พาไปดู บ้าน 20 หลัง ที่แคบที่สุดในโลก

June 2, 2014 14:007 comments

Rooftecture-house2

หากใครเคยคิดว่าบ้านที่สมบูรณ์แบบจะต้องเป็นบ้านหลังใหญ่ มีสนามหญ้ากว้างๆ หน้าบ้าน และมีสวนสวยๆ รอบๆ บ้าน อาจต้องลองปรับมุมมองใหม่ เพราะวันนี้ทาง Think of Living จะพาไปชม “บ้าน 20 หลัง ที่แคบที่สุดในโลก” จากการรวบรวมของ www.homedit.com

1. Keret House

Kerret House1

เจ้าของคือ Etgar Keret ศิลปินชาวโปแลนด์ ออกแบบโดย Jakub Sczesny เป็นหนึ่งใน Art installation แห่งกรุงวอร์ซอร์ ประเทศโปแลนด์

Kerret House2

ตัวบ้านถูกสร้างขึ้นมาแทรกระหว่างอาคาร 2 อาคาร สื่อความหมายของประวัติศาสตร์ที่แตกต่างกันในแต่ละช่วงเวลา

Kerret House3

มาดูภายในบ้านค่ะ

kerret house4

kerret house5

kerret house6

ส่วนที่กว้างที่สุดของบ้านประมาณ 122 ซม. หรือ 1.22 เมตร และแคบที่สุดประมาณ 72 ซม. หรือ 0.72 เมตรเท่านั้นเอง

kerret house7

ปัจจุบัน Keret House กลายเป็นที่พักสำหรับนักเขียนทั่วโลก

2. Madre de Deus, Brazil 

Madre de Deus1

บ้านหลังนี้ตั้งอยู่ในเมือง Madre de Deus ประเทศบราซิล

Madre de Deus2

ถูกจัดอันดับว่า “แคบที่สุดในโลก” ออกแบบโดย Helenita Queiroz Grave Minho

Madre de Deus3

ตัวบ้านกว้าง 1 เมตร สูง 10 เมตร

Madre de Deus4

Madre de Deus5

ภายในประกอบด้วย 3 ห้องนอน, ห้องครัว, ห้องซักล้าง, ห้องน้ำ, และห้องเล็กๆ อีก 2 ห้อง

3. บ้านหลังนี้มีชื่อว่า “LUCKY DROP”

Luck Drop2

รูปทรงเหมือนหยดน้ำ

Luck Drop1

บรรยากาศตอนกลางคืนเวลาเปิดไฟ กำแพงภายนอกเป็นไฟเบอร์ผสมแผ่นพลาสติก

Luck Drop3

Luck Drop4

พื้นเป็นเมทัลชีท วัสดุภายนอกมีความโปร่งแสงทำให้แสงสามารถส่องถึงห้องใต้ดิน

Luck Drop5

หน้ากว้าง 3.36 เมตร และยาวประมาณ 29.3 เมตร สถาปนิกผู้ออกแบบคือ Atelier Tekuto

4. MIZUISHI Architect Atelier House

MIZUISHI Architect Atelier House1

บ้านหลังนี้ตั้งอยู่ระหว่างถนนและคูเมืองในตะวันตกของโตเกียว

MIZUISHI Architect Atelier House2

แปลงที่ดินเป็นลักษณะ สามเหลี่ยม ออกแบบโดย MIZUISHI Architect Atelier บ้านมี 2 ชั้น ไม่รวมชั้นลอย มีพื้นที่ใช้สอยประมาณ 55.2 ตร.ม.

MIZUISHI Architect Atelier House3

กำแพงและหลังคาถูกจัดวางเพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอยในบ้านให้กว้างขึ้น ภายในตกแต่งเรียบง่าย เน้นความโปร่งสบาย

5. Slim House Extension

Slim house extension1

บ้านหลังนี้ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของลอนดอน เป็นผลงานของ Alma-Nac ตัวบ้านแทรกอยู่ระหว่างบ้านใหญ่ๆ 2 หลัง

Slim house extension3

ลักษณะของบ้านค่อนข้างแคบและลึก จุดเด่นของบ้านคือหลังคาแบบลาดเอียง ที่ดึงแสงสว่างเข้ามาภายในบ้าน

6. House in Nada

House in Nada1

บ้านหลังนี้ออกแบบโดย Fujiwarramuro Architects บ้านตั้งอยู่ที่เมืองนาดะ ประเทศญี่ปุ่น

House in Nada2

ตัวบ้านอยู่แทรกระหว่างตึก 2 หลัง

House in Nada3

ขนาดพื้นที่ใช้สอยประมาณ 36.95 ตร.ม.

House in Nada4

หน้าต่างบนหลังคาทำให้แสงส่องลงมายังพื้นด้านล่าง และช่องว่างตรงกลางก็ทำให้บ้านดูกว้างและใหญ่ขึ้น

House in Nada5

ภายในบ้านมีการจัดสรรพื้นที่ใช้สอยอย่างลงตัว

7. Tall and Narrow 

House in Nada6

บ้านสไตล์ modern minimal หลังนี้ตั้งอยู่ที่เมือง Showa-cho ถูกออกแบบโดย FujiwarraMuro Architects

House in Nada7

บ้านส่วนมากในญี่ปุ่นจะค่อนข้างสูงและแคบ  หลังนี้มีทั้งหมด 3 ชั้น

House in Nada8

สังเกตได้ว่าบันไดจะเชื่อมทุกอย่างเข้าด้วยกัน จุดเด่นของบ้านคือห้องนั่งเล่นเปิดโล่งบริเวณชั้นล่าง ด้านหน้าเป็นกระจกบ้านใหญ่รับแสงเข้าได้อย่างเต็มที่

8. 91 Square Meter บ้านหลังนี้ขนาด 91 ตร.ม. มีทั้งหมด 3 ชั้น

91 square meter1

ออกแบบโดยการร่วมมือระหว่าง Studio Loop และ Iwashita Strutural Enginners

91 square meter2

หน้าบ้านสามารถจอดรถได้ กำแพงด้านหน้าของอาคารเน้นความเรียบง่าย โดยใช้ผนังปูนสีขาวเป็นหลักและเน้นจุดเด่นที่ประตูสีแดงกับหน้าต่างอีก 2 บาน

91 square meter3

ภายในประกอบไปด้วยห้องน้ำสำหรับแขก, ห้องอ่านหนังสือ 2 ห้อง, ห้องนั่งเล่น, แพนทรีสำหรับเตรียมอาหาร และระเบียงที่ชั้นดาดฟ้า ทุกพื้นที่เชื่อมต่อกันเป็นแนวตั้ง เป็นสร้างความสวยงามจากการจัดวางองค์ประกอบของรูปด้าน ภายในตกแต่งด้วยวอลเปเปอร์สีขาว

9. 43.21 square-meter site House

43.21 square-meter site house1

บ้านหลังนี้ตั้งอยู่ที่เมือง Osaka ประเทศญี่ปุ่น ออกแบบโดย Kenji Architectural Studio ตัวบ้านมี 3 ชั้น

43.21 square-meter site house2

ภายในมีพื้นที่ใช้สอยประมาณ 43.21 ตร.ม.

43.21 square-meter site house3

43.21 square-meter site house4

ประกอบไปด้วยห้องนอนพ่อ-แม่ ห้องนั่งเล่น และห้องนอนลูกๆ ส่วนระเบียงจะอยู่ชั้นบนสุด จุดเด่นของบ้านคือ หน้าต่างบานใหญ่เต็มพื้นที่จากพื้นถึงฝ้าเพดานช่วยให้ แสงธรรมชาติส่องเข้ามาได้เต็มที่และสามารถสัมผัสบรรยากาศภายนอกได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ยังมีลูกเล่นกับตัวหน้าต่างนิดหน่อยตรงบริเวณชั้น 3 ที่ทำมุมเอียงไม่เหมือนกับกระจกบานอื่นๆ และยังส่งผลไปถึงกำแพงด้านในที่ต้องเอียงตามไปด้วย โทนสีที่ใช้ตกแต่งภายในจะเน้นสีขาวเหมือนด้านนอกและใช้พื้นลายไม้เพื่อเพิ่มบรรยากาศที่อบอุ่นให้กับตัวบ้าน

10. Near House

Near House1

บ้านหลังนี้ตั้งอยู่ในกรุงโตเกียว เป็นโครงการของ Mount Fuji Architects Studio

Near House2

แปลงที่ดินเป็นรูป L

Near House3

สร้างอยู่ระหว่างบ้าน 2 หลัง ตัวบ้านถูกแบ่งโครงสร้างเป็น 2 ช่วง ช่วงที่แคบคือช่วงหน้าบ้าน

Near House4

Near House5

Near House6

Near House7

รูปที่เหลือจะเป็นส่วนภายในบ้าน เราจะเห็นว่าด้านในของบ้านหลังที่แรกเป็นกระจก ขณะที่ด้านนอกเป็นวัสดุทึบ เพื่อกั้นความเป็นส่วนตัว

11. Black House 

Black house1

บ้าน 3 ชั้นหลังเล็กๆ ในกรุงโตเกียว ออกแบบโดย Shimada Architects 

Black house2

มีพื้นที่แต่ละชั้นประมาณ 27 ตร.ม. หน้ากว้าง 3.5เมตร และลึก 11 เมตร ภายนอกตกแต่งด้วยสีดำทั้งแต่พื้นถึงหลังคา เจาะด้วยหน้าต่างๆ บานเล็กๆ ด้านข้าง

12. Rooftecture House 

Rooftecture house1

บ้านหลังนี้ถูกออกแบบโดย Shuhei Endo architects ใน Hyogo-Pref ประเทศญี่ปุ่น พื้นที่ใช้สอยทั้งหมดประมาณ 130 ตร.ม. ตั้งอยู่บนพื้นที่ลาดเอียงและชัน ติดกับทะเล

Rooftecture house2

Rooftecture house3

ผนังด้านนอกของบ้านมีการนำเอา material ของหลังคามาใช้ ทำให้ดูคล้ายกับเป็นหลังคาของบ้าน

Rooftecture house4

ตัวบ้านยาว 20 เมตร และสูงประมาณ 1.5 -4เมตร เพราะเป็นทางลาดเอียง กำแพงด้านหนึ่งของบ้านจึงเอียงตามความลาดชันของพื้นที่ สังเกตได้ว่าหน้าต่างในรูปสุดท้ายจะมีด้านบนที่แคบกว่า

13. Long Tall House บ้านหลังนี้ถูกออกแบบโดย Kagawa Takanori และ  Tappei Ito แห่ง Spacespace ทำเลของบ้านห่างจากย่านชิบูย่า 2 สถานี

Long tall house1

โครงสร้างบ้านคล้ายกับการรวมกันระหว่างห้องแถวและตึกสูง มีทั้งหมด 5 ชั้น ชั้น 1-2 เลือกใช้ rainforce concrete เพื่อต้านทานแรงดันของดิน ส่วนชั้น 3-5 เลือกใช้ไม้ เพื่อความสว่างของบ้าน ขนาดพื้นที่บ้าน 4X16 เมตร

Long tall house2

ด้านหน้าจะถูกปิดด้วยวัสดุอะลูมิเนียมทึบ

Long tall house3

ขณะที่ด้านหลังจะเป็นกระจกฝ้าปล่อยให้แสงทะลุผ่านได้

14. Cottage in London

Cottage in London1

บ้านหลังนี้ตั้งอยู่ในกรุงลอนดอน เจ้าของบ้านและสถาปนิก ชื่อ Luke Tozer ผู้หวังให้บ้านหลังเป็นบ้านหลังแรกสำหรับลูกๆ ของเขา

Cottage in London2

พื้นที่ด้านหน้าของบ้านมีจำกัด ทำให้ถูกบีบเหลือเพียง 2.43 เมตร เท่านั้น

Cottage in London3

Cottage in London4

ตัวบ้านมี 4 ชั้น ที่พิเศษคือระบบ rain water harvesting การนำน้ำฝนกลับเข้ามาใช้ในบ้าน โดยเฉพาะในโซนห้องน้ำ และระบบ geothermal การดึงความร้อนจากพื้นดินมาใช้ในบ้าน สังเกตได้ว่าตัวบ้านจะอยู่ต่ำกว่าบ้านหลังอื่นๆ

15. 63.02º Tokyo House

Tokyo house1

บ้านหลังนี้ชื่อ 63.02º เนื่องจากหน้าอาคาร ทำมุมประมาณ 63.02 องศากับถนนด้านหน้า ตั้งอยู่ในกรุงโตเกียวประเทศญี่ปุ่น

Tokyo house2

สถาปนิกเลือกที่จะสร้างกระจกไว้ด้านข้าง เพื่อให้แสงสามารถเข้าถึงส่วนที่ลึกของตัวบ้าน และสามารถเข้าได้ทุกห้อง

Tokyo house3

มีพื้นที่ใช้สอยประมาณ 48.84 ตร.ม.

Tokyo house4

บ้านสไตล์ Modern Loft หลังนี้ออกแบบโดย Jo Nagasaka + Schemata Architecture Office 

16. Timber House 

Timber house1

บ้านไม้ซุงหลังนี้ สร้างขึ้นในกรุงโตเกียว โดย Unemori Architects ผนังภายนอกของตัวบ้านหุ้มด้วยแผ่นไม้ซุงและซ่อนหน้าต่างแบบบาน Swing เอาไว้ด้วย

Timber house2

Timber house3

ตัวบ้านมีทั้งหมด 4 ชั้น เชื่อมกันด้วยบันไดวนกลางบ้าน บันไดแบบนี้ช่วยประหยัดพื้นที่ได้มากแต่จะใช้งานไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่ค่ะ

17. Nhabeo House

Nhabeo House1

บ้านหลังนี้ตั้งอยู่ที่ กรุงโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม ผลงานออกแบบของ Trinhvieta Archtiects ตัวบ้านกว้าง 4 เมตร และยาว 20 เมตร

Nhabeo House2

Nhabeo House3

Nhabeo House4

ภายในบ้านประกอบไปด้วย ห้องใต้ดิน ชั้นลอย และชั้นบนอีก 3 ชั้น รวมพื้นที่ใช้สอยทั้งหมดประมาณ 238 ตร.ม.

Nhabeo House5

นอกจากนี้สถาปนิก ยังได้ออกแบบพื้นที่ส่วนกลางเป็นพื้นที่สีเขียว สามารถเชื่อมต่อฟังก์ชั่นการใช้งานต่างๆ เข้าด้วยกัน

18. Silver House

Silver house1

บ้านหลังนี้อยู่ในความรับผิดชอบของ Boyarsky Murphy Architect

Silver house2

ที่ตั้งอยู่ระหว่างอาคารสไตล์ Victorian 2 หลังใน Maida Vale กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ

Silver house3

Silver house4

ขนาดของบ้านกว้าง 3×8 เมตร ด้านหน้าเผยให้เห็นกระจก และกรอบที่ค่อนข้างบาง

19. Slit

Slit1

บ้านหลังนี้ออกแบบโดย APOLLO Archtiects & Associates ตั้งอยู่ในย่านดาวน์ทาวน์ของโตเกียว เหมาะสำหรับครอบครัวเล็กๆ ขนาดของที่ดิน 32.4 ตร.ม. และขนาดพื้นที่ใช้สอยประมาณ  97.20 ตร.ม.

Slit2

ภายในบ้านมี 3 ชั้น โครงสร้างเป็นเหล็ก บันไดเวียนเชื่อมชั้นของบ้านเข้าด้วยกัน และยังนำทางให้แสงส่องถึงชั้นล่างของบ้าน บ้านหลังนี้เป็นของครอบครัวๆ เล็ก ในญี่ปุ่น สามี-ภรรยากำลังวางแผนครอบครัว ซึ่งดูจากดีไซน์ของบันไดแล้วค่อนข้างหวาดเสียวสำหรับครอบครัวที่กำลังจะมีสมาชิกใหม่ ชั้นล่างจะเป็นเล้าจ์ ชั้นสองจะเป็นห้องนอน และชั้น 3 จะรวมระหว่างห้องนั่งเล่นและห้องรับประทานอาหารไว้ด้วยกัน

20. Cure Salon เป็นคอมเพล็กซ์ระหว่างร้านเสริมสวยและร้านกาแฟในโตเกียว

Cure salon1

สร้างเสร็จในปี 2009 โดย Upsetters Architects 

Cure salon2

Cure salon3

Cure salon4

ตัวร้านมีพื้นที่ใช้สอยประมาณ 99.6 ตร.ม. ตกแต่งด้วยไฟสีอ่อนๆ ใช้สีเอิร์ธโทนเน้นความเรียบง่าย เพราะต้องการให้ลูกค้าที่เข้ามาในร้านรู้สึกผ่อนคลาย

เป็นยังไงกันบ้างคะ…หลังจากดูครบทั้ง 20 หลังแล้ว สำหรับใครที่สนใจไอเดียการตกแต่งบ้านแบบนี้ คราวหน้าเราจะไปเจาะลึกรายละเอียดหลังที่เด่นๆ ให้ถึงแปลนบ้านกันเลยทีเดียว อดใจรอกันหน่อยนะคะ ^^

Share

7 Comments

  • ดีงามพระรามแปด 8′

  • อย่างนี้ เราจะสร้างในเมืองไทย บ้างได้มั้ยครับ
    หรือติดกฏหมายระยะถอยของอาคาร ?

    • ผมเห็นบางหลังชิดถนนสาธารณะ แถมมีหน้าต่างอีก ถ้ามาสร้างในไทยกฏหมายระบุชัดเจน ยากมาก ว่าตามตรงบางเรื่องน่าเห็นใจ เพราะ ผมเคยเจอคนมีที่ดินหน้ากว้าง 3.50 เมตร เจ้าหน้าที่ฟันธงระยะร่นทั้งหมด บ้านกว้าง 2 เมตร มันมีใครอยู่อาศัยบ้านหน้ากว้าง 2 เมตร ได้บ้าง???

  • ขออนุญาตคอมเม้นท์เรื่องการเขียนบทความนิดนึงนะคะ

    เราคิดว่าการอธิบายรายละเอียดบ้าน ว่าเป็นบ้านอะไร อยู่ที่ไหน ใครสร้าง ใครออกแบบ มันควรจะอยู่ก่อนการแปะรูปบ้านนะคะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแปะรูปหลายๆรูปลงมาเยอะๆแบบงงๆ ดูบ้านไปก็ เอ๊ะ สวยดี มันคือที่ไหน อะไรยังไง แปะมาให้ดูเฉยๆเป็นเกริ่นนำรึเปล่า? อย่างตอนขึ้นบ้านแรก 1. เรานึกว่ากำลังบรรยายรูปที่อยู่ด้านล่าง อ่านไปซักพักถึงเพิ่งรู้ว่ามันคือรูปบนๆที่ผ่านมาแล้ว ทำให้ต้องย้อนกลับขึ้นไปดูรูปอีกรอบอีกว่า อ๋อ ที่ว่าดีไซน์เป็นมุมเฉียง รูปหยดน้ำค้าง อยู่ระหว่างบ้านสองหลัง วัสดุโปร่งแสง บลาๆ เป็นแบบนี้นี่เอง รู้สึกมันผิดธรรมชาติของการอ่านน่ะค่ะ

    ปล.ถ้าหากเป็นการคิดไปเองคนเดียวของเราก็ขออภัยด้วยค่ะ

    • บทความมีการเรียงใหม่แล้วนะคะ
      ตามปกติบทความใน website จะเรียงคำบรรยายใต้รูปค่ะ เลยอาจจะสับสน 🙂

      • สรุปว่าคำบรรยายอยู่ใต้รูปหรือบนรูปครับ เหมือนอยู่ล่างบ้าง บนบ้าง
        อ่านแล้ว งง เหมือนกันครับ

        ปล.ส่วนตัวผมว่า ถ้าขึ้นบ้านหลังใหม่ เว้นช่องไฟให้ห่างขึ้น จะช่วยให้อ่านเข้าใจง่ายขึ้นด้วยครับ

      • ใช่ครับ เว้นย่อหน้าจะช่วยได้มาก

Leave a Reply