เจาะลึกการออกแบบโครงการ ARNA EKAMAI บ้านเดี่ยวระดับ Super Luxury จาก D’well Grand Asset

October 18, 2016 08:001 comment

FB Cover2 3-4 V2-mourning web

สวัสดีค่ะ ..ช่วงนี้จะเห็นโครงการบ้านหรูใจกลางเมืองเปิดตัวกันหลายโครงการ วันนี้เรามีบทความพิเศษมาฝากกันกับ “เจาะลึกการออกแบบ ARNA EKAMAI” จาก D’well Grand Asset โครงการบ้านเดี่ยวระดับ Super Luxury 3-4 ชั้น ในซอยสุขุมวิท 65 เป็นทำเลใกล้แหล่งความอุดมสมบูรณ์ของย่านเอกมัย ด้วยราคาขายเริ่มต้นที่ 29.8 ล้านบาท โครงการนี้โดดเด่นด้วยทำเลสำหรับผู้ที่ต้องการที่อยู่อาศัยในเมือง มีไลฟ์สไตล์ในย่านทองหล่อ – เอกมัย โครงการออกแบบมาในสไตล์ Modern ที่มีเอกลักษณ์ เน้นความเป็นส่วนตัวของผู้อยู่อาศัย และความใกล้ชิดกับธรรมชาติในทุกๆ Function ของตัวบ้าน เพื่อให้เกิดความรู้สึกที่อยู่สบายบนทำเลใจกลางเมือง

โครงการได้รับการออกแบบอาคาร (Architect)โดย คุณพิชยา รัตน์ปิยะสุนทร จากบริษัท makeAscene Architect ที่มีผลงานการออกแบบบ้านหรูมาหลายโครงการ เช่น Jewel Case House พระราม 3, Def-9 สุขุมวิท, The Narrow House สุขุมวิท, SK 50 สุขุมวิท เป็นต้น ส่วนการออกแบบภายใน(Interior) ดูแลโดยบริษัท Design Plus Style และการจัดพื้นที่สวน (Landscape) โดยบริษัท Landscape Architects of Bangkok

ARNA EKAMAI โครงการบ้าน Luxury โครงการแรกของ D’well Grand Asset เป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีผลงานการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมหลายโครงการ ได้แก่ D’Memoria พหลโยธิน, D’Mura รัชโยธิน, D’25 Condominium ทองหล่อ, D’65 Condominium สุขุมวิท เน้นสร้างโครงการคุณภาพเพื่อจับกลุ่มผู้อยู่อาศัยจริงเป็นหลัก สำหรับโครงการนี้เป็นการขยายตลาดมาจับ Product บ้านหรูทำเลใจกลางเมืองเป็นโครงการแรก รายละเอียของโครงการ ARNA EKAMAI จะเป็นอย่างไร เรามาเจาะลึกกันไปพร้อมๆกันเลยค่ะ

arna pv (15 of 1)

แผนที่จากโครงการ พิกัด : 13.721627, 100.591603

arna map LR (1 of 4)

โครงการ ARNA Ekamai เป็นโครงการบ้านเดี่ยวบนทำเลใจกลางเมือง ใกล้แหล่งความอุดมสมบูรณ์ย่านเอกมัย-ทองหล่อ ที่ตั้งโครงการอยู่ในซอยสุขุมวิท 65 เข้าซอยไปประมาณ 750 ม. ซึ่งซอยนี้เป็นซอยลัดที่สามารถเข้าถึงได้จากหลายเส้นทาง

  1. เข้าจากทางถนนสุขุมวิท 63 (ซอยเอกมัย) ใช้ซอยเอกมัย 10 แยก 6 วิ่งลัดๆมาเชื่อมกับซอยสุขุมวิท 65 ได้ มีระยะทาง 1.8 กม.
  2. เข้าจากทางถนนสุขุมวิท 71 (ซอยปรีดี พนมยงค์) ใช้ซอยปรีดี พนมยงค์ 15 เป็นซอยที่เชื่อมมายังสุขุมวิท 65 ได้ มีระยะทาง 500 ม.
  3. เข้าจากทางถนนสุขุมวิท ใช้ซอยสุขุมวิท 65 มีระยะทาง 750 ม.

การเดินทางมีให้เลือกหลากหลายทั้งใกล้ทางด่วนและรถไฟฟ้า สำหรับใครที่ใช้ทางด่วนจะมีทางด่วนรามอินทราช่วงสุดถนนเอกมัย มีทางขึ้นห่างจากโครงการประมาณ 1.7 กม. และทางด่วนเฉลิมมหานครที่ต้องวิ่งทะลุซอยสุขุมวิท 40 ไปออกฝั่งกล้วยน้ำไท มีทางขึ้นห่างจากโครงการประมาณ 3.1 กม. นอกจากนี้ยังมีตัวช่วยในการเดินทางอย่าง BTS มีระยะห่างจากโครงการประมาณ 1 กิโลเมตรจาก BTS เอกมัย เป็นตัวเลือกในการเดินทางได้ และจากสถานีเอกมัยถ้านั่งรถไปอีก 2 สถานี ก็จะถึงสถานีพร้อมพงษ์ซึ่งมีห้าง  Emporium , Emquartier และในอนาคตก็จะมี Emsphere อยู่ฝั่งเดียวกับ Emporium ติดกับสวนเบญจสิริอีก ถัดจากสถานี พร้อมพงษ์ก็จะเป็นสถานี อโศก ซึ่งเป็นจุดเชื่อมกับ MRT สถานีนี้จะมีห้างใหญ่อย่าง Terminal 21 อยู่ด้วย ถัดจากอโศกข้าม นานา เพลินจิตไปก็จะเข้าสู่ชิดลม และสยาม ตามลำดับ ซึ่งความสะดวกจะอยู่ตรงที่การเดินทางเข้าเมืองอย่างสีสม-สาทร เพลินจิต-สยาม สามารถนั่ง BTS ไปได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนสถานีให้เสียเวลา

arna map LR (4 of 4)

เนื่องจากทำเลของโครงการอยู่ในย่านเอกมัยที่มีปริมาณรถเยอะ ทั้งกลางวันและกลางคืน ทำให้การเดินทางในย่านนี้ต้องเผื่อเวลากันสักนิด แต่ทำเลนี้ยังดีที่มีเส้นทางลัดหลายเส้นทาง

เส้นทางลัดในย่านเอกมัยก็จะมี ซอยเอกมัย 10 (ซอย Health Land) ที่เชื่อมออกไปยังถนนเอกมัย ที่เป็นแหล่งความอุดมสมบูรณ์หลักของย่านได้ และยังสามารถลัดไปออกถนนปรีดี พนมยงค์ 25 ได้ ซอยเอกมัย 10 นี้เชื่อมต่อไปยังซอยเอกมัย 12 เป็นเส้นทางลัดที่เชื่อมต่อกับซอยทองหล่อ 10 (ซอยเอกมัย 5) เชื่อมจากเอกมัยมาทองหล่อตรงร้านนั่งเล่น-เอสโคบาร์ ซึ่งซอยเอกมัย 12 ที่ไปทะลุถนนปรีดี พนมยงค์ที่ซอย 31 เป็นทางลัดเพื่อออกไปทางถนนปรีดี พนมยงค์และออกไปทางขึ้นทางด่วนพัฒนาการได้สะดวก อีกเส้นทางหนึ่งคือทางลัดในซอยสุขุมวิท 65 ที่สามารถเชื่อมออกไปถนนปรีดี พนมยงค์ ผ่านซอยปรีดี พนมยงค์ 13 และ 15 ได้

ทางที่ดีที่สุดคือต้องรู้จักให้ครบทุกทางแล้วช่างสังเกตเอาหน่อย เพื่อดูว่าช่วงเวลานี้ทางไหนจะติดน้อยติดมาก

arna map LR (3 of 4)

ARNA จัดเป็นโครงการที่อยู่กลางเมืองย่านเอกมัย ซึ่งเป็นย่านสำคัญแห่งหนึ่งในโซนสุขุมวิท เป็นทั้งแหล่งอาคารสำนักงานและแหล่งสถานที่ Hang Out ทั้งกลางวันและกลางคืน ที่ตั้งของโครงการอยู่ในซอยเอกมัย 65 ซึ่งบรรยากาศในซอยย่อยนี้จะค่อนข้างเงียบสงบเป็นกลุ่มบ้านอยู่อาศัยแบบบ้านเดี่ยวเป็นส่วนใหญ่ แตกต่างกับความคึกคักบนถนนเอกมัยอย่างสิ้นเชิง ทำให้ทำเลของโครงการนี้จัดเป็นบ้านเดี่ยวบนทำเลใจกลางเมืองที่แวดล้อมด้วยสถานที่ที่เป็นแหล่งความอุดมสมบูรณ์แต่ยังคงความเป็นส่วนตัวในการอยู่อาศัย

ในส่วนของความอุดมสมบูรณ์โดยรอบ ที่ตั้งโครงการจัดอยู่ใจกลางเมืองที่มีความเจริญมานานแล้วและหาของกินง่ายมาก ในซอยเอกมัยมีร้านอาหารอร่อยและชื่อดังอยู่หลายร้านที่เปิดกลางวันและกลางคืน บอกเลยว่าถึงจะหิวตอนดึกๆก็ไม่ต้องกลัวอด แต่จะต้องขับรถออกมาหน่อย ไล่ตั้งแต่หน้าปากซอยทาง BTS ก็จะมี Major เอกมัย ภายในมีร้านอาหารหลายร้านและบรรยากาศน่านั่งให้เลือกมากมาย ถัดเข้ามาในซอยมี Park Lane และแหล่ง Hang Out อย่างเวิ้งโบราณ หรือจะไปยังทองหล่อก็มี J Avenue, The Third Place, The Taste Thonglor เป็นต้น ถ้าต้องการช้อปปิ้งตามศูนย์การค้าใหญ่แบบจริงจังก็สามารถเดินทางไปห้างสรรพสินค้าสำคัญๆ ตามแนวถนนสุขุมวิท เช่น EmQuartier , Emporium , Terminal 21 และในพื้นที่ใกล้เคียงกับโครงการก็มีโรงเรียนอินเตอร์อย่าง Ekamai International School ที่ตั้งอยู่ในซอยเอกมัย 12 ส่วนโรงพยาบาลก็อยู่ไม่ไกลจากโครงการ ได้แก่ โรงพยาบาลสมิติเวช ที่อยู่ในซอยสุขุมวิท 49, โรงพยาบาลกรุงเทพ ตั้งอยู่บนถนนเพชรบุรี เรียกว่าก็มีให้เลือกได้ตามความต้องการ

ทางโครงการมองเห็นศักยภาพของทำเลว่าเป็นพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับเป็นที่พักอาศัยของผู้ที่ไม่มีข้อจำกัดทางการเงิน ตอบโจทย์ความต้องการบ้านเดี่ยวใจกลางเมือง ที่แวดล้อมด้วยบริบทของการอยู่อาศัยที่จำเป็น ทั้งสถานที่ทำงานที่อยู่ใจกลางเมือง สถานศึกษาของลูกหลาน แหล่งของกินของใช้ ห้างร้านต่างๆ ที่ยังคงกระจุกรวมตัวกันในเมืองเสียส่วนใหญ่ การหลีกเลี่ยงอุปสรรคเรื่องการเดินทางจึงเป็นปัจจัยที่ส่งผลถึงการเลือกบ้านของกลุ่มคนเหล่านี้ในปัจจุบัน

arna map LR (2 of 4)

การเดินทางไปยังโครงการ ARNA Ekamai สามารถเข้าได้จาก 3 เส้นทาง คือ 1. ซอยเอกมัย 10 แยก 6 (ระยะทาง 1.8 km.), 2. ซอยปรีดี พนมยงค์ 15 (ระยะทาง 500 m.) และ 3. ซอยสุขุมวิท 65 (ระยะทาง 750 m.) สำหรับวันนี้จะพาไปชมเส้นทางหลักที่เชื่อมกับถนนสุขุมวิท โดยเข้าทางซอยสุขุมวิท 65 เข้าซอยมาประมาณ 300 ม. แล้วเลี้ยวขวาไปตามป้ายที่จะไปทะลุถนนสุขุมวิท 71 อีก 450 ม. จะถึงตัวโครงการ บรรยากาศภายในซอยส่วนมากจะเป็นบ้านพักอาศัยส่วนบุคคล ทำให้บรรยากาศค่อนข้างเงียบสงบเหมาะสำหรับการพักอาศัย

จากถนนสุขุมวิทเลี้ยวซ้ายเข้าซอยสุขุมวิท 65 ปากซอยมีจุดสังเกต คือ ฝั่งซ้ายเป็นร้าน 7-11 ส่วนฝั่งขวาเป็นโชว์รูม Mazda

ซอยสุขุมวิท 65 เป็นถนนขนาด 2 เลน สวนทางกัน ซึ่งซอยนี้เป็นซอยเชื่อม ทะลุไปยังถนนเส้นอื่นๆได้ จึงเป็นซอยที่มีรถผ่านไปมาอยู่เสมอ นอกจากนี้หน้าปากซอยยังมีวินมอเตอร์ไซค์คอยให้ความสะดวกในการเดินทาง

แม้ว่าซอยสุขุมวิท 65 จะไม่ไกลจากจุดเชื่อมต่อการเดินทางกับระบบขนส่งมวลชนสาธารณะอย่าง BTS เอกมัย โดยมีระยะเดินจากปากซอยประมาณ 300 ม. แต่ในเวลาจำเป็นเร่งด่วนก็สามารถเรียกใช้พี่วินได้ โดยอัตราค่าโดยสารจากหน้าปากซอยไป BTS เอกมัยอยู่ที่ 20 บาท หรือ ถ้าจะนั่งเข้าไปยังโครงการอยู่ที่ 15 บาท

บรรยากาศภายในซอยในช่วงต้นจะมีลักษณะของความเป็นชุมชนเป็นตึกแถวสลับกับอพาร์ตเม้นต์เป็นส่วนใหญ่ บริเวณริมถนนสองฝั่งจะมีร้านค้า ร้านอาหารที่เปิดตามอาคารพาณิชย์

เข้าไปด้านในซอยฝั่งซ้ายจะผ่านบริษัททีโอทีจำกัด ฝั่งขวาจะเป็นอพาร์ตเม้นท์ชัยพฤกษ์แมนชั่น

ถนนในซอยจะมีขอบทางสำหรับคนเดินในซอยจะได้สะดวก แต่บริเวณริมฟุตบาทมักจะมีมอเตอร์ไซค์และรถเห็นแผงลอยจอดกันอยู่เสมอ ทำให้เวลาขับรถในซอยช่วงที่มีรถจอดเยอะๆทางจะแคบหน่อย ต้องระวังนิดหนึ่งค่ะ

ถัดเข้ามาอีกหน่อยจะผ่านอพาร์ทเมนท์มีอีกแห่งหนึ่งชื่อ Chaiyapruk Place จากตรงนี้ถัดเข้าไปบรรยากาศจะเริ่มสงบ ส่วนใหญ่จะเป็นบ้านเดี่ยว

ตรงไปจนสุดจะมีทางให้เลี้ยวขวาไปตามป้ายซอยสุขุมวิท 71 เพราะถนนที่ผ่านด้านหน้าทางเข้าโครงการนั้นเป็นถนนที่สามารถเชื่อมไปยังถนนสุขุมวิท 71 ได้ค่ะ

ตรงเข้ามาอีกหน่อยบรรยากาศจะมีควาสงบมากขึ้น เพราะแปลงที่ดินส่วนใหญ่จะเป็นบ้านเดี่ยวที่มีขนาดเนื้อที่บ้านค่อนข้างใหญ่ มีพื้นที่ปลูกต้นไม้ในบ้าน ทำให้ถนนในซอยได้ร่มเงาจากต้นไม้ไปด้วย

ถึงสามแยกให้ตรงไปตามป้ายสุขุมวิท 71 ถ้าเลี้ยวซ้ายจะไปซอยเอกมัย 10 เป็นทางลัดไปทะลุถนนเอกมัยได้

ผ่านสามแยกมาแล้วก็ตรงไปเรื่อย บรรยากาศจะเป็นบ้านพักอาศัยหลังใหญ่ มีรั้วสูง ขนาบทั้ง 2 ฝั่ง ถนนซอยนี้มักมีรถผ่านอยู่เสมอเนื่องจากเป็นซอยที่ทะลุออกสุขุมวิท 71 ได้

ตรงมาอีกหน่อยจะเจอสามแยก ให้เลี้ยวซ้ายตามป้ายไป ถ้าเลี้ยวขวาจะมีทางทะลุไปออกสุขุมวิท 65 ช่วงต้นซอยได้ เพราะซอยย่อยในย่านนี้เป็นซอยที่เชื่อมถึงกันได้หมด

เลี้ยวซ้ายมาแล้ว ก็ตรงไปเรื่อยๆ นอกจากบ้านเดี่ยวแล้วบางช่วงของซอยจะผ่านทาวน์โฮมสูง 2-3 ชั้น

ถัดไปอีกหน่อยฝั่งขวาจะผ่านโรงแรม The XP Bangkok เป็นอาคารสูงประมาณ 10 ชั้น ซึ่งต่างจากบริบทโดยรวมในซอยที่เป็นบ้านเดี่ยวและทาว์โฮมสูง 2-3 ชั้น

ถัดจากโรงแรมไปจะมีสามแยกให้เลี้ยวขวาตามป้ายสุขุมวิท 71 ไป จากตรงนี้ก็ใกล้จะถึงโครงการแล้ว

ตรงไปเรื่อยๆ บรรยากาศโดยรวมยังคงเป็นบ้านอยู่อาศัยที่มีที่ดินขนาดใหญ่ แต่ละแปลงจึงมักจะปลูกต้นไม้ใหญ่ทำให้บรรยากาศโดยรวมของซอยได้ร่มเงาจากต้นไม้เหล่านี้ด้วย

ตรงไปอีกหน่อยจะเห็นที่ดินโครงการอยู่ตรงหัวโค้งพอดี

ถึงแล้วค่ะ แปลงที่ดินของโครงการ ARNA Ekamaai ด้านหน้าโครงการมีป้ายบอกไว้เรียบร้อย

เรามาดูสภาพแวดล้อมที่ติดกับที่ดินของโครงการกัน ภายในเส้นประสีเหลืองเป็นพื้นที่ของโครงการ ARNA Ekamai ซึ่งทางซ้ายที่ติดกับที่ดินโครงการคือบ้านพักอาศัย 2 ชั้น ทำให้วิวทางทิศตะวันตกของโครงการค่อนข้างโล่ง

อีกฝั่งหนึ่งขอบเขตของโครงการคือเส้นประสีเหลืองด้านซ้าย ส่วนแปลงที่ดินที่ติดกันฝั่งขวาของโครงการเป็นบ้านพักอาศัย 2 ชั้นอีกเช่นกัน ทำให้วิวทางฝั่งตะวันออกของโครงการค่อนข้างโล่งเช่นกัน

อาคารเยื้องกันที่ฝั่งตรงข้ามเป็นอาคารพักอาศัยสูง 3 ชั้น ถึงแม้ว่าอาคารนี้จะมีความสูงใกล้เคียงกับบ้านในโครงการ แต่ไม่ได้อยู่ใกล้โครงการในระยะประชิดเพราะถูกคั่นกันด้วยถนนซอย จึงมีระยะห่างพอสมควรที่ทำให้โครงการยังมีความเป็นส่วนตัวอยู่ค่ะ

arna LR (1 of 1)

สภาพแวดล้อมโดยรอบโครงการส่วนใหญ่จะเป็นบ้านเดี่ยวที่มีบริเวณบ้านค่อนข้างกว้าง มีความสูง 2-3 ชั้น ทำให้บรรยากาศโดยรอบโครงการเป็นย่านที่อยู่อาศัยไม่หนาแน่น มีพื้นที่ระหว่างบ้านและร่มรื่นด้วยต้นไม้ แต่จะมีเพียงพื้นที่รอบข้างทางทิศเหนือบางส่วนที่ติดกับอพาร์ทเมนท์ 5 ชั้น ที่จะทำให้เสียความเป็นส่วนตัวได้เหมือนกัน ซึ่งทางโครงการก็มีการออกแบบอาคารฝั่งที่ติดกับอพาร์ทเมนท์ให้มีความเหมาะสมไว้แล้ว โครงการ ARNA เป็นกลุ่มบ้านเดี่ยวที่มีความสูง 3-4 ชั้น เป็นความสูงที่มากกว่าบ้านเดี่ยวส่วนใหญ่ในย่านนี้ บ้านในโครงการจึงไม่มีอาคารที่บังวิวตั้งแต่ชั้น 3 ขึ้นมา สำหรับพื้นที่โดยรอบโครงการสรุปได้ดังนี้ค่ะ

  • ทิศเหนือ ติดกับ บ้านพักอาศัย 2 ชั้น และบางส่วนติดกับอพาร์ทเมนท์ 5 ชั้น
  • ทิศใต้ ติดกับ ซอยสุขุมวิท 65 ฝั่งตรงข้ามเป็นบ้านพักอาศัย 3 ชั้น
  • ทิศตะวันออก ติดกับ ซอยปรีดี พนมยงค์ 15 บางส่วนติดกับบ้านพักอาศัย 2 ชั้น
  • ทิศตะวันตก ติดกับ บ้านพักอาศัย 2 ชั้น

ARNA Ekamai อ่านเป็นภาษาไทยว่า อาณา มาจากคำเต็มว่า “อาณาเขต” หมายความถึงขอบเขตที่ชัดเจนของบ้านแต่ละหลังที่ทางผู้ออกแบบมีแนวคิดที่จะออกแบบให้เกิดความเป็นส่วนตัวมากที่สุด ตอบโจทย์ความต้องการของผู้อยู่อาศัยในระดับ Premium Segment ที่มองหาความเป็นส่วนตัวในการอยู่อาศัยบนพื้นที่ใจกลางเมือง จึงมีจำนวนบ้านในโครงการเพียง 11 ยูนิต การออกแบบด้านหน้าหน้าอาคารจะมีแผงบังแดด (Solar Shading device) นอกจากจะใช้กันแสดงแดดแล้วยังทำหน้าที่กันสายตาภายนอกที่จะมองเข้ามาในบ้าน (Filter) และเป็นฉากสกรีนเพื่อสร้างความเป็นส่วนตัวของเจ้าของบ้าน โดย Solar Shading device นี้ปรับองศาได้ สามารถเปิดเมื่อต้องการรับบรรยากาศภายนอก และปิดเมื่อต้องการความเป็นส่วนตัวในบ้านได้

การออกแบบบ้านยังคำนึงถึง “หลักการถ่ายเทอากาศ” (Through Ventilation) เพื่อการไหลเวียนของลมผ่านตัวบ้าน ทำให้บ้านโปร่ง โล่ง และเย็นสบาย โดยออกแบบตำแหน่งของหน้าต่างและช่องเปิดของตัวบ้านให้ลมเข้าและให้มีช่องลมออกในทิศทางที่เหมาะสม นอกจากนี้ยังแทรก Pocket Garden ในตัวบ้าน ทำให้การอยู่อาศัยมีความรู้สึกที่ใกล้ชิดธรรมชาติมากที่สุดและยังได้พื้นที่สีเขียวที่เป็นส่วนตัวไม่ต้องแชร์กับบ้านหลังอื่นๆ การออกแบบลักษณะนี้เป็นความแตกต่างที่หาได้ยากจากโครงการทาวน์โฮมและคอนโดมิเนียมในเมือง ในส่วนของวัสดุและอุปกรณ์ต่างๆ ทางโครงการเลือกใช้ของระดับ Premium ทั้งหมดค่ะ 

มาดูที่ตัวโครงการ ARNA Ekamai เป็นโครงการบ้านเดี่ยว 3-4 ชั้น 11 ยูนิต บนเนื้อที่โครงการ 1-3-74 ไร่ เปิดตัว Q4 ปี 2559 โดยมีกำหนดจะเสร็จทั้งโครงการ Q1 ปี 2561 ที่ดินของโครงการติดถนน 2 ฝั่ง คือ ฝั่งหนึ่งติดซอยสุขุมวิท 65 ใช้เป็นทางเข้าออกหลักของโครงการ และอีกฝั่งหนึ่งติดซอยปรีดี พนมยงค์ 15 ให้ลูกบ้านใช้เป็นทางออกเท่านั้น ภายในโครงการจะมีถนนหลักเพียงเส้นเดียวกว้าง 8 ม. แบ่งเป็นไปกลับอย่างละเลน บ้านแต่ละหลังจะหันหน้าเข้าถนนหลัก บรรยากาศของถนนในโครงการค่อนข้างร่มรื่นด้วยแนวต้นไม้ที่มีให้อยู่ระหว่างบ้านทุกหลังตลอดทั้ง 2 ฝั่งถนนภายในโครงการ

สำหรับทิศของบ้านจัดได้ลงตัวเพราะบ้านส่วนใหญ่จะหันในแนวเหนือใต้ มีบล็อกของบ้าน Type A เพียงบล็อกเดียวที่หันไปทางทิศตะวันออก บ้านที่หันไปทางเหนือแน่นอนว่าก็จะได้แสงที่ธรรมชาติหน่อย ไม่ค่อยแรงมาก ส่วนบ้านที่หันไปทางทิศใต้จะได้แสงที่แรงกว่าและลมที่แรงกว่าด้วย

arna map LR (1 of 1)-2

แบบบ้านของโครงการในตอนนี้มีให้เลือก 3 แบบ คือ Type A, B และ C จากแปลงที่ดินทั้งหมด 11 แปลง สามารถแบ่งขนาดบ้านได้ ดังนี้

  • Type A ที่ดิน 35.6-38.9 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 390 ตร.ม. 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 3+1 ที่จอดรถ
  • Type B ที่ดิน 45.6-51.2 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 440 ตร.ม. 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 3+1 ที่จอดรถ
  • Type C ที่ดิน 56.72-69.03 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 420 ตร.ม. 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 3+1 ที่จอดรถ

การออกแบบบ้านทั้ง 3 Type มีความเหมือนและแตกต่าง กล่าวคือ การออกแบบมาจากแนวคิดเดียวกันเน้นเพื่อความอยู่สบายด้วยหลักการ Through Ventilation แต่ก็ยังคงเอกลักษณ์ของแต่ละแบบไว้ จะเห็นว่ามีการแทรก Pocket Garden เข้าไปในบ้านทุกหลังด้วยตำแหน่งและรูปแบบต่างกันอย่าง Type A จะเป็นระเบียงสีเขียวลอยฟ้า บนชั้น 2 ซึ่งเป็นระเบียงเปิดโล่งตลอดแนวความยาวหน้าบ้าน, Type B จะเป็นสวนแนวตั้ง (Vertical Courtyard) บนชั้น 2 ที่จะนำแสงธรรมชาติและเป็นช่องลมเข้าสู่ใจกลางบ้าน ส่วน Type C จะเป็น Courtyard ที่ชั้น 1 เลย จึงให้ความรู้สึกและสัมผัสที่ใกล้ชิดกับธรรมชาติ

นอกจากนี้ยังมีการออกแบบแผงบังแดดด้านหน้าหน้าอาคาร (Solar Shading device) เพื่อช่วยบังแดดและให้ความเป็นส่วนตัวแก่ผู้พักอาศัย การวางตำแหน่งของ Device จะเน้นบังในส่วนของห้องนอนที่ต้องการความเป็นส่วนตัวมากที่สุด โดยในแต่ละแบบจะวางในตำแหน่งที่ต่างกัน อย่าง Type A จะเน้นความเป็นส่วนตัวในส่วนของห้องนอนฝั่งซ้ายซึ่งจะมีแผงบังแดดตลอดแนวชั้น 3-4 ส่วน Type B จะเริ่มมีแผงบังแดดตั้งแต่ชั้น 2 ในส่วนของระเบียงหน้าบ้านที่ติดกับห้องนั่งเล่น สูงขึ้นไปถึงห้องนอนในชั้นบน ส่วน Type C จะได้แผงบังแดดเต็มตั้งแต่ชั้น 2 ขึ้นไป เนื่องจาก Type นี้ห้องนั่งเล่นจะอยู่ที่ชั้น 1 ทำให้ห้องนอนเริ่มตั้งแต่ชั้น 2 ค่ะ การวางตำแหน่งและรูปแบบของแผงบังแดดที่ต่างกันนี้ช่วยให้บรรยากาศในโครงการดูน่าสนใจ ไม่ซ้ำจำเจ ซึ่งทั้งหมดยังถูกคุมไว้ในธีมเดียวกันด้วยกรอบ Facade รูปสามเหลี่ยมสีขาวที่ช่วยลดทอนความทึบตันของตัวบ้านที่เป็นอาคาร 3-4 ชั้นให้ดูเหมือนบ้าน 1-2 ชั้น 2 หลังมาซ้อนทับเชื่อมต่อกัน

โครงการ ARNA Ekamai มีระบบรักษาความปลอดภัยด้วยรั้วโครงการสูง 3 ม. ประตูรั้วโครงการควบคุมด้วยรีโมทอัตโนมัติ และ CCTV บริเวณพื้นที่ส่วนกลาง 3 จุด และบริเวณหน้าบ้าน-หลังบ้านแต่ละหลังอีกหลังละ 2 จุด พร้อม รปภ. ดูแลตลอด 24 ชม. บริเวณด้านหน้าโครงการตกแต่ง Landscape ด้วยต้นไม้ใหญ่, ไม้พุ่ม และน้ำพุ สร้างบรรยากาศให้ดูร่มรื่นใกล้ชิดธรรมชาติ กำแพงโครงการถูกออกแบบมาให้เป็นลายของสามเหลี่ยมชิ้นเล็กๆต่อกันจนเป็นเส้นสายที่สวยงาม โดยสามเหลี่ยมนี้มีที่มาจาก ตัว ” ‘ ” ที่คนไทยเรียกว่าอะพอสทรอฟี ที่อยู่บนตัว A ของชื่อโครงการและยังสื่อถึงตัว ” ‘ ” ที่อยู่บนชื่อบริษัท D’well Asset Group ด้วยค่ะ

เริ่มจากบ้าน Type A ขนาดที่ดิน 35.6-38.9 ตร.วา เป็นบ้านเดี่ยว 4 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 390 ตร.ม. แบ่งพื้นที่ใช้งานภายในเป็น 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ จอดรถได้ทั้งหมด 4 คัน มีพื้นที่สวนบริเวณรอบบ้านซึ่งเป็นระยะถอยร่น (Set Back) จากบ้านข้างเคียงกว้างประมาณ 1 ม. ตัวบ้านถูกออกแบบมาให้รอบรับการอยู่อาศัยแบบครอบครัวใหญ่ จึงมีลิฟท์ช่วยอำนวยความสะดวกในการอยู่อาศัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้สูงอายุ ส่วนชั้น 1 ของตัวบ้านจะเป็นส่วน Service ได้แก่ ที่จอดรถ ส่วนครัว และ Back of house ของบ้าน สำหรับพื้นที่พักอาศัยและพักผ่อนหลักๆจะเริ่มที่ชั้น 2 ขึ้นไป

 

สำหรับบ้าน Type B จะมีพื้นที่ใช้สอยในบ้านมากกว่าแบบอื่นๆในโครงการ มีพื้นที่ใช้สอย 440 ตร.ม. เป็นบ้านเดี่ยว 4 ชั้น แบ่งพื้นที่ใช้งานภายในเป็น 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 4 ที่จอดรถ มีพื้นที่สวนบริเวณรอบๆบ้านและลิฟท์ การจัดพื้นที่ใช้งานในบ้านหลักๆเหมือนกับบ้านแบบ Type แรก แต่บ้าน Type นี้จะมีการแบ่งพื้นที่ใช้สอยอย่างเป็นสัดส่วนมากกว่าและมีจำนวนห้องที่มากกว่า ชั้น 1 เป็นส่วนของ Service เช่น ที่จอดรถ ครัวไทย และ Back of house สำหรับพื้นที่พักอาศัยและพักผ่อนจะเริ่มต้นที่ชั้น 2 ขึ้นไป

สำหรับบ้าน Type C เป็นแบบที่มีขนาดที่ดินใหญ่สุดในโครงการ เป็นบ้านเดี่ยว 3 ชั้น ขนาดพื้นที่ใช้สอย 420 ตร.ม. แบ่งพื้นที่ใช้งานภายในเป็น 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 4 ที่จอดรถ, มีพื้นที่สวนบริเวณรอบๆบ้าน, ลิฟท์ การจัดพื้นที่ใช้งานในบ้านหลักๆจะแตกต่างจาก Type A,B คือพื้นที่อยู่อาศัยและพักผ่อนจะเริ่มต้นที่ชั้น 1 เลย Facade ของอาคารยังคงใช้ Solar Shading Device เพื่อคงความเป็นส่วนตัวของผู้อยู่อาศัย

เนื่องจากโครงการมีการปรับแปลนบ้าน ทางทีมงานจึงขอเอาแปลนลงชั่วคราว ถ้าโครงการมีการปรับแปลนเรียบร้อยแล้ว ทางทีมงานจะมาอัพเดทให้ชมกันแน่นอนค่ะ^^

สำหรับผู้ที่สนใจอยากจะเข้าไปดูตัวอย่างวัสดุและขอรายละเอียดโครงการเพิ่มเติม สามารถไปติดต่อได้ที่ Sale Gallery (อาคาร Acmen Kitchen Arena ระหว่างซอยเอกมัย 13 และ 15) มีจุดสังเกตคือหน้าทางเข้าซอยจะมีร้านขายเฟอร์นิเจอร์ PLATO

ภายใน Sale Gallery จะมีพนักงานคอยให้ข้อมูลโครงการ มีที่นั่งสำหรับรับรองลูกค้า นอกจากนี้ยังมีโมเดลภาพรวมของโครงการแสดงไว้ และยังมีห้องครัวและห้องน้ำที่ใช้วัสดุจริงที่ลูกบ้านจะได้รับ จัดไว้ให้ดูเป็นตัวอย่าง

มาดูกันที่ตัวโมเดลกันนะคะ จะได้เห็นภาพรวมของโครงการกันชัดขึ้น โครงการเป็นกลุ่มบ้านเดี่ยว 3-4 ชั้น เน้นความเป็นส่วนตัวด้วยบ้านเพียง 11 ยูนิต พื้นที่โดยรอบโครงการส่วนใหญ่เป็นบ้านพักอาศัยรูปแบบเป็นบ้าน 2 ชั้นมีบริเวณโดยรอบ ทำให้บริบทดูไม่อึดอัดหนาแน่น จึงยังคงความเป็นส่วนตัวของบ้านในโครงการไว้ ฝั่งด้านหน้าของโครงการติดกับถนนสุขุมวิท 65 รักษาความปลอดภัยด้วยประตูอัตโนมัติควบคุมด้วยรีโมท เข้ามาด้านในจะมีป้อม รปภ.ทางขวา ซึ่งจะดูแลตลอด 24 ชม. และมีระบบเชื่อมต่อป้อมยามกับตัวบ้าน เวลาที่ลูกบ้านต้องการการดูแลหรือขอความช่วยเหลือก็สามารถเรียกได้ทันที

นอกจากทางโครงการจะมีทางเข้าหลักอยู่ติดถนนสุขุมวิท 65 ก็ยังมีทางออกโครงการอีกทางหนึ่งเป็นทางออกที่ไปเชื่อมกับซอยปรีดี พนมยงค์ 15 ซึ่งประตูโครงการฝั่งนี้คำนึงความปลอดภัยในการใช้งานจึงใช้เป็นเฉพาะประตูทางออกอย่างเดียว ซึ่งเป็นทางเลือกในการเดินทางสำหรับลูกบ้าน

ถนนภายในโครงการมีถนนหลักที่เชื่อมบ้านแต่ละหลังไว้ด้วยกันและบ้านทั้ง 11 ยูนิตจะหันหน้าเข้าหาถนน การเลือกตำแหน่งของบ้านก็จะขึ้นอยู่กับความชอบส่วนบุคคล สำหรับลูกบ้านที่ชอบความสงบแนะนำให้เลือกหลังที่อยู่ท้ายโครงการก็จะได้ความเป็นส่วนตัวมากกว่า เพราะจะไม่มีเพื่อนบ้านผ่านเข้าออกเยอะ ส่วนผู้ที่เน้นเข้าออกสะดวก ใกล้ป้อมยาม ก็เหมาะจะเลือกหลังที่อยู่ด้านหน้าโครงการ ส่วนระยะห่างระหว่างบ้านมีระยะถอยร่นที่ 1 m. ซึ่งปกติโครงการโดยทั่วไปจะมีระยะห่างที่ 2 ม. ทำให้ได้พื้นที่ใช้สอยในบ้านที่มากขึ้นแต่ก็ต้องระวังพื้นที่ที่ติดกันของบ้านแต่ละหลังให้ยังคงความเป็นส่วนตัวมากที่สุด

ถนนภายในโครงการเป็นถนน 2 เลน กว้าง 8 m. แบบสวนทางกัน บรรยากาศถนนภายในโครงการค่อนข้างร่มรื่นด้วยแนวต้นไม้ 2 ข้างทาง ที่ทางโครงการจัดให้อยู่ในตำแหน่งระหว่างบ้านแต่ละหลัง

ตัวบ้านมีความแตกต่างจากบ้านทั่วๆไปด้วยแผงบังแดด (Solar Shading Device) ที่มีฟังก์ชันหมุนองศาได้ ทำให้สามารถเปิดเมื่อต้องการมุมมองของทิวทัศน์ภายนอก และสามารถปิดเมื่อต้องการลดความร้อนจากแสงแดดหรือต้องการความเป็นส่วนตัวในการอยู่อาศัย อีกทั้งยังเพิ่มความสวยงามให้กับตัวบ้านและการปรับองศาตามความต้องการของผู้อยู่อาศัยนั้น ช่วยลดความซ้ำกันของหน้าตา Facade บ้านในโครงการ ทำให้บ้านแต่ละหลังในโครงการดูมีความแตกต่าง เป็นเอกลักษณ์ของบรรยากาศในโครงการนี้

นอกจากนี้ยังมีความแตกต่างของ Facade อาคารแต่ละ Type ที่ต่างกัน โดยมีการจัดตำแหน่งของ Solar Shading Device ที่สลับกันอย่างมีจังหวะก็ช่วยให้บรรยากาศในโครงการดูน่าสนใจ ซึ่งทั้งหมดยังถูกคุมไว้ในธีมเดียวกันด้วยกรอบ Facade รูปสามเหลี่ยมสีขาวที่ช่วยลดทอนความทึบตันของตัวบ้านที่เป็นอาคาร 3-4 ชั้นให้ดูเหมือนบ้าน 1-2 ชั้น 2 หลังมาซ้อนทับเชื่อมต่อกัน

ห้องน้ำ Master Bedroom ออกแบบโดยแบ่งส่วนเปียกและแห้งออกจากกันไว้เป็นสัดส่วน ทางโครงการเลือกใช้วัสดุระดับ Premium  มีความเรียบหรูและใช้งานได้จริง ผนังและพื้นเป็นกระเบื้องแกรนิตนำเข้า (Imported Homogeneous Tiles) สีโทนอ่อนเช่น เทา, ครีม

อ่างอาบน้ำแบบฝังพร้อมอุปกรณ์ของ TOTO

การจัดพื้นที่ใน Master Bathroom ให้ความเป็นส่วนตัวแก่การใช้งานด้วยเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าแบบ His & Her  อ่างและวัสดุอุปกรณ์จาก TOTO แบบฝังใต้เคาน์เตอร์ วัสดุของ Top Counter อ่างล้างหน้า เป็นหินอ่อนธรรมชาติรุ่น Louisiana Grey 

อีกฝั่งของห้องน้ำกั้นแบ่งการใช้งานเป็นพื้นที่ส่วนเปียก และส่วนโถสุขภัณฑ์

ส่วนอาบน้ำมีฉากกั้นอาบน้ำเป็นบานเปลือยกระจกนิรภัยใสพร้อมฝักบัวอาบน้ำ ของ TOTO  ผนังด้านข้างทำพื้นที่สำหรับนั่งอาบน้ำและมีชั้นสำหรับวางอุปกรณ์อาบน้ำได้

โถสุขภัณฑ์ และอุปกรณ์อื่นๆ ได้แก่ สายชำระ และที่ใส่กระดาษทิชชู เป็นของ TOTO

มาดูส่วนครัวกันบ้าง ชุดครัวที่โครงการเลือกใช้เป็นชุดครัว Built-in แบบมี Island ของ Poggenpohl แบรนด์ชั้นนำจากประเทศเยอรมันนี ด้วยสีของชุดครัวเป็นสีโทนอ่อน เทา ครีม ให้ความรู้สึกเรียบหรู

เคาน์เตอร์ครัวแบบ Island พร้อมซิงค์ล้างจานของ Franke มีจุดซ่อนปลั๊กไฟไว้มุมขวาของตู้ เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยและเป็นฟังก์ชันการใช้งานที่เหมาะสม

ตู้ซิงค์ล้างจานซ่อนถังขยะไว้ภายในทำให้พื้นที่ภายในครัวดูเป็นระเบียบเรียบร้อย ส่วนอีกตู้หนึ่งเป็นตู้เก็บของที่ภายในแบ่งเป็นชั้นไว้เรียบร้อย และอีกตู้หนึ่งติดตั้งเครื่องล้างจานของ Siemens

อีกฝั่งหนึ่งเป็นพื้นที่ปรุงอาหาร ทางโครงการเลือกใช้เตาไฟฟ้า (Hob) แบบ 4 หัวและ เครื่องดูดควัน (Hood) พร้อมเดินท่อต่อระบบระบายอากาสออกด้านนอก

ใต้เคาน์เตอร์มีลิ้นชักเก็บของอีกหลายตู้พร้อมช่องใส่ช้อนส้อม นอกจากนี้ยังติดตั้งไมโครเวฟและเครื่องอบขนมของ Siemens

ตู้ลอยสำหรับเก็บของใช้และอุปกรณ์ปรุงอาหารในครัว

ทั้งหมดนี้เป็นแนวคิดและรายละเอียดในการออกแบบของโครงการ ARNA Ekamai ซึ่งเราจะเห็นได้ว่าทางโครงการมีความใส่ใจในรายละเอียด ในการออกแบบเพื่อให้เกิดความลงตัวในการอยู่อาศัย บ้านจึงมีความเป็นเอกลักษ์ทั้งภายในและภายนอก อีกทั้งยังเลือกใช้วัสดุระดับ Premium ทั้งหมด ซึ่งทาง Think of Living ก็อยากจะให้มีบ้านสวยๆแบบนี้ออกมาให้ชมกันอีกเสมอๆ ถ้ามีโครงการไหนที่น่าสนใจอีก ทาง Think of Living จะไม่พลาดนำข้อมูลมาแบ่งปันให้ท่านผู้อ่านอีกแน่นอนค่ะ

รายละเอียดราคา @ 18 October 2016

  • Type A ที่ดิน 35.6-38.9 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 390 ตร.ม. 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 3+1 ที่จอดรถ ราคาเริ่มต้น 29.8 ล้านบาท
  • Type B ที่ดิน 45.6-51.2 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 440 ตร.ม. 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 3+1 ที่จอดรถ ราคาเริ่มต้น 39.7 ล้านบาท
  • Type C ที่ดิน 56.72-69.03 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 420 ตร.ม. 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 3+1 ที่จอดรถ ราคาเริ่มต้น 43 ล้านบาท

สนใจข้อมูลโครงการเพิ่มเติม สามารถดูเพิ่มได้จากเวปไซด์หลักของโครงการ ARNA Ekamai คลิกที่นี่

หรือสอบถามข้อมูลโครงการได้ที่เบอร์ : 061-662-6565

Share

1 Comment

Leave a Reply