พาชมตึกเสร็จ ลุมพินี พาร์ค พระราม 9 – รัชดา คอนโด High Rise ติดถนนจตุรทิศ ใกล้ RCA โดย LPN [รีวิวฉบับที่ 1251]

January 3, 2017 08:002 comments

lpn-rm9-cover

รีวิวฉบับที่ 1251 … สวัสดีครับ วันนี้จะพาไปชมบรรยากาศตึกเสร็จกับโครงการ ลุมพินี พาร์ค พระราม 9 – รัชดา คอนโด High Rise สูง 24 ชั้น 2 อาคารที่มีพื้นที่สวนรอบโครงการขนาดใหญ่ ร่มรื่นเป็นธรรมชาติพร้อมกับลานออกกำลังกายกลางแจ้ง มีพื้นที่ส่วนกลางบนอาคารใช้ร่วมกันทั้ง 2 อาคาร รูปแบบมีห้องมาให้เลือกหลากหลายรูปแบบ ซึ่งตัวโครงการตั้งอยู่ที่ถนนจตุรทิศ ใกล้กับ RCA และ Show DC ที่เพิ่งเปิดตัวไป บรรยากาศภายในโครงการจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร ดูรายละเอียดกันเลยครับ

Fact @ 24 December 2016

  • Lumpini Park Rama 9 – Ratchada (ลุมพินี พาร์ค พระราม 9 – รัชดา)
  • บริษัท แอล.พี.เอ็น ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)
  • โครงการตั้งอยู่ในเขต : ถนนจุตรทิศ เขตห้วยขวาง กทม.
  • คอนโด High Rise 24 ชั้น 2 อาคาร 1,540 ยูนิต และร้านค้า 4 ยูนิต
  • ตึก A 805 ยูนิต และร้านค้า 4 ยูนิต ตึก B 735 ยูนิต
  • อาคารจอดรถ 5 ชั้น
  • ยูนิตต่อชั้นสูงสุด 38 ยูนิตที่อาคาร A
  • ที่จอดรถประมาณ 580 คัน รวมจอดซ้อนคัน คิดเป็น 37.66 %
  • ที่ดินประมาณ 9 ไร่
  • แล้วเสร็จ : 2558
  • 1 Bedroom เริ่มต้น 22.5 – 37.5 ตร.ม.
  • 2 Bedrooms เป็นห้อง Combine เริ่มต้น 45 – 60 ตร.ม.
  • ราคาห้องเริ่มต้นในวันที่เปิดขายประมาณ 1.39 ล้านบาท
  • ราคาห้องปัจจุบันประมาณ 2.1 ล้านบาท
  • ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรทั้งโครงการปัจจุบัน 70,000 – 90,000 บาท/ตร.ม.
  • ราคาค่าเช่าเฉลี่ยเริ่มต้น 10,000 – 30,000 บาท/เดือน
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่ 
  • สถานะโครงการ : Sold out (ปิดการขาย)

เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วครับ

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างครับ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด : 13.753416, 100.576341

lpn-park-rm9-rcd-map01

แผนที่จากทางโครงการแสดงตำแหน่งของโครงการว่าอยู่ใกล้กับทางเข้า RCA ในถนนจุตรทิศ โดยสามารถเข้าโครงการได้หลายเส้นทาง ไม่ว่าจะมาจากทางพระราม 9 เพชรบุรี เอกมัย หรือลงจากทางด่วนศรีรัช ทั้งฝั่งที่มาจากสุวรรณภูมิและฝั่งที่มาจากดินแดงก็สามารถที่จะเข้าสู่ตัวโครงการได้สะดวกครับเพราะเป็นถนนเลียบทางด่วนที่ทำเพื่อเชื่อมเข้าเมืองทุกทิศทาง

lpn-park-rm9-rcd-map01f

ตำแหน่งที่ตั้งโครงการตั้งอยู่ที่ถนนจตุรทิศ ที่แยกตัวออกมาจากถนนพระราม 9 ตรงช่วง รฟม.สำนักงานใหญ่ โดยถนนเส้นนี้เป็นทางที่สามารถเชื่อมเข้าสู่ตัวเมืองในบริเวณ พญาไท ราชปรารภ ต่อเนื่องไปสู่ถนนศรีอยุธยาได้ นอกจากนั้นแล้วยังสามารถไปออก เพชรบุรี อโศก เพื่อเลี่ยงรถติดในเวลาเร่งด่วนได้ และมีจุดขึ้นทางด่วนศรีรัชในฝั่งมุ่งหน้าดาวคะนอง แจ้งวัฒนะ ห่างจากตัวโครงการประมาณ 1 กม. หากจะเดินทางไปทองหล่อก็สามารถใช้ ถนนเพชรอุทัยและวิ่งเลาะไปตามแนวถนนกำแพงเพชร 7 และออกบริเวณปากทางเข้า RCA เพื่อเลี่ยงรถที่รอเลี้ยวเข้า ซอย เพชรบุรี 38/1 ในเวลาเร่งด่วนได้ครับ

ตัวทำเลในย่านนี้จะมีบริบทในตัวที่ไม่เหมือนย่านอื่น ๆ ครับ ในเวลากลางวันก็จะเป็นย่านที่ใกล้กับออฟฟิศและโรงพยาบาล มีอาหารการกินสะดวก แต่ในเวลากลางคืนก็จะสีสันและความคึกคักแตกต่างกับเวลากลางวัน เพราะอยู่ใกล้กับ RCA ที่เป็นแหล่งสถานบันเทิงที่ต่อเนื่องมาจาก รัชดา และไหลต่อไปยังเพชรบุรี ทองหล่อ ดังนั้นถ้ามองเรื่องการเดินทาง ถือว่าสะดวก เพราะมีรถแท๊กซี่ให้เรียกอยู่ตลอดครับ ทำเลนี้จริง ๆ แล้วถ้ามองจากบริบทรอบข้างแล้วจะเหมาะกับคนที่มี Life Style ที่หลากหลายครับ อาจจะทำงานในย่านนี้ และรับได้ที่จะอยู่ร่วมกับบรรยากาศที่คึกคักในเวลากลางคืน ซึ่งถ้าอยู่ในช่วงเทศกาลใหญ่ ๆ อย่างเช่น สงกรานต์ ในบริเวณนี้จะคึกคักมากเป็นพิเศษ พอ ๆ กับข้าวสารเลยครับ หรือช่วงปีใหม่ก็จะเป็นแหล่ง Hang out ทั้งไทยและเทศ มาเที่ยวกัน ดังนั้น เวลาที่เห็นราคาน่าสนใจแล้ว ผมอยากให้มาลองสำรวจบริบทต่าง ๆ ที่กล่าวมาในช่วงเวลากลางคืนจนถึงเวลาตี 2 จะเห็นบรรยากาศในย่านนี้ค่อนข้างชัดครับ จะช่วยในการตัดสินใจว่า เหมาะสมกับเราหรือไม่

lpn-park-rm9-rcd-map02f

ความอุดมสมบูรณ์รอบ ๆ โครงการที่อยู่ในระยะที่สามารถเดินได้ ในบริเวณนี้ ใต้อาคารปัจจุบันมี 7 – 11 เปิดอยู่ที่อาคาร A สามารถลงไปซื้อหากันได้ ส่วนร้านอื่น ๆ ก็จะมีร้านอาหารกึ่ง ๆ Cafe ร้านเสริมสวย และร้านซักรีดเปิดบริการอยู่ใต้คอนโดครับ ถ้าหากจะออกไปรอบนอก ฝั่งตรงข้ามก็จะมีร้านรวงที่เปิดอยู่บริเวณ TC Green เพียงแค่ข้ามถนนไป ซึ่งมีอยู่หลากหลาย เช่น ร้านอาหารญี่ปุ่น Hotei ร้านข้าว Mr.Food ร้านขายยาและอื่น ๆ อีกด้านเป็นโรงพยาบาลปิยะเวชที่ภายในมีร้าน Au Bon Pain เป็นตัวเลือก

ส่วนในฝั่ง RCA ในเวลากลางวันก็จะมีร้าน S&P ที่อยู่ต้นซอย สามารถเดินไปได้ ถัดเข้าไปก็จะเป็นร้านอาหารสำหรับพนักงานออฟฟิศ เปิดบริการอยู่ตลอดทั้งซอยเช่นกัน ใน RCA หลัก ๆ ก็จะมี Top Supermarket , Starbucks ที่อยู่ด้านใน แต่อาจจะต้องขับรถหรือขี่มอเตอร์ไซค์ไปแทนครับ ส่วนในเวลากลางคืนนั้น บริบทจะเปลี่ยนไปเป็นร้านอาหาร ผับ บาร์ เปิดให้บริการจนถึงตี 2 ครับ ประกอบกับปัจจุบันห้างสรรพสินค้า Show DC ที่เพิ่งทดลองเปิดให้บริการไปเมื่อช่วงปลายเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา ถึงแม้จะยังไม่ 100% แต่มีสินค้าและบริการที่แปลกจากห้างทั่วไป เช่น มี Shop ขนาดใหญ่ของ Lotte Duty Free และร้านค้าต่าง ๆ ที่มาจาก เกาหลีซึ่งพร้อมให้บริการจริง ภายในปี 2560 นี้ครับ

ส่วนความอุดมสมบูรณ์ที่ถัดออกไปและมีความน่าสนใจเช่นกัน ก็คือห้างสรรพสินค้าที่อยู่ตลอดแนวถนนรัชดา เริ่มตั้งแต่ ฟอร์จูนทาวน์ ที่เป็นแหล่งรวมสินค้า IT มากมายให้มาเดินเลือกชมกัน มีทั้งโรงแรม และ Tesco Lotus ตรงข้ามกันเป็นพื้นที่ของ G Land ที่เป็นแหล่งธุรกิจแห่งใหม่ที่กำลังพัฒนาทั้งแหล่ง Shopping คือ Central Rama IX และพื้นที่สำนักงาน ได้แก่ สำนักงานใหญ่ Unilever อาคารสำนักงาน G Tower ที่กำลังก่อสร้าง The nine Tower ที่อยู่ติดกับ Belle Grand กลุ่มคอนโดที่อยู่ภายในพื้นที่เพื่อรองรับกลุ่มคนในย่านนี้ และโรงแรม อีกทั้งยังมี The Super Tower อาคาร Mixed Use ที่สูงที่สุดในประเทศไทย และอาเซียน  เป็นต้น

สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้จากบทความเกี่ยวกับ New CBD ได้ตามลิ้งครับ

ถัดขึ้นไปก็ยังมีอาคารสำนักงาน SET และ AIA ที่อยู่ใกล้กับสถานฑูตจีน ต่อเนื่องไปยังห้างสรรพสินค้า Esplanade ที่ปัจจุบันมีตลาดรถไฟที่เป็นพื้นที่ร้านค้า SME รายย่อยมาลงสินค้าขายกัน โดยมีตั้งแต่ช่วงวันพฤหัสบดี – วันอาทิตย์ ต่อเนื่องไปที่ Big C กับ Home Pro จนถึง The Street แหล่ง Shopping ที่มีร้านค้าคอยให้บริการตลอด 24 ชม. สามารถนัดมาพบปะกันได้ตลอดเวลาครับ ดังนั้นจะเห็นว่า ย่านนี้ในรัศมีการเดินทางไม่เกิน 10 กม. แต่มีทั้งแหล่งธุรกิจ แหล่ง Hang Out และแหล่ง Shopping ที่หลากหลายที่อยู่ตามแนวรถไฟฟ้า จึงมีความน่าสนใจที่จะเลือกซื้อหาคอนโดที่อยู่ในย่านนี้ ถึงแม้จะไม่ติดถนนรัชดาภิเษก และถนนพระราม 9 แต่ขยับออกมาที่ถนนจตุรทิศก็สามารถเข้าเมืองได้เช่นกัน และมีราคามือ 2 อยู่ประมาณ 70,000 – 90,000 บาท ที่ยังพอจับต้องได้และมีการบริหารจัดการในสไตล์ของ “ลุมพินี ชุมชนน่าอยู่” ที่มีความเอาใจใส่ค่อนข้างดี ก็ถือเป็นตัวเลือกหนึ่งในการตัดสินใจครับ

lpn-rm9-rcd-surroundinged1

ด้วยทำเลที่ตั้งของโครงการอยู่ในถนนจตุรทิศ เลียบทางด่วนศรีรัชที่เชื่อมต่อได้หลายเส้นทาง จึงมีโครงการคอนโดอยู่ในย่านนี้เช่นกัน เริ่มตั้งแต่ที่เป็นอาคารสูงเช่นกันก็จะเป็น TC Green ตัวคอนโดนี้แบ่งเป็น 2 เฟส ที่สามารถเข้าได้จากทั้ง 2 เส้นทาง ทั้งฝั่งพระราม 9 และ ฝั่งจตุรทิศ สร้างเสร็จแล้วทั้ง 2 เฟส ตอนเริ่มขายอยู่ประมาณ 56,000 – 70,000 บาท/ตร.ม. ปัจจุบันราคาขายต่ออยู่ประมาณ 70,000 – 100,000 บาท/ตร.ม. ส่วนถัดออกมาหน่อยจะมี I-Biza เป็นอาคาร High Rise สูงประมาณ 16 ชั้น 3 อาคาร เปิดขายเมื่อปี 2012 ที่ราคาประมาณ 54,500 บาท ปัจจุบันมีราคาขายประมาณ 60,000 – 80,000 บาท/ตร.ม. ติดกันในบริเวณนั้นจะเป็นโครงการ I-House เป็นคอนโด Low Rise สร้างเสร็จตั้งแต่ปี 2008 ปัจจุบันราคาขายต่ออยู่ประมาณ 40,000 – 60,000 บาท/ตร.ม. ทั้ง 2 โครงการนั้นใช้ทางเข้าร่วมกับรพ.ปิยะเวช หรือเลือกที่จะเข้าจากทาง RCA แต่มีค่าผ่านทาง 10 บาทครับ ถ้าไม่ได้แวะซื้อของภายใน RCA ส่วนอีกโครงการที่อยู่ใกล้กันก็คือ Kris Garden เป็นคอนโด Low Rise ที่ปัจจุบันมีราคาขายต่อประมาณ 45,000 – 60,000 บาท/ตร.ม. ภาพรวมของคอนโดในแถบนี้นอกจาก Segment และอายุของตัวโครงการที่จะเป็นตัวกำหนดราคาแล้ว ยังมีเรื่องสภาพแวดล้อมและบริบทต่าง ๆ เป็นปัจจัยสำคัญต่อราคาขายต่อของโครงการนั้น ๆ ด้วยครับ

lpn-park-rm9-rcd-map03f

การเดินทางโดยไม่ใช้รถยนต์นั้น เนื่องจากตัวโครงการห่างจากรถไฟฟ้าประมาณ 2 กม. ไม่อยู่ในระยะเดินสะดวก ภายในโครงการจึงได้จัดรถ Shuttle Bus รับส่งที่สถานี MRT พระราม 9 โดยจะจอดที่ Central พระราม 9 จัดเก็บค่าโดยสารประมาณ 20 บาท/คน/เที่ยว โดยจะจ่ายเป็นตั๋วคูปอง ดังนั้นหากจะขึ้นต้องมีคูปองเท่านั้นครับสามารถซื้อกับทางนิติของโครงการได้ หรือจะเลือกโดยสารด้วยแท๊กซี่ก็สามารถแจ้งปลายทางจะไปที่ Lobby เพื่อให้เรียกแท๊กซี่เข้ามารับภายในโครงการได้ครับ มีวิ่งผ่านตลอดเวลา

ถ้าเจาะลึกลงไป สถานีรถไฟฟ้าที่ใกล้กับโครงการปัจจุบันจะมีให้เลือก 2 สถานีตามความเหมาะสมของผู้เลือกใช้ ประกอบด้วย MRT พระราม 9 และ MRT เพชรบุรี ที่มี Interchange ARL มักกะสัน สามารถเดินทางต่อไปยัง BTS พญาไท หรือ สนามบินสุวรรณภูมิได้ และต่อเนื่องไปยัง MRT สุขุมวิทที่เป็น Interchange ไปยัง BTS อโศก ซึ่งสามารถขึ้นวินมอเตอร์ไซค์ที่อยู่หน้าโครงการได้เลย หากไปลงที่ MRT เพชรบุรี ประมาณ 30 บาท ส่วน MRT พระราม 9 ประมาณ 40 บาท (หรือสอบถามราคาเพิ่มเติมจากวินมอเตอร์ไซค์เพิ่มเติมได้)

ปัจจุบันโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม มีผลสรุปออกมาเรียบร้อยแล้วว่ายังคงเส้นทางเดิม หลังจากที่มีการเสนอเปลี่ยนแปลงเส้นทางมายังพระราม 9 ในช่วงก่อนหน้านี้ โดยจะเริ่มสร้างในฝั่งตะวันออกก่อน ตั้งแต่สถานีศูนย์วัฒนธรรม มีนบุรี สุวินทวงศ์ ปัจจุบันกำลังเจรจากับผู้เข้าร่วมประมูลราคา โดยจะลงนามเซ็นสัญญากันในช่วง ไตรมาสแรกของปี 2560 ซึ่งเกี่ยวเนื่องโดยตรงกับตัวโครงการ เพราะจะมีสถานีรถไฟฟ้าที่จะผ่านบริเวณถนนพระราม 9 ที่ใกล้กับโครงการมากขึ้นคือ สถานี รฟม. โดยมีระยะห่างจากโครงการไม่ถึง 1 กม. อาจจะมีระยะเดินที่ไกลหน่อยเนื่องจากมีคลองคั่นอยู่ ต้องดูอนาคตว่าถ้าหากขอบเขตของสถานีบริเวณดังกล่าวมีจุดจอดแล้วจรหรือไม่ และจะทำสะพานหรือทางเชื่อมยังฝั่งถนนจตุรทิศหรือไม่ เพราะจุดนี้ต้องทำรองรับพนักงานของรฟม.เองด้วย

เบื้องต้นได้ทำรูปแบบการเดินทางโดยเริ่มจากแยกต่าง ๆ มายังโครงการ มีดังนี้

เริ่มต้นจากแยกรัชดา – พระราม 9 (ระยะทางประมาณ 2.35 กม.) 

จากแยกนี้เริ่มต้นที่ถนนอโศกดินแดงมุ่งหน้าอโศก จากนั้นสังเกตแนวทางด่วนที่พาดผ่านครับ ให้เลี้ยวซ้ายบริเวณใต้ทางด่วนเพื่อลัดเลาะไปออกถนนจตุรทิศ ซึ่งคนที่ใช้ทางเป็นประจำในย่านนี้จะรู้จักดีครับ โดยจะเบี่ยงซ้ายเพื่อตรงไปเข้าสี่แยกมารยาทดี ช่วงนี้ต้องระวังรถทางด้านซ้าย ที่วิ่งลงมาจากทางด่วนนิดนึงครับ เมื่อข้ามแยกไปแล้ว (ตามถนนเส้นสีเหลือง) ก็วิ่งตรงไปจนถึงคอนโด TC Green ให้ชิดขวาเพื่อกลับรถตรงบริเวณหน้ารพ.ปิยะเวช แล้วเลี้ยวกลับมาก็จะถึงโครงการครับ

เริ่มต้นจากแยก อ.ส.ม.ท. (ระยะทางประมาณ 1.8 กม.) เราจะใช้เส้นทางนี้เป็นตัวอย่างในการเดินทางวันนี้นะครับ

จากแยกนี้เริ่มต้นที่ถนนเพชรอุทัย เมื่อมาถึงแยกมารยาทดีให้เลี้ยวซ้าย จากนั้นวิ่งตรงตามเส้นสีเหลืองและกลับรถเช่นเดียวกับเส้นทางแรกครับ

เริ่มต้นจากแยกอโศก – เพชรบุรี (ระยะทางประมาณ 2.45 กม.)

สำหรับผู้ที่เดินทางมาจากแยกนี้ ให้ใช้เส้นทางเพชรบุรีมุ่งหน้าพัฒนาการครับ วิ่งมาประมาณ 1 กม. ใช้ชิดซ้ายเพื่อเลี้ยวเข้าถนนเพชรอุทัย ซึ่งเดิมจะตรงข้ามแยกมารยาทดีเพื่อไปกลับรถบริเวณแยก อ.ส.ม.ท. แต่ปัจจุบันมีการทดลองเพื่อเปิดเลี้ยวขวาบริเวณแยกมารยาทดี เพื่อระบายรถ โดยช่วงนี้อยู่ระหว่างทดลอง ดังนั้นต้องดูอนาคตว่าจะเปิดใช้เป็นทางการหรือไม่ครับ

เริ่มต้นจากแยกเอกมัยเหนือ – เพชรบุรี (ระยะทางประมาณ 3.05 กม.)

เข้าสู่ถนนเพชรบุรีมุ่งหน้าอโศก เมื่อผ่าน 3 แยกซอยทองหล่อเหนือ ให้เตรียมชิดขวาเพื่อเลี้ยวเข้าซอยเพชรบุรี 47 ซึ่งไฟแดงบริเวณนี้เปิดเป็นเวลาครับ หากไม่เปิดก็เลยไปกลับรถประมาณ 1 กม. เพื่อเข้าซอย จากนั้น ไปตามเส้นทางสีเขียว (พระราม 9 ซอย 26) เพื่อลัดไปออกถนนจตุรทิศฝั่งมุ่งหน้าพระราม 9 โดยเส้นทางนี้เหมาะสำหรับคนที่ทำงานและกลับบ้านโดยใช้เส้นทางทองหล่อ หรือเอกมัย ครับ

เริ่มต้นจากแยกประดิษฐ์มนูธรรม – พระราม 9 (ระยะทางประมาณ 2.4 กม.)

เริ่มจากถนนพระราม 9 มุ่งหน้ารัชดา วิ่งผ่านแยกตรงไปประมาณ 300 ม. ให้ชิดซ้ายเตรียมเข้าถนนจตุรทิศ ซึ่งจะไปเจอกับซอยทางลัด พระราม 9 ซอย 26 ที่อธิบายไว้ในเส้นเอกมัย – เพชรบุรี เส้นนี้เหมาะสำหรับคนที่วิ่งกลับมาจากประดิษฐ์มนูธรรม หรือมาจากรามคำแหง ครับ

เริ่มต้นจากบริเวณหน้าแยก อ.ส.ม.ท. ที่ถนนเพชรอุทัย มุ่งหน้าถนนเพชรบุรี โดยมีระยะห่างจากโครงการประมาณ 1.8 กม.

เมื่อใกล้ถึงสี่แยกมารยาทดี ให้ชิดซ้ายเตรียมเลี้ยวเพื่อเข้าสู่ถนนจุตรทิศ

เมื่อเลี้ยวซ้ายเข้ามาจะเจอกับที่กลับรถและเป็นทางเข้ารพ.พระราม 9 ได้ ดังนั้นอาจจะต้องระมัดระวังรถบริเวณนี้สักหน่อยครับ จากนั้นก็วิ่งตรงไปเรื่อย ๆ จะเห็นตัวโครงการอยู่หลังแนวทางด่วนอยู่ไกล ๆ ครับ

จากนั้นตรงมาเรื่อย ๆ ประมาณ 500 ม. จะพบกับสี่แยกถนน RCA ตัดกับจตุรทิศ ซึ่งสัญญาณไฟจะใช้เฉพาะชั่วโมงเร่งด่วน ช่วงเช้า และช่วงเย็นเท่านั้น เพื่อให้รถสามารถเลี้ยวเข้า RCA ได้ เพราะถนนเส้นนี้มีแยกตัดกับถนนหลักไม่มาก รถจึงใช้ความเร็วกันพอสมควร ด้านซ้ายมือจะเห็นโครงการ TC Green จากจุดนี้ห่างจากโครงการประมาณ 1 กม.

ผ่านบริเวณแยกมาก็จะพบกับจุดกลับรถ อาจต้องระมัดระวังจุดนี้นิดนึงครับ บริเวณนี้วิ่งตรงไปโดยใช้ช่องกลาง

ตรงต่อเนื่องมา เมื่อขึ้นสะพานข้ามคลองให้เตรียมชิดขวาเพื่อกลับรถครับ

เนื่องจากช่องขวาที่แยกออกมามี 1 ช่องจราจร ให้ชิดขวาไว้ครับ จากจุดนี้ห่างโครงการประมาณ 750 ม.

เส้นทางนี้สามารถกลับรถออกไปได้ 2 เส้นทางคือกลับด้านซ้ายไปออกพระราม 9 และกลับด้านขวาเข้าสู่ถนนจุตรทิศ โดยเราจะกลับมายังจตุรทิศเพื่อเข้าสู่โครงการ

บริเวณช่องทางกลับรถนี้ สามารถเลี้ยวขวาเพื่อเข้าสู่รพ.ปิยะเวช โครงการ I biza และ I house ได้เช่นกันครับ

จากนั้นเมื่อกลับรถมา เมื่อขึ้นสะพานข้ามคลองให้เตรียมชิดซ้ายไว้ครับ จากสะพานถึงโครงการประมาณ 200 ม.ครับ

จากนั้นจะเห็นประตูโครงการอยู่ทางด้านซ้ายมือ

lpn-rm9-rcd-surroundingff

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะครับ

บริบทรอบโครงการ ลุมพินี พาร์ค พระราม 9 – รัชดา ด้านหน้าโครงการหันไปทางทิศเหนือและเป็นทางเข้าออกที่ติดกับถนนจตุรทิศ เยื้อง ๆ กันเป็นคอนโดสูงประมาณ 30 ชั้น ส่วนด้านทิศตะวันตกเป็นที่ดินเปล่า ใกล้กันเป็น RCA โค้งทอดยาวไปจนจรดทิศใต้ ฝั่งทิศตะวันออก ติดกับที่ดินเปล่าผืนใหญ่ โดยมีพื้นที่บางส่วนกำลังก่อสร้างอาคารเรียนโรงเรียนนานาชาติชรูวส์บิวรี่อินเตอร์เนชั่นแนล เนื้อที่ประมาณ 15 ไร่

โดยการจัดวางตัวอาคาร ได้จัดออกมาเป็นตัว L โดยมีอาคารจอดรถอยู่ในอาคาร A บางส่วน และทอดยาวออกไป ถึงอาคาร B ด้านบนจัด Facility ให้ทั้ง 2 อาคารได้มาใช้ร่วมกัน ดังนั้นวิวที่ได้จากการจัดวางอาคารแบบนี้ จะเห็นวิวได้ทุกทิศทาง ซึ่งส่วนพักอาศัยในโครงการจะเริ่มตั้งแต่ชั้น 1 ในอาคาร B  ส่วนในอาคาร A จะมีชั้นพักอาศัยเริ่มตั้งแต่ชั้น 2 วิวภายนอกจะเริ่มมองออกไปได้กว้างขึ้นตั้งแต่ชั้น 10 ขึ้นไป

จากภาพแสดงตำแหน่งของอาคารข้างเคียงที่ติดกับโครงการ ตามทิศได้ดังนี้

  • ทิศเหนือ เป็นทางเข้าออกโครงการติดกับถนนจตุรทิศ ที่มีทางด่วนศรีรัชอยู่ด้านบน ตรงข้ามกันเป็น โรงแรม Maxx และ คอนโดสูง 30 ชั้น
  • ทิศตะวันออก ติดกับ ที่ดินเปล่าบริเวณด้านหน้า ตรงกลางจนถึงด้านท้ายเป็น Site ก่อสร้าง รร.นานาชาติ
  • ทิศใต้ ติดกับ RCA ที่ทอดยาวมาจากทิศตะวันตก
  • ทิศตะวันตก ติดกับ ที่ดินเปล่า ถัดไปเป็นทางเข้า RCA

lpn-park-rm9-rcd-surrounding09

ก่อนจะเข้าไปดูโครงการ จะพาเดินไปดูพื้นที่โดยรอบโครงการกันว่ามีอะไรบ้าง จุดแรกบริเวณหน้าโครงการจะเว้นช่องจราจรเข้ามา 1 ช่องเพื่อความปลอดภัย เนื่องจากหน้าโครงการมีทางด่วนพาดผ่านและมีตอม่อบังทางเข้า ประกอบกับการจราจรบริเวณหน้าโครงการเพิ่งลงจากสะพานข้ามคลอง รถจึงใช้ความเร็วกันพอสมควร ดังนั้นหากจะออกจากโครงการต้องระมัดระวังครับ

ลองเดินต่อไป ก็จะเป็นบ้านที่อยู่ติดกันกับโครงการ บริเวณนี้จะมีบ้านอยู่เพียงหลังเดียวครับ จากนั้นไปเป็นที่โล่งยาวจนไปถึงแนวคลอง ด้านซ้ายมือจะมีรถเข้ามาจอด และมีรถเข็นร้านค้าที่อยู่บริเวณหน้าทางเข้า RCA มาจอดไว้บริเวณนี้ ปลายสุดจะมีสะพานข้ามคลองสามารถเดินไปยังรพ.ปิยะเวชได้ครับ

กลับมาดูทางด้านซ้ายของโครงการนะครับบริเวณหน้าโครงการมีวินมอเตอร์ไซค์มาตั้งเพื่อบริการคนในโครงการโดยเฉพาะ ส่วนค่าโดยสารสอบถามเพิ่มเติมกับวินมอเตอร์ไซค์ได้ครับ ติดกันกับพื้นที่โครงการจะเป็นที่ดินเปล่าล้อมรั้วปิดไว้

เดินถัดมาอีกหน่อย บริเวณทางเท้ากว้างขวาง เดินสะดวกครับ เนื่องจากได้พื้นที่จากตอม่อของทางด่วน โดยถนนจตุรทิศเป็นถนนขนาด 6 เลน และเป็นทางตรง ดังนั้นในการเดินข้ามถนนต้องระมัดระวังพอสมควรครับ เพราะในการขับรถจะมองไม่เห็นคนข้ามชัดเจนนัก เพราะมีตอม่อบังเป็นช่วง ๆ

จากหน้าโครงการประมาณ 200 ม. จะมีจุดกลับรถที่สามารถกลับรถไปยังประดิษฐ์มนูธรรม (เลียบทางด่วนรามอินทรา) และรามคำแหงได้ในจุดนี้

พื้นที่ในบริเวณนี้จะใกล้กับทางเข้า RCA ครับ ในเวลากลางวันจะโล่ง ๆ แบบนี้เลย แต่ประมาณสัก 5 โมงไปจะเริ่มมีร้านรวงมาเปิดตั้งโต๊ะเพื่อขายอาหารสำหรับนักท่องเที่ยวยามค่ำคืนครับ

เดินมาจนถึงพื้นที่ของ RCA ตรงทางเข้าจะต้องรับบัตรก่อนครับ ถ้าใช้เป็นทางผ่านเฉยๆ ไม่ได้แวะร้านค้าก็จะเสียเงิน 10 บาท ดังนั้นถ้าจะผ่านทางก็แวะร้านกาแฟ หรือร้านค้าเพื่อประทับตราได้

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • 7 – 11 (อยู่ที่อาคาร A)
  • RCA ~ 220 ม.
  • Show DC ~ 500 ม.
  • รพ. ปิยะเวช ~ 750 ม.
  • รพ. พระราม 9 ~ 800 ม.
  • วัดอุทัยธาราม ~ 800 ม.
  • Top Supermarket ใน RCA ~ 1 กม.
  • Starbuck ใน RCA ~ 1 กม.
  • โรงแรม Golden Tulip ~ 1 กม.
  • โรงแรม Maxx ~ 1 กม.
  • สน.มักกะสัน ~ 1.5 กม.
  • Fortune Town , Tesco Lotus ~ 2 กม.
  • Central Rama IX ~ 2 กม.
  • Esplanade ~ 3 กม.
  • Big C , Home Pro ~ 3.5 กม.
  • The Street ~ 3.5 กม.


เจาะลึกตัวโครงการ

lpn-rama9-1f

โครงการ ลุมพินี พระราม 9 – รัชดา เป็นคอนโด High Rise สูง 24 ชั้น มีจำนวนยูนิตทั้งหมด 1,540 ยูนิต 2 อาคาร แบ่งตึก A 805 ยูนิต และมีร้านค้า 4 ยูนิต ส่วนตึก B มี 735 ยูนิต ตัวโครงการอยู่ติดถนนจตุรทิศฝั่งมุ่งหน้าพระราม 9 การจัดวางอาคารนั้นได้ทำออกมาเป็นตึกคู่ รูปตัว L จัดวางทั้ง 2 อาคารให้เชื่อมกันด้วยพื้นที่ของอาคารจอดรถ 4 ชั้น ที่มี Facility อยู่ด้านบนและแชร์พื้นที่ให้มาใช้งานร่วมกันได้ มีห้อง Fitness และสระว่ายน้ำเปิดมุมมองออกไปทางฝั่งพระราม 9 และด้านล่างที่อาคาร B จะมีห้องสมุดมีชีวิตที่ไว้สำหรับมานั่งทำงาน อ่านหนังสือ ห้องเด็กเล่นที่มีสนามเด็กเล่นอยู่กับพื้นที่สวนด้านหลัง ประกอบกับโครงการนี้เป็นแบรนด์ “Park” ที่เน้นให้พื้นที่สวนขนาดใหญ่ไว้ให้ 2 จุดใหญ่ ๆ บริเวณด้านหน้าโครงการ และด้านหลังโครงการที่มีลานออกกำลังกายกลางแจ้งและสนามบาสให้ใช้งานด้วย ในส่วนของที่พักอาศัยนั้น ด้วยตัวโครงการเองทำยูนิตมาเยอะทำให้ได้ราคาที่พอจะเป็นเจ้าของได้ไม่ยาก โดยในอาคาร A ตัวห้องพักจะเริ่มตั้งแต่ชั้น 2 เป็นต้นไป และมียูนิตต่อชั้นสูงสุดประมาณ 38 ห้อง ถือว่าหนาแน่นครับ ส่วนในอาคาร B นั้นจะเริ่มตั้งแต่ชั้น 1 ไป โดยมียูนิตต่อชั้นสูงสุดประมาณ 34 ห้อง มีแบบห้องพักให้เลือกหลากหลายตอบสนองการใช้งานค่อนข้างดี

คลิกเพื่อดูภาพขนาดใหญ่

เริ่มกันที่ชั้น 1 ครับ ลักษณะที่ดินด้านหน้าจะมีลักษณะแคบ ยาวเข้าไปด้านในและจะมีพื้นที่กว้างมากขึ้น พื้นที่สวนมีให้ 2 จุด คือบริเวณด้านหน้าโครงการก่อนเข้าสู่อาคาร A และอีกจุดอยู่บริเวณท้ายโครงการบริเวณอาคาร B พื้นที่ร้านค้าจะอยู่ที่อาคาร A ทั้งหมด ส่วนตรงกลางเป็นพื้นที่ของสำนักงานนิติบุคคลของโครงการ และมี Drop Off อยู่บริเวณนี้ ในการเดินจากด้านหน้าโครงการมายังภายในโครงการได้ทำเป็นทางเดินใต้อาคารยาวตลอดแนว ไม่ต้องกลัวเปียกฝนหรือตากแดดครับ ตัวอาคารจอดรถมีทั้งหมด 4 ชั้น โดยเมื่อจอดรถแล้วจะต้องลงไปที่ชั้น 1 เพื่อเข้าสู่อาคาร ซึ่งจะมีลิฟท์และบันไดอยู่ 2 ตำแหน่งในฝั่งอาคาร A และ B เพื่อลงสู่ด้านล่างบริเวณใกล้กับ Lobby ของแต่ละอาคารเพื่อความปลอดภัย โดยประตูทางเข้าบริเวณ Lobby ชั้น 1 ของแต่ละอาคารจะเป็นระบบ Key Card Access เมื่อเข้าไปด้านในจะพบกับ Mail Box และห้องซักผ้าอบผ้า และตู้กดน้ำหยดเหรียญที่อยู่ใกล้ ๆ กับโถงลิฟท์ ซึ่งทั้ง 2 อาคาร มีลิฟท์โดยสารอาคารละ 3 ตัว และ Service Lift อาคารละ 1 ตัว เป็นระบบ ลิฟท์ล๊อคชั้น อัตราส่วนลิฟท์รวมทั้งโครงการอยู่ที่ 256 : 1 ถือว่าหนาแน่นกว่ามาตรฐาน ในเวลาเร่งด่วน อาจจะรอนานหน่อย ส่วนบันไดหนีไฟทั้ง 2 อาคารมีมาตามมาตรฐานอาคารสูง แบ่งเป็น 3 จุด คือ จัดวางไว้ปลายสุดของทั้ง 2 ฝั่งขออาคาร และตรงกลางใกล้กับลิฟท์ครับ

เริ่มต้นจากทางเข้าโครงการครับ มีซุ้มทางเข้าและป้อม รปภ. ที่ร่นเข้าไปด้านใน จากการลงพื้นที่ สังเกตว่าในบางช่วงเวลาจะมีรถจอดรอเพื่อเข้าโครงการกันจนถึงถนนด้านหน้าโครงการ เนื่องจากไม่ได้แบ่งช่องสำหรับผู้ติดต่อที่ต้องแลกบัตร รถที่เข้าก็จะต้องจอดรอคันต่อคัน ส่วนด้านซ้ายได้แบ่งทางเดินสำหรับผู้ที่อาศัยในโครงการ

มุมมองตัวอาคารโครงการ ลุมพินี พาร์ค พระราม 9 – รัชดา จากบริเวณด้านหน้าโครงการ ด้านนี้จะเป็นมุมที่มองออกไปยังฝั่งทิศเหนือ ซึ่งด้านนี้ตั้งแต่ช่วงชั้น 10 ขึ้นไป จะมีมุมมองที่เปิดกว้างมองออกไปสู่พื้นที่สวนของ รฟม. ที่เป็นพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ แต่ในช่วงชั้น 10 ลงมา อาจจะมีฝุ่นละออง เพราะตัวอาคารอยู่ใกล้กับทางด่วน

บริเวณทางเข้า แบ่งทางคนเดินและทางรถชัดเจนด้านซ้ายเป็นน้ำพุประดับ ส่วนทางเข้าสำหรับลูกบ้านและผู้มาติดต่อไม่ได้แยกกัน รวมทั้งจักรยานยนต์ก็ต้องผ่านไม้กระดกเท่านั้น หากเป็นผู้อยู่อาศัยก็สามารถแตะ Access Card ระยะใกล้เพื่อเข้าโครงการ ส่วนผู้มาติดต่อต้องแจ้งอาคาร เลขที่ห้องกับเจ้าหน้าที่และแลกบัตรเพื่อเข้าออก โดยจะต้องประทับตราที่ Lobby เพื่อลดราคาค่าจอดรถ

เมื่อเข้ามาด้านในโครงการ ในส่วนของทางสำหรับเดินจะเป็นแนวยาวตรงตลอดและเป็นทางเดินใต้อาคาร A ตลอดแนวไปจนถึงอาคาร B ครับ ไม่ต้องห่วงในวันที่ฝนตกจะเปียก ส่วนถนนภายในโครงการจัดการจราจรแบบสวนทางกันตลอดแนว ซึ่งถนนในโครงการไม่ได้ออกแบบมาให้ขับวนในโครงการ เนื่องจากต้องการคุมการสัญจรของรถให้อยู่เฉพาะโซน จึงทำให้อีกฝั่งสามารถทำเป็นลาน Jogging Track สำหรับวิ่งรอบโครงการได้

หันไปทางด้านขวามือจะเป็นห้องพักขยะรวมทั้งโครงการที่จัดวางไว้ด้านหน้า เพื่อให้รถขยะสามารถที่จะเข้ามาเก็บได้โดยไม่ต้องขับวนเข้าไปในโครงการ และมีพื้นที่ให้ถอยรถเข้าไปจอดได้โดยไม่รบกวนรถเข้าออก ซึ่งทำออกมาได้อย่างสะดวกครับ

เนื่องจากตัวโครงการมีพื้นที่สวนขนาดใหญ่ และ รายละเอียด Facility อยู่หลายจุด จึงขอทำ Map การเดินคร่าว ๆ ให้ดูก่อนที่จะเดินชมกันนะครับ เราจะเริ่มจากรอบ ๆ โครงการกันก่อน โดยชุดแรกจะพาเดินชมสวนที่อยู่ด้านหน้าโครงการกันครับ ซึ่งภายในจะมีศาลาสำหรับนั่งเล่น และปลูกต้นไม้รายรอบพื้นที่ เพื่อสร้างบรรยากาศร่มรื่นและน่าพักผ่อน เราไปชมกันเลยครับ

เริ่มแรกเลย เมื่อเดินเลี้ยวเข้ามาด้านซ้ายจะพบกับพื้นที่สวนพักผ่อนที่ปลูกต้นไม้ไว้รายรอบ ตัวโครงการเพิ่งเสร็จมาได้ประมาณ 1 ปี ดังนั้นต้นไม้ที่เห็นอยู่นี้ยังสามารถจะโตและให้ร่มเงาได้มากกว่านี้อีกครับ ทางเดินจะแบ่งเป็นพื้นสแตมป์คอนกรีต ตัดกับพื้นหญ้านะครับ มองไปสุดแนวรั้วต้นไม้ จะมีที่นั่งเล็ก ๆ จัดวางเป็นช่วง ให้มานั่งใช้งานได้ครับ ติดกับพื้นที่โครงการจะเป็นบ้านพักอาศัยไม่เกิน 2 ชั้น โดยปลูกต้นไม้ไว้รายรอบเช่นกัน บรรยากาศด้านหน้าจึงสงบและเหมาะกับการพักผ่อน

จากนั้นเดินไปบริเวณที่อยู่ติดกับประตูทางเข้าหลัก โดยจะต้องเดินผ่านป้อมรปภ.เข้ามาก่อนนะครับถึงจะมาส่วนนี้ได้ บริเวณนี้จัดเป็นศาลาเล็ก ๆ และมีชุดโต๊ะเก้าอี้สำหรับมานั่งคุยกันได้ แต่ไม่สามารถสูบบุหรี่ในบริเวณนี้ได้ จุดนี้ค่อนข้างร่มรื่นเพราะมีต้นไม้ใหญ่เดิมที่อยู่ในโครงการอยู่ด้วย

จากนั้นจะเดินต่อไปยังรอบ ๆ โครงการครับ จุดนี้มองเข้าไปจะเห็นเป็นพื้นที่สวนและทางเดินจัดวางรูปแบบสลับตำแหน่งต้นไม้ มีกระถางและลายพื้นเป็นรูปทรงหกเหลี่ยมรังผึ้ง เป็นรูปแบบที่ใช้เป็นเส้นสายประกอบในการออกแบบพื้นที่ส่วนกลางของทั้งโครงการ เพื่อสร้างบรรยากาศให้ดูร่มรื่นเป็นธรรมชาติ ด้านหลังที่เห็นจะเป็นอาคาร A ที่อยู่ติดกับพื้นที่สวนบริเวณนี้

เดินตรงต่อมา บริเวณนี้ปกติแล้วจะเป็นระยะ Set สำหรับถนนที่ต้องวิ่งรอบได้ แต่ทางโครงการได้จัดเป็นพื้นที่สำหรับให้ผู้อาศัยได้ใช้เป็นลาน Jogging ในเวลาเช้า หรือเย็นหลังเลิกงานได้ครับ และบริเวณใต้พุ่มไม้ก็มีปลูกพืชสมุนไพรไว้ด้วย

บรรยากาศเมื่อเดินมาเรื่อย ๆ ค่อนข้างสงบครับ เมื่อมองขึ้นไปด้านบนจะเป็นอาคาร A ที่มองออกไปยังทิศเหนือของโครงการ โดยห้องในทิศนี้จะได้เปรียบคือไม่โดยแสงแดดเต็ม ๆ ส่วนอีกด้านหนึ่งหันออกไปทางทิศตะวันออก ซึ่งจะได้รับแสงในช่วงเช้า ส่วนพื้นที่สวนด้านล่างสังเกตเห็นว่านอกจากจะเป็นพื้นที่ปลูกต้นไม้น้อยใหญ่แล้ว ยังมีพื้นที่ที่จัดเป็นที่นั่งสลับกับสวนไป สามารถมานั่งเล่นได้

เมื่อเดินมาถึงจุดนี้จะมีแยกสำหรับเดินเข้าภายในอาคาร โดยถ้าตรงไปจะเป็นทางเข้าอาคารที่เชื่อมไปยัง Lobby อาคาร A และเดินไปยังอาคาร B ได้ ส่วนช่องด้านขวานั้น จะสามารถเดินไปยังร้านค้าที่อยู่ใต้อาคาร A ได้ครับ

จุดที่ 2 ต่อเนื่องจากจุดแรกครับ จุดนี้จะพาเดินรอบนอกโครงการโดยจะเดินผ่านอาคารจอดรถที่อยู่ตลอดแนวตั้งแต่อาคาร A จนถึงอาคาร B ที่มีสนามบาสอยู่ท้ายโครงการ จากนั้นไปชมพื้นที่ด้านหลังบริเวณอาคาร B ที่จัดออกมาเป็นพื้นที่สวนหย่อมขนาดใหญ่ ที่มีอุปกรณ์กีฬากลางแจ้ง และเดินวนดูบรรยากาศด้านในพื้นที่สวนหย่อมกันครับ

เริ่มต้นเดินต่อมาทางด้านซ้าย บริเวณนี้จะเป็นอาคารจอดรถที่อยู่ใต้อาคาร A โดยจะเว้นพื้นที่ถนนรอบอาคารและปูบล็อก ที่สามารถปลูกหญ้าได้ เพิ่มความเป็นธรรมชาติ ส่วนผนังอาคารของตึกจอดรถยังทำโครงสำหรับปลูกไม้เลื้อยเพิ่มสีเขียวให้กับอาคารไปในตัวด้วย

เดินตรงต่อมาจะเป็นทางบังคับ เมื่อหันไปทางด้านขวา บริเวณนี้จะเป็นจุดจอดรถจักรยานยนต์กลางแจ้ง ซึ่งในตัวอาคาร มีแบ่งไว้แล้ว 1 จุด แต่หากเต็มก็สามารถมาจอดบริเวณนี้ได้ สังเกตด้านซ้ายจะมีผ้าใบและนั่งร้านตั้งอยู่ใกล้กับรั้วโครงการ ซึ่งในด้านนี้ตั้งแต่ช่วงของอาคารจอดรถที่อาคาร A ต่อเนื่องตลอดแนวไปจนถึงท้ายโครงการ จะมี รร.นานาชาติ ก่อสร้างอาคารเรียนขึ้น ชั้นพักอาศัยในฝั่งทิศตะวันออกจนถึงประมาณชั้น 7 – 10 ของอาคาร B จะอยู่ใกล้กับส่วนของอาคารเรียน ในบริเวณนี้อาจจะโดนบังวิวไปบางส่วน หรือทั้งหมดครับ

เดินต่อไปจะเป็นที่จอดรถด้านนอก จุดนี้จะเป็นที่จอดรถสำหรับผู้มาติดต่อ ถ้าหากภายในอาคารจอดรถเต็มแล้วจะสามารถมาจอดบริเวณนี้ได้ ภาพด้านล่างมองเข้าในบริเวณอาคารจอดรถ ทางด้านซ้ายจะเป็นลิฟท์ที่ใช้ขึ้น ลง ภายในอาคารจอดรถ

เดินตรงต่อไปยังด้านท้ายโครงการ แบ่งการจอดรถเป็นใต้อาคารส่วนหนึ่ง อีกฝั่งให้จอดในแนวยาว และปลูกต้นไม้แบ่งเป็นรั้วต้นไม้ และไม้ยืนต้นสลับกันไปตลอดแนว ค่อนข้างสงบและร่มรื่นครับ

เมื่อเดินมาถึงท้ายโครงการ ได้จัดพื้นที่ให้เป็นสนามบาสเก็ตบอลขนาด 1 แป้นมาให้ได้ตั้งทีมเล่นกันได้ ซึ่งพื้นที่นี้ติดกับอาคารของ RCA ที่เป็นส่วนสำนักงาน

ต่อเนื่องจากสนามบาส บริเวณนี้จะพบกับ สวนหย่อมขนาดใหญ่ และมีเครื่องออกกำลังกายกลางแจ้งไว้ให้ใช้งานอีกด้วย

ที่อาคาร B จะมีพื้นที่พักอาศัยบางส่วนเริ่มตั้งแต่ชั้น 1 บริเวณพื้นที่ระเบียงชั้น 1 นั้นสามารถเปิดออกมาสู่สวนได้เลย โดยจะมีรั้วกั้นบริเวณประตูทางเข้าออกและปลูกต้นไม้เป็นแนวกำแพงให้ เป็นพุ่มสูง เพื่อความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวภายในห้องครับ

เดินผ่านบริเวณสวนส่วนกลาง จะเห็นเครื่องออกกำลังกายกลางแจ้งวางเป็นจุด ๆ ซึ่งพื้นที่ตรงนี้เมื่อถึงเวลาเย็น คนจะออกมาใช้กันค่อนข้างเยอะครับ มาวอร์มเพื่อรอวิ่ง หรือออกกำลังกายกันในบริเวณนี้ ปลายสุดของทางเดินจะเห็นศาลพระภูมิประจำโครงการ

เมื่อเดินมาถึงบริเวณนี้ มองกลับไปยังด้านหน้าโครงการ จะเห็นเป็นแนวถนนที่มาจากด้านหน้าที่เข้ามาในโครงการ เดี๋ยวเราเลี้ยวขวาเข้าไปดูในพื้นที่สวนอาคารฺ B กันต่อเลยครับ

ภายในพื้นที่สวนได้ปลูกต้นปาล์มไว้เป็นแนว ภายในจัดเป็นทางเดิน สามารถเดินได้รอบ และมีพื้นที่สนามเด็กเล่นที่มีหลังคาคลุมกันแดด และอยู่ติดกับห้องเด็กเล็ก ที่อยู่ภายในอาคาร

จุดต่อไป จะเดินต่อเนื่องออกมาจากพื้นที่สวนบริเวณอาคาร B ตรงกลับไปที่ด้านหน้าโครงการที่จุด B และจากนั้นจะพาเดินเข้าไปสำรวจพื้นที่ภายในอาคารจอดรถที่จุด C กันว่า มีความหนาแน่นมากน้อยเพียงใดครับ

จากนั้นเดินมาบริเวณทางรถยนต์กันบ้างครับ จากจุดนี้ถนนภายในโครงการจัดการจราจรแบบสวนทางกัน และมี Drop Off บริเวณระหว่างอาคาร A และ อาคาร B ซึ่งมีทางเข้าสู่อาคารจอดรถอยู่ด้านขวามือ

ถัดมาจากส่วน Drop Off บริเวณนี้จะจัดเป็นพื้นที่จอดรถสำหรับผู้มาติดต่อในช่วงเวลากลางวัน โดยในเวลากลางคืนถ้าภายในอาคารจอดรถเต็มก็จะเฉลี่ยให้มาจอดบริเวณนี้ได้ จากบริเวณนี้ถัดออกไปก็จะเป็นทางเข้าออกของโครงการแล้วครับ จากนั้นเราไปดูพื้นที่จอดรถภายในอาคารกัน

อาคารจอดรถจะอยู่บริเวณกึ่งกลางระหว่างอาคาร A และ B ซึ่งทางเข้าของอาคารจอดรถจะอยู่ถัดจาก Drop Off ของโครงการ โดยบริเวณทางเข้าอาคารจอดรถได้ออกแบบให้เป็นทางยกขึ้นมาเสมอกับพื้นทางเดินเพื่อเน้นให้ผู้ขับระวังในจุดนี้เพราะเป็นทางสัญจรของผู้อาศัยที่จะเดินมาจากอาคาร A ไปยังอาคาร B โดยจะมีคนเดินผ่านไป ผ่านมาอยู่ตลอดเวลา

เมื่อเข้าภายในอาคารจอดรถ บริเวณด้านซ้ายมือเป็นช่องสำหรับจอดในชั้นล่าง โดยแบ่ง 2 ช่องแรกไว้สำหรับรถตู้ภายในโครงการที่จะแบ่งวิ่งเป็นรอบ ๆ จากนั้นถัดเข้าไปภายในที่จอดรถ แบ่งเป็นที่จอดรถยนต์ ส่วนที่จอดจักรยานและจักรยานยนต์จะจัดไว้ให้จอดใต้อาคารที่ชั้น 1 ทั้งหมดเพื่อความปลอดภัยในการขับขี่ที่ไม่ต้องวิ่งขึ้นไปด้านบนอาคาร ถนนภายในเดินรถทางเดียวสามารถวนได้รอบอาคารจอดรถ

ถัดจากพื้นที่จอดที่ชั้น 1 จะเป็นทางขึ้นสู่อาคารจอดรถวิ่งสวนทางกันขึ้นไปครับ บริเวณอาคารจอดรถจะไม่มีเครื่องกั้นใดใด เพราะจะแบ่งจุดจอดสำหรับ Visitor และผู้อาศัยไว้ชัดเจน มีรปภ.จัดการจราจร และมีการเดินตรวจในพื้นที่จอดรถตลอดเวลา ดังนั้นถ้าหากคนนอกขึ้นไปจอดด้านบน ก็อาจจะถูกล๊อคล้อปรับได้

จากนั้นเมื่อขึ้นมาด้านบนพื้นที่จอดรถจะแบ่งพื้นที่จอดรถเป็น 2 รูปแบบคือ จอดแบบปกติและจอดแบบซ้อนคัน การเดินรถภายในอาคารจะมีบางช่วงสวนทางกัน บางช่วงเป็นปลายตัน และบางช่วงเดินรถทางเดียว โดยจะมีเส้นจราจร และเส้นกรอบตีไว้สำหรับช่องจอดซ้อนคัน ดังนั้นต้องสังเกตป้ายบอกทางและเส้นจราจรภายในพื้นที่จอดครับ เพราะทางนิติจะนำภาพผู้กระทำผิดมาติดประกาศ ทำการปรับและตัดสิทธิ์การจอดรถได้ครับ โดยวันที่เข้าไปเก็บข้อมูลเป็นช่วงสายของวันหยุดการจอดรถยังเกือบเต็มพื้นที่ ซึ่งจากการสอบถามลูกบ้านบางส่วน ให้ข้อมูลว่าในวันทำงานปกติ ส่วนใหญ่ที่จอดรถจะเต็มเร็ว เนื่องจากปัจจุบันมีคนเข้าอยู่กันเกือบหมดแล้วและที่จอดรถมีประมาณ 37% บางครั้งเมื่อบนอาคารจอดรถเต็มแล้ว อาจจะต้องลงไปจอดบริเวณพื้นที่จอดของผู้มาติดต่อที่อยู่รอบ ๆ อาคารแทน

ในอาคารจอดรถได้จัดวางลิฟท์และบันไดในลานจอดไว้ให้ 2 จุด เพื่อให้สะดวกในการใช้งานโดยตำแหน่งลิฟท์และบันไดภายในอาคารจอดรถจะมีอยู่ 2 จุดคือฝั่งอาคาร A และฝั่งอาคาร B เมื่อเข้ามาด้านในจะจัดวางลิฟท์ไว้ 1 ตัว และมีบันไดสำหรับเดินขึ้นลงไปยังทางเข้า Lobby ของอาคารนั้น ๆ จากนั้นเราไปดูรายละเอียดภายในอาคารกันครับ

ส่วนจุดนี้เราจะเริ่มเดินสำรวจพื้นที่ต่าง ๆ ที่อยู่ใต้อาคารนะครับ โดยจะเริ่มตั้งแต่อาคาร A ที่มียูนิตร้านค้าใต้อาคาร ต่อเนื่องไปยังพื้นที่ของสำนักงานนิติบุคคลที่อยู่บริเวณอาคารจอดรถติดกับพื้นที่ Drop Off ต่อเนื่องไปยังอาคาร B ที่มีพื้นที่ส่วนกลาง ประกอบด้วย ห้องเด็กเล็ก ห้องสมุดมีชีวิต และบรรยากาศโดยรอบก่อนที่จะขึ้นไปดูด้านบนของอาคาร เราไปชมบรรยากาศกันเลยครับ

เริ่มต้นกันด้วยพื้นที่ด้านหน้าจะเป็นทางเดินเข้ายาว ๆ และอยู่ใต้อาคาร และปลูกต้นไม้เป็นแนวรั้วต้นไม้เพื่อกรองแสงจากภายนอกได้บางส่วน จึงไม่ร้อนจนเกินไป ด้านหน้าเป็นพื้นที่โล่ง ๆ จัดวางตู้ ATM มาให้ 1 ตู้สำหรับทั้งโครงการครับ พื้นที่ร้านค้าภายในโครงการที่จัดมาให้ 4 ยูนิตนั้น ปัจจุบันมี 7 – 11 เปิดอยู่ด้านหน้าสุด มีคนมาซื้อหาจับจ่ายกันตลอดเวลา ส่วนร้านค้าที่เหลือจะแบ่งออกเป็นร้านอาหาร Cafe , ร้านเสริมสวย และร้านรับซัก อบ รีด ที่อยู่ติดกันตลอดแนวบริเวณอาคาร A ที่มีการบริการค่อนข้างครอบคลุมสำหรับผู้อยู่อาศัยในโครงการสามารถเดินลงมาใช้บริการได้ โดยไม่ต้องออกไปข้างนอกในวันปกติ

เริ่มต้นกันด้วยร้านค้าร้านแรกที่เจอเลยก็จะเป็น 7 – 11 ครับ ผู้อาศัยภายในโครงการเดินเข้าออกกันตลอดครับ สะดวกมากสำหรับที่อยู่อาศัยเกือบ 2 พันคนที่อยู่ในโครงการ

ถัดไปเป็นร้านอาหารและของหวาน Style Cafe , ร้านเสริมสวย และร้านซักอบรีด ที่เปิดให้บริการครับ ถัดไปเป็นช่องทางที่สามารถเดินออกไปสู่สวนที่เราได้เดินรอบอาคารในครั้งแรกครับ

เดินตรงต่อไปตามแนวอาคาร ก็จะพบกับทางเข้า Lobby อาคาร A โดยการออกแบบพื้นที่ภายในให้มีความโปร่งโล่ง ใช้หน้าต่างกระจกเปิดเกือบเต็มความสูง จึงได้แสงธรรมชาติค่อนข้างมาก และมีช่องหน้าต่างกว้าง ทำให้ในเวลากลางวันแทบไม่ต้องเปิดไฟและเครื่องปรับอากาศ ประหยัดค่าไฟส่วนกลางลงไปได้มากครับ

เลยจาก Lobby A ไปจะสามารถเดินเชื่อมไปยังพื้นที่จอดรถใต้อาคาร และด้านซ้ายมือมีห้องน้ำส่วนกลาง และทางที่เชื่อมไปสู่พื้นที่สวนที่ได้เดินสำรวจกันในรอบแรกครับ

ลองเดินไปดูว่ามีอะไรอยู่ในนั้นบ้าง อย่างแรกที่เห็นเคือถังขยะที่แยกประเภทขยะต่าง ๆ โดยมีภาพประกอบชัดเจนครับ ขยะรีไซเคิล ขยะอันตรายต่าง ๆ สามารถแยกและมาทิ้งได้ โดยถังขยะนี้จะจัดวางอยู่ใกล้ ๆ กับประตูทางเข้า Lobby ทั้ง 2 อาคาร ส่วนภาพด้านล่าง ลิฟท์ที่เห็นคือลิฟท์ที่ลงมาจากอาคารจอดรถและช่องบันไดในด้านซ้ายมือ ซึ่งเมื่อลงมาแล้วก็สามารถเดินเข้า Lobby อาคาร A ที่ประตูกระจกด้านข้างได้ครับ

กลับมาที่ทางเดินหลักกันต่อ จุดนี้คือสำนักงานนิติบุคคลของโครงการ โดยด้านหน้าเป็น Drop Off ที่มาจอดแล้วแบ่งการเดินออกไปในอาคาร A และอาคาร B

เดินต่อไปยังอาคาร B ซึ่งก่อนถึงจะมีพื้นที่โล่ง ๆ และมีเก้าอี้นั่ง บริเวณนี้จะเป็นจุดขึ้น Shuttle Bus ของโครงการ โดยจะแบ่งรถสลับกันวิ่งครับ

บริเวณพื้นที่รอรถจะมีป้ายติดประกาศและนาฬิกากลางสำหรับเวลาออกรถ ด้านล่างเป็นรายละเอียดเกี่ยวกับการซื้อคูปอง และราคา และตารางสำหรับเดินรถตามช่วงเวลา

จากนั้นเดินข้ามมาอีกฝั่ง ในบริเวณนี้เราจะเข้าสู่พื้นที่ของอาคาร B แล้วนะครับทางเดินภายในค่อนข้างโล่ง มีลมผ่านตลอด ช่องด้านขวาเป็นทางเดินออกสวนด้านหลังครับ

ลองเดินไปดูจะเห็นเป็นช่องโล่ง สูงโปร่ง สามารถเดินเชื่อมไปยังพื้นที่สวนที่อยู่ด้านหลังของโครงการ โดยด้านขวามือเป็นห้องน้ำ ชาย หญิง คนพิการ จัดมาให้ครบต่อการใช้งาน

ภายในห้องน้ำ ดูแลความสะอาดเป็นอย่างดีครับ แม่บ้านที่นี่เดินสำรวจความสะอาดกันตลอดครับ ขยะหล่นชิ้นนึงตามเก็บกันไม่ให้คลาดสายตาครับ

จากนั้นเรากลับมาที่โถงทางเดินกันต่อ พื้นที่ส่วนกลางที่เป็น Indoor ส่วนใหญ่จะมาอยู่ที่อาคาร B นะครับ เพราะในอาคาร A จะเป็นพื้นที่ร้านค้าไปหมดแล้ว

เริ่มกันด้วยห้องแรกครับ ห้องเด็กเล็ก ภายในจัดเป็นชุดโต๊ะเก้าอี้ เพื่อให้เด็ก ๆ มาใช้งานได้ โดยปูพื้นเป็นพื้นยางกันลื่นและกระแทก มองออกไปภายนอกจะเห็นเครื่องเล่นที่สนามเด็กเล่น สามารถออกไปใช้งานได้

ติดกันกับห้องเด็กเล่น จะเป็นห้องสมุดมีชีวิต รอบ ๆ พื้นที่ส่วนกลางบริเวณนี้สามารถเดินได้รอบครับ ออกแบบมาให้มีความโปร่งโล่งและระบายอากาศได้ดี ทำการร่นแนวผนังอาคารให้เข้าไปด้านในให้เกิดพื้นที่ Semi Outdoor เพื่อปรับอารมณ์ในการใช้งาน จากภายในไปสู่ภายนอกอาคาร และช่วยในเรื่องแสงแดดที่จะเข้าสู่ภายในพื้นที่มากจนเกินไปด้วย

ด้านในห้องสมุด แบ่งเป็นโต๊ะขนาดเล็ก 4 ที่นั่งไปจนถึง 6 ที่นั่ง ไปจนถึงโต๊ะบาร์ มีตู้และชั้นวางหนังสือ ไว้สำหรับใช้งาน ด้วยการออกแบบที่ใช้ช่องแสงเต็มความสูง จึงทำให้แสงธรรมชาติเข้ามาได้เกือบเต็มพื้นที่ และมีลมผ่าน จึงไม่ต้องเปิดไฟและเครื่องปรับอากาศในทุก ๆ ส่วน ถือเป็นข้อดีอย่างหนึ่งที่น่าสนใจครับ

จากนั้นกลับมาที่ทางเดินสู่ Lobby B อีกครั้ง โดยปลายสุดของทางเดินเป็นลิฟท์ที่สามารถขึ้น – ลง จากภายในอาคารจอดรถได้

เริ่มจากทางเข้า Lobby กันครับ ออกแบบเป็นโถงสูง มีลมผ่านสะดวกและมีแสงธรรมชาติส่องถึง และทางออกไปสู่พื้นที่สวนด้านหลังโครงการ

เมื่อเข้ามาด้านในก็จะเป็นพื้นที่โล่ง ๆ มี Counter ประชาสัมพันธ์ และบอร์ดประกาศต่าง ๆ และทางด้านขวาก็จะเป็นทางเข้าภายในอาคาร ที่เป็นระบบ Key Card Access

เมื่อเข้ามาด้านใน จะพบกับตู้ Mail Box อยู่ทางด้านขวามือ ภายในจะรวมจดหมายจากทุกห้องไว้ที่นี่ ส่วนพัสดุขนาดใหญ่อาจจะต้องไปติดต่อที่นิติเพื่อรับของ

ติดกันกับ Mail Box เป็นห้อง่ซักผ้าและตู้น้ำหยอดเหรียญภายในจัดวางเครื่องซักผ้า เครื่องอบผ้าไว้ให้บริการ โดยภายในเป็นพื้นกระเบื้องและยก Curb ขึ้นรอบ ๆ เครื่องซักผ้าประมาณ 10 ซม. เพื่อป้องกันน้ำจากเครื่องซักผ้าล้นออกมาที่พื้น

จากนั้นเดินมายังโถงลิฟท์ ปลายสุดเป็นทางเดินไปยังห้องพักที่อยู่ชั้น 1 โดยมีประตูกระจกกั้นอีกชั้นหนึ่ง ชั้นนี้มีห้องทั้งหมด 10 ห้อง

เมื่อเข้ามาด้านในลิฟท์ เราต้องมี Key card เพื่อแตะขึ้นชั้น โดยสามารถแตะได้เฉพาะชั้นส่วนกลางและชั้นที่เราอยู่เท่านั้นครับ เริ่มจากชั้น 6 ที่เป็นพื้นที่ส่วนกลางกันก่อน

lpn-park-rm9-rcd-plan03-1f

ขึ้นมาที่ชั้น 6 ซึ่งเป็นพื้นที่พักอาศัย จัดวางเป็นตัว L เปิดวิวเกือบทุกด้านยกเว้นฝั่งใต้ของอาคาร A และฝั่งเหนือของอาคาร B ที่หันปะทะกัน แต่จะได้วิว Facility ของโครงการมาแทน โดยในอาคาร A มีทั้งหมด 37 ห้อง ส่วนในอาคาร B มี 33 ห้อง ส่วนใหญ่จะเป็นห้องขนาด 26 และ 30 ตร.ม. ส่วนห้องติด Facility จะเป็นห้องขนาด 38.5 – 40 ตร.ม. พื้นที่ Facility หลักของโครงการตั้งอยู่บนอาคารจอดรถ แยกส่วนกับพื้นที่พักอาศัย ประกอบไปด้วย สระว่ายน้ำ แบ่งโซนสระเด็ก พื้นที่ระเบียงกลางแจ้งที่จัดสวนมาอย่างร่มรื่น สามารถจัดกิจกรรมกลางแจ้งได้ ห้องน้ำแยกชายหญิง มีห้อง Sauna ห้อง Steam ซึ่งเก็บค่าบริการแยกต่างหากกับห้อง Fitness มุมมองในชั้นนี้ ส่วนใหญ่ยังถูกบังวิว จากอาคารรอบ ๆ ซึ่งทิศใต้จะมองออกไปเห็นอาคารของ RCA จนไปถึงฝั่งทิศตะวันตก ส่วนทิศเหนือจะเป็นมุมมองที่เปิดไปเห็นทางด่วนด้านหน้าโครงการกับวิวโรงแรมกับคอนโดที่อยู่ติดกัน ทิศตะวันออกจะเห็น Site ก่อสร้างรร.นานาชาติ ที่กำลังก่อสร้างอยู่

การออกแบบภายในโถงลิฟท์จะใช้ช่องแสงเปิดเพื่อให้แสงเข้าสู่ภายในได้ เพื่อให้สว่างและมีหน้าต่างสามารถระบายอากาศได้ดี

ภายในโถงทางเดินพยายามออกแบบลายพื้นกระเบื้อง เพื่อเป็นเส้นนำสายตา บริเวณหน้าห้องก็จะแบ่งสีพื้นกระเบื้องเพื่อเน้นเป็นทางเข้าห้องอีกด้วย

หันมาทางด้านซ้ายมือเป็นทางเชื่อมสู่พื้นที่กลางได้ ใกล้กันบริเวณทางด้านซ้ายมือเป็นห้องงานระบบและห้องพักขยะ

จากนั้นเดินตรงต่อมาจากปีกทางทิศเหนือ บริเวณนี้มีห้องพักประมาณ 12 ห้อง ทางด้านขวาเป็นทางลงสู่ Facility หลักของโครงการ

รูปแบบทางเข้าออกเป็นประตูกระจกเต็มความสูงและมีช่องเปิดเพื่อระบายอากาศได้ เมื่ออกมาลักษณะทางเดินจะเป็นทางลาดไปในตัว จึงเหมาะกับผู้สูงอายุที่ใช้รถเข็น สามารถออกมาใช้งานพื้นที่ส่วนกลางได้ด้วย

เมื่อออกมา ส่วนแรกที่เห็นเลยคืออาคาร Clubhouse ที่ประกอบด้วยห้อง Fitness อยู่ด้านบนเปิดวิวสระน้ำ ด้านใต้อาคารแบ่งเป็นห้องน้ำชาย และห้องน้ำหญิง มี Sauna และ Steam แยกการใช้งานเป็นห้อง ๆ เรามาเริ่มกันที่ห้อง Fitness เลยครับ

ภายในเป็นห้องโล่งและกว้าง จัดวางเครื่องออกกำลังกายหันออกสู่สระทั้งหมด พื้นที่ด้านหลังสามารถมีพื้นที่กว้างพอที่จะเล่นโยคะได้เลย

จากนั้นเดินออกมาด้านนอกเพื่อดูบรรยากาศรอบ ๆ ครับ ด้านซ้ายมือจัดทำเป็นที่นั่ง Outdoor ไว้ให้ใช้งาน

ใกล้ถึงบริเวณสระน้ำ จะมีบ่อเล็ก ๆ สำหรับล้างเท้าทั้งก่อนและหลังใช้งานบริเวณสระน้ำครับ ขวามือเป็นทางลงสู่ห้องน้ำและห้อง Sauna & Steam

เมื่อลงมาจะพบกับห้องน้ำหญิงก่อนครับ ซึ่งทางลงสู่ด้านล่างนั้นสามารถลงได้ทั้งฝั่งด้านอาคาร A และ B เพื่อการใช้งานที่สะดวก บริเวณตรงกลางจะแบ่งเป็นห้อง Sauna & Steam ครับ

lpn-park-rm9-rcd-public85

การใช้งานห้อง Sauna & Steam นั้น จะแยกกันกับพื้นที่ส่วนกลางนะครับ โดยจะต้องซื้อคูปองบริเวณทางเข้าส่วนกลางที่อาคาร A ครับ ค่าใช้บริการ 50 บาท/ครั้ง จะใช้ Sauna หรือ Steam ก็ได้ โดยคิดเวลา 1 ชม. จะมีแม่บ้านมาเปิดประตูให้เข้าไปใช้งาน ทางซ้ายเป็นห้อง Sauna ส่วนทางด้านขวาเป็นห้อง Steam ครับ

lpn-park-rm9-rcd-public86

เริ่มกันที่ห้อง Sauna กันก่อน เมื่อเข้ามาภายในจะเป็นห้องโถงโล่ง ๆ มีเก้าอี้ให้นั่ง เมื่อเดินเข้าไปด้านในจะพบกับส่วนอาบน้ำ และล้างตัว มีอ่างล้างหน้าและภายในเป็นห้อง Sauna นั่งได้ประมาณ 2 – 4 คนครับ

lpn-park-rm9-rcd-public87

มาดูห้อง Steam กันบ้าง การจัดพื้นที่คล้ายกับห้อง Sauna คือมีพื้นที่โล่ง ๆ ด้านหน้าสามารถวางของได้ และด้านในแบ่งเป็นที่อาบน้ำล้างตัว อ่างล้างหน้า และด้านขวามือเป็นห้อง Steam สามารถใช้ได้ประมาณ 2 – 4 คน

จากนั้นออกมาด้านนอก เดินต่อมาที่ห้องน้ำชาย สังเกตการออกแบบช่องเปิดด้านหน้าห้องน้ำ ได้ติดตั้งหน้าต่างสำหรับระบายอากาศเป็นบานกระทุ้งแบบหงายออกด้านบน เนื่องจากพื้นที่ระยะฝ้าค่อนข้างต่ำ ในการเปิดระบายอากาศจึงเปิดในลักษณะแบบนี้เพื่อป้องกันการเดินชน และเป็นไปตามหลักการระบายอากาศที่อากาศร้อนจะลอยขึ้นข้างบนเสมอ

ภายในห้องน้ำ ได้ตกแต่งออกมาโดยใช้กระเบื้องเซรามิคสีขาวลายหินอ่อนเพื่อเพิ่มความสว่าง เนื่องจากตัวอาคารอยู่ต่ำกว่าระดับพื้นด้านนอกสภาพภายในปัจจุบันยังใช้งานได้ดีและมีการดูแลรักษาความสะอาดอยู่ตลอด ภายในประกอบด้วยอ่างล้างหน้า 3 จุด ด้านซ้ายมือติด Glass Block ที่เป็นวัสดุบล๊อคแก้ว ใช้ติดตั้งให้แสงสามารถผ่านได้เท่านั้น ไม่สามารถเปิดปิดได้ เหมาะสำหรับพื้นที่ที่ต้องการแสงสว่างแต่ไม่จำเป็นต้องเปิดใช้งาน ส่วนห้องสุขาห้องน้ำชายมี 2 ห้อง และห้องน้ำหญิงมี 3 ห้อง ครับ

จากนั้นเดินออกมาดูพื้นที่สระน้ำกันครับ สระที่นี่เป็นระบบเกลือแยกโซนสระเด็ก โดยมีขนาด 12 x 24 ม. ความลึกสระประมาณ 1.2 ม. จากจุดนี้อยู่ที่ชั้น 6 เมื่อมองออกไปจะพ้นระดับทางด่วนไปแล้ว และจะมองเห็นวิวเมืองทางฝั่งพระราม 9 ที่เห็นยอดทอง ๆ นั่นคือ TC Green โครงการคอนโดเพื่อนบ้านที่อยู่ตรงข้ามเราครับ

บันไดสำหรับลงสระมี 1 จุด จะเป็นขั้นบันไดกรุกระเบื้องลายเดียวกันกับสระ มีความกว้างขวางเดินขึ้นลงสะดวก ส่วนสระเด็กจะอยู่ติดกับ พื้นที่ Terrace เพื่อให้ดูแลลูกหลานได้ง่ายใกล้ผู้ปกครอง ตัวสระเด็กมีความลึกประมาณ 60 ซม. และมีขอบกันตก สังเกตปลายสระใหญ่จะเป็นแบบ Overflow คือระบบสระน้ำล้น ส่วนใหญ่คอนโดในเมืองที่อยู่บนอาคารสูงจะใช้รูปแบบนี้กัน เพราะเราจะเห็นขอบสระเป็นผิวน้ำที่สะท้อนกับวิวเมือง โดยไม่มีขอบสระมาบดบังทิวทัศน์

บริเวณพื้นที่ Terrace ที่อยู่ติดกับสระเด็ก จัดเป็นที่นั่งยาวตลอดแนว และมีโต๊ะเก้าอี้ตั้งไว้ให้ใช้งาน ด้านหลังเป็นอาคาร Fitness ที่เปิดวิวสู่สระน้ำและวิวเมือง

เดินมาอีกนิด จะพบกับพื้นที่ล้างตัวอยู่ติดกับตัวอาคาร Clubhouse มีฝักบัวติดไว้ให้ 2 จุด โดยมีบประตูหนีไฟ ที่ลงไปยังอาคารจอดรถและพื้นที่สวนที่อยู่ตรงกลางโครงการ

ถัดจากส่วนล้างตัวที่อยู่ด้านขวามือ เราเดินต่อมายังฝั่งอาคาร A ครับ บริเวณนี้มีศาลาเล็ก ๆ จัดวางโต๊ะเก้าอี้ไว้ 2 ชุด เพื่อให้ลงมาใช้งานได้

เดินมาถึงบริเวณฝั่งอาคาร A จะเห็นว่าที่ชั้นนี้ ห้องที่อยู่ชั้น 6 จะมีพื้นที่ระเบียงที่สามารถออกสู่สวนและพื้นที่ส่วนกลาง โดยจะมีประตูรั้วกั้นไว้ และปลูกต้นไม้เป็นแนวรั้วเพื่อความเป็นส่วนตัว เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเข้ามาใช้งานพื้นที่ส่วนกลางได้สะดวก แต่อาจจะแลกกับความพลุกพล่านในบางช่วงเวลาที่มีคนลงมาใช้งานเยอะ ๆ ครับ

หันไปทางด้านซ้ายมือจะเป็นทางที่เดินออกมาจากภายในอาคาร A โดยในบริเวณนี้ก็จะมีบ่อสำหรับล้างเท้าก่อนและหลังใช้งานสระน้ำ เช่นเดียวกับฝั่งอาคาร B ครับ

ด้านซ้ายมือจะเป็น Pool Deck สำหรับลงมานอนรับแสงธรรมชาติ โดยบริเวณนี้จะลงระดับลงไปประมาณ 15 ซม. สามารถจุ่มเท้าแช่น้ำได้ ฝั่งตรงข้ามกันเป็นพื้นที่ Deck เช่นเดียวกัน แต่จะมีร่มบังแดดให้ เหมาะสำหรับคนที่อยากนอนตากลม แต่ไม่อยากโดนแดด หันไปทางด้านซ้าย จะเป็นอาคาร Clubhouse และฝั่งของอาคาร B ที่เราได้เดินผ่านมาครับ

จากนั้นเราเดินกลับไปดูในบริเวณด้านหลังกันบ้างครับ โดยจะจัดเป็นพื้นที่สวนปลูกไม้พุ่มเตี้ยไว้ตลอดแนว เพื่อสร้างบรรยากาศความเป็น Park จุดนี้มองออกไปทางทิศตะวันออก จะมองเห็นโครงการ I-Biza และโครงการ I House ที่อยู่ใกล้เคียงกัน

เมื่อหันไปทางด้านขวาจะเป็นทางยาวไปจนถึงอีกฝั่ง ที่เห็นบริเวณปลายสุด นั่นคือทางที่เดินออกมาจากอาคาร B ที่ออกมาครั้งแรกครับ โดยจุดนี้จะมีทางลงอยู่ทางด้านขวามือ เพื่อลงไปสู่ห้องน้ำและห้อง Suana Steam ที่เราได้เดินมาจากฝั่งตึก B ครับ สามารถเชื่อมถึงกันได้ทั้ง 2 ฝั่ง

lpn-rm9-rcd-surrounding1-1f

เรามาดูวิวในแต่ละด้านนะครับ รอบ ๆ อาคารส่วนใหญ่ตั้งแต่ชั้น 10 ขึ้นไปไม่ค่อยมีปัญหา เพราะพ้นแนวอาคารที่อยู่รอบ ๆ ข้างไปหมดแล้ว ส่วนชั้นที่อยู่ต่ำกว่าชั้น 10 มีบริบทรอบ ๆ ดังนี้

  • ทิศเหนือติดกับถนนจตุรทิศ ที่มีทางด่วนพาดผ่าน อาคาร A ตัวทางด่วนเองไม่สูงมากประมาณ 3 – 4 ชั้นได้ ตั้งแต่ชั้น 6 ขึ้นไปก็จะได้วิวจาก ถนนพระราม 9 และพื้นที่ของ รฟม. ซึ่งเป็นพื้นที่โล่งขนาดใหญ่เนื่องจากเป็นสำนักงานใหญ่และศูนย์ซ่อม จึงไม่มีสิ่งปลูกสร้างบังและค่อนข้างสงบในบริเวณนี้ครับ ส่วนอาคาร B ทิศเหนือจะโดนอาคาร A บัง แต่จะได้วิวสระน้ำและสวนส่วนกลางที่ชั้น 6 มาแทนครับ
  • ด้านทิศตะวันออก จาก Google Map จะเห็นเป็นสีเขียวทั้งหมด บริเวณอาคาร A จะมองเห็นรพ.ปิยะเวช และวิวเมืองฝั่งตะวันออก แต่ปัจจุบันตรงช่วงตั้งแต่บริเวณสระน้ำจนถึงอาคาร B กำลังดำเนินการก่อสร้าง รร.นานาชาติอยู่ครับ หากขึ้นอาคารบริเวณนี้ก็จะถูกอาคารโรงเรียนบังวิวไปบางส่วน ตลอดแนวทิศตะวันออก
  • ด้านทิศใต้ อาคาร A จะถูกอาคาร B ฝั่งทิศเหนือ บังวิวทั้งตึกแต่จะได้วิวสระน้ำและสวนส่วนกลางที่ชั้น 6 แทน ส่วนอาคาร B จะได้วิวสวนบริเวณท้ายโครงการ และติดกันเป็นอาคารสำนักงานของ RCA สูงประมาณ 4 – 5 ชั้น ที่ทอดยาวมาตั้งแต่ทิศตะวันตก เพราะถนนเป็นโค้งยาวมาจรดถนนกำแพงเพชร 7
  • ทิศตะวันตกของอาคาร A จะเหลือที่ดินเปล่าลักษณะเป็นชิ้นเค้ก ปัจจุบันยังเป็นพื้นโล่งที่สามารถเห็นวิวทางฝั่งพระราม 9 ได้ แต่ต้องดูว่าอนาคตจะพัฒนาเป็นโครงการในรูปแบบใด ถ้าหากเป็นอาคารสูงในทิศนี้ก็จะถูกบังวิวทั้งหมด
  • ทิศตะวันตกเฉียงเหนือจะเป็นโครงการ TC Green สูง 30 ชั้น ติดกันเป็นโรงแรม Maxx ทั้งนี้หากสนใจห้องในฝั่งที่เปิดออกไปในมุมไหนสามารถติดต่อเอเจนซี่เพื่อเข้าไปภายในห้องและดูวิวในแต่ละด้านก่อนตัดสินใจซื้อได้ครับ

คลิกเพื่อดูภาพขนาดใหญ่

มุมนี้มองไปทางด้านทิศตะวันออก จุดนี้ยืนอยู่ที่ชั้น 6 ตรงส่วน Facility ครับ มองออกไปจะเห็นพื้นที่ที่ก่อสร้างอยู่ บริเวณนี้เป็น รร.นานาชาติครับ ถัดออกไปเป็นโครงการ I-House และโครงการ I-Biza ทางด้านซ้ายมือเป็นโรงพยาบาลปิยะเวช และจะเห็นป้ายโฆษณาบังอยู่ในห้องที่อยู่ต่ำกว่าชั้น 10 ลงมาครับ

คลิกเพื่อดูภาพขนาดใหญ่

มุมมองทางด้านทิศใต้ ไปจนถึงฝั่งทิศตะวันตกครับ บริเวณนี้ยืนถ่ายบริเวณชั้น 18 วิวที่เห็นจะเปิดค่อนข้างกว้างและเป็น City View เห็นทั้งพระราม 9 ทองหล่อและเอกมัยเลยครับ ใกล้กันจะเห็นพื้นที่ของ RCA ตั้งแต่ปากทาง โค้งตลอดแนวไปจนถึงฝั่งใต้ ตรงข้ามกันเป็นพื้นที่ของโครงการ AQ ที่มี Kris Garden และมีโครงการ Town home ที่กำลังก่อสร้างอยู่ทางด้านซ้ายมือเป็นสนามซ้อมกอล์ฟที่อยู่ติกับ RCA ครับ

คลิกเพื่อดูภาพขนาดใหญ่

มุมมองทางด้านทิศตะวันตก จุดนี้ถ่ายบริเวณสระน้ำที่ชั้น 6 ซึ่งปัจจุบันที่ติดกันยังไม่มีโครงการพัฒนาขึ้น เราจึงเห็นวิวเมืองทางฝั่งพระราม 9 ได้อย่างชัดเจน ใกล้กันจะเป็นแนวอาคารสำนักงานของ RCA ส่วนระยะที่ไกลออกไปจุดนี้เราสามารถมองเห็น G Tower ที่กำลังก่อสร้างได้ในระยะนี้เลยครับ

lpn-park-rm9-rcd-plan05-1f

อาคาร A ตั้งแต่ชั้น 7 ถึงชั้น 24 จะเป็นพื้นที่พักอาศัยทั้งหมด โดยแต่ละชั้นจะมีห้องพักทั้งหมด 38 ห้อง แบ่งเป็นห้อง 1 Bedroom ทั้งหมด ซึ่งในชั้น 7 – 10 ในด้านทิศตะวันตกจะเป็นห้องขนาด 22.5 ตร.ม. ทั้งหมด ส่วนตั้งแต่ชั้น 11 – 24 ก็จะเป็นห้องขนาด 26 ตร.ม. ยูนิตขายส่วนใหญ่จะเน้นห้องขนาด 26 และห้อง 30 ตร.ม. โดยจะมีห้องขนาด 37.5 ตร.ม. จัดวางไว้อยู่บริเวณมุมของแต่ละด้าน ลิฟท์ที่ขึ้นมาสู่ห้องพักจะถูกแยกด้วย Key card ที่ต้องแตะเพื่อขึ้นชั้นที่อยู่อาศัย จึงมีความปลอดภัยที่ดี จัดวางโถงลิฟท์ไว้กลางอาคาร แบ่งห้องพักเป็น 2 ปีก เป็นปีกทิศเหนือและปีกทิศตะวันออก ซึ่งปลายสุดจะเป็นช่องแสงทั้งหมดเพื่อให้แสงส่องเข้าถึงภายในอาคาร จัดวางบันไดหนีไฟแทรกอยู่กับห้องชุด ที่ส่วนปลายทั้ง 2 และกลางอาคารเป็น 3 จุด มีลิฟท์ Service กับห้องพักขยะในแต่ละชั้น

lpn-park-rm9-rcd-plan10-1f

ส่วนในอาคาร B ตั้งแต่ชั้น 7 ถึงชั้น 24 จะเป็นพื้นที่พักอาศัยทั้งหมด โดยแต่ละชั้นจะมีห้องพักทั้งหมด 34 ห้อง แบ่งเป็นห้อง 1 Bedroom ทั้งหมด ยูนิตขายส่วนใหญ่จะเน้นห้องขนาด 26 และห้อง 30 ตร.ม.โดยจะมีห้องขนาด 37.5 ตร.ม. จัดวางไว้อยู่บริเวณมุมของแต่ละด้าน เช่นเดียวกับอาคาร A ลิฟท์ที่ขึ้นมาสู่ห้องพักจะถูกแยกด้วย Key card ที่ต้องแตะเพื่อขึ้นชั้นที่อยู่อาศัย จัดวางโถงลิฟท์ไว้กลางอาคาร แบ่งห้องพักเป็น 2 ปีก เป็นปีกทิศตะวันตกและปีกทิศใต้ การจัดวางช่องแสงและบันไดหนีไฟเหมือนกันกับอาคาร A มีลิฟท์ Service กับห้องพักขยะในแต่ละชั้น

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • Lobby อาคาร A และ B เข้าออกด้วย Key Card Access
  • พื้นที่ร้านค้า 4 ยูนิต ที่อาคาร A
  • สวนหย่อมรอบโครงการ มีเครื่องออกกำลังกายกลางแจ้ง และสนามเด็กเล่นที่อาคาร B
  • ห้องสมุดมีชีวิต และ ห้องเด็กเล่น ที่อาคาร B
  • สระว่ายน้ำ 1 สระ ระบบเกลือ ขนาด 12 x 24 ม. แบ่งโซนสระเด็กลึก 60 ซม. สระผู้ใหญ่ลึก 1.2 ม.
  • ห้องออกกำลังกาย 1 ห้อง ใส่เครื่องออกกำลังกายประมาณ 10 เครื่อง
  • ห้อง Sauna & Steam ค่าใช้บริการ ครั้งละ 50 บาท ใช้ได้ 1 ชม.
  • ห้องน้ำแยกชาย หญิง
  • Drop Off บริเวณด้านหน้า และสำนักงานนิติบุคคลที่อาคารจอดรถชั้น 1
  • ลิฟท์โดยสาร 3 ตัว/อาคาร เป็นระบบลิฟท์ล๊อคชั้น
  • อัตราส่วนลิฟท์รวมทั้งโครงการ 256 :  1
  • อัตราส่วนลิฟท์ตึก A 268 : 1
  • อัตราส่วนลิฟท์ตึก B 245 : 1
  • Service Lift 1 ตัว/อาคาร
  • ที่จอดรถประมาณ 580 คันคิดรวมจอดซ้อนคัน 37.66 %
  • ระบบ CCTV / Access Card ระยะใกล้ที่หน้าโครงการ


Product Walkthrough

สำหรับรีวิวนี้จะขอวิเคราะห์ผังห้องทั้งหมดในโครงการ เนื่องจากพอเป็นห้องมือ 2 จึงไม่มีห้องตัวอย่างให้ชมครับ รายละเอียดของแต่ละห้องก็จะแตกต่างกันตามการตกแต่งของเจ้าของห้องเดิม หากใครสนใจหรือต้องการสอบถามข้อมูลในโครงการนี้แนะนำว่านัดเจ้าของหรือเอเจนซี่ ไปดูสภาพและบรรยากาศภายในห้อง ด้วยตัวเองเพราะมีหลายปัจจัยในการตัดสินใจครับ เช่น

  • สภาพภายในห้องและการดูแลรักษาห้อง ยังเหมือนใหม่หรือดูทรุดโทรม หรือชำรุดหรือไม่
  • เจ้าของเดิมเคยปล่อยห้องให้เช่ามาก่อนที่จะขายหรือไม่
  • การตกแต่งในห้องเดิมอาจไม่ตรงตามความชอบหรือห้องนี้ค่อนข้างทรุดโทรมแล้ว แต่เป็นห้องที่ตำแหน่งดี ได้วิวสวย ก็อาจจะต้องเผื่องบประมาณค่าตกแต่งหรือซ่อมแซมใหม่ในส่วนนี้ครับ

ส่วน Spec วัสดุมาตรฐานจากโครงการ (ซึ่งอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้ ขึ้นอยู่กับเจ้าของห้องมือ 1 รวมไปถึงเฟอร์นิเจอร์อื่นๆ ด้วยครับ)

  • พื้นลามิเนต
  • พื้นกระเบื้องเซรามิค (ห้องน้ำ , ระเบียงซักล้าง)
  • Built-in ครัว
  • แถมฉากกั้นห้องน้ำ ยกเว้นห้อง 22.5 ตร.ม.

แบบห้องของโครงการ ลุมพินี พาร์ค พระราม 9 – รัชดา จะมีทั้งหมด 2 แบบ ได้แก่

  • 1 Bedroom เริ่มต้น 22.5 – 37.5 ตร.ม.
  • 2 Bedrooms ห้อง Combine เริ่มต้น 45 – 60 ตร.ม.

 

เริ่มต้นที่ห้องแรกเป็นห้องขนาด 22.5 ตร.ม. ลักษณะการจัดวางเป็นมาตรฐานสำหรับโครงการของลุมพินีในหลาย ๆ ที่ครับ ห้องนี้เหมาะสำหรับอยู่ 1 – 2 คน ลักษณะห้อง แบ่งส่วนพักผ่อนแยกกับส่วนนอนด้วยประตูเลื่อนกระจก ฟังก์ชั่นมีมาให้ครบ แต่พื้นที่การใช้งานอาจได้ไม่มากนัก แบ่งเป็น ส่วนนั่งเล่นมีโต๊ะทำงานวางได้ 1 ที่นั่ง ส่วนห้องนอนมีตู้เสื้อผ้าและช่องสำหรับใส่ทีวีปลายเตียง ภายในใส่เตียงขนาด 5 ฟุตได้พอดีถ้าอยากได้พื้นที่ข้างเตียงเพิ่มอาจจะต้องวางชิดริมหน้าต่างได้เลยครับ ห้องน้ำอยู่ติดกับส่วนครัว รูปแบบห้องน้ำเป็นห้องน้ำสำเร็จรูป อุปกรณ์การใช้งานให้มาครบถ้วน เว้นแต่ส่วนอาบ จะไม่มีฉากกั้นอาจจะต้องซื้อใส่เพิ่มครับ ส่วนครัวนั้น มีชุดครัว Built-in อ่างก๊อกให้ แต่ไม่มี Hob Hood และพื้นที่ระหว่างห้องนั่งเล่นไม่มีฉากกั้น ดังนั้นสามารถทำอาหารได้แค่ต้มหรืออุ่นนะครับ เพราะกลิ่นจะกระจายไปส่วนนั่งเล่นได้ ตรงข้ามกันได้ร่นผนังในห้องนอนเพื่อที่พอจะวางโต๊ะอาหารได้ 2 ที่นั่ง ซึ่งการใช้งานจริงแล้ว อาจจะวางอาหารจานเดียวได้ ติดกันเป็นระเบียงออกสู่พื้นที่ซักล้าง สามารถใช้งานได้

ข้อจำกัดของการวางฟังก์ชั่นแบบนี้คือ ด้วยความที่มีพื้นที่ในการจัดค่อนข้างน้อย และฟังก์ชั่นครบในการใช้งาน จึงได้พื้นที่แต่ละส่วนไม่ค่อยมาก แต่สามารถใช้งานได้ เช่น ทีวีที่วางอยู่ตรงข้ามกับโซฟา ด้วยบริเวณผนังห้องน้ำตั้งเฉียงจากการออกแบบลดเหลี่ยมมุม จึงทำให้ความกว้างบริเวณหน้าทีวีลดลง แต่ยังมีข้อดีคือ แสงสว่างที่เข้ามาในห้องนั้นได้ปริมาณที่เหมาะสมเนื่องจากได้จัดวางเตียงนอนไว้ริมสุดติดหน้าต่าง จึงทำให้แสงส่องเข้ามาในห้องได้มากครับ

ถัดมาเป็นห้องขนาด 26 ตร.ม. ห้องนี้ฟังก์ชั่นหลัก ๆ จะเหมือนกับห้อง 22.5 ตร.ม.ครับ แต่จะมีพื้นที่มากขึ้นมาหน่อย ขออธิบายในส่วนที่แตกต่างจากห้องแรกเลยก็คือ พื้นที่ห้องมีความลึกมากขึ้น พื้นที่แต่ละส่วนของห้องเพียงพอต่อการใช้งานกว่าขนาดแรก ห้องนั่งเล่นยังใกล้เคียงเดิม ห้องนอนมีความกว้างขึ้นมีระยะพอที่จะเดินรอบเตียงได้ในขนาดเตียง 5 ฟุต พื้นที่ครัวมีระยะกว้างขึ้น ที่นั่งทานอาหารมีพื้นที่มากขึ้นพอที่จะนั่งได้พร้อมกับข้าวและในห้องน้ำเพิ่มฉากกั้นสำหรับอาบน้ำมาให้ครับ

ถัดมายังเป็นรูปแบบ 1 Bedroom ตัวนี้มีขนาด 30 ตรม. แบ่งกลุ่มการใช้งานเป็นสัดส่วนมากขึ้น โดยแบ่งพื้นที่เป็น 3 กลุ่มคือ กลุ่มแรกเป็นส่วนครัวที่อยู่ติดกับห้องน้ำ โดยพื้นที่ครัวเป็นพื้นกระเบื้องเซรามิคแยกจากพื้นห้องนั่งเล่น สามารถทำความสะอาดได้ง่ายขึ้น บริเวณครัวสามารถกั้นเป็นห้องเพื่อแยกการใช้งานกับห้องนั่งเล่นได้ และสามารถที่จะทำอาหารจริงจังได้ โดยได้แบ่งพื้นที่ออกเป็น 2 ฝั่ง ได้แก่ ส่วน Built-in พร้อมอ่างและก๊อกน้ำ ส่วนอีกฝั่งแบ่งเป็นตู้เย็นและช่องสำหรับวางเครื่องซักผ้าได้ ส่วนห้องน้ำ จัดวางตำแหน่งอุปกรณ์ต่าง ๆ เหมือนกันกับ 2 แบบแรกครับ แต่มีฉากกั้นบริเวณส่วนอาบน้ำให้

ถัดมาเป็นกลุ่มของส่วนพักผ่อน ส่วนนี้เริ่มตั้งแต่ประตูหน้าห้องจนถึงประตูออกระเบียงซักล้างครับ ส่วนแรกที่เจอตอนเข้ามาเลยจะเป็นส่วนทานอาหาร การจัดวางก็สามารถวางโต๊ะอาหารขนาด 2 ที่นั่งที่สามารถนั่งคุยและทานอาหารกันไปได้จริงจังขึ้น ถัดไปเป็นส่วนพักผ่อน ได้จัดวางให้อยู่ติดกับระเบียง โดยฝั่งตรงข้ามสามารถวางทีวีได้ แต่ก็ถูกแบ่งพื้นที่ให้ประตูทางเข้าห้องนอนไปส่วนหนึ่ง อาจต้องใช้เป็นทีวีติดผนังที่สามารถปรับองศาทีวีได้ เพื่อให้สะดวกในการใช้งาน ถัดไปเป็นพื้นที่ระเบียง ที่สามารถใช้งาน ซักผ้าและตากได้

ส่วนกลุ่มสุดท้าย เป็นพื้นที่ห้องนอนครับ มีประตูกั้นพื้นที่ชัดเจน เพิ่มความเป็นส่วนตัวมากขึ้น เมื่อเข้ามาจะพบกับตู้เสื้อผ้าต่อเนื่องไปกับเตียงนอน ซึ่งจัดวางไว้ติดหน้าต่าง เพื่อให้อากาศถ่ายเทได้สะดวกและมีแสงส่องถึงภายในห้อง และมีพื้นที่สามารถเดินรอบเตียงได้ บริเวณปลายเตียงสามารถวางทีวีได้แต่ต้องเป็นแบบแขวนนะครับ เพราะพื้นที่ปลายเตียงจะแบ่งพื้นที่กับห้องนั่งเล่น

ห้องรูปแบบนี้ถือว่าจัดพื้นที่เป็นกลุ่ม ๆ แบ่งการใช้งานค่อนข้างเป็นสัดส่วนมากขึ้น แสงส่องเข้าสู่ทุกส่วน แต่จะมีข้อจำกัดคือ ห้องนำ้และส่วนเตรียมอาหารจะอยู่ในสุด ซึ่งห่างจากหน้าต่าง ทำให้การระบายอากาศและความชื้นในจุดนี้ค่อนข้างลำบาก เหมาะกับคนที่ชอบทำครัวมากกว่าใน 2 แบบแรก เพราะมีพื้นที่มากขึ้น และมีพื้นที่ทานอาหารที่สามารถนั่งมองหน้าคุยกันตอนกินข้าวได้ไม่ได้หันหน้าเข้ากำแพง

ถัดมาที่ห้อง 1 Bedroom แบบสุดท้ายครับห้องนี้มีขนาดใหญ่สุดคือ 37.5 ตร.ม. จะเป็นห้องที่อยู่ตามมุมของแต่ละตึก พื้นที่ภายในห้องเมื่อดูแล้ว จะให้น้ำหนักไปในพื้นที่พักผ่อนครับ โดยแบ่งกลุ่มการใช้งานออกเป็น 2 กลุ่ม คือ ส่วนพักผ่อนที่แยกส่วนกับห้องครัว ในพื้นที่พักผ่อนจัดวางโซฟาไว้ติดทางเข้าห้องสามารถวาง Sofa Bed แบบ 3 ที่นั่งได้ ตรงข้ามกันเป็นที่วางทีวี ติดกับ Sofa Bed เป็นโต๊ะอาหาร จัดโต๊ะขนาด 4 ที่นั่ง วางชิดหน้าต่าง ซึ่งมีพื้นที่ด้านหลังกว้างพอที่จะวางโต๊ะในแนวยาวขนาด 6 – 8 ที่นั่งได้ โดยพื้นที่บริเวณนี้ค่อนข้างมีความยืดหยุ่นในการจัดวางอยู่พอสมควรครับเนื่องจากไม่มีเฟอร์นิเจอร์ให้ ก่อนออกสู่ระเบียงบริเวณหน้าห้องนอนสามารถวางโต๊ะทำงาน หรือโต๊ะอเนกประสงค์ได้ ส่วนพื้นที่ระเบียงรูปแบบการใช้งานเป็นมาตรฐานเหมือนกันกับทุก ๆ ห้อง ถัดมาเป็นส่วนครัวที่มีประตูกั้นแบ่งการใช้งานชัดเจน ภายในครัวจัดวางชุดครัว Built-in เป็นตัว L มีพื้นที่ทำครัวมากขึ้น และทำอาหารได้จริงจังมากขึ้น พื้นภายในปูกระเบื้องเซรามิค เพื่อให้ทำความสะอาดได้ง่าย

ส่วนอีกกลุ่มเป็นพื้นที่ห้องนอน เมื่อเข้ามาด้านขวามือจะเป็นห้องน้ำที่มีรูปแบบการจัดเหมือนกันกับทุก ๆ ห้องที่ผ่านมาครับแต่ห้องนี้ จะเข้าห้องน้ำผ่านห้องนอนนะครับ ซึ่งจะมีข้อจำกัดในเรื่องของความเป็นส่วนตัวอยู่พอสมควรเมื่อมีแขกหรือญาติผู้ใหญ่มาหาครับ ส่วนพื้นที่ห้องนอนแบ่งสัดส่วนและเพิ่มฟังชั่นโต๊ะทำงานบริเวณปลายเตียงเข้ามาด้วย มีพื้นที่สามารถเดินรอบ ๆ เตียงได้ มีตู้เสื้อผ้าอยู่ต่อจากเตียงที่ต่อเนื่องไปสู่ห้องน้ำ และมีพื้นที่หน้าห้องน้ำพอที่จะยืนเลือกเสื้อผ้าและแต่งตัวได้ครับ

จากนั้นเรามาดูรูปแบบห้องที่โครงการจัด Combine มาให้ดูเป็นไอเดียสำหรับคนที่ซื้อ 2 ห้องต่อกันครับ โดยแบ่งออกมาเป็น 3 ขนาดคือ

  • Combine 22.5 ตร.ม. 2 ห้องชุดรวมกันเป็น 45 ตร.ม.
  • Combine 26 ตร.ม. 2 ห้องชุดรวมกันเป็น 52 ตร.ม.
  • Combine 30 ตร.ม. 2 ห้องชุดรวมกันเป็น 60 ตร.ม.

เรามาดูกันว่ารูปแบบที่จัดออกมาจะเป็นอย่างไรกันบ้างครับ

สำหรับผู้ที่ต้องการอยู่อาศัยมากกว่า 2 คน หรือกำลังมีลูก ก็มีแบบ 2 Bedroom ที่เกิดจากการ Combine ห้อง 22.5 ตร.ม. ซึ่งข้อจำกันเกิดขึ้นจากการ Combine ห้องคือ ฟังก์ชั่นในห้องมักไม่ลงตัวเหมือนห้องที่ออกแบบและกำหนดตั้งแต่เริ่มจัดผัง ดังนั้นห้องบางจุดจึงพยายามจัดวางให้เหมาะสมต่อการใช้งานที่สุด โดยเริ่มจากการแบ่งสัดส่วนการใช้งานออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ ได้แก่ กลุ่มแรกจะเป็นพื้นที่พักผ่อนที่ต่อเนื่องไปยังส่วนเตรียมอาหาร โดยเมื่อเข้ามาในห้องจะพบกับส่วนของทานอาหารอยู่ด้านขวามือ โดยจัดวางเป็นที่นั่งยาวติดผนังฝั่งหนึ่ง ส่วนอีกฝั่งเป็นเก้าอี้ลอยตัว ทั้งหมด 4 ที่นั่ง ข้างกันเป็นประตูเข้าห้องนอนเล็ก ส่วนอีกด้านเป็นจุดวางทีวีที่อยู่ติดกับประตูทางเข้าห้องนอนใหญ่อีกทีทำให้การจัดระยะนั่งกับตำแหน่งทีวีเยื้องกันอยู่ อาจจะแก้โดยติดขาที่สามารถยืดและปรับหันได้ โดยที่นั่งพักผ่อนจะอยู่ใกล้กับส่วนเตรียมอาหาร โดยพื้นที่ดังกล่าวเป็นส่วนที่เปิดโล่งถึงกัน ดังนั้นในการใช้งานพื้นที่ครัว อาจจะต้องทำการกั้นผนังระหว่างกันเพื่อที่จะทำอาหารจริงจังได้ มิเช่นนั้นกลิ่นและควันจะกระจายเต็มพื้นที่นั่งเล่นแน่นอน ส่วนรูปแบบการจัดวางห้องน้ำและระเบียงซักล้าง เกิดจากการ Combine ห้องกัน ดังนั้นก็จะเหมือนกับห้องขนาด 22.5 ตร.ม. ครับ

มากันที่อีกกลุ่ม จุดนี้จะอยู่อีกฝั่งห้อง ซึ่งเป็นห้องนอนใหญ่และห้องนอนเล็ก โดยห้องนอนใหญ่มีห้องน้ำในตัว สามารถใช้งานได้และมีความเป็นส่วนตัว เมื่อเข้ามาในห้องนอน เปิดมาจะพบกับเตียงนอนก่อน โดยสามารถจัดเตียงได้ขนาด 5 ฟุตแบบวางชิดผนัง เพราะลักษณะห้องเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า ที่เป็นหน้ากว้าง จึงทำให้ห้องนอนทั้งห้องเล็กและห้องใหญ่ ต้องแบ่งพื้นที่ในแนวด้านกว้าง จึงได้พื้นที่ไม่มาก ปลายเตียงในห้องนอนจัดเป็นโต๊ะทำงานขนาด 1 ที่นั่ง โดยด้านข้างเตียงเป็นช่องสำหรับเดินเข้าไปยังส่วน Walk in Closet ที่มีพื้นที่ระเบียงและห้องน้ำสำหรับการใช้งาน มีรูปแบบเหมือนกับห้องด้านนอกครับ มาดูกันที่ห้องนอนเล็ก โดยจัดวางไว้บริเวณฝั่งติดประตูทางเข้า ภายในแบ่งเป็นตู้เสื้อผ้า โต๊ะทำงาน 1 ตัว และจัดวางเตียงขนาด 3.5 ฟุตวางติดริมสุดของห้อง และมีการออกแบบช่องแสงบริเวณหัวเตียงที่สามารถรับแสงที่มาจากส่วนระเบียงของห้องนอนใหญ่ได้ เพื่อไม่ให้ห้องนี้ทึบและอับจนเกินไป การจัดวางในลักษณะนี้จะเน้นใช้งานได้ครบถ้วนแต่อาจจะมีบางจุดต้องติดตั้งของบางอย่างเพิ่มเติม เช่น ฉากกั้นห้องน้ำ เป็นต้น

มาที่อีกห้องครับ รูปแบบห้องนี้เช่นเดียวกันกับห้องแรก แต่จะเป็นห้องขนาด 26 มา Combine กัน โดยการจัดกลุ่มและวางฟังก์ชั่นเหมือนกับห้อง Combine 1 แต่จะแตกต่างกันบางจุดเช่นห้องนอนใหญ่สามารถวางโต๊ะข้างเตียงได้ 1 ชิ้น ห้องนอนเล็กมีหน้าต่างระบายอากาศเพิ่มบริเวณด้านบน ส่วนที่จะเพิ่มเติมอีกจุดคือ ฉากกั้นในห้องน้ำที่มีมาให้ทั้ง 2 ห้องนะครับ

มาถึงห้องสุดท้าย ห้องนี้ได้จากการ Combine ห้อง 30 ตร.ม.เข้าด้วยกันโดยการแบ่งการใช้งานเป็น 3 กลุ่มเหมือนกับ 2 ห้องแรก แต่ห้องนี้จะไม่ได้ปรับอะไรมากเพราะยกฟังก์ชั่นจากห้อง 1 Bedroom ขนาด 30 ตร.ม. มาวางและจัดวางอีกฝั่งเป็นห้องนอนใหญ่ ทำให้มีพื้นที่บริเวณทานอาหารที่อยู่ติดประตูหน้าห้องที่มากขึ้น สามารถจัดวางเป็นโต๊ะขนาด 4 ที่นั่งได้ ซึ่งในการจัดวางแบบนี้มีข้อดีคือ พื้นที่ในห้องนอนใหญ่ทางด้านขวาของผัง จะใหญ่เป็นพิเศษ เมื่อเข้ามาจะพบโต๊ะทำงานที่วางยาวไปจนสุดถึงประตูออกระเบียง เมื่อหันไปทางด้านขวาจะพบกับพื้นที่ส่วนนอน ที่สามารถจัดวางเตียงขนาด 6 ฟุตและวางโต๊ะข้างตู้ได้ ส่วนพื้นที่ปลายเตียงที่ได้จะไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วยเท่าไหร่จัดวางโต๊ะทีวีไว้ชิดริมผนัง ทั้งนี้เราสามารถทำ Buit in หรือทำตู้สำหรับใส่ของให้เต็มแนวปลายเตียงเพื่อที่จะสามารถจัดทีวีให้อยู่แนวกึ่งกลาง เพื่อฟังก์ชั่นการใช้งานที่เหมาะสมครับ ส่วนที่ติดกับห้องนอนก็จะเป็นห้องน้ำในตัว ที่มีพื้นที่ Walk in Closet จัดวางไว้เป็นสัดส่วนมากขึ้น สามารถใส่ตู้ได้เต็มพื้นที่ และมีที่พอจะวางโต๊ะเครื่องแป้งได้

เมื่อดูจากแปลนของห้อง 30 เดิม ที่จัดวางได้ลงตัวอยู่แล้ว พอเห็นห้อง Combine ที่นำ ห้อง 30 ตร.ม.มาเชื่อมกันและจัดวางใหม่ถือว่าน่าใช้งานมากขึ้น เหมาะกับคนที่มีสมาชิกในครอบครัวประมาณ 3 – 4 คนที่กำลังสนใจคอนโดในย่านนี้ครับ

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะครับ

ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 24 December 2016

เนื่องจากเป็นโครงการที่ขายหมดและโอนกันหมดแล้วนะครับ ดังนั้นต้องซื้อต่อจากเจ้าของเดิม ทำให้ราคาก็จะค่อนข้างหลากหลายขึ้นอยู่กับทำเลห้องได้อยู่ชั้นสูงหรือชั้นล่าง ตกแต่งมากหรือน้อยครบแค่ไหน ความพอใจราคาจากการตกลงกันระหว่างคนซื้อและคนขาย ราคาต่อตารางเมตรในปัจจุบัน ปี 2016 จะอยู่ที่ประมาณ 70,000 – 90,000 บาท/ตร.ม. (เป็นการเก็บข้อมูลโดยส่วนตัวเองเท่านั้น)

  • ได้สิทธิ์ที่จอดรถห้องละ 1 สิทธิ์ ไม่จำกัดจุดจอด ค่าจอดรถ 300 บาท/เดือน
  • จักรยานยนต์ค่าจอด 50 บาท/เดือน
  • ค่าส่วนกลาง 35 บาท/ตร.ม./เดือน จ่ายรายปี

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ครับ

โดยจะขออ้างอิงราคาขาย ณ วันที่เปิดขายกันเมื่อช่วงปี 2556 เพื่อให้ดูส่วนต่างกับปัจจุบันว่าแตกต่างมากน้อยขนาดไหนครับ

ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 25/05/2013

ราคาเริ่มต้น 1.39 ล้านบาท หรือ 61,800 บาท

ราคาต่อตารางเมตร ประมาณ 58,000 – 68,000 บาท ต่อตารางเมตร

เปิดขายวันที่ 08/06/2013


เจาะลึกรวบยอด

บทสรุปโครงการของรีวิวนี้จะพูดถึงในแง่ของสภาพโครงการและบรรยากาศโครงการภายใน สำหรับโครงการมือ 2 ที่สร้างเสร็จและมีคนเข้าอยู่แล้วมาเป็นเวลา ประมาณ 3 ปีแล้วนะครับ ส่วนบทสรุปเดิมจะมีของ Mr.Oe ที่ได้เคยสรุปเอาไว้แล้วดังนี้

ลุมพินี พาร์ค พระราม9-รัชดา เป็นโครงการที่อยู่ในทำเลค่อนข้างเดินทางสะดวกสำหรับคนมีรถ แต่น่าเสียดายที่โครงการทำที่จอดรถมาน้อยไปหน่อย เพียงแค่ 550 คัน หรือ 36% (ยังไม่รวมจอดรอบอาคาร) ทั้งๆที่มีที่ดินค่อนข้างจะเหลือเฟือระดับเกือบ 10 ไร่ ถ้าตัดปัญหาเรื่องที่จอดรถออกไป พิจารณาแค่การเดินทางอย่างเดียว ทั้งทางด่วนที่ห่างออกไป 500 เมตร ทางเลี่ยงทางลัด ทางเลือกเยอะ เข้าเมืองไปอโศก สุขุมวิทใกล้มาก ในระดับราคานี้ … ส่วนคนไม่ใช้รถ จะมีทางเลือกน้อยหน่อย ต้องพึ่งพี่วิน หรือ Taxi โชคดีที่มีให้เรียกใช้แทบจะตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนรถเมล์สะดวกหน่อนก็เดินตัดออกไปถนนพระราม 9 ตรง Tc Green ได้ ส่วนรถไฟใต้ดิน อยู่ห่างออกไป 2 กิโลเมตร พอนั่งมอไซค์หรือรถไปได้ไม่ลำบากนัก แต่เดินคงไม่ไหวนะไกลเกิ้น… รถไฟฟ้าสายสีส้ม หนทางยังอีกยาวไกล แต่มีอนาคตแน่นอน

ความอุดมสมบูรณ์รอบๆ โครงการในระยะเดินได้ มีทางเลือก 3 ทางไม่นับร้านค้าใต้ตึก A นะ… คือ 1. TC Green ที่จะมีร้านค้าร้านอาหารหลายสิบร้านแน่นอน อันนี้แค่เดินข้ามถนนไปไม่ไกล 2. ใน RCA มี S&P ตู้ ATM และ 7-11 ระยะเดินไม่ถึง 300 เมตร … 3.ในโรงพยาบาลปิยะเวท ที่มีร้านค้าร้านกาแฟ ร้านอาหารให้พึ่งพาได้เช่นกัน เรียกว่าความอุดมสมบูรณ์จัดอยู่ในขั้นใช้ได้ ไม่ลำบาก

สภาพแวดล้อมรอบโครงการ จัดว่า เป็นปัจจัยที่สำคัญสำหรับโครงการนี้ เพราะการอยู่ติด RCA นั้นทำให้ ตอนกลางคืนจะออกแนวบันเทิงหน่อย บางคนชอบ บางคนรับได้ แต่บางคนก็ไม่ชอบ ดังนั้นแนะนำให้มาดูด้วยตัวเอง ตั้งแต่หัวค่ำยันดึกๆ แล้วพิจารณาเอาเองว่ามันเหมาะกับเราไหมนะครับ ไม่มีใครตอบแทนได้ต้องใช้ใจตัวเองพิจารณาอย่างเป็นธรรม … สิ่งที่จะมาแลกกันคือความเจริญของทำเลนี้ ที่ค่อยๆ เจริญขึ้นจาก โครงการสำนักงานที่ลามมาย่านพระราม 9 และรัชดา รวมทั้งโครงการ Show DC ที่ถ้าเปิดได้จริง จะสร้างมูลค่าเพิ่มให้ย่านนี้มาก

การออกแบบโครงการ ความสวยงามไม่ต้องพูดถึงนะครับ เพราะคนเราชอบไม่เหมือนกัน ว่ากันที่ฟังค์ชั่นและการออกแบบ วางตึกคู่ตัว L ประกบตรงกลางที่เป็นอาคารจอดรถ 5 ชั้น ซึ่งจะไม่เหมือนอาคารจอดรถแยกนะครับ เพราะมันแทบจะเชื่อมเป็นอารมณ์ใต้ตึกอยู่แล้ว ต่างกันแค่ลิฟท์แยกกัน โครงการออกแบบให้มีสวน และพื้นที่บนดินค่อนข้างมาก ในขณะที่การจัดวาง Floor Plan ทำออกมาได้ค่อนข้างเหมาะตามทิศและระยะความสูง และข้อจำกัดของสภาพแวดล้อมรอบตัว ส่วนการออกแบบห้อง มีห้องพิเศษ โผล่มาเยอะนะครับ ตั้งแต่ห้องบนดิน ที่ชั้น 1 ตึก B ไปจนถึงห้องมุม และห้องขนาดมีให้เลือกมากขึ้น โดยเฉพาะห้อง 30 ตารางเมตร น่าจะเป็นขนาดที่ “พอดี” ทั้ง Space ราคา และทำเลห้องครับ… น่าเสียดายที่ห้อง 2 Bed ยังไม่มี 2 Bed พันธุ์แท้ ยังใช้ เป็นการ Combine รวมห้อง 22.5 สองห้องเข้าด้วยกัน ทำให้จัดห้องออกมาแล้ว “ไม่ลงตัว” เท่าที่ควรจะเป็น… ซึ่งผมคิดว่า โครงการระดับ “Park” น่าจะมีห้อง 2 Bed ดีๆ สำหรับครอบครัวบ้าง

วัสดุอุปกรณ์ของที่ให้มา ก็ตามมาตรฐาน LPN นะครับ ซึ่งหลายอย่างก็โอเครับได้ตามราคา แต่บางอย่างก็น่าจะปรับหน่อย โครงการ ระดับ Park ราคานี้ทำเลนี้ แต่ได้ห้องน้ำเหมือน ตระกูล LPN Ville ราคา 4-50,000 นี่ ก็น่าจะให้อะไรลูกค้าเพิ่มหน่อยก็ดีนะ ? ส่วนสาธารณูปโภค เกือบจะดีหมดอยู่แล้ว มาเสียอยู่สองจุดสำคัญคือที่จอดรถที่ให้มาน้อยไปหน่อย แค่ 36% และ อัตราส่วนลิฟท์ 245,และ 268 ห้อง ต่อลิฟท์ 1 ตัว ถือว่าหนาแน่นมาก ลูกบ้านต้องรอลิฟท์นานในชั่วโมงเร่งด่วน เสียเวลา จะเดินก็ไม่ไหวนะ ชั้น 10-24 นี่ ให้เดิน ขอรอลิฟท์ดีกว่า

ข้อดีของ LPN ที่ต้องนำมาใส่ไว้ตรงนี้ เพราะไม่มีในส่วนให้คะแนนคือ LPN ค่อนข้างมีชื่อเสียงที่ดีในเรื่อง Commitment และความรับผิดชอบที่มีต่อลูกค้า และ LPNจะมีบริการหลังการขาย พวกการดูแลนิติ การฝากขาย ฝากเช่า ที่ทำมานานแล้ว และยังถือว่า บริการได้ค่อนข้างดี เมื่อพิจารณาจากราคาค่าส่วนกลางที่จ่ายด้วยนะ ลูกบ้าน LPN จึงมั่นใจได้ในระดับหนึ่งว่าจะได้อยู่ในชุมชนที่เจ้าของโครงการไม่ได้ทิ้งไปไหน ยังอยู่ดูแลให้บริการกันไปอีกนานนนน

หลังจากสร้างเสร็จมาประมาณ 1 ปี โดยภาพรวมยังมีการบริหารจัดการที่ดีอยู่ และเป็นนิติบุคคลของ LPN เอง ถือว่ายังสามารถจัดการให้คงสภาพเดิมและดีขึ้นต่อไปได้อย่างแน่นอน คนที่มาซื้อก็จะมีทั้งซื้อเพื่ออยู่เอง และปล่อยเช่า ซึ่งจะมีชาวต่างชาติมาเช่าอยู่ด้วย ผู้อยู่ศัยที่นี่ส่วนใหญ่ก็จะเป็นพนักงานที่ซื้ออยู่ในย่านนี้ บางส่วนไม่เน้นใกล้รถไฟฟ้าแต่ยอมที่จะขยับให้ไกลออกมาหน่อยแต่ยังอยู่ในย่านพระราม 9 และยังสะดวกในการใช้รถอยู่ สำหรับผู้ที่ไม่มีรถก็จะมี Shuttle Bus ให้บริการอีกด้วย เพราะถ้าหากเข้าไปบริเวณพระราม 9 ราคาก็จะขยับไปไกลแล้ว ซึ่งเมื่อเทียบที่โครงการนี้กับตอนเปิดตัว ถือว่าขยับมาจากเดิมอยู่พอสมควร จากที่เปิดตัวอยู่ที่ 58,000 – 68,000 บาท/ตร.ม. ซึ่งปัจจุบันราคาขายต่อขยับไป เป็น 70,000 – 90,000 บาท/ตร.ม. แล้ว สำหรับคนที่ทำงานในย่านพระราม 9 รัชดา และกำลังมองหาคนโดที่ยังมีราคาไม่แตะ 100,000 บาท/ตร.ม. ซึ่งถ้ามองโครงการในละแวกใกล้เคียงก็อาจจะพอหาได้ แต่ที่นี่สามารถมั่นใจในการบริหารจัดการต่าง ๆ ได้ อนาคตก็จะมีรถไฟฟ้าสายสีส้มมาเพิ่มความสะดวกในการเดินทางนอกจากการใช้รถยนต์อีกด้วย ทั้งนี้บริบทในย่านนี้เป็นแหล่งสถานบันเทิง ที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติม ดังนั้นถ้ามองแล้วว่า Life Style เหมาะสมกับที่นี่ก็สามารถหยิบจับได้

Judgement

เนื่องจากเป็นโครงการที่ขายหมดแล้ว ซึ่งปัจจุบันรูปแบบการขายเปลี่ยนแปลงเป็นแบบ Re-sale จึงมีความแตกต่างทั้งเรื่องของวัสดุ การตกแต่งภายในห้อง รวมทั้งเรื่องของราคาที่ค่อนข้างหลากหลายขึ้นอยู่กับการตกแต่งภายในห้อง ตำแหน่งห้องว่าได้อยู่ชั้นสูงหรือชั้นล่าง และความพอใจราคาจากการตกลงกันระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย ดังนั้นจึงไม่สามารถให้คะแนนในรีวิวนี้ได้ครับ

BOTTOM LINE

โครงการ ลุมพินี พาร์ค พระราม 9 – รัชดา นั้นเหมาะกับคนที่กำลังมองหาคอนโดมือสองในย่านพระราม 9 รัชดา ห่างจากย่านธุรกิจไม่มากและไม่ซีเรียสเรื่องเสียงจากแหล่งบันเทิง สามารถเลือกเดินทางได้หลากหลายเส้นทาง อนาคตมีรถไฟฟ้าเป็นทางเลือกในการเดินทาง มีร้านค้าและบริการอยู่ในตัวโครงการให้เลือกใช้ได้โดยไม่ต้องเดินไปไกลมาก Facility เน้นพื้นที่สวนขนาดใหญ่ใช้งานได้จริง ในงบประมาณ 2.1 – 4.8 ล้านบาท หรือมีกำลังผ่อนประมาณ 14,700 – 33,600 บาท/เดือน

ถ้าหากอ่านแล้วมีข้อมูลต้องการแลกเปลี่ยนเพื่อให้ผู้อ่านท่านอื่น ๆ ได้ทราบถึงทำเลและรายละเอียดที่เกี่ยวข้องสามารถ Comment เพิ่มเติมได้ครับ

สมัครสมาชิกพร้อมรับข่าวสารเพิ่มเติม (คลิกที่นี่ )

Share

2 Comments

  • ทำไมไม่มีภาพถ่ายbird eye view จากโดรนบ้าง

    • ขอบคุณสำหรับคำแนะนำครับ ถ้ามีจะแก้ไขและเพิ่มเติมข้อมูลต่อไปครับ

Leave a Reply