พาชมตึกเสร็จ Supalai Park รัชโยธิน คอนโด High Rise ใกล้แยกรัชวิภา โดย ศุภาลัย [รีวิวฉบับที่ 1249]

December 28, 2016 08:004 comments

รีวิวฉบับที่ 1249 … สวัสดีครับ วันนี้จะพาไปชมโครงการคอนโดในย่านรัชโยธินที่ตั้งอยู่ติดถนนรัชดาภิเษก กับโครงการ ศุภาลัย ปาร์ค รัชโยธิน ปัจจุบันโครงการสร้างเสร็จมาประมาณ 4 ปีแล้ว มีจุดเด่นคือ ได้ออกแบบพื้นที่ร้านค้าเป็น Avenue อยู่ภายในโครงการ รูปแบบเป็นคอนโด High Rise สูง 30 ชั้น เราจะมาอัพเดทบรรยกาศปัจจุบันในโครงการกันครับ

Fact @ 21 December 2016

  • Supalai Park Ratchayothin (ศุภาลัย ปาร์ค รัชโยธิน)
  • บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน)
  • MAIN CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment คอนโดได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ในเขต : ถนนรัชดาภิเษก เขตจตุจักร กทม.
  • คอนโด High Rise 30 ชั้น 1 อาคาร 804 ยูนิต และร้านค้า 22 ยูนิต
  • อาคารจอดรถ 4 ชั้น 1 อาคาร
  • ยูนิตต่อชั้นสูงสุด 31 ยูนิต
  • ที่จอดรถประมาณ 60% รวมจอดซ้อนคัน
  • ที่ดินประมาณ 8-2-2 ไร่
  • แล้วเสร็จ : 2555
  • Studio 32 ตร.ม.
  • 1 Bedroom 47.5 – 49.5 ตร.ม.
  • 2 Bedrooms 66 ตร.ม.
  • ราคาห้องเริ่มต้นในวันที่เปิดขายประมาณ 2 ล้านบาท
  • ราคาห้องปัจจุบันประมาณ 3 ล้านบาท
  • ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรทั้งโครงการปัจจุบัน 60,000 – 80,000 บาท/ตร.ม.
  • ราคาค่าเช่าเฉลี่ย 17,000 – 19,000 บาท/เดือน
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่ 
  • สถานะโครงการ : Sold out (ปิดการขาย)

เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วครับ

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างครับ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด : 13.830316, 100.561642

supalai-park-ryt-map01

แผนที่จากทางโครงการครับ

โครงการ ศุภาลัย ปาร์ค รัชโยธิน ตั้งอยู่บนถนนรัชดาภิเษกฝั่งมุ่งหน้าพระราม 9 ใกล้กับสี่แยกรัชโยธิน ซึ่งทำเลดังกล่าวเป็นแหล่งธุรกิจที่มีความสำคัญ เพราะถนนรัชดาภิเษกจะเป็นถนนที่วิ่งเข้าตัวเมืองที่มีแหล่งงานและแหล่ง Shopping ที่เกาะแนวรถไฟฟ้า บริบทในย่านนี้ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่บ้านพักอาศัยรวมถึงคอนโดที่สร้างเสร็จแล้วทั้งโครงการใหม่และเก่า ฝั่งตรงข้ามเป็น SCB Park Plaza ที่เป็นกลุ่มอาคารสำนักงานขนาดใหญ่ที่สำคัญ จึงเหมาะกับคนทำงาน ที่กำลังมองหาคอนโดในย่านนี้ การเดินทางค่อนข้างสะดวกเพราะอยู่ในฝั่งรัชดาภิเษกมุ่งหน้าพระราม 9 และมีซอยทางลัดที่สามารถลัดเลาะไปได้หลากหลายเส้นทาง ซึ่งปัจจุบันบริเวณถนนรัชดาภิเษกมีการรื้อสะพานข้ามแยกรัชโยธินเพื่อปรับเปลี่ยนเป็นอุโมงค์ลอดแยกแทน ประกอบกับถนนพหลโยธินนั้นกำลังก่อสร้างรถไฟฟ้า จึงทำให้การจราจรในบริเวณจะคับคั่งกว่าปกติ โดยงานก่อสร้างจะแล้วเสร็จ เปิดใช้กันในช่วงปี 2563 จะมีความสะดวกมากขึ้นทั้งการใช้รถและมีทางเลือกในการเดินทางมากขึ้น

ความอุดมสมบูรณ์ ในตัวโครงการเองก็ได้ออกแบบให้มีพื้นที่ร้านค้าไว้ให้ผู้ที่อยู่ในโครงการได้มาเลือกซื้อ และใช้บริการภายในโครงการได้ โดยมีจำนวนร้านค้าถึง 22 ยูนิต ซึ่งเป็นข้อดีที่ทำให้ผู้ที่อยุ่ในโครงการไม่ต้องออกไปข้างนอกก็สามารถหาของกินได้ ส่วนพื้นที่รอบ ๆ ในย่านนี้มีความหลากหลาย ทั้งแหล่งงาน แหล่งของกินของใช้ ที่ใกล้กับ Box Space Community Mall , Avenue Ratchayothin และ Major Cineplex Ratchayothin ในระยะที่พอจะเดินได้ ภายในมีร้านค้าต่าง ๆ มากมาย ถือว่าเป็น Community Mall หลักของคนในย่านนี้ หากจะไปเดินห้างสรรพสินค้าใกล้เคียงที่ถัดจากย่านนี้ไปหน่อยก็จะมี Central Plaza ลาดพร้าว , ยูเนียนมอลล์ , BigC Extra+Hompro ในส่วนของสาธารณูปโภคอื่น ๆ มีโรงพยาบาล โรงเรียน สถานที่ราชการ เช่น รพ.เมโย ,โรงเรียนหอวัง , ม.เกษตรศาสตร์ , ม.ราชภัฏจันทรเกษม , ม.เซนต์จอห์น เป็นต้น

supalai-park-ratchayothin2f

หากเดินทางโดยไม่ใช้รถ โครงการอยู่ติดกับถนนรัชดาภิเษก ที่สามารถเลือกเดิน หรือขึ้นวินมอเตอร์ไซค์ไปที่ขึ้นรถเมล์ได้ ทั้งทางด้านถนนวิภาวดีรังสิต หรือถนนรัชดาภิเษก แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ ในอนาคตจะมีรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายฝั่งเหนือ ที่กำลังดำเนินการก่อสร้าง คือ”หมอชิต สะพานใหม่ คูคต” ที่กำลังก่อสร้างและจะเปิดให้บริการในปี 2563 ผ่านบนถนนพหลโยธิน ซึ่งสถานีที่ใกล้โครงการที่สุด คือสถานีรัชโยธินโดยมีระยะห่างประมาณ 1 กม. อาจจะไม่อยู่ในระยะเดิน แต่ก็ถือว่ามีความสะดวก และมีทางเลือกในการเดินทางโดยไม่ใช้รถเพิ่มขึ้นครับ

หากเดินทางโดยรถยนต์ ถือว่ามีความสะดวกเพราะโครงการอยู่ติดถนนรัชดาภิเษกทางฝั่งมุ่งหน้าห้วยขวาง ซึ่งถนนเส้นนี้เป็นถนนที่เชื่อมต่อมาจากจรัญสนิทวงศ์ ต่อเนื่องมายังประชานุกูล ประชาชื่น แน่นอนว่าปริมาณรถที่วิ่งเข้าเมืองในเส้นนี้จะมีค่อนข้างมาก อาจจะต้องเผื่อเวลาในการเดินทางสักหน่อย ประกอบกับปัจจุบันถนนพหลโยธินนั้นกำลังก่อสร้างรถไฟฟ้าและมีการรื้อสะพานข้ามแยกรัชโยธินเพื่อปรับเปลี่ยนเป็นอุโมงค์ลอดแยกแทน จึงทำให้การจราจรในบริเวณจะคับคั่งกว่าปกติ แต่ข้อดีของโครงการคืออยู่ใกล้กับซอยรัชดาภิเษก 46 / 1 ที่สามารถลัดเลาะออกไปยังถนนเส้นต่าง ๆ ได้เช่น ถนนพหลโยธิน ถนนงามวงศ์วาน และถนนวิภาวดีรังสิต สามารถหลีกเลี่ยงรถติดในช่วงเวลานี้ได้

ทั้งนี้เราสามารถติดตามและอัพเดทข้อมูลเกี่ยวกับการจัดการจราจร แจ้งข่าวการใช้เส้นทาง จากทางรฟม. ในส่วนของรถไฟฟ้าสายสีเขียวเหนือ ได้โดย กดตามลิ้งค์นี้ ครับ

การเข้าถึงตัวโครงการที่มาจากเส้นทางต่าง ๆ นั้น ถ้ามาจากถนนรัชดาภิเษกฝั่งขาออกเริ่มจากสี่แยกรัชโยธิน ก็สามารถไปกลับรถบริเวณใต้สะพานข้ามต่างระดับรัชวิภา และเข้าสู่โครงการ โดยมีระยะทางจากบริเวณสี่แยกรัชโยธินถึงจุดกลับรถประมาณ 1.3 กม. หรือถ้ามาจากถนนวิภาวดีรังสิตฝั่งมุ่งหน้าดินแดง ก็สามารถเลี้ยวซ้ายเข้าถนนรัชดาภิเษกบริเวณต่างระดับรัชวิภา ซึ่งเราจะใช้เส้นทางนี้ในการเดินทางนะครับ จะเริ่มในบริเวณกองบัญชาการศึกษา สตช. ฝั่งมุ่งหน้าไปยังดินแดง เมื่อใกล้ถึงต่างระดับรัชวิภา ให้ชิดซ้ายเตรียมเลี้ยวเข้าถนนรัชดาภิเษกที่มุ่งหน้าไปแยกรัชโยธิน มีระยะทางรวมประมาณ 950 ม. ตัวโครงการจะอยู่ทางด้านซ้ายมือติดถนนรัชดาภิเษก มีป้ายอยู่บริเวณด้านหน้าโครงการ

เริ่มต้นจากกองบัญชาการศึกษา สตช. ถนนวิภาวดีรังสิตคู่ขนาน ฝั่งมุ่งหน้าไปดินแดง จากจุดนี้ห่างจากโครงการประมาณ 950 ม. ให้วิ่งในช่องทางซ้าย

วิ่งตรงมาเรื่อย ๆ สังเกตศูนย์บริการนครชัยแอร์ และรร.นานาชาติ St.Stephen จุดนี้ชิดซ้ายเพื่อเตรียมเบี่ยงเข้าต่างระดับรัชวิภา

เมื่อเข้ามาแล้วให้วิ่งตามป้ายรัชโยธิน ขับชิดซ้ายไว้ครับเพราะช่วงเวลาเร่งด่วนจุดนี้รถค่อนข้างมากต้องวิ่งต่อตามกันไปเรื่อย ๆ

เมื่อมาเจอกับป้ายอีกจุดนึง ตรงนี้ให้วิ่งซ่องซ้ายเพื่อเข้าสู่ถนนรัชดาภิเษก

เมื่อเข้ามาที่ถนนรัชดาภิเษก จากจุดนี้ห่างโครงการประมาณ 250 ม. ซ้ายมือเป็นโครงการ Vantage

โครงการศุภาลัยจะอยู่ด้านซ้ายมือ ด้านหน้าโครงการจะมีช่องทางเว้าเข้าไป 1 ช่องจราจรเพื่อความปลอดภัยบริเวณด้านหน้าทางเข้าครับ

supalai-ryt-surrounding-1f

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะครับ

บริบทรอบโครงการ ศุภาลัย ปาร์ค รัชโยธิน ด้านหน้าโครงการหันออกทิศตะวันตกเฉียงใต้ เป็นทางเข้าออกที่ติดกับถนนรัชดาภิเษก ฝั่งตรงข้ามเป็น Box Space Community Mall ใกล้กันเป็นกลุ่มอาคาร SCB Park Plaza ส่วนด้านทิศตะวันออกติดกับคลองสาธารณะติดกันเป็นบ้านพักอาศัยสูง 2 ชั้น และมีสนามฝึกซ้อมกอล์ฟ รัชดา-วิภาวดี ส่วนในทางทิศตะวันตก ติดกับหอพักสูงประมาณ 5 ชั้นและคอนโด Vantage สูงประมาณ 30 ชั้น ส่วนทิศเหนือติดกับซอยพหลโยธิน 35/4 และหอพักประมาณ 5 ชั้น โดยการวางอาคาร ได้จัดออกมาเป็นแนวยาวหันออกทิศเหนือและทิศใต้ ดังนั้นวิวที่ได้จะมีเพียง 2 ฝั่ง ซึ่งส่วนพักอาศัยในโครงการจะเริ่มตั้งแต่ชั้น 5 ขึ้นไป วิวภายนอกจะเริ่มมองออกไปได้กว้างขึ้นตั้งแต่ชั้น 7 ขึ้นไป โดยในทิศเหนือส่วนใหญ่จะมีสิ่งปลูกสร้างที่มีความสูงเกิน 5 ชั้น และเป็นแหล่งพักอาศัย ส่วนในฝั่งทิศใต้ที่เป็นวิวเมือง ถ้ามองออกไปในบริเวณฝั่งตรงข้ามจะเป็นอาคารสำนักงาน SCB Park และคอนโดในระยะไกล ความสูงอาคารรอบ ๆ จะอยู่ประมาณ 20 -30 ชั้น

จากภาพแสดงตำแหน่งของอาคารข้างเคียงที่ติดกับโครงการ ตามทิศได้ดังนี้

  • ทิศเหนือ ติดกับ บ้านพักอาศัย 2 ชั้นและอาคารสำนักงานสูง 4 ชั้น บางส่วนติดซอยพหลโยธิน 35/4
  • ทิศตะวันออก ติดกับ คลองสาธารณะ
  • ทิศใต้ เป็นทางเข้าออกโครงการติดกับถนนรัชดาภิเษก ถัดไป Box Space Community Mall
  • ทิศตะวันตก ติดกับ หอพักสูง 5 ชั้น และคอนโด Vantage

ก่อนจะเข้าไปดูโครงการ จะพาเดินไปดูพื้นที่โดยรอบโครงการกันว่ามีอะไรบ้าง เริ่มจากเลี้ยวซ้ายออกจากโครงการ เดินมุ่งหน้าไปทางสี่แยกรัชโยธินกันก่อน จากด้านหน้าโครงการครับ บริเวณหน้าโครงการ มีทั้งเท้ากว้างขวาง สามารถเดินได้สะดวก

เดินไปไม่ไกลนักจะพบกับวินมอเตอร์ไซค์ สามารถเรียกได้ อัตราค่าโดยสารตามป้ายครับ หรืออาจจะสอบถามเพิ่มเติมจากพี่วินก็ได้

ติดกับโครงการจะเป็นลำรางสาธารณะ มีแนวเขื่อนทั้งสองฝั่งตลอดแนว

ใกล้กันจะพบกับ สนามฝึกซ้อมกอล์ฟ รัชดา วิภาวดีครับ

ติดกันเป็นร้านขนมปัง เจ้าอร่อยที่มีหลายสาขา จุดเด่นเรื่องไส้ขนมปังที่ให้มาแบบเต็ม ๆ มีระยะเดินออกมาจากหน้าโครงการประมาณ 100 ม. ครับ

เดินมาอีกประมาณ 150 ม. จากโครงการ จะพบกับสะพานลอยที่กำลังก่อสร้างอยู่ เนื่องจากมีการยกเลิกสะพานลอยเดินข้าม จากจุดเดิมอยู่ซอยรัชดาภิเษก 46  จะขยับมาที่ซอยรัชดาภิเษก 46 / 1 แทน ซึ่งเป็นข้อดีต่อโครงการที่มีสะพานลอยใกล้ขึ้นโดยเฉพาะคนที่ต้องข้ามไปทำงานที่ SCB Park หรือออฟฟิศละแวกใกล้เคียง เพราะในจุดเดิมจะทำการขุดอุโมงค์ จึงได้ย้ายสะพานลอยมายังบริเวณนี้

เมื่อเดินมาถึงซอยรัชดาภิเษก 46 / 1 หน้าปากซอยจะพบกับ Siam Children Care ซึ่งซอยนี้ สามารถลัดเลาะออกไปได้หลายเส้นทาง สามารถเลี่ยงเส้นทางรถติดได้ โดยไม่ต้องไปที่สี่แยกรัชโยธินครับ

เดินตรงต่อมาจะพบกับโรงแรม North gate เป็นโรงแรมขนาดประมาณ 8 ชั้น ครับ

เดินต่อมาจะเป็นจุดที่สะพานลอยตั้งอยู่นะครับจะอยู่ติดกับซอยรัชดาภิเษก 46 ซึ่งซอยนี้สามารถลัดออกถนนพหลโยธิน 33 ได้ จุดนี้ห่างจากโครงการประมาณ 220 ม.

ลองเดินขึ้นมาบนสะพานดูบรรยากาศโดยรอบ มุมมองไปทางสี่แยกรัชโยธิน ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการรื้อสะพานรัชโยธิน เพื่อเตรียมเปิดเส้นทางให้รถไฟฟ้าสายสีเขียว และทำการก่อสร้างอุโมงค์ลอดใต้สี่แยกรัชโยธินแทน ทำให้การจราจรในพื้นที่ค่อนข้างติดขัดกว่าปกติ ส่วนหนึ่งจากการโดนลดช่องทางจราจร ความไม่คล่องตัวในการข้ามแยก และรถต้องไปรอติดไฟแดงที่สี่แยก

มุมมองไปทางถนนวิภาวดี-แยกรัชวิภา ทางซ้ายมือจะเป็น Box Space Ratchayothin เป็น Community Mall โดยนำตู้คอนเทนเนอร์กว่า 20 ตู้ มาปรับปรุงเป็นร้านค้าและร้านอาหารต่าง ๆ เปิดให้บริการปรมาณ 10:00 – 22:00 น.

บริเวณปากซอยรัชดาภิเษก 46 จะเห็นว่าเมื่อรถเลี้ยวออกมา จะกินไปถึง 3 ช่องจราจร เนื่องจากซอยเข้าเป็นมุมแหลม ในจุดนี้ผู้ใช้ทางต้องระมัดระวังครับ

ลงจากสะพานลอยเดินมุ่งหน้าไปทางแยกรัชโยธินต่อ ซ้ายมือเป็นร้านล้างรถ สามารถมาใช้บริการได้ ห่างจากโครงการประมาณ 350 ม.

เดินต่อมาอีกจะเป็น Avenue รัชโยธิน ห่างจากโครงการประมาณ 500 ม. เมื่อลองเดิน ถือว่าค่อนข้างสะดวกเพราะทางเท้ามีความกว้างพอที่จะเดินได้

กลับมาดูทางด้านขวาของโครงการนะครับ ถนนหน้าโครงการมี 4 ช่องจราจร สังเกตว่าถ้าเรามาจาก ต่างระดับรัชวิภา จากจุดทางลง มีระยะห่างจากหน้าโครงการประมาณ 140 ม. ระยะนี้ค่อนข้างกระชั้นชิดอาจจะต้องระวังรถทางซ้าย หากจะเข้าโครงการครับ

ทางเท้าหน้าโครงการ มีความกว้างเพียงพอต่อการใช้งาน ด้านหน้าเป็นป้ายโครงการ สังเกตว่าก่อนถึงทางเข้าโครงการจะเว้าเข้ามา 1 ช่องจราจร เพื่อความปลอดภัย

ติดกับโครงการเป็นคอนโด Vantage เลยจากจุดนี้ไปเป็นเซเว่น อยู่ห่างจากโครงการประมาณ 270 ม.

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

ห้างสรรพสินค้า และสำนักงาน

  • 7-11 ~ 270 ม.
  • Avenue Ratchayothin ~ 500 ม.
  • Major Cineplex Ratchyothin ~ 700 ม.
  • SCB Park ~ 700 ม.
  • Tops Supermarket เสนานิคม ~ 1.5 กม.
  • Tesco Lotus ลาดพร้าว ~ 2.2 กม.
  • Central ลาดพร้าว ~3.3 กม.
  • สวนจตุจักร ~4.5 กม.
  • Union Mall ~4.5 กม.
  • BigC Extra , Home Pro ลาดพร้าว ~ 5 กม.

สถานศีกษา

  • มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม‎ 2 กม.
  • โรงเรียนหอวัง ~ 2.5 กม.
  • มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ~ 2.5 กม.
  • มหาวิทยาลัยเซ็นต์จอห์น ~ 3.5 กม.
  • มหาวิทยาลัยศรีปทุม ~ 4.4 ก.ม.
  • มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ~ 6.5 กม.

โรงพยาบาล

  • โรงพยาบาลเมโย ~ 2 กม.
  • โรงพยาบาลวิภาวดี ~ 4 กม.

สถานราชการและอื่น ๆ

  • สน.พหลโยธิน ~ 800 ม.
  • สำนักงานเขตจตุจักร ~ 1.5 กม.
  • สน.วิภาวดี ~ 1.6 กม.
  • วัดเสมียนนารี ~ 2 กม.


เจาะลึกตัวโครงการ

โครงการ ศุภาลัย ปาร์ค รัชโยธิน เป็นคอนโด High Rise สูง 30 ชั้น มีจำนวนยูนิตทั้งหมด 804 ยูนิต 1 อาคาร โครงการอยู่ติดถนนรัชดาภิเษกมุ่งหน้ารัชโยธิน ตัวอาคารมีแนวยาวแบ่งห้องเป็น 2 ฝั่งเป็นทิศเหนือและทิศใต้ เลือกใช้สีของอาคารเป็นสีครีมตัดกับสีเขียวและใช้เป็นสีพ่น Texture (คือพื้นผิวขรุขระที่ทำฉีดพ่นทับผิวอาคาร ทำให้อาคารไม่ดูเรียบและเห็นงานฉาบภายนอกเป็นคลื่น) เป็นอาคารที่จัดส่วนพักอาศัยและที่จอดรถไว้ร่วมกันโดยแบ่งเป็นชั้น 1 – 4 เป็นที่จอดรถ ส่วนชั้นพักอาศัยจะเริ่มจากชั้น 5 และมีพื้นที่ส่วนกลางหลัก ๆ ที่อยู่ในชั้นเดียวกัน แต่จะแยกออกมาจากตัวอาคารโดยอยู่บนอาคารจอดรถ ส่วนพื้นที่ส่วนกลางอีกจุดคือชั้นดาดฟ้า จะมี Sky Lounge และลานโล่ง ปลูกหญ้า สามารถขึ้นไปเดินเล่นสูดอากาศได้ ซึ่งพื้นที่พักอาศัยที่เป็นห้องพักจะเริ่มตั้งแต่ชั้น 6 – 29 ซึ่งแต่ละชั้นจะมียูนิตต่อชั้นประมาณ 31 ห้อง ซึ่งคือว่าค่อนข้างเยอะครับ

supalai-park-ryt-plan01

เริ่มกันที่ชั้นหนึ่งของโครงการนะครับ การวางอาคาร จะให้พื้นที่ด้านหน้าเป็นพื้นที่จอดรถ กลางแจ้งและพื้นที่ร้านค้า มีพื้นที่ร้านค้าทั้งหมด 22 ยูนิต และมีห้องน้ำส่วนกลางให้ใช้งาน บริเวณหน้าอาคารเป็นพื้นที่ Drop Off และที่จอดรถผู้มาติดต่อแยกกันกับลูกบ้าน พื้นที่รอบโครงการ จัดสวนและปลูกต้นไม้ ซึ่งเป็นพื้นที่จอดรถกลางแจ้งอยู่รอบ ๆ โครงการ และแยกอาคารจอดรถอยู่บริเวณด้านหลังโครงการ โดยอาคารจอดรถมีทั้งหมด 4 ชั้น แต่ละชั้นสามารถเชื่อมเข้าสู่ภายในอาคารได้โดยมี Key Card Access เพื่อป้องกันคนนอกเข้ามาภายใน ทางเข้าหลักสำหรับลูกบ้านมีล็อบบี้ และส่วนโถงลิฟท์ที่ต้องใช้ Key Card Access เข้า Mail Box จะไม่อยู่ที่ชั้น 1 แต่จะอยู่ที่โถงลิฟท์ชั้นพักอาศัยในแต่ละชั้นครับ โดยลิฟท์ในโครงการมีทั้งหมด 4 ตัวแบ่งเป็นลิฟท์โดยสาร 3 ตัวและ Service 1 ตัว อัตราส่วนลิฟท์รวมทั้งโครงการ 268 : 1 ถือว่าเยอะกว่าคอนโดอื่น ๆ มีบันไดหนีไฟทั้งหมด 3 ตำแหน่ง แบ่งเป็นปลายสุดของอาคารทั้งสองฝั่งและตรงกลางบริเวณโถงลิฟท์

เริ่มต้นจากทางเข้าโครงการ ทางเข้า – ออก ด้านหน้าจะพบกับป้อมรปภ. ในจุดนี้จะไม่มีไม้กระดกนะครับ เพราะจะแบ่งส่วนจอดรถระหว่างลูกบ้านและบุคคลภายนอกที่มาใช้ บริการร้านค้าที่อยู่ด้านหน้าโครงการครับ

supalai-park-ryt-public00

มุมมองโครงการ ศุภาลัย ปาร์ค รัชโยธินจากด้านหน้าถนนรัชดาภิเษก

เมื่อเข้ามาในบริเวณโครงการ จะมีทางแยกออกไป 2 เส้นทาง โดยด้านซ้ายมือจะเป็นทางเข้าสำหรับลูกบ้าน บริเวณนี้จะมีไม้กระดกกั้นเฉพาะลูกบ้านโดยการเข้าออกใช้เป็น Easy Pass ส่วนด้านขวามือจะเป็นที่จอดรถสำหรับผู้มาติดต่อและทางที่สามารถวนเข้าไปบริเวณ Drop Off และออกมาได้

โดยเราจะเริ่มเดินเข้าไปถนนที่จะเข้าไปส่วน Drop Off นั้น ด้านขวามือ จะเป็นพื้นที่ของร้านค้าที่ออกแบบเป็นลักษณะโค้งรับระหว่างพื้นที่ด้านหน้าโครงการ และบริเวณตรงกลางจัดเป็น Plaza ปลูกต้นปาล์มและมีที่นั่งสามารถมาใช้งานในพื้นที่ได้

ร้านค้าภายในโครงการมีทั้งร้านอาหาร บริการต่าง ๆ เช่น ร้านเสริมสวย คลีนิคผิว และร้านขายของ ไว้ให้ลูกบ้านในโครงการได้ลงมาใช้ได้ โดยไม่ต้องออกไปภายนอกโครงการ

กลับมาที่บริเวณ Drop Off คราวนี้มาดูอีกฝั่งครับ เริ่มต้นจากทางด้านซ้ายมือ บริเวณนี้จะเป็นที่จอดรถสำหรับผู้มาติดต่อ โดยพื้นที่ชั้น 1 ของโครงการ จัดมาเป็นยูนิตขายให้ร้านค้ามาลงได้ โดยมีพื้นที่สำหรับร้านค้าทั้งหมด 22 ยูนิต

หันกลับมาด้านหลังเป็นส่วน Drop Off สามารถวนรถได้ และมีหลังคากระจกยื่นออกมาเพื่อกันฝนสาดได้ ถัดไปจะเป็นพื้นที่ร้านค้าที่ได้เดินดูก่อนหน้าครับ

เดินเข้ามาด้านหน้าที่ต่อเนื่องจาก Drop Off เป็นทางเข้าสู่ Lobby หลักของโครงการ มีตู้ ATM ให้บริการในจุดนี้ครับ ด้านขวาจะเป็นพื้นที่ร้านค้าที่อยู่ใต้อาคาร

เมื่อเดินสำรวจดู ก็จะมีร้านอาหาร คลีนิค และบริการอื่น ๆ ทั่วไป มีคนในโครงการลงมาใช้กันเรื่อย ๆ นะครับ ไม่เงียบเกินไป เมื่อเดินมาจุดปลายสุดด้านซ้ายจะเป็นทางเข้าห้องน้ำ

ห้องน้ำแบ่งชาย หญิงและคนพิการไว้เรียบร้อยครับ

ภายในห้องน้ำส่วนกลาง ภาพรวมโครงการมีการดูแลอย่างดี ทำให้ภายในห้องน้ำยังสะอาดไม่ทรุดโทรมมากครับ

กลับมาที่อีกด้านของฝั่งทางเข้า Lobby ก็เป็นพื้นที่ร้านค้าเช่นกัน

จากนั้นเดินออกมาฝั่งด้านนอกจะเป็นพื้นที่สำหรับจอดจักรยานยนต์ ที่ต่อเนื่องมาจากจุดจอดรถผู้มาติดต่อครับ

จากนั้นเราจะมาเริ่มเดินรอบ ๆ โครงการ โดยเราจะเริ่มจากส่วนที่ต่อมาจากทางเข้าสำหรับลูกบ้านที่ต้องผ่าน Access เข้ามาก่อนนะครับ บริเวณนี้จะเป็นที่จอดรถนอกอาคารแบบไม่ Fix ที่จอดครับ

จุดนี้จะเป็นปลายสุดของโครงการมีศาลพระภูมิโครงการในบริเวณนี้ และเป็นพื้นที่สำหรับจอดรถเช่นกัน

การจราจรภายในโครงการ จัดให้เดินรถทางเดียว แบบตามเข็มนาฬิกา รอบโครงการเพื่อความปลอดภัย และเป็นระเบียบ สภาพแวดล้อมภายในโครงการ ดูแลต้นไม้และความสะอาดได้ค่อนข้างดีครับ

เดินตรงมาอีกนิด จะพบกับพื้นที่ Lift Service สำหรับโหลดของขนาดใหญ่ เข้า – ออก โดยมีรปภ. คอยตรวจตราคนเข้าออกในจุดนี้ ส่วนภาพล่างจะเป็นพื้นที่จอดรถไม่ Fix สิทธิ์ แบ่งพื้นที่สำหรับจอดจักรยานยนต์ลูกบ้านในจุดนี้ครับ

จากนั้นหันไปทางด้านซ้ายจะเป็นถนนรอบโครงการ ที่สามารถวนได้รอบครับ บริเวณนี้ค่อนข้างสงบเพราะเป็นพื้นที่จอดรถ ไม่มีกิจกรรมใด ๆ บริเวณที่มีไม้กั้นอีกชั้นหนึ่งจะเป็นทางเข้าสำหรับขึ้ไปในอาคารจอดรถโดยเฉพาะ และจะมีพื้นที่บางส่วนเป็นที่จอดรถใต้ตัวอาคารรวมอยู่ด้วย

ลองเดินมาดูอีกนิดก่อนจะเข้าอาคารจอดรถ มองไปบริเวณท้ายโครงการแบ่งจุดจอดไว้สองฝั่ง เป็นฝั่งลานกลางแจ้งและใต้อาคาร ปลายสุดจะเป็นห้องพักขยะรวมโครงการ และมีทางที่สามารถวนกลับไปด้านหน้าโครงการได้

จากนั้นเรากลับมาที่จุดจอดรถใต้อาคารครับ ด้านหน้าจะมีไม้กั้นสำหรับเข้าจอดภายในอาคาร ภายในเดินรถทางเดียวบริเวณทางเข้า ในอาคารจอดรถจะแบ่งพื้นที่ระหว่างที่จอดแบบไม่กำหนดสิทธิ์ สามารถจอดตำแหน่งใดก็ได้ และจุดที่กำหนดสิทธิ์จอดเฉพาะ โดยจะมีเลขที่บ้านติดกำกับไว้บริเวณจุดจอดครับ

เมื่อมาถึงปลายสุด ทางด้านซ้ายมือจะเป็นทางขึ้นสู่พื้นที่อาคารจอดรถ บริเวณปลายทางจะมีไม้กั้นสำหรับทางออก ซึ่งบริเวณจุดนี้จะต้องระมัดระวังรถที่วิ่งลงมาจากอาคารจอดรถนะครับ เพราะบริเวณทางขึ้น – ลงจุดนี้จะเดินรถสวนทางกัน ถัดจากไม้กระดกก็จะเป็นถนนที่วนมาจากด้านหลังโครงการ

เมื่อขึ้นมาด้านบน บริเวณนี้ยังเดินรถสวนทางกันอยู่นะครับ แบ่งที่จอดรถออกเป็น 2 ฝั่ง เมื่อไปถึงจุดปลายสุดแล้วเลี้ยวขึ้นด้านบนจะแยกออกเป็น 2 ฝั่งและกลับไปเดินรถทางเดียวอีกครั้ง

เมื่อวนขึ้นมาถึงชั้น 2 แล้วจะพบกับ 3 แยกที่แบ่งไปจุดจอดรถใต้อาคารที่ ใต้ตัวอาคาร เพราะจุดที่เราอยู่ตรงนี้เป็นอาคารจอดรถที่แยกออกมาจากตัวตึกนะครับ

ป้ายคำแนะนำจากทางโครงการ เกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ในการจอดของลูกบ้าน ซึ่งสำหรับห้องนอน 2 ห้อง จะได้สิทธิ์ในการจอดรถ 1 คัน และถือเป็นกรรมสิทธิ์ที่ได้จากทางโครงการเลย ดังนั้นคนที่อยู่ในโครงการอาจจะต้องดูพื้นที่จอดก่อนว่า บริเวณใดสามารถจอดได้บ้างครับ

บริเวณพื้นที่จอดรถที่ได้สิทธิ์จอด จะมีบ้านเลขที่ติดไว้ที่จุดจอดนะครับ หากมีผู้อื่นมาจอดทับที่ก็จะถูกปรับตามที่นิติแจ้งไว้กับลูกบ้าน

จากนั้นลองเดินมาทางด้านขวามือเพื่อไปดูพื้นที่จอดที่อยู่ใต้อาคารครับ โดยจะอยู่ทางด้านซ้ายมือ ที่เป็นทางลาดขึ้นไป บริเวณนี้จัดการจราจรเป็นเดินรถทางเดียวแล้วนะครับ

เมื่อเลี้ยวซ้ายเดินขึ้นตามทางลาด จะพบกับห้องน้ำภายในลานจอดรถ อาจจะมีของที่แม่บ้านวางไว้บ้างครับ

บรรยากาศภายในห้องน้ำก็ยังถือว่ามีความสะอาดน่าใช้งานอยู่ครับ

เมื่อเดินออกมาจากห้องน้ำ บริเวณนี้จะเป็นพื้นที่จอดสำหรับผู้ที่มีกรรมสิทธิ์ในการจอดรถ เพราะบริเวณนี้จะใกล้กับจุดทางเข้าตัวอาคารที่สามารถขึ้นลิฟท์ได้เลย

เมื่อเดินเข้ามาดูใกล้ ๆ จะพบกับประตูทางเข้าตัวอาคาร ประตูด้านซ้ายและขวาเป็นบันไดหนีไฟครับ ซึ่งประตูทุกจุดจะติด Key Card Access ไว้เรียบร้อยป้องกันคนนอกเข้าสู่ตัวอาคารได้ ทางที่จะเข้าสู่โถงลิฟท์จะเป็นประตูกระจกตรงกลางครับ ในส่วนของชั้นอื่น ๆ ก็จะมีรูปแบบคล้ายๆ กัน จากนั้นเราจะพาลงไปดูถนนรอบโครงการกันต่อครับ

จากนั้นข้ามมายังจุดที่เป็นทางออกสู่อาคารจอดรถครับ จุดนี้จะมีถนนรอบโครงการที่ได้เดินดูก่อนขึ้นตึกผ่านจุดนี้ครับ รถที่ลงจากตึกอาจจะต้องระมัดระวังรถทางด้านซ้ายที่มาจากรอบอาคารครับ

 

ตรงมาเรื่อย ๆ ตรงนี้จะมีเจอกับพื้นที่ร้านค้าบริเวณด้านหลังนะครับ ทางด้านขวาเราจะเห็นช่องที่สามารถเดินเข้าไปยังด้านหน้าโครงการได้ สำหรับผู้ที่จะเดินออกมาจากอาคารจอดรถสามารถเดินมาที่ร้านค้าได้จากช่องทางนี้ครับ

จากนั้นเราจะเดินตรงต่อไปบริเวณส่วนด้านหลังร้านค้า บริเวณนี้แบ่งเป็นที่จอดรถกลางแจ้ง เป็นแนวโค้งตามตัวอาคารเลย เมื่อเลยจุดนี้ไป จะไปจบที่ด้านหน้าทางเข้า – โครงการ โดยมีประตูไม้กระดกกั้นก่อนออกครับ และมี 3 แยกที่จะเลี้ยวไปทางด้านซ้ายได้

เมื่อหันมาทางด้านซ้ายจะพบกับที่จอดรถบริเวณลานกล้างแจ้งที่อยู่ด้านหน้าโครงการ หากภายในตึกจอดเต็มก็สามารถมาจอดบริเวณนี้ได้ แต่อาจจะมีระยะเดินมากกว่า แต่บริเวณนี้สามารถหาซื้อของกินของใช้ก่อนที่จะขึ้นตึกได้ครับ

เมื่อเดินรอบโครงการครบแล้ว เรามาเริ่มที่ตัวลอบบี้หลักของโครงการครับ จุดนี้จะเป็นทางเข้า – ออกที่หลักครับ

ภายในลอบบี้ออกแบบมาเป็นโถงสูง โล่ง ๆ ประมาณนี้ครับ มีโต๊ะประชาสัมพันธ์และชุดโต๊ะเก้าอี้สำหรับนั่งรับรอง ส่วนที่เห็นเป็นประตูกระจก จะต้องใช้ Key Card Access เพื่อเข้าสู่พื้นที่ภายในโถงลิฟท์ได้

เข้ามาในโถงลิฟท์ตกแต่งเป็นสีเข้มเก็บขอบลิฟท์ด้วยสแตนเลสเงา ดูเรียบหรูแตกต่างจากภายนอก ในสุดเป็นโถงกระจกมีหน้าต่างเปิดระบายอากาศได้ ด้านนอกเป็นถนนรอบโครงการที่เข้าอาคารจอดรถตามที่ได้เดินดูรอบนอกครับ

เมื่อเข้ามาในลิฟท์ก็จะเจอความแปลกตรงที่ ลิฟท์จะจอดเฉพาะชั้นเลขคี่ครับ หากคนที่มาอยู่ช่วงแรก ๆ ในชั้นคู่อาจจะสงสัยครับ เพราะทางโครงการได้ออกแบบให้ลิฟท์จอดน้อยชั้นลง เพื่อให้โถงลิฟท์ในแต่ละชั้นสามารถทำเป็นโถงกระจกสูง สามารถรับแสงธรรมชาติได้มากขึ้น และการจะเข้าอาคารในแต่ละชั้น ก็จะมีบันไดขึ้นลงสลับกันให้สามารถเข้าสู่ชั้นนั้น ๆ ได้

supalai-park-ryt-plan02

ขึ้นมาที่ชั้น 5 ซึ่งเป็นพื้นที่พักอาศัย จัดวางเป็นแนวยาว แบ่งฝั่งเป็นทิศเหนือและทิศใต้มีทั้งหมด 29 ห้อง แบ่งออกเป็น 1 Bedroom จำนวน 25 ห้อง และ 2 Bedroom จำนวน 4 ห้อง และมีพื้นที่ Facility หลักของโครงการตั้งอยู่บนอาคารจอดรถ แยกส่วนกับพื้นที่พักอาศัย ประกอบไปด้วย สระว่ายน้ำ แบ่งโซนสระเด็ก พื้นที่ระเบียงกลางแจ้งขนาดใหญ่ สามารถจัดกิจกรรมกลางแจ้งได้ ห้องน้ำแยกชายหญิงมีล็อกเกอร์ ห้องซาวน่า ห้องฟิตเนสและห้อง Areobic บันไดหนีไฟบนชั้นพักอาศัย มีรูปแบบการจัดวางเหมือนกับชั้น 1 มุมมองในชั้นนี้ ส่วนใหญ่ยังถูกบังวิว จากอาคารรอบ ๆ ซึ่งทิศใต้จะเป็นวิวเมือง ส่วนทิศเหนือ และทิศตะวันตกจะเป็นหอพัก กับคอนโดที่อยู่ติดกัน

เมื่อเราออกมาจากโถงลิฟท์ จะเห็นว่า โถงลิฟท์จะเป็นพื้นที่ Double Space และมีโถงกระจกสูงเกือบถึงฝ้า ยื่นออกไปเป็นสามเหลี่ยม และมีหน้าต่างเปิดระบายอากาศได้ การออกแบบในลักษณะนี้ ทำให้พื้นที่ของโถงลิฟท์มีความสูงที่มากกว่าปกติ ชั้นพักอาศัยจึงไม่ตรงกับชั้นโถงลิฟท์ จึงทำให้การเข้าโถงทางเดินแต่ละชั้นต้องจัดวางบันได ขึ้นสลับระหว่างแต่ละชั้น โดยเป็นบันไดหลักที่สามารถขึ้นลงได้ทุกชั้นครับ ซึ่งจะมีป้ายบอกชั้นว่าจะขึ้นหรือลงที่ชั้นไหน และแต่ละชั้นเป็นกล่อง Mail Box สำหรับช่วงชั้นนี้ โดยจะไม่ได้อยู่รวมกับชั้นล่าง แต่จะแยกเป็นกลุ่ม ๆ แต่ละช่วงชั้นครับ

เมื่อเดินแยกตามชั้นมาจะพบกับประตูเข้าโถงทางเดินที่กั้นแบ่งเป็นสัดส่วนระหว่างภายนอกโถงลิฟท์ และภายในโถงทางเดินและมีช่องกระจกติดไว้เพื่อให้แสงเข้าสู่โถงทางเดินได้

เมื่อเข้ามาภายในโถงทางเดินที่ชั้น 5 โดยชั้นนี้จะแบ่งเป็นส่วนพักอาศัย และส่วน Facility หลักของโครงการ ซึ่งระยะเดินจากโถงลิฟท์ไม่ไกลมาก ภายในโถงทางเดินได้แสงจากประตูทางเข้าออกจากพื้นที่ส่วนกลางที่มีแสงสว่างอยู่พอสมควร

เมื่อเดินตรงต่อมาจะพบกับทางออก ไปสู่พื้นที่ส่วนกลาง ประตูทางเข้าออกเป็นประตูกระจก โดยพื้นที่ Facility จะอยู่ชั้นบนสุดของอาคารจอดรถ แต่สามารถเข้าออกได้จากประตูทางเข้าจุดเดียวเท่านั้นครับ

พื้นที่ส่วนกลางของโครงการ ชั้นนี้จะเป็นพื้นที่ส่วนกลางหลักของโครงการนะครับ ประกอบไปด้วยสระว่ายน้ำ 1 สระแยกโซนระหว่างสระเด็กที่อยู่ด้านซ้ายมือและสระผู้ใหญ่ ที่ถูกคั่นด้วยทางเดินข้ามไปยัง ห้องน้ำ ที่มีล๊อคเกอร์และซาวน่า แยกชายหญิง พื้นที่ Fitness และห้อง Aerobic มีพื้นที่ขนาดใหญ่ สามรถรองรับจำนวนผู้เข้ามาใช้งานได้มากพอควรครับ

จากนั้นจะเดินข้ามไปยังอีกฝั่ง ลองมองไปทางด้านขวาจะเป็นพื้นที่สระว่ายน้ำที่ตรงกลางวางกระถางปลูกต้นไม้ไว้ 3 จุดเพื่อให้สระน้ำดูไม่โล่งและกว้างจนเกินไป ปลายสุดของสระจะเป็นวิวในทางทิศตะวันออกที่เปิดวิวออกไปได้กว้างครับ บันไดสำหรับลงสระน้ำมีอยู่ฝั่งละ 1 จุดที่ปลายสระครับ

หันมาทางด้านซ้ายมือจะเป็นส่วนของสระเด็กครับ สระเด็กที่นี่มีขนาดใหญ่สามารถลงมาใช้งานได้หลายคนครับ วิวในฝั่งนี้โดนอาคารข้างเคียงบัง จึงทำเป็นกำแพงประดับเพื่อความสวยงาม

ภาพรวมของพื้นที่สระว่ายน้ำ ปัจจุบันยังสามารถใช้งานได้ดี และยังมีการดูแลและบำรุงรักษาให้สามารถใช้งานได้

หันกลับมาอีกด้านจะพบกับพื้นที่ระเบียงริมสระ มีพื้นที่กว้างขวาง ด้านซ้ายมือมีพื้นที่สำหรับล้างตัวก่อนลงสระอยู่ 3 จุดไว้ให้ใช้งาน

เดินมาสู่ทางเข้าพื้นที่ Fitness เป็นประตูกระจกอยู่ทางด้านขวามือ ส่วนทางด้านซ้ายมือเป็นทางเข้าห้องน้ำ แยกชายหญิง

เมื่อลองเดินเข้ามาดูในห้องน้ำ จัดพื้นที่มาเป็นสัดส่วนชัดเจน เมื่อเข้ามาด้านในจะเจอกับส่วนที่เป็นตู้ล๊อคเกอร์สีขเขียว ด้านขวามือเป็นอ่างล้างมือ มีพื้นที่สำหรับเปลี่ยนเสื้อผ้าได้ ถัดเข้าไปด้านในเป็นห้องสุขา 3 ห้องและมีโถปัสสาวะ

เมื่อเดินเข้ามาด้านในจะมีพื้นที่สำหรับอาบน้ำจำนวน 5 ห้องและมีซาวน่าแยกชายหญิงครับ

กลับมาด้านหน้าห้อง ไปดูพื้นที่ทางด้านขวาครับ ภายในเป็นห้องฟิตเนต จัดเครื่องออกกำลังกายแบ่ง 2 ฝั่งตามการใช้งาน โดยฝั่งด้านขวาจะเป็นลู่วิ่งและจักรยาน ส่วนทางด้านขวาจะเป็นอุปกรณ์ยกน้ำหนักและเครื่องออกกำลังเฉพาะส่วน ด้านในสุดที่เป็นกระจกอีกชั้น ห้องนั้นคือ Aerobic ไว้สำหรับเต้น หรือจัดโยคะได้ตามความเหมาะสมครับ

 

supalai-park-ryt-plan03

ตั้งแต่ชั้น 6 ถึงชั้น 29 จะเป็นพื้นที่พักอาศัยทั้งหมด โดยแต่ละชั้นจะมีห้องพักทั้งหมด 31 ห้อง โดยมีห้องสตูดิโอ และ 1 Bedroom เพิ่มขึ้นมาอย่างละ 1 ห้อง ซึ่งพื้นที่ในแต่ละชั้น บริเวณโถงลิฟท์ จะมี Mail Box อยู่บริเวณด้านหน้า การออกแบบโถงลิฟท์ได้จัดพื้นที่เป็นโถงสูงซึ่งทำให้ลิฟท์จะจอดเฉพาะชั้นเลขที่ ถ้าจะเข้าที่ชั้นเลขคู่ ได้จัดทำเป็นบันได ที่สามารถขึ้นลงในระหว่างชั้นได้ โดยมีประตูปิดในแต่ละชั้น และบันไดหนีไฟหลักของโครงการ

มุมมองรอบ ๆ โครงการตั้งแต่ชั้น 6 ขึ้นไป สามารถมองเห็นได้กว้างขึ้น โดยในทางทิศเหนือส่วนใหญ่เป็นบ้าน 2 ชั้น มุมมองบริเวณด้านนี้สามารถมองไปได้กว้างขึ้น ส่วนในด้านทิศใต้จะเป็นวิวเมือง ในด้านนี้ตั้งแต่ชั้น 10 ขึ้นไป จะสามารถมองวิวได้กว้างขึ้น ส่วนใหญ่เป็นอาคารสำนักงานและคอนโดสูงประมาณ 30 ชั้น ในฝั่งด้านนี้จะมีความคึกคักกว่าทิศเหนือ เนื่องจากอยู่ติดถนนรัชดาภิเษก ซึ่งมีการจราจรพลุกพล่านตลอดเวลา โดยในชั้นล่าง ๆ จะได้ยินเสียงรถวิ่งไปมาและมีฝุ่น แต่เมื่อขยับขึ้นไปประมาณชั้น 15 ก็จะเบาลงครับ

มาดูส่วนของพื้นที่พักอาศัยกันบ้างนะครับ พื้นที่โถงลิฟท์เหมือนกับชั้น 5 ในภาพจะสังเกตเห็นว่ามีตู้จดหมายอยู่ตามชั้นต่าง ๆ ไม่ได้รวมไว้ที่ชั้นล่าง เพื่อให้มีความสะดวกโดยไม่ต้องลงไปดูที่ชั้น 1 หากเราจอดรถไว้ชั้นอื่นที่ปกติแล้วจะต้องลงไปที่ชั้น 1 ก่อนเพื่อไปดูตู้จดหมาย

เมื่อเข้ามาด้านในโถงทางเดิน จุดที่อยู่ติดประตูที่มาจากโถงลิฟท์จะเป็นห้องพักขยะ ที่ปลายสุดของทางเดินทั้งสองฝั่งเป็นประตูหนีไฟ แสงสว่างภายในจึงต้องใช้ไฟภายในอาคารช่วย

บริเวณโถงทางเดินภายในเราจะเห็นช่องใส ๆ อยู่บนเพดาน เมื่อลองเดินเข้าไปดูใกล้ ๆ ก็คือช่องสำหรับดูเลขมิเตอร์น้ำได้โดยไม่ต้องเปิดประตูช่องท่อครับ

supalai-park-ryt-plan09ff

พื้นที่ส่วนกลางนั้น นอกจากจะมีที่ชั้น 5 แล้ว ยังมีอีกจุดหนึ่งที่น่าสนใจนั่นคือชั้นดาดฟ้าครับ ตัวโครงการมีทั้งหมด 30 ชั้น จึงได้จัดพื้นที่ส่วนกลางบริเวณชั้นดาดฟ้าไว้เพื่อให้ขึ้นไปชมวิว สูดอากาศ หรือขึ้นไปทำกิจกรรมพบปะกันได้ มีพื้นที่เป็นห้อง Sky Lounge ไว้ให้สามารถใช้งานได้อยู่บริเวณตรงกลางอาคารถัดจากทางออกลิฟท์ ส่วนพื้นที่ทั้ง 2 ฝั่งเป็น Roof Garden ที่ปลูกหญ้าจริงไว้ทั้ง 2 ด้าน และล้อมกระถางต้นไม้ไว้รอบ ๆ ห่างจากแนวขอบอาคารที่มีกำแพงกันตกอีกชั้นหนึ่ง สภาพปัจจุบันยังสามารถใช้งานได้ ไม่ทรุดโทรมมาก ถือว่าดูแลได้ดีครับ

นอกจากจะมีพื้นที่ส่วนกลางหลักที่ชั้น 5 แล้ว ยังมีพื้นที่ Facility อีกส่วนที่จะพาขึ้นมาดูนั่นก็คือพื้นที่ชั้นดาดฟ้านะครับ

เมื่อออกมาภายนอกก็จะพบกับ Sky Lounge ที่เป็นโถงสูงวางอยู่ด้านนอก หากใครต้องการใช้พื้นที่สามารถขอกุญแจนิติเพื่อมาเปิดใช้งานได้

เมื่อเดินออกมาภายนอกจะพบกับลานขนาดใหญ่ ซึ่งหญ้าที่เห็นนั้นเป็นหญ้าจริง ปลายสุดของพื้นที่เป็นช่องบันไดหนีไฟ

เมื่อเดินออกมาแล้วหันกลับไปจะเห็น Sky Lounge บนชั้นดาดฟ้าอากาศดีมีลมพัดตลอดเวลา

เดินข้ามมาอีกฝั่งของอาคาร ปลูกหญ้าเช่นเดียวกับฝั่งแรกที่ไปดู ภาพรวมของส่วนกลางถือว่าดูแลได้ดีมาก บรรยากาศโดยรวมถือว่ายังไม่เก่าสำหรับคอนโดที่มีอายุผ่านไปแล้วประมาณ 3 – 4 ปีครับ

คลิกเพื่อดูภาพขนาดใหญ่

เรามาดูวิวในแต่ละด้านนะครับ โดยจะวนทวนเข็มนาฬิกาไปครับ รอบ ๆ โครงการในทิศเหนือภาพรวมส่วนใหญ่เป็นบ้านพักอาศัย ด้านนี้จะสงบกว่าทุก ๆ มุมครับ ส่วนในด้านทิศตะวันตกจะเป็นถนนวิภาวดีรังสิต แต่จะไม่ใกล้ซะทีเดียวครับ มีคอนโด Vantage ที่บังอยู่ ด้านนี้จะคึกคักขึ้นมาหน่อยเพราะเป็นถนนใหญ่ที่มีรถวิ่งตลอด ต่อเนื่องมายังทิศใต้ที่เป็นถนนรัชดาภิเษก ในด้านนี้จะมีความคึกคักเพราะมีเสียงรถวิ่งตลอดเวลา ตรงข้ามกันเป็นพื้นที่ Community Mall ที่อยู่ใกล้กับอาคารสำนักงาน ไกลออกไปในย่านนี้เป็นวิวเมือง ส่วนใหญ่เป็นอาคารสำนักงานและคอนโด และต่อเนื่องไปทางด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้กับทิศตะวันออก ด้านนี้จะเป็นวิวเมืองเช่นกัน แต่จะเป็นมุมที่เห็นแยกรัชโยธิน คอนโดข้างเคียง กลุ่มอาคาร SCB Park Plaza และ ตึกช้าง ในด้านนี้จะได้แสงแดดในช่วงเช้าครับ ยังไม่ถือว่าร้อนเท่าไหร่ แต่สามารถทำให้ห้องไม่อับและระบายอากาศได้ดี ทั้งนี้หากสนใจห้องที่เปิดออกไปในมุมไหนสามารถติดต่อเอเจนซี่เพื่อเข้าไปภายในห้องและดูวิวในแต่ละด้านก่อนตัดสินใจซื้อได้ครับ

มุมมองมุมสูงจากโครงการ ศุภาลัย ปาร์ค รัชโยธิน ประมาณชั้นที่ 20 ทางฝั่งทิศเหนือ ระยะที่ติดกับโครงการจะเป็นหอพักสูงประมาณ 5 ชั้น แต่เมื่อไกลออกไปส่วนใหญ่จะเป็นบ้านพักอาศัยสูงประมาณ 2 – 3 ชั้น ด้านนี้จะเปิดโล่งและไม่มีแสงแดดส่องผ่านจึงไม่ร้อนมากครับ

ส่วนในฝั่งทิศตะวันตกนั้น ห้องที่ได้วิวนี้ส่วนใหญ่จะเป็นห้องมุมคือแบบ 2 Bedroom ใกล้กับโครงการ ส่วนใหญ่เป็นอาคาร หอพัก สูงประมาณ 5 ชั้น ในฝั่งด้านนี้ จะเห็นวิวตั้งแต่ชั้น 7 ขึ้นไป และด้านนี้จะอยู่ติดกับคอนโด Vantage เมื่อมองไกลออกไปจะเป็นถนนวิภาวดีรังสิต ถัดจากนี้ไปก็จะเป็นวิวเมืองในฝั่งประชาชื่นครับ

ส่วนในทิศใต้ ด้านนี้จะติดกับถนนรัชดาภิเษกที่เป็นจุดทางเข้าออกโครงการ ในระยะใกล้จะเป็น Box Space Community Mall ถัดไปส่วนใหญ่เป็นบ้านพักอาศัยและหอพักสูงไม่เกิน 5 ชั้น ไกลออกไปส่วนใหญ่จะเป็นอาคารสูงที่เป็นอาคารสำนักงาน คอนโดมิเนียม สูง 20 -30 ชั้น ซึ่งเป็นวิวเมืองที่รายรอบในบริเวณนี้ครับ

ทางด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้และทิศตะวันออก มุมมองในด้านนี้จะเป็นฝั่งวิวเมืองและมีความคึกคักกว่าทิศเหนือครับ เป็นวิวถนนรัชดาภิเษกมุ่งหน้าพระราม 9 ด้านนี้จะเห็น กลุ่มอาคาร SCB Park , สนามฝึกซ้อมกอล์ฟรัชดา – วิภาวดี ไกลออกไปจะเป็นคอนโด Sarin Place , Wind และตึกช้าง หากใครที่ชอบดูสีสันในเมืองก็สามารถเลือกห้องที่มองออกไปเป็นวิวเมืองได้ครับ

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • Lobby
  • พื้นที่ร้านค้า 22 ยูนิต
  • สวนหย่อมรอบโครงการ
  • สนามเด็กเล่น
  • สระว่ายน้ำ 1 สระ แบ่งโซนสระเด็ก และสระผู้ใหญ่
  • ห้องออกกำลังกาย 1 ห้อง
  • ห้อง Aerobic 1 ห้อง
  • ห้องน้ำ + ล๊อคเกอร์ และ Sauna แยกชาย-หญิง
  • สวน และ Sky Lounge ที่ชั้นดาดฟ้า
  • ลิฟท์โดยสาร 3 ตัว
  • Service Lift 1 ตัว
  • อัตราส่วนลิฟท์รวมทั้งโครงการ 268 :  1
  • ที่จอดรถประมาณ 60% รวมห้องที่ได้สิทธิ์จอด และพื้นที่กลางแจ้ง
  • ที่จอดรถเป็นกรรมสิทธิ์ที่ให้กับห้องขนาด 2 ห้องนอน 1 คัน/ห้อง
  • ระบบ CCTV / Access Card บริเวณทางเข้าลอบบี้ และอาคารจอดรถ
  • ทางเข้าที่จอดรถระบบ Easy Pass แยกจอดระหว่างลูกบ้านและผู้มาติดต่อ


Product Walkthrough

สำหรับรีวิวนี้จะขอวิเคราะห์ผังห้องทั้งหมดในโครงการ เนื่องจากพอเป็นห้องมือ 2 จึงไม่มีห้องตัวอย่างให้ชมครับ รายละเอียดของแต่ละห้องก็จะแตกต่างกันตามการตกแต่งของเจ้าของห้องเดิม หากใครสนใจหรือต้องการสอบถามข้อมูลในโครงการนี้แนะนำว่านัดเจ้าของหรือเอเจนซี่ ไปดูสภาพและบรรยากาศภายในห้อง ด้วยตัวเองเพราะมีหลายปัจจัยในการตัดสินใจครับ เช่น

  • สภาพภายในห้องและการดูแลรักษาห้อง ยังเหมือนใหม่หรือดูทรุดโทรม หรือชำรุดหรือไม่
  • เจ้าของเดิมเคยปล่อยห้องให้เช่ามาก่อนที่จะขายหรือไม่
  • การตกแต่งในห้องเดิมอาจไม่ตรงตามความชอบหรือห้องนี้ค่อนข้างทรุดโทรมแล้ว แต่เป็นห้องที่ตำแหน่งดี ได้วิวสวย ก็อาจจะต้องเผื่องบประมาณค่าตกแต่งหรือซ่อมแซมใหม่ในส่วนนี้ครับ

ส่วน Spec วัสดุมาตรฐานจากโครงการ (ซึ่งอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้ ขึ้นอยู่กับเจ้าของห้องมือ 1 รวมไปถึงเฟอร์นิเจอร์อื่นๆ ด้วยนะคะ)

  • พื้นลามิเนต (Studio , ห้องนอน 1 , 2 Bedroom)
  • พื้นกระเบื้องเซรามิค (ครัว , ห้องน้ำ , ห้องนั่งเล่น 1 , 2 Bedroom)
  • พื้นทรายล้าง (ระเบียง)
  • พื้นที่ครัวแยกมีฉากกั้นแยกส่วนพร้อม Built in ครัว

แบบห้องของโครงการ ศุภาลัย ปาร์ค รัชโยธิน จะมีทั้งหมด 3 แบบ ได้แก่

  • Studio 32 ตร.ม.
  • 1 Bedroom 47.5 – 49.5 ตร.ม.
  • 2 Bedrooms 66 ตร.ม.

สำหรับรีวิวครั้งนี้จะมีแปลนห้องแบบ 3 แบบ คือแบบ  Studio 32 ตร.ม. 1 Bedrooms 49.5 ตร.ม. และ 2 Bedroom 66 ตร.ม. ครับ

เริ่มต้นที่ห้องแรก เป็นห้อง Studio 32 ตร.ม. ลักษณะห้องเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าเป็นแนวยาว การจัดพื้นที่ภายในมีประตูกั้นเป็นสัดส่วนแยกการใช้งานชัดเจน โดยแบ่งฟังก์ชั่นออกเป็น 5 ส่วน คือ ส่วนรับแขก ส่วนนอน ส่วนทานอาหาร ห้องอเนกประสงค์ (ห้องครัว) และห้องน้ำ โดยเริ่มต้นจาก ส่วนรับแขก สามารถจัดวางโซฟาขนาด 2 ที่นั่งแบบพอดี ๆ ฝั่งตรงข้ามสามารถทำ Built in แบ่งลำดับการใช้งานตั้งแต่ ตู้เก็บของ ชั้นวางทีวีและโต๊ะทำงานต่อเนื่องกันเป็นแนวยาว ติดกันกับรับแขกจะเป็นเตียงนอนขนาด 5 ฟุต ที่สามารถวางตู้เตี้ยได้ทั้ง 2 ฝั่ง ถัดจากส่วนนอนเป็นตู้เสื้อผ้า ตรงข้ามกับตู้เสื้อผ้าเป็นส่วนทานอาหารสามารถวางโต๊ะขนาด 2 ที่นั่งได้ ซึ่งต่อเนื่องไปยังห้องน้ำที่อยู่ปลายสุด ภายในห้องน้ำแบ่งเป็น 2 ส่วน แยกส่วนแห้งที่มีอ่างล้างมือ และโถสุขภัณฑ์ กับส่วนเปียกที่เป็นพื้นที่อาบน้ำ กั้นด้วยฉากกั้นอาบน้ำ อุปกรณ์ภายในครบเพียงพอต่อการใช้งาน ติดกับห้องน้ำจะเป็นห้องครัวที่มีประตูกั้นแบ่ง สามารถประกอบอาหารได้ จัดวางตู้เย็นและชุด Built in ครัว ไว้ฝั่งเดียวกัน เนื่องจากห้องไม่มีระเบียงพอที่จะสามารถออกไปใช้งานได้ จึงได้จัดวาง Condensing Unit ไว้บริเวณนี้ ถึงแม้ห้องรูปแบบนี้จะไม่มีพื้นที่ที่สามารถเดินออกระเบียงไปยังภายนอกได้ แต่ก็มีการจัดวางที่ไม่ทำให้ห้องทึบและอับชื้นจนเกินไป เหมาะแก่การอยู่อาศัยและใช้ชีวิตประจำวันได้

ข้อจำกัดของการวางฟังก์ชั่นแบบนี้คือ เมื่อจัดวางฟังก์ชั่นที่เป็นห้องน้ำและห้องครัวไว้ด้านหลัง จึงทำให้ภายในห้องได้รับแสงน้อย ในการใช้งานอาจจะต้องเปิดไฟภายในห้องตลอดเวลา เพราะช่องแสงด้านหลังไม่สามารถทำได้ใหญ่มาก เนื่องจากเป็นพื้นที่ใช้งานไปแล้วส่วนใหญ่ แต่ก็มีจุดดีคือ การระบายอากาศในส่วนที่ต้องการระบายจริง ๆ เช่นครัวและห้องน้ำ ที่กั้นเป็นสัดส่วนชัดเจน ถึงแม้จะเป็นห้อง Studio แต่ก็สามารถทำครัวจริงจังได้โดยไม่มีกลิ่นรบกวนภายในห้อง เหมาะกับการใช้ในชีวิตประจำวัน ทั้งนี้ทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับ Life Style ของผู้ใช้งานแล้วล่ะครับ ว่าจะเหมาะกับตนเองหรือไม่

ห้อง 1 Bedroom ขนาด 47.5 – 49.5 ตร.ม. การจัดพื้นที่ภายในมีประตูกั้นเป็นสัดส่วนแยกการใช้งานชัดเจน โดยแบ่งการใช้งานออกเป็น 6 ส่วน คือ ส่วนรับแขก ทานอาหาร อเนกประสงค์ (ส่วนครัว) ห้องน้ำ ห้องนอน และระเบียง การออกแบบและจัดกลุ่มนั้นจะเริ่มต้นจาก ส่วนรับแขก ที่อยู่บริเวณทางเข้าห้อง พื้นที่รับแขกสามารถวางโซฟาขนาด 2 – 3 ที่นั่งได้ ตรงข้ามกันสามารถทำ Built in ได้ตลอดแนวผนัง สามารถเก็บของจุกจิกต่าง ๆ ได้อย่างเป็นระเบียบ ถัดเข้าไปเป็นพื้นที่ทานอาหาร จัดวางโต๊ะทานอาหารได้ 2 -3 ที่นั่ง ปลายสุดของห้องจะแบ่งเป็น ห้องครัว และห้องน้ำ พื้นที่ครัวมีประตูกระจกกั้นสามารถทำอาหารหนัก ๆ ได้ เพราะอยู่ฝั่งด้านนอกที่มีหน้าต่างเปิดและระบายอากาศ มี Built in ครัว อ่างล้างจานและก๊อกน้ำให้ ตรงข้ามกันวางตู้เย็นและเครื่องซักผ้าไว้ ระยะเพียงพอต่อการใช้งาน ไม่อึดอัด ห้องน้ำแบ่งเป็น 2 ส่วน แยกส่วนแห้งที่มีอ่างล้างมือ และโถสุขภัณฑ์ และส่วนเปียกที่เป็นพื้นที่อาบน้ำ กั้นด้วยฉากกั้นอาบน้ำ อุปกรณ์ภายในครบเพียงพอต่อการใช้งาน ซึ่งการจัดห้องเน้นใช้งานภายใน จัดพื้นที่ที่มีความชื้นและการทำอาหารอยู่ติดด้านนอกเพื่อการระบายอากาศที่ดี แต่ก็แลกมาด้วยแสงสว่างที่เข้ามาภายในได้น้อยลงและต้องเปิดไฟในห้องช่วยตลอดเวลา

ส่วนพื้นที่ห้องนอนและระเบียงจะถูกจัดไว้อีกกลุ่ม แยกฝั่งและกั้นด้วยประตูเข้าห้องเพื่อความเป็นส่วนตัว เมื่อเข้ามาจะพบกับพื้นที่สำหรับวางโต๊ะทำงานที่อยู่ใกล้กับประตูออกระเบียงโดยทำเป็นประตูบานเลื่อนกระจก พื้นที่ระเบียงออกแบบมาให้มีความลึกพอที่จะตากผ้า หรือทำเป็นพื้นที่นั่งเล่น และจัดวาง Condensing Unit ไว้ปลายสุดของระเบียง เพื่อระบายลมร้อนได้สะดวก ส่วนพื้นที่ภายในห้องนอนเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีความลึกจึงจัดเตียงชิดในสุด ทำให้มีพื้นที่บริเวณระหว่างโต๊ะทำงานกับเตียงนอน สามารถทำตู้ Buit in ได้ ถ้าดูระยะในแปลนอาจจะทำได้ทั้ง 2 ฝั่งเลย ด้านในสุดจัดวางเตียงนอนไว้สามารถวางเตียงขนาด 5 ฟุตและวางโต๊ะด้านข้างเตียงได้ ปลายเตียงมีพื้นที่พอที่จะวางทีวี หรือ ติดที่ผนังตามต้องการ  และมีแสงจากธรรมชาติจากพื้นที่ระเบียงที่เข้ามาสู่ตัวห้องไม่มืดทึบอีกด้วย

 

ถัดมาเป็นห้องใหญ่สุดในโครงการ เป็นห้อง 2 Bedroom ขนาด 66 ตร.ม. มีแนวคิดของการจัดห้อง เน้นใช้งานภายใน จัดพื้นที่ที่มีความชื้นและพื้นที่ Service อยู่ติดด้านนอกเพื่อการระบายอากาศที่ดี แบ่งการจัดพื้นที่ภายในมีฟังก์ชั่นการใช้งาน 6 ส่วน คือ ส่วนรับแขก ส่วนทานอาหาร ส่วนอเนกประสงค์ (ห้องครัว) ห้องน้ำ ห้องนอนใหญ่มีระเบียง และห้องนอนเล็ก การออกแบบและจัดกลุ่มนั้นจะเริ่มต้นจาก ส่วนรับแขก ที่อยู่บริเวณทางเข้าห้อง พื้นที่รับแขกนั้น สามารถวางโซฟาขนาด 2 – 3 ที่นั่งได้ ฝั่งตรงข้ามมีประตูเข้าห้องนอนใหญ่และห้องนอนเล็กอยู่ติดริมทั้ง 2 ฝั่ง ตรงการสามารถทำเป็นชุด Built in วางทีวีและเป็นตู้ใส่ของได้ ถัดเข้าไปเป็นพื้นที่ทานอาหาร ที่สามารถวางวางโต๊ะทานอาหารได้ 4 – 5 ที่นั่ง ปลายสุดของห้องจะแบ่งเป็น ห้องครัว และห้องน้ำ พื้นที่ครัวมีประตูกระจกกั้นสามารถทำอาหารหนัก ๆ ได้ เพราะอยู่ฝั่งด้านนอกที่มีหน้าต่างเปิดและระบายอากาศ มี Built in ครัว อ่างล้างจานและก๊อกน้ำให้ ตรงข้ามกันวางตู้เย็นและเครื่องซักผ้าไว้ ระยะเพียงพอต่อการใช้งาน ไม่อึดอัด ภายนอกจัดพื้นที่สำหรับวาง Condensing Unit ไว้ด้านนอกเพิ่มความเป็นสัดส่วนไม่รบกวนพื้นที่ระเบียงภายในห้องนอน ห้องน้ำมี 1 ห้อง แบ่งการใช้งานเป็น 2 ส่วน แยกส่วนแห้งที่มีอ่างล้างมือ และโถสุขภัณฑ์ และส่วนเปียกที่เป็นพื้นที่อาบน้ำ กั้นด้วยฉากกั้นอาบน้ำ อุปกรณ์ภายในครบต่อการใช้งาน

ส่วนพื้นที่ห้องนอนได้จัดห้องนอนใหญ่ไว้ฝั่งด้านนอกเพื่อเปิดวิวทั้ง 2 ด้าน เพราะ Type 2 Bedroom จะเป็นห้องมุมทั้งหมด โดยพื้นที่ในห้องนอนเป็นพื้นที่สี่เหลี่ยมผืนผ้าเมื่อเข้ามาในห้องจะเจอกับเตียงนอนที่สามารถวางขนาด 6 ฟุตและมีพื้นที่ข้างเตียงพอที่จะวางโต๊ะทำงานขนาด 1 ที่นั่งได้ ด้านข้างเตียงมีหน้าต่าง สามารถเปิดระบายอากาศได้ ส่วนบริเวณปลายเตียงมีพื้นที่พอที่จะวางทีวี ซึ่งแบ่งพื้นที่ที่อยู่ติดกันไว้เป็นประตูกระจกที่สามารถออกระเบียงได้ ใกล้กันสามารถวางตู้เสื้อผ้าได้ในบริเวณนี้ พื้นที่ระเบียงห้องนี้มีความพิเศษคือ ออกแบบระเบียงให้มีความโค้งมนและยื่นออกไปด้านนอกอาคาร มีพื้นที่พอที่จะวางโต๊ะเก้าอี้เพื่อนั่งพักผ่อนดูวิวทิวทัศน์ภายนอกได้ และที่มีเพิ่มเติมคือห้องนอนเล็ก รูปแบบเป็นห้องสี่เหลี่ยมจัตุรัสภายในห้องจัดวางเตียงขนาด 5 ฟุตไว้ใช้งาน สามารถจัดวางตู้เสื้อผ้าและโต๊ะทำงานขนาดเล็กได้ ปลายสุดของเตียง มีพื้นที่พอที่จะวางทีวี หรือจะนำไปติดที่ผนังเพื่อเพิ่มพื้นที่ห้อง ข้างกันมีหน้าต่างที่เปิดให้แสงเข้าและระบายอากาศได้ และวาง Condensing Unit ไว้ด้านนอก

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะครับ

ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 15 December 2016

เนื่องจากเป็นโครงการที่ขายหมดและโอนกรรมสิทธิ์หมดแล้ว ดังนั้นต้องซื้อต่อจากเจ้าของเดิม ทำให้ราคาก็จะค่อนข้างหลากหลายขึ้นอยู่กับทำเลห้องได้อยู่ชั้นสูงหรือชั้นล่าง ตกแต่งครบ ความพอใจราคาจากการตกลงกันระหว่างคนซื้อและคนขายราคาต่อตารางเมตรในปัจจุบัน ปี 2016 จะอยู่ที่ประมาณ 60,000 – 80,000 บาท/ตร.ม.

  • ที่จอดรถสำหรับ 2 ห้องนอน จำนวน 1 คัน
  • ห้องทั่วไปได้สิทธิ์ห้องละ 1 คัน ไม่จำกัดจุดจอด ไม่มีค่าใช้จ่าย
  • ค่าส่วนกลาง 30 บาท/ตร.ม./ปี

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ครับ


เจาะลึกรวบยอด

ทำเลโครงการ ศุภาลัย ปาร์ค รัชโยธิน นั้นมีจุดเด่น คือ ตั้งอยู่บนถนนรัชดาภิเษกฝั่งมุ่งหน้าพระราม 9 ใกล้กับสี่แยกรัชโยธินในย่านธุรกิจ ด้วยพื้นที่ตรงนี้สามารถไปเชื่อมต่อกับถนนสายหลักได้หลากหลายไม่ว่าจะเป็นทางฝั่งวิภาวดี ข้ามไปทางสี่แยกรัชวิภา ไปเชื่อมต่อกับย่าน ประชานูกุล ประชาชื่น หรือมาทางสี่แยกรัชโยธินก็มาเชื่อมต่อกับถนนพลโยธิน ถนนลาดพร้าว หรือตรงไปถึงแยกพระราม 9 เพื่อเข้าเมือง โครงการจัดอยู่ในทำเลที่มีความอุดมสมบูรณ์ในหลาย ๆ ด้าน ทั้งแหล่งงาน สถานที่ราชการ สถานศึกษา  แหล่งของกินของใช้ โดยรอบมีร้านค้าและห้างสรรพสินค้าให้เลือกค่อนข้างหลากหลายเรียกว่ามีครบหมด จึงเหมาะกับคนที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัยที่เดินทางสะดวกใกล้แหล่งงาน ทำงานในย่านนี้หรือใกล้เคียง และปัจจุบันกำลังก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียวซึ่งเพิ่มทางเลือกในการเดินทาง จึงเป็นทำเลที่น่าจับตามองว่าในอนาคตทำเลนี้ราคาคอนโดจะมีราคาที่สูงขึ้นต่างจากปัจจุบัน

การเดินทางโดยใช้รถ มีความสะดวกสามารถเชื่อมต่อได้หลากหลายเส้นทาง เพราะตัวโครงการอยู่ในฝั่งถนนรัชดาภิเษกขาเข้าที่เดินทางเข้าเมืองสะดวก โดยในปัจจุบันถนนรัชดาภิเษกที่อยู่หน้าโครงการนั้น บริเวณสี่แยกรัชโยธินกำลังทำการรื้อสะพานข้ามแยกเพื่อเปลี่ยนเป็นอุโมงค์ลอดแยกแทน เพราะจะมีแนวรถไฟฟ้าสายสีเขียวผ่านบริเวณทางแยกในถนนพหลโยธิน ดังนั้นการจราจรในช่วงนี้จนถึงปี 2563 นั้น จะยังมีปัญหาอยู่พอสมควร แต่เมื่อแล้วเสร็จการจราจรจะคล่องตัวกว่านี้แน่นอนครับ ข้อดีของโครงการนี้คือ อยู่ใกล้กับซอยทางลัด คือ ซอยรัชดาภิเษก 46 / 1 ที่ลัดเลาะออกไปยังถนนวิภาวดีรังสิต ถนนงามวงศ์วาน และถนนพหลโยธินได้อย่างสะดวก สามารถเลี่ยงรถติดในช่วงนี้ได้ แต่ผู้ขับขี่ต้องชำนาญทางในซอยหน่อยนะครับเพราะบางช่วงถนนจะค่อนข้างแคบ และมีเลี้ยวมีแยกในซอยเยอะครับ

การเดินทางโดยไม่ใช้รถ ปัจจุบันสามารถเลือกขึ้นรถประจำทางได้ 3 เส้นทางหลักๆ คือถนนรัชดาภิเษกคือบริเวณหน้าโครงการ ถนนพหลโยธิน และถนนวิภาวดีรังสิต ที่สามารถนั่งวินมอเตอร์ไซด์ไปขึ้นรถได้ แต่ในปี 2563 รถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายจะสร้างเสร็จและเปิดให้บริการ โดยแนวรถไฟฟ้าจะอยู่บริเเวณถนนพหลโยธิน ซึ่งโครงการจะอยู่ใกล้กับสถานีรัชโยธินในระยะทางประมาณ 1 กม. ที่เพิ่มทางเลือกในการเดินทางเข้าเมืองได้สะดวกมากขึ้น

วิวโดยรอบโครงการ ตัวอาคารสูง 30 ชั้น เปิดมุมมองทิศเหนือและใต้ โดยในฝั่งทิศเหนือ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่บ้านพักอาศัยไม่เกิน 3 ชั้น มีบางส่วนที่ติดกับโครงการเป็นหอพักสูง 5 ชั้น ทำให้มุมมองตั้งแต่ชั้น 7 ขึ้นไปมุมมองจะกว้างขึ้น ส่วนในด้านทิศใต้ เป็นวิวเมือง ส่วนใหญ่จะเป็นอาคารสำนักงานและ คอนโด สูงประมาณ 30 ชั้น ฝั่งด้านนี้เป็น City View ค่อนข้างมีความคึกคัก ดังนั้น ก็ขึ้นอยู่กับคนเลือกซื้อนะครับ ว่าชอบบรรยากาศแบบใด

การออกแบบโครงการ มีแนวคิดในการจัดวางพื้นที่ร้านค้ามีมากถึง 22 ยูนิต เพื่อรองรับกับคนในโครงการ ซึ่งพื้นที่โครงการด้วยพื้นที่ขนาด 8 ไร่ จึงมีพื้นที่สีเขียวอยู่รอบอาคาร ปัจจุบันต้นไม้ ขยายกิ่งก้านมีร่มเงามากขึ้น บรรยากาศภายในจึงมีความสงบร่มรื่น การจอดรถสามารถจอดรถรอบ ๆ และบนอาคารได้ จัดวางส่วนของสนามเด็กเล่นไว้ด้านหน้าโครงการบริเวณฝั่งทิศใต้ใกล้กับร้านค้า Facility ได้ทำการจัดวางให้อยู่ที่ชั้น 5 และชั้นดาดฟ้า ส่วนรูปแบบการจัดห้องพักของตัวอาคาร ออกแบบเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าและมีจำนวนยูนิตต่อชั้นสูงสุด 31 ยูนิต ถือว่าหนาแน่นมาก วางตำแหน่งโถงลิฟท์อยู่ตรงกลางอาคารและออกแบบพื้นที่โถงลิฟท์ให้เป็นพื้นที่โถงสูง จึงได้ลดจำนวนชั้นของลิฟท์ให้จอดเฉพาะชั้นเลขคี่ ฉะนั้นการเข้าถึงระหว่างชั้นเลขคู่นั้นจะใช้บันไดเพื่อเชื่อมในแต่ละชั้น มีข้อดีคือ ลิฟท์จะจอดน้อยชั้นลง เนื่องจากตัดชั้นเลขคู่ออกแต่แลกด้วยอัตราการรอลิฟท์ซึ่งอยู่ที่ 268 : 1 ที่สูงมากตามไปด้วย ข้อเสียคือการจะเดินเข้าโถงทางเดินแต่ละชั้นก็ต้องเดินขึ้น หรือ ลงบันไดเพื่อเข้าสู่โถงทางเดิน อาจจะลำบากสำหรับคนสูงอายุหรือผู้พิการที่ต้องใช้ Weel Chair

การออกแบบในห้องพัก มีมาให้เลือก 3 ขนาด สามารถที่จะเลือกห้องให้เหมาะสมกับการพักอาศัยได้ ทั้งครอบครัวขนาดเล็ก – กลาง ซึ่งในการออกแบบนั้น ได้แบ่งกลุ่มพื้นที่ การใช้งานโดยเน้นการอยู่อาศัยภายในห้องเป็นหลัก ทำการจัดวางห้องครัวและห้องน้ำไว้ด้านนอก เพื่อการระบายอากาศที่ดี และมีฉากกั้นให้ทุกส่วนแยกจากกันชัดเจน ห้องนอนแบ่งส่วนกับห้องนั่งเล่น เพื่อความเป็นส่วนตัว ในการใช้งาน มีพื้นที่ระเบียงสามารถออกไปใช้งานได้

วัสดุที่ได้ มีมาให้ครบตามมาตรฐานของโครงการ พื้นภายในห้องป็นกระเบื้องเซรามิค ห้องนอนเป็นพื้นลามิเนต ส่วนพื้นที่ระเบียงเป็นทรายล้าง ภายในห้องน้ำแยกส่วนเปียกส่วนแห้ง มีอุปกรณ์มาให้ครบชุด และ มีฉากกั้นอาบน้ำให้ ห้องครัวมี Built in อ่างล้างจานและก๊อกน้ำ ซึ่งในปัจจุบันการตกแต่งภายในห้องไม่ว่าจะเป็นเฟอร์นิเจอร์หรือวัสดุปูพื้นและผนังต่าง ๆ มีการปรับเปลี่ยนไปจากเดิมตามการตกแต่งของเจ้าของเดิม ดังนั้นรูปแบบการขาย บางห้องอาจขายพร้อมอุปกรณ์เฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้าครบชุด หรือเป็นห้องเปล่าไปเลย แนะนำว่าควรดูราคาขายเทียบกับของในห้องปัจจุบันว่ายังมีสภาพดีอยู่หรือไม่ เพื่อประกอบการตัดสินใจว่าคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไปในการเลือกซื้อห้องครับ

สาธารณูปโภคภายในโครงการ มีจุดเด่น คือ พื้นที่ร้านค้าด้านล่างที่มีมาให้ถึง 22 ยูนิต ที่ปัจจุบันก็มีร้านค้าเปิดให้บริการเต็มพื้นที่ ลูกบ้านภายในโครงการสามารถลงมาซื้อหาของกินของใช้ได้สะดวกไม่ต้องออกไปนอกโครงการ พื้นที่ส่วนกลางหลัก ๆ จะอยู่ที่ชั้น 5 ประกอบด้วย สระว่ายน้ำแยกสระเด็ก ห้องน้ำมีซาวน่าแยกชายและหญิง มีตู้ล๊อคเกอร์ให้ Fitness ที่มีพื้นที่กว้างขวาง ภายในสุดเป็นห้อง Areobic แยกออกมาให้ใช้งานได้อเนกประสงค์ ส่วนบนชั้นดาดฟ้ามี Sky Lounge และสนามหญ้าที่สามารถขึ้นไปใช้งานได้ ถึงแม้โครงการนี้จะผ่านมาเกือบ 4 ปีแล้ว พื้นที่ส่วนกลางของโครงการก็สามารถดูแลได้เป็นอย่างดี มีความสะอาดและน่าใช้งานครับ แต่อัตราส่วนลิฟท์รวมทั้งโครงการอยู่ที่ 268 : 1 ถือว่าหนาแน่นมากในช่วงเวลาเร่งด่วน แต่ก็มีความแปลกตรงที่ลิฟท์จะมีการจอดเฉพาะช่วงชั้นเลขคี่ ซึ่งการรอลิฟท์ในชั้นคู่ก็จะเดินขึ้นหรือลงบันไดมาใช้โถงลิฟท์ร่วมกัน ซึ่งถ้าอยู่ในชั้นไม่สูงมากก็สามารถใช้บันไดขึ้นลงได้เพื่อความรวดเร็ว

Judgement

เนื่องจากเป็นโครงการที่ขายหมดแล้ว ซึ่งปัจจุบันรูปแบบการขายเปลี่ยนแปลงเป็นแบบ Re-sale จึงมีความแตกต่างทั้งเรื่องของวัสดุ การตกแต่งภายในห้อง รวมทั้งเรื่องของราคาที่ค่อนข้างหลากหลายขึ้นอยู่กับตำแหน่งห้องว่าได้อยู่ชั้นสูงหรือชั้นล่าง และความพอใจราคาจากการตกลงกันระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย ดังนั้นจึงไม่สามารถให้คะแนนในรีวิวนี้ได้ครับ

BOTTOM LINE

โครงการ ศุภาลัย ปาร์ค รัชโยธิน นั้นเหมาะกับคนที่กำลังมองหาคอนโดมือสองในย่านรัชโยธิน ที่ไม่ไกลจากย่านธุรกิจ แหล่งทำงาน และ แหล่ง Shopping ที่เดินทางได้สะดวก สามารถเลือกเดินทางได้หลากหลายเส้นทาง อนาคตมีรถไฟฟ้าเป็นทางเลือกในการเดินทาง มีร้านค้าและบริการอยู่ในตัวโครงการให้เลือกใช้ได้โดยไม่ต้องเดินไปไกลมาก Facility โดยรวมมีมาให้ครบและรองรับการใช้งานได้ดี มีงบอยู่ประมาณ 3.5 – 4.6 ล้านบาท หรือมีกำลังผ่อนประมาณ 24,000 – 32,200 บาท/เดือน

ถ้าหากอ่านแล้วมีข้อมูลต้องการแลกเปลี่ยนเพื่อให้ผู้อ่านท่านอื่น ๆ ได้ทราบถึงทำเลและรายละเอียดที่เกี่ยวข้องสามารถ Comment เพิ่มเติมได้ครับ

สมัครสมาชิกพร้อมรับข่าวสารเพิ่มเติม (คลิกที่นี่ )

Share

4 Comments

  • หัวเรื่องต้องบอกว่า “คอนโด highrise ใกล้แยกรัชวิภา” ซิ ไม่ใช้รัชโยธิน

    • ขอบคุณสำหรับคำแนะนำครับผม
      แก้ไขรายละเอียดแล้วครับ

  • ๋ไปหาดูตามเน็ต ราคา หกหมื่นกลางๆ ต่อตรม. ก็ยังมีขายอยู่นะ

    • ขอบคุณสำหรับคำแนะนำครับผม
      เพิ่มเติมรายละเอียดเรียบร้อยครับ

Leave a Reply


โครงการที่อยู่ในทำเลใกล้เคียง

D’Mura พหลฯ – เกษตร
27 256
  • Tum17 Jan, 13:09ทำไมสีอาคารแตกกต่างกับ ภาพตัวอย่างจังเลย
  • ฟารีดา แจมเช็ด16 Jul, 10:38ขอทราบรายละเอียด2ห้อง
  • moo25 Mar, 00:02เห็น กทม ลงท่อใหม่ ใหญ่ๆ มากน่าจะรอดนะ เล็งปล่อยเช่าจะคุ้มมั้ย