับตรงเข้าไปด้านในกันเลย

ตรงตามทางเข้ามาด้านในจะสังเกตเห็นรั้วต้นไม้สีเขียวของโครงการที่ปลูกไว้ร่มรื่นตลอดแนว ส่วนหนึ่งเป็นเพราะโครงการนี้เปิดมาสักพักแล้ว ทำให้ต้นไม่โตเต็มที่พร้อมให้ร่มเงาแล้วนั่นเอง บริเวณริมรั้วจะมีกล้อง CCTV ติดไว้ ช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้แก่ผู้พักอาศัยด้วย

เลี้ยวซ้ายมาตามทางจะเข้าสู่พื้นที่จอดรถใต้อาคาร โดยที่จอดรถจะมีทั้งหมด 5 ชั้น สำหรับรถที่มีความสูงเป็นพิเศษ อย่างเช่น รถตู้ ก็จอดที่ชั้นล่างนี่นะคะ เพราะเป็นชั้นเดียวที่มีระยะพื้นถึงฝ้าสูงเป็นพิเศษ

ถ้าใครจอดรถชั้น 2 – 5 ก็มีทางเลือกในการขึ้นชั้นที่จอดรถอีกทางหนึ่งนอกจากขึ้นลิฟท์ ก็คือมีบันไดให้นะ อยู่ด้านข้างทางเข้าที่จอดรถเลย

ทางเข้าที่จอดรถของลูกบ้านจะใช้ Key Card เป็นระบบรักษาความปลอดภัย แต่ละห้องจะมีสิทธิ์จอดได้ 1 คัน  ไม่ Fix ตำแหน่ง และต้องเสียค่าจอดรถรายเดือน เดือนละ 300 บาทนะคะ

เข้ามาด้านในจะมีที่จอดรถจักรยานและที่จอดรถมอเตอร์ไซค์ แยกไว้เป็นสัดส่วน

ตรงเข้ามาเรื่อยๆในพื้นที่จอดรถ ก็มีทางแยกทางซ้ายเป็นทางขึ้นไปจอดรถชั้นบน

ช่องจอดรถมีขนาดมาตรฐาน ไม่แคบเกินไป รถที่หน้ากว้างอย่างรถเบนซ์ก็สามารถเข้าจอดได้

ตรงเข้ามาด้านในสุดจะมีจุดบริการล้างรถ ซึ่งดีมากๆเลยสำหรับผู้อยู่อาศัยคอนโด เพราะคอนโดโดยทั่วไปจะไม่มีพื้นที่สำหรับล้างรถเองได้เลย ต้องไปล้างตามร้านหรือใครที่มีบ้านอีกหลังหนึ่งก็ต้องนำกลับไปล้างที่บ้านเท่านั้น

ทางลาดขึ้นลงในพื้นที่จอดรถ ทำมาได้มาตรฐานมีพื้นที่ค่อนข้างกว้าง

ส่วนที่จอดรถชั้นบนแต่ละชั้นจะถูกแบ่งครึ่งออกเป็นโซน A และ โซน B ทำให้ความสูงของที่จอดรถจะลดลง

ส่วนลิฟท์ในที่จอดรถจะมีเฉพาะในโซน B นะคะ ซึ่งลิฟท์ตัวนี้จะเชื่อมจากที่จอดรถไปยัง Lobby อาคารเลยค่ะ

ต่อไปเราจะพาเข้า Lobby อาคารกันบ้าง ซึ่งผนังบางส่วนของ Lobby จะเป็นผนังกระจก ภายในอาคารมีแสงธรรมชาติผ่านเข้ามาอยู่ตลอด ทำให้ภายในอาคารมีความโปร่งโล่ง

เข้ามาภายใน Lobby ฝั่งขวาจะเป็นลิฟท์ Service ที่เชื่อมกับลานจอดรถ หรือถ้าเดินทะลุไปด้านในก็สามารถไปเชื่อมกับสวนส่วนกลางได้ด้วย

ภายในอาคารไม่ได้ถูกตกแต่งไว้หรูหรานัก โดยจะแต่งไปตามระดับราคาของคอนโด มีชุดโซฟารับแขกอยู่ภายในอาคาร

อีกฝั่งหนึ่งของ Lobby จะมีทางเข้าไปโถงลิฟท์ ซึ่งตรงนี้เป็นอีกตำแหน่งที่จะต้องใช้ Key Card แตะเข้าไปส่วนพักอาศัย

เข้ามาด้านในโถงลิฟท์ จะมีลิฟท์ทั้งหมด 3 ตัว และยังคงคอนเซปต์ในการก่อสร้างที่เน้นเป็นหน้าต่างให้แสงธรรมชาติเข้ามาในอาคารได้ ทำให้ภายในดูโปร่ง แม้ว่าจะไม่ได้เปิดไฟค่ะ

บริเวณด้านหลังโถงลิฟท์จะเป็นห้องจดหมาย ซึ่งก็แยกชั้นไว้อย่างเป็นระเบียบ แต่ช่องมีขนาดไม่ใหญ่นัก ถ้ามีจดหมายมาเยอะหรือเป็นพัสดุคงเก็บไม่พอ ต้องติดต่อพนักงานแทนค่ะ

plan-lumpini-lr-2-of-6

ขึ้นมาชั้น 2 จะเริ่มเป็นส่วนของห้องพักอาศัยและพื้นที่บางส่วนเป็นพื้นที่จอดรถของโครงการ ห้องพักในชั้นนี้ถึงแม้ว่าจะไม่ได้วิวมุมสูง แต่ก็มีข้อดีที่สามารถเดินเชื่อมเข้าที่จอดรถได้สะดวก โดยมีห้องพักอาศัยทั้งหมด 21 ยูนิต ซึ่งทางโครงการเน้นไปที่แบบ 1 Bedroom 28 ตร.ม. ให้มีจำนวนห้องมากที่สุด

ห้องพักส่วนใหญ่จะเป็นห้องที่หันหน้าทางทิศตะวันออก-ตะวันตก และทิศเหนือ ทางเดินจัดเป็น Double corridor วางห้องพักขนาบทางเดิน 2 ฝั่ง โถงลิฟท์มีตำแหน่งเดียวค่อนมาทางหน้าทางเข้าโครงการ ทำให้ห้องที่อยู่ที่ปลายอีกฝั่งของอาคารจะต้องเดินไกลกว่าห้องอื่นๆ แต่ไม่เป็นปัญหากับอาคารที่ไม่ยาวนักเพราะมีระยะทางเดินไปถึงห้องพักที่ไกลจากลิฟท์ที่สุดประมาณ 50 ม.เท่านั้น ในโถงจะมีลิฟท์จะมีลิฟท์ 3 ตัว เป็นแบบล็อกชั้น มีอัตราส่วนลิฟท์เฉลี่ยทั้งโครงการ  294 : 1 ถือว่าเป็นอัตราส่วนที่หนาแน่นทีเดียว ส่วนบันไดหนีจะมีอยู่ 5 ตำแหน่งกระจายตัวอยู่รอบอาคาร ซึ่งบันไดทั้งหมดสามารถลงไปยังชั้น 1 ได้ค่ะ การจัดวางห้องในอาคารใช้วิธีการจัดวางเรียงไปตามรูปตรงอาคาร จัดวางตำแหน่งประตูห้องให้ตรงข้ามกันเป๊ะๆ ถ้าใครถือก็เลือกห้องที่หันทางทิศเหนือจะวางห้องแบบ Single Corridor (มีห้องฝั่งเดียว) ไม่มีห้องตรงข้ามเลยค่ะ

ต่อไปเป็นเรื่องของวิวในชั้นนี้ส่วนใหญ่ถูกบล็อกทั้งหมด จะโล่งหน่อยก็คือห้องที่หันออกไปทางที่ดินเปล่า แต่ก็ต้องรอลุ้นว่าที่ดินข้างๆจะสร้างเป็นอะไรในอนาคตค่ะ

plan-lumpini-lr-3-of-6

ชั้น 3-5 แปลนจะคล้ายๆกับชั้น 2 เลย แค่มีจำนวนห้องมากขึ้นมาอีก 3 ยูนิต  เป็น 24 ยูนิต ส่วนเรื่องวิว ตั้งแต่ชั้น 4 ขึ้นมาก็เริ่มพ้นจากอาคารโดยรอบในระยะประชิดแล้วนะคะ แต่ก็ยังเป็นวิวที่ไม่เปิดโล่งเท่าไหร่

plan-lumpini-lr-4-of-6

ขึ้นมาชั้น 6 เป็นชั้นที่มี Facilities หลักของโครงการอีกชั้นหนึ่ง และมีจำนวนห้องพักต่อชั้น 33 ยูนิต ผังอาคารจัดไว้ค่อนข้างดี คือเมื่อออกจากโถงลิฟท์มาจะมีทางเดินเข้าสระว่ายน้ำโดยไม่ต้องผ่านหน้าห้องพักสักเท่าไหร่ ทำให้ผู้อยู่อาศัยในชั้นนี้ได้รับความเป็นส่วนตัวเช่นเดียวกับห้องพักอาศัยในชั้นอื่นๆ โดยมีห้องพักอาศัยทั้งหมด 33 ยูนิต เพิ่มห้องพักในทิศใต้ขึ้นมา เป็นห้องวิวสระ, สำหรับพื้นที่ส่วนกลางได้แก่ สระว่ายน้ำ, ห้อง Fitness, Stream และ Sauna ส่วนเรื่องของวิวบนชั้น 6 ก็คล้ายกับวิวในชั้น 4-5 แต่ก็เริ่มโล่งขึ้นเรื่อยๆ

มาดูพื้นที่ส่วนกลางของโครงการที่ชั้น 6 กันต่อเลย ถือว่าเป็นชั้น Facilities หลักของโครงการ ซึ่งในชั้นนี้จะมีทั้งสระว่ายน้ำ ห้อง Fitness ห้อง Stream และ Sauna

มาดูภายในห้องน้ำชายกันก่อน ภายในห้องมีโถสุขภัณฑ์และอ่างล้างหน้าติกตั้งไว้เรียบร้อย และอยู่ในสภาพดี

ภายในแยกเป็นห้องสุขาไว้ 2 ห้อง บรรยากาศค่อนข้างโปร่งด้วยหน้าต่างบานกระทุ้งบานใหญ่ ระบายอากาศได้ดี

และมีห้องอาบน้ำ ซึ่งสภาพภายในห้องก็ถูกดูแลไว้ตลอดเช่นกัน มีความสะอาดดีค่ะ

สำหรับห้องน้ำชายจะมีห้อง Stream ด้วย ฝั่งซ้ายจะมีตู้ล็อกเกอร์ซึ่งมีขนาดใหญ่พอให้เก็บรองเท้า เสื้อผ้าได้

ห้อง Stream มีขนาดประมาณ 4-5 ที่นั่ง สภาพห้องถูกดูแลไว้ในสภาพดีเช่นกัน

ส่วนห้องน้ำหญิงจะแตกต่างจากห้องน้ำตรงที่จะมีห้อง Sauna แทนห้อง Stream ค่ะ

ภายในห้อง Sauna ก็มีขนาดไม่ใหญ่มาก นั่งได้ 5-6 คน

ต่อไปจะพามาชมสระว่ายน้ำของโครงการกันต่อ เป็นสระว่ายน้ำแบบ Outdoor เปิดโล่ง จึงเหมาะที่ใช้งานในช่วงเย็นเท่านั้น พื้นที่โดยรอบสระค่อนข้างกว้าง เป็นพื้นที่ให้ลูกบ้านได้มาเปลี่ยนบรรยากาศ นั่งรับลมในตอนเย็นๆได้

ด้านข้างสระว่ายน้ำมีพื้นที่ให้อาบน้ำล้างตัวก่อนลงสระ ที่ถูกกั้นพื้นที่ไว้เป็นสัดส่วนดีและยังอยู่ในสภาพดีค่ะ

สระว่ายน้ำของโครงการนี้มีขนาดใหญ่ทีเดียว กว้างยาว 12 x 24 ม. ลึก 1.2 ม. ถึงแม้ว่าโครงการจะเปิดมาหลายปีแล้วแต่ก็มีการดูแลพื้นที่ส่วนกลางได้ดีนะคะ บรรยากาศโดยรอบร่มรื่นด้วยไม้ยืนต้นและไม้พุ่ม ซึ่งมีขนาดที่เริ่มให้ร่มเงาได้แล้ว อย่างไรก็ตามพื้นที่ส่วนกลางในชั้นนี้ค่อนข้างใหญ่จึงไม่สามารถได้ร่มเงาจากต้นไม้ได้ทั่ว จึงเหมาะจะใช้ในเวลาเย็นค่ะ

ภายในสระว่ายน้ำมีการแบ่งพื้นที่สระเด็กไว้ชัดเจน โดยมีความลึกประมาณ 0.6 ม.

มองไปสุดสระว่ายน้ำจะถูกบล็อกวิวด้วยคอนโดใกล้ๆกันอย่าง Aspire พระราม 4 แต่ก็ไม่ได้ประชิดขนาดที่จะทำให้รู้สึกอึดอัด

ด้านข้างสระว่ายน้ำอีกฝั่งหนึ่งจะติดกับห้องพักของโครงการเอง สาระสำคัญคือการกั้นพื้นที่ระหว่างส่วนกลางกับห้องพัก โดยการแบ่งพื้นที่ที่ดีต้องคำนึงถึงความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของห้องวิวสระ ซึ่งทางโครงการทำเป็นรั้วไม้พุ่มและมีแนวกันตกกั้นไว้เรียบร้อย

นอกจากนี้ยังมีม้านั่งยาวตลอดพื้นที่ส่วนกลางในชั้นนี้ ไว้ให้ลูกบ้านได้มานั่งเล่นเปลี่ยนบรยากาศ

และยังมีม้านั่งและ Day Bed ใต้หลังคาอีกด้วย นับว่าเป็นพื้นที่ส่วนกลางที่มีที่นั่งเยอะมากจริงๆ

จากสระว่ายน้ำมองกลับเข้าอาคาร จะตรงกับตำแหน่งของห้อง Fitness พอดี ส่วนประตูทางขวาเป็นทางเข้าส่วนของสระว่ายน้ำที่พาเดินออกมาในตอนแรก

จากประตูทางเข้าสระว่ายน้ำ ห้องกระจกฝั่งซ้ายเป็นห้อง Fitness ส่วนฝั่งขวาจะเป็นพื้นที่นั่งเล่น ซึ่งช่องลมระหว่างประตูกับหน้าต่างของพื้นที่นั่งเล่นจะตรงกันพอดี ทำให้พื้นที่ตรงนี้ลมโกรกดีมากเลย

พื้นที่นั่งเล่นตรงนี้ค่ะ ที่แม้ว่าทางโครงการไม่ได้เปิดแอร์แต่ก็ได้ลมเย็นดีตลอดวัน

ด้านข้างพื้นที่นั่งเล่นจะมีทางเข้าห้อง Fitness

ภายในมีเครื่องออกกำลังกายประมาณ 10 เครื่อง โดยเครื่องเล่นทั้ง 2 ฝั่งจะได้วิวที่ต่างกัน ฝั่งซ้ายจะได้วิวสระว่ายน้ำ ส่วนฝั่งขวาจะได้วิวเมือง หันไปทางด้าน ม.กรุงเทพ

นอกจาก Facilities ส่วนกลางจะมีสระว่ายน้ำแล้ว ก็ยังมีห้องซักผ้า และตู้กดน้ำให้บริการในชั้นนี้ด้วย ซึ่งเหมาะกับการปล่อยเช่า ทำให้ลูกบ้านไม่ต้องติดตั้งเครื่องซักผ้าที่ห้องพักก็ได้

plan-lumpini-lr-5-of-6

มาต่อกันที่ ชั้น 7-26 ของตึกค่ะ จะมีแปลนคล้ายกับชั้น 6 เลย ต่างกันคือในชั้นนี้จะเป็นห้องพักอาศัยทั้งชั้น ไม่มีพื้นที่ส่วนกลาง เรื่องของวิวจะเริ่มมีความต่างจากชั้นอื่นๆ เมื่อเลือกห้องตั้งแต่ชั้น 9 ขึ้นไป เพราะจะพ้นจากอาคารเล็กๆโดยรอบมาอีกหลายอาคาร เริ่มจะเห็นวิวเมืองไกลๆ ยกเว้นทางทิศตะวันออกที่จะถูกบล็อกวิวระยะไกลด้วยคอนโด Aspire ไปตลอด ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกเลยสำหรับคอนโดที่อยู่ในทำเลกลางเมืองแบบนี้

ในส่วนของชั้น 3-8 จะเป็นชั้นพักอาศัยทั้งชั้น และด้วยหน้าต่างบานใหญ่บริเวณโถงลิฟท์ทำให้พื้นที่โถงทางเดินดูโปร่ง ไม่อึดอัดค่ะ

plan-lumpini-lr-6-of-6

สำหรับ 2 ชั้นบนสุดของอาคาร จะเป็นชั้นที่มีจำนวนห้องพักน้อยที่สุด ที่ 17 ยูนิต จึงมีความเป็นส่วนตัวในการอยู่มากขึ้น ส่วนเรื่องวิวก็จะคล้ายๆกับชั้น 26 เลยค่ะ

ต่อไปจะนำวิวมุมต่างๆมาให้ดูกันนะคะ ซึ่งวันที่เข้าไปดูโครงการได้วิวประกอบจากห้องจริงมาประมาณ 6 มุม โดยเริ่มจาก

1. วิวจากห้องพักในทิศตะวันตก มองไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ : ได้วิวเมืองและตึกสูงที่อยู่ไกลๆ เห็นแนวถนนพระราม 4 สวยงาม และถ้าใครทำงานอยู่ในอาคารสูงแถวแยกเกษมราษฎร์ เช่น อาคารกรีนทาวเวอร์ อาคารมาลีนนท์ จะเห็นที่ทำงานของตัวเองชัดเจนเลย

2.วิวจากห้องพักในทิศตะวันตก มองออกไปตรงๆ : วิวยังเปิดโล่งอยู่เหมือนเดิมแต่จะต่างกับมุมแรกเล็กน้อย ต้องมองออกไปไกลมากๆ จึงจะเห็นแนวอาคารสูงอยู่ลิบๆ เพราะทิศนี้จะหันเข้าหาซอยข้างโดยตรงจึงไม่เจอตึกสูงสักเท่าไหร่

3.วิวจากห้องพักในทิศตะวันตก มองออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ : มุมนี้จะเห็นวิวม.กรุงเทพกล้วยน้ำไทชัดเจนเลย ถ้าห้องบนชั้นสูงๆ จะเห็นแม่น้ำด้วยนะ

4.วิวจากห้องพักในทิศตะวันออก มองออกไปตรงๆ : เป็นวิวที่โดนบล็อกมากที่สุดของโครงการเลย ทำให้ไม่สามารถมองวิวไกลๆได้ในทิศนี้แต่ก็ยังดีที่คอนโด Aspire จะไม่ได้อยู่ในระยะประชิด ทำให้เหลือพื้นที่ว่างที่ช่วยลดความอึดอัดลงได้บ้าง

lpn-lr-95-of-96

5.วิวจากห้องพักในทิศเหนือ มองออกไปตรงๆ : เป็นวิวที่มองออกไปทางถนนพระราม 4 โดยมองผ่านที่ดินเปล่าไปก็โล่งๆดี เห็นอาคารสูงอยู่ในระยะไกล แต่มีข้อเสียที่จะต้องมองเห็นอาคารของลุมพินีเองทางฝั่งซ้ายอยู่ตลอด

6.วิวจากห้องพักในทิศเหนือ มองออกทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ : วิวก็จะคล้ายๆมุมที่ 5 แต่หันมาทางตะวันออกหน่อย ก็ยังไม่พ้นโดนบล็อกด้วยคอนโด Aspire ค่ะ

เป็นอย่างไรกันบ้างกับมุมมองในทิศต่างๆ ใครชอบมุมแบบไหนก็เลือกห้องที่เหมาะกับคุณได้เลย แล้วอย่าลืมคำนึงถึงทิศทางลมด้วยนะคะ สำหรับประเทศไทยส่วนใหญ่ลมจะมาทางทิศตะวันตกเฉียงใต้และทิศใต้ ห้องที่อยู่ทางทิศใต้ก็มักจะได้ลมดีกว่าทิศอื่นๆ ส่วนในหน้าหนาวลมจะมาทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือค่ะ

 

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • สระว่ายน้ำ 1 สระ ระบบเกลือ ขนาด 12 x 24 เมตร แบ่งสระเด็กลึก 0.6 เมตร สระผู้ใหญ่ลึก 1.2 เมตร
  • ห้องออกกำลังกาย 1 ใส่เครื่องออกกำลังกายประมาณ 10 เครื่อง
  • Stream และ Sauna
  • สวนหย่อมรอบโครงการ
  • ลิฟท์โดยสาร 3 ตัว/อาคาร
  • อัตราส่วนลิฟท์รวมทั้งโครงการ 294 :  1
  • Service Lift 1 ตัว
  • ที่จอดรถประมาณ 40 % ไม่รวมจอดซ้อนคัน
  • ระบบ CCTV / Access Card
  • รถตู้บริการรับส่ง


Product Walkthrough

แบบห้องของโครงการจะเป็น 1  Bedroom ทั้งหมด โดยจะมีห้อง 4 ขนาด คือ 28 ตร.ม., 28.5 ตร.ม., 29 ตร.ม. และ 35 ตร.ม.โดยห้องในโครงการส่วนใหญ่จะเป็นห้องขนาด 28 ตร.ม. ส่วนห้องขนาดอื่นๆจะเป็นห้องที่มีชั้นละไม่กี่ห้องและอยู่บริเวณมุมอาคารนะคะ

ห้อง Standard ขนาด 28 ตารางเมตร แปลนห้องก็อย่างที่พวกเราคุ้นเคยกันดี เป็นห้องรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส Signature ของ LPN เลยค่ะ เริ่มจากทางเข้าจะเจอกับส่วนพื้นที่นั่งเล่นดูทีวี ติดกันเป็นส่วนของห้องนอนที่กั้นจากห้องนั่งเล่นด้วยประตูบานเลื่อนกระจกแยกเป็นสัดส่วนดี ใครที่อยากจะเพิ่มความเป็นส่วนตัวอีกหน่อยก็สามารถติดฟิล์มฝ้าได้นะคะ

จากห้องนั่งเล่นจะเชื่อมต่อกับบริเวณเตรียมอาหารและรับประทานอาหาร โดยทางเดินที่เชื่อมนั้นจะลบเหลี่ยมมุมออกเพื่อขยายทางเดินให้กว้างขึ้นเดินได้สะดวก ซึ่งข้อเสียก็คือไม่สามารถทำประตูบานเปิดกั้นระหว่างครัวและพื้นที่นั่งเล่นได้ จึงไม่เหมาะกับการทำอาหารหนักๆ เนื่องจากกลิ่นจะลอยฟุ้งไปทั่วห้องถัดมาในห้องน้ำที่มีขนาดค่อนข้างเล็กแต่ก็จัดสรรตำแหน่งสุขภัณฑ์และแบ่งโซนเปียกโซนแห้งได้ดีค่ะ และสุดท้ายระเบียงซักล้างที่มีขนาดไม่ใหญ่มากนัก ถ้าวางเครื่องซักผ้าแล้วก็เหลือพื้นที่ไม่มากในการใช้งานเท่าไหร่นะคะ

ส่วนห้อง 35 ตร.ม. จะต่างจากห้องขนาด 28 ตร.ม.โดยทั่วไป คือห้องจะไม่ได้เป็นทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสตามแบบที่เคยชินกันนะคะ จะมีหน้ากว้างของห้องที่เพิ่มขึ้นและมีความลึกของห้องเพิ่มขึ้นด้วย ประตูทางเข้าห้องถูกเปลี่ยนตำแหน่งจากตรงกลางห้องไปอยู่ด้านขวา และเพิ่มพื้นที่ทานข้าวขึ้นมาให้เป็นสัดส่วนมากขึ้น อยู่บริเวณหน้าทางเข้า ส่วนห้องนั่งเล่นจะถูกย้ายเข้าไปติดกับหน้าต่างด้านใน ข้อดีของห้องแบบนี้คือห้องนั่งเล่นจะได้มีช่องรับแสงธรรมชาติเป็นของตัวเอง ไม่ต้องพึ่งช่องแสงจากห้องนอนอีกแล้วนะคะ

ผังห้องนี้ พอ Combine แล้ว ได้เป็นห้องหน้ากว้างขนาด 56 ตารางเมตร โดยภาพรวมตำแหน่งของการจัดพื้นที่ใช้สอยดูลงตัว แต่แทบจะทุกอย่างจะดูเล็กๆไปหมด อย่างในห้องนอนวางเตียงได้แค่ 5 ฟุต, ห้องน้ำมี 2 ห้องแต่ก็เล็กทั้ง 2 ห้อง เพราะเป็นห้องขนาดเล็กมา Combine กัน ที่ไม่ลงตัวจริงๆน่าจะเป็นโต๊ะทานข้าว ที่โดนล้อมเป็นเกาะด้วยประตูต่างๆ ทำให้ถูกตัดขาดจากห้องนั่งเล่น

เนื่องจากเป็นโครงการที่ขายหมดแล้ว ตอนนี้จะมีเป็นห้องมือ 2 นะคะ จึงไม่ได้มีรูปภายในห้องมาให้ดูกัน

ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 5 January 2017

  • เนื่องจากเป็นโครงการที่ขายหมดและโอนกันหมดแล้วนะคะ ดังนั้นต้องซื้อต่อจากเจ้าของเดิม ทำให้ราคาก็จะค่อนข้างหลากหลายขึ้นอยู่กับทำเลห้องได้อยู่ชั้นสูงๆหรือชั้นล่างๆ ตกแต่งครบหรือห้องเปล่า ความพอใจราคาจากการตกลงกันระหว่างคนซื้อและคนขายราคาต่อตารางเมตรในช่วงปลายปี 2016 จะอยู่ที่ประมาณ 71,000 – 89,000 บาท/ตร.ม. (ทั้งแบบห้องเปล่าและตกแต่งครบ) สำหรับห้องที่ขายมีตั้งแต่ Fully Fitted ไปจนถึง Fully Furnished และมีค่าส่วนกลางอยู่ที่ 35 บาท/ตร.ม./เดือนค่ะ

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ


เจาะลึกรวบยอด

โครงการลุมพินี เพลส พระราม 4 – กล้วยน้ำไท ตั้งอยู่ในทำเลพระราม 4 ใกล้ถนนสุขุมวิท ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ การเข้าถึงโครงการสะดวกมากเพราะโครงการอยู่ติดพระราม 4 เลย โดยห่างจากรถไฟฟ้า BTS เอกมัยประมาณ 1 กิโลเมตร ซึ่งไม่ใช่ระยะเดิน คงต้องอาศัยพี่วิน หรือ Taxi หรือไม่ก็พึ่งบริการ Shuttle Service จากโครงการ สภาพแวดล้อมที่ติดกับโครงการไม่ค่อยสมบูรณ์นัก ต้องเดินออกไปหาแหล่งของกินแถวแยกกล้วยน้ำไท แต่ก็ยังมีไม่ค่อยเยอะ ถ้าอยากไปแหล่งอุดมสมบูรณ์แบบ Hyper Market แบบ Community mall ต้องอาศัยนั่งรถไปแถวแยกเกษมราษฎร์

การเดินทางโดยใช้รถ เดินทางสะดวกมาก เพราะโครงการอยู่ติดถนนใหญ่ และไม่ไกลจากทางขึ้นทางด่วน แต่ก็มีเวลาที่รถติดหนักมากๆ ในช่วงเวลาเร่งด่วนเช่นกัน สำหรับที่จอดรถให้มาไม่เยอะนักอยู่ในอัตราส่วนประมาณ 40 % ไม่รวมซ้อนคัน ซึ่งถ้าเกิดกลุ่มลูกบ้านมีรถยนต์ส่วนตัวกันเยอะ อาจจะมีปัญหาเรื่องที่จอดรถไม่พอหากบริหารจัดการเรื่องที่จอดรถกันไม่ดี ซึ่งโครงการนี้จะมีการเก็บค่าจอดรถสำหรับด้วยแต่ก็ไม่รู้ว่าจะช่วยให้ลูกบ้านลดการใช้รถยนต์ส่วนตัวได้มากน้อยแค่ไหนนะคะ

การเดินทางโดยไม่ใช้รถ เนื่องจากโครงการอยู่ติดถนนใหญ่จึงได้เรื่องความสะดวกในการเรียกรถค่อนข้างมาก ทั้งรถ Taxi และรถเมล์ ทำเลโครงการจะไกลจาก BTS ประมาณ 1 กม. เป็นระยะที่เดินไปกลับเป็นประจำไม่ไหว จึงต้องต่อรถอีกรอบหนึ่งก็แลกมากับราคาที่หยิบจับได้ง่าย แต่ดีที่ทางโครงการเขามี Shuttle Service รับส่ง ซึ่งคงจะพอช่วยให้ลูกบ้านสบายได้ในช่วงที่ Shuttle Service ยังให้บริการ แต่ถ้าดึกดื่น หรือเช้ามากๆ คงต้องเรียกรถเอง หรือจะเรียกพี่วินก็สะดวกเพราะอยู่แค่หน้าโครงการ สามารถเรียกไป BTS ได้ในราคา 20 บาท 

สำหรับวัสดุนั้นจะขอพูดสิ่งที่ทางโครงการได้ให้มานะคะ ส่วนเรื่องของเฟอร์นิเจอร์หรือการตกแต่งเพิ่มเติมในส่วนต่างๆ ของเจ้าของแรกนั้นอาจจะไม่สามารถสรุปได้โดยตรงเพราะแต่ละห้องที่มา Re-sale ก็จะมีความแตกต่างกันไปในเรื่องนี้ ซึ่งราคาก็จะแปรผันตรงตามงบประมาณการตกแต่งเพิ่มเติมค่ะ สำหรับวัสดุที่ได้จากโครงการนี้ให้มาตามมาตรฐานค่ะ พื้นห้องนั่งเล่น ห้องนอน และห้องครัว ปูด้วยลามิเนตหนา 8 มม. พื้นห้องน้ำและระเบียงปูด้วยกระเบื้องเซรามิก 30 x 30 ซม. มีชุดสุขภัณฑ์ในห้องน้ำให้ครบ อ่างล้างหน้าเป็นไฟเบอร์ มีก๊อกน้ำและชุดฝักบัวอาบน้ำ มีชุด Built-in ครัวมาให้ชุดล่างเป็นตู้แต่ชุดบนมีแค่ชั้นวางของ และสุดท้ายคือมีชุด Built-in ตู้เสื้อผ้ามาให้ ถ้าเป็นแบบ 1 Bedroom 26 ตร.ม.จะได้ฉากกั้นโซน Shower เพิ่มมาให้พิเศษกว่าห้องอื่นๆ หน้าต่างใช้กรอบอลูมิเนียมสีธรรมชาติ

การออกแบบโครงการถือว่าทำออกมาได้ลงตัวดีนะคะ ในเรื่องของการจัดวางตัวอาคาร โดยมีทางเดินเชื่อมตลอดแนวใต้อาคารทำให้การเดินเชื่อมต่อกันระหว่างอาคารไปยัง Facilities ต่างๆ และที่จอดรถด้านในเป็นไปด้วยความสะดวก นอกจากจะวางพื้นที่อาคารได้คุ้มค่ากับเนื้อที่ 4 ไร่เศษๆ นี้แล้วโครงการยังมีพื้นที่สีเขียวด้านข้างที่กว้างขวางและน่าใช้งาน การออกแบบอาคารและห้องพักของคอนโดลุมพินีก็จะเป็นแบบคล้ายๆกันหมดกับโครงการอื่นๆของ ลุมพินี ทั้งรูปลักษณ์ภายนอกจนถึงภายในห้อง ที่แม้จะมีขนาดห้องที่เล็กแต่ก็มีฟังก์ชั่นที่ครบ แต่ด้วยขนาดห้องที่ไม่ได้ใหญ่มากนักทำให้การจัดวางหรือเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่ได้ขนาดพอดีๆ กับห้องค่อนข้างยากหน่อย อย่างไรก็ตามควรเช็คความกว้างยาวห้องและเฟอร์นิเจอร์ที่จะซื้อกันก่อนด้วยนะคะ แต่สิ่งนึงที่เป็นจุดด้อยของโครงการจาก ลุมพินี คือความหนาแน่นที่มีค่อนข้างสูงแต่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกหากเทียบกับราคาขาย อัตราส่วนลิฟท์เฉลี่ยทั้งโครงการอยู่ที่  294 ห้องต่อลิฟท์ 1 ตัว ถือว่าอยู่มากอยู่นะคะ แต่ก็เป็นปกติของระดับราคานี้ค่ะ

สาธารณูปโภคของโครงการ จะอยู่ในอาคารพักอาศัยเลยทำให้สะดวกต่อการมาใช้งาน จะมีสระว่ายน้ำและห้องออกกำลังกาย ที่ชอบคือใต้อาคารมีร้าน 7-11 และร้านอาหารที่เปิดขายแล้วเรียบร้อย เป็นข้อดีของตึกที่เปิดมานานแล้วเราก็จะรู้ทันทีว่ามีร้านอะไรเปิดบ้าง ไม่ต้องมารอ มาลุ้นอีกที ส่วนกลางในชั้น 1 จะมีห้องอเนกประสงค์และสวนส่วนกลางขนาดใหญ่ ที่ได้รับร่มเงาจากตึกตลอดในช่วงบ่าย ด้านหลังมีสนามบาสเกตบอลแบบสตรีทบาสฯ ซึ่งแม้จะผ่านมา 5 ปีแล้วแต่โครงการก็ยังดูแลให้อยู่ในสภาพดี ซึ่งเป็นจุดเด่นของโครงการลุมพินีทุกโครงการค่ะ


ด้วยทำเลโครงการนี้มีโครงการเพื่อนบ้านอยู่หลายโครงการนะคะ แต่ถ้าเทียบกันที่ราคาโครงการลุมพีนีตัวนี้ก็ถือว่ามีราคาเปิดตัวที่ต่ำสุดแล้ว อย่างโครงการที่มีราคาต่อตารางเมตรเขยิบขึ้นมาหน่อยในทำเลใกล้ๆกันก็จะมีอยู่อีกโครงการหนึ่งคือ Aspire พระราม 4 ของ AP และมีอีกโครงการที่เข้าไปในซอยหน่อยอย่าง Metro Luxe พระราม 4 ของ Property Perfect ซึ่งทั้ง 2 โครงการเป็นโครงการที่ขายหมดแล้วเช่นกัน สามารถคลิกอ่านรายละเอียดทั้ง 2 โครงการได้จากชื่อโครงการเลยค่ะ

สำหรับการเปรียบเทียบเรื่องรายละเอียดอื่นๆ ของโครงการนั้นจะขอให้เป็นทางผู้อ่านตัดสินใจนะคะ เนื่องจากการให้น้ำหนักของแต่ละคนค่อนข้างจะหลากหลายและแตกต่างกันไป โดยรีวิวฉบับนี้จะขอเปรียบเทียบราคาที่ Re-sale กันอยู่ในปัจจุบันของโครงการเพื่อนบ้าน ลุมพินี เพลส พระราม 4 – กล้วยน้ำไท เพื่อเป็นส่วนนึงในการตัดสินใจซื้อค่ะ โดยราคานี้เป็นการหาข้อมูลราคาขายในช่วงปลายปี 2016 ซึ่งราคาอาจจะปรับเปลี่ยนได้นะคะ ^^

  • Aspire พระราม 4 : ราคาประมาณ 82,000-94,000 บาท/ตร.ม.
  • Metro Luxe : ประมาณ 110,000 บาท/ตร.ม.

Judgement

เนื่องจากเป็นโครงการที่ขายหมดแล้ว ซึ่งปัจจุบันรูปแบบการขายเปลี่ยนแปลงเป็นแบบ Re-sale ซึ่งค่อนข้างมีความแตกต่างกันไปทั้งเรื่องของวัสดุ การตกแต่งภายในห้อง รวมทั้งเรื่องของราคาที่ค่อนข้างหลากหลายขึ้นอยู่กับทำเลห้องได้อยู่ชั้นสูงหรือชั้นล่าง ตกแต่งครบ ความพอใจราคาจากการตกลงกันระหว่างคนซื้อและคนขาย ดังนั้นจึงไม่สามารถให้คะแนนในรีวิวนี้ได้ค่ะ

BOTTOM LINE

ลุมพินี เพลส พระราม 4 – กล้วยน้ำไท เป็นคอนโดมือ 2 เหมาะกับคนที่มองหาโครงการสร้างเสร็จพร้อมอยู่ ไม่แคร์ว่าต้องเป็นโครงการมือ 1 มีงบประมาณจำกัด ต้องการคอนโดที่อยู่บนเส้นพระราม 4 อยู่ในรัศมีรถไฟฟ้าแบบที่สามารถต่อพี่วินไปขึ้นได้ ในราคาประมาณ 2.3-4.7 ล้าน หซื้ออยู่เองหรือลงทุนได้เพราะอยู่ใกล้สถานศึกษาและแหล่งงาน ชอบการดูแลโครงการของนิติบุคคลของลุมพินี มีกำลังผ่อนประมาณ 16,000 – 33,000 บาท/เดือน 

ถ้าเห็นว่ารีวิวนี้มีประโยชน์ ช่วยกด LIKE ให้ผมหน่อยนะคะ จะได้มีกำลังใจทำรีวิวถัดๆไปค่ะ

สมัครสมาชิกพร้อมรับข่าวสารเพิ่มเติม (คลิกที่นี่ )

Share

Leave a Reply