Cascade บางนา โฮมออฟฟิศ 4 ชั้น บนถนนบางนา-ตราด กม.5 จาก Real Asset [รีวิวฉบับที่ 1219]

November 17, 2016 09:590 comments

cover_web

รีวิวฉบับที่ 1219 …สวัสดีครับ วันนี้จะพาไปชมโครงการ “Cascade บางนา” เป็นโฮมออฟฟิศ 4 ชั้น หน้ากว้าง 5.5 เมตร  ทำเลติดถนนบางนา-ตราด กิโลเมตรที่ 5 ฝั่งมุ่งหน้าไปทางถนนสุขุมวิท โครงการนี้เหมาะสำหรับผู้ประกอบการที่กำลังตั้งต้นธุรกิจในย่านบางนานี้ โดยมีจุดเด่นที่ให้ “ที่จอดรถ” ให้มามากทีเดียวเลยล่ะ

 

Fact @ 9 Nov 2016

  • Cascade Bangna (คาสเคด บางนา)
  • บริษัท เรียลแอสเสท ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด
  • HIGH CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment บ้านได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ใน : อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ
  • เนื้อที่โครงการ 10-1-35.5 ไร่ จำนวน 63 ยูนิต
  • โฮมออฟฟิศ 4 ชั้น หน้ากว้าง 5.5 เมตร ที่ดิน 20.8 – 33.1 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 250 ตร.ม.
  • ราคาเริ่มต้น 12.29 ล้านบาท ที่ดินมาตรฐาน 20.8 ตร.วา หรือเฉลี่ยราคา 49,160 บาท/ตร.ม.
  • โครงการเริ่มก่อสร้าง : มกราคม 2559
  • คาดว่าแล้วเสร็จทั้งโครงการ : n/a
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่
  • สำนักงานขาย : 02-652-8852, 061-413-3355

ช่วยกันคอมเม้นท์ แบ่งปันข้อมูลกับเพื่อนๆที่กำลังหาบ้านหน่อยนะครับ

NEW! เพื่อนๆสามารถเลือกอ่านตามหัวข้อได้โดยกดปุ่มไปยังหัวข้อที่สนใจได้นะครับ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด : 13.661965, 100.655975

map-cascade

แผนที่โครงการ Cascade บางนา ตั้งอยู่บนถนนบางนา-ตราด กม.5 ฝั่งมุ่งหน้าไปทางถนนสุขุมวิท ถ้ามาจากเซ็นทรัลบางนาต้องไปกลับรถที่สะพานเกือกม้าบริเวณ Mega บางนานะครับ แล้วตรงมานิดเดียวก็ถึงที่ตั้งโครงการแล้ว ริมถนนบางนาง-ตราด จะเป็นแหล่งที่ตั้งของห้างและคอมมูนิตี้มอลล์ขนาดใหญ่ทั้งหลาย รวมถึงโชว์รูม ออฟฟิศสำนักงานในย่านนี้ด้วย

map1_re

ที่ตั้งโครงการ Cascade บางนา อยู่บนถนนบางนา-ตราด กม.5 ฝั่งมุ่งหน้าไปทางถนนสุขุมวิท โดยถนนบางนา-ตราดเป็นถนนที่มีความยาวตั้งแต่แยกบางนาถึงบางปะกง โดยช่วงถนนที่ค่อนข้างจะได้รับความนิยมคือ ระหว่างแยกบางนาถึงช่วงกม.8 หรือแถว Mega bangna เหนือขึ้นไปบนถนนบางนา-ตราดก็จะเป็นทางด่วนบูรพาวิถีที่ใช้เป็นเส้นทางไปชลบุรี-พัทยา โดยพื้นที่แถวบางนาถือว่าเป็นพื้นที่แถบชานเมืองที่มีผู้คนอยู่อาศัยเป็นจำนวนมาก แต่เนื่องจากถนนบางนา-ตราดเป็นถนนที่กว้างถึง 12 เลน ทำให้พื้นที่โดยรอบปรับเปลี่ยนเป็นศูนย์การค้าบ้าง ศูนย์แสดงสินค้าบ้าง อาคารออฟฟิศบ้าง และมีหมู่บ้านขนาดเล็กใหญ่อยู่ตามซอยต่างๆมากมาย

ถนนบางนา-ตราดเป็นถนนที่ตัดทั้งถนนสุขุมวิทที่แยกบางนา ตัดถนนศรีนครินทร์ที่แยกศิครินทร์ และตัดกับวงแหวนรอบนอกฝั่งใต้อีกด้วย ทำให้การเดินทางเข้าไปยังโครงการหรือจากโครงการไปยังจุดต่างๆทำได้ง่ายขึ้น เช่นจากโครงการจะไปสมุทรปราการก็สามารถเลี้ยวซ้ายที่ถนนศรีนครินทร์เลี่ยงรถติดได้ดีกว่าถนนสุขุมวิทที่รถบรรทุกวิ่งกันค่อนข้างเยอะ ส่วนถ้าจะเข้าเมืองก็สามารถวิ่งเส้นศรีนครินทร์ขึ้นเหนือได้เช่นกัน

map2

ความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่นั้นมาจากความกว้างของถนนถึง 12 เลนจริงๆ ถนนบางนา-ตราดจึงเป็นที่นิยมของศูนย์การค้าทั้งหลาย ตั้งแต่ฝั่งใกล้แยกบางนาก็จะมี Central บางนา ที่ข้างๆกันจะมี BigC โดยเลยแยกบางนา-ศรีนครินทร์มาหน่อยก็จะเป็นพวกร้านขายเฟอร์นิเจอร์ขนาดใหญ่อย่าง Chic republic และ Index living mall เลยมาอีกหน่อยก็จะเจอกับ Tesco lotus ข้ามมาฝั่งมุ่งหน้าไปทางสุขุมวิทก็จะมี Mega บางนาที่อยู่ในพื้นที่เดียวกับ IKEA เลยมาหน่อยก็จะเป็นไทวัสดุ ซึ่งบนถนนบางนา-ตราดจะค่อนข้างมีร้านขายของตกแต่ง ร้านเฟอร์นิเจอร์ ร้านวัสดุก่อสร้างซะเยอะเนื่องจากเป็นพื้นที่ที่ใกล้กับแหล่ง Logistic ต่างๆตั้งแต่ท่าเรือ สนามบิน ศูนย์แสดงสินค้า Bitec bangna โรงงานและโกดังบนถนนสรรพวุธ

สถานที่อำนวยความสะดวกอื่นๆในชีวิตประจำวันก็มีเช่นเดียวกันอย่าง โรงพยาบาลปิยะมินทร์และไทยนครินทร์ และโรงเรียนราชวินิตบางแก้ว โรงเรียนลาซาล หรือจะเป็นโรงเรียนนานาชาติในพื้นที่ นอกจากนั้นก็ยังมีม.รามคำแหงและ ABAC บางนา รวมถึงพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ที่สุดอย่างสวนหลวงร.9 และสนามกอลฟ์ใกล้เคียงค่อนข้างเยอะ

มาถึงการเดินทางโดยไม่ใช้รถอย่าง BTS ก็จะมีอยู่บนถนนสุขุมวิทโดยถ้าจะเข้าโครงการลงที่ BTS อุดมสุขแล้วต่อพี่วิน แท๊กซี่ หรือรถรับจ้างจะง่ายกว่า ส่วนขาออกจะลงที่ BTS บางนาใกล้ที่สุดโดยลองๆนั่งดูถ้านั่งแท๊กซี่จากโครงการไปยัง BTS บางนาก็ตกอยู่ที่ประมาณ 80 บาท/ครั้ง นอกเหนือจากนั้นในอนาคตจะมีรถไฟรางคู่บางนา-สุวรรณภูมิ (Light rail) ระยะทาง 18.3 กิโลเมตร โดยจะเชื่อมตั้งแต่ BTS บางนา วิ่งบนถนนบางนา-ตราด ยาวไปจนถึงสนามบินโดยจะมีสถานีประมาณ 12 สถานี ปัจจุบันยังเป็นแผนที่ยังไม่มีการอนุมัติอย่างเป็นทางการ เราเลยจะต้องรอดูกันต่อไป

map3-route-tollway

ส่วนการเข้าถึงโครงการด้วยการใช้ทางด่วนนั้น สามารถใช้ทางด่วนบูรพาวิถีที่วิ่งมาจากในเมืองแถวเพลินจิตยาวเข้าพระรามสี่แล้วสามารถลงได้หลายจุดบนบางนา-ตราด จะลงตรงแยกบางนาแล้วทำธุระที่ Central ก่อน หรือจะลงที่ทางลงทางด่วนอีกอัน(ในแมพทางขวาสีเหลือง) จะเป็นทางด่วนที่ใกล้โครงการที่สุด แล้วออกมาที่เส้นคู่ขนานจะมีสะพานกลับรถอยู่ที่หน้า Tesco lotus เพื่อมาอีกฝั่งหนึ่ง(สะพานเกือกม้าหน้า Mega บางนา) ส่วนการขึ้นทางด่วนเข้าเมือง ถ้าออกจากโครงการจะต้องอยู่ถนนบางนา-ตราดด้านใน ผ่านแยกบางนา-ศรีนครินทร์จะมีป้ายบอกทางให้ตรงไปเรื่อยๆจะมีทางสะพานข้ามแยกบางนาไปยังด่านเก็บเงิน

map4

เนื่องจากถนนบางนา-ตราดเป็นถนนขนาด 12 เลน ทำให้จะไม่มีไฟเขียว-ไฟแดงตัดรถไปมา ดังนั้นการจะเข้าถนนศรีนครินทร์ทั้งสองฝั่งจะมีสะพานวนรถแยกต่างหาก อย่างการออกจากโครงการจะไปถนนศรีนครินทร์มุ่งหน้าเทพารักษ์จะมีทางเลี้ยวซ้ายผ่านตลอดได้เลย ส่วนการไปศรีนครินทร์ที่ขึ้นไปทางอ่อนนุช จากถนนบางนา-ตราดจะเลี้ยวขวาไม่ได้ ทำให้จะต้องเลี้ยวซ้ายขึ้นสะพานแล้ววนรถไปยังถนนศรีนครินทร์อีกที เช่นเดียวกันกับขาเข้าโครงการ ก็จะต้องวนรถขึ้นสะพานอีกเช่นกันเพื่อลงไปฝั่งถนนบางนา-ตราดมุ่งหน้าชลบุรีแล้วขึ้นสะพานกลับรถที่หน้า Tesco lotus เหมือนเดิม

map5-route

การเดินทางในวันนี้จะใช้เส้นทางจากถนนสุขุมวิท เริ่มที่สถานี BTS อุดมสุข เลี้ยวซ้ายผ่านตลอดเข้ามาที่ถนนบางนา-ตราด แล้วตรงมาเรื่อยๆ โดยถ้าจะให้เร็วจะอยู่เส้นด้านในใต้ทางด่วน แต่เราจะอยู่ที่ทางคู่ขนานด้านนอกเพื่อพาชมสถานที่ต่างๆรอบบริเวณ ตรงไปเรื่อยๆผ่านแยกศิครินทร์ ยาวไปจนขึ้นสะพานกลับรถหน้า Tesco lotus มาอีกฝั่งหนึ่ง ทางเข้าโครงการจะอยู่ซ้ายมือที่กม.5

เริ่มต้นการเดินทางจากสถานี BTS อุดมสุขที่อยู่บนถนนสุขุมวิท เรากำลังมุ่งหน้าไปทางแยกบางนากัน

ตรงมาเรื่อยๆก็จะเห็นแยกบางนาอยู่ด้านหน้า ทางซ้ายมือแปลงหัวมุมกำลังจะมีศูนย์การค้าขนาดใหญ่อย่าง Bangkok mall ขึ้นในอนาคต

ที่แยกบางนาจะมีทางเลี้ยวซ้ายผ่านตลอดเพื่อเข้าถนนบางนา-ตราด แต่ถ้าเรารอไฟเขียวแล้วตรงไปจะเป็นถนนสุขุมวิทมุ่งหน้าสมุทรปราการ

เราเลี้ยวซ้ายมาที่ถนนบางนา-ตราดกันเรียบร้อย โดยจะมีสองช่องทางให้เลือก คือ จะวิ่งด้านในใต้ทางด่วนที่จะใช้ความเร็วได้ดีกว่า  แต่วันนี้เราจะวิ่งฝั่งซ้ายหรือคู่ขนานกับเพื่อพาชมสถาที่ต่างๆระหว่างทางนะครับ

ตรงมาเรื่อยบนถนน จะมีป้ายบอกทางถ้าตรงไปจะมีทางเลี้ยวซ้ายไปทางบางกะปิและเทพารักษ์ ส่วนป้ายทางขวาบอกว่าทางข้างหน้าจะมีสะพานกลับรถไปยัง Bitec บางนา สองฝั่งของถนนบางนา-ตราดช่วงต้นยังไม่ค่อยคึกคักเท่าไร จะเป็นร้านขายวัสดุก่อสร้าง อู่ซ้อมรถ โชว์รูมรถซะเยอะ

ตรงมาเรื่อยๆจะมีป้ายบอกทางลัดที่สามารถเลี้ยวซ้ายไปเข้าซอยอุดมสุขได้โดยไม่ต้องผ่านถนนสุขุมวิทหรือศรีนครินทร์

ทางขวามือจะมีป้ายทางขึ้นทางด่วนสีฟ้าไปชลบุรี

โดยขวามือจะเป็นทางขึ้นทางด่วน โดยทางขึ้นจะมีหน้าตาคล้ายกับทางขึ้นสะพานกลับรถ ทำให้ต้องมีป้ายติดว่าทางขึ้นนี้ไม่ใช่ทางกลับรถและมอเตอร์ไซค์ห้ามขึ้น ต้องค่อยดูดีๆนะ ทางขวามือมีรถเมล์วิ่งบนถนนบางนา-ตราดด้วย

ตรงมาอีกจะเจอกับ Central บางนา ที่ประกบด้วย Central city tower ที่เป็นอาคารสำนักงานสูงและ BigC ตรงนี้จะมีรถชะลอเข้าค่อนข้างมากและมีแท๊กซี่ให้บริการเยอะ

เลยมาหน่อยก็จะเป็น BigC และอาคารสำนักงานตึกคู่ MD tower ตรงกลางจะมีถนนเข้าไปยังพื้นที่สำนักงานที่เป็นเหมือนโฮมออฟฟิศด้านในอีกจำนวนหนึ่ง

เลยมาอีกหน่อยจะเจอโรงพยาบาลไทยนครินทร์

ตรงมาอีกจะเจอ SB design square ป้ายด้านหน้าจะบอกว่าถ้าตรงไปหน่อยจะมีทางไปเทพารักษ์ แต่เลยไปอีกนิดเดียวจะมีทางเลี้ยวซ้ายไปทางบางกะปิได้

ทางเลี้ยวซ้ายผ่านตลอดเข้าถนนศรีนครินทร์มุ่งหน้าบางกะปิ ด้านหน้าจะมีป้ายบอกทางติดว่าซ้ายต่อไปเข้าถนนเทพารักษ์ โดยตัวป้ายจะติดอยู่บนสะพานวนรถขวางกับถนนบางนา-ตราดที่เรียกว่าแยกบางนา-ศรีนครินทร์ เนื่องจากถนนบางนา-ตราดไม่มีไฟเขียวไฟแดงและรถวิ่งเร็ว เลยทำเป็นสะพานวนรถข้ามแยกแทนที่จะเป็นไฟเขียวไฟแดงปกติ

แยกซ้ายต่อมาจะเป็นทางขึ้นทางวนรถคือเลี้ยวซ้ายนี้แล้วจะไปวนขึ้นสะพานข้ามถนนบางนา-ตราด ที่แยกบางนา-ศรีนครินทร์เมื่อสักครู่แล้ววิ่งไปบนถนนศรีนครินทร์มุ่งหน้าไปเทพารักษ์ได้ ส่วนเรามุ่งหน้าตรงไปต่อ

ผ่านแยกบางนา-ศรีนครินทร์มา ทางซ้ายมือก็ยังเป็นร้านขายเฟอร์นิเจอร์อยู่กับ Chic republic

ป้ายทางซ้ายมือบอกว่ามีทางลัดเข้าถนนเฉลิมพระเกียรติร.9 ได้ ข้างหน้ามี Index living mall

ขวามือมีทางขึ้นสะพานกลับรถไปอีกฝั่ง เราต้องไปกลับรถสะพานอันหน้าครับ

 

เรายังอยู่บนถนนบางนา-ตราดมุ่งหน้าชลบุรี ทางซ้ายมือจะมีปั้มน้ำมัน ภายในมี Tesco lotus express และ McDonald แบบ Drive thru

ก่อนจะสุดที่กม.8 จะมีสะพานกลับรถที่อยู่ใกล้กับ Tesco lotus จะเป็นสะพานกลับรถที่เราจะขึ้นนะครับ โดยถ้าตรงไปก็จะเป็นทางขึ้นทางด่วนมุ่งหน้าชลบุรี หรือสามารถเข้าวงแหวนกาญจนาได้

เราขึ้นสะพานกลับรถมา โดยถ้าเราวนจนครบ U-turm ก็จะเป็นทางขวามือลงบนถนนบางนา-ตราดมุ่งหน้าสุขุมวิท แต่ถ้าเลือกจะตรงไปก็จะเป็นทางเข้าของ Maga บางนา, BigC extra, Robinson, homepro และ Ikea ได้

เราวนรถมากำลังจะลงไปบนถนนบางนา-ตราดมุ่งหน้าสุขุมวิท ทางซ้ายมือจะเป็นร้านไทวัสดุ

ตรงมาอีกหน่อยทางซ้ายมือจะเป็นซอยเมืองแก้ว ที่ภายในมีโรงเรียนราชวินิตบางแก้ว มีหมู่บ้านแนวราบเยอะมาๆ และมีทางเข้า Ikea ได้อีกทางหนึ่ง โดยสามารถวนเป็นวงกลมคือเข้าซอยเมืองแก้วจะมีทางวนไปยังทางคู่ขนานวงแหวนกาญจนาเพื่อเลี้ยวซ้ายวนมาที่ถนนบางนา-ตราดได้อีกที ส่วนทางขวามือเป็นทางขึ้นทางด่วนผ่านแยกบางนาไปทางพระรามสี่เข้าเมือง

ตรงมาเรื่อยๆจะเจอปั้มน้ำมัน ทางซ้ายเป็นโรงพยาบาลปิยะมินทร์

ตรงมาอีกเรื่อยๆทางซ้ายมือที่เป็นตึกคู่คือ Oakwood residence bangna ส่วนตรงกลางคือ บางนาทาวเวอร์

ทางขวามือจะมีสะพานกลับรถทั้งขามุ่งหน้าไปทางชลบุรีและทางมาสุขุมวิท โดยเมื่อเริ่มเห็นทางขึ้นสะพานกลับรถให้ชิดซ้ายคือใกล้จะถึงทางเข้าโครงการแล้ว

ทางเข้าโครงการจะอยู่ทางซ้ายมือที่บริเวณถนนบางนา-ตราด กม.5 โดยจะอยู่ใกล้กับสะพานกลับรถฝั่งมุ่งหน้าชลบุรีมาทางถนนสุขุมวิท

เลยไปหน่อยแปลงติดกันเลยเป็นโครงการพี่ชายก่อนหน้าของ Real Asset เหมือนกันที่ปิดการขายไปนานแล้วคือโครงการ Enterprize Park เป็นโฮมออฟฟิศ 4 ชั้นที่ทาง TOL เคยไปรีวิวไว้ตั้งแต่ปี 2012 “คลิกที่นี่เพื่อชมรีวิว” เลยไปอีกนิดเป็นหมู่บ้าน Plex บางนา

มองย้อนกลับไปจะเห็นว่าทางเข้าหน้าโครงการตั้งอยู่บริเวณสะพานกลับรถเกือกม้าพอดี และมีสะพานลอยข้ามไปฝั่งตรงข้ามได้ ที่เชิงสะพานลอยทั้งสองฝั่งเป็นป้ายรถเมล์ด้วยนะครับ อีกทั้งด้วยโครงการอยู่ติดกับถนนใหญ่แบบนี้ทำให้เรียก Taxi ง่ายกว่าโครงการที่อยู่ในซอยหน่อย

map6

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะครับ

รูปแปลงของโครงการเป็นลักษณะธงนะครับ โดยบริเวณทางเข้าจะเป็นด้ามจับทางกว้างประมาณ 11-12 เมตร เข้าไปลึกประมาณ 100 เมตร จะขยายออกเป็นพื้นที่จอดรถกลางแจ้งและที่ตั้งตัวอาคารทั้งหมด / ที่ดินบริเวณรอบๆนี้ทั้งหมดเป็นอาณาจักรของ Real Asset ที่มีที่ดินผืนใหญ่มาก และค่อยๆพัฒนาทำไปทีละโครงการไป โดยรูปแบบของโครงการต่างๆจะไม่เหมือนกันและเลือกคนละกลุ่มเป้าหมาย อย่าง Plex บางนานี่เป็นรูปแบบอยู่อาศัยเฉพาะเลย ไม่ได้ทำเชิงพาณิชย์ครับ ฝั่งทิศใต้จะติดกับโครงการเลิศนิมิต 2 และฝั่งขวามือทิศตะวันออกที่ยังเป็นที่ดินเปล่าขนาดใหญ่ยังไม่ได้พัฒนาใดๆ ก็เป็นของ Real Asset เช่นเดียวกัน คาดว่าคงพัฒนาโครงการ Cascade นี้ให้เสร็จก่อนแล้วจะเริ่มทำโปรเจคต่อไป ยังไม่แน่ใจว่าจะเป็นรูปแบบไหนต้องรอดูกันอีกที (แต่ถ้าขึ้นมาเป็นโครงการจะทำให้ Cascade มีความปลอดภัยเพิ่มมากขึ้นนะ เพราะรั้วติดกันและรปภ.มีการสอดส่องเพิ่มมากขึ้น)

 

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • Mega Bangna/ Ikea 3.2 กิโลเมตร
  • Tesco lotus บางนา 3.8 กิโลเมตร
  • Central บางนา/ Central city tower/ BigC 4.3 กิโลเมตร
  • Bitec บางนา 4.8 กิโลเมตร
  • โรงพยาบาลไทยนครินทร์ 5 กิโลเมตร (ขาไปส่ง)
  • สวนหลวงร.9 7 กิโลเมตร
  • โรงเรียนราชวินิตบางแก้ว 9.7 กิโลเมตร (ขาไปส่ง)
  • สนามกีฬาและสนามกอล์ฟราชนาวี บางนา 6.7 กิโลเมตร
  • โรงพยาบาลปิยะมินทร์ 9.7 กิโลเมตร (ขาไปส่ง)
  • โรงเรียนนานาชาติ Concordian 10.6 กิโลเมตร (ขาไปส่ง)
  • สนามบินสุวรรณภูมิ 20 กิโลเมตร

 


เจาะลึกตัวโครงการ

master_plan

Cascade บางนา เป็นโครงการโฮมออฟฟิศ สูง 4 ชั้น รวมจำนวนทั้งหมด 63 ยูนิต บนเนื้อที่โครงการประมาณ 10-1.35.5 ไร่ ความหนาแน่นถือว่าน้อยครับสบายๆ สามารถเข้าถึงได้ทางเดียวจากถนนบางนา-ตราด กม.5  จากถนนหลักเข้ามาประมาณ 60 เมตรจะเจอกับซุ้มรปภ. และอีก 40 เมตรจะถึงพื้นที่กลุ่มอาคาร  โดยระบบรักษาความปลอดภัยจะเป็นแบบ Keycard access ระยะใกล้ที่จะต้องเปิดกระจกแตะบัตรก่อนที่ไม้กั้นจะยกขึ้นเพื่อเปิดให้เข้าไปภายในโครงการ และมี CCTV ที่ Main Gate และภายในโครงการ 16 จุด และที่บริเวณถนนเมนนี้ทางซ้ายมือมีห้องเก็บแยกขยะเป็นสัดส่วนปิดมิดชิด

โดยพอเข้าไปด้านในแล้วจะเจอกับลานจอดรถกลางแจ้งขนาดใหญ่ โดยมีเกาะกลาง(ที่ปลูกต้นไม้คั่น)เอาไว้ ถนนหลักกว้าง 9.5-12 ม. และถนนภายในกว้าง 8-10.35 ม. มีจุดที่เป็นสวนหย่อมเล็กอยู่ใจกลางมีศาลา 2 จุด จะเห็นจากในแปลนจะมีพื้นที่ว่างกว้าง 4 เมตร ตามกฎหมายทุกๆความกว้าง 40 เมตรเพื่อใช้เป็นทางดับเพลิง ทางหนีไฟ โดยตกแต่งเป็นพื้นที่สีเขียวที่ไม่สามารถให้เข้าไปกลับรถหรือจอดได้ (พื้นที่สีเขียว)รวมทั้งหมดประมาณ 192 ตร.วา

รูปแบบของอาคารที่นี่มีแค่แบบเดียวเท่านั้นนะ ที่ดินมาตรฐานคือ 20.8 ตร.วา(แปลงกลางปกติ) พื้นที่ใช้สอย 250 เมตร / รั้วรอบโครงการสูง 2.25 – 3 ม. / ก่อสร้างแบบก่ออิฐฉาบปูนปกติ ปัจจุบันก่อสร้างไปแล้วประมาณ 30% / จุดเด่นที่เห็นของโครงการนี้คือ “ที่จอดรถ” ที่มีช่องจอดให้ถึง 260 คัน และโครงการเคลมว่าสามารถจอดซ้อนคันได้ถึง 300 คัน (รูปแบบการจอดจะได้สิทธิ์ฟิคก่อนเลยได้ Keycard 2 ใบ คือ 2 คัน) แต่ว่าถ้าลองหารความหนาแน่นที่ 300 คัน อัตราส่วนจะอยู่ที่ประมาณ 1 ยูนิต ได้ประมาณ 4 คันครึ่ง เรียกว่าให้มาเยอะทีเดียวสำหรับโครงการรูปแบบโฮมออฟฟิศในสมัยนี้

ทางเข้าโครงการมีการตกแต่งด้วยรูปปั้นม้า 5 ตัว สัญลักษณ์ของการทางธุรกิจ ดูโดดเด่น ภูมิฐาน ด้านบนมีป้ายชื่อโครงการติดอยู่

เลยจากรูปปั้นม้ามาที่รั้วกำแพงฝั่งนี้จะเป็น Directory Board สำหรับเอาไว้ติดป้ายชื่อออฟฟิศต่างๆที่อยู่ด้านใน

tive1

ภาพจำลองบรรยากาศบริเวณทางเข้าของโครงการ ซึ่งทำออกมาได้ใกล้เคียงจริงพอสมควร

เข้ามาประมาณ 60 เมตร จะเจอกับซุ้มรปภ.ตั้งอยู่กึ่งกลางแบบนี้ โดยระบบรักษาความปลอดภัยจะเป็นแบบ Keycard access ระยะใกล้ที่จะต้องเปิดกระจกแตะบัตรก่อนที่ไม้กั้นจะยกขึ้นเพื่อเปิดให้เข้าไปภายในโครงการ และมี CCTV ที่ Main Gate และภายในโครงการรวมทั้งหมด 16 จุด

พ้นซุ้มทางเข้ามาแล้ว ถนนเมนจะลดลงมาหน่อย เริ่มเห็นตัวอาคารแล้วนะครับ จะเห็นว่าทางขวามือจะเริ่มปลูกต้นไม้ พื้นที่สีเขียวอยู่ชิดกับรั้วโครงการเพื่อให้ดูไม่อึดอัดไปถ้าเห็นรั้ว

และที่บริเวณถนนเมนนี้ทางซ้ายมือมีห้องเก็บแยกขยะเป็นสัดส่วนปิดมิดชิด

ทางเข้าอยู่ด้านในนะครับ ด้านในจะมีห้องประตูม้วนเหล็กปิดมิดชิดกันกลิ่นอีกชั้น

โดยพอเข้าไปด้านในแล้วจะเจอกับลานจอดรถกลางแจ้งขนาดใหญ่ ถนนภายในกว้าง 8 – 10.35 ม. มีจุดที่เป็นสวนหย่อมเล็กอยู่ใจกลางมีศาลา 2 จุด จะเห็นจากในแปลนจะมีพื้นที่ว่างกว้าง 4 เมตร ตามกฎหมายทุกๆความกว้าง 40 เมตรเพื่อใช้เป็นทางดับเพลิง ทางหนีไฟ โดยตกแต่งเป็นพื้นที่สีเขียวที่ไม่สามารถให้เข้าไปกลับรถหรือจอดได้ (พื้นที่สีเขียว)รวมทั้งหมดประมาณ 192 ตร.วา

tive2

ภาพจำลองบรรยากาศภายในโครงการมุมสูงให้เห็นบริเวณที่จอดรถกลางแจ้งภายในโครงการ

โดยมีเกาะกลาง ที่ปลูกต้นไม้คั่นกลางเอาไว้แบบนี้ เป็นแนวยาวไปเลย ถ้าอนาคตต้นไม้โตกว่านี้คงจะเพิ่มความร่มรื่นได้อีกระดับนึง

tive4

ภาพจำลองบรรยากาศภายในโครงการบริเวณที่จอดรถกลางแจ้ง พื้นบริเวณนี้อนาคตจะทำเป็นลาดยางทั้งหมดและทำเส้นลวดลายนำสายตาตกแต่ง

tive5

ภาพจำลองบรรยากาศภายในโครงการบริเวณศาลาพักผ่อนใจกลางที่จอดรถโครงการ

โครงการนี้ก่อสร้างแบบก่ออิฐ ฉาบปูน เป็นมาตรฐานนะครับ ซึ่งจะใช้เวลานานกว่าระบบ Precast ซึ่งการก่อสร้างแบบนี้เหมาะสำหรับการ ทุบรื้อผนังใด หรือแม้แต่ตัดเจาะผนังเพื่อเพิ่มหน้าต่างหรือประตูได้

พื้นที่ว่างกว้าง 4 เมตร ตามกฎหมายทุกๆความกว้าง 40 เมตรเพื่อใช้เป็นทางดับเพลิง ทางหนีไฟ โดยตกแต่งเป็นพื้นที่สีเขียวที่ไม่สามารถให้เข้าไปกลับรถหรือจอดได้ (ของจริงจะมีลงต้นไม้เพิ่มกว่านี้)

tive3

ภาพจำลองบรรยากาศด้านหน้าอาคาร โดยแบบอาคารมีเพียงแบบเดียวที่มีพื้นที่ใช้สอย 250 ตร.ม. และมีที่ดินเริ่มต้น 20.8 ตร.วา โดยที่ด้านหน้าอาคารจะมีจุดให้ติดป้ายชื่อร้าน ชื่อสำนักงานได้อยู่ 2 จุด

VDO Presentation ประกอบ จากทางโครงการครับ

 

สิ่งอำนวยความสะดวก

  • สวนหย่อม(พื้นที่สีเขียว) รวมประมาณ 192 ตร.วา
  • ระบบ CCTV ที่ Main Gate และภายในโครงการ 16 จุด
  • ห้องเก็บแยกขยะเป็นสัดส่วน
  • รั้วรอบโครงการสูง 2.25 – 3 ม.
  • Key Card Access ระยะใกล้
  • เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง
  • ประตูรั้วโครงการแบบ รั้วกั้นไม้กระดก
  • สัญญาณกันขโมย ระบบ Magnetic & Shock Sensor
  • ถนนหลักกว้าง 9.5-12 ม. และถนนภายในกว้าง 8-10.35 ม.

 

โครงสร้าง


Product Walkthrough

floor_plan_re

โฮมออฟฟิศของโครงการมีแบบเดียวนะ คือขนาดพื้นที่ใช้สอย 250 ตารางเมตร สูง 4 ชั้น หน้ากว้าง 5.50 เมตร ยาวประมาณ 10.80 เมตร โดยมีห้องน้ำในตัวทุกชั้น(มีฟังก์ชั่นแยกส่วนเปียกอาบน้ำได้ที่ชั้น 3-4) โครงการขายเป็นแบบ Fully Fitted คือปูพื้นมาให้ และอุปกรณ์ในห้องน้ำเท่านั้น

เริ่มกันที่ชั้น 1 ชั้นล่างสุดด้านหน้าจะเป็นส่วนที่จอดรถพอดี 2 ช่องคัน (ในแปลนจะเป็นแปลงริมนะครับ มีเนื้อที่ดินด้านข้างและหน้าต่างช่องแสงเพิ่ม) เข้ามาด้านในจะจัดเป็นเหมือน Reception ต้อนรับและเป็นที่รองรับแขกในตัว ซึ่งด้านหน้าติดกับประตูหน้าบ้านจะเป็นพื้นที่ Double Volume มองขึ้นไปเห็นชั้นบน เลยจะเหมือนเป็นชั้นลอย ถัดไปด้านหลังจะเป็นมุมโต๊ะรับประทานอาหารที่ด้านข้างมีพื้นที่ Pantry ครัวและติดกันเป็นห้องน้ำแบบ Powder Room (ไม่มีฟังก์ชั่นอาบน้ำ) ผนังด้านหลังทั้งประตูและหน้าต่างเป็นช่องแสงในตัว พื้นที่หลังบ้านสำหรับเก็บถังน้ำ ปั้มน้ำ และพื้นที่สำหรับบันไดหนีไฟแบบลิงที่อยู่ในส่วนของผนังด้านหลังรวมถึงที่วาง Condensing unit ของแอร์แต่ละชั้น

ชั้น 2 ขึ้นมาถึงจะเจอกับห้องเก็บของใต้บันได หันไปทางขวาจะเจอกับทางเข้าห้องที่สามารถใช้เป็นห้องโชว์รูมหรือห้องประชุมขนาดใหญ่ได้ ตรงนี้บ้านตัวอย่างใช้เป็นผนังกระจกรอบด้านทั้งหมดทำให้ดูโปร่งโล่งมาก ด้านหลังจะมีทางออกไประเบียงมีพื้นที่เล็กๆสำหรับวางชุดโต๊ะนั่งเล่นได้ และมีห้องน้ำอยู่ตรงนี้ด้วย

ชั้น 3 พื้นที่ด้านหน้าที่อยู่ใกล้กับหน้าต่างช่องแสงจัดเป็นห้องทำงานขนาดใหญ่ ที่สามารถกั้นพาร์ทิชั่นทั้งห้องหัวหน้าและลูกน้องได้ตามใจชอบ จำนวนโต๊ะน่าจะจัดได้เกือบ 10 โต๊ะเลยล่ะ ส่วนของด้านหลังติดกับพื้นที่ระเบียงจะมีพื้นที่ของ Pantry ครัว เอาไว้เตรียมพวกของว่างอาหารเบา และติดกันมีห้องน้ำที่ตั้งแต่ชั้นนี้จะมีฟังก์ชั่นอาบน้ำได้

ที่ชั้น 4  ที่เป็นชั้นสุดท้ายจะจัดเป็นพื้นที่อยู่อาศัยของเจ้าของบริษัท โดยขึ้นมาถึงครึ่งซีกหลังบ้านจะจัดเป็นพื้นที่ Walk in Closet ที่ Built-In ผนังทั้งหมดให้เป็นชุดตู้เสื้อผ้า อยู่หน้าบริเวณห้อน้ำและระเบียง ส่วนฝั่งด้านหน้าบ้านจัดเป็นห้องนอนขนาดใหญ่ ชั้นนี้เนื่องจากฝ้าเพดานค่อนข้างสูงทำให้เล่นระดับฝ้าแบบบ้านตัวอย่างได้ ระเบียงห้องนี้จะมีขนาดค่อนข้างใหญ่ที่สามารถจัดเป็นสวนกระถาง สวนแขวนแนวตั้ง ให้ดูธรรมชาติขึ้นมาหน่อยได้

plan%e0%b8%9d%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%99

อันนี้เป็นแปลนความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดานของแต่ละชั้น จะไม่เท่ากันนะ คร่าวๆคือชั้น 1 สูง 2.75 เมตร และ ชั้น 2-4 สูง 2.55 เมตร ส่วนพื้นที่ห้องน้ำสูง 2.4 เมตร ประมาณนี้ครับ

หน้าตากลุ่มชุดบ้านตัวอย่างและ Sale Gallery ที่สร้างเสร็จแล้ว จำนวน 4 ยูนิต ไว้ให้สำหรับลูกค้าที่เข้ามาเยี่ยมชมโครงการดูก่อน

เมื่อเป็นรูปแบบโฮมออฟฟิศ เลยมีพื้นที่สำหรับติดป้ายชื่อร้าน ชื่อสำนักงานเอาไว้ให้ 2 จุด ตามตำแหน่งนี้ ทำแบบนี้จะให้ดูเรียบร้อยร้อยทุกหลังนะครับ ป้ายยาวด้านหน้าชั้น 2 ขนาด 4.90 x 1.40 m. และ ป้ายโลโก้เล็ก ขนาด 1.10 x 1.10 m. / ที่ชั้น 1-2 จะได้กระจกเต็มบานสูงรวมแล้วถึง 5 เมตรกว่า ที่เป็นช่องแสงขนาดใหญ่ และสามารถโชว์ให้เห็นถึงพื้นที่ด้านในด้วย

ที่ชั้น 3-4 Facde(การตกแต่งหน้าตาอาคาร) มีการลากเส้นสายแนวตั้งเป็นเหมือนรูปทรงของเทอร์ทิส(ใครเคยเล่นจะนึกออก) ทำให้ดูไม่เหมือนกันกับยูนิตข้างๆและมีการการใช้เหล็กฉลุลายทำสีขาวมาปกปิดส่วนที่วางคอมเพรสเซอรแอร์เอาไว้ด้วยให้ดูเรียบร้อย ที่ระเบียงชั้นบนสุดมีพื้นที่ขนาดใหญ่ ที่สามารถจัดทำเป็นสวนกระถางและสวนแขวนแนวตั้งได้ / วัสดุหลังคาเป็นเมทัลชีท มีการบุฉนวนกันความร้อนเอาไว้ให้แล้วด้วย ซึ่งลดความร้อนที่จะส่งผ่านไปห้องนอนเจ้าของที่ชั้นบนสุดได้ระดับนึง

บริเวณทางเข้าด้านหน้าประตูทั้งซ้ายและขวามือ มีช่องเปิดได้สำหรับงานระบบไฟที่ลากยาวมาจากชั้นบน ทำให้ง่ายดูการซ่อมบำรุง และเก็บเรียบร้อยเป็นสัดเป็นส่วน

พอเข้ามาด้านในแล้วก่อนอื่นจะเจอกับพื้นที่ Double Volume ก่อน ซึ่งตรงนี้จัดฟังก์ชั่นเป็นพื้นที่ต้อนรับ Reception สำหรับผู้มาติดต่อสำนักงานได้ และด้านหลังถัดไปจะเป็นส่วนรับแขก ที่ชั้น 1 นี้ความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดานคือ 2.75 เมตร พื้นปูกระเบื้องแกรนิตโต้ให้เป็นมาตรฐาน

มองเงยหน้าขึ้นไปจะเห็นส่วนของชั้น 2 ซึ่งส่วนนี้อย่างที่บอกว่าสูงถึง 5.93 เมตร ทำให้ดูโปร่งโล่งเมื่อเข้ามาในอาคาร

แนวการตกแต่งจากบ้านตัวอย่าง เลือกใช้พื้นที่ใช้สอยแนวตั้งเป็นชั้นวางของใช้ของโชว์ติดผนัง แต่ไม่ให้มีหน้าบานปิดจะทำให้ดูโปร่งไม่อึดอัดเกินไป และสำหรับใครที่เลือกแปลงริม ก็จะได้หน้าต่างช่องแสงเพิ่มมาอีก 2 บาน ตามตำแหน่งในรูปครับ

มุมนี้ใช้สำหรับเป็นพื้นที่รับรองแขก สามารถจัดวางโซฟาได้ประมาณ 4-5 ที่นั่ง ด้านหลังมีห้องเก็บของอยู่ตำแหน่งใต้บันได

ถัดไปจะเป็นพื้นที่โซนรับประทานอาหารและ Pantry ครัว โดยบ้านตัวอย่างการกั้นฉากเล็กๆบังกั้นส่วน Pantry เอาไว้ให้ดูเป็นมุมแยกสัดส่วนของฟังก์ชั่นนี้

มุมโต๊ะรับปานทานอาหาร มีพื้นที่กว้างพอสมควร สามารถเลือกโต๊ะขนาดแบบ 6-8 ที่นั่งยังได้ และมุมนี้ยังใกล้กับช่องแสงหลักหลังบ้านอีกด้วย (ถ้าใครเลือกใช้โต๊ะแบบบ้านตัวอย่าง นั้นสามารถใช้เป็นโต๊ะประชุมเล็กอีกมุมนึงร่วมไปด้วยยังได้)

ฝั่งตรงข้ามเป็นมุมครัว ซึ่งบ้านมาตรฐานจะไม่ได้ชุด Pantry นะครับมีแค่เตรียมติดต่อเดินท่อนำ้ดีเอาไว้ให้เท่านั้น ด้านข้างทางซ้ายเป็นพื้นที่วางตู้เย็นและทางขวาเป็นห้องน้ำ

ภายในบ้านจะมีการติดสัญญาณกันขโมย Megnetic Sensor แบบจับการเคลื่อนไหวเอาไว้ให้ที่ชั้น 1-2 เป็นมาตรฐานทุกหลัง

ในส่วนของห้องน้ำชั้นล่างจะเป็นแบบ Powder Room ซึ่งไม่มีฟังก์ชั่นอาบน้ำ โดยชุดวัสดุสุขภัณฑ์และอ่างจะเป็นของ Mogen และชุดก๊อกเป็น American Standard หรือเทียบเท่า ได้ตามนี้เลย

ในห้องน้ำยังมีช่องแสงในตัวชิดกับผนังหลังบ้านสามารถเปิดออกระบายความชื้นและกลิ่นได้ด้วยครับ ห้องนี้มีโถคุณผู้ชายด้วยเพราะใช้รวมชายหญิงนะ

ออกมาที่พื้นที่หลังบ้านระยะห่างไปจนถึงกำแพงยาวประมาณ 2 เมตรนิด ซึ่งโครงการมีถังเก็บน้ำและปั๊มน้ำมาให้ด้วย มุมนี้สามารถเลือกจัดเป็นสวนหย่อมเล็กๆได้

เงยหน้ามองไปที่ด้านหลังของอาคาร จะเห็นส่วนของบันไดหนีไฟที่มีตามกฎหมาย และมีการแขวนคอมแอร์ฯของชั้น 1 ไว้ที่ด้านหลังติดผนังแบบนี้

เดี๋ยวขึ้นไปดูชั้น 2 กันบ้างครับ (รูปล่าง) จะเป็นชานพักทางขึ้นบันไดของบ้านมาตรฐานนะครับ โดยวัสดุบันไดจะเป็นไม้ประสานสำเร็จรูปสีไม้โอ๊คเข้ม

ขึ้นมาที่กลางๆ จะมีชานพักสี่เหลี่ยมแบบนี้เดินง่ายไม่ติดอะไร ทางขวามือมีการติดตั้งมือกับกันลื่นเอาไว้ให้

ขึ้นมาที่พื้นที่ชั้น 2 แล้ว มองตรงไปจะเห็นทางขึ้นไปต่อเนื่องที่ชั้น 3 และขวามือเป็นห้องประชุม

ห้องเก็บของใต้บันไดทางขึ้นไปชั้น 3 ครับ ขนาดกว้างดีเก็บของได้พอสมควร ภายในปูกระเบื้องและติดไฟมาให้เสร็จ

ในส่วนของชั้น 2 พื้นที่ตรงนี้จะจัดเป็นห้องประชุมขนาดใหญ่ ที่ได้รับแสงมาจากประตูหน้าบ้านขนาดใหญ่ โดยที่บ้านตัวอย่างของโครงการมีการรื้อระเบียงออกทั้งหมดและติดเป็นผนังกระจกเงาล้อมรอบเอาไว้ ให้ดูโปร่งโล่งสวยงาม ถ้าใครมีงบหน่อยผมว่าทำแบบนี้เลยก็ดีนะครับ

พื้นที่ชั้น 2 ของจริงบ้านมาตรฐานจะเป็นแบบนี้ จะเป็นระเบียงเหล็กโปร่งแทน พื้นที่ชั้น 2-4 ส่วนด้านหน้าจะเป็นลามิเนต 8 mm. มาตรฐานนะครับ

มองกลับหลัง จะมีประตูกระจกบานเลื่อนออกไปยังพื้นที่ระเบียง

พื้นที่ระเบียงชั้นนี้ขนาดจะค่อนข้างกว้างหน่อย พื้นปูด้วยกระเบื้องไซส์ 30 ซม. สามารถจัดสวนกระถางมาบังสายตาจากหลังบ้านหลังอื่นเพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัวได้ ด้านขวาเป็นส่วนของห้องน้ำ

ห้องน้ำขนาดค่อนข้างแคบแต่พื้นที่จะยาว เลยเอาตำแหน่งของอ่างล้างมือมาไว้หน้าห้องแบบนี้ครับ ในห้องน้ำมีช่องแสงหน้าต่างบานกระทุ้งระบายอากาศและความชื้นได้

ขึ้นมาที่ชั้น 3 รูปแบบของชานพักบันไดเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าเต็มผืนแบบนี้ ทำให้เดินค่อนข้างง่าย ที่ผนังด้านบนมีการเจาะหน้าต่างช่องแสงเอาไว้ให้ด้วย

ขึ้นมาที่ชั้น 3 แล้ว จะเห็นว่าสีของพื้นกับบันได้ค่อนข้างไปโทนเดียวกันนะครับ

ที่ชั้นนี้ฝั่งด้านหน้า บ้านตัวอย่างใช้สำหรับเป็นห้องทำงานแบบจริงจัง โดยมีการกั้นส่วนประตูกระจกบานเลื่อนเป็นสัดส่วน แถมยังให้แสงสว่างทะลุส่องผ่านถึงกันได้ทั้งชั้น ที่ชั้นนี้ความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดานคือ 2.55 เมตร

ไอเดียรูปแบบการจัดห้องทำงาน ตรงส่วนนี้แล้วแต่เจ้าของเลยว่ากะจะให้มีพนักงานจำนวนประมาณกี่คน เพราะดูจากพื้นที่ห้องนี้เราสามารถเลือกจัดเป็นโต๊ะทำงานได้ถึง 10 กว่าที่นั่งทีเดียวครับ

มุมนี้ติดกับช่องแสงด้านหน้า มีการกั้นพาร์ทิชั่นเล็กๆ ดูก็รู้เลยว่าเป็นห้องเมเนเจอร์ครับผม

มาดูฝั่งครึ่งซีกหลังกันบ้าง เป็นพื้นที่ของครัวมองออกไปเป็นระเบียง และติดกันทางขวามือเป็นห้องน้ำ

มุมครัวนี้ให้ดูเป็ไอเดียนะครับ ของจริงจะเหมือนกันกับชั้นล่างคือเดินท่อน้ำไว้ให้เฉยๆ มุมนี้ถ้าใช้งานจริงคงเอาไว้จัดเตรียมเครื่องดิ่มของของว่างเบาๆเท่านั้น แต่ถ้าใช้พื้นที่ใช้สอยให้คุ้มก็ Built-In ชุดตู้เต็มผนังแบบนี้เลยครับ ด้านนอกจะเป็นระเบียงขนาดเล็กหน่อย ถ้าเอาสวนต้นไม้กระถางไปวางก็จะเหลือแค่พื้นที่ยืนเท่านั้นเอง

ตั้งแต่ห้องน้ำชั้นนี้จะมีฟังก์ชั่นอาบน้ำแยกส่วนแห้งและเปียกเพิ่มขึ้นมา โดยส่วนเปียกมีการก่อธรณีขึ้นมาครับ แต่ว่าไม่ได้ฉากกั้นอาบน้ำต้องไปหาซื้อติดเพิ่มเอง พื้นที่อาบน้ำขนาดประมาณ 0.80 x 1.35 เมตร

ตำแหน่งอ่างล้างมือ สุขภัณฑ์ หน้าตาตามนี้เลยที่ได้ ด้านหลังมีการก่อ Low Wall สำหรับเป็นพื้นที่วางข้าวของเครื่องใช้ต่างๆในห้องน้ำได้

ขึ้นไปต่อกันที่ชั้น 4 ซึ่งรูปแบบของบันไดทั้งชานพักและช่องแสงจะเหมือนกันกับทางขึ้นชั้น 3 ที่ผ่านมา

มาถึงชั้น 4 แล้ว เป็นส่วนของชั้นพักอาศัยเจ้าของบ้านครับ

พอเข้ามาถึงจะอยู่ใกล้กับฝั่งระเบียงครึ่งหลังของบ้าน พื้นที่ตรงนี้ทั้งหมด จัดเป็น Area Closet สำหรับแต่งตัว ใช้ประโยชน์ใช้สอยที่ผนัง Built-In เป็นตู้เสื้อผ้า และโต๊ะเครื่องแป้ง(อยู่ติดกับระเบียง, รูปแบบระเบียงเหมือนชั้น 3) ด้านในห้องน้ำเหมือนกันกับชั้น 3 ทุกประการ

มาดูในส่วนของห้องนอน ห้องนอนมีขนาดใหญ่กินพื้นที่ครึ่งซีกด้านหน้าบ้าน เรื่องระยะต่างๆไม่ต้องกังวลว่าจะเดินติดโน้นติดนี้ แคบไป เพราะว่ากว้างสบายมากๆ

ฝั่งพื้นที่หัวเตียง(บ้านหลังนี้เป็นแปลงริม) เลยมีช่องแสง 2 จุดอยู่ที่ตรงนี้นะครับ ด้านข้างของหัวเตียงทั้งสองฝั่งจัดวางโต๊ะหัวเตียงและยังเหลือพื้นที่อีก สามารถทำเป็นชั้นวางของใช้ของโชว์เพิ่มได้

มุมนี้ที่ปลายเตียง (ขวามือ)ทำเป็นชั้นวางทีวีทั่วไป (ซ้ายมือ)มีการเจาะฝ้าเล่นระดับและ Built-In ผนังส่วนนี้ให้เป็นมุมโต๊ะอ่านหนังสือเก๋ๆแบบนี้

ช่องแสงของห้องนี้กว้างมาก รับแสงธรรมชาติได้เต็มๆ วัสดุที่นี่อลูมิเนียมใช้ยี่ห้อคริสตัลวิว ทำผิวอโนไดซ์สีเทาเข้ม กระจกเป็นสีเขียวตัดแสงช่วยลดความร้อนได้ระดับนึง

ระเบียงค่อนข้างกว้างเลย มีการเซาะร่องที่พื้นสำหรับระบายน้ำออกไปยังเดรนไว้ และกันตกเป็นกระจกเทมเปอร์ช่วยให้แสงส่องเข้ามาในห้องได้และดูสวยงามกว่า พื้นที่ระเบียงนี้อย่างที่บอกไปสามารถจัดเป็นสวนกระถาง และสวนแขวนได้

ด้านขวามือเป็นพื้นที่วางคอมเพรสเซอร์แอร์ โดยมีการใช้เหล็กฉลุลายทำสีบังส่วนนี้เอาไว้ให้ดูเป็นสัดส่วนและมองจากด้านนอกสวยงามครับ

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะครับ

 

ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 9 Nov 2016

  • ราคาเริ่มต้น 12.29 ล้านบาท ที่ดินมาตรฐาน 20.8 ตร.วา หรือเฉลี่ยราคา 49,160 บาท/ตร.ม.
  • ที่ดินเพิ่มลดประมาณตารางวาละ 150,000 บาท
  • Promotion ปัจจุบัน : สัญญาณกันขโมย  ปั๊มน้ำ แท้งค์น้ำ  เดินท่อน้ำยากำจัดปลวก
  • จอง 50,000 บาท / ทำสัญญา 150,000 บาท
  • ดาวน์และผ่อนดาวน์(สอบถามจากเจ้าหน้าที่โครงการ)
  • ค่าส่วนกลาง 160 บาท/ตร.วา/เดือน จัดเก็บล่วงหน้า 1 ปี
  • ค่าจดจำนอง ผู้ซื้อเป็นผู้ชำระ
  • ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการโอนกรรมสิทธิ์ ผู้ซื้อแล้วผู้ขายชำระฝ่ายละครึ่ง
  • ค่าประกัน มิเตอร์ไฟฟ้า ประปา ผู้ซื้อเป็นผู้ชำระ

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ครับ


เจาะลึกรวบยอด

โครงการ Cascade บางนา ตั้งอยู่บนถนนบางนา-ตราดที่เป็นถนนเส้นยาวตั้งแต่แยกบางนาไปถึงฉะเชิงเทรา โดยเฉพาะถึงช่วงกม.8 ถือว่าเป็นศูนย์กลางของกรุงเทพฝั่งตะวันออก เนื่องจากถนนกว้างถึง 12 เลน และมีทางด่วนบูรพาวิถี รวมถึงวงแหวนทางตอนใต้ที่สามารถวิ่งไปยังรอบนอกของกรุงเทพได้โดยง่าย ทำให้เป็นที่นิยมของศูนย์การค้าและเส้นทางขนส่ง ตั้งแต่ Central บางนา, BigC, Tesco lotus, Mega bangna, Ikea และอื่นๆ ส่วนสนามบินสุวรรณภูมิ ศูนย์แสดงสินค้า Bitec บางนา รวมถึงโรงงานและโกดังบนเส้นสรรพวุธก็เป็นจุดสำคัญของการตั้งออฟฟิศซึ่งอยู่ในระยะไม่เกิน 20 กิโลเมตร

การเดินทางโดยใช้รถ เดินทางได้สะดวกทั้งวิ่งบนถนนธรรมดาและจากทางด่วน โดยถ้ามาจากในเมืองบนถนนสุขุมวิท มีทางเลี้ยวซ้ายผ่านตลอดมายังถนนบางนา-ตราด วิ่งตรงมาเรื่อยขึ้นสะพานกลับรถที่หน้า Tesco lotus แล้ววิ่งมาถึงช่วงกม.5 ทางเข้าโครงการจะอยู่ทางซ้ายมือ ส่วนการวิ่งกลับไปก็สามารถวิ่งตรงไปทางแยกบางนาได้เลย นอกจากนั้นก็จะมีเส้นศรีนครินทร์ให้เป็นถนนรองที่สามารถใช้วิ่งเข้า-ออกเมืองได้เช่นกัน ส่วนทางด่วนจากในเมืองก็จะมีทั้งลงก่อนจะถึงแยกบางนา และเลยแยกบางนามาช่วงกม.6 พอดีขึ้นสะพานกลับรถหน้า Tesco lotus พอดี ส่วนการขึ้นทางด่วนก็จะต้องวิ่งบนถนนบางนา-ตราดแต่เป็นด้านในใต้ทางด่วนจะมีสะพานข้ามแยกบางนาไปที่ด่านเก็บเงิน

การเดินทางโดยไม่ใช้รถ เนื่องจากโครงการอยู่ติดถนนหลักอย่างบางนา-ตราด ทำให้สามารถเรียกแท๊กซี่ได้ง่าย และมีรถเมล์ให้บริการอยู่เป็นระยะๆรวมถึงรถตู้รับจ้าง แต่จะไม่ค่อยมีพี่วินเท่าไรเนื่องจากเป็นถนนที่กว้าง มีรถบรรทุกวิ่งตลอดเวลา แต่จะมีที่หน้าศูนย์การค้าและอาคารออฟฟิศต่างๆ ส่วนเส้นทางระบบขนส่งอย่าง BTS จะมีสถานีอุดมสุขและสถานีบางนาที่ใกล้ที่สุด ใช้เวลาประมาณ 18 นาทีถึงสถานีสยาม ส่วนในอนาคตน่าจะมีเส้นทางรถไฟรางคู่บางนา-สุวรรณภูมิที่จะเชื่อมจาก BTS บางนามาบนถนนบางนา-ตราด และมีสถานีระหว่างทางเป็นจุดๆ ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการอนุมัติ แต่ก็แทบไม่ค่อยได้ยินข่าวเกี่ยวกับรถไฟสายนี้มากเท่าไรแล้ว

Cascade บางนา เป็นโครงการโฮมออฟฟิศ สูง 4 ชั้น รวมจำนวนทั้งหมด 63 ยูนิต บนเนื้อที่โครงการประมาณ 10-1.35.5 ไร่ ความหนาแน่นถือว่าน้อยครับสบายๆ สามารถเข้าถึงได้ทางเดียวจากถนนบางนา-ตราด กม.5  จากถนนหลักเข้ามาประมาณ 60 เมตรจะเจอกับซุ้มรปภ. และอีก 40 เมตรจะถึงพื้นที่กลุ่มอาคาร ถนนหลักกว้าง 9.5-12 ม. และถนนภายในกว้าง 8-10.35 ม. มีจุดที่เป็นสวนหย่อมเล็กอยู่ใจกลางมีศาลา 2 จุด (พื้นที่สีเขียว)รวมทั้งหมดประมาณ 192 ตร.วา 

รูปแบบของอาคารที่นี่มีแค่แบบเดียวเท่านั้นนะ ที่ดินมาตรฐานคือ 20.8 ตร.วา(แปลงกลางปกติ) พื้นที่ใช้สอย 250 เมตร สูง 4 ชั้น หน้ากว้าง 5.50 เมตร ยาวประมาณ 10.80 เมตร โดยมีห้องน้ำในตัวทุกชั้น(มีฟังก์ชั่นแยกส่วนเปียกอาบน้ำได้ที่ชั้น 3-4) โครงการขายเป็นแบบ Fully Fitted คือปูพื้นมาให้ และอุปกรณ์ในห้องน้ำเท่านั้น Facde(การตกแต่งหน้าตาอาคาร) มีการลากเส้นสายแนวตั้งเป็นเหมือนรูปทรงของเทอร์ทิส(ใครเคยเล่นจะนึกออก) ทำให้ดูไม่เหมือนกันกับยูนิตข้างๆ ดูทันสมัยหน่อย และมีการการใช้เหล็กฉลุลายทำสีขาวมาปกปิดส่วนที่วางคอมเพรสเซอรแอร์เอาไว้ด้วยให้ดูเรียบร้อย / ก่อสร้างแบบก่ออิฐฉาบปูนปกติ ปัจจุบันก่อสร้างไปแล้วประมาณ 30%

สาธารณูปโภคภายในโครงการ เนื่องจากเป็นรูปแบบโฮมออฟฟิศเลยไม่ได้เน้นที่สันทนาการอะไรเหมือนโครงการอยู่อาศัย เดี๋ยวจะค่อยๆไล่ไปโดยเริ่มจาก โดยระบบรักษาความปลอดภัยจะเป็นแบบ Keycard access ระยะใกล้ที่จะต้องเปิดกระจกแตะบัตรก่อนที่ไม้กั้นจะยกขึ้นเพื่อเปิดให้เข้าไปภายในโครงการ และมี CCTV ที่ Main Gate และภายในโครงการ 16 จุด และที่บริเวณถนนเมนนี้ทางซ้ายมือมีห้องเก็บแยกขยะเป็นสัดส่วนปิดมิดชิด / รั้วรอบโครงการสูง 2.25 – 3 ม. / แต่จุดเด่นที่เห็นของโครงการนี้คือ “ที่จอดรถ” ที่มีช่องจอดให้ถึง 260 คัน และโครงการเคลมว่าสามารถจอดซ้อนคันได้ถึง 300 คัน (รูปแบบการจอดจะได้สิทธิ์ฟิคก่อนเลยได้ Keycard 2 ใบ คือ 2 คัน) แต่ว่าถ้าลองหารความหนาแน่นที่ 300 คัน อัตราส่วนจะอยู่ที่ประมาณ 1 ยูนิต ได้ประมาณ 4 คันครึ่ง เรียกว่าให้มาเยอะทีเดียวสำหรับโครงการรูปแบบโฮมออฟฟิศในสมัยนี้

 

Judgement

ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง 40%, ความปลอดภัย 15%, การออกแบบและพื้นที่ใช้สอย 15%, วัสดุ 10%, พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ 10%,  และสาธารณูปโภค 10%

เทียบกับแพคเกจ 12-16 ล้านบาท, 9 November 2016

  • ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง 8/10 – เข้าได้จากถนนบางนา-ตราด กม.5 มีศูนย์การค้าโดยรอบแต่ต้องใช้รถ
  • ความปลอดภัย 7.75/10 – Keycard access, CCTV, รปภ., รั้วสูง 2.5-3 ม., พร้อมระบบกันขโมยชั้น 1-2
  • การออกแบบและพื้นที่ใช้สอย 8/10 – ฟังก์ชั่นเหมาะสำหรับจัดรูปแบบเป็นออฟฟิศและมินิโชว์รูม ติดป้ายชื่อบริษัทหรือสินค้าที่ด้านหน้าได้
  • วัสดุ 7.5/10 – ก่อสร้างแบบก่ออิฐฉาบปูน, ปูพื้นให้, ห้องน้ำได้วัสดุมาตรฐาน
  • พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ 7.5/10 – พื้นที่สีเขียวระหว่างอาคารและพื้นที่จอดรถ(รวมประมาณ 190 ตร.ม.)
  • สาธารณูปโภค 8.5/10 – จุดเด่นของที่นี่เลยคือที่จอดรถกลางแจ้งช่องจอด 260 คัน (ซ้อนคันได้ 300 คัน) ถือว่าเยอะมากๆ
  • 7.91 / 10.00
  • HIGH CLASS

 

BOTTOM LINE

Cascade บางนา เหมาะสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการเปิดร้านหรือสำนักงานออฟฟิศ ในทำเลติดถนนใหญ่ย่าน บางนา-ตราด ตอนต้น(ใกล้แหล่งโรงงาน สนามบิน โชว์รูม ห้างและคอมมูนิตี้มอลล์ต่าง) จุดเด่นคือชอบที่จอดรถเยอะๆ มีงบประมาณ 12 – 16 ล้านบาท

 

ช่วยกันคอมเม้นท์ แบ่งปันข้อมูลกับเพื่อนๆที่กำลังหาบ้านหน่อยนะครับ

สมัครสมาชิกพร้อมรับข่าวสารเพิ่มเติม (คลิกที่นี่ )

Share

Leave a Reply