พาชม IDEO ลาดพร้าว 5 คอนโด High Rise ชุดแรกจาก อนันดา ติดถนนลาดพร้าว ใกล้ MRT พหลโยธิน [รีวิวฉบับที่ 1245]

December 22, 2016 09:362 comments

รูปเปิดลงเว็ป

รีวิวฉบับที่ 1245…  วันนี้จะพาไปชมรีวิว ในรูปแบบโครงการที่ผ่านการอยู่อาศัยมาแล้วช่วงนึง อยู่ในช่วงลาดพร้าวตอนต้นชื่อโครงการ IDEO ลาดพร้าว 5 จาก อนันดา รูปแบบการพาชมตึกเสร็จจะเน้นที่ส่วนกลางที่ผ่านการอยู่อาศัยจริง มีการปรับเปลี่ยนผ่านอะไรมาบ้างจนถึงปัจจุบัน โครงการนี้ถือว่าเป็นคอนโด High Rise “ชุดแรก” ของอนันดา ที่เปิดตัวเมื่อสมัยเกือบ 10 ปีที่แล้ว ทุกวันนี้ราคามีการปรับตัวจากตอนเริ่มสร้างขึ้นไปสูงตามกาลเวลา แต่ก็ยังเป็นที่ต้องการของคนย่านนี้อยู่

Fact @ October 2016

  • IDEO Ladprao 5 (ไอดีโอ ลาดพร้าว 5)
  • บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)
  • โครงการตั้งอยู่ : ติดถนนลาดพร้าวและซอยลาดพร้าว 5 แขวงจอมพล เขตจตุจักร
  • คอนโด High Rise 24 ชั้น 1 อาคาร 418 ยูนิต
  • พื้นที่โครงการประมาณ 2 ไร่ครึ่ง
  • 1 Bedroom ขนาด 33 – 48.50 ตร.ม.
  • 2 Bedroom ขนาด 54 – 61 ตร.ม.
  • ยูนิตต่อชั้นสูงสุด 21 ยูนิต
  • ที่จอดรถประมาณ 50% รวมจอดซ้อนคัน
  • ฝ้าเพดานสูง 2.60 เมตร
  • โครงการเริ่มก่อสร้าง : ประมาณปี 2551
  • โครงการสร้างแล้วเสร็จทั้งโครงการ : ประมาณปี 2553
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่

ช่วยกันคอมเม้นท์ แบ่งปันข้อมูลกับเพื่อนๆที่กำลังหาบ้านหน่อยนะครับ

NEW! เพื่อนๆสามารถเลือกอ่านตามหัวข้อได้โดยกดปุ่มไปยังหัวข้อที่สนใจได้นะครับ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด : 13.810771, 100.565654

%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a2%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%81%e0%b8%a5

ทำเลที่โครงการ IDEO ลาดพร้าว 5 ตั้งอยู่ติดถนนหลักลาดพร้าวและติดหน้าซอยลาดพร้าว 5 ด้วย เป็นทำเลลาดพร้าวช่วงต้น ระหว่างห้าแยกลาดพร้าว กับ แยกรัชดาฯ-ลาดพร้าว ซึ่งใครเคยผ่านไปมาตรงนี้ช่วงเลิกงานจะรู้เลยว่า “รถติดโคตรๆ” ยิ่งลาดพร้าวฝั่งเลขคี่ จะมีปัญหาเรื่องการจราจรมากกว่าฝั่งเลขคู่เพราะว่าฝั่งเลขคู่เค้ามีซอยลัดเลาะและสามารถใช้เส้นทางไปออกถนนวิภาวดีรังสิตหรือถนนพหลโยธินได้นั่นเอง

ความอุดมสมบูรณ์หลักในละแวกนี้ โครงการถูกขนาบด้วยห้าง 3 อันหลักได้แก่ 1)ยูเนียนมอลล์ 2)Central Plaza ลาดพร้าว 3)BigC Extra+Hompro ด้วยระยะทางที่เดินเท้าสะดวกง่าย ถ้าเขยิบออกไปหน่อยก็จะมี Tesco Lotus, เมเจอร์ รัชโยธิน อีกทั้งยังมีตลาดเดินช้อปให้เลือกอีกคือสวนจตุจักร, ตลาด อ.ต.ก., บอง มาร์เช่ และสวนลุมไนท์ฯรัชดาที่พึ่งจะเปิดตัวไปไม่นานนี้มีร้านอาหารมาเพิ่มอีก รวมๆถือว่าอุดมสมบูรณ์ใช้ได้

%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2

การเดินทางโดยไม่ใช้รถสามารถเดินไปขึ้น MRT สถานีพหลโยธิน ได้ระยะทางประมาณ 400 เมตร ระยะเดินง่ายครับ ติดถนนใหญ่ด้วย ระหว่างทางมีร้านค้าตามริมฟุตบาทอยู่บ้าง จะมาเงียบๆหน่อยแถวหน้าบ้านพร้อมพันธ์เพราะเป็นบ้านใหญ่และเค้ามีต้นไม้ใหญ่เยอะ

  • ในอนาคต ที่สถานีพหลโยธิน จะกลายเป็น Interchange กับ BTS สายสีเขียวส่วนต่อขยาย “หมอชิต-สะพานใหม่-คูคต” ที่เริ่มมีการก่อสร้างแล้ว แผนเสร็จในปี 2562 และเปิดให้บริการในปี 2563 (ซึ่งผมว่าไม่ทันแผนอยู่แล้ว ส่วนตัวคิดว่าอาจจะได้ใช้ประมาณปลายปี 64) วิ่งผ่านบนถนนพหลโยธิน สถานีที่ใกล้ที่สุดคือสถานีห้าแยกลาดพร้าว
  • นอกจากนั้นถ้าใครติดตามข่าวสารประมูลล่าสุด ซึ่งเห็นว่าผู้ชนะเป็นทางฝั่ง BTS ชนะ สายสีเหลือง “ลาดพร้าว-สำโรง” น่าจะเตรียมตัวเริ่มก่อสร้างประมาณปีหน้า จะทำให้ MRT สถานีลาดพร้าวกลายเป็น Interchange อีกเช่นกัน ตั้งอยู่ช่วงหน้าอาคารจอดแล้วจรบนถนนรัชดาภิเษก
  • ส่วนการเดินทางอื่นๆ สามารถพึ่งพาพี่วินมอเตอร์ไซค์ แท็กซี่ และรถเมล์บนถนนลาดพร้าวได้เลย เรียกรถง่ายไม่ต้องกังวลเพราะโครงการอยู่ติดกับถนนใหญ่ 

แผนที่ถนนลาดพร้าว

บนถนนลาดพร้าวช่วงต้น หรือ ช่วงที่เลขซอยน้อยๆ ตั้งแต่ห้าแยกลาดพร้าวมาจนถึงแยกรัชดาฯ-ลาดพร้าวนั้น ตลอดแนวถนนใหญ่ก็มีโครงการคอนโดต่างๆมาจับจองพื้นที่ขึ้นโครงการกันอยู่เรื่อยๆ มีโครงการที่สร้างมานานแล้วรุ่นบุกเบิกอย่าง The Zest, The Light, IDEO ลาดพร้าว 17 , Life@ลาดพร้าว 18 รวมถึง IDEO ลาดพร้าว 5 ด้วย  ซึ่งราคารวมๆโครงการกล่าวถึงในยุคก่อนนี้ (ประมาณ 5-6 ปีก่อน) ราคาอยู่ประมาณ 5-7 หมื่นบาท/ตร.ม. เท่านั้นเอง แต่ปัจจุบันก็มีการปรับราคามือสองขึ้นไปตามราคาที่ดินตามเวลาที่ผ่านไป

ส่วนโครงการใหม่ล่าสุดบนย่านนี้อย่าง Chapter one midtown ลาดพร้าว24 , Whizdom Avenue รัชดา-ลาดพร้าว ราคาเฉลี่ยปรับตัวสูงขึ้นจนเกิน 110,000บาท/ตารางเมตร+ ไปแล้ว และคาดว่าจะเสร็จปีหน้า 2560 ทั้งคู่เลย ถ้ามีโอกาสจะพาไปชมรีวิวตึกเสร็จด้วยนะ

%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%891

การเดินทางในวันนี้ผมเดินทางด้วย MRT มาลงสถานีพหลโยธินครับ ระยะเดินประมาณ 400 เมตร เป็นระยะที่เดินกำลังโอเคเลย และเดินง่ายๆตรงๆด้วยเพราะติดถนนใหญ่เลยไม่ต้องเข้าซอยซิกแซกอะไร สถานีพหลโยธิน มีประตูทางออกอยู่ทั้งหมด 5 ประตู

  • ประตู 1 : ปากซอยลาดพร้าวซอย 4
  • ประตู 2 : หน้ามหาวิทยาลัยเซนต์จอห์นเก่า
  • ประตู 3 : เซ็นทรัล ลาดพร้าว หน้าสวนสมเด็จย่า
  • ประตู 4 : บริเวณห้าแยกลาดพร้าว
  • ประตู 5 : หน้ายูเนี่ยนมอลล์  ปากซอยลาดพร้าวซอย 1 (เราใช้ทางประตูนี้)

การเดินทางวันนี้มาเริ่มต้นจาก สถานีรถไฟฟ้า MRT พหลโยธิน บริเวณทางออกที่ 5 หน้าห้างยูเนียน มอลล์ ออกจากสถานีจะเจอทางเชื่อมบันไดเลื่อนขึ้นห้างได้เลยครับ

ข้างๆสถานีติดถนนลาดพร้าวเป็นป้ายรถเมล์พอดี และเป็นจุดรับผู้โดยสารแท็กซี่ด้วย

ริมทางเดินฟุตบาทมือเที่ยง กับมื้อเย็นจะมีร้านรถเข็นริมทางแบบนี้เพียบ ส่วนใหญ่มื้อเที่ยงจะเป็นเซ็ทข้าวกล่องหิ้วกลับ เน้นซื้อง่ายขายเร็ว

เดินข้ามมาลาดพร้าวซอย 1 เป็นทางม้าลาย ต้องระวังรถทางขวาด้วยนะเพราะ ซอยนี้ใช้เป็นทางเข้า-ออกของห้างยูเนียนมอลล์ด้วยเช่นกัน

เนี่ยครับ ซอยลาดพร้าว 1 ช่วงต้นๆรถก็จะเยอะหน่อย ข้างในซอยก็จะเป็นชุมชนอยู่อาศัยค่อนข้างหนาแน่นเพราะมีตลาดกับอพาร์ทเมนท์เยอะ มีพี่วินประจำการอยู่ตรงนี้ด้วยนะครับ ผมเดินมาเห็นตอนเย็นๆคนต่อแถวรอพี่วินกันให้บริการกันไม่ทันเลยช่วงเลิกงาน

เดินต่อมา ริมฟุตบาทช่วงนี้จะมีผลไม้มาขายทุกวัน แทบไม่มีวันหยุดนะ ช่วงนี้จะเริ่มเงียบหลัง 3-4 ทุ่มเป็นต้นไป

เดินมาอีกนิดเดียวจะเจอกับร้าน ” โจ๊กมัลลิกา ” ที่ขายกันมา 30 กว่าปีเห็นจะได้ โจ๊กที่นี่มีเครื่องสารพัดให้เลือกเชียว ปัจจุบันเค้าเพิ่มออฟชั่นมาขายก๋วยจั๊บตอนมื้อเย็นแล้วด้วย

สภาพแวดล้อมช่วงต้นๆก็จะเป็นแบบนี้ ร้านกุญแจ ร้านผลไม้ ร้านดอกไม้ ร้านขนมไทย เยอะจริง

ตรงนี้มีสะพานลอยพอดี ฝั่งตรงข้ามทางลง เป็น 7-Eleven ด้านหน้าเป็นป้ายรถเมล์

ถัดมา ริมทางเดินฟุตบาทตรงนี้ที่ผมลงสีไว้ ช่วงเย็นๆของทุกวันจะเป็นร้านอาหารริมทางมาตั้งโต๊ะ เปิดขายเต็มพื้นที่เลยนะ ทีเด็ดคือร้านก๋วยเตี๋ยวต้มยำ ซึ่งคนแถวนี้คงรู้จักกันเกือบหมด ต้องลองมาแล้วจะรู้ครับ

เดินข้ามถนนซอยลาดพร้าว 1/1 แถวนี้กลางคืนก็ยังอยู่ในบริเวณที่ขายของกินข้างทางอยู่นะ

ซอยลาดพร้าว 1/1 เป็นทางลัดเชื่อมไปยังซอยลาดพร้าว 1 โผล่ออกตลาดพอดี

เลยซอย 1/1 มาก็จะมาเป็นซอย 3 ครับ ซ้ายมือจะมีศาลที่คนแถวนี้นิยมมากราบไหว้กัน และจะมีอาคารพร้อมพันธ์ุ 2 อยู่หน้าปากซอย ซึ่งเป็นทั้งสำนักงานและอพาร์ทเม้นท์ครับ

เดินมานิดเดียวก็จะเจอกับร้าน “แป๊ะ เม้ง อร่อยรอบดึก” รอบดึกจริงๆครับร้านนี้เปิดมื้อเย็นยันตี 3 เผื่อใครหิวยามดึกก็แวะมาฝากได้ อยู่ใกล้โครงการด้วย

เดินมาอีกหน่อยจะเจอจุดพักของพี่วินหน่วยย่อยครับ หน้าอาคารสำนักควบคุมประพฤติ

หันไปมองฝั่งตรงข้ามจะเป็นซอยลาดพร้าว 8 ที่คนนิยมลัดเลาะไปออกถนนวิภาวดีรังสิตครับ

เดินต่อมาจะเจอกับป้ายรถเมลล์ ซ้ายมือเป็นบ้านขนาดใหญ่ชื่อว่าบ้านพร้อมพันธุ์ บ้านนี้จะปลูกต้นไม้ใหญ่เยอะมากๆ ทำให้ตอนกลางคืนทางเดินช่วงนี้จะมืดหน่อย หลังสามทุ่มแถวนี้ผู้หญิงเดินคนเดียวให้ระวังเยอะๆครับ

มองไปฝั่งตรงข้ามเป็นคอนโด High Rise เจ้าแรกๆบนถนนลาดพร้าวช่วงนี้คือ The Light และติดกันเป็นปั๊ม ESSO ครับ

ถัดมาซ้ายมือเป็นคอนโด IDEO ลาดพร้าว 5 ริมฟุตบาทแถวนี้จะเดินง่ายหน่อยครับสบายตา แต่แลกกับกลางวันก็ร้อนหน่อยนะ

ป้ายของโครงการ IDEO ลาดพร้าว 5 ถึงแล้วครับระยะทาง 400 เมตร เดินสบายๆ ทีนี้จะขอเดินต่ออีกนิดนึงเพื่อไปถึงห้างหลักสำคัญของคนแถวนี้อีกห้างนึงอย่าง BigC Extra ซึ่งเป็นที่ห้างสำคัญที่อยู่ใกล้โครงการอีกที่นึงในระยะเดิน และค่อยกลับมาโครงการนะ

ถนนด้านหน้าบริเวณนี้เป็นจุดยูเทิร์นรถทั้ง 2 ฝั่งนะครับ ฝั่งตรงข้ามจะเป็นธนาคาร KBank , SCB มีที่เลี้ยวเข้าไปให้จอดรถใช้บริการได้

**เพิ่มเติม ถ้าเราออกจากหน้าโครงการจะกลับรถตรงนี้มันกระชั้นชิดมากๆ ทำได้นะครับแต่ไม่ปลอดภัย ถ้าเอาชัวร์ปลอดภัยให้เลยไปหน่อยแถว BigC Extra จะมีจุดกลับรถอีกอันจะชัวร์กว่า

ติดกับ IDEO เป็นซอยลาดพร้าว 5 ในซอยเป็นซอยตัน มีพวกอพาร์ทเมนท์และบ้านพักอาศัยไม่มากเท่าไรนัก

ถัดมาจะเป็นร้านซูชิ Jirafu Sushi เดิมที่ดินแปลงนี้เป็นปั๊ม ESSO เก่า

ข้ามซอยลาดพร้าว 5/1 ซึ่งเป็นซอยตันของหมู่บ้านนาราปาร์ค

บริเวณฝั่งตรงข้ามมีไปรษณีย์สามแยกลาดพร้าว คนใช้บริการเยอะทุกวัน

เดินมาอีกหน่อยจะเจอคอน Low Rise รุ่นพี่ แต่ทางเข้าติดถนนลาดพร้าวชื่อว่า Z2 Condominium

ซ้ายมือเป็นส่วน Maintenance ของ MRT ริมฟุตบาทช่วงนี้ค่อนข้างเดินง่าย และได้อานิสงค์ร่มเงาจากต้นไม้ริมทางอยู่นะ

ใกล้ถึงปากซอยลาดพร้าว 7 ละ หัวมุมตรงนี้จะเป็นส่วนของคอนโด High Rise ชื่อว่า The Zest Condominium

ถึงปากซอยลาดพร้าว 7 แล้วจะมีป้ายบอกอยู่ปากซอยนะครับ ถ้าข้ามซอย 7 ไปติดกันเลยจะเป็น BigC Extra

ริมทางฟุตบาทก็จะเจอรวงร้านรถเข็นข้างทางเต็มไปหมด จากที่ผมถามพวกพี่เค้า จะมาตั้งขายกันประมาณ 10 โมงถึงบ่ายสาม แต่บางร้านก็อยู่ถึง 1 ทุ่มเลย

ที่ดินผืนใหญ่แปลงนี้เดิมเคยเป็นโรงเรียนปานะพันธุ์วิทยาเก่า แล้วต่อมาก็เป็นห้างคาร์ฟูร์ ปัจจุบันเป็นห้าง BigC Extra ที่มี HomePro อยู่ด้วย สาขานี้เปิดถึง 23.00 น.เชียว ที่นี่คนเยอะนะครับเพราะจุดเด่นของเค้าคือไม่เก็บค่าจอดรถนั่นเอง 😀

a1-checker

อย่างที่ผมเกริ่นไปเรื่องการเดินทางตอนแรกว่า ลาดพร้าวช่วงนี้และฝั่งเลขคี่ ตอนเลิกงานนั้นติดโคตรๆ มุมนี้ผมยืน บนสะพานลอยจะเห็นว่าช่วงกลางวันการจราจรคล่องตัวสบายๆ  พอดีวันที่ไปถ่ายรูปผมอยู่แถวนี้จนถึงหัวค่ำเลยมีรูปการจราจรช่วงเลิกงาน 19.00 น. ครับ ฉายาแยกนี้ “แยกรัชดาลาดพร้าว ลงเดินเท้าไปไวกว่า” เวลาใครจะกลับบ้านก็ต้องกะเรื่องเวลากันหน่อย

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะครับ

บริบทโดยรอบของโครงการถ้าตามริมถนนลาดพร้าวส่วนใหญ่จะเป็นแนวอาคารพาณิชย์ร้านค้า อาคารสำนักงาน โชว์รูม ปั๊มน้ำมัน คอนโดมิเนียม ประมาณนี้  ด้วยรูปทรงของตัวอาคารโครงการเป็นตัว L ทำให้ได้วิวที่หลากหลายด้าน วิวที่นี่ค่อนข้างดีนะครับ ไม่มีอาคารสูงมาประชิดเท่าไร โดยวันที่เข้าไปทำรีวิวผมพอเก็บมุมภาพวิวจากห้องต่างๆได้มา 4 ทิศ (ดูในแผนที่ประกอบ)

วิวห้องของที่นี่เลือกไม่ยากครับเพราะไม่โดนอาคารสูงบังในระยะประชิดเกือบทุกด้าน แต่ในอนาคตก็ไม่แน่นะครับ เพราะมีฝั่งนึงทางทิศตะวันออก แปลงที่ติดกับถนนลาดพร้าวและปากซอยลาดพร้าว 5 เหมือนเรา(ปั๊ม Esso เก่า ปัจจุบันเป็น Jirafu Sushi) เหมือนตอนแรกจะทำเป็นโครงการตึกสูง (อันนี้สอบถามจากคนในพื้นที่โครงการนี้) แต่ก็พับไปทำเป็นร้านซูชิแทน ดูจากรูปแปลงและขนาดผมว่าก็สามารถทำคอนโดได้เหมือนกันนะแต่ดูคร่าวๆคงทำได้ไม่สูงมากไม่น่าเกิน 17 ชั้น น่าจะติดเรื่องแนวร่นของที่ด้วยครับ

วิวหมายเลข 1 : ทิศตะวันตก ถ่ายด้วยความสูงประมาณชั้น 12 วิวฝั่งนี้จะเห็นถนนหลักลาดพร้าว ทอดนำสายตาไปยังห้าแยกลาดพร้าว โดยจุดเด่นของวิวนี้คือเห็นสีเขียวขนาดใหญ่ของบ้านพร้อมพันธุ์ด้านล่างที่อยู่ติดกับโครงการเลยนั่นเอง ส่วนที่เห็นอาคารสีเหลืองนั่นคือยูเนียนมอลล์ครับ

วิวหมายเลข 2 : ทิศตะวันออกเฉียงใต้ ถ่ายด้วยความสูงประมาณชั้น 12 เช่นกัน วิวฝั่งนี้ก็ยังเห็นถนนลาดพร้าวเฉียงอยู่ อาคารสูงที่อยู่ติดกันทางขวามือสุดคือ The Light คอนโด ไล่ขึ้นไปทางซ้ายคือ > ปั๊ม Esso > Kbank > SCB > ไปรษณีย์ > แนวตึกแถว > The Issara คอนโด > Life@ลาดพร้าว18 และสุดท้ายที่กำลังก่อสร้างอยู่คือ Chapter One Midtown ลาดพร้าว 24

วิวหมายเลข 3 : ทิศเหนือ(หันซ้ายหน่อย) ถ่ายที่ประมาณชั้น 15 วิวนี้คือเห็นสีเขียวขนาดใหญ่ของบ้านพร้อมพันธุ์ด้านล่างที่อยู่ติดกับโครงการ ที่เหลือรอบๆเป็นชุมชนพักอาศัยทั่วไปที่สูงไม่เกิน 5 ชั้น อาคารสูงที่อยู่กลางภาพไกลออกไปนั่นคือ M ลาดพร้าว ส่วนไปทางขวาสองตึกนั่นคือ Abstract พหลโยธินครับ

วิวหมายเลข 4 : ทิศเหนือ(หันขวาหน่อย) ถ่ายที่ประมาณชั้น 15 ในแอเรีบรอบๆส่วนใหญ่เป็นบ้านพักอาศัยแนวราบเกือบทั้งหมด ด้านล่างขวาจะเห็นหมู่บ้านนาราปาร์ค กับ หมู่บ้านกิตติกร

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • Big C Extra ~ 250 ม.
  • ยูเนียน มอลล์ + MRT พหลโยธิน ~ 400 เมตร
  • Central Plaza ลาดพร้าว ~ 950 เมตร
  • สวนลุมไนท์บาซาร์ รัชดาภิเษก ~ 1.2 กม.
  • โรงเรียนหอวัง ~ 1.3 กม.
  • Tesco Lotus ~ 1.5 กม.
  • โรงเรียนเซนต์จอห์น ~ 1.7 กม.
  • สวนรถไฟ + สวนจตุจักร ~ 2.1 กม.
  • ตลาด อ.ต.ก. + ตลาดนัดจตุจักร ~ 3.3 กม.
  • SCB Park ~ 4 กม.
  • Major รัชโยธิน 4.2 กม.

 


เจาะลึกตัวโครงการ

0-ย่อ

IDEO Ladprao 5 (ไอดีโอ ลาดพร้าว 5) เป็นคอนโด High Rise ชุดแรกจากอนันดา เพราะตัวแรกที่อนันดาเริ่มทำคือ Low Rise ลาดพร้าว 17 และตัวที่ 2-3 เริ่มทำพร้อมๆกันคือ โครงการนี้ และ IDeo Mix พหลโยธิน สมัยนั้น(ประมาณ 8 ปีที่แล้ว) ที่เค้านำมาขายเปิดจองตอนยังไม่ก่อสร้าง ราคาต่อตร.ม.อยู่ที่ประมาณ 58,000 บาทเท่านั้นเอง หลายคนอาจมองว่าถูกในตอนนี้ แต่ตอนนั้นมันก็ไม่ได้ถูกเท่าไร อีกทั้งยังไม่ใครรู้จักชื่อของ “อนันดา” ด้วย โปรเจคนี้ถือเป็นอีกหนึ่งโครงการที่ทางอนันดาเค้าตั้งใจทำเพื่อสร้างผลงานและชื่อเสียงในยุคแรกของเค้าด้วย

masterplan

โครงการเป็นคอนโด High Rise 24 ชั้น 1 อาคาร 418 ยูนิต, พื้นที่โครงการประมาณ 2 ไร่ครึ่ง, ที่จอดรถประมาณ 50% รวมจอดซ้อนคัน ห้องที่นี่มี 2 แบบ คือ 1 Bedroom ขนาด 33 – 48.50 ตร.ม. และ  2 Bedroom ขนาด 54 – 61 ตร.ม. มีจำนวนยูนิตต่อชั้นสูงสุด 17 ยูนิต  ฝ้าเพดานสูง 2.60 เมตร

เริ่มจากทางเข้า จะเจอกับซุ้มรปภ.ก่อน เป็นระบบ Key Card Access ส่วนคนนอกก็แลกบัตรกับแจ้งห้องตามระเบียบ เข้ามาแล้วจะเจอกับวงเวียน Drop Off ถ้าใครแค่แวะมาส่ง ก็วนออกได้เลย ระบบการเดินรถภายในโครงการปัจจุบันมีการปรับเปลี่ยนจากในแปลนที่เดิมสวนทางกันได้ แต่ตอนนี้เป็นวันเวย์นะครับตามลูกศรเหลืองที่ผมทำให้ดูเลย ด้านนอกจะมีพื้นที่สวนหย่อมกลางแจ้ง พร้อมศาลานั่งเล่นให้อยู่ / ที่นี่มีพื้น Shop ให้เช่าอยู่ 2 ห้องด้วยนะ ตอนนี้เป็นคลีนิคเกี่ยวกับหู และ Wash Box 24

พอเข้ามาในอาคาร จะเจอกับ Main Lobby แจกไปทางขวาจะมีห้องอ่านหนังสือ, ห้อง Kid Club, ห้องน้ำส่วนแขก ส่วนถ้าไปทางซ้าย จะเป็นประตูทางเข้าส่วน Mailbox Area และโถงลิฟท์ ซึ่งตรงนี้จะมีลิฟท์โดยสาร 2 ตัว และ Service Lift 1 ตัว มีประตูออกไปยังที่จอดรถด้านหลังซึ่งระหว่างเดินออกจะมีตู้กดน้ำหยอดเหรียญและก็ห้องซักผ้าหยอดเหรียญด้วย

ที่บริเวณทางเข้า มีความยาวจากถนนลาดพร้าวค่อนข้างสั้นนิดนึง รถสามารถต่อแถวได้แค่ 2 คัน ตูดก็จะแอบโผล่ยื่นไปบนถนนลาดพร้าวหน่อยแล้ว ส่วนระบบรักษาความปลอดภัยเป็นแบบ Keycard Access ระยะใกล้ และมีรปภ.ตรวจตราประจำอยู่ที่จุดนี้ 2 นายตลอดเวลา

พอพ้นรั้วไปแล้วจะเจอกับวงเวียน Drop Off ถ้าใครแค่แวะมาส่ง ก็วนออกได้เลย  การเดินรถภายในโครงการปัจจุบันตอนนี้เป็นวันเวย์ เดินรถทางเดียวไปทางขวามือ

ที่ทางซ้ายมือของทางเข้า Lobby มี Shop Unit ให้เช่าพื้นที่อยู่ 2 ห้อง ปัจจุบันเป็นคลีนิคเกี่ยวกับหู และ Wash Box 24

พื้นที่ด้านนอกอาคาร เป็นพื้นที่สีเขียวภายในโครงการ จัดเป็นสวนหย่อมขนาดกลาง พอเดินเล่นได้ มีไฟส่องตามทางเดินตลอด

ฝั่งนี้เป็นรั้วกำแพงโครงการเดิม ซึ่งเป็นรั้วเหล็ก ปัจจุบันพวกไม้พุ่มตามแนวรั้วโตขึ้นมาบังสายตาจากคนภายนอกที่เดินผ่านไปมา

ด้วยที่ว่าโครงการนี้มีอายุหลายปีแล้วนะครับ ต้นไม้เดินที่ลงไว้ก็ออกใบ ให้ร่มเงากันเต็มที่แบบที่เห็น เดินช่วงเที่ยงๆยังร่มรื่นเลย

ภายในสวนหย่อม มีศาลาและเก้าอี้คอนกรีตให้ เอาไว้เป็นพื้นที่สำหรับจุดนัดพบได้ 😀

พื้นที่จอดรถเริ่มกันตั้งแต่ชั้น 1 เลยนะครับ มีส่วนที่จอดนอกอาคารด้วย จากมุมนี้จะเห็นส่วนของชั้น 2-4 เป็นที่จอดรถโดยมีรั้วและระแนงแหล็กช่วยในการบังแดดและกันตก

พื้นที่จอดรถใต้อาคารส่วนของชั้น 1 มีลูกศรบอกทางเอาไว้ให้ ห้องกระจกที่มองไปตรงกลางคือ Library

ตรงจุดนี้เป็นทางเลี้ยวเข้าไปส่วนจอดรถภายในอาคาร มีติดตั้งกระจกกลมเอาไว้ให้ จะเห็นรั้วกำแพงของโครงการเป็นคอนกรีตทึบทาสีขาวสูงประมาณ 2.50 เมตร

พอเปลี่ยนการเดินรถเป็นวันเวย์ ทำให้สามารถ “จอดรถซ้อนคัน” เพิ่มขึ้นได้ โดยชิดแนวกำแพงรั้วแบบนี้

เข้ามาในอาคาร ผมเคยมาที่นี่ตั้งแต่สมัยก่อนแล้วนะครับ เมื่อก่อนไม่มี Gate อีกชั้นตรงนี้ สอบถามกับทางนิติฯเค้าแจ้งว่าเป็นการเพิ่มความปลอดภัยและสกรีนการจอดรถของลูกบ้านอีกขั้นนึง และเพิ่มรปภ.ที่ต้องประจะอยู่จุดนี้ด้วย (นั่งโต๊ะอยู่ทางซ้าย)

ด้วยที่ว่าทางขึ้นลงส่วนของที่จอดรถเป็นทางรถสวนทางกัน อีกทั้งยังมีบางมุมเป็นแบบหัก 90 องศา เวลาจะวิ่งขึ้นลงก็ต้องใช้ความระมัดระวังหน่อย ถึงแม้จะมีติดตั้งกระจกกลมมาช่วยให้ก็ตาม

ส่วนของที่จอดรถค่อนข้างดูโปร่งโล่ง เพราะว่าผนังรอบด้านมีช่องแสงส่องมาได้รอบด้าน ในส่วนของความปลอดภัยก็มีติดตั้ง CCTV ส่วนของที่จอดรถมาให้ทุกชั้น ระหว่างชั้นจะมีทางเข้าสู่โถงลิฟท์นะครับ

กลับมาที่ Main Lobby กันอีกครั้ง เข้ามาเจอกับ Reception ภายในพื้นที่ล็อบบี้ก็เป็นพวกชุดโต๊ะ เก้าอี้ โซฟา กระจายตัวอยู่ในห้องนี้หลายจุด แต่พื้นที่นี้จะไม่เปิดแอร์นะครับทั้งกลางวันและกลางคืน

อีกมุมนึงครับ

มุมนี้เป็นพื้นที่นั่งดูทีวี โดยเค้าวางรีโมททีวีเอาไว้ให้ ใครจะใช้งานก็เปิดปิดกันเอง

มุมของ Library ก็ตกแต่งเหมือนกับล็อบบี้นะ แต่มีการกั้นห้องเป็นสัดส่วน โดยจะเปิดแอร์เอาไว้ให้ ห้องนี้จะค่อนข้างสว่างโปร่งเพราะเป็นกระจกล้อมรอบสามด้าน

Kid Club ที่อยู่ติดกับห้องอ่านหนังสือ ตกแต่งเก๋ๆ น่าใช้งาน สอบถามจากลูกบ้าน ห้องนี้เป็นที่นิยมของเหล่าคุณแม่ทั้งหลายพาเด็กๆลงมาเล่น ผมว่าการมี Facility ส่วนนี้มันดีนะครับ เพราะหลายๆครอบครัวเค้าเลี้ยงลูกกันในคอนโดเหมือนกัน การมีพื้นที่ส่วนตัวเฉพาะให้กับพวกเค้าเหล่านั้นนับเป็นเรื่องจำเป็นมาก

ที่ตรงข้ามกันด้านนอกจะมีห้องน้ำส่วนกลาง ให้กับลูกบ้านหรือแขกที่มาชั่วคราว แยกชายหญิง

กลับมาใน Lobby ประตูกระจกขุ่นทางขวาเป็นส่วนของทางเข้าห้องนิติบุคคล ใครมาติดต่อเรื่องอะไรในโครงการก็ที่นี่เลย ส่วนทางซ้ายเป็นส่วนของทางเข้าโถงลิฟท์ ซึ่งต้องใช้คีย์การ์ดในการผ่านเข้าออก

เข้ามาแล้วทางซ้ายมือจะเป็นทางเข้าโซน MailBox ทางด้านขวามีการติดข่าวสารต่างๆ โซนบอร์ดประชาสัมพันธ์

ในพื้นที่ MailBox หน้าตาเรียบ แต่แสงส่องสว่างเพียงพอ และมีเก้าอี้สตูลไว้อยู่กลางห้องแบบนี้

ออกมาด้านนอก ทางขวามือจะเป็นส่วนของ Service Lift ก่อน พอถัดไปถึงจะเป็นส่วนของ Passenger Lift ซึ่งมีมาให้ 2 ตัว เพราะฉะนั้นอัตราส่วนจะอยู่ที่ 220 : 1 / แต่ก่อนจะขึ้นลิทฟ์ไปจะออกไปประตูตรงกลางก่อน

ออกประตูมาจะเป็นพื้นที่โถงทางเดินที่เชื่อมต่อไปยังพื้นที่จอดรถรอบอาคารฝั่งด้านหลัง แต่ระหว่างทางนั้นจะมีห้องส่วนกลางอย่างห้องซักรีด

หน้าตาภายในห้องซักรีด ขนาดเล็ก โดยมีวางเครื่องซักผ้าแบบหยอดเหรียญเอาไว้ให้ 3 เครื่อง และเครื่องอบผ้า 1 เครื่อง

หน้าตาภายในลิฟท์ครับ ใช้โทนสีอ่อนตัดกับกระจก โดยที่นี่ใช้ลิฟท์ของ Mitsubishi ระบบคีย์การ์ดล็อกชั้นนะ

floorplan5

ขึ้นมาที่ชั้น 5 ซึ่งเริ่มมีห้องพักอาศัยแล้ว และก็เป็นชั้น Main Facility ด้วย โดยชั้นนี้จะมีห้องพักอาศัยทั้งหมด 19 ยูนิต มีบางส่วนเป็นห้องวิวสระ แต่ก็ไม่ได้ติดขนาดให้ปีนข้ามมาได้ จะมีแนวสวนกั้นส่วนเอาไว้ครับ ออกจากโถงลิฟท์มาด้านนอก จะเจอกับ Fitness,  ห้องน้ำ(มีที่อาบน้ำและล็อกเกอร์เก็บของ) และก็สระว่ายน้ำ พื้นที่นั่งนอนเล่นรอบๆได้

ออกมาลิฟท์จะเดินไปยังพื้นที่กลางแจ้งนะครับ

มาถึงเจอกับทางเข้าห้อง Fitness ก่อน โดนด้านหน้ามีบอร์ดประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับเรื่องต่างเกี่ยวกับพื้นที่การใช้งานส่วนกลาง

ทางขวามือของห้อง Fitness จะเจอกับห้องน้ำแยกชายหญิง

ภายในห้องน้ำจะค่อนข้างสว่างเพราะมีช่องแสงส่องผ่านกลางทางเดิน มีส่วนของล็อกเกอร์เก็บของ อ่างล้างมือ

ทางซ้ายจะมีห้องอาบน้ำ ห้องน้ำ และห้องแต่งตัว

เข้ามาดูในห้องออกกำลังกายกันบ้าง ห้องขนาดปานกลางไม่เล็กไม่ใหญ่ แต่จะดูกว้างหน่อยเพราะล้อมรอบไปด้วยช่องแสงทั้ง 3 ด้าน ภายในพื้นปูด้วยพรม และวางเครื่องเล่นออกกำลังกายเอาไว้สองฝั่งซ้ายขวา

โดยฝั่งซ้ายจะเป็นเครื่องเล่นพวกลู่วิ่ง ปั่นจักรยานชิ้นใหญ่หน่อย 6 ชิ้น โดยสามารถดูทีวีหรือชมวิวสบายตาจากสระว่ายน้ำก็ได้ ถ้ากลางวันร้อนก็สามารถใช้ม่านดึงลงแบบนี้

ส่วนของฝั่งขวามือจะมีเครื่องเล่นอีก 3 ชิ้น (ไม่รวมบาร์ดัมเบล) และมีห่วงฮูล่าฮูปด้วย

ออกจากห้องออกกำลัง มายังพื้นที่กลางแจ้งด้านนอกมุมนี้เห็นการจัด Landscape ดูสวยงามน่าใช้งานดี พื้นทางเดินในบริเวณนี้จะเป็นทรายล้างสลับด้วยหินกรวดตกแต่ง

ด้านซ้ายมือมีพื้นที่ล้างตัวก่อนลงน้ำให้ 2 จุด

ทางเดินระหว่าง Pool Deck Area อยู่ระหว่างต้นไม้สองฝั่ง ทำให้ได้สีเขียวตลอดทางเดิน อีกทั้งยังมีไฟส่องสว่างตามทางเดินให้เวลากลางคืน

โดยมุม Pool Deck เค้าจะจัดเป็นพื้นที่ทีละ 2 ตัว เพื่อแยกความเป็นส่วนตัวในการใช้งานเป็นช่วงๆแบบนี้ ส่วนของด้านหลังจะเป็นห้องพักอาศัยที่อย่างที่บอกไปว่าไม่ได้เดินข้ามมาได้นะครับ โครงการเค้ามีการจัดสวนคั่นกลางเอาไว้ให้ แต่ก็ยังสามารถให้มองเห็นวิวสระได้ด้วย

สุดปลายทางเดินจะเป็นพื้นที่ศาลานั่งเล่นที่ใช้งานจริงจังได้ สามารถกันแดดกันฝนได้ อีกทั้งรอบๆพื้นที่นี้มีการล้อมไปด้วยแนวพุ่มไม้สีเขียวเพื่อบังสายตาจากคนภายนอก

ส่วนของสระว่ายน้ำจะมีบันไดทางเดินลงสองฝั่ง ขนาบกับพื้นที่ของ Jet Spa ซึ่งเป็นที่นั่งขนาด 3 คนเอาไว้นั่งพักผ่อนนวดหลัง นวดขาได้

สระว่ายน้ำที่นี่เป็นระบบคลอรีน ขนาดประมารณ 5 x 25 เมตร ลึก 1.2 เมตร ใช้ออกกำลังกายจริงจังได้เลย โดยส่วนของพื้นที่ด้านข้างขวาจะเป็นพื้นที่น้ำล้น และมีการเซฟตี้ด้วยกระจกนิรภัยอีกชั้นนึง

ส่วนของโถงทางเดินภายในจะมีความกว้างประมาณ 1.50 เมตร โดยปูเป็นพื้นแกรนิตโต้มาตรฐาน มีไฟดาวน์ไลท์ส่องสว่างตามทางเดิน และช่องแสงอยู่ที่ฝั่งปลายอาคาร 3 จุด

floorplan6

Typical Plan ของที่นี่จะเริ่มที่ชั้น 6 ไปจนถึงชั้น 24 ที่แปลนเหมือนกันทุกชั้นครับ โดยจะมีจำนวนห้องพักอาศัยสูงสุดนั่นเอง อยู่ที่ 21 ยูนิต/ชั้น แบบของห้องที่นี่หลักๆจะเป็น 1 Bed ขนาด 33 – 48.50 ตร.ม. (สีน้ำตาลอ่อน) โดยแบบห้องจะใกล้ๆเคียงกันทั้งหมด และก็แบบ 2 Bed ขนาด 54 – 61 ตร.ม. (สีน้ำตาลเข้ม) ที่ถูกวางเอาไว้ตามตำแหน่งของมุมอาคารและก็พื้นที่ด้านในติดกับลิฟท์

 

สิ่งอำนวยความสะดวก

  • ชั้น 1 : สวนหย่อมด้านนอกอาคาร และศาลาพักผ่อน + Shop 2 Unit
  • ชั้น 1 : Main Lobby, ห้องอ่านหนังสือ, Kid Club, Mailbox, ห้องซักผ้าหยอดเหรียญ
  • ชั้น 5 : ห้องออกกำลังกาย ใส่เครื่องออกกำลังกายประมาณ 9 เครื่อง + บาร์ดัมเบล
  • ชั้น 5 : สระว่ายน้ำ 1 สระ ระบบคลอรีน ขนาด 5 x 25 ม. ลึก 1.2 ม. + Jet Spa area
  • ระบบ CCTV ที่ Main Gate และภายในโครงการ (ที่จอดรถ, ส่วนกลาง, โถงทางเดิน)
  • รั้วรอบโครงการสูงประมาณ 2.50 ม.
  • Key Card Access ระยะใกล้
  • เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง
  • ประตูรั้วโครงการแบบ รั้วกั้นไม้กระดก

 

โครงสร้าง


Product Walkthrough

roomlayout

กดคลิกที่รูปเพื่อดูขนาดใหญ่ / ขอบคุณรูปแปลนประกอบจาก wn-over.blogspot.com

ห้องของที่นี่มีหลักๆ ประมาณ 3 แบบ ตามในแปลนด้านบน โดยมีแบบ

  • 1 Bedroom Type 1B-1 ขนาด 33.25 ตร.ม.
  • 1 Bedroom Type 1B-6 ขนาด 46.00 ตร.ม.
  • 2 Bedroom Type 2B-3 ขนาด 61 ตร.ม.

**เนื่องจากโครงการนี้ขายหมดไปนานมาก น่าจะเกิน 6 ปีขึ้นไปแล้วนะครับ ปกติจะไม่มีส่วนของพาร์ทภายในห้องให้ดูแล้ว เพราะจะเป็นห้องมือสองที่นำไปตกแต่งเองแล้ว แต่ในครั้งนี้เจ้าของห้องได้อนุญาตให้เราถ่ายภาพห้องส่วนตัวและนำมาให้ชมเป็นตัวอย่างกันได้ครับ โดยแบบที่จะพาไปชมเป็นแบบ 1 Bed Type 1B-1 ขนาดประมาณ 33 ตร.ม. โดยแต่เดิมโครงการนี้ขายแบบ Fully Fitted ให้เฉพาะครัวเท่านั้น ที่เหลือเป็นการตกแต่งเองจากเจ้าของห้อง

เริ่มจากเข้ามาในห้องจะเจอกับส่วนทางเดินที่ทางซ้ายมือเป็นพื้นที่ของครัวเปิด และเชื่อมต่อไปยังพื้นที่นั่งเล่น วัสดุพื้นห้องนี้จะเป็นแกรนิตโต้ไซส์ 60 x 60 cm. สีขาวครีม ความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดาน 2.60 เมตร

มุมนี้มองย้อนกลับไปที่ประตูทางเข้านะครับ จะเห็นส่นที่ติดกับประตูทางขวามือเป็นพื้นที่สำหรับวางตู้เย็น และทางซ้ายมือเป็นช่องที่ทำเป็นตู้เก็บรองเท้า

หน้าตามือจับและตัวล็อก

ทางซ้ายมือที่ติดกับประตูมีการ Built-In ทำเป็นตู้เก็บรองเท้า เก็บของใช้ก่อนเข้าออกจากบ้าน ใช้ประโยชน์จากพื้นที่สอยแนวตั้งให้เต็มที่

ชุดครัวที่ได้มาตรฐานมาจากโครงการหน้าตาเป็นเช่นนี้

เริ่มจากด้านบนเป็นชุดตู้มีหน้าบานเป็นลามิเนตลายไม้ โดยมีช่องวางเครื่องไมโครเวฟเอาไว้ด้านบน

Top ครัวเป็นหินแกรนิตดำเงา โดยที่ผนังจะมีการกรุกระเบื้องสีขาวแบบนี้เอาไว้สำหรับคนชอบทำอาหารจะได้ทำความสะอาดง่าย Hob&Hood ได้ของ Teka

ตรงส่วนมุมโต๊ะรับประทานอาหารทำเอาไว้เชื่อมต่อติดกับครับครัว ถ้านั่งคนเดียวทานก็สบาย แต่2 คน น่าจะอึดอัดครับ

ฟังก์ชั่นที่เชื่อมต่อกันถัดไปจะเป็นส่วนของ Living Area โดยเป็นพื้นที่นั่งเล่น รับรองแขก ระยะดูทีวีมุมนี้ประมาณ 2.20 เมตรครับ

ฝั่งที่วางโซฟา สามารถเลือกจัดวางไซส์เป็นแบบ 3 ที่นั่งหรือรูปทรงตัว L ก็ได้เพราะมีพื้นที่กว้างพอสมควร

ชั้นวางทีวีนี่เจ้าของห้องเค้าตกแต่งเองนะครับ ไม่เกี่ยวกับโครงการ ซึ่งจะทำเป็นแบบวางปกติ หรือทำเป็นแบบแขวนผนังก็ได้ การเลือกใช้โทนสีขาวของเฟอร์นิเจอร์อาจจะดูไม่หวือหวา แต่ข้อดีของมันคือทำให้ช่วยให้ห้องดูกว้าง โปร่งสบายตา

ถัดจาด Living จะเจอกับประตูกระจกบานเลื่อนขนาดใหญ่เพื่อออกไปสู่ระเบียง

ระเบียงที่นี่ก็ยังเป็นรูปแบบ Signature ของ อนันดา ที่ทำเป็น Double Step เหมือนเดิม ประโยชน์ของระเบียงแบบนี้ คือ กันฝนสาด กันฝุ่น และนก หรือถ้าใครไม่ได้ใช้เป็นที่ตากผ้า ก็สามารถจัดเป็นมุมนั่งเล่นนั่งทำงานแยกส่วนแบบในห้องที่ดูอยู่ก็ได้ครับ

มุมนี้เหมือนเป็นพื้นที่โต๊ะนั่งเล่น แบบ 2 ที่นั่ง โดยสามารถเปลี่ยนมานั่งทานข้าว หรือเครื่องดื่มชมวิว ทำงานไปด้วย

ด้านหลังผนังที่มีช่องให้เปิดได้ตรงนี้เป็นส่วนของพื้นที่วางคอมแอร์

ช่องพื้นที่วางคอมแอร์ สำหรับข้ามไปบำรุงดูแลรักษา  คอนโดนี้ไม่นับพื้นที่นี้รวมอยู่ในโฉนดนะครับ ถ้าเป็นคอนโดสมัยใหม่นี่โดนนับกันถ้วนหน้า

เวลาต้องการให้ลมถ่ายเทอากาศก็เปิดระเบียงชั้นที่ 2 ออก ความกว้างในการเปิดได้ประมาณเมตรกว่าๆ

กลับออกมาดูในส่วนของห้องนอนกันบ้าง

ภายในห้องนอนขนาดค่อนข้างโอเค เมื่อมีเตียง King Size ถูกวางไว้อยู่แล้วที่กลางห้อง จะมีพื้นที่ทางเดินเหลือรอบๆเตียงแบบมาตรฐาน

ทางเดินปลายเตียงซึ่งเหลือประมาณ 50 ซม. โดยถ้าใครชอบนอนดูทีวีก็สมารถเอาแขวนผนังได้ด้วย เค้ามีติดตั้งปลั๊กไฟไว้ให้แล้ว และผนังที่นี่ก็เป็นแบบก่ออิฐ ฉาบปูนครับ

พื้นที่ด้านข้างหัวเตียงฝั่งขวา สามารถวางโต๊ะหัวเตียงไซส์ 55 ซม. แบบนี้ได้

ส่วนของฝั่งซ้ายก็วางโต๊ะหัวเตียงได้เช่นเดียวกัน ติดกันมีการ Built-In ชุดโต๊ะทำงานให้อยู่ติดกับหน้าต่างช่องแสง

ลองเปิดผ้าม่านให้ดูครับ มุมนี้น่านั่งทำงานดีนะ

มองย้อนกลับไปอีกด้านจะเห็นทางเดินก่อนไปเข้าห้องน้ำ โดยเป็นมุมพื้นที่แต่งตัว ส่วนของห้องน้ำได้หน้าต่าง Sexy Bath ด้วย

พื้นในห้องนอนเป็นลามิเนตลายไม้นะครับ แต่จุดตัดเดินไปโซนแต่งตัวจะเปลี่ยนเป็นแกรนิตโต้เหมือนห้องนั่งเล่น

ตรงกลางมี Built-In ทำเป็นชุดโต๊ะเครื่องแป้งและใช้ประโยชน์ของพื้นที่ใช้สอยแนวตั้งเต็มที่อย่างคุ้มค่า ตรงนี้ดีมาก ถ้าใครมีงบแนะนำทำอย่างนี้เลย

ขวามือเป็นตู้เสื้อผ้า ออกมาจากห้องน้ำก็จะเจอเลย

ประตูทางเข้าห้องน้ำที่นี่เค้าเป็นแบบกระจกบานเลื่อน แถมดันเป็นกระจกใสด้วยสิ Sexy ไปอีก

เข้ามาแล้ว ตรงกลางจะเป็นส่วนของอ่างล้างมือ ทางขวาเป็นที่วางสุขภัณฑ์ และทางซ้ายเป็นพื้นที่ส่วนเปียกอาบน้ำ แยกการใช้งานส่วนแห้งและเปียกเอาไว้ชัดเจน

ด้านบนอ่างมีการติดกระจเงาขนาดใหญ่เต็มผนังเอาไว้ให้ วัสดุต่างๆในห้องน้ำส่วนใหญ่จะเป็นของ COTTO นะครับ

ให้ดูบริเวณชุดอ่างเต็มๆ โครงการมีการก่อพื้นที่รอบๆอ่างแบบนี้ เอาไว้สามารถวางข้าวของเครื่องใช้ได้เต็มที่

ที่ด้านล่างใต้อ่างมีมุมให้ติดตั้งเครื่องทำน้ำร้อนไว้ด้วย

ทางขวามือที่เป็นจุดวางสุขภัณฑ์ ด้านหลังมีการก่อ Low Wall สำหรับงานบำรุง แต่ว่าใช้เป็นพื้นที่วางของได้อีกตำแหน่งนึง การหยิบจับใช้งานพวกสายฉีดชำระและกระดาษชำระอยู่ทางขวามือ

มองไปอีกด้านจะเป็นพื้นที่ส่วนเปียก ที่แยกการใช้งานชัดเจน โดยได้เป็นกระจกฉากกั้นอาบน้ำ พื้นที่อาบน้ำขนาดประมาณ 0.90 x 1.10 เมตร

หน้าต่าง Sexy Bath แบบเข้ามุมเพื่อให้แสงสว่างส่องผ่านมาในห้องน้ำ จะได้ดูไม่อึดอัด ถ้าใครต้องการความเป็นส่วนตัวก็สามารถติดม่านเพิ่มเอาก็ได้ ชุดฝักบัวได้มาตรฐานหน้าตาแบบในรูปเลยครับ

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะครับ

 

ราคาและเงื่อนไขการขาย @ October 2016

เนื่องจากเป็นโครงการที่ขายหมดและโอนกันหมดแล้วนะครับ ดังนั้นต้องซื้อต่อจากเจ้าของเดิม ทำให้ราคาก็จะค่อนข้างหลากหลายขึ้นอยู่กับทำเลห้องได้อยู่ชั้นสูงหรือชั้นล่าง ตกแต่งมากหรือน้อยครบแค่ไหน ความพอใจราคาจากการตกลงกันระหว่างคนซื้อและคนขาย ราคาต่อตารางเมตรในปัจจุบัน ปี 2016 จะอยู่ที่ประมาณ 82,000 – 100,000 บาท/ตร.ม. (เป็นการเก็บข้อมูลโดยส่วนตัวเองเท่านั้น)


เจาะลึกรวบยอด

ทำเล โครงการ IDEO ลาดพร้าว 5 ตั้งอยู่ติดถนนหลักลาดพร้าวและติดหน้าซอยลาดพร้าว 5 ด้วย เป็นทำเลลาดพร้าวช่วงต้น ระหว่างห้าแยกลาดพร้าว กับ แยกรัชดาฯ-ลาดพร้าว ซึ่งใครเคยผ่านไปมาตรงนี้ช่วงเลิกงานจะรู้เลยว่า “รถติดโคตรๆ” ยิ่งลาดพร้าวฝั่งเลขคี่ จะมีปัญหาเรื่องการจราจรมากกว่าฝั่งเลขคู่เพราะว่าฝั่งเลขคู่เค้ามีซอยลัดเลาะและสามารถใช้เส้นทางไปออกถนนวิภาวดีรังสิตหรือถนนพหลโยธินได้นั่นเอง

ความอุดมสมบูรณ์หลักในละแวกนี้ โครงการถูกขนาบด้วยห้าง 3 อันหลักได้แก่ 1)ยูเนียนมอลล์ 2)Central Plaza ลาดพร้าว 3)BigC Extra+Hompro ด้วยระยะทางที่เดินเท้าสะดวกง่าย ถ้าเขยิบออกไปหน่อยก็จะมี Tesco Lotus, เมเจอร์ รัชโยธิน อีกทั้งยังมีตลาดเดินช้อปให้เลือกอีกคือสวนจตุจักร, ตลาด อ.ต.ก., บอง มาร์เช่ และสวนลุมไนท์ฯรัชดาที่พึ่งจะเปิดตัวไปไม่นานนี้มีร้านอาหารมาเพิ่มอีก รวมๆถือว่าอุดมสมบูรณ์ใช้ได้

การเดินทางโดยใช้รถ ถ้าดูจากทำเลที่ตั้งแล้ว อยู่ระหว่าง Big Juction อย่างห้าแยกลาดพร้าว และ รัชดา-ลาดพร้าวแล้ว ถือว่าสะดวกมากไปไหนมาไหนง่ายสุดๆ แต่ในความเป็นจริงเมื่อมันไปไหนมาไหนง่าย คนก็มาใช้ที่ตรงจุดนี้กันเยอะด้วย ทำให้การจราจรบริเวณนี้ “บางเวลา” รถติดสาหัสสุดๆๆๆๆไปเลยเช่นเดียวกัน อีกทั้งโครงการยังตั้งอยู่ฝั่งของ “ลาดพร้าวเลขคี่” ซึ่งไม่มีซอยให้ลัดเลาะเข้าได้มาจากวิภาวดีเหมือนฝั่งเลขคู่ ส่วนของเรื่องที่จอดรถได้ที่จอดมา 50% ก็ถือว่าไม่เยอะไม่น้อยนะ สำหรับคอนโดในระยะเดินไปรถไฟฟ้า

การเดินทางโดยไม่ใช้รถ สามารถเดินไปขึ้น MRT สถานีพหลโยธิน ได้ระยะทางประมาณ 400 เมตร ระยะเดินง่ายครับ ติดถนนใหญ่ด้วย ในอนาคตที่ MRT สถานีพหลโยธิน จะกลายเป็น Interchange กับ BTS สายสีเขียวส่วนต่อขยาย “หมอชิต-สะพานใหม่-คูคต” (คาดว่าเสร็จปี 64) และอนาคตมากๆที่ MRT สถานีลาดพร้าว กลายเป็น Interchange อีกเช่นกัน ของสายสีเหลือง “ลาดพร้าว-สำโรง” ตั้งอยู่ช่วงหน้าอาคารจอดแล้วจรบนถนนรัชดาภิเษก (คาดว่ามี 5-6 ปี)  / ส่วนการเดินทางอื่นๆ สามารถพึ่งพาพี่วินมอเตอร์ไซค์ แท็กซี่ และรถเมล์บนถนนลาดพร้าวได้เลย เรียกรถง่ายไม่ต้องกังวลเพราะโครงการอยู่ติดกับถนนใหญ่

การออกแบบ โครงการที่สร้างมานานแล้ว การออกแบบทั้งพื้นที่ส่วนกลางและตัวอาคารอาจจะไม่หวือหวาเท่ากับคอนโดในเมืองปัจจุบัน แต่รายละเอียดต่างๆโครงการนี้ทำมาค่อนข้างลงตัว ตัวอาคารออกแบบมาเรียบๆใช้โทนสีขาว ตกแต่งในสไตล์โมเดิร์นผสมการใช้วัสดุที่เป็นธรรมชาติเช่นลามิเนตลายไม้ จึงสามารถดูอยู่ได้นานโดยไม่เบื่อทั้งๆที่โครงการก็สร้างมาได้ซักระยะ การจัดวางผังภายในอาคารเป็นสัดส่วนดี ผังห้องพักมีขนาดค่อนข้างกว้างกว่าโครงการในปัจจุบัน การจัดวางพื้นที่ใช้สอยต่างๆสามารถใช้งานได้อย่างสะดวกสบายแต่จะเน้นจัดวางให้คนเมืองที่เน้นซื้อข้าวมาทานมากกว่าเพราะส่วนใหญ่เป็นครัวเปิด ส่วนของแบบนี้ที่นี่ก็จะคุ้มตากันอยู่แล้วเรื่องระเบียงสองชั้นของอนันดา ซึ่งโดยส่วนตัวผมว่ามันมีประโยชน์กับการใช้งานอยู่อาศัยจริงนะ

วัสดุ ให้ครบตามมาตรฐาน ค่อนข้างไปทางดี เดิมโครงการให้ชุดครัว และสุขภัณฑ์ในห้องน้ำ COTTO แยกส่วนแห้งและเปียกได้ฉากกั้นอาบน้ำ Sexy Bath / ซึ่งรายละเอียดเรื่องวัสดุของโครงการมือสองนั้นหลายๆห้องมีการตกแต่งต่อเติมซึ่งต้องพิจารณาเป็นรายห้องว่า ห้องได้เราได้อะไร คุ้มค่าหรือไม่ มีทั้งห้องที่ขายพร้อมเฟอร์นิเจอร์และตกแต่งอย่างดี และห้องที่ขายเป็นห้องเปล่าๆ อย่างไรก็ตามต้องพิจารณาสภาพห้องประกอบด้วยว่าอยู่ในสภาพที่ดีหรือไม่

สาธารณูปโภค มีให้ครบครันตามมาตรฐาน ชั้นล่างมี Lobby ค่อนข้างกว้าง พร้อมทั้งห้อง Library, Kid CLub, ห้องจดหมาย, ห้องซักผ้าหยอดเหรียญ ด้านนอกอาคารมี Shop 2 Unit และสวนหย่อมด้านนอกอาคาร ขึ้นมาที่ชั้น 5 ซึ่งเป็น Main Facility จะมีห้อง Fitness วิวสระ ห้องอาบน้ำแต่งตัว และไฮไลท์คือสระว่ายน้ำที่ทำออกมาได้น่าใช้งานรวมถึงการจัดพื้นที่ทางเดิน สวน นั่งเล่นรอบสระ ซึ่งบ่งบอกถึงมีการดูแลรักษาได้ดี ไม่ค่อยโทรมเท่าไหร่ ค่าส่วนกลางอยู่ที่ 35 บาท/ตารางเมตร ถือว่าไม่ค่อยสูงเมื่อเทียบกับโครงการในปัจจุบัน

 

Judgement

เนื่องจากเป็นโครงการที่ขายหมดแล้ว ซึ่งปัจจุบันรูปแบบการขายเปลี่ยนแปลงเป็นแบบซื้อต่อกันเอง(มือสอง) ซึ่งค่อนข้างมีความแตกต่างกันไปทั้งเรื่องของวัสดุ การตกแต่งภายในห้อง รวมทั้งเรื่องของราคาที่ค่อนข้างหลากหลายขึ้นอยู่กับทำเลห้องได้อยู่ชั้นสูงหรือชั้นล่าง ตกแต่งครบ ความพอใจราคาจากการตกลงกันระหว่างคนซื้อและคนขาย ดังนั้นจึงไม่สามารถให้คะแนนในรีวิวนี้ได้ครับ

 

BOTTOM LINE

IDEO ลาดพร้าว 5 เป็นโครงการสร้างเสร็จพร้อมอยู่ สถานะมือ 2 เหมาะกับคนที่มองหาคอนโดที่เน้นการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าเป็นหลักหรือใช้รถก็ยังสะดวก และอยู่ในบริเวณที่อุดมสมบูรณ์สูงสุดของย่านลาดพร้าวตอนต้น ชอบห้องขนาดใหญ่ ยูนิตไม่หนาแน่นมาก และมีส่วนกลางให้ใช้ระดับนึง มีงบประมาณ 2.8 – 5.4 ล้าน หรือมีกำลังผ่อนประมาณ 19,500 – 40,500 บาท/เดือน

Share

2 Comments

  • ดูดีและคุ้มค่ากว่าคอนโดรุ่นใหม่ๆ เยอะเลย ทั้งวัสดุ แปลน ขนาดห้อง ทำเล

    ชอบสไตล์การรีวิวของคุณ PuN ด้วยค่ะ อ่านเพลิน ข้อมูลดี ไม่งง ^^

  • เป็นideoทำเลดีที่คุ้มค่าเงินสุดตัวหนึ่งเลยครับ

Leave a Reply