Noble เพลินจิต คอนโดหรูติดรถไฟฟ้าใจกลางกรุง โดย Noble Development [รีวิวฉบับที่ 612]

July 4, 2014 07:004 comments

Noble Ploenchit 4

รีวิวฉบับที่ 612 … Noble Ploenchit (โนเบิล เพลินจิต) กลับมาอีกครั้งกับคอนโดใจกลางเมืองนะครับ ตึกนี้เคยมีกระแสแรงในช่วงปี 2011 ก่อนน้ำท่วมใหญ่ ที่ดินเพลินจิต อาร์เขตเก่า ที่เปลี่ยนมือกันไปหลายครั้งระหว่างมหาเศรษฐีในบ้านเรา สุดท้ายโนเบิลซื้อมาพัฒนาเป็นคอนโดมิเนียมโปรเจคยักษ์ ก็สามารถสร้างความฮือฮาให้กับวงการอสังหาริมทรัพย์ได้แรงอยู่ … เวลาผ่านไป 3 ปีกระแสต่างๆก็เบาบางลงตามลำดับ จนกระทั่งศูนย์การค้า Central Embassy ได้เปิดทำการในเดือนพฤษภาคม 2014 ที่ผ่านมา ประกอบกับโครงการโนเบิลเพลินจิตก็ได้เริ่มก่อสร้างไปแล้วบางส่วน กระแสของตึกนี้จึงหวนกลับมาใหม่ … เรามาดูกันบ้างว่าเป็นอย่างไรครับ 🙂

Fact @ 2 June 2014

  • Noble Ploenchit (โนเบิล เพลินจิต)
  • Noble Development., Plc.
  • LUXURY CLASS (2011) (อ่านรายละเอียดของ Segment คอนโดได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ในเขต ปทุมวัน
  • คอนโด High Rise 14, 51, 46 ชั้น 3 อาคาร 110, 621, 713 ยูนิต รวม 1,444 ยูนิต (ตึก A, B, C)
  • อาคารสำนักงาน 4 ชั้น 1 ตึก (ตึก D)
  • ยูนิตต่อชั้นสูงสุด 10, 14, 17 ยูนิตที่อาคาร A, B และ C ตามลำดับ
  • ที่จอดรถชั้น 1B – 4B ทางโนเบิลเคลมว่าจอดได้ 70% รวมซ้อนคัน ประมาณ​ 1,000 คัน
  • ที่จอดรถส่วนของออฟฟิศอีก 50 คัน ไม่รวมในส่วนที่พักอาศัย
  • ขนาดที่ดิน 9-0-92.4 ไร่
  • คาดว่าจะแล้วเสร็จ : ม.ค. 2560 (2017)
  • Studio ไม่มี
  • 1 Bedroom 43 – 61 ตารางเมตร
  • 2 Bedrooms 69 – 92 ตารางเมตร
  • 3 Bedrooms+ 110-114 ตารางเมตร (Sold Out)
  • Penthouse 139-178 ตารางเมตร (Sold Out)
  • Duplex Penthouse 144-199 ตารางเมตร (Sold Out)
  • ฝ้าเพดานสูง 2.65 เมตร
  • ราคาเริ่มต้นปี 2014 ประมาณ 8.6 ล้านบาทหรือประมาณ 183,000 บาทต่อตารางเมตร
  • ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรปี 2014 ประมาณ 225,000 – 230,000 บาท
  • เพิ่มเติมข้อมูลทำเลรอบๆ BTS เพลินจิต ได้ที่: มองหาทำเลน่าอยู่ใกล้รถไฟฟ้า: BTS เพลินจิต
  • http://goo.gl/WlkwW1
  • TEL: 02 108 1199

เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วครับ

New ! เพื่อนๆสามารถเลือกอ่านตามหัวข้อได้โดยกดปุ่มไปยังหัวข้อที่สนใจได้ครับ



เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด 13.743398,100.548269

noble-surrounding

Noble เพลินจิต ชื่อก็บอกแล้วครับว่าตั้งอยู่บนถนนเพลินจิตโดยมีตึกอาคารสำนักงาน รวมถึงห้างสรรพสินค้าและโรงแรมต่างๆรายล้อมอยู่แทบทุกด้าน จัดเป็นโครงการคอนโดมิเนียมเพียงโครงการเดียวที่อยู่ติดสถานีรถไฟฟ้า BTS เพลินจิต นอกนั้นจะอยู่ในซอยหลักๆอย่างซอยนายเลิศ หรือซอยร่วมฤดี และไม่ใช่คอนโดติดรถไฟฟ้าครับ

Noble Ploenchit 113

ปัจจุบันหลายๆโครงการก็ชอบใช้คำว่า ใกล้รถไฟฟ้าบ้าง ติดรถไฟฟ้าบ้าง แต่จริงๆแล้วไม่ได้ติดอย่างที่โฆษณาไว้ … ถ้าจะให้ติดจริงๆมันต้องแบบนี้เป็นอย่างน้อย

 Noble Ploenchit 118 

โครงการ Noble เพลินจิตในอนาคตจะมีทางเชื่อมต่อเข้ามาที่ BTS นะครับ โดยจะต่อออกมาคล้ายๆกับทางเชื่อมเข้าตึก Wave Place ที่เห็นนี้ ทางเชื่อมจะไม่ได้เชื่อมเข้าตัวคอนโดที่เป็นสถานที่พักอาศัย แต่จะเชื่อมเข้าไปที่ตึกอาคารสำนักงาน 4 ชั้นด้านหน้า ที่เรียกว่า Tower D ครับ

DSCF6519

อัพเดทงานก่อสร้างของ Noble เพลินจิต ปัจจุบันที่ได้เข้าไปเก็บข้อมูลคือปลายเดือนพฤษภาคม 2557 … อาคารทั้งหมด 4 ตึก ถูกขึ้นมาประมาณนี้แล้วครับ

noble-access

ถัดมาเราจะมาดูเรื่องการจราจรกันบ้างนะครับ จริงอยู่ที่ Noble เพลินจิตอยู่ติดถนนใหญ่ แต่การเดินทางด้วยรถยนต์นั้นมันไม่ได้สะดวกเหมือนกับถนนเส้นอื่นๆ ปัญหาหลักเกิดจากการที่เกาะกลางของเพลินจิตนั้นไม่มีจุดกลับรถ  ถนนเส้นเดียว จึงถูกแบ่งเป็นสองฝั่งคือเพลินจิต (เหนือ) และ เพลินจิต (ใต้) ทำให้ไม่สามารถเลี้ยวซ้ายตรงๆได้เลย แถมยังมีข้อจำกัดเรื่องถนนวันเวย์เพิ่มเข้าไปอีก การที่โครงการตั้งอยู่บนถนนเพลินจิต (เหนือ) ก็ต้องรู้จักทางหนีทีไล่และกฎกติกาการจราจรของแถวนี้ไว้ ดังนี้ครับ

  • เวลาวิ่งออกจากทางเข้าหลักของ Noble เพลินจิต ไม่สามารถเลี้ยวซ้ายเข้าถนนวิทยุ, ราชดำริ, อังรีดูนังต์ได้ – วิธีแก้คือใช้ทางลัดซอยสมคิดเข้าถนนชิดลม ข้ามแยกไปเข้าถนนหลังสวน
  • เวลาวิ่งออกจากทางเข้าหลักของ Noble เพลินจิต ไม่สามารถวิ่งผ่านด่านเก็บเงินทางด่วนไปยังถนนสุขุมวิทได้ – วิธีแก้คือเลี้ยวขวาเข้าวิทยุไปออกเพชรบุรี แล้วเข้าสุขุมวิทจากทางถนนนานา

โครงการ Noble เพลินจิตนั้นมีทางเข้าสองทาง คือทางเข้าหลักที่ติดถนนเพลินจิต และทางเข้ารองจากทางซอยนายเลิศ

  • ทางเข้าหลักสามารถรับรถที่มาจากทางด่วน, พระรามที่ 1 หรือถนนสุขุมวิทได้ แต่จะต้องเป็นรถที่วิ่งเข้าถนนเพลินจิต (เหนือ) เท่านั้น ถ้าวิ่งอยู่ฝั่งเพลินจิต (ใต้) จะไม่สามารถเข้าโครงการได้โดยตรง ต้องเลี้ยวซ้ายไปกลับรถที่ถนนวิทยุแล้วใช้ทางเข้ารองแทน
  • ทางเข้ารองสามารถรับรถที่มาจากถนนวิทยุและถนนพระรามที่ 4 ได้ เนื่องจากบริเวณแยกเพลินจิต หากมาจากถนนวิทยุจะไม่สามารถเลี้ยวขวาได้ ทำให้ต้องวิ่งผ่านแยกไปใช้ซอยนายเลิศอ้อมมาเข้าด้านหลังนะครับ

Noble Ploenchit 121

ถนนเพลินจิตโดนเกาะกลางผ่านถนนออกเป็นสองซีกแบบนี้ คล้ายๆกับแบ่งเป็นสองถนนที่ไม่เชื่อมต่อกัน ไม่มีจุดกลับรถ จึงทำให้การจราจรโดยรวมไม่สะดวกเท่าที่ควร

Noble Ploenchit 124

ทางเข้าโครงการหลักอยู่บริเวณนี้ครับ

noble-map-to-expy

ต่อมาเป็นเรื่อง One Way เฉพาะเวลา โดยช่วง 5 โมงเย็น – 1 ทุ่มนั้น ถนนเพลินจิต (เหนือ) ก็จะถูกปรับเป็น One Way ตั้งแต่แยกวิทยุ ทำให้รถที่มาจากชิดลม, Central Embassy หรือ Siam Paragon นั้นต้องเลี้ยวซ้ายไปใช้ทางเข้ารองครับ

Noble Ploenchit 98

ทางเข้ารองจะต้องวิ่งตรงผ่านแยกเพลินจิต ใช้ถนนวิทยุไปเข้าซอยนายเลิศ

Noble Ploenchit 120

ลูกศรสีฟ้าเป็นตำแหน่งทางเข้านะครับ ซึ่งเราจะซูมเข้าไปดูกัน

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

นี่คือบริเวณพื้นที่โครงการที่ติดกับซอยนายเลิศ ซึ่งอนาคตจะเปิดช่องเป็นทางเข้าออกทางที่ 2 ครับ

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

พอออกจากซอยนายเลิศมาก็จะมีทางเลือกสองทาง คือ

  1. เลี้ยวซ้ายขึ้นทางด่วน
  2. เลี้ยวขวาไปแยกเพลินจิต ผ่านทางเข้าหลักของโครงการ

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

ใครเลี้ยวซ้ายมาแล้วเปรี้ยวฝ่า One way ไป ก็จะเจอเจ้าหน้าที่ตำรวจโบกเรียก … เห็นบ่อยแล้วครับ โดนปรับไม่พอ ยังเป็นเหตุให้รถติดอีก อย่าลักไก่เลยนะ

Noble Ploenchit 131

ถัดจากเรื่องการจราจรเรามาดูสภาพแวดล้อมกันบ้าง … จากโครงการเพลินจิตซิตี้ ก็มีการทำสวนแนวดิ่ง ล้อมโคนเสาไฟฟ้าไว้เป็นระยะๆ ทำให้ดูเขียวมีชีวิตชีวาขึ้นมามาก

 Noble Ploenchit 130  

แต่สำหรับบางเสานั้น ต้นไม้ที่ล้อมเสาถูกสถานีบังแดดเอาไว้ ผลออกมาเลยเป็นแบบนี้ ทางเราแนะนำว่าใช้ต้นไม้ปลอมเฉพาะส่วนที่อยู่ใต้สถานีก็ดีครับ ไม่อย่างนั้นจะดูแลยากและจะทำให้ทัศนียภาพที่ดูดีนั้นหม่นลงไปมาก

 Noble Ploenchit 114

ฝั่งตรงข้ามของโครงการ Noble คืออาคารสำนักงานขนาดใหญ่ Park Venture ซึ่งเป็นตึกอาคารเขียวที่ได้รับรางวัล Leed Platinum

Noble Ploenchit 104

ในตึกมี 7-11, ร้านกาแฟ Dean & Deluca นั่งได้สบายๆครับ

Noble Ploenchit 116 

ถัดไปอีกนิดหนึ่งตึกสีส้มๆที่ดูเก่าหน่อยก็คือตึกมหาทุนพลาซ่า

Noble Ploenchit 100

ถัดมาเรามาดูการเดินเท้ากันบ้าง … จากฝั่งถนนเพลินจิตไปจนถึง Siam Paragon นั้น มีทางเดิน Skywalk เชื่อมต่อกันตลอด (ยกเว้นบริเวณสถานีชิดลมต้องจ่ายสตางค์ถึงจะทะลุผ่านได้)

Noble Ploenchit 95

ทางเชื่อมนี้จึงนำมาซึ่งความสะดวกสบายให้กับคนในย่านนี้ ที่จะเดินจากออฟฟิศหนึ่งๆไปสถานีรถไฟฟ้าหรือจะไปห้างสรรพสินค้าก็ได้เช่นกัน 

Noble Ploenchit 101

เช่นทางเข้าห้างสรรพสินค้า Central Embassy ที่เปิดตั้งแต่เวลา 10 โมงเช้า ถึง 4 ทุ่ม และสามารถเดินลัดเข้าไปยัง Central ชิดลมได้ด้วย

 Noble Ploenchit 103          

Landscape ด้านหน้าทำออกมาสวยงาม สมกับเป็นห้างที่หรูที่สุดในเครือเซ็นทรัล แต่ Interior Design ด้านในนั้นยังต้องปรับปรุงให้สวยงามกว่านี้ โดยเฉพาะพื้นห้างฯละครับ

ถ้าใครอยากจะดูทำเลรอบๆเพลินจิตเพิ่มเติม สามารถอ่านได้ที่นี่นะครับ: มองหาทำเลน่าอยู่ใกล้รถไฟฟ้า BTS เพลินจิต

เจาะลึกตัวโครงการ

Noble Ploenchit 10

เรามาดูภาพรวมของโครงการ Noble เพลินจิตกันก่อนนะครับ โดยตัวโครงการนั้นมีทั้งหมด 4 อาคาร แบ่งเป็น

  • Tower A อยู่ด้านหลังสุด มี 14 ชั้น ซึ่งเป็นที่ตั้งของฟิตเนส สระว่ายน้ำและส่วนกลางหลักๆของที่นี่ มียูนิตพักอาศัย 110 ยูนิต
  • Tower B อยู่ถัดมา เป็นตึกที่สูงที่สุดในโครงการ มี 51 ชั้น วางตัวในแนวนอนขนานกับถนนเพลินจิตและ Tower A มียูนิตพักอาศัย 621 ยูนิต
  • Tower C อยู่ถัดมาด้านหน้าอีก สูง 46 ชั้น วางตัวในแนวตั้งฉากกับถนนเพลินจิตและมี Lobby เชื่อมกับ Tower B มียูนิตพักอาศัย 713 ยูนิต
  • Tower D (Office) เป็นตึกเตี้ยที่อยู่ด้านหน้าสุด สูง 4 ชั้น จัดทำเป็นอาคารสำนักงาน (ไม่ทราบจำนวนยูนิตภายใน)
  • รวมทั้งสิ้น 1,444 ยูนิต

ทั้งส่วนของอาคารสำนักงานและที่พักอาศัยนั้นอาศัยอยู่ในโครงการเดียวกัน มีนิติร่วมกัน โดยที่จอดรถของส่วนพักอาศัย ทางโนเบิลเคลมว่ามี 70% รวมจอดซ้อนคันรวมแล้วประมาณ​ 1,000 คัน และส่วนของอาคารสำนักงานจะมีอีก 50 คัน กันไว้ต่างหาก การจอดรถทั้งหมดจะจอดที่ชั้นใต้ดิน B1 – B4 ซึ่งจะต้องขึ้นลิฟท์มาที่ Lobby ก่อน เพื่อเปลี่ยนลิฟท์ส่วนตัวไปเข้าห้อง ตามตึก A, B และ C ตามลำดับ

photo 3

แปลนใหญ่ของโครงการ Noble เพลินจิตนะครับ ส่วนกลางเด่นๆคือ

  • สระว่ายน้ำขนาด 8 x 45 เมตร ตั้งอยู่บริเวณพื้นที่ว่างระหว่างตึก A และ B
  • สระเด็กและจากุซซี่แยกต่างหาก
  • สตีม
  • สวนส่วนกลาง 2 ตำแหน่ง รวมพื้นที่กว่า 4 ไร่ บริเวณพื้นที่ด้านข้าง Tower C และด้านหลัง Tower B
  • ทางเชื่อม Sky Walk เข้ากับตึก Tower D
  • สนามบาสเก็ตบอลครึ่งคอร์ทข้าง Tower A
  • ฟิตเนสและห้องอเนกประสงค์ส่วนกลางที่ชั้น 3F ของ Tower A

Noble Ploenchit 9

จากมุมนี้จะมองเป็นตึก D, C, B และ A เรียงไล่เข้าไปเลย โดยเราจะมองไม่เห็นตึก A จากทางด้านหน้านะครับ เพราะถูกตึก B บังไปเสียเกือบหมด

Noble Ploenchit 14

ทางเชื่อมรถไฟฟ้านั้นจะเชื่อมเข้ามาเฉพาะที่ตึก Office นะครับ ไม่เชื่อมเข้าไปในตัวที่พักอาศัย ลูกบ้านต้องเดินผ่านตึก D และสวนด้านหลังก่อนจึงจะสามารถเข้าไปที่ Lobby ของตึก B และ C ได้

Noble Ploenchit 6

ต่อไปเราจะมาดูตึกรอบๆ Noble เพลินจิตกันบ้าง จากโมเดลเมืองเพลินจิตจำลองที่อยู่ในสำนักงานขาย จะได้เห็นว่า วิวไหนโดนบัง ไม่โดนบังอย่างไร … เริ่มกันที่วิวทิศใต้ก่อนเลยครับ กับการโดนวางสนุ๊กไปครึ่งหนึ่งของตึก Park Venture

Noble Ploenchit 107 

ตึก Park Venture เป็นอาคารสำนักงานที่มีความสูงไม่แพ้ Noble เพลินจิตเลย ตั้งอยู่คนละฝั่งของถนน ดังนั้นก็จะบังวิวของตึก B ไปเป็นส่วนใหญ่ แต่ยังมีมุมบางส่วนที่เหลื่อมๆกันตามรูปด้านบนนะครับ

Noble Ploenchit 4

ต่อมาเป็นทิศตะวันออก ซึ่งเป็นหนึ่งในทิศที่โล่งที่สุดของโครงการนี้ วิวจาก Tower B และ Tower C มองข้ามทางด่วนไปยังถนนสุขุมวิท รับวิวเมืองแสงสีโซนสุขุมวิทได้ครับ

Noble Ploenchit 7

ทางกลับกัน ทิศตะวันตกกลับเป็นทิศที่ถูกบังค่อนข้างมาก จากทั้งตึก Wave Place ที่อยู่ติดกัน, Sivatel ที่เยื้องๆกัน และ Central Embassy ที่อยู่ถัดมา ทำให้ทิศตะวันตกของ Tower C โดนบังไปพอสมควร ตามภาพครับ

Noble Ploenchit 102

พอเอาโมเดลมาดูเทียบกับของจริง ก็จะเห็นว่าโดนบังเต็มๆจริงๆครับ ดีที่ตึก Wave Place ไม่สูงเท่าไร ชั้นบนๆของ Tower C นี้ยังมีบางส่วนรอดมาบ้าง

Noble Ploenchit 12

มองข้ามตึกกันแบบนี้เลย

Noble Ploenchit 8

สุดท้ายคือวิวทิศเหนือ ซึ่งโล่งพอกันกับทิศตะวันตก มองไปยังฝั่งถนนเพชรบุรีและคลองแสนแสบ … ตรงนี้มีวิวงามๆอย่างสถานทูต Swiss ให้ชมด้วย แต่น่าเสียดายที่ตึก A ทั้งหมดถูกออกแบบให้หันเข้าหาตึก B ทำให้มีแต่ตึก B เท่านั้นที่ได้รับวิวโล่งๆนี้ไปครับ

Noble Ploenchit 11

ที่หลังคาของ Tower B มีสวนส่วนกลางด้วย ทำให้ลูกบ้านสามารถขึ้นไปชมวิวบนยอดตึกชั้น 51 ซึ่งเปิดไปยังทิศเหนือได้

ส่วน Tower A นั้น ก็คงจะถูกบล็อควิวทั้งแถบ แต่โชคดีที่มีสระว่ายน้ำอยู่บริเวณชั้นล่าง ทำให้ได้วิวของสระว่ายน้ำและสวนส่วนกลาง Water Garden ไปครับ

Noble Ploenchit 16

เนื่องจากสำนักงานขายใหม่ของ Noble เพลินจิตนี้อยู่ที่ตึก Park Venture ก็จะสามารถมองภาพจากมุมสูง เทียบกันจะๆไปเลย ว่าตึกไหนเป็นอย่างไร วิวไหนโล่ง ไม่โล่ง

ส่วนเรื่องความคืบหน้าการก่อสร้าง ประเมินด้วยสายตาอย่างน้อยก็ต้องมีอีก 3 ปีกันล่ะ … แน่ละสิ กำหนดสร้างเสร็จ ม.ค. 2560 เลยนะครับ

Noble Ploenchit 17

เราเทียบความสูงของ Central Embassy กับ Wave Place จะพบว่า Embassy สูงขึ้นไปอีก

Noble Ploenchit 18

ส่วนวิวทิศตะวันออกและเหนือนั้นโล่งถึงโล่งมาก เลือกเอาตามใจชอบเลยครับใครอยากได้วิวไหน

private lift

Private Lift

หลายๆคนคงจะเคยได้ยินคำว่า Private Lift หรือลิฟท์ส่วนตัวกันบ้างแล้ว … ซึ่งโครงการ Noble Ploenchit นั้นก็เป็นหนึ่งในโครงการจำนวนไม่กี่โครงการที่ใช้ลิฟท์ส่วนตัวทุกยูนิต โดยทุกห้องในโครงการจะมีลิฟท์ส่วนตัวยิงตรงเข้าไปในห้องตัวเองทั้งหมด … พูดแล้วก็คงจะงงๆใช่ไหมครับ เรามาดูกันว่าลิฟท์ส่วนตัวหรือ Private Lift นั้นเป็นอย่างไร?

จากภาพด้านบน ลิฟท์ที่มีตัวหนังสือกำกับสีเหลืองและลูกศรสีเหลืองคือทางเข้าออกของลิฟท์ส่วนตัว ซึ่งในโครงการนี้ทางโนเบิลเลือกให้ลิฟท์หนึ่งตัวสามารถเปิดได้ 2 ด้าน คือซ้ายและขวา เข้าไปยังห้องของลูกบ้านสองห้องต่อ 1 ชั้น ทำให้เราสามารถกดลิฟท์ได้จากห้องตัวเองได้เลย ตรงนี้เป็นความสะดวกและเป็นจุดเด่นที่สำคัญที่สุดของลิฟท์ส่วนตัวครับ

ในกรณีที่ลิฟท์ส่วนตัวกดแล้วมาช้า หรือลิฟท์เสีย หรืออาจจะมีห้องตรงข้าม หรือห้องชั้นอื่นๆใช้บริการอยู่คับคั่ง เราก็สามารถเดินออกไปใช้ลิฟท์ส่วนกลาง ที่บริเวณ Common Area (ลูกศรสีส้ม) ได้ ลิฟท์ตัวนี้จะทำงานเหมือนกับลิฟท์ทั่วๆไปที่เราเห็นตามตึกทั้งหลาย เป็นตัวที่ใช้งานทดแทน Private Lift และใช้ในงานขนของต่างๆ ของตึกนั้นๆด้วยครับ

ดังนั้นวิธีคำนวนอัตราส่วนของ Private Lift จึงแตกต่างกับ Common Lift อย่างที่เราเคยคำนวนกันโดยสิ้นเชิงนะครับ

  • อัตราส่วนห้องต่อ Lift ทั่วไป = จำนวนห้องทั้งหมด หารด้วย จำนวนลิฟท์ทั้งหมด
  • อัตราส่วนห้องต่อ Private Lift = จำนวนชั้นของตึกนั้นๆที่มีห้องพักอาศัย คูณด้วย 2 หากใช้สองห้องร่วมกัน (ในกรณีที่ชั้นสูงๆของตึกมีพื้นที่ไม่เท่ากับชั้นล่างๆ เราจะคำนวณด้วยชั้นสูงสุด เพื่อใช้เป็นตัวเลขอ้างอิง)

*แต่* เรื่องที่ต้องคำนึงมีอีกเรื่องหนึ่งนะครับ นั่นก็คือ Private Lift จะทำการรับผู้โดยสารทีละชั้นเท่านั้นและไปส่งจุดหมายก่อนที่จะรับผู้โดยสารห้องถัดไป ทำให้ไม่มีการรับคนจนเต็มก่อนแล้วค่อยลงไปชั้นล่างรวดเดียวเหมือนกับลิฟท์ทั่วไป เช่น ถ้าเป็นลิฟท์ปกติหากมีคนกดลิฟท์ทั้งสิ้น 10 ชั้น ลิฟท์ก็จะขึ้นไปชั้นบนสุดค่อยๆรับทีละชั้นแล้วพาไปส่งจุดหมายพร้อมๆกัน แต่ถ้าเป็นลิฟท์ส่วนตัวนั้น จะต้องขึ้น-ลงตามคิวที่กดก่อน โดยไปรับและจะไปส่งทั้งสิ้น 10 รอบ ให้สามารถผู้โดยสารได้รับความเป็นส่วนตัวในการขึ้นลงลิฟท์แต่ละครั้ง ซึ่งตรงนี้จะทำให้ลิฟท์ส่วนตัวนั้นทำงานเยอะกว่าลิฟท์ปกติมาก และการรอคิวก็จะนานกว่าปกติเช่นกัน

ทั้งนี้ตึกที่มีจำนวนชั้นน้อยๆ อย่างตึก A ก็จะได้เปรียบเรื่องลิฟท์มากกว่าตึก B และตึก C มากๆครับ เพราะมีจำนวนยูนิตที่แชร์ลิฟท์แต่ละตัวน้อยกว่ากันมากๆ

Tower A

  • ตึก A มี 14 ชั้น ทุกห้องหันเข้าหาสระว่ายน้ำและตึก B ทั้งหมด
  • ความหนาแน่นสูงสุด 10 ห้องต่อชั้น
  • มีเฉพาะห้อง 1 Bedroom ถ้าจะเอา 2 Bedrooms ต้องทำ Combined
  • ห้องทั้งหมดวางตัวแบบ Single Corridor คือจะไม่มีห้องฝั่งตรงข้ามบนทางเดิน
  • Private Lift ทั้งหมด 5 ชุด และมี Common Lift 1 ชุด
  • อัตราส่วน Private Lift = 22:1
  • อัตราส่วน Lift โดยรวม = 19:1
  • ข้อดี: ตึก A จัดเป็นตึกที่มีอัตราส่วนยูนิตต่อลิฟท์ดีมาก มีความหนาแน่นต่ำมาก
  • ข้อดี: มีส่วนกลางอยู่ใกล้ มีฟิตเนสภายในตึก และได้วิวสระว่ายน้ำหรือสวนสำหรับชั้นที่ไม่สูงจนเกินระดับสายตา
  • ข้อเสีย: ถูกบล็อควิวในระยะกลางด้วยตึก B ทั้งหมด มีห้องให้เลือกทิศเดียวคือทิศใต้
  • ข้อเสีย: ไกลจากถนนใหญ่และรถไฟฟ้ามากที่สุดในบรรดาทุกตึก

Tower B

  • ตึก B มี 51 ชั้น ห้องส่วนใหญ่หันไปทางทิศเหนือและใต้ โดยทิศเหนือวิวจะโล่ง ส่วนทิศใต้ส่วนใหญ่วิวจะติด Park Venture
  • ความหนาแน่นสูงสุด 14 ห้องต่อชั้น
  • ชั้นทั่วไปจะมีห้อง 1 Bedroom 10 ห้อง และ 2 Bedrooms 4 ห้องตามมุมตึกต่างๆ
  • มีสวนเล็กๆบริเวณโถงลิฟท์ส่วนกลางทุกชั้น
  • Private Lift ทั้งหมด 7 ชุด และมี Common Lift 2 ชุด
  • อัตราส่วน Private Lift สูงสุด = 98:1 (เนื่องจากชั้น 50 และ 51 เป็น Duplex)
  • อัตราส่วน Lift โดยรวม = 69:1
  • ข้อดี: ทิศเหนือของตึก B จะได้วิวที่สวยมาก และเย็น ไม่โดนแดดแรงๆ
  • ข้อเสีย: อัตราส่วน Private Lift สูง เพราะมีจำนวนชั้นมาก อาจจะต้องรอลิฟท์นาน

Tower C 

  • ตึก C มี 46 ชั้น ห้องหันไปทางทิศตะวันตกและตะวันออกเป็นหลัก ยกเว้นห้อง A8 ที่หันไปทางทิศใต้
  • ความหนาแน่นสูงสุด 17 ห้องต่อชั้น
  • ชั้นทั่วไปจะมีห้อง 1 Bedroom 14 ห้อง และ 2 Bedrooms 3 ห้องตามมุมตึก
  • Private Lift ทั้งหมด 9 ชุด และมี Common Lift 2 ชุด
  • อัตราส่วน Private Lift สูงสุด = 86:1 (เนื่องจากชั้น 45-46 เป็น Duplex)
  • อัตราส่วน Lift โดยรวม = 65:1
  • ห้อง B9 (แนวขวาล่าง) จัดเป็นห้องพิเศษ ที่มี Private Lift เปิดประตูฝั่งเดียว ไม่ต้องใช้แบ่งกับห้องข้างๆ
  • ข้อดี: ทิศตะวันออกวิวโล่งมาก มองไปทางสุขุมวิท เหมาะสำหรับคนชอบวิวเมือง
  • ข้อดี: ตั้งอยู่ด้านหน้า ใกล้สถานีรถไฟฟ้ามากที่สุดเมื่อเทียบกับตึก A และ B
  • ข้อเสีย: Layout โดยรวมของตึกค่อนข้างแออัด ไม่มีแสงธรรมชาติส่องเข้ามาบริเวณลิฟท์และทางเดินส่วนกลาง
  • ข้อเสีย: ตึกนี้โดนแดดทั้งสองด้าน ฝั่งตะวันตกและฝั่งตะวันออก ทำให้ร้อนกว่าปกติ (แต่ฝั่งตะวันตกจะมีอาคาร Wave Place และ Sivatel บังแดดให้อยู่บ้าง)
  • ข้อเสีย: อัตราส่วน Private Lift สูง เพราะมีจำนวนชั้นมาก อาจจะต้องรอลิฟท์นาน


Product Walkthrough

Noble Ploenchit 1

หลังจากเมื่อสามปีก่อน ที่ผมเคยพาไปดูห้องตัวอย่างมาแล้วในรีวิวฉบับที่ 20 วันนี้สำนักงานขายเดิมก็โดนรื้อทิ้งไป ทางโครงการก็ต้องมาสร้างสำนักงานขายและห้องตัวอย่างใหม่ โดยย้ายมาอยู่ที่ตึกฝั่งตรงข้าม Park Venture ที่สามปีก่อนยังไม่เปิดทำการ แต่ในปัจจุบันกลายเป็นตึกสำนักงานชั้นยอด ที่พวกเราพาไปเก็บภาพวิวงามๆมาแล้วละครับ

photo

ห้องตัวอย่างที่เราจะพาไปดูนั้นคือห้อง A3 แบบ 1 Bedroom ขนาดประมาณ 58 ตารางเมตร

 

Noble Ploenchit 22

 

การเดินทางเข้าห้องนั้นส่วนใหญ่จะเข้าจากทางลิฟท์ส่วนตัวที่สามารถเปิดได้สองด้าน โดยจะโผล่เข้ามาที่โถงลิฟท์ในห้องตัวเองเลยครับ โดยพื้นที่ตั้งแต่ปากประตูลิฟท์เข้าไปก็จะนับเป็นพื้นที่ขายทั้งสิ้น ระบุอยู่ในกรรมสิทธิ์ของเจ้าของห้องครับ

Noble Ploenchit 24

บางคนก็บอกว่าพื้นที่ในส่วนโถงลิฟท์นี้ไม่ค่อยมีประโยชน์เอาเสียเลย ตารางเมตรละ 2 แสน เอาไปทำอย่างอื่นดีกว่าไหม แต่บางคนก็ชอบในความเป็นส่วนตัวของมัน จะกดลิฟท์แล้วมานั่งใส่รองเท้ารอก็ยังทำได้

Noble Ploenchit 25

เนื่องจากมี Private Lift แล้ว ประตูห้องจึงถูกลดความสำคัญลง เหลือเป็นบานขาวๆปกติ ซึ่งเราก็คงไม่ได้ใช้เป็นทางเข้า-ออกหลังของบ้าน

Noble Ploenchit 26

เปิดเข้าไปแล้วจะเป็นโถงลิฟท์ที่เราเห็นเมื่อครู่ โดยบริเวณสุดโถงลิฟท์นั้นก็จะมีประตูอีกบาน กั้นระหว่างโถงลิฟท์กับห้องตัวเองตรงรอยต่อของพื้นนะครับ

Noble Ploenchit 27

บริเวณด้านหน้าโถงลิฟท์จะมีตู้อยู่ด้วย สามารถเก็บเครื่องซักผ้าประเภทฝาหน้าได้ แต่จะใช้งานยากนิดนึง … แนะนำว่าถ้าจะวางเครื่องซักผ้าจริงๆไม่ต้องทำหน้าบานจะดีกว่าครับ

Noble Ploenchit 28

ต่อมาเป็นตู้มาตรฐานที่ให้มาทุกห้อง เป็นตู้สองตอน ด้านบนเป็นหน้าบาน Hi Gloss ส่วนด้านล่างเป็นหน้าบานผิวลามิเนตลายไม้ ตรงกลางคั่นด้วยชั้นวางของหินธรรมชาติ มีการซ่อนไว้เด๊ะๆแบบนี้เลยครับ

ด้านล่างวางรองเท้าที่ใช้บ่อยๆ ส่วนด้านบนก็วางรองเท้าแบบใส่กล่องเก็บขึ้นไปเป็นชั้นๆได้อีก

Noble Ploenchit 29

เปิดประตูอีกบานผ่านเข้ามาในห้องนะครับ ตรงนี้พื้นก็จะเปลี่ยนเป็น Engineering Wood สีนี้ลายนี้ โดยมีเครื่องใช้ไฟฟ้าให้เป็นมาตรฐาน ยี่ห้อ SMEG หรือ เทียบเท่า

Noble Ploenchit 44

การออกแบบของ Noble Ploenchit จะใช้พื้นที่มาต่อเชื่อมกัน เอาส่วนของครัว โต๊ะทานข้าว และห้องนั่งเล่นเข้ามารวมกัน ทำให้พื้นที่ห้อง 58 ตารางเมตรนั้น ดูใหญ่ขึ้น กว่าที่ควรจะเป็น

Noble Ploenchit 31

ระบบแอร์ของที่นี่จะเป็นระบบฝังฝ้าโดยมีคอยล์ร้อนไปรวมกันอยู่ที่ส่วนกลาง ไม่ได้ไปวางอยู่ตามระเบียงต่างๆ เพิ่มความสวยงามให้กับตัวตึกภายนอก

ผนังที่เห็นนี้ในห้องจริงๆไม่มีชั้นวางของนะครับ เป็นผนังทึบเรียบไปเลย ต่างจากห้องตัวอย่างที่สร้างจำลองขึ้นมาเป็นชั้นใสๆเพิ่มมิติให้ดูกว้างขึ้นกว่าปกติ

Noble Ploenchit 34

ส่วนขนาดของพื้นที่โต๊ะกินข้าวนี้ สามารถวางโต๊ะสี่เหลี่ยมยาวสัก 1.5 – 1.8 เมตร นั่งรับประทานอาหาร 4 คนได้สบายๆครับ

Noble Ploenchit 32

มองดูครัวฝั่งตรงข้ามอาจจะเล็กไปนิดหนึ่ง แต่ถ้าเราคิดว่าห้องนี้เป็นห้องแบบ 1 Bedroom อยู่อาศัยไม่เกิน 2 คน ครัวขนาดนี้ก็พอใช้ได้นะครับ เพียงแต่จะทำอาหารหนักๆไม่ได้ เนื่องจากครัวเป็นครัวเปิด อยู่กลางห้องเลย ไม่มีทางระบายอากาศอื่นๆนอกจากห้องนั่งเล่นและประตูหน้าบ้าน พื้นที่ครัวจึงไม่ได้จัดมาให้ใหญ่แบบเน้นการทำอาหารเป็นหลักครับ

Noble Ploenchit 35

ชุดครัวให้มาทั้งชุดแบบนี้เลยนะครับ วัสดุพอใช้ได้ หน้าบานตู้ด้านบนเป็น Hi Gloss, ชั้นวางของเป็นหิน และบานตู้ด้านล่างเป็นลามิเนตลายไม้ เน้นสีขาว อุปกรณ์ที่ให้มามีด้วยกัน 5 ชิ้น คือ

  1. เตาไฟฟ้าเซรามิค 2 หัว
  2. เครื่องดูดควันไฟฟ้า
  3. อ่างล้างจานฝังใต้ท๊อปพร้อมก๊อกน้ำ
  4. เตาอบไมโครเวฟฝังในตู้
  5. ตู้เย็น Smeg ขนาด 9.22 คิวบิกฟุต

Noble Ploenchit 37

อ่างล้างจานขนาดเล็กไปหน่อยและไม่มีที่พักจาน ทำให้เราต้องหาที่พักจานมาเสริมเองด้วยนะครับ ซึ่งจะทำให้ที่วางของลดลงไปข้างหนึ่ง

Noble Ploenchit 38

เครื่องดูดควันระบบท่อ ดูดออกไปด้านนอก

Noble Ploenchit 39

บานตู้ทั้งหมดเป็นระบบ Soft Close

Noble Ploenchit 40

ตู้ที่ไม่มีมือจับก็จะใช้ระบบกด เปิด-ปิด ครับ

Noble Ploenchit 41

หน้าบานทั้งหมดเปิดได้ประมาณนี้ … ระบบไฟส่องสว่างก็จะซ่อนอยู่ด้านหลัง เป็น Indirect Light ให้แสงได้ดี ไม่แสบตา

Noble Ploenchit 42

ชั้นวางของสามชั้น เอาไว้ใส่อุปกรณ์เครื่องครัวและช้อนส้อม

Noble Ploenchit 43

ตู้เย็นรุ่นนี้สวยดีครับ มีพื้นที่ให้วางตู้ด้านบนด้วย แต่ว่าตัวตู้เย็นเองนั้นขนาดไม่ใหญ่เท่าไร ถ้าเป็นคนที่ชอบซื้อวัตถุดิบมาเก็บไว้เยอะๆสำหรับทำอาหารแล้ว ผมว่าเล็กไปนิดนึงละครับ

Noble Ploenchit 33

ต่อมาเป็นพื้นที่ห้องนั่งเล่น​ ซึ่งทางผู้ออกแบบให้น้ำหนักสูงเหมือนกัน จัดพื้นที่ให้เป็นสัดเป็นส่วน เพียงพอสำหรับการวางโซฟายาว 3 เมตร และ Arm Chair อีกสองตัว

Noble Ploenchit 45

ระยะดูทีวีก็เหมาะสม สามารถวางจอขนาดใหญ่ยักษ์ได้ตามใจชอบ (ไม่ควรเกิน 60-70 นิ้ว)

Noble Ploenchit 46

ระยะต่างๆระหว่างโซฟา โต๊ะกลาง และผนัง ก็ทำออกมาได้ดี ทำให้มีพื้นที่เหลือ ดูไม่อึดอัด

Noble Ploenchit 48

ส่วนประตูบานเลื่อนเปิดออกไปยังระเบียงห้อง

Noble Ploenchit 49

เนื่องจากตึก Noble เพลินจิตนี้ ถูกสร้างมาให้มีระเบียงเป็น Cell เล็กๆ เพื่อความสวยงามภายนอกของตึก ทำให้ไม่มีระเบียงที่จะใช้งานจริงๆจังๆ นอกเสียจากว่าจะเป็นห้อง 3 Bedrooms ขึ้นไป หรือห้อง 3 Bedroom Combined ที่ทางโครงการทำพื้นที่ระเบียงเอาไว้ให้ ไม่อย่างนั้นก็ต้องใช้พื้นที่ระเบียงเท่านี้ ซึ่งเปิดเข้าออกได้สูงสุดเท่าที่เห็น การนำผ้าไปแขวนหรือไปตากคงจะเป็นไปไม่ได้ ต้องพึ่งพาเครื่องอบผ้า หรือไม่เช่นนั้นก็ต้องตากผ้าในห้อง ซึ่งพื้น Engineering Wood ที่อยู่ในห้องก็ไม่ทนน้ำนะครับ เวลาโดนน้ำหยด มีความชื้นมากๆก็จะขึ้นราได้ ต้องระวังให้ดี

Noble Ploenchit 50

อย่างที่บอกเนื่องจากผนังถูกแบ่งเป็น Cell กั้นด้วยส่วนของเสาโครงสร้าง ทำให้ไม่สามารถทุบ ยุบระเบียงรวมกันได้ ส่วนที่ยื่นออกไปเล็กๆนี้ก็ต้องปล่อยให้มันอยู่อย่างนั้น หาทางใช้ประโยชน์จากมันจะดีกว่า เช่นการใส่ชั้นวางของและแจกันดอกไม้เข้าไป ลดความกระด้างของตัวห้องลง

Noble Ploenchit 51

ต่อมาเราเดินไปดูห้องนอนกันบ้างครับ ห้องนอนนี้แคบกว่าห้องนั่งเล่นนิดเดียว ปูพื้นด้วย Engineering Wood สีเดียวกัน และมีระเบียงเป็น Cell เล็กๆ สองชิ้นเหมือนกัน

Noble Ploenchit 52

ในห้องตัวอย่างปลายเตียงถูก Built-in เต็มด้วยตู้บานโปร่งแสง ซึ่งระยะผนังจริงๆแล้วคือระยะที่แขวนทีวี … เนื่องจากห้องนอนนี้ได้มาเป็นห้องเปล่าไม่มีเฟอร์นิเจอร์ เราก็สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามใจชอบนะครับ

Noble Ploenchit 53

ความกว้างของเตียงนั้นออกแบบมาได้ดี สามารถวางเตียงได้ทั้ง King และ Queen Size คือ 5-6 ฟุตตามใจชอบ โดยจะยังมีพื้นที่ด้านข้างเหลือให้วางตู้หัวเตียงอยู่ ถ้าเป็นเตียงใหญ่ก็ต้องใช้ตู้เล็กลงไปตามลำดับครับ

Noble Ploenchit 67

กลับมาที่ระเบียงห้อง กรอบวงกบใช้เป็นอลูมิเนียมสีดำ มีตัวซีลกันเสียงกันฝุ่นเรียบร้อย

Noble Ploenchit 68

แต่ขนาดของระเบียงก็ยังเล็ก น่าหดหู่เหมือนเดิม ไม่สามารถใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพของ “ระเบียง” ที่ควรจะใช้งานในชีวิตประจำวันกันครับ

Noble Ploenchit 54

Noble Ploenchit 61

 

ถัดจากเตียงก็จะเป็นส่วนของตู้เสื้อผ้า ที่จะมีให้ 1 ชุดสำหรับทุกห้องนอน เป็นอุปกรณ์มาตรฐานที่ทางโครงการเตรียมไว้ให้ โดยจะมีไฟส่องสว่างภายในเรียบร้อยแล้ว

Noble Ploenchit 64

ประตูห้องน้ำเป็นบานเลื่อน แบบซ่อนเข้าไปในผนัง ทำให้เปิดปิดได้โดยหน้าบานไม่มากระแทกกับบานตู้เสื้อผ้า ข้อเสียคือบานแบบนี้เวลาปิดมันจะปิดไม่สนิทเท่ากับประตูบานสวิง ทำให้ความชื้นจากห้องน้ำเข้ามาในห้องนอนได้ ซึ่งนานๆเข้าจะส่งผลไม่ดีต่อพื้น Engineering Wood

Noble Ploenchit 55

ห้องน้ำของ Noble Ploenchit นี้ใช้การตกแต่งสีเทาและสีเข้มเป็นหลัก ตัดกับห้องนอนที่เน้นสีขาว โทนสว่าง

Noble Ploenchit 62

ทางฝั่งซ้ายนี้มี Counter ท๊อปหินแกรนิตทั้งแผง โดยจะมีอ่างล้างหน้าวางอยู่ด้านบน ซึ่งห้องจริงจะมีตู้ไม้ด้านล่าง Built-in มาไว้สำหรับติดตั้งเครื่องทำน้ำร้อน/นำ้อุ่น ด้วยครับ

Noble Ploenchit 66

ของจริงติดตั้งตู้ไม้ตรงนี้ให้

Noble Ploenchit 57

หน้าตาสุขภัณฑ์ดูพอใช้ได้ เป็นแบรนด์ KOHLER แต่เป็นดีไซน์เก่าหน่อยแล้ว (ก็แน่ละ โครงการเริ่มขายตั้งแต่ปี 2011)

Noble Ploenchit 58

ขนาดห้องอาบน้ำเล็กไปนิดนึงนะครับ อาบได้พอดีๆตัว เวลาเปิดปิดบานกระจกจะต้องระวังหน่อย

Noble Ploenchit 59

อุปกรณ์อาบน้ำ ฝักบัวและ Rain Shower ทำออกมาใช้ได้

Noble Ploenchit 60

อีกจุดหนึ่งที่น่าสังเกต คือห้องน้ำนี้ถูก Built-in เข้าไปด้วยตู้เสื้อผ้า

Noble Ploenchit 65

สุดท้ายเป็นเรื่องของตู้กระจก ซึ่งจริงๆแล้วไม่มีนะครับ เป็นแผ่นกระจกติดผนังไป ไม่มีการทำตู้ยื่นๆออกมาแบบนี้

Noble Ploenchit 70

ต่อมาเราจะมาดูห้องตัวอย่างอีกห้องหนึ่ง เป็นห้อง Combined 2 Bedrooms ซึ่งเอาห้อง 1 Bedroom 2 ห้องมาเชื่อมติดกัน

ข้อดี

  • ทางโครงการจะออกแบบให้และดำเนินการ Combined ให้ตั้งแต่ต้น
  • ลูกบ้านจะได้สิทธิจอดรถ 2 สิทธิ์ เพราะเป็นการซื้อ 2 โฉนด ไม่ได้ซื้อห้องเดียว
  • สามารถเลือกที่จะไม่เอา Built-in ครัว และแพคเกจเฟอร์นิเจอร์ได้ เพราะ Layout ห้องเปลี่ยนไป

ข้อเสีย

  • แบบห้องที่ Combined แล้วจะค่อนข้างประหลาด มีความลงตัวน้อยกว่าห้องที่ออกแบบมาให้เป็น 2 Bedrooms แท้ๆ
  • เสียค่าใช้จ่ายในการ Combined เพิ่มอีก 1 แสนบาท
  • ถ้าจะขายต่อต้องขายทั้งคู่เพราะโครงสร้างของห้องเปลี่ยนไปหมดแล้ว หรือไม่เช่นนั้นก็ต้องปรับโครงสร้างภายในห้องให้กลับมาเป็น 1 Bedroom 2 ห้องก่อน ซึ่งจะเป็นการเสียค่าใช้จ่ายอีกรอบหนึ่ง

Noble Ploenchit 71

ห้อง 2 Bedrooms Combined นี้อยู่ที่ Tower C ซึ่งเป็นการเอาห้องขนาด 45 ตารางเมตร 2 ห้องมารวมกัน ได้เป็นห้องขนาด 90 ตารางเมตร (ว่าเป็นตัวเลขกลมๆนะครับ)

Noble Ploenchit 72

สองห้องนี้อยู่ติดกัน ใช้ Private Lift ตัวเดียวกัน ทำให้เราสามารถออกฝั่งซ้ายหรือฝั่งขวาก็ได้ เป็นห้องของเราทั้งหมด ซึ่งเป็นการออกแบบที่ค่อนข้างเสียเปล่า … ถ้าจะรวมห้องจริงๆแล้วเราควรจะเอาโถงลิฟท์ออกไปอันหนึ่ง ปิดลิฟท์ไปด้านหนึ่งเลยแล้วใช้พื้นที่ผนังให้เต็มที่จะดีกว่า

Noble Ploenchit 76

ที่นี่ออกแบบให้ฝั่งนี้เป็นห้องนั่งเล่นนะครับ ซึ่งตัวห้องนั้นค่อนข้างเล็กทีเดียว เล็กกว่าห้อง 1 Bedroom ขนาด 60 ตารางเมตรเสียอีก เพราะเป็นการนำห้องนั่งเล่นของห้อง 1 Bedroom ขนาด 45 ตารางเมตรมาใช้เป็นห้องโถงหลัก

Noble Ploenchit 77

พื้นที่รับประทานอาหารจึงไม่เหมาะสมที่จะเป็นห้อง 2 Bedrooms

Noble Ploenchit 78

รวมถึงพื้นที่ครัวและทางเดินด้วย

Noble Ploenchit 80

แต่ห้องนั่งเล่นนั้นยังคงสัดส่วนเอาไว้พอใช้งานได้สำหรับห้อง 2 Bedrooms

Noble Ploenchit 81

การ Combined จะทำให้เกิดพื้นที่แปลกๆที่ไม่จำเป็น เช่นทางเดินยาวๆเพื่อเชื่อม 2 ห้องเข้าด้วยกันแบบนี้ เป็นพื้นที่ที่เสียประโยชน์ไปโดยเปล่า

Noble Ploenchit 82

ห้องน้ำมีด้วยกันทั้งหมด 2 ห้อง ห้องหนึ่งเป็นห้องน้ำที่อยู่ด้านนอก สำหรับห้องนั่งเล่นและห้องนอนเล็ก

Noble Ploenchit 83

ห้องนอนเล็กขนาดไม่กว้างเท่าไร เพราะถูกตัดพื้นที่ไปทำทางเดินเชื่อมระหว่างสองห้อง

Noble Ploenchit 84

พอโครงการแต่งแบบนี้เลยไม่มีพื้นที่วางตู้เสื้อผ้า ซึ่งจริงๆแล้วใช้ตู้ข้างทีวีทำเป็นตู้เสื้อผ้าได้นะครับ แต่ห้องนอนเล็กก็ยังอึดอัดเพราะใส่เตียงขนาดใหญ่เกินไป ห้องเท่านี้ควรจะวางเตียง 3.5 ฟุตก็พอครับ

Noble Ploenchit 85

พอเดินทะลุมาถึงห้องนอนใหญ่ ซึ่งกินพื้นที่ส่วนใหญ่ของห้องอีกห้องที่นำมา Combined ไป

Noble Ploenchit 86

ห้องนอนใหญ่จึงมีพื้นที่เหลือเฟือ ต่างจากห้องนอนเล็กมาก

Noble Ploenchit 87

ห้องน้ำในห้องนอน ฟังก์ชั่นดี ใช้งานได้ตามปกติ

Noble Ploenchit 88

พอนำส่วนอาบน้ำไปวางชิดมุมแล้วก็ได้พื้นที่อาบน้ำที่ใหญ่ขึ้น เป็นสัดส่วนมากขึ้น ดีกว่าห้องอาบน้ำของห้อง 58 ตารางเมตรเสียอีก

Noble Ploenchit 93

พื้นที่ของห้องนอนใหญ่เหลือเยอะมาก เลยใส่ตู้รวมๆกันเข้าไปได้ 4 บาน

Noble Ploenchit 92

วางตู้เรียงราย ซื้อเสื้อผ้ามาใส่ได้จุใจละครับ

Noble Ploenchit 94

แต่ทั้งนี้ผมว่าห้อง Combined Layout แบบที่เห็นนี้ไม่ Work เท่าไร … ซึ่งทาง Noble Development ก็คงจะรู้ตัว เลยออกแบบห้อง Combined ขึ้นมาใหม่เป็นแปลนด้านล่างครับ

photo 1

ห้องนี้ถูกออกแบบให้ดีกว่าเดิมมาก อย่างน้อยๆก็ 6 ประเด็น ดังนี้

  1. ใช้โถงลิฟท์เพียงด้านเดียว ปิดอีกด้านไปทำให้ใช้งานพื้นที่ได้ดีขึ้น
  2. โต๊ะทานข้าววางอยู่ในจุดที่เหมาะสมขึ้น ไม่ต้องไปวางชิดผนัง
  3. ได้ครัวตัว L ที่ใหญ่ขึ้น
  4. ห้องนั่งเล่นวางอยู่ตรงกลาง เชื่อมระหว่างห้องนอนเล็กและห้องนอนใหญ่
  5. ห้องน้ำและห้องนอนเล็กอยู่เป็นสัดส่วนมากขึ้น
  6. ไม่เสียพื้นที่ทางเดินมากเหมือน Layout เดิม

photo 2

สุดท้ายถ้าใครต้องการพื้นที่ระเบียง ก็ต้องดูห้อง 3 Bedrooms Combined นะครับ ซึ่งเป็นห้องทางเลือกใหม่ที่ทางโครงการจะสามารถจัดพื้นที่ระเบียงกว้างๆให้เราได้ โดยพื้นที่ระเบียงเอามาจากการร่นพื้นที่ห้องนั่งเล่นและห้องอาหารเข้ามาด้านใน สร้าง Outdoor Space ให้มากขึ้น ซึ่งเหมาะสำหรับครอบครัวที่ต้องการพื้นที่ใหญ่ๆ แบบ 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ เป็นสัดเป็นส่วน ใช้งานแทนบ้านหลังหนึ่งได้เลย … แต่ราคาก็พุ่งสูงขึ้นไปด้วยละครับ อย่างห้องนี้ขนาดราวๆ 144 ตารางเมตร หากคิดที่ตารางเมตรละ 2 แสนบาท ก็ต้องมีเฉียดๆ 30 ล้านล่ะ

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะครับ

ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 2 June 2014

  • 1 Bedroom เริ่มต้นที่ 183,000 บาทต่อตารางเมตร เฉลี่ย 225,000 บาทต่อตารางเมตร
  • เฉลี่ยประมาณ 10.125 ล้านบาท สำหรับห้องขนาด 45 ตารางเมตร
  • 2 Bedrooms เริ่มต้นที่ 189,000 บาทต่อตารางเมตร เฉลี่ย 231,000 บาทต่อตารางเมตร
  • เฉลี่ยประมาณ 16.1 ล้านบาท สำหรับห้องขนาด 70 ตารางเมตร
  • 2 Bedrooms Combined เริ่มต้นที่ 196,000 บาทต่อตารางเมตร เฉลี่ย 226,000 บาทต่อตารางเมตร
  • เฉลี่ยประมาณ​ 20.34 ล้านบาท สำหรับห้อง 2 Bedrooms Combined ขนาด 90 ตารางเมตร
  • Fully Fitted / Standard Room (Combined)
  • เพดานสูง 2.65 เมตร
  • Kitchen & Sink
  • Hob & Hood
  • ค่ากองทุน 600 บาทต่อตารางเมตร
  • ค่าส่วนกลาง 60 บาทต่อตารางเมตรต่อเดือน

จัดงานวันที่ 4-6 ก.ค. นี้ ณ  สยามพารากอน ชั้น 1 Fashion Gallery รับข้อเสนอพิเศษสูงสุด 1 ล้านบาท และผ่อนดาวน์เริ่มต่ำกว่า 1 แสนบาท *เฉพาะในงานนี้ ราคาเริ่ม 8.6 ล้านบาท

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ในอนาคตครับ

เจาะลึกรวบยอด

เริ่มกันด้วยเรื่องราคาก่อนเลยนะครับ โครงการ Noble เพลินจิต ปรับราคาจากเมื่อปี 2011 พอสมควร สำหรับห้อง 1 Bedroom ได้ปรับราคาเริ่มต้นจากที่ 169,000 บาทต่อตารางเมตร มาเป็น 183,000 บาทต่อตารางเมตร และมีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 225,000 บาทต่อตารางเมตร ซึ่งถือว่าเป็นคอนโดมิเนียม Mass Product ที่มีราคาสูงเป็นอันดับต้นๆของประเทศเราเลย

ทำเลของ Noble เพลินจิตนั้นอยู่ใจกลางเมือง เรียกว่าเป็นบริเวณแก่นของกรุงเทพมหานครเลยก็ว่าได้ ถนนเพลินจิตเชื่อมศูนย์กลางการ Shopping บริเวณราชประสงค์เข้ามาสู่ถนนสุขุมวิทซึ่งเป็นเขตธุรกิจที่มีความสำคัญไม่แพ้กัน โดยรอบโครงการล้วนเป็นอาคารสำนักงาน โรงแรม และห้างสรรพสินค้าทั้งสิ้น ไม่มีโครงการคอนโดมิเนียมโครงการไหนที่ติดถนนใหญ่เพลินจิตเหมือนกับ Noble เพลินจิตอีก จะมีติดถนนใหญ่อีกทีก็เป็นโครงการที่ตั้งอยู่ในละแวกใกล้เคียงอย่างถนนวิทยุเพียงไม่กี่โครงการ ดังนั้นด้วยตัวเนื้อทำเลจริงๆจัดว่าเหมาะสมแล้วที่ทางโนเบิลนำมาพัฒนาเป็นโครงการ High End ระดับราคา 2 แสนบาทต่อตารางเมตร

สำหรับการเดินทางด้วยรถยนต์นั้น เรามองว่าเป็นจุดบกพร่องทางทำเลของ Noble เพลินจิต ไม่ใช่เพราะที่ดินตั้งอยู่ในตำแหน่งไม่ดี แต่เป็นเพราะกฎการจราจรเฉพาะตัวในบริเวณนี้ ที่มีข้อห้ามหลายอย่างดังที่ได้รีวิวไปแล้วเบื้องต้น ทำให้การเดินทางจากบางเส้นทางมาที่ตัวโครงการนั้นไม่สะดวกเท่าที่ควร และการเดินทางจากตัวโครงการออกไปบางเส้นทางก็ไม่สะดวกเท่าที่ควรเช่นกัน บนถนนเพลินจิตฝั่งเหนือที่เป็นที่ตั้งของโครงการนี้ ในบางเวลาโดยเฉพาะช่วงเย็นๆก็จะประสบปัญหาการจราจรอย่างหนัก เพราะรถยนต์จากทุกสารทิศจะใช้เป็นทางผ่านจากทางด่วนเพื่อไปยังห้างสรรพสินค้าชื่อดังต่างๆ ตั้งแต่ Central Embassy, Central Chidlom, Central World, Gaysorn, Siam Paragon, Siam Square ฯลฯ … แม้ว่าโครงการนี้จะมีทางเข้าออก 2 ทาง ทั้งจากถนนใหญ่และซอยนายเลิศ แต่ถ้าใครเคยเลี้ยวเข้าซอยนายเลิศก็จะรู้ดีว่าซอยนี้รถติดมากกว่าถนนเพลินจิตเสียอีก เพราะรถส่วนใหญ่จากถนนวิทยุ หรือรถที่วิ่งสวนมาจากฝั่งชิดลมแล้วไปขึ้นทางด่วนในช่วงเวลาเย็น จะต้องมาวิ่งผ่านซอยนายเลิศทั้งหมด และจะต้องไปติดคอขวดที่ปากซอยฝั่งเพลินจิตบริเวณด่านเก็บเงิน … ซึ่งโชคดีที่ทางเข้าโครงการด้านหลังของ Noble นั้นอยู่ค่อนข้างห่างจากปากซอยฝั่งเพลินจิต ทำให้สามารถเลี้ยวเข้าโครงการก่อนเลี่ยงรถติดได้ครับ

ที่จอดรถของโครงการ Noble เพลินจิตนั้นจัดมาให้ประมาณ 70% หรือ 1,000 คัน เทียบกับยูนิตพักอาศัย 1,444 ยูนิต หากมองว่าโครงการนี้เหมือนๆกับคอนโดมิเนียมติดรถไฟฟ้าโครงการอื่นๆก็คงจะไม่คิดอะไรมาก เพราะ 70% เป็นตัวเลขที่รับได้ แต่ถ้าเรามองว่าห้องแต่ละห้องของ Noble เพลินจิตนั้นมีราคาสูงถึง 7-8 ล้านบาทขึ้นไป เจ้าของห้องแต่ละคนที่มาอยู่อาศัยจริงๆล้วนมีรถยนต์ส่วนบุคคลด้วยกันทั้งสิ้น ถึงแม้จะใช้รถไฟฟ้าเดินทางก็ยังต้องทิ้งรถไว้ที่คอนโด ไม่นับรวมห้องแบบ 2 ห้องนอน, 3 ห้องนอน, Penthouse หรือ Duplex ซึ่งน่าจะมีรถยนต์มากกว่า 1 คัน ดังนั้นหากเราคิดในกรณีที่มีผู้อยู่อาศัยครบ 100% ก็อาจจะมีปัญหาเรื่องที่จอดรถได้ ซึ่งในจุดนี้หากมองอีกมุมหนึ่ง โครงการที่มีราคาสูงเกิน 200,000 บาทต่อตารางเมตร ส่วนใหญ่จะทำที่จอดรถให้ 100% หรือมากกว่า ทำให้เรามองว่าที่จอดรถของคอนโดระดับนี้ควรจะมีมากกว่านี้ครับ … แต่อีกมุมหนึ่งเราก็สามารถมองได้เช่นกัน ที่ว่า Noble เพลินจิตเป็นคอนโดมิเนียมใจกลางเมือง ผู้ซื้อส่วนหนึ่งเป็นนักลงทุนปล่อยเช่า ที่ไม่ได้มาอยู่เองแต่เน้นให้ชาวต่างชาติเช่าพักเป็นหลัก ซึ่งก็มีอยู่เป็นสัดส่วนที่มีนัยสำคัญที่มาช่วยลดความต้องการที่จอดรถลงให้อยู่ในระดับเพียงพอได้ครับ

การเดินทางโดยไม่ใช้รถยนต์นั้นจัดว่าสะดวกมาก เพราะมีรถไฟฟ้าเชื่อมเข้ามาที่โครงการเลย แม้ว่าจะต้องเดินผ่านอาคารสำนักงาน Tower D ก็ตาม ก็ยังดีกว่าเดินบนถนนทั่วไปมาก แต่ด้วยพื้นที่โครงการที่ใหญ่ถึง 9 ไร่ ตึก A ด้านหลังนั้นก็จะเดินไกลอยู่ เมื่อเทียบกับตึก C ด้านหน้า ที่เดินไปรถไฟฟ้าสะดวกกว่ากันมาก ตรงนี้ก็ต้องคำนึงถึงด้วยเวลาเลือกห้องนะครับ … นอกจากนี้ถ้าจะไปห้างสรรพสินค้าต่างๆ โรงแรม หรือแม้แต่ออฟฟิศบางบริษัท เราจะเลือกที่จะไม่ใช้รถไฟฟ้าเลยก็ได้ เพราะโครงการเชื่อมเข้า Sky Walk เดินไปไหนมาไหนได้สะดวก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Park Venture, Dean & Deluca, Central Embassy และ Central ชิดลม ที่อยู่ในรัศมีระยะใกล้ครับ

การออกแบบโครงการของ Noble เพลินจิตนั้นเรียกว่าจัดพื้นที่มาค่อนข้างแน่นเลย เป็นครั้งแรกที่เราเห็นคอนโดตารางเมตรละ 2 แสนบาท มีจำนวนยูนิตสูงเฉียด 1,500 ยูนิตในโครงการเดียวกัน และเลือกที่จะใช้ Private Lift ทุกยูนิต ซึ่งจัดเป็นความโดดเด่นเมื่อเทียบกับโครงการอื่นๆ แต่การออกแบบห้องให้ได้ Efficiency สูงๆในแพคเกจไม่ใหญ่เกินไปก็ต้องซอยห้องเล็กและเป็นห้องแคบ+ลึก ทำให้ Layout ของห้อง 45 ตารางเมตรนั้นดูอึดอัดไป แต่จะอยู่สบายสำหรับห้องขนาด 60 ตารางเมตร ซึ่งมี Layout ลงตัวกว่าแบบ 45 ตารางเมตรมาก แต่ก็ต้องแลกมาด้วยราคาที่ต่างกันประมาณ 3 ล้านบาทนะครับ ส่วนการออกแบบห้องนั้นโดยรวมไม่ได้ติดอะไรมาก ยกเว้นเรื่องของฝ้าเพดานที่ 2.65 เมตร ซึ่งเตี้ยไปหน่อยและระเบียงขนาดจิ๋วที่ใช้งานไม่ค่อยได้

เรื่องสาธารณูปโภคกล่าวไปแล้วในเรื่องของที่จอดรถและ Private Lift … ส่วนสำหรับเรื่องสระว่ายน้ำ ฟิตเนส สตีม สนามบาส ฯลฯ ทางโครงการจัดไปรวมกันไว้ที่ตึก A ซึ่งอยู่ท้ายสุดของโครงการ ทำให้การใช้งานของลูกบ้านตึก B และตึก C ทำได้ลำบาก แต่โดยรวมแล้วขนาดของสาธารณูปโภคแต่ละอย่างนั้นมีขนาดใหญ่ เช่นสระว่ายน้ำยาว 45 เมตร ซึ่งรองรับการใช้งานได้ดีระดับหนึ่งครับ … จุดเด่นที่ควรกล่าวถึงคือสวนสาธารณะขนาดใหญ่ ซึ่งจัดมาถึง 2 สวนด้วยกัน หนึ่งนั้นเป็น Water Garden ที่ด้านหลัง และอีกแห่งหนึ่งเป็นสวนพร้อมทางเดินเชื่อมจากรถไฟฟ้า

สุดท้ายคงจะเป็นเรื่องอาคารสำนักงาน Tower D ซึ่งปัจจุบันมีข้อมูลออกมาแล้วเป็นอาคารสูง 4 ชั้น มีโซนจอดรถของตัวเอง 50 คัน ไม่นำมาปนกับที่จอดรถของลูกบ้าน เป็นอาคารที่มีทางเชื่อมตรงเข้าสู่ Skywalk แต่ยังขาดข้อมูลในเรื่องของการจัดการอาคารนี้ ทั้งเรื่องการบริหาร การตั้งราคาค่าเช่า ใครจะเป็นผู้เช่าและจะมีการดูแลกันอย่างไร ตรงนี้ต้องรอความชัดเจน ซึ่งอย่างน้อยๆก็น่าจะเป็นช่วงหลังจากที่โครงการสร้างเสร็จในปี 2560 … ซึ่งเราคาดว่าจะไปเยี่ยมชมและทำรีวิว Noble เพลินจิตอย่างสมบูรณ์แบบอีกครั้งหนึ่งครับ

Judgement

การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้

ทำเล 35%, การเดินทางโดยใช้รถ 15%, การเดินทางโดยไม่ใช้รถ 15%, วัสดุ 15%, การออกแบบ 10% และสาธารณูปโภค 10%

เทียบกับราคา 200,000 บาทต่อตารางเมตร, 2 June 2014

  • ทำเล 9/10 – ติดถนนใหญ่เพลินจิต ใจกลางกรุงเทพมหานคร
  • เดินทางด้วยรถ 7.5/10 – การจราจรแถวนี้มีกฎแปลกๆ และมีปัญหารถติดค่อนข้างมาก
  • ไม่ใช้รถ 9.5/10 – รถไฟฟ้าจ่อเข้าโครงการเดินทางสะดวกสบายมาก ยกเว้นลูกบ้านตึก A จะต้องเดินไกลกว่าปกติหน่อย
  • วัสดุ 7/10 – Fully Fitted มาพร้อมอุปกรณ์มาตรฐานของห้อง สุขภัณฑ์ Kohler แต่ไม่มี Digital Doorlock
  • แบบ 6.5/10 – ดูอึดอัดไปหน่อยสำหรับโครงการราคาระดับนี้, ระยะฝ้าเพดานควรจะสูงกว่า 2.65 เมตร, ระเบียงใช้งานไม่ค่อยได้
  • สาธารณูปโภค 8/10 – Private Lift ทุกยูนิต, ที่จอดรถ 70%, สวนขนาดใหญ่ 2 แห่ง แต่ส่วนกลางหลักๆไปกองอยู่ที่ตึก A
  • LUXURY CLASS
  • 8.20 / 10.00

BOTTOM LINE

Noble เพลินจิต เหมาะสำหรับคนที่มีงบรวมค่าตกแต่งห้องราวๆ 10 ล้านบาทขึ้นไป ต้องการคอนโดใจกลางเมืองใกล้ศูนย์กลางกรุงเทพมหานคร ที่เน้นทำเลเป็นหลัก เดินทางสะดวกโดยไม่ต้องใช้รถยนต์

ขอบคุณที่ช่วยติดตามผลงานมาโดยตลอดนะครับ

Share

4 Comments

  • หรูมากมาย ชาตินี้คงไม่มีปัญญาได้ซื้อ

  • ไม่ชอบดีไซน์ตึกภายใน ภายนอก ดูทื่อ ไม่สมราคา
    ผังห้องแย่ ห้องก็ใหญ่ แต่ห้องอาบน้่ำก็นิดเดียว ระเบียงก็แคบๆ
    private lift ก็ไม่อยากได้ ต้องจ่ายค่าลิฟท์ และต้องจ่ายค่าบำรุงรักษาลิฟท์ แลกกับการได้ลิฟท์ส่วนตัว คุณประโยชน์อันน้อยนิด..ไม่คุ้ม
    เสียดายทำเลมากๆ ถ้าเป็นแสนสิริ คงได้ซื้อไปแล้ว

  • ระยะดูทีวีของห้องนั่งเล่นแคบไปสำหรับยูนิตใหญ่ๆแบบนี้ ทั้งแบบ1ห้องนอนและ2ห้องนอนเลย

  • hellxingi

    ทำเลกับราคา Perfect มากครับ แต่ข้อเสียใหญ่ๆเลยคืออยู่ตึก B C สวยๆ หรูๆ ทั้งทีต้องเดินไปใช้สระว่ายน้ำตึก A เสียดายตรงนี้มาก อาคารสูงขนาดนี้ ถ้ามีสระบนยอดตึกคงฟินไม่น้อย แต่อย่างว่า ถ้าเอาพื้นที่ยอดตึกทั้ง 2 อาคารไปทำ Facility อาจจะไม่ได้ราคาแบบนี้ คง 200000+ หมดแน่ๆ ก็ต้องยอม Trade-off กันไป

Leave a Reply