พาชมตึกเสร็จ Aspire สุขุมวิท 48 คอนโด High Rise ใกล้ BTS พระโขนง จาก AP [รีวิวฉบับที่ 1250]

January 2, 2017 08:000 comments

%e0%b8%9b%e0%b8%81-aspire

รีวิวฉบับที่ 1250… สวัสดีค่ะ วันนี้จะพาไปชมโครงการ Aspire สุขุมวิท 48  จาก AP เป็นคอนโด High Rise 25 และ 30 ชั้น พร้อมอาคารจอดรถ 8 ชั้น 1 อาคาร ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 48 ซึ่งเชื่อมต่อกับถนนสุขุมวิทและถนนพระราม 4 ได้ ตัวโครงการห่างจาก BTS พระโขนงประมาณ 650 เมตร ซึ่งโครงการนี้สร้างเสร็จมากว่า 3 ปีแล้ว สภาพแวดล้อมและบรรยากาศภายในโครงการจะเป็นอย่างไรบ้าง ไปดูพร้อมๆกันเลยค่า 🙂

อ่านรีวิวโครงการตอนเปิดขาย คลิกที่นี่

Fact @ 15 December, 2016

  • Aspire Sukhumvit 48 (แอสปาย สุขุมวิท 48)
  • บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด มหาชน
  • MAIN CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment คอนโดได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ในเขต : ซอยสุขุมวิท 48 ถนนสุขุมวิท แขวงพระโขนง เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร
  • คอนโด High Rise 25 และ 30 ชั้น 2 อาคาร
  • ห้องพักอาศัยจำนวน 837 ยูนิต (อาคาร N จำนวน 277 ยูนิต, อาคาร S จำนวน 560 ยูนิต)
  • อาคารจอดรถ 8 ชั้น และชั้นใต้ดิน
  • ยูนิตต่อชั้นสูงสุด 20 ยูนิตที่อาคาร  S
  • ที่จอดรถประมาณ  40% รวมจอดซ้อนคัน
  • ที่ดินประมาณ 5-0-98.3ไร่
  • โครงการเปิดตัว :  ปี 2012
  • ตึกเสร็จเมื่อปี : 2014 (ประมาณ 3 ปี)
  • ห้องแบบ 1 Bedroom ขนาด 25 – 38 ตร.ม.
  • ห้องแบบ 2 Bedrooms ขนาด 54 – 64 ตร.ม
  • ฝ้าเพดานสูง 2.5 เมตร
  • ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรต่ำสุด-สูงสุดในปัจจุบัน(ปี 2016) 85,000 – 110,000 บาท/ตร.ม.
  • เพิ่มเติมข้อมูลทำเลรอบๆ BTS พระโขนงได้ที่ คลิกที่นี่
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่ 
  • Call Center : 1623
  • สถานะโครงการ : Sold Out (ปิดการขาย)

 

เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วค่ะ

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างค่ะ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด : 13.712051,100.595301

แผนที่จากทางโครงการค่ะ

aspire-1

ทำเลของโครงการจะอยู่ในย่านพระโขนงก่อนข้ามคลองพระโขนงไปฝั่งอ่อนนุช บรรยากาศบริเวณนี้มีความเป็นย่านของที่อยู่อาศัยที่ผสมผสานระหว่างคนที่อาศัยมานานและคนรุ่นใหม่ที่ขยับออกมาจากเมืองแต่ยังต้องการไลฟ์สไตล์ของคนเมือง ซึ่งจะเห็นได้ว่ารูปแบบของที่อยู่อาศัยจะหลากหลายทั้งที่อยู่อาศัยแนวราบแบบจัดสรร ไม่จัดสรรอยู่ในซอยเล็กซอยย่อย ส่วนพื้นที่ที่ติดถนนใหญ่อย่างสุขุมวิทก็จะเป็นคอนโด High Rise ตั้งอยู่กันค่อนข้างเยอะ สำหรับที่ตั้งของ Aspire สุขุมวิท 48 นี้ยังถือว่าเกาะถนนสุขุมวิทอยู่เพียงแต่จะอยู่ในซอยสุขุมวิท 48 ลึกเข้าไปประมาณ 150 เมตร ซึ่งก็ไม่ลึกมากนักสามารถเดินเข้าซอยได้สบายๆ  โดยตัวโครงการอยู่ห่างจาก BTS พระโขนงประมาณ 650 เมตร ถือว่าเลยระยะเดินไปหน่อยแต่ก็ไม่ได้ลำบากมากนักค่ะ เพราะมีฟุตบาทตลอดทางและมีความกว้างของฟุตบาทพอสมควร แต่ก็จะลำบากหน่อยตรงที่ต้องข้ามถนนพระราม 4 ไปขึ้นรถไฟฟ้านี่แหละ เนื่องจากบริเวณแยกนี้มีปริมาณรถค่อนข้างเยอะและเป็นถนนแบบเลี้ยวซ้ายผ่านตลอด เวลาข้ามจึงลำบากพอสมควร แนะนำให้ใช้สะพานลอยหน้า W District แล้วเดินไปฝั่งตรงข้ามเพื่อไป BTS  จะสะดวกกว่าค่ะ

ส่วนใครที่เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวนั้นก็ค่อนข้างสะดวก โดยภายในซอยสุขุมวิท 48 นั้นเป็นซอยที่สามารถเข้า-ออกได้ 2 ทาง คือหน้าปากซอยที่เป็นถนนสุขุมวิท และทะลุออกซอยภูมิจิตรไปยังถนนพระราม 4 ได้ ซึ่งใครที่ต้องเดินทางเข้าถนนพระราม 4 อยู่แล้วก็จะสะดวกหน่อยตรงที่ไม่ต้องไปเสียเวลารถติดบนถนนใหญ่ นอกจากนี้โครงการยังอยู่ไม่ไกลจากทางด่วนเฉลิมมหานคร, รามอินทรา-อาจณรงค์ ที่มีจุดขึ้น-ลงทางด่วนอยู่ในซอยสุขุมวิท 50 โดยรวมแล้วถือว่ามีตัวเลือกให้เดินทางได้พอสมควรแต่ก็ต้องยอมรับว่าบริเวณนี้นั้นมีปริมาณรถค่อนข้างหนาแน่น รถจึงติดหนักในช่วงเวลาเร่งด่วนค่ะ
aspire-2

สภาพแวดล้อมในทำเลนี้นั้นไม่ได้หวือหวาหรือมีความอุดมสมบูรณ์สูงเทียบเท่ากับทองหล่อ เอกมัย ที่มีร้านอาหารดังๆ Community Mall มากมาย หรือศูนย์การค้าใหญ่ขึ้นใกล้สถานีรถไฟฟ้า แต่เดิมทำเลย่านพระโขนงนี้จะมีลักษณะเป็นชุมชนเก่าแก่ มีความอุดมสมบูรณ์อยู่พอสมควร มีร้านอาหารด้านล่างตึกแถวที่เรียงรายกันติดถนนใหญ่และถนนสุขุมวิท 71 ซึ่งในปัจจุบันก็เริ่มมีความเจริญมากขึ้นจากการขยับขยายความเจริญมาจากบริเวณสุขุมวิทตอนต้น ทำให้รูปแบบของทำเลนี้มีการปรับเปลี่ยนไปมากขึ้นจากแต่ก่อน คือเริ่มมี Community Mall เกิดขึ้นอย่าง W District หรือ Hyper Market ใหญ่ๆ หน่อยอย่าง MaxValu บนถนนสุขุมวิท 71 และคอนโด High Rise ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งทำเลนี้ยังเป็นทำเลที่เริ่มมีชาวต่างชาติเข้ามาอยู่อาศัยมากขึ้นอีกด้วย ซึ่งทำให้รูปแบบของทำเลนี้จัดว่าอยู่ระหว่างกลางของความอุดมสมบูรณ์และความเจริญในเมืองและนอกเมือง
map-community-aspire48

ในอนาคตความอุดมสมบูรณ์ในทำเลจะเริ่มพัฒนาไปเรื่อยๆ ในปัจจุบันสถานที่เด่นๆ ใกล้ BTS พระโขนงก็จะเป็น W District ที่ตั้งขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์คนในย่านนี้ โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่เลือกซื้อคอนโดเข้ามาอยู่ในย่านพระโขนงนี้ นอกเหนือจากร้านค้าร้านอาหารริมถนนสุขุมวิท และภายในถนนสุขุมวิท 71 สำหรับ W District นี้จัดเป็น Community Mall ขนาดกลางๆ ภายในมีร้านอาหาร ร้านค้า Street Market และสถานที่ Hangout ในตอนกลางคืนด้วย ค่อนข้างตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ และไม่ต้องขับรถเข้าเมืองหรือขึ้น BTS ไปทองหล่อ – เอกมัย แค่เดินข้ามฝั่งมาก็เจอแล้วค่ะ รวมไปถึงพื้นที่ทำงานในสวนขนาดย่อมๆ อย่าง Naiipa Art Complex (อ่านว่า ในป่า) ก็เป็นอีกพื้นที่นึงสำหรับนั่งจิบกาแฟทำงานชิลๆ ท่ามกลางต้นไม้ใหญ่ นอกจากนี้ในอนาคตอันใกล้นั้นก็จะมี Summer Hill มาเปิดอยู่ฝั่งตรงข้ามเยื้องๆ กับ W District ติดกับ BTS พระโขนงเลย รูปแบบก็จะเป็น Community Mall รวมร้านอาหารแฟนไชส์ต่างๆ ซึ่งเป็นเจ้าของเดียวกับ Rain Hill ตรงสุขุมวิท 47 นั่นเองค่ะ การมาของ Summer Hill นั้นก็จะช่วยยกระดับความอุดมสมบูรณ์ ภาพลักษณ์และไลฟ์สไตล์ของย่านพระโขนงขึ้นมาจากเดิมมากขึ้นด้วย

นอกจากนี้ยังมี Community mall ที่อยู่ใกล้เคียงไปทางอ่อนนุชอย่าง Phyll สุขุมวิท 54 และ Century The Movie Plaza ที่กำลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง ส่วนถ้าเข้าเมืองไปทางเอกมัยก็มี Gateway เอกมัยและ Major Cineplex อยู่ติดกับ BTS เอกมัยเลยค่ะ
aspire-5

ตัวโครงการเหมาะกับคนที่มองหาคอนโด High Rise ในย่านพระโขนง ซึ่งคอนโดติดถนนใหญ่ใกล้รถไฟฟ้าอย่าง Wyne, Sky Walk  จะไปอยู่ที่ 120,000 ปลายๆ – 130,000 บาท/ตร.ม. ส่วน Rhythm ที่อยู่ติดกับสถานีก็จะมีราคาไปไกลถึง 150,000 บาท/ตร.ม. แล้ว

 ถ้าหาราคาที่เบาลงมาก็คงจะเป็น Life สุขุมวิท ที่มีราคาอยู่ที่ 100,000 นิดๆ แต่ตัวอาคารก็สร้างมากว่า 6 ปีแล้ว รูปแบบอาคารจึงไม่ได้ดูใหม่และหวือหวาสักเท่าไหร่ ส่วนตัวที่จะมาสูสีคู่คี่กันกับโครงการคือคอนโด Life สุขุมวิท 48 ที่กำลังก่อสร้างอยู่ โดย Life ตัวนี้มีเปิดตัวมาในราคาเฉลี่ย 98,500 บาท/ตร.ม. มีรูปแบบการวางอาคารเหมือนกันคือ 2 อาคารพักอาศัยและ  1 อาคารจอดรถ แต่เนื่องจากตัวตึกยังไม่เสร็จจึงต้องรอกันไปก่อน และแบรนด์ Life เนื่อเป็นแบรนด์ที่อยู่ใน Segment สูงกว่า Aspire นะ ดังนั้นหน้าตาอาคารและวัสดุต่างๆจะมีสเปคที่สูงกว่า Aspire เมื่อตึกเสร็จแน่นอนว่าราคาต้องดีดขึ้นไปสูงกว่านี้อยู่แล้ว

สำหรับ Aspire สุขุมวิท 48 นี้เปิดขายมาเมื่อปี 2012 ตอนนั้นราคาประมาณ 75,000 บาท/ตร.ม. จนปัจจุบัน (ณ วันที่ไปเก็บข้อมูล 15/12/2016) ราคาอยู่ที่ 85,000 -110,000 บาท/ตร.ม. ไปแล้วค่ะ สำหรับราคานี้ก็ถือว่าถูกกว่าพี่ๆน้องๆคอนโดติดถนนใหญ่ ดังนั้นคนที่เหมาะกับที่นี่จึงเป็นคนที่มองหาคอนโด High Rise ที่สร้างเสร็จพร้อมเข้าอยู่ในย่านพระโขนงที่ยอมเขยิบเข้ามาในซอยเพื่อให้ให้ราคาที่หยิบจับง่ายกว่าคอนโดติดถนนใหญ่

map-%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87-aspire48

สำหรับการเดินทางครั้งนี้จะเริ่มต้นจากสถานีรถไฟฟ้าพระโขนงเดินตามทางไปเรื่อยๆ ประมาณ 500 เมตร แล้วเลี้ยวเข้าซอยสุขุมวิท 48 ไปอีกประมาณ 150 เมตรก็จะถึงโครงการค่ะ เดี๋ยวเราไปเดินดูบรรยากาศโดยรอบระหว่างทางไปโครงการกันนะคะว่าเป็นอย่างไรบ้าง

ลงมาจากสถานีรถไฟฟ้าพระโขนงกันแล้ว จากขาสถานีที่ใกล้ที่สุดจะเป็นบันไดธรรมดานะคะ ตอนเดินขึ้นก็ไม่ได้สบายเท่ากับได้ขาสถานีเป็นบันไดเลื่อน

กลับหลังแล้วเดินตรงไปยังทางม้าลายข้ามถนนพระราม 4 บริเวณแยกพระโขนงกันต่อค่ะ สังเกตฟุตบาทค่อนข้างกว้างเดินได้สบายๆ ทางขวามือที่มีการกั้นรั้วอยู่นี่ปัจจุบันกำลังมีการก่อสร้าง Summer Hill กันอยู่

ตรงมาใกล้จะถึงแยกพระโขนงฝั่งจรงข้ามเป็นคอนโด The Room และถัดไปเป็น Community Mall ที่ใกล้สถานีรถไฟฟ้าพระโขนงและโครงการมากที่สุดอย่าง W District ค่ะ

เดินข้ามทางม้าลายบริเวณแยกพระโขนงกันค่ะ ในเลนจากถนนพระราม 4 เลี้ยวเข้าถนนสุขุมวิทนั้นยังเดินได้ไม่ยากแค่รอไฟจราจร แต่จากถนนสุขุมวิทที่เลี้ยวเข้าถนนพระราม 4 นั้น เดินข้ามค่อนข้างลำบากอยู่พอสมควรนะคะ ต้องรอจังหวะรถให้ดีนะคะเนื่องจากเลนรถที่วิ่งจากถนนสุขุมวิทเข้ามาถนนพระราม 4 นั้นเป็นเลนที่เลี้ยวซ้ายผ่านตลอด

เมื่อข้ามมาแล้ว จะสังเกตว่าความกว้างฟุตบาทจะเล็กลงมาหน่อยแต่ก็ยังเดินได้สบายๆ ข้างทางเป็นร้านด้านล่างของตึกแถวที่แยวเรียงตัวกันไปตามทางถนน ซึ่งก็มีทั้งร้างบ้างและยังประกอบธุรกิจกันอยู่ ส่วนใหญ่ที่เห็นก็จะเป็นร้านอาหาร ร้านนวดและธนาคารค่ะ

เดินต่อมาถึงจุดตัดที่ตัดกับถนนสุขุมวิท 71

เดินต่อมาอีกหน่อยมีสะพานลอยข้ามไปยังฝั่งตรงข้ามของโครงการ ซึ่งฝั่งตรงข้ามนั้นมีของขายทั้งร้านอาหารและเป็นเต็นท์เล็กๆ ค่อนข้างหลากหลายกว่าฝั่งนี้ รวมทั้งยังเป็นที่ตั้งของตลาดสดพระโขนงด้วย

เราเดินถัดมาเรื่อยๆ จะเห็นว่าระหว่างทางเดินในช่วงกลางวันค่อนข้างคึกคักพอสมควร มีร้านรถเข็นและร้านขายของต่างๆ ใต้ตึกแถวเรียงตัวกันตลอดแนว

เดินมาอีกหน่อยก่อนจะถึงซอยสุขุมวิท 48 เป็นจุดรอรถเมล์ด้วย ซึ่งในช่วงเช้าและเย็นจะเห็นคนเยอะมากยืนรอกันบริเวณนี้

ถัดมาก็จะเจอทางเข้าซอยสุขุมวิท 48 แล้วค่ะ บริเวณหน้าซอยมีธนาคารออมสินเป็นอีกหนึ่งจุดสังเกต

หน้าปากซอยมีเต้นท์พี่วินคอยให้บริการอยู่หน้าปากซอย

และมีเต้นท์เล็กๆ รวมร้านรถเข็นขายอาหารประมาณ 4-5 เจ้าค่ะ

เมื่อเดินเข้ามาในถนนหลักจะเห็นอาคารของ Aspire สุขุมวิท 48 อยู่ด้านหน้าชัดเจน ทางซ้ายมือเป็นพื้นที่ก่อสร้างโครงการ Life สุขุมวิท 48 ส่วนทางขวามือมี 7/11 อยู่ใกล้โครงการมากๆ

ลึกเข้าไปในซอยสุขุมวิท 48 เลียบรั้วโครงการ Aspire สุขุมวิท 48 นั้นจะเป็นซอยที่มีตึกแถวสูง 4 ชั้น ด้านล่างเป็นร้านอาหารเรียงรายกันไปค่อนข้างคึกคักทีเดียวค่ะ นอกจากร้านใต้ตึกแถวแล้วก็ยังมีร้านรถเข็นมาเปิดขายบริเวณนี้ด้วย ใครที่ไม่ได้ทำกับข้าวกินอยู่แล้วก็สามารถหาของกินได้สะดวกในราคาย่อมเยา ส่วนซอยนี้สามารถไปทะลุออกถนนพระราม 4 ได้ค่ะ

aspire-6

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะคะ

สภาพแวดล้อมและบรรยากาศรอบข้างโครงการในซอยสุขุมวิท 48 ส่วนใหญ่เป็นชุมชนที่อยู่อาศัยกันมานานแล้ว โดยลักษณะที่อยู่อาศัยจะเป็นอาคารตึกแถวเรียงรายกันไปตลอดแนวของซอยหลักและซอยย่อยเล็กๆ ภายใน โดย

  • ทิศเหนือ จะติดกับซอยสุขุมวิท 48 และตึกแถวที่มีร้านค้าร้านอาหาร ให้มาฝากท้องกันได้
  • ทิศตะวันออก จะติดกับคอนโด Life สุขุมวิท 48 สูง 19 และ 31 ชั้นจาก AP ที่ตอนนี้กำลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง เมื่อสร้างเสร็จแล้วก็จะขึ้นมาบล็อกวิวของตึก N เต็มๆเลย ส่วนตึก S จะได้วิวที่โล่งสายตากว่าเนื่องจากติดกับบ้านพักอาศัยแนวราบ
  • ทิศตะวันตก ติดกับตึกแถวและบ้านพักอาศัย
  • ทิศใต้ ติดกับคลองพระโขนง

 

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • สถานีรถไฟฟ้าพระโขนง ~ 650 ม.
  • W District ~ 850 ม.
  • ตลาดสดอ่อนนุช ~ 950 ม.
  • Tesco Lotus ~ 1.5 กม.
  • Big C Extra ~ 1.5 กม.
  • ตลาดสดพระโขนง ~ 1.5 กม.
  • โรงพยาบาลกล้วยน้ำไท ~ 2.1 กม.
  • โรงพยาบาลสุขุมวิท ~ 2.1 กม.
  • มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ~ 2.5 กม.
  • Wells International School ~ 3.7 กม.

 

 


เจาะลึกตัวโครงการ

โครงการ Aspire สุขุมวิท 48 เป็นคอนโด High Rise 2 อาคาร และอาคารจอดรถ 1 อาคาร ตัวอาคารออกแบบมาในสไตล์โมเดิร์น ใช้โทนสีฟ้า-ขาว แม้ว่าจะสร้างเสร็จมากว่า 3 ปีแล้ว แต่อาคารยังคงดูดีและดูใหม่อยู่ค่ะ โดยฟังก์ชั่นภายในแต่ละอาคารจะแบ่งเป็น

  • อาคาร N สูง 25 ชั้น มีห้องพักอาศัย 277 ยูนิต แบ่งฟังก์ชั่นให้ ชั้น 1 เป็น Lobby, Family Mart, นิติบุคคล ชั้น 22, 17 จะมีพื้นที่สวนหย่อมเล็กๆให้ไปนั่งเล่นกันได้ และชั้น 25 เป็นชั้น Facilities หลักอย่าง สระว่ายน้ำ, ฟิตเนส และสวน
  • อาคาร S สูง 30 ชั้น มีห้องพักอาศัย 560 ยูนิต  แบ่งฟังก์ชั่นให้ ชั้น 1 เป็น Lobby, นิติบุคคล และชั้น 30 เป็นชั้น Facilities หลักอย่าง สระว่ายน้ำ, ฟิตเนส และสวน
  • อาคารจอดรถ เป็นอาคาร 8 ชั้น รวมชั้นใต้ดิน

จะเห็นว่าแต่ละอาคารจะมี Facilities แยกกันไปเลย โดยอาคาร N จะได้เปรียบหน่อยตรงที่มี Family Mart อยู่ใกล้ๆจึงลงมาซื้อของเข้าห้องได้สะดวก แต่ตึก S ก็สามารถมาซื้อได้ด้วยเหมือนกันนะคะ ส่วนขนาดของ Facilities ก็จะแล้วแต่จำนวนยูนิตของผู้พักอาศัย โดยตึก  N มียูนิตน้อยกว่า S ขนาดของ Facilities เช่นขนาดของLobby, สระว่ายน้ำ ก็จะเล็กลงไปตามความต้องการใช้งานค่ะ ดังนั้นผู้ที่เลือกโครงการนี้จึงไม่ต้องกังวลเรื่องความหนาแน่นในการใช้งานส่วนกลางสักเท่าไหร่เพราะสองอาคารแยกการใช้งานกันชัดเจน

master-plan-%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%8d%e0%b9%88

มาดู Master plan ของโครงการกันก่อนนะคะ ตัวโครงการแบ่งเป็น 3 อาคาร คืออาคาร N, S และอาคารจอดรถ ทางเข้าหลักอยู่ที่ซอยสุขุมวิท 48 หากขับรถเข้ามาจะเจอป้อม รปภ. ด้านหน้าและรั้วกั้นไม้กระดก เข้า-ออกโดยใช้ระบบคีย์การ์ด มีการเดินรถเป็นแบบ one way รอบอาคาร โดยทั้งอาคาร N และ S จะมีจุดเด่นที่ต่างกัน คือตึก N  จะอยู่ใกล้ทางเข้าอาคารและจุดจอด Shuttle Service เหมาะกับคนที่ไม่ได้ใช้รถยนต์ส่วนตัว เพราะสามารถเดินออกไปหน้าปากซอยเพื่อขึ้นวิน หรือจะขึ้น Shuttle Service ไป MRT ก็ง่าย ส่วนอาคาร S จะอยู่ใกล้กับอาคารจอดรถจึงเหมาะกับคนที่ใช้รถยนต์ส่วนตัวค่ะ

ส่วนฟังก์ชั่นในชั้น 1 ของอาคารจะเหมือนกันทั้งของตึก N และ S คือมี Lobby นิติบุคคล ลิฟต์โดยสารที่มีให้อาคารละ 2 ตัว โดยตึก N มีอัตราส่วนลิฟต์อยู่ที่ 1 : 139 ส่วนตึก S มีอัตราส่วนลิฟต์อยู่ที่ 1 : 186 ถือว่าหนาแน่นพอสมควรเลยหละ โดยตึก N จะได้เปรียบกว่านิดหน่อยตรงที่มี Family Mart อยู่ใต้อาคาร

เรามาดูบรรยากาศภายในโครงการกันบ้างค่ะ ด้านหน้าโครงการจะมีป้ายโครงการ Aspire Sukhumvit 48 เด่นชัด

เข้ามาด้านในจะเจอป้อม รปภ. และรั้วกั้นไม้กระดก มีการเข้า-ออกโดยใช้ Keycard Access ส่วนถ้าเป็นผู้มาติดต่อต้องแลกบัตรกับพี่ รปภ. ก่อนค่ะ

เข้ามาด้านในโครงการ ทางขวามือจะเป็นทางเดินรถ รั้วโครงการมีการปลูกต้นไม้เป็น Green Wall เพิ่มความร่มรื่น ที่รั้วโครงการมีประตูเล็กที่สามารถเปิดออกไปยังซอยสุขุมวิท 48 ได้ ส่วนทางซ้ายมือจะเป็นสวนเล็กๆที่มีทางสำหรับคนเดิน

ทางเดินปูด้วยทรายล้างกันลื่น มีการปลูกต้นไม้ทั้งสองฝั่งช่วยเป็นร่มเงากันแดดและช่วยสร้างบรรยากาศให้ดูร่มรื่น ซึ่งถือว่ามีการดูแลต้นไม้ได้ค่อนข้างดีสำหรับโครงการอายุ 3 ปี

ส่วนรั้วโครงการจะมีประตูเล็ก ที่สามารถเดินออกไปยังซอยสุขุมวิท 48  ได้ ภายในซอยนี้จะมีร้านอาหารขายค่อนข้างเยอะทั้งอาหารตามสั่ง ก๋วยเตี๋ยวเรือ เราสามารถใช้ประตูนี้ออกไปกินข้าวเสร็จแล้วก็กลับเข้ามาห้องได้ สะดวกดีค่ะ

เดินเลี้ยวมาตามทางจะเจออาคาร N ก่อนเลย ด้านหน้าอาคาร N จะเป็นที่จอดรถและจุดจอด Shuttle Service ที่รับส่งไปยัง BTS พระโขนง

เลียบอาคารไปจะเป็นถนนหลักของโครงการที่สามารถไปยังตึก S และอาคารจอดรถด้านหลังได้ ข้างๆโครงการทางซ้ายมือปัจจุบันกำลังมีการก่อสร้างโครงการ Life สุขุมวิท 48 ซึ่งเป็นโครงการของ AP เหมือนกัน โดยตึกนี้จะมีความสูง 19 และ 31 ชั้น เมื่อสร้างเสร็จแล้วน่าจะมีผลกับวิวของอาคาร N แต่อาคาร S ที่อยู่ด้านในจะไม่โดนบังวิวเพราะเลยเขตโครงการ Life ไปแล้ว

เราจะพาเดินดูรอบๆโครงการกันก่อนนะคะ บริเวณด้านหน้าแต่ละอาคารจะมีการจัดสวนและปลูกต้นไม้ ส่วนทางซ้ายมือก็เป็นรั้ว Green wall ไปตลอดแนวโครงการ สภาพแวดล้อมโดยรวมจึงร่มรื่นดีทีเดียว พื้นถนนของโครงการจนถึงด้านหน้าตึก N จะเป็นพื้นคอนกรีตสแตมป์

พอเลยอาคาร N มาจะเป็นพื้นยางมะตอยแบบนี้ค่ะ

เดินเข้ามาอีกน้อยจะเจอทางเข้าตึก S ซึ่งเป็นจุด Drop Off ไปด้วยในตัว เมื่อรถส่งคนเสร็จแล้วก็สามารถขับไปจอดรถด้านหน้าอาคาร หรือจะตรงไปจอดที่อาคารจอดรถด้านหลังได้ค่ะ จากตรงนี้เดี๋ยวเราจะพาเข้าไปดู Lobby ของอาคาร S กันก่อนนะคะ

เข้ามาภายในอาคาร S จะเจอกับ Lobby ขนาดใหญ่ ตกแต่งมาในสไตล์ Futuristic ดูหวือหวาทันสมัย ให้อารมณ์ของหนุ่มวัยรุ่นที่มีไลฟ์สไตล์แบบคนรุ่นใหม่ ใช้โทนสีขาว-ดำ แบบพื้นผิวมันเงาช่วยให้ห้องดู Clean สะอาดตา  ตัว Lobby ของอาคารนี้ให้ฝ้าเพดานสูงและค่อนข้างใหญ่รองรับลูกบ้าน 560 ยูนิต โดยด้านหน้าจะมี Reception ที่มีป้าย Aspire ติดอยู่ชัดเจน

โถงทางเดินภายใน Lobby จะถูกขนาบด้วยเสาต้นใหญ่ที่มีหน้าที่เป็นฉากกั้นที่นั่งแต่ละจุดให้แยกกัน เพื่อความเป็นส่วนตัว

ชุดโซฟานั่งเล่นที่โครงการจัดมาให้ค่ะ

เดินเข้ามาด้านในจะเจอทางเข้าโถงลิฟต์อยู่ทางขวามือ เข้า-ออก โดยการแตะคีย์การ์ดเท่านั้น เพื่อความปลอดภัยของลูกบ้าน

โถงทางเดินด้านในอาคารจะมีผนังกระจกแบบนี้ช่วยให้แสงสว่างเข้าดีมากในตอนกลางวัน ช่วยลดการใช้ไฟฟ้าไปได้เยอะค่ะ

เดินมาสุดทางเราจะเจอกับห้องน้ำสาธารณะแยกชายหญิงและห้องจดหมาย

ภายในห้องจดหมายจะมี Mail Box ของลูกบ้านทั้ง 560 ยูนิต ตัวบานตู้เป็นกระจกเงา พร้อมตกแต่งด้วยไฟ Warm write ช่วยให้บรรยากาศภายในห้องอบอุ่นและดูฟรุ้งฟริ้งทีเดียว 🙂

เรากลับมาดูที่ตึก N กันบ้าง อย่างที่บอกในตอนต้นว่าตึกนี้มี Family Mart เป็นพระเอกที่ช่วยในเรื่องความอุดมสมบูรณ์ ไม่หวั่นแม้ในวันที่อยู่ห้องแล้วหิว

แถมเงินหมดก็ไม่ต้องกลัวเพราะหน้า Family Mart มีตู้ ATM ธนาคารออมสินให้ด้วย ^^

ข้างๆ Family Mart จะมีทางเดินสามารถไปยัง Lobby และห้องนิติบุคคลได้ค่ะ

เราเดินมาอยู่ที่หน้าทางเข้า Lobby ของตึก N กัน โดยทางเข้านี้ไม่ต้องใช้คีย์การ์ดนะคะ ถ้าเพื่อนมาหาก็ให้ไปนั่งรอใน Lobby  ได้

ก่อนเข้า Lobby เรามองไปทางซ้ายมือจะมีทางเดินที่สามารถไปยังตึก S ได้ด้วย

เข้ามาใน Lobby ของตึก N จะเจอ Reception และที่นั่งพักคอย โดย Lobby ของตึกนี้จะมีขนาดเล็กกว่าของตึก S เนื่องจากจำนวนยูนิตน้อยกว่ากันครึ่งหนึ่งคือ 277 ยูนิต ภายในตกแต่งด้วยสไตล์เดียวกัน แต่ห้องนี้จะตกแต่งด้วยไฟสีฟ้า บรรยากาศจึงดูมืดขรึมน่าค้นหาขึ้นมาหน่อย ถ้าเลี้ยวขวาไปจะเป็นห้องนิติบุคคล ส่วนทางซ้ายมือจะไปยังห้องจดหมายและโถงลิฟต์ได้

เราเลี้ยวขวามาจะเจอโซฟานั่งพักคอยอีกจุด มองตรงไปจะเป็นทางเดินไปยังห้องนิติบุคคลได้

จาก Reception มองไปจะเห็นลิฟต์อยู่ทางขวามือ เข้า-ออกโดยการสแกนคีย์การ์ด ส่วนห้องจดหมายอยู่ทางซ้ายมือ

บรรยากาศของห้องจดหมายจะเหมือนกับอาคาร S เลย

ติดกันเป็นโถงลิฟต์ที่มีลิฟต์โดยสารให้ 2 ตัว คิดเป็นอัตราส่วนลิฟต์ 139  : 1 ก็หนาแน่นพอสมควร ภายในโถงลิฟต์ยังคงเป็นฝ้าเพดานสูงและมีผนังกระจกช่วยให้แสงสว่างเข้าดีมาก

ชั้น 2-16 ทั้งอาคาร N และ S จะเป็นอาคารพักอาศัยนะคะ โดยอาคาร N จะมีห้องพักอาศัยชั้นละ 13 ยูนิต แบ่งเป็นห้องแบบ 1 Bedroom จำนวน 10 ยูนิต และห้อง  2 Bedroom จำนวน 3 ยูนิตที่ตำแหน่งมุม ส่วนอาคาร S จะมีห้องพักอาศัยชั้นละ 20 ยูนิต โดยแบ่งเป็นห้องแบบ 1 Bedroom จำนวน 14 ยูนิต และห้องแบบ 2 Bedroom จำนวน 5 ยูนิต

ชั้น 17 อาคาร S จะมีผังแบบเดิมและจำนวนห้องพักเท่าเดิม แต่อาคาร N จะมีห้องพักแบบ 2 Bedroom ลดลงจำนวน 2 ยูนิตทางทิศเหนือและแทนที่ด้วยสวนหย่อม

ชั้น 18-21 จำนวนห้องเท่าชั้น 17 แต่สวนหย่อมที่ตึก N ถูกตัดออกไป

ชั้น 22 อาคาร S จะมีผังแบบเดิมและจำนวนห้องพักเท่าเดิม แต่อาคาร N จะมีห้องพักแบบ 1 Bedroom ลดลงอีก 2 ยูนิตทางทิศเหนือและแทนที่ด้วยสวนหย่อม

ชั้น 23-24 จำนวนห้องเท่าชั้น 22 แต่สวนหย่อมที่ตึก N ถูกตัดออกไป

เราพาขึ้นลิฟต์มาที่ชั้นพักอาศัยกัน โดยเมื่อออกจากโถงลิฟต์แล้วจะมีประตูบานเปิดแบบนี้เป็นตัวกั้นพื้นที่โถงลิฟต์และโถงทางเดิน

โถงทางเดินภายในอาคารจะเป็นโทนสีขาว-เทา ที่ปลายอาคารมีหน้าต่างกระจกบานใหญ่ ช่วยให้แสงเข้าทางเดินได้ดีในตอนกลางวัน

ชั้น 25 จะเป็นชั้นดาดฟ้าของตึก N ที่เป็นชั้น Facilities ที่ประกอบด้วยสระว่ายน้ำระบบเกลือขนาด 5 x 15  เมตร ห้องฟิตเนส และสวนหย่อม ที่มองลงไปจะเห็นสวนขึ้นบันไดด้านล่างที่เป็นสวนของชั้น 17 และ 22 ส่วนตึก S จะยังคงเป็นชั้นพักอาศัยเหมือนเดิมค่ะ

เราพาขึ้นลิฟต์มาที่ชั้น 25 ของอาคาร N เมื่อออกจากลิฟต์จะเจอสระว่ายน้ำอยู่ด้านนอกเลย

สระว่ายน้ำของโครงการเป็นระบบเกลือ มีขนาด 5 x 15 ตารางเมตร รอบๆสระจะกั้นด้วยราวกันตกกระจกนิรภัยทางสูงเพื่อความปลอดภัย แต่ก็ยังคงมองวิวได้อยู่ แต่ตอนว่ายน้ำจะมองไม่เห็นวิวนะคะ เนื่องจากมีการยื่นผนังทึบขึ้นไปจากแนวขอบสระพอสมควร ส่วนทางขวามือจะเห็นตึก S

ข้างๆสระมี Day Bed ให้นอนเล่น

ถัดจากสระว่ายน้ำไปจะเป็นห้องฟิตเนส

ฟิตเนสของโครงการเป็นห้องขนาดกระทัดรัดที่บรรจุเครื่องออกกำลังกายประมาณ 8 เครื่อง สามารถมองวิวเมืองและวิวสระว่ายน้ำได้ขณะออกกำลังกาย

ถัดไปจะเป็นสวนหย่อมหรือลานนั่งเล่นอเนกประสงค์ ที่มีชุดนั่งเล่นไว้ไห้ค่ะ

ต่อมาเป็นผังชั้น 26 – 29 ซึ่งจะเป็นของตึก S ที่มีฟังก์ชั่นเหมือนกันคือเป็นห้องพักอาศัยทั้งหมดจำนวน 20 ห้อง

plan-30

ส่วนชั้น 30 จะเป็นชั้นดาดฟ้าของตึก S ที่เป็น Facilities ประกอบด้วยพื้นที่สวน ฟิตเนส และสระว่ายน้ำความยาว 20 เมตร โดยรวมจะให้ส่วนกลางใหญ่กว่าของตึก N เพื่อให้เหมาะสมกับลูกบ้านจำนวน 560 ยูนิตค่ะ

มาดูวิวจากชั้นดาดฟ้าของตึก N กันบ้าง วิวทางทิศใต้ จะเป็นวิวฝั่งอ่อนนุชหรือสุขุมวิทตอนปลาย ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นอาคารแนวราบ อพาร์ทเม้นท์และมีคอนโดตึกสูงให้เห็นอยู่บ้าง ทางซ้ายมือจะเห็นคลองพระโขนงด้วย

มองไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้จะเห็นแนวคลองพระโขนง บ้านพักอาศัย และกลุ่มคอนโด Low Rise รอบๆ

ทางทิศเหนือจะเป็นวิวเมืองทางฝั่งสุขุมวิท โดยจะเห็นคอนโด Low Rise ที่เกาะแนวรถไฟฟ้าเยอะมาก โดยเฉพาะตึกสีแดงเด่นๆข้างหน้านี้คือตึก Wyne จากแสนสิริ ข้างๆกันเป็นโรงแรม Ibis Style Bangkok ที่กำลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้างค่ะ

 

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • สระว่ายน้ำ 2 สระ บนชั้นสูงสุดของตึก N, S
  • ห้องออกกำลังกาย 2 ห้อง บนชั้นสูงสุดของตึก N, S
  • ตึกจอดรถ ท้ายโครงการ จอดได้ประมาณ 40%
  • Lobby และ Outdoor Lobby
  • Jogging Track บนถนนรอบโครงการ
  • สวนดาดฟ้า ตามชั้น Step ของตึก N และดาดฟ้าของตึก S
  • ตึก N มีลิฟท์โดยสาร 2 ตัว ไม่มีลิฟท์บริการแยกต่างหาก อัตราส่วน 1:139
  • ตึก S มีลิฟท์โดยสาร 3 ตัว มีลิฟท์บริการแยกต่างหาก 1 ตัว อัตราส่วนเฉพาะลิฟท์โดยสาร 1:186
  • ระบบ CCTV / Access Card

 

 


Product Walkthrough

ห้องพักของโครงการจะมีให้เลือก 2 รูปแบบ คือ

  • 1 Bedroom ขนาด 25, 27, 32 และ 28 ตารางเมตร
  • 2 Bedrooms ขนาด 54 และ 64 ตารางเมตร

ย้อนไปตอนโครงการเปิดขายเมื่อปี 2012 จะมีการขายแบบ Full Fitted คือให้เคาน์เตอร์ครัวและสุขภัณฑ์ในห้องน้ำ แต่ในปัจจุบันที่มีการซื้อ-ขายแบบมือสอง สภาพห้องแต่ละห้องก็จะมีการเปลี่ยนสภาพไปตามผู้อยู่อาศัยเดิม บางห้องก็มีเครื่องใช้ไฟฟ้า บางห้องมีเฟอร์นิเจอร์พร้อมตกแต่งให้เพิ่มด้วย หากใครสนใจแนะนำให้ไปดูบรรยากาศห้องด้วยตัวเองจะดีที่สุดค่ะ และเนื่องจากโครงการนี้เป็นคอนโดที่สร้างเสร็จมานานพอสมควร ซึ่งในห้องก็มีคนเข้ามาพักอาศัยแล้วจึงไม่สามารถเข้าไปเก็บรูปภาพห้องมาให้ชมกันได้ จึงขอเลือกนำแปลนห้องที่มีการประกาศขายกันอยู่แต่ละแบบ มาวิเคราะห์ให้ชมกันนะคะ
%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87-2527-%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0-32

มาเริ่มกันที่ห้องแบบ 1  Bedroom Type A ขนาด 25 ตารางเมตร, Type B ขนาด 27 ตารางเมตร และ Type C ขนาด 32 ตารางเมตร จะมีลักษณะการวางฟังก์ชั่นภายในห้องเหมือนกัน โดยฟังก์ชั่นการใช้งานหลักๆจะมีทั้งหมด 5 ส่วน ได้แก่ ห้องนั่งเล่น ห้องนอน ส่วนครัว ห้องน้ำ และพื้นที่ระเบียง  แต่จะมีความแตกต่างกันที่ขนาดห้อง โดยมีพื้นที่เพิ่มลดต่างกันอยู่ที่ 2-5 ตารางเมตร ซึ่งพื้นที่ที่เพิ่มขึ้นมาจะไปเพิ่มขึ้นในส่วนของห้องนั้งเล่นและห้องนอนที่มีพื้นที่ใช้งานมากขึ้น

สำหรับการวางพื้นที่ใช้งานของห้อง Type A , B และ C เริ่มจากเมื่อเดินเข้ามาภายในห้องจะเจอกับส่วนนั่งเล่นห้อง ซึ่งทางโครงการเน้นการจัดพื้นที่ในส่วนนี้มาให้เยอะพอสมควร เพื่อสามารถใช้งานได้จริง สำหรับห้องขนาด 25-27 ตารางเมตร สามารถวางโซฟาขนาด 2 ที่นั่งได้ ส่วนห้อง 32 ตารางเมตร ก็มีพื้นที่พอให้วางโซฟาและเพิ่มโต๊ะกินข้าวขนาด 2 ที่นั่งได้อีกค่ะ  ฝั่งตรงข้ามกับห้องนั้งเล่นจะเป็นห้องน้ำ โดยภายในจะแบ่งพื้นที่การใช้งานมีโซนเปียกและโซนแห้ง อุปกรณ์ภายในห้องน้ำหลักๆครบตามที่ต้องใช้งาน แต่การจัดผังห้องให้ห้องน้ำที่อยู่ส่วนด้านในของอาคารแบบนี้ จะไม่มีช่องระบายอากาศ ทำให้ต้องพึ่งพาระบบดูดอากาศของอาคารเท่านั้น เข้าไปด้านในสุดของตัวห้องจะเป็นห้องนอนและห้องครัว ในส่วนของห้องนอนสามารถเปิดหน้าต่างรับลมและแสงภายนอกได้ดี พื้นที่ที่ให้มาสามารถวางเตียงขนาด 5 ฟุตและตู้เสื้อผ้าได้ไม่อึดอัด ส่วนห้องครัว จัดเป็นครัวปิดเชื่อมต่อกับส่วนพื้นที่ระเบียง ข้อดีของครัวปิด คือ ช่วยป้องกันเรื่องกลิ่นและควันจากการประกอบอาหารที่จะเข้ามารบกวนภายในห้องได้ และสามารถเปิดออกไประเบียงก็จะช่วยระบายอากาศได้ดี ระเบียงจัดพื้นที่มาให้ไม่เยอะมากแต่ก็ยังพอใช้งานได้จริง เป็นส่วนซักล้าง ตั้งเครื่องซักผ้า ตากผ้าและใช้เป็นที่แขวน CDU แอร์ได้

ส่วนห้องแบบ 1 Bedroom Type D Sky Kit ขนาด 38 ตารางเมตร เหมาะกับคนที่อยากได้ห้อง 1 Bedroom ขนาดใหญ่หน่อย การจัดฟังก์ชั่นของห้องนี้จะคล้ายๆกับห้อง 3 แบบแรก แต่ต่างกันตรงที่ห้อง Type นี้มีหน้าแคบแต่ความยาวห้องมากกว่าห้องพักแบบอื่นๆ ขนาดของห้องต่างๆโดยเฉพาะห้องนอนและห้องนั่งเล่นจึงมีขนาดยาวขึ้น โดยประตูทางเข้าห้องนอนนี้จะทำมุม 90 องศากับประตูห้องครัว ไม่ได้อยู่ในระนาบเดียวกันเหมือนห้อง 3 แบบแรก และที่แตกต่างมากกว่านั้นคือภายในห้องครัวจะไม่มีระเบียงแต่จะแทนที่ด้วยโต๊ะรับประทานอาหารแบบเข้าผนัง ส่วนระเบียงของห้องนี้จะไปอยู่ในห้องนอนเหมาะกับคนที่ชอบห้องนอนที่มีระเบียง สามารถปลูกต้นไม้หรือใช้เป็นส่วนนั่งเล่นแบบ Outdoor ได้

ห้อง Type D STD KIT เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับคนที่อยากได้ห้องขนาด 38 ตารางเมตร โดยห้องนี้จะเป็นห้องรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าหน้าแคบเหมือนห้องด้านบน แต่มีพื้นที่วางโต๊ะเครื่องแป้งที่เพิ่มเข้ามาให้ค่ะ โดยเมื่อเข้ามาในห้องจะเจอ Living Area ที่สามารถวางโซฟาขนาด 2 ที่นั่งพร้อมโต๊ะรับประทานอาหารหรือตู้วางของได้ ติดกันเป็นห้องน้ำที่แยกส่วนเปียกส่วนแห้งให้ โดยหน้าห้องน้ำจะมีพื้นที่ว่างที่สามารถ Built-in โต๊ะเครื่องแป้งหรือตู้วางของได้  ถัดไปด้านในสุดของห้องจะเป็นห้องนอนและห้องครัว โดยห้องครัวจะเป็นครัวปิดและมีการ Built-in เคาน์เตอร์ครัวมาให้ ถัดไปจะเป็นระเบียงห้องขนาดกระทัดรัด สามารถใช้แขวน CDU แอร์ และใช้ตากผ้าได้

สำหรับใครที่มีสมาชิกมากกว่า 2 คน โครงการก็มีห้องแบบ 2 Bedroom ให้เลือกค่ะ โดยแบบแรกเป็นห้อง Type E(A) ขนาด 54 ตารางเมตร ที่อยู่ในตำแหน่งห้องมุม จึงมีจุดเด่นตรงที่ทุกห้องภายในห้องนี้จะมีช่องเปิดทั้งหมด ช่วยระบายอากาศและแสงสว่างเข้าดีค่ะ เมื่อเข้ามาในห้องจะเจอกับ Living Area ที่สามารถวางโซฟาพร้อมโต๊ะรับประทานอาหารขนาด 4 ที่นั่งได้สบายๆ ทางขวามือจะเป็นระเบียงและห้องน้ำที่จะเป็นห้องน้ำส่วนกลางภายในห้องและเป็นห้องน้ำหลักของห้องนอนเล็ก จึงมีการแยกส่วนเปียกส่วนแห้งโดยมีพื้นที่อาบน้ำให้เรียบร้อย ถัดไปเป็นห้องครัวปิด มีการ Built-in เคาน์เตอร์ครัวให้  ไม่มีระเบียงแต่จะมีหน้าต่างช่วยระบายอากาศแทน ส่วนห้องนอนจะมี 2 ห้อง คือห้องนอนเล็กที่สามารถวางเตียง 5 ฟุตพร้อมตู้เสื้อผ้าได้ ส่วนห้องนอนใหญ่จะมีพื้นที่ Walk-in Closet และมีห้องน้ำให้ในตัวค่ะ

ห้อง Type E (B) เป็นห้องขนาด 54 ตารางเมตรอีกห้อง โดยแม้ห้องนี้จะไม่ได้อยู่แปลงมุม แต่เป็นห้องแบบหน้ากว้างจึงสามารถทำให้ทุกห้องภายในห้อง Type นี้มีช่องเปิดได้  สิ่งที่แตกต่างกันกับห้อง Type E (A) ที่อยู่ด้านบนคือสิ่งแรกที่เข้าไปในห้องจะเจอ Living Area ที่มีครัวเปิด ซึ่เหมาะกับคนที่ไม่ได้ทำอาหารหนักบ่อยๆแต่ชอบห้องนั่งเล่นที่มีพื้นที่ใหญ่ๆโล่งๆ นอกจากนี้ยังมีระเบียงกว้างช่วยให้สามารถมองวิวจากห้องนั่งเล่น หรือสามารถตั้งโต๊ะ-เก้าอี้ด้านนอก เพื่อใช้เป็นที่นั่งเล่นแบบ Outdoor ได้ ถัดไปเป็นห้องน้ำที่แยกส่วนเปียกส่วนแห้งให้เรียบร้อย เนื่องจากเป็นห้องน้ำกลางและเป็นห้องน้ำหลักของห้องนอนเล็กด้วย ถัดไปเป็นห้องนอนที่ประกอบด้วยห้องนอนเล็กที่สามารถวางเตียง โต๊ะเขียนหนังสือ และตู้เสื้อผ้าได้ ส่วนห้องนอนใหญ่จะมีพื้นที่ Walk-in Closet และห้องน้ำในตัวให้ค่ะ

ถัดไปเป็นห้องแบบ 2 Bedroom Type F (B) ขนาด 64 ตารางเมตร ที่เป็นห้องหน้ากว้างเหมือนกัน โดยห้องนี้มีขนาดใหญ่ที่สุดในโครงการ พื้นที่ภายในห้องต่างๆกว้างขวางและอยู่สบายทีเดียว เมื่อเข้ามาในห้องจะเจอกับโถงที่ประกอบด้วยส่วนรับประทานอาหารและ Living Area แยกกันอย่างเป็นสัดส่วน โดย Living Area จะเชื่อมต่อกับระเบียงสามารถเปิดประตูรับลมหรือนั่งมองวิวข้างนอกได้ ติดกันเป็นครัวปิดที่มีการ Built-in เคาน์เตอร์ครัวให้ เหมาะกับคนที่ชอบทำกับข้าวเองบ่อย เพราะกลิ่นจะไปลอยเข้ามารบกวนส่วนอื่นๆในห้อง ถัดไปเป็นห้องน้ำ ห้องนอนเล็กที่สามารถวางเตียง โต๊ะเขียนหนังสือ ตู้เสื้อผ้าได้สบายๆ ส่วนห้องนอนใหญ่มีพื้นที่กว้างขวาง แถมเป็นห้องมุมทำให้แสงสว่างเข้าดี ด้วยพื้นที่ภายในห้องสามารถวางเตียง 6 ฟุต Built-in ตู้วางทีวีและโต๊ะเขียนหนังสือติดผนัง มีพื้นที่ Walk-in Closet และมีห้องน้ำให้ในตัว

สำหรับโครงการนี้ เราตั้งใจไปเก็บข้อมูลเพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อคนที่กำลังตัดสินใจซื้อคอนโดมือสอง เนื่องจากโครงการสร้างเสร็จมาเป็นระยะเวลากว่า 3 ปีแล้ว ข้อมูลบางอย่างอาจจะไม่ครบถ้วน สามารถแนะนำหรือบอกกล่าวกันได้นะคะ ^^

**รายละเอียดต่างๆเก็บข้อมูลจากการสอบถามเจ้าของห้อง และ เจ้าหน้าที่ขาย หากผิดพลาดหรือคาดเคลื่อนบอกกล่าวกันได้นะคะ

 

 

ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 15 December 2016

เนื่องจากเป็นโครงการที่ขายหมดและโอนกันหมดแล้วนะคะ ดังนั้นต้องซื้อต่อจากเจ้าของเดิม ทำให้ราคาก็จะค่อนข้างหลากหลายขึ้นอยู่กับทำเลห้องได้อยู่ชั้นสูงหรือชั้นล่าง ตกแต่งครบ ความพอใจราคาจากการตกลงกันระหว่างคนซื้อและคนขายราคาต่อตารางเมตรในปัจจุบัน ปี 2016 (ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูล)

  • ราคาขายเฉลี่ยปัจจุบันจะอยู่ที่ประมาณ 85,000 – 110,000 บาท/ตร.ม.
  • ค่าส่วนกลาง 35 บาท/ตร.ม./เดือน
  • ค่าไฟค่าน้ำ ตามการใช้งานจริง

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ

 


เจาะลึกรวบยอด

โครงการ Aspire สุขุมวิท 48 เป็นคอนโดที่สร้างเสร็จมาแล้วกว่า 3 ปี ซึ่งถือว่าอายุของอาคารไม่มากเท่าไหร่ สภาพแวดล้อมภายในโครงการจึงยังดูดีและร่มรื่นอยู่  สำหรับโครงการนี้เปิดขายเมื่อปี 2012 ตอนนั้นราคาประมาณ 75,000 บาท/ตร.ม. ปัจจุบันราคาอยู่ที่ประมาณ 85,000 -110,000 บาท/ตร.ม. ไปแล้วค่ะ สำหรับราคานี้ก็ถือว่าถูกกว่าพี่ๆน้องๆคอนโดติดถนนใหญ่ที่ราคาประมาณ 120,000 ปลายๆ-150,000 บาท/ตร.ม.แล้ว ดังนั้นคนที่เหมาะกับที่นี่จึงเป็นคนที่มองหาคอนโดในย่านสุขุมวิทที่ยอมเขยิบเข้ามาในซอยเพื่อให้ให้ราคาที่หยิบจับง่ายกว่าคอนโดติดถนนใหญ่ แต่ยังมีสภาพแวดล้อมที่อุดมสมบูรณ์ เนื่องจากภายในซอยสุขุมวิท 48 นี้มีทั้งเต้นท์ขายอาหาร 7/11 มีร้านค้าร้านอาหารอยู่ข้างคอนโด สามารถเดินออกไปกินข้าวได้ง่าย แถมใต้โครงการยังมี Family Mart ให้ด้วยจึงค่อนข้างสะดวกดี 

การเดินทางด้วยรถก็ถือว่าสะดวกเพราะเข้าจากปากซอยสุขุมวิท 48 ประมาณ 150 เมตร การเข้าออกเมืองก็ทำได้ไม่ยากเพราะมีทางเลือกทั้งสุขุมวิท และ พระราม 4 ส่วนถ้าจะไปโซน รามคำแหงก็ไปกลับรถมาเข้าซอยปรีดีพนมยงค์ได้เลย สำหรับการเข้าโครงการให้ไปกลับรถใต้สะพานข้ามคลองพระโขนงได้เลยจะมีจุดกลับรถอยู่แต่ข้อเสียตรงนี้คือรถติดมาก เพราะมีทั้งตลาดพระโขนงอยู่ฝั่งตรงข้ามและหน้าปากซอยสุขุมวิท 48 ก็เป็นจุดต่อรถด้วยคนเลยมารอรถกันเยอะ ทีนี้ถ้าจะขึ้นทางด่วนจุดที่ใกล้ที่สุดจะอยู่ตรงท่าเรือคลองเตยค่ะ

สำหรับการเดินทางโดยไม่ใช้รถก็มี Shuttle Service ให้บริการรับส่งไป BTS พระโขนง หรือใครจะใช้บริการพี่วินก็มีอยู่หน้าปากซอยก็ได้ โครงการอยู่ห่างจาก BTS พระโขนงประมาณ 650 เมตร ซึ่งเลยระยะเดินมาหน่อยแต่ก็เดินได้ไม่ถึงกับเหนื่อยนักค่ะ แต่จะมีจุดที่เดินยากหน่อยตรงถนนพระราม 4 ซึ่งเป็นทางเลี้ยวซ้ายผ่านตลอด ทำให้ข้ามถนนค่อนข้างยาก ดังนั้นหากใครลง BTS แล้วจะเดินไปโครงการแนะนำให้ลงประตูฝั่ง W Didtrict เดินตรงมาเรื่อยๆแล้วเดินขึ้นสะพานลอยหน้า W District แล้วค่อยข้ามมาทางฝั่งโครงการ(สุขุมวิทเลขคู่) จะสะดวกกว่าค่ะ

วัสดุของโครงการให้ครบตามมาตรฐาน เดิมโครงการขายแบบ Fully Fitted คือให้ชุดครัวและสุขภัณฑ์ในห้องน้ำเท่านั้น พื้นภายในห้องเดิมเป็นลามิเนต ในส่วนครัวจะปูพื้นกระเบื้องให้ ซึ่งรายละเอียดเรื่องวัสดุของโครงการมือสองนั้นหลายๆห้องมีการตกแต่งต่อเติม จึงต้องพิจารณาเป็นรายห้องว่า มีการปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้าง คุ้มค่าหรือไม่ มีทั้งห้องที่ขายพร้อมเฟอร์นิเจอร์และตกแต่งอย่างดี และห้องที่ขายเป็นห้องเปล่าๆ ควรต้องพิจารณาสภาพห้องประกอบด้วยว่าอยู่ในสภาพที่ดีหรือไม่ค่ะ

ห้องพักของที่นี่มีจุดเด่นตรงที่ได้ครัวปิด ซึ่งเหมาะกับคนที่ทำอาหารทานเองบ่อย กลิ่นจะไม่ลอยเข้ามารบกวนในห้อง ส่วนเฟอร์นิเจอร์ต่างๆด้วยความที่เป็นคอนโดมือสองห้องที่ได้ส่วนใหญ่จะเป็นแบบ Fully Furnished และบางห้องก็มีเครื่องใช้ไฟฟ้าให้ครบด้วย

โครงการออกแบบให้มี 3 อาคาร คือมีอาคารพักอาศัย 2 อาคารและอาคารจอดรถแยกออกมา 1 อาคาร จึงมีข้อเสียตรงที่พอจอดรถเสร็จแล้วต้องเดินเข้าห้องพักไกลหน่อย ส่วนอาคารพักอาศัยคืออาคาร N และ S ซึ่งจะเลือกตึกไหนดีนั้นก็คงต้องแล้วแต่ Lifestyle ของแต่ละคน  เนื่องจากทั้งสองอาคารนี้มีจุดเด่นที่ต่างกัน โดยอาคาร N จะอยู่หน้าโครงการใกล้ทางเข้า-ออกและจุดจอด Shuttle Bus ซึ่งเหมาะกับคนไม่ใช้รถ สามารถเดินไปใช้รถโดยสารหรือเดินไป BTS ได้ง่าย ส่วนตึก S จะเหมาะกับคนที่ใช้รถเพราะใกล้อาคารจอดรถ แม้ว่าจอดรถเสร็จจะต้องเดินมาห้องพักหน่อยแต่ก็ไม่ถือว่าไกลมาก

ส่วน Facilities โดยรวมก็ดีตรงที่ทั้งสองอาคารจะแยกการใช้งานกันไปเลย ทำให้ไม่ต้องกังวลว่าจะหนาแน่นเกินไปหรือจะแย่งกันใช้งานหรือไม่ โดยส่วนกลางที่ให้ประกอบด้วย Lobby Fitness และสระว่ายน้ำมาเหมือนกัน ขนาดของ facilities จะเหมาะสมกับจำนวนยูนิต โดยอาคาร N มีห้องพักอาศัย 277 ยูนิต ในขณะที่อาคาร S มีห้องพักอาศัย 560 ยูนิต อาคาร S จึงได้ Facilities ที่ใหญ่กว่า แต่อาคาร N ก็มีของแถมให้เป็นสวนหย่อมชั้น 17 และ 22 รวมทั้งมี Familiy Mart ที่ชั้น 1 ให้ด้วย

Judgement

เนื่องจากเป็นโครงการที่ขายหมดแล้ว ซึ่งปัจจุบันรูปแบบการขายเปลี่ยนแปลงเป็นแบบ Re-sale ซึ่งค่อนข้างมีความแตกต่างกันไปทั้งเรื่องของวัสดุ การตกแต่งภายในห้อง รวมทั้งเรื่องของราคาที่ค่อนข้างหลากหลายขึ้นอยู่กับทำเลห้องได้อยู่ชั้นสูงหรือชั้นล่าง และความพอใจราคาจากการตกลงกันระหว่างคนซื้อและคนขาย ดังนั้นจึงไม่สามารถให้คะแนนในรีวิวนี้ได้นะคะ

BOTTOM LINE

Aspire สุขุมวิท 48 เหมาะกับคนที่มองหาคอนโดในย่านพระโขนง หรือคอนโดในรัศมีรถไฟฟ้าโซนสุขุมวิทตอนปลาย เลือกคอนโดในซอยที่ราคาหยิบจับได้ง่ายกว่าคอนโดติดถนนใหญ่ที่ราคาสูง ชอบอาคารท่ีดูทันสมัย ให้ Facilities ครบ มีงบประมาณ 2 ล้านปลายๆขึ้นไป

 

ถ้าเห็นว่ารีวิวนี้มีประโยชน์ ช่วยกด LIKE ให้หน่อยนะคะ จะได้มีกำลังใจทำรีวิวถัดๆไปค่ะ

สมัครสมาชิกพร้อมรับข่าวสารเพิ่มเติม (คลิกที่นี่ )

Share

Leave a Reply