BEATNIQ คอนโดดีไซน์เท่ระดับ Ultimate Class บนถนนสุขุมวิทข้างซอยสุขุมวิท 32 จาก SC Asset [รีวิวฉบับที่ 1013]

February 16, 2016 08:005 comments

cover2 3-4 review

รีวิวฉบับที่ 1013 สวัสดีค่า วันนี้จะพาไปชมห้องตัวอย่างโครงการ Beatniq จาก SC Asset ที่เป็นที่ตั้งเก่าของโรงแรม Rex Hotel ใครผ่านไปผ่านมาบนถนนสุขุมวิทฝั่งเลขคู่ก็คงจะเห็น Sales Office ที่ตกแต่งสวยงาม ซึ่งเป็นโปรเจกคอนโด High Rise 34 ชั้น ระดับ Ultimate Class บนเนื้อที่ดินเกือบ 2 ไร่ แปลงที่ดินส่วนหน้าโครงการติดถนนใหญ่สุขุมวิท ระหว่าง BTS พร้อมพงษ์-ทองหล่อ ด้านข้างติดกับซอยสุขุมวิท 32

Facts @ 2 February 2016

  • BEATNIQ (บีทนิค)
  • SC Asset Corporation Plc.
  • ULTIMATE CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment คอนโดได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ในเขต : คลองเตย
  • ประเภทคอนโด : High Rise 34 ชั้น และ 1 ชั้นใต้ดิน รวม 197 ยูนิต
  • ยูนิตต่อชั้นสูงสุด : 9 ยูนิต
  • ที่จอดรถ : ไม่รวมซ้อนคัน 193 ช่อง คิดเป็น 99%
  • ที่ดินประมาณ : 1-3-69 ไร่
  • เริ่มก่อสร้าง : เดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม 2559
  • คาดว่าจะแล้วเสร็จ : เดือนกันยายน 2561
  • 1 Bedroom ขนาด 43-59 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 12 ล้านบาท
  • 2 Bedroom ขนาด 78-82 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 22 ล้านบาท
  • 2 Bedroom Plus ขนาด 108-121 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 29 ล้านบาท
  • 2 Bedroom Duplex ขนาด 95-100 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 27 ล้านบาท
  • 3 Bedroom ขนาด 160-204 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 50 ล้านบาท
  • ฝ้าเพดานสูง 2.8 เมตร
  • ราคาห้องเริ่มต้น 12 ล้านบาท
  • ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรทั้งโครงการ : 280,000 บาท/ตร.ม.
  • ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรต่ำสุด-สูงสุด : 270,000-300,000 บาท/ตร.ม.
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่
  • โทร  : 1749

เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วค่ะ

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างนะ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด : 13.725860, 100.575693

พาชมทำเลโครงการคอนโด BEATNIQ คลิกที่นี่

MAP1

ที่ตั้งของโครงการ Beatniq ตั้งอยู่บนถนนสุขุมวิทฝั่งเลขคู่ ติดกับซอยสุขุมวิท 32 ที่เป็นซอยตัน แต่ก่อนพื้นที่แปลงนี้เป็นที่ตั้งของ Rex Hotel โรงแรม Low Rise ปัจจุบัน SC Asset ได้ทุบอาคารเก่าทิ้งเป็นพื้นที่ราบๆเรียบร้อยแล้ว ซึ่งเมื่อปลายปีที่ผ่านมาใครที่ผ่านไปมาก็จะเห็นว่ามีการล้อมรั้ว ปิดป้าย Change Is ที่เป็นนิทรรศการศิลปะ ที่เปลี่ยนป้ายล้อมรั้วโครงการจากธรรมดาๆเป็น Conceptual Art แต่ปัจจุบันได้มีการก่อสร้าง Sales office ที่หน้าที่ดินเรียบร้อย

ขึ้นชื่อว่าถนนสุขุมวิทเป็นหลักประกันว่ารถติดเกือบทั้งวัน และถนนสุขุมวิทฝั่งเลขคู่เป็นฝั่งที่เข้าเมืองไปยังอโศก-ชิดลม-สยามก็ถือว่าอยู่ในฝั่งที่สะดวกมีศูนย์การค้า คอนโดมิเนียม บ้านพักอาศัยขนาดใหญ่อยู่เยอะ โดยเฉพาะที่ตั้งโครงการ อยู่ระหว่างสถานี BTS พร้อมพงษ์-ทองหล่อที่เหมือนอยู่ระหว่างย่าน 2 ย่านที่มีความแตกต่างกัน พร้อมพงษ์จะเหมือนเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของคนเมืองที่ไม่ได้ต้องการความวุ่นวายเหมือนอโศก-สีลม แต่ก็ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่เรียกว่าครบครับมาก ส่วนทองหล่อก็จะเป็นแหล่งที่เที่ยว Community Mall คึกคักทั้งกลางวันและกลางคืน

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับทำเล

การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวเข้าโครงการสามารถทำได้จากหลายเส้นทาง แต่ทุกเส้นก็จะต้องมาบรรจบกันที่ถนนสุขุมวิทหน้าโครงการอยู่ดี เพราะซอยสุขุมวิท 32 ที่ติดกับแปลงที่ดินเป็นซอยตัน และการกลับรถจากฝั่งเลขคี่มาเลขคู่ก็สามารถทำได้ แต่ก็แล้วการเลือกจุดกลับรถ เพราะถ้ากลับรถใกล้ไปก็จะทำให้ค่อนข้างกระชั้น ไม่สามารถเลี้ยวเข้าโครงการได้เลย

  • ถ้ามาจากบางนาก็สามารถตรงยาวมาบนถนนสุขุมวิทเลขคู่ได้เลย
  • ถ้ามาจากอโศกหรืออยู่บนถนนสุขุมวิทฝั่งเลขคี่ ก็จะต้องไปกลับรถที่สามแยกตรง BTS ทองหล่อ ไม่ใช่ซอยสุขุมวิท 49 นะคะ ถึงแม้ว่าจุดกลับรถนั้นใกล้กว่า แต่ไม่สามารถเข้าที่หน้าโครงการได้ เพราะถ้าอ้างอิงจาก Rex Hotel จะกระชั้นไปและปริมาณรถมาก เบียดเข้าไม่ได้ แต่ก็ต้องขึ้นกับว่าทางโครงการจะเปิดจุดไหนเป็นจุดเข้า-ออก
  • ถ้ามาจากทองหล่อ-เพชรบุรีจะต้องเลี้ยวขวาที่สามแยกใกล้กับ BTS ทองหล่อเช่นกันเพื่อเข้าถนนสุขุมวิทเลขคู่ ถ้ามาจากเพชรบุรีก็แนะนำให้เข้าทองหล่อนะคะ เพราะแม้ว่าทองหล่อจะมีปริมาณรถมาก แต่ถนนใหญ่ สามารถวิ่งได้เรื่อยๆ
  • ถ้ามาจากพระรามสี่ฝั่งขาออกที่เป็นถนนที่ขนานกับถนนสุขุมวิทจะต้องเลี้ยวซ้ายเข้าที่ซอยสุขุมวิท 36 ตรงไปสุดซอยทางออกจะอยู่บนถนนสุขุมวิทฝั่งเลขคู่

ส่วนการขึ้นทางด่วนนั้นก็จะมีด่านอยู่ที่ท่าเรือตรง MRT คลองเตยทั้งขาเข้าเมืองจะอยู่ที่ถนนพระรามสี่ขาออก และออกเมืองที่ถนนพระรามสี่ขาเข้า ส่วนการลงทางด่วนก็จะอยู่ที่เส้นพระรามสี่เช่นกัน

MAP2

การเดินทางโดยใช้ระบบขนส่งสาธารณะ สถานที่ใกล้ที่สุดคือสถานี BTS ทองหล่อที่อยู่บนเส้นสุขุมวิท โดยจะมี Skywalk จากตัวสถานีมาลงตรงหน้าซอยสุขุมวิท 36 ห่างจากโครงการประมาณ 250 เมตร ส่วนสถานีถัดมาคือจาก BTS พร้อมพงษ์ อยู่ห่างจากโครงการประมาณ 700 เมตร โดยถัดจากสถานี BTS พร้อมพงษ์ไปก็จะเป็นสถานี Interchange อย่าง BTS อโศก และ MRT สุขุมวิท ทำให้สามารถเปลี่ยนเส้นทางได้ง่ายกว่าที่จะไปใช้ MRT คลองเตย ที่อยู่บนถนนพระรามสี่ที่ขนานกับถนนสุขุมวิท ในเขตรอบๆพื้นที่แท๊กซี่เรียกง่าย และมีทางม้าลายข้ามถนนสุขุมวิทเป็นระยะๆ

ความอุดมสมบูรณ์รอบโครงการถ้านับเป็นระยะเดินก็ไม่ค่อยมีให้เลือกมาก ทั้งฝั่งสุขุมวิทเลขคู่และเลขคี่ เพราะบนทางเท้าก็ไม่มีการขายอาหารใดๆ ใกล้ที่สุดเห็นจะเป็น Community Mall ที่มีชื่อว่า Rainhill อยู่บนถนนสุขุมวิทเลขคี่ ปากซอยสุขุมวิท 37 ต้องข้ามทางม้าลายไป มีร้านอาหารอร่อยหลายสัญชาติ คาเฟ่ดังๆ นอกจากนั้นในระยะเดินก็น่าจะต้องเดินยาวมาถึงช่วง BTS พร้อมพงษ์ที่มีตั้งแต่ศูนย์การค้าขนาดใหญ่ตระกูล Em ไปจนถึงร้านอาหารตามห้องแถวและรถเข็น มีร้านนวด ร้านอาหารญี่ปุ่นอยู่ในซอยสุขุมวิท 34 เต็มไปหมด ส่วนทางทองหล่อก็ต้องเข้าไปยังซอยทองหล่อหรือสุขุมวิท 55 ซักซอยทองหล่อ 13 ก็จะเป็นแหล่งรวมร้านอาหารดังๆมากมาย รวมถึง Community Mall ที่อยู่ตรงปากซอยต่างๆ

MAP6 surrounding

พื้นที่รอบข้างของโครงการ Beatniq บนถนนสุขุมวิทใกล้ๆคืออาคารพาณิชย์สูงประมาณ 3-4 ชั้นติดถนนใหญ่ บ้างเปลี่ยนสภาพเป็นร้านขายของ ร้านอาหาร แต่ส่วนใหญ่ก็ยังคงสภาพเดิมคือเป็นแค่ทางเข้าของที่อยู่อาศัย ในซอยสุขุมวิท 32 ที่เป็นซอยตัน ก็เป็นทางเข้าของบ้านพักาอาศัยขนาดใหญ่หลายหลัง ทำให้ไม่มีตึกสูงในระยะประชิด ขยับออกมาวงกว้างหน่อยทางฝั่งสุขุมวิทเลขคู่ก็ยังมีคอนโดสร้างเสร็จ 3 โครงการใกล้ BTS ซึ่งจะมีผลกระทบกับวิวระยะไกลของทางฝั่งตะวันออก นอกนั้นทางทิศใต้และตะวันตกที่เป็นคอนโด Low Rise ก้ไม่ได้มีผลต่อวิวในภาพรวม

การเดินทางเข้าโครงการ ถ้ามีทางเข้า-ออกทางเดียวคือจากถนนสุขุมวิท การมี U-turn เยื่องโครงการไปหน่อยจะไม่ช่วยให้เข้าโครงการได้ง่ายขึ้น แต่ทำให้มีรถชะลอแถวหน้าโครงการในปริมาณมาก ไม่ได้มีไฟเขียวไฟแดงกั้น ซึ่งสามารถกลับรถได้ทั้งสองทาง และรถจากซอยสุขุมวิท 49 ก็สามารถเลี้ยวออกมาต่อท้ายที่ถนนสุขุมวิทขาเข้าได้ รวมถึงจากหน้าโครงการก็มีรถรอเลี้ยวเข้าซอยสุขุมวิท 49 เช่นกัน

  • ทิศเหนือ : ถนนสุขุมวิทที่รถติดอาจทำให้เกิดมลภาวะ และด้านบนคือรางรถไฟฟ้า ซึ่งเวลาเดินรถอาจจะมีเสียงบ้าง
  • ทิศตะวันออก : อาคารพาณิชย์สูง 3-4 ชั้น และบ้านพักอาศัย
  • ทิศใต้ : บ้านพักอาศัย มีคอนโด Low Rise นิดหน่อยที่ซอยสุขุมวิท 34
  • ทิศตะวันตก : บ้านพักอาศัยและอาคารพาณิชย์ มีคอนโด Low Rise แต่ไม่อยู่ในระยะประชิด

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะคะ

 


เจาะลึกตัวโครงการ

 

โมเดลของโครงการ BEATNIQ คอนโด High Rise สูง 34 ชั้น มีชั้นใต้ดิน 1 ชั้น รวมจำนน 197 ยูนิต ตัวอาคารเป็นรูปสี่เหลี่ยมเกือบจะจตุรัส หันหน้าโครงการออกถนนสุขุมวิท ตัวอาคารออกแบบสไตล์ ’20 หรือ Mid Century Modern โดยตัดความซับซ้อนขององค์ประกอบออกให้เหลือแต่ส่วนที่ Functional โดยใช้โทนสีครีมเข้ม-น้ำตาลตกแต่ง มีชั้นใต้ดินถึงชั้น 6 เป็นชั้นจอดรถ และมีส่วนห้องพักตั้งแต่ชั้น 7-33 โดยชั้น 30-33 เป็นห้องพักพิเศษที่มีขนาดใหญ่และมีลูกเล่นแพรวพราว ส่วนชั้น Facility มีที่ชั้น 1-7-8-32-34-34-M มี Lobby ที่ชั้นล่าง รอบๆบริเวณก็จะมี Landscape หน้าโครงการที่มีทางเดินและ Dipping pool ชั้น 7 มีสระว่ายน้ำและ Floating Pavilion ฟิตเนสที่ประกอบไปด้วยพื้นที่โยคะและต่อยมวย ด้านบนจะเป็น Sky Garden และ Multi-purpose room ที่มีพื้นที่ Open-air และมีบันไดขึ้นไปยังชั้น 34-M ที่มี Semi-outdoor Jacuzzi

beatniq proj 2 copy

ทางเข้าโครงการอยู่บนถนนสุขุมวิทขาเข้าก่อนถึงซอยสุขุมวิท 32 ถ้าใครมาจากถนนสุขุมวิทขาเข้าก็จะต้องไปกลับรถก่อนที่ก่อนจะถึงตัวสถานี BTS ทองหล่อ และมี U-turn อยู่หน้าโครงการซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าถ้าออกจากโครงการจะสามารถกลับรถหรือเลี้ยวขวาเข้าซอยสุขุมวิท 49 ทั้งนี้ต้องอาศัยเวลารถว่างและความสามารถส่วนตัวนะคะ

beatniq proj 3 copy

พื้นที่ส่วนหน้าของโครงการจะแบ่งออกเป็นทางเข้า-ออกของรถอยู่ซ้ายสุด ซึ่งถ้าเป็นรถที่มาส่งจอดสามารถส่งได้ที่หน้า Lobby จะมี Drop-off อยู่ด้านหน้า ถ้าเป็นรถแขกของลูกบ้านจะจอดที่รอบคอนโดชั้น 1 ส่วนรถของลูกบ้านจะจอดชั้นใต้ดินและชั้น 2-6 ถัดจากทางเข้า-ออกรถจะเป็นทางเข้า-ออกของคนเดินที่สามารถตรงเข้า Lobby ได้เลย ส่วนด้านหน้าของโครงการจะจัดเป็น Landscape แบบมีทางเดินและ Dipping Pool ที่สามารถจุ่มน้ำสวยๆได้

beatniq proj 4 copy

อีกมุมหนึ่งของพื้นที่ด้านหน้าโครงการ จะมีการจัด Landscape เป็นเนินและมีทางเดินขึ้น-ลงได้สบายๆ จากมุม Lobby ด้านหน้าอาคารจะมีการตกแต่ง Facade ด้วย Fin ซึ่งเป็นการเชื่อมพื้นที่ภายในอาคารกับหน้าโครงการ ทำให้ได้ทั้งวิวและระบายอากาศไปด้วยในตัว

006(13-1-59)

มุมมองจาก Lobby ด้านหน้าโครงการไปยัง Dipping Pool ซึ่งทาวขวาจะเป็นทางเข้าคนเดิน และทางซ้ายเป็น Landscape ที่เล่นระดับของโครงการเป็นทางเดิน

ชั้นใต้ดินถึงชั้น 6 เป็นชั้นจอดรถ ส่วนชั้น 7 จะเป็นชั้น Facility ของโครงการที่อยู่ส่วนด้านหน้า ประกอบไปด้วยสระว่ายน้ำขนาด 24 x 9 เมตร ละมีบันไดวนตรงริมสระขึ้นมายัง Floating Pavilion ที่อยู่ประมาณระดับชั้น 7 ครึ่ง ซึ่งถ้าเทียบกับระดับรางรถไฟฟ้า BTS จะอยู่ที่ประมาณชั้น 5-6 นอกจากนั้นก็จะมี Fitness Room ที่มีพื้นที่ต่อยมวยด้านใน มีห้องน้ำแยกชาย-หญิง และด้านหลังเป็นห้องพักจำนวน 4 ยูนิต

beatniq proj 9 copy (2)

การเข้าถึง Floating Pavilion นั้นทำได้สองวิธี วิธีแรกคือจากบันไดวนพื้นที่ข้างสระชั้น 7 ส่วนวิธีที่สองคือจาก Fitness Room ซึ่งด้านในจะมีบันไดขึ้นมาที่ชั้น 8 ที่มี Yoga Room ตรงชานพักบันไดที่ระดับประมาณชั้น 7ครึ่ง จะมีประตูเปิดออกมาเจอ Floating Pavilion พอดี

นี่คือบันไดข้างสระว่ายน้ำขนาด 24 x 9 เมตรขึ้นมายัง Floating Pavillion

08-Beatniq_Pool new_06(3-2-59)

ภาพจำลองจากเวลาออกมาจากโถงลิฟท์ชั้น 7 เดินตรงมาพื้นที่ริมสระ มองไปยังหน้าโครงการถนนสุขุมวิท จะเห็น Floating Pavillion ที่อยู่ทางทิศเหนือสามารถรับลมหรือรับแสงธรรมชาติได้ตลอดทั้งวัน

beatniq proj 6 copy

ส่วนด้านการออกแบบจะล้อมาจากสไตล์ของโรงแรม Rex Hotel ที่เป็นสถาปัตยกรรมในยุค ’20 หรือ Mid Century Modern ที่ค่อนข้างจะลดทอนความฟุ่มเฟือยของงานตกแต่งเพื่อความสวยงามออก เหลือแต่ความเรียบของ Functional Style โดยจะเห็นได้จาก Facade ของโครงการที่ชั้น 2-6 ที่เป็นชั้นจอดรถแล้วนำมาขยายเป็น Facade ของตัวอาคารห้องพักด้านบน

Facade ข้างอาคารฝั่งทิศตะวันออก ก็จะมี Vertical Garden ที่ชั้นจอดรถ และมีการออกแบบของรูปทรงที่ชั้นพักอาศัยจากชั้น 7 ยาวขึ้นไปถึงชั้น 34-M

ส่วนด้านหลังโครงการก็จะมีชั้นจอดรถที่ชั้น 1-6 ตั้งแต่ชั้น 7 เป็นต้นไปจะเป็นชั้นพักอาศัย โดยชั้น 32 จะเป็นส่วนที่ลึก Setback เข้าไปเป็นพื้นที่ Sky Garden โดยมีบันไดวนจากชั้น 32 ไปยังชั้น 34 ที่เป็นพื้นที่ส่วนกลาง

ฝั่งตะวันตกก็จะคล้ายกับฝั่งตะวันออกคือมี Setback ที่ชั้น 7 ส่วนหน้าโครงการที่เป็นส่วน Facility และขยับ Setback อีกทีที่ชั้น 31

beatniq proj 14 copy

ตั้งแต่ชั้น 30 – 34-M ด้วยกฎหมายที่ต้องมี Setback เข้าไปอีกนิดหน่อย ทางโครงการเลยออกแบบให้เป็นชั้นที่มีห้องพิเศษที่แตกต่าง และมี Function ที่ไม่ค่อยเหมือนห้องทั่วไป ที่ชั้น 30 – 33 รวมถึงที่ชั้น 33 และ 34 ก็จะมีพื้นที่ส่วนกลางได้วิวถนนสุขุมวิทวงกว้างอยู่ด้วย

beatniq proj 15 copy

ด้านหลังของชั้น 32 คือจะเป็น Sky Garden ที่มีบันไดวนเชื่อมไปยังชั้น Facility ชั้น 34 ที่มี Multi-purpose Room และมีพื้นที่ระเบียงทั้งด้านหน้าและหลัง อีกฝั่งคือห้องน้ำแยกชาย-หญิงและมีบันไดเดินขึ้นไปชั้น 34-M ที่มี Jacuzzi Pool แบบ Open Air อยู่

Print

เร่ิมกันที่ผังชั้น 1 ทั้งทางเข้ารถและทางเข้าคนเดินเข้าได้จากถนนสุขุมวิทขาเข้าระหว่างซอยสุขุมวิท 32 และ 34 ที่ดินโครงการรูปร่างเป็นสี่เหลี่ยมคางหมูตอนลึก รูปทรงอาคารเป็นสี่เหลี่ยมเกือบจตุรัสที่มี Setback จากถนนใหญ่ด้านหน้า ตัวอาคารสูง 34 ชั้นมีชั้นใต้ดิน ขับรถเข้ามาจะเจอเข้ามาจะเจอ Drop-off อยู่ทางขวามือ หน้าทางเข้า Lobby ซึ่งถ้าเป็นรถที่มาส่งก็จะสามารถวนออกได้เลย รถลูกบ้านก็จะขึ้นไปที่จอดรถชั้น 2-6 ได้ตามปกติ ส่วนรถที่เข้ามาจอดเป็นรถแขกลูกบ้านก็สามารถจอดได้รอบพื้นที่ชั้น 1 หรือถ้าเป็นรถส่งของที่ต้องการใช้ Service Lift ก็จะมาจอดที่ทางตะวันตกของคอนโดก็จะตรงกับพื้นที่ลิฟท์พอดี ไม่ปะปนกับส่วนลิฟท์โดยสารด้านใน อัตราส่วนที่จอดรถอยู่ที่ 99%

ในส่วนของการใช้งาน จะมี Lobby ที่เข้าได้จากส่วน Drop-off ตัวพื้นที่ด้านในสูง 4.5 เมตร ด้านในมี Reading Lounge ที่มี Meeting Room และห้องน้ำในตัว ที่ชั้น 1 ยังมีห้องน้ำแขกแยกชาย-หญิงที่มีทางแยกเดินเข้าห้องนิติบุคคลได้เลย ส่วนห้อง Mailbox จะอยู่ใกล้ทางเดินเข้าลิฟท์โดยสาร 3 ตัว คิดเป็นอัตราส่วนลิฟท์ที่ 66:1 พื้นที่ด้านในอาคารจะต่อกับพื้นที่ด้านหน้าตรงที่ Lobby จะมีการออกแบบให้เป็น Semi-outdoor ได้ด้วยการทำ Fin หรือบานเปิดส่วนหน้าโครงการรับลม ซึ่งจะเป็นวิว Landscape หน้าโครงการที่ออกแบบให้มีทางเดินและ Dipping Pool

Print

ที่ชั้น 7 เริ่มเป็นชั้นที่มีส่วนของห้องพัก โดยแบ่งพื้นที่ออกเป็น 3 ส่วน

  • ส่วนแรก คือ งานระบบจะอยู่ตรงกลางของอาคาร ได้แก่ ลิฟท์โดยสาร 3 ตัว บันไดหนีไฟตรงกลาง และลิฟท์ส่งของ
  • ส่วนที่สอง คือ ห้องพักที่อยู่ฝั่งใต้ของอาคาร มีห้องพักในชั้นนี้ทั้งหมด 4 ห้อง คือ 1 ห้องนอน 3 ยูนิต และ 2 ห้องนอน 1 ยูนิตที่มุมตะวันออกเฉียงใต้ของโครงการ โดยจะมีระบบรักษาความปลอดภัยคือแตะ Keycard จากประตูที่กั้นตรงลิฟท์โดยสารอีกชั้นหนึ่ง
  • ส่วนที่สาม คือ พื้นที่ส่วนกลางที่อยู่ทางฝั่งเหนือของอาคาร ออกมาจากลิฟท์จะเจอพื้นที่ริมสระก่อนถึงสระว่ายน้ำขนาด 24 x 9 เมตร โดยข้างๆก็จะมีทางเดินไปยังห้องน้ำแยกชาย-หญิง อีกฝั่งเป็น Fitness Room และ Boxing Area ที่พื้นที่ริมสระก็จะมีบันไดวนขึ้นไปยัง Floating Pavilion ที่อยู่ที่ระดับประมาณชั้น 7ครึ่ง

Print

จากบันไดวนของพื้นที่ริมสระว่ายน้ำชั้น 7 ก็จะมาที่ Floating Pavilion ระดับชั้น 7ครึ่ง ซึ่งเป็นทางเดินรอบอาคารฝั่งเหนือหน้าโครงการที่เชื่อมกับส่วน Facility อื่นๆในอาคารชั้น 8 โดยมีบันได้ขึ้นไปอีกครึ่งชั้นคือส่วน Kids’ Lounge และอีกฝั่งคือ Yoga Studio

ส่วนห้องพักก็จะมี 4 ยูนิตเท่าชั้น 7 แบบเหมือนกัน คือ 1 ห้องนอน 3 ยูนิต และ 2 ห้องนอน 1 ยูนิต อยู่ทางทิศใต้ของคอนโด

ชั้น 9, 14-23 เป็น Typical Floorplan ของโครงการนี้ ประกอบไปด้วยห้องพักทั้งหมด 9 ยูนิตเป็นจำนวนห้องพักต่อชั้นสูงสุดของโครงการ คือ 1 ห้องนอน 6 ยูนิต และ 2 ห้องนอน 3 ยูนิต โดยห้อง 2 ห้องนอนจะเป็นห้องมุมทั้งหมด คือฝั่งตะวันออก 2 ยูนิตและห้องมุมทางทิศตะวันตกเฉียงเหนืออีก 1 ยูนิต โดยการเข้าถึงคือต้องแตะ Keycard ออกจากโถงลิฟท์มายังทางเดินเข้าห้อง

ชั้น 10, 12 และ 24 จะมีแปลนส่วนใหญ่คล้ายกับชั้น Typical Floorplan แต่ว่าที่ห้องทางทิศเหนือตรงกลางสองห้อง จะเปลี่ยนจาก 1 ห้องนอนแบบ 1A และ 1A-M เป็นชั้นล่างของห้อง Duplex 2 ยูนิตแทน ทำให้ชั้นนี้มี 9 ยูนิตเหมือนเดิม ซึ่งประกอบด้วย 1 ห้องนอน 4 ยูนิต 2 ห้องนอน 3 ยูนิต และชั้นล่างของ Duplex 2 ยูนิต

ต่อเนื่องจากชั้น 10 และ 12 ชั้น 11 และ 12A นี้ก็จะเป็นชั้นที่เหนือขึ้นมาอีก 1 ชั้น ทำให้ห้องฝั่งทิศเหนือตรงกลางเป็นชั้นบนของห้อง Duplex ทำให้ชั้นนี้มี 9 ยูนิตเหมือนเดิม ซึ่งประกอบด้วย 1 ห้องนอน 4 ยูนิต 2 ห้องนอน 3 ยูนิต และชั้นบนของ Duplex 2 ยูนิต ซึ่งปกติเวลาเข้าห้อง Duplex ส่วนใหญ่จะมีการเข้า-ออกที่ชั้นล่างมากกว่า ทำให้ Traffic ลดลงเหลือ 7 ยูนิต แม้ชั้นบนของ Duplex จะมีประตูเข้าออกตามกฎหมายก็ตาม

ชั้น 25, 27 และ 29 เป็นชั้นที่มีความซับซ้อนของ Floorplan ขึ้นไปอีกเลเวล คือห้องทางทิศเหนือตรงกลาง 2 ยูนิตเป็นห้องชั้นบนของ Duplex และทิศใต้ตรงกลาง 2 ยูนิตเป็นชั้นล่างของ Duplex การออกแบบให้ชั้นของ Duplex ทั้งสองฝั่งมีการเหลือมชั้นกัน ทำให้ลด Traffic ของชั้นนั้นๆได้ดีจาก 9 ยูนิตก็จะเหลือเพียง 7 ยูนิต สร้างความเป็นส่วนตัวของลูกบ้านขึ้นไปอีกชั้น สรุปแล้วชั้นนี้จะประกอบไปด้วย 1 ห้องนอน 2 ยูนิต, 2 ห้องนอน 2 ยูนิต, ชั้นบนของ Duplex 2 ยูนิตที่ฝั่งทิศเหนือ และชั้นล่างของ Duplex 2 ยูนิตที่ฝั่งทิศใต้

ชั้น 26 และ 28 ก็จะสลับกับชั้น 25, 27 และ 29 คือมีห้อง Duplex ชั้นล่างที่ฝั่งเหนือ และห้อง Duplex ชั้นบนที่ทิศใต้ เพื่อลด Traffic และเพิ่มความเป็นส่วนตัว สรุปแล้วชั้นนี้จะประกอบไปด้วย 1 ห้องนอน 2 ยูนิต, 2 ห้องนอน 2 ยูนิต, ชั้นล่างของ Duplex 2 ยูนิตที่ทิศเหนือ และชั้นบนของ Duplex 2 ยูนิตที่ทิศใต้

beatniq proj 14 copy

ต่อมาตั้งแต่ชั้น 30 – 34-M ด้วยกฎหมายที่ต้องมี Setback เข้าไปอีกนิดหน่อย ทางโครงการเลยออกแบบให้เป็นชั้นที่มีห้องพิเศษที่แตกต่าง และมี Function ที่ไม่ค่อยเหมือนห้องทั่วไป ที่ชั้น 30 – 33 รวมถึงที่ชั้น 33 และ 34 ก็จะมีพื้นที่ส่วนกลางได้วิวถนนสุขุมวิทวงกว้างอยู่ด้วย

ชั้น 30 เป็นชั้นที่มีพื้นที่ห้องพักทั้งชั้น 7 ยูนิต ประกอบไปด้วย 1 ห้องนอน 1 ยูนิตที่มุมทิศใต้ด้านหลังโครงการ ส่วนแบบ 2 ห้องนอน 3 ยูนิต มี 2 ยูนิตฝั่งตะวันออก และอีกห้องที่อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ส่วนห้องทางทิศใต้ตรงกลาง 2 ยูนิตเป็นชั้นบนของห้อง Duplex ทำให้มี Traffic ในชั้นนี้น้อยเข้าไปใหญ่ และยูนิตพิเศษที่อยู่ทางทิศเหนือตรงกลางของชั้นเป็นห้อง 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ แบบ Duplex

ต่อมาที่ชั้น 31 ประกอบไปด้วย 6 ยูนิต คือ 1 ห้องนอน 1 ยูนิตที่ทิศใต้ด้านหลังโครงการ และ 2 ห้องนอน 4 ยูนิตที่ฝั่งทิศใต้ 2 ยูนิต และห้องมุมฝั่งหน้าโครงการทั้งสองห้อง โดยทั้งสองที่อยู่ตรงมุมหน้าโครงการจะมีความพิเศษที่จะมีความสูงพื้นถึงฝ้ามากกว่าห้องอื่นๆที่ 3.5 เมตร จากปกติ 2.8 เมตร ส่วนห้องตรงกลางทิศเหนือเป็นชั้นบนของห้อง 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำแบบ Duplex ที่ต่อเนื่องจากชั้น 30

Print

บนชั้น 32 มีเพียง 2 ยูนิตคือห้อง Penthouse ฝั่งตะวันออกและตะวันตก 3 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ พร้อมสระว่ายน้ำในตัวที่อยู่ด้านหน้าโครงการได้วิวถนนสุขุมวิท ส่วนด้านหลังโครงการทิศใต้จะมี Sky Garden ขนาดใหญ่ไว้เดินเล่นได้ และมีบันไดวนที่เชื่อมพื้นที่ส่วนกลางระหว่างชั้น 32 และ 34

Print

ชั้น 33 มี Penthouse 3 ห้องนอน 4 ห้องน้ำจำนวน 2 ยูนิตทางทิศตะวันออกและทิศตะวันตกเช่นกัน แต่ว่าจะเป็นห้องที่ไม่มีสระว่ายน้ำในตัวเหมือนชั้น 32

Print

ต่อมาชั้น 34 เป็นชั้น Facility ส่วนกลาง โดยมี Multi-purpose Room อยู่ทางทิศตะวันออกเป็นห้องใหญ่ๆที่มีประตูเปิดออกไปยังพื้นที่ Outdoor ได้ทั้งด้านหน้าและหลังโครงการ โดยที่ด้านหลังจะมีบันไดวนเชื่อมกับพื้นที่ Sky Garden ชั้น 32  ส่วนปีกฝั่งตะวันตกจะเป็นห้องน้ำแยกชาย-หญิง โดยข้างห้องน้ำหญิงฝั่งหน้าโครงการจะมีบันไดซ่อนอยู่ เป็นบันไดที่สามารถขึ้นไปยังชั้น 34-M ที่มี Jacuzzi Pool แบบ Outdoor อยู่มีกันสาดยื่นออกมาบังแดดให้เรียบร้อย

เปลี่ยนบรรยากาศมาดู Sales Office ของโครงการที่ตั้งอยู่หน้าแปลงที่ดินข้างซอยสุขุมวิท 32 กันบ้างนะคะ

ทางซ้ายมือจะเป็นทางเข้า-ออกที่จอดรถด้านหลัง ส่วนขวามือคือด้านหน้าของ Sales Office ก้จะมีการจัด Landscape ให้เหมือน Dipping Pool ที่อยู่ส่วนหน้าของโครงการชั้น 1 ไว้ด้วยนะคะ

เปิดเข้ามาด้านในก็จะเป็นพื้นที่นั่งของผู้ที่สนใจ นัดโซฟาไว้เป็นจุดๆในพื้นที่ ภาพนี้เป็นภาพที่ถ่ายเมื่องาน VVIP เมื่อปลายปี 2558 ที่ผ่านมา โดยทางโครงการจะมีการเปิดขายอีกรอบในวันที่ 27-28 กุมภาพันธ์นี้ที่ Sales Office โครงการนะคะ

beatniq proj 19

โดยชั้น 2 ของ Sales Office ก็จะเป็นห้องตัวอย่างแบบ 1 ห้องนอนและ 2 ห้องนอน ซึ่งเราจะพาไปชมกันในส่วนของ Product Walkthough

 

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • Ground fl – Lobby
  • Ground fl – Reading Lounge with Meeting Room
  • Ground fl – Landscape Garden with Dipping Pool ลึกประมาณ 50-60 เซนติเมตร
  • 7th fl – Swimming Pool ระบบเกลือ ขนาด 24 x 9 เมตร with Floating pool Villa
  • 7th fl – Fully-equipped Gym with Boxing Area & Yoga Studio
  • 7th fl – Kid’s Lounge
  • 32nd fl – Landscape Sky Garden
  • 34th fl – Multi-purpose Room with Outdoor Recreational Area
  • 34th fl – Semi-outdoor Jacuzzi Pool
  • ลิฟท์โดยสาร 3 ตัว with proxy system ลิฟท์ขนของ 1 ตัว อัตราส่วนลิฟท์ 66 : 1
  • ที่จอดรถ 193 คันในซองจอดที่ชั้นใต้ดินถึงชั้น 6 คิดเป็น 99%
  • ระบบ CCTV / Access Card

 


Product Walkthrough

เริ่มจากห้องตัวอย่างของโครงการห้องแรกกัน คือแบบ 1 ห้องนอน ความจริงแล้วแบบ 1 ห้องนอนแบ่งออกเป็นแบบย่อยลงไปอีกรวม 6 แบบ แตกต่างกันตามตำแหน่งและขนาดของห้อง จะมีรีวิวแบบห้องอีกที่ท้ายรีวิวที่ยกเอาแบบห้องที่ค่อนข้างมีความแตกต่างกันมาเปรียบเทียบนะคะ

ส่วนแบบห้องตัวอย่างห้องนี้เป็น Type 1A พื้นที่ห้องขนาด 54 ตารางเมตร ถือว่าเป็น 1 ห้องนอนที่ขนาดใหญ่มากๆทีเดียว รูปร่างเป็นสี่เหลี่ยมจตุรัส แบ่งพื้นที่ Living ใหญ่กว่าห้องนอนนิดหน่อย เมื่อเข้าสู่ตัวห้องจะเจอส่วนครัวเป็นรูปตัว U อยู่ทางขวามือก่อน ทางซ้ายเป็นชั้นวางของ ลึกเข้าไปอีกคือส่วนนั่งเล่นที่จะมีโซฟาวางอยู่กลางห้องหันหน้าเข้าหาทีวีที่ติดอยู่ตรงผนัง ส่วนด้านหลังของโซฟาก็จะวางโต๊ะทานข้าวแบบ 2 ที่นั่งหันหน้าเข้าหากัน ลึกสุดคือบานประตูเลื่อนสูง 2.8 เมตรออกไปยังระเบียงด้านนอก ระหว่างส่วนครัวและส่วนนั่งเล่น ตรงกลางจะเป็นประตูห้องนอน เปิดเข้าไปจะเจอตู้เสื้อผ้าและโต๊ะทำงานอยู่ด้านหน้า ทางขวามือเป็นเตียงนอนและโต๊ะข้างเตียง ห้องน้ำแยกออกมาทางด้านซ้าย การจัดผังห้องให้ห้องน้ำและส่วนครัวอยู่ส่วนด้านในของอาคาร คือไม่มีช่องระบายอากาศ ทำให้ต้องพึ่งพาระบบของอาคารล้วนๆ

เริ่มต้นที่ประตูทางเข้าหลักเป็นแบบบานเปิดสูงเท่าความสูงฝ้าสำหรับห้องความสูงปกติคือ 2.8 เมตร เป็นบานประตูลายไม้ มี Digital Doorlock ที่ถ้ามองจากด้านนอกห้องจะแยกออกจากคันโยก

ซึ่งความจริงแล้วถ้ามองจากด้านใน คันโยกและระบบ Digital Doorlock จะเชื่อมต่อกันอยู่ โดยจะเป็นแบบแตะ Keycard จากด้านนอก และบิดตัวบิดล็อกจากด้านใน 2 จังหวะ

พื้นภายในห้องเป็น Composite Marble เพราะส่วนแรกที่เข้าไปเจอจะเป็นพื้นที่ครัวก่อนอันดับแรก

เปิดเข้ามาปั้บก็จะเจอกับพื้นที่ครัวส่วนแรกที่มีเคาท์เตอร์ครัวรูปตัว U อยู่ทางขวามือ ส่วนทางซ้ายเป็นตู้ Built-in เก็บขอบ และส่วนด้านในที่ลึกเข้าไปเป็นห้องนั่งเล่นที่วางชุดโซฟาและโต๊ะทานข้าว ส่วนด้านในสุดเป็นประตูบานเลื่อนออกไปเจอระเบียงด้านนอก ระหว่างพื้นที่ครัวและห้องนั่งเล่นก็จะเป็นประตูบานเปิดออกไปยังห้องนอนอและห้องน้ำในตัว

มองจากมุมห้องนั่งเล่นมายังห้องครัวบ้าง ตกแต่งหน้าบานตู้รวมถึง Top ของ Built-in ชุดครัวด้วยสีขาวงา ส่วนรายการวัสดุคือในส่วนของพื้น Composite Marble สีขาวๆทั้งหมดจะได้วัสดุทุกอย่างตามที่เห็นในห้องตัวอย่าง แต่ถ้าเป็นฝั่งพื้น Engineering Wood ในส่วนห้องนั่งเล่นที่มีการวางเฟอร์นิเจอร์ชิ้นลอยคือไม่อยู่ในรายการวัสดุนะคะ นอกจากนั้นก็จะมีแอร์ที่ทำเป็นแบบ Concealed type จาก Daikin สำหรับแบบ 1 ห้องนอน ทั้งในห้องนั่งเล่นและในห้องนอน

มาที่ดีเทลของชุด Built-in ที่จะได้ในห้องนี้กันดีกว่า เริ่มจากทางขวาใกล้ประตูคือบานประตูตู้แบบดึงออกซ้าย-ขวา เปิดออกมาจะเป็นที่วางเครื่องซักผ้าแบบฝาหน้า มีชั้นวางของอยู่ด้านบน

พื้นที่บนสุดจะเห็นเครื่องทำน้ำร้อนติดตั้งอยู่ ซึ่งก็จะอยู่ในรายการขายด้วยเนื่องจากก๊อกทุกจุดภายในห้องเป็นแบบผสม สามารถปรับอุณหภูมิการใช้งานได้ทั้งในครัวและในห้องน้ำ ส่วนฝั่งขวาจะเป็นงานระบบเกี่ยวกับงานระบายอากาศภายในห้อง

ต่อมาเป็นบานตู้แบบดึงออกเช่นกัน แต่ปิดผิวด้วยกระจกสะท้อน เปิดออกมาก็จะเป็นชั้นวางของ ด้านบนเป็นตู้ไฟงานระบบปกติ

ส่วนที่อยู่ตรงมุมห้องติดกับผนังคือปุ่มเปิด-ปิดไฟภายในห้อง และตัวบอกอุณหภูมิที่ติดอยู่บนฝ้าด้านบนของแอร์แบบ Concealed type จาก Daikin

มาที่ฝั่งซ้ายที่จะเป็นชุด Built-in ครัวและตู้เก็บของเช่นกัน

เริ่มจากใกล้กับประตูที่สุดก็จะเป็นตู้เก็บของเหมือนเดิม สามารถวางรองเท้าได้เพราะเป็นบานปิดมิดชิด แต่ด้านบนๆหน่อยก็อาจจะเหมาะกับการวางของที่นานๆหยิบที เพราะ Built แต่ความสูงของฝ้าที่ 2.8 เมตร

ถัดมาทางบานซ้ายมือเป็น Built-in ตู้เย็นแบบบนล่างของ Elextrolux

มาต่อที่ส่วนครัว ก็จะมีลิ้นชักและตู้ที่สามารถเลื่อนเปิดได้ ทั้งหมดเป็นบานแบบ Soft-closed หน้าบานเป็นลายไม้สีน้ำตาลอ่อน

ส่วนด้านบนก็จะเป็นช่องเก็บข้าวของเครื่องใช้ในครัวเช่นกัน

โดยบานดึงของ Built-in ทุกบานก็จะเป็นแบบแผ่นยื่นออกมาให้จับเรียบร้อยดี

อ่างล้างจานจะเป็นแบบหลุมเดียวจาก TEKA ค่อนข้างลึก ก๊อกน้ำแบบผสมหมุนได้จาก Grohe ฝังเข้าไปในเคาท์เตอร์ แล้วปิดผิวเคาท์เตอร์ด้วยหินสังควอทซ์สังเคราะห์ลายออกสีขาวๆ

ส่วนอีกฝั่งของเคาท์เตอร์จะเป็น Hob & Hood แบบ 2 เตาไฟฟ้าจาก Kupperbusch ส่วนที่ดูดควันจาก TEKA ทางขวามือเป็นเตาอบแบบฝังเขาไปในชุด Built-in เช่นกันจาก Kupperbusch

แหงนดูที่ดูดควันจาก TELA กันหน่อย เป็นแบบมีไฟส่องเวลาใช้งาน ส่วนวัสดุผนังที่ครัวก็จะกรุด้วยหินควอทซ์สังเคราะห์เช่นเดียวกันกับ Top ของเคาท์เตอร์ เพราะจะได้ทำความสะอาดง่ายกว่าส่วนอื่นๆที่เป็นผนังปูนฉาบเรียบทาสีขาว ไม่ติด Wallpaper มาให้

ในส่วนของห้องนั่งเล่นก็จะได้เป็นแบบพื้นไม้ Engineering wood ผนังปูนฉาบเรียบทาสีขาว แต่ในห้องตัวอย่างก็จะจัดงานพื้นที่ใช้งานให้ดูว่าที่ผนังก็สามารถทำ Built-in แต่เต็มทั้งผนัง โดยมีทีวีเป็นแบบติดผนังอยู่ตรงกลาง ล้อมรอบด้วยบานตู้เก็บของเล็กๆน้อยๆข้างๆ

โซฟาก็สามารถวางตัวอยาวได้แบบ 1.5 เมตรหรือยาวกว่านั้นหน่อยแต่ไม่เกิน 2 เมตร เนี่องจากก็จะต้องเว้นให้พื้นที่โต๊ะกลาง พื้นที่โต๊ะทานข้าวด้านหลังและพื้นที่ทางเดินไปยังระเบียงได้อยู่

ด้านหลังของชุดโซฟาก็จะเป็นการวางโต๊ะทานข้าวและเก้าอี้ 2 ที่นั่งหันหน้าเข้าหากันไว้ชิดกับผนัง

ซึ่งการเลือกเฟอร์นิเจอร์ชิ้นต่างๆก็จะต้องวัดระยะมาดีหน่อย เพราะว่าจะต้องมีพื้นที่ทางเดินรอบๆบ้าง

ด้านในจะเป็นประตูบานเลื่อน 3 บาน เลื่อนได้ซ้าย-ขวาทุกบาน สูงเต็มความสูงฝ้าอีกเช่นกันที่ 2.8 เมตร โดยลูกฟักเป็นกระจกนิรภัย ส่วนกรอบบานเป็นอลูมิเนียมอบสีพิเศษที่เรียกว่า Sahara grey

รางม่านจะมีให้มาด้วย แต่จะไม่ให้ม่านมาในรายการวัสดุ

การเปิด-ปิดเป็นแบบล๊อกเลื่อนขึ้นลงจากด้านในด้านเดียว

ออกมาที่ระเบียงกว้างประมาณ 1.2 เมตร ปูด้วยกระเบื้องเซรามิกสีอ่อน มีรางน้ำเซาะร่องอยู่ที่ขอบพื้นที่ มีไฟติดผนัง และมีราวกันตกแบบใส เพื่อนวิวในการมองเห็น

และตรงระเบียงก็จะเป็นส่วนของ Mock-up Facade ซึ่งในห้องตัวอย่างจะมีเหลี่ยมมีมุมคล้ายกับการขยายขนาดโมเดลออกมา เพื่อให้ดูว่าการที่มี Facade เป็นรูปทรงนั้นไม่ได้บังวิวตรงระเบียงแต่อย่างใด ซึ่งถ้าเป็นเหมือนในห้องตัวอย่างจริง Facade ก็จะดูบางกว่าที่คิดไว้นิดหน่อยนะคะ

ส่วนอีกฝั่งก็จะเป็นประตูที่กั้นไว้สำหรับพื้นที่วาง Compressor แอร์ทั้งสองจุดคือในห้องนั่งเล่นและห้องนอน

ภายในพื้นที่ก็จะมีก๊อกน้ำและจุดท่อน้ำทิ้งอยู่ที่มุม

ต่อมาที่ระหว่างพื้นที่นั่งเล่นและพื้นที่ครัว จะมีประตูบานเปิดเข้าไปยังห้องนอนด้านใน โดยพื้นปูพื้นไม้ยาวเข้าไปเป็น Engineering wood

เข้ามาด้านในห้องนอน ตรงหน้าก็จะเป็นประตูตู้เสื้อผ้า Built-in ติดผนัง ซึ่งเป็นแบบบานเปิดดึงออกมา มีการแบ่งช่องการใช้งานไว้ให้เรียบร้อยทั้งราวแขวนและตู้ด้านล่าง

ส่วนบานขวาสุดจะพิเศษหน่อยตรงที่เป็นเหมือนโต๊ะเครื่องแป้ง คือมีบานกระจกส่องหน้าทั้งบาน ให้สำหรับยื่นแต่งหน้าเข้าหาแสงธรรมชาติได้ ทุกบาน Built-in เป็นบานแบบ Soft-close และมีปิดผิวหน้าบานลายไม้สีน้ำตาลกลาง

ส่วนโต๊ะทำงานข้างเตียงนี้ก็จะได้ด้วย เป็นแบบโปร่งมีลิ้นชักทางซ้ายมือ Top ด้วยหินจริง Black Laurent

ส่วนทางขวามือของโต๊ะทำงานก็จะเป็นเตียงนอนขนาด 6 ฟุต มีพื้นที่ข้างเตียงวางโต๊ะข้างเตียงได้ทั้งสองฝั่ง ซึ่งเตียงและโต๊ะข้างเตียงจะไม่อยู่ในรายการขายนะคะ

ส่วนปลายเตียงก้จะเป็นตู้และทีวีติดกับผนังให้ตรงกับตำแหน่งเตียง ซึ่งในความจริงแล้วผนังจะได้เป็นผนังปูนฉาบเรียบทาสีขาวธรรมดา

พื้นที่ปลายเตียงเหลือเดินได้ประมาณ 80 เซนติเมตรโล่งๆ

ด้านในจะเป็นหน้าต่างบาน Fixed และหน้าต่างบานเปิดข้าง

กระจกเป็นกระจกนิรภัย มีที่จับเหมือนเป็นหน้าต่างบานกระทุ้ง ค่อนข้างแข็งแรงทีเดียว ตัวกรอบเป็นอลูมิเนียมหนาอบสี Sahara Grey

มองจากพื้นที่ข้างเตียงมายังด้านในก็จะเป็นห้องน้ำ ที่มีพื้นที่อ่างอาบน้ำแบบ Sexy Bath เต็มๆ

โดยประตูทางเข้าห้องน้ำจะอยู่ทางขวามือ

พื้นห้องน้ำปูด้วย Composite Marble สีออกดำๆ ลดระดับพื้นลงจากห้องนอนนิดหน่อย

จากทางเข้าห้องน้ำมองไปทางขวามือจะเป็นส่วนโถสุขภัณฑ์แบบชิ้นเดียวแบบ Washlet ติดผนังและอัตโนมัติจาก TOTO เหตุผลที่จะต้องเป็นแบบ Washlet คือลอยตัวจากพื้นเพื่อจะสามารถทำความสะอาดพื้นห้องน้ำได้ทั่วถึงโดยอยู่ในระยะที่สามารถใช้ไม้ถูพื้นถูกได้

ฝั่งตรงข้ามกับโถสุขภัณฑ์ก็จะเป็นการก่อปูแล้วกรุผนังด้วย Composite Marble เว้นพื้นที่ลึกเข้าไปให้เป็นพื้นที่วางของ หรือหนังสือได้

ข้างๆกับโถสุขภัณฑ์ก็จะมีที่ใส่ทิชชู และงานระบบไฟของตัวโถสุขภัณฑ์ ไม่มีสายฉีดชำระติดตั้ง

ส่วนข้างๆกันก็จะเป็นเคาท์เตอร์อ่างล้างหน้าจาก TOTO เป็นแบบฝังเข้าไปในเคาท์เตอร์ที่ Top ด้วย Composite Marble ลายเดียวกันทั้งห้องน้ำ มีตู้เก็บของด้านบนที่ปิดผิวด้านนอกเป็นกระจกส่องหน้าได้บานยาวๆ

ตัวอย่างก็กว้างใช้ได้ มีก๊อกจาก Grohe เป็นแบบผสม

ตู้เก็บของที่ติดที่ผนังมาให้ก็จะเป็นแบบเปิดซ้ายขวาได้เก็บของใช้ภายในห้องน้ำ ก็จะมีปลั๊กสามตาให้ต่อเข้ากับที่เป่าผมหรืออุปกรณ์อื่นๆ

ด้านในเป็นพื้นที่ยื่นอาบน้ำที่มีประตูบานผลักเข้าไป ส่วนทางซ้ายมือก็จะเป็นอ่างอาบน้ำ

พื้นที่อาบน้ำประมาณ 1 x 1 เมตร มีจุดท่อน้ำอยู่ที่มุมด้านใน ก่อปูนสูงขึ้นมานิดหน่อยทำเป็นธรณี

ฝักบัวอาบน้ำและอุปกรณ์ต่างๆจาก Toto และ Grohe ก๊อกอาบน้ำเป็นแบบผสมที่หมุนบิดได้ ข้างๆมีช่องวางสบู่แชมพูได้นิดหน่ยอ

ส่วนฝักบัวมือจับเป็นแบบปรับระดับได้ รัศมีตค่อนข้างใหญ่ ทำให้มีน้ำหนัก

นอกจากนั้นด้านบนก็จะมีแบบ Shower ด้วย

ข้างๆกันก็จะเป็นอ่างอาบน้ำจาก Toto หรือ American Standard หรือเทียบเท่า ที่มองจากภายนอกได้หรือเรียกว่า Sexy bath เป็นแบบฝังแล้วเทปูนล้อมรอบ ปิดด้วย Composite Marble อีกที

ส่วนก๊อกก็จะมีแบบปล่อยน้ำลงในอ่างและแบบฝักบัวที่สามารถดึงออกมาได้ อีกสองปุ่มก็จะเป็นปุ่มผสมน้ำเย็นน้ำร้อน และปุ่มบิดว่าจะเลือกใช้ก๊อกอันไหน

ฝักบัวที่สามารถดึงออกมาได้ น่าจะใช้ได้ถนัดมือมากกว่า

ห้องตัวอย่างห้องที่สองเป็นแบบ 2 ห้องนอนที่มีแบบแตกต่างกันถึง 6 แบบเช่นกัน ซึ่งแบบ 2 ห้องนอนถือว่าเป็นยูนิตส่วนใหญ่ของโครงการ และส่วนใหญ่จะเป็นห้องมุม

ห้องตัวอย่างห้องนี้คือห้อง 2A-H พื้นที่ห้องขนาด 108 ตารางเมตร ขนาดอยู่สบายมากๆ รูปร่างเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าหน้ากว้าง 2 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ โดยเมื่อเปิดประตูหลักเข้ามาจะเจอ Powder Room อยู่ทางขวามือ ซ้ายมือเป็นชั้นเก็บของ เดินมาอีกหน่อยทางขวามือจะเป็นส่วนเคาท์เตอร์ครัวรูปตัว U แล้วทางซ้ายเป็นโต๊ะทานข้าวและลึกเข้าไปเป็นพื้นที่นั่งเล่น นอกจากนั้นก็จะมีทางเดินริมซ้ายสุดไปยังห้องนั่งเล่นอีกห้องหนึ่งที่เป็น Hi-light เพราะ Space สวยมากเป็นกึ่งๆ Semi-outdoor ที่คล้ายจะเป็นระเบียงแต่ก็สามารถนั่งอ่านหนังสือได้ชิวๆโดยเปิดหน้าต่างออกไปรับลมได้ ห้องถัดมาจะเป็นห้องครัวไทยที่มีประตูแยกและมีงานระบบอยู่ด้านใน ห้องถัดมาเป็นห้องนอนเล็กที่มีห้องน้ำในตัว ส่วนทางขวาสุดเป็นห้องนอนใหญ่ที่มีห้องน้ำในตัวเช่นกัน

เริ่มต้นที่ประตูทางเข้าหลักของยูนิต เป็นแบบบานเปิดสูงเท่าความสูงฝ้า 2.8 เมตร เป็นบานประตูลายไม้ มี Digital Doorlock ติดตั้งอยู่

เปิดประตูเข้ามาจะเจอกับห้องน้ำแบบ Powder room อยู่ทางขวามือ ถัดเข้าไปจะเป็นพื้นที่ครัวรูปตัว U ส่วนฝั่งซ้ายมือจะเป็นตู้เก็บของบานใหญ่ และเข้าไปจะเป็นห้องนั่งเล่นที่มีโต๊ะทานข้าว

จากพื้นที่ด้านในมองไปยังพื้นที่หน้าประตู ตั้งแต่เข้ามาในพื้นที่ห้องจะปูด้วยพื้นไม้ Engineering wood หนา 14 มม. ทางซ้ายมือจะเป็นปุ่มเปิดปิดระบบบไฟ อยู่ใกล้กับประตูทางเข้าข้างห้องน้ำ

ทางเข้าห้องน้ำแขกหรือ Powder Room ระยะค่อนข้างกระชั้นจากประตูใหญ่

beatniq 2b 5

พื้นปูด้วย Composite Marble ลายเดียวกับห้องน้ำห้องตัวอย่างแบบ 1 ห้องนอน ลดระดับบพื้นลงนิดเดียว

ด้านในจะมีส่วนใช้สอยด้วยกันแค่ 2 อย่างคือโถสุขภัณฑ์แบบ Washlet จาก Toto และอ่างล้างหน้าที่ฝังลงไปในเคาท์เตอร์ ด้านบนเป็นกระจกยาวตามความกว้างของห้อง มีไฟหลืบจากด้านล่างและบนของกระจก จะไม่มีส่วนที่เป็นพื้นที่อาบน้ำ

อ่างล้างหน้าเป็นแบบฝังลงไปในเคาท์เตอร์ที่ปิดด้วย Composite Marble ลายเดียวกับพื้น ก๊อกน้ำจา Grohe เป็นก๊อกแบบผสม ด้านล่างมีตู้เก็บข้าวของนิดหน่อย ส่วนทางซ้ายเป็นโถสุขภัณฑ์แบบชิ้นเดียวแบบ Washlet ติดผนังและอัตโนมัติจาก TOTO เหตุผลที่จะต้องเป็นแบบ Washlet คือลอยตัวจากพื้นเพื่อจะสามารถทำความสะอาดได้ทั่วถึง ข้างๆมีระบบไฟนิดหน่อยและที่ใส่ม้วนทิชชู

ก๊อกน้ำจาก Grohe เป็นแบบก๊อกผสม ที่ติดกับผนังเข้าไปเพราะง่ายต่อการทำความสะอาดเคาท์เตอร์

นอกจากนั้นพื้นที่ผนังข้างๆยังเป็นในส่วนของการเก็บอุปกรณ์ทำความสะอาด ที่หน้าบานจะต้องแซะออกมานิดนึงเพราะไม่มีที่ดึง ด้านบนเป็นระบบระบายอากาศ

ฝั่งตรงข้ามกับประตูทางเข้าห้องน้ำเป็นตู้เก็บของแบบ Built-in เต็มผนังและเต็มความสูง สำหรับการเก็บรองเท้าบ้าง เก็บร่มบ้าง และเก็บข้าวของที่ต้องหยิบก่อนออกจากบ้านบ้าง โดยมีตัวปิดเป็นกระจกสะท้อนไว้เช็คความเรียบร้อยก่อนออกจากห้อง

เดินเข้ามาด้านในหน่อย ทางขวามือจะเป็นเคาท์เตอร์ครัว ส่วนทางซ้ายจะเป็นพื้นที่นั่งเล่น

ภายในห้องนั่งเล่นของแบบ 2 ห้องนอน จะมีพื้นที่ตั้งโต๊ะทานข้าวต่อเนื่องกับชุดโซฟา และทางขวามือจะมีประตูบานเลื่อน 3 บานเต็มความสูงเข้าไปยังส่วน Semi-outdoor รายการวัสดุที่ได้ในส่วนี้ก็จะเป็นพื้นไม้ Engineering wood ผนังฉาบปูนเรียบทาสีขาวธรรมดา ไม่มีเฟอร์นิเจอร์ชิ้นลอยหรือ Built-in ส่วนทีวีใดๆ แต่ในห้องตัวอย่างแต่งมาให้ดูพื้นที่ใช้สอย อย่างโต๊ะทานข้าวก็สามารถวางแบบ 6 ที่นั่ง เพิ่มหัวท้ายเข้าไปได้อีกเป็น 8 ที่นั่ง

โซฟาสามารถวางแบบตัวยาว หรือตัว L ที่มีที่วางขาได้สบายๆ เพราะความกว้างเหลือ ส่วน Built ที่ติดกับผนังก็จะเป็นส่วนที่ตกแต่งเพิ่มเติม คือมีลิ้นชัก มีตู้ปิดทีวีและเก็บของ

ด้านหลังของชุดโซฟาจะถือเป็น Hi-light ของห้อง Type นี้คือแทนที่ภายในห้องนั่งเล่นจะมีระเบียงแบบเปิดโล่งมีราวกันตกกั้นเหมือนห้องตัวอย่างห้องที่แล้ว ก็จะปรับเป็นพื้นที่ Semi-outdoor ที่เพื่มขนาดเข้าไปหน่อย แต่ Functional กว่า คือสามารถวางโต๊ะกลมพร้อมเก้าอี้ 4 ตัวได้พอดี ประตูที่กั้นอยู่ก็จะเป็นแบบ 3 ตอน 3 ราง สามารถเลื่อนได้หมดทุกบาน

พื้นที่ด้านในแม้จะมีการวางเฟอร์นิเจอร์ชิ้นลอยก็สามารถเดินรอบๆได้ พื้นที่ Semi-outdoor นี้ออกแบบให้สามารถนั่งเล่นรับอากาศได้ นั่งอ่านหนังสือหรือกินดื่มสูบบุหรี่ได้ เนื่องจากห้องนี้สามารถเปิดหน้าต่างบานใหญ่ระบายอากาศได้ และระบบแอร์ก็แยกออกจากห้องอื่นๆ

หน้าต่างบานใหญ่เป็นแบบบานเปิดกระทุ้งข้าง ไม่ต้องใช้แรงในการเปิดมากเพราะจะมีจังหวะของมันอยู่ ตัวกรอบเป็นอลูมิเนียมอบสี Sahara grey เนื่องจากเป็นห้องมุมจะมีหน้าต่างด้วยกัน 4 บานคือ 3 บานทางซ้ายและ 1 บานทางขวาหลังม่าน

การเปิดหน้าต่างบานใหญ่นี้จะเปิดแบบบิดคันโยกไปทางซ้ายเพื่อปลดล็อกแล้วดันออก หรือบิดกลับมาดังรูปเพื่อล็อกอีกที

ตัวบานก็จะมีร่องจังหวะของมัน ทำให้ไม่ต้องใช้แรงในการเปิด-ปิดเท่าไร

รางม่านที่เว้นร่องมาให้เป็นแบบโค้งต่อกัน 2 ด้านเพื่อความสวยงาม แต่ก็จะไม่ได้ม่านในรายการวัสดุนะคะ

อย่างที่บอกไปว่าระบบแอร์ของส่วน Semi-outdoor นี้จะแยกออกจากระบบอื่นๆ ซึ่งจะใช้เป็นระบบ Concealed type ระบบ VRV จาก Daikin ซึ่งเราสามารถใช้รีโมทปิดแอร์ห้องนี้เพื่อรับลมก็จะไม่กระทบกับส่วนอื่นๆ หรือจะเปิดแค่ห้องนี้ห้องเดียวในช่วงกลางวันถ้าอยู่คนเดียวก็ได้เหมือนกัน

มาถึงวัสดุกรุผนังของส่วน Semi-outdoor ที่จะให้ต่างจากปกติที่เป็นผนังปูนฉาบเรียบทาสีขาว ก็จะเปลี่ยนเป็น Natural Stone สี Portoro gold ที่เด่นดังในหมู่คนที่เคยเข้ามาชมห้องตัวอย่าง

ออกจากส่วน Semi-outdoor มาพื้นที่ด้านในกันเหมือนเดิม มองจากพื้นที่ห้องนั่งเล่นไปยังเคาท์เตอร์ครัวรูปตัว U ทางซ้ายเป็นประตูเข้าห้องนอนทั้งสองห้อง และประตูซ้ายสุดคือประตูทางเข้าห้องครัวไทยและงานระบบ

มาต่อกันที่ครัว ตกแต่งหน้าบานตู้รวมถึง Top ของ Built-in ชุดครัวด้วยสีขาวงา พื้นปูด้วย Composite Marble สีขาวๆ ซึ่งทั้งหมดที่เห็นในห้องครัวก็จะได้วัสดุทุกอย่างตามที่เห็นในห้องตัวอย่าง

เร่ิมจากฝั่งขวาที่เป็นเคาท์เตอร์มีอ่างล้างจาน 2 หลุม ด้านล่างเป็นตู้และลิ้นชักเก็บของแบบมีบานปิดทั้งหมดเป็นลายไม้สีน้ำตาลอ่อน ตัว Top ของเคาท์เตอร์เป็นหินควอทซ์สังเคราะห์สีขาว

อ่างล้างจาน 2 หลุมจาก TEKA ก๊อกน้ำในครัวก็จะเป็นก๊อกผสม บิดไปมาได้ระหว่างอ่างล้างจาน 2 อ่าง

ตรงกลางเป็น Hob and Hood ด้านใต้มีเตาอบขนาดใหญ่ขึ้นมาจากแบบ 1 ห้องนอน เตาไฟฟ้า 4 หัวและเตาอบด้านล่างจาก Kupperbusch ที่ดูดควันจาก TEKA

ช่องเปิดทั้งหมดของห้องครัว ทางซ้ายมือจะเป็นตู้เย็นแบบ 2 บาน Built-in จาก Elextrolux

ต่อมาเป็นห้องครัวไทยที่แยกออกมา และด้านในมีงานระบบ ที่ผนังที่เป็นการตกแต่งลายไม้สีน้ำตาลทำโค้งนี้จะไม่อยู่ในรายการนะคะ

ที่เปิดเป็นแบบคันโยกผลักเข้าไปด้านใน มีตัวบิดล็อกจากพื้นที่ด้านนอกฝั่งเดียว

ด้านในปูด้วยกระเบื้องเซรามิกเพื่อง่ายต่อการทำความสะอาด ลดระดับพื้นลงนิดหน่อย

เปิดเข้ามา ฝั่งซ้ายมือจะเจอกับที่วางตู้เย็น ถัดไปคือเคาท์เตอร์ครัวที่ไม่มีบานปิดเก็บของด้านล่าง แต่จะมีด้านบนแทน ด้านในเป็นเตาไฟฟ้าแบบ 2 หัว ซึ่งในห้องนี้สามารถทำแกงกระเทียมผัดกะเพราได้ตามใจชอบ เนื่องจากเป็นแบบระบายอากาศ ไม่มีแอร์เข้ามาถึง ส่วงขวามือจะเป็นที่วางของเครื่องซักผ้าและเครื่องอบผ้า

ข้างๆเครื่องซักผ้าจะเป็น Boiler ของงานระบบและ Compressor แอร์จาก Daikin ที่เป่าออกนอกตัวอาคาร

ต่อมาเราจะเดินไปยังทางเดินเข้าห้องนอน โดยทางซ้ายมือจะเป็นห้องนอนเล็ก และถ้าตรงไปจะเป็นห้องนอนใหญ่ ทั้งคู่มีห้องน้ำในตัว ไม่มีระเบียง

เปลี่ยนจากพื้นที่ครัวเข้าห้องนอนเล็ก ก็จะเปลี่ยนวัสดุพื้นเป็น Engineering wood ความหนา 14 มม.

เข้ามาด้านในก็จะเจอกับเตียงขนาด 5 ฟุต มีพื้นที่ข้างเตียงทั้งสองฝั่ง ด้านในเป็นโต๊ะทำงานหันหน้าออกนอกหน้าต่าง ตรงข้ามเตียงเป็นตู้และทีวีติดผนัง ข้างๆกับทีวีก็จะเป็นทางเข้าห้องน้ำในตัวของห้องนอนเล็ก

เตียงขนาด 5 ฟุต มีพื้นที่เดินได้รอบเตียง วางโต๊ะข้างเตียงได้ทั้งสองฝั่ง ทางขวามือจะมีตู้เสื้อผ้าแบบ Built-in มาให้

ตู้เสื้อผ้าแบบ Built-in มี 4 บาน แต่เปิดได้จริง 3 บานฝั่งขวา เพราะบานซ้ายสุดติดกับโต๊ะข้างเตียง ด้านในมีการแบ่งช่องการใช้งานให้บ้างแล้วทั้งราวแขวนและตู้เก็บของด้านล่าง

พื้นที่ปลายเตียงจะยังพอเดินได้ แต่ห้องจริงก็จะไม่มีตู้ติดผนังหรือทีวีมาให้ ซึ่งถ้าคิดว่าเดินลำบากไปหน่อยก็ติดแค่ทีวีอย่างเดียวพอ

พื้นที่ข้างเตียงด้านในมีพื้นที่ให้ทำเป็นโต๊ะทำงานเต็มความกว้างของช่องพอดี หันหน้าออกไปยังหน้าต่าง ซึ่งหน้าต่างมีทั้งแบบเป็นบาน Fixed และแบบบานเปิดข้าง กรอบอลูมิเนียมสี Sahara Grey เข้ามุม

จากพื้นที่โต๊ะทำงานมองไปยังปลายเตียงจะเจอกับประตูทางเข้าห้องน้ำในตัว

ด้านในแบ่งพื้นที่การใช้งานเป็น 3 ส่วน จากส่วนที่ใกล้กว่าคืออ่างล้างมือแบบฝังลงไปในเคาท์เตอร์ โถสุขภัณฑ์แบบ Washlet ด้านในบนตู้เก็บของที่หน้าบานเป็นกระจกส่องหน้าได้เต็มความยาม และด้านในสุดคือพื้นที่ยืนอาบน้ำ

เคาท์เตอร์อ่างล้างหน้าจาก TOTO เป็นแบบฝังเข้าไปในเคาท์เตอร์ที่ Top ด้วย Composite Marble ลายเดียวกันทั้งห้องน้ำ มีตู้เก็บของด้านล่างเป็นแบบปิด

ข้างๆกับโถสุขภัณฑ์ชิ้นเดียวแบบ Washlet ติดผนังจาก TOTO ก็จะมีที่ใส่ทิชชู และสายฉีดชำระ ที่กดปุ่มก็จะอยู่ด้านบนเคาท์เตอร์แทน ไม่เป็นแบบอัตโนมัติ

ตู้เก็บของที่ติดที่ผนังมาให้ก็จะเป็นแบบเปิดขวาได้เก็บของใช้ภายในห้องน้ำ ก็จะมีปลั๊กสามตาต่อกับอุปกรณ์อื่นๆ

ด้านในสุดคือพื้นที่อาบน้ำแบบยืน มีประตูกั้นเป็นแบบผลักเข้าไป

พื้นที่อาบน้ำประมาณ 1 x 1.2 เมตร มีจุดท่อน้ำอยู่ที่มุมด้านใน ก่อปูนสูงขึ้นมานิดหน่อยทำเป็นธรณี

ฝักบัวอาบน้ำและอุปกรณ์ต่างๆจาก Toto และ Grohe ก๊อกอาบน้ำเป็นแบบผสมที่หมุนบิดได้ ข้างๆมีช่องวางสบู่แชมพูได้นิดหน่อย ตรงนี้จะเหมือนกับห้องน้ำของแบบ 1 ห้องนอน

ต่อมาห้องสุดท้ายในสุดคือทางเข้าห้องนอนใหญ่

เข้ามาด้านในทางขวามือก็จะเจอกับห้องน้ำแบบ Sexy bath กระจกใสกันไปทั้งห้อง ทางขวามือใกล้กับประตูก็จะมีตู้เสื้อผ้าแบบ Built-in

ส่วนฝั่งซ้ายมือด้านหน้าจะเป็นตำแหน่งโต๊ะทำงาน ซ้ายมือหน่อยก็จะเป็นเตียง 6 ฟุต มีพื้นที่ข้างเตียงเหลืออีกเยอะ วางโต๊ะข้างเตียงได้สบายๆ หรือจะวางเก้าอี้เดี่ยวแบบมี Armchair เหมือนในห้องตัวอย่างก็ได้

ฝั่งตรงข้ามกับเตียงก็จะเป็นชั้นวางของ มีทีวีติดผนัง ด้านในเป็นหน้าต่างบาน Fixed ที่มีบานเปิดแบบกระทุ้งข้างบานใหญ่มาก

จากพื้นที่ข้างเตียงด้านในหันกลับมาที่ห้องน้ำ ก็จะเป็นแบบ Sexy bath โดยมีทางเข้าห้องน้ำอยู่ทางขวามือตรงพื้นที่ Walk-in Closet และโต๊ะเครื่องแป้ง

พื้นที่ Walk-in Closet ของห้องนอนใหญ่จะอยู่ตรงทางเดินเข้าห้องน้ำ จะได้ออกมาแต่งตัวได้เลย เป็นแบบบานเปิดเหมือนกับ Walk-in Closet ของห้องนอนที่ผ่านๆมา ด้านในมีการแบ่งช่องการใช้งานให้เหมือนๆกัน แต่มีทั้งหมด 6 บานซึ่งเยอะที่สุด และบานด้านในที่ใกล้กับโต๊ะเครื่องแป้งก็จะเป็นบานแบบมีกระจกเพื่อเก็บเครื่องสำอาง

การเว้นระยะของ Walk-in Closet ก็ทำได้โอเค คือแม้ว่าจะเปิดจนสุดแล้วก็ยังเดินเข้าห้องน้ำได้อยู่

จากประตูทางเข้าห้องน้ำ ทางขวามือจะเป็นพื้นที่เคาท์เตอร์อ่างล้างหน้าแบบ His and hers คือมีสองอ่าง ไม่ต้องแย่งกันใช้จาก Toto และก๊อกน้ำผสมติดตั้งที่ผนังจาก grohe ด้านในเป็นโถสุขภัณฑ์แบบ Washlet อัตโนมัติจาก Toto  ทางขวามือเป็นอ่างอาบน้ำ และด้านในเป็นพื้นที่อาบน้ำแบบยืน

พื้นที่อาบน้ำแบบยืนก็จะมีพื้นที่พอจะหมุนตัวได้ กั้นด้วยประตูแบบบานเปิด มีฝักบัวแบบก๊อกผสมและ Shower ด้านบน แต่พื้นที่อาบน้ำตรงนี้มืดไปหน่อยอาจจะเพราะผนังเป็น Composite Marble ลายสีดำ ที่ฝ้าจะมีระบบระบายอากาศอยู่

อ่างอาบน้ำจาก Toto หรือ American Standard หรือเทียบเท่า ที่มองจากภายนอกได้หรือเรียกว่า Sexy bath เห็นได้จากห้องนอน เป็นแบบฝังแล้วเทปูนล้อมรอบ ปิดด้วย Composite Marble อีกที

ส่วนก๊อกก็จะมีแบบปล่อยน้ำลงในอ่างและแบบฝักบัวที่สามารถดึงออกมาได้ อีกสองปุ่มก็จะเป็นปุ่มผสมน้ำเย็นน้ำร้อน และปุ่มบิดว่าจะเลือกใช้ก๊อกอันไหน

แบบ 1 ห้องนอน Type 1B ต่างจากห้องตัวอย่างแบบ 1A ตรงที่ขนาดตารางเมตรที่เพิ่มขึ้นมา 4 ตารางเมตรที่ระเบียง โดยห้องตัวอย่างจะเป็นระเบียงแบบเปิดโล่ง มีประตูปิดที่วาง Compressor แอร์อย่างดี แต่ว่าแบบ 1B จะเป็นระเบียงแบบ Semi-outdoor ที่จะคล้ายๆกับห้องตัวอย่างแบบ 2A-H แต่ว่าจะขนาดเล็กกว่าครึ่งนึง มีหน้าต่างบานใหญ่เปิดข้างรับลมได้สบายๆ พื้นที่ Semi-outdoor ก็กว้างขนาดที่จะวางโซฟาเล็กๆได้ 1 ตัว นอกจากนั้นพื้นที่การใช้งานอื่นก็เหมือนกันหมด

แบบ 1 ห้องนอน Type 1C ขนาด 43 ตารางเมตรเป็นขนาดเล็กที่สุดของโครงการ โดยจะออกแบบประหยัดพื้นที่กว่าแบบอื่นๆหน่อย คือ เปิดประตูเข้ามาจะเจอกับพื้นที่ครัวรูปตัว L ทางซ้ายมือเป็นพื้นที่นั่งเล่นที่กั้นออกจากห้องนอนด้านหลังด้วยประตูบานเลื่อน 4 ตอน ริมสุดมีระเบียงที่ค่อนข้างยาวต่อเนื่องกัน ด้านในห้องนอนมี Walk-in Closet และห้องน้ำ ซึ่งห้องน้ำ Type นี้จะไม่มีอ่างอาบน้ำแต่จะมีพื้นที่ยืนอาบน้ำอย่างเดียว

แบบ 1 ห้องนอน Type 1D เป็นห้องขนาดใหญ่สุดของแบบ 1 ห้องนอน แบบนี้การวางพื้นที่ใช้สอยค่อนข้าง Typical คือไม่หวือหวาเท่าแบบอื่นๆ คือมีห้องครัว มีโต๊ะทานข้าว มีระเบียงแบบเปิดโล่ง ถัดจากห้องนั่งเล่นเข้าไปก็เป็นประตูเลื่อนบานเดียวแบบซ่อนเข้าผนังเป็นห้องนอน มีห้องน้ำทั้งแบบยืนและอ่างอาบน้ำ

แบบ 2 ห้องนอน Type 2B ขนาด 79 ตารางเมตร เป็นห้อง 2 ห้องนอนที่ขนาดเล็กที่สุด คือมี 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ จากประตูทางเข้าก็จะเจอกับพื้นที่ครัวรูปตัว U ลึกเข้าไปเป็นห้องนั่งเล่น พื้นที่ทานข้าวและระเบียงแบบเปิดโล่ง ส่วนห้องน้ำแขกจะอยู่ตรงทางเดิน ใช้ร่วมกันกับห้องนอนเล็กที่อยู่ข้างๆ และห้องนอนใหญ่ที่มีห้องน้ำและ Walk-in Closet ในตัว

แบบ 2C มีพื้นที่การใช้งานคล้ายกับ 2B คือมี 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำคล้ายกัน ห้องนอนเล็กไม่มีห้องน้ำในตัวต้องออกมาใช้ห้องน้ำแขกด้านนอก ส่วนอื่นๆคือรูปร่างของพื้นที่ที่แตกต่างและขนาดที่ใหญ่ขึ้นในแต่ละส่วน

Type 2D-H จะอยู่ที่ชั้น 31 เพียงชั้นเดียวคือมีความสูง 3.5 เมตร มี 2 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ คือห้องนอน 2 ห้องมีห้องน้ำในตัวทั้งคู่ ส่วนพื้นที่ครอบครัวตรงกลางก็กว้างใหญ่มาก คือมีพื้นที่รับแขกและพื้นที่นั่งเล่นแยกออกจากกัน โดยสามารถกั้นแบ่งพื้นที่ได้ด้วยประตูบานเลื่อนที่ซ่อนอยู่ตรงผนัง

แบบ 2E 2 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ จะอยู่ทิศใต้ด้านหลังโครงการซึ่งเป็นทิศที่ได้วิวดี มีระเบียงรูปตัว L ขนาดใหญ่ เหมาะกับชาวต่างชาติที่ชื่นชอบแดด เพราะนอกจากทิศใต้จะเป็นทิศที่แดดส่องเข้าถึงทั้งวันแล้ว ก็ยังมีระเบียงที่ได้รับแดด นอกจากนั้นก็ยังวางเตียงนอนให้อยู่ฝั่งหน้าต่างทิศใต้ด้วย

แบบ Duplex จะมีแบบคู่ด้านหนัาตรงกลางทางฝั่งทิศเหนือ และคู่ด้านหลังตรงกลางหลังโครงการทางฝั่งทิศใต้ โดยตัวแบบมีความใกล้เคียงกันต่างกันแค่ตรงระเบียง ทางทิศใต้จะได้ระเบียงที่กว้างกว่าหน่อย

เปิดประตูหลักเข้าไปที่ชั้นล่างจะมีครัวอยู่ทางขวามือ ด้านในเป็นพื้นที่นั่งเล่นที่สูง Double Volume และโต๊ะทานข้าวพร้อมเก้าอี้นั่ง 2 ตัวและเบาะยาว ลึกเข้าไปเป็นระเบียงแบบเปิดโล่ง ส่วนทางซ้ายจะเป็นห้องน้ำ ห้องนอน และบันไดขึ้นชั้นสอง ส่วนชั้น 2 ก็จะมีห้องนอนใหญ่กินพื้นที่ชั้นบนทั้งชั้น มี Walk-in Closet และห้องน้ำในตัว รวมถึงมีทางออกไปยังโถงลิฟท์ชั้นบนได้

beatniq proj 14 copy unit

ตั้งแต่ชั้น 30 – 34-M ด้วยกฎหมายที่ต้องมี Setback เข้าไปอีกนิดหน่อย ทางโครงการเลยออกแบบให้เป็นชั้นที่มีห้องพิเศษที่แตกต่าง และมี Function ที่ไม่ค่อยเหมือนห้องทั่วไป ที่ชั้น 30 – 33 รวมถึงที่ชั้น 33 และ 34 ก็จะมีพื้นที่ส่วนกลางได้วิวถนนสุขุมวิทวงกว้างอยู่ด้วย

  • ยูนิตสีส้ม – เป็นห้อง 3 ห้องนอนแบบ Duplex ที่มีแบบเดียวทั้งโครงการ
  • ยูนิตสีฟ้าและสีเขียว – มีสระว่ายน้ำที่ระเบียงภายในพื้นที่ห้องของตัวเอง มี 2 ยูนิตทั้งโครงการ
  • ยูนิตสีแดงและสีม่วง – แบบคล้ายแบบสีฟ้าและสีเขียว ต่างตรงที่ไม่มีสระว่ายน้ำ มี 2 ยูนิต

แบบ 3B-PV เป็นห้อง Penthouse ที่อยู่บนชั้น 32 ป้ายสีเขียวและสีฟ้า เป็นห้อง 3 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ และมีห้องแม่บ้านและห้องน้ำแม่บ้านในตัวพร้อมเรียบร้อย

จากประตูหลักที่เปิดเข้ามาก็จะเจอกับห้องน้ำ Powder Room ทางขวามือ ทางซ้ายมือก็จะเป็นทางออกไปยังสระว่ายน้ำในพื้นที่ห้อง ตรงหน้าเป็นห้องนั่งเล่นขนาดใหญ่ที่มีโต๊ะทานข้าวอยู่ข้างๆกับเคาท์เตอร์ครัว ด้านหลังเคาท์เตอร์ครัวก็จะเป็นห้องครัวไทยที่เชื่อมอีกทีไปยังห้องแม่บ้านด้านใน จากโซฟาในห้องนั่งเล่นก็จะมีประตูบานเลื่อนออกไปยังส่วน Semi-outdoor เหมือนกับห้องตัวอย่างแบบ 2 ห้องนอนที่มีประตูบานเปิดรับลมได้ ข้างๆกันเป็นห้องนอนเล็ก 2 ห้องพร้อมห้องน้ำ และห้องนอนใหญ่สุดปลายทางเดินที่มี Walk-in Closet และห้องน้ำในตัว

 

 

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะคะ

ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 2 February 2016

  • 3 Bedroom ขนาด 160-204 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 50 ล้านบาท
  • 2 Bedroom Duplex ขนาด 95-100 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 27 ล้านบาท
  • 2 Bedroom Plus ขนาด 108-121 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 29 ล้านบาท
  • 2 Bedroom ขนาด 78-82 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 22 ล้านบาท
  • 1 Bedroom ขนาด 43-59 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 12 ล้านบาท
  • Fully Fitted
  • เพดานสูง 2.8 เมตร
  • Kitchen & Sink
  • Hob & Hood
  • 1-Bedroom จอง 100,000 บาท ทำสัญญา 300,000 บาท ผ่อนดาวน์ 20% (รวมเงินจอง+ทำสัญญา)
  • 2-Bedroom จอง 200,000 บาท ทำสัญญา 500,000 บาท ผ่อนดาวน์ 20% (รวมเงินจอง+ทำสัญญา)
  • 2-Bedroom Plus และ 2-Bedroom Duplex จอง 300,000 บาท ทำสัญญา 700,000 บาท ผ่อนดาวน์ 20% (รวมเงินจอง+ทำสัญญา)
  • 3-Bedroom จอง 400,000 บาท ทำสัญญา 1,000,000 บาท ผ่อนดาวน์ 20% (รวมเงินจอง+ทำสัญญา)
  • ค่ากองทุน 900 บาทต่อตารางเมตร
  • ค่าส่วนกลาง 90 บาทต่อตารางเมตรต่อเดือน

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ


เจาะลึกรวบยอด

BEATNIQ เป็นแบรนด์โครงการที่มีความเป็นตัวของตัวเองอยู่สูง ทั้ง Concept และการออกแบบ ต่างจากคอนโดแบรนด์อื่นๆของ SC Asset ซึ่งด้วยทำเลและ Product ดันให้ไปอยู่ในระดับ Ultimate Class ที่ดินติดถนนใหญ่สุขุมวิทฝั่งเลขคู่ระหว่างซอยสุขุมวิท 32 และ 34 ระหว่างทำเลพร้อมพงษ์และทองหล่อ ซึ่งทำเลรอบๆโครงการในระยะเดินเป็นที่น่าแปลกใจว่าค่อนข้างเงียบ ไม่มีรถเข็นขายอาหารหรือพนักงานออฟฟิสเดินช่วงกลางวันวุ่นวาย แต่พอเดินเข้าไปใกล้ BTS พร้อมพงษ์หรือ BTS ทองหล่อ บรรยากาศก็จะเปลี่ยนเป็นคึกคักขึ้นมาทันที มีศูนย์การค้าตระกูล Em มีร้านอาหารในซอยสุขุมวิท 24 และ 39 ให้เลือกสรร รวมถึง Community Mall อย่าง Rainhill ที่อยู่ใกล้ที่สุด หรือจะเป็นแถวทองหล่อที่จะเริ่มคึกคักเมื่อตะวันตกดินเป็นต้นไป ทำให้ผู้ที่อยู่อาศัยในคอนโดสามารถเลือก Lifestyle ของตัวเองได้ตามใจชอบในระยะประมาณ 2 กิโลเมตร

การเดินทางโดยใช้รถ โครงการตั้งอยู่ในตำแหน่งที่เข้า-ออกได้จากถนนสุขุมวิทฝั่งเลขคู่ฝั่งเดียว ไม่มีประตูเล็กประตูน้อย ระหว่างซอยสุขุมวิท 32 และ 34 ถ้ามาจากอ่อนนุช-บางนา โครงการจะอยู่ซ้ายมือ ส่วนใครมาจากถนนสุขุมวิทฝั่งเลขคี่หรือสยาม-อโศกก็จะต้องไป U-turn ที่ก่อนจะถึงสถานี BTS ทองหล่อกลับมาที่ถนนสุขุมวิทฝั่งเข้าเมือง ถ้ามาจากถนนพระรามสี่ก็เลี้ยวซ้ายเข้าซอยสุขุมวิท 36 ตรงมาได้เลย ส่วนการเดินทางจากโครงการไปยังถนนพระรามสี่ก็สามารถใช้ซอยสุขุมวิท 26 หรือ 24 ได้ แต่ทั้งสองซอยมีสัญญาณไฟจราจรทั้งคู่ และในซอยก็ค่อนข้างแคบและรถติดมากจนปลายแถวบางทีก็ถึงหน้าโครงการ ส่วนการจะออกเพชรบุรีก็สามารถใช้เส้นทองหล่อ หรือซอย 39 ที่จะมีทางซอกแซกออกไปได้ ทางขึ้น-ลงทางด่วนที่ใกล้ที่สุดเห็นจะเป็นบนถนนพระรามสี่

การเดินทางโดยไม่ใช้รถ เนื่องจากโครงการอยู่ระหว่าง BTS พร้อมพงษ์และทองหล่อ ซึ่งจากทองหล่อจะใกล้กว่าที่ 250 เมตร และถึงพร้อมพงษ์ที่ 700 เมตร ไม่ได้ติดสถานีเลยนะคะ แต่เดินทางทองหล่อจะสั้นกว่าและทางเดินจะดีกว่า เนื่องจากถ้าเป็นช่วงเที่ยงแถวพร้อมพงษ์จะวุ่นวายขายอาหารกันเยอะมาก แต่พอบ่าย2 เป็นต้นไปก็จะซาลง จาก BTS ทองหล่อก็จะสามารถไปเปลี่ยนลง MRT ได้ที่สถานี BTS อโศก 2 สถานีถัดไป ส่วนพี่วินจะอยู่หน้าซอยสุขุมวิท 34 แท๊กซี่เรียกได้จากหน้าโครงการ ป้ายรถเมล์มีอยู่แถวซอย 34 เช่นกัน สะดวกดี

วัสดุของโครงการตามราคาและรายการโปรโมชั่นวันที่เข้าไปรีวิว ถือว่าจัดมาค่อนข้างเต็มและเลือกเยอะตามสไตล์ SC ซึ่งได้เป็นแบบ Fully Fitted คือได้พื้นที่ครัว ห้องน้ำตามห้องตัวอย่าง รวมถึงได้ Walk-in Closet โต๊ะทำงาน แต่ไม่รวมเตียง โซฟา โต๊ะทานข้าวหรือเฟอร์นิเจอร์ชิ้นลอย ซึ่งพื้นห้องนั่งเล่นและห้องนอนจะเป็นพื้นไม้ Engineering Wood หนา 14 มม. ส่วนครัวและห้องน้ำปูด้วย Composite Marble ที่สามารถเช็ดล้างทำความสะอาดได้ ผนังเป็นฉาบเรียบทาสีขาวธรรมดา ยกเว้นในส่วนของห้อง Semi-outdoor ของแบบ 2 ห้องนอนจะได้ Natural Stone ที่เรียกว่า Portoro Gold ที่ดังมากในหมู่คนที่มาดูห้องตัวอย่างกันไปแล้ว ภายในห้องน้ำสุขภัณฑ์ชิ้นต่างๆและอุปกรณ์จาก TOTO, Grohe และ American Standard ส่วนครัวรายการวัสดุก็จะยาวไปอีกคือ ชุดครัว Top หินควอทซ์สังเคราะห์ ก๊อกผสมจาก Grohe อ่างล้างจานและเตาดูดควันของ TEKA เตาไฟฟ้า ไมโครเวฟและเตาอบจาก Kuppersbusch แนะนำให้ไปเยี่ยมชมห้องตัวอย่างนะคะจะได้สัมผัสที่ดีกว่านี้ ส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆเช่น ตู้เย็นจาก Electrolux เครื่องทำน้ำร้อนก็ได้พร้อมติดตั้งเพราะทุกก๊อกจะเป็นก๊อกผสม รวมถึงแอร์แบบ Concealed type

การออกแบบโครงการถือว่าคิดมาเยอะ ซับซ้อน เริ่มจากอาคารเป็นสี่เหลี่ยมเกือบจะจตุรัส มีงานระบบอย่างลิฟท์อยู่ตรงกลางของแต่ละชั้น ทำให้การเข้าถึงห้องพักต่างๆเป็นแบบ Single Corridor คือไม่มีห้องฝั่งตรงข้ามเพื่อความเป็นส่วนตัว ส่วนใหญ่ห้องจะเป็นแบบ 2 ห้องนอนเยอะที่สุด การจัดวางห้องคือมีทุกทิศเลือกได้ตามใจชอบ โดยฝั่งหน้าโครงการจะเป็นทิศเหนือซึ่งถือว่าเป็นทิศที่ดีที่สุดในการอยู่อาศัยเนื่องจากลมเข้าและแสงไม่แรงมากตลอดวันเหมาะกับคนไทย มี Facilities กระจายตัวอยู่ตามชั้นต่างๆตั้งแต่ชั้น 1 รอบอาคาร Lobby ไปชั้น 7-8-32-34-34-M ซึ่งส่วนมากอยู่ที่ส่วนหน้าโครงการ  และมี Typical Floor อยู่ประมาณครึ่งนึง นอกนั้นก็จัดห้อง Duplex อยู่ทั้งส่วนหน้าและส่วนหลังของโครงการเพื่อความหลากหลายและพยายามจัดให้เหลื่อมชั้นกันเพื่อลด Traffic ของชั้นนั้นๆลง ตั้งแต่ชั้น 30-33 จะเป็นแบบห้องที่มีความพิเศษ ทั้งใหญ่และมีลูกเล่นหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นสระว่ายน้ำในตัว หรือ 3 Bedroom Duplex หรือห้องที่มีฝ้าที่ 3.5 เมตรจากปกติ 2.8 เมตร

แบบห้องถือว่าหลากหลายมากๆๆ แต่เริ่ม 1 ห้องนอนที่ 43 ตารางเมตรยิ่งคูณราคาต่อตารางเมตรเข้าไปทำให้ราคาดันขึ้นไปถึง 12 ล้านบาทเป็นราคาเริ่มต้น แต่ 1 ห้องนอนก็จะมีด้วยกันหลายแบบและหลายขนาด บางแบบเป็นระเบียงโล่งธรรมดา บางแบบเป็น Semi-outdoor ที่สามารถวางโซฟาตัวเล็กได้ ซึ่งค่อนข้างจะ Functional กว่าระเบียงที่มีราวกันตกปกติเพราะจากการสอบถามทั่วไปไม่ค่อยมีใครยืนดูวิวหรือรับลมที่ระเบียงกันเท่าไรแล้ว โดยเฉพาะห้องตัวอย่างแบบ 2 ห้องนอนใน Sales Office ส่วน Semi-outdoor มีขนาดที่พอเหมาะวางโต๊ะและเก้าอี้ได้ 4 ตัวพอดี มีแอร์แยกออกจากส่วนอื่นๆของห้อง ผนังเป็น Natural Stone สามารถเปิดหน้าต่างบานใหญ่รับลมสบายๆช่วงเย็นๆ นอกนั้นส่วนแบบอื่นๆก็จะมีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆตามสไตล์คอนโด Utlmate Class ที่ต้องกว้างขวาง

ส่วนกลางถือว่าแทรกตัวอยู่ตามชั้นต่างๆส่วนหน้าโครงการ อย่างชั้นล่างสุดจะมี Lobby ที่มี Reading Lounge ภายในมีห้องน้ำและ Meeting Room ส่วนตัว จาก Lobby ก็จะมีบานเปิดหรือเรียกว่า Fin ให้ได้วิว Landscape และ Dipping Pool หน้าโครงการ ขึ้นไปที่ชั้น 7 ก็จะมีสระว่ายน้ำที่มี Floating Pavilion ระดับประมาณชั้น 7ครึ่ง ถือว่าเป็นของแปลกสำหรับงานดีไซน์คอนโด คือแทนที่จะมองจากพื้นที่ข้างสระได้วิวโล่งๆ ก็เปลี่ยนเป็นขึ้นบันไดเพื่อไปนั่งเล่นด้านบน อันนี้แล้วแต่ความชอบ แต่ก็จะต่อกับ Kids’ Room และห้องฟิตเนสที่มีพื้นที่โยคะและพื้นที่ต่อยมวย ขึ้นไปส่วนด้านบนที่ชั้น 32 จะมี Sky Garden อยู่ด้านหลังโครงการ มีบันไดวนไปยังชั้น 34 ที่มี Multi-purpose Room ทั้งแบบ Indoor และ Outdoor อีกฝั่งที่เป็นห้องน้ำก็จะมีบันไดขึ้นไปยังชั้น 34-M ที่มี Jacuzzi แบบ Open-air แต่มีหลังคาบังแดดได้อยู่ สรุปก็คือครบถ้วนตามธรรมเนียมคอนโด Ultimate Class

 

Judgement

ราคาของคอนโดนี้ถือเป็นระดับ ULTIMATE CLASS ซึ่งความคุ้มค่าด้านราคาไม่ใช่ปัจจัยหลักเพียงอย่างเดียวในการตัดสินใจซื้อ ความคุ้มค่าด้านอารมณ์คือปัจจัยหลักอีกอย่างหนึ่ง ซึ่งตราบเท่าที่ทางเรายังไม่สามารถวัดค่ามาตรฐานทางอารมณ์ได้ ทาง Think of Living ขอไม่ให้คะแนนฟันธงในรีวิวเจาะลึกเพราะมีตัวเปรียบเทียบน้อย เป็นสินค้าประเภท Unique และเราก็เชื่อว่าลูกค้าที่พร้อมจะซื้อคอนโดระดับนี้ ไม่ตัดสินง่ายๆด้วยคะแนน

 

BOTTOM LINE

BEATNIQ เหมาะกับคนที่มองหาคอนโดบนถนนสุขุมวิท มี Lifestyle หรือแหล่ง Hang-out อยู่ในย่านพร้อมพงษ์-ทองหล่อ มีความเป็นส่วนตัวสูงเพราะจำนวนยูนิตน้อย ชื่นชอบ Niche product มีงบประมาณระดับ 12 – 60 ล้าน ซึ่งส่วนใหญ่จะมีเงินก้อนเป็นเงินเย็นอยู่แล้ว หรือคิดเล่นๆคือมีกำลังผ่อนประมาณ 84,000 – 420,000 บาท/เดือน 

ถ้ามีความเห็นว่ารีวิวตัวนี้มีประโยชน์ ช่วยกด LIKE ให้หน่อยนะคะ จะได้มีกำลังใจในการทำรีวิวต่อไป

สมัครสมาชิกพร้อมรับข่าวสารเพิ่มเติม (คลิกที่นี่ )

Share

5 Comments

  • ULTIMATE CLASS !!! เฉพาะราคาใช่ไหมครับ คุณภาพไม่น่าจะได้นะ เช่น โมเดลตึกก็ดูธรรมดาไปสำหรับคลาสนี้

    • ตึกผมว่าดูเรียบง่าย สัดส่วน รูปทรงเหมาะเจาะลงตัว
      สวยไหม ก็สวย แต่สมราคาไหม ผมว่าไม่ค่อยนะ
      ผมว่าตัวตึกยังสวยสู้ the crest ข้างๆไม่ได้เลย
      สระว่ายน้ำที่นี้ยิ่งหนัก ดูยังไงก็ไม่สวย มีสะพานคอนกรีตมาบดบังทัศนียภาพอีก
      เหมือนว่ายน้ำอยู่ในบ่อมากกว่า อยู่ในสระ

      • นั่นสิครับ คลาสเดียวกันของSC ผมว่า Saladaeng One ดูดีกว่าเยอะเลยครับ โมเดลแบบbeatniq นี้ผมเคยเล่น sim city ตึกแบบนี้ตอนเมืองเราพัฒนาไปไกลแล้วจะไม่เห็นในย่านที่ที่ดินราคาแพงๆเลยครับ

  • กระจกห้องน้ำใหญ่มาก (อาจจะเกินไปจนไม่เป็นส่วนตัว)
    แต่ถ้าชั้นสูงๆนี่ฟินเลย อาบน้ำไปชมวิวไป
    IDEO หน้าต่างห้องน้ำเล็กๆ ดูไว้

  • “78-82 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 22 ล้านบาท” แพงเวอร์!!!
    คนมีตังค์ 20 กว่าล้านจะมาอยู่ห้องแค่ 70 กว่าตรม. เองรึ!!!

Leave a Reply