ธีรินทร์ พาร์ค จรัญฯ 13 – กาญจนาภิเษก บ้านเดี่ยว 2 ชั้นบนถนนบางแวก ใกล้ถนนกาญจนาภิเษก จาก ธีรินทร์ พาร์ค [รีวิวฉบับที่ 1222]

November 22, 2016 08:003 comments

%e0%b8%9b%e0%b8%81-%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b9%8c-%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%8d-13

รีวิวฉบับที่ 1222… สวัสดีค่ะ วันนี้จะพาไปชมโครงการ ธีรินทร์ พาร์ค จรัญฯ 13 – กาญจนาภิเษก จาก ธีรินทร์ พาร์ค ตัวโครงการเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้นที่มีเพียง 74 ยูนิต บนเนื้อที่ 28 ไร่เศษ ตัวบ้านมีพื้นที่ขนาด 100 ตร.วาขึ้นไป เหมาะกับคนที่ชอบบ้านเนื้อที่เยอะ พร้อมฝ้าเพดานสูง 2.7 เมตร ช่วยให้บ้านดูโปร่ง ตัวโครงการตั้งอยู่บนถนนบางแวก อยู่ใกล้ถนนใหญ่กาญจนาภิเษกประมาณ 500 เมตร หน้าตาโครงการจะเป็นอย่างไรไปชมพร้อมๆกันเลยค่าา ^^

Fact @ 16 November 2016

  • Teerin Park Charan 13 – Kanchanapisek (ธีรินทร์ พาร์ค จรัญฯ 13 – กาญจนาภิเษก)
  • บริษัท ธีรินทร์ พาร์ค จำกัด
  • HIGH CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment ได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ใน : เขต บางแค
  • เนื้อที่โครงการ 28-2-85 ไร่ จำนวน 74 ยูนิต
  • แบบบ้าน T1 ที่ดิน 101 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 233 ตร.ม. 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ และห้องแม่บ้าน ราคาเริ่มต้น 10.752 ล้านบาท
  • แบบบ้าน T2 ที่ดิน 103 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 256 ตร.ม. 3 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ พร้อมห้องพระและห้องแม่บ้าน ราคาเริ่มต้น 11.317 ล้านบาท
  • แบบบ้าน T3 ที่ดิน 110 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 277 ตร.ม. 3 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ  พร้อมห้องพระ ห้องเอนประสงค์ ห้องนั่งเล่นชั้น 2 และห้องแม่บ้าน ราคาเริ่มต้น 12.372 ล้านบาท
  • เพดานชั้น 1 สูง 2.7 เมตร
  • ราคาเริ่มต้น 10.752 ล้านบาท
  • ที่ดินเพิ่มลดตารางวาละ n/a บาท
  • โครงการเริ่มก่อสร้าง : มี.ค. 56
  • คาดว่าแล้วเสร็จทั้งโครงการ : ธ.ค. 60 (สร้างเสร็จพร้อมขาย)
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่
  • สำนักงานขาย : 02-449-5400-2

ช่วยกันคอมเม้นท์ แบ่งปันข้อมูลกับเพื่อนๆที่กำลังหาบ้านหน่อยนะคะ

NEW! เพื่อนๆสามารถเลือกอ่านตามหัวข้อได้โดยกดปุ่มไปยังหัวข้อที่สนใจได้นะคะ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด : 13.743711, 100.410850

teerinpark_officialmap

แผนที่จากทางโครงการค่ะ %e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b9%8c-%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%8d13-map%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88

โครงการธีรินทร์ จรัญ 13 – กาญจนาภิเษก ตั้งอยู่บนถนนบางแวกที่เชื่อมต่อกับถนนจรัญฯ 13 จุดเด่นของถนนเส้นนี้คือเป็นถนนเส้นเล็กๆที่ตัดกับถนนทวีวัฒนา ถนนพุทธมณฑลสาย 1-4 ถนนราชพฤกษ์ และถนนจรัญสนิทวงศ์ ซึ่งเป็นถนนใหญ่สายสำคัญในย่านฝั่งธนฯ โดยถนนเส้นต่างๆที่กล่าวมานี้จะตัดกับถนนบรมราชชนนีและถนนเพชรเกษมอีกด้วย ส่งผลให้ถนนบางแวกมีบ้านพักอาศัยค่อนข้างเยอะ เพราะสามารถเดินทางไปยังถนนใหญ่ได้สะดวกและราคาที่ดินไม่สูงเท่าที่ดินติดถนนใหญ่  นอกจากนี้ถนนโดยรอบอย่างถนนเพชรเกษม ถนนจรัญสนิทวงศ์ ถนนกาญจนาภิเษก ยังเป็นแหล่งการค้าที่สำคัญย่านฝั่งธนฯ โดยจะมีห้างสรรพสินค้า Community Mall อาคารสำนักงานขนาดเล็กถึงใหญ่ สะท้อนให้เห็นว่าย่านนี้มีเจ้าของธุรกิจแบบ SME รายย่อยถึงรายใหญ่ ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อบ้านราคาหลัก 10 ล้านอยู่ค่ะ

โดยบริบทแล้วย่านนี้ถือเป็นแหล่งชุมชนที่อยู่อาศัยแนวราบที่มีทั้งหมู่บ้านเก่าที่สร้างมานานและในปัจจุบันก็มีโครงการใหม่ๆมาขึ้นกันค่อนข้างเยอะ สำหรับความเจริญและความอุดมสมบูรณ์ในระยะใกล้ที่สุดคงจะเป็นร้านค้า ร้านอาหารภายในซอยบางแวก ส่วนห้างใกล้ๆจะมี The Paseo Park บนถนนกาญจนาภิเษก ที่เป็น Community Mall ที่มีร้านค้า ร้านอาหารมากมาย  หรือจะไปบนถนนจรัญสนิทวงศ์ก็มีตลาดเก่าแก่ที่น่าสนใจหลายที่ ห่างออกไปบนถนนเพชรเกษมจะมี เดอะมอลล์ บางแค/Seacon บางแค/Tesco Lotus/Big C ส่วนบนถนนราชพฤกษ์จะมี The Circle/The Crystal/The Walk/Food Villa และร้านอาหารน้อยใหญ่ บนเส้นราชพฤกษ์จะมีความอุดมสมบูรณ์มากหน่อย ถัดไปไกลหน่อยก็จะเป็น เซ็นทรัลปิ่นเกล้า นอกจากนั้นยังไม่ไกลโรงเรียนสำคัญๆอย่าง โรงเรียนอนุบาลเด่นหล้า โรงเรียนอัสสัมชัญ ธนบุรี  มหาวิทยาลัยมหิดล มี รพ.ธนบุรี2 รพ.เกษมราษฎร์ บางแค และออกไปทางพุทธมณฑลสาย 4 สถานที่สำคัญทางพุทธศาสนาที่มีพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่

%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b9%8c-%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%8d13-map%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%a1

โครงการนี้คือตั้งอยู่บนถนนบางแวก ห่างจากถนนใหญ่กาญจนาภิเษกประมาณ 500 เมตร ใกล้ The Paseo Park สามารถไปยังทางด่วนศรีรัช-วงแหวนรอบนอกได้ง่าย จากที่ตั้งโครงการยังสามารถใช้เส้นทางไปออกยังถนนต่างๆได้หลายสาย โดยถนนเส้นนี้จะเชื่อมต่อกับถนนจรัญ 13 ที่สามารถไปทะลุถนนจรัญสนิทวงศ์ได้ นอกจากนี้ยังมีถนนพุทธมณฑลสาย 1-4 ถนนกาญจนาภิเษก และถนนราชพฤกษ์ ซึ่งทุกเส้นจะตัดกับถนนบรมราชชนนีและถนนเพชรเกษม ถนนสายหลักที่ใช้ในการเดินทางเข้า-ออกเมือง ส่วนถนนกาญจนาภิเษกเองก็ใช้วิ่งลงใต้ไปเชื่อมกับพระราม 2 ได้ หรือจะวิ่งขึ้นเหนือไปทางบางใหญ่/บางบัวทองก็ได้เหมือนกัน และสามารถวิ่งออกต่างจังหวัดไปทางภาคตะวันตกหรือภาคใต้ก็ทำได้

ส่วนการเดินทางโดยไม่ใช้รถ สามารถเรียกรถสองแถวสีแดงที่วิ่งบนถนนบางแวกไปถึงถนนจรัญสนิทวงศ์ 13 แล้วทะลุถนนจรัญสนิทวงศ์ที่ปัจจุบันกำลังมีการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ในอนาคตเมื่อรถไฟฟ้าสร้างเสร็จแล้วเราจะสามารถต่อรถไปขึ้นได้สะดวก  หรือจะไปขึ้นที่ถนนเพชรเกษมก็ได้เหมือนกันค่ะ

ปัจจุบันมี ทางพิเศษสายศรีรัช – วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร ถือเป็นเส้นทางช่วยระบายการจราจรจากทางพิเศษศรีรัช บริเวณสถานีขนส่งหมอชิต 2 ข้ามไปฝั่งตะวันตกของ กทม. และมาสิ้นสุดที่ถนนวงแหวนรอบนอก โดยมีแนวสายทางเริ่มต้นจากถนนกาญจนาภิเษก (ถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร) จากนั้นแนวสายทางจะไปทางทิศตะวันออก โดยใช้พื้นที่เขตทางรถไฟสายตะวันตก (สายใต้เดิม) ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาที่บริเวณสะพานพระราม 6 จากนั้นแนวสายทางยังคงไปตามเขตทางรถไฟจนถึงจุดเชื่อมต่อกับทางพิเศษศรีรัช (ทางด่วนขั้นที่ 2) บริเวณด้านเหนือของสถานีขนส่งสายเหนือ (หมอชิต 2) ระยะทางรวมประมาณ 16.7 กม. โดยมีรูปแบบเป็นทางยกระดับขนาด 6 ช่องจราจร มีทางแยกต่างระดับ 2 แห่ง คือ ทางแยกต่างระดับกาญจนาภิเษกและทางแยกต่างระดับบางซื่อ มีทางขึ้น-ลง 6 แห่งคือ

  • ทางขึ้น-ลงบรมราชชนนี
  • ทางขึ้น-ลงราชพฤกษ์
  • ทางขึ้น-ลงบางบำหรุ
  • ทางขึ้น-ลงจรัญสนิทวงศ์
  • ทางขึ้น-ลงพระราม 6
  • ทางขึ้นลง-กำแพงเพชร 2

map-%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%99

การขึ้นลงทางด่วนศรีรัช-วงแหวนรอบนอกสามารถใช้เส้นกาญจนาภิเษก เพื่อขึ้น-ลงทางด่วนได้ค่ะ โดย

  • หากต้องการขึ้นทางด่วน(เส้นสีแดง) จากโครงการสามารถออกไปบนถนนกาญจนาภิเษกแล้วไปยูเทิร์นบนสะพานกลับรถ ตรงไปเรื่อยๆบนถนนกาญจนาภิเษก แล้ววนซ้ายผ่านทางยกระดับบรมราชชนนีไปก็จะเจอด่านเก็บเงินฉิมพลีค่ะ
  • หากต้องการลงทางด่วน(เส้นสีฟ้า) สามารถเลี้ยวซ้ายที่ถนนกาญจนาภิเษกแล้วตรงไปเรื่อยๆ จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าถนนบางแวก ตรงไปเรื่อยๆประมาณ 500 เมตร จะเห็นโครงการอยู่ทางขวามือค่ะ

โดยการเดินทางวันนี้เราจะใช้เส้นทางการลงจากทางด่วนศรีรัช ผ่านถนนกาญจนาภิเษกแล้วไปยังโครงการกัน

ตอนนี้เราอยู่บนทางด่วนให้ขับตามป้ายลงทางด่วนตรงถนนกาญจนาภิเษกไปเรื่อยๆ เมื่อเกือบถึงทางลงทางด่วนให้ชิดซ้ายเพื่อเตรียมลงตรงถนนกาญจนาภิเษก ทางออกที่ 2

เราเบี่ยงซ้ายเพื่อขับลงทางด่วนกันเลยยย

ลงทางด่วนมาเป็นถนนเลียบทางรถไฟ ส่วนทางซ้ายมือเป็นอาคารที่พักข้าราชการศาลยุติธรรม

ขับต่อมาอีกหน่อยเจอสำนักอัยการจังหวัดตลิ่งชัน

ตรงมาเรื่อยๆจะเจอสะพานกลับรถข้างหน้า โดยถ้ากลับรถจะสามารถไปถนนสวนผักและถนนราชพฤกษ์ได้ ส่วนเราจะตรงเพื่อไปยังถนนกาญจนาภิเษกนะคะ

ตรงมาสุดทางเราจะเจอทางยกระดับบรมราชชนนี ให้เราเลี้ยวซ้ายเพื่อไปยังถนนกาญจนาภิเษกนะคะ

เลี้ยวซ้ายตามมาเลยย ตอนนี้เราอยู่บนถนนกาญจนาภิเษกแล้ว

ถนนกาญจนาภิเษกเป็นถนน 12 เลน บรรยากาศ 2 ข้างทางจะเป็นสิ่งปลูกสร้างแนวราบ ทั้งบ้านพักอาศัย อาคารพาณิชย์ อาคารสำนักงานขนาดกลาง รวมทั้ง Mall ขนาดกลางจนถึงขนาดใหญ่ และร้านอาหารน่าสนใจหลายร้าน อย่างทางซ้ายมือนี้มีโครงการชวนชื่น การ์เด้นท์ที่มีร้านนวด และร้านกาแฟ The Grinder Cafe ที่เป็นร้านกาแฟน่ารักในตู้คอนเทนเนอร์

ไม่ไกลกันจะเป็นโซนร้านขายต้นไม้

ขับมาเรื่อยๆจะเจอวิทยาลัยโพลีเทคนิคพณิชย์กรุงเทพ อยู่ทางขวามือ

มาถึงตรงนี้เราจะเจอแยกซ้ายมือที่สามารถเลี้ยวไปบนถนนบรมราชชนนีหรือปิ่นเกล้าได้ แต่เราจะตรงไปยังทางแยกต่างระดับฉิมพลีที่อยู่ตรงหน้ากันก่อนนะคะ

ขับตรงมาเรื่อยๆผ่านทางแยกต่างระดับฉิมพลี ด้านหน้าจะเจอป้ายเลี้ยวซ้ายไปนครปฐมได้ แต่เราจะตรงไปกันนะคะ

พอลงจากทางแยกต่างระดับฉิมพลีมา เราก็มาอยู่บนถนนกาญจนาภิเษกเหมือนเดิม สองข้างทางของถนนเส้นนี้จะเต็มไปด้วยเต็นท์รถมือสองเจ้าใหญ่ๆค่อนข้างเยอะ

เราขับตรงมาจะเจอ Ptt Lift Plaza อยู่ฝั่งตรงข้าม ซึ่งเป็นปั๊มน้ำมัน ปตท. ปั๊มใหญ่ ด้านในมีร้านอาหารหลากหลาย เช่น แมคโดนัล, นิตยาไก่ย่าง, S&P, Black canyon และด้านหน้าปั๊มตอนกลางคืน จะมีร้านก๋วยเตี๋ยว ลูกชิ้นปิ้งและร้านนมให้มานั่งกินกันได้

ระหว่างทางเราจะเห็นเต็นท์รถขนาดใหญ่แบบนี้ไปตลอดเส้นทาง

ตรงนี้มีร้านอาหารครัวเจ๊ง้อ ที่เป็นร้านอาหารเก่าแก่เปิดสาขาแรกมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2542 จนวันนี้ 17 ปี มีสาขาทั่วกรุงเทพฯและปริมณฑล

ไม่ไกลกันจะเจอปั๊ม ปตท. ฝั่งตรงข้ามเป็น Paseo Park ที่เป็น Community Mall สไตล์ญี่ปุ่น บนพื้นที่กว่า 50 ไร่ ที่มีคอนเซ็ปต์ “ญี่ปุ่น 3 ยุค”  ได้แก่ ยุคเอโดะ (สมัยโบราณ), ยุคเฮเซ (สมัยปัจจุบัน)  และจำลองบรรยากาศของญี่ปุ่นในอนาคตไว้ด้วย ภายในมีร้านของช็อป ของใช้หลากหลาย หรือใครอยากไปหาของกินก็มีให้เลือกเยอะมาก โดยเฉพาะอาหารญี่ปุ่น โดยที่นี่เปิดบริการทุกวัน 10.00 – 22.00 น. ค่ะ

ขับตรงมาเรื่อยๆจะเห็นสมาคมชาวปักษ์ใต้อยู่ทางขวามือ

มาถึงตรงนี้หากเราเห็นป้ายทางไปจรัญสนิทวงศ์ ให้เราเตรียมชิดซ้ายไว้ก่อนแต่อย่าเพิ่งเลี้ยวนะคะ

ข้างหน้าจะเป็นสะพานกลับรถของถนนพระเทพตัดใหม่ โดยเราจะขับตรงไปเรื่อยๆก่อน

มาถึงตรงนี้จะเจอป้ายบอกทางเลี้ยวซ้ายเข้าจรัญสนิทวงศ์ 13 ซึ่งพอเลี้ยวเข้าไปก็จะเป็นถนนบางแวก โดยเราจะเตรียมชิดซ้ายไว้เพื่อเลี้ยวเข้าถนนเส้นนี้กัน

ไม่ไกลกันจก็ถึงถนนบางแวกแล้ว โดยจุดสังเกตคือจะมีเต็นท์รถมือสอง และมีสะพานลอยอยู่ตรงหน้าปากซอย เดี๋ยวเราจะเลี้ยวซ้ายเข้าถนนบางแวกกันนะคะ

เลี้ยวซ้ายเข้ามาบนถนนบางแวกเป็นถนน 4 เลน สองข้างทางของถนนเส้นนี้ส่วนใหญ่จะเป็นอาคารพาณิชย์ บ้านพักอาศัย และตึกแถวเก่าแก่

ขับมาอีกนิดมี 7/11 ให้มาซื้อของกินของใช้กันได้

ภายในอาคารพาณิชย์ที่ติดกับถนนบางแวกจะมีทั้งร้านอาหาร ร้านขายยา และร้านขายของใช้ต่างๆให้มาซื้อหาเข้าบ้านกันได้อีก

Lotus Express ก็มีนะคะ โดยข้างๆ Lotus จะมีเต็นท์ขายอาหารเล็กๆด้วย จากตรงนี้จะอยู่ห่างจากโครงการประมาณ 200 เมตร

และเนื่องจากย่านนี้มี SME ที่เป็นธุรกิจขนาดเล็กถึงขนาดกลาง จึงมีอาคารสำนักงานขนาดไม่ใหญ่มากกระจายอยู่ทั่วพื้นที่

ตลาดเล็กๆก็มีอยู่ทางซ้ายมือ ถัดไปเป็นอาคารพาณิชย์ 4 ชั้น

ขับมาอีกนิดเดียวก็จะเจอโครงการอยู่ทางขวามือค่ะ โดยอาคารที่ติดกับโครงการฝั่งนี้เป็นทาวน์โฮม 2 ชั้น ฝั่งตรงข้ามโครงการเป็นอาคารพาณิชย์ 3 ชั้น

หน้าตาอาคารพาณิชย์ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามโครงการ

อีกฝั่งหนึ่งของโครงการจะติดกับทาวน์โฮม 2 ชั้นค่ะ

map-zoom-%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b9%8c

สภาพแวดล้อมรอบๆโครงการส่วนใหญ่เป็นอาคารแนวราบ โดยสองฝั่งของถนนบางแวกจะเป็นอาคารพาณิชย์ ตึกแถวซะเป็นส่วนใหญ่ ส่วนรอบๆโครงการจะติดกับโครงการหมู่บ้านและบ้านพักอาศัย โดยทิศเหนือ ติดกับถนนบางแวกที่เป็นทางเข้า-ออกหลักของโครงการ ฝั่งตรงข้ามเป็นอาคารพาณิชย์ 3 ชั้น ทิศตะวันตก ติดกับ ทาวน์โฮม2 ชั้น ตึก 4 ชั้น และหมู่บ้านพรรณิการ์ ที่เป็นโครงการบ้านพักอาศัย ทิศตะวันออก ติดกับ ทาวน์โฮม 2 ชั้น บ้านพักอาศัย ตึก 4 ชั้น และหมู่บ้านเดอะโฮม ส่วนทางทิศใต้ ติดกับคลองบางไผ่และหมู่บ้านลัดดาวัลย์ ปิ่นเกล้า-เพชรเกษมค่ะ

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • Lotus Express ~200 เมตร
  • 7-11 ~400 เมตร
  • โรงเรียนตรีมิตรวิทยา ~2.7 กิโลเมตร
  • The mall บางแค ~4.1 กิโลเมตร
  • Lotus บางแค ~5.5 กิโลเมตร
  • Paseo Park ~5.8 กิโลเมตร
  • โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ บางแค ~6.1 กิโลเมตร
  • เนติบัณฑิตยสภาในพระบรมราชูปถัมภ์ ~6.5 กิโลเมตร
  • โรงพยาบาลธนบุรี 2 ~8.2 กิโลเมตร

 


เจาะลึกตัวโครงการ

%e0%b8%9c%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3-%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b9%8c

ธีรินทร์ พาร์ค จรัญฯ 13-กาญจนาภิเษก เป็นโครงการบนเนื้อที่ 28 ไร่เศษ ที่มีบ้านเดี่ยวเพียง 74 ยูนิต เนื่องจากขนาดที่ดินของบ้านค่อนข้างใหญ่จึงทำให้แบ่งจำนวนยูนิตออกมาไม่มากนัก ข้อดีคือจะค่อนข้างเป็นส่วนตัวโครงการมีทางเข้า-ออกโดยใช้ถนนบางแวกเป็นหลัก โดยมีซุ้มทางเข้าเป็นแบบ Double Gate คือทางเข้าแรกจะติดกับถนนบางแวก เมื่อเข้ามาจะเจอกับถนนภาระจำยอมกว้าง 16 เมตร ซึ่งถนนภาระจำยอมนี้จะใช้ร่วมกับบ้านพักอาศัยข้างเคียงโครงการด้วยค่ะ เมื่อเข้ามาด้านในจะเจอประตูทางเข้าที่ 2 ที่มีป้อม รปภ. ตรงกลางขนาบด้วยทางเข้า-ออก ผ่านประตูโดยการสแกนคีย์การ์ดระยะใกล้ผ่านรั้วกั้นไม้กระดก

ภายในโครงการจะประกอบด้วยบ้านพักอาศัยจำนวน 74 ยูนิต วางผังบ้านแบบคละ Type กันไป ตัวบ้านหันหน้าในแนวทิศเหนือ-ใต้ ทำให้แดดร้อนจากทิศตะวันตกไม่ส่องเข้าบ้านในตอนบ่าย ส่วนกลางประกอบด้วย Clubhouse ที่ประกอบด้วยฟิตเนส สระว่ายน้ำ และสวนสาธารณะที่มีเครื่องออกกำลังกายสำหรับเด็ก ที่นั่งเล่น และเลนวิ่ง วางอยู่ค่อนมาทางฝั่งหน้าโครงการ บ้านที่อยู่ด้านหน้าจะใกล้ทางเข้า-ออกและใช้ส่วนกลางได้สะดวก ส่วนตัวบ้านที่อยู่ด้านในก็จะได้ในเรื่องของความเป็นส่วนตัวค่ะ

โครงการออกแบบมาภายใต้คอนเซปต์ Start With Nature มีการออกแบบซุ้มโครงการโดยใช้โทนสีเทา-ดำ ตกแต่งด้วยฉลุลายกิ่งก้านไม้และมีการปลูกไม้พุ่มรอบๆซุ้มโครงการสร้างความร่มรื่น โดยตรงนี้จะเป็นซุ้มทางเข้าจุดที่ 1 ที่มี CCTV และมีป้อม รปภ.เพื่อดูแลลูกบ้าน  Visitor และผู้ที่พักอาศัยในบ้านหลังอื่นๆที่ต้องเข้า-ออกทางนี้

เข้ามาด้านในจะเจอถนนภาระจำยอมกว้าง 14 เมตร เป็นถนน 2 เลน ที่ใช้ร่วมกันระหว่างลูกบ้านในโครงการและบ้านพักอาศัยข้างเคียง

เดินมาสุดทาง ด้านขวามือจะเป็นทางเข้าบ้านพักอาศัยข้างเคียงและมีซอยเล็กๆที่แยกไปยังบ้านพักอาศัยด้านหลังอีก ส่วนทางเข้าโครงการจะอยู่ทางซ้ายมือค่ะ

ทางขวามือจะเป็นรั้วโครงการยาวไปถึงด้านหลัง ส่วนทางขวามือจะมีซอยเล็กๆแตกย่อยไปยังบ้านพักอาศัยอื่นๆของคนแถวนี้ค่ะ

ประตูทางเข้าโครงการ Gate 2 จะมีป้ายโครงการ ธีรินทร์ พาร์ค มองเห็นชัดเจน ทางซ้ายมือมีการปลูกต้นไม้ร่มรื่นดี

เดินเข้ามาด้านในจะเจอซุ้มทางเข้าโครงการที่มีป้อม รปภ. อยู่ตรงกลาง ขนาบด้วยทางเข้า-ออกที่เป็น Double Gate กั้นด้วยรั้วกั้นไม้กระดกและประตูเหล็ก ลูกบ้านจะผ่านประตูโดยใช้ Access Card แบบระยะใกล้ คือเปิดกระจกรถ ยื่นบัตรแตะ ผ่านรั้วไม้กระดก โดยมีกล้อง CCTV ส่องหน้าคนขับและส่องป้ายทะเบียนอยู่บริเวณนี้ด้วย ส่วนถ้าเป็นผู้มาติดต่อจะต้องแลกบัตรกับพี่ รปภ.ก่อนค่ะ

เมื่อผ่านซุ้มประตูเข้ามาภายในโครงการจะเจอถนนหลักกว้าง 12 เมตร สองข้างทางมีฟุตบาทให้คนเดินได้และยังปลูกต้นไม้ให้ร่มเงาช่วยให้บรรยากาศทางเข้าโครงการร่มรื่นดี รั้วโครงการสูง 3.5 เมตร มีการปลูกต้นไม้เป็น Green wall  และตกแต่งด้วยฉากฉลุลายกิ่งไม้ ทางซ้ายมือจะเป็นซอยย่อย ที่จะเป็นสำนักงานขายและบ้านตัวอย่าง

ภายในซอยย่อยกว้าง 10 เมตร โดยซอยนี้จะเป็นพื้นที่สำนักงานขาย พร้อมบ้านตัวอย่างและบ้านเปล่าค่ะ

เราเดินต่อไปเพื่อดูบรรยากาศภายในโครงการกันต่อ ภาพรวมโครงการนี้ค่อนข้างร่มรื่นเพราะมีการปลูกต้นไม้ในทุกที่ จึงมีพื้นที่สีเขียวค่อนข้างเยอะ ในขณะเดียวกันต้นไม้ที่ปลูกก็แผ่กิ่งก้านสาขาช่วยให้ร่มเงาขณะที่เดินอยู่ในโครงการได้ดี มองตรงไปจะเป็น Clubhouse ของโครงการค่ะ

Clubhouse ของโครงการจะเป็นตึก 2 ชั้น พื้นที่ชั้นล่างจะเป็นสระว่ายน้ำส่วนชั้นบนจะเป็นฟิตเนส

การเข้า Clubhouse จะผ่านประตูบานเปิดคู่ไปสู่ Foyer เล็กๆที่ทางซ้ายมือจะเป็นชั้นวางรองเท้า ส่วนทางขวามือเป็นบันไดทางขึ้นไปสู่ชั้น 2

เมื่อขึ้นมาจะเจอโถงนั่งเล่นที่มีโซฟา 1 ชุด ขนาดประมาณ 4-8 ที่นั่ง มองตรงไปจะเป็นห้องฟิตเนสค่ะ

ที่ผนังมีระเบียบการใช้สระว่ายน้ำและฟิตเนส โดยจะให้บริการ 06.00 – 20.00 น. นะคะ

มองกลับไปจะเห็นว่าเมื่อขึ้นบันไดมาจะมีห้อง Locker เล็กๆให้ 2 ห้อง เผื่อใครมาฟิตเนสหรือมาว่ายน้ำแล้วถือของมาด้วย จะได้สะดวกในการเก็บของค่ะ ส่วนทางซ้ายมือจะเป็นบันไดทางเดินลงไปสู่สระว่ายน้ำ

เข้ามาภายในห้อง Locker จะเป็นห้องเล็กๆที่มีตู้เก็บของและที่นั่ง เผื่อใครจะเปลี่ยนรองเท้า เปลี่ยนเสื้อผ้า หรือทำธุระก็สะดวกได้

ถัดไปเราจะพาไปดูห้องฟิตเนสกันบ้างค่ะ ทางเข้าห้องฟิตเนสจะเป็นประตูบานเลื่อนแบบนี้

เข้ามาภายในห้องฟิตเนสขนาดประมาณ 33 ตร.ม. ที่บรรจุเครื่องออกกำลังกายประมาณ 6 เครื่อง บรรยากาศห้องโปร่งมากเนื่องจากฝ้าเพดานสูงและมีหน้าต่างรอบห้อง มองตรงไปจะมีประตูสามารถเปิดออกไปที่ระเบียงข้างนอกได้

จากระเบียงหน้าห้องฟิตเนสสามารถมองเห็นวิวสวนสาธารณะได้ค่ะ

ถัดไปเราจะพาลงบันไดไปดูสระว่ายน้ำที่ชั้น 1 กันบ้าง

สระว่ายน้ำของโครงการเป็นระบบเกลือ มีขนาดประมาณ 11 x 6.5 เมตร  แบ่งเป็นสระเด็กขนาดประมาณ 2.5 x 2.5 เมตร ข้างสระมีศาลาเล็กๆให้นั่งเล่นได้ ค่อนข้างเป็นส่วนตัวเพราะอยู่ด้านในของตัวอาคาร

ส่วนพื้นที่ข้างสระอีกด้านจะมีห้องน้ำชาย-หญิง และที่ล้างตัวริมสระให้

ที่ล้างตัวริมสระมี Rain Shower ให้ 2 ชุด พื้นส่วนอาบน้ำลดระดับลงเล็กน้อยและเป็นพื้นทรายล้างจึงไม่ต้องกลัวลื่นขณะล้างตัวนะคะ

ห้องน้ำชาย-หญิง จะมีอ่างล้างมืออยู่ตรงกลาง ส่วนทางซ้ายมือจะเป็นห้องสุขาและทางขวามือเป็นห้องอาบน้ำค่ะ

ข้างๆ Clubhouse จะมีที่จอดรถประมาณ 5 คัน และเป็นพื้นที่สวนสาธารณะที่มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 416 ตร.วา

เข้ามาภายในสวนหย่อมของโครงการจะมีสนามหญ้าที่มีลู่วิ่งโดยรอบ มีเครื่องเล่นเด็กและมีศาลานั่งเล่นประมาณ 3 จุด ให้พ่อแม่นั่งดูลูกๆเล่นเครื่องเล่นได้

เครื่องเล่นเด็กที่โครงการให้มาจะมีทั้งเครื่องเล่นรูปสัตว์

รวมทั้งมีสไลเดอร์แบบนี้ด้วย

โดยสวนนี้จะมีทางเดินออกไปยังบ้านพักอาศัยด้านหลังได้ค่ะ

จากสวนสาธารณะไปจนถึงด้านหลังโครงการจะเป็นโซนบ้านพักอาศัย ที่มีทั้งที่ลูกบ้านย้ายเข้าอยู่แล้ว และโซนด้านหลังสุดจะเป็นโซนที่อยู่ในระหว่างก่อสร้างค่ะ

สิ่งอำนวยความสะดวก

  • สระว่ายน้ำ 1 สระ ระบบเกลือ ขนาด 11 x 6.5 ม. แบ่งสระเด็ก ขนาด 2.5 x 2.5 ม.
  • ห้องออกกำลังกาย 1 ห้อง ขนาด 33 ตร.ม. ใส่เครื่องออกกำลังกายประมาณ 6 เครื่อง
  • สวนสาธารณะ 416 ตร.วา
  • ระบบ CCTV ที่ Main Gate และภายในโครงการ 16 จุด
  • รั้วรอบโครงการสูง 3 -3.5 ม.
  • Wi-Fi ฟรีที่คลับเฮ้าส์
  • Key Card Access ระยะใกล้
  • เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง
  • ประตูรั้วโครงการแบบ รั้วกั้นไม้กระดก/ เลื่อนไฟฟ้า
  • สัญญาณกันขโมย ระบบ Magnetic & Shock Sensor ทุกหลัง
  • ถนนหลักกว้าง 12-14  ม. และถนนภายในกว้าง 9 ม.

 


Product Walkthrough

%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99

บ้านในโครงการมีขนาดที่ดินตั้งแต่ 100 ตร.วา ขึ้นไป และพื้นที่ใช้สอยขนาด 200 ตร.ม. ขึ้นไป และจัดฟังก์ชั่นมาแบบ 3 ห้องนอน จึงเหมาะกับครอบครัวที่ชอบบ้านเนื้อที่เยอะ ชอบจัดสวนหรือมีพื้นที่รอบบ้าน โดยแบบบ้านของโครงการมี 3 แบบ คือ

  • T1 ที่ดิน 101 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 233 ตร.ม. 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ และห้องแม่บ้าน
  • T2 ที่ดิน 103 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 256 ตร.ม. 3 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ พร้อมห้องพระและห้องแม่บ้าน
  • T3 ที่ดิน 110 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 277 ตร.ม. 3 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ  พร้อมห้องพระ ห้องเอนประสงค์ ห้องนั่งเล่นชั้น 2 และห้องแม่บ้าน

ตัวบ้านใช้โครงสร้าง Conventional หรือการก่อสร้างแบบเสาคาน ผนังก่ออิฐฉาบปูน สามารถทุบ เจาะ ดัดแปลงบ้านได้ หากลูกบ้านซื้อบ้านที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง จะสามารถปรับเปลี่ยน ดัดแปลงฟังก์ชั่นได้ตามต้องการ  ซึ่งถือเป็นข้อดีสำหรับคนที่ต้องการปรับบ้านให้เหมาะกับตัวเองและครอบครัว สำหรับรายละเอียดปลีกย่อยสามารถสอบถามกับทางโครงการได้ค่ะ

ส่วนบ้านที่เราจะพาไปเจาะลึกกันในวันนี้จะเป็นบ้านแบบ T3 พื้นที่ใช้สอย 277 ตร.ม. ซึ่งเป็นบ้านแบบใหญ่ที่สุดในโครงการ และเราจะนำบ้านแบบ T2 มาให้ดูกันพอเป็นน้ำจิ้มในช่วงท้ายค่ะ

plan277

บ้านแบบ T3 บนที่ดิน 110.5 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 277 ตร.ม. แบบ 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ พร้อมห้องแม่บ้าน เมื่อผ่านรั้วบ้านเข้ามาจะเป็นพื้นที่จอดรถและมีพื้นที่สีเขียวรอบบ้านรวมถึงต้นไม้ใหญ่ลงให้ จากผังสามารถเข้าถึงในบ้านได้จาก 4 ทางด้วยกัน คือบานประตูเลื่อนหน้าบ้านทาง Foyer(โถงทางเข้า), ประตูเปิดจากที่จอดรถ, บานประตูเลื่อนที่ห้องทานข้าวหลังบ้าน และประตูหลังบ้านจากส่วนซักล้างเข้ามาเจอครัว

เมื่อเข้าบ้านมาจะเจอ Foyer เล็กๆที่เราสามารถวางตู้รองเท้า และติดกระจกเงาสำหรับส่องดูความเรียบร้อยของตัวเองก่อนออกจากบ้านได้ ตัวบ้านจะแยกเป็นโซนด้านหน้าที่เป็นส่วนพักผ่อน โดยทางซ้ายมือเป็นห้องนั่งเล่นที่มีพื้นที่ต่อเนื่องกับห้องรับประทานอาหาร ส่วนทางขวาเป็นห้องอเนกประสงค์อยู่ข้างๆบันได สามารถจัดเป็นห้องทำงาน ห้องอ่านหนังสือ หรือห้องอื่นๆได้ตามใจชอบ ส่วนซีกหลังจะเป็นโซนเซอร์วิสอย่างห้องน้ำ ห้องครัวที่มีพื้นที่ติดกับ Pantry ด้านนอกและเชื่อมต่อกับห้องรับประทานอาหาร เป็นฟังก์ชั่นที่ต่อเนื่องกัน สามารถใช้งานร่วมกันได้ดี โดยห้องครัวจะสามารถเปิดออกไปยังลานซักล้างหลังบ้านที่สามารถเดินไปยังห้องแม่บ้านได้ค่ะ

ขึ้นมาที่ชั้น 2  จะมีโถงขนาดใหญ่ที่เชื่อมต่อกับห้องนอน 3 ห้องคือ ห้องนอนใหญ่และห้องนอนเล็ก 2 ห้อง โดยจุดเด่นของบ้าน Type นี้คือ ห้องนอนทุกห้องจะมีห้องน้ำในตัวให้ทั้งหมด ซึ่งมีข้อดีตรงที่จะได้ความเป็นส่วนตัวไม่ต้องแชร์ห้องน้ำร่วมกัน เข้าไปด้านในจะมีห้องพระที่กั้นให้เป็นสัดส่วนและห้องนั่งเล่นที่เป็นห้องกระจกเข้ามุม ทำให้บรรยากาศโดยรวมดูโปร่ง น่าใช้งาน เหมาะจะเป็นพื้นที่ Family area ที่ครอบครัวจะมาทำกิจกรรมร่วมกันก่อนนอนได้ หรือใครที่มีสมาชิกเพิ่มก็สามารถกั้นเป็นห้องนอนอีกห้องได้ค่ะ

ตัวบ้านออกแบบในสไตล์ Modern ใช้โทนสีเทา-ขาว-ครีม โครงการจะปูสนามหญ้าและจัดสวนรอบๆบ้านให้ โดยต้องการให้ผู้อยู่อาศัยสามารถมองวิวสวนจากในบ้านได้ด้วย จึงออกแบบให้ในบ้านมีหน้าต่างบานใหญ่และเข้ามุม ซึ่งผลพลอยได้อีกอย่างคือภายในบ้านจะดูโปร่งและแสงสว่างเข้าดี รั้วบ้านจริงจะเป็นเหล็กโปร่งที่มีประตูเป็นแบบรางเลื่อนให้ ความสูงของรั้วประมาณ 1.7 เมตร

เข้ามายังลานจอดรถที่สามารถจอดได้ 2 คัน โดยพื้นบ้านเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก Slab on Beam ผิวหน้าเป็นกระเบื้องสลับกับทรายล้างแบบบ้านตัวอย่างเลย บนฝ้าเพดานมีไฟดาวน์ไลท์ให้ 2 ดวง ทางขวามือมีช่องเปิดเป็นหน้าต่างกระจกบานเลื่อนของห้องอเนกประสงค์  และทางซ้ายมือเป็นประตูเข้า-ออกบ้านทางลานจอดรถ

ประตูเข้า-ออกบ้านทางลานจอดรถโดยใช้ประตู HDF สีขาว-เทา มือจับลูกบิดสแตนเลส ที่พื้นมีชานยื่นออกมาเนื่องจากระดับพื้นบ้านสูงกว่าพื้นลานจอดรถพอสมควร

เราเดินเลี้ยวมาข้างบ้านจะมีหน้าต่างบานเลื่อนของห้องอเนกประสงค์ และห้องน้ำของแม่บ้านที่มีชานยื่นออกมา ที่พื้นปูกระเบื้องให้เรียบร้อย

เดินอ้อมมาหลังบ้านจะมีห้องแม่บ้าน ติดกันเป็นโถงเล็กๆที่ภายในมีที่วางเครื่องซักผ้าและมีประตูเปิดเข้าไปห้องครัวได้

ห้องแม่บ้านขนาดประมาณ 2.3 x 2.5 เมตร สามารถวางเตียงขนาด 3.5 ฟุตได้สบายๆ โดยมีหน้าต่างมาให้ 1  บานช่วยให้อากาศถ่ายเทและแสงธรรมชาติเข้า

ติดกันเป็นโถงเล็กๆที่ทางซ้ายมือจะมีพื้นที่วางเครื่องซักผ้าที่มีการวางงานระบบมาให้เรียบร้อย ส่วนทางขวามือเป็นประตูของห้องครัวค่ะ

เดินเลี้ยวมาข้างบ้านจะมีประตูทางเข้าห้องรับประทานอาหาร และหน้าต่างห้องนั่งเล่น

โดยหน้าต่างห้องนั่งเล่นจะเป็นหน้าต่างเข้ามุมช่วยให้บรรยากาศในห้องโปร่งมาก และยังช่วยให้สามารถมองออกมาเห็นวิวสวนนอกบ้านได้ ยิ่งเราดูแลต้นไม้ดีเท่าไหร่ก็จะช่วยให้ทัศนียภาพดีขึ้นเท่านั้นค่ะ จะเห็นว่าเมื่อมองขึ้นไปที่ชั้น 2 ซึ่งเป็นห้องนั่งเล่นก็จะได้กระจกบานใหญ่ทั้งสองด้านคล้ายๆกัน เพียงแค่ไม่ได้เข้ามุมเท่านั้นค่ะ

เรามาดูที่ประตูทางเข้าหลักของบ้านซึ่งเป็นโถงสูง ทางเข้าบ้านจึงดูโปร่งดี  ประตูทางบ้านเป็นบานเลื่อนคู่ กรอบอลูมิเนียมสีดำ ที่พื้นมีการยื่นชานออกมารวมพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 2.6 x 4.5 เมตร ปูด้วยกระเบื้องเซรามิคล้อมรอบด้วยทรายล้างกันลื่น

พื้นบ้านยกระดับขึ้นมาจากชานบ้านมาประมาณ 5 เซนติเมตร ปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ ขนาด 60 x 60 เซนติเมตร

มือจับและตัวล็อคประตูหน้าตาแบบนี้ค่ะ

เมื่อเข้ามาในบ้านจะเจอ Foyer เป็นโถงทางเข้าเล็กๆขนาดประมาณ 2 x 2.6 เมตร เมื่อเทียบบ้านจริงกับบ้านมาตรฐานแล้วจะเห็นว่าที่ผนังบ้านจะเป็นผนังทาสีขาวเรียบๆธรรมดา ส่วนฝ้าเพดานจะติดตั้งไฟดาวน์ไลท์ทรงกลมมาให้ ความสูงจากพื้นถึงฝ้าประมาณ 2.7 เมตร ซึ่งถือว่าสูงกว่าบ้านเดี่ยวทั่วไป

เมื่อมองกลับไปที่ประตูทางเข้าจะเห็นว่า Foyer นี้สามารถ Built-in ตู้ และวางเก้าอี้แบบบ้านตัวอย่างได้พร้อมติดกระจกที่ผนัง ไว้ส่องความเรียบร้อยขณะออกจากบ้านได้ ถัดไปเดี๋ยวเราจะพาไปดูห้องนั่งเล่นทางขวามือกันนะคะ

ห้องนั่งเล่นหรือห้องรับแขกของบ้านมีขนาดประมาณ 4.7 x 3.2 เมตร ช่องเปิดภายในห้องเป็นกระจกเข้ามุม ห้องนี้จึงโปร่งเนื่องจากแสงสว่างเข้าบ้านได้ดีมาก หากจัดสวนข้างนอกสวยๆก็จะยิ่งช่วยบรรยากาศดีๆให้ห้องนี้มากขึ้น โดยหากจัดเฟอร์นิเจอร์แบบบ้านตัวอย่างนี้จะมีระยะดูทีวีประมาณ 2.9 เมตร เหมาะกับการวางทีวีขนาดประมาณ 60″ จะเป็นขนาดที่พอดีกับสายตาค่ะ

ถัดไปเป็นห้องรับประทานอาหารขนาดประมาณ  3.5 x 3.2 เมตร โดยห้องนี้สามารถวางโต๊ะรับประทานอาหารขนาด 6-8 ที่นั่งได้สบายๆ ทางขวามือโครงการ Built-in ตัว Pantry มาให้  ซึ่ง Pantry นี้จะเชื่อมต่อกับห้องครัว โดยมีหน้าต่างสามารถเปิดออกมารับส่งอาหารเพื่อวางพักที่ Pantry หรือจะวางบนโต๊ะรับประทานอาหารก็ได้ เป็นการจัดฟังก์ชั่นที่ต่อเนื่องและใช้งานร่วมกันได้ดีค่ะ ด้านหน้าทางขวามือเป็นเสาอาคารที่สามารถก่อเพิ่มตกแต่งเป็นเสากลมแบบบ้านตัวอย่างได้

โครงการวางตู้ Island ตรงกลาง พร้อมวางโต๊ะรับประทานอาหารขนาด  4-5 ที่นั่งมาให้ดูเป็นไอเดียสำหรับบ้านที่มีสมาชิกไม่เยอะมาก ใครจะนำไปใช้ก็ไม่ว่ากันนะคะ ทางซ้ายมือมีประตูบานเลื่อนสามารถเปิดออกไปยังข้างบ้านได้ บรรยากาศโดยรวมของห้องโปร่งดีทีเดียวเพราะมีหน้าต่างประตูโดยรอบ

โครงการ  Built-in ชุด Pantry เข้ามุมของ Starmark มาให้ บานพับเป็นแบบ soft closed ทั้งหมด ส่วนหน้าต่างด้านบนเป็นบานเปิดคู่ สามารถรับส่งอาหารหรือพูดคุยกันได้ระหว่างคนที่อยู่ในห้องรับประทานอาหารและห้องครัว

อ่างล้างมือขนาดปานกลาง พร้อมก๊อกน้ำสแตนเลสทรงโค้ง

ถัดไปเป็นโถงเล็กที่เชื่อมต่อห้องครัว ห้องน้ำ โถงบันได และห้องเอนกประสงค์ เดี๋ยวเราจะพาไปดูแต่ละห้องตามลำดับนะคะ

เข้ามาภายในห้องครัวขนาดประมาณ 2.8 x 3.5 เมตร โครงการ  Buiit-in ชุดครัวของ  Starmark มาให้แบบนี้ครบชุดทั้งตู้บนและตู้ล่าง พร้อมอุปกรณ์ที่ประกอบด้วยอ่างล้างจาน เตาและที่ดูดควัน

มองกลับไปจะมีการ Built-in ช่องตู้เย็น พร้อมตู้บนและตู้ด้านข้างไว้ใส่ของกินของใช้ได้ ทางขวามือเป็นเคาน์เตอร์ครัวที่สามารถเปิดออกไปยังห้องรับประทานอาหารได้

เมื่อยื่นอยู่ที่เคาน์เตอร์ครัวจะได้มุมมองแบบนี้ค่ะ อ่างล้างมือเป็นแบบ 2 หลุมพร้อมก็อกน้ำสแตนเลสทรงโค้ง ส่วน Top ครัวจะเป็นหินแกรนิตสีดำ

ส่วนฟังก์ชั่นภายในตู้ครัวที่  Built-in มาให้ จะมีที่เก็บของให้ค่อนข้างเยอะ รวมทั้งชั้นวางของสแตนเลสและถังขยะติดตั้งมาให้ด้วย

จากห้องครัวสามารถเปิดประตูออกไปยังลานซักล้างได้ โดยเหนือบานประตูจะมีสัญญาณกันขโมยติดตั้งมาให้เรียบร้อย

เมื่อเปิดประตูออกไปจะเจอกับลานซักล้าง และที่วางเครื่องซักผ้าที่ติดตั้งงานระบบมาให้เรียบร้อย จากตรงนี้สามารถเดินออกไปยังห้องแม่บ้านที่อยู่ด้านหลังได้ค่ะ

ถัดไปเป็นห้องน้ำรวมชั้น 1 แบบ Powder room ขนาดประมาณ 1.9 x 2.5 เมตร ภายในห้องมีหน้าต่างบานเกร็ดช่วยระบายอากาศ 1 บาน ส่วนทางซ้ายมือเป็นโถสุขภัณฑ์และอ่างล้างมือ ที่มีกระจกเงาติดมาให้เต็มผนัง

พื้นห้องน้ำมีการลดระดับเล็กน้อย ปูด้วยกระเบื้องเซรามิคขนาด 0.40 x 0.40 เมตรมาให้

สุขภัณฑ์ภายในห้องน้ำเป็นของ  American Standard ทางซ้ายมือเป็นโถสุขภัณฑ์ที่ติดตั้งมาให้พร้อมสายชำระ แต่ไม่มีที่แขวนกระดาษชำระมาให้นะคะ ต้องหามาติดเอง ส่วนทางขวามือเป็นอ่างล้างหน้าแบบลอยตัวที่โครงการ  Built-in มาให้แบบนี้เลย ด้านหลังมีผนังที่ก่อออกมาตลอดทั้งแนวสามารถใช้วางของได้

อ่างล้างหน้าทรงสี่เหลี่ยมขนาดปานกลาง พร้อมก็อกน้ำสแตนเลสแบบก้านโยกของ American Standard รอบๆอ่างมีพื้นที่เหลือสำหรับวางของใช้เล็กๆน้อยๆ

สายชำระสแตนเลส โดยโครงการจะให้รุ่นนี้ทุกห้องค่ะ

มองขึ้นไปบนฝ้าเพดานมีการติดตั้งไฟดาวน์ไลท์มาให้ 1 ดวง พร้อมหน้าต่างบานเกร็ด 1 บาน แสงสว่างกำลังดี

ออกจากห้องน้ำมา(ทางซ้ายมือ)ที่เหนือประตูห้องน้ำจะติดสัญญาณกันขโมยแบบ Shock Sensor ให้ ติดกันเป็นโถงบันไดที่มีห้องเก็บของใต้บันไดมาให้ด้วย ส่วนทางขวามือเป็นห้องเอนกประสงค์

ห้องเอนกประสงค์มีพื้นที่ประมาณ 3.3 x 2 เมตร สามารถจัดห้องนี้ให้เป็นห้องทำงานแบบบ้านตัวอย่าง ห้องอ่านหนังสือ หรือจะทำเป็นห้องนอนเด็กเล็กโดยติดตั้งฉากกั้นเพิ่มก็ได้แล้วแต่ความต้องการค่ะ

ถัดไปเป็นบันไดทางขึ้นชั้น 2 โครงสร้างบันไดเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก โดยตัวบันไดมีความกว้างประมาณ 1.20 เมตร พื้นบันไดเป็นไม้สำเร็จรูป ใต้บันไดมีห้องเก็บของที่มีประตูเป็นบานสำเร็จรูปสีขาว มีเกร็ดช่วยระบายอากาศดี

ตัวบันไดจะวนขึ้นมาเป็นรูปตัว U มีชานพักเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า พื้นห้องชั้น 2 เป็นพื้นลามิเนตสีเดียวกับพื้นลูกนอนบันได

มองกลับไปที่โถงบันไดจะมีความโปร่งดีเนื่องจากมีหน้าต่างบานใหญ่มาให้  โดยเราสามารถหาแชนเดอเลียร์สวยๆหรือหาโคมไฟมาเปลี่ยนแบบบ้านตัวอย่างเพื่อเพิ่มบรรยากาศให้บ้านได้นะคะ ทางซ้ายมือมีสัญญาณกันขโมยติดตั้งมาให้ด้วย

หน้าต่างที่โถงบันไดเป็นบานกระทุ้ง 2 บานแบบนี้

ขึ้นมาที่ชั้น 2 จะเป็นห้องโถงที่แบ่งออกเป็นห้องนอนเล็ก 2 ห้อง ห้องนอนใหญ่ ห้องพระ และด้านในสุดเป็นห้องนั่งเล่น โดยห้องนอนทุกห้องของบ้านหลังนี้จะมีห้องน้ำให้ในตัวค่ะ โดยเราจะพาไปไล่ดูตั้งแต่ ห้องนอนใหญ่ > ห้องนอน 2 > ห้องพระ > ห้องนั่งเล่น > ห้องนอน 3

เข้ามาภายในห้องนอนใหญ่ ขนาดประมาณ 6.5 x 5.4 เมตร แบ่งฟังก์ชั่นออกเป็นส่วนห้องน้ำ ห้องน้ำ และ  Walk-in Closet โดยบ้านตัวอย่างมีการทำฉากกั้นแยกระหว่างส่วน Walk-in Closet กับห้องนอนมาให้ดูเป็นตัวอย่าง แต่บ้านจริงจะเป็นห้องโล่งๆไม่มีกั้นห้องให้นะคะ  พื้นห้องนอนปูด้วยลามิเนตหนา 8 มม. ส่วนผนังฉาบเรียบทาสีขาวปกติ

หันไปทางขวามือจะเป็นห้องว่างๆขนาดประมาณ 1.8 x 2 เมตร ที่สามารถ Built-in ตู้เสื้อผ้าและโต๊ะเครื่องแป้งให้เป็นพื้นที่ Walk-in Closet แบบนี้ได้

ตรงข้ามกันเป็นห้องน้ำขนาดประมาณ 2 x 1.9 เมตร เป็นห้องขนาดกลางๆ ที่มีการแบ่งฟังก์ชั่นออกเป็น 3 ส่วน คือเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้า, โถสุขภัณฑ์   และพื้นที่อาบน้ำที่ไม่มีฉากกั้นอาบน้ำให้ ภายในห้องน้ำไม่มีพัดลมดูดอากาศแต่มีหน้าต่างบานกระทุ้งเพื่อช่วยให้แสงเข้าและสามารถเปิดระบายอากาศได้ไปในตัว

อ่างล้างหน้าแบบลอยตัวรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ด้านล่างมีลิ้นชักใส่ของได้ค่อนข้างเยอะ ด้านหลังมี Low wall ให้วางของได้ พร้อมกระจกเงาที่ติดตั้งชั้นเล็กๆไว้ให้วางแก้วน้ำ กระถางต้นไม้ หรือที่ใส่แปรงสีฟัน

อ่างล้างหน้าทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดใหญ่ดีของ American Standard พร้อมก็อกน้ำก้านโยกแบบสแตนเลส

โถสุขภัณฑ์ของ American Standard พร้อมสายชำระ

ถัดไปเป็นส่วนอาบน้ำขนาดประมาณ 1.1 x 0.7 เมตร พร้อมฉากกั้นอาบน้ำกระจกนิรภัย ที่พื้นมีการยกธรณีกันน้ำไหลจากส่วนเปียกไปส่วนแห้ง

ส่วนอาบน้ำไม่มีการลดระดับพื้นให้ แต่จะมีกรอบประตูเป็นธรณีขึ้นมา เพื่อกันน้ำไหลไปเปียกส่วนแห้งขณะอาบน้ำ ที่พื้นใช้กระเบื้องเซรามิคขนาด 40 x 40 เซนติเมตร เหมือนกับส่วนแห้ง

ที่ผนังติดตั้งชุดฝักบัวอาบน้ำพร้อมเจาะผนังและทำ Low wall มาให้สำหรับวางสบู่หรือผลิตภัณฑ์อาบน้ำต่างๆ

ฝักบัวขนาดพอดีมือ ไม่ใหญ่มาก

มองขึ้นไปบนฝ้าเพดาน โครงการติดตั้งไฟดาวน์ไลน์มาให้ 2 ดวงที่ส่วนเปียกและส่วนแห้ง รวมทั้งหน้าต่างบานกระทุ้งช่วยในการระบายอากาศ ลดความอับชื้นและช่วยให้แสงธรรมชาติเข้ามาภายในห้อง

ถัดไปเป็นพื้นที่ห้องนอนขนาดประมาณ 4.5 x 5.4 เมตร ห้องขนาดค่อนข้างใหญ่ สามารถวางเตียงขนาด 5-6 ฟุตได้สบายๆ โดยยังเหลือพื้นที่ให้วางโต๊ะหัวเตียง และวางโซฟาข้างเตียงได้อีก ภาพรวมห้องนี้โปร่งมาก เนื่องจากให้หน้าต่างมาค่อนข้างเยอะและบานใหญ่

พื้นที่ปลายเตียงเหลือเยอะมาก เราสามารถ Built-in ชั้นวางของและโต๊ะเขียนหนังสือแบบบ้านตัวอย่างได้สบายๆ ทางซ้ายมือมีประตูบานเลื่อนสามารถเปิดออกไปยังระเบียงด้านนอกได้

พื้นระเบียงมีการลดระดับลงจากพื้นห้องเล็กน้อยเพื่อป้องกันน้ำจากระเบียงเข้าห้อง พื้นปูด้วยกระเบื้องเซรามิคสีเทาขนาด 30 x 30 เซนติเมตร

ออกมาที่ระเบียงจะได้บรรยากาศแบบนี้ ราวระเบียงเป็นเหล็กโปร่งสีดำสูงประมาณ  1  เมตร

ถัดไปเป็นห้องนอนที่ 2 ขนาดประมาณ 5.4 x 3.5 เมตร แบ่งฟังก์ชั่นออกเป็นห้องนอน ห้องน้ำ และ Walk-in Closet

มองกลับไปที่ประตูทางเข้าเป็นพื้นที่ Walk-in Closet ขนาดประมาณ 1.4 x 1.8  เมตร สามารถ Built-in ตู้เสื้อผ้าแบบห้องตัวอย่างได้ โดยพื้นที่นี้จะเชื่อมต่อกับห้องน้ำซึ่งสะดวก เวลาอาบน้ำเสร็จก็ออกมาแต่งตัวได้เลย

เข้ามาในห้องน้ำขนาดประมาณ 1.8 x 1.9 เมตร มีการแบ่งฟังก์ชั่นเหมือนกับห้องนอนใหญ่ คืออ่างล้างหน้า จุดวางโถสุขภัณฑ์ และอ่างล้างหน้าแต่ไม่มีฉากกั้นอาบน้ำมาให้

พื้นห้องน้ำมีการลดระดับเล็กน้อย ปูด้วยกระเบื้องเซรามิค ขนาด 40 x 40 เซนติเมตร

อ่างล้างหน้าเป็นแบบลอยตัวทรงครึ่งวงกลม ข้างๆกันเป็นโถสุขภัณฑ์ พร้อมสายชำระและที่แขวนกระดาษทิชชู่ของ สุขภัณฑ์และอุปกรณ์ทั้งหมดของ American Standard ที่ผนังด้านบนติดตั้งกระจกเงาแบบเรียบๆมาให้ 1 บานพร้อม Low wall ให้สามารถวางของใช้ในห้องน้ำได้

อ่างล้างหน้าทรงครึ่งวงกลมขนาดปานกลาง

ถัดไปเป็นพื้นที่อาบน้ำ 1 x 0.85 เมตร ที่พื้นมีการลดระดับให้เล็กน้อยกันน้ำไหลไปเปียกส่วนแห้ง แต่ไม่มีการกั้นฉากอาบน้ำให้แนะนำให้หามาติดนะคะ ที่ผนังติดตั้งหน้าต่างบานกระทุ้งมาให้ 2 บาน เป็นกระจกฝ้าจึงไม่ต้องกลัวโป๊

ที่ผนังติดตั้งชุดฝักบัวอาบน้ำพร้อมเจาะช่องไว้ให้เพื่อว่างพวกสบู่ ยาสระผม ของใช้ในห้องน้ำ

ฝักบัวขนาดพอดีมือหัวสีดำ

มองขึ้นไปบนฝ้าเพดาน โครงการติดตั้งไฟดาวน์ไลท์มาให้ 2 ดวง ที่ส่วนเปียกและส่วนแห้ง พร้อมแสงธรรมชาติจากหน้าต่างช่วยให้ห้องนี้มีแสงสว่างพอดี

เฉพาะส่วนห้องนอนมีขนาดประมาณ  3.6 x 3.5 เมตร สามารถวางเตียงขนาด 5-6 ฟุตสบายๆ โดยห้องนี้มีข้อดีคือมีหน้าต่าง 2 ด้าน ช่วยให้ห้องดูโปร่งขึ้น

พื้นที่ข้างเตียงเหลือเยอะมาก เราสามารถ  Built-in โต๊ะเขียนหนังสือแบบบ้านตัวอย่าง หรือจะ Built-in ตู้อื่นๆก็ได้ตามใจชอบค่ะ

ถัดไปเป็นส่วนของห้องพระ ห้องนั่งเล่น และห้องนอนที่ 3 ทางขวามือ

ห้องพระที่โครงการเตรียมมาให้เป็นห้องขนาดประมาณ  2 x 2.6 เมตร มีการกั้นห้องด้วยประตูกระจกบานเลื่อนมาให้เรียบร้อย หากใครอยากได้ห้องโปร่งๆก็เอาประตูออกแบบบ้านตัวอย่างได้ค่ะ

เข้ามาดูภายในห้องพระจะเห็นว่าเราสามารถจัดหิ้งพระ Built-in แบบนี้ได้ ใครอยากนำไปเป็นไอเดียก็ไม่ว่ากัน

ถัดไปเป็นห้องนั่งเล่นชั้น 2  ซึ่งโครงการทำฉากกั้นเล็กๆมาให้ แต่บ้านจริงจะเป็นห้องโล่งๆนะคะ ห้องนี้มีขนาดประมาณ 4.7 x 3.2 เมตร สามารถทำเป็นมุม Family area ห้องทำงาน หรือใครที่มีสมาชิกเพิ่มก็กั้นเป็นห้องนอนได้

เข้ามาภายในห้องนั่งเล่นที่โปร่งมาก เนื่องจากมีหน้าต่างบานใหญ่ทั้งสองด้านช่วยให้แสงธรรมชาติเข้าดีมาก โดยห้องนี้สามารถวางโซฟาเข้ามุมแบบนี้ หรือจะวางโซฟาเป็นรูปตัว U ก็ได้สบายๆ

จากโซฟามองไปอีกด้านจะเป็นผนังทึบที่สามารถ Built-in ชั้นวางทีวีแบบนี้ได้ สำหรับใครที่ต้องการจัดเป็นห้องนั่งเล่นเหมือนบ้านตัวอย่าง หากวางเฟอร์นิเจอร์แบบนี้จะมีระยะดูทีวีอยู่ที่ 3.5 เมตร เหมาะกับการวางทีวีขนาด 60″ ขึ้นไปจะเป็นขนาดที่พอดีกับสายตาค่ะ จากห้องนี้มองตรงไปจะเห็นทางเข้าห้องนอน 3

เข้ามาในห้องนอนที่ 3 มีขนาดประมาณ 5.8 x 3.5 เมตร ภายในห้องนี้แบ่งฟังก์ชั่นเป็นห้องนอน ห้องน้ำ และ Walk-in Closet เหมือนกับห้องอื่นๆ

มองกลับไปที่ประตูทางเข้าจะเป็นพื้นที่ Walk-in Closet มีขนาดประมาณ 1.4 x 2.6 เมตร สามารถ Built-in ตู้เสื้อผ้าสูงถึงฝ้าเพดานแบบบ้านตัวอย่างได้ ทางซ้ายมือเป็นห้องน้ำ

เข้ามาในห้องน้ำขนาดประมาณ  2.6 x 1.9 เมตร  ที่มีฟังก์ชั่นมาให้ครบทั้งอ่างล้างมือ จุดวางโถสุขภัณฑ์ และส่วนอาบน้ำแบบไม่มีฉากกั้นแต่มีการก่อผนังปูนกั้นพื้นที่มาให้เล็กน้อย

พื้นห้องน้ำมีการลดระดับเล็กน้อย ปูด้วยกระเบื้องเซรามิคสีครีมมาให้

อ่างล้างหน้าเป็นแบบลอยตัวทรงครึ่งวงกลม ของ American Standard ที่ผนังด้านบนติดตั้งกระจกเงาแบบเรียบๆมาให้ 1 บาน

ข้างๆกันเป็นพื้นที่อาบน้ำขนาดประมาณ 0.9 x 0.8 เมตร ที่โครงการก่อธรณีแยกส่วนเปียกส่วนแห้งและก่อผนังปูนมาให้ แต่ไม่มีฉากกั้นอาบน้ำ แนะนำให้ติดฉากกั้นกระจกหรือหาผ้าม่านอาบน้ำมากั้นนะคะ เวลาเราอาบน้ำจะได้ไม่กระเด็นไปเปียกส่วนอื่นๆ ที่ผนังติดตั้งชุดฝักบัวอาบน้ำพร้อมเจาะช่องให้สามารถวางผลิตภัณฑ์อาบน้ำจำพวกสบู่ ยาสระผมได้

ข้างๆกันติดตั้งโถสุขภัณฑ์ของ  American Standard มาให้พร้อมสายชำระ ด้านหลังมี Low wall (ผนังที่ก่อขึ้นมาเตี้ยๆสามารถใช้วางของได้)ให้วางของใช้ได้อเนกประสงค์

มองขึ้นไปบนฝ้าเพดานมีการติดตั้งไฟดาวน์ไลท์มาให้ 2 ดวง พร้อมหน้าต่างบานกระทุ้ง ช่วยให้แสงสว่างพอดี

ถัดไปเป็นพื้นที่เฉพาะส่วนห้องนอนมีขนาดประมาณ 3.5 x 3.2 เมตร สามารถวางเตียง 5-6 ฟุตได้สบายๆ ห้องนี้มีหน้าต่างมาให้ 2 บาน เหมือนกับห้องนอนที่  2

พื้นทีข้างเตียงเหลือค่อนข้างเยอะ เราสามารถวางโต๊ะเขียนหนังสือแบบนี้ได้

ส่วนปลายเตียงก็เหลือพื้นที่มากพอให้สามารถ  Built-in ชั้นวางของ หรือวางทีวีแบบนี้ได้ โดยโครงการติดตั้งเต้ารับและที่เสียบสายเคเบิลมาให้เรียบร้อยค่ะ

หน้าตาสวิตซ์ไฟและเต้ารับของโครงการจะให้รุ่นนี้ทั้งหมด

%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b9%8c-%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%8d13-42

ถัดไปเป็นบ้านแบบ T 2 บนที่ดิน 103 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 256 ตร.ม. แบบ 3 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ พร้อมห้องพระและห้องแม่บ้าน เป็นบ้านขนาดกลางของโครงการ จากผังสามารถเข้าถึงในบ้านได้จาก 4 ทางด้วยกัน คือบานประตูเลื่อนหน้าบ้านทางโถงทางเข้าหลักหน้าบ้าน, ประตูเปิดจากที่จอดรถ, บานประตูเลื่อนที่ห้องรับประทานอาหาร และประตูหลังบ้านจากส่วนซักล้างเข้ามาเจอครัว

จุดเด่นของบ้าน Type นี้คือที่โถงทางเข้าจะมีพื้นที่ Double Volume สูง 5.4 เมตร ทางซ้ายมือจะเป็นห้องรับแขกและห้องรับประทานอาหาร ส่วนทางขวามือของบ้านจะเป็นส่วนเตรียมอาหารที่เชื่อมต่อกับห้องครัวที่สามารถเปิดออกไปยังลานซักล้างหลังบ้านได้ โดยทางนี้จะเป็นทางไปยังห้องแม่บ้านได้อีกด้วยค่ะ ถัดไปเป็นโถงบันไดที่มีห้องน้ำใต้บันไดให้เป็นห้องน้ำรวมของชั้น 1

ขึ้นมาที่ชั้น 2  จะมีโถงขนาดใหญ่ที่เชื่อมต่อกับห้องนอน 3 ห้องคือ ห้องนอนใหญ่และห้องนอนเล็ก 2 ห้อง โดยห้องนอนทุกห้องจะมีห้องน้ำในตัวให้ทั้งหมด รวมทั้งมีห้องพระด้วย แต่จะไม่มีห้องนั่งเล่นให้เหมือนบ้านแบบแรก แต่จะเปลี่ยนเปลี่ยนพื้นที่ว่าง Double Volume ที่สามารถมองลงไปเห็นพื้นที่ชั้น 1 ได้ค่ะ

เดี๋ยวเราจะพาไปดูบ้านหลังนี้กันพอเป็นน้ำจิ้ม สำหรับใครที่สนใจสามารถไปเยี่ยมชมที่โครงการได้นะคะ 🙂

ตัวบ้านใช้โทนสีขาว-ครีม ดีไซน์ของบ้านคล้ายๆกับบ้านแบบแรก เพียงแค่เปลี่ยนหน้าต่าง ประตู และระเบียงไปตามฟังก์ชั่นที่เปลี่ยนไป โครงการมีการปูสนามหญ้าและจัดสวนรอบบ้านให้ และติดตั้งรั้วเหล็กโปร่งที่มีประตูเป็นแบบรางเลื่อน ความสูงของรั้วประมาณ 1.7 เมตร

เข้ามาภายในบ้านจะเจอโถงทางเข้า ขนาดประมาณ 2.4 x 2.5 เมตร  ความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดานประมาณ 5.4 เมตร โดยความสูงชั้น 1 สูง 2.7 เมตร และชั้น 2 สูง 2.7  เมตร

มองไปทางซ้ายมือจะเป็นทางเดินไปยังห้องรับแขกและห้องรับประทานอาหาร ส่วนทางขวามือเป็น Pantry เตรียมอาหาร

ห้องรับแขกหรือห้องนั่งเล่นของบ้านขนาดประมาณ 5 x 4 เมตร เป็นห้องขนาดใหญ่ที่มีหน้าต่างกระจกเข้ามุมช่วยให้ห้องโปร่งมาก โดยหากจัดเฟอร์นิเจอร์แบบบ้านตัวอย่าง จะมีระยะดูทีวีอยู่ที่ประมาณ 3.5 เมตร เหมาะกับการวางทีวีขนาด 60″ ขึ้นไปจะเป็นขนาดที่พอดีกับสายตาค่ะ

ติดกันเป็นห้องรับประทานอาหารขนาดประมาณ 3.95 x 4 เมตร สามารถวางโต๊ะรับประทานอาหารขนาด 6 ที่นั่งแบบบ้านตัวอย่างได้สบายๆ โดยยังมีที่เดินรอบโต๊ะได้อีก หรือใครมีแขกมาบ้านบ่อยๆจะจัดโต๊ะใหญ่ขึ้นมาแบบ 8-10 ที่นั่งก็ยังสบายๆค่ะ ห้องนี้มีหน้าต่างบานใหญ่ช่วยให้แสงสว่างเข้าดีและมีประตูที่สามารถเปิดออกไปหลังบ้านได้ด้วย

ถัดไปเป็น Pantry เตรียมอาหาร สามารถประกอบอาหารเบาๆอย่างเช่น ทำแซนวิช ชงกาแฟได้ โดย Pantry นี้จะเชื่อมต่อกับห้องครัวด้วย

เข้ามาภายในห้องครัวขนาดประมาณ 3.1 x 3.3 เมตร ที่โครงการ Built-in ชุดครัวของ Starmark มาให้แบบนี้เลย โดยห้องนี้สามารถเปิดออกไปยังลานซักล้างหลังบ้านได้ โดยจะเชื่อมต่อกับห้องแม่บ้านด้วย

ถัดไปเป็นโถงบันไดที่มีห้องน้ำใต้บันไดให้เป็นห้องน้ำรวมของชั้น 1 โดยทางเดินเข้าห้องน้ำจะมีการลดระดับลงไปเป็นบันไดประมาณ 2 ขั้น เนื่องจากห้องน้ำอยู่ใต้บันได การลดระดับพื้นห้องน้ำให้ต่ำลงจะช่วยให้ห้องน้ำมีความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดานมากขึ้นค่ะ

ห้องน้ำรวมชั้น 1 ขนาดประมาณ 2.7 x 1.6 เมตร จะเป็นแบบ Powder room มีแค่อ่างล้างหน้าและจุดวางโถสุขภัณฑ์เหมือนบ้านแบบแรก

ถัดมาจะเป็นบันไดของบ้านที่วนขึ้นมาเป็นรูปตัว U มีชานพักเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า พื้นห้องชั้น 2 เป็นพื้นลามิเนตสีเดียวกับพื้นลูกนอนบันได

มองกลับไปที่โถงบันไดจะมีความโปร่งดีเนื่องจากมีหน้าต่างบานใหญ่มาให้  โดยเราสามารถหาโคมไฟมาเปลี่ยนแบบบ้านตัวอย่างเพื่อเพิ่มแสงสว่างและตกแต่งบ้านได้นะคะ

ขึ้นมาที่ชั้น 2 จะเป็นห้องโถงที่แบ่งออกเป็นห้องนอนเล็ก 2 ห้อง ห้องนอนใหญ่ ห้องพระ และพื้นที่ว่างที่สามารถมองลงไปเห็นโถงเข้าบ้านที่ชั้น 1  ได้ โดยห้องนอนทุกห้องของบ้านหลังนี้จะมีห้องน้ำให้ในตัวค่ะ เราจะพาไปไล่ดูตั้งแต่ ห้องนอน 2 > ห้องพระ >  ห้องนอน 3 > ห้องนอนใหญ่

ห้องนอน 2 มีขนาดประมาณ 5.4 x 3,3 เมตร โดยห้องนี้แบ่งฟังก์ชั่นห้องเป็นห้องนอน ห้องน้ำ และ Walk-in Closet โดยตรงนี้เป็นส่วนห้องนอนที่สามารถวางเตียงขนาด 3.5-5 ฟุตสบายๆ

ตรงข้ามกัน ทางขวามือจะเป็นพื้นที่ว่าง Double Volume ที่สามารถมองลงไปเห็นชั้น 1 ได้ ตรงกลางเป็นห้องพระที่บ้านจริงจะมีประตูบานเลื่อนกั้นให้ ส่วนทางซ้ายมือจะเป็นห้องนอนที่ 3

ห้องพระมีขนาดประมาณ  2.5 x 2.3 เมตร สามารถติดตั้งหิ้งพระแบบบ้านตัวอย่างได้ค่ะ

ติดกันเป็นห้องนอน 3 ขนาดประมาณ 5 x 3.4 เมตร โดยห้องนี้แบ่งฟังก์ชั่นห้องเป็นห้องนอน ห้องน้ำ และ Walk-in Closet เหมือนกับห้องนอนที่ 2 แต่ห้องนี้จะมีหน้าต่างบานใหญ่กว่าช่วยให้ห้องดูโปร่ง

ถัดไปเป็นห้องนอนใหญ่ของบ้าน โดยบ้านจริงจะติดตั้งประตู HDF มาให้

เข้ามาภายในห้องนอนขนาดประมาณ 9.75 x 4 เมตร เป็นห้องขนาดค่อนข้างใหญ่เลย โดยแบ่งฟังก์ชั่นห้องเป็นห้องนอน ห้องน้ำ  Walk-in Closet และระเบียง

เฉพาะส่วนห้องนอนมีขนาดประมาณ 3.95 x 4 เมตร สามารถวางเตียง King size ขนาด 6 ฟุตได้สบายๆ ข้างๆเตียงมีประตูสามารถเปิดออกไปยังระเบียงด้านนอกได้

ระเบียงห้องนอนใหญ่ค่อนข้างกว้าง มีพื้นที่ประมาณ 1.8 x 4  เมตร

จากระเบียงมองกลับเข้าไปในห้อง จะเห็นพื้นที่ Walk-in Closet อยู่ทางซ้ายมือ ส่วนทางขวามือเป็นห้องน้ำค่ะ

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะคะ

ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 16 November 2016

  • T1  ยูนิต 48  พื้นที่ใช้สอย 233 ตร.ม. ที่ดิน 101 ตร.วา ราคา 10,752,000 บาท
  • TH ยูนิต 43 พื้นที่ใช้สอย 256 ตร.ม. ที่ดิน 103.5 ตร.วา ราคา 11,317,000 บาท
  • TH  ยูนิต 3 พื้นที่ใช้สอย 277 ตร.ม. ที่ดิน 110.5 ตร.วา ราคา 12,372,000 บาท
  • จอง 50,000 บาท และทำสัญญา 200,000 บาท
  • ดาวน์ 15% ผ่อนดาวน์ 12 งวด
  • ที่ดินเพิ่มลด ราคาตร.วาละ n/a บาท
  • ค่าส่วนกลาง 25 บาท/ตร.วา/เดือน จัดเก็บล่วงหน้า 2 ปี
  • ค่าจดจำนอง ผู้ซื้อเป็นผู้ชำระ
  • ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการโอนกรรมสิทธิ์ ผู้ซื้อแล้วผู้ขายชำระฝ่ายละครึ่ง
  • ค่าประกัน มิเตอร์ไฟฟ้า ประปา ผู้ซื้อเป็นผู้ชำระ

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ


เจาะลึกรวบยอด

โครงการ ธีรินทร์ จรัญ 13-กาญจนาภิเษก ภาพรวมของทำเลเป็นย่านที่อยู่อาศัยฝั่งธนฯ โดยที่ตั้งของโครงการอยู่บนถนนบางแวก ห่างจากถนนกาญจนาภิเษกประมาณ 500 เมตร สภาพแวดล้อมบนถนนเส้นนี้จะเป็นชุมชนบ้านพักอาศัย อาคารพาณิชย์ และตึกแถวเก่าแก่ โดยปัจจุบันก็มีโครงการใหม่เกิดขึ้นมาเรื่อยๆ เนื่องจากถนนเส้นนี้เชื่อมต่อกับถนนใหญ่สายสำคัญหลายเส้น เช่น ถนนกาญจนาภิเษก  ถนนพุทธมณฑลสาย 1 ถนนเพชรเกษม และถนนบรมราชชนนี ที่มีร้านค้า ร้านอาหาร  Community Mall ห้างสรรพสินค้า มีสำนักงานของธุรกิจ SME ขนาดเล็กถึงกลางค่อนข้างเยอะ โดยภาพรวมแล้วโครงการนี้เหมาะกับกลุ่มลูกค้าที่เป็นผู้ประกอบการณ์หรือคนที่ทำงานอยู่บนถนนใหญ่กาญจนาภิเษก-เพชรเกษม เป็นครอบครัวขนาดกลางแต่ชอบบ้านใหญ่ได้ที่ดินเยอะ

การเดินทางด้วยรถยนต์ หลักๆจะอิงถนนกาญจนาภิเษกซึ่งเป็นถนนใหญ่ที่ใกล้ที่สุดจากโครงการประมาณ 500 เมตร และยังไปเชื่อมต่อกับถนนจรัญ 13 ที่สามารถไปทะลุถนนจรัญสนิทวงศ์ได้ นอกจากนี้ยังมีถนนพุทธมณฑลสาย 1-4 ถนนกาญจนาภิเษก และถนนราชพฤกษ์ ซึ่งทุกเส้นจะตัดกับถนนบรมราชชนนีและถนนเพชรเกษม จากโครงการสามารถไปขึ้นทางด่วนศรีรัช-วงแหวนรอบนอกได้สะดวก ส่วนการเดินทางโดยไม่ใช้รถจะมีแท๊กซี่ พี่วินวิ่งผ่านหน้าโครงการตลอดทั้งวัน และสามารถเรียกรถสองแถวสีแดงที่วิ่งบนถนนบางแวกไปถึงถนนจรัญสนิทวงศ์ 13 แล้วทะลุถนนจรัญสนิทวงศ์ที่ปัจจุบันกำลังมีการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ในอนาคตเมื่อรถไฟฟ้าสร้างเสร็จแล้วเราจะสามารถต่อรถไปขึ้นได้สะดวก หรือจะไปขึ้นที่ถนนเพชรเกษมก็ได้เหมือนกันค่ะ

ความปลอดภัยของโครงการ ที่ส่วนกลางจะมีซุ้มทางเข้าแบบ Double Gate คือทางเข้าด้านหน้าโครงการที่มี รปภ. ดูแล  1 จุด ผ่านถนนภาระจำยอมเข้ามาก็จะมีป้อม รปภ. อีก 1 จุด โดยลูกบ้านเข้าออกผ่านรั้วกั้นไม้กระดกและประตูบานเลื่อนอัตโนมัติโดยการสแกนคีย์การ์ดส่วน Visitor จะต้องแลกบัตรกับพี่ รปภ. โดยจะมี CCTV ที่ Main Gate และภายในโครงการจำนวน 16 จุด ส่วนความปลอดภัยภายในบ้านจะติดตั้งระบบสัญญาณกันขโมยแบบ Magnetic และ Shock Sensor มาให้

วัสดุของโครงการให้มาตามมาตรฐานสมกับราคา โครงสร้างเป็นก่ออิฐฉาบปูนสามารถทุบเจาะได้ พื้นที่ชั้นล่างจะได้เป็นกระเบื้องแกรนิตโต้ขนาด 60 x 60 เซนติเมตร  ส่วนชั้นบนจะได้พื้นไม้ลามิเนต วงกบหน้าต่างและประตูบานเลื่อนเป็นอลูมิเนียมสีดำหรือขาวก็ได้ และบานกระจกใสเขียวตัดแสง ชุดสุขภัณฑ์ของ American Standard หรือเทียบเท่า ฉากกั้นอาบน้ำให้มาเฉพาะห้องนอนใหญ่ แต่ที่น่าสนใจคือฟังก์ชั่นห้องครัวปิดและครัวเปิดที่ โครงการจะ Built-in ตัว Pantry และชุดครัวมาให้ทั้งชุด ซึ่ง Built-in มาได้เหมาะสมกับฟังก์ชั่นการใช้งานดี

ตัวโครงการอยู่บนเนื้อที่ 28 ไร่กว่าๆ แต่วางบ้านมาแค่ 74 ยูนิต ถือว่าได้บ้านยูนิตน้อยที่ดินผืนใหญ่ ได้ความสงบและเป็นส่วนตัวดี โดยวาง Facilities หลักอย่าง Clubhouse ไว้ตรงกลางโครงการเพื่อให้ลูกบ้านทั้ง 74 ยูนิตมาใช้งานร่วมกันได้ ส่วนการวางผังบ้านเป็นแบบ Random วางคละแบบกันไป หากใครชอบบ้านแบบไหนแนะนำให้ไปเลือกตำแหน่งด้วยตัวเองจะดีที่สุดค่ะ

ตัวบ้านแม้จะเป็นบ้านใหญ่บนเนื้อที่ 100 ตร.วา และ 200 ตร.ม. ขึ้นไป แต่จัดพื้นที่มาแบบ 3 ห้องนอน 2 ที่จอดรถ จึงเหมาะกับครอบครัวขนาดกลางที่ต้องการที่มีที่ดินเยอะ อยากได้พื้นที่รอบบ้านไว้จัดสวน หรือต้องการพื้นที่เพื่อรองรับการใช้งานในอนาคตหากครอบครัวขยายขึ้นก็สามารถต่อเติมปรับเปลี่ยนพื้นที่ได้ โดยหากบ้านยังสร้างไม่เสร็จลูกบ้านสามารถปรับแก้แบบได้ตามใจชอบ ซึ่งถือเป็นข้อดีสำหรับคนที่ต้องการปรับบ้านให้เหมาะกับตัวเองและครอบครัว จุดเด่นอีกอย่างคือตัวบ้านได้ฝ้าเพดานสูง 2.7 เมตร ช่วยให้บ้านดูโปร่งดี แต่ที่นี่จะไม่มีห้องนอนชั้นล่างจึงไม่ค่อยเหมาะกับครอบครัวที่มีผู้สูงอายุอยู่ด้วย แต่เราก็สามารถไปต่อเติมเพิ่มได้นะ ซึ่งถ้าเทียบกับโครงการในละแวกนี้ส่วนใหญ่จะมีที่ดินประมาณ 50 ตร.วาเท่านั้น โครงการนี้จึงเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับคนที่ต้องการพื้นที่รอบบ้านเยอะๆ

สาธารณูปโภคของโครงการมีให้ 1 จุด ประกอบด้วยสวนสาธารณะที่มีสนามเด็กเล่น  และ Clubhouse ที่ประกอบด้วยสระว่ายน้ำและฟิตเนส ขนาดไม่ใหญ่มากพอดีกับ 74 ยูนิต

 

Judgement

ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง 40%, ความปลอดภัย 15%, การออกแบบและพื้นที่ใช้สอย 15%, วัสดุ 10%, พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ 10%,  และสาธารณูปโภค 10%

เทียบกับแพคเกจ 10 – 12  ล้านบาท, 16 November 2016

  • ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง 7.75/10 – อยู่บนถนนบางแวก ใกล้ถนนกาญจนาภิเษกประมาณ 500 เมตร
  • ความปลอดภัย 7.75/10 – ซุ้มทางเข้าแบบ Double Gate, ประตูรั้วกั้นไม้กระดกและประตูบานเลื่อนอัตโนมัติ, ระบบรักษาความปลอดภัยแบบ Magnatic & Shock Sensorในบ้าน, CCTV ที่ Main Gate และภายในโครงการรวม 16 ตัว
  • การออกแบบและพื้นที่ใช้สอย 8/10 – ออกแบบสวย ฟังก์ชั่นครบ ปรับเปลี่ยนการใช้งานได้ง่าย ได้บ้านฝ้าเพดานสูง 2.7 เมตร
  • วัสดุ 7.5/10 –ให้ชุดครัว Starmark นอกนั้นให้ตามมาตรฐานของระดับนี้
  • พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ 8 /10 – โครงการที่ดินใหญ่แต่มียูนิตบ้านน้อย มีพื้นที่สีเขียวเยอะ ค่อนข้างร่มรื่น
  • สาธารณูปโภค 7.5/10 – ให้มาครบทั้งฟิตเนส สระว่ายน้ำ และสวนสาธารณะ
  • 7.76 / 10.00

BOTTOM LINE

ธีรินทร์ จรัญฯ 13 – กาญจนาภิเษก เหมาะกับครอบครัวขนาดกลาง-ใหญ่ ที่ต้องการมองหาบ้านที่ดินเยอะ อยากได้พื้นที่จัดสวนรอบบ้านหรือเผื่อสำหรับการขยายครอบครัว ทำงานหรือใช้ชีวิตในย่านบางแวก -กาญจนาภิเษก ชอบโครงการขนาดใหญ่แต่ยูนิตน้อยๆให้ส่วนกลางครบ มีงบประมาณ 10-12 ล้านบาท หรือมีกำลังผ่อนต่อเดือนประมาณ 70,000 – 84,000 บาท

ช่วยกันคอมเม้นท์ แบ่งปันข้อมูลกับเพื่อนๆที่กำลังหาบ้านหน่อยนะคะ

สมัครสมาชิกพร้อมรับข่าวสารเพิ่มเติม (คลิกที่นี่ )

Share

3 Comments

  • นฤมล

    อยากได้รั้วบ้านเป็นรั้วปูนจะทำได้ไหมคะ

  • สวนสาธารณะ 416 ไร่ ??????

    ใหญ่กว่าสวนลุมฯอีกนะครับ

    • 416 ตร.วา แก้ไขเรียบร้อยแล้วค่า ขอบคุณนะค้า

Leave a Reply