Perfect Masterpiece สุขุมวิท 77 เฟส 3 โครงการบ้านเดี่ยวสไตล์ Luxurious Modern บนถนนลาดกระบัง จาก Property Perfect [รีวิวฉบับที่ 1063]

April 28, 2016 08:000 comments

ปก

รีวิวฉบับที่ 1063 สวัสดีค่ะ วันนี้จะพาไปชมโครงการบ้านเดี่ยวระดับ Super Luxury Class จาก Property Perfect กันนะคะ โครงการนี้คือ Perfect Masterpiece สุขุมวิท 77 หลายๆคนอาจคุ้นกันมาบ้างเพราะโครงการเปิดขายไป 2 เฟสแล้ว วันนี้เราจะพาไปชมเฟส 3 ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อต้นปีที่ผ่านนี้ค่ะ ทำเลตั้งอยู่บนถนนลาดกระบัง ตัวโครงการเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น แบบบ้านมีทั้งหมด 4 แบบ ซึ่งแบบที่สร้างเสร็จให้ชมได้แล้วตอนนี้มี 2 แบบ โดย 2 แบบนี้มีที่ดินเริ่มต้น 183.7 ตารางวา ในราคาเริ่มต้น 28 ล้านบาท รายละเอียดจะเป็นอย่างไรไปชมกันเลยค่ะ

Fact @ 28 April 2016

  • Perfect Masterpiece Sukhumvit 77 (เพอร์เฟค มาสเตอร์พีซ สุขุมวิท 77)
  • บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน)
  • LUXURY-SUPER LUXURY CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment บ้านได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ในเขต : บางพลี สมุทรปราการ
  • เนื้อที่โครงการ 32-2-45 ไร่ จำนวน 53 ยูนิต
  • แบบบ้าน Regent พื้นที่ใช้สอย 530 ตร.ม. ที่ดินเริ่ม 214.4 ตร.วา 5 ห้องนอน 6 ห้องน้ำ ที่จอดรถ 4 คัน
    • ราคาเริ่มต้น 33.5 ล้านบาทหรือ 156,250 บาท/ตร.วา
  • แบบบ้าน Regal พื้นที่ใช้สอย 450 ตร.ม. ที่ดินเริ่ม 183.7 ตร.วา 5 ห้องนอน 6 ห้องน้ำ ที่จอดรถ 4 คัน
    • ราคาเริ่มต้น 28 ล้านบาทหรือ 152,422 บาท/ตร.วา
  • โครงการเริ่มก่อสร้าง : กุมภาพันธ์ ปี 2558
  • คาดว่าแล้วเสร็จทั้งโครงการ : ธันวาคม ปี 2559
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่
  • Call Center : 1375

 

เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วค่ะ

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างนะ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด : 13.721989, 100.725906

map-2

แผนที่จากโครงการแสดงภาพกว้างๆให้ดูกันก่อนนะคะ โครงการตั้งอยู่บนถนนลาดกระบังฝั่งมุ่งหน้าเข้าถนนสุขุมวิท 77 หรือที่เรียกกันว่าถนนอ่อนนุช จึงสามารถวิ่งตรงเข้าเมืองไปถนนสุขุมวิทได้มีระยะทางประมาณ 14.5 กม. และสามารถวิ่งออกนอกเมืองไปสนามบินสุวรรณภูมิได้สะดวก มีระยะทางประมาณ 7 กม. ใกล้กับโครงการมีคอมมูนิตี้มอลล์ The Paseo นอกจากนี้ยังมีตัวช่วยในการเดินทางเข้าเมืองอย่างแอร์พอร์ตลิงค์ โดยสถานีที่ใกล้ที่สุดคือสถานี ลาดกระบัง มีระยะห่างประมาณ 2.9 กม. ค่ะ

Perfect Masterpiece route (2 of 4)

ทำเลของโครงการตั้งอยู่บนถนนลาดกระบังช่วงใกล้ถนนอ่อนนุช เป็นทำเลย่านชานเมืองกรุงเทพฝั่งตะวันออกที่ไม่ไกลจากตัวเมือง สามารถเข้าเมืองได้ไม่ไกลมากและสามารถออกนอกเมืองได้สะดวกเช่นกัน แต่ความเจริญและความอุดมสมบูรณ์บนถนนลาดกระบังจะน้อยกว่าถนนอ่อนนุช ถนนศรีนครินทร์ ถนนพัฒนาการที่เป็นพื้นที่การค้าและสำนักงานออฟฟิศเป็นส่วนใหญ่ ทำให้มีร้านค้า ร้านอาหารมากมาย รวมถึงมีศูนย์การค้าขนาดใหญ่ ส่วนถนนลาดกระบังจะเป็นย่านพักอาศัยของกลุ่มพนักงานในบริษัทและโรงงานต่างๆสลับกับหมู่บ้านอยู่อาศัยขนาดเล็กถึงกลาง จึงมีคอมมูนิตี้มอลล์, ตลาดนัด, ร้านอาหาร, 7-11 และ Lotus Express พอให้พึ่งพิงได้บ้าง

จากเส้นลาดกระบังสามารถเข้าเมืองได้หลายเส้นทาง ทั้งผ่านทางถนนอ่อนนุชวิ่งเข้าแยกสวนหลวง แล้วตรงไปถึงถนนสุขุมวิทได้ หรือจากถนนอ่อนนุชแล้วเลี้ยวขวาเข้าถนนพัฒนาการก็สามารถไปถนนเพชรบุรีได้ ส่วนถ้าจะออกเมืองก็วิ่งไปทางเส้นทางถนนกิ่งแก้วก็ไปทะลุบางนา-ตราดได้ค่ะ การเดินทางด้วยรถยนต์ในบริเวณนี้ก็แน่นอนว่าคงจะเหมาะกับผู้ที่ใช้รถยนต์มากกว่า แต่สำหรับคนที่ไม่ได้ขับรถ ก็มีรถเมล์ผ่านหน้าโครงการสาย 1013 วิ่งจากหัวตะเข้ ผ่านหน้าโครงการไปถึงพระโขนงค่ะ และมีรถตู้ผ่านหน้าโครงการเช่นกันวิ่งไปซีคอนแสควร์ ส่วนวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างจะอยู่ด้านหน้าโครงการเลยค่ะ หรือถ้าต้องการเรียกรถแท็กซี่ก็หาไม่ยาก เพราะโครงการอยู่ติดถนนใหญ่ มีแท็กซี่วิ่งผ่านมาเรื่อยๆอยู่แล้ว ส่วนการเดินทางโดยแอร์พอร์ตลิ้งค์นั้นสามารถไปขึ้นที่สถานีใกล้ที่สุดคือสถานีลาดกระบัง มีระยะห่างจากตัวสถานีประมาณ 3 กม. จากโครงการให้กลับรถไปทางถนนลาดกระบังมุ่งหน้าถนนร่มเกล้า แล้วเลี้ยวซ้ายที่แยกลาดกระบัง ตรงไปเรื่อยๆ ตัวสถานีจะอยู่ทางฝั่งขวาค่ะ

road Perfect Masterpiece-2

ความอุดมสมบูรณ์ของโครงการในระยะใกล้พอจะมีให้พึ่งพิงได้พอสมควรแต่ไม่ได้อยู่ในระยะเดินนะคะ จะต้องขับรถไปค่ะ ไม่ไกลโครงการจะมีคอมมูนิตี้มอลล์ The Paseo ซึ่งภายในมีร้านอาหารต่างๆเหมือนตามคอมมูนิตี้มอลล์ในเมืองแต่จำนวนร้านจะไม่เยอะเท่านะคะ นอกจากนี้ยังมีตลาดนัดอยู่ใกล้กับ The Paseo แต่ห่างออกอีกนิดนึงไปทางแยกลาดกระบัง และยังมี Tesco Lutus Express และ 7-11 ให้ได้พึ่งพิงได้ด้วย แต่ถ้าขยับไปบนถนนอ่อนนุช แถวๆนั้นจะมีของกินให้เลือกเยอะเลย เพราะมีสำนักงานตามตึกแถวและหมู่บ้านหลายหมู่บ้านตั้งอยู่เลยจะคึกคักหน่อยค่ะ

สำหรับความอุดมสมบูรณ์บนถนนพัฒนาการส่วนใหญ่จะเป็นอาคารพาณิชย์ซะเป็นส่วนมาก และ มีโครงการประเภทคอนโดตั้งอยู่บ้างแต่ไม่มาก แต่ส่วนใหญ่จะเป็นแนวราบซะหมด สำหรับเเหล่ง Shopping ถ้าวิ่งออกไปทางแยกสวนหลวงเลี้ยวซ้ายไปทางถนนศรีนครินทร์จะมีห้าง Seacon Square ศรีนครินทร์ (11.3 กม.) และ Paradise Park ศรีนครินทร์ (12 กม.) และบนถนนเฉลิมพระเกียรติ์ ร.9 จะมี Big C และ สวนสาธารณะสวนหลวงร.9 ไว้ให้เดินเล่นพักผ่อนหย่อนใจอยู่ค่ะ หรือถ้าในระยะประมาณ 12 กม. ก็มีอีกตัวเลือก คือ Mega Bangna ซึ่งตั้งอยู่บนถนนบางนา-ตราด ค่ะ

express way perfect masterpiece1

นอกจากนี้สำหรับใครที่วิ่งเข้าเมืองก็จะมีตัวช่วยอย่างมอเตอร์เวย์ กรุงเทพฯ-ชลบุรี สายใหม่ โดยทางเข้ามอเตอร์เวย์ฝั่งขาเข้าเมืองมีระยะห่างจากโครงการประมาณ 4.9 กม. เป็นอีกทางเลือกไว้เลี่ยงรถติดบนเส้นอ่อนนุช สามารถวิ่งเข้าเมืองไปพระราม 9 ได้สะดวก ส่วนขากลับก็วิ่งถนนเลียบวงแหวน แล้วเข้าถนนสุขาภิบาล 2 เลี้ยวขวาเข้าถนนลาดกระบัง จากนั้นกลับรถหน้า The Paseo ขับตรงมาประมาณ 180 ม.โครงการก็จะอยู่ทางฝั่งซ้ายค่ะ

express way perfect masterpiece2

ส่วนทางเข้ามอเตอร์เวย์ฝั่งขาออกชลบุรี มีระยะห่างจากโครงการประมาณ 4.4 กม. โดยเลี้ยวขวาที่แยกลาดกระบังแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าถนนร่มเกล้า ตรงไปจะมีทางเข้ามอเตอร์เวย์ค่ะ ขากลับก็ย้อนทางเดิมได้เลยค่ะ

express way perfect masterpiece3

อีกตัวช่วยหนึ่งคือ วงแหวนกาญจนาภิเษก โดยเส้นทางของวงแหวนจะวิ่งรอบนอกเมือง ถ้าวิ่งขึ้นไปทางฝั่งเหนือจะเชื่อมไปยังรามคำแหงได้ ส่วนถ้าวิ่งลงทางใต้จะเชื่อมไปถนนบางนา-ตราด, ปากน้ำ และออกพระราม 2 ได้ค่ะ

start stop-2

เนื่องจากโครงการ Perfect Masterpiece สุขุมวิท 77 ตั้งอยู่บนถนนลาดกระบัง ซึ่งเข้าถึงได้จากทางถนนอ่อนนุช (เส้นทางหมายเลข 1) และทางถนนลาดกระบัง (เส้นทางหมายเลข 2) จริงๆจะ สำหรับเส้นทางที่จะพาไปโครงการในวันนี้ จริงๆจะวิ่งทางเส้นถนนอ่อนนุขก็ได้ แต่ที่เลือกเส้นทางนี้เพราะจะพาไปดูเส้นทางที่เชื่อมต่อจาก Airport Link ที่เป็นตัวช่วยในการเดินทางเข้าเมืองในเวลาเร่งด่วนเช้าเย็นค่ะ โดยใช้เส้นทางหมายเลข 2 เริ่มต้นจากสถานีแอร์พอร์ต ลิงค์ ลาดกระบัง วิ่งเข้าเส้นร่มเกล้า ตรงมาประมาณ 3 กม. จะเจอสี่แยกลาดกระบัง ให้เลี้ยวขวาเข้าถนนลาดกระบังฝั่งมุ่งหน้าถนนอ่อนนุช ผ่านคอมมูนิตี้มอลล์ The Paseo มาประมาณ 180 ม.โครงการจะตั้งอยู่ทางซ้ายมือค่ะ 

เริ่มต้นจากสถานีแอร์พอร์ต ลิงค์ ลาดกระบัง บนถนนเลียบแอร์พอร์ต ลิงค์ นะคะ ซ้ายมือจะเห็นรถจอดเรียงรายเลย เป็นรถของคนที่ต้องการเดินทางเข้าเมืองโดยใช้บริการแอร์พอร์ต ลิงค์ค่ะ

ตามทางมาเรื่อยๆจะเจอทางแยก ให้ตรงไปทางถนนอ่อนนุชค่ะ

Perfect Masterpiece route (3 of 19)new

ตรงมาอีกนิดหนึ่งจะเจอทางแยก ให้เลี้ยวซ้ายไปทางถนนอ่อนนุชค่ะ ถ้าตรงไปจะเข้าทางมอเตอร์เวย์ฝั่งมุ่งหน้าเข้าเมืองค่ะ

Perfect Masterpiece route (5 of 19)new

เลี้ยวซ้ายมาแล้ว ก็ขับตามทางมาเรื่อยๆข้ามทางรถไฟ ซึ่งสถานีรถไฟจะอยู่ทางฝั่งซ้าย ติดกับสถานีแอร์พอร์ต ลิ้ง ลาดกระบัง เส้นทางรถไฟนี้จะเป็นเส้นทางวิ่งระหว่างสถานีหัวลำโพงและวิ่งยาวไปถึงสถานีอรัญประเทศค่ะ

ตามทางมาเรื่อยๆจนเจอทางออก ให้ออกฝั่งขวาเพื่อเข้าเส้นร่มเกล้านะคะ

วิ่งบนถนนร่มเกล้าสักพักจะเจอแยกลาดกระบัง ให้เลี้ยวขวาไปทางพระโขนงค่ะ

Perfect Masterpiece route (7 of 19)new new

เลี้ยวขวามาแล้ว เราจะอยู่บนถนนลาดกระบังฝั่งมุ่งหน้าถนนอ่อนนุช เป็นถนน 6 เลน ไป 3 เลน กลับ 3 เลน ให้ตรงไปเรื่อยๆ บรรยากาศ 2 ข้างทางจะเป็นร้านขายวัสดุก่อสร้างตามอาคารพาณิชย์เป็นส่วนใหญ่ อาคารจะไม่ค่อยสูงนักประมาณ 2-3 ชั้นค่ะ

ตรงไปเรื่อยๆบนถนนลาดกระบัง นอกจากอาคารพาณิชย์แล้ว ยังเป็นพื้นที่ว่างเปล่าสลับกับออฟฟิตของบริษัทต่างๆ และโชว์รูมรถยนต์ทั้ง อีซูซุ, ฟอร์ด, โตโยต้า

ตรงไปเรื่อยๆข้างหน้าจะเป็นสามแยกไฟแดง ให้ตามป้ายถนนศรีนครินทร์ค่ะ เส้นทางนี้เป็นเส้นทางเชื่อมต่อกับเมือง ซึ่งสามารถเข้าเมืองได้หลายเส้นทางทั้งทางถนนศรีนครินทร์ และทางพระโขนงค่ะ

ผ่านสามแยกไฟแดงมา ฝั่งซ้ายจะผ่านตลาดบัญญัติทรัพย์ ถัดไปจะเป็น Market Land บริเวณนี้จะเป็นอีกแหล่งร้านอาหาร ร้านค้าและตลาดนัดบนถนนลาดกระบังค่ะ

ผ่านตลาดนัดไปแล้ว บรรยากาศ 2 ข้างทางจะเป็นร้านค้าตามอาคารพาณิชย์ ส่วนใหญ่จะยังเป็นร้านขายอุปกรณ์ก่อสร้าง แต่ก็มีบางส่วนเป็นร้านอาหารและที่อยู่อาศัยสลับกันไปค่ะ

ตรงไปอีกนิดหนึ่ง ฝั่งซ้ายจะมีปั้มแก๊ส LPG ส่วนฝั่งขวาจะเป็นร้านขายวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้างค่ะ

ตรงต่อไปบนถนนลาดกระบัง ข้ามคลองบัวลอยไปค่ะ

ลงจากสะพานข้ามคลองมาแล้ว ทางฝั่งซ้ายจะผ่านศูนย์รถยนต์ Toyota ถัดไปจะเป็นคอมมูนิตี้มอลล์ The Paseo จากตรงนี้อีกประมาณ 180 ม.ก็จะถึงทางเข้าโครงการกันแล้วนะคะ

ถึงแล้วค่ะ โครงการตั้งอยู่ในซอยลาดกระบัง 20/3 ป้ายหน้าโครงการจะติดชื่อไว้ทั้ง Perfect Masterpiece และ Perfect Place เพราะทั้ง 2 โครงการอยู่ในซอยเดียวกัน

map zoom1111

มาดูรอบๆโครงการกันหน่อยนะคะ ถนนข้างทางเข้าโครงการฝั่งทิศตะวันออกเป็นที่ดินเปล่า ถัดไปเป็นคอมมูนิตี้มอลล์ The Paseo ส่วนฝั่งทิศตะวันตกเป็นที่ขายรถมือ 2 ค่ะ ส่วนทางเข้าออกที่ติดกับถนนลาดกระบัง เป็นถนนที่เข้าออกได้ทางเดียว นอกจากนี้บริบทโดยรอบของโครงการทางทิศตะวันออกและทิศตะวันตกถูกขนาบด้วยคลองบัวเกราะและคลองบัวลอย พื้นที่โดยรอบส่วนใหญ่แล้วจะเป็นหมู่บ้านอยู่อาศัยแบบแนวราบสลับที่ดินเปล่าของเอกชน สำหรับพื้นที่ติดต่อกับโครงการ Perfect Masterpiece สุขุมวิท 77 เฟส 3 คือ

  • ด้านทิศเหนือ จะติดกับโครงการหมูบ้านภายในโครงการของ Property Perfect
  • ด้านทิศใต้ ติดกับที่ดินบุคคลอื่น
  • ด้านทิศตะวันออก ติดกับถนนส่วนกลางรอบทะเลสาบ
  • ด้านทิศตะวันตก ติดกับคลองบัวเกราะ ข้ามคลองไปอีกฝั่งหนึ่งเป็นหมู่บ้านไทยสมุทร

Perfect Masterpiece SH (2 of 216) copy

เรามาดูสภาพแวดล้อมที่ติดกับที่ดินของโครงการกันนะคะ ภายในเส้นประสีเหลืองเป็นพื้นที่ของ Property Perfect ค่ะ ซึ่งปัจจุบันถูกกั้นด้วยรั้วสังกะสีและติดป้ายไวนิลของโครงการไว้ ถัดไปคือที่ดินของ The Paseo ค่ะ

Perfect Masterpiece SH (3 of 216) copy

มาดูด้านหลังรั้วสังกะสีเป็นที่ดินเปล่าของ Property Perfect มองผ่านที่ดินเปล่าไปจะเป็นอาคารจอดรถของ The Paseo ค่ะ ส่วนถนนทางฝั่งขวาในเขตเส้นประสีเหลือ คือถนนภายในโครงการค่ะ

Perfect Masterpiece SH (4 of 216) copy

อีกฝั่งหนึ่งขอบเขตของโครงการคือเส้นประสีเหลืองด้านซ้าย ส่วนแปลงที่ดินที่ติดกันฝั่งขวาของโครงการเป็นที่ขายรถมือสองค่ะ

ฝั่งตรงข้ามทางเข้าหลักโครงการที่ติดกับถนนลาดกระบังเป็นออฟฟิตของบริษัท Daxinค่ะ

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • The Paseo ~ 180 ม.
  • โรงพยาบาลสิรินธร ~ 2.5 กม.
  • สถานีแอร์พอร์ต ลิงค์ ลาดกระบัง ~ 3 กม.
  • โรงเรียนสารสาสน์วิเทศ-ร่มเกล้า ~ 5.3 กม.
  • Tesco Lotus อ่อนนุช ~ 6 กม.
  • ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ~ 7 กม.
  • สวนหลวง ร.9 ~ 8.1 กม.
  • Big C สวนหลวง ~ 8.6 กม.
  • โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ ~ 9.9 กม.
  • Seacon Square ~ 11.3 กม.
  • Paradise Park ~ 12 กม.
  • Mega Bangna ~ 12 กม.


เจาะลึกตัวโครงการ

map zoom

ตัวโครงการ Perfect Masterpiece สุขุมวิท 77 อยู่ในซอยลาดกระบัง 20/3 เป็นซอยเข้าออกได้ทางเดียวไม่ได้เป็นซอยทะลุ และโครงการนี้อยู่ในหมู่บ้านใหญ่ที่ Property Perfect ซื้อที่ดินขนาดใหญ่ไว้ แล้วค่อยๆทำโครงการบ้านมาขาย ได้แก่ โครงการ Perfect Masterplace เฟส 1 ถึง 6 และโครงการ Perfect Master piece เฟส 1 ถึง 3 จึงเป็นข้อดีที่ทำให้บรรยากาศภายในซอยเป็นซอยปิด มีความสงบเรียบร้อย และมีความปลอดภัยแบบ Double Security Gate คือ การเข้าถึงจะต้องผ่านประตูทางเข้าหลักของโครงการด้วย Keycard Access ครั้งหนึ่ง และต้องใช้ Keycard Access ผ่านเข้าประตูของแต่ละโครงการอีกครั้งหนึ่ง คุณพ่อคุณแม่สามารถให้ลูกหลานขี่จักรยาน หรือวิ่งเล่นในพื้นที่รอบๆทะเลสาบได้ เนื่องจากอยู่ภายในโครงการ ซึ่งการที่จะหาซื้อแปลงที่ดินขนาดใหญ่แบบนี้จะหาได้ยากในโซนนี้แล้วนะคะ จะเห็นว่าหมู่บ้านใหญ่ๆขยับไปทำแถวเลียบถนนกาญจนาภิเษกกับถนนบางนา-ตราดซะมากกว่า จากทางเข้าซอยลาดกระบัง 20/3 จะผ่านโครงการ Perfect Place และ Perfect Masterpiece เฟสต่างๆ รวมถึง Clubhouse ส่วนกลางของโครงการที่ตั้งอยู่ริมทะเลสาบ จนมาถึงทางเข้าโครงการ Perfect Masterpiece เฟส 3 มีระยะทาง 850 ม.ค่ะ

masterplan perfect masterpiece-2

มาดูที่ตัวโครงการ Perfect Masterpiece สุขุมวิท 77 เฟส 3 เป็นโครงการบ้านเดี่ยว 2 ชั้น จำนวน 53 ยูนิต บนเนื้อที่โครงการ 32-2-45 ไร่ ซึ่งโครงการเปิดขายเฟส 1 และ เฟส 2 ไปประมาณ 4-5 ปีแล้วนะคะ ส่วนบ้านเฟส 3 นี้เริ่มเปิดเขายเมื่อต้นปีที่ผ่านมา มีกำหนดจะเสร็จทั้งโครงการภายในสิ้นปีนี้ค่ะ ซึ่งปัจจุบันมีบ้านที่เสร็จแล้วก็ได้เริ่มทยอยโอนแล้วเช่นกัน ส่วนพื้นที่สีเขียวส่วนกลางเสร็จเรียบร้อยพร้อมใช้งานแล้วค่ะ

ที่ดินของตัวโครงการเฟส 3 นี้เป็นที่ดินรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ทางเข้าออกของโครงการเฟส 3 นี้จะเข้าจากถนนหลักของโครงการที่วิ่งรอบทะเลสาบ ส่วนด้านหน้าจะเป็นสวนส่วนกลาง จากถนนทางเข้าโครงการเข้ามาจะเจอวงเวียน แล้วค่อยแยกออกเป็นถนนซอยด้วยความกว้าง 10 ม. เพื่อแจกเป็นทางเข้าบ้านทั้งหมด 2 ซอย ซึ่งถนนซอยนี้สามารถวนถึงกันได้ โดยระยะทางจากทางเข้าถึงสุดเขตที่ดินมีระยะประมาณ 450 ม. เป็นระยะที่พอเดินมาใช้สวนด้านหน้าโครงการได้ค่ะ

การวางตัวของบ้านแต่ละหลัง บ้านส่วนใหญ่จะหันหน้าเข้าหาถนนภายในโครงการที่เป็นถนนซอยกว้าง 10 ม. และมีเพียง 5-6 หลังที่จะเป็นแปลงหน้าสวน ซึ่งแปลงหน้าสวนจะได้รับวิวที่ดี แต่ก็จะมีความเป็นส่วนตัวลดลง เพราะแปลงที่ดินติดสวนจะอยู่ด้านหน้าโครงการซึ่งเป็นทางเข้าออกจึงจะมีคนผ่านหน้าบ้านเป็นประจำ โครงการออกแบบให้ซอยย่อยมีจำนวนบ้านไม่เกิน 25 หลัง ถือว่ามีเพื่อนบ้านในซอยเยอะนะคะ แต่เนื่องจากถนนในซอยมีความกว้าง 10 ม. จึงมีบรรยากาศไม่ค่อยแออัดเท่าไหร่ค่ะ ส่วนการเลือกตำแหน่งของบ้านก็จะขึ้นอยู่กับความชอบส่วนบุคคล สำหรับลูกบ้านที่ชอบความสงบแนะนำให้เลือกหลังที่อยู่ท้ายโครงการก็จะได้ความเป็นส่วนตัวมากกว่า เพราะจะไม่มีเพื่อนบ้านผ่านเข้าออกเยอะ ส่วนผู้ที่เน้นเข้าออกสะดวก ก็เหมาะจะเลือกหลังที่อยู่ด้านหน้าโครงการค่ะ

สำหรับทิศของบ้านในโครงการส่วนใหญ่จะหันไปทางทิศเหนือและทิศใต้ บ้านที่หันไปทางเหนือแน่นอนว่าก็จะได้แสงที่ธรรมชาติหน่อย ไม่ค่อยแรงมาก ส่วนบ้านที่หันไปทางทิศใต้จะได้แสงที่จ้ากว่าและลมที่แรงกว่าด้วย แปลงบ้านแต่ละหลังจะแตกต่างกันที่แบบบ้าน ซึ่งตอนนี้มีเปิดให้เลือก 2 แบบคือแบบ Regent และ Regal และยังแตกต่างกันที่ขนาดพื้นที่รอบบ้าน การเลือกแปลงบ้านก็ขึ้นอยู่กับความต้องการในการใช้สอยและความชอบส่วนบุคคลนะคะ ถ้าชอบพื้นที่สีเขียวรอบบ้านกว้างๆ ก็เลือกแปลงที่มีที่ดินขนาดใหญ่ได้ค่ะ

ซุ้มประตูหลักของโครงการที่เข้าจากถนนลาดกระบังจะอยู่ลึกเข้าไปด้านในหน่อยช่วยให้การจราจรด้านหน้าสะดวกมากขึ้น โดยเป็นโครงแบบมีหลังคาไว้หลบฝนหลบแดดได้ ทางเข้าโครงการเป็นถนนคอนกรีตถูกยกระดับขึ้นมาจากถนน 30 ซม. เพื่อช่วยในการระบายน้ำและป้องกันน้ำไหลเข้าโครงการได้ในระดับนึงที่ฝนตกหนักและระบายน้ำไม่ทัน โดยมีความกว้างถนนบริเวณหน้าซุ้มประตูประมาณ 18 ม. แบ่งเป็นทางเข้าออกฝั่งละ 6 ม., เกาะกลาง 2 ม. ซึ่งป้อม รปภ.จะอยู่บริเวณเกาะกลางเพื่อแยกฝั่งรถเข้า-ออกโครงการ ฟุตบาททางเดิน 2 ฝั่งมีระยะฝั่งละ 1 ม. โดยด้านข้างจะปลูกไม้ใหญ่และไม้พุ่มไว้ช่วยให้โครงการดูร่มรื่นค่ะ

ทางเข้าสู่โครงการจะแยกออกเป็น 2 ช่องทาง โดยช่องฝั่งซ้ายจะเป็นทางเข้าสำหรับผู้อยู่อาศัยภายในโครงการ สามารถใช้ระบบ Keycard Access ผ่านเข้าออกได้เลย ส่วนช่องฝั่งขวาที่ติดกับป้อมยาม เป็นช่องทางเข้าสำหรับผู้มาติดต่อแลกบัตรเข้า-ออกก็จะต้องทำการแลกบัตรกับพี่ รปภ. แล้วก็จะได้ใบกระดาษมาเพื่อจะต้องแสตมป์และยื่นให้พี่ยามในขาออก

ด้านข้างป้อมพี่รปภ.มีกล้อง CCTV ส่องคนขับในระยะใกล้ ระบบรักษาความปลอดภัยของโครงการใช้แบบรั้วไม้กระดกกั้น โดยการเข้า – ออกด้วยระบบ Keycard Access ส่วนที่ป้อมยามจะมีพี่ยามประจำอยู่ตลอดค่ะ

ผ่านซุ้มโครงการเข้ามาที่ถนนหลักภายในโครงการ เป็นถนนที่มีความกว้าง 18 ม. บรรยากาศ 2 ข้างทาง จะร่มรื่นด้วยต้นไม้ เราสามารถแยกเข้าโครงการต่างๆ ได้จากถนนเส้นนี้ โดยจะมีซุ้มประตูของแต่ละโครงการอีกชั้นหนึ่ง เป็นแบบ Double Security Gate ค่ะ

ตรงเข้ามาเรื่อยๆจะมีป้ายบอกทางภายในโครงการ เราจะตรงไปทาง Sales Gallery นะคะ

ตรงเข้ามาเรื่อยๆจะเจอทางแยก มองผ่านถนนไปจะเป็นทะเลสาบของโครงการ เราจะเลี้ยวซ้ายเข้าถนนเลียบทะเลสาบนะคะ

เลี้ยวซ้ายเข้ามาแล้ว จะเจอ Sales Gallery ตั้งอยู่ริมทะเลสาบ ตรงนี้ติดต่อสอบถามได้ทั้งโครงการเฟสใหม่ของ Perfect Place และ Perfect Masterpiece นะคะ

มาดูบรรยากาศรอบทะเลสาบกัน อีกฝั่งหนึ่งของทะเลสาบจะเป็นที่ตั้งของ Clubouse ของโครงการ มีทั้งหมด 3 อาคารนะคะ อาคารฝั่งซ้ายสุดเป็นอาคาร Clubhouse 1 ภายในมีสระว่ายน้ำ 1 สระ ถัดมาเป็นอาคาร Restaurant และหลังสุดท้ายฝั่งขวาคืออาคาร Clubhouse 2 เป็นอาคารหลังใหม่ที่มีสระว่ายน้ำอีก 1 สระ ซึ่งสระนี้จะอยู่บนชั้น 2 ของอาคารค่ะ เนื่องจาก Clubhouse ตรงนี้เป็นพื้นที่ส่วนกลางที่รองรับการใช้บริการของโครงการบ้านหลายเฟส จึงมีขนาดใหญ่ การใช้บริการจะต้องสมัคร Member เพิ่มเติมเอานะคะ

Perfect Masterpiece SH (15 of 216) copy

อีกมุมหนึ่งจากทะเลสาบสามารถเห็นทางเข้าโครงการ Perfect Masterpiece เฟส 3 อยู่ด้านข้างค่ะ

กลับมาที่ Sales Gallery ด้านหน้าจะมีที่จอดรถสำหรับผู้มาติดต่อ ตัวอาคารเป็นอาคารชั้นเดียว เดี๋ยวจะพาเข้าไปชมบรรยากาศภายในกันสักนิดค่ะ

ด้านในสำนักงานขายจะมีเจ้าหน้าที่คอยให้คำแนะนำและให้ข้อมูลของโครงการ

ภายในจัดที่นั่งสำหรับผู้มาเยี่ยมชมโครงการ จากภายในอาคารสามารถมองออกไปเห็นบรรยากาศรอบๆโครงการผ่านกระจกได้ค่ะ

ต่อไปจะพาเดินรอบๆทะเลสาบไปอาคาร Clubhouse ตัวทางเดินจะเป็นคอนกรีตสลับกับหญ้า โดยรอบบริเวณปลูกต้นไม้ใหญ่ไว้ เป็นข้อดีของหมู่บ้านนี้ที่ส่วนกลางรอบทะเลสาบสามารถแชร์กับโครงการเก่าๆได้ ทำให้ต้นไม้ใหญ่ที่นำมาลงไว้ตั้งแต่เริ่มโครงการแรกๆฟื้นตัวพร้อมให้ร่มเงาเต็มที่แล้ว ทางเข้าพื้นที่สวนนี้ สามารถเข้าถึงได้ตลอดเส้นทางรอบทะเลสาบ ส่วนสำหรับผู้สูงอายุที่ต้องนั่ง Wheelchair สามารถใช้ทางลาดที่อยู่ด้านข้างของ Clubhouse ได้ค่ะ

PerfectMasterpiece 327

เดินลึกเข้าไปหน่อยจะเจอกับสนามเด็กเล่น พื้นบริเวณสนามเด็กเล่นปูหญ้ามาให้เรียบร้อยดีค่ะ

PerfectMasterpiece 328

ผ่านพื้นที่นั่งเล่นอีกจุดหนึ่งในสวน ซึ่งตรงนี้เป็นพื้นที่เปิดโล่งเหมาะจะใช้งานในตอนเย็นที่แดดร่มแล้วค่ะ

ถัดมาก็จะมีชุดเครื่องเล่นสำหรับเด็ก สลับไปกับจุดนั่งเล่นในสวน พื้นที่ตรงนี้ยังอยู่ในพื้นที่ส่วนกลางของโครงการจึงยังมีความปลอดภัยระดับหนึ่งที่ผู้ปกครองสามารถให้บุตรหลานมาวิ่งเล่นรอบๆทะเลสาบได้ค่ะ

สำหรับมุมนั่งเล่นในร่มก็จะมีศาลาเล็กๆริมทะเลสาบ ภายในมีม้านั่งพักผ่อนในร่ม และติดไฟภายในศาลาไว้ทำให้สามารถมานั่งเล่นได้ตลอดวันนะคะ มาตอนเย็นๆก็ยังมีไฟพอให้เห็นทางได้ค่ะ

เดินมาเรื่อยๆจะมาถึงด้านหลังอาคาร Clubhouse ซึ่งทางเข้าอาคารก็จะเข้าจากถนนด้านหลังนี้นะคะ ฝั่งซ้ายเป็นสนามบาสเกตบอลและสนามเทนนิส ฝั่งขวาเป็นอาคาร Clubouse 1,2 และอาคาร Restaurant ค่ะ

สนามบาสเกตบอลภายในโครงการ จะมีแป้นบาสอยู่ 2 ฝั่ง สามารถเล่นทีม แบบทีมละ 5 คนได้เลยนะคะ สำหรับบ้านไหนที่มีคนชอบเล่นบาสก็สามารถชวนเพื่อนมาเล่นที่สนามในหมู่บ้านได้ไม่ต้องออกไปไกล แต่ก็ต้องเสียค่าสมาชิกของ Clubhouse เพิ่มเติมค่ะ

ถัดมาเป็นสนามเทนนิส ข้อดีคือ ถ้าลูกหลานที่บ้านต้องการเรียนเทนนิสก็สามารถจ้างคุณครูมาสอนที่สนามภายในโครงการได้ ไม่ต้องเดินทางไปเรียนไกลค่ะ และสามารถชวนเพื่อนมาเล่นเทนนิสกันในโครงการได้เช่นกัน แต่ต้องสมัครสมาชิกเพิ่มค่ะ

กลับมาชมฝั่ง Clubhouse กันบ้างนะคะ จากมุมนี้อาคารทางฝั่งขวาที่กำลังปรับปรุงอยู่จะเป็นอาคาร Clubhouse 1 ซึ่งให้บริการมานานเป็น 10 ปีแล้วนะคะ ส่วนอาคารชั้นเดียวตรงกลางจะเป็นร้านอาหาร และอาคารฝั่งซ้ายสุดเป็นอาคาร Clubhouse 2 เป็นอาคารเปิดใหม่ เพื่อใช้รองรับลูกบ้านของโครงการที่มีจำนวนเพิ่มขึ้น ตามเฟสของโครงการที่เปิดเยอะขึ้นเรื่อยๆค่ะ

บริเวณรอบๆ กลุ่มอาคาร Clubhouse จะเป็นลานที่จอดรถสำหรับผู้มาใช้บริการนะคะ

มุมหนึ่งในที่ลานจอดรถ จะมีมุมสำหรับจอดจักรยานและมอเตอร์ไซค์ ลูกบ้านที่อยู่ในโครงการเฟสต่างๆ ก็สามารถปั่นจักรยานมาใช้บริการ Clubhouse ได้ค่ะ

PerfectMasterpiece 352

ต่อไปมาดูภายในอาคารกันบ้างนะคะ เข้ามาที่อาคาร Clubhouse 1 จะมีโถงส่วนกลาง ฝั่งขวาของทางเข้ามีทางเดินแยกไปปีกขวาของอาคาร

PerfectMasterpiece 353 copy

เข้ามาที่ปีกขวาของอาคารมีบันไดสำหรับขึ้นไปใช้บริการชั้นบน ถ้าตรงไปจะเป็นห้องน้ำค่ะ เดี๋ยวเราจะพาขึ้นไปชมชั้นบนกันก่อนนะคะ

PerfectMasterpiece 354

ขึ้นมาบนชั้น 2 จะแบ่งห้องเป็น 2 ฝั่ง ฝั่งซ้ายจะเป็นห้องโยคะและแอโรบิค ส่วนฝั่งขวาจะเป็นห้องโยคะ

Perfect Masterpiece SH (40 of 216)-down

ภายในห้อง Fitness จะเป็นห้องโล่งๆ จากห้อง Fitness นี้ เป็นตำแหน่งที่สามารถมองออกไปเห็นวิวทะเลสาบส่วนกลางของโครงการได้

Perfect Masterpiece SH (42 of 216)

อีกฝั่งหนึ่งเป็นห้องโยคะ ภายในก็จะมีอุปกรณ์สำหรับเล่นโยคะ เช่น ลูกบอลโยคะ และเสื่อสำหรับปูเล่นโยคะ

Perfect Masterpiece SH (37 of 216)

กลับลงมาที่ชั้นล่างบริเวณด้านในสุดของปีกขวาที่เป็นห้องน้ำ นอกจากจะเป็นห้องน้ำของอาคารแล้วยังเป็นทางเข้าไปใช้บริการสระว่ายน้ำได้ด้วย ทำให้เวลามาใช้บริการก็เข้าไปเปลี่ยนชุดว่ายน้ำแล้วเดินทะลุไปสระว่ายน้ำได้เลย สะดวกดีเหมือนกันนะคะ ซึ่งภายในจะมีห้องน้ำ, ห้องอาบน้ำ, Locker, เคาน์เตอร์สำหรับนั่งเป่าผมค่ะ

ออกมาที่สระว่ายน้ำ เป็นสระระบบเกลือ ขนาดประมาณ 30 x 18 ม. ลึก 1.2 ม. แต่ด้วยรูปทรงของสระเป็นเส้นโค้งไปมา จึงมีพื้นที่ว่ายน้ำในแนวยาวได้น้อยนะคะ ขอบสระจะเป็นแบบ Infinite Edge Pool ให้ความรู้สึกเหมือนพื้นที่สระเชื่อมกับทะเลสาบเลยค่ะ

Perfect Masterpiece SH (35 of 216)

จากมุมมองในสระจะดูเหมือนเชื่อมกับทะเลสาบเลยนะคะ แต่จริงๆแล้วจะมีขอบสระเป็นระบบ Overflow..เวลาว่ายไม่ต้องกลัวตกไปในทะเลสาบนะคะ ระบบ Overflow หรือเรียกว่าระบบน้ำล้น คือน้ำจะล้นออกจากสระ เพื่อลงสู่รางระบายน้ำในขอบสระชั้นล่าง หลังจากนั้นน้ำจะไหลไปยังบ่อพักน้ำและผ่านระบบกรอง ก่อนถูกปล่อยเข้ามาในสระว่ายน้ำอีกครั้ง

สระว่ายน้ำจะแบ่งเป็นสระเด็กขนาดประมาณ 8 x 7 ม. ลึก 0.5 ม. มีราวกั้นไว้เรียบร้อย นอกจากนี้ยังมีพื้นที่เดินรอบสระเด็กทำให้ผู้ปกครองสามารถดูแลลูกหลานได้ใกล้ชิดค่ะ

PerfectMasterpiece 346

มาที่ปีกซ้ายของโถงทางเข้ากันบ้างนะคะ ภายในจะมีทางเชื่อมไปอาคาร Restaurant ได้ คือเดินไปทางร้าน 108 shop นะคะ

PerfectMasterpiece 347

นอกจากจะมีร้าน 108 Shopที่ป็นร้านค้าทั่วไปเหมือน 7-11 แล้ว ฝั่งขวาจะมีร้านซักแห้ง และถัดเข้าไปด้านในเป็นร้านอาหารตามสั่งค่ะ ข้อดีของโครงการที่เปิดมานานแล้ว ทำให้ทราบในทันทีเลยนะคะว่าภายในโครงการจะมีร้านค้า ร้านอาหารอะไรขายอยู่บ้าง  ไม่ต้องรอลุ้นกันว่าจะมีร้านมาเปิดหรือไม่ อย่างร้านอาหารตามสั่งในโครงการนี้ก็มีความคึกคักดีนะคะ และมีเมนูให้เลือกหลากหลายดีค่ะ

PerfectMasterpiece 348

ด้านในของอาคาร Restaurant ยังมีห้องน้ำแยกชาย หญิง ไว้ให้บริการ และมีทางออกไปริมทะเลสาบด้วยค่ะ

PerfectMasterpiece 350

เดินออกมาจากอาคาร Restaurant จะเป็น Deck ไว้สำหรับเดินเล่นในตอนเย็นๆ ริมทะเลสาบได้ค่ะ

ถัดมาเป็นอาคาร Clubhouse 2 ซึ่งเป็นอาคารที่สร้างขึ้นใหม่ เพื่อรองรับจำนวนลูกบ้านที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆจากการเปิดเฟสใหม่ๆของโครงการค่ะ

ที่ชั้น 1 ของอาคาร Clubhouse 2 จะมีห้อง Fitness และห้องน้ำนะคะ ภายในโถงชั้น 1 จะมีเคาน์เตอร์ต้อนรับ ซึ่งจุดนี้จะเป็นที่สมัคร member ของ Clubhouse และเป็นจุดชำระเงินในการใช้บริการด้วย สำหรับประเภทของ Member มีทั้งแบบรายปี รายเดือน และรายครั้ง อัตราค่าใช้บริการหากเป็นลูกบ้านจะคิด 13,500 บาท/ปี หรือถ้าสมัครรายเดือน 2,700 บาท/เดือน ถ้ามาทดลองเล่นเป็นรายครั้งจะเสียครั้งละ 150 บาท/1 ประเภทกีฬา สำหรับบุคคลภายนอกก็สามารถมาใช้บริการได้นะคะ แต่จะเสียค่าใช้บริการในอัตราที่แพงกว่าลูกบ้านค่ะ

PerfectMasterpiece 385

บรรยากาศในห้องฟิตเนส เป็นห้องที่ล้อมด้วยกระจก 3 ด้าน ทำให้สามารถรับแสงธรรมชาติเข้ามาภายในห้องได้ และทำให้บรรยากาศดูโปร่งด้วยค่ะ ภายในมีเครื่องออกกำลังกายประมาณ 40 ชิ้น

วิวจากห้อง Fitness หากมาใช้บริการในเวลากลางวันก็จะได้วิวของทะเลสาบส่วนกลางของโครงการนะคะ

ไปชมชั้น 2 ของ Clubhouse กันต่อ ซึ่งด้านบนจะเป็นส่วนของสระว่ายน้ำอีกสระหนึ่งของโครงการ ด้านข้างบันไดจะมีตู้ใส่รองเท้าวางไว้ สำหรับถอดรองเท้าก่อนขึ้นชั้นบนค่ะ

PerfectMasterpiece 387 copy

ขึ้นมาชั้นบนของ Clubhouse จะเจอทางแยก 3 ทางนะคะ ถ้าตรงไปจะเป็นทางขึ้นสระว่ายน้ำ ส่วนด้านซ้ายขวาจะเป็นห้องน้ำแยกชายหญิงค่ะ จะพาไปชมเฉพาะห้องน้ำหญิงกันนะคะ

ภายในห้องน้ำมีพื้นที่กว้างที่เดียว สามารถรองรับการใช้งานของคนประมาณ 10 คน พร้อมกันได้ มีอ่างล้างมือ, ห้องสุขา, ห้องอาบน้ำ, ห้อง sauna และ ห้อง Stream ไว้พร้อมค่ะ

นอกจากนี้ก็จะมีตู้ Locker และมีเคาน์เตอร์สำหรับนั่งแต่งหน้า ไดร์ผม อยู่ด้านในค่ะ

Perfect Masterpiece SH (51 of 216)-side

บรรยากาศภายในห้องสุขาและห้องอาบน้ำค่ะ

อีกมุมหนึ่งก็จะมีห้อง Stream และ Sauna ภายในรองรับคนใช้บริการได้ประมาณ 3-4 คน ต่อห้องค่ะ ด้านในสุดมีประตูทางออกไปสระว่ายน้ำ จากภายในห้องน้ำเลยสะดวกดีนะคะ

PerfectMasterpiece 389

สำหรับสระว่ายน้ำของอาคาร Clubhouse 2 จะมีขนาดประมาณ 25 x 12 ม. ลึก 1.1 ม. จึงสามารถว่ายน้ำออกกำลังกายในทางยาวได้พอสมควรนะคะ

PerfectMasterpiece 390

มุมนึงของสระมีระบบจากุชชี่ ซึ่งเป็นจุดนั่งชิวในสระนะคะ ถ้าไม่ชอบว่ายน้ำหนักๆ ก็มานั่งชิวมุมนี้ได้ค่ะ

หลังจากที่พาชม Clubhouse ส่วนกลางริมทะเลสาบของหมู่บ้านกันแล้ว ต่อไปเราจะพาไปชมตัวโครงการ Perfect Masterpiece เฟส 3 ซึ่งทางเข้าก็จะมีซุ้มประตูอีกชั้นหนึ่งนะคะ เป็นระบบ Double Security Gate ทำให้เกิดความปลอดภัยในการอยู่อาศัยมากขึ้นค่ะ

ซุ้มประตูโครงการเป็นโครงแบบมีหลังคาไว้หลบฝนหลบแดดได้ ทางเข้าโครงการเป็นคอนกรีตถูกยกระดับขึ้นมาจากถนนรอบทะเลสาบอีกประมาณ 20 ซม.เพื่อช่วยในการระบายน้ำและป้องกันน้ำไหลเข้าโครงการได้ในระดับนึงที่ฝนตกหนักและระบายน้ำไม่ทัน โดยมีความกว้างถนนบริเวณหน้าซุ้มประตูประมาณ 16 ม. แบ่งเป็นทางเข้าออกฝั่งละ 7 ม. และเกาะกลาง 2 ม. ป้อม รปภ.จะอยู่บริเวณเกาะกลางเพื่อแยกฝั่งรถเข้า-ออกโครงการค่ะ

Perfect Masterpiece SH (60 of 216)-down

ทางเข้าสู่โครงการเฟส 3 จะมีรปภ. ประจำอยู่ที่ป้อมยามตลอด 24 ชม. นะคะ ระบบความปลอดภัยจะเป็นไม้กระดกกั้น สำหรับลูกบ้านก็ผ่านเข้าออกด้วยระบบ Keycard Access อีกชั้นหนึ่ง ซึ่งจะใช้ Keycard ใบเดียวกันกับทางเข้าหลักหน้าโครงการนะคะ สำหรับผู้มาติดต่อแลกบัตรเข้า-ออกก็จะต้องทำการแลกบัตรกับพี่ รปภ. แล้วก็จะได้ใบกระดาษมาเพื่อจะต้องแสตมป์และยื่นให้พี่ยามในขาออกค่ะ

เข้ามาด้านในโครงการจะเจอวงเวียน ให้ขับรถวนตามเข็มนาฬิกาไปนะคะ

ขับวนมานิดเดียวจะเจอซอยแรก ถ้าขับตรงเข้าไปทางซอยฝั่งซ้ายจะเป็นซอยอยู่อาศัย ซึ่งบ้านในโครงการประมาณครึ่งหนึ่งจะอยู่ในซอยนี้ ส่วนบ้านที่เหลือจะอยู่ในซอยถัดไปทางฝั่งขวา พื้นที่ตรงกลางที่คั่นระหว่างทางเข้าซอยอยู่อาศัยทั้ง 2 ซอยจะเป็นสวนส่วนกลางนะคะ นอกจากนี้ที่ต้นซอยฝั่งซ้ายจะมีบ้านตัวอย่างให้ชม 2 แบบค่ะ

Perfect Masterpiece SH (69 of 216)

บ้านตัวอย่างจะมีให้ดู 2 แบบ คือแบบบ้าน Regent และแบบบ้าน Regal เป็นบ้านที่ลงเฟอร์นิเจอร์ไว้ให้ดูเป็นไอเดียในการตกแต่ง ส่วนรั้วของบ้านตัวอย่างจะเปลี่ยนเป็นสวนหย่อมซึ่งบ้านจริงจะมีรั้วบ้านกั้นไว้นะคะ ต่อไปจะพาไปชมบรรยากาศของสวนส่วนกลางกันค่ะ

ภาพรวมของสวนจะเป็นต้นไม้ใหญ่ริมบ่อน้ำ ตรงกลางบ่อน้ำจะมีน้ำพุ ช่วยเพิ่มบรรยากาศในดูน่าใช้งานขึ้น ส่วนพื้นที่ด้านข้างบ่อน้ำทั้ง 2 ฝั่ง ทำเป็นทางเดินไว้ ให้ลูกบ้านสามารถมาเดินเล่นได้ค่ะ

เส้นทางที่สามารถใช้เดินเล่นได้รอบๆบ่อน้ำ เส้นทางเดินมีม้านั่งมาให้นั่งพัก นั่งเล่น ใต้ร่มไม้ได้

อีกมุมหนึ่งของสวน จะมีมุมนั่งเล่นในร่มริมทะเลสาบ ซึ่งปัจจุบันยังไม่ได้มีเก้าอี้มาตั้งนะคะ

ทางเข้าพื้นที่นั่งเล่นในร่ม สามารถเดินเข้าจากทางด้านหลัง ซึ่งเวลานั่งเล่นในพื้นที่ตรงนี้จะเห็นบรรยากาศโดยรอบสวนทั้งหมดค่ะ

 

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • ทะเลสาบ 20 ไร่
  • สวนสาธารณะภายในโครงการเฟส 3 ขนาด 1.3 ไร่
  • ระบบ CCTV ที่ Main Gate และภายในโครงการ
  • รั้วรอบโครงการสูง 3 เมตร
  • Key Card Access ระยะใกล้
  • เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง
  • ประตูรั้วโครงการแบบ รั้วกั้นไม้กระดก
  • สัญญาณกันขโมย ระบบ Magnetic Sensor ทุกหลัง
  • ถนนถนนภายในกว้าง 10 ม.

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวกที่ต้องเสียค่าสมาชิกเพิ่มที่ Clubhouse ส่วนกลาง

  • สระว่ายน้ำ 2 สระ ระบบเกลือ
    • สระที่อาคาร Clubhouse 1 ขนาด 30 x 18 เมตร แบ่งสระเด็กลึก 0.5 เมตร สระผู้ใหญ่ลึก 1.2 เมตร
    • สระที่อาคาร Clubhouse 2 ขนาด 25 x 12 เมตร ลึก 1.1 เมตร
  • Stream/Sauna
  • ห้อง Fitness มีเครื่องออกกำลังกายประมาณ 40 เครื่อง
  • ห้อง Aerobic
  • ห้อง Yoga
  • สนามเทนนิส
  • สนามบาสเกตบอล
  • Wi-Fi ฟรีที่คลับเฮ้าส์


Product Walkthrough

โครงการ Perfect Masterpiece สุขุมวิท 77 เป็นโครงการบ้านเดี่ยว 2 ชั้น มีจำนวนบ้านในโครงการทั้งหมด 53 หลัง มีทั้งหมด 4 แบบโดยแบบที่สร้างเสร็จให้ชมได้แล้วตอนนี้มี 2 แบบ ดังนี้ค่ะ

  • แบบบ้าน Regal พื้นที่ใช้สอย 450 ตร.ม. ( 5 ห้องนอน, 6 ห้องน้ำ, 1 ห้องรับแขก, 1 ห้องพักผ่อน, 1 ห้องรับประทานอาหาร, 1 Pantry, 1 ห้องครัวไทย, 1 ห้องเก็บของ, 1 ห้องแม่บ้าน, ที่จอดรถ 4 คัน )
  • แบบบ้าน Regent พื้นที่ใช้สอย 530 ตร.ม. ( 5 ห้องนอน, 6 ห้องน้ำ, 1 ห้องรับแขก, 1 ห้องรับประทานอาหาร, 1 Pantry, 1 ห้องครัวไทย, 1 ห้องเก็บของ, 1 ห้องพระ, 1 ห้องแม่บ้าน, ที่จอดรถ 4 คัน )

ซึ่งเราจะพาไปชมบ้านตัวอย่างที่สร้างเสร็จและตกแต่งแล้วให้ดู 1 หลังคือ แบบบ้าน Regal ซึ่งตกแต่งไว้เป็นตัวอย่างเรียบร้อยแล้ว แต่ถ้าเป็นบ้านจริงที่ขายนั้นจะเป็นบ้านเปล่า ไม่มีการตกแต่งภายในให้นะคะ

Screen Shot 2016-04-23 at 6.13.34 PM

แบบบ้านในโครงการจะเป็นหลังใหญ่ทั้งหมดนะคะ โดยมีขนาดที่ดินตั้งแต่  100 ตร.วา ขึ้นไป ซึ่งบ้านที่จะพาชมวันนี้คือแบบบ้าน Regal พื้นที่ใช้สอย 450 ตร.ม. ที่ดินเริ่มต้น 180 ตร.วา เริ่มจากชั้น 1 ของตัวบ้านกันค่ะ เมื่อเข้ามาในพื้นที่บริเวณบ้านแล้วด้านหน้าจะเป็นพื้นที่สำหรับจอดรถทั้งหมด 4 คัน ที่เป็นแบบจอดในร่ม ติดกับพื้นที่จอดรถไปทางด้านหลังบ้านจะเป็นห้องแม่บ้าน ซึ่งมีห้องน้ำสำหรับแม่บ้านแยกไว้ให้ต่างหากค่ะ ประตูทางเข้าหน้าบ้านจะมีทางเข้า 3 ทาง จากประตูหลักด้านหน้าตัวบ้าน, จากประตูฝั่งห้องนั่งเล่น และจากประตูฝั่งที่จอดรถ เริ่มจากประตูหลักของตัวบ้านเมื่อเข้ามาจะเจอกับ Foyer เป็นพื้นที่แบ่งพื้นที่ใช้สอยของบ้านออกเป็น 2 ฝั่งซ้ายขวานะคะ มาดูกันทีละฝั่งนะคะ จากแปลนทางฝั่งขวาของบ้านจะเป็นห้องนั่งเล่น พื้นที่สำหรับทานอาหาร และครัวแบบ Pantry ซึ่งผนังบ้านทางฝั่งนี้จะเป็นประตูกระจกบาน Fix ผสมกับบานเลื่อนทั้งหมด ทำให้บ้านทางฝั่งนี้จะได้รับแสงธรรมชาติเข้ามาในบ้านได้มาก ทำให้ภายในบ้านดูโปร่งโล่ง

ส่วนทางฝั่งซ้ายของตัวบ้านจะมีห้องนอนแขกอยู่ที่ชั้นล่าง 1 ห้อง ซึ่งสามารถปรับเปลี่ยนเป็นห้องนอนผู้สูงอายุได้ ติดกับห้องนอนแขกจะมีห้องครัวไทยและห้องซักรีด ซึ่งจะมีประตูออกไปทางหลังบ้านได้อีกทางหนึ่งค่ะ ห้องน้ำส่วนกลางในชั้นล่างจะอยู่ติดกับประตูทางเข้าบ้านฝั่งโรงจอดรถนะคะ ซึ่งจะเป็นแบบ Powder Room คือไม่ได้มีพื้นที่สำหรับอาบน้ำไว้ให้ ใช้เป็นห้องสุขาได้เท่านั้นค่ะ ส่วนสุดท้ายของชั้นนี้คือบันไดเพื่อขึ้นไปชั้น 2 ของตัวบ้านจะอยู่ระหว่างประตูเข้าบ้านฝั่งที่จอดรถและประตูหลักตรงกลางของบ้าน ส่วนห้องเก็บของจะเป็นห้องที่อยู่ใต้บันไดค่ะ

Screen Shot 2016-04-23 at 6.13.43 PM

ขึ้นมาที่ชั้น 2 ของตัวบ้าน จะจัดแบ่งพื้นที่ห้องไว้เป็นห้องนั่งเล่น 1 ห้อง เพื่อเป็นพื้นที่นั่งเล่นสำหรับครอบครัวในชั้นบน เผื่อในกรณีมีแขกมาเยี่ยมบ้านแต่คนในบ้านยังต้องการนั่งดูทีวีหรือพักผ่อน ก็ยังสามารถขึ้นมาใช้ห้องนั่งเล่นในชั้นบนได้ นอกจากนี้ยังมีห้องนอน 4 ห้อง เป็นห้องนอนขนาดเล็ก 2 ห้อง, ห้องขนาดกลาง 1 ห้อง และห้อง Master Bedroom อีกหนึ่งห้อง ทุกห้องจะมีห้องน้ำในตัวนะคะ  ขึ้นมาจากบันไดจะพบห้องนอนแรกเป็นห้องนอนขนาดเล็กของบ้าน ส่วนห้องที่ติดกันทางฝั่งซ้ายจะเป็นห้องนอนเล็กอีกเช่นกัน ส่วนด้านหน้าห้องนอนเล็กจะมีห้องนั่งเล่นของชั้นบน ซึ่งมีประตูเชื่อมออกไปยังส่วนของระเบียงด้านนอกได้ ซึ่งพื้นที่ของระเบียงนี้มีขนาดใหญ่พอให้จัดงานปาร์ตี้เล็กๆ สัก 10 คนได้เลยทีเดียว ส่วนอีกฝั่งหนึ่งของชั้น 2 จะเป็นห้องนอนขนาดกลางและห้อง Master Bedroom ค่ะ

PerfectMasterpiece 77new-4

ภายนอกของบ้านแบบ Regal ถูกดีไซน์ออกมาในไสตล์โมเดิร์น เรียบง่าย โดยรวมของบ้านถูกตกแต่งด้วยสีโทนน้ำตาล-ขาว ผนังบางส่วนถูกตกแต่งให้เป็นลายไม้ เพื่อให้บ้านดูสวยงามและมีความกลมกลืนกับธรรมชาติมากขึ้น ช่องแสงเป็นบานกระจกเขียวตัดแสง ส่วนหลังคาของตัวบ้านเป็นหลังคากระเบื้อง Cpac รุ่น Neustile ซึ่งเป็นกระเบื้องแบบเรียบเหมาะกับบ้านสไตล์โมเดิร์น ฉนวนกันความร้อนไว้ หลังคามีความยาวยื่นออกมาไม่เยอะ ทำให้บังแดดหรือฝนไม่ได้มากนัก พื้นที่โดยรอบบ้านจะปลูกต้นไม้ไว้ให้อย่างที่เห็นนี้ ได้ทั้งไม้ยืนต้นและไม้พุ่มเลยนะคะ

ประตูรั้วหน้าบ้านเป็นประตูเลื่อนอัตโนมัติควบคุมด้วยรีโมท โดยลักษณะรั้วโปร่งซี่ห่างๆ ไม่กันสายตา ด้านหน้ามีประตูเล็กเข้า-ออกสำหรับคนเดิน ทางซ้ายของประตูรั้วบ้านจะมีตู้ไปรษณีย์สีเงิน ด้านหน้าตู้จะติดเลขที่บ้านไว้ ส่วนฝั่งซ้ายจะมีกริ่งบ้านค่ะ

PerfectMasterpiece 212

พื้นลานจอดรถเทคอนกรีตเสริมเหล็กปู Stamped Concrete ไว้ ตัวหลังคาบ้านจะคลุมที่จอดรถได้ 4 คันนะคะ สำหรับบ้านที่มีรถมากกว่านี้คงจะต้องต่อกันสาดเพิ่มด้านหน้าให้มีที่จอดรถในร่มเพิ่มขึ้นค่ะ

ด้านหน้าบ้านจะมีประตูทางเข้า 3 ทางนะคะ คือทางเข้าจากทางห้องนั่งเล่น ทางเข้าจากประตูหลักตรงกลาง และทางเข้าจากทางลานจอดรถค่ะ ทางเข้าบ้านฝั่งห้องนั่งเล่นจะเป็นประตูกระจกสไลด์ที่ยกขึ้นสูงจากพื้นหน้าบ้าน ส่วนประตูหลักและประตูฝั่งโรงรถจะเป็นประตูไม้บานเปิด-ปิดที่ยกขึ้นสูงจากพื้นหน้าบ้านเช่นกัน

ก่อนอื่นจะพาไปชมบรรยากาศรอบๆตัวบ้านกันก่อนนะคะ เฉลียงด้านหน้าของห้องนั่งเล่นจะปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ ขนาด 12″x12″ ส่วนที่ถัดมาจากเฉลียงจะเป็นสนามหญ้าหน้าบ้านค่ะ

มาดูด้านข้างของตัวบ้าน รอบตัวบ้านจะเหลือพื้นที่เท่าไหร่ก็ขึ้นอยู่กับแปลงที่ดินที่เลือก แต่ละแปลงจะได้ไม่เท่ากันนะคะ อย่างบ้านตัวจะเหลือพื้นที่ด้านข้างประมาณ 7 เมตร ก็จะมีพื้นที่ให้ปลูกต้นไม้ใหญ่ได้และเหลือพื้นที่สนามหญ้าให้เดินเล่นได้อีกด้วย บ้านจริงที่ได้ก็จะปลูกต้นไม้ใหญ่และไม้พุ่มมาให้ แต่ไม่ได้ปูพื้นทางเดินมาให้นะคะ

พื้นที่ด้านหลังของตัวบ้านจะมีพื้นที่เหลือพอให้ปลูกต้นไม้อีกเช่นกัน และฝั่งขวาเป็นพื้นที่เฉลียงของห้องนอนชั้นล่างปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ ขนาด 12″x12″ พื้นเฉลียงนี้สามารถเปิดประตูมาใช้งานได้จากทางห้องนอนเล็กที่ชั้น 1 ค่ะ

บริเวณด้านข้างอีกฝั่งของบ้านจะเหลือพื้นที่ไว้ปลูกต้นไม้ได้อีกเช่นกัน ซึ่งบ้านจริงก็จะปลูกต้นไม้และปูหญ้ามาให้แล้ว ส่วนห้องทางฝั่งขวาจะเป็นห้องนอนแม่บ้าน และติดกันเป็นห้องน้ำสำหรับแม่บ้าน ซึ่งประตูทางเข้าจะอยู่ด้านนอกตัวบ้านซึ่งแยกไว้เป็นสัดส่วนดี และพื้นที่ใต้หลังคาด้านในเป็นพื้นที่จอดรถของบ้านค่ะ

Perfect Masterpiece SH (82 of 216) copy

เดินวนมาถึงประตูเข้าบ้านฝั่งโรงรถจะเป็นประตูไม้บานเปิด-ปิดที่ยกขึ้นสูงจากพื้นหน้าบ้านเช่นกัน โดยมีเฉลียงเล็กๆด้านหน้าที่มีระดับพื้นที่ยกขึ้นจากพื้นโรงจอดรถ ประตูฝั่งที่จอดรถนี้เป็นประตูไม้เนื้อแข็งของ Leowood เป็นบานเปิดปิด ด้านข้างประตูมีปลั๊กไฟพร้อมฝาครอบกันน้ำ ติดให้ 1 ตำแหน่ง ซึ่งข้อดีของการมีปลั๊กไฟฝั่งที่จอดรถทำให้สามารถเสียบปลั๊กไฟเพื่อใช้เครื่องดูดฝุ่นทำความสะอาดรถได้สะดวก และเป็นฝั่งที่มีกันสาดจากด้านบนยาวกว่าอีกฝั่ง ช่วยป้องกันน้ำเข้าปลั๊กไฟได้ค่ะ

Perfect Masterpiece SH (83 of 216)-side-2 copy

ต่อไปจะพาชมด้านในบ้านซึ่งจะเริ่มเข้าบ้านจากประตูหลักตรงกลางนะคะ บานประตูเป็นประตูไม้เนื้อแข็งของ Leowood เหมือนประตูฝั่งโรงจอดรถ แต่บานประตูทางเข้าหลักมีจะบานที่ใหญ่กว่า และเป็นสูงเกือบเท่าฝ้าเลยค่ะ ด้านข้างประตูมี Stopper ทั้ง 2 ฝั่ง เพื่อกันไม่ให้ประตูกระแทกกับผนังนะคะ

เฉลียงด้านหน้าประตูยกระดับขึ้นจากพื้นลานจอดรถเพื่อแยกเป็นส่วนถอดรองเท้าหน้าบ้าน วัสดุเป็นกระเบื้องแบบด้าน ข้อดีคือช่วยกันลื่นได้ดี ส่วนทางเข้าในตัวบ้านก็ยกระดับจากพื้นหน้าประตูอีกระดับหนึ่ง ซึ่งพื้นบ้านจะปูกระเบื้องลายหินอ่อนค่ะ

Perfect Masterpiece SH (86 of 216)-side-2

อุปกรณ์ประตูของ Baldwin ขนาดจับพอดีมือมือค่ะ ประตูฝั่งนอกบ้านจะใช้กุญแจเป็นตัวล็อกค่ะ ส่วนด้านในจะเป็นตัวหมุนนะคะ

PerfectMasterpiece 223

เข้ามาด้านในบ้านจะเจอ Foyer เป็นลำดับแรก ซึ่งจะเป็นโถงแบบ Double Floor สามารถมองขึ้นไปเห็นทางเดินบนชั้น 2 ได้ และสามารถติดโคมไฟระย้าที่มีความยาวเป็นพิเศษในพื้นที่ตรงนี้ค่ะ นอกจากนี้ Foyer จะเป็นพื้นที่ที่แบ่งพื้นที่ใช้สอยในชั้น 1 ออกเป็น 2 ฝั่ง เราจะพาไปชมทีละฝั่ง เริ่มจากฝั่งซ้ายมือของ Foyer นี้ก่อนนะคะ

PerfectMasterpiece 226

ด้านซ้ายมือของ Foyer จะแบ่งพื้นที่ออกเป็น 3 ส่วนด้วยกัน โดยส่วนแรกคือ พื้นที่ของห้องนั่งเล่นทางฝั่งซ้าย ตรงกลางเป็นตำแหน่งสำหรับวางโต๊ะทานข้าว และฝั่งขวามือจะเป็นครัวแบบ Pantry ค่ะ พื้นที่ชั้น 1 มีความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดานชั้นล่าง สูง 3 เมตร ฝ้าของบ้านตัวอย่างจะ Drop เป็นฝ้าหลุมไว้ ซึ่งบ้านจริงที่ส่งมอบก็จะได้แบบนี้ ผนังบ้านทางฝั่งนี้จะเป็นประตูกระจกบาน Fix ผสมกับบานเลื่อนทั้งหมด ทำให้บ้านทางฝั่งนี้จะได้รับแสงธรรมชาติเข้ามาในบ้านได้มาก ทำให้ภายในบ้านดูโปร่งโล่ง บ้านที่ขายจริงจะเป็นบ้านเปล่าไม่มีเฟอร์นิเจอร์ให้นะคะ

Perfect Masterpiece SH (103 of 216)

มาดูรายละเอียดกันทีละจุดนะคะ โต๊ะทานอาหารที่บ้านตัวอย่างจัดโชว์ไว้มีขนาด 8 ที่นั่ง พื้นที่รอบโต๊ะทานข้าว เหลือพื้นที่ไว้พอสมควรเลยค่ะ ทำให้สามารถดึงเก้าอี้ออกมานั่งทานข้าวได้อย่างสบายๆ หากบ้านไหนมีสมาชิกมากกว่านี้ก็สามารถเปลี่ยนเป็นโต๊ะที่มีขนาดใหญ่ขึ้นหรือเปลี่ยนเป็นโต๊ะกลมก็ได้ เพราะรอบข้างยังมีพื้นที่เหลือค่ะ

PerfectMasterpiece 227

ถัดมาเป็นมุมนั่งเล่นห้องนี้ มุมนี้จะอยู่ด้านหน้าสุดของตัวบ้าน สามารถวางชุดโซฟาชุดใหญ่และตกแต่งด้วยชุดโคมไฟแขวนได้ จะเห็นว่าห้องดูโปร่งเพราะมีหน้าต่างสูงรับแสงธรรมชาติจากภายนอกได้ดี และมีความสูงจากพื้นถึงฝ้าที่ชั้นล่าง 3 ม.ค่ะ

โซฟาที่จัดไว้เป็นตัวอย่างเป็นโซฟา 5 ที่นั่ง ซึ่งหากมีสมาชิกมากกว่านี้ พื้นที่ตรงนี้ก็สามารถวางชุดโซฟาที่ใหญ่กว่านี้ได้

ส่วนพื้นที่สำหรับวางชั้นวางทีวีมีความกว้าง 4.2 ม. สามารถ Built-in เป็นตู้เต็มผนังได้ พื้นที่นี้มีระยะระหว่างโซฟาถึงทีวีกว้าง 4.25 ม. จึงสามารถติดทีวีขนาดที่ใหญ่กว่า 60 นิ้ว ได้เลยนะคะ

ติดกันกับพื้นที่นั่งเล่นดูทีวี จะติดกับประตูกระจกบานสไลด์ที่เชื่อมไปหน้าบ้านได้ ข้อดีของพื้นที่ตรงนี้คือติดกับสวนหน้าบ้านทำให้เห็นวิวสีเขียวด้านนอกบ้านตลอดค่ะ

ตัวรางของประตูถูกกดให้มีระดับที่เท่ากับพื้นกระเบื้องด้านในตัวบ้าน จึงไม่ต้องกังวลเรื่องสะดุดบานประตูนะคะ

Perfect Masterpiece SH (100 of 216)-down copy

ประตูกระจกบานสไลด์หน้าบ้านมีลักษณะบานเลื่อนจะเป็น 2 ระดับซ้อนกันอยู่ ทำให้ความกว้างเวลาเปิดประตูจะมีความกว้างที่สุดได้เท่ากับบานประตูบานเดียวคือประมาณ 1.1 ม. มือจับบานสไลด์เป็นแบบฝังลงไปบนวงกบประตู จับได้ถนัดมือ ส่วนตัวล็อกจะมีจุดเดียวอยู่ตรงกลางระหว่างบานเลื่อน 2 บาน เป็นตัวล็อกแบบก้นหอยค่ะ

กรอบบานประตูหนาเป็นพิเศษนะคะ เนื่องจากบานประตูค่อนข้างใหญ่และมีความสูงมากค่ะ

PerfectMasterpiece 231

จากประตูบานเลื่อนมองเข้ามาในตัวบ้าน จะเห็นโต๊ะทานข้าวและพื้นที่ครัวแบบ Pantry ที่อยู่ด้านใน เราไปดูส่วนครัวซึ่งเป็นพื้นที่ใช้สอยส่วนสุดท้ายของตัวบ้านทางฝั่งซ้ายกันค่ะ

PerfectMasterpiece 229

ห้องครัวจะปูพื้นด้วยกระเบื้องลายหินอ่อนต่อกันกับส่วนทานอาหารเลยนะคะ มีข้อดีคือสามารถเดินเชื่อมต่อกันได้สะดวกค่ะ ซึ่งครัวแบบ Pantry นี้จะเป็นครัวเปิด ไว้ใช้ทำอาหารฝรั่ง หรือ อาหารอย่างง่ายที่ไม่มีกลิ่นมากนะคะ ซึ่งถ้าต้องการทำอาหารแบบหนักๆจะมีครัวไทยแยกไว้ต่างหากค่ะ บ้านตัวอย่างจัดไว้ให้ดูเป็นครัวแบบ Island นะคะ ซึ่งสามารถเก็บไว้เป็นไอเดียในการตกแต่งบ้านจริงได้ค่ะ

กลับมาที่ Foyer ด้านหน้านะคะ ต่อไปจะพาไปชมพื้นที่ใช้สอยในบ้านอีกฝั่งหนึ่งกันค่ะ จาก Foyer มองไปจะตรงกับห้องน้ำชั้นล่าง ซึ่งเป็นแบบห้อง Powder Room ส่วนฝั่งขวาของห้องน้ำจะเป็นบันไดขึ้นไปชั้น 2 และฝั่งซ้ายของห้องน้ำจะมีโถงเล็กๆเป็นทางแยกไปห้องนอนเล็ก, ห้องครัวและห้องซักรีดค่ะ

Perfect Masterpiece SH (108 of 216) copy

ฝั่งซ้ายของห้องน้ำจะมีทางแยกไปครัวและห้องนอนเล็กค่ะ

ประตูฝั่งซ้ายจะเป็นห้องนอนเล็กของชั้นล่าง ซึ่งจะตรงข้ามกับประตูห้องครัวค่ะ

พื้นภายในห้องนอนเล็กจะเป็นกระเบื้องต่อเนื่องกับพื้นที่ด้านหน้าห้องเลยนะคะ ซึ่งข้อดีคือสามารถเดินเชื่อมต่อกันได้สะดวก

Perfect Masterpiece SH (112 of 216)-side

ประตูห้องเป็นบานไม้ทึบของ Leo Wood มือจับประตูเป็นแบบคันโยก ซึ่งมีขนาดที่จับได้พอดีมือค่ะ ซึ่งบานประตูของห้องอื่นๆในบ้านนี้ก็จะใช้ประตูแบบเดียวกันนี้นะคะ

ห้องนอนที่ชั้นล่างมีจุดประสงค์เพื่อใช้เป็นห้องนอนของผู้สูงอายุ เพราะจะให้เดินขึ้นบันไดไปชั้น 2 ก็คงจะไม่ไหว การจัดห้องไว้ที่ชั้นล่างในลักษณะจึงเหมาะสมกับการใช้งานมากกว่า หรือจะจัดเป็นห้องนอนสำหรับแขกก็เหมาะสมเช่นกัน เพราะอยู่ชั้นล่างไม่ต้องขึ้นไปชั้น 2 ของบ้านที่จะมีห้องส่วนตัวของสมาชิกคนอื่นภายในบ้านค่ะ

ภายในบ้านตัวอย่างวางเตียงขนาด 5 ฟุตไว้ ถ้าหากต้องการวางเตียงขนาด 6 ฟุตก็สามารถทำได้นะคะ

Perfect Masterpiece SH (115 of 216) copy-side

ด้านข้างเตียงทั้ง 2 ฝั่งมีพื้นที่เหลือให้สามารถเดินขึ้นเตียงได้อย่างสบาย ส่วนหัวเตียงด้านในก็มีพื้นที่ให้วางโต๊ะหัวเตียงได้เช่นกันค่ะ

ปลายเตียงเหลือพื้นที่สำหรับวางชั้นวางทีวีได้ ซึ่งสามารถทำเป็นตู้ Built-in สำหรับวางทีวีและเก็บของในตู้เดียวเลยก็ได้ ที่ผนังมีการจัดชุดปลั๊กไฟ และทีวี เตรียมไว้ให้เรียบร้อย เป็นของ B-Ticino

ด้านข้างของเตียงมีประตูกระจกบานเลื่อน เพื่อออกไปเฉลียงด้านหลังบ้าน ซึ่งบานกระจกนี้เป็นช่องแสงของห้องนอน ทำให้มีแสงธรรมชาติเข้ามาจากช่องนี้ได้ค่ะ

จากฝั่งของหน้าต่างมองกลับเข้ามาในห้อง จะมีพื้นที่ด้านข้างเตียงให้สามารถวางตู้เสื้อผ้าได้ค่ะ  ซึ่งสามารถใช้ได้ทั้งประตูบานเปิดปิดและประตูบานสไลด์ เพราะพื้นที่ข้างเตียงมีพื้นที่ว่างให้วางได้กว้างพอสมควรค่ะ

ส่วนพื้นที่ด้านข้างประตูมีช่องว่างให้สามารถ Built-in โต๊ะเครื่องแป้งได้ ซึ่งติดกับประตูทางเข้าห้องน้ำภายในห้องนอน

บานประตูห้องน้ำจะเป็นแบบเดียวกับประตูหน้าห้องนอนนะคะ ภายในห้องน้ำจะถูกแยกส่วนเปียกและส่วนแห้งชัดเจนด้วยระดับพื้น ผนังและพื้นโดยรอบเป็นกระเบื้องทั้งหมดค่ะที่แตกต่างกันคือพื้นภายในห้องน้ำจะเป็นกระเบื้องแบบด้านเพื่อช่วยกันลื่นภายใน้ห้องน้ำ ซึ่งในบ้านจริงก็จะให้ลายกระเบื้องและสุขภัณฑ์ตรงตามแบบนี้นะคะ

ส่วนผนังด้านหลังอ่างล้างหน้าจะพิเศษกว่าผนังด้านอื่นๆ โดยจะกรุกระเบื้องลายตาราง ซึ่งตัวผนังนี้สามารถติดกระจกได้เต็มบานช่วยให้ห้องน้ำดูกว้างขึ้น สำหรับกระจกที่ติดโชว์ไว้ในบ้านตัวอย่างไม่ได้ให้นะคะ แต่สามารถเก็บไว้เป็นไอเดียในการตกแต่งได้ค่ะ

อ่างล้างหน้าที่ให้จะเป็นของ Cotto มีขนาดใหญ่ ใช้งานได้สะดวกดีค่ะ 

ตัวเคาน์เตอร์ด้านล่างอ่างล้างหน้าเป็นตู้แบบมีบานปิดนะคะ ภายในเป็นช่องเก็บของมีขนาดไม่ใหญ่มาก สามารถใส่ผ้าผืนเล็กๆได้ แต่ก็อย่าลืมเผื่อพื้นที่ไว้สำหรับซ่อมท่อน้ำด้วยนะคะ

collage

โถสุขภัณฑ์เป็นโถแบบชิ้นเดียวยี่ห้อ Cotto มากับที่แขวนกระดาษชำระและสายฉีดชำระยี่ห้อเดียวกัน  ด้านข้างมีระยะประมาณ 0.8 ม. ซึ่งเป็นระยะที่พอสมควรเพื่อให้สะดวกในการหยิบทิชชู่ค่ะ

สำหรับพื้นที่ส่วนเปียกภายในห้องน้ำจะมีฉากกั้นอาบน้ำเป็นบานกระจกใส ตัวมือจับด้านนอกสามารถใช้แขวนผ้าเช็ดตัวได้ ส่วนด้านในมีติด Stopper ป้องกันฉากกั้นอาบน้ำกระแทกกับผนังด้านในค่ะ

พื้นที่อาบน้ำมีขนาดประมาณ กว้าง 0.8 x 1.6 เมตร วัสดุพื้นปูเป็นกระเบื้องผิวด้าน เหมือนกระเบื้องในส่วนแห้งค่ะ

หน้าตาฝักบัวที่โครงการให้ค่ะ ด้านล่างจะมีก๊อกน้ำอีกตำแหน่งหนึ่ง ซึ่งมีข้อดีในการช่วยอำนวยความสะดวกเวลาต้องการรองน้ำใส่ถังน้ำสำหรับถูบ้าน หรือรองน้ำใส่กะละมังซักผ้าก็สะดวกดีค่ะ

Perfect Masterpiece SH (134 of 216)-down

อุปกรณ์อาบน้ำ ได้แก่ ฝักบัวของ Cotto และก๊อกเปิดปิด ของ Prema มีขนาดจับได้ถนัดมือดีค่ะ

ส่วนพื้นห้องน้ำในส่วนแห้งจะถูกลดระดับลงมาประมาณ 7 ซม. และพื้นห้องน้ำในส่วนเปียกก็ถูกลดระดับลงมาอีก 5 ซม. เพื่อกันน้ำจากภายในห้องน้ำไหลออกไปส่วนอยู่อาศัยอื่นๆค่ะ

มาต่อกันที่ห้องครัวไทย ซึ่งประตูทางเข้าจะอยู่ฝั่งตรงข้ามห้องนอนนะคะ ภายในห้องติดตั้งท่อน้ำสำหรับติดตั้งซิงค์น้ำ และติดตั้งระบบไฟสำหรับวางตู้เย็นไว้เรียบร้อย ส่วนด้านในจะมีห้องซักรีดอยู่อีกห้องหนึ่งค่ะ

ภายในห้องครัวไทย จะมีความสูงฝ้าประมาณ 3 ม. และปูพื้นด้วยกระเบื้องสีขาว ส่วนผนังเป็นผนังปูนฉาบเรียบทาสีขาวค่ะ ขนาดของห้องมีขนาดพอให้ทำเคาน์เตอร์แบบตัว U ได้นะคะ

จากห้องครัวเดินเข้าไปด้านในอีกนิดหนึ่ง ฝั่งซ้ายจะเป็นห้องซักรีดนะคะ สำหรับพื้นที่ทางเดินไปห้องซักรีดมีความกว้างประมาณ 1 ม. สามารถ Built-in ทำตู้ที่มีความลึกไม่มากได้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มชั้นวางของในบ้านได้ค่ะ

ห้องซักรีดด้านใน มีขนาด 2.1 x 3 ม. ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ถูกออกแบบไว้สำหรับรีดผ้า, พับผ้า ด้านในของห้องจะมีประตูทางออกไปด้านหลังบ้าน ซึ่งใกล้กับห้องนอนของแม่บ้าน ทำให้แม่บ้านสามารถเข้ามาทำงานในห้องนี้ได้สะดวกค่ะ

Perfect Masterpiece SH (141 of 216)-side

ประตูด้านหลังบ้านเป็นบานอลูมิเนียม ยี่ห้อ Tostem นะคะ กระจกประตูเป็นกระจกเขียวตัดแสงหนา 5 ซม. ซึ่งจะเชื่อมต่อกับพื้นที่ซักล้างด้านหลังบ้าน มือจับแบบคันโยกวัสดุเป็นอลูมิเนียมเช่นกัน ซึ่งตัวประตูที่ใช้เป็นอลูมิเนียมทำให้มีน้ำหนักเบา และทนกว่าประตูไม้นะคะ

กลับเข้ามาในบ้าน มาดูพื้นที่ใช้สอยในส่วนสุดท้ายในชั้นนี้กันนะคะ คือ พื้นที่ห้องน้ำส่วนกลางของชั้นล่าง ซึ่งเป็นห้องแบบ Powder Room หรือเรียกว่าห้องน้ำสำหรับแขก..ภายในห้องจะไม่มีพื้นที่อาบน้ำค่ะ โดยห้องน้ำนี้จะติดกับประตูเข้าบ้านจากฝั่งโรงจอดรถ โดยประตูทุกบานในบ้านจะติดตั้งระบบกันขโมยแบบ Magnetic Censor ไว้ด้วยค่ะ

ภายในห้องน้ำแบบ Powder Room จะมีสุขภัณฑ์และอ่างล้างมือมาให้ ผนังและพื้นโดยรอบเป็นกระเบื้องทั้งหมดค่ะ ซึ่งในบ้านจริงก็จะให้ลายกระเบื้องและสุขภัณฑ์ตรงตามแบบนี้นะคะ ผนังด้านหลังอ่างล้างหน้าในห้องนี้สามารถติดกระจกได้เต็มบานเช่นกันนะคะ ช่วยให้ห้องน้ำดูกว้างขึ้นได้ค่ะ

ส่วนพื้นห้องน้ำจะถูกลดระดับลงมาประมาณ 7 ซม. เพื่อกันน้ำจากภายในห้องน้ำไหลออกไปส่วนอยู่อาศัยอื่นๆค่ะ

Perfect Masterpiece SH (147 of 216)-side

ห้องน้ำนี้จะมีส่วนที่แปลกอยู่นิดหนึ่งนะคะ คือจะมีระเบียงภายในห้องน้ำด้วย โดยมีฉากกั้นไว้เป็นประตูบานเลื่อน ส่วนตัวบานเป็นกระจกฝ้าค่ะ

พื้นที่ระเบียงที่เชื่อมกับห้องน้ำนี้มีขนาดประมาณ  1 x 2 ม. ใช้เป็นพื้นนที่สำหรับตากผ้าผืนเล็กๆ หรือตากอุปกรณ์ทำความสะอาดบ้าน เช่น ไม้ถูพื้น ผ้าขี้ริ้ว ได้ค่ะ

ด้านหนึ่งของระเบียงเป็นลูกกรงเหล็กโปร่งๆ ทำให้อากาศสามารถถ่ายเทเข้ามาในพื้นที่ตรงนี้ได้ค่ะ

ส่วนประตูหน้าบ้านฝั่งโรงจอดรถจะมีติดตั้งกล่องระบบกันขโมยแบบ Magnetic Censor ไว้ ซึ่งระบบนี้จะติดตั้งอยู่ในทุกประตูของบ้านเลยค่ะ

ต่อมาที่บันไดขึ้นชั้น 2 ตัวโครงบันไดจะเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก ลูกตั้งและลูกนอนเป็นไม้มะค่า ความกว้างของพื้นที่เดินอยู่ที่ประมาณ 1.1 ม. ลูกตั้งสูง 18 ซม. ลูกนอนกว้าง 28 ซม. ถือว่าเป็นขนาดมาตรฐาน ใช้งานได้สะดวกค่ะ ส่วนด้านล่างของบันไดเป็นห้องเก็บของ ซึ่งพื้นของห้องเก็บของจะปูกระเบื้องไว้ให้เรียบร้อยนะคะ

ราวจับบันไดตัวโครงจะเป็นโครงไม้ ส่วนที่กันตกจะเป็นกระจกค่ะ

ขึ้นมาจะเจอช่องแสงของบันได เป็นหน้าต่างบาน Fix ผสมบานกระทุ้ง ซึ่งตัวบานกระจกเป็นบานใหญ่ทีเดียวนะคะ ช่วยให้ตัวโถงบันไดไม่มืดจนเกินไป

เดินขึ้นบันไดมาจะมีชานพักบันได 1 จุด เป็นขั้นสี่เหลี่ยมที่มีขนาดกว้าง ยืนได้สะดวกดีค่ะ

เมื่อขึ้นมาที่ชั้น 2 ของตัวบ้าน ฝั่งซ้ายของบันไดจะเจอกับโถงทางเดิน เพื่อแยกไปยังห้องต่างๆ โดยชั้นนี้จะมีห้องนอนทั้งหมด 4 ห้องเป็นห้องที่มีห้องน้ำในตัวทุกห้อง และมีห้องนั่งเล่นอีก 1 ห้องค่ะ

ส่วนฝั่งขวาของบันไดจะเป็นโถงทางเดินไปห้องนั่งเล่น และห้องนอนเล็กค่ะ ทางเดินนี้มีความกว้างประมาณ 1.5 เมตร ซึ่งเป็นพื้นที่เชื่อมห้องต่างๆบนชั้นนี้ เราจะไปชมห้องนั่งเล่นของชั้นนี้กันก่อนค่ะ

PerfectMasterpiece 299

ห้องนั่งเล่นบนชั้นนี้ จัดโซฟาขนาด 4 ที่นั่งไว้ ถ้าสมาชิกเกิน 4 คนก็สามารถหาเก้าอี้เดี่ยวๆมาตั้งเพิ่มได้อีกค่ะ ด้านหลังของชุดโซฟาจะมีหน้าต่างรับแสงธรรมชาติเข้ามาให้ห้องทำให้ห้องไม่ดูอึดอัด

จากโซฟามองไปที่ชั้นวางทีวี ที่บ้านตัวอย่างจัดชั้นวางทีวีแบบลอยตัวมาให้ดูเป็นตัวอย่าง ซึ่งบ้านจริงสามารถ Built-in เป็นตู้เต็มผนังด้านนี้ได้เลยค่ะ พื้นที่ดูทีวีมีระยะระหว่างโซฟาถึงทีวีกว้าง 4 ม. จึงสามารถติดทีวีขนาดที่ใหญ่กว่า 60 นิ้ว ได้เลยนะคะ

ด้านข้างของพื้นที่นั่งเล่น จะติดกับประตูกระจกบานเลื่อนที่เชื่อมไประเบียงได้ ตัวบานประตูจะเหมือนกับประตูบานเลื่อนที่ห้องนั่งเล่นชั้นล่างนะคะ

ออกมายังพื้นที่ระเบียงด้านนอก จะมีทางเชื่อมไปพื้นที่ระเบียงด้านข้าง

พื้นที่ระเบียงบนชั้น 2 นี้มีความกว้างมากเลยนะคะ มีขนาดประมาณ 7 x 7 ม. สามารถใช้จัดงานปาร์ตี้เล็กๆของบ้านได้เลย หรือหาเก้าอี้สนามมาวางก็สามารถใช้เป็นมุมพักผ่อนในตอนเย็นได้อีกจุดหนึ่งค่ะ

โดยพื้นที่ระเบียงฝั่งนี้จะลดระดับลงมาจากพื้นระเบียงด้านหน้าห้องนั่งเล่น เป็นขั้นบันไดลงมานะคะ

ราวกันตกถูกออกแบบไว้เป็นกระจกเขียวตัดแสง ทำให้เวลามองจากระเบียงออกไปจะสามารถเห็นพื้นที่สีเขียวด้านหน้าบ้านได้โดยไม่มีราวระเบียงมาบังนะคะ ตัวโครงเป็นวัสดุอลูมิเนียมทำให้ทนต่อแดดและฝนค่ะ

กลับเข้ามาในบ้านฝั่งตรงข้ามห้องนั่งเล่น จะเป็นตำแหน่งของห้องนอนเล็กของบ้านค่ะ

ด้านในห้องนอนมีพื้นที่กว้างพอสมควรสำหรับห้องนอนขนาดเล็ก มีระยะพื้นถึงฟ้า 3 ม.จึงทำให้ค่อนข้างโปร่ง ส่วนพื้นปูด้วยไม้มะค่าเช่นเดียวกับพื้นในห้องนั่งเล่น ภายในมีหน้าต่างรับแสงธรรมชาติเข้ามา ทำให้ห้องไม่อึดอัด ห้องตัวอย่างถูกจัดวาง Furniture ต่างๆไว้เป็นไอเดียในการตกแต่ง ได้แก่ เตียงขนาด 5 ฟุต ด้านข้างวางโต๊ะหัวเตียงไว้ทั้ง 2 ฝั่งและตู้เสื้อผ้าที่ Built-in ไว้เต็มผนังฝั่งที่ติดกับประตู และพื้นที่ปลายเตียงมีพื้นที่พอทำชั้นวางทีวีได้ค่ะ สำหรับบ้านจริงจะไม่ได้ให้ Furniture นะคะ จะเป็นห้องเปล่าค่ะ

จากฝั่งด้านหน้าต่างมองมาประตูเข้าห้อง ด้านข้างประตูฝั่งหนึ่งเป็นตำแหน่งสำหรับวางโต๊ะเขียนหนังสือหรือใครจะทำเป็นโต๊ะเครื่องแป้งก็ได้นะคะ ส่วนด้านข้างหัวเตียงสามารถ Built-in ตู้เก็บของเพิ่มได้นะคะ เพราะพื้นที่ด้านข้างเตียงเหลือพื้นที่กว้างประมาณ 3 ม.ค่ะ

อีกฝั่งหนึ่งของประตูเป็นทางเดินไปเข้าห้องน้ำ ซึ่งด้านหน้าของห้องน้ำมีพื้นที่ให้สามารถวางตู้เสื้อผ้า หรือจะ Built-in ตู้เสื้อผ้าให้เต็มถึงผนังเลยก็ได้ค่ะ แต่มุมนี้แนะนำให้ทำเป็นตู้บานสไลด์นะคะ เพราะจะทำให้ประหยัดพื้นที่ด้านหน้าตัวตู้ ไม่ต้องเผื่อระยะเปิดตู้ค่ะ

ภายในห้องน้ำจะถูกแยกส่วนเปียกและส่วนแห้งชัดเจนด้วยระดับพื้นที่ต่างกันและฉากกั้นอาบน้ำ ทั้งพื้นและผนังจะกรุกระเบื้องทั้งหมดแตกต่างกันที่กระเบื้องที่ใช้ปูพื้นจะเป็นกระเบื้องผิวด้านนะคะ นอกจากนี้มีหน้าต่างให้ 1 ตำแหน่ง ทำให้มีช่องถ่ายเทอากาศภายในห้องน้ำ

ภายในจะติดตั้งสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ในห้องน้ำไว้ครบนะคะ โถสุขภัณฑ์แบบชิ้นเดียวยี่ห้อ Cotto มากับที่แขวนกระดาษชำระและสายฉีดชำระยี่ห้อเดียวกัน เหมือนห้องน้ำชั้นล่างนะคะ ซึ่งในบ้านจริงก็จะให้ลายกระเบื้องและสุขภัณฑ์ตรงตามแบบนี้นะคะ ผนังด้านหลังอ่างล้างหน้าในส่วนแห้งมีข้อดีที่สามารถติดกระจกได้เต็มบานช่วยให้ห้องน้ำดูกว้างขึ้นค่ะ

Perfect Masterpiece SH (180 of 216) copy

กลับมาที่โถงทางเดินชั้น 2 กันค่ะ เดี่ยวเราจะไปดูห้องอื่นๆ บนชั้นนี้กันนะคะ โดยห้องนอนด้านในสุดเป็นห้อง Master Bedroom ส่วนห้องที่ติดกันเป็นห้องนอนกลาง และห้องด้านหน้าทางขวามือเป็นห้องนอนเล็กค่ะ เราไปดูห้องนอนเล็กกันก่อนแล้วค่อยไล่เข้าไปนะคะ

มากันที่ห้องนอนเล็กอีกห้องค่ะ จะมีขนาดพอๆห้องนอนเล็กที่พาไปชมก่อนหน้านี้ ภายในมีหน้าต่างบานเลื่อนที่เป็นช่องแสงธรรมชาติของห้อง

บ้านตัวอย่างตกแต่งไว้ให้ดูเป็นไอเดียนะคะ โดยตั้งเตียงขนาด 3.5 ฟุต ไว้ ซึ่งถ้าต้องการตั้งเตียงขนาด 5 ฟุตก็ทำได้เช่นกันค่ะ

PerfectMasterpiece 266

ฝั่งตรงข้ามเตียงนอนสามารถ Built-in ตู้เสื้อผ้าไว้ด้านหน้าห้องน้ำได้ ซึ่งตรงนี้สามารถดูเป็นไอเดียได้ โดยแนะนำเป็นตู้บานสไลด์จะช่วยประหยัดพื้นที่ใช้สอยได้ดีกว่าค่ะ ส่วนผนังฝั่งขวาสามารถวางโต๊ะเขียนหนังสือและตู้เก็บของได้ ซึ่งมุมนี้สามารถ Built-in เป็นตู้เต็มผนังได้เลยค่ะ

PerfectMasterpiece 267

ห้องน้ำภายในห้องน้ำจะปูกระเบื้อง ส่วนผนังจะเป็นผนังกรุกระเบื้อง แบ่งพื้นที่การใช้งานเป็นโซนเปียกและโซนแห้ง มีหน้าต่างให้ 1 ตำแหน่ง ทำให้มีช่องถ่ายเทอากาศภายในห้องน้ำได้ ทำให้ห้องน้ำไม่อับค่ะ สุขภัณฑ์และอุปกรณ์ต่างๆจะเหมือนกับแบบห้องเล็กที่พาไปชมก่อนหน้านี้เลยนะคะ

ต่อไปมาดูห้องนอนขนาดกลางกันบ้าง ห้องนี้แม้จะไม่ใช่ Master Bedroom แต่ก็มีขนาดใหญ่กว่าห้องนอนเล็ก 3 ห้องที่ได้ชมมาแล้วนะคะ หรือเรียกได้ว่าเป็นห้องนอนลูกคนโปรดค่ะ ซึ่งจะมีพื้นที่ด้านหน้าประตูเพิ่มขึ้นมาจากห้องนอนเล็ก พื้นที่ส่วนนี้สามารถใช้เป็นพื้นที่สำหรับวางตู้เสื้อผ้า และโต๊ะเครื่องแป้งได้ มีข้อดีที่ทำให้พื้นที่ภายในห้องดูเป็นสัดส่วนมากขึ้นค่ะ

เข้ามาด้านในจะเจอกับตำแหน่งสำหรับวางโต๊ะเครื่องแป้ง หรือจะทำเป็นโต๊ะทำงานก็ได้ค่ะ

เข้ามาด้านในแล้วมองกลับไปทางประตูห้อง ห้องนอนขนาดกลางจะได้พื้นที่หน้าห้องในส่วนตรงนี้เพิ่มขึ้นมาค่ะ

ส่วนด้านในจะเป็นพื้นที่สำหรับวางเตียง ขนาดของห้องสามารถวางเตียงขนาด 6 ฟุตได้นะคะ ห้องนี้มีข้อดีที่เป็นห้องมุมทำให้มีหน้าต่างหลายด้านนะคะ นอกจากจะได้วิวภายนอกแล้ว ยังเป็นช่องแสงธรรมชาติของห้องด้วยค่ะ

พื้นที่ด้านปลายเตียงเหลือพื้นที่ประมาณ 2 ม. สามารถวางโต๊ะทำงานและชั้นวางทีวีได้เลยค่ะ

จากฝั่งของหน้าต่างมองกลับเข้ามาภายในห้อง จะมีห้องน้ำอยู่ทางฝั่งซ้ายของห้องค่ะ

ภายในห้องน้ำจะถูกแยกส่วนเปียกและส่วนแห้งชัดเจนด้วยระดับพื้นที่ต่างกันและฉากกั้นอาบน้ำ ทั้งพื้นและผนังจะกรุกระเบื้องทั้งหมด โดยกระเบื้องพื้นจะเป็นกระเบื้องผิวด้านเหมือนห้องนอนเล็ก นอกจากนี้มีหน้าต่างด้านข้างให้ 1 ตำแหน่ง ทำให้มีช่องถ่ายเทอากาศภายในห้องน้ำ

PerfectMasterpiece 292

ภายในจะติดตั้งสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ในห้องน้ำไว้ครบนะคะ โดยตัวโถสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ในห้องน้ำจะเหมือนในห้องนอนเล็ก

ต่อมาเป็นห้อง Master Bedroom ซึ่งมีขนาดกว้างกว่าห้องนอนทุกๆห้อง คิดเป็นพื้นที่ 1 ใน 4 ของพื้นที่ชั้นบนเลยทีเดียว ตัวห้องมีระยะพื้นถึงฝ้า 3 ม. และพื้นปูด้วยไม้มะค่าเหมือนพื้นที่ใช้สอยอื่นๆในชั้นนี้ เข้ามาภายในห้องจะมีพื้นที่ด้านหน้าห้องเพิ่มขึ้นเหมือนในห้องนอนกลางนะคะ

ภายในถูกจัดวางFurniture ต่างๆไว้ได้ครบนะคะ ได้แก่ เตียงขนาด 6 ฟุตไว้ ด้านข้างวางโต๊ะหัวเตียงไว้ทั้ง 2 ฝั่งและตู้เสื้อผ้าแบบ Walk in closet ที่ติดกับห้องน้ำในตัว ส่วนพื้นที่ปลายเตียงมีพื้นที่พอสำหรับชั้นวางทีวีค่ะ สำหรับบ้านจริงจะไม่ได้ให้ Furniture นะคะ จะเป็นห้องเปล่านะคะ อย่างผนังด้านหลังหัวเตียงที่บ้านตัวอย่างถูกตกแต่งด้วยการกรุไม้เต็มพื้นที่ ส่วนบ้านจริงผนังทั้งหมดจะติดวอลเปเปอร์สีขาวครีม ไม่ได้กรุไม้ จะสามารถเปิดใช้งานหน้าต่างได้

เข้ามาด้านในแล้วมองกลับไปทางประตูห้อง ห้องนอนขนาดใหญ่จะได้พื้นที่หน้าห้องในส่วนตรงนี้เพิ่มขึ้นมา ซึ่งสามารถทำเป็นตู้เสื้อผ้าหรือตู้เก็บของเพิ่มในส่วนนี้ได้ ฝั่งซ้ายจะมีทางเดินเข้าไปห้องน้ำ

ในส่วนทางเดินไปห้องน้ำนี้ ที่บ้านตัวอย่าง Built-in ไว้เป็นแบบ Walk-in Closet แต่ที่บ้านจริงที่ส่งมอบให้ลูกบ้าน ตรงนี้จะไม่ได้มีให้นะคะ แต่ก็สามารถก็ไว้เป็นไอเดียในการตกแต่งได้ ส่วนประตูเข้าห้องน้ำจะอยู่ฝั่งขวามือค่ะ

ห้องน้ำของห้องนอนใหญ่ จัดพื้นที่มากว้างพอสมควร พื้นห้องน้ำกรุกระเบื้องลายหินอ่อน ส่วนผนังกรุด้วยกระเบื้องลายไม้ โดยแบ่งพื้นที่ใช้งานไว้หลายแบบตามแต่ผู้ใช้งานจะเลือกใช้ พื้นห้องน้ำลดระดับ 7 ซม. ชุดอ่างล้างหน้ามีให้ 2 อ่างพร้อมชุดเคาน์เตอร์ ส่วนตู้สำหรับเก็บอุปกรณ์ใต้เคาน์เตอร์ในห้องน้ำ บ้านจริงที่ส่งมอบจะไม่ได้มีให้นะคะ

มีอ่างอาบน้ำแบบ Jacuzzi ของ Cotto  ตัวอ่างจะยกพื้นสูงจากพื้นประมาณ 30 ซม ด้านข้างตัวอ่างมีหน้าต่างบานใหญ่ให้ 1 ตำแหน่ง ตัวบานเป็นกระฝ้านะคะ ทำให้แสงธรรมชาติสามารถเข้ามาได้แต่คนภายนอกจะไม่สามารถมองเข้ามาเห็นในห้องน้ำได้ค่ะ

ห้องอาบน้ำมีฉากกั้นประตูกระจกมาให้เป็นบานเปลือยกระจกนิรภัยใสพร้อมอุปกรณ์สแตนเลส ส่วนอีกห้องหนึ่งเป็นห้องสุขา ภายในมีสุขภัณท์ติดตั้งไว้พร้อมใช้งานค่ะ

PerfectMasterpiece 281

มาดูในส่วนของห้องอาบน้ำ ภายในจะมีฝักบัวของ Cotto มาให้ ส่วนด้านบนโครงการจะติดตั้ง Rain Shower มาให้เหมือนในบ้านตัวอย่างเลยนะคะ

ส่วนชุดโถสุขภัณฑ์เป็นระบบอัตโนมัติของ Cotto ซึ่งชุดสุขภัขภัณฑ์ที่ให้จะคงละรุ่นกับห้องน้ำชั้นล่างนะคะ อันนี้จะมีขนาดใหญ่และราคาแพงกว่า ซึ่งในห้องจะไม่ได้มีสายฉีดชำระ และที่แขวนกระดาษชำระมาให้นะคะ เนื่องจากตัวระบบของสุขภัณฑ์จะมีที่ฉีดน้ำอัตโนมัติและเครื่องเป่าแห้งไว้ให้เรียบร้อยแล้วค่ะ

มาต่อกันที่พื้นที่ด้านในของห้องนอนใหญ่ ฝ้าเพดานมีการเล่นระดับและซ่อนไฟไว้ทำให้แสงภายในห้องนุ่มนวลสบายตา ซึ่งบ้านจริงก็จะดรอปฝ้าหลุมไว้ให้แบบนี้นะคะ

ตำแหน่งสำหรับวางเตียงสามารถตั้งเตียงแบบ King size หรือที่นอนขนาด 6 ฟุต ได้สบายๆ

 

ด้านหลังหัวเตียงเหลือพื้นที่ให้สามารถตั้งโต๊ะเขียนหนังสือได้ ซึ่งสามารถวางโต๊ะตัวใหญ่หรือตัวที่ยาวกว่านี้เพื่อให้นั่งทำงานได้ 2 คนก็ได้ค่ะ

ส่วนปลายเตียงจะมีพื้นที่เหลือให้วางตู้ใส่ของได้ หรือจะ Built-in เป็นชั้นวางทีวีและวางของต่างๆก็ได้  ด้านผนังฝั่งปลายเตียงมีการติดตั้งปลั๊กไฟ และช่องรับสัญญาณโทรทัศน์สำหรับติดตั้งทีวีไว้เรียบร้อยนะคะ

ติดกันกับพื้นที่เตียงนอน จะเป็นประตูกระจกบานสไลด์ที่เชื่อมไประเบียงด้านนอกได้ ข้อดีคือทำให้สามารถเห็นวิวด้านนอกได้ และเป็นช่องแสงบานใหญ่ของห้องนอนค่ะ

พื้นที่ระเบียงด้านอกมีความกว้างทางเดินประมาณ 1.1 ม. ซึ่งก็พอให้วางโต๊ะน้ำชากับเก้าอี้ตัวเล็กๆได้ ส่วนราวกันตกถูกออกแบบไว้เป็นกระจกเขียวตัดแสง ทำให้เวลามองจากระเบียงออกไปจะสามารถเห็นพื้นที่สีเขียวด้านหน้าบ้านได้โดยไม่มีราวระเบียงมาบังนะคะ ตัวโครงเป็นวัสดุอลูมิเนียมทำให้ทนต่อแดดและฝนค่ะ ตัวระเบียงจะเป็นตัว L สามารถเดินไปอีกด้านหนึ่งของห้องได้ค่ะ

ระเบียงอีกด้านหนึ่งของห้อง จะเป็นทางเดินขนาด 1.1 ม. เท่ากันนะคะ

มุมห้องนอนฝั่งระเบียงจะเป็นหน้าต่าง แบบ Bay Window นะคะ ซึ่งมีข้อดีที่ทำให้มุมมองในการชมวิวด้านนอกกว้างขึ้น แต่ออกแบบมาจะติดเสาทั้ง 2 ข้าง จึงจะไม่ได้อารมณ์ Bay Window สักเท่าไหร่ ซึ่งการติดตั้งม่านควรเลือกติดตั้งม่านแบบที่เวลาเปิดแล้วจะรวมไปฝั่งเดียว ก็เลือกให้ไปฝั่งที่ไม่ใช่ Bay Window นะคะ จะทำให้ได้รับวิวในมุมที่กว้างขึ้นค่ะ

Screen Shot 2016-04-23 at 6.14.04 PM

แบบบ้านอีกแบบหนึ่งคือแบบ Regent พื้นที่ใช้สอย 530 ตร.ม. ที่ดินเริ่มต้น 214.4 ตร.วา แปลนบ้านชั้นล่างจะคล้ายแบบ Regal เลยค่ะ แตกต่างกันที่ขนาดพื้นที่ใช้สอยที่ใหญ่กว่า เริ่มจากชั้น 1 ของตัวบ้านกันค่ะ จะมีพื้นที่สำหรับจอดรถในร่มทั้งหมด 4 คัน ติดกับพื้นที่จอดรถไปทางด้านหลังบ้านจะเป็นห้องแม่บ้าน ซึ่งมีห้องน้ำสำหรับแม่บ้านแยกไว้ให้ต่างหากค่ะ ประตูทางเข้าหน้าบ้านจะมีทางเข้า 3 ทางเหมือนแบบบ้าน Regal เริ่มจากประตูหลักของตัวบ้านเมื่อเข้ามาจะเจอกับ Foyer เป็นพื้นที่แบ่งพื้นที่ใช้สอยของบ้านออกเป็น 2 ฝั่งซ้ายขวา โดยฝั่งขวาจะเป็นห้องนั่งเล่น พื้นที่สำหรับทานอาหาร และครัวแบบ Pantry ซึ่งผนังบ้านทางฝั่งนี้จะเป็นประตูกระจกบาน Fix ผสมกับบานเลื่อนทั้งหมด ทำให้บ้านทางฝั่งนี้จะได้รับแสงธรรมชาติเข้ามาในบ้านได้มากเช่นกันกับแบบ Regal ค่ะ

ส่วนทางฝั่งซ้ายของตัวบ้านก็จะมีห้องนอนแขก, ห้องครัวไทยและห้องซักรีด ซึ่งจะมีประตูออกไปทางหลังบ้านได้อีกทางหนึ่งค่ะ ห้องน้ำส่วนกลางในชั้นล่างจะอยู่ติดกับประตูทางเข้าบ้านฝั่งโรงจอดรถนะคะ ซึ่งจะเป็นแบบ Powder Room ส่วนสุดท้ายของชั้นนี้คือบันไดเพื่อขึ้นไปชั้น 2 ของตัวบ้านจะอยู่ระหว่างประตูเข้าบ้านฝั่งที่จอดรถและประตูหลักตรงกลางของบ้าน ส่วนห้องเก็บของจะเป็นห้องที่อยู่ใต้บันไดค่ะ

สำหรับความแตกต่างของบ้าน Regent กับ Regal ในชั้น 1 นอกจากจะมีขนาดพื้นที่ใช้สอยที่ต่างกันแล้ว แบบบ้าน Regent จะมีประตูออกหลังบ้านเชื่อมไปยังส่วนเฉลียงด้านหลังเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งตำแหน่งค่ะ ซึ่งจะอยู่เยื้องๆกับประตูทางเข้าหลักของบ้าน

Screen Shot 2016-04-23 at 6.14.14 PM

ขึ้นมาที่ชั้น 2 ของตัวบ้านแบบบ้าน Regent จะมีจำนวนห้องนอนเท่ากันกับแบบบ้าน Regal นะคะ แต่จะไม่มีห้องนั่งเล่นบนชั้นนี้ ซึ่งทำให้ห้อง Master Bedroom ของแบบบ้านนี้มีขนาดใหญ่ขึ้น และจะมีห้องพระเพิ่มขึ้นมาอีกห้องหนึ่งด้วยค่ะ ขึ้นบันไดมาจะเจอโถงทางเดินยาวๆ เชื่อมไปยังห้องต่างๆ ฝั่งขวาของตัวบ้านจะเป็นห้อง Master Bedroom ซึ่งภายในจะมีพื้นที่สำหรับวางชุดโซฟาเพิ่มขึ้น และมีห้องน้ำที่ใหญ่ขึ้น ส่วนอีกฝั่งหนึ่งจะแยกออกเป็นห้องนอน  3  ห้องซึ่งมีห้องน้ำในตัวทั้งหมด และมีห้องพระอยู่บนชั้นนี้อีก 1 ห้องค่ะ

 

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะคะ

ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 28 April 2016

  • แบบ Regal พื้นที่ใช้สอย 450 ตารางเมตร 183.7 ตารางวา ราคา 28 ล้านบาท หรือ 152,422 บาท/ตร.วา
  • แบบ Regent พื้นที่ใช้สอย 530 ตารางเมตร 214.4 ตารางวา ราคา 33.5 ล้านบาท หรือ 156,250 บาท/ตร.วา
  • จองและทำสัญญา 400,000 บาท
  • ดาวน์ 5% เป็นไปตามเงื่อนไขของธนาคารแห่งประเทศไทย
  • ที่ดินเพิ่มลด ราคาตารางวาละ 75,000 บาท
  • ค่าส่วนกลาง 25 บาท/ตร.วา/เดือน 
  • ค่าจดจำนอง ผู้ซื้อเป็นผู้ชำระ
  • ฟรีค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์
  • ฟรีค่าธรรมเนียมการจดจำนอง
  • ฟรี ค่าบริการสาธารณะถึง 31 ธ.ค. 2559
  • ฟรี ค่าสมาชิก Master Club 1 ปี

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ


เจาะลึกรวบยอด

ทำเล –  โครงการ Perfect Masterpiece สุขุมวิท 77 ตั้งอยู่ติดถนนใหญ่ลาดกระบัง ซึ่งเป็นทำเลที่ไม่ไกลเมืองมากนัก ยังเข้าเมืองได้สะดวก ความอุดมสมบูรณ์รอบๆโครงการจัดอยู่ในเกณฑ์ที่ค่อนข้างโอเค มี Community Mall อย่าง The Paseo, มี Lotus Express อยู่ตามปั๊มน้ำมัน, 7-Eleven และร้านมินิมาร์ทหาได้ทั่วไป มีตลาดสด มีตึกแถวร้านค้าค่อนข้างหลากหลาย ถ้าอยากจะได้ห้างใหญ่ๆก็จะมี Mega บางนาให้ไปได้ อยู่ติดกับวงแหวนบางนาเลย นอกจากนี้ทำเลยังอยู่ไม่ไกลจากสนามบินสุวรรณภูมิเท่าไรนัก ซึ่งเป็นข้อดีที่นำพาให้ทำเลตรงนี้มีการพัฒนาอย่างค่อนข้างต่อเนื่อง เนื่องจากชุมชนรอบๆสนามบินก็จะค่อยๆโตขึ้นเรื่อยๆ

โครงการเป็นโครงการหมู่บ้านที่อยู่ด้วยกันหลายๆหมู่บ้านและเป็นเข้าออกได้ทางเดียวคล้ายๆกับ Pruksa Avenue แต่ที่นี่ใหญ่กว่านั้นอีกค่ะ แต่โครงการที่นี่จะดีกว่าตรงที่เป็นโครงการปิดทำให้มีความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย ซึ่งบนเส้นอ่อนนุชลาดกระบังจะหาไม่ค่อยได้แล้วในตอนนี้ ส่วนใหญ่จะไปอยู่ในโซนเลียบวงแหวนกาญจนาภิเษกและถนนบางนา-ตราดมากกว่า

การเดินทาง – เนื่องจากทำเลเป็นทำเลบ้านเดี่ยวมีจุดเด่นคืออยู่ใกล้มอเตอร์เวย์จึงสามารถเดินทางเข้าเมืองได้สะดวก และสามารถไปบางนา-ตราดได้ค่อนข้างสะดวกด้วยเนื่องจากมีถนนวงแหวนเชื่อมกัน นอกจากนี้ยังออกนอกเมืองไปทางชลบุรี, ฉะเชิงเทรา ได้สะดวกเช่นกัน ทางเข้าโครงการติดถนนใหญ่ แต่เป็นที่ดินที่ติดถนนเป็นพื้นที่แคบแล้วค่อยเข้าไปขยายด้านใน ทำให้ตัวโครงการ Perfect Masterpiece เฟส 3 มีระยะห่างจากปากทางเข้า 850 ม. จึงเหมาะกับผู้ที่ใช้รถยนต์ส่วนตัวเป็นหลัก

ความปลอดภัย – ระบบรักษาความปลอดภัยแบบ Double Security Gate มีรั้วไม้กระดกกั้น การเข้า – ออกเป็นแบบใช้ Keycard Access มี รปภ.ดูแลตลอด นอกจากนี้ยังมีระบบ CCTV ที่ Main Gateและโดยรอบโครงการ ส่วนความสูงรั้วรอบโครงการ 3 เมตร

การออกแบบโครงการ –โครงการวางผังโครงการให้เน้นความเป็นส่วนตัวของผู้อยู่อาศัยคือมีจำนวนหลังเพียง 53 หลัง ในการจัดผังโครงการมีการวางสวนส่วนกลางจะอยู่ด้านหน้าทางเข้าโครงการ ทำให้ลูกบ้านในเฟสท้ายๆต้องเดินมาใช้งานไกลพอสมควร ส่วนการแบ่งซอยอยู่อาศัยเป็น 2 ซอย ทำให้บ้านในแต่ละซอยมีจำนวนมากกว่า 20 หลัง ก็ไม่ได้นับว่าแน่นมาก เพราะบ้านในโครงการมีจำนวนยูนิตไม่มากนัก ถนนซอยเป็นซอยที่สามารถทะลุวนถึงกันได้จะทำให้ความเป็นส่วนของบ้านในซอยลดลง บ้านในโครงการมีให้ชม 2 แบบ ซึ่งทั้ง 2 แบบออกแบบมาได้เรียบร้อยและเป็นสัดส่วน เน้นความโปร่งโล่งของพื้นที่ในการอยู่อาศัย จึงมีความสูงของฝ้าที่ 3 ม. และในแต่ละห้องจะมีช่องหน้าต่างประตูให้แสงธรรมชาติผ่านเข้ามาได้ดี ส่วนชั้นบนจัดพื้นที่ได้ดี โดยห้องนอนใหญ่จัดพื้นที่ให้มีพื้นที่ทำ Walk in Closet ทำให้การอยู่อาศัยเป็นสัดส่วนดี

วัสดุ – วัสดุของโครงการนี้เทียบกับราคาของทั้ง 2 แบบที่ราคาเริ่มต้น 28 ล้านบาท มีทั้งวัสดุที่ดีกว่าราคาแต่บางอย่างถือว่ายังไม่สมราคา เพราะสเปคแบบนี้เห็นได้ในโครงการราคา 15-20 ล้าน พื้นชั้นบนเป็นปาร์เก้ไม้มะค่า, ส่วนชั้นล่างใช้กระเบื้องแกรนิตโต้ลายหินอ่อน, บันไดไม้มะค่า, ประตูไม้ยี่ห้อ Leowood, วงกบประตูหน้าต่างอลูมิเนียมยี่ห้อ Tostem, สุขภัณฑ์ COTTO ทั้งหลัง ดีที่ให้สุขภัณฑ์อัตโนมัติที่ห้องนอนใหญ่, ติดสัญญาณกันขโมยที่ประตูหน้าต่างทุกบาน, จัดสวนให้รอบบ้าน, ครัวไม่มีให้แต่เดินระบบท่อน้ำ และไฟไว้

พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ – สำหรับบรรยากาศบนถนนหลักของโครงการและทะเลสาบถือว่ามีสภาพที่ดี ส่วนบรรยากาศภายใน Pecfect Masterpiece เฟส 3 จากซุ้มหน้าโครงการถือว่ามีขนาดใหญ่ มีความแกรนด์ ถนนหลักที่เป็นทางเข้าโครงการร่มรื่นดี โดยถนนหลักและถนนรองในโครงการมีขนาด 10 ม. ซึ่งเป็นความกว้างที่เกินมาตรฐาน นอกจากนี้ 2 ฝั่งทางเดินในซอย ยังร่มรื่นด้วยไม้พุ่มตลอดทาง

สาธารณูปโภค – ขอสรุปเป็น 2 ประเด็นนะคะ ประเด็นแรกคือ สาธารณูปโภคส่วนกลางที่มีแค่สวน ถึงแม้จะมี Clubhouse ให้ แต่มันต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มอีกที จึงถือว่ายังไม่มีสาธารณูปโภคที่เหมาะกับราคาบ้าน ประเด็นที่ 2 ความคุ้มค่าในการเสียค่าสมาชิก Clubhouse อันนี้ก็แล้วแต่บุคคลว่าจะชอบส่วนกลางที่ให้มารึเปล่าและจะได้ใช้งานได้ครบตามความต้องการหรือไม่ แต่สิ่งที่ต้องดูควบคู่กันไปคือเรื่องของความหนาแน่นค่ะเพราะในโครงการมีคนอยู่ระดับพันครัวเรือน ถ้ามีคนมาสมัครใช้งานไม่มากก็คงไม่มีปัญหาเรื่องความหนาแน่นแต่ถ้าลูกบ้านมาสมัครกันเยอะก็ต้องยอมรับเรื่องความหนาแน่นกันไปนะคะ

Judgement

สำหรับการตัดสินใจซื้อบ้านระดับ Super Luxury จะไม่ได้พิจารณาจากความคุ้มค่าต่อราคาเพียงเท่านั้น ยังขึ้นอยู่กับความพึงพอใจส่วนบุคคล ซึ่งเป็นความคุ้มค่าทางอารมณ์ที่ผู้ซื้อจะตัดสินใจด้วยตนเอง ดังนั้นทางทีมงานเห็นว่าจะไม่มีการให้คะแนนในโครงการลักษณะนี้ค่ะ

BOTTOM LINE

โครงการ Perfect Masterpiece สุขุมวิท 77 เฟส 3 เหมาะกับครอบครัวขนาดกลางถึงใหญ่ ที่มีคนหลายรุ่นในครอบครัว ต้องการหาบ้านที่อยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองมากนัก และยังสามารถเข้าในตัวเมืองได้ง่าย หรือทำงานย่านลาดกระบัง อ่อนนุช กิ่งแก้ว ชอบอยู่ในโครงการใหญ่ที่มีเพื่อนบ้านเยอะๆ ใช้รถส่วนตัวเป็นหลักและไม่มีปัญหาเรื่องงบประมาณค่ะ

ถ้ามีความเห็นว่ารีวิวตัวนี้มีประโยชน์ ช่วยกด LIKE ให้หน่อยนะคะ จะได้มีกำลังใจในการทำรีวิวต่อไป

สมัครสมาชิกพร้อมรับข่าวสารเพิ่มเติม (คลิกที่นี่ )

Share

Leave a Reply