พาชมตึกเสร็จ Pause Sukhumvit 115 คอนโด Low Rise ใกล้ BTS ปู่เจ้าสมิงพราย จาก ORIGIN Property [รีวิวฉบับที่ 1173]

September 16, 2016 08:000 comments

pause115

รีวิวฉบับที่ 1173  สวัสดีค่ะ.. วันนี้จะพาไปชมคอนโดสร้างเสร็จพร้อมเข้าอยู่ในย่านชานเมืองกับโครงการ Pause สุขุมวิท 115   ซึ่งเป็นหนึ่งใน Pause ทั้งสามโครงการของ Origin ที่เปิดตัวกันไปเมื่อต้นปี 2558 ประกอบด้วย Pause 103 , Pause 107 และ Pause 115 ที่เกาะแนวรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายแบริ่ง-สมุทรปราการ ตัวโครงการอยู่ในซอยสุขุมวิท 115 ห่างจากรถไฟฟ้าสถานีปู่เจ้าสมิงพรายประมาณ 300 เมตร ตอนนี้โครงการสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว หน้าตาโครงการจะเป็นอย่างไรไปชมพร้อมๆกันเลยค่ะ ^^

 

Fact @ 7 Sep 2016

  • Pause Sukhumvit 115 (พอส สุขุมวิท 115)
  • บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน)
  • MAIN CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment คอนโดได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ในเขต : ซอยสุขุมวิท 115 ถนนสุขุมวิท เขตเทพารักษ์
  • คอนโด Low Rise 8 ชั้น 2 อาคาร 310 ยูนิต (อาคาร A 155 ยูนิต, อาคาร  B 155 ยูนิต)
  • ยูนิตต่อชั้นสูงสุด 23 ยูนิตที่ชั้น 2-7 อาคาร A,B
  • ที่จอดรถประมาณ  58 คันรวมจอดซ้อนคันประมาณ 70 คัน คิดเป็น 23%
  • ที่ดินประมาณ 1-1-83 ไร่
  • เริ่มก่อสร้าง : ไตรมาส 3 ปี 2558
  • คาดว่าจะแล้วเสร็จ : ปี 2559
  • 1 Bedroom 20.84 – 31.5 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 1.39 ล้านบาท
  • 1 Bedroom Plus 35.66 ตารางเมตร 
  • ฝ้าเพดานสูง 2.4 เมตร  
  • ราคาเริ่มต้น 1.39 ล้านบาทหรือประมาณ 63,615บาทต่อตารางเมตร (ขนาดห้อง 21.85 ตารางเมตร)
  • ราคาเฉลี่ยของทั้งโครงการ 72,000 บาทต่อตารางเมตร
  •  Website : คลิกที่นี่
  • โทร 092-716-4400

เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วค่ะ

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างนะ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด : 13.636443 , 100.594728

Pause115Map

แผนที่จากทางโครงการค่ะ โดยที่ตั้งของโครงการ Pause สุขุมวิท 115 ตั้งอยู่ในซอยอภิชาติ 3 ซึ่งอยู่ใน ซอยสุขุมวิท 115 หรือ “ซอยอภิชาติ”  บริเวณหน้าปากซอย 115 นี้จะเป็นที่ตั้งของสถานีรถไฟฟ้า BTS ปู่เจ้าสมิงพราย ซึ่งเป็นสถานีที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เป็นส่วนต่อขยายมาจาก BTS แบริ่ง สายสีเขียว โดยตัวโครงการจะอยู่ห่างปากซอยสุขุมวิท 115 ประมาณ 270 เมตร และอยู่ห่างจาก BTS  ปู่เจ้าสมิงพรายประมาณ 300 เมตร

โครงการตั้งอยู่ในแนวรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายแบริ่ง –  สมุทรปราการที่ปัจจุบันกำลังเป็นที่นิยมในการพัฒนาโครงการ เนื่องจากต้นทุนที่ดินยังไม่สูงมากนัก  เป็นชุมชนและแหล่งงาน สามารถใช้เป็นทางผ่านไปยังสมุทรปราการหรือเข้าเมืองได้ง่าย ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่เป็นคนต่างจังหวัดที่ต้องทำงานในเมืองหรือคนที่ต้องการอยู่ใกล้เมืองแต่งบประมาณในการซื้อจำกัด ซึ่งโครงการ  Pause สุขุมวิท 115 นี้เป็น 1 ใน 3 โครงการคอนโด  Low Rise ภายใต้แบรนด์ PAUSE จากกลุ่ม Origin ที่สนใจเข้ามาพัฒนาโครงการในย่านนี้  (สามารถหาอ่านรีวิวทำเลของทั้ง 3 โครงการได้ที่นี่ คลิก )

ซึ่งปัจจุบันสภาพแวดล้อมและความอุดมสมบูรณ์โดยรอบโครงการถือว่ายังมีไม่มากเท่าเส้นสุขุมวิทในตัวเมืองเช่น อ่อนนุช หรือ เอกมัย สิ่งอำนวยความสะดวกและสถานที่สำคัญส่วนใหญ่จะเกาะกลุ่มอยู่บนถนนสุขุมวิท คนที่อยู่อาศัยในในย่านนี้หลักๆแล้วจะพึ่งพา ตลาด ร้านสะดวกซื้อ หรือห้างสรรพสินค้ากันซะเป็นส่วนใหญ่ อย่างใกล้ๆโครงการก็จะมี Big C Jumbo, อิมพีเรียลสำโรง และสำโรงเซ็นเตอร์ มีตลาดสำโรง ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ให้ไปซื้อของเข้าบ้านกันได้  ในอนาคตถ้ารถไฟฟ้าสายสีเขียวเปิดให้บริการคงมีการลงทุนโครงการใหม่ๆที่จะส่งผลให้ย่านนี้มีความอุดมสมบูรณ์เพิ่มมากขึ้น

การเดินทางเส้นหลักสำหรับคนใช้รถก็คงต้องพึ่งถนนสุขุมวิท หรือเส้นศรีนครินทร์ ซึ่งมีถนนซอยต่างๆเชื่อมกับถนนสุขุมวิทไปได้หลายเส้นทางทั้งเข้าเมือง ออกเมือง มีซอยลัดเลาะเข้าต้นซอยนี้ ไปออกซอยนั้น แต่ก็ถือว่าช่วยหลีกเลี่ยงการจราจรที่หนาแน่นในบางช่วงเวลาได้ หรือใครที่เดินทางโดยสาธารณะมีรถเมล์วิ่งผ่านหลายสาย มาจากในเมืองจนถึงปากน้ำ ส่วน BTS ที่เปิดใช้ตอนนี้สิ้นสุดที่สถานีแบริ่ง ส่วน BTS ส่วนต่อขยายช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ กำลังก่อสร้างกันอยู่และคาดว่าจะเปิดให้ใช้บริการกันได้ในปี 2561 หากในอนาคตมีการเปิดใช้งานคงเพิ่มความสะดวกสบายในการเดินทางของคนในย่านนี้มากขึ้น

Pause115 3

ลองมาโฟกัสรอบๆโครงการกันดูบ้าง สิ่งปลูกสร้างภายในซอยสุขุมวิท 115 ส่วนใหญ่จะเป็นบ้านพักอาศัย อาคารพาณิชย์ และโรงงาน โดยช่วงต้นซอยจะเป็นโรงงานพานาโซนิค และโรงงานชัยนิยม เขยิบเข้ามาหน่อยจะเป็นอาคารพาณิชย์ที่มีร้านกวยเตี๋ยวและร้านขายของชำให้ไปซื้อของเล็กๆน้อยๆกันได้ ความอุดมสมบูรณ์หลักๆจะอยู่ที่ช่วงท้ายซอยบริเวณหมู่บ้านรินทร์ทองซึ่งเป็นหมู่บ้านใหญ่ หน้าหมู่บ้านจะมี 7/11, Lotus Express  และมีตลาดที่คึกคักมากในช่วงเย็น ภายในหมู่บ้านเองก็จะมีการตั้งร้านค้าขายของหน้าบ้านเยอะมาก ซึ่งหมู่บ้านนี้ให้คนนอกผ่านเข้า-ออกได้ด้วยค่ะ สำหรับใครที่อยากไปห้างสรรพสินค้าก็มี Big C Jumbo อยู่บนถนนสุขุมวิท ไม่ไกลจากโครงการ

Pause115 2

การเดินทางโดยไม่ใช้รถ : ในปัจจุบันยังต้องพึ่งพารถไฟฟ้า BTS สถานีแบริ่งที่ห่างจากโครงการไปประมาณ 3 กิโลเมตร และหน้าซอยสุขุมวิท 115 มีป้ายรถเมล์อยู่ ซึ่งรถเมล์สายที่วิ่งผ่านคือ ปอ.157 ปากน้ำ- สายใต้ใหม่, สาย 25 ปากน้ำ-สนามหลวง,  สาย 23 อู่เมกา – เทเวศร์,  สาย 142 ปากน้ำ – แสมดำ และมีรถตู้วิ่งไปหลายที่แต่ต้องไปขึ้นหน้าอิมพิเรียลค่ะไปได้ทั้ง หัวลำโพง หมอชิต รังสิต บางบ่อ และคลองด่าน โดยเราสามารถใช้บริการแท๊กซี่ พี่วิน ที่วิ่งผ่านไปมาหน้าโครงการตลอดทั้งวัน เพื่อไปต่อรถโดยสารเหล่านี้ หรือจะเดินไปก็ได้ในระยะทางประมาณ 270 เมตร

ส่วนในอนาคตจะมีรถไฟฟ้าที่อยู่ใกล้กับโครงการที่สุดคือ BTS ปู่เจ้าสมิงพราย ตัวสถานีอยู่บริเวณหน้าปากซอยสุขุมวิท 115 ซึ่งตัวโครงการเองอยู่ห่างจากปากซอยประมาณ 270 เมตร แต่ถ้าวัดจากบันไดทางขึ้นรถไฟฟ้าที่ใกล้ที่สุดแล้วจะอยู่ในระยะประมาณ 300 เมตร  ซึ่งไม่ไกลมาก อยู่ในระยะที่สามารถเดินได้ และบันไดของรถไฟฟ้าอีกจุดจะมีทางลงที่หน้า Big C Jumbo เลย หากใครขึ้น BTS มาก็สามารถแวะซื้อของเข้าบ้านที่ Big C ก่อนได้ ค่อนข้างสะดวกค่ะ คาดว่าในอนาคตหากรถไฟฟ้าเปิดให้ใช้งานแล้วบริเวณต้นซอยสุขุมวิท 115 น่าจะมีความคึกคักขึ้นอีกมากทีเดียว
Map ในซอย

การเดินทางโดยใช้รถยนต์  ที่เด่นที่สุดก็คือ วงแหวนกาญจนาภิเษก ที่ใช้ข้ามไป พระราม 2 ได้ หรือจะข้าม สะพานวงแหวนอุตสาหกรรม ไป สุขสวัสดิ์, พระราม 3 ก็ได้ วงแหวนอีกฝั่งหนึ่งใช้ไปสุวรรณภูมิ, ลาดกระบัง  ถนนเทพารักษ์ ใช้ไป ศรีนครินทร์เพื่อไปรามคำแหง มีนบุรี ได้และที่เบสิกที่สุดก็คือ สามารถเข้าไปยังตัวเมืองได้โดยใช้ ถนนสุขุมวิท วิ่งย้อนกลับตามแนวรถไฟฟ้าหรือจะไปใช้ ทางด่วนบางนา เข้าเมืองก็ได้ด้วย ส่วนใครจะออกไปภาคตะวันออกก็ใช้ถนนบางนาตราดยิงยาวอย่างเดียว มีทางด่วนให้ขึ้นด้วยค่ะ แต่รถแถวนี้ค่อนข้างติดช่วงเช้าติดขาเข้าเมือง ส่วนช่วงเย็นจะติดขาออกนอกเมือง ส่วนทางด่วนที่ใกล้ที่สุดคือ ทางด่วนวงแหวนกาญจนาภิเษก  เชื่อมต่อ บางพลี – สุขสวัสดิ์ อยู่บริเวณใกล้ๆพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณห่างจากโครงการประมาณ 2.4 กิโลเมตร

ตัวโครงการอยู่ภายในซอยที่มีเส้นทางลัดเลาะเลี่ยงรถติดในเวลาเร่งด่วน โดยใช้ซอยหลักๆอย่าง

  • ซอยอภิชาต 9 จะสามารถไปทะลุถนนเทพารักษ์ได้ (ออกทางซอยเทพารักษ์ 8 หรือเทพารักษ์ 12 ได้ทั้งสองทาง) จากถนนเทพารักษ์หากเลี้ยวขวาจะสามารถไปทะลุถนนศรีนครินทร์ แต่หากเลี้ยวซ้ายจะสามารถไปกลับรถเข้าเมือง หรือไปทางแยกบางนาได้
  •  ซอยอภิชาต 2 (ซอยวัดไตรสามัคคี )ที่อยู่เยื้องๆซอยอภิชาติ 3 สามารถใช้ไปออกถนนกาญจนาภิเษกได้  แต่เมื่อทะลุออกมาถนนใหญ่แล้วจะต้องไปกลับรถใต้สะพานก่อนจึงจะเข้าถนนกาญจนาภิเษกได้ค่ะ

map เดินทาง

เส้นทางที่เราจะพาไปวันนี้เริ่มจากสถานี  BTS แบริ่งที่เป็นจุดเริ่มต้นรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายแบริ่ง-สมุทรปราการ วิ่งไปบนถนนสุขุมวิทเพื่อพาไปอัพเดทเส้นรถไฟฟ้าด้วยว่าตอนนี้สร้างไปถึงไหนแล้ว วิ่งตรงมาเรื่อยๆแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าซอยสุขุมวิท 115 จากนั้นตรงมาเรื่อยๆประมาณ  270 เมตร ก็จะเจอโครงการอยู่ทางซ้ายมือค่ะ

เริ่มที่ BTS แบริ่ง ฝั่งซ้ายที่ติดกับสถานีเป็นพื้นที่โล่งๆรอการพัฒนาอยู่ ส่วนขวามือเป็น APT แบริ่งมอลล์ มีของกินของใช้ขายค่ะ

ติดกับสถานี ด้านซ้ายมือเป็นโรงเรียนนานาชาติ เซนต์ แอนดรูวส์

ขับเลยไปหน่อยเลี้ยวซ้ายจะไปซอยแบริ่ง ซึ่งใกล้ๆซอยนี้จะเป็นจุดเริ่มโครงการสถานีรถไฟฟ้าสายสีเขียว ส่วนต่อขยาย ซึ่งจากสะพานลอยข้างหน้าไป เราจะเริ่มเข้าสู่เขตสำโรงเหนือกันแล้ว

ระหว่างทางที่ขับมาในช่วงสายๆของวันพุธ รถติดสลับกับเคลื่อนที่ไปได้เรื่อยๆ ซึ่งปริมาณรถค่อนข้างเยอะมากทีเดียว ทั้งขาเข้า และขาออกสุขุมวิท สาเหตุหนึ่งเป็นเพราะว่ากำลังมีการก่อสร้างรถไฟฟ้า BTS  ซึ่งในอนาคตถ้ารถไฟฟ้าสร้างเสร็จ รถคงคล่องตัวกว่านี้มาก

นอกจากนี้ระหว่างทางเรายังเห็นรถเมล์ผ่านหลายสาย ดังนั้นคนไม่มีรถก็สามารถเข้าออกโครงการได้ง่ายทีเดียว

ถัดไปเจอตลาดสำโรงซึ่งเป็นตลาดค่อนข้างใหญ่ ตรงข้ามกันเป็นตลาดธรรมโรจน์พินิจ

ฝั่งตรงข้ามตลาดสำโรงจะมี Imperial Word และ Big C ด้วย

เลยตลาดมาเราจะข้ามสะพานสำโรง

พอขึ้นสะพานมาเราจะเจอสถานี BTS สำโรง ที่ปัจจุบันออกมาเป็นรูปเป็นร่างแล้ว

ตรงไปเรื่อยๆจะเจอสามแยกไฟแดง  ข้างหน้ามีทางกลับรถสามารถกลับรถแล้วขับเข้าเมืองได้ หากเลี้ยวซ้ายจะไปถนนเทพารักษ์ ซึ่งหากใครเป็นลูกบ้านโครงการก็สามารถเข้าเมืองได้โดยขับรถออกจากโครงการเข้าซอยอภิชาติ 9 แล้วทะลุถนนเทพารักษ์เพื่อมาเลี้ยวเข้าเมืองทางนี้ได้สะดวกดีค่ะ เดี๋ยวจะตรงไปเพื่อเข้าโครงการด้านถนนสุขุมวิทกันต่อ

ขับต่อมาจะเจอแยกปู่เจ้าสมิงพราย หากเลี้ยวขวาจะสามารถไปถนนปู่เจ้าสมิงพราย ไปพระประแดงได้

ถัดมาซ้ายมือเป็น Big C Jumbo ซึ่งข้างหน้าบิ๊กซีจะมีจุดกลับรถ(ขออภัยที่จังหวะพี่รถเมล์มาบังพอดี ><) หากใครมาจากในเมืองแล้วต้องการไปที่โครงการสามารถกลับรถที่แยกนี้เพื่อไปโครงการได้ค่ะ เพราะหน้าซอยสุขุมวิท 115 ไม่มีทางแยก

ถัดจาก Big C Jumbo จะเป็น BTS ปู่เจ้าสมิงพราย ซึ่งปัจจุบันตัวสถานีเป็นรูปเป็นร่างแล้ว จากสถานี BTS จะมีบันไดทางลงมาหน้า Big C ด้วย หากใครลงที่สถานีนี้ก็สามารถเดินมาซื้อของที่ Big C  ก่อนเข้าบ้านได้ ค่อนข้างสะดวก

มาถึงตรงนี้เราเห็นซอยสุขุมวิท 115 อยู่ข้างหน้าแล้ว ให้ชิดซ้ายเตรียมเลี้ยวเข้าซอยนะคะ สังเกตดีๆจะเห็นว่าบันไดทางขึ้น BTS อีกจุดจะอยู่หน้าซอยสุขุมวิท 115 เลย หากใครใช้รถไฟฟ้าก็สามารถลงจากสถานีแล้วเดินไปโครงการได้ในระยะประมาณ 300 เมตร

เข้าซอยสุขุมวิท 115 มาจะเป็นถนนซอยกว้างประมาณ 6 เมตร มีทางเท้าให้เดินสบายๆทั้ง 2 ฝั่ง ช่วงต้นซอยในระยะ 200 เมตร สภาพแวดล้อมจะเป็นโรงงาน มีเสียงดังในบางจังหวะแต่ไม่มีกลิ่นแปลกปลอมรบกวน ฝั่งซ้ายเป็นโรงงานชัยนิยม ผลิตถังอบพลังงานไอน้ำ ฝั่งขวาเป็นโรงงานผลิตแบตเตอรี่รถยนต์  ข้างๆกันจะมีพี่วินมอร์เตอร์ไซด์แก๊งค์ใหญ่ทีเดียว โดยอัตราค่าบริการพี่วินหน้าปากซอยสุขุมวิท 115 หากเข้าไปที่โครงการซึ่งอยู่ช่วงซอยอภิชาติ 3  จะเสียค่าบริการ 10 บาท

ถัดจากแก๊งค์พี่วิน ก็มีที่ให้คล้องจักรยานให้แถมมีหลังคาคลุมพร้อม สำหรับคนที่ขี่จักรยานมาหน้าปากซอยเพื่อต่อรถประจำทาง

ฟุตบาทในซอยค่อนข้างกว้างและโล่ง ไม่มีของขายหรืออะไรมาก บรรยากาศในซอยไม่ค่อยคึกคักแต่จะมีเสียงจากโรงงานที่อยู่สองข้างทางดังออกมาอยู่เรื่อยๆ

ถัดมาจะเป็นบ้านพักอาศัยสลับกับอาคารพาณิชย์ มีร้านก๋วยเตี๋ยว ของกินของขายให้มาซื้อกันได้ มองตรงไปก็จะเจอโครงการ Pause  สุขุมวิท 115 แล้วค่ะ ^^

ภาพมุมสูง Pause115

สภาพแวดล้อมโดยรอบโครงการส่วนใหญ่จะเป็นบ้านพักอาศัย อาคารพาณิชย์ และโรงงานอุตสาหกรรม  โดย

  • ทางด้านทิศเหนือจะติดกับ อู่ซ่อมรถที่เป็นตึกแถวสูงประมาณ 3 ชั้นครึ่ง ที่จะบังวิวห้องพักตั้งแต่ชั้น 3 ลงไป แต่ห้องที่อยู่ชั้น  4 ขึ้นไปก็ไม่มีปัญหา
  • ทางด้านทิศตะวันออก จะติดกับซอยอภิชาติ 3 และที่ดินเปล่าของบุคคลอื่น
  • ทางด้านทิศใต้ ติดกับถนนซอยสุขุมวิท 115 และบ้านพักอาศัย 2 ชั้น ห้องที่อยู่ทางฝั่งนี้จึงไม่โดนตึกสูงบังวิวในระยะประชิด
  • ทางด้านทิศตะวันตกติดอาคารพาณิชย์ 3 ชั้นครึ่ง ด้านล่างจะเป็นร้านซ่อมมอเตอร์ไซค์และร้านขายของชำ โดยห้องที่อยู่ตั้งแต่ชั้น 4 ขึ้นไปจะม่โดนตึกสูงมาบังวิวในระยะใกล้ แต่ก็จะจ๊ะเอ๋กับตึกของคอนโด Ideo S115 อยู่เหมือนกัน

อาคารที่ติดกับโครงการทางทิศซ้ายมือ (ทิศตะวันตก) จะติดกับอาคารพาณิชย์ที่มีร้านขายของชำ และร้านก๋วยเตี๋ยวให้ไปฝากท้องกันได้  ส่วนอาคารฝั่งตรงข้ามโครงการ (ทิศใต้)จะติดกับถนนซอยสุขุมวิท 115 และบ้านพักอาศัย 2 ชั้น

ทางด้านทิศตะวันออกของโครงการจะติดกับถนนซอยอภิชาติ 3

โดยซอยอภิชาติ 3 จะเป็นซอยตัน มีระยะทางจากต้นซอยถึงท้ายซอยประมาณ 300 เมตร  ทางด้านซ้ายติดหลังโครงการเป็น อู่ซ่อมรถ S&T Body Service สูง 3 ชั้นครึ่ง ซึ่งจะบังวิวห้องทิศเหนือชั้น 1-3 ส่วนทางด้านซ้ายเป็นที่ดินเปล่าขนาดเท่าๆโครงการซึ่งไม่รู้ว่าในอนาคตจะมีโครงการเพื่อนบ้านเกิดขึ้นหรือไม่ ด้านหลังที่เห็นตึกสีฟ้าๆนั้นเป็นโครงการ B-Loft ของ Origin ค่ะ

 

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • ตลาดสำโรง 1.8 กิโลเมตร
  • อิมพีเรียล สำโรง 2.4 กิโลเมตร
  • พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ 2.4 กิโลเมตร
  • ตลาดเอี่ยมเจริญ 2.5 กิโลเมตร
  • St. Andrew International  3.2 กิโลเมตร
  • โรงพยาบาลมนารมย์  3.6 กิโลเมตร
  • บางกอกพัฒนา  6.5 กิโลเมตร
  • โรงเรียนลาซาล 7 กิโลเมตร
  • ไบเทคบางนา 8 กิโลเมตร
  • เซ็นทรัลบางนา 23 กิโลเมตร

 


เจาะลึกตัวโครงการ

Pause115 (2)

โครงการ Pause สุขุมวิท 115  เป็นอาคาร Low Rise สูง 8 ชั้น 2 อาคารหันหน้าเข้าหากัน ตกแต่งภายนอกอาคารด้วยรูปแบบที่เรียบง่ายแต่ดูทันสมัย โทนสีอาคารตกแต่งด้วยโทนสีเทา ทางเข้าโครงการสามารถเข้าได้จากถนนหลักคือซอยสุขุมวิท 115  การวางฟังก์ชั่นอาคารโดยรวมจะให้ชั้น 1 เป็นพื้นที่จอดรถใต้อาคารและล็อบบี้  มีถนน 6 เมตรรอบอาคาร ส่วนของห้องพักจะเริ่มตั้งแต่ชั้น 2-8 โดยชั้น 8 จะมีฟิตเนส ส่วนชั้นดาดฟ้าจะเป็น Facilities หลักอย่างสระว่ายน้ำและสวนPause115 7

ตัวอาคารแบ่งออกเป็น 2 อาคารหันหน้าเข้าหากัน  อาคารที่อยู่ทางฝั่งซ้ายเรียกว่าอาคาร A ส่วนอาคารที่อยู่ฝั่งขวาเรียก อาคาร B วางตัวในแนวตะวันออก – ตะวันตกทำให้บริเวณห้องพักฝั่งที่อยู่ทางทิศตะวันตกจะค่อนข้างร้อน  ส่วนฝั่งที่หันหน้าชนกัน จะเห็นวิวเป็นห้องของเพื่อนบ้าน  โดยอาคารทั้ง 2 อาคารห่างกันประมาณ 7 เมตร

ชั้นล่างจัดเป็นที่จอดรถ ไม่ Fix คัน จอดได้ประมาณ  58 คันรวมจอดซ้อนคันประมาณ 70 คัน คิดเป็น 23% ซึ่งถือว่าน้อยมาก แม้โครงการจะอยู่ใกล้ BTS ก็ตาม ทางเข้า-ออกอาคารจะมีทางเดียวคือจากซอยสุขุมวิท 115 การเดินรถเป็นแบบ One way วนตามเข็มนาฬิกา เข้าออกโครงการโดยสแกน Keycard ผ่านรั้วกั้นไม้กระดก

ตำแหน่งของโถงลิฟท์จะอยู่ค่อนมาทางด้านหน้าอาคาร มีลิฟท์โดยสาร 2 ตัวต่อหนึ่งอาคาร ไม่มี Service ลิฟท์ โดยมีอัตราส่วนลิฟท์ 77 : 1  ลิฟท์ล็อคชั้น  มีบันไดหนีไฟ 2 จุดต่อหนึ่งอาคาร คือตรงโถงลิฟท์ 1 จุดและตรงสุดทางเดินอาคารอีก 1 จุด

มาดูอาคารเต็มๆกันบ้าง ป้ายโครงการเป็นส่วนหนึ่งของรั้วโครงการ ผนังรั้วโครงการใช้กระเบื้องลายหินอ่อน และปูนฉาบเรียบทาสีขาวสลับกับเหล็กโปร่งทาสีดำ เราจะพาเดินรอบๆโครงการกันก่อนนะคะ ทางเข้าโครงการจะติดกับซอยสุขุมวิท 115 เลย

ตัวโครงการอยู่หน้าซอยอภิชาต 3 ซึ่งเป็นที่แปลงมุม ที่รั้วของโครงการตรงหัวมุมจึงมีการก่อกำแพงปูนทาสีขาวเพื่อทำเป็นป้ายโครงการรับสายตาของคนที่ขับรถมาจากข้างในซอยสุขุมวิท 115

เราจะเริ่มจากประตูหลักฝั่งถนนสุขุมวิท 115 กันนะคะ ทางเข้าโครงการกว้าง 6 เมตร ระดับพื้นชั้น 1 ของโครงการจะสูงกว่าระดับพื้นถนน พื้นทางเข้าโครงการเป็นพื้น slope ปูด้วยคอนกรีตแสตมป์สีดำ โดยโครงการมีการป้องกันน้ำท่วมขังโดยการเพิ่มเช็ควาล์วและปั๊มน้ำอัตโนมัติ 2 ตัว เพื่อกันน้ำย้อนเข้าโครงการและสูบน้ำระบายออกนอกโครงการ ในขณะที่เกิดน้ำท่วมด้วยค่ะ ทางซ้ายมือเป็นป้อม รปภ. การเข้า-ออก โครงการในจุดแรกจะต้องผ่านประตูรางเลื่อนที่มีการสแกนโดยพี่ รปภ. ก่อน

เมื่อเข้ามาภายในอาคาร จะมีการเข้า-ออกอาคารโดยสแกน keycard ผ่านรั้วกั้นไม้กระดกอีกชั้นหนึ่ง จะเห็นว่าใต้อาคารเป็นพื้นที่จอดรถทั้งหมด ทางเดินรถจะเป็น One way วนตามเข็มนาฬิกา บันไดหนีไฟ

เราเดินมาดูที่ใต้อาคาร A กันนะคะ พื้นลานจอดรถด้านในจะเป็นคอนกรีตขัดมัน ที่จอดรถ ไม่ Fix คัน ที่จอดรถประมาณ  58 คันรวมจอดซ้อนคันประมาณ 70 คัน คิดเป็น 23% ซึ่งถือว่าน้อยมาก หากกลางคืนกลับมาแล้วที่จอดรถไม่พอ น่าจะต้องอาศัยจอดซอยข้างๆกันบ้างหละ มองตรงไปจะเป็นบันไดหนีไฟของอาคาร

ที่พื้นด้านนอกอาคารมีการปูสนามหญ้ารอบๆ รั้วของอาคารเป็นปูนฉาบเรียบทาสีสูง 2 เมตร ปลูกต้นไม้เป็น Green wall ร่มรื่นดี ด้านบนต่อรั้วโปร่งสูง 1.5 เมตร เพื่อความเป็นส่วนตัวของลูกบ้านเนื่องจากฝั่งนี้จะติดกับอาคารพาณิชย์ 3 ชั้นครี่ง

จากอาคาร A เราจะเดินไปดูที่อาคาร B กันบ้าง

ระหว่างทางเดินไปอาคาร B เราก็จะเห็น Court ระหว่างอาคาร A และ B ระยะห่างตึกประมาณ 7 เมตร

พื้นที่ Court ตรงกลางอาคารจะเป็นพื้นที่สวนที่สามารถมานั่งเล่นได้

พื้นที่ใต้อาคาร B  ก็จะเหมือนกับอาคาร A ที่เป็นลานจอดรถตลอดชั้น รั้วโครงการทางฝั่งนี้เป็นรั้วเหล็กโปร่งและปลูกไม้พุ่มเป็น green wall สร้างบรรยากาศให้ดูร่มรื่น ทางซ้ายมือจะเป็นทางเข้าอาคาร B

โดยทางเข้าอาคาร B จะเป็นโถงเล็กๆ เข้าออกประตูโดยสแกนคีย์การ์ด มีลิฟต์โดยสารให้ 2 ตัวคิดเป็นอัตราส่วน 77 : 1 ซึ่งถือว่าไม่หนาแน่นมากนัก ที่โถงลิฟต์มี Mail Box ของห้องพักทั้ง 155 ยูนิตไว้ให้เรียบร้อย

กลับมาที่ทางเข้าอาคาร  A จะมี 2 ประตู คือด้านหลังจะเป็นประตูทางเข้าโถงลิฟต์และ Mail Box ที่ผ่านเข้าได้เฉพาะลูกบ้านที่มี Key card เท่านั้น ส่วนด้านหน้าเป็นประตูทางเข้า Lobby และห้องนิติบุคคล ที่ให้บุคคลภายนอกเช่นเพื่อนหรือแขกของลูกบ้านมานั่งรอได้

เข้ามาภายใน Lobby จะเป็นห้องสี่เหลี่ยมผืนผ้า ที่มีประตูทะลุออกไปยังสวนได้ ทางซ้ายมือเป็นชุดโซฟาและโต๊ะเขียนหนังสือขนาด 4 ที่นั่ง ส่วนทางขวามือจะเป็นเคาน์เตอร์นิติบุคคล

ข้างๆเคาน์เตอร์นิติบุคคล จะมีประตูทางเข้าโถงลิฟต์

เมื่อเข้ามาภายในโถงลิฟต์จะเห็นประตูทางออกไปยังลานจอดรถได้อีกทาง ภายในโถงลิฟต์จะมี Mail box ติดผนังสำหรับห้องพัก 155 ยูนิต และมีลิฟต์โดยสารให้ 2 ตัวคิดเป็นอัตราส่วน 77 : 1 ซึ่งถือว่าสบายๆไม่หนาแน่น

ภายในโถงลิฟต์เป็นผนังสแตนเลสและมีกระจกติดผนังเกือบเต็มบานสามารถส่องความเรียบร้อยของตัวเองขณะขึ้นลงลิฟต์ได้ รวมทั้งติดตั้งราวจับมาให้เรียบร้อย

Pause115 8

ผังชั้น 2 – 7 จะเป็นส่วนของห้องพักทั้งหมด โถงทางเดินเป็น Double corridor มีช่องเปิดที่ปลายอาคารและโถงลิฟต์ช่วยให้แสงธรรมชาติเข้าได้ดี ห้องพักที่มีจะเป็นแบบ 1 ห้องนอนทั้งหมด โดยโครงการนำห้องโซนสีฟ้าที่เป็นห้องขนาดเล็ก Type B(ฟ้าอ่อน)  และ Bs (น้ำเงิน) มาอยู่ในตำแหน่งแปลงกลาง และให้ห้องโซนสีน้ำตาลที่เป็นห้องขนาดใหญ่ขึ้นมา อย่าง Type B2, B3, B4 และ B Plus มาไว้ในตำแหน่งหัวมุม

ดังนั้นหากใครชอบห้องเล็กๆก็จะอยู่ในตำแหน่งแปลงกลาง โดยห้องเล็กที่สุด อย่าง Type Bs ขนาด 20.84-21.86 ตารางเมตร จะอยู่ตำแหน่งด้านในที่หันหน้าชนกับอีกอาคารหนึ่ง เหมาะกับคนที่มีงบประมาณจำกัดและไม่ซีเรียสเรื่องวิว ส่วนห้อง Type B ขนาด 28.62 – 28.63 ตารางเมตร เป็นห้องขนาดกว้างกว่าห้อง Type Bs และอยู่ตำแหน่งแปลงกลางที่หันหน้าออกโครงการ โดยห้องที่อยู่ตึก A (ทางซ้ายมือ) จะติดกับอาคารพาณิชย์  3 ชั้นครึ่ง หากอยู่ในชั้น 5 ขึ้นไปก็จะได้มุมมองที่ดีขึ้น ส่วนห้องที่อยู่ทางขวามือติดกับซอยอภิชาต 3 ก็โชคดีไปเพราะไม่มีตึกสูงมาบังวิวในระยะประชิด

ส่วนใครที่ชอบห้องใหญ่ๆและอยากเปิดหน้าต่างออกไปมองข้างนอกได้ด้วยก็แนะนำห้อง Tpe B3 และ Type Bplus เนื่องจากอยู่ติดซอยสุขุมวิท 115 ที่ฝั่งตรงข้ามเป็นบ้าน 2 ชั้น ไม่มีตึกสูงบังวิวในระยะประชิด ซึ่งต้องบอกก่อนว่าตัวอาคารเป็น Low Rise สูง 8 ชั้น อาจจะคาดหวังเรื่องวิวไม่ได้มากนัก ดังนั้นหากใครอยากได้ห้องมุมมองดีๆหน่อยก็แนะนำให้แวะไปดูที่ห้องจริงด้วยตัวเองจะดีที่สุดค่ะ

ขึ้นมาที่ชั้น 2 จะเจอโถงลิฟต์ที่มีบันไดหนีไฟอยู่ข้างๆ

บันไดหนีไฟของอาคารนี้ค่อนข้างโปร่ง เพราะมีหน้าต่างกระจกบานใหญ่ช่วยให้แสงธรรมชาติเข้าดี

จากโถงลิฟต์จะมีทางแยกออกไปยังส่วนของห้องพักอาศัย

หากเดินไปทางซ้ายมือจะเป็นทางเดินระยะสั้น มีห้องพักอยู่ประมาณ 4 ยูนิต มองตรงไปจะเป็นหน้าต่างกระจกเต็มบาน โถงทางเดินตรงนี้จึงสว่างดี

หันมาอีกด้านจะเป็นโถงทางเดินยาวที่ผ่านห้องพักจำนวน 19 ยูนิต สุดปลายทางเดินเป็นผนังกระจกเต็มบานช่วยให้แสงธรรมชาติเข้าและยังมีไฟทางเดินช่วยทำให้โถงทางเดินนี้ดูไม่มืดทึบ

Pause115 9

ชั้น 8 ยังคงเป็นส่วนของห้องพักแต่ลดจำนวนห้องพักลงเหลือ 17 ห้องและแบ่งพื้นที่ตรงกลางอาคารทั้ง 2 อาคารเป็นส่วนของฟิตเนสและงานระบบของสระว่ายน้ำ โดยลูกบ้านที่จะเข้ามาใช้บริการจะต้องใช้คีย์การ์ดผ่านเข้ามาอีกชั้นหนึ่ง  ซึ่งปกติการมีชั้น Facilities ร่วมกับห้องพักจะทำให้ความเป็นส่วนตัวของห้องที่อยู่ในชั้นนี้ลดลงเนื่องจากจะมีคนขึ้นมาใช้บริการพื้นที่ส่วนกลางค่อนข้างบ่อย โดยโครงการนี้มีการแก้ปัญหาโดยการวางผังให้ลูกบ้านที่อยากมาใช้พื้นที่ส่วนกลางพอออกจากลิฟท์มาก็สามารถเดินเข้าไปใช้ส่วนกลางได้เลย ไม่ต้องเดินผ่านพื้นที่ห้องพักและจัด Facility ของทั้ง 2 อาคารแยกกัน ของใครของมัน  ซึ่งน่าจะเพียงพอต่อการใช้งาน

Pause115 10

ชั้นดาดฟ้าของตึก A และ B จะเหมือนกันโดยเป็นพื้นที่สวน สระว่ายน้ำระบบเกลือ ขนาด 3 x 14.5 เมตร ลึก 1.2 เมตร

ขึ้นลิฟต์มาที่ชั้น 8 เราจะเจอประตูทางเข้าห้องพักอาศัยที่เข้า-ออกโดยใช้การสแกนคีย์การ์ดเพื่อความปลอดภัยของลูกบ้าน ส่วนทางซ้ายมือเป็นประตูทางเข้าส่วน Facilities

ออกมายังส่วน Facilities โดยชั้นนี้จะมี Fitness เป็นส่วนกลางหลัก ส่วนสระว่ายน้ำจะต้องขึ้นบันไดไปที่ชั้นดาดฟ้า

โดยพื้นที่ใต้บันไดจะมีห้องน้ำสาธารณะจำนวน 1 ห้อง ที่ผนังด้านข้างบันไดเป็นผนังกระจกทั้งหมด มองเข้าไปจะเห็นโถงทางเดินของห้องพักอาศัยตลอดทาง

ฝั่งตรงข้ามกันจะเป็นพื้นที่นั่งเล่นที่เชื่อมต่อกับ Overflow ของสระว่ายน้ำ ซึ่งจะมีน้ำไหลลงมาตลอดเวลา แต่เมื่อมีคนมาใช้งานก็จะมีน้ำไหลลงมากมากกว่าปกติหน่อย

ถัดไปเราจะเดินไปดูห้อง Fitness  กันบ้าง

เข้ามาด้านในห้อง Fitness ขนาด 35 ตารางเมตร ที่จุเครื่องออกกำลังกายประมาณ 8 เครื่อง จะเห็นว่ามีเสามาขวางอยู่หน้าห้อง โครงการจึงแก้ปัญหาด้วยการหุ้มกระจกเงา เพื่อให้ห้องดูกว้างขึ้น ในขณะที่ผู้ใช้งานห้อง Fitness สามารถส่องดูหุ่นตัวเองได้ ทางขวามือจะมองเห็น Overflow ของน้ำที่ไหลลงมาจากสระว่ายน้ำ ส่วนทางซ้ายมือจะเป็นผนังกระจก  มองออกไปจึงเห็นโถงทางเดินส่วนพักอาศัยตลอดแนว

Pause115 43

ซึ่งห้องพักที่อยู่ตรงกับ Finess เมื่อเปิดประตูออกมาก็จะเห็นกันแบบนี้เลย อาจจะเหมาะกับคนที่ชอบมาใช้งาน Fitness บ่อยๆ หรือคนที่กำลังลดความอ้วนอยู่นี่จะเป็นแรงกระตุ้นที่ดีมาก เพราะต้องผ่านทุกวัน  ^_^  แต่ก็มีข้อเสียตรงที่เวลาเปิดห้องมาที คนที่ออกกำลังกายอยู่ก็จะเห็นเราเข้า-ออกห้องตลอดเวลา เสียความ Privacy อยู่เหมือนกัน

จากด้านในห้อง Fitness มองออกไปที่ประตูทางเข้าก็จะได้มุมมองประมาณนี้

facilities

ขึ้นบันไดมาที่ชั้นดาดฟ้ากันบ้าง พื้นที่ชั้นดาดฟ้านี้จะประกอบด้วยพื้นที่สวนและสระว่ายน้ำ โดยการจัดวางฟังก์ชั่นจะเหมือนกันทั้งตึก A และตึก B

เมื่อขึ้นบันไดมาจะเจอพื้นที่ Pool deck ที่มีหลังคาระแนงช่วยกรองแสงได้ส่วนนึง แต่ไม่ช่วยบังความร้อนเท่าใดนัก ทางขวามือเป็นสระว่ายน้ำ ส่วนทางซ้ายมือเป็นพื้นที่สวน

สำหรับพื้นที่ Pool deck โครงการวาง Day bed มาให้  2 ตัวพร้อมโต๊ะกลางวางของ มีการติดตั้งราวกันตกแยกพื้นที่กับสระว่ายน้ำ

ข้างๆกันจะเป็นทางเดินลงสระว่ายน้ำ ที่มีจุดล้างตัวแบบ outdoor อยู่ทางซ้ายมือ

ที่ล้างตัวริมสระมีให้ 1 จุด โดยพื้นและผนังจะเป็นทรายล้างทั้งหมด ป้องกันการลื่น

สระว่ายน้ำเป็นระบบเกลือ ขนาด 3 x 14.5  เมตร ลึก 1.2 เมตร ราวกันตกของสระเป็นกระจกใส ทำให้บรรยากาศของสระค่อนข้างโปร่ง ส่วนทางขวามือเป็น Overflow ของสระที่น้ำจะไหลลงไปตามกำแพงด้านล่าง จากสระว่ายน้ำนี้มองออกไปก็จะเห็นสระว่ายน้ำตึกข้างๆด้วย เป็นการออกแบบให้ Space ของทั้งสองตึกต่อเนื่องกัน เมื่ออยู่บนดาดฟ้าจึงให้ความรู้สึกว่าพื้นที่ส่วนกลางกว้าง

ขณะที่ว่ายน้ำอยู่ในสระ เมื่อมองออกไปยังสระว่ายน้ำตึกข้างๆก็จะได้มุมมองประมาณนี้

ถัดจากสระว่ายน้ำไปจะเป็นพื้นที่สวน

โดยสวนนี้จะมีที่ที่นั่งเล่นแบบมีเต้ารับแบบกันน้ำติดตั้งใว้ให้ เผื่อใครอยากมาเสียบปลั๊กคอมนั่งทำงาน มานั่งเล่นและชาร์ทโทรศัพท์ หรือจะจัดปาร์ตี้เล็กๆโดยนำเตามาเสียบปิ้งย่างบาบีคิวก็ได้  แต่แนะนำให้เลือกมานั่งในช่วงแดดร่มลมตกสัก 5-6  โมงเย็นเป็นต้นไปนะคะ เพราะตอนกลางวันแดดร้อนมากตามสไตล์ไทยแลนด์

จากตรงนี้เรามาดูวิวแต่ละทิศ เมื่อมองจากชั้นดาดฟ้าของอาคาร A กันบ้าง ทิศตะวันตก จะเห็นตึกของ Ideo s 115 ที่กำลังก่อสร้าง เห็นอาคารพาณิชย์ โรงงานอุตสาหกรรมใกล้เคียง และสถานีรถไฟฟ้า  BTS ปู่เจ้าสมิงพรายที่กำลังเป็นรูปเป็นร่างแล้ว

ทิศเหนือ จะเห็นบิ๊กซีจัมโบ้อยู่ทางซ้ายมือ และตึกสีฟ้าๆทางขวามือนั่นเป็นตึก B-Loft คอนโด low rise จาก Origin

Pause115 (1)

ทิศตะวันออก จะจ๊ะเอ๋กับอาคาร B เต็มๆ เนื่องจากอาคารวางเป็นแนวคู่ขนานกัน

ทิศใต้ จะเห็นวิวอพาร์ทเม้นต์และตึกรามบ้านช่องที่เป็นที่พักอาศัยแนวราบซะเป็นส่วนใหญ่ มองไปไกลๆจะเห็นพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ และวิวฝั่งสมุทรปราการ

 

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก 

  • Lobby & Library
  • สระว่ายน้ำ 2 สระ ระบบเกลือ ขนาด 3 x 14.5 เมตร ลึก 1.2 เมตร
  • ห้องออกกำลังกาย 2 ห้องขนาด 35 ตารางเมตร  เครื่องออกกำลังกายประมาณ 8  ตัว
  • BBQ Zone
  • Roof Top Garden
  • สวนหย่อมรอบโครงการ
  • ลิฟท์โดยสาร 2 ตัวต่อหนึ่งอาคาร อัตราส่วนลิฟท์รวมทั้งโครงการ 77 : 1
  • อัตราส่วนลิฟท์ตึก A 77 : 1
  • อัตราส่วนลิฟท์ตึก B 77 : 1
  • Service Lift : ไม่มี
  • ที่จอดรถประมาณ  58 คันรวมจอดซ้อนคันประมาณ 70 คัน คิดเป็น 23%
  • ระบบ CCTV รอบโครงการ / Access Card

 


Product Walkthrough

ห้องพักในโครงการจะเน้นไปที่ห้องแบบ 1 Bedroom ซะเป็นส่วนใหญ่ รายการการขายที่ในวันที่เข้าไปเก็บข้อมูลจะเป็นไปแบบ Fully Furnished คือให้ชุดเฟอร์นิเจอร์ส่วนใหญ่ที่เห็นภายในห้องตัวอย่าง แต่ก็จะมีบางชิ้นเล็กๆน้อยๆที่เป็นชิ้นตกแต่ง เดี๋ยวก็จะบอกเป็นชิ้นๆไป พร้อมทั้งยังมีแอร์ให้ทุกห้อง แต่ไม่รวมเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างทีวี ตู้เย็น หรือไมโครเวฟนะคะ

1472643900-2

เริ่มกันที่ห้องแรก Type  Bs กันก่อน ห้องนี้เป็นแบบ 1 Bedroom ขนาด 20.94 – 21.87 ตารางเมตร มีการนำส่วน Service อย่างห้องน้ำและห้องครัวมาไว้ด้านในติดกับโถงทางเดิน และให้ส่วนพักผ่อนอย่างห้องนั่งเล่นและห้องนอนอยู่ด้านหน้าที่ติดกับหน้าต่างห้อง ช่วยให้แสงธรรมชาติเข้าส่วนพักผ่อนได้ดี  เมื่อเข้ามาในห้องจะเจอกับโถงทางเดินที่โครงการ  Built-in ชั้นวางรองเท้า โต๊ะเขียนหนังสือหรือโต๊ะเครื่องแป้ง และชุดครัวที่เชื่อมต่อกับชั้นวางทีวีในห้องนั่งเล่น ฝั่งตรงข้ามกันเป็นห้องน้ำที่กั้นด้วยประตูกระจกฝ้าบานเลื่อนคู่ ถัดไปเป็นส่วนนั่งเล่นขนาดเล็กๆที่มีโซฟาและชั้นวางทีวีมาให้ ติดกันเป็นห้องนอนที่ถูกกั้นด้วยฉากบานเลื่อน 3 ตอน ภายในห้องนอนจะมีเตียง ตู้เสื้อผ้า และสำหรับห้อง Type นี้ที่อยู่ในตึก A ทางทิศเหนือ จะเป็นห้องที่มีเสายื่นออกมาจากผนังปลายเตียง ทางโครงการจึง Built-in ตู้วางของปลายเตียงมาให้ ส่วนห้องที่อยู่ในตำแหน่งอื่นๆจะไม่ได้นะคะ

สรุปเฟอร์นิเจอร์ที่ให้ : แอร์ 1 เครื่องในห้องนอน โซฟา โต๊ะวางทีวีและชั้นวางรองเท้า Built-in  โต๊ะเขียนหนังสือหรือโต๊ะเครื่งแป้ง ชั้นวางรองเท้า เตียง ตู้เสื้อผ้า เคาน์เตอร์ครัว ซิงค์ล้างจาน เตาและที่ดูดควัน ชั้นวางของในห้องนอน(เฉพาะห้อง Type Bs ที่ตึก A ทางทิศเหนือ)

มาเริ่มกันที่ประตูทางเข้า จะมีป้ายชื่อให้ทุกห้องในลักษณะนี้ ประตูห้องใช้บานประตูสำเร็จรูป HDF ขนาด 0.9 x 2.0 เมตร  มีตาแมวให้ กลอนประตูเป็น Digital Door Lock

ป้ายชื่อห้องเป็นสีเทาตัวหนังสือสีแดง แบบนี้ทุกห้อง

กลอนประตูเป็น Digital Door Lock ของ Samsung

เมื่อเปิดประตูเข้ามาจะเจอกับโถงทางเดินที่ทางซ้ายมือเป็นพื้นที่โต๊ะทำงานหรือโต๊ะเครื่องแป้งแบบ Built-in สูงเกือบถึงฝ้าด้านบน  ด้านในเป็นส่วนครัวที่เชื่อมต่อกับชั้นวางทีวีด้วย  ส่วนทางซ้ายมือเป็นห้องน้ำที่กั้นด้วยประตูบานเลื่อนกระจกฝ้า ด้านในส่วนนั่งเล่นมีชุดโซฟาและชั้นวางทีวีมาให้ ถัดไปเป็นห้องนอนที่ถูกกั้นด้วยประตูบานเลื่อน 3 ตอน

มองกลับไปที่ทางเข้าจะเป็นโถงทางเดินที่มีระยะจากเคาน์เตอร์ครัวถึงประตูห้องน้ำประมาณ 1.1 เมตร พื้นที่กระทัดรัดมาก ที่ผนังทางซ้ายมือจะเป็นพื้นที่เขียนหนังสือ ครัว และชั่นวางทีวีที่โครงการ Built-in มาให้ เดี๋ยวเราจะพาไล่ดูกันทีละจุดนะคะ

ชุด Built-in ตรงข้างประตูทางเข้าจะมีโต๊ะทำงานหรือโต๊ะเขียนหนังสือ ที่ไม่มีเก้าอี้มาให้ ด้านบนเป็นชั้นวางของอเนกประสงค์ ส่วนทางขวามือเมื่อเปิดตู้ออกมาจะเห็นเป็นชั้นวางของกระจุกกระจิกทั่วไปได้ ส่วนด้านล่างเป็นชั้นวางรองเท้า  3 ชั้น

ชั้นวางรองเท้าที่โครงการให้มามีช่องระบายอากาศเพื่อลดกลิ่นอับภายในตู้ให้ แต่ไม่รับประกันกลิ่นที่จะออกมาข้างนอกนะ

ถัดไปก็จะเป็นส่วนของเคาท์เตอร์ครัวจะเห็นว่าโครงการ Built-in ชุดครัวมาให้แบบนี้เลย  เคาน์เตอร์ครัวทั้งด้านบนและด้านล่างมีหน้าบานปิดผิวด้วยเมลามีน ด้านบนมีตู้บานเปิดให้สามารถเก็บของเล็กๆน้อยได้ ส่วนเคาน์เตอร์ครัวด้านล่างมีลิ้นชักใส่ของ มีช่องที่ทำไว้สำหรับวางไมโครเวฟ และพื้นที่ใต้ซิ้งค์ล้างจาน ที่สามารถเอาไว้เก็บน้ำยาล้างจาน ผงซักฟอก หรือของใช้ในครัวได้ ซึ่งตู้  Built-in นี้มีความสูงประมาณ 2 เมตร ไม่เต็มความสูงฝ้าที่ 2.4 เมตร ก็จะทำให้มีช่องว่างอยู่ด้านบน อาจจะต้องหมั่นปีนมาทำความสำอาดเช็ดๆถูๆกันซักนิดนึงนะ

ที่ท็อปเคาท์เตอร์ครัวประกอบไปด้วยอ่างล้างจานรูปทรงสี่เหลี่ยมของ Teka พร้อมเตาและที่ดูดควัน ตรงผนังเคาท์เตอร์ครัวเป็นผนังปูนฉาบเรียบทาสีขาวธรรมดา แนะนำให้หากระเบื้องหรือกระจกมาติดกันเปื้อนนะคะ เพราะปูนส่วนนี้หากโดนน้ำบ่อยๆจะบวมหรือสีร่อนเอาได้ หรือแม้แต่การที่เราล้างจาน คราบสกปรกอาจจะกระเด็นไปโดนผนัง ซึ่งผนังปูนจะฝังแล้วทำความสะอาดยาก

เรามาดูฝั่งตรงข้ามกันบ้างในส่วนของทางเข้าห้องน้ำ เป็นประตูบานเลื่อนเปิดได้ทั้งสองฝั่ง ติดลูกฟักด้วยกระจกสีขุ่น กรอบประตูเป็นแบบอลูมิเนียมทาสีดำ มีสวิสซ์ไฟเปิด-ปิดที่ด้านหน้าทางเข้า

พื้นห้องน้ำปูด้วยกระเบื้องเซรามิคสีเทาขนาด 40 x 40 เซนติเมตร มีธรณียกขึ้นสูงเพื่อกันน้ำออกมาเปียกที่พื้นด้านนอก

เข้ามาภายในห้องน้ำขนาด 2.8 x 1.1 เมตร ด้านในจัดวางพื้นที่ใช้งานเป็น 3 ส่วนคือ อ่างล้างหน้าแบบลอยตัวพร้อมกระจกเงาเป็นบานกระจกติดผนังเต็มบาน, โถสุขภัณฑ์ และพื้นที่เปียกสำหรับอาบนำ้ที่กั้นด้วยฉากบานเลื่อน 3 ตอน ความสูงพื้นถึงฝ้าของห้องน้ำจะเหลือ 2.3 เมตร จากความสูงปกติที่ห้องด้านนอก 2.4 เมตร

อ่างล้างหน้าขนาดปานกลางพร้อมก๊อกน้ำสแตนเลสแบบก้านโยก ของ American Standard

ข้างๆกันเป็นโถสุขภัณฑ์พร้อมสายชำระและที่แขวนกระดาษทิชชู่ ติดไว้ทางด้านขวามือฝั่งเดียวกัน (หันหน้าออกมาจากโถสุขภัณฑ์)

สายฉีดชำระและที่แขวนกระดาษทิชชู่ ของ American Standard เช่นกัน

ถัดไปพื้นที่เปียกสำหรับอาบน้ำ มีฉากกั้นอาบน้ำสูง 1.8 เมตรเป็นแบบบานเลื่อน 3 ตอนติดตั้งให้เรียบร้อย ข้อดีของบานเลื่อนแบบนี้คือเวลาเราเปิดประตูจะได้ช่องเปิดกว้างกว่าแบบสองตอนปกติ สามารถเดินเข้า-ออกสบายๆเพราะมีพื้นที่ว่างเยอะ

ที่พื้นมีการยกธรณีกันน้ำไหลไปสู่ส่วนแห้ง ปูด้วยกระเบื้องเซรามิคสีเทาขนาด 40 x 40 เซนติเมตร เหมือนกระเบื้องส่วนอื่นๆในห้องน้ำ พื้นที่อาบน้ำประมาณ 1 x 0.8  เมตร เป็นขนาดที่ยืนอาบ 1 คนกำลังดี

ติดตั้งชุดฝักบัวอาบน้ำมาให้เรียบร้อย พร้อมที่วางสบู่ที่จะมีให้ในห้องจริงด้วยนะคะ

ฝักบัวขนาดพอดีมือ

มองขึ้นไปบนฝ้าเพดาน ติดตั้งพัดลมดูดอากาศมาให้และมีไฟดาวน์ไลท์ให้แค่ 1 ดวง แสงสว่างจึงค่อนข้างน้อยไปหน่อยนะ

ออกมาด้านนอกต่อกันที่พื้นที่นั่งเล่น ฝั่งซ้ายจะเป็นชุดโซฟา และโต๊ะกลาง ส่วนฝั่งขวาจะเป็นชั้นวางทีวีพร้อมโต๊ะทานข้าวแบบพับเก็บได้ ระยะดูทีวีอยู่ที่ประมาณ 2.46 เมตร เหมาะกับการวางทีวีขนาดประมาณ 52″ จะเป็นขนาดที่พอดีกับสายตา

โครงการให้โซฟาตัวยาวขนาดประมาณ 160 เซนติเมตร มาให้ นั่งได้ประมาณ 2-3 คน

ส่วนฝั่งตรงข้างเป็นชั้นวางทีวีที่มีช่องให้ใส่ของเล็กๆน้อยๆอย่างพวกรีโมททีวีหรือซีดีได้ ทางขวามือมีหน้าบานที่สามารถเปิดออกมาเป็นโต๊ะที่พับเก็บได้ สามารถใช้เป็นโต๊ะทานข้าวแบบยืน หรือเพิ่มพื้นที่ทำอาหารแบบวางของได้นิดหน่อยเนื่องจากเชื่อมต่อกับเคาน์เตอร์ครัว

ระหว่างห้องนั่งเล่นกับห้องนอน จะถูกกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน 3 ตอน เวลาเปิดประตูออกมาได้ช่องเปิดที่กว้างดี

ภายในห้องนอนมีขนาด 2.45 x 2.8 เมตร โครงการให้เตียง ตู้เสื้อผ้าและชั้นวางของปลายเตียงมาให้

โครงการให้ฐานเตียงขนาด 1.40 เมตร ไม่รวมฟูก ซึ่งฟูกขนาดมาตรฐานที่พอดีสุดจะเป็นขนาด 5 ฟุตหรือ 1.50 เมตร ทำให้เวลาวางฟูกลงไปแล้วตัวฟูกจะเลยฐานเตียงออกมาหน่อยนะคะ ที่ฐานเตียงมีช่องใส่ของและลิ้นชักสามารถเปิดออกมาเก็บของเล็กๆน้อยๆได้

พื้นที่ปลายเตียงสำหรับห้อง 1 Bedroom ที่อยู่ตึก A ทางทิศเหนือ  จะเป็นแปลงที่มี grid เสายื่นออกมาแบบนี้โครงการเลย Built-in ชั้นวางของติดผนังให้เป็นพิเศษแบบในห้องตัวอย่างเลย โดยขนาดของซั้นอันนี้ไม่ใหญ่พอที่จะให้วางทีวีได้ แต่เหมาะกับการวางของเล็กๆจำพวกรีโมท กรอบรูป ของโชว์กระจุกกระจิกซะมากกว่า ส่วนใครอยากติดตั้งทีวีแนะนำให้เป็นทีวีแบบติดผนังจะเหมาะที่สุดค่ะ

ส่วนห้อง Type นี้ในตำแหน่งอื่น ที่ผนังปลายเตียงจะเป็นผนังเรียบไม่มีเสาโผล่ออกมา โครงการก็จะไม่มี Built-in ชั้นวางของปลายเตียงให้นะคะ ภายในห้องนี้โครงการจะติดตั้งแอร์ให้ 1 ตัวเป็นของ Daikin ขนาด 9000 BTU

พื้นที่ข้างเตียง Built-in ตู้เสื้อผ้าความสูงถึงฝ้าเพดาน บานตู้เสื้อผ้าทางขวามือเป็นกระจกให้ยืนส่องได้ทั้งตัว เมื่อเปิดตู้เสื้อผ้าออกมาจะเห็นว่า ภายในตู้เสื้อผ้าก็มีฟังก์ชั่นครบตามลักษณะของตู้เสื้อผ้าทั่วไปที่มีราวแขวนผ้า ลิ้นชักเก็บของ และช่องใส่ชุดเครื่องนอนจำพวกหมอน ผ้าห่มด้านบน

ถัดไปเป็นส่วนของระเบียง ที่กั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน 2 ตอน กรอบอลูมิเนียมเคลือบสีดำ

ระเบียงมีพื้นที่ประมาณ 2.8 x 0.7 เมตร ปูพื้นด้วยกระเบื้องขนาด 40 x 40  เซนติเมตร ราวระเบียงเป็นเหล็กโปร่งทาสีดำ สูงประมาณ 1 เมตร

ที่ผนังทางขวามือติดตั้ง CDU มาให้เหนือประตู แบบเป่าลมร้อนออกนอกระเบียง ซึ่งมีข้อดีตรงที่ระเบียงไม่ร้อนเวลาเปิดแอร์ ใครอยากจัดระเบียงเป็นฟังก์ชั่นอื่นนอกจากการจากผ้า เช่น นั่งเล่น จัดสวนก็ทำได้สบายมาก

ส่วนที่ผนังฝั่งตรงข้ามกัน  โครงการจะติดตั้งก็อกน้ำ สวิตซ์ไฟแบบกันน้ำ และท่องานระบบไว้ให้รองรับการติดตั้งเครื่องซักผ้าค่ะ

วิวจากระเบียงห้องตัวอย่างที่อยู่ตึก A ชั้น 2 ทางทิศเหนือ จะมองออกไปนอกระเบียงจะจ๊ะเอ๋กับตึก B ฝั่งตรงข้ามกันและอาคารอู่ซ่อมรถ 3 ชั้นครึ่งที่อยู่ทางซ้ายมือ

1472643900-3

ถัดมาเป็นห้อง 1 Bedroom Type B ขนาด 28.62 – 28.63 ตารางเมตร แบบห้องเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าหน้าแคบ เหมาะการอยู่อาศัย 1-2 คน พื้นที่ใช้สอยของห้องนี้ค่อนข้างครบและ Fix ปรับเปลี่ยนพื้นที่ไม่ได้มากนัก เนื่องจากโครงการให้แบบ Fully Furnised ที่ Built-in และจัดเฟอร์นิเจอร์มาให้เรียบร้อย ซึ่งก็มีข้อดีตรงที่เราไม่ต้องทำอะไรมาก สามารถหิ้วกระเป๋าแล้วเข้าอยู่ได้เลย เมื่อเปิดประตูห้องเข้ามาเราจะเจอกับห้องนั่งเล่นที่มีโซฟา รวมทั้ง Built-in โต๊ะวางทีวีและตู้รองเท้ามาให้เรียบร้อย

ข้างๆกันเป็นห้องน้ำรวมที่มีฟังก์ชั่นครบทั้งอ่างล้างหน้า โถสุขภัณฑ์ และพื้นที่อาบน้ำแบ่งส่วนเปียกส่วนแห้งชัดเจน หน้าห้องน้ำมีโต๊ะอเนกประสงค์ที่โครงการ Built-in มาให้ เราสามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานได้ตามใจชอบทั้งเป็นโต๊ะเครื่องแป้ง โต๊ะเขียนหนังสือ หรือเป็นมุมทำงานก็ได้ ถัดไปเป็นครัวปิดที่มีการ Built-in เคาน์เตอร์ครัวมาให้เรียบร้อย ติดกับระเบียงที่วาง CDU แอร์แบบเป่าลมร้อนเข้าในระเบียง อาจทำให้ระเบียงร้อนแต่ตากผ้าแห้งเร็ว  ถัดไปเป็นห้องนอนที่โครงการให้เตียงขนาด 5 ฟุต และมีการ Built-in ตู้เสื้อผ้ามาให้เรียบร้อย

สรุปเฟอร์นิเจอร์ที่ให้ : แอร์ 2 เครื่องที่ห้องนอนและห้องนั่งเล่น โซฟา โต๊ะวางทีวีและชั้นวางรองเท้า Built-in โต๊ะเขียนหนังสือหรือโต๊ะเครื่องแป้ง เตียง ตู้เสื้อผ้า เคาน์เตอร์ครัว ซิงค์ล้างจาน เตาและที่ดูดควัน

ประตูทางเข้าจะมีป้ายชื่อให้ทุกห้องในลักษณะนี้ ประตูห้องใช้บานประตูสำเร็จรูป HDF ขนาด 0.9 x 2.0 เมตร  มีตาแมวให้ กลอนประตูเป็น Digital Door Lock

พื้นห้องนอนเป็นลามิเนตลายไม้หนา 8 มิลลิเมตร มีคิ้วธรณียื่นขึ้นมาเล็กๆเพื่อปิดรอยต่อระหว่างพื้นโถงทางเดินและพื้นห้องนอน

เปิดประตูห้องเข้ามาจะเจอกับห้องนั่งเล่น ที่ติดกันทางขวามือเป็นห้องน้ำ ถัดไปเป็นห้องนอนและครัวปิดที่เชื่อมต่อกับระเบียง ซึ่งหน้าต่างห้องนอนกับประตูห้องครัวเป็นช่องเปิดกระจกที่ค่อนข้างกว้าง ช่วยให้แสงธรรมชาติเข้าห้องได้ดี ฝ้าเพดานห้องนี้สูง 2.4 เมตร

มองกลับไปยังประตูทางเข้าจะเห็นพื้นที่นั่งเล่นมีขนาดประมาณ 2.5 x 2.10 เมตร มีระยะดูทีวีประมาณ 2.2 เมตร เหมาะกับการวางทีวีขนาด 46″-52″ จะเป็นระยะที่พอกับสายตาค่ะ ภายในห้องนั่งเล่นจะแถมเฟอร์นิเจอร์มีโซฟา โต๊ะวางทีวี  พร้อมตู้รองเท้าให้ยกเว้นของตกแต่งเล็กๆน้อยๆ

โครงการแถมโซฟาขนาด 2 ที่นั่งลักษณะแบบในห้องตัวอย่าง ส่วนโต๊ะทานข้าวพร้อมเก้าอี้ไม่มีให้นะคะ แต่ถ้าใครอยากจัดฟังก์ชั่นแบบนี้ก็สามารถนำไอเดียไปไช้ได้

ตรงข้ามกันเป็นโต๊ะวางทีวีแบบ Built-in และชั้นวางรองเท้า เมื่อเปิดตู้ออกมาจะเห็นว่าฟังก์ชั่นภายในใส่ของได้พอสมควร มีลิ้นชักและชั้นวางของใต้ทีวีแบบ 3 ตอน สามารถเก็บของเล็กๆน้อยๆจำพวกซีดี รีโมท หนังสือเล่มเล็กๆได้  ตู้ด้านล่างทางซ้ายมือเป็นชั้นวางรองเท้า 3 ชั้น ส่วนด้านบนเป็นช่องวางของและซ่อนเมนบอร์ดไฟ 1 ตู้

ถัดไปเป็นพื้นที่อเนกประสงค์ระหว่างห้องน้ำกับห้องนอน ซึ่งโครงการ Built-in ตู้ ชั้นวางของ พร้อมโต๊ะอเนกประสงค์มาให้ไม่รวมเก้าอี้ เราสามารถใช้มุมนี้เป็นโต๊ะเครื่องแป้ง หรือมุมทำงานได้ตามใจชอบ

เมื่อเปิดตู้และลิ้นชักออกมาจะเห็นว่าภายในมีช่องเก็บของได้เยอะดีทีเดียว

ส่วนที่ติดกันทางขวามือเป็นห้องน้ำ บานประตู UPVC สีขาว ลูกฟักบานเกร็ดช่วยระบายอากาศภายในห้องน้ำ ในขณะเดียวกันก็จะระบายกลิ่นเข้ามาในห้องได้ด้วยเหมือนกันนะ

เข้ามาให้ห้องน้ำที่มีการใช้โทนสีขาว-เทาเข้ม ด้านในจัดวางพื้นที่ใช้งานเป็น 3 ส่วนคือ อ่างล้างหน้าแบบลอยตัวพร้อมกระจกเงาเป็นบานกระจกติดผนังเต็มบาน, โถสุขภัณฑ์ และพื้นที่เปียกสำหรับอาบนำ้ที่กั้นด้วยฉากบานเลื่อน 3 ตอน ความสูงพื้นถึงฝ้าของห้องน้ำจะเหลือ 2.3 เมตร จากความสูงปกติที่ห้องด้านนอก 2.4 เมตร

พื้นห้องน้ำมีการยกธรณีกั้นไม่ให้น้ำไหลจากห้องน้ำไปเปียกพื้นห้องที่เป็นลามิเนต พื้นห้องน้ำปูด้วยกระเบื้องเซรามิคสีเทาเข้ม ขนาด 40 x 40 เซนติเมตร

อ่างล้างหน้าทรงสี่เหลี่ยมจตุรัสขนาดกระทัดรัด ของ American Standard หรือเทียบเท่า

โถสุขภัณฑ์ของ American Standard  พร้อมติดตั้งสายชำระและที่แขวนกระดาษทิชชู่มาให้เรียบร้อย

ถัดไปพื้นที่เปียกสำหรับอาบน้ำ มีฉากกั้นอาบน้ำสูง 1.8 เมตรเป็นแบบบานเลื่อน 3 ตอนติดตั้งให้เรียบร้อย เหมือนห้อง Type แรก

พื้นที่อาบน้ำประมาณ 1.2 x 0.75  เมตร ที่พื้นมีการยกธรณีกันน้ำไหลไปสู่ส่วนแห้ง ปูด้วยกระเบื้องเซรามิคสีเทาขนาด 40 x 40 เซนติเมตร เหมือนกระเบื้องส่วนอื่นๆในห้องน้ำ

ติดตั้งชุดฝักบัวอาบน้ำพร้อมที่วางสบู่มาให้เรียบร้อย

ฝักบัวรูปร่างแบน ขนาดใหญ่ดี

มองขึ้นไปบนฝ้าเพดาน ติดตั้งพัดลมดูดอากาศมาให้และมีไฟดาวน์ไลท์ให้แค่ 1 ดวง แสงสว่างจึงค่อนข้างน้อยไปหน่อยนะ

ถัดไปเป็นห้องนอนที่กั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อนแบบ 3 ตอน และห้องครัวที่กั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อนแบบบานเปิดเดี่ยว จะเห็นว่าเมื่อเปิดประตูบานเลื่อนออกจนสุด ทั้งห้องนอนและห้องครัวจะได้ที่ว่างสำหรับใช้เดินเข้าออกได้เต็มที่และลงตัวกับเฟอร์นิเจอร์ที่จัดมาให้พอดี เป็นการออกแบบช่องเปิดที่ช่วยให้ใช้พื้นที่ได้เต็มที่ค่ะ

ภายในห้องครัวปูพื้นด้วยกระเบื้องเซรามิค ขนาด 40 x 40 เซนติเมตร ซึ่งพื้นกระเบื้องมีข้อดีที่ช่วยให้ทำความสะอาดคราบสกปรกได้ง่าย และไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องความชื้นสะสมเหมือนพื้นจำพวกลามิเนต

เข้ามาภายในห้องครัวขนาดประมาณ 2.5 x 1.4 เมตร ที่โครงการจะ Built-in ชุดครัว มาให้แบบนี้เลย ที่เคาน์เตอร์ครัวทั้งด้านบนและด้านล่างมีหน้าบานปิดผิวด้วยเมลามีน

พื้นที่ที่ติดกับประตูทางเข้าจะเป็นที่ว่างสำหรับวางตู้เย็นขนาดประมาณ 60 x 70 เซนติเมตร ที่ผนังเหนือตู้เย็นมีการ Built-in ชั้นวางของมาให้ไว้วางแก้ว เครื่องปรุง หรืออุปกรณ์ครัวต่างๆตามใจชอบ

ส่วนชุดครัวข้างๆกัน จะเห็นว่าด้านบนมีชั้นลอยและตู้บานเปิดให้สามารถวางของเล็กๆน้อยๆได้ ส่วนเคาน์เตอร์ครัวด้านล่างมีลิ้นชักใส่ของ มีช่องสำหรับวางไมโครเวฟ และพื้นที่ใต้ซิ้งค์ล้างจาน ที่สามารถเอาไว้เก็บน้ำยาล้างจาน ผงซักฟอก หรือของใช้ในครัว รวมทั้งช่องว่างตรงกลางสามารถวางเครื่องซักผ้าแบบฝาหน้าได้

ผนังเคาน์เตอร์ครัวจะเป็นผนังปูนธรรมดา แนะนำให้หากระเบื้องหรือกระจกเงามาติด เพื่อช่วยให้ทำความสะอาดง่ายขึ้นนะคะ ที่ท็อปเคาน์เตอร์ครัวติดตั้งซิงค์ล้างจาน พร้อมเตาและที่ดูดควันมาให้เรียบร้อย

ถัดจากห้องครัวเป็นพื้นที่ระเบียง ที่ถูกกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อนเดี่ยว

พื้นมีการยกธรณีขึ้นมา รวมกับรางเลื่อนประตูรวมแล้วประมาณ 17 เมตร เพื่อกันน้ำไหลเข้ามาในห้อง พื้นที่ระเบียงกว้างประมาณ  1.4 x  0.9 เมตร ปูด้วยกระเบื้องเซรามิคสีเทาอ่อนขนาด 40 x 40 เซนติเมตร

ที่ผนังทางซ้ายมือติดตั้ง CDU มาให้แบบเป่าลมร้อนเข้าระเบียง ทำให้ระเบียงมีอากาศร้อนตอนเปิดแอร์ แต่ก็มีข้อดีตรงที่ตากผ้าแห้งเร็ว ถ้าใครใช้ระเบียงสำหรับตากผ้าอย่างเดียวก็ไม่ต้องคิดอะไรมาก แต่หากต้องการพื้นที่นั่งเล่นหรืออยากจัดสวนเล็กๆที่ระเบียงด้วย ก็แนะนำให้ติดกริลที่แอร์ จะได้ช่วยเป่าลมออกข้างนอกได้ส่วนหนึ่งค่ะ

ราวระเบียงเป็นเหล็กโปร่งสูงประมาณ 1 เมตร และด้านบนมีระแนงเหล็กทาสีดำมาให้ด้วย และเนื่องจากภายในห้องครัวมีพื้นที่สำหรับวางเครื่องซักผ้าเรียบร้อยแล้ว ที่ระเบียงของห้องนี้จึงไม่มีงานระบบอื่นๆนอกจากก๊อกน้ำที่ติดตั้งไว้ให้เผื่อล้างระเบียงหรือซักล้างง่ายๆเท่านั้น

ถัดมาเป็นห้องนอนขนาดประมาณ 3.4 x 2.45 เมตร ขนาดห้องไม่ใหญ่มาก โดยโครงการแถมเตียง Queen Size ขนาด 5 ฟุต และตู้เสื้อผ้า มาให้

ระหว่างพื้นห้องนอนและห้องนั่งเล่นจะฝังรางเลื่อนประตู พื้นห้องนอนเป็นลามิเนตลายไม้ หนา 8 มิลลิเมตร

ระยะจากปลายเตียงถึงผนังประมาณ 0.5 เมตร เป็นระยะที่ไม่กว้างมากนัก ไม่เหมาะกับการวางโต๊ะวางทีวีเพราะจะทำให้ไม่มีทางเดินผ่านเตียง แนะนำให้ติดตั้งทีวีติดผนัง จะช่วยประหยัดพื้นที่ได้ดีกว่าค่ะ โดยโครงการติดตั้งเต้ารับและที่เสียบสายเคเบิลมาให้เรียบร้อย

ที่ผนังข้างๆเตียงเป็นหน้าต่างบานกระทุ้งและบาน Fix ที่ค่อนข้างกว้าง ช่วยให้แสงธรรมชาติเข้าห้องได้ดี

ที่ผนังข้างเตียงอีกด้านมีตู้เสื้อผ้าที่มีฟังก์ชั่นครบตามลักษณะของตู้เสื้อผ้าทั่วไปที่มีราวแขวนผ้า ลิ้นชักเก็บของ และช่องใส่ชุดเครื่องนอนจำพวกหมอน ผ้าห่มด้านบน โดยพื้นที่ข้างเตียงทางฝั่งนี้มีขนาดประมาณ 1.3 เมตร สามารถยืนแต่งตัวได้สบายๆค่ะ

1472643900-4

มาชมห้องตัวอย่างแบบอื่นๆกันบ้างนะคะ ห้อง Type  B2 แบบ 1 Bedroom ขนาดประมาณ 28.90 ตารางเมตร ห้องนี้มีรูปร่างเป็นรูปตัว L  การจัดวางฟังก์ชั่นคล้ายๆห้อง Type Bs คือมีการนำส่วน Service อย่างห้องน้ำและห้องครัวมาไว้ด้านในติดกับโถงทางเดิน และให้ส่วนพักผ่อนอย่างห้องนั่งเล่นและห้องนอนอยู่ด้านหน้าที่ติดกับหน้าต่างห้อง ช่วยให้แสงธรรมชาติเข้าส่วนพักผ่อนได้ดี แต่สิ่งที่ไม่เหมือนกับห้อง Type Bs คือขนาดห้องที่ใหญ่กว่าและประตูห้องน้ำของห้องนี้เป็นประตูสำเร็จรูปบานเปิดไม่ใช่บานเลื่อนแล้ว จุดเด่นของห้องนี้คือมีการแยกพื้นที่ Walk-in Closet ไว้ให้ที่ปลายเตียงเชื่อมต่อกับระเบียงห้อง พอเราตากผ้าที่ระเบียงเสร็จแล้วก็เก็บเข้าตู้ได้เลยสะดวกและเป็นสัดส่วนดี

สรุปเฟอร์นิเจอร์ที่ให้ : แอร์ 2 เครื่องที่ห้องนอนและห้องนั่งเล่น โซฟา โต๊ะวางทีวีและชั้นวางรองเท้า Built-in เตียง ตู้เสื้อผ้า เคาน์เตอร์ครัว ซิงค์ล้างจาน เตาและที่ดูดควัน

เมื่อเปิดประตูเข้ามาจะเจอกับโถงทางเดินที่ทางซ้ายมือชั้นวางรองเท้า ด้านในเป็นส่วนครัวที่เชื่อมต่อกับชั้นวางทีวีด้วย  ส่วนทางซ้ายมือเป็นห้องน้ำ ด้านในส่วนนั่งเล่นที่มีชุดโซฟาและชั้นวางทีวีมาให้ ถัดไปเป็นห้องนอนที่ถูกกั้นด้วยประตูบานเลื่อน 3 ตอน

เข้ามาภายในห้องนอนที่โครงการจะให้เตียง ชั้นวางทีวี และตู้เสื้อผ้ามาให้เหมือนห้องอื่นๆ

ที่ปลายเตียงจะติดตั้งชั้นวางทีวีและชั้นวางของมาให้ถึงฝ้าเพดาน ทางซ้ายมือจะเป็นทางเดินไปสู่ Walk-in Closet และระเบียง

พื้นที่ Walk-in Closet จะมีการ  Built-in ตู้เสื้อผ้าความสูงถึงฝ้าเพดานมาให้ ฟังก์ชั่นด้านในก็จะเหมือนกับตู้เสื้อผ้าภายในห้องอื่นๆ ข้างๆกันจะเป็นระเบียงที่ถูกกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อนคู่ ซึ่งการจัดฟังก์ชั่นให้พื้นที่แต่งตัวเชื่อมต่อกับระเบียงแบบนี้ค่อนข้างสะดวกและใช้งานง่าย เวลาตากผ้าแห้งแล้วจะเก็บเข้าตู้ก็สะดวกดีไม่ต้องเดินไกล

แบบต่อมาเป็นห้อง Type B3 แบบ 1 Bedroom ขนาด 26.77 ตารางเมตร ห้องนี้จะอยู่ในตำแหน่งห้องมุมและมีเพียงชั้นละห้องเท่านั้น รูปร่างของห้องเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าหน้าแคบ มีการจัดฟังก์ชั่นค่อนข้างแปลก โดยเมื่อเข้ามาในห้องจะเจอพื้นที่นั่งเล่นที่เชื่อมต่อกับระเบียงที่อยู่ตรงกลางระหว่างห้องนอนและห้องนั่งเล่น โดยที่ผนังของทั้งห้องนั่งเล่นและห้องนอนจะมีประตูและหน้าต่างที่เป็นกระจกให้สามารถมองเห็นถึงกันได้ด้วย อย่างไรก็ตามเมื่ออยู่อาศัยจริงแล้วก็แนะนำให้หาผ้าม่านมาติดเพื่อความเป็นส่วนตัวนะคะ ข้างๆห้องนั่งเล่นเป็นห้องน้ำแบบแยกส่วนเปียกส่วนแห้งที่มีฟังก์ชั่นมาให้ครบ ถัดไปเป็นห้องครัวที่อยู่กลางบ้าน มีพื้นที่เชื่อมต่อทุกฟังก์ชั่นทั้งห้องนั่งเล่น ห้องน้ำ และห้องนอน ทำให้เวลาเราจะเดินไปส่วนไหนในห้องก็จะต้องเดินผ่านห้องครัวตลอด ดังนั้นการดูแลรักษาครัวให้สะอาดและไม่มีกลิ่นจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับห้องนี้ค่ะ

สรุปเฟอร์นิเจอร์ที่ให้ : แอร์ 2 เครื่องที่ห้องนอนและห้องนั่งเล่น โซฟา โต๊ะวางทีวีและชั้นวางรองเท้า Built-in เตียง ตู้เสื้อผ้า เคาน์เตอร์ครัว ซิงค์ล้างจาน เตาและที่ดูดควัน

เปิดประตูเข้ามาในห้องจะเจอกับส่วนนั่งเล่นที่โครงการจะ Built-in ชั้นวางทีวี มีโซฟาให้ แต่ไม่มีโต๊ะกินข้าวให้นะ มองตรงไปเราจะเห็นระเบียงที่กั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อนคู่ ที่สามารถมองทะลุไปถึงห้องนอนได้ แนะนำให้หาผ้าม่านทึบมาติดเพื่อความเป็นส่วนตัวนะคะ เวลาเพื่อนมาห้องจะได้ไม่มองทะลุเข้าไปถึงข้างใน

เนื่องจากห้องนี้เป็นห้องหัวมุมที่โครงการติดตั้งช่องเปิดไว้ให้เยอะ บรรยากาศภายในห้องนี้ค่อนข้างโปร่ง เหมาะกับคนที่ชอบห้องสว่างๆแสงธรรมชาติเข้าเยอะๆ

ถัดไปเป็นพื้นที่ครัวที่อยู่กลางบ้าน เวลาเราจะเดินจากห้องนั่งเล่นไปห้องนอนก็ต้องผ่านครัว เวลาจะไปห้องน้ำก็ต้องผ่านครัว พื้นที่ครัวตรงนี้จึงเป็นจุดสำคัญที่ควรดูแลทำความสะอาดดีๆ โดยโครงการ Built-in ชุดครัวและจุดวางเครื่องซักผ้าพร้อมชั้นวางของมาให้ครบ

ภายในห้องนอนจะมีหน้าต่างบานกระทุ้งและหน้าต่างเข้ามุมที่ช่วยให้ห้องดูโปร่งมาก เฟอร์นิเจอร์ที่ให้ก็เหมือนกับห้อง Type อื่นๆ คือเตียงไม่รวมฟูก และตู้เสื้อผ้าค่ะ

 

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะคะ

ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 7 Sep 2016

  • 1 Bedroom Type Bs อาคาร A, B  ชั้น 2-3 เนื้อที่ 21.85 ตร.ม. ราคา 1.39 ล้านบาท หรือ 63,615 บาท/ตร.ม.
  • 1 Bedroom Type Bs อาคาร A, B  ชั้น 6 เนื้อที่  20.84 ตร.ม. ราคา 1.56 ล้านบาท หรือ 74,856 บาท/ตร.ม.
  • 1 Bedroom Type B  อาคาร A,B ชั้น 6 เนื้อที่ 28.62  ตร.ม.ราคา 2.217 ล้านบาท หรือ 77,463  บาท/ตร.ม.
  • 1 Bedroom Type B2 อาคาร B ชั้น 6  เนื้อที่ 28.90 ตร.ม. ราคา 2.275 ล้านบาท หรือ 78,719 บาท/ตร.ม.
  • 1 Bedroom Type B3 อาคาร B ชั้น 4-5  เนื้อที่ 26.77 ตร.ม. ราคา 2.019 ล้านบาท หรือ 75,420 บาท/ตร.ม.
  • 1 Bedroom Type B4 อาคาร B ชั้น 4-5  เนื้อที่ 31.05 ตร.ม. ราคา 2.283 ล้านบาท หรือ 73,526 บาท/ตร.ม.

 

  • Fully Furnished
  • เพดานสูง 2.4 เมตร
  • Kitchen & Sink
  • Hob & Hood
  • จอง 9,000 + ทำสัญญา 5,000 บาท
  • ค่ากองทุน 380 บาทต่อตารางเมตร
  • ค่าส่วนกลาง 38 บาทต่อตารางเมตรต่อเดือน (ชำระล่วงหน้า 1 ปี)

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ


เจาะลึกรวบยอด

โครงการ Pause สุขุมวิท 115 เป็นโครงการที่เหมาะสำหรับคนที่ต้องการคอนโดสร้างเสร็จ มีของให้ครบแบบหิ้วกระเป๋าเข้าอยู่ได้เลย มองหาคอนโดที่เกาะแนวรถไฟฟ้าสายสีเขียวที่กำลังจะเปิดใช้ในอนาคต เดินทางด้วยรถยนต์สะดวก สามารถไปจังหวัดสมุทรปราการหรือเข้าเมืองได้ง่าย และใกล้ทางด่วน เลือกคอนโดที่ยอมเข้ามาในซอยหน่อย แต่ได้ราคาที่หยิบจับง่ายมากกว่าคอนโดต้นซอยติดรถไฟฟ้าที่ราคาจะสูงกว่า

ปัจจุบันความอุดมสมบูรณ์ยังคงมีไม่เท่าเส้นสุขุมวิทในเมืองอย่าง อ่อนนุช และเอกมัย อาหารการกินบริเวณในซอยค่อนข้างจะหายากส่วนมากที่พึ่งพิงได้จะเป็นตลาดสดและร้านสะดวกซื้อ  แต่ถ้าออกมาบนเส้นสุขุมวิทก็จะมีร้านอาหารและตลาดอยู่ค่อนข้างเยอะ สถานที่สำคัญโดยรอบส่วนใหญ่จะเป็นตลาด โรงเรียนนานาชาติ ส่วนห้างสรรพสินค้าใกล้เคียงคือ บิ๊กซีจัมโบ้ และ อิมพีเรียล สำโรง

อนาคตจะมีสถานีปู่เจ้าสมิงพราย รถไฟฟ้าส่วนต่อขยาย แบริ่ง – สมุทรปราการ อยู่บริเวณหน้าปากซอยสุขุมวิท 115 ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้างคาดว่าจะแล้วเสร็จในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ซึ่งรถไฟฟ้าเองน่าจะเป็นแม่เหล็กที่ดึงดูดความอุดมสมบูรณ์ในย่านนี้ให้มากขึ้น จะเห็นได้ชัดว่าในช่วง 2-3 ปีมานี้ช่วงที่รถไฟฟ้ากำลังก่อสร้าง เฉพาะบริเวณ BTS ปู่เจ้าสมิงพรายก็มีคอนโดเจ้าใหญ่มาปักหมุดถึง 3 ที่ ทั้ง B-Loft สุขุมวิท 115, Ideo S115 และโครงการ Pause สุขุมวิท 115 เอง การเพิ่มขึ้นของผู้อยู่อาศัยกว่า 1500 ครัวเรือน น่าจะเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่จะเพิ่มความคึกคักให้ย่านนี้ด้วย

การเดินทางโดยใช้รถ ถ้ามีความจำเป็นต้องเดินทางไปทางจังหวัดสมุทรปราการหรือเข้าเมืองบริเวณใกล้เคียง การเดินทางถือว่าค่อนข้างสะดวก เนื่องจากใกล้ทางด่วนถึง 3 จุด คือทางด่วนบานา , ทางด่วนสุขุมวิท 62 และทางด่วนกาญจนาภิเษก การจราจรค่อนข้างจะติดขัดตลอดทั้งวันโดยเฉพาะในช่วงเช้าและเย็นโดยเฉพาะบริเวณสถานีแบริ่งเป็นต้นไป ภายในซอยที่สุขุมวิท 115 สามารถลัดไปออกถนนเทพารักษ์เชื่อมไปยังถนนศรีนครินทร์ได้ เสียอย่างเดียวให้ที่จอดรถมาแค่ 58 คันรวมจอดซ้อนคันประมาณ 70 คัน คิดเป็น 23% ซึ่งน้อยไปหน่อย

การเดินทางโดยไม่ใช้รถในตอนนี้ถือว่าค่อนข้างลำบากอยู่ เนื่องจากสถานีรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายยังสร้างไม่เสร็จ หากมีความจำเป็นจะต้องขึ้นรถไฟฟ้าจะต้องมาขึ้นสถานีแบริ่งซึ่งห่างจากโครงการอยู่พอสมควร  ส่วนการเดินทางไปยังที่ต่างๆนอกเหนือแนวรถไฟฟ้าจะต้องพึ่งบริการมอเตอร์ไซค์ รถสองแถวหรือ แท็กซี่จากหน้าโครงการ ซึ่งเดินออกมาหน้าซอยก็สามารถเรียกได้เลย การเดินทางกลับบ้านในเวลากลางคืน อาจจะเปลี่ยวซักหน่อยแต่ระยะทางระหว่างหน้าปากซอยกับตัวโครงการห่างกันไม่มากนัก ประมาณ 270 เมตรและทางเดินในซอยมีทางเท้าให้ ในอนาคตถ้ารถไฟฟ้าสร้างเสร็จจะการเดินทางจะสะดวกขึ้นสามารถเข้าเมืองได้ภายใน 15-30 นาที

วัสดุที่ทางโครงการให้ อยู่ในระดับพอใช้ค่อนข้างไปทางดี ตามมาตรฐานโครงการในระดับเดียวกัน  ดีตรงที่แถมเฟอร์นิเจอร์ที่สามารถใช้งานได้เอนกประสงค์ โทนสีเข้าชุดกัน และมีเครื่องใช้ไฟฟ้า ได้แก่ เตาไฟฟ้า เครื่องดูดควัน แถมให้เป็นโปรโมชั่นในกรณีที่ลูกค้าต้องการเพิ่มเติม แต่โดยรวมแล้วเรียกได้ว่าสามารถหิ้วกระเป๋าเข้ามาอยู่ได้เลย

การออกแบบตัวอาคารดูเรียบง่ายแต่ทันสมัย การวางผังอาคาร 2 อาคารหันหน้าชนกัน ห้องที่หันหน้าชนกับเพื่อนบ้านอาจจะเสียความเป็นส่วนตัวไปซักหน่อยเนื่องจากระยะระหว่างอาคารห่างกันแค่ประมาณ 7 เมตรแต่ก็จะได้ร่มเงาของอาคารฝั่งตรงข้ามบังแดดได้บ้าง การจัดพื้นที่ส่วนกลางให้แยกออกมาจากส่วนพื้นที่ห้องพัก และให้ 2 อาคารแยก Facilities กันไปเลย ช่วยลดความหนาแน่นในการใช้งานได้ดี

ส่วนของห้องพักที่นี่จะเน้นไปที่ห้องแบบ 1 Bedroom ขนาดกระทัดรัดที่มีให้เลือกหลากหลาย โครงการขายแบบ Fully Furnised ทำให้ไม่ต้องปวดหัวในการซื้อของแต่งบ้านสำหรับพื้นที่เล็กๆ การจัดวางฟังก์ชั่นค่อนข้างแปลก ห้องเด่นๆอย่าง Type B3 ที่ให้ระเบียงและครัวอยู่กลางห้องก็มีข้อดีตรงพื้นที่การใช้งานเป็นสัดส่วนและตำแหน่งห้องอยู่หัวมุมทำให้ได้วิวดี แต่ก็มีข้อเสียตรงที่ระเบียงใช้งานยากและเวลาเดินไปห้องนั่งเล่น ห้องนอน ห้องน้ำจะต้องผ่านครัว ซึ่งเป็นส่วนที่เราต้องดูแลรักษาความสะอาดดีๆถ้าจะเลือกห้องนี้ อีกห้องที่น่าสนใจคือ Type B2 ที่มีการเพิ่มส่วน Walk-in closed ที่เชื่อมต่อกับระเบียงมาให้ ค่อนข้างสะดวกเวลาจะตากผ้า-เก็บผ้า สำหรับห้องเล็กที่สุดและมียูนิตเยอะที่สุดอย่าง Type Bs ขนาด 20.84-21.86 ตารางเมตร ที่เป็นห้องหน้าแคบอาจจะทำให้รู้สึกอึดอัดไปหน่อย แต่ก็ถือว่าจัดฟังก์ชั่นในพื้นที่เล็กๆออกมาใช้งานได้จริงเหมาะสำหรับพักอาศัยคนเดียว ส่วนห้องแบบอื่นๆในขนาดพื้นที่ 26-28 เมตรก็สามารถพักอาศัย 1-2 คนได้สบายๆ อยู่ที่ความชอบว่าชอบห้องแบบไหน ชอบห้องแบบครัวปิด ครัวเปิด หรือชอบห้องมุม

สาธารณูปโภค โดยรวมให้ตามมาตรฐานโครงการทั่วๆไป  แต่จัดพื้นที่มาค่อนข้างดีที่ให้ Facilities อย่างสวน สระว่ายน้ำและ Fitness อยู่บนชั้นดาดฟ้าที่แยกส่วนกันระหว่างตึก A และ B  เมื่อขึ้นไปใช้งานนอกจากจะได้วิวจากมุมสูงแล้ว ยังรู้สึกว่าส่วนกลางกว้างดีอีกด้วย เนื่องจากเราสามารถมองเห็นไปถึงสวนดาดฟ้าของตึกข้างๆ  ซึ่งถ้าเทียบกับโครงการข้างเคียงอย่าง Ideo และ B- loft จะเป็นคอนโด 1 อาคาร ที่ใช้พื้นที่ส่วนกลางร่วมกัน การใช้งานจึงหนาแน่นกว่าเพราะต้องรองรับคนทั้งตึก

 

Judgement

การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้

ทำเล 35%, การเดินทางโดยใช้รถ 15%, การเดินทางโดยไม่ใช้รถ 15%, วัสดุ 15%, การออกแบบ 10% และสาธารณูปโภค 10%

เทียบกับราคา 72,000 บาทต่อตารางเมตร, 7 Sep 2016

  • ทำเล  7.0/10 – อยู่ในย่านชานเมือง ความอุดมสมบูรณ์ยังไม่มากเท่าเส้นสุขุมวิทในเมือง แต่สามารถเดินทางเข้าเมืองและไปทางสมุทรปราการได้สะดวก
  • (ทำเล 7.5 – กรณีรถไฟฟ้าเปิดใช้บริการ หน้าปากซอยมีสถานีปู่เจ้าสมิงพราย ความอุดมสมบูรณ์โดยรอบจะมากขึ้น )
  • เดินทางด้วยรถ  7.5/10 – ค่อนข้างสะดวกเพราะใกล้เมืองและทางด่วน มีซอยลัดออกถนนเทพารักษ์ไปศรีนครินทร์ได้ เสียดายตรงที่จอดรถให้มาน้อยไปหน่อยแค่ 23% รวมจอดซ้อนคัน
  • ไม่ใช้รถ 7.25/10 – ค่อนข้างลำบากหน่อย ต้องพึ่งรถมอเตอร์ไซค์ และรถสองแถว
  • (ไม่ใช้รถ 7.75 – กรณีรถไฟฟ้าเปิดให้บริการ หน้าปากซอยมีสถานีปู่เจ้าสมิงพราย  เดินทางเข้าเมืองสะดวก )
  • วัสดุ  7.5/10 – ให้ตามมาตรฐานโครงการระดับเดียวกัน ค่อนข้างดีตรงที่ให้เฟอร์นิเจอร์ครบชุด
  • แบบ 7.5/10 –  ออกแบบโดยรวมถือว่าดี มีห้องให้เลือกหลากหลาย
  • สาธารณูปโภค 7.75/10 – ให้มาครบและน่าใช้
  • ECONOMY CLASS 
  • กรณีรถไฟฟ้ายังไม่เปิดให้บริการ   7.31 / 10.00
  • กรณีรถไฟฟ้าเปิดให้บริการแล้ว 7.56 / 10.00

BOTTOM LINE

โครงการ Pause Sukumvit 115 เหมาะกับคนต่างจังหวัดที่ต้องทำงานในเมือง หรือคนที่ต้องการอยู่ใกล้เมืองแต่งบประมาณในการซื้อจำกัด  หวังพึ่งพารถไฟฟ้าที่กำลังจะเสร็จในอนาคตและมีการใช้รถส่วนตัวด้วย ชอบโครงการที่มี Facilities ครบแต่ไม่เน้นใช้บ่อย  ชอบห้องขนาดเล็กกระทัดรัดสำหรับการพักอาศัย 1-3 คน มีงบประมาณ 1.39 – 2.28 ล้านบาท และมีกำลังผ่อนชำระต่อเดือนประมาณ  9,730 – 15,960 บาท

 

ถ้ามีความเห็นว่ารีวิวตัวนี้มีประโยชน์ ช่วยกด LIKE ให้หน่อยนะคะ จะได้มีกำลังใจในการทำรีวิวต่อไป

สมัครสมาชิก www.thinkofliving.com พร้อมรับข่าวสารเพิ่มเติม คลิกที่นี่ http://thinkofliving.com/register/

Share

Leave a Reply