เจาะลึกการออกแบบโครงการ ARNA EKAMAI บ้านเดี่ยวระดับ Super Luxury จาก D’well Grand Asset

October 18, 2016 08:001 comment

FB Cover2 3-4 V2-mourning web

สวัสดีค่ะ ..ช่วงนี้จะเห็นโครงการบ้านหรูใจกลางเมืองเปิดตัวกันหลายโครงการ วันนี้เรามีบทความพิเศษมาฝากกันกับ “เจาะลึกการออกแบบ ARNA EKAMAI” จาก D’well Grand Asset โครงการบ้านเดี่ยวระดับ Super Luxury 3-4 ชั้น ในซอยสุขุมวิท 65 เป็นทำเลใกล้แหล่งความอุดมสมบูรณ์ของย่านเอกมัย ด้วยราคาขายเริ่มต้นที่ 29.8 ล้านบาท โครงการนี้โดดเด่นด้วยทำเลสำหรับผู้ที่ต้องการที่อยู่อาศัยในเมือง มีไลฟ์สไตล์ในย่านทองหล่อ – เอกมัย โครงการออกแบบมาในสไตล์ Modern ที่มีเอกลักษณ์ เน้นความเป็นส่วนตัวของผู้อยู่อาศัย และความใกล้ชิดกับธรรมชาติในทุกๆ Function ของตัวบ้าน เพื่อให้เกิดความรู้สึกที่อยู่สบายบนทำเลใจกลางเมือง

โครงการได้รับการออกแบบอาคาร (Architect)โดย คุณพิชยา รัตน์ปิยะสุนทร จากบริษัท makeAscene Architect ที่มีผลงานการออกแบบบ้านหรูมาหลายโครงการ เช่น Jewel Case House พระราม 3, Def-9 สุขุมวิท, The Narrow House สุขุมวิท, SK 50 สุขุมวิท เป็นต้น ส่วนการออกแบบภายใน(Interior) ดูแลโดยบริษัท Design Plus Style และการจัดพื้นที่สวน (Landscape) โดยบริษัท Landscape Architects of Bangkok

ARNA EKAMAI โครงการบ้าน Luxury โครงการแรกของ D’well Grand Asset เป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีผลงานการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมหลายโครงการ ได้แก่ D’Memoria พหลโยธิน, D’Mura รัชโยธิน, D’25 Condominium ทองหล่อ, D’65 Condominium สุขุมวิท เน้นสร้างโครงการคุณภาพเพื่อจับกลุ่มผู้อยู่อาศัยจริงเป็นหลัก สำหรับโครงการนี้เป็นการขยายตลาดมาจับ Product บ้านหรูทำเลใจกลางเมืองเป็นโครงการแรก รายละเอียของโครงการ ARNA EKAMAI จะเป็นอย่างไร เรามาเจาะลึกกันไปพร้อมๆกันเลยค่ะ

arna pv (15 of 1)

แผนที่จากโครงการ พิกัด : 13.721627, 100.591603

arna map LR (1 of 4)

โครงการ ARNA Ekamai เป็นโครงการบ้านเดี่ยวบนทำเลใจกลางเมือง ใกล้แหล่งความอุดมสมบูรณ์ย่านเอกมัย-ทองหล่อ ที่ตั้งโครงการอยู่ในซอยสุขุมวิท 65 เข้าซอยไปประมาณ 750 ม. ซึ่งซอยนี้เป็นซอยลัดที่สามารถเข้าถึงได้จากหลายเส้นทาง

  1. เข้าจากทางถนนสุขุมวิท 63 (ซอยเอกมัย) ใช้ซอยเอกมัย 10 แยก 6 วิ่งลัดๆมาเชื่อมกับซอยสุขุมวิท 65 ได้ มีระยะทาง 1.8 กม.
  2. เข้าจากทางถนนสุขุมวิท 71 (ซอยปรีดี พนมยงค์) ใช้ซอยปรีดี พนมยงค์ 15 เป็นซอยที่เชื่อมมายังสุขุมวิท 65 ได้ มีระยะทาง 500 ม.
  3. เข้าจากทางถนนสุขุมวิท ใช้ซอยสุขุมวิท 65 มีระยะทาง 750 ม.

การเดินทางมีให้เลือกหลากหลายทั้งใกล้ทางด่วนและรถไฟฟ้า สำหรับใครที่ใช้ทางด่วนจะมีทางด่วนรามอินทราช่วงสุดถนนเอกมัย มีทางขึ้นห่างจากโครงการประมาณ 1.7 กม. และทางด่วนเฉลิมมหานครที่ต้องวิ่งทะลุซอยสุขุมวิท 40 ไปออกฝั่งกล้วยน้ำไท มีทางขึ้นห่างจากโครงการประมาณ 3.1 กม. นอกจากนี้ยังมีตัวช่วยในการเดินทางอย่าง BTS มีระยะห่างจากโครงการประมาณ 1 กิโลเมตรจาก BTS เอกมัย เป็นตัวเลือกในการเดินทางได้ และจากสถานีเอกมัยถ้านั่งรถไปอีก 2 สถานี ก็จะถึงสถานีพร้อมพงษ์ซึ่งมีห้าง  Emporium , Emquartier และในอนาคตก็จะมี Emsphere อยู่ฝั่งเดียวกับ Emporium ติดกับสวนเบญจสิริอีก ถัดจากสถานี พร้อมพงษ์ก็จะเป็นสถานี อโศก ซึ่งเป็นจุดเชื่อมกับ MRT สถานีนี้จะมีห้างใหญ่อย่าง Terminal 21 อยู่ด้วย ถัดจากอโศกข้าม นานา เพลินจิตไปก็จะเข้าสู่ชิดลม และสยาม ตามลำดับ ซึ่งความสะดวกจะอยู่ตรงที่การเดินทางเข้าเมืองอย่างสีสม-สาทร เพลินจิต-สยาม สามารถนั่ง BTS ไปได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนสถานีให้เสียเวลา

arna map LR (4 of 4)

เนื่องจากทำเลของโครงการอยู่ในย่านเอกมัยที่มีปริมาณรถเยอะ ทั้งกลางวันและกลางคืน ทำให้การเดินทางในย่านนี้ต้องเผื่อเวลากันสักนิด แต่ทำเลนี้ยังดีที่มีเส้นทางลัดหลายเส้นทาง

เส้นทางลัดในย่านเอกมัยก็จะมี ซอยเอกมัย 10 (ซอย Health Land) ที่เชื่อมออกไปยังถนนเอกมัย ที่เป็นแหล่งความอุดมสมบูรณ์หลักของย่านได้ และยังสามารถลัดไปออกถนนปรีดี พนมยงค์ 25 ได้ ซอยเอกมัย 10 นี้เชื่อมต่อไปยังซอยเอกมัย 12 เป็นเส้นทางลัดที่เชื่อมต่อกับซอยทองหล่อ 10 (ซอยเอกมัย 5) เชื่อมจากเอกมัยมาทองหล่อตรงร้านนั่งเล่น-เอสโคบาร์ ซึ่งซอยเอกมัย 12 ที่ไปทะลุถนนปรีดี พนมยงค์ที่ซอย 31 เป็นทางลัดเพื่อออกไปทางถนนปรีดี พนมยงค์และออกไปทางขึ้นทางด่วนพัฒนาการได้สะดวก อีกเส้นทางหนึ่งคือทางลัดในซอยสุขุมวิท 65 ที่สามารถเชื่อมออกไปถนนปรีดี พนมยงค์ ผ่านซอยปรีดี พนมยงค์ 13 และ 15 ได้

ทางที่ดีที่สุดคือต้องรู้จักให้ครบทุกทางแล้วช่างสังเกตเอาหน่อย เพื่อดูว่าช่วงเวลานี้ทางไหนจะติดน้อยติดมาก

arna map LR (3 of 4)

ARNA จัดเป็นโครงการที่อยู่กลางเมืองย่านเอกมัย ซึ่งเป็นย่านสำคัญแห่งหนึ่งในโซนสุขุมวิท เป็นทั้งแหล่งอาคารสำนักงานและแหล่งสถานที่ Hang Out ทั้งกลางวันและกลางคืน ที่ตั้งของโครงการอยู่ในซอยเอกมัย 65 ซึ่งบรรยากาศในซอยย่อยนี้จะค่อนข้างเงียบสงบเป็นกลุ่มบ้านอยู่อาศัยแบบบ้านเดี่ยวเป็นส่วนใหญ่ แตกต่างกับความคึกคักบนถนนเอกมัยอย่างสิ้นเชิง ทำให้ทำเลของโครงการนี้จัดเป็นบ้านเดี่ยวบนทำเลใจกลางเมืองที่แวดล้อมด้วยสถานที่ที่เป็นแหล่งความอุดมสมบูรณ์แต่ยังคงความเป็นส่วนตัวในการอยู่อาศัย

ในส่วนของความอุดมสมบูรณ์โดยรอบ ที่ตั้งโครงการจัดอยู่ใจกลางเมืองที่มีความเจริญมานานแล้วและหาของกินง่ายมาก ในซอยเอกมัยมีร้านอาหารอร่อยและชื่อดังอยู่หลายร้านที่เปิดกลางวันและกลางคืน บอกเลยว่าถึงจะหิวตอนดึกๆก็ไม่ต้องกลัวอด แต่จะต้องขับรถออกมาหน่อย ไล่ตั้งแต่หน้าปากซอยทาง BTS ก็จะมี Major เอกมัย ภายในมีร้านอาหารหลายร้านและบรรยากาศน่านั่งให้เลือกมากมาย ถัดเข้ามาในซอยมี Park Lane และแหล่ง Hang Out อย่างเวิ้งโบราณ หรือจะไปยังทองหล่อก็มี J Avenue, The Third Place, The Taste Thonglor เป็นต้น ถ้าต้องการช้อปปิ้งตามศูนย์การค้าใหญ่แบบจริงจังก็สามารถเดินทางไปห้างสรรพสินค้าสำคัญๆ ตามแนวถนนสุขุมวิท เช่น EmQuartier , Emporium , Terminal 21 และในพื้นที่ใกล้เคียงกับโครงการก็มีโรงเรียนอินเตอร์อย่าง Ekamai International School ที่ตั้งอยู่ในซอยเอกมัย 12 ส่วนโรงพยาบาลก็อยู่ไม่ไกลจากโครงการ ได้แก่ โรงพยาบาลสมิติเวช ที่อยู่ในซอยสุขุมวิท 49, โรงพยาบาลกรุงเทพ ตั้งอยู่บนถนนเพชรบุรี เรียกว่าก็มีให้เลือกได้ตามความต้องการ

ทางโครงการมองเห็นศักยภาพของทำเลว่าเป็นพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับเป็นที่พักอาศัยของผู้ที่ไม่มีข้อจำกัดทางการเงิน ตอบโจทย์ความต้องการบ้านเดี่ยวใจกลางเมือง ที่แวดล้อมด้วยบริบทของการอยู่อาศัยที่จำเป็น ทั้งสถานที่ทำงานที่อยู่ใจกลางเมือง สถานศึกษาของลูกหลาน แหล่งของกินของใช้ ห้างร้านต่างๆ ที่ยังคงกระจุกรวมตัวกันในเมืองเสียส่วนใหญ่ การหลีกเลี่ยงอุปสรรคเรื่องการเดินทางจึงเป็นปัจจัยที่ส่งผลถึงการเลือกบ้านของกลุ่มคนเหล่านี้ในปัจจุบัน

arna map LR (2 of 4)

การเดินทางไปยังโครงการ ARNA Ekamai สามารถเข้าได้จาก 3 เส้นทาง คือ 1. ซอยเอกมัย 10 แยก 6 (ระยะทาง 1.8 km.), 2. ซอยปรีดี พนมยงค์ 15 (ระยะทาง 500 m.) และ 3. ซอยสุขุมวิท 65 (ระยะทาง 750 m.) สำหรับวันนี้จะพาไปชมเส้นทางหลักที่เชื่อมกับถนนสุขุมวิท โดยเข้าทางซอยสุขุมวิท 65 เข้าซอยมาประมาณ 300 ม. แล้วเลี้ยวขวาไปตามป้ายที่จะไปทะลุถนนสุขุมวิท 71 อีก 450 ม. จะถึงตัวโครงการ บรรยากาศภายในซอยส่วนมากจะเป็นบ้านพักอาศัยส่วนบุคคล ทำให้บรรยากาศค่อนข้างเงียบสงบเหมาะสำหรับการพักอาศัย

จากถนนสุขุมวิทเลี้ยวซ้ายเข้าซอยสุขุมวิท 65 ปากซอยมีจุดสังเกต คือ ฝั่งซ้ายเป็นร้าน 7-11 ส่วนฝั่งขวาเป็นโชว์รูม Mazda

ซอยสุขุมวิท 65 เป็นถนนขนาด 2 เลน สวนทางกัน ซึ่งซอยนี้เป็นซอยเชื่อม ทะลุไปยังถนนเส้นอื่นๆได้ จึงเป็นซอยที่มีรถผ่านไปมาอยู่เสมอ นอกจากนี้หน้าปากซอยยังมีวินมอเตอร์ไซค์คอยให้ความสะดวกในการเดินทาง

แม้ว่าซอยสุขุมวิท 65 จะไม่ไกลจากจุดเชื่อมต่อการเดินทางกับระบบขนส่งมวลชนสาธารณะอย่าง BTS เอกมัย โดยมีระยะเดินจากปากซอยประมาณ 300 ม. แต่ในเวลาจำเป็นเร่งด่วนก็สามารถเรียกใช้พี่วินได้ โดยอัตราค่าโดยสารจากหน้าปากซอยไป BTS เอกมัยอยู่ที่ 20 บาท หรือ ถ้าจะนั่งเข้าไปยังโครงการอยู่ที่ 15 บาท

บรรยากาศภายในซอยในช่วงต้นจะมีลักษณะของความเป็นชุมชนเป็นตึกแถวสลับกับอพาร์ตเม้นต์เป็นส่วนใหญ่ บริเวณริมถนนสองฝั่งจะมีร้านค้า ร้านอาหารที่เปิดตามอาคารพาณิชย์

เข้าไปด้านในซอยฝั่งซ้ายจะผ่านบริษัททีโอทีจำกัด ฝั่งขวาจะเป็นอพาร์ตเม้นท์ชัยพฤกษ์แมนชั่น

ถนนในซอยจะมีขอบทางสำหรับคนเดินในซอยจะได้สะดวก แต่บริเวณริมฟุตบาทมักจะมีมอเตอร์ไซค์และรถเห็นแผงลอยจอดกันอยู่เสมอ ทำให้เวลาขับรถในซอยช่วงที่มีรถจอดเยอะๆทางจะแคบหน่อย ต้องระวังนิดหนึ่งค่ะ

ถัดเข้ามาอีกหน่อยจะผ่านอพาร์ทเมนท์มีอีกแห่งหนึ่งชื่อ Chaiyapruk Place จากตรงนี้ถัดเข้าไปบรรยากาศจะเริ่มสงบ ส่วนใหญ่จะเป็นบ้านเดี่ยว

ตรงไปจนสุดจะมีทางให้เลี้ยวขวาไปตามป้ายซอยสุขุมวิท 71 เพราะถนนที่ผ่านด้านหน้าทางเข้าโครงการนั้นเป็นถนนที่สามารถเชื่อมไปยังถนนสุขุมวิท 71 ได้ค่ะ

ตรงเข้ามาอีกหน่อยบรรยากาศจะมีควาสงบมากขึ้น เพราะแปลงที่ดินส่วนใหญ่จะเป็นบ้านเดี่ยวที่มีขนาดเนื้อที่บ้านค่อนข้างใหญ่ มีพื้นที่ปลูกต้นไม้ในบ้าน ทำให้ถนนในซอยได้ร่มเงาจากต้นไม้ไปด้วย

ถึงสามแยกให้ตรงไปตามป้ายสุขุมวิท 71 ถ้าเลี้ยวซ้ายจะไปซอยเอกมัย 10 เป็นทางลัดไปทะลุถนนเอกมัยได้

ผ่านสามแยกมาแล้วก็ตรงไปเรื่อย บรรยากาศจะเป็นบ้านพักอาศัยหลังใหญ่ มีรั้วสูง ขนาบทั้ง 2 ฝั่ง ถนนซอยนี้มักมีรถผ่านอยู่เสมอเนื่องจากเป็นซอยที่ทะลุออกสุขุมวิท 71 ได้

ตรงมาอีกหน่อยจะเจอสามแยก ให้เลี้ยวซ้ายตามป้ายไป ถ้าเลี้ยวขวาจะมีทางทะลุไปออกสุขุมวิท 65 ช่วงต้นซอยได้ เพราะซอยย่อยในย่านนี้เป็นซอยที่เชื่อมถึงกันได้หมด

เลี้ยวซ้ายมาแล้ว ก็ตรงไปเรื่อยๆ นอกจากบ้านเดี่ยวแล้วบางช่วงของซอยจะผ่านทาวน์โฮมสูง 2-3 ชั้น

ถัดไปอีกหน่อยฝั่งขวาจะผ่านโรงแรม The XP Bangkok เป็นอาคารสูงประมาณ 10 ชั้น ซึ่งต่างจากบริบทโดยรวมในซอยที่เป็นบ้านเดี่ยวและทาว์โฮมสูง 2-3 ชั้น

ถัดจากโรงแรมไปจะมีสามแยกให้เลี้ยวขวาตามป้ายสุขุมวิท 71 ไป จากตรงนี้ก็ใกล้จะถึงโครงการแล้ว

ตรงไปเรื่อยๆ บรรยากาศโดยรวมยังคงเป็นบ้านอยู่อาศัยที่มีที่ดินขนาดใหญ่ แต่ละแปลงจึงมักจะปลูกต้นไม้ใหญ่ทำให้บรรยากาศโดยรวมของซอยได้ร่มเงาจากต้นไม้เหล่านี้ด้วย

ตรงไปอีกหน่อยจะเห็นที่ดินโครงการอยู่ตรงหัวโค้งพอดี

ถึงแล้วค่ะ แปลงที่ดินของโครงการ ARNA Ekamaai ด้านหน้าโครงการมีป้ายบอกไว้เรียบร้อย

เรามาดูสภาพแวดล้อมที่ติดกับที่ดินของโครงการกัน ภายในเส้นประสีเหลืองเป็นพื้นที่ของโครงการ ARNA Ekamai ซึ่งทางซ้ายที่ติดกับที่ดินโครงการคือบ้านพักอาศัย 2 ชั้น ทำให้วิวทางทิศตะวันตกของโครงการค่อนข้างโล่ง

อีกฝั่งหนึ่งขอบเขตของโครงการคือเส้นประสีเหลืองด้านซ้าย ส่วนแปลงที่ดินที่ติดกันฝั่งขวาของโครงการเป็นบ้านพักอาศัย 2 ชั้นอีกเช่นกัน ทำให้วิวทางฝั่งตะวันออกของโครงการค่อนข้างโล่งเช่นกัน

อาคารเยื้องกันที่ฝั่งตรงข้ามเป็นอาคารพักอาศัยสูง 3 ชั้น ถึงแม้ว่าอาคารนี้จะมีความสูงใกล้เคียงกับบ้านในโครงการ แต่ไม่ได้อยู่ใกล้โครงการในระยะประชิดเพราะถูกคั่นกันด้วยถนนซอย จึงมีระยะห่างพอสมควรที่ทำให้โครงการยังมีความเป็นส่วนตัวอยู่ค่ะ

arna LR (1 of 1)

สภาพแวดล้อมโดยรอบโครงการส่วนใหญ่จะเป็นบ้านเดี่ยวที่มีบริเวณบ้านค่อนข้างกว้าง มีความสูง 2-3 ชั้น ทำให้บรรยากาศโดยรอบโครงการเป็นย่านที่อยู่อาศัยไม่หนาแน่น มีพื้นที่ระหว่างบ้านและร่มรื่นด้วยต้นไม้ แต่จะมีเพียงพื้นที่รอบข้างทางทิศเหนือบางส่วนที่ติดกับอพาร์ทเมนท์ 5 ชั้น ที่จะทำให้เสียความเป็นส่วนตัวได้เหมือนกัน ซึ่งทางโครงการก็มีการออกแบบอาคารฝั่งที่ติดกับอพาร์ทเมนท์ให้มีความเหมาะสมไว้แล้ว โครงการ ARNA เป็นกลุ่มบ้านเดี่ยวที่มีความสูง 3-4 ชั้น เป็นความสูงที่มากกว่าบ้านเดี่ยวส่วนใหญ่ในย่านนี้ บ้านในโครงการจึงไม่มีอาคารที่บังวิวตั้งแต่ชั้น 3 ขึ้นมา สำหรับพื้นที่โดยรอบโครงการสรุปได้ดังนี้ค่ะ

  • ทิศเหนือ ติดกับ บ้านพักอาศัย 2 ชั้น และบางส่วนติดกับอพาร์ทเมนท์ 5 ชั้น
  • ทิศใต้ ติดกับ ซอยสุขุมวิท 65 ฝั่งตรงข้ามเป็นบ้านพักอาศัย 3 ชั้น
  • ทิศตะวันออก ติดกับ ซอยปรีดี พนมยงค์ 15 บางส่วนติดกับบ้านพักอาศัย 2 ชั้น
  • ทิศตะวันตก ติดกับ บ้านพักอาศัย 2 ชั้น

ARNA Ekamai อ่านเป็นภาษาไทยว่า อาณา มาจากคำเต็มว่า “อาณาเขต” หมายความถึงขอบเขตที่ชัดเจนของบ้านแต่ละหลังที่ทางผู้ออกแบบมีแนวคิดที่จะออกแบบให้เกิดความเป็นส่วนตัวมากที่สุด ตอบโจทย์ความต้องการของผู้อยู่อาศัยในระดับ Premium Segment ที่มองหาความเป็นส่วนตัวในการอยู่อาศัยบนพื้นที่ใจกลางเมือง จึงมีจำนวนบ้านในโครงการเพียง 11 ยูนิต การออกแบบด้านหน้าหน้าอาคารจะมีแผงบังแดด (Solar Shading device) นอกจากจะใช้กันแสดงแดดแล้วยังทำหน้าที่กันสายตาภายนอกที่จะมองเข้ามาในบ้าน (Filter) และเป็นฉากสกรีนเพื่อสร้างความเป็นส่วนตัวของเจ้าของบ้าน โดย Solar Shading device นี้ปรับองศาได้ สามารถเปิดเมื่อต้องการรับบรรยากาศภายนอก และปิดเมื่อต้องการความเป็นส่วนตัวในบ้านได้

การออกแบบบ้านยังคำนึงถึง “หลักการถ่ายเทอากาศ” (Through Ventilation) เพื่อการไหลเวียนของลมผ่านตัวบ้าน ทำให้บ้านโปร่ง โล่ง และเย็นสบาย โดยออกแบบตำแหน่งของหน้าต่างและช่องเปิดของตัวบ้านให้ลมเข้าและให้มีช่องลมออกในทิศทางที่เหมาะสม นอกจากนี้ยังแทรก Pocket Garden ในตัวบ้าน ทำให้การอยู่อาศัยมีความรู้สึกที่ใกล้ชิดธรรมชาติมากที่สุดและยังได้พื้นที่สีเขียวที่เป็นส่วนตัวไม่ต้องแชร์กับบ้านหลังอื่นๆ การออกแบบลักษณะนี้เป็นความแตกต่างที่หาได้ยากจากโครงการทาวน์โฮมและคอนโดมิเนียมในเมือง ในส่วนของวัสดุและอุปกรณ์ต่างๆ ทางโครงการเลือกใช้ของระดับ Premium ทั้งหมดค่ะ 

มาดูที่ตัวโครงการ ARNA Ekamai เป็นโครงการบ้านเดี่ยว 3-4 ชั้น 11 ยูนิต บนเนื้อที่โครงการ 1-3-74 ไร่ เปิดตัว Q4 ปี 2559 โดยมีกำหนดจะเสร็จทั้งโครงการ Q1 ปี 2561 ที่ดินของโครงการติดถนน 2 ฝั่ง คือ ฝั่งหนึ่งติดซอยสุขุมวิท 65 ใช้เป็นทางเข้าออกหลักของโครงการ และอีกฝั่งหนึ่งติดซอยปรีดี พนมยงค์ 15 ให้ลูกบ้านใช้เป็นทางออกเท่านั้น ภายในโครงการจะมีถนนหลักเพียงเส้นเดียวกว้าง 8 ม. แบ่งเป็นไปกลับอย่างละเลน บ้านแต่ละหลังจะหันหน้าเข้าถนนหลัก บรรยากาศของถนนในโครงการค่อนข้างร่มรื่นด้วยแนวต้นไม้ที่มีให้อยู่ระหว่างบ้านทุกหลังตลอดทั้ง 2 ฝั่งถนนภายในโครงการ

สำหรับทิศของบ้านจัดได้ลงตัวเพราะบ้านส่วนใหญ่จะหันในแนวเหนือใต้ มีบล็อกของบ้าน Type A เพียงบล็อกเดียวที่หันไปทางทิศตะวันออก บ้านที่หันไปทางเหนือแน่นอนว่าก็จะได้แสงที่ธรรมชาติหน่อย ไม่ค่อยแรงมาก ส่วนบ้านที่หันไปทางทิศใต้จะได้แสงที่แรงกว่าและลมที่แรงกว่าด้วย

arna map LR (1 of 1)-2

แบบบ้านของโครงการในตอนนี้มีให้เลือก 3 แบบ คือ Type A, B และ C จากแปลงที่ดินทั้งหมด 11 แปลง สามารถแบ่งขนาดบ้านได้ ดังนี้

  • Type A ที่ดิน 35.6-38.9 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 390 ตร.ม. 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 3+1 ที่จอดรถ
  • Type B ที่ดิน 45.6-51.2 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 440 ตร.ม. 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 3+1 ที่จอดรถ
  • Type C ที่ดิน 56.72-69.03 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 420 ตร.ม. 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 3+1 ที่จอดรถ

การออกแบบบ้านทั้ง 3 Type มีความเหมือนและแตกต่าง กล่าวคือ การออกแบบมาจากแนวคิดเดียวกันเน้นเพื่อความอยู่สบายด้วยหลักการ Through Ventilation แต่ก็ยังคงเอกลักษณ์ของแต่ละแบบไว้ จะเห็นว่ามีการแทรก Pocket Garden เข้าไปในบ้านทุกหลังด้วยตำแหน่งและรูปแบบต่างกันอย่าง Type A จะเป็นระเบียงสีเขียวลอยฟ้า บนชั้น 2 ซึ่งเป็นระเบียงเปิดโล่งตลอดแนวความยาวหน้าบ้าน, Type B จะเป็นสวนแนวตั้ง (Vertical Courtyard) บนชั้น 2 ที่จะนำแสงธรรมชาติและเป็นช่องลมเข้าสู่ใจกลางบ้าน ส่วน Type C จะเป็น Courtyard ที่ชั้น 1 เลย จึงให้ความรู้สึกและสัมผัสที่ใกล้ชิดกับธรรมชาติ

นอกจากนี้ยังมีการออกแบบแผงบังแดดด้านหน้าหน้าอาคาร (Solar Shading device) เพื่อช่วยบังแดดและให้ความเป็นส่วนตัวแก่ผู้พักอาศัย การวางตำแหน่งของ Device จะเน้นบังในส่วนของห้องนอนที่ต้องการความเป็นส่วนตัวมากที่สุด โดยในแต่ละแบบจะวางในตำแหน่งที่ต่างกัน อย่าง Type A จะเน้นความเป็นส่วนตัวในส่วนของห้องนอนฝั่งซ้ายซึ่งจะมีแผงบังแดดตลอดแนวชั้น 3-4 ส่วน Type B จะเริ่มมีแผงบังแดดตั้งแต่ชั้น 2 ในส่วนของระเบียงหน้าบ้านที่ติดกับห้องนั่งเล่น สูงขึ้นไปถึงห้องนอนในชั้นบน ส่วน Type C จะได้แผงบังแดดเต็มตั้งแต่ชั้น 2 ขึ้นไป เนื่องจาก Type นี้ห้องนั่งเล่นจะอยู่ที่ชั้น 1 ทำให้ห้องนอนเริ่มตั้งแต่ชั้น 2 ค่ะ การวางตำแหน่งและรูปแบบของแผงบังแดดที่ต่างกันนี้ช่วยให้บรรยากาศในโครงการดูน่าสนใจ ไม่ซ้ำจำเจ ซึ่งทั้งหมดยังถูกคุมไว้ในธีมเดียวกันด้วยกรอบ Facade รูปสามเหลี่ยมสีขาวที่ช่วยลดทอนความทึบตันของตัวบ้านที่เป็นอาคาร 3-4 ชั้นให้ดูเหมือนบ้าน 1-2 ชั้น 2 หลังมาซ้อนทับเชื่อมต่อกัน

โครงการ ARNA Ekamai มีระบบรักษาความปลอดภัยด้วยรั้วโครงการสูง 3 ม. ประตูรั้วโครงการควบคุมด้วยรีโมทอัตโนมัติ และ CCTV บริเวณพื้นที่ส่วนกลาง 3 จุด และบริเวณหน้าบ้าน-หลังบ้านแต่ละหลังอีกหลังละ 2 จุด พร้อม รปภ. ดูแลตลอด 24 ชม. บริเวณด้านหน้าโครงการตกแต่ง Landscape ด้วยต้นไม้ใหญ่, ไม้พุ่ม และน้ำพุ สร้างบรรยากาศให้ดูร่มรื่นใกล้ชิดธรรมชาติ กำแพงโครงการถูกออกแบบมาให้เป็นลายของสามเหลี่ยมชิ้นเล็กๆต่อกันจนเป็นเส้นสายที่สวยงาม โดยสามเหลี่ยมนี้มีที่มาจาก ตัว ” ‘ ” ที่คนไทยเรียกว่าอะพอสทรอฟี ที่อยู่บนตัว A ของชื่อโครงการและยังสื่อถึงตัว ” ‘ ” ที่อยู่บนชื่อบริษัท D’well Asset Group ด้วยค่ะ

เริ่มจากบ้าน Type A ขนาดที่ดิน 35.6-38.9 ตร.วา เป็นบ้านเดี่ยว 4 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 390 ตร.ม. แบ่งพื้นที่ใช้งานภายในเป็น 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ จอดรถได้ทั้งหมด 4 คัน มีพื้นที่สวนบริเวณรอบบ้านซึ่งเป็นระยะถอยร่น (Set Back) จากบ้านข้างเคียงกว้างประมาณ 1 ม. ตัวบ้านถูกออกแบบมาให้รอบรับการอยู่อาศัยแบบครอบครัวใหญ่ จึงมีลิฟท์ช่วยอำนวยความสะดวกในการอยู่อาศัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้สูงอายุ ส่วนชั้น 1 ของตัวบ้านจะเป็นส่วน Service ได้แก่ ที่จอดรถ ส่วนครัว และ Back of house ของบ้าน สำหรับพื้นที่พักอาศัยและพักผ่อนหลักๆจะเริ่มที่ชั้น 2 ขึ้นไป

ชั้น 1 ของตัวบ้าน Type A แบ่งพื้นที่ใช้สอยหลักๆของบ้านออกเป็น 7 ส่วน ได้แก่ ส่วนที่จอดรถ, โถงทางเข้าด้านหน้า (Foyer), ส่วนห้องแม่บ้านพร้อมห้องน้ำในตัว, ห้องเก็บรองเท้า, ห้องซักรีด, ห้องเก็บของใต้บันได, ครัวไทยแบบเปิดด้านหลังบ้าน, บันไดและลิฟท์โดยสาร สามารถจอดรถบริเวณด้านหน้าได้ทั้งหมด 4 คัน เมื่อเข้ามาภายในตัวบ้านจะเป็นพื้นที่โถงเชื่อมต่อไปยังบันไดหลักสำหรับเจ้าของบ้านเพื่อขึ้นไปชั้นบนของตัวบ้าน หรือจะเลือกใช้ลิฟท์โดยสารเพื่อเพิ่มความสะดวกในการใช้งาน กรณีมีผู้สูงอายุ หรือยกสิ่งของไม่สะดวกในการเดินขึ้น

ในส่วนของ Back of house ของบ้าน จะมีห้องซักรีดเป็นพื้นที่อเนกประสงค์สำหรับทำงานของแม่บ้าน ภายในมีพื้นที่ให้ตั้งเครื่องซักผ้าและตู้เย็น เชื่อมกับพื้นที่ครัวไทยเป็นครัวเปิดอยู่ทางด้านหลังของบ้าน ทำให้กลิ่นจากการประกอบอาหารไม่เข้าไปรบกวนพื้นที่พักอาศัยของบ้าน สามารถประกอบอาหารหนักๆหรืออาหารไทยที่มีกลิ่นแรงได้ พื้นที่ครัวนี้จะเชื่อมต่อไปยังห้องนอนของแม่บ้านซึ่งมีประตูเข้าทางหลังบ้านแยกไว้ต่างหาก หากเจ้าของบ้านไม่อยู่บ้านก็สามารถล็อกประตูระหว่างห้องซักรีดกับโถงหน้าบ้านไว้ได้

สำหรับรายละเอียดของวัสดุของชั้น 1 พื้นลานจอดรถเป็นกระเบื้องคอนกรีต Ventola สีเทากลางของ SCG ขนาด 40×40 cm. มีคุณสมบัติที่เหมาะสมแก่การใช้ภายนอกบ้านเพราะช่วยกันลื่น เวลาแตกหักเสียหายก็สามารถเปลี่ยนเป็นแผ่นๆ ไม่ต้องเปลี่ยนทั้งหมด วัสดุปูพื้นครัวด้านหลังบ้านใช้กระเบื้องพื้นรุ่น Hard Rock Black มีลักษณะเป็นลายหินสีดำ ส่วนวัสดุปูพื้นภายในบ้านเป็นทางโครงการเลือกใช้กระเบื้องแกรนิตนำเข้า (Imported Homogeneous Tiles) มีการผลิตเลียนแบบหินธรรมชาติโดยการนำเอาสีเซรามิกเข้าไปผสมกับเนื้อดินเพื่อให้เกิดสีขึ้นในเนื้อดินเลย ทำให้กระเบื้องทั้งแผ่นมีสีเหมือนกัน นั่นเป็นข้อดีคือเมื่อเราใช้กระเบื้องไปนานๆจนเกิดการกร่อนของผิวหน้า กระเบื้องจะยังไม่เกิดปัญหาเหมือนกับกระเบื้องที่เคลือบผิว เพราะเมื่อผิวด้านบนสึกไปพื้นด้านล่างก็ยังคงมีสีเช่นเดียวกับพื้นด้านบน ส่วนโครงสร้างบันไดเป็นคอนกรีตสำเร็จรูป ปูพื้นด้วยไม้จริง ตัวลิฟท์ใช้ของ Kone 

เมื่อขึ้นมายังชั้น 2 ของตัวบ้าน แบ่งพื้นที่ใช้สอยของบ้านออกเป็น 4 ส่วน ได้แก่ ห้องนั่งเล่น, ครัวแบบ Western Kitchen, ส่วนทานอาหาร, ระเบียง, โถงบันได, ห้องน้ำแบบ Powder Room และลิฟท์โดยสาร การจัดพื้นที่ภายในจะผลักพื้นที่บันไดและทางเดิน (Circulation) ไว้ฝั่งหลังบ้าน และจัดพื้นที่ส่วนนั่งเล่นพักอาศัยทั้ง ห้องนั่งเล่น ส่วนทานอาหารและครัวเรียงกันไว้ทางด้านหน้าบ้าน ระหว่างพื้นที่พักอาศัยและพื้นที่ Circulation มีประตูกั้นแบ่งการใช้งานทั้ง 2 พื้นที่อย่างเป็นสัดส่วน หากต้องการจัดปาร์ตี้บนชั้นนี้ก็สามารถปิดประตูได้ เพื่อไม่ให้เสียงดังรบกวนพื้นที่พักอาศัยบนชั้นอื่นๆ

พื้นที่นั่งเล่น ส่วนทานอาหาร และครัวแบบ Western Kitchen ที่เชื่อมกัน ทำให้พื้นที่ตรงนี้มีความเป็น Family living space ที่ทุกคนในครอบครัวสามารถมาทำกิจกรรมที่ต่างกันได้ในห้องเดียวกัน พื้นที่ส่วนรับประทานอาหารจัดพื้นที่สามารถตั้งชุดโต๊ะรับประทานอาหารแบบ 6 ที่นั่งและมีส่วน Pantry สำหรับจัดเตรียมอาหารได้ ช่วยเพิ่มความสะดวกหากต้องการจัดเตรียมอาหารที่ไม่ยุ่งยากมากนัก ไม่ต้องลงไปใช้พื้นที่ครัวที่ชั้นล่าง จึงเหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน ส่วนครัวแบบ Western Kitchen เป็นครัวเปิด สำหรับชงเครื่องดื่มหรือทำอาหารเบาๆ เหมาะกับการชวนเพื่อนหรือครอบครัวมาจัดปาร์ตี้เล็กๆ ซึ่งการแยกพื้นที่ครัวฝรั่งและครัวไทยของตัวบ้าน ที่ชั้น 1 และ 2 ในลักษณะนี้ ทำให้สามารถเลือกประกอบอาหารได้หลายหลาย จากพื้นที่นั่งเล่นจะเชื่อมกับพื้นที่ระเบียงขนาดใหญ่ที่มีความยาวตลอดแนวหน้าบ้าน กั้นพื้นที่ระเบียงด้วยประตูบานเฟี้ยม ทำให้สามารถเปิดรับลมได้ตลอดแนว ระเบียงส่วนนี้จึงทำหน้าที่นำแสงธรรมชาติและเป็นช่องลมของตัวบ้าน ทำให้พื้นที่ภายในดูโปร่ง โล่งและมีอากาศที่ถ่ายเท

เนื่องจากชั้นนี้เริ่มเป็นพื้นที่พักผ่อนของตัวบ้าน วัสดุปูพื้นจึงมีความแตกต่างจากชั้นล่าง บริเวณห้องนั่งเล่นปูพื้นด้วย Engineering Wood หนา 8 นิ้ว ปิดผิวด้วยไม้โอ๊ค ซึ่งมีคุณสมบัติที่ดีกว่าลามิเนต วัสดุมีความแข็งแรงมากขึ้นและมีความเหมือนไม้จริง การเลือกใช้วัสดุที่ปิดผิวด้วยวัสดุธรรมชาติทำให้ได้ความรู้สึกภายในบ้านที่อบอุ่น สำหรับวัสดุและอุปกรณ์ต่างๆ ทางโครงการเลือกใช้ชุดครัวจาก Poggenpohl ซึ่งเป็นแบรนด์ดังระดับโลกจากประเทศเยอรมนี ที่มาพร้อม Island ส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวจาก Siemens และอ่างล้างจานจาก Franke ส่วนประตูบานเฟี้ยวที่กั้นระเบียง ออกแบบโดยใช้กระจกใสบานใหญ่มีความสูงเกือบเท่าระยะฝ้าเพดานพร้อมเฟรมอลูมิเนียมเคลือบสี ด้วยระบบ Powder Coat ทำให้พื้นที่พักผ่อนในชั้นนี้ สามารถมองวิวแบบมุมกว้างผ่านระเบียงได้ ให้ความรู้สึกโปร่งโล่งสบาย มีลมผ่านและถ่ายเทอากาศได้ดี

ตั้งแต่ชั้น 3 ขึ้นไป พื้นที่ใช้งานจะเป็นส่วนของพื้นที่ส่วนพักอาศัย แบ่งพื้นที่ใช้งานหลักเป็น 7 ส่วน ได้แก่ ห้องนอนหลัก (Master Bedroom) พร้อมห้องอาบน้ำ และ Walk In Closet 2 ห้อง, ห้องนอนที่ 2 (Bedroom 2) พร้อมห้องอาบน้ำและระเบียงในตัว, โถงบันได และลิฟท์โดยสาร

เมื่อเดินขึ้นมาจากชั้นล่างผ่านพื้นที่โถงบันไดและลิฟท์จะเข้ามายังโถงทางเดิน มีประตูแยกห้องนอนออกเป็น 2 ห้อง คือ Master Bedroom และ Bedroom 2 ..ภายใน Master bedroom ถูกแบ่งพื้นที่เป็นสัดส่วนอย่างลงตัว มี Walk-in closet 2 ห้อง สำหรับคุณผู้หญิงและคุณผู้ชายสามารถแยกใช้งานกันได้ ห้องอาบน้ำมีขนาดกว้างและมีวัสดุอุปกรณ์มากกว่าห้องน้ำอื่นๆ การจัดพื้นที่เหมาะสมกับการใช้งานด้วยเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าแบบ His & Her มีอ่างอาบน้ำ แบ่งส่วนเปียกและส่วนแห้งออกจากกันไว้เป็นสัดส่วน วัสดุและอุปกรณ์ต่างๆ เกรด Premium มีความเรียบหรูและใช้งานได้จริง ผนังและพื้นเป็นกระเบื้องแกรนิตนำเข้า (Imported Homogeneous Tiles) สีโทนอ่อนเช่น เทา, ครีม  Top counter อ่างล้างหน้า เป็นหินอ่อนธรรมชาติรุ่น Louisiana Grey อุปกรณ์ภายในห้องน้ำจะเป็นของ TOTO ทั้งหมด

ส่วนห้องนอนอีกห้องหนึ่งเป็นห้องที่มี Solar Shading Device บังตลอดแนว จึงเป็นห้องที่มีความเป็นส่วนตัวเป็นพิเศษ มีระเบียงภายในให้สามารถออกไปเปลี่ยนบรรยากาศได้ ห้องนี้มีห้องห้องน้ำในตัวเช่นกัน แต่จะมีขนาดห้องที่เล็กกว่าและไม่มี Walk-in closet

วัสดุและอุปกรณ์ที่เลือกใช้ภายในห้องนอนจะเป็นพื้นไม้ Engineered เช่นเดียวกับพื้นชั้น 2 ชุดกระจกประตู-หน้าต่างเป็นอลูมิเนียมอบสี Powder Coat ลูกฟักใช้กระจกใสบานใหญ่มีความสูงตามระยะความสูงของตัวอาคาร พื้นระเบียงใช้กระเบื้องแกรนิตนำเข้า (Imported Homogeneous Tiles) เช่นเดียวกับระเบียงบนชั้น 2

สำหรับผนังห้องของ Master Bedroom ฝั่งด้านหน้าบ้านจะเป็นผนังกระจกตลอดแนว (Curtain Wall) ซึ่งสามารถเลื่อนประตูกระจกใสเปิดออกได้จะมีพื้นที่ระเบียงเล็กๆด้านนอก ตรงนี้ไม่ได้ทำเพื่อไว้ใช้งานเหมือนระเบียงทั่วๆไป จริงๆจะไม่ทำก็ได้ แต่ในการออกแบบนั้นเพื่อให้ได้ช่องเปิดขนาดใหญ่เต็มบานตั้งแต่พื้นขึ้นมาก็จำเป็นต้องมีราวกันตกไว้เพื่อความปลอดภัย

ที่ชั้น 4 ของตัวบ้าน จัดพื้นที่ใช้สอยเป็นส่วนพักอาศัยเช่นเดียวกับชั้น 3 โดยจะประกอบด้วย ห้องนอนอีก 2 ห้องเป็นห้องนอนที่ 3, 4 ของตัวบ้าน โดยทุกห้องจะมีห้องน้ำในตัว เพื่อความเป็นส่วนตัวในการใช้งาน ห้องนอนทั้ง 2 ห้อง จะมีระเบียงสามารถเปิดระบายอากาศและรับแสงธรรมชาติได้ แต่มีเฉพาะ Bedroom 4 ที่มี Walk-in closet

วัสดุและอุปกรณ์ภายในชั้น 4 ของตัวบ้านจะคล้ายกับชั้น 3 พื้นภายในทั้งหมดจะเป็นพื้นไม้ Engineering ส่วนระเบียงพื้นเป็นกระเบื้องแกรนิตนำเข้า (Imported Homogeneous Tiles) พร้อมราวระเบียงลูกกรงเหล็ก วัสดุภายในห้องน้ำจะเหมือนกับในห้องนอนบนชั้น 2 คือ ผนังและพื้นเป็นกระเบื้องแกรนิตนำเข้า (Imported Homogeneous Tiles) สีโทนสะอาดอย่างเทา ครีม Top counter อ่างล้างหน้า เป็นกระเบื้องแกรนิตนำเข้า (Imported Homogeneous Tiles) อุปกรณ์ภายในห้องน้ำจะได้ของ TOTO ทั้งหมด

สำหรับบ้าน Type B จะมีพื้นที่ใช้สอยในบ้านมากกว่าแบบอื่นๆในโครงการ มีพื้นที่ใช้สอย 440 ตร.ม. เป็นบ้านเดี่ยว 4 ชั้น แบ่งพื้นที่ใช้งานภายในเป็น 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 4 ที่จอดรถ มีพื้นที่สวนบริเวณรอบๆบ้านและลิฟท์ การจัดพื้นที่ใช้งานในบ้านหลักๆเหมือนกับบ้านแบบ Type แรก แต่บ้าน Type นี้จะมีการแบ่งพื้นที่ใช้สอยอย่างเป็นสัดส่วนมากกว่าและมีจำนวนห้องที่มากกว่า ชั้น 1 เป็นส่วนของ Service เช่น ที่จอดรถ ครัวไทย และ Back of house สำหรับพื้นที่พักอาศัยและพักผ่อนจะเริ่มต้นที่ชั้น 2 ขึ้นไป

เริ่มจากชั้น 1 ของตัวบ้าน Type B สามารถแบ่งพื้นที่ใช้งานออกเป็นส่วนหลักๆ 9 ส่วน ได้แก่ ที่จอดรถ, โถงทางเข้าด้านหน้า, ห้องรองเท้า, ห้องเก็บของ, ห้องครัวไทยแบบปิด, ห้องซักผ้า, ห้องแม่บ้าน 2 ห้อง, ห้องน้ำ, บันไดและลิฟท์โดยสาร เมื่อเข้ามาภายในตัวบ้านจะเป็นพื้นที่โถงตรงกลางแบ่งพื้นที่ฝั่งซ้ายเป็นบันไดหลักสำหรับเจ้าของบ้านและลิฟท์โดยสารเพื่อขึ้นไปชั้นบน ส่วนฝั่งขวาติดกับประตูหน้าบ้านจะเป็นห้องเก็บรองเท้า และพื้นที่ส่วนที่เหลือทั้งหมดจัดเป็นพื้นที่ของ Back of house ของบ้านไว้  มีครัวไทยแบบปิด และห้องพักของแม่บ้าน 2 ห้อง และห้องน้ำ 1 ห้อง โดยส่วนห้องแม่บ้านมีทางเข้าจากทางด้านหลังเพื่อแยกการใช้งานของแม่บ้าน ไว้เป็นสัดส่วนไม่รบกวนกับพื้นที่ของเจ้าของบ้าน

ในส่วนของวัสดุจะเหมือนกับบ้านหลังแรก พื้นลานจอดรถเป็นกระเบื้องคอนกรีต Ventola สีเทากลางของ SCG ขนาด 40×40 cm. พื้นภายในบ้านและครัวไทยปูพื้นด้วยกระเบื้องแกรนิตนำเข้า (Imported Homogeneous Tiles) ส่วนโครงสร้างบันไดเป็นคอนกรีตสำเร็จรูป ปูพื้นด้วยไม้จริง ตัวลิฟท์ใช้ของ Kone 

ชั้น 2 ของตัวบ้าน แบ่งพื้นที่ใช้สอยของบ้านออกเป็น 7 ส่วน ได้แก่ ห้องนั่งเล่น, ครัวแบบ Western Kitchen, ห้องรับประทานอาหาร, ระเบียง, ห้องอเนกประสงค์, ห้องน้ำแบบ Powder Room, Pocket Garden, โถงบันได, และลิฟท์โดยสาร

จาก Concept การออกแบบโดยรวมที่แต่ละแบบบ้านจะมีพื้นที่สีเขียวแทรกอยู่ในตัวบ้าน สำหรับบ้าน Type นี้เป็น Pocket Garden ตรงกลางตัวบ้าน เป็น Vertical Courtyard หรือสวนแนวตั้ง Court นี้มีหน้าที่นำแสงธรรมชาติและเป็นช่องลมเข้าสู่ใจกลางบ้านและกระจายไปยังทุกห้อง ทำให้พื้นที่ภายในบ้านดูโล่งโปร่ง และทำให้ทุกห้องสามารถเชื่อมต่อกับพื้นที่สีเขียวนี้ได้ กั้นพื้นที่ภายในบ้านกับ Pocket Garden ด้วยประตูกระจกบานเฟี้ยม จึงสามารถเปิดรับลมภายนอกได้อย่างเต็มที่

พื้นที่นั่งเล่นและห้องอเนกประสงค์จะอยู่ฝั่งหน้าบ้านติดกับระเบียงระเบียงยาวตัว L ล้อมพื้นที่ใช้สอยด้านหน้าบ้าน เป็นพื้นที่ให้ออกมาเปลี่ยนบรรยากาศได้ ซึ่งระเบียงตรงนี้จะเป็นพื้นที่ร่มใต้ชายคา ทำให้สามารถมาใช้งานได้จริง ติดกันเป็นส่วนรับประทานอาหารวางโต๊ะได้ขนาด 6-8 ที่นั่งเชื่อมกับ Pocket  Garden ทำให้ห้องรับประทานอาหารได้วิวมุมกว้างของพื้นที่สีเขียวที่ Court ได้ ส่วนพื้นที่ใช้สอยด้านในสุดจะเป็นห้องครัวแบบ Western Kitchen

ด้วยพื้นที่ใช้งานทั้ง 3 ส่วนหลักในชั้นนี้คือ ห้องนั่งเล่น ห้องทานอาหารและครัวแบบ Western Kitchen เป็นห้องโล่งเชื่อมถึงกัน ทำให้ในใช้นี้เหมาะกับการชวนเพื่อนหรือครอบครัวมาจัดปาร์ตี้เล็กๆ ในบ้านได้ด้วย

ส่วนพื้นที่รับประทานอาหารเชื่อมต่อกับพื้นที่ Pocket Garden ออกแบบโดยใช้ประตูกกระจกใสบานเฟี้ยมมีความสูงตามระยะความสูงของตัวอาคารที่ 2.7 m. พร้อมเฟรมอลูมิเนียมเคลือบสี ด้วยระบบ Powder Coat ส่วนห้องนั่งเล่นเชื่อมกับระเบียง ออกแบบให้มีประตูบานเลื่อนใสเฟรมอลูมิเนียม แต่ความสูงจะไม่เท่ากับฝั่งประตูบานเฟี้ยม แต่ก็ทำหน้าที่นำแสงธรรมชาติและอากาศจากภายนอกเข้าสู่อาคารเช่นกัน พื้นในชั้นนี้ปูด้วยพื้นไม้ Engineering ส่วนระเบียงพื้นเป็นกระเบื้องแกรนิตนำเข้า (Imported Homogeneous Tiles) พร้อมราวระเบียงลูกกรงเหล็ก

ครัวในชั้นนี้จะแตกต่างจากครัวในชั้นล่างโดยเป็นครัวเปิดแบบครัวฝรั่ง (Western Kitchen) สำหรับทำอาหารเบาๆ ที่กลิ่นไม่แรงมาก ภายในมีพื้นที่สำหรับวางโต๊ะทานอาหารเล็กๆขนาด 4 ที่นั่ง เผื่อเวลาที่ต้องการความสะดวกก็สามารถนั่งกินข้าวในครัวได้เลย ผนังฝั่งหนึ่งเป็นประตูกระจกบานเลื่อนเชื่อมต่อกับพื้นที่ Pocket Garden ได้เช่นกัน สำหรับวัสดุและอุปกรณ์ในห้องครัว พื้นครัวเป็นกระเบื้องแกรนิตนำเข้า (Imported Homogeneous Tiles) ทางโครงการเลือกใช้ชุดครัวจาก Poggenpohl ซึ่งเป็นแบรนด์ดังระดับโลกจากประเทศเยอรมนี แบบมี Island พร้อมเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวจาก Siemens และอ่างล้างจานจาก Franke

ขึ้นมาที่ชั้น 3 ของตัวบ้านจะแบ่งพื้นที่ใช้สอยออกเป็นห้องนอน 2 ห้อง Master Bedroom ได้พื้นที่ในฝั่งด้านหน้าของบ้านเต็มๆ เป็นจึงพื้นที่ส่วนตัวของเจ้าของบ้านโดยเฉพาะ ห้องนี้ถูกออกแบบให้มีความโปร่งเป็นพิเศษด้วยผนังส่วนใหญ่ที่เป็นกระจก (Curtain Wall) พร้อมประตูบานกระจกใสที่เปิดออกไปจะมีพื้นที่ระเบียงด้านนอกการออกแบบห้องเน้นความโปร่ง โล่ง ไม่อึดอัดและมองเห็นวิวได้ดี โดยจัดตำแหน่งของห้องนอนให้เชื่อมกับระเบียง 3 ตำแหน่ง คือมีระเบียงเชื่อมกับห้องนอน 2 ตำแหน่งและห้องน้ำ 1 ตำแหน่ง กั้นพื้นที่ระเบียงด้วยประตู-หน้าต่างเป็นกระจกบานใหญ่สามารถเปิดระบายอากาศ รับแสงธรรมชาติได้ ความสูงของฝ้าที่ 2.7 m. ภายในจะมี Walk-in closet และมีพื้นที่สำหรับตั้งชุดโต๊ะเครื่องแป้งไว้ค่อนข้างกว้าง สามารถใช้งานได้สะดวก และห้องน้ำภายในจัดพื้นที่ใช้งานแบบแยกโซนเปียกแห้งและให้ความเป็นส่วนตัวของคุณผู้หญิง คุณผู้ชายด้วยเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าแบบ His & Her และมีอ่างอาบน้ำ เหมือนกับห้องน้ำใน Master Bedroom ของบ้าน Type A

ส่วนห้องนอนอีกห้องหนึ่ง (Bedroom 2) จะได้พื้นที่ทางฝั่งหลังบ้าน ภายในมีฟังก์ชั่นครอบเช่นเดียวกับห้องนอนใหญ่คือ มีWalk-in closet และห้องน้ำในตัว แต่ขนาดพื้นที่ใช้สอยจะมีขนาดที่เล็กกว่า

การออกแบบ Master Bedroom เป็นไปตาม Concept ที่ต้องการสร้างให้บ้านอยู่สบายโดยใช้หลักการของของ Through Ventilation โดยออกแบบตำแหน่งของหน้าต่างและช่องเปิดของตัวบ้านไว้ 2 ฝั่ง ให้ลมเข้าและให้มีช่องลมออกในทิศทางที่เหมาะสม ทำให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกโปร่ง โล่ง ด้วยอากาศที่ถ่ายเทได้จริง

วัสดุและอุปกรณ์ที่เลือกใช้ภายในห้องนอนจะเป็นพื้นไม้ Engineered ชุดกระจกประตู-หน้าต่างเป็นอลูมิเนียมอบสี Powder Coat ลูกฟักใช้กระจกใสบานใหญ่มีความสูงตามระยะความสูงของตัวอาคารอยู่ที่ 2.7 m. พื้นระเบียงใช้กระเบื้องแกรนิตนำเข้า (Imported Homogeneous Tiles) เช่นเดียวกับระเบียงบนชั้น 2

ในส่วนของห้องน้ำ Master bedroom แยกพื้นที่ภายในออกเป็นส่วนเปียกส่วนแห้งทำให้สามารถใช้งานได้อย่างเหมาะสม ให้คุณผู้หญิงและคุณผู้ชายมีความส่วนตัวในการใช้งานด้วยเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าแบบ His & Her จึงแยกใช้งานกันได้ มีอ่างอาบน้ำติดกับหน้าต่างกระจกใส แต่ยังได้ความเป็นส่วนตัวด้วยมีพื้นที่ระเบียงที่กั้นห้องน้ำกับบ้านข้างเคียง

อุปกรณ์ในห้องน้ำจะแตกต่างจากห้องน้ำอื่นๆ โดยพื้นผนังปูด้วยกระเบื้องแกรนิตนำเข้า (Imported Homogeneous Tiles) ออกแบบให้เป็นสีอ่อน โทนเทา ครีม ให้เป็นโทนเดียวกับ Top counter อ่างล้างหน้า ซึ่งกรุด้วยหินอ่อนธรรมชาติรุ่น Louisiana Grey อุปกรณ์ภายในห้องน้ำจะเป็นของ TOTO ทั้งหมด

ที่ชั้น 4 ของตัวบ้านจัดพื้นที่ใช้งานหลักๆเป็นพื้นที่ส่วนพักอาศัยเช่นเดียวกับชั้น 3 แต่จะถูกออกแบบมาให้มีพื้นที่ Family Room เพิ่มอีก 1 ห้อง เพื่อให้ชั้นนี้สามารถรองรับครอบครัวขยายของรุ่นลูก จะได้มีพื้นที่พักผ่อนเป็นส่วนตัวอีกตำแหน่งหนึ่งเพื่อความเป็นส่วนตัวในการใช้งาน โดยชั้นนี้สามารถแบ่งการใช้งานเป็นห้องนอนอีก 2 ห้อง คือห้องนอนที่ 3, 4 ของตัวบ้าน (Bedroom 3, Bedroom 4)โดยทุกห้องจะมีห้องน้ำในตัว ห้อง Bedroom 3 จะมีระเบียงสามารถเปิดระบายอากาศและรับแสงธรรมชาติได้, พื้นที่นั่งเล่น (Family Room) และห้องพระ

วัสดุและอุปกรณ์ภายในชั้น 4 ของตัวบ้านจะคล้ายกับชั้น 3 พื้นภายในทั้งหมดจะเป็นพื้นไม้ Engineering ส่วนระเบียงพื้นเป็นกระเบื้องแกรนิตนำเข้า (Imported Homogeneous Tiles) พร้อมราวระเบียงลูกกรงเหล็ก วัสดุภายในห้องน้ำจะเหมือนกับในห้อง Bedroom 2 คือ พื้น ผนัง และ Top counter อ่างล้างหน้า เป็นวัสดุชนิดเดียวกัน ใช้กระเบื้องแกรนิตนำเข้า (Imported Homogeneous Tiles) อุปกรณ์ภายในห้องน้ำทางโครงการเลือกใช้ของ TOTO

สำหรับบ้าน Type C เป็นแบบที่มีขนาดที่ดินใหญ่สุดในโครงการ เป็นบ้านเดี่ยว 3 ชั้น ขนาดพื้นที่ใช้สอย 420 ตร.ม. แบ่งพื้นที่ใช้งานภายในเป็น 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 4 ที่จอดรถ, มีพื้นที่สวนบริเวณรอบๆบ้าน, ลิฟท์ การจัดพื้นที่ใช้งานในบ้านหลักๆจะแตกต่างจาก Type A,B คือพื้นที่อยู่อาศัยและพักผ่อนจะเริ่มต้นที่ชั้น 1 เลย Facade ของอาคารยังคงใช้ Solar Shading Device เพื่อคงความเป็นส่วนตัวของผู้อยู่อาศัย

ชั้น 1 ของตัวบ้าน Type C จะประกอบด้วยพื้นที่ใช้งานหลัก 2 ส่วน คือส่วนแรกเป็นพื้นที่สำหรับพักผ่อนอยู่อาศัย ได้แก่ ส่วนที่จอดรถ, โถงทางเข้าด้านหน้า, ห้องเก็บรองเท้า, ห้องน้ำแขก (Powder Room), ห้องนั่งเล่น, ส่วนทานอาหาร, ห้องครัวแบบ Western Kitchen, บันไดและลิฟท์โดยสาร อีกส่วนหนึ่งคือ ส่วนของ Back of House ที่จะมีทางเข้าด้านหลังอีกทางหนึ่งแยกจากทางเข้าหน้าบ้านไว้ ทำให้เป็นสัดส่วนไม่รบกวนกับพื้นที่ของเจ้าของบ้าน ประกอบด้วยห้องแม่บ้าน, ห้องน้ำแม่บ้าน, ครัวไทยแบบครัวเปิดและส่วนซักล้าง

การวางแปลนโดยรวมยังคง Concept ที่ใกล้ชิดธรรมชาติ สำหรับบ้าน Type นี้ถูกวางผังบ้านเป็นตัว C ล้อม Courtyard สีเขียว ซึ่งเป็น Pocket Garden ที่ชั้น 1 วัสดุปูพื้นเป็นหญ้าให้ความรู้สึกและสัมผัสที่ใกล้ชิดกับธรรมชาติ และยังทำให้พื้นที่ใช้สอยภายในบ้านได้มุมมองของสวนส่วนกลางนี้ นอกจากจะเป็นช่องเปิดของแต่ละห้องในตัวบ้านแล้ว ตัว Court นี้ยังให้ความรู้สึกถึงการมีปฏิสัมพันธ์กันในตัวบ้าน เพราะทุกห้องจะสามารถมองเห็นกันได้จากทาง Pocket Garden ตรงนี้ พื้นที่ในส่วนคอร์ท (court) ของตัวบ้าน จะได้รับเงาจากความสูงของบ้านข้างเคียง ทำให้เป็นพื้นที่ที่โปร่งโล่งสบาย ไม่ร้อน มีลมผ่าน ทำให้พื้นที่สวนใช้งานได้จริงต่างจากสวนแบบกลางแจ้งทั่วไป แต่ยังคงความเป็น Privacy เพราะผนังของบ้านฝั่งตรงข้ามจะเป็นผนังทึบทั้งหมดทำให้เกิดความเป็นส่วนตัวในการอยู่อาศัย  

พื้นที่ใช้สอยที่ชั้น 1 เป็นห้องโล่งเชื่อมถึงกันทั้ง 3 ส่วนคือ ห้องนั่งเล่น ห้องทานอาหารและครัวแบบ Western Kitchen ทำให้ได้บรรยากาศของ Family Space ที่สมาชิกภายในบ้านสามารถมานั่งทำกิจกรรมต่างๆ ภายในห้องเดียวกันได้ ฝ้าออกแบบมาให้มีความสูงเป็นพิเศษที่ 3.5 m. และบริเวณห้องนั่งเล่นมีความสูงมากขึ้นที่ 4.5 m. ทำให้ภายในห้องได้บรรยากาศที่โปร่ง นอกจากนั้นผนังบ้านด้านหลังถูกออกแบบโดยใช้กระจกใสบานใหญ่มีความสูงตามระยะความสูงของตัวอาคาร ทำให้พื้นที่นั่งเล่นพักผ่อนนี้ได้แสงธรรมชาติเข้ามาภายใน มีมุมมองที่เห็นทัศนียภาพภายนอก พื้นที่ส่วนรับประทานอาหารจัดพื้นที่สามารถตั้งชุดโต๊ะรับประทานอาหารแบบ 6 ที่นั้ง ติดกับครัวแบบ Western Kitchen เพิ่มความสะดวกหากต้องการจัดเตรียมอาหารที่ไม่ยุ่งยากมากนัก

ในส่วนของวัสดุจะเหมือนกับบ้าน 2 หลังแรกด้วยพื้นลานจอดรถเป็นกระเบื้องคอนกรีต Ventola สีเทากลางของ SCG ขนาด 40×40 cm. วัสดุปูพื้นครัวด้านหลังบ้านใช้กระเบื้องพื้นรุ่น Hard Rock Black มีลักษณะเป็นลายหินสีดำ ส่วนวัสดุปูพื้นภายในบ้านเป็นทางโครงการเลือกใช้กระเบื้องแกรนิตนำเข้า (Imported Homogeneous Tiles) ส่วนโครงสร้างบันไดเป็นคอนกรีตสำเร็จรูป ปูพื้นด้วยไม้จริง ตัวลิฟท์ใช้ของ Kone 

มาที่ชั้น 2 ของตัวบ้านจัดพื้นที่ใช้สอยทั้งชั้นเป็นพื้นที่พักผ่อน แบ่งพื้นที่เป็น 2 ห้องนอนที่มีห้องน้ำ Walk-in closet และระเบียงในตัวทั้ง 2 ห้อง โดย Master bedroom จะอยู่ทางด้านหน้าของตัวบ้าน ภายในมีพื้นที่ค่อนข้างกว้างทำให้ห้องนี้มีพื้นที่ Living Area บริเวณปลายเตียงความสูงของฝ้าเพดานที่ 2.7 m. เพิ่มความโปร่งของห้องด้วยประตู-หน้าต่างเป็นกระจกบานใหญ่บริเวณผนัง 2 ฝั่งของห้องนอน จึงสามารถเปิดระบายอากาศ รับแสงธรรมชาติ และมองเห็นวิวได้ดี ภายในห้องนอนมีระเบียงส่วนตัว 2 ตำแหน่ง คือระเบียงฝั่งหน้าบ้านที่ยังคงความเป็นส่วนตัวในการอยู่อาศัยด้วย Solar Shading Device ที่สามารถหมุนเปิด-ปิดได้ สามารถเปิดมุมมองเห็นทัศนียภาพภายนอกหรือปิดเพื่อความเป็นส่วนตัวในการอยู่อาศัย ส่วนระเบียงอีกตำแหน่งอยู่ตรงกับ Court ส่วนกลางสามารถมองลงมาเห็น Pocket Garden พื้นที่สีเขียวของตัวบ้านได้จากระเบียงของห้องนอน ในส่วนของ Walk-in closet เป็นห้องที่มีขนาดกว้างสามารถวางโต๊ะเครื่องแป้งได้ ทำให้การใช้งานค่อนข้างสะดวกสบาย ส่วนห้องน้ำจะแบ่งพื้นที่ส่วนเปียกแห้งเช่นเดียวกับบ้าน Type อื่นๆ มีการแยกความเป็นส่วนตัวในการใช้งานของคุณผู้ชายและคุณผู้หญิงด้วย Counter อ่างล้างหน้าแบบ His&Her พื้นผนังปูด้วยกระเบื้องแกรนิตนำเข้า (Imported Homogeneous Tiles) ออกแบบให้เป็นสีอ่อน โทนเทา ครีม ให้เป็นโทนเดียวกับ Top counter อ่างล้างหน้า ซึ่งกรุด้วยหินอ่อนธรรมชาติรุ่น Louisiana Grey อุปกรณ์ภายในห้องน้ำจะเป็นของ TOTO ทั้งหมด

ส่วนห้องนอนอีกห้องหนึ่งที่อยู่ฝั่งหลังบ้าน (Bedroom 2) เป็นห้องที่มี Function ครบเช่นเดียวกับ Master Bedroom แต่จะมีขนาดพื้นที่ใช้สอยเล็กกว่า สำหรับชั้นนี้ทางโครงการออกแบบให้มีระเบียงส่วนกลางเล่นระดับ โดยมีตัวระเบียงจะถูกยกขึ้นมาสูงกว่าพื้นชั้น 2 ประมาณ 1 ม. เป็นพื้นที่ระเบียงค่อนข้างกว้าง สามารถวางชุดโซฟาสนาม นั่งได้  3-4 ที่นั่ง เป็นอีกตำแหน่งหนึ่งที่ผู้อยู่อาศัยสามารถออกมาเปลี่ยนบรรยากาศบนนี้ได้

วัสดุและอุปกรณ์ที่เลือกใช้ภายในห้องนอนจะเป็นพื้นไม้ Engineered ชุดกระจกประตู-หน้าต่างเป็นอลูมิเนียมอบสี Powder Coat ลูกฟักใช้กระจกใสบานใหญ่มีความสูงตามระยะความสูงของตัวอาคาร พื้นระเบียงใช้กระเบื้องแกรนิตนำเข้า (Imported Homogeneous Tiles) เช่นเดียวกับระเบียงของแบบบ้านอื่นๆ 

ที่ชั้น 3 ของตัวบ้านจัดพื้นที่ใช้งานหลักๆเป็นพื้นที่ส่วนพักอาศัยเช่นเดียวกับชั้น 3 แต่จะถูกออกแบบมาให้มีพื้นที่ Living Room เพิ่มอีก 1 ห้อง ทำให้ตัวบ้านมีพื้นที่นั่งเล่นสำหรับคนในครอบครัวอีกตำแหน่งหนึ่ง เผื่อเวลาที่ชั้นล่างมีแขกมา สมาชิกคนอื่นๆในบ้านก็สามารถมานั่งเล่นรวมกันที่ตรงนี้ได้ และยังช่วยรองรับในกรณีที่มีครอบครัวขยายของรุ่นลูก จะได้มีพื้นที่พักผ่อนที่เป็นส่วนตัวของครอบครัวใหม่ โดยชั้นนี้สามารถแบ่งการใช้งานเป็นห้องนอนอีก 2 ห้อง คือห้องนอนที่ 3, 4 ของตัวบ้าน (Bedroom 3, Bedroom 4)โดยทุกห้องจะมีห้องน้ำและระเบียงในตัว สำหรับระเบียงของ Bedroom 3 จะมี Solar Shading Device ช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวในการอยู่อาศัยมากขึ้น

วัสดุและอุปกรณ์ภายในชั้น 3 ของตัวบ้านจะคล้ายกับชั้น 2 พื้นภายในทั้งหมดจะเป็นพื้นไม้ Engineering ส่วนระเบียงพื้นเป็นกระเบื้องแกรนิตนำเข้า (Imported Homogeneous Tiles) พร้อมราวระเบียงลูกกรงเหล็ก วัสดุภายในห้องน้ำจะเหมือนกับในห้อง Bedroom 2 คือ พื้น ผนัง และ Top counter อ่างล้างหน้า เป็นวัสดุชนิดเดียวกัน ใช้กระเบื้องแกรนิตนำเข้า (Imported Homogeneous Tiles) อุปกรณ์ภายในห้องน้ำทางโครงการเลือกใช้ของ TOTO

ในส่วนพื้นที่ Living Room เป็นพื้นที่เปิดโล่งไม่มีประตูกั้น จึงได้รับแสงธรรมชาติเข้ามาในพื้นที่พักอาศัยทำให้เกิดความรู้สึกอบอุ่นเหมาะสมแก่การพักผ่อน พื้นที่ตรงนี้เป็นพื้นที่อเนกประสงค์สามารถปรับเป็น Function ต่างๆตามไลฟ์สไตล์ของเจ้าของบ้านได้ เช่นเป็นห้องอ่านหนังสือ ทำการบ้าน หรือห้อง Mini Hometheater สำหรับนั่งดูหนังกันในครอบครัวก็ได้

สำหรับผู้ที่สนใจอยากจะเข้าไปดูตัวอย่างวัสดุและขอรายละเอียดโครงการเพิ่มเติม สามารถไปติดต่อได้ที่ Sale Gallery (อาคาร Acmen Kitchen Arena ระหว่างซอยเอกมัย 13 และ 15) มีจุดสังเกตคือหน้าทางเข้าซอยจะมีร้านขายเฟอร์นิเจอร์ PLATO

ภายใน Sale Gallery จะมีพนักงานคอยให้ข้อมูลโครงการ มีที่นั่งสำหรับรับรองลูกค้า นอกจากนี้ยังมีโมเดลภาพรวมของโครงการแสดงไว้ และยังมีห้องครัวและห้องน้ำที่ใช้วัสดุจริงที่ลูกบ้านจะได้รับ จัดไว้ให้ดูเป็นตัวอย่าง

มาดูกันที่ตัวโมเดลกันนะคะ จะได้เห็นภาพรวมของโครงการกันชัดขึ้น โครงการเป็นกลุ่มบ้านเดี่ยว 3-4 ชั้น เน้นความเป็นส่วนตัวด้วยบ้านเพียง 11 ยูนิต พื้นที่โดยรอบโครงการส่วนใหญ่เป็นบ้านพักอาศัยรูปแบบเป็นบ้าน 2 ชั้นมีบริเวณโดยรอบ ทำให้บริบทดูไม่อึดอัดหนาแน่น จึงยังคงความเป็นส่วนตัวของบ้านในโครงการไว้ ฝั่งด้านหน้าของโครงการติดกับถนนสุขุมวิท 65 รักษาความปลอดภัยด้วยประตูอัตโนมัติควบคุมด้วยรีโมท เข้ามาด้านในจะมีป้อม รปภ.ทางขวา ซึ่งจะดูแลตลอด 24 ชม. และมีระบบเชื่อมต่อป้อมยามกับตัวบ้าน เวลาที่ลูกบ้านต้องการการดูแลหรือขอความช่วยเหลือก็สามารถเรียกได้ทันที

นอกจากทางโครงการจะมีทางเข้าหลักอยู่ติดถนนสุขุมวิท 65 ก็ยังมีทางออกโครงการอีกทางหนึ่งเป็นทางออกที่ไปเชื่อมกับซอยปรีดี พนมยงค์ 15 ซึ่งประตูโครงการฝั่งนี้คำนึงความปลอดภัยในการใช้งานจึงใช้เป็นเฉพาะประตูทางออกอย่างเดียว ซึ่งเป็นทางเลือกในการเดินทางสำหรับลูกบ้าน

ถนนภายในโครงการมีถนนหลักที่เชื่อมบ้านแต่ละหลังไว้ด้วยกันและบ้านทั้ง 11 ยูนิตจะหันหน้าเข้าหาถนน การเลือกตำแหน่งของบ้านก็จะขึ้นอยู่กับความชอบส่วนบุคคล สำหรับลูกบ้านที่ชอบความสงบแนะนำให้เลือกหลังที่อยู่ท้ายโครงการก็จะได้ความเป็นส่วนตัวมากกว่า เพราะจะไม่มีเพื่อนบ้านผ่านเข้าออกเยอะ ส่วนผู้ที่เน้นเข้าออกสะดวก ใกล้ป้อมยาม ก็เหมาะจะเลือกหลังที่อยู่ด้านหน้าโครงการ ส่วนระยะห่างระหว่างบ้านมีระยะถอยร่นที่ 1 m. ซึ่งปกติโครงการโดยทั่วไปจะมีระยะห่างที่ 2 ม. ทำให้ได้พื้นที่ใช้สอยในบ้านที่มากขึ้นแต่ก็ต้องระวังพื้นที่ที่ติดกันของบ้านแต่ละหลังให้ยังคงความเป็นส่วนตัวมากที่สุด

ถนนภายในโครงการเป็นถนน 2 เลน กว้าง 8 m. แบบสวนทางกัน บรรยากาศถนนภายในโครงการค่อนข้างร่มรื่นด้วยแนวต้นไม้ 2 ข้างทาง ที่ทางโครงการจัดให้อยู่ในตำแหน่งระหว่างบ้านแต่ละหลัง

ตัวบ้านมีความแตกต่างจากบ้านทั่วๆไปด้วยแผงบังแดด (Solar Shading Device) ที่มีฟังก์ชันหมุนองศาได้ ทำให้สามารถเปิดเมื่อต้องการมุมมองของทิวทัศน์ภายนอก และสามารถปิดเมื่อต้องการลดความร้อนจากแสงแดดหรือต้องการความเป็นส่วนตัวในการอยู่อาศัย อีกทั้งยังเพิ่มความสวยงามให้กับตัวบ้านและการปรับองศาตามความต้องการของผู้อยู่อาศัยนั้น ช่วยลดความซ้ำกันของหน้าตา Facade บ้านในโครงการ ทำให้บ้านแต่ละหลังในโครงการดูมีความแตกต่าง เป็นเอกลักษณ์ของบรรยากาศในโครงการนี้

นอกจากนี้ยังมีความแตกต่างของ Facade อาคารแต่ละ Type ที่ต่างกัน โดยมีการจัดตำแหน่งของ Solar Shading Device ที่สลับกันอย่างมีจังหวะก็ช่วยให้บรรยากาศในโครงการดูน่าสนใจ ซึ่งทั้งหมดยังถูกคุมไว้ในธีมเดียวกันด้วยกรอบ Facade รูปสามเหลี่ยมสีขาวที่ช่วยลดทอนความทึบตันของตัวบ้านที่เป็นอาคาร 3-4 ชั้นให้ดูเหมือนบ้าน 1-2 ชั้น 2 หลังมาซ้อนทับเชื่อมต่อกัน

ห้องน้ำ Master Bedroom ออกแบบโดยแบ่งส่วนเปียกและแห้งออกจากกันไว้เป็นสัดส่วน ทางโครงการเลือกใช้วัสดุระดับ Premium  มีความเรียบหรูและใช้งานได้จริง ผนังและพื้นเป็นกระเบื้องแกรนิตนำเข้า (Imported Homogeneous Tiles) สีโทนอ่อนเช่น เทา, ครีม

อ่างอาบน้ำแบบฝังพร้อมอุปกรณ์ของ TOTO

การจัดพื้นที่ใน Master Bathroom ให้ความเป็นส่วนตัวแก่การใช้งานด้วยเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าแบบ His & Her  อ่างและวัสดุอุปกรณ์จาก TOTO แบบฝังใต้เคาน์เตอร์ วัสดุของ Top Counter อ่างล้างหน้า เป็นหินอ่อนธรรมชาติรุ่น Louisiana Grey 

อีกฝั่งของห้องน้ำกั้นแบ่งการใช้งานเป็นพื้นที่ส่วนเปียก และส่วนโถสุขภัณฑ์

ส่วนอาบน้ำมีฉากกั้นอาบน้ำเป็นบานเปลือยกระจกนิรภัยใสพร้อมฝักบัวอาบน้ำ ของ TOTO  ผนังด้านข้างทำพื้นที่สำหรับนั่งอาบน้ำและมีชั้นสำหรับวางอุปกรณ์อาบน้ำได้

โถสุขภัณฑ์ และอุปกรณ์อื่นๆ ได้แก่ สายชำระ และที่ใส่กระดาษทิชชู เป็นของ TOTO

มาดูส่วนครัวกันบ้าง ชุดครัวที่โครงการเลือกใช้เป็นชุดครัว Built-in แบบมี Island ของ Poggenpohl แบรนด์ชั้นนำจากประเทศเยอรมันนี ด้วยสีของชุดครัวเป็นสีโทนอ่อน เทา ครีม ให้ความรู้สึกเรียบหรู

เคาน์เตอร์ครัวแบบ Island พร้อมซิงค์ล้างจานของ Franke มีจุดซ่อนปลั๊กไฟไว้มุมขวาของตู้ เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยและเป็นฟังก์ชันการใช้งานที่เหมาะสม

ตู้ซิงค์ล้างจานซ่อนถังขยะไว้ภายในทำให้พื้นที่ภายในครัวดูเป็นระเบียบเรียบร้อย ส่วนอีกตู้หนึ่งเป็นตู้เก็บของที่ภายในแบ่งเป็นชั้นไว้เรียบร้อย และอีกตู้หนึ่งติดตั้งเครื่องล้างจานของ Siemens

อีกฝั่งหนึ่งเป็นพื้นที่ปรุงอาหาร ทางโครงการเลือกใช้เตาไฟฟ้า (Hob) แบบ 4 หัวและ เครื่องดูดควัน (Hood) พร้อมเดินท่อต่อระบบระบายอากาสออกด้านนอก

ใต้เคาน์เตอร์มีลิ้นชักเก็บของอีกหลายตู้พร้อมช่องใส่ช้อนส้อม นอกจากนี้ยังติดตั้งไมโครเวฟและเครื่องอบขนมของ Siemens

ตู้ลอยสำหรับเก็บของใช้และอุปกรณ์ปรุงอาหารในครัว

ทั้งหมดนี้เป็นแนวคิดและรายละเอียดในการออกแบบของโครงการ ARNA Ekamai ซึ่งเราจะเห็นได้ว่าทางโครงการมีความใส่ใจในรายละเอียด ในการออกแบบเพื่อให้เกิดความลงตัวในการอยู่อาศัย บ้านจึงมีความเป็นเอกลักษ์ทั้งภายในและภายนอก อีกทั้งยังเลือกใช้วัสดุระดับ Premium ทั้งหมด ซึ่งทาง Think of Living ก็อยากจะให้มีบ้านสวยๆแบบนี้ออกมาให้ชมกันอีกเสมอๆ ถ้ามีโครงการไหนที่น่าสนใจอีก ทาง Think of Living จะไม่พลาดนำข้อมูลมาแบ่งปันให้ท่านผู้อ่านอีกแน่นอนค่ะ

รายละเอียดราคา @ 18 October 2016

  • Type A ที่ดิน 35.6-38.9 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 390 ตร.ม. 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 3+1 ที่จอดรถ ราคาเริ่มต้น 29.8 ล้านบาท
  • Type B ที่ดิน 45.6-51.2 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 440 ตร.ม. 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 3+1 ที่จอดรถ ราคาเริ่มต้น 39.7 ล้านบาท
  • Type C ที่ดิน 56.72-69.03 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 420 ตร.ม. 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 3+1 ที่จอดรถ ราคาเริ่มต้น 43 ล้านบาท

สนใจข้อมูลโครงการเพิ่มเติม สามารถดูเพิ่มได้จากเวปไซด์หลักของโครงการ ARNA Ekamai คลิกที่นี่

หรือสอบถามข้อมูลโครงการได้ที่เบอร์ : 061-662-6565

Share

1 Comment

Leave a Reply